[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 7 : วุ่นนัก 5 พี่น้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 403 ครั้ง
    19 ม.ค. 62






             “น้องแจยอง วันนี้มีหนังสือที่คุณแจบอมให้สัมภาษณ์ด้วยนะ เอาหรือเปล่า?”

เมื่อพนักงานร้านหนังสือเห็นร่างจิ๋วๆ ของคุณลูกค้าประจำก็เอ่ยทักเธอด้วยสิ่งที่เธอชอบทันที แจยองยิ้มกว้างรีบวิ่งไปเกาะที่เคาน์เตอร์

“เอาค่า!” พนักงานหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดูก่อนจะหยิบหนังสือเล่มที่เก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะส่งให้เด็กหญิง

“แล้วคุณยายล่ะครับ?”

“ไม่มาค่ะ วันนี้มากับแม่ นู่นไง” แจยองคนสวยชี้ไปที่มารดาที่กำลังมองหนังสือนวนิยายแปลอยู่ พี่พนักงานแปลกใจ

“นั่นคุณแม่เหรอ?”

“ใช่แล้วค่ะ สวยมั้ย?”

“สวยมากเลย ท่าทางใจดีด้วยนะ”

“ใจดีมากๆ เลยค่ะ” แจยองรับหนังสือจากพนักงานขายมากอดไว้ด้วยสองแขนเล็กๆ

“ดีจังเลยนะ” คุณพี่พนักงานยิ้มกว้าง

“อื้อ!” แจยองยิ้มสดใสส่งคืนให้เขาไป

          “แม่คะ หนูซื้ออันนี้ได้มั้ย?”

            แจยองถือหนังสือแฟชั่นเล่มหนาที่หนักพอสมควรเดินไปหาแม่ที่ยืนเลือกหนังสือนวนิยายอยู่อีกมุม

            วันนี้จินยองพาลูกสาวออกมาเที่ยวในเมือง เดินเล่นในห้างสรรพสินค้าตามประสาแม่ลูก และแจยองก็ร่ำร้องอยากจะเข้ามาในร้านหนังสือเพื่อหาซื้อนิทานและการ์ตูน คุณยายเป็นหนอนหนังสือตัวยง แจยองเลยติดนิสัยรักการอ่านมาจากยายด้วย

            “เอาเล่มนี้เหรอ โอเค เดี๋ยวแม่ซื้อให้ แล้วหนูเลือกนิทานได้หรือยังคะ”

“กำลังจะไปเลือกค่ะ” แจยองอมยิ้มมีความสุขที่แม่อนุญาตให้ซื้อหนังสือแพงๆ

ยายมักบ่นทุกครั้งที่แจยองอยากได้นิตยสาร แต่แจยองไม่ได้ซื้อบ่อยยายเลยไม่ได้ว่าอะไรมากนัก

แจยองจะซื้อเฉพาะเล่มที่มี พ่อเท่านั้น

และวันนี้ก็โชคดี มีหนังสือเล่มที่พ่อให้สัมภาษณ์ด้วย หนังสือเล่มไหนที่มีพ่อลงแจยองซื้อหมด บางครั้งก็ซื้อซ้ำกับแม่ด้วย เพราะแม่มักจะส่งหนังสือที่มีผลงานของพ่ออยู่ในเล่มมาให้ตลอด

“เดินระวังนะจ๊ะ อย่าวิ่ง เดี๋ยวชนชั้นหนังสือเขาล้ม”

“ค่า”

จินยองส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองหน้าปกนิตยสารที่แจยองต้องการ

JB อิม แจบอม

เด็กสี่ขวบที่ยังอ่านเขียนภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลีไม่แตกฉานแต่จำสองคำนี้ได้แม่นจนขึ้นใจ

แจยองคงคิดถึงพ่อและอยากเจอพ่อมากจริงๆ

แม่เขาเคยบอกว่าแจยองรบเร้าให้พามาร้านหนังสือใหญ่ทุกอาทิตย์เพื่อหาหนังสือที่มีผลงานของพ่อ จนแม่เขาต้องสั่งพนักงานไว้ว่า หนังสือทุกเล่ม ทุกประเภท ถ้ามีผลงานของช่างภาพชื่อ JB อยู่ แม้ว่าจะมีแค่หน้าเดียวก็ตาม ต้องเก็บไว้ให้ด้วยหนึ่งเล่ม

หนังสือรวมผลงานของแจบอมที่ออกมาเรื่อยๆ แจยองก็มีเก็บไว้หมด

“ขอโทษนะแจยอง” จินยองย่อกายนั่งลงข้างลูกสาวที่ยืนเลือกหนังสือการ์ตูนอยู่ แจยองงุนงง

“เรื่องอะไรคะ?”

จินยองไม่ตอบแต่กอดเธอไว้แน่น แม้จะยังไม่เข้าใจแต่แจยองก็กอดคอแม่ไว้

“ไม่เป็นไรน้า” แจยองไม่รู้เรื่องแต่ก็ปลอบแม่ไว้ก่อน ความน่ารักของลูกสาวที่รู้จักปลอบโยนแม่ทำให้จินยองน้ำตารื้น

คนที่ควรได้รับคำว่าไม่เป็นไรน่ะควรเป็นแจยองมากกว่านะลูก

ไม่เป็นไรนะแจยองที่หนูไม่ได้เจอคุณพ่อตัวจริงสักที

ไม่เป็นไรนะแจยองที่หนูได้กอดแต่หนังสือที่มีแค่ชื่อและภาพถ่ายของพ่อ

ไม่เป็นไรนะแจยองไม่เป็นไรใช่ไหมที่แม่นิสัยไม่ดีของหนูไม่เคยบอกกับพ่อหนูเลยว่ามีแจยองอยู่บนโลกใบนี้

ไม่เป็นไรนะแจยอง

แม่ขอโทษนะแม่ขอโทษจริงๆ ปาร์คแจยองแม่ขอโทษ

 

 

 

 

 

            “จินยองไปอยู่อิตาลีกับพี่เถอะ”

          ร่างบางเงยหน้าจากจานขนมมองคนรักด้วยความแปลกใจ

          “อิตาลี? พี่จะบ้าหรือเปล่า อย่าพูดเล่นสิ”

          “พี่พูดจริงๆ พี่ต้องไปทำงานที่โน่น และพี่คิดว่าคงจะไม่ได้กลับเกาหลีอย่างต่ำก็สามปี”

          จินยองคิ้วขมวด พยายามทำความเข้าใจกับคำพูดของแจบอม

สามปี?....นานขนาดนั้นเชียวเหรอ?

จินยองสบตาแจบอม แต่เขาไม่เห็นแววล้อเล่นในนั้นเลย พี่แจบอมจะไปอิตาลีจริงๆ สินะ

ร่างบางรู้สึกว่ารสชาติของขนมเค้กรสโปรดเฝื่อนและขมจนกินต่อไม่ลง จินยองวางช้อนตักเค้กลงบนจาน ยกมือขึ้นกอดอก พยายามระงับความรู้สึกสับสนและความตกใจที่เริ่มก่อตัวอยู่ในอก

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องที่พี่แจบอมต้องการบอกคือเรื่องนี้เขาน่าจะเอะใจนะ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญคนที่งานยุ่งมากอย่างพี่แจบอมจะปลีกตัวหาเวลานัดเขามาเดททำไม

“ผมทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอก” พี่แจบอมมาบอกอย่างกะทันหันเกินไป พูดเหมือนจะชวนไปต่างจังหวัด

แม่กับผู้ชาย ยังไงจินยองก็เลือกแม่ ถึงแม้เขาจะต้องทำงาน ไม่ได้อยู่กับท่านหรือดูแลท่านมากนัก แต่อยู่ในประเทศเดียวกัน ต่อให้ยุ่งแค่ไหนเขาก็สามารถหาเวลากลับไปเยี่ยมแม่ได้

ถ้าไปอยู่อิตาลีเขาจะไม่สามารถเจอแม่ได้เลยตั้งสามปี

“แต่พี่อยากให้จินยองไปด้วยกัน พี่ไม่อยากอยู่ไกลจากจินยองนะ ไปกับพี่เถอะ” แจบอมไม่ได้ขอร้อง แต่เขาบังคับ

เขาขาดจินยองไม่ได้นะ แต่เขาก็รักงานของเขาด้วย กว่าจะก้าวมาไกลจนมีชื่อเสียงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาอยากทำงานที่เขารักไปพร้อมๆ กับการได้อยู่กับจินยอง เขาเห็นแก่ตัว และเขาจะไม่ยอมเสียสิ่งไหนไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานหรือจินยอง

“ทำไมทำไมต้องไปตั้งสามปี”

ช่างภาพที่เป็นเพื่อนที่มิลาน เขาบอกว่างานพี่เป็นที่ยอมรับนะ และพี่จะได้พัฒนาฝีมืออีกมาก ระยะเวลาว่าไปกี่ปีมันไม่ใช่ปัญหา ตอนนี้สิ่งที่พี่ต้องการคือคำตอบว่าตกลงของจินยองมากกว่า ไปกับพี่เถอะ เราแต่งงานกันก่อนแล้วไปอยู่ที่อิตาลีด้วยกัน”

ในความคิดของแจบอม ทางที่เขาวางเอาไว้เป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว และเขาก็ไม่ให้โอกาสจินยองได้แย้งด้วย จินยองควรต้องเลือกทางนี้ ไม่ใช่ทางอื่น

“แล้วแม่ผมล่ะ?”

