ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 39 : งานประลองเวทย์มนต์ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

     "เริ่มการประลองได้!!" กรรมการประกาศเสียงดังลั่นทั่วสนาม หลายคนต่างมองการต่อสู้นี้เป็นการใหญ่เนื่องจากหญิงสาวผู้นี้ได้แสดงการการปล่อยเวทย์ระดับมหาศาลที่ผู้คนยากจะทำได้ออกมา

     ชายสวมหมวกตั้งท่ารอด้วยความระมัดระวัง แต่เซซิเลียกลับหันหลังให้พูดออกมาว่า "ข้าขอยอมแพ้" เมื่อเธอกล่าวจบผู้คนก็พลันตื่นตกใจกับการกระทำของเธอ "โถ่ อะไรกันข้าอุสาห์ลงเดิมพันไว้เยอะ บัดซบ!" หลายคนบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ

     ขณะที่เซซิเลียกำลังจะเดินลงไปจากสนามประลองชายสวมหมวกก็เดินมาขว้างหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็ว เซซิเลียมองไปที่ชายสวมหมวกแล้วพูดว่า "อะไรกัน หรือว่าเจ้าต้องการสู้กับข้า?" ชายสวมหมวกพลันส่ายหน้าปฏิเสธแล้วพูดว่า "เจ้ามาประลองเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือชีวิตคนอื่นเช่นนั้นหรือ ข้าชนะได้เงืนรางวัลเป็นเพียงเพราะโชคดีที่อยู่ทีมเดียวกับเจ้าอย่างนั้นสินะ" เซซิเลียไม่พูดอะไร ชายสวมหมวกพลันถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า "ข้าชื่อซามูเอล ข้าไม่เคยนับถือสตรีใดนอกจากมารดาของข้ามาก่อน วันนี้ข้าขอนับถือเจ้าคนหนึ่ง พอจะบอกนามมาได้หรือไม่" เซซเลียพูดขึ้นอย่างเชื่องช้าว่า "ข้าชื่อว่าเซซิเลีย หวังว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก" เซซิเลียพูดจบก็เดินออกจากสนามประลองอย่างรวดเร็ว

     ชายสวมหมวกใช้สายตาส่งนางไปจนลับตาแล้วเดินไปเอาถ้วยรางวัลจากกรรมการ โรแลนเองก็มองดูจากด้านบนแล้วพูดกับตัวเองเบาๆว่า "นางเย็นชากับผู้ชายทุกคนเลยสินะ อยากรู้จังว่าใครจะได้หัวใจนางไปครอบครอง"

     ปากทางเข้างานประลองเวทย์มนต์มีห้องขนาดกลางๆไม่ใหญ่มากมายอะไรอยู่ มีผู้คุมร่างอ้วนๆคนหนึ่งนั่งแคะขี้มูกอย่างสบายอารมณ์อยู่ ขณะที่ผู้คุมร่างอ้วนกำลังจะกินขี้มูกของตนเอง ผู้คุมพลันเหลือบไปเจอหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินมาทางตนเอง "สาวงาม" ผู้คุมร่างอ้วนถึงกับยิ้มขึ้นมาอย่างหื่นกาม สาวงามคนนั้นพลันเดินมายื่นบัตรเวทย์ให้แก่ผู้คุม ผู้คุมอ้วนพลันเอามือไปรับและเอามาดูใกล้ๆแล้วพูดว่า "รอแปปหนึ่งนะ" ผู้คุมพลันหันเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

     ในห้องนี้เต็มไปด้วยสารพัดสัตว์อสูร สำหรับสัตว์อสูรติดตามเจ้านายที่มีปัญญาต่ำจะถูกพักนำไว้ที่ห้องนี้เพื่อไม่ให้ไปก่อความไม่สงบในงานประลอง หญิงสาวรอคอยได้ไม่นานนัก ชายร่างอ้วนก็กลับมาพร้อมกับหมาสามตาตัวหนึ่ง

     "ลัคกี้" หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ทางด้านเจ้าหมาสามตาที่ถูกทิ้งมานานถึงครึ่งวัน(แค่ครึ่งวันปาไป20ตอน)เมื่อเห็นเจ้านายของตนเองมาก็กระโดเข้ากอดอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงออดอ้อน

     เซซิเลียกอดเจ้าลัคกี้ไว้ในอ้อมอกของเธอ ลูกสุนัขตัวนี้ตายไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้วหากไม่มีชายที่ชื่อว่าเบนจามินเข้ามาในชีวิตของเธอ "ทำไมกัน เบนจามินที่แท้เจ้าเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่" นางเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย นางนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายผู้นี้เลยแม้แต่น้อย แต่ชายคนนี้คลายกับรู้ทุกเรื่องของนาง เจ้าลัคกี้ยังคนส่งเสียงออดอ้อนเซซิเลียอย่างไม่หยุด น้ำตาของนางที่กล้ำกลืนไว้ตลอดพลันเริ่มไหลออกมาช้าๆอย่างไม่รู้ตัว

