[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 5 : วุ่นนัก 3 รับผิดชอบ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 407 ครั้ง
    19 ม.ค. 62





 

            แบมแบมเดินเข้ามาในส่วนของร้านขนมชั้นล่างในช่วงสาย  นาฬิกาบอกเวลา 10.00 . เข้าไปแล้ว

            “อ่าวแบมตื่นแล้วเหรอ หิวรึยัง อยากกินอะไรไหม” ยูคยอมที่เพิ่งจะเอาคัพเค้กสีหวานถาดใหญ่เข้าตู้ดิสเพลย์โชว์ขนมหันมาเห็นเพื่อนพอดี ร้องทัก แต่แบมแบมเพียงแค่ยกมือขึ้นทักทายเล็กน้อย

ร่างบางสภาพไร้ชีวิตชีวา หน้าตาไร้อารมณ์ เดินลากเท้าไปซุกตัวนั่งที่โซฟาสีครีมของโต๊ะมุมหนึ่งในร้าน ผ่อนลมหายใจหนักหน่วง พิงศีรษะกับผนังร้านที่ทำจากกระจก

ยูคยอมใช้ลูกน้องเข้าไปเอาขนมหวานที่ทำเสร็จมาใส่ตู้ ส่วนตัวเองเดินไปนั่งคุยกับเพื่อน

แบมแบมหลับตา ยกขาขึ้นวางบนโซฟา กอดเข่า

“แกจะมานั่งหายใจทิ้งทำไมวะ  จะกินอะไรเป็นมื้อเช้าก็บอกมา จะไปทำมาให้”

“ลมหายใจของฉันจะถอนทิ้งแล้วหนักหัวแกรึไง”

“ไอ้นี่หนิ กวนประสาทจริงๆ เลย”

“ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ไสหัวแกกลับไปทำงานเลย” แบมแบมไม่รับความหวังดี ยูคยอมไม่ถือสาอารมณ์ของเพื่อน

ใครจะบ้าถือสาคนกำลังท้องกำลังไส้ได้ลงคอ ถึงแบมแบมจะเป็นผู้ชายแต่อารมณ์มันก็คงแปรปรวนไม่ต่างจากพี่สาวเขาตอนที่ท้องหรอก

ยูคยอมลุกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมซุปข้าวโพดข้นร้อนๆ หนึ่งถ้วย ครัวซองอบใหม่ยังอุ่นๆ หนึ่งชิ้นใหญ่ และนมร้อนอีกหนึ่งแก้ว

“เอ้า ซุปข้าวโพดฝีมือเชฟยูคนี่หากินไม่ได้ง่ายๆ นะเว้ย ลืมตามากินเร็วๆ”

แบมแบมลืมตามองอาหารเช้าสำหรับตนเองที่เพื่อนทำมาให้

“ขอบใจ”

“แค่ขอบใจมันไม่อิ่มหรอก กินเข้าไป เมื่อวานตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลแกก็ไม่ได้กินอะไรเลย ไม่ได้กินนานๆ เดี๋ยวปวดท้อง” ยูคยอมเป็นห่วง

“ฉันอ้วนจะตายอยู่แล้ว จะกินทำไมเยอะแยะ”

“อย่างแกนี่เรียกว่าอ้วนเหรอ สภาพอย่างกับเด็กขาดสารอาหาร ไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงลูกแกบ้าง แกไม่กินเขาก็ไม่ได้กิน” ยูคยอมสวมบทคุณแม่จนลืมตัวพูดเรื่องที่ไม่สมควรออกไปเสียแล้ว

แบมแบมที่กำลังจะเอื้อมมือไปบิครัวซองถึงกับปล่อยมันลงบนจานตามเดิม ใบหน้าหวานบึ้งตึง

“งั้นก็ให้มันอดไปละกัน ฉันไม่กินก็ไม่ตายหรอก”

 “แกอย่ามาทิฐิไม่เข้าเรื่อง” ยูคยอมกลอกตาไปมา เพิ่งรู้สึกว่าพูดอะไรพลาดไป

“ฉันไม่จำเป็นต้องห่วงมันสักหน่อย” แบมแบมเสียงแข็งขึ้นมาทันที

“จะทรมานลูกก็ต้องทรมานตัวเองไปด้วยนะ ความคิดแกนี่เด็กมาก”

“พูดอย่างกับแกอายุมากกว่าฉันอย่างนั้นแหละ”

“อายุเท่าแกแต่มีความคิดมากกว่าแล้วกัน แกไม่กินฉันจับกรอกปากจริงๆ ด้วย เอ้านี่ยา” ยูคยอมโยนถุงยาลงบนตักแบมแบม ร่างบางหยิบมันโยนไปบนโต๊ะอีกที

“ฉันไม่กิน”

“แต่แกจำเป็นต้องกิน หมอบอกให้แกกินให้ครบ”  

มันไม่ใช่แค่ยาบำรุงทั่วไปที่คนท้องเขาต้องกินกัน แต่มียาอีกสามชนิดที่แบมแบมต้องกิน เพื่อนเขาเป็นผู้ชายต้องดูแลตัวเองมากกว่าคนท้องทั่วไปอยู่แล้ว ร่างกายเหมือนกันที่ไหน

“ไม่กิน”

“ไม่กินไม่ได้หรอก แท้งขึ้นมาจะลำบาก”

“แท้งก็ดี จะได้จบๆ ไป” แบมแบมเถียงกลับอย่างใจร้าย ยูคยอมตบหัวเพื่อนไปอย่างแรงหนึ่งทีข้อหาหมั่นไส้

“อย่ามาพูดจาโหดร้ายแบบนี้ในร้านของฉันนะ แท้งไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะแบม ไม่คิดบ้างหรือไงว่าถ้าตกเลือดไปนี่จะซวย มีสิทธิ์ตายได้เลยนะ แกยังไม่ได้เป็นช่างภาพมือหนึ่งเลยไม่ใช่เหรอ อายุก็ยังน้อยจะด่วนทิ้งพ่อแม่และทุกคนไปพร้อมลูกแกเลยสินะ กลัวเด็กคนนี้เหงาล่ะสิ?”

“ทำไมแกมันปากร้ายขนาดนี้นะยูคยอม!” ทำไมชอบขู่กันนักนะ

“ปากร้ายก็ดีกว่าใจร้ายล่ะวะ รีบกินเข้าเดี๋ยวซุปจะเย็นหมด แต่ถึงเย็นก็ยังอร่อยอยู่ดีนะ ก็มันเป็นฝีมือฉันนี่” พูดจบยูคยอมก็เท้าเอวหัวเราะปากกว้างจนลูกค้าหลายคนหันมอง แบมแบมถอนหายใจในความด้านของเพื่อน

“ไปให้พ้นหน้าฉันสักที รำคาญ กระแนะกระแหนอยู่ได้” แบมแบมหันหนี ยูคยอมเบะปากแต่ก็กลับไปทำงาน

แบมแบมนั่งเหม่อมองออกไปนอกร้านอยู่นานจนซุปที่เพื่อนอุตส่าห์ทำให้หายร้อน

ขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ ก็รู้สึกเย็นที่ริมฝีปาก กว่าจะรู้ตัวก็ถูกมือบีบคางให้อ้าปากแล้วถูกยัดช้อนที่มีซุปอยู่เต็มเข้ามา

“กลืนลงไป ไม่งั้นโดนดีแน่” แบมแบมหน้ามุ่ย ยูคยอมกลับมากวนใจเขาอีกแล้ว!

“แกไม่มีงานการทำรึไง มาวุ่นวายอยู่ได้”

“มี! แต่ฉันห่วงหลานฉันต่างหาก” ยูคยอมถอนหายใจ เหนื่อยหน่าย ไม่คิดเลยนะว่าแบมแบมจะเป็นคนดื้อได้ขนาดนี้  ร่างสูงฉีกครัวซองต์เป็นชิ้นเล็กแล้วยัดใส่ปากเพื่อนตามซุปเข้าไปด้วย

“กินไม่หมดฉันก็ไม่เลิกกวนใจแกหรอก”

“ฉันกินเองได้โว้ย!

“ก็รีบๆ กินสักทีฉันจะนั่งดูแกกินจนหมดก่อนแล้วจะไป นี่จะเที่ยงแล้วนะ ลูกค้าฉันเต็มร้านแล้วแกเห็นไหม กินเสร็จจะนั่งตรงนี้หรือจะขึ้นไปข้างบนก็ตามใจ”

ยูคยอมไม่เชื่อว่าแบมแบมจะยอมกินแต่โดยดี เขายอมเสียเวลานั่งดูมันกินต่อหน้าให้หมดก่อนดีกว่าค่อยไปทำขนม มีเพื่อนสนิทกับเขาอยู่หนึ่งคนจะปล่อยทิ้งตามยถากรรมก็ไม่ได้ด้วย

แบมแบมฝืนทนกินเข้าไปทั้งที่ไม่หิว รีบกินให้เสร็จไป เมื่อซุปหมดก็ผลักถ้วยคืนไปหาเพื่อน

“พอใจรึยัง”

“ยัง”

“อะไรอีก!

“นมยังไม่หมด”

“แกจะให้ฉันกินจนท้องแตกเลยมั้ย?” แบมแบมรำคาญ

“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า นมแค่แก้วเดียว” ยูคยอมก็เริ่มรำคาญเพื่อนงี่เง่าเหมือนกัน

แบมแบมยกแก้วนมขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง

“ก็แค่นี้แหละ” ยูคยอมยิ้มกว้าง เก็บของใส่ถาดยกไปเก็บ ฮัมเพลงสบายใจ แบมแบมหยิบกระดาษเช็ดปากเนื้อนุ่มขึ้นมาฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะก้มลงมองท้องตัวเอง

“ไอ้เด็กบ้า เพิ่งมาแท้ๆ แต่ทำให้เพื่อนรักฉันเปลี่ยนไปอยู่ข้างแกได้แล้วนะ ร้ายกาจ! เด็กอะไรก็ไม่รู้! น่าโมโหเหมือนพ่อแกเลยจริงๆ!

แบมแบมด่าลูกอีกยาวเหยียดด้วยความไม่พอใจ ไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่พูดคนเดียวได้ ก็มันหงุดหงิดนี่!!