“คุณแม่ต้องเข้าใจแน่ๆ เราไม่ได้ไปนานเป็นสิบปีนะ เราไปแค่สามปี”

จินยองหน้านิ่ว เขาไม่อยากไปอิตาลีนี่นา

เขาไม่ได้เป็นช่างภาพอย่างแจบอม เขาไม่มีความรู้เรื่องภาษาหลายภาษาอย่างคนรักด้วย ภาษาอังกฤษที่ใช้กันสากลก็ไม่ได้ดีเลิศอะไร ไปอยู่อิตาลีแล้วเขาจะทำอะไรล่ะ อยู่เฉยๆ อย่างนั้นเหรอ? เขาเองก็มีงานที่เขารักและอยากทำที่เกาหลีนะ

แจบอมรู้ว่าเรื่องนี้กะทันหันและเร่งด่วนเกินไป เขาไม่สามารถทำให้จินยองตกปากรับคำได้ทันทีทันใด จินยองอาจต้องใช้เวลาไตร่ตรอง

อิมแจบอมนั้นอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นช่างภาพชาวเกาหลีใต้เพียงคนเดียวที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันในยุโรป ทั้งในฝรั่งเศส, อิตาลี, สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน และอีกหลายประเทศ เขาถ่ายภาพแฟชั่นให้นิตยสารหลายเล่ม เช่น Her World Magazine, Herper Bazaar Magazine of Korea [Location Paris] นอกจากนี้ยังมีผลงานถ่ายภาพนิ่งโฆษณาสินค้าแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศอีกมากมาย

การเป็นช่างภาพที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ เป็นลายเซ็นของตัวช่างภาพที่ถูกประทับไปบนภาพใบนั้นๆ จนเกิดการจดจำและเป็นที่ยอมรับ มันเป็นเรื่องสำคัญที่ช่างภาพแต่ละคนต้องพยายามค้นหาให้เจอ ซึ่งแจบอมสร้างความต่างเฉพาะตัวในทุกๆ ผลงานจนเป็นที่จดจำของทุกคนได้แล้ว ในบรรดาภาพถ่ายหลายภาพจากช่างภาพหลายคน ก็จะมีคนที่มองแล้วสามารถบอกได้ว่าภาพไหนคือผลงานของช่างภาพเจบี เท่ากับว่าตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาอีกขั้นและกำลังจะเป็นช่างภาพมือโปรได้ในไม่ช้า

เจบีนั้นเป็นช่างภาพแฟชั่นเชื้อสายเอเชียที่กำลังเป็นอีกหนึ่งช่างภาพดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการแฟชั่นโลกเลยทีเดียว เขาเติบโตในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะย้ายมาที่ประเทศเกาหลีใต้ตามคำขอร้องของมารดา เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามอย่างปารีสหลอมให้เขาหลงใหลในศิลปะจนทุ่มเททุกอย่างเพื่อเดินบนเส้นทางนี้ 

แจบอมหลงใหลการถ่ายภาพบุคคล(Portraits) เวลาที่เขาถ่ายภาพแฟชั่น เขาจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของเหล่านางแบบนายแบบออกมาได้อย่างน่าสนใจ ไม่แค่นางแบบชั้นนำระดับโลก แม้แต่นางแบบโนเนมเขาก็ทำให้พวกเธอน่าสนใจได้ ซึ่งนั่นทำให้คนเสพภาพถ่ายแฟชั่นของเขาอยากค้นหาว่า นางแบบและนายแบบในภาพถ่ายของช่างภาพเจบีนั้นกำลังคิดอะไรกันอยู่บ้าง และภาพถ่ายบุคคลแบบไม่มีสีของเขาก็เป็นผลงานสร้างชื่อเลยทีเดียว

JB ในวัย 25 นั้นกำลังเป็นที่ต้องการตัวในวงการแฟชั่นโลกพอสมควร เพราะเขาเป็นคนถ่ายภาพหน้าปกให้กับนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของโลกถึง 2 เล่ม ทั้ง Numero ปารีส และ Numero เกาหลี อายุเพียง 25 ก็สามารถก้าวมาสู่จุดนี้ได้แล้ว กล่าวได้ว่าแจบอมนั้นมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงครบถ้วนเลยทีเดียว

และเพราะเหตุนี้ ทุกๆ งาน ทุกๆ โอกาสที่ผ่านมาถึง แจบอมจึงไม่เคยปฏิเสธที่จะคว้ามันไว้เลยสักครั้ง เขาต้องการไปให้ไกลกว่าจุดที่เขายืนอยู่ตอนนี้

“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ไปล่ะ” จินยองเอ่ยออกมาในที่สุด หลังจากเงียบไปเกือบสิบนาที

สิบนาทีที่แจบอมเฝ้ารอว่าคนรักจะตอบตกลง

ร่างสูงมีสีหน้าที่ผิดหวัง แต่เขายังกล้ำกลืนความเสียใจและไม่พอใจเอาไว้

“ยังไม่ต้องตอบตกลงตอนนี้ก็ได้นะจินยอง อีกสองเดือนกว่าจะเดินทางนะ เรายังมีเวลาคิดอีกมาก”

แจบอมปรารถนาว่าจินยองจะเปลี่ยนใจแม้เวลาสองเดือนไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย

“ผมอยากอยู่ที่เกาหลี”

“ไม่เอาน่าจินยอง อย่าทำแบบนี้ เอาเก็บไปคิดก่อนก็ได้”

“ไม่ครับ ไม่ว่าจะตอนไหนผมก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่ พี่เองมีงานที่รัก ผมเองก็มีงานที่ผมอยากทำเหมือนกัน ผมคิดภาพตัวเองอยู่อิตาลีไม่ออกเลย สถานที่แบบนั้นมันต้องไม่เหมาะกับผมแน่นอน”

จินยองคิดมานานแล้ว นานพอสมควรตั้งแต่คบหารู้จักแจบอมมา เขาและพี่แจบอมนั้นแตกต่างกันเกินไป ต่างกันในทุกๆ ด้าน สิ่งเดียวที่เชื่อมเราสองคนเอาไว้ด้วยกันได้คงมีเพียงความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น แม้แต่จะเรียกว่าความรักยังเรียกไม่ได้เต็มปากด้วยซ้ำ

และถ้าสักวันสิ่งที่คิดว่าเป็นความรักจืดจาง เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าพี่แจบอมและเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

“อย่าเพิ่งคิดไปล่วงหน้าสิ มันอาจไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้ อิตาลีก็เป็นประเทศที่สวยและน่าอยู่มากนะจินยอง”

“ไม่คิดไม่ได้หรอกครับพี่เคยชินแล้วนี่ พี่โตเมืองนอกนะ แต่ผมเกิดที่นี่ โตที่นี่ ผมพอใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป”

“จินยอง

“ผมไม่ไป ถ้าในทางกลับกัน ผมขอร้องให้พี่อยู่ที่เกาหลีกับผมล่ะ พี่จะทำยังไง?”

“มันไม่เหมือนกันนะ!” แจบอมค้านเสียงดัง จินยองแค่นหัวเราะ

“ไม่เหมือน? ไม่เหมือนยังไงล่ะครับ พี่มีงานของพี่ ผมมีงานของผม ถ้าไปอยู่อิตาลีผมถามหน่อยว่าผมจะทำอะไรที่นั่นได้ ผมไม่ได้ทำงานด้านแฟชั่นเหมือนพี่นะ มันไม่มีอะไรที่ผมสามารถทำได้ และถ้าจะให้เริ่มใหม่ กว่าจะสำเร็จก็ครบสามปีพอดี เท่ากับว่าผมพยายามอย่างไร้ความหมาย ขณะที่พี่ไปก็มีแต่จะก้าวหน้าขึ้น ผมพอใจกับชีวิตตอนนี้ มีความสุขในงานธรรมดาๆ ของผม ผมไม่มีความหวัง ความฝัน หรือความทะเยอทะยานอะไรในชีวิตหรอกครับ ไปอยู่เมืองนอกก็คงเป็นการทรมานผมอย่างหนึ่งนั่นล่ะ”

“อย่าบังคับให้พี่ต้องเลือกสิ พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากจินยองนะ”

จินยองเลิกคิ้ว

เลือก? หมายความว่ายังไง?

แต่คนอย่างจินยองก็ฉลาดพอที่จะคิดออกว่าแจบอมหมายความว่ายังไง ถ้าเขาดื้อด้านไม่ยอมไป แจบอมก็จะไปคนเดียว เขาจะเลือกงานที่เขารัก เขาจะไปอิตาลีเพียงคนเดียว

“พี่จะทิ้งผมเพื่อเลือกงานใช่ไหม?”

“มันจะไม่เป็นอย่างนั้นถ้าจินยองไปกับพี่ พี่ไม่เคยเชื่อหรอกนะจินยองว่าคนที่คบกันสามารถอยู่ห่างไกลกันได้นานๆ พี่ไม่เชื่อใจตัวเองและไม่เชื่อใจจินยองด้วย พี่ไม่ได้ดูถูกความรู้สึกของเราทั้งสองคน แต่ความห่างไกลมันทำให้คนเลิกกันมานักต่อนักแล้ว ที่พี่อยากพาจินยองไปด้วยก็เพื่อพี่จะได้ไม่ห่วงและทำงานได้อย่างเต็มที่”

เห็นแก่ตัวจินยองเม้มปากแน่น

เขาน่าจะรู้นะว่าพี่แจบอมเป็นคนที่ต้องได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่ารักอะไรพี่จะพยายามขวนขวายให้ได้มาอยู่กับตัว

เขาก็เป็นของอย่างหนึ่งที่พี่แจบอมยังไม่อยากเสียไปและพยายามยื้อไว้ โดยไม่สนใจความรู้สึกของเขาเลย

ทำไมล่ะ? คนรักกัน คบกัน ถ้ามีความมั่นคงต่อกันเสียอย่าง ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนก็ไม่มีทางเปลี่ยนไปหรอก และถึงพี่แจบอมจะไปเจอใครที่ดีกว่าเขาก็จะยอมเสียพี่แจบอมไป ทุกอย่างมันก็ต้องแล้วแต่อนาคตสิ

