ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 27 : งานประลองเวทย์มนต์ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

     ในขณะที่สามฝ่ายกำลังต่อสู้กันในสภาวะตึงเครียด ฝ่ายผู้ที่ผูกเชือกสีเหลืองกลับยังไม่มีวี่แววจะเข้าจู่โจม พวกสีเหลืองหลบอยู่ที่หัวมุมกำลังพูดคุยกันเองอย่างสนุกสนาน "ฮ่าๆๆ ปล่อยให้ไอ้พวกโง่มันจัดการกันเอง พอพวกมันเหนื่อยแล้วเราค่อยจัดการมันทีหลังละกัน ฮ่าๆๆ" ผู้หญิงผมสีฟ้าคนหนึ่งที่ถือไม้กายสิทธิ์หัวเราะอย่างชั่วร้าย

     "อ้าว แล้วตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีละ" ชายสะพายดาบไว้กลางหลังคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น ผู้หญิงผมสีฟ้าคนนั้นหัวไปมองด้วยความหงุดหงิดทันที "อะไรกัน ตอนที่ประชุมกันอยู่แกมัวหายไปไหนมาไม่ยอมประชุมกัน ตอนนี้เราก็แค่ตรวจระวังไปพลางๆก็พอ ใครเผลออกมาก็จัดการมันทิ้งไปซะ" หญิงสาวผมสีฟ้าเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง

     "นี่เป็นความคิดของเธอสินะ แหมเด็กสาวน่ารักอย่างเธอดูไม่น่าคิดเรื่องชั่วร้ายแบบนี้ได้เลยนะ" ชายสะพายดาบถึงกับปรบมือขึ้น "แหมๆ เล่นชมกันแบบนี้ก็เขินแย่นะสิ ปากหวานจริงๆนะเรา ว่าแต่นายไปอยู่ไหนมาทำไมถึงไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ" สาวผมสีฟ้ากอดอกอย่างภูมิใจและอ่ยปากถามชายที่สะพายดาบไว้กลางหลัง แต่ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของสาวผมสีฟ้าพลันหน้าซีดลงและชี้ไปทางชายหนุ่มที่สะพายดาบไว้ข้างหลังแล้วพูดว่า "ทำไมที่แขนเสื้อของนายผูกเชือกสีแดงกันละ"

     "อะไรนะ!!" เด็กสาวผมสีฟ้าพลันพูดขึ้นอย่างตื่นตะลึงก่อนที่จะพูดต่อว่า "ไอ้โง่นี่ แกมาผิดกลุ่มแล้ว กลับไปกลุ่มของแกซะ" ชายหนุ่มสะพายดาบถอนหายใจหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า "โธ่เอ้ย วางแผนซะดิบดี เราก็นึกว่าจะฉลาดกว่านี้ซะอีก" เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปเตะด้ามดาบที่สะพายอยู่ด้านหลัง

     หญิงสาวผมสีฟ้าพลันพูดว่า "ระ..หรือว่า หรือว่า นะ..นาย นายผูกเชือกผิดสีอย่างงั้นเหรอ โธ่เอ้ย ทำไมนายมันโง่อย่างนี้"

     "เฮ้ออ" เสียงถอนหายใจอย่างเด็กหนุ่มที่สะพายดาบดังขึ้นเบาๆอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ก่อนที่จะเกิดเสียงกัมปนาทดังขึ้น "ตูมมมม" ร่างของผู้ที่ผูกเชือกสีเหลืองกระจัดกระจายปลิวไปว่อนทั้งสนาม 

     "สุดยอด วิชาดาบนั้นมันคืออะไรกัน" เสียงเชียร์ดังออกมาดังทั่วทั้งสนาม อธิการบดีวิทยาลัยอุดรยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "พวกพยัคฆ์ซ่อนเริ่มกางเล็บแล้วสินะ" 

     "วิชาดาบปราบยักษ์ยังคงทำให้ประทับใจได้เสมอเลยสินะ" เบนจามินพูดขึ้นอย่างชื่นชม เบนจามินนั้นก็ชื่นชอบในวิชาดาบเหมือนกันแต่ไม่เคยที่จะเข้าไปเรียนรู้ วิชาดาบปราบยักษ์เป็นวิชาที่นักรบของอาณาจักรอาชาเรียคิดค้นขึ้นเพื่อให้พวกมนุษย์สามารถสู้กับเหล่าออคหรือยักษ์ได้ โดยการเปลี่ยนพลังเวทย์มาเป็นเป็นพลังในการโจมตีแทน ด้วยเหตุนี้ทำให้เหล่ามนุษย์ในอาณาจักรอาชาเรียนั้นขึ้นครองเป็นใหญ่จนแทบไม่มีออคหรือยักษ์อยู่เลย พวกเหล่าอ๊อคทั้งหลายต้องหนีตายมาอยู่ในทวีปยาเรียหรือที่อาณาจักรมนตราสีรุ้งแห่งนี้

