ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 38 : งานประลองเวทย์มนต์ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    29 พ.ย. 60

     "ราชครูจาวากัส" เบนจามินพูดขึ้นอย่างลืมตัว อัจฉริยะจอมเวทย์แห่งอาณาจักรมนตราสีรุ้ง เขาผู้นี่คือชายที่มีปริมาณเวทมนต์มากที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ เขามีระดับสุริยันถึงขั้นที่แปด แต่น่าเสียดายที่อีกห้าปีต่อมาเขาไม่อาจทะลวงไปถึงขั้นที่เก้าได้ทำให้ต้องตกตายในวัยชราด้วยอายุสองพันกว่าปี

     "ข้ารับรู้ได้ถึงมนตราขนาดมหาเทพหลายครั้งด้วยกัน ใครจะไปนึกว่ามีผู้บุกรุกกลางงานประลองกัน" จาวากัสพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและยังกล่าวต่อว่า "แม้ว่าข้าจะคิดว่าจะยัง แต่หลายนาทีผ่านไปก็ยังกำจัดไม่ได้ ความแข็งแกร่งของอาณาจักรแห่งนี้ทำให้ข้าผิดหวังเสียจริง"

     เบนจามินยิ้มแห้งๆขึ้นมา เขาเคยคิดหาเสาะสิบจอมเวทย์ที่สามารถรักษาแกนเวทย์ให้เขา จาวากัสก็เป็นคนแรกๆที่เบนจามินนึกถึง แต่ดูท่าจะไม่ได้เสียแล้ว

     "ตายไปได้แล้ว" จาวากัสเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดพร้อมทั้งประสานมือเข้าหากัน เกิดแรงสั่นสะเทือนราวกับว่าโลกแยกออกจากกัน พลังนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนมังกรดำและมังกรทองปะทะกันเสียอีก

     เบนจามินเกิดเหงื่อตกขึ้นมา "ปกติได้ยินแต่เสียงร่ำลืม ได้มาเห็นพลังจริงๆนับว่าน่าตกตะลึงเกินคำร่ำลือจริงๆ" พลังของตาเฒ่าจาวากัสนั้นเบนจามินไม่เคยเจอมาก่อนเพราะกว่าเบนจามินจะออกจากโรงเรียนเวทมนตร์จาวากัสก็ตายเสียแล้วเหลือแค่เพียงชื่อเสียงที่ผู้คนกล่างถึง

     ระดับพลังสุริยันขั้นแปดนั้นต่างจากระดับพลังสุริยันขั้นสามขั้นสี่ที่เบนจามินต่อกรมาเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว เก็มธาตุระดับจันทราที่เป็นแหล่งพลังก็ไม่อาจรู้ว่าเหลือพลังงานเท่าไหร่ เพราะเหตุนี้ในชาติที่แล้วเบนจามินจึงขวนขวายหาพลังอำนาจอย่างบ้าคลั่ง

     "หายไปซะไอ้ตัวสร้างความวุ่นวาย" จาวากัสปล่อยคลื่นพลังเวทย์สีฟ้าออกจากมืออย่างนุนแรงใส่เบนจามินทันที "บัดซบ" เมทัสพูดขึ้นและสร้างมิติเคลื่อนบ้ายและพาคนที่อยู่มกล้ไปด้วยให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ จาวากัสปล่อยพลังโดยไม่สนใจฝั่งผู้ชมเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของจาวากัสพวกนั้นก็แค่มดปลวกเท่านั้น ในช่วงที่เบนจามินมีพลังเท่ากับจาวากัสก็มีความคิดไม่ต่างกันนัก

     อธิการบดีวิทยาลัยอุดรกรีดร้องขึ้นเมื่อลำแสงเวทย์ของจาวากัสผ่านร่างเขาไป เป็นเสียงที่ดังได้แวบเดียวก่อนหายไปกับความว่างเปล่า ที่นั่งฝั่งวิทยาลัยอุดรถึงกลับหายวับไปจนเห็นด้านนอก ทุกคนที่เห็นภาพล้วนขาสั่นด้วยความหวาดกลัว เซซิเลียมองภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย ทุกอย่างเกิดเร็วมากจนหญิงสาวแรกแย้มอย่างเธอรับไม่ทัน

     เบนจามินก็หายวับไปเช่นกันที่โดนเวทย์มนต์ของจาวากัส จาวากัสมื่อเห็นผลงานที่ตนเองสร้างขึ้นก็ยิ้มขึ้นอย่างภูมิใจแล้วพูดว่า "เอาละ ปัญหาเคลียร์แล้ว เริ่มงานประลองต่อไปได้" เมื่อจาวากัสพูดจบก็ทะยานร่างหนีไป เขาจำเป็นต้องไปบำเพ็จวิชาต่อเพราะเหลือชีวิตอยู่ไม่มากแล้ว สำหรับผู้ที่มีเวทมนต์ระดับสุริยันขั้นปลายแล้วจะรู้อายุไขของตนเอง