“คนเราน่ะนะพี่แจบอม ไม่มีทางได้ในทุกสิ่งที่ต้องการหรอกครับ พี่อาจจะเคยชินกับการได้ครอบครองทุกอย่างไว้เต็มสองมือ แต่บางครั้งเราก็ต้องเลือกทิ้งสิ่งหนึ่งเพื่อรักษาอีกสิ่งหนึ่งไว้ บางครั้งเราก็ต้องปล่อยมือจากบางอย่างเพื่อบางสิ่งที่ดีกว่าถ้าพี่กลัวความสัมพันธ์ของเราจะไม่เหมือนเดิมเพียงเพราะระยะทางและระยะเวลา ถ้าพี่คิดว่าตัวเองจะมั่นคงไม่มากพอที่จะซื่อสัตย์กับความสัมพันธ์ของเราสองคนถ้าต้องไกลกัน….ผมคิดว่า

จินยองเว้นระยะ เงียบ ไม่เอ่ยต่อ แต่แจบอมก็พอจะรู้ว่าจินยองหมายความว่ายังไง

“ยังมีเวลาอีกสองเดือนนะจินยอง คิดอีกสักหน่อยเถอะ..ว่าแต่เรื่องที่จินยองพูดว่าจะบอกพี่น่ะ เรื่องอะไร” แจบอมพยายามเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากชวนทะเลาะให้แตกหักตอนนี้ อย่างไรเขาก็ยังหวังว่าจินยองจะไปอิตาลีด้วยกัน

คาดหวังทั้งที่ไม่เหลือความหวังแล้วก็ตาม

จินยองก้มหน้าลง กล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ในอก ฝืนยิ้มให้แจบอม

          “ลืมไปแล้วล่ะมันใช่เรื่องสำคัญอะไรสำหรับพี่หรอก” จินยองปฏิเสธออกไปพร้อมรอยยิ้ม มือเรียววางลงบนท้องที่แบนราบของตน

          คิดว่าจะบอกแต่มันคงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง

ถ้าบอกไป เรื่องมันจะยุ่งยากมากกว่านี้อีกหลายเท่า

          จินยองคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายบ่า ลุกจากโต๊ะกาแฟ

            “จินยองจะเลิกกับพี่จริงๆ น่ะเหรอ”

          “ผมจะไม่ไปอิตาลี”  จินยองหยุดเดิน ยังคงยืนยันกับการตัดสินใจของตัวเอง

          “แต่พี่ไม่มีจินยองไม่ได้นะ”

“พี่ไม่มีผมได้ แต่พี่ไม่มีงานไม่ได้ พี่ควรไปหาคนที่เขาสามารถเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้กับงานของพี่ได้จะดีกว่านะ คนที่จะตามพี่ไปได้ทุกที่ และสามารถทำตามความต้องการของพี่ได้ทุกเรื่อง”

จินยองยังคงไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับแจบอม และยังคงก้าวเดินต่อไป

“จินยองไม่แคร์พี่เลยงั้นเหรอ!” แจบอมทุบโต๊ะปังอย่างไม่พอใจ ผุดลุกขึ้นยืน จินยองหันกลับไปมองหน้าแจบอม

“พี่เองก็ไม่เคยแคร์ผมเหมือนกัน สิ่งที่พี่อยากได้น่ะ เคยตัดสินใจจากความรู้สึกของผมสักครั้งบ้างไหม จะไปอิตาลี จะแต่งงาน ทุกอย่างที่พี่อยากทำกับผมน่ะ ผมเคยได้ออกความคิดเห็นบ้างหรือเปล่า”

“กว่าพี่จะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายนะจินยอง พี่ไม่ไปไม่ได้”

“ผมรู้ว่าพี่ลำบากกว่าจะได้ทุกอย่างมา อยากเลือกงานมากกว่าผมก็เลือกเถอะ”

ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่ ก่อนแจบอมจะเอ่ยออกมาว่า

“เราเลิกกันก็ได้”

          ก็เท่านี้ไม่มีเขาพี่แจบอมก็อยู่ได้ จะเอาเขาไปลำบากด้วยทำไม

            “ผมท้อง”

            จินยองตัดสินใจเอ่ยออกไปเพื่อดูปฏิกิริยาของคนรัก

          แจบอมตกตะลึงกับสิ่งที่จินยองเอ่ยออกมา จินยองคาดหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้ม แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นใบหน้าที่บึ้งตึงและริมฝีปากที่เม้มแน่น

ท่าทางแบบนั้นทำให้จินยองรู้สึกว่าเขาตัดสินใจพลาดที่เอ่ยออกไป

ไม่ว่าจะมีแค่เขาคนเดียวหรือเพิ่มลูกมาอีกคนก็คงไม่มีความหมายอะไรสำหรับแจบอม

“ตัดสินใจไม่ได้เหรอ? ผมท้อง พี่จะทำยังไง”

“ไปอิตาลีกับพี่สิ”

ไม่บอกหน่อยเหรอว่าจะรับผิดชอบหรือเปล่า หรือว่าการบอกให้ไปอิตาลีก็คือการยอมรับกลายๆ

ดีใจหรือเสียใจที่เขาท้องก็พูดออกมาสิ

 “ไม่ พี่จะทิ้งงานที่อิตาลีมาอยู่กับผมและลูกได้หรือเปล่าล่ะ? แค่นี้พี่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังมากพอแล้ว พี่ทำงานที่เกาหลีพี่จะเป็นอันดับหนึ่งของที่นี่ เลือกสิ นี่คือทางเลือกที่ผมเสนอให้พี่นะ”

แจบอมลังเลและจินยองก็สังเกตเห็น

ไม่คิดเลยสักนิดว่าแจบอมจะมีท่าทางลังเล แต่เขาก็ได้เห็น

“เลือกยากใช่ไหมล่ะไม่อยากเลือกใช่หรือเปล่า? นั่นล่ะความรู้สึกของผมตอนที่พี่อยากให้ไปอยู่ที่อิตาลีด้วยกัน ผมไปอยู่ที่นั่นไม่ได้พอๆ กับที่พี่อยู่ที่นี่ไม่ได้ ไม่ต้องกังวลหรอกเรื่องลูกน่ะ ผมล้อเล่น ผมไม่ได้ท้องหรอก ถ้าพี่อยากเลิกกับผมเราก็จบกันแค่นี้ ขอให้พี่โชคดีกับทางที่พี่เลือกนะ”

เหมือนเข็มเป็นล้านเล่มทิ่มเข้ามาในใจจินยองเมื่อได้เห็นสีหน้าและแววตาที่แสดงว่าโล่งใจของแจบอม

โล่งใจที่เขาบอกว่าไม่ได้ท้องใช่หรือเปล่า

ถึงงานที่อิตาลีจะสำคัญมันก็ไม่ใช่งานสุดท้ายในชีวิตนะ  แต่ไม่ว่าอย่างไรแจบอมก็ไม่ยอมพลาดทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิตตัวเอง เรื่องนี้จินยองเข้าใจดี

แต่โกรธชะมัดโกรธมากๆ เลยนะที่พี่แจบอมไม่มีท่าทางว่าจะดีใจเลยที่มีลูก

ถ้าแจบอมรักเขาจริงๆ อยากแต่งงานกับเขามากจริงๆ ล่ะก็แจบอมต้องดีใจสิที่กำลังจะมีลูก และต้องยอมทิ้งงานนั้นเพื่อเขาได้สิ

แต่สีหน้าตกตะลึงกับโล่งใจนั่นคืออะไรกัน ไม่อยากได้สินะลูกน่ะ

อยากจะแต่งงานกับเขาก็ต้องเตรียมใจแล้วสิ การมีครอบครัวน่ะ สักวันก็ต้องมีลูก แต่นี่ไม่ยินดีเลยมันหมายว่ายังไงกัน

อยากจะแต่งงานเพราะรักเขา หรือ แต่งเพราะอยากผูกมัดเขาไว้กับตัวกันแน่

 “บางทีสำหรับเราทั้งคู่น่ะอาจจะไม่ใช่ความรักหรือเปล่าจินยอง หรือความจริงแล้วฉันแค่หลงนายเท่านั้น”

ในที่สุดก็รู้ตัวแล้วสินะอิมแจบอม รู้ความรู้สึกของตัวเองแล้วใช่ไหม?

หลงมันเป็นความรู้สึกที่ฉาบฉวยมากนะ มันให้ความรู้สึกว่าผ่านมาเพียงไม่นานแล้วก็จะผ่านพ้นไปฟังแล้วรู้สึกแย่ชะมัด

เจ็บดีเหมือนกันนะเนี่ย

แล้วไอ้ที่เคยบอกว่ารักมาตลอดนี่คือแค่พูดออกมา แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรสินะ

จินยองยังคงพยายามฝืนยิ้ม ทำเป็นร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนน้ำตาที่กำลังท่วมท้นอยู่ในหัวใจ

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เราสองคนห่วงแต่ตัวเอง เราไม่พร้อมจะอยู่ด้วยกันตอนนี้หรอกครับ เราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้หรอกนะ”

“นายไม่ได้ท้องจริงๆ นะ?”

จินยองรู้ว่าแจบอมกำลังกังวลและความกังวลนั้นก็ยิ่งทำให้จินยองเจ็บปวด

ผู้ชายคนนี้ไม่เคยให้ความรู้สึกมั่นคงกับเขาเลยนะ

“กลัวเหรอ? อย่ากลัวเลย พี่รับผิดชอบแต่งานของพี่ไปเถอะ”

“ตอบให้ตรงคำถามสิ ไม่ได้ท้องใช่ไหม?”