     "หือ ปล่อยให้เจ้าราออสอาละวาดแบบนั้นจะดีเหรอ" นักธนูเผ่าเอลฟ์ที่ลอบโจมตีกลุ่มของเซซิเลียเอ่ยถามขึ้นกับชายหนุ่มที่ถือดาบไว้สองข้าง ชายหนุ่มที่ถือดาบไว้สองข้างก็เอ่ยตอบกลับไปว่า "ก็ดีเหมือนกัน พวกสวะตายไปหมดสนามประลองจะได้โล่งขึ้น ฆ่าพวกสีเขียวที่ดูกระจอกต่อไปเถอะ"

     ลูกธนูของเอลฟ์นั้นแม่นยำมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว ชายคนหนึ่งในกลุ่มสีฟ้าถูกยิงเข้าที่หัวล้มลงต่อหน้าเซซิเลีย เซซิเลียมองไปที่ชายสวมหมวกแล้วพูดว่า "ตกลงนายจะไม่คิดช่วยจริงๆสินะ"

     "โธ่ แม่สาวน้อย ถ้าเธอคิดจะช่วยชีวิตพวกสวะที่รนหาที่ตายเพื่อชื่อเสียงละก็ เธอคงได้ตายเองเป็นร้อยชีวิตไปแล้ว" ชายสวมหมวกพูดขึ้นพร้อมทั้งหัวเราะก่อนจะเอามือไปจับลูกธนูที่พุ่งมาใส่เขาจากด้านหลังแล้วสะบัดทิ้งไป

     "ทำไมพวกผู้ชายต้องมาตายเพราะเรื่องแบบนี้ด้วยนะ โง่จริงๆ คำว่าลูกผู้ชายนี่มันหมายถึงพวกโง่สินะ" เซซิเลียเอ่ยขึ้นทำให้เด็กชายในกลุ่มหันมามองด้วยความไม่พอใจทันที ชายสวมหมวกพลันยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "ดูสิทีมสีเหลืองมีคนตายไปเกินครึ่งแล้ว เห็นไหมละ พวกสวะนะมีชีวิตไปก็ไร้ประโยชน์"

     "เจ้ากล้าพูดได้ยังไง" เด็กหนุ่มเสื้อสกปรกมอมแมมถือปีดเก่าๆคนหนึ่งในกลุ่มสีฟ้าพูดขึ้นอย่างเหลืออด ชายสวมหมวกหันไปถลึงตามองใส่เด็กที่ดูสกปรกคนนั้นทันที เด็กคนนั้นพลันขาสั่นขึ้นแต่ยังใจแข็งพูดขึ้นมาว่า "ที่ข้ามาก็เพราะข้าต้องการเงินที่จะเอาไปรักษาแม่ของข้าที่กำลังป่วยอยู่ พวกทางการจะให้เงินแก่เหล่าพยัคฆ์ซ่อนทั้งหลายหากชนะในผ่านในรอบต่อไปได้ แต่ถ้าตายทางการก็จะชดเชยเงินให้คนในครอบครัว คนที่ไม่รู้เรื่องอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าพวกเราว่าเป็นสวะหรือคนโง่"

     ชายสวมหมวกเดินไปหาเด็กหนุ่มที่สกปรกมอมแมมอย่างเชื่องช้าแล้วพูดว่า "งั้นก็หมายความว่าที่แกมาตายก็เพราะเงินสินะ งั้นข้าจะจะช่วยให้แม่แกได้เงินไวๆละกัน" ชายสวมหมวกพลันกางมือออกแล้วยื่นเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่สกปรกมอมแมมคนนั้น

     "พอกันที" เซซิเลียพลันหลับตาลงและกางมือทั้งสองข้าง ชายสวมหมวกพลันรับรู้ถึงอันตรายในทันที เหล่านักสู้ที่มีพลังเวทย์ต่ำๆบนเวทีถึงกับสติหลุดไปช่วงหนึ่ง เบนจามินที่มองอยู่บนเวทีพลันกัดฟันขึ้น " เซซิเลียนี่เธอกำลังจะทำบ้าอะไรกัน"

     กระแสน้ำพลันพุ่งทะลักออกมาจากร่างกายของเซซิเลียราวกับเขื่อนแตก กระแสน้ำพุ่งอย่างรุนแรงสูงถึงสองเมตรออกมารอบตัวเซซิเลียซึ่งเป็นศูนย์กลาง ชายสวมหมวกพลันเอายืนทั้งส้องข้างประสานกันแล้วตระโกนขึ้น "วิชาหมัดพยัคฆ์คำรน" มือของชายสวมหมวกกางออกแล้วจู่โจมลงไปที่เวทีทันที ไม่น่าเชื่อว่านิ้วมือของชายสวมหมวกจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าพื้นปูนบนเวที นิ้วทั้งห้าจมลึกลงไปบนเวที 

     ชายหนุ่มสะพายดาบที่ชื่อราออสก็พลันใช้วิชาดาบทันที "ถ่วงเหล็กพันชั่ง" ดาบของราออสจมลงไปที่พื้นเวทีเช่นเดียวกันกับชายสวมหมวก วิชาที่ถูกซ่อนไว้ของเหล่าพยัคฆ์ซ่อนล้วนถูกใช้ออก