     ราชาอเล็กถอนหายใจขึ้นหนึ่งครั้งและเรีกองครักษ์กลับมาหาและกระทืบระบายอารมณ์ใส่ "ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้างสุก ไม่ได้เรื่อง แกทำให้ข้าขายหน้ามากอาเชรัช โทเคล"

     "ขออภัยฝ่าบาท" อาเชรัชและโทเคลคุกเข่าอยู่ตรงหน้าราชาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด

     "ขออภัยงั้นเหรอ อย่าหวังเลย ทหารจับพวกมันไปตัดคอซะ" ราชาอเล็กเอ่ยขึ้นอย่างหัวร้อน กรีฟรีตพลันรีบเสนอหน้าขึ้นมาว่า "ข้าแต่องค์ราชา พวกเขาทำผิดจนโทษถึงตายตามที่ แต่ผลงานความดีขอพวกเขาก็มีพอสมควร ท่านควรลงโทษแต่พองามเพื่อให้เหล่าประชาชนเห็นในความกรุณาของท่าน และมั่นคงในการทำงานให้แก่ท่าน" กรีฟรีตรีบชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อช่วยสหายทั้งสองไว้

     สำหรับในอาณาจักรแห่งนี้มีผู้ที่มีแกนเวทย์ถึงระดับสุริยาเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้น การประหารผู้คนระดับนี้ทำให้อาณาจักรเสียพลังอำนาจไปพอสมควร

     ราสอเล็กพลันครุ่นคิดและพูดว่า "ดี งั้นปลดพวกมันออกไป และสักคำวาประดับสูงให้พวกมันคนละอันละกัน"

     อาเชรัชและโทเคลพลันก้มหัวลงและพูดว่า "ขอบพระทัยในความกรุณา" ก่อนที่ทั้งสองจะถูกทหารลากตัวออกไป ราชาอเล็กพลันหันหน้าไปหากรรมการบนเวทีที่ยืนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้วพูดว่า "อะไรกัน เริ่มงานประลองต่อได้แล้ว อย่าทำให้ข้าเสียอารมณ์"

     กรรมการพลันรีบประกาศออกด้วยน้ำเสียงที่สั่นว่า "นะ..เนื่องจากวิทยาลัยอุดรตายห่ากันหมด วิทยาลัยบูรพาจึงชนะบายไปครับ" เมื่อกรรมการประกาศจบก็ไม่มีเสียงปรบมือกลับมาทุกคนยังซ๊อคกับเหตุการณ์ที่จาวากัสกระทำไปอยู่

     ปิแอร์เป็นชายคนแรกที่ปรบมือขึ้น คนที่เหลือก็ค่อยๆปรบมือตามขึ้นมาทีละนิด เซซิเลียนั้นเหม่อลอยจนกระทั้งงานประลองเวทย์มนต์จบไปจนการแข่งขันของเหล่านักรบเริ่มขึ้นแล้วนางก็ยังคงเหม่อมองไปยังจุดที่เบนจามินถูกฆ่าตาย เขาเป็นแค่เพียงมดปลวกเท่านั้นเมื่อเจอกับจอมเวทย์ตัวจริงเข้า


     ด้านนอกพระราชวังห่างไปไม่ไกลนัก มีกลุ่มนักเวทย์อยู่่ประมาณสิบคนได้ ทุกคนกำลังขอบคุณนักเวทย์คนหนึ่งที่สวมหมวกปีกแหลมเปนการใหญ่ นักเวทย์ผู้นี้คือเมทัสนั้นเอง ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเขาพาผู้คนที่กำลังจะโดนลูกหลงออกมาได้ น่าเสียดายที่เขาช่วยได้ไม่มากนัก เวทย์มิตินั้นกินพลังงานมหาศาลและยังเสี่ยงการค้างครึ่งอีกหากออกมาไม่ทัน


     คนที่เมทัสช่วยออกมาทันก็มีแค่ชาวบ้านที่มีพลังเวทย์มนต์ไม่มาก พนักงานทำความสะอาด ศิษย์ร่วมประลองบางคน มิคาเอล แองเจล่าและครูสาวอลิซาเบส สำหรับคนที่รู้จักตัวตนของเบนจามินนั้นมีไม่กี่คน แองเจล่าและมิคาเอลสลบไปก่อนที่จะรู้ว่าเบนจามินถูกฆ่าตาย นอกจากเมทัส เซซิเลียและไซโครแล้วไม่มีใครรู้จักเด็กหนุ่มที่อาละวาดเลยสักคนเดียว แต่ชื่อเสียงเรียงนามของเด็กหนุ่มที่ท้าทายสี่องครักษ์นั้นถูกร่ำลือ จนข่าวลือแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่วันต่อมา


