ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 36 : งานประลองเวทย์มนต์ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

     เวทมนต์ระดับมหาเทพนั้นนับว่าเป็นเวทมนต์ที่ทรงพลังที่สุด เรียงตามระดับต่ำสุดไปได้แก่ เวทมนต์ระดับ ต่ำ กลาง สูง เทพเจ้า และมหาเทพ โดยแต่ละชนิดเวทมนต์มีความเข้าใจยากน้อยและปริมาณมานาที่ใช้แตกต่างกันไป


     เบนจามินกำลังต่อกรกับอาเชรัชผู้ที่มีพลังเวทมนต์ระดับสุริยันขั้นที่สอง สองมหาเวทย์ปะทะกันส่งผลให้ทุกคนที่จ้องมองอยู่เกิดความหวาดกลัวขึ้น


     แทบจะไม่มีใครรู้จักเบนจามินเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนตื่นตะลึงที่เด็กหนุ่มไร้เวทย์มนต์ผู้นี้สามารถใช้เวทมนต์จากไม้เท้าได้อย่างไร้ที่ติ แม้กระทั่งอาเชรัชเองยังตื่นตกใจ หากเป็นเขาต่อให้มีไม้เท้าแบบนั้นอยู่กับตัวสักพันอันก็ไม่แน่ใจว่าตนเองจะสามารถใช้เวทย์มนต์ระดับมหาเทพได้สักครั้งหรือไม่


     ผู้คนที่ไม่รู้จักเบนจามินนั้นล้วนแตกตื่นเป็นอย่างมาก แต่ผู้คนที่รู้จักเบนจามินนั้นล้วนแตกตื่นยิ่งกว่า หากมิคาเอลและแองเจล่ารับรู้ ทั้งสองคงต้องอ้าปากค้างจนพูดไม่ออกเหมือนกับเมทัสเป็นแน่


     ไซโครนั้นแม้จะรู้สึกว่าเบนจามินนั้นเก่งกาจในด้านวิชาเวทย์มนต์นั้นยังคาดไม่ถึงว่าเบนจามินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เซซิเลียเองถึงสติหายไปช่วงหนึ่งที่สองมหาเวทย์มนต์ปะทะกัน


     มีคนมากมายหลายคนถึงกับสลบไปทันทีที่มังกรทองและมังกรสีดำเข้าโจมตีกัน ปิแอร์เป็นอัศวินโต๊ะกลมคนแรกที่ประคองสติตัวเองกลับมาได้ไวที่สุด "ทหารทุกนาย พาผู้คนหลบหนีออกไปจากอัฒจรรย์นี่เดียวนี้" ปิแอร์ตระโกนลั่น มีคนหลายคนได้รับบาดเจ็บ หากเกิดลูกหลงขึ้น ทุกคนคงได้ตายกันหมดเป็นแน่


     มังกรสีทองที่อาเชรัชเคยภูมิใจกับมันมากในตอนนี้กลับกำลังถูกกดดันโดยมังกรสีดำที่ออกมาจากไม้คฑาของเบนจามิน "นี่มันผิดปกติ เจ้าเด็กนี่ไม่น่าใช้เวทย์ที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้" อาเชรัชพูดอย่างตื่นตะลึง  มังกรดำลาตะวันพลันกดดันจนมังกรสีทองเริ่มจางลงและหายไป "ชิบหายละ" อาเชรัชพูดขึ้น มือทั้งสองประสานกันอย่างรวดเร็วเกิดวงเวทย์สีทองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง กำแพงสีทองที่มีรอยสลักรูปดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาด้านหน้าของเขา


     มังกรสีดำของเบนจามินนั้นพุ่งเข้าใส่โล่พระอาทิตย์ของอาเชรัชอย่างรุนแรง รอยแตกร้าวเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แกนเวทย์ของอาเชรัชนั้นเป็นสีทอง เนื่องจากวิชาเวทย์ประจำตระกูลของเขา ตระกูลของอาเชรัชว่ากันว่าสืบทอดวิชามาจากไมดาสนักเวทย์เล่นแร่แปรธาตุที่สามารถเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นทองคำได้ ว่ากันว่าไมดาสนั้นถูกคำสาปจากเทพเมวิชให้จับอะไรก็เป็นทองไปหมดเนื่องจากความโลภของเขาเอง


     เห็นได้ชัดว่าเวทย์มนต์ระดับสูงของอาเชรัชมิอาจรับมือกับเวทย์ระดับมหาเทพของเบนจามินได้ รอยร้าวพลันขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งมันรับไม่ไหวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่อาเชรัชกำลังย่ำแย่อยู่ก็พลันมีร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่มังกรดำอย่างรวดเร็ว