 

 

 

 

 

นักออกแบบอัญมณีฝีมือชั้นยอดของบริษัทกำลังเอนกายพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ เขาผลักแบบร่างอัญมณีที่มีพลอยสีเหลืองเป็นตัวหลักของคอนเซปต์ออกห่างตัว เอื้อมมือคว้าเครื่องมือสื่อสารสีขาวในเคสเรียบหรูสีดำขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์ของเจ้านายน้องชาย

เขาไม่มีอารมณ์ทำงานตอนนี้หรอก เขาอยากจัดการเรื่องของแบมแบมให้เสร็จก่อน

<สวัสดีครับ อิมแจบอมครับ>

“คุณอิมครับ ผมนิชคุณพี่ชายของกันต์พิมุกต์นะครับ”

<อาคุณนิชคุณ มีอะไรหรือครับ หรือว่ามีอะไรเกี่ยวกับแบมแบม เมื่อเช้าแบมก็โทรมาลางานกับผม เขาไม่สบายมากหรือครับ>

นิชคุณได้ยินน้ำเสียงห่วงใยของปลายสายก็ลดความกระด้างในน้ำเสียงของตนลงอีกหน่อย

“แบมแบมดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง ที่ผมโทรหาคุณมันเป็นธุระของผมเอง ผมอยากทราบว่าคุณพอจะบอกผมได้ไหมว่า ผมจะสามารถหาเบอร์โทรศัพท์ของนักแสดงที่ชื่อต้วนอี้เอินหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเขาได้จากที่ไหนบ้าง”

<ผมไม่มีเบอร์ของมาร์ค แต่ผมมีเบอร์ของผู้จัดการส่วนตัวของเขา ใช้ได้ไหมครับ>

“ยอดเยี่ยมครับ ถ้าไม่รบกวนคุณเกินไปผมขอหน่อยได้ไหม”

<ได้สิครับ…>

เมื่อได้เบอร์โทรศัพท์ของปาร์คจินยองแล้วนิชคุณก็คุยกับปลายสายเล็กน้อยอย่างมีมารยาทแล้วกล่าวขอบคุณ

ชายหนุ่มรู้สึกดีต่อเจ้านายของน้องชายขึ้นมาบ้าง เจ้านายแบมแบมไม่ซักถามหาเหตุผลในการขอเบอร์ติดต่อจินยองในครั้งนี้ ถือว่ามีมารยาทที่ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น

 

 

 

 

 

ร่างโปร่งนั่งกอดอกมองเด็กในความดูแลอยู่เงียบๆ มาร์คกำลังฟิตติ้งละครเรื่องใหม่แนวแอ็คชั่น

หลังจากมีข่าวจูบกลางกองโฆษณา จูเนียร์นึกว่ามาร์คจะพลาดบทพระเอกในเรื่องนี้เสียแล้ว ถ้าพลาดมันต้องตกไปอยู่ในมือของแจ็คสันหวังแน่นอน

คุณผู้จัดการคนเก่งลุกจากเก้าอี้ไปรับโทรศัพท์เมื่อมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา

เบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเลย จะว่าเป็นงานก็ไม่ใช่ งานของมาร์คทางบริษัทจะเป็นคนรับให้และเช็คตารางเวลากับจูเนียร์ก่อน ถ้าจูเนียร์บอกว่ามาร์คมีเวลาพอจะรับงานได้ บริษัทถึงจะจับลงในตาราง ถ้าไม่ได้จะปฏิเสธให้ จากนั้นเจ้าของงานถึงจะโทรมาหาจูเนียร์เพื่อประสานงาน

“สวัสดีครับ ปาร์คจินยองครับ”

<สวัสดีครับ ผมนิชคุณ ภูวกุล> จินยองยืนมึน ชื่อแบบนี้ นามสกุลอย่างนี้ไม่ใช่คนเกาหลีแน่นอน แต่เขาไม่รู้จักคนต่างชาตินะ หรือว่าเป็นคนจากเอเจนซี่ที่ไหนโทรมา ถ้าใช่ อีกฝ่ายก็กำลังทำผิดขั้นตอนนะ อยากจ้างงานมาร์คต้องติดต่อบริษัทก่อนสิ

“ถ้าอยากติดต่อเรื่องงานของมาร์คคุณต้องติดต่อบริษัทก่อนนะครับ”

<ผมไม่ได้ต้องการจ้างงานต้วนอี้เอินครับ>  อ่า..มาแปลกแฮะ ใครกันล่ะนี่ แต่เสียงหล่อเชียว เขาไม่คุ้นโทนเสียงประมาณนี้เสียด้วยสิ

“ถ้าอย่างนั้นคุณมีธุระอะไรกับผมหรือครับ”

<ผมมีเรื่องสำคัญที่อยากคุยกับมาร์คโดยตรง ผมจะสามารถไปพบเขาได้ที่ไหน>

น้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของปลายสายทำให้จูเนียร์ชักหวั่นใจพิกล

ไอ้มาร์คมันคงไม่ได้ไปสร้างปัญหาอะไรไว้อีกหรอกนะ

“คุณมีธุระอะไรกับมาร์คหรือครับ วันนี้เขามีงานทั้งวัน ไม่ว่างเลยจริงๆ”

<ตอนกลางคืนก็ได้ ผมว่าง หรือว่าผมควรเข้าไปติดต่อที่บริษัทก่อน ผมสามารถบอกเล่าปัญหาที่เขาสร้างเอาไว้ให้ทางต้นสังกัดทราบได้เลยใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นขอโทษที่รบกวน ผมจะเข้าไปที่บริษัทของพวกคุณเลยก็แล้วกัน สวัสดี> 

คุณเสียงหล่อไม่เปิดโอกาสให้จินยองซักถามเลย เขาวางสายไปดื้อๆ

น้ำเสียงราบเรียบและคำพูดของเขาทำให้จินยองขนหัวลุกได้ไม่ยาก รู้สึกได้ถึงอันตรายเลยทีเดียว

จินยองเดินออกมาให้ไกลจากทุกคนแล้วรีบโทรกลับไปหาคนที่ชื่อนิชคุณอีกครั้ง ผู้จัดการของมาร์คต้องโทรอยู่ถึงสามครั้งกว่าอีกฝ่ายจะยอมรับสายเขา

“คุณนิชคุณครับ ผมมีเรื่องอยากถาม ปัญหาที่คุณว่ามันคือเรื่องอะไร” จูเนียร์พูดรัวด้วยความกังวล แต่เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่

<สวัสดีค่ะ ดิฉันปาร์คมินยอง เลขานุการของท่านค่ะ>

“ท่าน?”

<คุณนิชคุณ ภูวกุลน่ะค่ะ ตอนนี้ท่านเข้าไปพบท่านประธาน อีกสักครู่ถึงจะออกมาค่ะ จะเรียนท่านให้นะคะว่าคุณ…>

“ปาร์คจินยองครับ”

<จะเรียนท่านให้นะคะว่าคุณปาร์คโทรมา>

“ขอบคุณครับ แต่ขอถามหน่อยได้มั้ยครับ”

<ค่ะ อยากทราบอะไรหรือคะ>

“คุณนิชคุณเป็นใครหรือครับ”

<หมายถึง…>

“ทำงานอะไรหรือครับ”

<ท่านเป็น Jewelry Designer และ Chief Executive Officer ของ Melizee Development ค่ะ>

“เมลิซี

<ใช่แล้วค่ะ ขออนุญาตวางสายนะคะ>

จินยองถึงกับเซ หันขวับกลับไปมองมาร์คที่กำลังยืนดูรูปของตัวเองในมอนิเตอร์แล้วอยากเป็นลม

ต้วนอี้เอินมันไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับซีอีโอของบริษัทอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศได้เนี่ย!!

 

 

 

 

 

“นี่ค่ะท่าน” มินยองยื่นโทรศัพท์คืนให้นิชคุณเจ้านายสุดหล่อของตน นิชคุณยิ้ม รับเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กมาเก็บในกระเป๋า

“ขอบคุณมากนะมินยองที่ช่วย” นิชคุณให้เลขานุการช่วยโกหกว่าเขาไม่ว่างก็เพราะอยากให้ทางฝ่ายมาร์ครู้สึกวิตกกังวลบ้างเท่านั้น สะใจดี

ผู้จัดการของมาร์คคงกลัวอยู่เหมือนกันถึงรีบโทรกลับมาหาเขาทันทีทันใดอย่างนี้ มาร์คต้วนนั่นคงก่อปัญหาเอาไว้เยอะล่ะสินะ  รอไปก่อนเถอะ กังวลให้มากๆ ก็แล้วกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ”

 “ถ้าคุณน้ามาบอกว่าผมไปทำธุระข้างนอกนะและเอาแฟ้มแบบร่างสีขาวบนโต๊ะให้คุณน้าไป วันนี้ผมจะไม่กลับเข้ามาอีก”

“รับทราบค่ะ”

คุณน้าที่นิชคุณเอ่ยถึงคือน้องสาวของแม่เขาที่พบรักกับคนเกาหลีจนแต่งงานกัน เมื่อแต่งงานแล้วคุณน้าก็ย้ายมาอยู่กับสามีที่นี่ คุณน้าและสามีเป็นเจ้าของบริษัทเมลิซีแห่งนี้นี่ล่ะ

คุณน้าคนสวยและสามีไม่มีลูก พวกท่านจึงรักและเอ็นดูนิชคุณและแบมแบมเหมือนลูกตัวเอง เมื่อหลานมาเรียนและทำงานที่นี่ก็อยู่ในความดูแลของเธอ แต่เธอก็ดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว

 

 

 

 

 

นิชคุณถอดสูทและปลดเนคไททิ้งไว้ในรถ เดินเข้าร้านขนมหวานของยูคยอมตอนบ่ายโมงตรงพอดิบพอดี

“ยูคยอม แบมแบมอยูไหน” ร่างสูงก้าวเข้าร้าน กาดสายตาไปที่เคาน์เตอร์เจอเจ้าของร้านก็ถามหาน้องชายเป็นอันดับแรก

“นั่งอยู่นู่นไงครับ” ยูคยอมชี้มือไปทางโต๊ะที่แบมแบมจับจองไว้ตั้งแต่เช้า

นิชคุณก้าวยาวๆ ไปหาน้องชาย นั่งลงบนโซฟา แบมแบมหันหน้ามามอง

“ไม่ทำงานรึไง”

“หนีงานมาหาแก เป็นไงบ้างล่ะ”

“รู้สึกแย่สุดๆ”

นิชคุณถอนหายใจเฮือก มองหน้าน้องแล้วรู้สึกแปลกๆ เหมือนได้เห็นน้องสาวมากกว่าน้องชาย ไอ้ความคิดบัดซบนี้มันก็โผล่ขึ้นมาเป็นระยะน่ะนะ….

มีน้องชาย แต่น้องกำลังจะเป็นแม่คน เขากำลังจะได้เป็นลุง นี่มันเรื่องน่าเหลือเชื่อมากนะ

“วันนี้ไปฝากท้องเลยมั้ยจะพาไป” นิชคุณถามออกไปแล้วก็ยังรู้สึกแปลกเลย

แบมแบมคิดจะทำแท้งนี่เขาว่าเขาพอเข้าใจความรู้สึกน้องลางๆ แล้วล่ะ เจ้าตัวคงต้องรู้สึกประหลาดใจมากกว่าเขาแน่นอน

“ขี้เกียจ เอาไว้ก่อนเถอะ กินข้าวเที่ยงมารึยัง”

“ยัง แกล่ะ”

“เพิ่งกินไปก่อนเที่ยงเนี่ย ยูคบังคับให้กิน” แบมแบมยังอิ่มอยู่เลย

“พี่คุณกินอะไรดี”  ยูคยอมปรี่มาหาพี่ชายเพื่อนรัก

“เสนอหน้าอีกละ แกคงเป็นเจ้าของร้านที่ว่างมากเลยสินะ” แบมแบมเหน็บเพื่อนที่มาถามไถ่พี่ชายเขาด้วยตนเอง นิชคุณเอื้อมมือมาดีดหน้าผากน้องอย่างแรง

“ปากน่ะให้มันน้อยหน่อย”

“สุดยอด ดีดอีกสิครับ” ยูคยอมทำหน้าเยาะเย้ย คุณแม่คนใหม่กอดอกหันหน้าหนี

“มีแต่ขนมสินะร้านนาย พี่จะกินอะไรได้บ้างเนี่ย”

“อาหารเที่ยงก็ทำได้ครับ เดี๋ยวผมเข้าไปทำในครัวมาให้เป็นพิเศษ”

“อย่าลำบากเลย” นิชคุณไม่อยากรบกวน

“งั้นกินข้าวร้านข้างๆ มั้ย เดี๋ยวให้เด็กไปซื้อมาให้”

“เอาอย่างนั้นก็ได้”

“ซองแจมานี่หน่อย” ยูคยอมกวักมือเรียกลูกน้องที่เป็นชายหนุ่มน่ารักให้มาหา

“ครับ”

“ไปซื้ออาหารเที่ยงร้านข้างๆ ให้หน่อยสิ”

“พี่จะกินอะไรล่ะครับ?”

