ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 43 : ตื่นจากความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

     ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน เบนจามินค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ  เมื่อเบนจามินมองไปรอบๆก็พบว่าตนเองอยู่บนศิลาหินสูงชันถึงห้าเมตรด้วยกัน "ไม่ใช่ว่าข้าตายไปแล้วหรอกงั้นหรือ" เบนจามินบ่นพึมพำกับตนเองและมองลงไปยังเบื้องล่าง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องล่างติ้วทั้งสองข้างขิงเบนจามินก็ขมวดเข้าหากัน

     "สิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่?" เบนจามินพึมพำเมื่อเห็นกับหมวกควันที่มีสีที่เบนจามินไม่เคยเจอมาก่อน เป็นสีที่มนุษย์ทุกคนไม่เคยเห็นและไม่มีวันจินตนาการออกได้

     แม้ว่าหมอกควันเหล่านั้นจะดูแปลกประหลาดและไม่เคยพบเจอมาก่อน สัญชาตญาณของเบนจามินกลับบอกว่าให้เข้าหาราวกับว่ามันคือสิ่งที่เบนจามินโหยหามานาน แม้ว่าเบนจามินจะไม่รู้มันคืออะไร แต่เบนจามินก็ลงไปหามันตามสัญาตญาณที่มิอาจอธิบายได้ แม้ว่าแท่นหินจะสูงถึงห้าเมตรแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค์ต่อคนวัยหนุ่มอย่างเบนจามินที่ตกลงมาโดยไม่บาดเจ็บมากนัก(สูงประมาณบ้านหนึ่งชั้น) เบนจามินเมื่อตกถึงพื้นก็กลิ้งตัวลงเพื่อทำการแตกแรงไปรอบๆทำให้แรงไม่ลงไปอยู่จุดเดียวทำให้ร่างกายไม่บาดเจ็บนัก เบนจามินพลันอยู่ตรงกลางหมอกควันที่แน่นหนา เบนจามินทำการสูดหมอกควันเหล่านั้นเข้าร่างกาย ความรู้สึกสดชื่นกระจายไปทั่วทั้งร่างกายราวกับว่าตายแล้วเกิดใหม่เลยทีเดียว

     "อ้าาา นี่มันคืออะไรกันแน่" เบนจามินหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดเบนจามินจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบนจามินพลันพบว่าหมอกเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว ขณะที่เบนจามินกำลังสงสัยอยู่ สายตาของเบนจามินก็เหลือบไปเห็นคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งตกอยู่บนพื้น

     "นี่มันคำภีร์ของเจ้าบ้าเมอลินนั้นนี่หว่า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้" เบนจามินพูดขึ้นอย่างสงสัยและเปิดหนังสือขึ้น "นี่มันภาษาอะไรกัน" เมื่อเบนจามินมองไปที่ตัวอักษรหน้าแรกที่เปิดก็งุ่นงงทันที นี่มิใช่ภาษาของสิ่งมีชีวิตเป็นแน่ เบนจามินเคยศึกษาภาษามาทุกภาษาแล้วบนโลกใบนี้ แม้ว่าจะไม่อาจแปลออกได้ทุกภาษาก็ตามแต่ก็สามารถบอกได้ว่าอักษรนั้นมาจากภาษาอะไร

     เบนจามินเปิดไปหน้ากลางก็เจอกับตัวอักษรสีแดง "นี่มันภาษาอาชาเรียโบราณนี่นา" เบนจามินรับรู้ได้ทันที ที่แท้หนังสือคำภีร์เล่มนี้บันทึกหลายภาษาด้วยกัน แม้ว่าเบนจามินจะรู้ว่าเป็นภาษาอะไรแต่ก็ยังมิอาจแปลออกเพราะไม่สามารถใช้เวทย์มนต์แปลภาษาได้ เมื่อเบนจามินเปิดหน้าหลังๆต่อก็พลันมีแสงจ้าเข้าใส่ดวงตาของเบนจามิน แสงนี้มีสีเดียวกันกับหมอกควันที่เบนจามินสูดเข้าไปก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