     "โทเคล" อาเชรัชเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นอ๊อคร่างยักษ์สูงสองเมตรพุ่งเข้าใส่มังกรสีดำ "ย๊ากกก ขวานยักษ์ผ่าภิภพ" อ๊อคผู้นั้นที่อาเชรัชเรียกว่าโทเคลนั้นฟาดขวานยักษ์ที่อยู่ในมือใส่ร่างของมังกรดำอย่างรวดเร็ว


     "เปรี้ยงงงง" ขวานในมือของโทเคลถึงกับปลิวกระเด็นหลุดออกจากมือไปในทันทีที่ปลายขวานกระแทกเข้าไปที่หัวมังกร มือทั้งสองข้างของโทเคลนั้นสั่นอย่างรุนแรง อาเชรัชนั้นรู้ดีว่าโทเคลนั้นมีพละกำลังแข็งแกร่งขนาดไหน เขาเป็นองรักษ์พิทักษ์ราชามาถึงสองรุ่นด้วยกันแล้ว อายุของโทเคลนั้นมีอายุถึงพันปี อ๊อคผู้นี้ผ่านสงครามเวทย์มนต์มามากมายนับไม่ถ้วน


     "ย๊ากกกก" โทเคลแม้ว่าขวานยักษ์คู่ใจจะหลุดจากมือไปแล้วยังคงใช้มือทั้งสองข้างตะปบเข้าที่มังกรสีดำนั้นอย่างรุนแรงพร้อมทันดันตัวเข้าไปกระแทกอย่างรุนแรง ร่างของโทเคลนั้นสูงใหญ่อยู่แล้วแต่ตอนนี้กลับขยายใหญ่ขึ้นไปอีกเท่าตัวจากอ๊อคที่สูงสองเมตรตอนนี้สูงขึ้นถึงห้าเมตรไปแล้ว มังกรสีดำพลันถูกโทเคลยกขึ้นแล้วเหวี่ยงทิ้งไปยังสนามประลองที่ไม่มีใครอยู่ในขณะนี้


     "ตูมมมมม" มังกรสีดำพุ่งใส่สนามประลองจนเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ผู้คนถึงกับยืนกันแทบไม่อยู่ ปิแอร์มองไปที่สีสนามประลองก็เบิกตาโตด้วยความตื่นตกใจ จากสนามที่เคยถูกปกคลุมไปด้วยเวทย์สนามทั้งสองเวทย์มนต์(เวทย์ดินและเวทย์พฤษา)พลันถูกทำลายจนกลายเป็นหลุมลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ


     โทเคลในตอนนี้กำลังหอบหายใจอยู่ ที่แขนทั้งสองข้างของโทเคลห้อยตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นรอยแผลลึกไปถึงกระดูกบนแขนของโทเคล แต่บาดแผลเหล่านั้นก็ค่อยๆฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ


     ยามที่ทุกคนเกิดมาเวทย์มนจะเป็นสีใส่บริสุทธิ์แต่เมื่อเริ่มฝึกเวทย์มนต์ไปเรื่อยๆแล้วแกนเวทย์จะถูกสีธาตุเปื้อนไปมา ในยามที่เบนจามินเป็นปรมาจารย์เวทย์มนต์ของโลกเขาถึงกับมีแกนเวทย์เป็นสีดำ เนื่องจากเบนจามินสามารถใช้เวทย์ได้ทุกธาตุจนสีธาตุซ้อนทับจนกนกลายเป็นสีดำนั้ยเอง มนตรามังกรดำลาตะวันเป็นเวทย์ที่ต้องเข้าใจธาตุทั้งเต็ดนอกเหนือจากสี่ธาตุหลักอย่างถ่องแท้ถึงจะใช้ได้ มังกรดำลาตะวันจึงจัดเป็นเวทย์สายจู่โจมที่ทรงพลังที่สุดในบรรดามนตาประเภทมังกรธาตุ


     ในยามนี้ไม่มีใครกล้าดูถูกเบนจามินอีกต่อไป ร่างของชายทั้งสี่คนปรากฎล้อมเบนจามินเอาไว้ ทุกคนล้วนไม่ประมาทแม้แต่น้อย ชายทั้งสี่นี่คือองค์รักษ์พิทักษ์รางวงค์ บางคนอยู่มายาวนานถึงสองรุ่นราชาเลยทีเดียว ในสี่คนนี้มีมนุษย์อยู่สองคน อ๊อคหนึ่งและไฮเอลฟ์อีกหนึ่งตน ทั้งหมดล้วนมีพลังเวทย์ระดับสุริยันขึ้นไป ทั้งสี่พลันจ้องมองมาที่เบนจามินอย่างไม่วางตา


     เบนจามินมองความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วพูดว่า "ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป พวกประชาชนจะปลอดภัย ข้าขอให้สัญญา" ทั้งสี่จ้องหน้าเบนจามินแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกไป ทันใดนั้นมีเสียงจากราชาอเล็กตระโกนมาว่า "ฆ่ามันซะ บังอาจทำให้ข้าต้องอับอายขายขี้หน้า มันต้องตายเท่านั้น ใครก็ตามที่ช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกับมันก็ต้องตายเช่นกัน!! "


     "ได้ยินแล้วสินะ พวกข้าคงปล่อยผ่านไม่ได้" ไฮเอลฟ์ที่สวมผ้าคลุมสีขาวเอ่ยขึ้นแล้วประสานมืออย่างรวดเร็ว สำหรับเผ่าพันธ์ไฮเอลฟ์นั้นมีเวทย์มนต์ที่มหาศาลมาตั้งแต่เกิด เคยมีเริ่มเล่าว่าราชาเอลฟ์รุ่นแรกที่ปกครองโลกใบนี้เกิดมาด้วยแกนเวทย์ระดับจันทราตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว 


     เบนจามินพลันขี่ไม้เท้าทยานบินขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว "คิดหนีงั้นเหรอ ง่ายไปมั้ง" อาเรชัชพูดขึ้นพร้อมทั้งประสานมืออย่างรวดเร็ว "เวทย์ระดับเทพเจ้า เครือข่าย ลวดทองคำ!" เส้นล้วนนับแสนเส้นพลันกระจายเต็มท้องฟ้า พวกมันพันจับตัวกันแน่นจนกลายเป็นกรงขังขนาดใหญ่ เบนจามินถึงกับเหงื่อตกขึ้น หาใช้ว่าเบนจามินไม่สามารถคลายเวทย์มนต์นี้ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาในระดับหนึ่งซึ่งไม่อาจต่อกรกับองค์รักษณ์ทั้งสี่ที่ตามมาพัวพันได้แน่นอน


     ชายทั้งสี่ทยานร่างขึ้นมาทันที ทั้งสี่เล็งโจมตีไปที่ไม้เท้าของเบนจามิน ทุกคนรู้ดีว่าหากขาดไปซึ้งไม้คฑาแล้วเด็กหนุ่มพิการตรงหน้าผู้นี้ก็ไร้พิษสงไปในทันที เบนจามินที่ยืนอยู่บนไม้เท้ารีบส่งสมการเวทย์มนต์ไปที่ไม้เท้าอย่างรวดเร็ว


     เวทย์มนสี่สายที่มาจากองรักษณ์ทั้งสี่พลันพุ่งชนกันเอง "มันใช้วิชาเวทย์อัดอากาศได้งั้นหรือ ดูท่าทางการสู้บนอากาศไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว" อาเชรัชเอ่ยขึ้น "เรื่องเวทย์อัดอากาศต้องให้เจ้าจัดการแล้วละนะกรีฟรีต" โทเคลเอ่ยขึ้นก่อนพุ่งเข้าใส่เบนจามินอย่างรวดเร็ว กรีฟรีตนั้นเป็นไฮเอลฟ์ เขามีพลังในการสนับสนุนพรรคพวก กรีฟรีตพลันเครียดขึ้น สำหรับเวทย์ธาตุลมอย่างเวทย์อัดอากาศนั้นมันใช่ได้ดีมากสำหรับผู้ใช้งานเป็น มันจำเป็นต้องใช้สมาธิอยากมากในการคุบหลายๆปัจจัยอย่างแรงต้านและความดันอากาศ บางทีอารวมไปถึงความกดอากาศในช่วงนั้นด้วย เบนจามินใช้เวทย์อัดกาศนี้ในการเบี่ยงเบนเวทย์มนต์จนชนกันเองได้ แต่ในยามนี้กรีฟรีตคอยแก้เวทย์มนต์ของเขาอยู่ทำให้เบนจามินขมวดคิ้วขึ้นแล้วยิงคลื่นน้ำวนใส่โทเคลที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว


     "เฮอะ แค่เวทย์มนต์น้ำ อะ!!" เมือคลื่นน้ำกระแทกใส่โทเคลโทเคลพลันรู้สึกได้ว่าน้ำเหล่านี้มีพลังงานความร้อนติดมากด้วยหลายล้านจูนด้วยกัน แต่ความร้อนนี้ไม่ได้ระคายเครืองผิวหนังของอ๊อคระดับสุริยันแม้แต่น้อย แต่น้ำในสภาวะนี้อยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะเพราะมีจุดเดือดเกินพิกัต คลื่นน้ำเหล่านี้พลันเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊สทันที พวกมันเป็นดังเมฆเทียมที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเพราะยังไม่เกิดการควบแน่น แต่สำหรับเบนจามินแค่นี้ก็เพียงพอที่จะใช้มันเปลี่ยนพลังงานประจุอิเล็กตรอนอิสระที่อยู่รอบตัวโทเคลได้


     "หมื่นปักษากรีดร้อง มนตราระดับมหาเทพ ลำนำแพ่งเทพเจ้าจงลงทัณฑ์ศัตรูเบื้องหน้า" เบนจามินพลันร่ายมนตราอย่างรวดเร็ว "อ๊ากกกก" โทเคลพลันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อสายฟ้าหลายล้านวัตต์โจมตีใส่ร่างของเขารอบๆตัวอย่างไม่มีโอกาสหลบพ้นแม้แต่น้อย ประจุอิเล็กตรอนพุ่งออกมาจากร่างของโทเคลอย่างรวดเร็ว เกิดการเสียดสีของพลังงานจนเกิดความร้อนเกิดขึ้น ร่างของโทเคลเริ่มไหม้และมีควันพุ่งพวยขึ้น


     จู่ๆโทเคลก็หายไปจากที่เดิมแล้วถูกพยุงด้วยมือของกรีฟรีดทันที มือข้างที่พยุงโทเคลซึ่งตอนนี้ดำเป็นตอตะโกเคลือนด้วยเวทย์มนต์สีน้ำตาล กรีฟรีตใช้เวทย์มนต์เคลื่นย้ายมิติมาช่วยโทเคลไว้ทันแต่ยังคงต้องใช้เวทย์ฉนวนคลุมไว้เพราะในตัวโทเคลยังมีกระแสโฮลอยู่(กระแสไฟฟ้านั้นเหละ) วิธีที่จะเอาออกกระแสไฟฟ้าจากตัวโทเคลนั้นมีอยู่หลายวิธีแต่ประจุไฟฟ้าจำนวนมากขนานี้กรีฟรีตคิดได้แค่วิธีเดียว


     กรีฟรีตขว้างโทเคลลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่มีเหล่าผู้คนอยู่เต็มไปหมด เมทัสพลันตาเหลือกขึ้นพูดว่า "ไม่ดีละ!!" เมื่อโทเคลกระแทกลงพื้นเสียงดังสนั่นหวันไหว ผู้คนที่อยู่บนพื้นนับพันคนที่อยู่ไกลนักพลันสลบลงไปในทันที พวกเขาไม่ได้สลบเพราะแรงสั่นสะเทือนแต่เป็นกระแสไฟฟ้าที่พุ่งออกจากร่างกายของโทเคลลามไปโดนเข้า แม้ว่าจะลดความรุนแรงเพราะพุ่งลงดินไปบางส่วนแล้วก็ตาม


     แค่การลงมือแค่ครั้งเดียว โทเคลหนึ่งในสี่องครักษณ์ที่มีร่างกายแข็งแกร่งที่สุดก็ล้มลงไปนอนกับพื้น อาเชรัชถึงกับพูดขึ้นมาว่า "เวทย์ระดับมหาเทพบทที่สอง ที่แท้มันรู้เวทย์มนต์ระดับมหาเทพกี่บทกันแน่"


     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #280 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:33
    พระเอกดูเหมือนจอมเวทย์จริงๆเลย ใช้พลังจากคฑาวิเศษ
    #280
    0
  2. #146 amm4747 (@amm4747) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 22:59
    ตัวประกอบได้โชเทพซักที
    #146
    0
  3. #140 Anucha1235678 (@Anucha1235678) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:10
    ชอบ!! รอพระเอกโชว์โหดตั้งนาน
    #140
    0
  4. #135 frank494 (@frank494) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 05:34
    ขอบคุณครับ
    #135
    0
  5. #134 Suttida Boonyarit (@rooooes3) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 21:58
    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆน่ะค่ะ
    #134
    0