[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 33 : Season 2 ตอนที่ 2 คุณตา?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    15 ก.ค. 62



 

            “บีไอ! บีไอจริงๆ ด้วย!” ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียก ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏบนหน้าหล่อเมื่อเจอเจ้าของเสียงที่ไม่ได้พบกันมานาน

“คริสตัล!

“คิดถึงจัง!” หญิงสาวสูงเพรียวรูปร่างดีวิ่งเข้ามาสวมกอดร่างสูง ฮันบินหัวเราะ เลิกประหลาดใจมานานแล้วที่เห็นผู้หญิงวิ่งได้ทั้งที่อยู่บนส้นสูง

“ไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะ เป็นไงบ้าง เรียนจบแล้วสิ” ฮันบินทักทาย คิดถึงอีกฝ่ายเช่นกัน  ไม่ได้ติดต่อเพื่อนมาพักใหญ่ ต่างคนต่างยุ่งกับชีวิตตัวเอง

“อื้อ จบช้ากว่านายไปหน่อยแต่ก็จบแล้วล่ะ เลยกลับบ้านมาหางานทำ มีอะไรให้ทำบ้างไหมล่ะ”

“ใครจะกล้าจ้างคุณหนูจองอย่างเธอ ไม่ไปทำงานกับพี่สาวเธอล่ะ”

“ความชอบของฉันกับพี่ไม่ตรงกันน่ะสิ ทำงานไม่มีความสุขแน่ๆ ไม่อยากทะเลาะด้วย”

หญิงสาวหน้าสวยย่นจมูกเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงพี่สาว ฮันบินบีบจมูกเธอเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“ทำเป็นพูดไปยัยคนหวงพี่ นี่มาซื้อของคนเดียวเหรอ”

“อือ อยากมาคนเดียว นายล่ะมากับใคร ทำไมมายืนหน้าร้าน หรือว่ากำลังจะเข้า” คริสตัลมองร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย จำได้ว่าสไตล์นี้ไม่ใช่สิ่งที่คิมฮันบินชื่นชอบนี่นา หรือว่าจะเปลี่ยนรสนิยม

“มาเดินห้างทั้งทีก็ต้องมากับ..

“พี่ชายครับ” ฮันบินยังไม่ทันเอ่ยจบก็มีอีกคนเอ่ยแทรกเขาเสียก่อน

ซองจุนพร้อมถุงเสื้อผ้าเดินออกมาจากร้าน หญิงสาวรีบโค้งให้

“สวัสดีค่ะ จอง ซูจอง ค่ะ เรียกคริสตัลก็ได้ เพื่อนสมัยอยู่อเมริกาของบีไอค่ะ เพิ่งกลับเกาหลีเมื่อไม่นานนี้เอง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเร็วรัวหลังจากอึ้งไปนิดเมื่อเจอคนหล่อ

“บีไอ” ซองจุนหันไปมองหน้าฮันบิน  คริสตัลยิ้มกว้าง

“ใช่ค่ะ บีไอ เป็นชื่อที่ฉันกับเพื่อนที่เมืองนอกใช้เรียกน่ะค่ะ นายนี่แย่มากเลยบีไอ ไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามีพี่ชายหน้าตาดีด้วย”  หญิงสาวตีแขนฮันบิน ชายหนุ่มสะดุ้ง มองพี่ซองจุนด้วยสายตาคำถามว่าทำไมต้องบอกคริสตัลแบบนั้นด้วย

“บ้า ไม่ใช่พะ..

“พี่ที่รู้จักกันน่ะครับ ผมปาร์คซองจุน ที่จริงเป็นเพื่อนของพี่ที่ฮันบินนับถืออีกที”

“ค่ะพี่”

“มาซื้อของคนเดียวหรือครับ” ซองจุนชวนคุย คริสตัลยิ้มเขิน

พี่ชายของบีไอนี่หล่อจังเลยน้า หล่อมากเลย ฮือ

“ใช่ค่ะ กำลังจะกลับพอดี เบื่อๆ”

“เดินเที่ยวเป็นเพื่อนฮันบินก่อนสิครับ พี่จะกลับแล้วเหมือนกัน”

“จะกลับแล้ว? เราเพิ่งมาเองนะพี่” ฮันบินหันไปโวยใส่ซองจุน

“ในเมื่อเจอเพื่อนก็อยู่คุยกันก่อนสิ พี่จะรีบกลับไปทำงานต่อด้วย”

“นี่มันวันหยุดนะครับ”

“ต้องส่งให้นิชคุณก่อนพรุ่งนี้น่ะ ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะ”

“ได้ไง”

คริสตัลมองทั้งสองไปมา ก่อนจะหาจังหวะแทรก “พี่เดินด้วยกันก่อนสิคะ สามคนเลย”

“ไม่ล่ะครับ พี่ขอตัวก่อนดีกว่า” ซองจุนปฏิเสธ เขาไม่อยากเดินกับคนรู้จักของฮันบิน กลัวจะเผลอทำอะไรให้เธอรู้ว่าเขาและฮันบินคบกัน

“พี่ซองจุนอ่ะ!” ฮันบินไม่พอใจ และซองจุนก็กำลังลำบากใจ คริสตัลเห็นสีหน้าของพี่ซองจุนก็หยิกแขนเพื่อน หาทางออกให้

“นายนี่ยังเอาแต่ใจไม่เปลี่ยนเลยนะบีไอ พี่เขามีงานนะ คนว่างงานอย่างนายน่ะพาฉันไปเดินซื้อของหน่อยละกัน ฉันว่าจะเข้าไปบ้านนายทักทายคุณป้าด้วย จะได้ถือโอกาสซื้อของไปฝากด้วยซะเลยไง”

ซองจุนแค่ฟังที่เธอพูดก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงสนิทสนมกับคนที่บ้านของฮันบินไม่น้อย

เขาเองก็ยังไม่เคยไปบ้านเจ้าเด็กยุ่งนี่เลย ฮันบินชวนแต่เขาก็ไม่กล้าไปสักที ไม่รู้จะไปในฐานะอะไร จะให้บอกว่าแฟนก็ไม่ไหว ยังไม่กล้า

“ไหนเธอบอกอยากเดินคนเดียว” ฮันบินเสียงเขียวใส่ คริสตัลเท้าเอว

“ตอนนี้นายว่างแล้วนี่”

ซองจุนมองแขนเรียวของหญิงสาวที่เข้าเกี่ยวคล้องแขนฮันบินแวบหนึ่ง

“พี่กลับแล้วนะ”

“ยินดีที่ได้พบนะคะ”

“เช่นกันครับ” ซองจุนยิ้มให้เธอแล้วหันหลังเดินจากมา

“เดี๋ยวสิพี่!” ฮันบินจะก้าวตาม แต่คริสตัลรั้งเขาไว้

“นายน่ะ ดูติดพี่คนนั้นจังเลยนะ เขาเป็นใครเหรอ?”

“มันเรื่องของฉันน่า” เมื่อพี่ซองจุนยังไม่บอก  เขาก็ไม่กล้าบอกหรอก

“อย่ากวนพี่เขามากนักสิ ทำตัวเอาแต่ใจใครอยากจะเดินเที่ยวด้วย”

“ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้นะเธอน่ะ” ฮันบินเครียด พี่ซองจุนนี่เดาใจยากจัง ตอนแรกเขาชวนออกมาเที่ยวก็บอกว่าว่างอยู่เลย ตอนนี้กลับบอกมีงานซะอย่างนั้น คงกลัวความจะแตกอีกล่ะมั้ง

เขาไม่น่าเจอคริสตัลตอนนี้เลย ให้ตายสิ!

 

 

 

 

            “พี่ซองจุน อาทิตย์นี้ไปกินข้าวที่บ้านแม่ผมนะ” ฮันบินมาขลุกอยู่ที่บ้านซองจุนอีกแล้ว แต่เจ้าของบ้านไม่สนใจ ยังทำตัวเย็นชาเหมือนเดิม

“พี่ไม่ว่าง”

“ทำไมไม่ว่าง”

“มีงาน”

“วันอาทิตย์น่ะเหรอ”

“ใช่”

“ปาร์คซองจุน พี่กำลังเปลี่ยนไป รู้ตัวหรือเปล่า” ฮันบินทนไม่ไหวชกพนักโซฟาเฉียดแขนคนที่นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือนิยาย ซองจุนไม่มองเขาแม้แต่หางตา ถอนหายใจ ปิดหนังสือลง

“อย่าเอาแต่ใจได้ไหม ไม่อยากไปไงถึงได้ปฏิเสธ”

“ทำไมต้องปฏิเสธ”

“แค่ไม่อยากไป พี่ทำงานมาทั้งอาทิตย์ก็อยากนอนพักผ่อนอยู่กับบ้านบ้าง”

“ผมบอกแม่แล้วว่าจะพาพี่ไปด้วย”

“ฝากขอโทษคุณแม่ด้วยละกัน” ซองจุนวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกเดินไปห้องนอน ฮันบินอยากตามไปคุยให้รู้เรื่องแต่ก็ไม่อยากกวนใจ

ฮันบินไม่รู้จะทำยังไงดี ขนาดอยู่ใกล้กันยังรู้สึกว่าเขาไม่สามารถเข้าใจพี่ซองจุนได้เลย

เหมือนเรามีระยะห่างต่อกัน 

“พี่แบม..อยู่บ้านหรือเปล่า ไปหาได้ไหม ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” ฮันบินตัดสินใจโทรหาคนที่เขานับถือเป็นพี่ชายคนหนึ่ง

<อยู่ๆ เพิ่งกลับบ้านมาเมื่อกี้เลย อยากมาก็มาสิ (มัม! เกลมันเอาสีเบนไปอีกแล้ว!!) น้องเกล! แม่บอกว่าอย่าแย่งน้องไง เอาคืนน้องไปเดี๋ยวนี้นะ เมื่อกี้แม่ก็ซื้อมาให้ใหม่แล้วนี่>

“เอ่อพี่ไปดูลูกเหอะ เดี๋ยวผมไปหา” แหม รู้สึกผิดเลยนะเนี่ย รู้สึกเหมือนโทรไปรบกวน

<เออๆ แค่นี้ก่อนนะ ย่าห์! อาบิเกล..>

ฮันบินถอนหายใจ วุ่นวายแท้ๆ บ้านนี้ แต่ทำไงได้ เขาไม่มีที่ปรึกษาแล้วนี่นา

 

 

 

“เข้ามาสิ” แบมแบมที่อุ้มลูกสาวมือหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ร่างสูง ฮันบินจอดรถไว้หน้าบ้าน ก้าวเข้าบ้านทางประตูเล็ก

“หวัดดีเฟรยา” ฮันบินก้มลงหอมแก้มหลาน แต่เธอกลับหันหนี แบมแบมหัวเราะ จูบแก้มลูกสาว

“กำลังหงุดหงิดน่ะ น้องเพิ่งตื่น” เด็กน้อยซบบ่าแม่ ปากเล็กอ้ากว้าง หาวจนน้ำตาซึม ฮันบินมองแล้วอยากจับมาฟัดชะมัด น่ารักเหมือนพี่แบมแบมเลย

“หวา! แด๊ดฮะมันจะล้มแล้วจริงๆ นะ!!” ฮันบินหยุดเดิน มองต้นเสียงโวยวายที่มาจากสนามหน้าบ้าน

จาคอบกำลังหัดขี่จักรยานสองล้อเป็นครั้งแรก มาร์คยืนให้กำลังใจลูกพร้อมกล้องวิดีโอในมือ

ไม่ว่าลูกจะทำอะไรได้เป็นครั้งแรก มาร์คก็บันทึกเก็บไว้หมด ตอนอาบิเกลและเบนจามินหัดขี่เขาก็ทำเหมือนกัน ทำแล้วมีความสุขดีน่ะ เผื่อลูกโตแล้วอยากดูเมื่อไรก็เปิดดูได้  

“ไม่ล้มหรอกลูก ทำได้น่า ลองดูๆ แด๊ดอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนหรอก”

“ถ้าล้มมันจะเจ็บนะฮะ” จาคอบจะร้องไห้ จักรยานปัดเป๋เซไปมา

“โธ่ มา เดี๋ยวแด๊ดช่วยก็ได้ ยังกลัวอยู่ล่ะสิ เบนถ่ายให้แด๊ดหน่อย”  มาร์คส่งกล้องให้ลูกชายคนรอง ข้าวของราคาแพงนี่มาร์คไว้ใจให้เบนจามินเป็นคนดูแลเท่านั้น ถ้าอาบิเกลนะ พัง

