ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 21 : งานประลองเวทย์มนต์ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

     ในช่วงเช้าของวันนี้ ที่หน้าวังหลวงมีอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พวกอัศวินโต๊ะกลมกำลังทำหน้าที่เดินตรวจความปลอดภัยรอบๆอัฒจันทร์ สำหรับใครที่กล้าก่อเหตุร้ายในวันนี้แสดงว่ามันไม่ต้องการมีชีวิตย์อยู่อีกต่อไป เพราะนอกจากเหล่าอัศวินแล้วยังมีกษัตริย์จากแคว้นต่างๆเข้ามาอีกด้วย ซึ่งเหล่ากษัตริย์ต่างๆก็มีทหารรักษาพระองค์ส่วนตัวอยู่  แต่ทั้งหมดก็ล้วนอยู่ในอำนาจจักวรรดิ์ของอาณาจักรมนตราสีรุ้งแห่งนี้โดยมีราชาที่แท้จริงนั่งอยู่บนบังลังค์ทองคำซึ่งอยู่ตรงที่นั่งพิเศษสุด ทุกคนสามารถเห็นกษัตรย์องค์นี้ได้เต็มสองตา กษัตริย์องค์ปัจจุบันคืออเล็กรุ่นที่เจ็ดซุึ่งมีอายุได้ห้าร้อยปีแล้วแต่ยังดูเป็นเพียงชายวัยกลางคน บางคนกล่าวว่าเขาได้เข้าสู่ระดับสุริยันแล้ว (ในการจัดอันดับพลังจากแกนเวทย์มนต์มีสามขั้นใหญ่ๆ คือ ดาว จันทรา สุริยันโดยแบ่งเป็นสิบระดับก่อนก้าวสู่ขั้นถัดไป) เหล่าขบวนพาเหรดทหารเดินสวนสนามแสดงถึงความสามัคคีและความน่าเกรงขามของจักวรรดิ์ แม้ว่าการแสดงในช่วงแรกจะดูอลังการแต่ผู้คนที่มาในวันนี้กลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมากนัก พวกเขาทั้งหมดล้วนสนใจการต่อสู้ในวันนี้ ในช่วงแรกจะเป็นการแข่งขันของผู้แข่งขันอิสระเสียก่อน

     ในช่วงแรกเป็นสิ่งที่ผู้ชมต้องการมากที่สุด เนื่องจากการแข่งขันเรียกน้ำย่อยนี้วุ่นวายเป็นอย่างยิ่งและที่สำคัญมีการตายเกิดขึ้นในทุกปี สำหรับผู้เข้าแข่งขันในช่วงแรกคือการจัดอันดับของพยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบ ผู้จัดการแข่งขันไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นกรณีมีการตายเกิดขึ้น และการฆ่าคนก็ไม่มีบทลงโทษใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขันเป็นจำนวนมากโดยไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้นผู้เข้าแข่งขันพยัคฆ์ซ่อนจึงถูกจัดการแข่งรวมกันโดยแบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรกส่งทุกคนที่ลงชื่อเข้าสนามประลอง ใครอยู่รอดเกินห้านาทีถึงจะได้ไปสู้ต่อ ต่อมายกที่สองจะแข่งเหมือนเดิมแต่จัดกลุ่มให้โดยการสุ่มแบ่งเป็นสี่กลุ่มตีกันเหมือนเดิมจนกว่าจะเหลือผู้ชนะหนึ่งกลุ่มหรือว่าเหลือสิบคน และครั้งสุดท้ายแข่งชิงชนะเลิศโดยสู้กันแบบตัวต่อตัว

     สำหรับการประลองนักเวทย์และนักรบเนื่องจากมีการส่งตัวแทนจากทางมหาลัยจึงมีจำนวนคนตายตัวจึงสามารถแข่งตามตารางแบบปกติได้ ซึ่งเริ่มในช่วงต่อจากพยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบโดยที่นักเวทย์จะได้ทำการแข่งขันก่อนแล้วคอยตามด้วยพวกนักรบ

     "งานนี้น่าจะสนุกกว่าทุกปีสินะ" ปิแอร์คิดในใจขณะเดินวนไปตรวจดูผู้แข่งขันเข้าร่วมแต่กลับไม่เจอเด็กหนุ่มผู้นั้นเลย "น่าแปลกจริงๆ เจ้าเด็กนั้นไม่ได้เข้าแข่งขันหรือเนี่ย" ปิแอร์พูดขึ้นอย่างผิดหวัง จู่ดีๆเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาต่อแถวอย่างรวดเร็ว