จินยองมองหน้าอดีตคนรักนิ่งอยู่อึดใจ ใจจริงอยากจะตะโกนใส่หน้าว่ามันเป็นความจริง แต่จากความสัมพันธ์ที่ล่มไปแล้ว และถ้าสานต่อไปอีกไม่ช้าก็คงพังทลายทำให้ร่างบางตัดสินใจส่ายหน้า

“อื้มเปล่า ไม่ได้ท้อง”

เป็นอีกครั้งที่แจบอมพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เขาไม่คิดว่าจินยองโกหกหรอก ถ้าท้อง จินยองก็ต้องยอมบอกเพื่อรั้งเขาไว้

จินยองพยายามกลั้นน้ำตาจะมีอะไรเจ็บไปมากกว่านี้อีกไหม

ไม่ต้องทำท่าทางเหมือนขจัดปัญหาใหญ่ออกไปพ้นตัวได้แล้วขนาดนั้นหรอก

“พี่อยากให้เราจบกันด้วยดี เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้”

คำพูดโง่ๆ ที่ออกมาจากปากคนฉลาดบางครั้งก็ฟังแล้วน่าหัวเราะแต่ตอนนี้จินยองหัวเราะไม่ออกเลย

“เราจะเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ โชคดีนะ”

จินยองยกมือขึ้นโบกลา ฝืนยิ้มครั้งสุดท้ายให้คนรักที่กลายเป็นอดีตไปแล้ว

ถึงจะปากเก่งบอกแจบอมไปอย่างนั้นแต่จินยองก็ลบทุกอย่างเกี่ยวกับอิมแจบอมทิ้งไปอยู่ดี และเขาก็เปลี่ยนช่องทางการติดต่อทุกทางที่อิมแจบอมรู้ด้วย

 

 

 

 

 

 

“กินไอติมเสร็จแล้วหนูอยากไปไหนต่อแจยอง”

คุณแม่ถามลูกสาวขณะหยิบกระดาษเนื้อนุ่มเช็ดคราบไอศกรีมที่เลอะปากเล็กสีชมพูนั้นเบามือ แจยองแกว่งขาไปมา อารมณ์ดีกว่าทุกวันเลย

“ไม่รู้ค่ะ” แจยองคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อดี แค่ได้อยู่กับแม่ก็พอแล้ว ไปไหนก็ได้

จินยองอมยิ้ม ลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู เกี่ยวผมที่ตกข้างแก้มกลมนิ่มทัดหูให้

“ช่วยแม่คิดหน่อยสิว่าเราจะไปไหนกันดี”

“กลับบ้านค่ะ”

“ไม่เที่ยวต่อเหรอจ๊ะ อุตส่าห์มาห้างทั้งที”

“อยากอ่านหนังสือค่ะ” แจยองก้มหน้าก้มตาตั้งใจตักไอศกรีมในถ้วย ลิ้นสีชมพูแลบออกมานิดๆ กำลังลุ้น ตั้งใจจะตั้งท็อปปิ้งแสนอร่อยขึ้นมาด้วย

จินยองอ่อนใจ อยู่กับแม่ก็ยังสนใจพ่อมากกว่าอยู่ดีนะ อยากจะรีบกลับบ้านไปอ่านบทสัมภาษณ์ของพ่อล่ะสิ

“เดี๋ยวแวะซื้อของที่ยายฝากมาแล้วกลับบ้านเลยแล้วกันเนอะ”

“ค่า”

สองแม่ลูกทานไอศกรีมกันไปคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนไอศกรีมของแจยองใกล้จะหมดบรรยากาศสดใสมีความสุขของสองแม่ลูกจึงถูกขัดจังหวะด้วยหญิงสาวสองคน

“ขอโทษนะคะ” หญิงสาวผมยาวลอนสีน้ำตาลสวมชุดกระโปรงสวยงามเอ่ยทักขึ้น สองแม่ลูกหันไปมองเธอพร้อมกัน

“ใช่จริงๆ ด้วยแก!” หญิงสาวผมยาวตรงสีทองสวมเอี๊ยมยีนขายาวตีไหล่เพื่อนสาวอย่างตื่นเต้น

จินยองมองเธอทั้งสองด้วยความสงสัย

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“พี่จูเนียร์ผู้จัดการส่วนตัวของพี่มาร์คต้วนใช่ไหมคะ หนูกับเพื่อนนั่งโต๊ะนั้นน่ะค่ะ” สาวผมน้ำตาลชี้ไปทางโต๊ะที่เยื้องไปสองโต๊ะ

“หนูกับเพื่อนมองพี่อยู่สักพักแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่าเลยลองมาทักดู” จินยองแปลกใจที่มีแฟนคลับของมาร์คมาทักเขาด้วย เขาไม่ใช่ดารานะแค่ผู้จัดการเท่านั้นเอง มีคนจำเขาได้ด้วยเหรอ?

“ครับใช่ ทำไมเหรอ?”

“กรี๊ด! ใช่ด้วยล่ะๆ” สาวผมทองตีแขนเพื่อนอีกหลายที แต่สาวผมสีน้ำตาลไม่ถือสาเพราะกำลังตื่นเต้นเหมือนกัน

“ตัวจริงพี่สวยมากเลยค่ะ ทำไมพี่มาอยู่ชางวอนได้ล่ะคะ มาเที่ยวเหรอ? หนูตามข่าวของพี่มาร์คเห็นว่าเปลี่ยนผู้จัดการ พี่ไม่ดูแลพี่มาร์คแล้วเหรอคะน่าเสียดายจังเลย”

จินยองยิ้มกับคำชมของเด็กสาวกระโปรงสีฟ้า สวยเลยเหรอ ยังไงพี่ก็ยังเป็นผู้ชายนะ มาชมกันแบบนี้ไม่ดีใจหรอก แต่พูดออกไปไม่ได้อยู่ดีว่าเขาไม่ชอบ เดี๋ยวเด็กจะเสียใจ

“พี่มาร์คคือใครคะ?”  แจยองถามขึ้นมาอย่างสงสัย ทำให้สองสาวที่มาทักแม่หันมาสนใจเธอ พอเห็นหน้าเด็กหญิง สองสาวก็กรีดร้องเบาๆ ออกมา

“น่ารักมากๆ เลย! นี่ใครเหรอคะพี่จูเนียร์” แฟนคลับมาร์คเบนความสนใจจากประเด็นเปลี่ยนผู้จัดการมาที่แจยอง จินยองแอบถอนหายใจ โล่งอก เขากำลังคิดอยู่เชียวว่าจะตอบคำถามอย่างไรดี

“ลูกสาวพี่เองจ้ะ”

“ลูก! พี่มีลูกแล้วหรือคะ?! ไม่เคยรู้เลยว่าพี่แต่งงานแล้ว” เด็กเอี๊ยมยีนตาโตตกใจ

“แม่คะ พี่มาร์คคือใคร?” แจยองหันไปถามแม่เมื่อพี่สาวไม่ยอมตอบคำถามของเธอ พี่สาวทั้งสองตาเบิกกว้างด้วยความตกใจมากกว่าเดิม

“แม่??”

“พี่มาร์คคือพระเอกละครที่หนูชอบดูไงล่ะจ๊ะ ลืมไปแล้วเหรอเนี่ย”

“อ๋อหล่อนะ” แจยองชมแค่นั้น กลับไปสนใจไอศกรีมต่อ

สองสาวมองหน้ากัน พอเริ่มทำใจได้ก็กลับมาเซ้าซี้สองแม่ลูกอีก

“พี่จะว่าอะไรไหมคะ ถ้าพวกหนูจะขอถ่ายรูปน้องน่ะค่ะ น้องน่ารักมากเลย”

“จะถ่ายไปทำไมครับ น้องไม่ใช่ดาราสักหน่อย” คุณแม่จินยองหัวเราะขำ หญิงสาวทั้งคู่เลยลดอาการเกร็งลงเมื่อพี่จูเนียร์ควีนเมเนเจอร์คนสวยไม่ดุ

“อยากจะขอถ่ายเอาไปลงอินสตาแกรมน่ะค่ะ ได้ไหมคะ เดี๋ยวพวกหนูแท็กไปให้ พี่ไม่ดันน้องเข้าวงการบ้างเหรอคะ น้องต้องเป็น Kid Ulzzang ที่ดังมากแน่ๆ เลย”

จินยองคิดหนัก ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเปิดตัวลูกสาวให้ใครรู้เลย ถึงจะเล่นอินสตาแกรมเพื่อเอาไว้ตามมาร์ค แต่ก็ไม่ได้โพสต์เรื่องส่วนตัว อินสตาแกรมที่มีก็มีแต่มาร์คและคนในวงการแท็กรูปมาให้ ตัวเขาไม่เคยได้โพสต์อะไร

ถ้าเด็กสองคนนี้แท็กรูปลูกสาวเขามาให้จะเป็นอะไรหรือเปล่า? แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เขาไม่ใช่ดาราเหมือนมาร์ค จะมีลูกก็ไม่คงแปลก และเขาก็ไม่ได้เป็นผู้จัดการของมาร์คแล้ว คนที่มาติดตามน่าจะน้อยลง แต่ก็ยังไม่ได้เช็คหรอกนะ

มาร์คเห็นมันต้องถามแน่ๆ เลยนี่สิ

“ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่ได้มาเจอพี่พวกหนูก็ดีใจแล้ว ลูกสาวพี่น่ารักมากเลยค่ะ” แฟนคลับมาร์คเกรงใจเมื่อจินยองนิ่งไปไม่ยอมตอบว่าอนุญาตหรือเปล่า คงจะหวงลูกสาว

“สวยเหมือนแม่เลยนะเรา” พี่สาวผมทองจิ้มนิ้วชี้ลงบนแก้มกลมของแจยองเบาๆ อย่างอดใจไม่อยู่ ก็น้องเธอน่ารักมากเลยนี่นา

“หนูเหมือนแม่เหรอ?” แจยองหันขวับมาถามตาโต ดีใจที่มีพี่สาวบอกว่าเธอสวยเหมือนแม่ด้วย

“ใช่แล้วค่ะ ชื่ออะไรเอ่ย กี่ขวบแล้วคะ?” พี่สาวผมสีน้ำตาลก้มลงเล็กน้อยคุยกับเธอ อยากจับแก้มกลมที่ท่าทางจะนิ่มนั้นเหมือนกัน แต่เกรงใจแม่เขาที่นั่งมองอยู่

“ปาร์คแจยองค่ะ สี่ขวบ”

“แจยอง”

“คะ” แจยองหันไปตามเสียงเรียกของแม่

“พี่สาวจะขอถ่ายรูปหนูแน่ะ อยากถ่ายหรือเปล่า?”