เบนจามินที่ออกมานั่งดูพ่อสอนน้องปั่นจักรยานก็ลุกมารับกล้องไปถือให้

“ถือนิ่งๆ นะเบน”

“ได้ครับ” มาร์ครีบก้าวไปช่วยจับจักรยานจาคอบเมื่อมันเกือบจะล้มแล้ว จาคอบถอนหายใจเฮือกด้วยความโล่งใจ

ผ่านไปอีกครู่ มาร์คก็ค่อยๆ ปล่อยมือจากจาคอบช้าๆ ไม่ให้จาคอบรู้ตัว พ่อหนูที่เริ่มจับทิศทางการทรงตัวได้แล้วก็ปั่นเร็วขึ้นโดยไม่ทันรู้สึกตัวว่าพ่อไม่ได้อยู่ข้างๆ อีกแล้ว

เบนจามินยิ้มกว้างออกมา มองสบตาพ่อที่ชูนิ้วหัวแม่มือมาให้ รู้กันว่าจาคอบขี่จักรยานได้เองแล้ว

“พี่ฮันบิน!!!” ฮันบินที่ยืนมองสามพ่อลูกเพลินๆ สะดุ้งตกใจ สาวน้อยคนโตของพี่แบมวิ่งเข้ามากอดเขาเต็มรัก แต่เสียงของอาบิเกลไม่ได้ทำให้พี่ฮันบินตกใจเท่านั้น ยังทำให้จาคอบตกใจด้วย

 เด็กน้อยผวาจนจักรยานล้ม จาคอบอึ้งไปนิดก่อนจะร้องไห้ออกมา ข้อศอกที่เอาลงพื้นถลอกได้แผลเลือดซิบเลย

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเจค” มาร์ครีบเข้าไปดูจาคอบ เบนจามินวางกล้องไว้กับโต๊ะหินแล้ววิ่งไปยกจักรยานน้องขึ้นตั้ง

“ตกใจล่ะสิ ไม่เจ็บสักหน่อยเนอะ มาแด๊ดดูให้ ไหนดูแผลหน่อยซิ” มาร์คย่อกายลงนั่ง สำรวจร่างกายของลูกด้วยความเป็นห่วงจนเจอแผลที่ข้อศอก

“แผลนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรเนอะเดี๋ยวแด๊ดพาไปทำแผล หายตกใจหรือยังครับ” แด๊ดใช้มือเช็ดน้ำตาบนแก้มลูก รั้งแกมากอดให้หายตกใจก่อน ลูบหลังแกไปมา จาคอบยกแขนกอดคอพ่อไว้ มาร์คยกตัวแกขึ้นอุ้ม

“เบนเก็บกล้องให้แด๊ดดี๊หน่อยลูก เข้าบ้านกันเถอะ น้องหายกลัวค่อยออกมาขี่กันใหม่”

“ครับ”

“หวัดดีฮันบิน” มาร์คทักทายคนที่ยืนมองตนกับลูกอยู่ ฮันบินโค้งทักทาย

“สวัสดีครับ”

“เจคเจ็บมากมั้ยคะ” อาบิเกลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อกี้พี่ฮันบินบอกเธอว่าน้องล้มเพราะเสียงเธอ อยากเข้าไปดูน้องนะ แต่กลัวพ่อดุเอาที่ทำน้องเจ็บตัว

“ไม่เป็นไรจ้ะ เข้าบ้านกันเถอะ” มาร์คดีใจที่แกเป็นห่วงน้อง ขยี้ผมลูกสาวเล็กน้อยแล้วต้อนเด็กๆ เข้าบ้าน อาบิเกลได้ยินดังนั้นยิ้มออก ผละจากพี่ชายตัวโตเข้าไปหาแด๊ดดี๊

ฮันบินถอนหายใจ อิจฉาพี่มาร์คพี่แบมแบมชะมัดเลย

 

 

 

“เอาล่ะ มีเรื่องอะไรก็เล่ามา”  แบมแบมนั่งลงบนโซฟานุ่มตัวยาว มีเฟรยาเกาะเป็นลูกโคอาล่าเพราะติดแม่ ไม่ยอมไปไหน ฮันบินนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน

ตอนนี้ห้องนั่งเล่นกำลังสงบ เพราะแด๊ดช่วยพาสามหน่อออกไปเล่นหมากรุกกันข้างนอก เพื่อจะได้ไม่รบกวนการพูดคุยของฮันบิน และพี่เยอึนที่กำลังเตรียมอาหารเย็น

“พี่ซองจุนน่ะ เขาแปลกไป”

“ยังไงเหรออย่าขยี้ตาสิคะลูก ไม่เอาน้าเดี๋ยวเจ็บตา คันตาเหรอ ไหนแม่ดูซิ” แบมแบมรีบจับมือน้อยๆ ของเฟรยาออกจากใบหน้าน่ารักของแก ยัยหนูตาแดงหน่อยๆ คงเพราะฝุ่นเข้าตา

เฟรยางอแง ซุกหน้ากับอกแม่ เตรียมจะนอนอีกแล้วทั้งที่เพิ่งตื่น แบมแบมสะกิดฮันบินให้เอื้อมหยิบขวดนมบนโต๊ะมาให้หลานหน่อย

ฮันบินนั่งดูพี่แบมแบมของตนป้อนนมเฟรยา กอดหอมกันอยู่นั่น เห็นแล้วอิจฉาคนมีลูก

“อ่ะ เล่ามาสิ มีเรื่องอะไรกัน ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ?”

“เปล่าหรอก ไม่เชิงทะเลาะ เหมือนยังไงล่ะ พี่เขาไม่ค่อยสนใจผมนะ เย็นชามากเลย ชวนไปบ้านก็ไม่ไปสักที นี่ผมอุตส่าห์บอกว่าบอกแม่ไปแล้ว เขาก็ยังไม่อยากไป อ้างว่าอยากพักผ่อน”

“อย่าไปอะไรมาก พี่เขาก็เงียบๆ เฉยๆ เป็นปกติอยู่แล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ?”

“แต่ไม่ยอมให้เปิดตัวกับพ่อแม่ผมสักที มันไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ”

“ฮันบิน..พี่ซองจุนเขาค่อนข้างคิดเผื่อหลายด้านนะ ก่อนจะทำอะไรเขาคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเสมอ นายเป็นลูกคนเดียว จู่ๆ พาแฟนผู้ชายเข้าบ้านพ่อแม่ไม่ตกใจเหรอ”

“ผมอยากจะบอกพ่อแม่หลายครั้งแล้ว แต่พี่เขาไม่ยอมเลย ผมกับเขาคบกันมาสี่ปีแล้วนะ ถ้าคบแล้วบอกใครไม่ได้มันต่างจากไม่คบตรงไหน”  ฮันบินคว้าหมอนอิงมากอด หน้ายู่

“ตกลงนายขอพี่เขาคบเพราะอยากป่าวประกาศให้ใครต่อใครหรือไงว่าคบกัน แค่สถานะที่เปลี่ยนไประหว่างนายกับเขา ไม่ทำให้นายอุ่นใจเลยเหรอว่าตอนนี้นายกับพี่เขาไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา ลองไปเกริ่นกับที่บ้านดูบ้างหรือยัง ถ้าพ่อแม่ยอมรับได้ก็ค่อยมากล่อมมาพี่เขาอีกที” แบมแบมถอนหายใจ เอียงหน้าหลบมือยัยหนู เธอเลยหันไปสนใจกระดุมสีขาวบนเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินของแม่แทน

“ทำไมเวลาไปไหนเขาชอบบอกทุกคนว่าเป็นพี่ผม หนำซ้ำยังเป็นเพื่อนของพี่ที่ผมนับถืออีกทีด้วย จะห่างเหินไปไหน!

“แล้วคนที่พี่เขาบอกแบบนั้นเป็นอะไรกับนายล่ะ”  แบมแบมปัดปอยผมออกจากแก้มลูกสาว ขยับให้เฟรยาครึ่งนั่งครึ่งนอนพิงตัวนุ่มๆ ของแม่ มือเล็กของเฟรยาจับขวดนมที่ใหญ่กว่ามือเธอซะอีก ตากลมมองพี่ฮันบินตาแป๋ว

“เพื่อนสมัยอยู่อเมริกาน่ะ”

“ผู้หญิง?”

“อือ ทำไมพี่เดาถูกอ่ะ”

“ก็แค่เดา พี่เขาคงไม่อยากให้นายถูกมองไม่ดีในสายตาเพื่อนน่ะสิ ยิ่งเพื่อนผู้หญิงด้วยแล้ว ไม่บอกจะดีกว่าไหมล่ะ”

“ไม่เห็นดีเลย!

“ทนมาได้ตั้งขนาดนี้ก็ทนต่อไปอีกนิดสิ ลองคุยกันอีกสักรอบก่อน เดี๋ยวว่างๆ พี่จะช่วยคุยให้ก็ได้”

“ขอบคุณครับ แต่พี่แบม..ผมสงสัยอยู่อย่างอ่ะไม่รู้จะเป็นไปได้หรือเปล่านะ”

“อะไรเหรอ? ว่ามาสิ” ฮันบินลังเลว่าควรจะถามดีไหม แบมแบมเอื้อมมือไปตีบ่าเขา

“พูดมาเถอะ เก็บไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ไหนๆ จะพูดแล้วก็พูดออกมาเลย”

“ผมแค่คิดว่าบางที..พี่ซองจุนเขายังรักพี่อยู่หรือเปล่า”

แบมแบมอึ้งไปนิด ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนเฟรยาสะดุ้ง แต่พอเห็นแม่หัวเราะ ทั้งที่ไม่รู้ว่าหัวเราะเรื่องอะไรแต่เธอก็หัวเราะไปด้วย

“หัวเราะตามแม่นี่รู้เหรอว่าแม่หัวเราะเรื่องอะไรน่ะยัยตัวเล็ก” แบมแบมจิ้มพุงลูกสาว ฟัดแก้มแกทั้งที่หัวเราะเอ็นดู เฟรยายิ้มทั้งตาทั้งปาก ดิ้นไปมาเพราะจั๊กจี๋

ฮันบินจากที่เครียดๆ เริ่มหัวเราะตามเพราะยัยหนูคนเล็กของพี่แบมแบมนี่น่ารักมากจริงๆ

“พี่ว่านะ นายน่ะคิดมากไป พี่ซองจุนเขาไม่ได้รักพี่แบบนั้นมานานมากแล้ว ตอนนี้ก็มีแค่ความสัมพันธ์พี่น้องกันเท่านั้นเอง” แบมแบมตีก้นลูกสาวเบาๆ เมื่อแกเหยียบตักลุกขึ้นยืน กอดขวดนมเอาไว้ พยายามจะข้ามตักแม่ไปยืนบนโซฟา

“จริงเหรอ ผมคิดว่าที่เขาห่างๆ ไปเพราะเขาไม่รักผมแล้ว” ฮันบินหายใจเฮือก

“พี่ซองจุนน่ะนะ ถ้าเขาไม่ชอบ เขาไม่ยอมคบนายนานขนาดนี้หรอก พี่เขาเป็นพวกไม่ชอบฝืนความรู้สึกตัวเอง ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่อย่างนั้นเขาจะกล้าสารภาพรักพี่เหรอ ทั้งที่เขาก็ไม่มั่นใจว่าพี่จะตอบตกลงไหม สุดท้ายพี่ยังไล่เขาไปจากชีวิตอีก พี่ว่านิสัยเขาเป็นยังไง เขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนไปง่ายๆ หรอก ตอนนี้คิดแค่ว่า ถ้าพี่เขาไม่รัก พี่เขาคงเตะโด่งนายออกไปจากชีวิตแล้วล่ะ”

แบมแบมจับมือลูกสาวไว้เมื่อแกโถมตัวซบกับแผ่นหลังตน แถมวางพักขวดนมไว้ที่บ่าแม่อีก สงสัยจะขี้เกียจอุ้มขวดนมแล้ว

“ผมจะคิดในแง่ดีนั้นแล้วกัน ขอบคุณว่ะพี่” ฮันบินซึ้งใจ ได้คุยกับพี่แบมแล้วค่อยสบายใจหน่อย

“ไม่เป็นไร ไม่สบายใจอะไรก็มาหาละกัน มาช่วยเลี้ยงหลานบ้างก็ได้”