“พี่จะกินอะไร” ยูคยอมหันมาถามนิชคุณอีกที นิชคุณอ้าปากจะตอบแต่แบมแบมชิงพูดก่อน

“อะไรก็ได้ใช่ไหมล่ะ” นิชคุณพยักหน้า ยูคยอมถึงกับเกาหัว

“งั้นนายเลือกอะไรที่มันน่ากินมาละกัน เอามาสองชุดเลย”

“ได้ครับ” ซองแจวิ่งออกไปซื้ออาหารตามที่สั่ง ยูคยอมเดินไปต้อนรับลูกค้าสาวสวยพนักงานออฟฟิศแถวนี้ ปล่อยให้พี่น้องคุยกันสองคน

นิชคุณมองหน้าน้องอย่างจริงจังจนแบมแบมอึดอัด

“พี่จะพูดอะไรก็พูดเถอะ มองอยู่ได้”

“เมื่อคืนพี่โทรบอกพ่อกับแม่แล้วนะ”

แบมแบมขยับนั่งตัวตรง แววตาฉายความกลัวและสับสนไม่น้อย

“แล้ว..พ่อกับแม่ว่าไงบ้าง”

“เหอะด่าเละเลย พ่อโกรธมาก จะโทรมาหาแกด้วยแต่พี่ห้ามไว้ บอกว่าถ้าพ่อโทรมาด่าแกล่ะก็ จากที่แกจะแค่ทำแท้งแกต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ พ่อเลยยอมหยุด แต่ว่าถ้าเจอแกเมื่อไรจะต่อยสักที พ่อว่ามาอย่างนี้น่ะ

แบมแบมฟังแล้วไม่รู้ว่าจะกลัวหรืออะไรดี แต่ตอนพ่อโกรธก็น่ากลัวมากนะ  ใบหน้าหวานซีดลงกว่าเดิม ทั้งเครียดทั้งกังวล

“แม่ล่ะว่าไง”

“ร้องไห้เลยน่ะสิ ช็อกน่ะ ทั้งคู่แหละ แต่ฟังดูแล้วเขาก็ไม่ได้โกรธแกมากเท่าไร ที่โกรธจริงๆ คือผู้ชายคนนั้น เพราะพี่บอกท่านด้วยว่าแกโดนมันขืนใจ ถ้าพ่ออยู่เกาหลีนะ รับรองว่าพ่อไปเอาเรื่องไอ้หมอนั่นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ”

“อืม

“พ่อกับแม่ยังบอกอีกว่าจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหา ย้ำนักย้ำหนาเลยว่าอย่าให้แกทำแท้ง”

แบมแบมถึงกับหน้าเปลี่ยนสี อีกแล้วทำไมทุกคนถึงห่วงชีวิตไอ้เด็กนี่นักนะ เขาไม่เห็นจะอยากได้มันเลยเนี่ย!

“พ่อกับแม่จะให้เอาไว้ทำไม เอาไว้ก็ขายหน้าคนเขาเปล่าๆ พ่อกับแม่ไม่รู้สึกแย่บ้างเลยเหรอที่มีลูกชายท้องน่ะ” แบมแบมเสียดสีตัวเอง

“อย่ามาทำตัวดราม่าได้ไหมแบม พ่อกับแม่เขาก็อายแต่จะให้ทำยังไงเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วนี่ ตอนนี้พ่อเขาต้องการทำให้เรื่องทุกอย่างมันถูกต้อง ท้องก่อนแต่งดีกว่าท้องแล้วไม่ได้แต่ง”

“อะไรนะ!!” แบมแบมตาเบิกกว้าง ตกใจจนเผลอตะโกนออกมา

“พ่ออยากให้ผู้ชายคนนั้นรับผิดชอบแก แต่พี่บอกไปนะว่าเขาเป็นดาราดังของประเทศนี้เลย พ่อก็บอกอีกว่าถึงดังแค่ไหนพ่อก็ต้องลากคอมันมาแต่งงานกับแกให้ได้”

นี่นิชคุณก็พูดตามที่พ่อพูดเมื่อคืนเป๊ะๆ เลยนะ

“ผมไม่แต่งหรอกนะพี่คุณ บ้ากันไปใหญ่แล้ว! พี่ไม่ได้บอกพ่อหรือไงว่าผมเกลียดผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหนน่ะ ใครจะอยากแต่งงานกับคนที่ข่มขืนตัวเองวะพี่!!

แบมแบมทุบโต๊ะปังอย่างโมโห ไอ้ทางแก้ปัญหาวิธีนี้เขารับไม่ได้!

“อย่าเสียงดังได้ไหมแบม แกอย่าใช้แต่อารมณ์ เรื่องนี้มันใหญ่มากนะ แกจะรับผิดชอบคนเดียวไม่ได้หรอก คิดถึงหน้าตาของพ่อกับแม่บ้าง ไหนจะน้าเมริสาอีก ยังไงถึงไม่แต่งก็ต้องให้หมอนั่นรับผิดชอบลูกในท้องแก เด็กต้องมีพ่อ ฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบแกบ้าง” นิชคุณพยายามไม่ร้อนตามน้องไปด้วย

“ถ้าอยากให้ผมเอาเด็กไว้อย่าบังคับให้ผมไปยุ่งเกี่ยวกับมาร์ค!

แบมแบมยื่นคำขาดกับพี่ชาย นิชคุณคิ้วขมวด

“แกอย่าทำแบบนี้แบม อย่าทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือก”

“นี่คือทางเลือกที่แบมต้องการ จะเอายังไง? ไม่ว่ายังไงแบมก็จะไม่ไปยุ่งกับหมอนั่นอีก ถ้าพ่อแม่กลัวเสียหน้าก็ตัดแบมออกไปเลย คลอดเมื่อไรอยากได้หลานผมจะยกให้ ถ้าอยู่ที่นี่แล้วน้าเมริสาเดือดร้อน กลับไปไทยพ่อแม่ก็ขายหน้าเขา ผมไปอยู่ต่างประเทศก็ได้ ไปคลอดที่โน่น”

แบมแบมยกมือกอดอก หน้าหวานบึ้งตึง สายตาวาววับแทบฆ่าคนได้แล้วตอนนี้

“อย่าดิ้นรนให้มันลำบากเลย เรามีทางที่ง่ายกว่านั้นนะแบม”

“ทางที่พ่อกับพี่จะทำแบมว่ามันยากกว่าทางของแบม มาร์คไม่มีทางรับเรื่องนี้ได้ เขาไม่มีทางรับผิดชอบ”

“เราต้องลองดูก่อน”

“ผู้ชายคนนั้นเห็นแก่ตัว เขาไม่มีทางยอมให้เรื่องแบมไปดับอนาคตเขาแน่”

“พี่ก็คิดประเด็นนี้อยู่เหมือนกัน พี่จะให้เขารับผิดชอบเงียบๆ อย่างน้อยให้มารับรองลูกแกว่าเป็นลูกของเขา ให้เด็กมีพ่อ เราจะใช้แต่ชื่อเขา ไม่เอาตัวเขามาเกี่ยวข้องกับพวกเราหรอก”

นี่คือวิธีออมชอมที่ดีที่สุดเท่าที่นิชคุณต้องการและยอมรับได้ แต่ให้ดีกว่านั้นก็ต้องให้ทุกคนรู้ด้วย

“ถึงจะเป็นแค่ชื่อหมอนั่นก็ไม่ให้ เชื่อเถอะ”

“แกอย่ามองโลกในแง่ร้าย”

“ถ้าพี่รู้จักหมอนั่น พี่จะรู้ว่าโลกเราน่ะมีคนเลวร้ายอยู่”

“รู้ดีจังเลยนะ ไหนว่าเกลียดเขานักไง”

“หึพี่ลองไปเจอหมอนั่นดูสักครั้งสิแล้วพี่จะรู้” แบมแบมเหยียดยิ้มเยาะ

แบมแบมท้าเลยด้วย ถ้าพี่คุณไม่โกรธกลับมาเขาจะยอมทำตามที่พี่ต้องการทุกอย่างเลย!

“ก็ได้ พี่จะจัดการเอง แกคอยดูก็แล้วกัน” นิชคุณสบตาน้อง ไม่ยอมแพ้

ถ้าเขาทำให้มาร์ครับผิดชอบลูกของแบมไม่ได้ เขาจะยอมทำตามที่น้องต้องการทุกอย่างเลย!

 

 

 

 

 

จินยองผลักร่างของมาร์คเข้าห้องของเจ้าตัวได้ก็ปิดประตูล็อกตามหลัง เขาก้าวไปที่ชุดรับแขกกลางห้อง เหวี่ยงกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างแรงแล้วหันมาเท้าเอวมองจ้องมาร์คด้วยสายตาแข็งกร้าว

“แกไปก่อปัญหาอะไรไว้อีกต้วนอี้เอิน”

“อะไรของนายวะ เมนส์ไม่มารึไง ถามอะไรปัญญาอ่อน นายตัวติดกับฉันตลอดเวลาไม่ใช่เหรอวะ”

มาร์คไม่เข้าใจ ถอดเสื้อเชิ้ตขว้างทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจจะเก็บทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง เดินไปเปิดแอร์คอนดิชั่นให้ความเย็น

“ถ้าคนที่แกไปสร้างปัญหาให้เขาไม่ตามมาที่ฉัน ฉันจะมาถามแกหรือไง?” จินยองพยายามถามอย่างนุ่มนวลแล้วนะ ถึงจะโกรธที่มาร์คพูดจาไม่มีสัมมาคารวะก็เถอะ

“ใครมาฟ้องอะไรอีก ฉันอยู่เฉยๆ มาเป็นอาทิตย์นายก็รู้” มาร์คตอบไปตามจริง เขาก็งุนงงอยู่นะว่าจูเนียร์ต้องการบอกอะไร

จินยองหรี่ตามองจับผิดมาร์ค แต่อีกฝ่ายก็ยังเฉย ไม่หลุดอะไรออกมาเลย ถ้าไม่มีอะไรแล้วโทรศัพท์สายนั้นคืออะไรกันล่ะ?