     เมทัสนั้นครุ่นคิดขึ้นและลงไปนั่งพักใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการใช้การขนย้ายปริมาณมาก "เจ้าเด็กนั้นเป็นใครกัน มันไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ เรื่องนี้มีเงื่อนงำกว่าที่คิด เบาะแสก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยแม้แต่น้อย" เมทัสไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับเบนจามินเท่าไหร่นัก เขานั้นแค้นเบนจามินเสียด้วยซ้ำที่ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนต้องตาย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ฝีมือของเบนจามินโดยตรงก็ตาม เมทัสเอาสมุดที่จดสมการเวทย์มนต์ขึ้นมาแล้วพูดว่า "ยังไงก็ช่าง ด้วยการที่มันให้สมการนี้มาก็ทำให้ข้าหลุดพ้นจากหน้าที่การงานโง่ๆนี่สักที" เมทัสยิ้มขึ้นอย่างดีใจ สมการเวทย์มนต์นี้เป็นสมการที่เมทัสเคยครุ่นคิดจนหัวแทบแตกก็ยังไม่อาจแก้ไขออกได้ เขาได้เขียนสมการไว้บนกระดานในห้องของตัวเองมาหลายสัปดาห์แล้ว ในช่วงที่เบนจามินเข้ามาในห้อง เบนจามินก็เห็นสมการเวทย์บทนี้เข้าพอดี เบนจามินมองแค่เพียงแวบเดียวก็คำนวณลาปาสเซี่ยนในการอนุพันธ์ระดับสูงของแคลคูลัสมนตราได้ เบนจามินได้แก้สมการและส่งวิธีการพิสูจน์ให้แก่เมทัสก่อนจากไป ทำให้เมทัสสามารถประอุปรณ์เคลื่อนย้ายมวลสารได้สำเร็จ หากเขาเอาไปนำเสนอต่อราชา เขาจะได้ยศฐาบรรดาศักดิ์และหน้าที่การงานที่ดีขึ้นเป็นแน่ เมื่อคิดได้แบบนี้เมทัสก็ยิ้มขึ้นมาแล้วมองไปทางแองเจล่าและมิคาเอลอย่างครุ่นคิด "ข้าไม่ควรเล่าเรื่องเด็กนั้นว่าเป็นใครให้ฟังน่าจะดีกว่า" เมทัสพูดอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะปิดตาลงและโคจรพลังเวทย์


     ในยามเย็น แม้ว่าตารางจะถูกบิดเบี้ยวจากการบุกรุกของเด็กหนุ่มผู้เก่งกาจแต่ไม่ทราบที่มา แต่งานก็ยังดำเนินต่อตามตารางเวลาได้เพราะวิทยาลัยบูรพาเสียผู้แข่งขันไปถึงสองคนและวิทยาลัยอุดรก็ไม่มีคนเข้าแข่งขันแล้วทำให้ย่นระยะเวลาได้ เหล่านักรบสู้กันจนได้ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในรอบที่สองนี้ทำให้ไม่ต้องแข่งถึงรอบสามก็ได้ตัวแทนรับตำแหน่งยอดนักรบไป ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้เป็นเผ่าอ๊อคที่มีร่างกายสูงใหญ่ถึงสองเมตรมีนามว่าโททาลัส เป็นบุตรชายของโทเคลซึ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งไป แม้ว่าโททาลัสจะชนะการประลองแต่เขาก็หาได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย เขาถึงกับบ้าคลั่งในงานแข่งไล่กระทืบนักรบจนจมกองเลือดไปหลายคนเลยทีเดียว


     และในที่สุดก็มาถึงรอบสุดท้ายของรางวัลพยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบ เซซิเลียยืนอยู่บนสนามอย่างเลื่อนลอยกับชายสวมหมวกที่ดูลึกลับน่ากลัวผู้หนึ่ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #148 Auau17 (@Auau17) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 02:13
    เซงหน่อยๆที่พระเอกใช้พลังตัวเองไม่ได้ เฮ้อ
    #148
    0
  2. #147 yamatano (@mitaino) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 23:38
    อ่าวเห้ย นั้นตัวเอกนะเห้ย
    ตายแล้วจริงดิ
    #147
    0