     "อะไรกันพึ่งจะมาเหรอ มาช้าอีกนิดก็โดนไล่ออกแล้วนะ" ผู้ตรวจสอบพูดอย่างหงุดหงิด "ขอโทษครับ" เด็กหนุ่มคนนั้นพูดอย่างรวดเร็วและยิ้มเห่ยๆให้แก่ผู้ตรวจสอบ เด็กหนุ่มคนนี้ดูว่องไวคล่องแคล่วเน็บกระบี่สั้นเล่มหนึ่งไว้ข้างเอว ผมของเด็กคนนี้เป็นสีน้ำตาล เมื่อปิแอร์แอบตรวจสอบขนาดของแกนเวทย์ก็พบว่าเป็นระดับหนึ่งดาวเพียงเท่านั้นแต่แกนเวทย์มีสีแดงอ่อนๆอยู่

     "คงฝึกแต่เวทย์ไฟสินะ เด็กหนุ่มก็แบบนี้เหละ" ปิแอร์ไม่ได้สนใจผู้เข้าแข่งขันอีกต่อสายตาของปิแอร์เหลือบไปมองบนอัฒจันทร์ก็พบเจอกับไซโครเข้าด้วยความบังเอิญ พร้อมกับเด็กหนุ่มรับใช้ที่อยู่ด้านหลังของไซโคร อัศวินปิแอร์ยิ้มให้ไซโครครั้งหนึ่งแล้วคิดในใจ "เจ้าเด็กนั้นไม่ได้ลงแข่งงั้นหรือ? แล้วเจ้าไซโครมาทำไมในวันนี้กัน ปกติมันชอบอยู่ไกลผู้คนมิใช่รึไง?"

     ทางด้านไซโครเมื่อเห็นอัศวินโต๊ะกลมปิแอร์ส่งยิ้มมาก็ส่งยิ้มกลับไปอย่างเป็นมิตร เด็กหนุ่มรับใช้พลันย่อตัวลงและเข้าไปถามไซโครขึ้นว่า "แท้จริงแล้วเจ้าปิแอร์นั้นเป็นคนยังไงกันแน่" ไซโครยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "อะไรกัน เจ้าก็รับรู้ด้วยงั้นเหรอ เบนจามิน"

     เด็กหนุ่มรับใช้นั้นที่แท้เป็นเบนจามินนั้นเอง ในหนึ่งเดือนมานี้ไซโครและเบนจามินเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไซโครยังคงระแวงเบนจามินอยู่บ้าง "เจ้านั้นเคยร่วมสงครามกับข้าเมื่อสมัยก่อน ตอนนั้นข้าเป็นแม่ทัพและมันยังเป็นเพียงทหารติดตาม ผ่านมาไม่กี่ปีฝีมือมันกลับรุกหน้าจนได้แต่งตั้งเป็นอัศวินโต๊ะกลมในเวลาต่อมา" ไซโครพูดขึ้น เบนจามินยังกล่าวต่ออีกว่า "ข้ารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจชายคนนี้เท่าไหร่"

     ไซโครยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "ใครเล่าจะไว้ใจคนอย่างมันกัน เบื้องนอกแม้ดูเป็นคนดีคอยช่วยเหลือผู้คน แต่ข้ารู้นิสัยมันดี เบื้องหลังมันเป็นคนปลิ้นปลอนกลับกลอกเป็นอย่างยิ่ง ใครก็ตามที่แข็งแกร่งกว่ามันจะไปอยู่ข้างคนนั้นทันที" เมื่อเบนจามินได้ยินถึงตอนนี้ก็พยักหน้าขึ้นแต่ในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนเบนจามินก็เป็นคนประเภทนั้น ไซโครนั้นนับเป็นวีระบุรุษอัศวินย่อมไม่ชอบคนแบบนี้ การต่อสู้ต้องเที่ยงธรรมและขาวสะอาดวัดกันด้วยพลังกันไปเลย เบนจามินก็เคยโดนดูถูกแบบนี้มานับไม่ถ้วน แต่สำหรับเบนจามินแล้วการมีชีวิตอยู่นับว่าเป็นการฉลาดยิ่งกว่าเบนจามินไม่สนว่าจะใช้วิธีสกปรกใดๆก็ตามในการเอาชนะ

     "ในบรรดาผู้แข่งขันมีใครดูอันตรายเป็นพิเศษไหม" เบนจามินเลยถามขึ้น "เท่าที่เห็นมีแค่พลังเวทย์ระดับหนึ่งเป็นส่วนใหญ่ มีแค่สามคนที่เวทย์ถึงระดับสองดาว มีเจ้าหนุ่มหัวล้านชุดเหลืองทั้งตัวนั้น มีไอ้หนุ่มผมยาวที่สะพายดาบสีแดงนั้นแล้วก็สาวผมสีฟ้าคนนั้นที่แกนเวทย์ถึงระดับสองดาว"ไซโครพูดขึ้น "แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่อาจวัดได้ เนื่องจากระดับฝีมือการต่อสู้ การพลิกแผลงเวทย์มนต์ในการต่อสู้จริงและความสามารถในการรีดเค้นพลังเวทย์ก็มีผลในการต่อสู้อย่างมาก"

     ในทุกสุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเมื่อกรรมการเริ่มประกาศการประลองให้เริ่มต้นขึ้น การตะลุมบอนเกิดขึ้นทันทีและมีคนตายตั้งแต่แรกเลยเนื่องจากไม่ทันระมัดระวัง ท่ามกลางความวุนวายเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ดูไร้พิษส่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสังหารชายฉกรรจ์ไปสามคนอย่างรวดเร็ว เลือดนองเต็มสนามประลอง "เฮอะ มีแต่พวกไร้ฝีมือกล้ามาประลองได้ยังไงกันไม่เสียดายชีวิตหรือยังไงกัน" เจ้าหนุ่มผมสีน้ำตาลหัวเราะขึ้น อัศวินโต๊ะกลมปิแอร์มองไปแล้วพูดว่า "วิชาของนักฆ่า ใครเป็นคนสอนเขากันแน่นะ" 

     "ฮะๆๆ" เจ้าหนุ่มผมสีน้ำตาลกระโดดขึ้นเหยียบชายร่างยักษ์คนหนึ่งเมื่อกระโดดข้ามไปเสร็จ หัวของชายร่างยักษ์ก็หลุดตกลงพื้นทันทีโดยที่คนปกติไม่อาจบอกได้ว่าเด็กหนุ่มตัดหัวชายร่างยักษ์ไปตอนไหน นักฆ่าหนุ่มผมสีน้ำตาลก็มองหาเหยื่อยรายต่อไปทันที สายตาของมันก็ไปสะดุดกับสิ่งที่ไม่ควรจะมาอยู่ในสนามประลองนรกแห่งนี้ เด็กสาวน่ารักคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางสนามโลหิตที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟัน ในมือของเธอไม่มีอาวุธสักชิ้น ร่างกายของนางดูอ่อนแอบอบบางเป็นอย่างยิ่ง จู่ๆก็มีชายหุ่นกำยำคนหนึ่งซึ่งมีเลือดท่วมตัวในมือถือกระบองอันใหญ่โตวิ่งเข้าใส่หญิงสาวผู้นั้นอย่างรวดเร็ว

     ไวเท่าความคิด เจ้าหนุ่มผมสีน้ำตาลนั้นวิ่งเข้าไปใช้กระบี่สั้นรับกระบองของชายร่างกำยำอย่างรวดเร็ว "เปรี้ยงงง" เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น ร่างของเจ้าหนุ่มนักฆ่าไถลไปไกลถึงสองเมตร ชายร่างกำยำพลันร้องอย่างบ้าคลั่ง "นี่มันวิชานักรบคลั่งนี่นา มันเสียสติไปแล้วแต่สัญชาตญานในการต่อสู้เผยออกมาเต็มที่"

     "รีบถอนตัวไปซะ เด็กหญิงอย่างเจ้าไม่ควรมาอยู่ในที่แห่งนี้ ข้าจะรับมือมันเอง" เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลร้องขึ้นและเอาหลังกำบังเด็กสาวเอาไว้พร้อมกับมองไปที่นักรบคลั่งอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูดอะไรเอาแต่นิ่งเงียบและยืนมองอยู่เฉยๆ

     "ย้ากกก" นักรบคลั่งพุ่งตัวเข้าใส่หนุ่มผมน้ำตาลอย่างรวดเร็ว กระบองถูกเหวี่ยงใส่เจ้าหนุ่มผมน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ร่างของเจ้าหนุ่มหายไปจากสายตาของนักรบคลั่งอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้เพียงภาพติดตาเพียงเท่านั้น นักรบคลั่งงุ่นงงวูบหนึ่งก่อนที่จะเริ่มรู้สึกว่ากระบองหนักขึ้นและเมื่อมองไปที่กระบองที่ตนเองถืออยู่ก็เจอเจ้าหนุ่มนั้นยืนอยู่ที่ปลายกระบองอันใหญ่โตนั้น เจ้าหนุ่มผมสีน้ำตาลนั่นเริ่มยิ้มขึ้นกระบี่สั้นของเจ้าหนุ่มนั้นเกิดมีไฟลุกท่วมขึ้น ไซโครมองดูและยิ้มชมว่า "เจ้าหนุ่มนั้นไม่ธรรมดาเหมือนกัน ดูน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ" เบนจามินก็จ้องมองตาไม่กระพริบเช่นกันแต่คนละความรู้สึกกันกับไซโคร

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 มกราคม 2561 / 17:20
    เดียวนะ เจ้าหนุ่มหัวล้าน ชุดคลุมนี้น่าจะโหดสุด
    #365
    0
  2. #299 ผู้อ่าน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:25
    ผมมีข้อสงสัยตรงเจ้าหนุ่มผมสีนำ้เงิน นะท่านผู้เขียน จริงๆท่านจะเขียนเจ้าหนุ่มผมสีนำ้ตาลใช่ไหม?
    #299
    0
  3. #260 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ยังดีที่ไม่ได้ลงไปโชว์เทพเอง
    #260
    0