     "อะไรกัน นี่มัน..." ที่เบนจามินตื่นตะลึงไม่ใช่แสงที่มีสีประหลาดเหล่านี้แต่เป็นตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้ต่างหาก เบนจามินไม่เจออักษรแบบนี้มาก่อนในชีวิตแต่กลับสามารถเข้าใจสิ่งที่อักษรบันทึกลงไปอย่างง่ายดาย "บทเวทย์โลหิตพันธสัญญี" เบนจามินอ่านตามที่หนังสือบันทึกไว้ออกมาเบาๆ

     "เกิดอะไรขึ้นกับข้า" เบนจามินพูดอย่างงวงงงเบนจามินสำรวจแกนเวทย์มนต์ของตนเองทันที แกนเวทย์มนต์ของเบนจามินยังคงแตกหักเช่นเดิม แต่ที่ต่ำแหน่งที่เคยเป็นหัวใจกลับมีแกนเวทย์สีแปลกประหลาดขึ้นหนึ่งอัน เห็นได้ชัดว่าแกนเวทย์นี้มีสีบริสุทธิ์ไร้สีอื่นเจือปนแสดงว่ามันเป็นแกนเวทย์ธรรมชาติเป็นแน่ แต่สีของมันทำให้เบนจามินไม่อาจบอกได้ว่ามันเป็นธาตุอะไรกันแน่

     "นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ข้ามีแกนเวทย์สองอัน" เบนจามินพลันร่ายเวทย์ขึ้นบนฝ่ามือของตนเอง เกิดแสงไฟขึ้นเล็กๆ แน่นอนว่าหากแกนเวทย์เป็นธาตุธรรมชาติแล้วจะใช้ธาตุอื่นได้อ่อนแอลง เบนจามินพลันร่ายเวทย์ทุกธาตุออกมาเรื่อย เปลวไฟเกิดขึ้นบนฝ่ามือของเบนจามินแต่เล็กขนาดเท่าไม้ขีดไฟ หยดน้ำเล็กๆหนึ่งหยดกระเด็นลงบนพื้น เวทย์พื้นฐานสิบสองชนิดถูกเบนจามินร่ายออกมา พวกมันล้วนแต่ง่อยจนเรียกว่าใช้ประโยชน์แทบไม่ได้เลยสักอย่าง แต่เบนจามินก็ดีใจมากแล้ว "ฮ่าๆๆๆ สุดยอด ข้าสามารถใช้เวทย์มนต์ได้อีกครั้งแล้ว" เบนจามินสำรวจแกนเวทย์ที่สองอีกครั้ง รูปร่างมันยังเล็กอยู่ เบนจามินสามารถบอกได้ทันทีว่ามีระดับสามดาว แต่เบนจามินยังไม่รู้ว่ามันต้องการเวทย์มนต์ชนิดอะไร

     "หรือว่านี่คือไสยเวทย์ที่เมอลินเคยพูดถึงกันแน่ ว่าแต่เมอลินหายไปไหนกัน" เบนจามินครุ่นคิดในใจก่อนที่จะเดินออกไปทางประตูทางออกหนึ่งเดียว เบนจามินมองไปรอบๆก็เห็นใยแมงมุมเต็มไปหมด "ทำไมเมอลินถึงไม่ใช้เวทย์ทำความสะอาดบ้างนะ" เบนจามินคิดในใจเมื่อก้าวพ้นประตูออกมาก็เจอกับทางเดินมากมาย

     เบนจามินก้มลงเอามือไปแตะที่พื้น "น่าแปลก ฝุ่นพวกนี้ทำไมมันเยอะขนาดนี้ ราวกับไม่มีคนอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว" ขณะที่เบนจามินกำลังสงสัยสายตาก็เหลือบไปเจอไม้คฑาเข้า เบนจามินวิ่งไปหยิบไม้คฑาขึ้นมาไว้ในมือ คฑาอันนี้เป็นไม้คฑาอันเดียวกันกับที่เมอลินให้เบนจามินอาละวาดที่งานประลองเวทย์มนต์ เนื่องจากเบนจามินมีพลังงานเวทย์มนต์ในตัวเองแล้วจึงสามารถตรวจสอบปริมาณของเก็มธาตุที่อยู่บนคฑาเวทย์มนต์ได้ "ชิ นี่ข้าใส้มันจนเหลือพลังงานแค่สามสิบเปอร์เซ็นเพียงเท่านั้นเหรอ" เมื่อเบนจามินตรวจสอบต่อดวงตาของเบนจามินก็เบิกโตขึ้น