“ถ้าว่างจะพยายามมานะ ว่าแต่ลูกพี่นี่ซนทุกคนเลยเนอะ สุดยอดอ่ะ” ฮันบินอัศจรรย์ใจทุกครั้งที่มาบ้านนี้ ขนาดเฟรยาที่ยังไม่ค่อยรู้ความยังขยับไม่หยุด ไม่ยอมอยู่เฉยเลย

แบมแบมหัวเราะ โยกตัวไปมา ยัยหนูที่เกาะหลังอยู่ก็หัวเราะ สนุกใหญ่ นมในปากกระเด็นโดนผมแม่แล้วแหละ แต่แบมแบมไม่สนใจ เดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำก็ได้

“ซนสิดี คึกคักดีนะ” เห็นลูกซนมีชีวิตชีวามันก็ดี แค่ไม่ซนมากไปจนสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างก็พอแล้ว

“หน้าน้องไปโดนอะไรมาน่ะพี่แบม ตรงแก้ม” ฮันบินชี้แก้มตัวเองด้านขวาใต้ตาตรงบริเวณเดียวกับที่เห็นรอยเล็กๆ สีน้ำตาลบนแก้มเฟรยาประมาณครึ่งเซนติเมตร

“อ๋อ ทะเลาะกับเจค แล้วเจคเล็บยาวไง จะผลักน้องแหละ แต่มือเผลอไปโดนหน้าเฟรย์เข้า ไม่ได้ตั้งใจหรอก เฟรย์เลยได้รอยเล็บจากพี่เป็นที่ระลึก”

แบมแบมเล่าอย่างไม่คิดอะไร เพราะเรื่องผ่านมาแล้ว เด็กๆ กำลังอยู่ในวัยซน ต้องมีทะเลาะกระทบกระทั่งกันบ้าง ถึงจะเป็นพี่น้องกันก็เถอะ แต่เขาพยายามสอนว่าพี่น้องต้องรักกัน กรณีที่เพิ่งผ่านมา แม้เฟรยาจะเด็กกว่า แต่จาคอบต้องขอโทษน้อง ถึงแม่ไม่สั่ง จาคอบเห็นน้องสาวร้องไห้โฮได้แผล แกก็ร้องตามเพราะรู้สึกผิดแล้ว

ไม่แค่จาคอบกับเฟรยา อาบิเกลกับเบนจามินนี่ตีกันแทบทุกวัน อยู่บ้านน่ะตีกันได้นะ เห็นออกไปข้างนอกทีไรร่วมมือกันไปตีกับคนอื่นตลอด ประมาณว่ามีศึกนอกเราช่วยกัน ศึกสงบเรารบกันเองน่ะ

สี่พี่น้องต้วนน่ะทะเลาะกันไม่ได้นานหรอก ข้ามวันก็กลับมาเล่นกันแล้ว

“เฮ้ย! เป็นแผลเป็นหรือเปล่าน่ะพี่” ฮันบินชะโงกดูหน้าเฟรยาใกล้ๆ ยัยหนูหันหนี อมจุกขวดนม สองมือประคองขวด เดินเตาะแตะไปตามความยาวของโซฟา

“เป็นสิ พี่มาร์คแทบคลั่งแน่ะ เจ้าเจคเลยโดนตีไปทีนึง”

“หา? พี่มาร์คอ่ะนะตีลูก?? ตลก” ฮันบินประหลาดใจ คนอย่างมาร์คต้วนจอมสปอยล์ลูกอ่ะนะที่ตีลูก ถึงจะโกรธแค่ไหนก็เถอะ เขาไม่เคยได้ยินพี่แบมเล่าให้ฟังสักทีว่าพี่มาร์คตีลูกเป็น ไม่ขำนะมุขนี้

“รายนั้นเขาทำใจตีลูกได้ที่ไหน ไม่ว่าลูกจะดื้อขนาดไหนก็เหอะ พี่นี่แหละที่ตี เจคจะได้รู้จักระงับอารมณ์บ้าง พี่มาร์คก็พยายามจะรักษารอยบนหน้าน้องเฟรย์นะ แต่ได้แค่นั้น เท่าที่เห็น นี่จางลงไปเยอะแล้วนะ แผลไม่ยาวแต่ลึกไง เหมือนจิกลงไปแล้วคว้านเนื้อหายไปด้วยน่ะ เก็ทป้ะ”

“โหยแย่เลยอ่ะ แต่ผิวเด็กมันไม่มีเซลล์อะไรขึ้นใหม่ได้เหรอ” ฮันบินเสียดายผิวสวยใสแสนบอบบางของเฟรยาถ้าหากมันมีรอยตำหนิ เรื่องแบบนี้กับเด็กผู้หญิงมันเรื่องใหญ่นะ

“จะบ้ารึไง แผลเป็นก็คือแผลเป็น เด็กก็คนนะ เนื้อที่ไหนหายไปจะงอกขึ้นมาใหม่ได้”

แบมแบมขำกับความคิดของฮันบิน นี่ก็คิดอะไรไม่รู้

“แด๊ด” เฟรยากำจุกขวดนม ปีนลงจากโซฟาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ร้องเรียกพ่อดังลั่น พยายามมองหาพ่อ

ยัยตุ๊กตาฝรั่งตัวน้อยเดินเตาะแตะออกไปตรงประตูห้องนั่งเล่น ถึงจะเด็กแต่เฟรยาก็จำทางในบ้านได้หมด รู้ด้วยว่าของเล่นหรือของกินที่ตนต้องการอยู่ที่ไหน และแด๊ดดี๊ก็คือคนที่เธอมักจะร้องหาประจำ เดินพล่านทั่วบ้านได้หลายรอบจนกว่าจะเจอพ่อ ถ้าพ่อไม่อยู่บ้าน ต้องไปทำงานหลายวัน เวลาตามตัวไม่เจอก็มีงอแงนิดหน่อย

“น้องเฟรย์ แด๊ดดี๊อยู่ในสวนค่ะ” แบมแบมบอกทางให้แกเดินไปเอง เฟรยาหันมามองแม่แล้วเดินออกจากห้องไป

“น้องรู้เรื่องแล้วเหรอ?”

“รู้หมดแหละ แต่ไม่ค่อยพูด” แบมแบมหาวหวอด พิงโซฟา ยกขาขึ้นขัดสมาธิ เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน วันหยุดนี่รบกับเด็กๆ ตั้งแต่เช้าจนเย็น เหนื่อยจะตายแล้ว ไม่รู้เอาพลังที่ไหนมาซนกันนักหนา

“ลูกพี่แต่ละคนนี่ฉลาดเนาะ”

 “โอ๊ย! ไม่ฉลาดได้ไง ตอนท้องบำรุงไปตั้งเยอะ อิตาพ่อก็สรรหาจะเอามาปรนเปรอ พอคลอดก็สรรหาวิธีเลี้ยงอีก ไอคิวน่าจะสูงอยู่แหละมั้ง” แบมแบมไม่ค่อยสนใจตัวเองเท่าไร แค่มีพี่มาร์คก็สบายแล้ว

“ไม่พาไปทดสอบไอคิวหน่อยเหรอ”

“ขี้เกียจ แค่อีคิวไม่แย่ก็พออ่ะ” แบมแบมไม่ได้ยึดติดว่าลูกต้องฉลาดกว่าใคร แค่มีพัฒนาการได้ตามวัยก็พอแล้ว นี่เริ่มบอกพี่มาร์คแล้วเหมือนกันว่าอย่าไปสนใจเรื่องผลการเรียนของลูกให้มากนัก ปล่อยให้แกเรียนอย่างมีความสุข ถึงไม่โดดเด่นกว่าใคร แค่ไม่ติดท็อปท้ายสุดของห้องก็พอ

แต่อาบิเกลและเบนจามินฉลาดอยู่นะ ฟังจากที่พี่เยอึนเล่ามาอีกทีว่าครูชมฝาแฝดตลอด ผลการสอบปลายเทอมน่าจะได้ที่ต้นๆ ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง เห็นสนใจแต่เล่นโน่นนี่กันทั้งวัน

“ผมว่าอีคิวลูกพี่อ่ะดีเวอร์ ออกแนวล้นๆ ด้วย”

“ชม?”

“ชมสิ!” แบมแบมและฮันบินหัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องสัพเพเหระกันสนุกๆ นานๆ จะได้ว่างคุยกันสักที

 

 

 

 

“อื้อหือ โคตรหล่ออ่ะ” แบมแบมเลื่อนดูรูปในโน้ตบุ๊คที่กำลังเปิดเบราเซอร์เว็บไซต์หนึ่งอยู่

เว็บแฟนคลับของพี่มาร์คเองแหละ เขาถ่ายรูปพี่มาร์คชัดดี แบมแบมชอบแอบมาเก็บ

เลือกรูปเด็ดๆ (ที่ขอจากแฟนๆ แล้ว) เอาไปลงโฮมเพจของพี่มาร์ค พี่มาร์คไม่ค่อยอัพ SNS ด้วย แบมแบมเลยเล่นแทนหมด เรื่องของตัวพี่มาร์คเอง หรือตารางงาน พี่มาร์คไม่ค่อยอัพชีวิตตัวเองหรอก อัพแต่เรื่องลูก กับอะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระ บางทีแบมแบมต้องตามลบให้ พี่มาร์คเป็นพวกชอบพิมพ์ทุกอย่างตามที่คิด และนั่นสามารถทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ แบมแบมเลยกรองให้ก่อนเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของสามี

“ยัยก้อนนุ่มนิ่มของพี่ คิดถึงจังเลย” แบมแบมแทบล้มหน้าคะมำไปโขกกับโน้ตบุ๊คเมื่อถูกโถมกอดจากทางด้านหลัง กอดแรง กอดแบบเต็มรักเลยน่ะ

“โอ๊ย! เปลี่ยนคำเรียกเมียได้ทุกวันเนาะ คิดนานไหมก้อนนุ่มนิ่มเนี่ย จะด่าแบมทางอ้อมว่าอ้วนใช่ไหม?” แบมแบมหันไปจิกตาใส่สามีที่คลอเคลียแทบจะรวมร่างกับตนอยู่แล้ว

เดี๊ยะๆ กลับมาไม่ให้สุ้มให้เสียงยังจะมาพูดจากวนกันอีก

นี่อะไร มาถึงไม่ทำอะไรเลย มากอดเลยว่างั้น? ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำก่อนดีกว่าไหม??

“รู้ตัวด้วยเหรอ?”

“พี่มาร์ค!” แบมแบมหยิกแขนที่โอบเอว รู้ว่าเรื่องจริงแต่ไม่ต้องพูดก็ได้ ลูกสี่แล้วนะ พยายามลดน้ำหนักแล้วได้เท่านี้อ่ะ จะเอาอะไรนักหนา

“แบมแบมของพี่อ้วนที่ไหน น่ารักขนาดนี้ นิ่มจัง” ปากพูดไป มือจับไปทั่ว แบมแบมตีมือซนจนมาร์คร้องโอ๊ยหยุดจับ 

“คิดถึงจังเลย” มาร์คหอมแก้มเมียหลายฟอดจนแบมแบมจั๊กจี๋ ยอมหันมาสนใจมาร์ค

“บอกไปแล้วเมื่อกี้นะ”

“บอกอีก” แบมแบมกลอกตาไปมาเมื่อถูกหอมแก้ม ถ้าเริ่มไซ้คอนี่จะตบจริงๆ อ่ะ

รักเมียมากมั้ยล่ะมาร์คต้วน แค่ไม่ได้กลับบ้านวันเดียวจำเป็นต้องคิดถึงขนาดนี้ไหม?