     ทุกผู้คนมองไปที่เวทีด้วยความตื่นตะลึง คลื่นน้ำได้พัดผู้เข้าแข่งขันหลายคนร้อยคนกระเด็นตกเวทีออกไป เหลือเพียงแค่สิบสองคนที่ยืนอยู่บนเวทีเพียงเท่านั้น

     อาจารย์จากวิทยาลัยหรดีเอ่ยขึ้นว่า "นึกแล้วว่านางต้องไปธรรมดา" ทุกผู้คนล้วนให้ความสนใจกับเซซิเลีทันที "น่าแปลกมากๆ ทำไมนางถึงไม่ได้เข้าโรงเรียนเวทย์มนต์" กษัตริย์ที่นังอยู่บนห้องวีไอพีถามขึ้นกับเหล่าองครักษ์รอบกายด้วยความสงสัย เพราะผู้ที่มีแกนเวทย์พิเศษตามธรรมชาตินั้นหายากยิ่งนับเป็นหนึ่งในแสนคนเห็นจะได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินทางวิทยาลัยเวทย์มนต์ก็ยินดีจะให้เรียนในฐานะของเด็กพิเศษอยู่ดี ทางด้านของเมทัสเงยหน้าขึ้นจากสมุดที่จดคำนวณสมการเวทย์มนต์ขึ้นมามองที่เซซิเลียแล้วพูดในใจว่า "มิคาด ในโลกนี้ยังเหลือคนที่มีเมตตาอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่มืดมนไปซะทีเดียว" ในขณะที่คนอื่นชื่นชมในความแข็งแกร่งของเซซิเลีย แต่เมทัสกลับชื่นชมในความเป็นมนุษย์ของเธอ

     แปดคนบนเวทีมองทางเซซิเลียด้วยร่างกายที่เปียกปอน "ฮ่าๆๆ ไม่เลว นึกไม่ถึงว่าในกลุ่มข้ายังมีคนที่ใช้งานด้อยู่" ราออสเอาดาบที่ปักพื้นขึ้นมาแล้วมองไปทางเซซิเลียแต่ก็ทำได้ไม่ไนานกระแสลมพลันพุ่งใส่หัวของเราจากทางเบื้องบน "ตูมมม" พื้นปูนที่ราออสเคยยืนอยู่พลันระเบิดออก เมื่อราออสมองขึ้นไปบนฟ้าก็พบกับเด็กสาวผมสีฟ้าที่ถือไม้กายสิทธิ์ร่ายเวทย์ใส่ด้วยความฉุนเฉียว

     "หนอย ไอ้บ้านี่ บังอาจมาทำร้ายกลุ่มของฉันที่อุสาห์สร้างขึ้นมาด้วยความลำบาก แม่จะเชือดทิ้งไม่ให้เหลือซากเลยทีเดียว" เด็กสาวผมสีฟ้าร่ายเวทย์ใส่อย่างรุนแรง

     "ชิ พวกนักเวทย์นี่รับมือลำบากเหมือนกัน เปาโล! ช่วยสอยเธอลงมาที" ราออสกลิ้งตัวหลบพายุเวทย์ที่พุ่งใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง หินก้อนหนึ่งตั้งอยู่บนเวทีหลังจากคลื่นน้ำหายไปแล้วพลันแตกออก มีชายสองคนอยู่ในหินนั้นโดยไม่ได้เปียกปอนแต่อย่างใด ชายสองคนนี้คือเอลฟ์นักธนูและนักดาบของทีมฝ่ายสีแดงนั้นเอง

     "เฮอะ เรื่องสอยนักเวทย์นี่ข้าจัดการเอง" เอลฟ์หนุ่มง้างคันศรขึ้นเล็งสาวผมสีฟ้าที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าที่มีไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือ




     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #361 Krise_Kimz (@Krise_Kimz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 13:19
    พระเอกยังอยู่ในเรื่องหรือป่าว
    #361
    1
    • #361-1 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 27)
      16 มิถุนายน 2561 / 21:02
      เรื่องนี้ไม่มีพระเอกนี่ เอียงหัวไปด้านข้าง20องศา?
      #361-1
  2. #300 ผู้อ่าน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:48
    ผมว่าท่านผู้เขียนจะผิดพลาดเรื่องสีผมบ่อยๆนะ ผมว่าท่านควรจินตนาการตัวละครตัวหนึ่งแล้วโฟกัสไปที่ตัวนั้นอย่างเดียวจนจบบทของตัวละครดีกว่านะ



    มันก็มีบ้างที่จะเบลอๆถ้าท่านจะกลับมาแก้ไขก็จะดีเป็นอย่างยิ่งรวมถึงคำผิดที่ผ่านๆมาด้วย

    #300
    1
    • #300-1 ปากกาด้ามหัก (@tcg530064) (จากตอนที่ 27)
      4 มกราคม 2561 / 10:08
      ขอบคุณครับที่ช่วยตรวจทานคำผิดให้ อยากให้มีผู้อ่านแบบนี้เยอะๆจัง เพราะผมตรวจรอบเดียวไม่หมด
      #300-1
  3. #165 AnusonKingdom (@AnusonKingdom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:31
    เอฟหรือเอลฟ์
    #165
    0