“มีคนโทรหาฉัน บอกว่าอยากพบนายโดยตรง ไม่ได้ต้องการจ้างงานด้วยนะ เขาบอกว่าจะไปบอกบริษัทว่านายสร้างปัญหาให้เขา”

“ไอ้คนนั้นมันเป็นใคร?” มาร์คลดขวดน้ำดื่มในมือลง ชักสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน

“เขาบอกว่าชื่ออ่า เรียกยากจัง นิชคุณ ภูวกุล เขาเป็นนักออกแบบอัญมณีและซีอีโอของเมลิซี และแกรู้ไหมว่าเมลิซีไม่ธรรมดาเลยนะ เป็นแบรนด์ชั้นนำของบ้านเราที่กำลังไปตลาด Luxury ระดับโลก เป็นแบรนด์อัญมณีที่กำลังจะเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ฯ ไม่ว่าน้ำหอมของ Sarah Jessica Parker หรือรองเท้าของ Jimmy Choo Couture ก็ล้วนแต่มีเครื่องประดับจากที่นี่ไปร่วมประดับมาแล้วทั้งนั้น แกไปมีปัญหากับคนระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไร? ไหนลองตอบฉันมาหน่อยซิ”

มาร์คมุ่นคิ้ว งงหนักเข้าไปอีก

“ฉันไม่เคยรู้จักคนในแวดวงจิวเวลรี”

“แกไปเผลอทำอะไรลูกสาวหลานสาวใครในวงการนี้หรือเปล่า?”

“อ่านึกไม่ออกหรอก ลูกหลานไฮโซทั้งหลายฉันก็ไม่ได้ไปรู้จักลึกถึงกิจการครอบครัวบ้านเจ้าหล่อนนี่นา ฉันสนแต่ตัวของผู้หญิงพวกนั้นต่างหาก” ใครจะไปอยากรู้วะว่าบ้านแต่ละคนทำอะไร เจอกันครั้งเดียว บางคนเขาจำหน้าจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ถ้าไม่ใช่ผู้หญิง แล้วผู้ชายล่ะ?”

“ถึงฉันได้ทั้งสองก็ไม่ได้มั่วมากมายขนาดนั้นมั้ยจูเนียร์” คนกำลังอารมณ์ดีๆ จูเนียร์จะมากวนตะกอนให้ขุ่นกันทำไมวะ!

“เดี๋ยวนะฉันว่าภูวกุลนี่คุ้นมากนะมาร์ค นามสกุลคนไทยใช่มั้ย?”

“ก็คงทำนองนั้นแหละ”

จูเนียร์เดินคิดไปมา พยายามนึกว่าคุ้นยังไง มาร์คมองแล้วเบะปาก เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาเปิดโทรทัศน์ดูแก้เบื่อ

“ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่นะมาร์ค เบาๆ หน่อย” จินยองหันมาเอ็ด แต่มาร์คหรือจะสลด

“นายก็คิดไปสิ มาเกี่ยวอะไรกันเล่า”

“แกนี่มันบ้าจริงๆ ไม่เคยช่วยอะไรฉันเลย ทุกอย่างของนายฉันก็ต้องจัดการให้หมด ปัญหาก็ขยันสร้าง ข่าวก็ขยันทำ มันน่าเบื่อ..นะอ๊า!” จู่ๆ จูเนียร์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ร้องเสียงหลงจนมาร์คสะดุ้ง

“อะไรของนายอีกวะจูเนียร์!

“เด็กนั่นน่ะมาร์ค! เด็กคนนั้นน่ะ!” จูเนียร์กระทืบเท้าอยู่กับที่ ชี้มือมาทางมาร์ค ท่าทางตื่นเต้น

“ใจเย็นๆ นะจูเนียร์ อย่าดิ้น มีอะไรก็ค่อยๆ พูดออกมา เด็กนั่นน่ะคนไหน ระบุมาให้ชัดๆ ด้วย”

“คนนั้นไง! คนล่าสุดของแกเนี่ย เด็กของเจบีน่ะ แบมแบมเขาเป็นคนไทยใช่ไหม?!” จูเนียร์ปรี่เข้าไปหามาร์ค ทรุดลงนั่งเคียงแล้วตีขาดาราหนุ่มหลายที

“มั้งแล้ว?”

“เขาชื่อจริงว่าอะไร?”

“จะไปรู้เรอะ!” มาร์คมองจูเนียร์ด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ผู้จัดการเขาควรไปเช็คสมองบ้างนะ ตามเขาเหนื่อยจนเครียด เครียดแล้วก็บ้า มาถามเรื่องแบบนี้กับเขาเนี่ยนะ? ใครจะสนชื่อกันล่ะ เขาก็สนแค่ตัวเด็กนั่นเท่านั้นแหละ ได้แล้วก็จบ

“นายโทรไปถามเจบีหน่อยสิว่าแบมแบมชื่อจริงว่าอะไร เผื่อจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนชื่อนิชคุณ”

“ทำไมฉันต้องโทรด้วย นายเป็นผู้จัดการฉันนะ ทำเองสิ”

“นายก็รู้ว่าฉันกับหมอนั่นไม่ถูกกัน” จินยองหน้ามุ่ย มาร์คแค่นหัวเราะ

“จะจำอะไรนักหนาวะ เรื่องมันนานแล้วปล่อยผ่านมันไปเถอะ โทรไปถามให้รู้เรื่องไป จะได้จบๆ”

มาร์คชักรำคาญ จูเนียร์นี่แปลกคนมากนะ ทำไมต้องทำให้อะไรๆ มันยุ่งยากด้วย

“ฉันขอร้องแค่นี้ไม่ได้ใช่มั้ย?”

“ไม่ได้” มาร์คปฏิเสธอย่างไม่รักษาน้ำใจกันสักนิด จินยองชักเคือง

“เออดี! ไม่โทรก็ไม่โทร มีปัญหาอะไรตามมาแกก็แก้เอาเองละกัน และฉันสังหรณ์ใจว่าเรื่องคราวนี้มันต้องใหญ่มากแน่ๆ เพราะคู่กรณีแกคราวนี้ไม่ธรรมดาซะด้วย สำนึกบ้างนะว่าอยู่ในวงการบันเทิง แล้ววงการเครื่องประดับก็แยกจากวงการแฟชั่นไม่ออกเลยด้วย แบรนด์เสื้อหรูที่จ้างนายไปถ่ายส่วนใหญ่ก็ใช้เครื่องประดับของเมลิซี คุณนิชคุณเขาบอกฉันด้วยนะว่าจะแจ้งบริษัทโดยตรงถึงเรื่องที่นายทำไว้ คราวนี้ล่ะแกเอ๊ย ต่อให้เป็นNo.1 ขายดีขนาดไหนทางค่ายก็ไม่เอาแกไว้แน่ เตรียมตัวซวยเถอะต้วนอี้เอิน!

“นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ ยิ่งกว่าแม่ฉันอีก!” มาร์คโวยลั่น หน้าตาบูดบึ้ง แต่ก็ยอมควักเครื่องมือสื่อสารสีดำจากกระเป๋ากางเกงมาสไลด์

“เบอร์เจบีน่ะเบอร์อะไร”

“ก็แค่เนี้ย!” จูเนียร์เหนื่อยใจ ทำไมจะต้องเปลืองน้ำลายกล่อมหมอนี่ให้ยอมทำตามคำสั่งด้วย มาร์คจะยอมทำอะไรตามที่เขาบอกง่ายๆ บ้างไม่ได้เลยหรือไง

จินยองยื่นโทรศัพท์ที่ปรากฏเบอร์โทรของแจบอมให้มาร์คดู

“สวัสดีครับคุณอิมแจบอม ผมมาร์คนะครับ”

<อ่อมีอะไรหรือครับ>

“ผมอยากรู้น่ะครับว่าลูกน้องของคุณที่ชื่อแบมแบมน่ะ ชื่อจริงเขาชื่ออะไรหรือครับ”

<อยากรู้ไปทำไมครับเนี่ย?>

“จูเนียร์ให้ผมโทรถามครับ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากรู้นัก” มาร์คหน้าเหยเกเมื่อผู้จัดการคนสวยหยิกหมับเข้าที่เอว

<ทำไมเขาไม่โทรมาถามเองครับเนี่ย>

“เขาบอกว่ากลัวคุณน่ะครับ” ปลายสายหัวเราะ มาร์คเองยังอยากหัวเราะเลยถ้าไม่เจ็บจี๊ดๆ ที่เอวเนี่ย!

<แบมแบมชื่อจริงชื่อกันต์พิมุก ภูวกุลครับ> มาร์คตาโตหันไปมองหน้าจินยองทันที พลอยทำให้ร่างโปร่งอยากรู้ไปด้วยว่ามาร์คได้ยินอะไร

“ภูวกุล” มาร์คทวนคำนั้นออกมา จินยองยังอ้าปากค้าง

<ครับแปลกจังเลยนะ เมื่อตอนเที่ยงพี่ชายแบมแบมก็โทรหาผมด้วยบอกว่าต้องการเบอร์คุณ พอตอนเย็นคุณก็โทรมาหาอีก มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?>

“ไม่มีอะไรครับ ขอบคุณมากนะครับคุณแจบอม”

<ไม่เป็นไรครับ แต่ฝากบอกจินยองด้วยว่าถ้าอยากรู้อะไรวันหลังให้โทรมาหาผมเอง ไม่อย่างนั้นผมจะไม่บอกอะไรแล้ว>

“ได้ครับ จะบอกให้”

มาร์คโยนมือถือลงบนตักผู้จัดการแล้วหันมาเฉลยให้จินยองฟัง

“เด็กนั่นชื่อกันต์พิมุก ภูวกุล มีพี่ชาย คุณเจบีของนายบอกฉันว่า เมื่อตอนเที่ยงพี่ชายเด็กนั่นก็โทรหาเขาเพื่อขอเบอร์ฉัน

จินยองยิ่งฟังยิ่งหน้าซีดจนต้องหยิบกระเป๋ามาควานหายาดม

“ตายๆ ไม่ตายวันนี้ฉันจะไปตายวันไหน”

“อย่ามาโอเวอร์ปาร์คจินยอง นิชคุณอะไรนั่นน่ะพี่ชายเด็กนั่นชัวร์”

“ตรรกะเชื่อมโยงง่ายๆ แบบนี้ฉันก็คิดได้น่า! เด็กคนนั้นก็ดูธรรมดา ทำงานเล็กๆ กินเงินเดือนน้อยนิดจากเจบี ฉันไม่คิดเลยนะว่าเขาจะมีพี่ชายเป็นถึงซีอีโอไม่สิ!

จินยองยัดยาดมที่เพิ่งสูดใส่มือมาร์คแล้วหยิบแท็บเลตในกระเป๋าออกมาเข้าอินเทอร์เนตอย่างรวดเร็ว พอหาสิ่งที่ต้องการเจอเขาก็ยื่นให้มาร์คอย่างหมดแรง

“ฉันว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ มาร์ค ไม่อย่างนั้นพี่ชายเด็กคนนั้นไม่อยากเจอนายหรอก”

” มาร์คหน้านิ่ง มองหน้าเว็บที่จินยองเข้าไว้

“ไม่ใช่แค่มีพี่ชายเป็นซีอีโอ แต่เขาเป็นหลานชายคนเล็กของคุณเมริสาเจ้าของเมลิซีด้วย….เด็กคนนั้นนี่มองจากภายนอกแล้วไม่รู้เลยนะว่าเกี่ยวพันกับนักธุรกิจชั้นแนวหน้า”

จินยองอยากระเหยกลายเป็นไอไปเลยจริงๆ นะเนี่ย

“แล้วไง? ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าปัญหาที่มาจากเด็กนั่นจะใหญ่สักแค่ไหน”

“เออ เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าจะเอาเรื่องที่นายไปปล้ำเขามันก็ช้าไปเป็นเดือนนะ”

“นั่นน่ะสิ ช่างเถอะ เรื่องยังไม่เกิดสักหน่อย เขาจะคุยเรื่องอะไรก็ไว้ให้ได้รู้ก่อนเถอะค่อยหาทางแก้กันอีกที” มาร์คไหวไหล่น้อยๆ จินยองหมั่นไส้เหลือทน

“ฉันไม่อยากจะสนใจไยดีแกเลย คราวนี้ถ้ามันเป็นปัญหาเกินกว่าฉันจะแก้ได้ ฉันลาออกเลยนะ”

“ตามสบาย”

“ไม่รั้งเลย?”