“กินอะไรมาหรือยัง”

“ยังเลย”

“ถอยไปสิ เดี๋ยวไปทำอะไรให้กิน” คุณแด๊ดดี๊กลับมาถึงบ้านก็ปาไปเที่ยงคืน ลูกๆ หลับไปแล้ว จะปลุกพี่เยอึนมาทำอาหารให้ก็ใช่เรื่อง

“เดี๋ยวพี่ไปดูลูกหน่อย คิดถึง”

“อย่าหอมแรงนะ เดี๋ยวลูกตื่น” แบมแบมบอกไว้ก่อน พี่มาร์คชอบทำลูกตื่น ทีนี้ละงานเข้า ยิ่งเฟรยานี่เป็นเรื่องเลย ยัยหนูนอนยาก กว่าจะกล่อมได้ก็เหนื่อย

“รับทราบ!” มาร์คตะเบ๊ะให้แบมแบมแล้วรวบข้าวของที่ถือมาขึ้นชั้นบน แบมแบมลุกไปห้องครัว หาอะไรให้สามีทาน

 

 

 

มาร์คและแบมแบมคุยเรื่องลูกไปพลางๆ ระหว่างแบมแบมทำสลัดให้ บางเรื่องที่แบมแบมเล่าให้ฟังตอนโทรหา พี่มาร์คก็เอามาถามซ้ำอีก มาร์คต้วนคนบ้าลูก  

“แบมแบม”

“ว่าไง” แบมแบมเท้าคางจิบโกโก้ร้อน นั่งเป็นเพื่อนสามีกินมื้อดึก

“มีละครใหม่ พี่จะรับดีไหม” ช่วงหลังๆ มานี้ งานบางงานค่ายก็ถามความเห็นเขาว่าจะเอาไหม บางทีบทที่ได้มามันค่อนข้างน่าตกใจนะ

“ทำไมอ่ะ เขาให้เล่นบทพ่อแล้วเหรอ” แบมแบมลองเดาดู อายุพี่มาร์คไม่ใช่น้อยๆ แล้วป้ะ อายุเขาก็ 29 จะ 30 แล้วอ่ะ พี่มาร์คก็บวกไปอีกห้าปี คิก

“เล่นบทพ่อยังไม่คิดหนักเท่านี้เลยเหอะ”

“แล้วตกลงบทอะไร คนบ้า โจร หรือว่า..

“พอเถอะ อย่าเดาเลย” มาร์ครีบยกมือห้าม

“กินไหม” มาร์คเลื่อนจานไปให้เมีย แบมแบมก็บอกขอคำนึงนะแล้วตักเข้าปาก

“ตกลงว่าได้บทอะไรล่ะ ต้องยากมากแน่ๆ เลย”  พี่มาร์คเป็นคนสู้งานมากนะ ไม่เกี่ยงงานด้วย ได้อะไรมาก็รับหมด มีบทที่เล่นไม่ไหวด้วยเหรอ?

“เด็กไฮสกูล”

พรุ่ด! แบมแบมถึงกับสำลัก หยิบแก้วน้ำแทบไม่ทัน มาร์คจะขำก็ขำไม่ออก

“จริง?”

“อือ”

“พระเอกหรือพระรอง”

“พระเอก”

“บทแบบตัวละครมีพัฒนาการ อายุเพิ่มขึ้น จากเด็กไปโตว่างั้น?”

“เปล่า..” แบมแบมทนไม่ไหวขอขำก่อน ถึงพี่มาร์คจะหน้าเด็กก็ไม่คิดว่าจะเล่นบทนี้ได้นะ

“ขำอะไรเล่า เครียดนะ”

“หนังอาจจะเปรี้ยงอีกก็ได้ เล่นกับใคร”

“จีฮยอน แบมเคยถ่ายแบบให้เธอเมื่อหลายปีก่อนนี่ ใช่ไหม?” แบมแบมพยักหน้ารับ ยังอมยิ้ม

“อ๋อออ ใช่ๆ เคยร่วมงานกัน เธอน่ารักมากนะ นิสัยดี ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร”

“อย่างนั้นเหรอ แต่เธอเล่นบทที่แก่กว่าไง..” มาร์คคิดหนัก

“เอาเหอะ เธอต้องเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมากแน่ๆ ลองดู ไฟท์ติ้ง! ลองไปแคสบทวันไหนล่ะ”

“ถ้ารับก็อาทิตย์หน้าแหละ”

“ก็ไม่นานนี่”

“พระรองคือฮงจงฮยอน”

“อะไรนะ!” มาร์คยักไหล่ ทำไงได้ ต้องโคจรมาเจอกันนี่

ฮงจงฮยอนน่ะเคยให้สัมภาษณ์แทบจะทุกรายการว่าเขาปลื้มชเว ยองแจมาก ตอนแรกๆ ก็บอกว่าในฐานะนักร้อง แต่พอสองสามปีหลังมานี่ถ้ามีคนถามว่าคนในสเป็คเขาเป็นแบบไหน จงฮยอนมักจะบอกเสมอว่าประมาณชเว ยองแจจนแฟนคลับรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง หลายคนที่ชื่นชอบจงฮยอนยังลุ้นให้เวลาจงฮยอนออกรายการวาไรตี้ ให้เชิญยองแจไปออกด้วย จงฮยอนจะได้เจอคนที่ปลื้มมานานสักที

 “วงการนี้นี่มันวุ่นวายจริงๆ” แบมแบมเหนื่อยละ คงไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก พี่มาร์คไม่ใช่พี่แจ็คสัน เจอจงฮยอนไปก็เท่านั้น ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกมั้ง

“พี่พยายามจะไม่อคตินะ”

“พี่ไม่ได้มีเรื่องอะไรกับเขา จะไปอคติกับเขาทำไม”

“พี่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาชอบยองแจ แล้วยองแจก็เป็นแฟนน้องชายพี่นะ”

“อ่า..มันก็นะ” แบมแบมไม่รู้จะพูดอะไรดี เข้าใจพี่มาร์คนะ

“พี่ว่ายองแจควรแถลงข่าวได้แล้ว ทำไมไม่ทำสักทีไม่รู้”

“มันต้องอาศัยเวลาตัดสินใจหน่อย ทำอย่างกับตอนเราตัดสินใจง่ายนักนี่”

“พี่พร้อมจะบอกตลอดแหละ อยู่ที่ใครล่ะที่ไม่ยอมบอก”

“โอเค ยอม” แบมแบมยกมือยอมแพ้ เพราะตอนนั้น คนที่รอเวลา ไม่อยากให้พี่มาร์คออกจากวงการก็คือตัวเขาเอง

“ยอมจริงเหรอ?” มาร์คยิ้มกรุ้มกริ่ม แบมแบมกลอกตา ทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง

“เออพี่มาร์ค แบมมีเรื่องจะถาม”

“อะไรเหรอ”

“พี่ได้เจอซูฮยอคหรือยัง” มาร์คหักแครกเกอร์ส่งเข้าปาก คิ้วขมวด

“ไม่นะ ยังไม่ได้เจอ แต่รู้ข่าวแล้วว่ามันกลับมาจากเมืองนอกสักพักละ หมดสัญญากับโมเดลลิ่งแล้วมาต่อสัญญาที่บริษัทเกาหลี ทำไมเหรอ”

“เดือนที่แล้วแบมถ่ายรูปให้เขาน่ะ เอเจนซี่เขาเจาะจงว่าต้องแบม” คิ้วหนายิ่งผูกแน่นกว่าเดิม เคี้ยวช้าๆ เหมือนจะให้ขนมแหลกละเอียด แบมแบมใจแป้วเมื่อสามีเงียบไป

“คุยอะไรกันมั่ง”

“ทักทายทั่วไป ยัยหนูก็อยู่ด้วย”

“งั้นเหรอ”

“โกรธไหม?”

“ไม่หรอก มันเป็นงานนี่” มาร์คฝืนยิ้ม พยายามไม่คิดอะไร เพราะแค่ร่วมงานกันเท่านั้น แบมเป็นช่างภาพ ซูฮยอคเป็นนายแบบ ยังไงก็ต้องได้เจอกัน และอาจจะบ่อยด้วย

แบมแบมถอนหายใจ โล่งอก แต่รอยยิ้มกลับเลือนลงเมื่อสามีเอ่ยประโยคถัดมา

“แต่พี่ขอแค่เจอกันเพราะงานเท่านั้น มันจะตีสนิทหรืออะไรก็อย่าไปสนใจ เข้าใจไหม?”

“อื้อ แน่นอน”

“ห่างกับมันไว้แล้วกัน”

“เขาคงไม่มีอะไรหรอก เขาก็รู้ว่าพี่กับแบมแต่งงานกันแล้ว”

“พี่ไม่อยากให้ครอบครัวเรามีปัญหามือที่สาม พี่ไว้ใจแบม แต่พี่ไม่ไว้ใจมัน แบมแบมเคยเจอมันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่พี่เห็นมันมาตั้งแต่เข้าวงการ พี่รู้จักมันดีกว่าแบม อ้อมีอะไรควรบอกพี่เร็วกว่านี้นะ ไม่ใช่เก็บไว้สักพักแล้วค่อยมาบอก”

มาร์คหมดอารมณ์จะกิน เมื่อก่อนซูฮยอคเคยชอบแบมแบม แต่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้จะเปลี่ยนไปหรือยัง ไม่ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน เขาก็ขอระแวงไว้ก่อน

“ขอโทษ เพราะรู้ว่าบอกแล้วพี่จะเป็นอย่างนี้ไง เลยไม่อยากจะบอก” แบมแบมก้มหน้าสำนึกผิด

“พี่จะเป็นแบบไหนก็ควรจะบอก” มาร์คยกจานไปล้างที่อ่างล้างจาน ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ล้างเสร็จก็ขึ้นไปชั้นบนเลย

แบมแบมฟุบลงกับโต๊ะอาหาร ถอนหายใจเฮือก

งอนแล้วล่ะ ทำไงดี พี่มาร์คนี่จริงๆ เลย ไหนบอกไม่โกรธไง ไม่โกรธแต่งอนเหรอ

ฮือขึ้นไปง้อก็ได้ ถ้าไม่หายเขาจะงอนแทนซะเลย

 

 

 

 

“ฝันดีนะนิวเยียร์” ยูคยอมคุกเข่าข้างเตียงของลูกชาย ก้มลงจูบที่หน้าผากเขาเบาๆ

ทำงานกลับมาไม่เคยทันเวลาลูกเข้านอน ยูคยอมทำได้แค่บอกฝันดีตอนแกอยู่ในนิทราแล้วเท่านั้น

ยูคยอมขยับผ้าห่มให้ลูกชาย ลูบผมแกเบาๆ แล้วออกจากห้องนอนนิวเยียร์ เดินไปเคาะประตูห้องทำงานของพี่คุณ

“พี่คุณมีเวลาคุยกันหน่อยไหมครับ” ยูคยอมเปิดประตูเข้าไปถามเบาๆ นิชคุณที่กำลังยืนเอามือยันโต๊ะทำงาน มองแบบร่างของลูกน้องเงยหน้ามองภรรยา เมื่อเห็นยูคยอมก็เปลี่ยนสีหน้าจากเคร่งเครียดเป็นยิ้มให้

“ได้สิ จะคุยอะไรเหรอ” ยูคยอมเดินเข้าไปในห้อง ปิดประตูตามหลัง เดินไปนั่งที่โซฟาตรงชั้นวางหนังสือ

“ผมไปหาพ่อมาน่ะ” นิชคุณหันไปมองภรรยา เลิกคิ้ว แปลกใจมากกับคำบอกเล่าของยูคยอม

“พ่อเราน่ะเหรอ? ไปทำไม?” ยูคยอมถอนหายใจ ก้มมองพื้น

“ผมไปเจอพ่อมา เป็นอาทิตย์แล้ว ผมคิดว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพี่ แต่แบมแบมให้ลองมาคุยก่อน”

“เรื่องอะไร เราติดต่อกับพ่อทำไม”

“ก่อนหน้าที่จะไปหาพ่ออันแจฮยอนไปหาผมที่ร้าน” ยูคยอมเงยหน้ามองพี่คุณ สีหน้าและแววตาหม่นหมองจนนิชคุณใจไม่ดี

“อันแจฮยอนคนที่พ่อของยูคยอมตั้งใจจะให้..

นิชคุณไม่กล้าพูดจนจบ เพราะแค่นึกถึงชื่อนี้เมื่อหลายปีก่อนเขาก็กลัวแล้ว กลัวว่าจะเสียยูคยอมไปให้ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่พ่อแม่ของยูคยอมเต็มใจจะรับเป็นเขย ต่างจากเขา

ยูคยอมพยักหน้า น้ำตาคลอ กุมมือทั้งสองเข้าหากันแน่น

“เขาบอกว่า..ว่าบ้านผมและบ้านเขาตกลงกันเรื่องหมั้นหมายเรียบร้อยแล้ว ผมเลยต้องไปคุยกับพ่อ พ่อตั้งใจจะให้ผมกลับบ้านแล้วแต่งงานกับแจฮยอน”

เมื่อยูคยอมเล่าจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ นิชคุณอึ้งจนพูดไม่ออก รู้สึกว่านี่อาจจะไม่ใช่ความจริง ภรรยาอาจจะกำลังล้อเขาเล่นอยู่..