     "เซซิเลีย ข้าขอเจ้าสองข้อได้ไหม" เสียงของเบนจามินล่องลอยมาในหัวของเธอ "หลังจากข้าสอนวิชาให้เจ้า เจ้าช่วยป้องป้องข้าด้วยนะ ฮ่าๆๆ"    "กะ..ก็ข้ามันอ่อนแอนี่นา" เซซิเลียเอามือขึ้นมาปานน้ำตาของตนเอง ยามที่เบนจามินกำลังอยู่ในอันตรายนางมิอาจเข้าไปช่วยเลยแม้แต่น้อย "ข้านะรู้ทุกเรื่องข้าเจ้านั้นแหละ ยามเจ้าเสียใจทำไมข้าจะมองไม่ออก" "ขะ..ข้าทนไม่ได้หรอกที่ไอ้พวกนั้นมาพูดจาลามกกับเธอ" ประโยคมากมายลอยมาให้หัวของเซซิเลีย คำพูดสุดท้ายของเบนจามินลอยมาในใจของเซซิเลีย

      "เซซิเลียข้าขอร้องเจ้า ยอมแพ้ในการประลองซะ" เบนจามินแม้จะคุกเข่าขอเซซิเลียแต่เธอก็ยังยืนกรานปฏิเสธ "ทำไมข้าจะต้องยอมแพ้ด้วย ข้าอยากช่วยผู้คนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับท่านกัน" เซซิเลียตวาดใส่เบนจามินอย่างรุนแรง เบนจามินพูดเสียงอ่อยขึ้นมาว่า "ก็เพราะ..ข้ารักเจ้านะสิ"

     เซซิเลียในตอนนี้เองก็ไม่รู้ว่าตนเองทำไมถึงได้เสียใจให้ชายหนุ่มผู้นี้ ในยามที่คนทำดีให้กลับมองไม่เห็นค่าใดๆ แต่พึ่งจะรู้ตัวก็ตอนสายเกินไปเสียแล้ว ในยามนี้หัวใจของนางพลันแตกสลายลง

     ขณะที่เซซิเลียกำลังร้องไห้อยู่ก็มีมือข้างหนึ่งมาแตะไหล่ของเธอ มือนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยพร้อมกับเสียงที่อ่อนโยนมาว่า "ไม่เป็นไรนะลูก" เป็นไซโครที่เข้ามาปลอบเซซิเลีย ในยามที่เซซิเลียเศร้าโศกก็มีพ่อมาคอยปลอบโยนเสมอ 

     เซซิเลียสะอื้นวางเจ้าลัคกี้ลงและเข้าไปกอดไซโครทั้งน้ำตาแล้วพูดว่า "ท่าน..พ่อ ฮือๆ" ไซโครได้แต่ถอนหายใจแล้วพบหลังเซซิเลียเบาๆ ในยามนี้ไม่มีใครเข้าใจนางได้ดีกว่าไซโครไปอีกแล้ว

     ผู้คุมร่างอ้วนเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ก็เอามือข้างที่แคะขี้มูกมาเกาหัวขึ้นและพูดกับตัวเองเบาๆว่า "แค่มาเอาสัตว์เลี้ยงคืนจำเป็นซึ้งขนาดนี้ไหม"

     ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านี้ผู้ที่จับตามองมาตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ คนผู้นี้เป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมปิแอร์นั้นเอง ปิแอร์พลันยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย

     ห่างออกไปไม่รู้ว่าไกลจากสนามประลองแห่งนี้ขนาดไหนมีชายชราและเด็กหนุ่มกำลังนั่งคุยกันในห้องที่ดูหรูหราเป็นอย่างยิ่ง "ท่านเป็นใครกันแน่" เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้น "เพี้ยะ!!" ชายชราพลันสบัดมือตบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างแรง "เจ้าไม่มีสิทธิ์มาถาม เจ้าต่างหากต้องบอกเรื่องของเจ้าออกมา เจ้าเป็นใครกัน" เด็กหนุ่มพลันเอามือลูบแก้มที่ถูกตบอย่างเจ็บปวด "ถ้าข้าไม่บอก เจ้าจะทำไม จะฆ่าข้างั้นหรือ" เด็กหนุ่มพูดจาดูหัวรั้นเป็นอย่างมาก 

     "เฮอะ คิดว่าข้าไม่กล้าหรือไงกัน" ชายชราพลันเอาไม้กายสิทธิ์ชี้ไปที่หน้าอกของเด็กหนุ่มผู้นั้นอย่างรวดเร็ว "ไม่ต้องมาขู่ ถ้าท่านคิดจะฆ่าข้าจริงๆ ข้าตายไปนานแล้ว" เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย

     "กรอดด ได้ข้าจะบอกชื่อของข้าก่อนก็ด้ ข้าชื่อเมอลิน" ชายแก่พลันพูดขึ้นอย่างเหลืออด "ข้าชื่อเบนจามิน" เด็กหนุ่มเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว "ดีมาก เบนจามินงั้นหรือ เจ้าสามารถย้อนเวลาได้ใช่ไหม ตอบมา" เมอลินพลันพูดขึ้นอย่างรวดเร็วและเอามือไปกระชายคอเสื้อของเบนจามิน

     "ข้าบอกไม่ได้ มันเป็นคำสาป" เบนจามินเอ่ยขึ้น เนื่องจากทุกครั้งที่เบนจินจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ใครฟัง ลมหายใจพลันเกิดติดขัดขึ้นและสลบไปทุกครั้ง ชายชรานามว่าเมอลินพลันขมวดคิ้วขึ้นและเอาเหี่ยวย่นขึ้นมาเกาหัวแล้วพูดว่า "ก็ได้ งั้นข้าจะถอนคำสาปให้เจ้า" เมอลินสะบัดมือหนึ่งครั้งก็ทำให้เบนจามินรู้สึกถึงความร้อนวูบหนึ่งที่หน้าอกของตน เบนจามินนั้นรีบฉีกเสื้อออกอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปที่หน้าอกของตนคำสาปก็หายไปแล้ว

     "ดะ..ได้ยังไงกัน ทะ..ท่านทำได้ยังไง" เบนจามินอึ้งขึ้นมาอีกครา วันนี้ชายชราผู้นี้ทำให้เบนจามินตื่นตะลึงไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เวทย์มนต์หยุดเวลา การถอนคำสาปที่ยังเป็นปริศนาอยู่ สิ่งที่แหกกฎธรรมชาติกลับถูกชายชราผู้นี้กระทำออกหมด นี่มันแทบจะเรียกว่าขัดกับกฎความรู้ที่เบนจามินเคยเรียนรู้มาแทบทั้งสิ้น

     "เอาละบอกข้ามาได้หรือยัง"เมอลินเอ่ยขึ้น "ชะ..ใช่แล้ว ข้าย้อนเวลามา อะ..ข้าพูดได้แล้ว ข้าย้อนเวลามา ข้าย้อนเวลามา ข้าย้อนมาๆๆ" เบนจามินพูดซ้ำด้วยความดีใจ มันเหมือนกับความอัดอั้นที่อยู่ใจมาหลายเดือนได้ปล่อยออกมา "พอได้แล้ว" เมอลินขมวดคิ้วกับการกระทำที่ไม่เต็มเต็งของเด็กหนุ่มนามเบนจามิน "เจ้าย้อนมากี่วัน กี่เดือนกันแน่ หรือว่าย้อนซ้ำไปซ้ำมา" เมอลินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     เบนจามินพลันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน "ข้าย้อนมาสามพันปี" เมอลินพลันตาเหลือกและพูดว่า "จะ..เจ้าโกหกข้า!!" เบนจามินพลันตระโกนสวนกลับทันที "ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้โกหก ท่านใช้เวทย์สะกดใจใส่ข้าอยู่ทำให้ข้าโกหกไม่ได้ แต่ข้ามีสิทธิ์จะไม่พูดได้"

     "ฮ่าๆๆ ย้อนเวลามาสามพันปี ฮ่าๆๆ ไอ้โง่ โง่ๆๆๆบัดซบ เจ้าไม่ได้ย้อนเวลามาสักวินาทีเดียวเลยด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ" เมอลินพลันหัวเราะขึ้นและทรุดตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับร้องไห้ 

     เบนจามินถึงกับกลืนน้ำลายกับการกระทำที่ดูไม่เต็มเต็งของชายชราผู้นี้ที่จู่ๆก็หัวเราะแล้วก็ร้องไห้เช่นนี้ ที่แท้เมอลินนั้นเป็นใครกันแน่? นี่ชีวิตของเบนจามินต้องมาอยู่ในกำมือของชายชราสติไม่สมประกอบหรือนี่


     


     
     






































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #282 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:04
    สรุปเฮียใช้ช่วงเวลาอยู่ในภาพนิมิตมาตลอดสินะ สรุปก็ตามชื่อคำสาปนั่นแหละ
    #282
    0
  2. #178 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 11:09
    ยัง งงๆ
    #178
    0
  3. #154 amm4747 (@amm4747) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 02:58
    สรุปว่าพระเอกไม่ได้ย้อนอดีต แต่ดันไปรู้อนาคตใช่ไหมครับ
    #154
    1
  4. #151 ConDrug (@ConDrug) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 21:43
    เดียวพระเอกมาเป้นผุ้สืบทอดของเมอลิน
    #151
    0
  5. #150 OzoraChu (@zidkokzaa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 14:14
    จะเป็นยังไงต่อไปนะ ติดตามอยู่นะครับ สนุกมาก
    #150
    0