“ถ่ายรูป? ถ่ายค่ะ!” แจยองได้ยินคำว่าถ่ายรูปก็ตกลงทันที ถึงไม่รู้ว่าพี่สาวจะถ่ายทำไม แต่พ่อก็ชอบถ่ายรูป แจยองเลยอยากถ่ายเหมือนกัน

“ถ่ายสวยๆ นะคะ” แจยองหันไปหาพี่สาวทั้งสอง ยิ้มกว้าง น่ารักน่าชังจนพี่สาวหันไปตีมือกันแล้วกระโดดอยู่กับที่

เด็กอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้!! น่ารักอย่างกับนางฟ้าตัวน้อยๆ แน่ะ

“ขออนุญาตนะคะ” พี่สาวกระโปรงสีฟ้าเอ่ยแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปแจยองไปสองรูป

“ไม่ต้องแต่งก็สวยนะเนี่ยน้องแจยอง” พี่สาวชมจากใจ น้องแจยองขาวเหมือนแม่เลย สวยด้วย แต่หน้าไม่เหมือนแม่มากเท่าไรนัก

“พี่คะขอรูปคู่พี่กับน้องได้ไหมคะ นะคะๆ รูปเดียวก็ได้” หญิงสาวผมทองหันไปขออนุญาตจินยอง ร่างบางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“พี่เหรอ?”

“ค่ะ!

“เอ่อ..ไม่ดีมั้งครับ” เขาไม่ใช่ดารานะ ไม่ใช่ไอดอลที่ไหนด้วย เด็กพวกนี้จะเอารูปเขาไปทำไม

“นะคะ พลีส หนูอยากเอาไปอวดเพื่อนที่มหาลัยน่ะค่ะว่าได้เจอควีนเมเนฯด้วย พวกมันต้องอิจฉามากแน่ๆ เดี๋ยวหนูแต่งรูปให้สวยๆ เลย”

“แต่ว่า” สภาพเขาตอนนี้บ้านๆ มาก ถึงตอนอยู่กับมาร์คจะไม่ได้แต่งตัวมากมายนักเพราะขี้เกียจ แต่ก็ยังดูดีกว่าตอนนี้

“พี่สวยอยู่แล้วค่ะ หน้าสดก็สวย นะคะพี่” แฟนคลับสาวผมทองยังตื๊อไม่เลิก ไม่มีใครเห็นควีนเมเนฯเดินตามพี่มาร์คมาเกือบอาทิตย์แล้ว ถ้าเธอโพสต์ไอจีเพื่อนต้องมาไลค์และคอมเม้นท์กันเยอะแน่ๆ

“น้องแจยองพี่ขอถ่ายรูปหนูคู่กับคุณแม่หน่อยนะคะ รูปเดียว นะๆ” คุณพี่กระโปรงฟ้าแตะบ่าเล็กของเด็กน้อยน่ารัก แจยองเลยกระโดดลงจากโซฟานุ่มเดินไปหาแม่ ปีนขึ้นไปนั่งตัก

“ถ่ายสวยๆ นะคะ” แจยองชอบถ่ายรูปนะ สนุกดีจังเลย

“โอ๊ย! น่ารักมาก” สาวผมทองกดถ่ายไปก็พึมพำกับตัวเองไป โดนความน่ารักของแม่ลูกกระแทกโดนใจเต็มๆ

พี่จูเนียร์น่าจะไปเป็นดาราบ้างนะคะ หน้าตาระดับนี้ไม่ควรเป็นแค่เมเนเจอร์เลย!

“ขอบคุณมากนะคะพี่จูเนียร์ ขอบคุณมากนะน้องแจยอง” แฟนคลับได้รูปจนพอใจแล้วก็เอ่ยขอบคุณ สองสาวโค้งให้จูเนียร์บอกลา พากันเดินกลับไปที่โต๊ะ

“พี่สาวน่ารักจัง” แจยองชมพี่สองคนนั้นที่นั่งลงที่โต๊ะแล้วหันมาโบกมือให้ด้วย

“แฟนคลับของพี่มาร์คน่ะจ้ะ” จินยองกอดลูกสาวที่นั่งบนตักเอาไว้ หยิบถ้วยไอศกรีมของแกเลื่อนมาวางใกล้ๆ มือให้ลูกสาวได้กินต่อ

“แฟนคลับคืออะไรคะ?”

“แฟนคลับหมายถึงคนที่คอยติดตามผลงานของคนที่เรารักเราชอบมากๆ น่ะจ้ะ”

...หนูก็เป็นแฟนคลับของพ่อน่ะสิ?”

จินยองหลุดขำลูกสาวตัวน้อย

“จะว่าแจยองเป็นแฟนคลับพ่อตัวเองก็ได้มั้งเนี่ย ติดตามผลงานมาตลอดเลยนี่นา มีหนังสือทุกเล่มเลยด้วยนะ”

“ช่าย”

 

 

“น่ารักเนอะแก” แฟนคลับผมสีน้ำตาลเอ่ยกับเพื่อนขณะมองไปที่สองแม่ลูกที่นั่งกอดกันแล้วคุยกันหัวเราะคิกคัก เพื่อนสาวผมทองพยักหน้ารับ

“น่ารักสุดๆ ฉันตกใจว่ะแก ไม่คิดว่าพี่เนียร์จะมีลูกมีสามีแล้ว น่ารักขนาดนั้นไม่มีก็แปลก แต่สงสัยจังว่าแอบไปแต่งงานตั้งแต่เมื่อไร น่าจะมีข่าวงานแต่งของพี่เนียร์บ้างนะ นี่เงียบสนิท ระดับควีนเมเนฯของต้วนอี้เอินไม่น่าจะไม่มีใครรู้ อย่างน้อยพี่มาร์คก็ต้องไป”

“พี่เนียร์เพิ่งมาดูแลพี่มาร์คได้ไม่นานป้ะแก พี่มาร์คคงไม่ทันงานแต่งพี่เขาหรอกหรอกมั้ง น้องสี่ขวบแล้วแสดงว่าแต่งก่อนดูแลพี่มาร์ค อ๊าย! แกแท็กพี่เนียร์ตัดหน้าฉันได้ยังไง ยัยเพื่อนเลว”

สาวกระโปรงฟ้าด่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเห็นเพื่อนสนิทลงรูปแล้วแท็กให้คุณผู้จัดการจูเนียร์ก่อนหน้าเธอแป๊บเดียวเอง

“แกอยากช้าเองทำไมล่ะ ฉันลงรูปเดี่ยวน้องแจยอง แกลงรูปคู่พี่เนียร์กับน้องสิ”

“เออ กำลังจะแท็ก ขอแต่งรูปก่อนจะได้น่ารักๆ”

 

 

 

 

 

“อะไร”

            แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่ชาย นิชคุณวางแก้วนมลงบนโต๊ะ ทรุดลงนั่งบนโซฟา

“อย่าถามอะไรที่ไม่จำเป็นต้องถามได้ไหม ก็เห็นอยู่ว่านม”

“ไม่กิน พี่ก็รู้ว่าแบมไม่ชอบ”

“ไม่ชอบก็ต้องกิน แกไม่อยากกินแต่ไอ้ตัวเล็กต้องกิน”

นิชคุณหันไปหยิบหนังสือคู่มือสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาเปิดหน้าที่อ่านค้างไว้ แบมแบมคิ้วขมวด มองแก้วนมและหนังสือในมือพี่ชายสลับกันไปมา

“พี่อย่าโอเวอร์นักเลย แบมเพิ่งจะท้องได้แค่สองเดือนนะ แล้วนี่อะไร พี่จะรีบอ่านมันไปทำไมเนี่ย พี่ท้องเองรึไงกัน!

แบมแบมตีหน้าปกหนังสือที่พี่ชายถืออยู่อย่างไม่ชอบใจ เห็นแล้วขวางตาขัดใจ นิชคุณยกมือไปตีหน้าผากน้องอย่างแรงจนแบมแบมผงะ

“เสียมารยาท ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่นะ ฉันไม่อ่านแล้วใครจะอ่าน แกเหรอ? ฉันรู้ไงว่าแกไม่แตะอยู่แล้ว และแกก็ไม่มีใครจะช่วยดูแลลูกในท้องด้วยนอกจากพี่ชายอย่างฉัน ถึงไม่มีพ่อ แต่หน้าที่ดูแลไอ้ตัวเล็กมันก็ควรเป็นหน้าที่แม่อย่างแกด้วย ไม่ใช่หน้าที่ฉัน ฉันนี่กลายเป็นลุงที่ต้องทำแทนทั้งพ่อและแม่ให้หลานเลยนะ ขอบใจฉันซะสิ!

            นิชคุณหมั่นไส้ จิ้มหน้าผากน้องชายไปอีกหลายทีแรงๆ จนแบมแบมหน้ามุ่ย

            “รู้แล้วน่า บ่นมากซะจริง อย่างนี้ไงถึงหาเมียไม่ได้สักที”

“ฉันไม่มีหรอกเมียน่ะ น่ารำคาญจะตาย แค่ดูแลน้องอย่างแกก็เบื่อจะตายแล้ว”

“เป็นเกย์เหรอ?”

“มั้ง!

“เฮ้ย!” แบมแบมตาโต กระโดดถอยห่างจากพี่ชาย นิชคุณหมั่นไส้นัก คว้าหมอนอิงสี่เหลี่ยมฟาดหน้าหวานเข้าให้เต็มแรง

“ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันคืออะไรกันห๊ะกันต์พิมุก!!