“ผมจะทำยังไงดี..พ่อทำอะไรไปโดยไม่คิดถึงความต้องการของผมเลยสักนิด” ความเศร้าและความเจ็บปวดของยูคยอมนั้นไม่ต่างจากเมื่อหลายปีก่อน นิชคุณก้าวเข้าไปหาภรรยาแล้วสวมกอดเขาไว้

“ไม่เป็นไรพี่จะไม่ยอมให้พ่อพรากเราสองคนจากกันหรอก”

“ผมเป็นห่วงนิวเยียร์..ฮึกพ่อพูดถึงแกด้วย พ่อบอกว่าจะไปหาแกที่โรงเรียน” ยูคยอมกอดเอวสามีไว้แน่น ห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะกล้าบอกพี่คุณ

“นิวเยียร์ก็เป็นหลานคนหนึ่ง พ่อคงไม่กล้าทำอะไรแกหรอก ไม่เป็นไรนะ ตราบใดที่พี่ยังอยู่ พี่จะปกป้องยูคยอมกับลูกเอง อย่าร้องเลยคนดี” นิชคุณเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของยูคยอม

เขารู้สึกแย่และโกรธมากที่พ่อของยูคยอมทำอย่างนี้ ทำร้ายจิตใจของยูคยอมอีกแล้ว

ตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกัน เขารู้ว่ายูคยอมยังคงเสียใจเรื่องพ่อ เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าดูแลยูคยอมและลูกอย่างดี ทำให้ทั้งสองคนมีความสุขที่สุดเท่าที่ผู้ชายธรรมดาอย่างเขาจะทำให้ได้

ยูคยอมไม่เคยบ่นหรือน้อยใจที่ไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวตัวเองได้ ไม่เคยพูดอะไรให้เขาเสียใจ ว่าเขาน่ะเป็นสาเหตุที่ทำให้ยูคยอมต้องออกจากบ้าน ยูคยอมเลือกเขา และอยากให้เขาจำเอาไว้แค่นั้น

แต่ทุกครั้งที่ลูกเผลอพูดถึงเรื่องครอบครัวของแม่ เขาแอบเห็นเด็กคนนี้ร้องไห้ทุกครั้ง น่าสงสาร แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างมันดีไปกว่านี้

เรื่องทัศนคติของคนเปลี่ยนยากยิ่งกว่าอะไรในโลก พ่อของยูคยอมเกลียดเขา นี่คือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ยูคยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรัก เขามีหน้าที่ให้ความรักทดแทนในส่วนที่ยูคยอมเสียไป แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่ามันจะเพียงพอหรือเปล่า

“อย่าร้องเลยนะ ทุกปัญหามีทางแก้ พี่จะพยายามหาทางให้เราได้อยู่ด้วยกันตลอดไป เชื่อพี่นะ”

นิชคุณเช็ดน้ำตาให้ภรรยา ทั้งรักและสงสารเขาจับใจ และตอนนี้เขาก็กลัวด้วย

กลัวว่าจะเสียยูคยอมไป กลัวว่าจะมีอะไรสักอย่างทำให้เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ไม่ได้

ยูคยอมจับมือสามีไว้ พยักหน้า ยินดีที่จะเชื่อมั่นในตัวพี่คุณ รับรู้ว่าพี่คุณเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

 

 

 

 

“พี่คุณไหวไหม..” แบมแบมจับมือพี่ชายเอาไว้ นิชคุณเหม่อมองไม้กระถางแสนรักของน้องชาย พยักหน้ารับช้าๆ

นิชคุณรอจนยูคยอมหลับแล้วถึงเดินมาบ้านน้องชาย เล่าเรื่องทุกอย่างให้แบมแบมฟัง

ถึงโดนปลุกกลางดึกแบมแบมก็เต็มใจที่จะคุยด้วยเสมอ

“พี่เอายูคยอมมาทรมานหรือเปล่าวะแบม” นิชคุณรำพึงออกมาเบาๆ

“ทำไมพี่พูดแบบนั้น” ได้ยินแบบนี้แล้วแบมแบมไม่สบายใจเลย

“เขาแลกครอบครัวตัวเองกับพี่นะ” ยูคยอมรักเขามาก เขาดีใจ และเขาเองก็รักยูคยอมมาก แต่เขาก็รู้สึกผิดเช่นกัน รักของเขาคือการเห็นยูคยอมมีความสุข ถ้ายูคยอมทุกข์ใจเขาจะมีความสุขได้ยังไง

“นั่นเพราะมันรักพี่ และมันก็มีนิวเยียร์ด้วย อย่าคิดอะไรบ้าๆ ไอ้มี่รู้เสียใจตายเลย”

“ทำไมพ่อของยูถึง..ถึงรังเกียจพี่เข้าไส้ขนาดนี้วะ” นิชคุณทนไม่ได้จริงๆ ทั้งที่ยูคยอมเป็นภรรยาเขา และเรายังมีลูกด้วยกัน แต่ทำไมพ่อของยูคยอมถึงเอาผู้ชายคนอื่นมายัดเยียดให้ลูกตัวเอง

อคติของตัวเองสำคัญกว่าความสุขของลูกอย่างนั้นเหรอ? คิมจินฮีเป็นพ่อประเภทไหนกัน

“เราไม่สามารถทำให้คนทั้งโลกรักเราได้..แค่คนสำคัญของพี่รักพี่ก็น่าจะพอแล้วนี่ ไอ้มี่กับลูกรักพี่มากนะ อยากร้องไห้ไหม ร้องได้นะ จะได้หายอึดอัดบ้าง” แบมแบมอ้าแขนออก พยักหน้าให้พี่ชายเข้ามาหา

นิชคุณลูบผมน้องชาย ตื้นตันใจที่แบมแบมอยู่ข้างเขาเสมอ วงแขนสวมกอดน้องชายไว้แน่น

แบมแบมถอนหายใจ สงสารพี่ชายมาก

ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไม่สามารถเข้าใจความเจ็บปวดของอีกฝ่ายได้ทั้งหมด แค่กอดเอาไว้เฉยๆ ก็พอ

เรื่องนี้จะพึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ ยูคยอมไม่อยากให้เกิดปัญหาจนแตกหักไปมากกว่านี้ ยอมอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่พ่อและแม่เต็มใจจะช่วย ถ้าคุณนาคินทร์เจอคุณจินฮี คงได้พังกันไปข้าง

แบมแบมลูบหลังพี่ชาย ตบเบาๆ ปลอบประโลม ความอบอุ่นจากคนในครอบครัวทำให้นิชคุณรู้สึกดีขึ้น เหมือนได้เยียวยาจิตใจ ความรู้สึกแบบนี้ยูคยอมก็คงโหยหามันจากครอบครัวตัวเองเหมือนกัน

“ขอบใจนะแบม” ได้ยินเสียงอ่อนแรงของพี่ชายแล้วแบมแบมอยากจะร้องไห้ แต่ต้องอดทนไว้ ตอนนี้พี่คุณต้องการกำลังใจ ถ้าเขาร้องไห้ใครจะปลอบพี่ได้ล่ะ ในเมื่อเวลานี้ เรามีกันอยู่แค่นี้

“เราเป็นพี่น้องกันป้ะวะ อยากกอดเมื่อไรพี่ก็มาหาฉันได้เสมอแหละ ฉันรักพี่นะ”

นิชคุณซบหน้ากับบ่าบาง กอดน้องชายแน่นๆ แทนคำขอบคุณ

 

 

 

 

“พี่มาร์คตื่นหรือยังเนี่ย ทำตัวให้สดชื่นหน่อยสิ” แบมแบมขยี้ผมคนที่เดินงัวเงีย หน้าสดและบวมเชียว มาร์คต้วนเวอร์ชั่นเพิ่งตื่นนอนก็แบบนี้แหละ  

“อือ พยายามอยู่นะ” มาร์คเสยผมยุ่งๆ ไม่เป็นทรงแล้วเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่ง

แบมแบมต้องออกไปสตูดิโอเช้ากว่าทุกวันเพราะต้องไปส่งสามีที่กองถ่ายก่อน รถพี่มาร์คเสีย เข้าอู่อยู่ พี่เนียร์ก็ไม่สบาย วันนี้พี่มาร์คโดดเดี่ยวมากอ่ะ

คนขับส่งกล่องมื้อเช้าที่พี่เยอึนทำมาเผื่อตนให้สามี มาร์คหยิบแซนวิชทูน่าขึ้นกัด

“แอมแอม”

“แอมแอมนี่ใคร” แบมแบมขำคนที่ของกินเต็มปากยังอยากจะคุยด้วยอีก

“เอียอี้ไอ”

“จ้ะ กินก่อนเหอะค่อยคุย” แบมแบมวางขวดน้ำในช่อง พี่มาร์คจะได้หยิบง่าย ได้เวลาออกจากบ้านไปทำงานกันสักที

“เมื่อคืนพี่คุณเป็นไงบ้าง” มาร์คอยากถามตั้งแต่เมื่อคืน แต่พอแบมแบมส่งพี่ชายกลับบ้านไปแล้วก็ปลุกเขาขึ้นฟังเสียงร้องไห้ของเจ้าตัวจนเขาไม่กล้าถามอะไร กว่าจะปลอบคนอ่อนไหวให้หลับต่อได้ก็นาน

“แย่มาก แต่น่าจะตั้งหลักได้แล้วล่ะ” แบมแบมถอนหายใจเฮือก แล้วก็เงียบไป

“แบม เนียร์บอกว่าร้านเสื้อโทรมาว่าไปเอาชุดได้แล้วนะ” มาร์คเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้เมียคิดมาก 

ชุดที่มาร์คหมายถึงชุดที่จะใส่ไปงานแต่งงานของเพื่อนในวงการอย่างเบซูจี และที่มีของแบมแบมด้วยก็เพราะงานนี้จะควงเมียออกสื่อ  มีภรรยาน่ารักก็ต้องพาไปงานบ้างสิเนอะ นักข่าวไปเพียบ เพื่อนในวงการก็ไปกันเยอะ เขาจะไปคนเดียวโดดเดี่ยวได้ยังไง

“เดี๋ยววันนี้แบมไปเอาให้ มันเสร็จเรียบร้อยพร้อมไปเอาตอนไหนก็ได้ใช่ไหม?”

“อือ เสร็จหมดแล้วทั้งของพี่ของแบมเลย”

“ได้ๆ เที่ยงๆ แบมมีเวลาว่างอยู่แป๊บนึง จะขับรถไปเอาละกัน” วันนี้ก็ต้องทำหน้าที่บริการคุณชายเขาล่ะนะ

มาร์คป้อนแซนวิชให้แบมแบมช่วยกันกิน เช้าจัดกินอะไรไม่ค่อยลง แต่ก็ต้องกินเพราะเป็นโรคกระเพาะอยู่ ไม่กินอะไรให้ตรงเวลาบ้างเดี๋ยวแบมแบมด่าเอาอีก

“ไม่เอา แบมกินกาแฟมาแล้ว กินเข้าไปให้หมดเลย” แบมแบมดันมือสามีออก

“อิ่ม”

“ยังไม่ถึงครึ่งเลยอิ่มได้ไง กินเข้าไปซะ” แบมแบมยัดแซนวิชเข้าปากพี่มาร์คได้อีกคำ

“พักก่อน” มาร์คเก็บของกิน มองข้างทาง รถผ่านไปมาให้ขวักไขว่ไปหมด ช่วงเวลาทำงานก็แบบนี้

“พี่นี่จริงๆ เลย กินยาซะเลยสิ เดี๋ยวลืมอีก” พอแม่ของลูกพูดแบบนั้น มาร์คก็เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังมาเปิดหายาที่เมียหามาใส่ไว้ให้

            “นี่อะไร” มาร์คเปิดแฟ้มในรถเมียดู หาอะไรอ่านแก้เบื่อแล้วเจอเอกสารของทางโรงเรียนจาคอบ

“เออ แบมลืมไปสนิทเลยว่าต้องเซ็นให้ลูกอ่ะ พี่เซ็นทีสิ”

แบมแบมงานยุ่งนะ ได้อะไรจากลูกมาก็คิดว่าเดี๋ยวทำไว้ให้ แต่ลืมทุกที จาคอบก็ไม่ทวงเลย แต่ที่จาคอบเอามาให้แม่เพราะรู้ว่าพ่อไม่ค่อยว่างนี่ล่ะ ถึงพ่อจะความจำดีกว่าแม่ก็เถอะ

“ต้องเอาไปให้พรุ่งนี้นี่นา..” มาร์คอ่านรายละเอียดแล้วเปิดกระเป๋าหาปากกา

“พักนี้ชักลืมบ่อยนะแบม เป็นอะไรรึเปล่า”

“แบมจะเป็นอะไรเล่า ไม่เป็นอะไรสักหน่อย แค่ลืมนิดลืมหน่อย ใครๆ ก็เป็นป้ะ เซ็นแล้วเก็บใส่ที่เดิมนะ”

“เอาติดตัวมาทำไม ไม่เอาไว้ที่บ้านล่ะ”

“ตอนที่จาคอบให้แบม มันเป็นตอนอยู่บนรถนี่” แบมแบมแก้ตัว ที่จริงลืมเอาเข้าบ้านต่างหาก

“แปะไว้กันลืมละกัน” มาร์คเขียนโพสต์อิทที่เจอในกระเป๋าแบมแบม แล้วดึงออกมาแปะหน้าแฟ้มให้ว่า อย่าลืมเอกสารจาคอบนะ

“เออ ร้านเสื้อที่พี่จะให้แบมไปเอานี่ที่ไหนนะ”

“แถวอัพกูจองไง พี่บอกแบมไปเมื่อวานนี้เองนะ”

“อ่า..เหรอ”

“ร้านที่แบมเพิ่งจะถ่ายแฟชั่นโชว์ให้ไงล่ะ นี่ลืมแล้ว?”