     "มันไร้พันธสัญญา ทำไมเมอลินถึงปลดพันธสัญญาออกกันแน่ หรือว่า..." เบนจามินครุ่นคิดถึงเรื่องของคฑาเวทย์ระดับจันทรานี้ แต่ครุ่นคิดได้ไม่นานเบนจามินก็โยนเรื่องนั้นทิ้งไป ในยามนี้เบนจามินคิดว่าควรหาทางออกจากสถานที่แห่งนี้ก่อน

     "ฟังว่าเมอลินเคยบอกว่าเจอสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญ และมันอยู่บนท้องฟ้าด้วยนี่นา" เมอลินพึมพำกับตัวเองแล้วก็ตัดสินใจใช้พลังเวทย์จากไม้คฑาอีกครั้ง ไม้คฑาถูกกระแทกขึ้นเกิดคลื่นทุติยภูมิพุ่งลงด้านล่าง เบนจามินคอยแค่แปปเดียวคลื่นทุติยภูมิก็สะท้อนกลับขึ้นมาให้แก่เบนจามินเมื่อเบนจามินเห็นค่าของคลื่นที่สะท้อนกลับมาดวงตาก็เบิกโตขึ้นเป็นไข่ห่าน "หนึ่งร้อยกิโลเมตร บ้าไปแล้ว!!"

     สถานที่แห่งนี้สูงหนึ่งร้อยสิบกิโลเมตรก่อนเจอเข้ากับของแข็ง(เปลือกโลก) เบนจามินรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ลอยอยู่บนฟ้าก็จริงแต่มิคาดว่าจะสูงขนาดนี้ การที่เมอลินได้พบกับสถานที่แห่งนี้ไม่ทราบว่าเกิดโอกาสกี่หนึ่งในล้าน ขนาดเบนจามินที่เป็นปรมาจารย์มนตรานั้นยังไม่ท่องไปมาบนท้องฟ้าที่สูงระดับนี้บ่อยนัก

     เบนจามินรู้ได้ทันทีว่าอยู่ในระดับเทอโมสเฟียร์ ในระดับนี้หากจอมเวทย์ไม่ถึงขั้นสุริยันมักจะตกตายก่อนเป็นแน่แท้ เพราะระดับอุณหภูมิสูงมาก "แต่ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร" เบนจามินพลันเปิดมิติออกด้วยพลังเวทย์จากคฑาทันที เวทย์มิติจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงมากเมื่อเทียบกับระยะทาง ในครานี้เบนจามินสามารถรับรู้ถึงขีดจำกัดของเก็มธาตุได้แล้ว พลังงานของคฑาถูกใช้ไปเกือบหมดจนเหลือเพียงห้าเปอร์เซ็นเท่านั้น เบนจามินจำเป็นต้องเก็บพลังเวทย์ไว้ใช้ในการบินต่อ

     การย่นระยะได้ห้ากิโลเมตรก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว เบนจามินคิดเผื่ออุณหภูมิที่ไม่แน่นอนในระดับชั้นบรรกาศต่างๆไว้ในหัวแล้ว(ระดับต่ำสุดคือ-90 สูงสุดคือ 80 หน่วยเซลเซียล) เมื่อเบนจามินร่ายเวทย์เสริมพลังในการเปลี่ยนการไหลเวียนเลือดเป็นสัตว์เลือดเย็นแบบปลาเสร็จก็กระโจนเข้าไปยังรอยแยกของมิติทันที

     "เหวออออ " เบนจามินไม่ได้มีประสบการณ์ในการร่วงหล่นจากที่สูงมากนานมากแล้ว แท้จริงแล้วเบนจามินเป็นคนกลัวความสูงแต่ไม่กล้าบอกใครเพราะเสียศักดิ์ศรีของปรมจารย์มนตรา