“รั้งทำไม นายไม่อยากอยู่กับฉันมาแต่แรกอยู่แล้วนี่”

จินยองดีดดิ้นไปมา โถมตัวลงไปนอนกับโซฟา มาร์คส่ายหน้ากับท่าทางจะเป็นจะตายของผู้จัดการ

จูเนียร์นี่ขี้กังวลจริงๆ เรื่องนี้เรื่องของเขาเองแท้ๆ เขายังไม่กังวลเลย

 

 

 

 

วันนี้ถือว่าเป็นวันที่สองพี่น้องตระกูลภูวกุลเปิดอกพูดคุยกันนานที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ด้วยความที่วัยห่างกันค่อนข้างมากและมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทำให้แบมแบมและคุณไม่ได้คุยกันดีๆ เลยตั้งแต่แบมแบมอายุเข้าวัยรุ่น  แบมแบมออกจากบ้านพี่ชายไปอยู่หอตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนเรียนจบก็ไม่เคยคิดจะย้ายกลับไปอยู่กับพี่อีก นิชคุณเองก็ทุ่มเทให้กับการทำงานและต้องบินไปทำงานที่ต่างประเทศให้คุณน้าอยู่บ่อยๆ นานทีจะว่าง เวลาที่มีให้น้องชายจึงน้อยมาก

วันนี้นิชคุณใช้เวลาทั้งบ่ายอยู่กับน้องชาย พยายามชวนคุย แม้แบมแบมไม่ค่อยตอบแต่ก็ไม่ได้มีการทะเลาะอย่างที่แล้วมา เหตุผลคงเป็นเพราะแบมแบมเหนื่อยจะเถียงด้วย ร่างกายไม่เอื้อให้ออกฤทธิ์มากนัก

“แน่ใจนะว่าไม่อยากย้ายกลับไปอยู่กับพี่ อยู่คอนโดคนเดียวมันอันตรายนะแบม กำลังท้องกำลังไส้ พี่ไม่ค่อยไว้ใจ” นิชคุณยังไม่เลิกเปลี่ยนความคิดให้น้องย้ายไปอยู่กับตน แบมแบมส่ายหน้า

“แบมขี้เกียจย้ายของ”

“แค่ชั่วคราว ไม่ต้องเอาอะไรไปมากหรอก”

“ไม่ล่ะ อยู่กับพี่แบมไม่ชิน แบมเคยชินกับการอยู่คนเดียวมากกว่า และแบมดูแลตัวเองได้”

“ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้อยู่กับยูคยอมไปก่อน”

“วันนี้ผมคิดว่าจะกลับคอนโดแล้ว ไม่อยากรบกวนมัน มาแย่งห้องนอนมันด้วย” แบมแบมอยู่คนเดียวมาหลายปีจนชิน เขาชอบทำอะไรด้วยตนเอง กินข้าวคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว นอนคนเดียว มันสบายใจดี ไม่วุ่นวาย

“ตามใจ” นิชคุณยอมไปก่อน ตั้งใจว่าจะคุยกับน้าเมย์ให้กล่อมแบมแบมไปอยู่ด้วยสักระยะ อย่างน้อยแบมแบมก็น่าจะเกรงใจคุณน้าบ้าง และคุณน้าจะได้ช่วยเขาดูแลแบมแบม คุณน้าต้องดูแลแบมที่กำลังท้องได้ดีแน่นอน

“พี่จะเข้าไปบ้านน้าเมย์”

“อืม”

“อยากไปด้วยไหม”

“ยังดีกว่า ขี้เกียจ”

ถึงแบมแบมจะไม่ค่อยได้ไปหาพี่ชายนัก เขาก็ไปหาน้าสาวอยู่บ่อยๆ แต่ก็แค่เดือนละครั้ง บางทีน้าไม่ได้โทรหาก็ไม่ได้ไป

“พี่จะบอกน้าเมย์เรื่องลูกแกด้วย”

“ตามใจ” แบมแบมยังไงก็ได้ ในเมื่อพ่อแม่รู้แล้ว จะน้าเมย์หรือใครรู้เพิ่มก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก

 “จะให้พี่ไปส่งที่คอนโดไหม?”

“อือ ขึ้นไปเอากระเป๋าก่อน” แบมแบมขัดใจพี่ชายมาหลายเรื่องแล้วบ่ายนี้ ถ้าพี่อยากไปส่งเขาไปด้วยก็ได้ จะได้ไม่ต้องเบียดคนบนรถไฟฟ้าด้วย

 

 

 

 

นิชคุณโบกมือให้น้องชายที่โบกมือลาอยู่ตรงทางเข้าคอนโด ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางของน้องจนแบมแบมเดินเข้าไปในตัวอาคาร

เขาไม่ยอมออกรถในทันที ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรออกไปที่เบอร์ของปาร์คจินยอง

<สวัสดีครับคุณนิชคุณ ผมรอคุณโทรกลับทั้งวันเลย เลิกงานแล้วหรือครับ>

“เลิกแล้วครับ ผมอยากขอคุยธุระกับคุณหน่อย ถ้าให้ดีอยากจะคุยกับคุณมาร์คด้วย ไม่ทราบว่าสะดวกหรือเปล่า” น้ำเสียงของนิชคุณไร้แววปรานีอย่างที่เอ่ยกับน้อง เสียงนุ่มของเขากระด้างขึ้น แฝงความไม่พอใจอยู่เงียบๆ

ถึงแบมแบมจะดื้อรั้น เอาแต่ใจ แต่ก็เป็นน้องชายที่เขารักมาก พี่ชายอย่างเขามีหน้าที่ปกป้องน้องอยู่แล้ว  ใครทำอะไรแบม เขาจะทำกลับคืนให้สาสมพอกันเลยล่ะ

 <เอ่อสะดวกครับ วันนี้ไม่มีงานแล้ว คุณนิชคุณจะคุยที่ไหนหรือครับ>

“บ้านผม”

<เอ่อ…>

“บ้านมาร์ค?”

<คือว่า…>

“ผมเข้าใจว่าสถานที่คุยกับดาราดังต้องปลอดจากนักข่าว บ้านผมก็มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ความปลอดภัยยอดเยี่ยม เผลอๆ จะดีกว่าบ้านดาราของพวกคุณอีก แต่จะไปบ้านคุณก็ได้ หรืออยากคุยในที่สาธารณะ? ผมไม่ว่านะ เผื่อมีใครจำคนของคุณได้และได้ยินเรื่องที่ผมพูดจะได้เอาไปลงข่าว คงสนุกดีพิลึก” นิชคุณไม่ได้ขู่หรอกนะ เขาไม่มีเวลามีทำใจดีด้วยหรอก เวลาเขามีค่า แค่สละเวลามาคุยด้วยทางฝ่ายนั้นก็น่าจะสำนึกตัวได้แล้ว

<มาที่คอนโดของมาร์คก็ได้ครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณนิชคุณ…>

“ส่งที่อยู่มาให้ผมได้เลย ผมจะไปตอนนี้ล่ะ”

<ตอนนี้เลยหรือครับ?>

“ไหนบอกว่าทางคุณไม่มีงานแล้วไง ผมก็มีธุระอื่นต้องไปทำเหมือนกันนะคุณ และเวลาของผมก็มีค่าไม่น้อยไปกว่าเวลาของคุณ”

<ได้ครับ จะรีบส่งไปให้เดี๋ยวนี้ล่ะครับ>

“ขอบคุณ”

 

 

 

จูเนียร์มองมือถือของตนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ก่อนโยนมันลงไปบนโต๊ะเหมือนหวาดกลัว มาร์คที่นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่ข้างกันหันมามอง

“เป็นอะไรทำไมต้องหน้าซีด”

“โคตรดุพี่ชายแบมแบมดุมากนะมาร์ค แค่เสียงยังน่ากลัวมากเลย ฉันว่าเขาต้องมาฆ่าแกแน่ๆ”

จูเนียร์ซบหน้ากับหมอนอิงสี่เหลี่ยมสีแดง มาร์คส่ายหน้าระอา

“โอเวอร์ตลอด”

“เออ คอยดูไปเถอะ โทรลงไปสั่งรีเซปชั่นด้านล่างด้วยล่ะ” จูเนียร์ต้องสั่งทุกอย่างมาร์คถึงจะขยับกายทำอะไรสักที

“รู้แล้วน่า” มาร์คเบื่อผู้จัดการจริงๆ จู้จี้จุกจิกอยู่นั่น

 

 

 

 

มาแล้วแกลุกไปเปิดประตูสิ” จูเนียร์ที่รอแขกอย่างกระวนกระวายสะกิดมาร์คให้ไปเปิดประตู

 ภายในยี่สิบนาทีหลังจากที่จูเนียร์ส่งเมลที่อยู่ไปให้ นิชคุณก็มาถึงแล้วไวจนไม่ทันได้ทำใจเลย

คุณดาราชื่อเสียทำหน้าเบื่อโลกใส่ผู้จัดการ เดินลากเท้าที่สวมสลิปเปอร์สีเทาไปเปิดประตูออกอย่างไม่เต็มใจนัก

นิชคุณกอดอกยืนรออยู่หน้าประตูอย่างใจเย็น

เมื่อประตูห้องชุดเปิดออก ทั้งสองฝ่ายที่ถือได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไม่ได้มีท่าทางแปลกใจในรูปลักษณ์ของแต่ละฝ่าย เพราะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วจากในรูป

มาร์คก้มหัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงกายให้พ้นประตูเป็นเชิงต้อนรับให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านตน

ที่จริงมาร์คไม่ใช่คนมีมารยาทหรอก แต่ที่ทักทายก่อนเพราะจูเนียร์กรอกหูไว้ว่าถ้านิชคุณมาก็ทักทายเขาด้วยเพราะอายุมากกว่า

ชายหนุ่มหน้าใสดูเยาว์วัยกว่าอายุจริง แต่ใบหน้าเฉยสนิทเหมือนไม่มีอารมณ์ใดๆ ถ้าให้คนที่อยู่ในวงการอย่างมาร์ควิจารณ์ นิชคุณอะไรนี่ก็ดูดีภูมิฐานอยู่หรอก

แต่ไม่ถูกชะตา

นิชคุณมองคนที่มาเปิดประตูให้ตั้งแต่หัวจดเท้า ประเมินอีกฝ่ายด้วยสายตาและความรู้สึก

มีรูปร่างหน้าตาที่สมกับเป็นดาราดัง ถึงจะตัดอคติออกไปแล้ว นิชคุณดูสายตาอีกฝ่ายก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาร้ายไม่ใช่เล่น

ไม่ถูกชะตาเลย

นิชคุณก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องเงียบๆ มาร์คกลอกตาไปมากับท่าทางเย่อหยิ่งไว้ตัวของนิชคุณ

“สวัสดีครับคุณนิชคุณ ผมปาร์คจินยองผู้จัดการส่วนตัวของมาร์คต้วน เชิญนั่งก่อนสิครับ”