“เปล่า แค่ถามให้แน่ใจ”

“ลืมก็บอกมาเถอะ” มาร์คแซว แบมแบมหัวเราะ

 

 

 

 

“นิวเยียร์! ใครอ่ะ พี่ชายเหรอ” เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งมาจับมือเพื่อนร่วมห้องแล้วเงยหน้ามองคนที่มาส่งนิวเยียร์พร้อมป๊า

“เปล่า ออมม่าเราเอง” นิวเยียร์บอกเพื่อนเสียงสดใสอย่างมีความสุขที่แม่มาส่งที่โรงเรียน

เพื่อนหลายคนชอบล้อนิวเยียร์ว่าโกหกที่มีออมม่า บอกว่านิวเยียร์มีป๊าแค่คนเดียว

“เอ๊ะ?! มีออมม่าจริงๆ ด้วย!” เจ้าเด็กที่ท่าทางแสบซนตะโกนออกมาจนยูคยอมแปลกใจ หันไปมองพี่คุณที่ยืนขำกับท่าทางตื่นตกใจของเพื่อนต่างห้องลูกชาย

เด็กคนนี้เขาเห็นอยู่กับนิวเยียร์บ่อยๆ

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะครับ” ยูคยอมนั่งลงตรงหน้าเด็กชายตัวเล็กน่ารัก มีแววหล่อแต่เด็กเลย เขายิ้มให้แก เด็กชายหน้านิ่ว

“เป็นผู้ชายทำไมเป็นออมม่า”

“ไม่เคยได้ยินว่าผู้ชายเป็นออมม่าได้เหรอ”

“เคยฮะ เป็นผู้ชายทำไมน่ารักล่ะ” ยูคยอมหัวเราะขำ เอ็นดูเจ้าเด็กช่างสงสัย ย่อกายนั่งลงคุยด้วย

“ชื่ออะไรครับ อยู่ห้องเดียวกับนิวเยียร์เหรอ?”

“ยุนฮยอง อยู่คนละห้องกัน”

“อย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นเพื่อนของนิวเยียร์ อาจะให้ขนมนะ”

“จริงเหรอ?”

“จริงสิ เดี๋ยวนะ น่าจะยังมีอยู่” ยูคยอมหาลูกอมนมรสสตอเบอร์รี่ทำเองที่น่าจะมีอยู่ในกระเป๋า

“อ้ะนี่จ้ะ อาทำเองนะ”  

“ขอบคุณฮะ นิวเยียร์บอกว่าออมม่าเปิดร้านขนม” ขนมกับเด็กเป็นของคู่กัน

“ใช่แล้วล่ะ”

“ออมม่าทำขนมอร่อยๆ มาให้กินที่โรงเรียนด้วย” นิวเยียร์อวด กอดออมม่า ยูคยอมหันไปลูบผมลูกชายแล้วหอมแก้มแกเบาๆ นิวเยียร์หัวเราะคิก มีความสุขเชียว

ยุนฮยองมุ่นคิ้ว มองสองแม่ลูกเขม็ง

นิชคุณแปลกใจที่เห็นว่าเพื่อนลูกชายมองภรรยาและลูกตนด้วยความอิจฉา

เอ๊ะ? หรือว่าเขาจะตาฝาด?

“ไปกันเถอะ! ยุนฮยองเดินเข้าไปดึงนิวเยียร์ให้ไปห้องเรียนด้วยกัน ยูคยอมลุกขึ้นยืน มองตามลูก

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกยูคยอม ที่นี่มีความปลอดภัย คุณครูก็ดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี กลับกันเถอะ”

นิชคุณปลอบคนรัก เพราะรู้ว่ายูคยอมเป็นห่วงลูก

เขาอยากไปคุยกับพ่อยูคยอมให้รู้เรื่องด้วยซ้ำ แต่ติดที่ยูคยอมเคยห้ามเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

ตัดขาดไปแล้วยังจะมาทำลายครอบครัวคนอื่นเขาอีก คนอย่างนี้ถ้าไม่ใช่พ่อของยูคยอมเขาคงไม่อยู่เฉยแน่ เขารู้นิสัยของภรรยาดี ต่อให้จะโดนพ่อทำร้ายสักแค่ไหน คิมยูคยอมก็ยังรักคิมจินฮี

ต่อให้คุณจินฮีตัดยูคยอมออกไป ยูคยอมก็ยังหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะยอมรับเขาและนิวเยียร์ เขาอยากบอกภรรยาเหลือเกินว่า วันนั้นมันอาจจะอีกยาวนานจนเกินจะรอ

หรือมันคงไม่มีวันนั้นเลย

ยูคยอมยกมือโบกให้ลูกชายที่ยังหันมามองแม่อีกครั้งก่อนวิ่งไปกับเพื่อน

“ไปเถอะครับ” ยูคยอมตั้งใจว่าจะมารับส่งลูกด้วยตัวเองเพื่อความสบายใจ

เขารู้ว่าพ่อเป็นคนที่พูดแล้วทำจริง

 

 

 

 

“อ๊ะ

“อ่าวไอ้แบม เดินดีๆ สิ เดี๋ยวนี้ซุ่มซ่ามจังเลย” บอสบีรีบเข้าไปพยุงคนที่ชนเข้ากับกล่องกระดาษ กล่องมันก็อยู่ของมันดีๆ ยังอุตส่าห์เดินไปชนอีก

“แหะขอโทษนะบอส ยังไม่ล้มๆ” แบมแบมจับกล่องใส่ของไว้ดีๆ ของในสตูดิโอเริ่มเยอะ หลายปีแล้วบอสยังไม่คิดจะจัดการกับข้าวของเลย ห้องพักเลยมีของมาสุมๆ เพิ่มไว้เกะกะไปหมด บางทีแบมแบมก็อยากจะหาคนมาช่วยรื้อของไม่ใช้แล้วเอาไปขายทิ้งบ้างนะ นี่ที่ทำงานหรือกองขยะก็ยังไม่แน่ใจ

 “กินข้าวมายัง มากินข้าวก่อนมา”

“อ่ากินกาแฟมาแล้วอ่ะบอส ไม่กินแล้วล่ะ ยังไม่หิว”

“เฮ้ยไม่ได้ๆ วันนี้ถ่ายยาวว่ะ กินก่อน เดี๋ยวไม่มีเวลา” ช่างภาพทั้งสองนั้นงานเยอะยิ่งกว่าของในสตูดิโออีกบอกเลย

“ไม่ค่อยอยากกินอ่ะ” แบมแบมมองบอสที่อ้าปากกว้างกินข้าวกล่องฝีมือเมียแต่เช้า รู้ได้ยังไงน่ะเหรอว่าฝีมือพี่จินยอง ก็กล่องข้าวลายหวานแหววนี่ไง

“เป็นอะไร”

“เบื่อๆ” แบมแบมนอนราบไปกับโต๊ะ มึนหัวเล็กน้อย อยากนอน เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน

“มาอีกละอารมณ์นี้ ติสไปไหนวะ”

“ติสคือใคร ไม่รู้จัก ถามหามันทำไม มันไปไหนจะรู้ไหม?” แบมแบมกวนประสาทบอส แจบอมเอื้อมมือมาตบหัวไปทีหนึ่งข้อหาเกรียนแต่เช้า แบมแบมหัวเราะ

แจบอมโยนพายไก่ให้ลูกน้องไปชิ้นหนึ่งแล้วลุกไปชงเครื่องดื่มร้อนๆ ที่มุมเครื่องดื่ม

แบมแบมจำต้องแกะห่อบิพายชิ้นเล็กๆ เข้าปากไปชิ้นหนึ่ง หลับตาลงครู่หนึ่งก็หยิบกระเป๋ามาเปิดหาขวดยาสีขาวที่บรรจุยาแก้ปวดของตน

“อ่า” หมดซะแล้ว ทำไมหมดไวจัง “บอสมียาแก้ปวดหัวไหม?”

“มีสิ จะเอาป้ะล่ะ”

“ขอสองเม็ดดิ”

“ปวดหัวเหรอ ไหวไหม?”

“ไหว แค่มึนๆ อ่ะ”

“ถ้าไหวไม่ต้องกินก็ได้นะ ยาแก้ปวดกินมากไม่ดีหรอก ช่วงนี้เห็นกินบ่อยจัง” แจบอมเป็นห่วง แบมแบมทำปากยื่น

“กินแล้วมันไม่ค่อยดีขึ้น ก็เลยต้องกินซ้ำนี่นา” แบมแบมลุกเดินไปหาบอส แบมือขอยากินหน่อย บอสชี้ไปที่กระเป๋าเป้ให้ไปหาเอาเอง

“ไปหาหมอ”

“ไม่อ่ะ คงจะไมเกรน”

“เครียดอะไรนักหนา”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

“ทะเลาะกับมาร์ค?”

“บ้าเถอะ ชีวิตคู่มีความสุขดี ไม่ต้องรีบแช่ง” แจบอมหัวเราะเมื่อแบมแบมหันมาค้อนใส่

แบมแบมส่งยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม คิดว่ามีเวลาอาจจะต้องไปหาหมอสักหน่อย ปวดหัวมากๆ แล้วทำงานได้ไม่เต็มที่เลย

 

 

 

 

“นิวเยียร์..มีคนมาหาจ้ะ” คุณครูคนสวยร้องบอกเด็กชายผิวขาวหน้าหวานที่กำลังระบายสีในกระดาษวาดรูป เด็กน้อยเงยหน้ามองคุณครูทั้งที่กำสีเทียนเอาไว้แน่น

“ใครเหรอฮะ”

“คุณตาจ้ะ”

“คุณตา?!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ทิ้งสีเทียนลงบนโต๊ะสีสดใสแล้วลุกไปจับมือคุณครูทันที

“คุณตาจริงๆ เหรอฮะ!” ทำไมคุณตามาหานิวล่ะ!