            “ก็ตกใจ

“ฉันล้อเล่นได้มั้ยล่ะ แกนี่น่าโมโหจริงๆ กวนประสาท ทำมาเป็นตกใจ”

“ถ้าพี่เป็นพี่อย่าลืมสนใจคิมยูคยอมนะ นิสัยดี น่ารัก ทำขนมเป็น ดีเลิศที่สุด คนกันเองใกล้ตัวด้วย จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องน้องสามีกับพี่สะใภ้” แบมแบมนำเสนอเพื่อนรักแล้วยกแก้วนมขึ้นดื่ม นิชคุณหน้านิ่ว

“แกนี่นะ ขายได้กระทั่งเพื่อน” นิชคุณอ่อนอกอ่อนใจกับนิสัยน้องชาย ชอบพูดเล่นไปเรื่อยเปื่อย

“ไม่ได้ขาย พูดเผื่อพี่จะสนใจ ถึงมันจะโตไวไปหน่อยแต่มันน่ารักนะพี่ หล่อไปนิด แต่บางมุมก็น่ารักมุมิดีออก” แบมแบมพูดแล้วขำ ถ้าไอ้ยูครู้ว่าเขาเชียร์มันให้พี่คุณมันต้องร้องไห้แน่ เดี๋ยวเก็บไปอำมันดีกว่าว่าพี่คุณสนใจมัน

“ไอ้มุมินี่คืออะไรวะ ปล่อยเพื่อนแกไปเถอะแบม พี่ดีไม่พอสำหรับเพื่อนแกหรอก”

“พี่ไม่ดีตรงไหนกันท่านซีอีโอใหญ่”

“เฮ้อ! พูดกับแกแล้วปวดหัว พรุ่งนี้อย่าเบี้ยวนะ ตื่นแต่เช้าด้วย พี่จะพาไปฝากท้อง”

นิชคุณปิดหนังสือ ลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะเอาหนังสือไปอ่านในห้อง รำคาญเด็กพูดมาก

แบมแบมดิ้นทันทีที่ได้ยินว่าพี่จะพาไปฝากท้อง

“แบมไม่ไป!

“ไม่ไปไม่ได้! ถ้าไม่ไปฝากท้องหลานฉันก็จะไม่ได้รับการดูแลที่ดี แกรู้หรือเปล่าว่าการอุ้มท้องมันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ และราบรื่นเสมอไปนะ แกคิดว่าแกอุ้มท้องไปเรื่อยๆ จนครบเก้าเดือน ปวดปุ๊บก็ผ่าปั๊บได้เลยรึไง ยิ่งแกเป็นผู้ชายก็ต้องยิ่งดูแลเป็นพิเศษนะ ถ้าแกยังอิดออดไม่ยอมไปอีกล่ะก็ฉันจะโทรไปบอกพ่อ”

นิชคุณพูดแล้วสะบัดก้นเดินหนีเข้าห้องไป ทิ้งให้แบมแบมนั่งเบะปากคว่ำอยู่คนเดียว

“ก็ท้องแล้วคลอดจะไปยากอะไรนักหนาวะ ถ้ามันยากนักคนเขาจะท้องกันเยอะแยะทำไมกัน”

การย้ายมาอยู่กับพี่ชายนี่ก็มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีนะ ปลอดภัยดีอยู่หรอกแต่ก็ต้องทนพี่ชายที่ชอบกลายร่างเป็นแม่คนที่สองคอยบ่นนั่นบ่นนี่ตลอดเวลา บ่นจนเขานึกว่าพี่คุณแกเคยท้องเองหรือไปทำใครเขาท้องมาแล้วซะอีก

 

 

 

 

 

“แบมแบม! มาแล้วเหรอ มาทันพอดีเลย กำลังถ่ายนายแบบใหม่อยู่ล่ะ โอ๊ยหล่อจนพี่จะเป็นลม อายุยังน้อยอยู่เลย”

พี่จูฮยอนฝ่ายเสื้อผ้าเดินรี่มาหาแบมแบมทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในสตูดิโอ  วันนี้ร่างบางขอลาครึ่งเช้าไปโรงพยาบาลกับพี่ชายเลยมาทำงานสายไปหน่อย

“ใครเหรอครับนายแบบใหม่”

“เด็กนอก หน้าตาอย่างกับรูปปั้นแน่ะ”

“ขนาดนั้นเชียว?”

“ขนาดนั้นเลยล่ะ เพิ่งจะเดินแบบมาได้ปีเดียวแต่เคยเดินแบบที่นิวยอร์กมาแล้ว แม่เป็นนางแบบที่อเมริกา แต่พ่อทำงานที่นี่เลยย้ายมาเรียนมหาลัยที่นี่น่ะ เรียนอยู่ปีหนึ่งเอง”

แบมแบมโดนพี่จูฮยอนฉุดแขนไปดูการถ่ายแบบแฟชั่น

“อ่าว” แบมแบมประหลาดใจเมื่อเห็นหน้านายแบบคนนั้น

แม้เด็กหนุ่มจะถูกแปลงโฉมจนเซ็กซี่แค่ไหนแบมแบมก็ยังจำหน้าเขาได้ ใครจะจำผู้มีพระคุณที่ช่วยเขากับลูกไว้ไม่ได้ล่ะ เด็กที่เขาเคยไปเคาะประตูขอความช่วยเหลือตอนที่หนีมาร์คนั่นเอง ไม่คิดว่าจะเป็นนายแบบด้วย

ไม่เพียงแบมแบมมองเห็นเขาฝ่ายเดียว เด็กหนุ่มที่ถูกสั่งให้เปลี่ยนท่าโพสหันมาทางแบมแบมพอดี ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ยังมีสมาธิกับการกับถ่ายต่อไป

แบมแบมปรบมือให้ในใจ เป็นมืออาชีพเหมือนกันนี่เด็กคนนั้น

พอได้รับอนุญาตให้พัก เด็กหนุ่มก็วิ่งมาหาแบมแบมทันที

“สวัสดีครับพี่แบม พี่ทำงานที่นี่เหรอ ทำอะไรน่ะ?”

อ่ารอยยิ้มช่างสดใสและเจิดจ้าเหลือเกิน เป็นเด็กนี่ดีจังเลยนะ

“อือ ก็ทั่วๆ ไปน่ะ เรียกง่ายๆ ว่าเบ๊ประจำกอง แต่นายไม่บอกพี่เลยนะว่าเป็นนายแบบกับเขาด้วย” แบมแบมล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้ อยู่คอนโดเดียวกันไม่พอ ยังได้มาทำงานด้วยกันอีก

“ผมไม่อยากทำสักหน่อย มีคนบังคับมา ผมตั้งใจจะเรียนอย่างเดียว จะไม่ทำงานพวกนี้แล้วแต่งานนี้มันขัดไม่ได้น่ะ อีกอย่างคนที่ถ่ายให้น่ะเป็นถึงคุณเจบีเชียว ได้มีผลงานที่ถูกถ่ายด้วยมือคุณเจบีนี่เอาไปอวดเพื่อนได้อีกนานอ่ะ” เด็กหนุ่มทำปากยื่น จะว่าน่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่น่าหมั่นไส้ด้วย

“ตอนนี้พักแล้วนายก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะสิ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้กิน” แบมแบมตั้งใจจะผละไปเอาน้ำมาให้ตามที่บอก แต่เด็กหนุ่มรีบคว้าแขนเรียวไว้

“ไม่ต้องหรอกพี่ แหม ผมไม่ใจร้ายขนาดจะให้คนทะโอ๊ย!” เด็กหนุ่มโดนแบมแบมฟาดเข้าให้ที่หน้าท้องแน่นๆ จนจุก

เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้มือหนักใช่เล่นนะเนี่ย

“อย่าพูดมากนะ ยังไม่มีคนรู้เลย” แบมแบมชี้หน้าขู่ เด็กหนุ่มรีบพยักหน้ารับ

“ทำไมพี่ไม่บอกทุกคนล่ะ ทำงานหนักมันไม่ดีต่อเดโอ๊ย!” ยังไม่ทันจะพูดจบก็โดนฟาดเข้ามาให้อีกสองทีแรงๆ ตรงจุดเดิม

“บอกว่าอย่าพูดไง! เอ๊ะนายนี่พูดไม่รู้จักฟังซะบ้างเลยนะ”

“ทำไมพี่ต้องปิดทุกคนด้วยเล่า และเราก็อยู่กันแค่สองคน คนอื่นไม่ได้ยินไปด้วยสักหน่อย” เด็กหนุ่มเบ้ปาก แง่งอนที่ถูกทุบด้วยสาเหตุเล็กน้อยแค่นี้เอง พี่แบมแบมใจร้าย!

“เรื่องของพี่เถอะน่า เอ้า! ยืนรออะไรล่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ!” แบมแบมเท้าเอวสั่ง เด็กหนุ่มเลยต้องหันหลังกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างงงๆ

แบมแบมถอนหายใจ ทำไมรอบตัวเขามีแต่คนแบบนี้นะ มีแต่คนรับมือยากทั้งนั้นเลย!

 

 

 

 

 

มาร์คตาโตแทบจะหลุดออกมานอกเบ้าเมื่อเห็นว่า IG ของผู้จัดการส่วนตัวของเขามีคนแท็กรูปมาให้ใหม่ถึงสามรูป

มาร์คจะไม่น่าตกใจเลยถ้ามันเป็นรูปธรรมดาทั่วไปอย่างรูปดารา อาหาร หรือสถานที่สวยๆ อาร์ตๆ อย่างที่จูเนียร์ชอบ แต่รูปที่เขากำลังดูอยู่นี้มันเป็นรูปของเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักนี่สิ!

น้องแจยอง ลูกสาวของแม่จินยอง

มันเรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย!

“ผมขอตัวสักครู่นะ” มาร์คบอกช่างทำผมประจำรายการวาไรตี้ชื่อดัง ลุกจากเก้าอี้ออกไปจากห้องแต่งตัวเพื่อหาที่โทรศัพท์หาอดีตผู้จัดการ

“จูเนียร์! รูปในไอจีนายนี่มันอะไรกันน่ะ แจยองคือใคร!” มาร์คโวยทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย

<โอยเบาๆ หน่อยได้ไหมมาร์ค นายจะตะโกนทำไม นี่อยู่ไหน ไม่ทำงานหรือไงทำไมใช้โทรศัพท์ได้ล่ะ> จินยองโอดครวญมาตามสาย

“เรื่องงานของฉันน่ะช่างมันเถอะน่า! นายรีบอธิบายเรื่องเด็กแจยองนั่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

<แจยองคือลูกสาวฉันเอง นายจะตกใจอะไรขนาดนั้นมาร์คต้วน ฉันมีลูกนี่มันแปลกนักหรือไง?>

มาร์คอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากจินยองเอง ลูกสาว?!