นิชคุณมองชายหนุ่มอีกคนก่อนจะพยักหน้ารับ เดินผ่านเขาไปนั่งลงที่โซฟาอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้ตอบรับคำพูดของจินยอง ก่อให้เกิดเดดแอร์ขึ้นจนคุณผู้จัดการคนเก่งก็ชักจะทำตัวไม่ถูก

นิชคุณยกขาขึ้นไขว่ห้าง สองมือประสานกันอยู่ที่เอว นั่งพิงพนักโซฟา แต่ไม่ได้ปล่อยตัวตามสบาย

 จินยองอดชมในใจไม่ได้ว่าขนาดท่านั่งยังดูดี ดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดี หน่วยก้านดีและหล่อขนาดนี้เอาไปเป็นดาราได้สบายเลย

เจ้าของห้องเดินมานั่งที่โซฟาเดี่ยวเพราะแขกไม่ได้อยากจะเชิญครอบครองโซฟายาวไปแล้ว

“คุณบอกพี่จูเนียร์ว่าต้องการคุยกับผม มีอะไรหรือครับ” ต่อหน้าคนที่ไม่รู้จัก มาร์คจะเรียกจินยองอย่างสุภาพ แม้ประโยคคำพูดจะฟังดูดี แต่มาร์คไม่ได้ยินดีจะพูดออกมาเลย น้ำเสียงจึงราบเรียบไปนิด

และนั่นบอกนิชคุณได้หมดว่ามาร์คไม่ได้อยากจะคุยกับตน

นิชคุณมองหน้ามาร์คนิ่งอยู่ครู่จนมาร์คที่เคยชินกับการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายยังรู้สึกอึดอัด

ไอ้ความเงียบแบบนี้มันอะไรกัน นิชคุณต้องการจะเล่นสงครามประสาทกับเขาเหรอ ถามก็ไม่ตอบเอาแต่มองหน้า จะหาเรื่องกันหรือไง?!

มาร์คสบตาจูเนียร์ ร่างโปร่งส่ายหน้าเล็กน้อยปรามมาร์คไม่ให้ทำตัวไม่ดี เจ้าบ้านทั้งสองนั่งรอให้แขกเอ่ยออกมาด้วยความอึดอัดใจนานเกือบห้านาที

ห้านาทีที่มีแต่ความเงียบราวกับนิชคุณต้องการจะทดสอบความอดทนของมาร์ค

“บอกตามตรงว่าผมไม่เคยรู้จักคุณเลยแม้ว่าคุณจะมีชื่อเสียงโด่งดังมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าคุณไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตน้องชายของผม ผมก็คงไม่รู้ว่ามีคนอย่างคุณอยู่บนโลกนี้ด้วย”

ในที่สุดแขกก็เอ่ยออกมาสักที แต่จูเนียร์ไม่รู้เลยว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้ยิน เขาหันไปทางมาร์คก็พบว่าดาราในความดูแลเริ่มคิ้วชนกันแล้ว

“คนอย่างผมมันเป็นยังไง?”

นั่นไงจินยองอยากร้องไห้ แม่จ๋า

“ก่อนมาพบคุณผมก็หาประวัติคุณมาบ้างไม่มีอะไรน่าประทับใจเลยสักนิด นอกจากหน้าตาและฝีมือการแสดง ดูเหมือนตัวคุณจะไม่มีอะไรดีเลยนะต้วนอี้เอิน”

สิ้นประโยคนั้นจินยองก็สูดลมหายใจลึก มาร์คผุดลุกขึ้นยืนทันที มองหน้าแขกด้วยความไม่พอใจ

“ถ้าคุณมาเพื่อด่าผมก็เชิญกลับไป!

“อารมณ์รุนแรงมารยาทก็หยาบคาย” นิชคุณตำหนิอย่างไม่เกรงใจ ในใจก็เริ่มคิดแล้วว่าคนแบบนี้ไม่สมควรเป็นพ่อใครได้

“คุณ!” อะไรวะ! มาถึงก็เอาแต่ว่าคนอื่น หมอนี่ต้องการอะไรกันแน่

“มาร์คใจเย็นก่อน” จินยองลุกจากที่นั่งไปคว้าแขนมาร์คไว้ ดันร่างเขานั่งลงไปที่เดิม ร่างบางหันมาทางนิชคุณ

“มาร์คไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือครับ คุณต้องการอะไรจากมาร์คกันแน่”

“ผมต้องการให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่ทำไว้กับน้องผมแต่ดูแล้วคนอย่างเขาคงไม่มีสามัญสำนึกพอจะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ได้หรอก”

“รับผิดชอบอะไร? น้องคุณจะให้ผมรับผิดชอบอะไรอีก เรื่องระหว่างผมกับเขาจบไปนานแล้ว น้องคุณไม่ได้บอกหรือไง” อย่ามาตลกน่า เรื่องจบไปเป็นเดือนๆ แล้ว จะมาเรียกร้องอะไรกัน

“เรื่องที่คุณทำไว้กับน้องผมยังไม่จบหรอก” นิชคุณพยายามใจเย็นและพูดจาสุภาพด้วยแล้วนะ

“ไม่จบ? อะไรคือไม่จบ” มาร์คล่ะสงสัยนักว่าเด็กนั่นต้องการอะไรจากเขา ทำท่ารังเกียจเขานักหนา มองเขาเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ จะมาต้องการอะไรอีก

“แบมแบมไม่ใช่ผู้ชายปกติหรอกนะ ร่างกายเขาไม่เหมือนเรา

นิชคุณเอ่ยออกมาช้าๆ ไม่ได้ต้องการให้ซึมซาบลงไปในใจคนฟัง แต่เขาพยายามระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้ใจร้อนจนเสียเรื่อง เขายังไม่อยากมีเรื่องกับใคร ถึงอีกฝ่ายจะเป็นคนประเภทที่พร้อมมีเรื่องตลอดเวลาก็ตาม

มาร์คหน้านิ่วไม่เข้าใจแต่คุณผู้จัดการเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขามองไปที่นิชคุณเขม็ง

“ที่ว่าไม่เหมือนนี่คุณขยายความหน่อยสิครับ” จูเนียร์ใจหาย แต่พยายามทำใจให้นิ่งไว้

ไม่หรอกน่าคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง

นิชคุณหยิบกระดาษที่พับทบเป็นชิ้นเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางมันลงบนโต๊ะตัวเตี้ยเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้อีกสองคนในห้องตกตะลึง

“น้องชายของผมเขาท้องได้สองเดือนแล้วคงไม่ต้องให้บอกหรอกนะว่าท้องกับใคร”

นิชคุณปรายตามองไปที่มาร์คที่ยังคงนั่งอึ้ง

จูเนียร์ได้สติก่อน คว้ากระดาษบนโต๊ะออกมาคลี่อ่านอย่างรวดเร็ว เมื่ออ่านจบใบหน้าหวานก็ไร้สีเลือดทันทีมือที่ถือผลตรวจสั่นเล็กน้อย กำขยำมันไว้แล้วหันไปมองมาร์คอีกคน

“ไอ้มาร์ค” พอผู้จัดการเรียก ชายหนุ่มก็ได้สติ ตวัดสายตามองไปที่ผลตรวจในมือของจูเนียร์

“ไม่จริงน่า

จูเนียร์อยากจะพุ่งไปหายาดมของตนตอนนี้เลยจริงๆ ตายแน่..เขาต้องตายแน่

ไอ้มาร์คทำผู้ชายท้อง! ดับอนาถกันทั้งคู่ ทั้งเขาและไอ้มาร์คนี่แหละ!!

ถ้าไม่เกรงใจนิชคุณละก็เขาจะกระโจนไปทึ้งหัวไปไอ้ดาราเจ้าปัญหานี่แล้ว! สังหรณ์ใจอะไรไว้ไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง มาร์คต้วนจะสร้างปัญหาใหญ่ให้เขาตามแก้อีกสักกี่ครั้งกี่หนกัน เขาชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ และปัญหาครั้งนี้มันก็ใหญ่เกินกว่าเขาจะแก้ได้เสียด้วย!!

“ผู้ชายท้องไม่ได้หรอก คุณอย่ามาโกหกน่า!” มาร์คหายอึ้งแล้วก็โวยออกมาทันที แม้จะมีผลตรวจมายันเขาก็ไม่เชื่อ!

“ผมคิดอยู่แล้วว่าคุณคงไม่เชื่อ ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลก็ได้ น้องผมเขาเกลียดคุณมาก เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคุณด้วยซ้ำ แล้วเขาจะโกหกไปเพื่ออะไร?”

มาร์คก็รู้ว่าแบมแบมไม่ชอบเขา และคิดไม่ออกเหมือนกันว่าเด็กนั่นจะให้พี่ชายมาโกหกเรื่องท้องทำไม แต่เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีผู้ชายที่ไหนท้องได้ด้วย! บ้าจริง!

“ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กนั่นจะท้องขึ้นมาได้น่ะ!

“ไอ้เด็กนั่นที่คุณว่ามันคือน้องผมนะ!

“ก็ผมบอกว่าผมไม่เชื่อไง!

“ถึงไม่เชื่อมันก็เกิดขึ้นแล้ว!

“แต่ว่า” มาร์ครู้สึกเหมือนถูกของหนักๆ ทุ่มลงมากลางแสกหน้าเลยตอนนี้ เขางงไปหมดแล้วนะ ไอ้เรื่องน่าเหลือเชื่อนี่มันมีจริงๆ หรือวะ!

“พอเถอะมาร์คพี่คิดว่าคุณนิชคุณไม่ได้โกหก แบมแบมคงท้องจริงๆ ผลตรวจมันก็ออกมาชัดเจน” จูเนียร์รู้สึกเหนื่อยใจจนทดท้อไปหมด เขาวางผลตรวจลงบนโต๊ะ ถอนหายใจออกมาหนักหน่วง

นิชคุณแปลกใจที่ผู้จัดการของมาร์คยอมรับเรื่องที่เขาบอกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีทีท่าว่าประหลาดใจอะไรเลย มาร์คมองผู้จัดการคนเก่งอย่างไม่พอใจ

“เรื่องบ้าๆ แบบนี้พี่ก็เชื่อลงด้วยเหรอจินยอง! ผู้ชายที่ไหนจะท้องได้วะ มีจริงก็ประหลาดเกินไปแล้ว!” มาร์คยอมรับไม่ได้เด็ดขาด โวยลั่นห้อง จูเนียร์ไม่เชื่อเขาไม่พอยังมีหน้าไปบ้าจี้ตามคนแปลกหน้าอีก ใครบอกอะไรก็เชื่อไปหมดเลย

จินยองหน้าซีด  ริมฝีปากที่เม้มแน่นค่อยๆ คลายออก เหมือนพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ เขามองหน้ามาร์คนิ่งก่อนเอ่ยออกมา

“พี่เชื่อนะเพราะพี่ก็เป็นเหมือนน้องของคุณนิชคุณ

“ว่าไงนะ?!” มาร์คช็อกเป็นรอบที่สอง

ไม่อยากจะเชื่อเลย! 

“เออมันน่าตกใจมากพี่รู้ แต่นายควรเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกนะ”

มาร์คยกมือขึ้นกุมศีรษะ รับอะไรไม่ทันจริงๆ จะมีอีกกี่เรื่องให้เขาช็อกอีก กระทั่งผู้จัดการเขาก็เป็นไปด้วยหรือวะเนี่ย?!

“คุณรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไรหรือครับ” นิชคุณอยากรู้เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ จินยองยิ้มเซียว

“ห้าปีก่อนครับเรื่องของผมน่ะช่างเถอะ ตกลงที่คุณมาวันนี้เพื่อบอกข่าวนี้กับเราใช่ไหมครับ แต่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มาก และกระทบงานของทางมาร์คมากด้วย ขอโทษที่ต้องพูดตามตรงนะครับ มาร์คเองก็เคยมีข่าวเรื่องแต่งงานมาแล้ว และผลของมันก็เลวร้ายมาก แฟนคลับผู้หญิงค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทางเราจะปฏิเสธการรับผิดชอบนะครับ ผมเข้าใจว่าทางคุณก็ต้องการให้มาร์ครับผิดชอบแต่คุณเองก็ต้องเข้าใจพวกเราด้วยเช่นกัน”

คำพูดของจินยองมีเหตุผล นิชคุณเองก็ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่ามาร์คจะสามารถแต่งงานเพื่อรับผิดชอบแบมแบมได้ ใครจะบ้าทำอนาคตในวงการของตัวเองดับ

“เรื่องนี้พ่อแม่ของผมรู้แล้วครับ และท่านก็โกรธมากด้วย ท่านเองต้องการให้มาร์คทำอะไรสักอย่างเพื่อรับผิดชอบแบมกับลูก”

“นี่! เดี๋ยวก่อนสิ ผมบอกตอนไหนว่าผมยอมรับเรื่องนี้ได้แล้ว” มาร์คขัดการสนทนาของจินยองและนิชคุณด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

“หมายความว่ายังไง?” นิชคุณคิ้วขมวด

“หึถึงน้องคุณจะท้องขึ้นมาได้จริงๆ ก็เถอะ แต่แน่ใจได้ยังไงว่าผมคือพ่อเด็ก?”

เกิดความเงียบที่น่ากลัวชวนสยองขึ้นทันทีที่มาร์คกล่าวจบ จินยองอ้าปากค้าง ไม่คิดว่ามาร์คมันจะนิสัยแย่จนกล้าพูดเรื่องแย่ๆ แบบนั้นออกมาได้ และพูดต่อหน้าพี่ชายเขาเนี่ยนะ? มันใช้สมองคิดบ้างหรือเปล่า หรือมีหัวไว้กั้นหูอย่างเดียว

“มาร์ค! แกพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า ขอโทษคุณนิชคุณเดี๋ยวนี้นะ!

“ฉันไม่ขอโทษหรอก! ฉันรู้ตัวดีกว่าพูดอะไรออกไป  ไอ้เรื่องผู้ชายท้องได้ถ้าพี่ยืนยันอีกเสียงฉันจะเชื่อ แต่ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเด็กในท้องของเด็กนั่นคือลูกของฉัน! เรื่องมันก็ผ่านมานานเป็นเดือนแล้ว ใครจะรู้บ้างล่ะว่านอกจากฉันเด็กนั่นจะนอนกับใครอีกหรือเปล่า พอหาพ่อไม่ได้ก็มาเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบ ไม่ตลกไปหน่อยหรือไง!!” เขาไม่ยอมให้อนาคตของเขามันจบลงเพราะเด็กที่ไหนก็ไม่รู้หรอก!

คำพูดของมาร์คไม่ต่างจากราดน้ำมันลงบนกองไฟเลยสักนิด นิชคุณลุกขึ้นยืน มองมาร์คด้วยสายตาแข็งกร้าวจนน่ากลัว

“แกว่าพูดว่ายังไงนะ

“พูดว่าไอ้เด็กนั่นไม่ได้ท้องกับฉันไงล่ะ!” มาร์คเองก็ลุกขึ้นยืน สบตานิชคุณอย่างไม่เกรงกลัว

“ไอ้เลว!

ก่อนที่จินยองจะทันรู้สึกตัวและห้ามทัน นิชคุณก็ต่อยมาร์คจนเซล้มไปแล้ว ร่างสูงก้าวตามไปจะกระทืบซ้ำแต่จินยองรีบถลันลุกไปกางแขนปกป้องมาร์คเอาไว้

“คุณนิชคุณพอแล้ว!

“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ! อย่าบังคับให้ผมต้องทำอะไรคุณไปด้วยอีกคน!!” นิชคุณชี้หน้าไล่จินยองให้ถอยห่างออกไป มาร์คเองก็ดันร่างจินยองออกไปไม่ยอมให้นิชคุณทำร้ายตนเองฝ่ายเดียวเช่นกัน

“เราพูดกันดีๆ ก็ได้นี่นา” จินยองไม่รู้เอาแรงฮึดมาจากไหน ไม่ยอมถอยไปจากตรงกลางระหว่างทั้งสองคน

“พูดดีๆ อย่างนั้นเหรอ?! คุณคิดว่าคนของคุณมันยังมีความเป็นคนเหลืออยู่จนพอจะพูดดีๆ กับคนอื่นเขาได้อยู่อีกเหรอ! น้องของผมไม่ใช่คนอย่างที่มันพูด ผมเลี้ยงเขามาผมรู้ดีว่าน้องผมเป็นคนยังไง! เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองต่างจากคนอื่นจนกระทั่งเขาท้อง เขาเป็นผู้ชายที่ทั้งชีวิตนี้คบหาแต่ผู้หญิง น้องผมไม่ใช่คนบริสุทธิ์ผุดผ่องก็จริงอยู่ เพราะตามประสาผู้ชายมันก็ต้องเคยนอนกับผู้หญิงกันทั้งนั้น แต่ผู้ชายที่น้องผมนอนด้วยมีอยู่คนเดียวคือไอ้บ้านั่น! ไอ้คนเลวที่อยู่ข้างหลังคุณแค่คนเดียวเท่านั้น และเขาก็ไม่เต็มใจด้วย ถ้าเขามีสติรู้ตัวเขาไม่มีทางนอนกับผู้ชายหรอก เพราะน้องผมไม่ได้รักชอบผู้ชายด้วยกัน!!

นิชคุณรู้แล้วรู้เลยว่าทำไมแบมแบมถึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับไอ้หมอนี่อีก คนอย่างมันน่ะคนไร้สามัญสำนึกอย่างมันแค่ได้รู้จักก็เสนียดชีวิตแล้ว!

“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณนิชคุณ” จินยองพยายามประนีประนอมสุดๆ แล้ว

“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว!

นิชคุณลากจินยองออกไปให้พ้นทางจนร่างบางเซไปชนโซฟา พอจินยองหายจุกลุกไหวหันไปมองอีกที นิชคุณและมาร์คก็ต่างคนต่างลงมือทำร้ายร่างกายกันไปแล้ว

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! ฉันบอกให้หยุดไง!” ตาย! จินยองไม่ตายวันนี้จะไปตายวันไหน นิชคุณนี่อารมณ์ร้อนเหมือนไอ้มาร์คเป๊ะเลย โอ๊ย! อยากจะบ้าตายโว้ย

จินยองมองการกระทำของผู้ชายสองคนที่ทำตัวเหมือนไร้อารยธรรมแล้วไม่อยากจะเสนอหน้าไปเจ็บตัวหรอก ร่างบางวิ่งไปทางห้องน้ำแล้วกลับมาพร้อมน้ำเต็มกะละมังขนาดกลางใบหนึ่ง หลับหูหลับตาสาดโครมไปที่ทั้งคู่จนนิชคุณและมาร์คเปียกโชกไปหมด ทั้งสองหยุดแลกหมัดใส่กันแล้วหันขวับมาทางจินยองจนร่างบางสะดุ้ง

“เอ่อ” จินยองโยนของในมือทิ้งลงกับพื้น ทำลายหลักฐานต่อหน้าต่อตาแบบหน้าด้านๆ

“แม่ง!” มาร์คโวยแล้วสะบัดหัวไปมาจนน้ำกระเซ็น ส่วนนิชคุณยกมือลูบน้ำที่ใบหน้าแล้วเสยผมที่เปียกชื้น

รู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาบ้าความหล่อ แต่จินยองอยากทาบทามคุณนิชคุณเข้าสังกัดจริงๆ เลย ท่าเสยผมตอนเปียกน้ำเซ็กซี่มาก

“คุคุณจะเอายังไง

“คนของคุณต้องรับผิดชอบ!

“ไม่รับโว้ย!” มาร์คปฏิเสธเสียงแข็งเลยโดนซีอีโอแห่งเมลิซีถีบเข้าที่หน้าท้องแกร่งเต็มแรงจนล้มลงไปกระแทกพื้น และมาร์คคงจะโดนเหยียบซ้ำอีกถ้าจินยองไม่เข้ามายันอกกว้างของนิชคุณไว้

“ฟังมันพูดสิ!” นิชคุณจับแขนทั้งสองข้างของจินยองไว้ เตรียมจะออกแรงรั้งให้ไปพ้นทาง แต่จินยองขืนตัวขืนแรงเอาไว้ ถ้ายอมหลีกทางให้ มาร์คต้องโดนถีบอีกหลายทีแน่ๆ

“ฉันได้ยินแล้ว ฉันขอโทษแทนมันด้วย คุณอย่าโมโหเลยนะครับ” จินยองอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ทำไมมาร์คต้องทำตัวเลวร้ายให้เขาต้องมาเผชิญสถานการณ์แบบนี้ตลอดเลย

เสร็จจากเรื่องนี้เขาจะลาออก จะหนีไปอยู่บ้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไป!

“มันสิควรขอโทษไม่ใช่คุณ!” เห็นผู้จัดการขอโทษแทนแล้วนิชคุณยิ่งไม่พอใจมาร์คมากขึ้น เรื่องของตัวเองแท้ๆ แต่ต้องให้คนอื่นมาออกปากแทน ไอ้บ้านั่นไม่นึกถึงคนอื่นเลยรึไง!