“จริงสิจ๊ะ ไปเถอะ” คุณครูบีบแก้มใสด้วยความเอ็นดูจูงมือแกออกจากห้องเรียน

พอไปถึงห้องรับรองที่ทางโรงเรียนมีไว้ต้อนรับผู้ปกครอง นิวเยียร์ก็มองไปรอบห้องอย่างตื่นเต้น ดีใจที่จะได้เจอคุณตา

คุณตาไม่ต้องทำงานเหรอ ไม่ได้อยู่ไกลๆ แล้วเหรอ คุณตาถึงมาหานิว

ชายกลางคนที่นั่งรออยู่บนโซฟายันตัวยืนขึ้น มองเด็กชายตัวผอมบางเพราะสูงโปร่ง ผิวขาวละเอียด ตากลม ดวงหน้าเรียวเล็กที่แทบจะถอดแบบมาจากพ่อไม่ผิดเพี้ยนทำให้จินฮีคิ้วขมวด แต่พอสบกับดวงตาสดใสที่มองเขาอย่างตื่นเต้น จินฮีก็ทำใจแข็งต่อไปไม่ได้ เพราะมันเหมือนยูคยอม

 “สวัสดีนราธิป” ร่างสูงใหญ่ที่ยังสง่าเดินเข้าไปใกล้หลานชายคนเล็ก หุ่นสมส่วนกำยำซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนและกางเกงสีดำ ดูดีตั้งแต่หัวจดเท้า

“คุณตาเหรอฮะ?” นิวเยียร์เอียงคอมองคนแปลกหน้า พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าพร้อมยิ้มอย่างใจดีมาให้ นิวเยียร์ก็ยิ้มตอบ

รอยยิ้มหวานที่แสดงความยินดีออกมานั้นทำให้จินฮีนึกถึงลูกชายคนเล็ก ยูคยอมก็เคยเป็นเด็กดีและน่ารักแบบนี้ แต่โตมากลับเปลี่ยนไป นอกคอก

“ใช่แล้วล่ะ มาสิ มากอดหน่อย” จินฮีย่อกายลงอ้าแขนออก รอให้หลานชายมาหา

นิวเยียร์ลังเล ก่อนเดินไปหาจินฮีอย่างกลัวๆ และขัดเขินนิดหน่อย เพราะไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน

“ผอมจังเลย พ่อแม่เลี้ยงไม่ดีรึไง” จินฮีโอบกอดหลานชายเอาไว้ จากสายตาที่คาดคะเนก็ว่าแกผอมแล้วนะ พอได้กอดกลับรู้สึกว่าแกตัวบางกว่าที่เห็นเสียอีก

จินฮีอดเหน็บแนมไม่ได้ แต่นิวเยียร์ไม่รู้ เด็กน้อยรีบแก้ตัว

“เปล่าฮะ นิวกินน้อยเอง” ป๊าชอบดุนิวเรื่อยว่ากินข้าวไม่หมดอ่ะ

“อย่างนั้นเหรอ ต่อไปต้องกินเยอะๆ นะ”

“ฮะ คุณตาว่างเหรอฮะ”

“หืม?”

“ป๊าบอกว่าคุณตาต้องทำงาน อยู่ไกลมากๆ ไกลกว่าไทยอีก นิวไปหาไม่ได้ คุณตาไม่ต้องทำงานแล้วเหรอ” เด็กน้อยช่างสงสัย พูดเก่ง จินฮีคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำว่าป๊าจากปากหลานชาย

“วันนี้ว่างก็เลยมาหาน่ะ”

“คุณตาจะไปบ้านนิวมั้ยฮะ ออมม่าต้องดีใจมากๆ แน่เลย”

“ดีใจอย่างนั้นเหรอ ทำไมล่ะ”

“นิวเห็นออมม่าร้องไห้บ่อยๆ ฮะ”

“ทำไมออมม่าต้องร้องไห้ล่ะ” จินฮีสงสัย

“ป๊าบอกว่าออมม่าคิดถึงคุณตาคุณยาย ป๊าไม่ให้นิวพูดถึงคุณตากับออมม่าด้วย ออมม่าจะเสียใจ”

“เหรอ..” จินฮีถอนหายใจ รู้สึกโหวงๆ ในอก คิดว่านิวเยียร์คงไม่ได้โกหก ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเล่าเรื่องที่ไม่จริงให้ตาที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกฟัง

“คุณตาดุออมม่าเหรอฮะ”

“หือ? ป๊ากับออมม่าเล่าอะไรให้นิวเยียร์ฟังอย่างนั้นเหรอ?” จินฮีคิ้วขมวด ในใจคิดไปด้วยอคติว่าพ่อของนิวเยียร์อาจจะว่าร้ายเขา หรือยูคยอมอาจจะเล่าอะไรให้ลูกฟัง

“เปล่าฮะ นิวก็ร้องไห้ตอนที่ออมม่าดุและตีนิวด้วย ออมม่าร้องไห้เพราะคุณตาดุออมม่าเหรอฮะ”

ตอนที่นิวดื้อ ออมม่าก็ดุและตีเหมือนกัน แต่ออมม่าจะมากอดนิวและขอโทษตลอดเลย

” พอตาเงียบไป เด็กน้อยก็นึกว่าออมม่าโดนคุณตาตีจริงๆ

“คุณตาตีออมม่าไม่ได้นะฮะ! ออมม่าไม่ดื้อนะ ถ้าตีคุณตาก็ต้องไปกอดแล้วขอโทษออมม่านะ”

“ทำไมตาต้องทำอย่างนั้นด้วย” จินฮีเผลอตัวแทนตัวเองด้วยคำว่าตา ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่เอ็นดูเด็กคนนี้แน่ๆ

“เพราะออมม่าก็ทำกับนิวเหมือนกันไง แล้วนิวก็จะไม่ร้อง เป็นเด็กดี” เด็กน้อยเล่าซื่อๆ จินฮีอมยิ้ม อุ้มแกขึ้น หันไปมองคุณครูที่ยืนรออยู่

“ผมขอพาหลานกลับเลยได้ไหมครับ”

“เอ่อไม่ได้ค่ะ ยังไม่เลิกเรียน”

“ผมมีธุระที่ต้องพาแกไปด้วยน่ะครับ ผมเป็นตาของแกจริงๆ ทางโรงเรียนก็ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ไม่น่าจะขัดข้องอะไร” ตอนที่จินฮีขอเจอนิวเยียร์ ทางโรงเรียนต้องตรวจสอบประวัติแล้วว่าเขาเป็นคุณตาจริงๆ เพราะเขาไม่เคยมาหาเด็กชายนราธิปมาก่อนเลย

“เดี๋ยวผมจะโทรไปหาลูกชายว่าผมมารับหลานไปแล้ว เขาไม่ว่าอะไรทางโรงเรียนหรอกครับ เพราะเป็นคนในครอบครัว” จินฮีโน้มน้าวคุณครูจนเธอยอมตกลง อนุญาตให้เขาพานิวเยียร์กลับบ้านได้

“ก็ได้ค่ะ” จินฮีขอบคุณเธอ อุ้มหลานตามไปคุณครูเอากระเป๋านักเรียนที่ห้องของนิวเยียร์

“เราจะไปไหนเหรอฮะ”

“ไปที่ทำงานตาไง เราไปรอแม่ของหลานที่นั่นกันดีกว่า”

ตอนแรกก่อนมาเจอนิวเยียร์ เขาคิดว่าเขาคงทำใจมีปฏิสัมพันธ์กับหลานที่เขารังเกียจไม่ได้แน่ๆ เพราะในตัวเด็กคนนี้มีสายเลือดของนิชคุณอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่พอได้มาเจอตัวจริง นราธิปน่าเอ็นดูกว่าที่คิด ทั้งดวงตาและรอยยิ้มได้แม่มา ทำให้เขารู้สึกดีกับหลานขึ้นอีกนิด

“ที่ทำงาน?”

“ใช่แล้ว ตาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นคุณหมอน่ะ โตขึ้นนิวเยียร์อยากเป็นอะไร”

“ว้าว! ยอดเลยฮะ นิวก็อยากเป็นคุณหมอ แต่ป๊าไม่ให้บอกออมม่า นิวก็เลยอยากทำขนมช่วยออมม่า ขนมเยอะๆ เท่านี้เลย” นิวเยียร์กางแขนออกกว้าง ยิ้มจนตาปิด

จินฮียิ้มกว้าง เหมือนเห็นภาพซ้อนทับเลยนะ..ยูคยอมเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนก็เคยบอกเขาอย่างนี้

แต่พอโตมาเด็กคนนั้นก็เลือกทางเดินชีวิตเอง ทั้งที่ฉลาดจนสอบเข้าคณะแพทย์ได้สบายแท้ๆ แต่กลับหันไปเรียนทำขนมบ้าบออะไรก็ไม่รู้!

“เหรอ แต่ตาว่าเป็นคุณหมอดีกว่านะ รักษาคนไข้สนุกกว่าเป็นคนทำขนมตั้งเยอะ”

“จริงเหรอฮะ นิวเป็นได้เหรอ”

“ได้สิ ถ้านิวเยียร์เรียนให้เก่งๆ โตไปเป็นคุณหมอก็จะได้มาอยู่กับตาไง”

หรือเขาจะเอานิวเยียร์ไปเลี้ยงดีนะ เผื่อนิวเยียร์จะดื้อด้านน้อยกว่ายูคยอม

 

 

 

 

            “เอาลูกเขามาแบบนี้ ยูคยอมต้องบ้าตายแน่”

            แทคยอน พี่ชายของยูคยอมเอ่ยกับพ่อขณะก้มลงหอมแก้มหลานชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู นิวเยียร์กำลังหลับบนโซฟา มีผ้าห่มผืนเล็กคลุมกาย เขาติดผ่าตัดใหญ่ เลยเพิ่งจะได้กลับบ้านมาหาหลานชาย แต่แกก็นอนกลางวันไปซะแล้ว นิวเยียร์ตอนหลับอย่างกับเทวดาตัวน้อยๆ น่ารักเหมือนแม่ตอนเด็กไม่มีผิด

“อกแตกตายก็ดี” จินฮีเอ่ยออกมาอย่างใจร้าย แทคยอนส่ายหน้าไปมา อ่อนใจ

“คิดยังไงถึงพานิวเยียร์มาล่ะครับ” คุณลุงมองหน้าหลาน ยิ้มกว้าง ก้มลงหอมอีกทีให้ชื่นใจ

เขาเคยเห็นนิวเยียร์เพียงครั้งเดียวตอนที่เด็กคนนี้เกิด ถึงจะโดนสั่งห้ามก็ยังแอบไปหา เอาของไปให้น้องชาย จากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย โตขึ้นเยอะเลยนะหลานลุง

“แค่เอามาต่อรองกับยูคยอมนิดหน่อย” จินฮีพูดเหมือนหลานเป็นสิ่งของ แทคยอนถอนหายใจ

“แกน่ารักมาก พ่อไม่น่าเอาแกมาต่อรองกับยูคยอม” แทคยอนไม่เห็นด้วย

“ไม่เห็นจะน่ารักอะไรเลย หึ!

แทคยอนหันไปมองบิดา อยากจะแย้งแต่ไม่ได้พูดอะไร ถึงนิวเยียร์จะหน้าเหมือนพ่อ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแกน่ารักมาก ขนตายาว แก้มใส มองยังไงก็น่าเอ็นดู พ่อนี่ใจแข็งชะมัด

แทคยอนมองกองขนมมากมายบนโต๊ะแล้วไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าพ่อไม่เอ็นดูนิวเยียร์ เอาใจหลานซะขนาดนี้ เห็นแล้วก็อดกังวลแทนน้องไม่ได้ ถ้าพ่อเอ็นดูนิวเยียร์ นอกจากจะต้องการยูคยอมกลับมา อาจจะพรากลูกมาจากนิชคุณด้วยอีกคนก็ได้

พ่อเขานี่เข้าใจยากจริงๆ ปากบอกไม่ชอบแต่การกระทำสวนทาง

“อือออมม่า” นิวเยียร์งัวเงีย สะลึมสะลือก่อนจะสะดุ้งนิดๆ เมื่อลืมตามาเจอคนแปลกหน้า

“สวัสดีนิวเยียร์ ลุงชื่อแทคยอนนะ เป็นพี่ชายของออมม่า” แทคยอนรีบยิ้มให้หน้าดุๆ ดูน่ากลัวน้อยลง นิวเยียร์พยักหน้า

“คุณลุง?” นิวเยียร์ยกมือขยี้ตา  แทคยอนรีบจับมือแกไว้ไม่ให้ขยี้ตา เดี๋ยวจะเคือง

“ไปล้างหน้าไหม ลุงจะพาไป” แทคยอนจับหลานชายขึ้นนั่งแล้วอุ้ม นิวเยียร์อ้าปากหาวหวอด น้ำตาซึม ซบหน้ากับบ่าลุงเพราะความง่วง

“ไปล้างหน้ากันดีกว่า จะได้มากินขนมกัน”

จินฮีเงยหน้ามองลุงหลานก่อนหันไปสนใจโทรศัพท์ที่มีสายเข้า เขานั่งมองจนมันตัดสายไปเอง

“โทรมาสักทีนะยูคยอม”

 

 

 