“นี่นายมีมีสามีตั้งแต่เมื่อไรน่ะจูเนียร์”

มาร์คทั้งช็อกและอึ้ง ลูกสาวโตตั้งขนาดนั้นแล้วทำไมเขาไม่เคยรู้เลย

จะว่าไปเขาก็ไม่เคยสนใจเรื่องส่วนตัวของผู้จัดการเลยนี่นะ มีแต่ฝ่ายนั้นที่คอยดูแลเขาในทุกเรื่อง รู้ไปหมดทุกอย่างในชีวิตของเขา นี่มันเป็นเพราะเขาไม่อยากจะสนใจปาร์คจินยองเอง หรือผู้จัดการเขาไม่อยากจะบอกให้เขารู้กันแน่วะเนี่ย!

<ห้าปีที่แล้ว แต่เลิกกันไปนานหลายปีแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันต้องเลี้ยงลูกสาวคนเดียว อยากจะรู้อะไรอีกไหม?>

เลี้ยงลูกสาวคนเดียว

“น้องแจยองอยู่กับใคร ในเมื่อนายต้องคอยตามฉันไปนู่นมานี่ตลอดเวลาขนาดนั้นน่ะ?”

<อยู่กับแม่ของฉันที่ชางวอนไง ฉันก็ส่งเงินกับของมาให้ลูกตลอด นานๆ จะกลับสักที ตอนช่วงนายกลับแอลเอฉันก็กลับมาหาลูกที่ชางวอน>

,มาร์คค่อยๆ นึกทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาช้าๆ จริงด้วยสิ เวลาที่มีวันว่างหลายๆ วัน เขาชวนไปไหนจินยองจะปฏิเสธตลอด และจินยองก็ยังชอบแวบไปทำธุระอยู่บ่อยๆ บอกว่าไปส่งของบ้าง ไปโอนเงินบ้าง เขานึกว่าจินยองส่งของไปให้แม่ซะอีก ของพวกนั้นคงเป็นของเด็กคนนั้นสินะ

“ย่าห์! ทำไมนายไม่เคยบอกฉันเลย!

ถ้าฉันรู้ฉันจะได้ไม่สร้างปัญหาให้นายตามแก้หัวไม่วางหางไม่เว้นขนาดนั้นน่ะ! ปาร์คจินยองนี่น่าโมโหจริงๆ!!

<นายนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะมาร์ค ฉันอายุมากกว่านะ หัดพูดจาดีๆ กับฉันหน่อยสิ สอนไม่เคยจำเลย>

“นายทำตัวน่าโมโหเองนี่ เรื่องสำคัญขนาดนี้ไม่เคยบอกกันบ้างเลย”

<บอกแล้วได้อะไร ฉันมีลูกสาวแล้วยังไง มันจะทำให้ชีวิตนายดีขึ้นหรือแย่ลงตรงไหนกันล่ะ มันเรื่องส่วนตัวของฉันนี่นา>

เฮอะ! เรื่องส่วนตัวของฉันนี่นางั้นเหรอ  

“แย่มาก นายน่าจะบอกฉันบ้างว่ามีลูกสาว ถึงจะบอกไปแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรก็เถอะ”

<งี่เง่าน่า พอๆ เลิกคุยได้แล้ว กลับไปทำงานซะมาร์คต้วน>

“เมื่อไรนายจะกลับมา”

<เดือนหน้ามั้ง นักร้องใหม่เดบิวท์เดือนหน้านี่>

“ฉันทำตัวดีขึ้นแล้วนะ ฉันจะไปขอให้คุณกงเปลี่ยนผู้จัดการเป็นนายเหมือนเดิม”

<อย่าทำให้ฉันต้องกลับไปป่วยเหมือนเดิมเลย ฉันหายปวดไมเกรนมาเป็นอาทิตย์แล้ว มีความสุขสุดๆ เลยล่ะ> น้ำเสียงร่าเริงสดใสของจินยองที่มาร์คไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักทำให้ดาราหนุ่มเบ้ปาก

“กลับมาก็ไม่ปวดหัวแล้วน่า”

<อย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย ฉันอยู่นายก็สร้างแต่ปัญหา ทำตัวดีน่ารักให้มินไม่ต้องปวดหัวเหมือนฉันก็พอแล้ว แค่นี้ก่อนนะ จะไปทำขนมให้แจยองกิน บาย>

“เฮ้จูเนียร์! จูเนียร์อย่าเพิ่งวาง โธ่เอ๊ย” มาร์คฟาดงวงฟาดงาอยู่คนเดียวภายในห้องน้ำชาย หัวเสียเมื่อผู้จัดการชิงตัดสายไปก่อน ยังคุยไม่รู้เรื่องเลย

            มาร์คฮึดฮัด เดินไปเดินมา พอสงบสติอารมณ์ได้ก็จะเปิดประตูห้องน้ำออกไป แต่ประตูถูกเปิดจากคนด้านนอกเสียก่อน

            มาร์คหน้าตึงทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร คนที่ก้าวเข้ามาก็ชะงักไปเช่นกัน เขาเบี่ยงหลบให้มาร์ค คุณดาราชื่อเสียไม่แม้แต่จะปรายตามองซ้ำ เดินกระแทกไหล่อีกฝ่ายออกไป

“มารยาทแย่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะครับ ไม่ขอโทษกันหน่อยเหรอ?”

แจ็คสันเอ่ยอย่างไม่พอใจ มาร์คหมุนกายกลับมามองหน้า

“จำเป็น?”

“หึนั่นสิ จะหวังอะไรกับคนอย่างนายกัน”

“พูดจาให้มันดีหน่อยนะเจียเอ๋อ”

“จำเป็น?” แจ็คสันย้อนมาร์คด้วยคำพูดของมาร์คเอง มาร์คพยายามระงับอารมณ์ ไม่ใส่ใจ เขาต้องไม่ก่อเรื่องในช่วงนี้จนกว่าจูเนียร์จะกลับมาดูแลเขาได้เหมือนเดิม

 “ฉันไม่มีเวลาว่างมาพูดกับคนอย่างนายหรอก” มาร์คไหวไหล่ หันหลังกลับ ทำท่าทางเหมือนแจ็คสันไม่มีค่าพอให้เสียเวลาคุยด้วย แจ็คสันกำหมัดแน่นกับท่าทางน่าโมโหของมาร์ค

“ช่วงนี้ทำตัวดีผิดปกตินะอี้เอิน ไม่ใช่ว่าทำดีเพื่อกลบเรื่องเลวร้ายที่ยังไม่มีใครขุดเจอหรอกนะ?”

คำพูดของแจ็คสันทำให้มาร์คชะงัก ด้วยความที่มีความผิดติดตัวและเป็นเรื่องราวใหญ่โตทำให้มาร์คไม่วางใจ เขาหันไปหาแจ็คสัน

“นายหมายความว่ายังไง” อย่าบอกนะว่าไอ้เด็กนี่ไปรู้อะไรมาน่ะ!

“โอ๊ะตานายมันแสดงออกมาเลยนะว่ากลัว นี่ฉันแค่พูดเล่นเท่านั้นนะเนี่ยไม่นึกว่าจะแทงใจดำ มีอะไรเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ รับรองไม่บอกนักข่าวหรอก”

แจ็คสันกอดอก ลอยหน้าลอยตาถาม  แสดงความสนอกสนใจ มาร์คกัดฟันกรอด

ไอ้แจ็คสันมันจงใจกวนประสาทเขาชัดๆ!

“อย่าสะเออะมายุ่งเรื่องของฉันแจ็คสันหวังถ้านายยังอยากอยู่อย่างเป็นสุข!

มาร์คจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายจนหน้าหงาย ผลักแจ็คสันอย่างแรงแล้วก้าวออกจากห้องน้ำ ปิดประตูตามหลังเสียงดัง

แจ็คสันเซไปชนอ่างล้างหน้า เขาคว้าสวนถาดขนาดเล็กที่ใช้ตกแต่งห้องน้ำปาใส่ประตูอย่างแรงจนตกแตกด้วยความโมโห

“อี้เอินแกกล้าขู่ฉันงั้นเหรอ แกน่ะสิที่จะไม่ได้อยู่อย่างเป็นสุข!

ฉันจะต้องหาทางเขี่ยนายให้กระเด็นออกจากวงการให้ได้เลยต้วนอี้เอิน คนอย่างนายไม่มีทางจะทิ้งนิสัยเลวๆ เปลี่ยนมาเป็นคนดีกับเขาได้ มันสายไปแล้ว คนอย่างนายเป็นคนดีไม่ได้นานหรอกน่า สักวันเรื่องเลวร้ายที่นายทำไว้ต้องเผยออกมาจนฉันเอามาเล่นงานนายได้แน่ๆ!

“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ฉันไม่เอาแกไว้แน่ไอ้พี่ชายสารเลว!!