“ฉันขอร้อง ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ เรายังคุยกันได้นะครับ”

“ผมไม่คุยกับมันแล้ว! พอที ในเมื่อมันไม่ยอมรับว่าลูกในท้องแบมเป็นลูกมันก็ช่าง คุณเตรียมตัวหาดาราคนใหม่มารับผิดชอบได้เลย ผมบอกกับคุณตรงนี้เลยว่าผมจะทำทุกวิถีทางให้วงการบันเทิงไม่มีดาราที่ชื่อมาร์คต้วนอีกต่อไป!” นิชคุณก้มลงเอ่ยกับจินยอง สายตาที่สบกันทำให้จินยองรู้ว่าเขาเอาจริง

ร่างบางหวั่นผวากับสิ่งที่ได้ยิน เขา..ยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก เขายอมให้มาร์คกระเด็นออกจากวงการไปไม่ได้จริงๆ

“คุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้เลย ใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะครับ ผมจะพูดกับมาร์คให้คุณเอง ผมจะพยายามสั่งสอนมาร์คให้มากกว่านี้ ได้โปรดเถอะครับอย่าทำกันถึงขนาดนั้นเลย”

จินยองกลัวมากนะ กลัวจะถูกจับเหวี่ยงออกไปไกลๆ เดาอารมณ์นิชคุณไม่ออกเลย ใครจะคาดคิดว่าหนุ่มมาดดีมีแต่ความอบอุ่นแผ่กระจายทั่วร่าง จะกลับกลายเป็นคนใจร้อนอารมณ์เดือดพล่านได้ขนาดนี้

ถือเป็นโชคดีมหาศาลของมาร์คที่มีผู้จัดการอย่างจินยอง นิชคุณพยายามหายใจเข้าลึก รับฟังคำขอร้องอ้อนวอนจากจินยอง

“ก็ได้

“พี่ไม่จำเป็นต้องไปขอร้องเขาหรอก ยังไงเด็กนั่นก็ไม่ใช่ลูกผมแน่”

จินยองพยายามขอร้อง แต่มาร์คกลับทำลายโอกาสนั้นย่อยยับ เป็นโชคร้ายมหาศาลของจินยองจริงๆ ที่ต้องดูแลคนอย่างมาร์ค

ดวงตาสวยของนิชคุณที่ทอแสงอ่อนลงเพราะคำพูดของจินยองทอประกายวาววับด้วยความโกรธเคืองขึ้นมาอีกครั้ง จินยองหันหลังกลับไปหามาร์ค และครั้งนี้นิชคุณไม่ต้องลงมือเอง จินยองเงื้อมือฟาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของมาร์คเต็มแรง

ร่างบางคว้าหมอนอิงมาปาใส่มาร์คอีกครั้งแล้วกรีดร้อง จิกทึ้งผมตัวเองทรุดลงไปนั่งที่พื้น

“ไอ้คนเห็นแก่ตัว! ทำไมแกต้องสร้างปัญหาให้ฉันตลอดเวลาด้วย ทำไมไม่ช่วยฉันบ้าง! จะต้องให้ฉันช่วยนายไปอีกนานแค่ไหน จะต้องให้ฉันช่วยนายไปจนตายเลยหรือเปล่าต้วนอี้เอิน! ฉันก็สุดจะทนแล้วเหมือนกันนะ ทำไมฉันต้องมาแบกรับปัญหาทั้งหมดของนายด้วย นายหัดมีความรับผิดชอบให้ฉันชื่นใจบ้างสักครั้งได้ไหม กับแค่รับผิดชอบในการกระทำของตัวเองสักครั้งมันยากนักหรือไงมาร์ค กว่าจะได้เป็นนักแสดงที่คนยอมรับไปทั่วเอเชีย กว่านายจะได้ก้าวมายืนถึงจุดนี้มันง่ายมากเลยใช่หรือเปล่า! นายไม่สนใจชีวิตตัวเองเลย มีแต่ฉันที่บ้าไปคนเดียว พยายามช่วยนายทุกทาง แต่นายทำกับฉันอย่างนี้เหรอมาร์ค นายพังก็ไม่ได้พังไปคนเดียว แต่มันรวมไปถึงฉันด้วย!

ร่างบางทุบลงที่อกตัวเองแรงๆ ระบายความเจ็บช้ำที่อัดอั้นมานาน น้ำตาคลอ

“ฉันไม่ได้เป็นคนรวยเหมือนนายนะ ฉันต้องมีชีวิตต่อไปเหมือนกัน นายคิดว่านายดับคนเดียวเรื่องก็จบเหรอ?! แล้วฉันล่ะมาร์ค ฉันล่ะ! ฉันเคยมีตัวตนอยู่ในสายตานายบ้างหรือเปล่า ที่ผ่านมาฉันทุ่มเทปกป้องนาย ฉันไม่สบายก็เพราะเรื่องของนาย แต่นายเคยเห็นหัวฉันบ้างไหม คิดว่าฉันเป็นพี่สักครั้งสิ หรือที่ผ่านมาฉันเป็นแค่คนใช้นายกันแน่น่ะห๊ะต้วนอี้เอิน แม่ง! ไอ้บ้าเอ๊ย ฉันเกลียดนายจริงๆ มาร์ค ฉันเกลียดนาย นอกจากฉันก็ไม่มีใครทนนายได้อีกแล้วนะ ทำไมนายไม่เห็นใจฉันบ้างล่ะห๊ะ! ทำไมล่ะวะ!!

ต่อจากความในใจที่ระบายออกมา จินยองก็กรีดร้องสุดเสียงออกมาอีกครั้งก่อนจะหายใจหอบ แต่ถึงจะเหนื่อยมันก็โล่งล่ะนะ!

ชายหนุ่มอีกสองคนยืนอึ้งกับเสียงของจินยอง  คุณผู้จัดการยันตัวขึ้นยืน โซเซเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวฝังลงกับโซฟา นิชคุณไม่สนใจมาร์คอีก เขาเดินไปหาจินยอง มองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ

“อยากเปลี่ยนงานไปหาผมได้นะ”

“คุณพูดจริงหรือเปล่า?”

“ตอนนี้เมลิซียังไม่มีตำแหน่งว่างหรอก แต่สำหรับคุณผมจะหาให้”

“ขอบคุณครับ” จินยองยื่นมือไปรับนามบัตรจากร่างสูง

“คุณน่ะ” นิชคุณยกมือกอดอก

“ครับ?”  นิชคุณทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่เปลี่ยนใจ

“ช่างเถอะ เห็นแก่คุณ ผมจะไม่เอาเรื่องไอ้หมอนั่นที่ยืนหน้าโง่อยู่ตรงนั้น ถ้าคุณทำให้เขายอมรับข้อเสนอของผมได้”

“ข้อเสนออะไรครับ?”

“ผมอยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุด เพราะน้องผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าคนของคุณเป็นพ่อเด็ก คุณทำยังไงก็ได้ให้ต้วนอี้เอินยอมรับรองบุตรให้ลูกของแบมก็พอ ผมขอชื่อของเขาเท่านั้น ไม่ได้อยากได้ตัวเขามารับผิดชอบหรือมาทำหน้าที่พ่ออยู่เป็นครอบครัวเดียวกันกับแบมและลูก เขาจะมีชีวิตของเขาต่อไปได้ตามปกติโดยไม่ต้องมีประวัติแต่งงานครั้งที่สอง”

“เอ๋?...แบบนั้นก็ดีเลยน่ะสิครับ” จินยองอยากจะเกาะขาขอบคุณเขาจริงๆ

“คุณว่าไง?”

“ขอแค่ชื่อไปรับรองบุตร มาร์คไม่จำเป็นต้องไปรับผิดชอบจนมีข่าวก็ได้สินะครับ”

“ใช่”

“ครับ ตกลง” ไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว

“ตกลงตามนี้”

นิชคุณยื่นมือออกไปจับมือจินยองเป็นการสัญญา จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่ปรายตามองมาร์คด้วยซ้ำ

เมื่อแขกกลับไปแล้ว จินยองก็ลุกไปหยิบกระเป๋าของตนมาสะพายเช่นกัน

“เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้นะฉันเหนื่อยแล้ว คืนนี้นายก็นอนคิดไปละกันว่าทางไหนคือทางที่ดีที่สุดสำหรับนายและฉัน”

จินยองเดินเนือยไปที่ประตู เหนื่อยใจเกินจะทน เรื่องราววันนี้มันหนักมากเหลือเกิน  บางทีเขาคงต้องยุติการดูแลมาร์คเพียงเท่านี้แล้วล่ะ เขาอยากมีชีวิตสุขสงบโดยไม่เครียดบ้าง

แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูออกไป ร่างบางก็รู้สึกถึงวงแขนที่โอบรอบเอวและแผ่นอกที่กระทบกับแผ่นหลังของตน

“ขอโทษนะจินยอง”

ตั้งแต่อยู่ดูแลกันมานี่คือคำขอโทษครั้งแรกจากมาร์ค

ร่างบางยืนนิ่ง ถอนหายใจ โกรธมากนะ แต่ก็ไม่อยากจะถือสาอะไรแล้ว อย่างน้อยมาร์คมันก็ยังมีสำนึกมาขอโทษ แต่ให้ดีกว่านี้มันควรรับผิดชอบแบมแบมด้วย

ร่างบางเปลี่ยนความคิดในชั่วเสี้ยววินาที ความคิดที่จะทอดทิ้งมาร์คไว้คนเดียว

“อือ” จินยองแกะแขนมาร์คออกจากเอวตน เปิดประตูออกจากห้องไป

 เกือบไปแล้วล่ะ ถ้าไม่มีคำขอโทษคำนี้มาร์คก็จะเสียผู้จัดการที่แสนดีคนนี้ไปแล้วจริงๆ


TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 407 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #655 XCII (@XCII) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    ขอด่าสักคำได้ไหม มาร์ค อั่ยคนเลว!!!
    #655
    0
  2. #542 keyprince (@patty62442) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:58
    สงสารจินยองเลย
    #542
    0
  3. #465 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 10:24
    เห็นแก่ตัวมากกกกก มาร์ค
    #465
    0
  4. #445 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:57

    -ผู้ชายเฮงซวย เห็นแก่ตัวชมัด

    #445
    0
  5. #399 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 08:44
    มาร์คเว้ยย
    #399
    0
  6. #212 ptuan93 (@MyMarkkk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:57
    ไม่ชอบเเบมตรงที่ไม่เห็นค่าลูกเลย จะเอาออกอย่างเดียวถึงไม่ชอบพ่อของลูกก็ไม่ควรเอาไปลงที่ลูก:(
    #212
    0
  7. #133 A Little Fa (@tuafa4627) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 02:33
    หึ่ยยยย บักมาร์ค!! ร้ายนักนะ!!!
    #133
    0
  8. #127 Caff? Latte (@5410610147) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:16

    นึกไม่ออกเลยว่ามาร์ตจะเป็นพ่อของลูกของแบมได้ยังไง จะคู่กันกับแบมได้จริงหรอ หนทางที่จะให้สองคนนี้ไปรักกันมันมีจริงๆหรอ มาร์คนิสัยชั่วช้าเกินคน มันเกินไปจนน่าขยะเขยง ใครจะอยากได้เป็นสามีอยากได้เป็นพ่อของลูกอะ โอโหหหห นี่ถ้าเจอตนแบบนี้คือตอ้งวิ่งหนีไปให้ไกล ผู้ชายเบดๆงั้นหรอ เอาไว้เสพความหล่อพอแต่ให้มาเป็นคู่ชีวิตนี่แบบนี้ไม่ไหว บรึ้ยยยย/ท่ดค่าาา อินมากไปหน่อย ฮือออ

    #127
    0
  9. #115 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:02

    นึกว่าจะไม่เข้ามาอัพแล้ว ดีใจ อ่านตอนนี้ทีไร เกรียดอีพี่มาร์คมันทุกที !!!!!

    #115
    0
  10. #109 ChoL_JaE_612 (@fairlady) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:36
    ในที่สุดก็มาอัพแล้ว ฮือออ
    #109
    0
  11. #101 benz997 (@benz997) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 11:49
    ต่อคิดถึงมากๆอะ
    #101
    0
  12. #98 Manatthawara (@Manatthawara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 11:22
    คิดถึงอ่าาเด้งปุ๊บหนิเข้ามาอ่านปั๊บเลย
    #98
    0
  13. #96 Naensa (@Naensa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 11:19
    นึกว่าจะอัพแค่นั้นแล้วไม่มาต่ออีกแล้ว ขอบคุณค่ะ
    #96
    0
  14. #95 4401_6002 (@4401_6002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 11:16
    ขอบคุณมากนะคะพี่กลับมาอัพต่อรอทุกวันเลยค่ะ^^
    #95
    0