“ฝากร้านหน่อยนะพี่เจีย ผมไปรับนิวเยียร์ก่อน” ยูคยอมเดินออกมาจากในครัวบอกพี่เจียที่ตอนนี้กลายเป็นผู้จัดการร้านไปแล้ว มีเธออยู่ด้วย เธอก็ช่วยเขาได้เยอะ

“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่จะเตรียมขนมไว้ให้น้องนิวเยียร์นะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ

“ครับ” ยูคยอมดูนาฬิกาข้อมือ ออกจากร้านตอนนี้กว่าจะถึงโรงเรียนของลูกก็ได้เวลาเลิกเรียนพอดี

ยูคยอมเดินไปขึ้นรถตนเองที่จอดไว้หลังร้าน พลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาพี่คุณ

“พี่คุณ ผมจะไปรับลูกนะ พี่ไม่ต้องให้พี่มินยองไปรับนะครับ” ยูคยอมเอ่ยไปถึงเลขานุการของพี่คุณ

<อ๋อ ได้ๆ มินยองกำลังจะออกไปพอดี ถึงร้านกันแล้วก็โทรบอกพี่นะ>

“ครับ”

 

 

 

ยูคยอมใจหายเมื่อได้รู้จากคุณครูประจำชั้นของลูกชายว่าคุณตามารับนิวเยียร์กลับไปแล้วตั้งแต่เช้าแล้ว เขาตกใจจนลืมต่อว่าคุณครูที่ปล่อยให้ลูกเขาไปกับคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่

ยูคยอมไม่ได้ล่ำลาคุณครู เขารีบกลับไปที่ลานจอดรถของทางโรงเรียน กดโทรศัพท์โทรหาบิดาขณะเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง รออยู่สักครู่สายก็ตัดไป เขาพยายามโทรหาพ่อซ้ำๆ ด้วยความร้อนใจ

“พ่อเอาลูกผมไปไว้ไหน!”ยูคยอมเป็นห่วงนิวเยียร์จนเผลอตัวเสียงดังเมื่ออีกฝ่ายรับสายเขาสักที

<ลูกแกอยู่กับฉันที่บ้าน มาหาฉันสิเราจะได้คุยกัน>

“พ่อไม่มีสิทธ์พาลูกผมไปโดยพลการแบบนี้นะ พ่อจะเอายังไงพ่อว่ามาดีกว่า” ยูคยอมไม่อยากจะทนแล้ว จู่ๆ พ่อมาพาลูกเขาออกไปจากโรงเรียนโดยไม่บอกเขาก่อนได้ยังไง!

คอยดูนะ จัดการเรื่องนี้เสร็จเขาจะย้ายโรงเรียนให้ลูก!! ความปลอดภัยแย่มาก ถึงเป็นญาติของเด็ก ทางโรงเรียนก็ต้องแจ้งผู้ปกครองก่อนสิ ต้องแจ้งเขาหรือไม่ก็พี่คุณก่อนจะให้นิวเยียร์ออกจากโรงเรียน

<ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ เด็กนั่นก็มีสายเลือดตระกูลคิมครึ่งหนึ่ง>

“เฮอะ” ยูคยอมแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด ออกรถอย่างรวดเร็ว

“พ่อกล้าพูดคำนั้นออกมาได้ยังไง! ในเมื่อพ่อเป็นคนบอกให้ผมไปโรงพยาบาลเอาลูกออกด้วยซ้ำ พ่อไม่ยอมรับผมกับลูกไม่ใช่หรือไง พ่อเกลียดนิวเยียร์จะเป็นจะตายไม่ใช่เหรอ เลิกวุ่นวายกับผมสักที”

<ตอนนั้นฉันรังเกียจพ่อมัน แต่ตอนนี้ฉันอยากได้เด็กคนนั้น> ยูคยอมใจตกวูบไปอยู่ปลายเท้า

“พ่อว่าไงนะ! พ่อพูดเรื่องอะไร”

<ฉันอยากได้นิวเยียร์> ยูคยอมทุบมือกับพวงมาลัยรถด้วยความโมโห

“พ่ออย่ายุ่งกับนิวเยียร์นะ เลิกพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ซะที ผมจะไม่แต่งงานกับอันแจฮยอน และจะไม่ยอมให้พ่อเอานิวเยียร์ไปด้วย พ่อไม่เคยรับแกเป็นหลาน ตอนลูกผมเกิดพ่อยังไม่เคยมาเยี่ยมหรือดูหน้าหลานสักครั้ง คนใจดำอย่างพ่อไม่มีสิทธิ์แตะต้องนิวเยียร์!

ยูคยอมทั้งรักทั้งแค้นจนน้ำตาคลอ ความเจ็บปวดในตอนนั้นยังจำได้ เขาเกือบเสียนิวเยียร์ไปก็เพราะพ่อเอาแต่ตีเขาเพื่อให้เขายอมเลิกกับพี่คุณ พอเขาคลอดนิวเยียร์ พ่อไม่เคยจะมาสนใจไยดีอะไรเลย

<แต่ตอนนี้นิวเยียร์อยู่กับคนใจดำอย่างฉันซะด้วยสิ>

“พ่อไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไง ทำไมถึงพูดเอาแต่ได้อย่างนี้ พ่อจะเอาอะไรกับผมอีก พ่อตัดผมแล้วก็ตัดให้ได้ตลอดสิ!

<ถ้าแกไม่แต่งกับแจฮยอน แกก็ต้องให้นิวเยียร์กับฉัน เลือกมาว่าแกจะเอายังไง>

“ผมไม่เลือก ผมไม่คิดเลยนะว่าพ่อจะลักพาตัวหลานตัวเอง”

<อย่าพูดจาเลวร้ายแบบนั้นสิ แค่พามาเที่ยวบ้านเท่านั้นอ่า นิวเยียร์ ออมม่าจะคุยด้วยแน่ะ (ออมม่าเหรอฮะ! ออมม่าๆ)>

ยูคยอมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และปรับอารมณ์ให้ปกติให้ได้มากที่สุดเมื่อได้ยินเสียงลูกชายสุดที่รัก

“ว่าไงจ๊ะนิวเยียร์ ออมม่ากำลังไปรับนะลูก” ยูคยอมใช้เสียงที่อ่อนลงเพื่อคุยกับลูก เขารู้ว่าพ่อต้องกำลังฟังอยู่ด้วย

<ออมม่าๆ นิวอยู่กับคุณตาล่ะฮะ> น้ำเสียงสดใสของนิวเยียร์ทำให้ออมม่าจะร้องไห้ แกคงไม่รู้ว่าคุณตาพาแกไปทำไม

“เหรอจ๊ะ อยู่กับคุณตาเหรอ ทำไมหนูยอมไปกับตาเขาล่ะลูก ออมม่าไปหาที่โรงเรียนไม่เจอ ออมม่าเป็นห่วงมากเลยนะ” ยูคยอมพยายามฝืนกลั้นอารมณ์พูดด้วยเสียงปกติ แต่หางเสียงก็ยังรู้ว่าสะอื้น

เขากำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว ทำไมนิวเยียร์ถึงไปกับคนแปลกหน้าที่นิวเยียร์ไม่เคยเจอ ถ้าไม่ใช่ตาแต่เป็นคนอื่นจะทำยังไง ถึงเป็นตาก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้สักหน่อย คุณตาเขาเกลียดนิวเยียร์กับป๊าจะตาย!

<ขอโทษฮะออมม่า แต่คุณตาใจดีมากๆ เลย ซื้อขนมให้นิวเยอะแยะเลยฮะ>

“เยอะแยะเลยเหรอ” คุณตาเขาไม่ได้รักนิวเยียร์ ไม่ใช่คุณตาแสนดีนะลูก..อย่าไปชื่นชมเขาแบบนั้น

<ใช่ฮะ ออมม่ามาเร็วๆ นะฮะ นิวคิดถึง (ตาขอพูดกับออมม่าหน่อยสิ นิวเยียร์ไปเล่นกับคุณลุงข้างนอกก่อนนะ)>

“พ่อไม่ได้ดุหรือทำอะไรแกใช่ไหม?”

<ใช่ ถึงลูกแกมันจะหน้าเหมือนพ่อ ฉันก็ทำไม่ลงหรอก เพราะมันยังเด็ก แค่นี้นะ ฉันไม่อยากให้นิวเยียร์สงสัยอะไร>

“เดี๋ยวสิพ่อ พ่อ!” ออมม่าของนิวเยียร์เสยผมแรงๆ ด้วยความเครียด พยายามต่อสายหาคนที่ชิงวางสายไปทั้งที่ยังคุยไม่จบ

“โธ่เอ๊ย!” ยูคยอมมองโทรศัพท์มือถือในมือสลับกับมองไปข้างหน้า

เมื่อยกมือถือแนบหูอีกครั้งแล้วมองถนน ยูคยอมก็เห็นรถส่งของขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้าเสียแล้ว เขาตกใจจนร้องไม่ออก ในชั่วเสี้ยววินาทีที่อันตราย สัญชาติญาณสั่งให้เขาหักพวงมาลัยหลบอย่างรวดเร็ว!

โทรศัพท์ในมือที่เพิ่งจะมีคนรับตกลงไปบนที่พักเท้า

 

 

 

จินฮีมองโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าซ้ำๆ อย่างรำคาญ คิดจะไม่รับสายแต่ก็เปลี่ยนใจ

“มีอะไรอีกยูคย” ร่างสูงนิ่งงัน ตกตะลึงเมื่อเสียงที่ได้ยินเข้ามาในสายไม่ใช่เสียงของลูกชายคนเล็ก แต่เป็นเสียงของการปะทะอะไรสักอย่างที่ดังสนั่นจนสะท้อนก้องเข้ามาเสียดหู

เสียงของอุบัติเหตุไม่ใช่เหรอ?

“ยูคยอมยูคยอม! ยูคยอมแกได้ยินพ่อไหม!! ตอบสิยูคยอม!

 

TBC.


**

หนังสือจะจัดการทุกอย่างเเล้วเสร็จในปลายเดือนสิงหาคมค่ะ 

ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ

เล็กไม่ได้เล่นทวิตเตอร์แล้ว ติดต่อสอบถามได้ทางเมลนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #712 Pure-26 (@Pure-26) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 02:53
    สงสารยุคยอมอ่ะ

    ทำใมพ่อถึงทำอะไรกับลูกได้ขนาดนี้
    #712
    0
  2. #711 Kantima4288 (@Kantima4288) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 01:36
    รอน้ะคร้า สงสารยูคยอม
    #711
    0
  3. #710 MTBB_COLD_Tim (@Jaruwan59372) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 18:30
    รอน้ะค้ะ555 แงงงงงน้องอย่าเป็นอะไรแะ
    #710
    0
  4. #709 좨 슨니 (@sukai_3103jy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 10:50
    เอาคุณตาไปเก็บที
    #709
    0
  5. #708 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:46

    โอ๊ยทำไมพ่อใจร้ายแบบนี้อ่ะ ????

    #708
    0
  6. #707 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 08:45
    แก่แล้วแทนที่จะปล่อยวางกลับสร้างปัญหาสร้างความเจ็บปวดให้ลูกไม่แล้วไม่เลิก
    #707
    0
  7. #706 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 08:41
    ยูคยอม ต้องปลอดภัยนะ
    #706
    0
  8. #705 NannyBB9597 (@NanJacksonGOT7) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 07:44
    ยูคยอมต้องไม่เป็นอะไรสิ จินฮีจะรู้บ้างมั้ยว่าความอคติ และเอาแต่ใจตนเอง มันทำให้เรื่องต่างๆ แย่ลงขนาดนี่
    #705
    0
  9. #703 0980377131 (@0980377131) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 06:48
    เกิดไรขึ้นนยูคยอมเป็นไรไหมอะ.สู้ๆนะค่ะ
    #703
    0
  10. #702 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 06:43
    มาต่อเถอะค่ะะะะ
    #702
    0
  11. #701 Nisa_9397 (@Nisa_9397) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 06:38
    ปู่นิวเยียร์ใจร้าย
    #701
    0
  12. #700 lovenevermild (@loveside) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 03:40
    หวังว่ายูคยอมจะปลอดภัยนะ

    ขอให้พ่อยูคใจอ่อนได้แล้ว อย่าให้สาหัสจนเสี่ยงถึงตายเลยนะ กลัวจริงๆๆ

    แบมท้องป่าวหรือพักผ่อนน้อยเลยปวดหัว

    รีบไปหาหมอนะ

    มาต่อไวๆๆๆนะ
    #700
    0