แจ็คสันหวังล้างมือแล้วก้าวออกจากห้องน้ำไปด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง โกรธจนดึงหน้ากากรอยยิ้มออกมาเสแสร้งต่อหน้าใครไม่ได้อีก

เมื่อห้องน้ำเงียบไม่มีใครอยู่โวยวายแล้ว ประตูห้องน้ำห้องในสุดก็ค่อยๆ เปิดออก

คนที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำอมยิ้มอย่างนึกสนุกเมื่อได้ยินเรื่องราวดีๆ เข้าให้แล้ว

“พี่ชายสารเลวเชียวเหรอเป็นพี่น้องกันหรอกเหรอเนี่ย พี่น้องประสาอะไรนะเกลียดกันเข้าไส้ขนาดนี้”

ร่างบางก้มมองโทรศัพท์มือถือของตน  เขาอัดเสียงไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ เอาไว้ฟังเล่นๆ สนุกดี

“คุณป๋า ยองแจได้รู้เรื่องอะไรสนุกๆ ซะแล้วสิ ต่อจากนี้ยองแจคงต้องออกงานกับคุณแจ็คสันบ่อยๆ แล้วล่ะ เผื่อจะได้รู้อะไรมากกว่านี้อีก”

ถึงจะทำงานคนละสายงาน แต่คุณป๋าก็ยังอุตส่าห์ให้คนรับงานให้เขาและคุณแจ็คสันเจอกันบ่อยๆ ตอนแรกยองแจโกรธคุณป๋านะที่ให้ยองแจเจอคุณแจ็คสันตั้งหลายงาน แต่ต่อจากนี้ยองแจคงทำงานร่วมกับเขาได้สนุกขึ้นแล้วล่ะ

ยองแจฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วล้างมือ

ถ้าคุณแจ็คสันรู้ว่าเขาแอบได้ยินนี่จะทำสีหน้ายังไงนะ แค่คิดก็สนุกแล้วสิ

 

 

 

 

 

ร่างสูงก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าของตระกูลอิมตอนเวลาสองทุ่มด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย คนรับใช้รีบเข้ามาช่วยรับข้าวของมากมายที่เขาหอบเข้ามา

“แม่กับแด๊ดล่ะ” แจบอมถามถึงมารดาและพ่อเลี้ยงของตน

“คุณยุนฮีไปงานเลี้ยง ส่วนคุณลูคัสอยู่ในห้องหนังสือค่ะ”

“อือ”

“เรื่องอาหารเย็น..

“ไม่กิน ฉันเหนื่อย” แจบอมอยากจะนอนเต็มแก่ วันนี้รู้สึกแย่ทั้งวัน ไม่รู้เป็นอะไร เขาคงจะไม่สบาย

 

 

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนขวางบนเตียงหลังใหญ่ ขี้เกียจลุกไปอาบน้ำ อยากจะนอนก่อนค่อยตื่นมาจัดการตัวเอง แต่พอจะนอนเข้าจริงๆ แจบอมก็นอนไม่หลับ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือมากดเล่น

ในสังคมออนไลน์แจบอมใช้แต่ Instagram อย่างเดียวเพราะมันเปรียบเสมือน Gallery รูปถ่ายที่สนุกดีเหมือนกัน เขามีแอคเคาท์สองชื่อ ชื่อหนึ่งคืออินสตาแกรมที่ใช้เล่นปกติ มีคนในวงการถ่ายภาพแฟชั่น ดารา นายแบบ นางแบบ และคนที่ชอบเสพงานภาพถ่ายติดตามจำนวนมาก ส่วนอีกแอคเคาท์ใช้ติดตามจินยอง

ร่างสูงล็อกอินเข้าใช้ในชื่อที่เอาไว้ใช้ติดตามจินยองโดยเฉพาะแม้จะรู้ว่าเข้าไปเช็คก็ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายโพสต์อะไร เขาเข้าไปดูคอมเม้นท์ที่จินยองตอบคนอื่นก็ได้ แค่ได้ตามอยู่เงียบๆ เขาก็พอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบพูดคุยกันหรอก

“หือ นี่มันอะไรน่ะ?!

            คุณช่างภาพระดับโลกมองภาพเด็กผู้หญิงวัยอนุบาลนั่งอยู่บนตักของจินยองด้วยความตกใจ

            แจยองลูกสาวของแม่จินยองเหรอ?

จินยองมีลูกตั้งแต่เมื่อไรกัน?

ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่ง ออกจากอินสตาแกรมแล้วรีบโทรหาจินยอง

            เด็กผู้หญิงน่ารักคนนั้นคือลูกสาวของจินยองจริงๆ น่ะเหรอ? กับใครล่ะ? หลายปีที่เลิกกันไปจินยองมีคนอื่นแล้วอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาไม่รู้เลย!

 

 

 

 

 

            “จินยอง! โทรศัพท์ดังน่ะ แกนี่ไม่สนใจอะไรบ้างเล้ย ดูแต่การ์ตูนอยู่นั่นแหละ”

ยูนาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ร้องเรียกลูกชายที่กำลังนั่งกอดเข่าดูการ์ตูนในโน้ตบุ๊คกับลูกสาว หัวเราะกันสนุกสนาน เธอทำงานอยู่ข้างนอกยังได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยนะ จินยองหูตึงไปแล้วรึไง

“มือถืออยู่ไหนล่ะแม่” จินยองหันซ้ายหันขวา เพิ่งได้ยินเสียงเรียกเข้าจริงๆ มันดังเป็นท่อนฮุคของเพลงที่มาร์คร้องในงานแฟนมีตติ้ง เขาไม่ได้ตั้งเองหรอก มาร์คเอาไปตั้งให้

“ฉันจะไปรู้มั้ยล่ะเนี่ย” ยูนาเดินเข้ามาช่วยหา

“นู่นค่ะ” แจยองชี้ไปที่ชั้นไม้สีขาวใกล้โทรทัศน์ จินยองลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์

ใครโทรมาซะค่ำมืดป่านนี้ล่ะเนี่ย หรือว่าจะเป็นมาร์คต้วน ถ้าใช่นี่จะด่าให้ โทรมาไม่รู้จักเวลาเลย

พอเห็นเบอร์โทรศัพท์จินยองก็กดตัดสายทันที วางมันลงบนชั้นวางอีกครั้ง ไม่กี่วินาทีโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก และเป็นเบอร์เดิม จินยองตัดสายและปิดเครื่องซะเลย

ทำไมเขาจะต้องรับสายของอิมแจบอมด้วย เสียเวลา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีธุระอะไรก็ตาม มันไม่สำคัญสำหรับเขาหรอก และเขาคิดไม่ออกด้วยว่าอีกฝ่ายมีความจำเป็นอะไรต้องโทรมาหาเขา

“ใครโทรมาคะแม่”

“เพื่อนแม่โทรมาแกล้งน่ะ ช่างเขาเถอะ เราดูการ์ตูนกันต่อดีกว่า”

จินยองนั่งลงข้างลูกสาวตามเดิม ถึงจะบอกว่าไม่มีอะไรเขาก็ยังมองไปที่โทรศัพท์นั้นอีกครั้ง

ไม่มีอะไรหรอกน่ะ ผู้ชายคนนั้นคงแค่นึกอยากจะโทรมาแกล้งอะไรเฉยๆ ล่ะมั้ง

 

TBC.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 403 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #653 Zai33333333 (@Zai33535823) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:08
    จินยองมีลูกที่น่ารักมาก

    ไม่เป็นไรน่ะ เจบีม่ต้องการก้ไม่เป็นไร
    #653
    0
  2. #467 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 12:31
    แจยองง ลูกหนูน่ารักจัง
    #467
    0
  3. #419 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:51
    นี่ตามมาตั้งแต่ตอนนู้นเลยนะ พอมาอ่านแล้วคุ้นมาก เรื่องวุ่นวายสุด
    #419
    0
  4. #244 Ppandada (@ppandada) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:28
    สนุกมากเลยค่ะชอบๆ
    #244
    0
  5. #143 4401_6002 (@4401_6002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 09:21

    หาอ่านเรื่องนี้มานานไรท์มาบ่อยๆนะคะอยากรู้ว่ามาร์คกับน้องแบมจะรักกันยังไงถึงแม้ในใจอยากปลดมาร์คออกจากพระเอกในเรื่องนี้555
    #143
    0
  6. #124 24102528 (@24102528) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:27
    รออ่านอยู่ค่ะ สนุกมากๆๆๆๆ ติดงอมแงมเลย
    #124
    0
  7. #122 Voranat2001 (@Voranat2001) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 10:41

    ไรท์จะเชื่อไหม ว่าเรากลับมาอ่านเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งเป็นครั้งที่3แล้ว ครบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอความเมตตาไรท์อัพให้จบนะค่ะ ติดตามต่อไปค้าาา
    #122
    0
  8. #121 markandsoosoo (@markandsoosoo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:22
    รอค่าา&#8203; น้องแจยองงงง
    #121
    0
  9. #120 ChoL_JaE_612 (@fairlady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:44
    น้องแจยองงงงงง คุณป้าเป็นทีมหนูนะคะลูกกก
    #120
    0
  10. #119 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 21:40

    รออยู่นะคะไรท์ เรากำลังหลงน้องแจยองเลย

    #119
    0
  11. #118 Rain9397 (@Rain9397) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 20:36

    ฮือออออออ รอนานมาเลย คิดว่าพี่เล็กจะไม่อัพเรื่องนี้ให้อ่านอีกแล้วอ่าา กลับมาอัพอีกเร็วๆนะคะพี่เล็ก สู้ๆค่ะ
    #118
    0
  12. #116 Crownn (@Thawornporm-tan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 17:08
    แงงดีใจที่อัดนะคะรอจ้าา
    #116
    0
  13. #114 pramekung2545 (@pramekung2545) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:27
    รออ่านต่ออยู่นะครับ
    #114
    0
  14. #113 19972311 (@19972311) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:20

    ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #113
    0
  15. #112 Nam45- (@Nam45-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:56
    ดีใจมากกกกที่ไรท์อัพขอบคุณนะค่ะที่อัพ รอต่อน้าาาา
    #112
    0
  16. #111 ilov (@ilov) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:45

    รอค่าาาา
    #111
    0
  17. #110 ilov (@ilov) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:44
    อัพรวดเดียวเลยได้ไหมค่ะ
    #110
    0
  18. #108 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 13:27
    อัพอีกคะ รอรัวๆเลยได้ไหมคะ5555
    #108
    0
  19. #107 Manatthawara (@Manatthawara) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 13:17
    อัพอีกๆไรท์
    #107
    0
  20. #106 aget2 (@aget) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 13:11
    แต่งดีมากงงมากทำไมโดนแบน
    #106
    0
  21. #104 Orawan_psw (@yie_1002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 12:12

    รออยุ่นะ
    #104
    0
  22. #102 benz997 (@benz997) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 12:02

    ต่อเร็วๆนะสนุกมาก
    #102
    0