     เบนจามินปล่อยให้ตัวเองร่วงหล่นไปสักพักก่อนเพื่อประหยัดเวทย์มนต์ "ค่อยใช้เวทย์ต้านอากาศในช่วงห้ากิโลเมตร" นั้นคือสิ่งที่เบนจามินคิดไว้ล่วงหน้า แต่ปัญญามนุษย์มีหรือจะเทียบลิขิตฟ้า แม้ว่าเบนจามินจะวางแผนเป็นอย่างดีแล้ว มิคาดเมื่อเบนจามินลงไปอยู่ในระดับชั้นสตราโทสเฟียกลับมีสัตว์อสูรระดับจันทราตัวหนึ่งบินมาทางเบนจามินอย่างรวดเร็ว

     "บ้าชะมัด ทำไมไวเวินถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน" เบนจามินร้องอย่างตกใจ ไวเวินเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับมังกรแต่ตัวเล็กกว่า ข้อสังเกตที่ต่างกันของไวเวินและมังกรคือ ไวเวินจะไม่มีขาหน้าแบบมังกร

     ไวเวินนั้นอ้าปากเข้างับใส่เบนจามินกะจะกินแบบสดๆกันเลยทีเดียว ด้วยสัญชาตญาณเบนจามินหันกลับไปร่ายเวทย์ใส่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว "ไปตายซะไอ้กิ้งก่าหน้าโง่" ลูกศรเวทย์มนต์พุ่งออกจากคฑาของเบนจามินแทงเข้าคอหอยของไวเวินอย่างรวดเร็ว เจ้าไวเวินผู้โชคร้ายหัวของมันขาดกระเด็นออกทันที หากมันรับรู้ถึงความอันตรายสักนิดมันคงจะไม่ตกตายอนาจขนาดนี้ ต้องโทษที่เบนจามินไม่มีพลังในการข่มขวัญมันเลยแม้แต่น้อย

     เมื่อเบนจามินร่ายมนต์เสร็จเก็มที่ติดอยู่บนคฑาก็แตกออก คฑาเวทย์มนต์นี้กลายเป็นไม้เท้าธรรมดาไปเสียแล้ว "บัดซบบบ" เบนจามินแค่นเสียงออกอย่างเสียสติ ร่างของเบนจามินร่วงหล่นสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว

     เบนจามินรีบกางฝ่ามืออกหวังพึ่งพาพลังจากแกนเวทย์ที่ได้รับมาใหม่ แต่อนิจจาด้วยโมเมนตรัมที่มากขนาดนี้(มวลติดความเร็ว) เวทย์ต้านอากาศอันน้อยนิดมิอาจช่วยหยุดความเร็วได้เลยแม้แต่น้อย

     "ตูมมมม" เกิดเสียงซ๊อคเวฟดังสนั่นหวั่นไหว(เมื่อมีความเร็วมากกว่าเสียงจะเกิดการสั่นของอากาศเป็นเสียงดังกัมปนาท) หัวของเบนจามินกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ต้นหนึ่งจนขาดกระเด็น ร่างกายของเบนจามินปลิ้วว่อนไปทิศตรงข้ามกับหัวของเบนจามินที่ขาดออก โชคดีที่แถวนั้นเป็นป่าไม่บ้านคนจึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บในครานี้(นอกจากพระเอก)

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #555 wakhahaa (@wakhahaa) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 17:55
    ตายอีกแล้ว คราวนี้อนาจกว่าเดิมอีก
    #555
    0
  2. #283 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:29
    กลายเป็นอันเดด
    #283
    0
  3. #201 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 19:45
    และแล้วมันก็ตายอีกที
    #201
    0
  4. #188 amm4747 (@amm4747) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:28
    คือกว่าพระเอกจะเจอนางเอกนี่ไม่ใช่มีลูกไปแล้วนะ 555
    ขอให้แค่หมั้นเถาะอย่าพึ่งแต่งเลย
    #188
    0
  5. #187 รักสาวมีหาง (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:28
    โหดไปไหมคนแต่ง ตายไม่ได้มองคนรักตายอีกรอบ และสุดท้ายตอนจบ ก็ยอมตายเพื่อจบเรื่องราว
    #187
    0
  6. #186 NaiPk (@NaiPk) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 00:38
    สงสัยพระเอกจะเป็นอมตะ
    #186
    0