ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 74 : ปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    19 ม.ค. 61

     "ทุกคนเตรียมตัวรับศึกได้!!" หนึ่งในสี่องครักษณ์จอร์น ฮาร์เลอร์ตระโกนขึ้น กรีฟรีตพลันรู้สึกแปลกใจขึ้นที่นอกจากตนเองแล้วยังมีคนที่มีระบบประสาทสัมผัสที่ดีมากอีกคนหนึ่ง ทหารที่กำลงันอนอยู่ถูกเสียงของหนึ่งในสี่องครักษณ์ปลุก พวกเขาเลิกทำท่างัวเงียและกระตืนรือล้นขึ้นมาทันที "บุกโจมตีตอนกลางคืนงั้นเหรอนึกไม่ถึงจริงๆ แต่ก็สมกับเป็นโจรสินะ"

     เจสันพลันเดินออกมาจากเต็นและหันไปมองจอร์น ฮาร์เลอร์ "อะไรของแกฟะ ข้าไปเห็นจะจับสัมผัสใครด้เลย" เมื่อเจสันพูดจบก็เงยไปเห็นตรงเนินด้านหน้าค่ายทหาร ที่นั้นมีเงาคนคล่อยๆคืนคลานเข้ามาเป็นจำนวนมาก เจสันมองอย่างตื่นตกใจ "อะไรกัน จับสัมผัสไม่ได้เลย คนหรือผีกันวะ"

     "ทหารทุกคนเตรียมพร้อม" เหล่าแม่ทัพและหกอัศวินโต๊ะกลมพลันจัดขบวนแถวของทหารขึ้น "โจมตีเลยดีไหม" อัศวินโต๊ะกลมคนหนึ่งหันมาเอ่ยถามอัศวินโต๊ะกลมแลนเซอร์ แม้ว่าแลนเซอร์จะมียศเป็อัศวินโต๊ะกลมเหมือนแต่ก็เป็นผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุดรองจากปิแอร์ในตอนนี้ ทุกคนจริงให้ความเคารพแก่แลนเซอร์เป็นอย่างมาก ด้วยความเที่ยงธรรมของเขาทำให้มีใครหลายคนอยากเป็นอัศวินเช่นเดียวกันกับเขา แลนเซอร์พลันตอบว่า "ใจเย็นก่อน รอดูทีท่าของมันก่อน"

     เมื่อเงาเหล่านั้นเข้ามาใกล้มากขึ้น เหล่าทหารก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่าง 
     "นั้นมันชุดทหารแบบเดียวกันกับเราไม่ใช่เหรอ!!"
     "เอ้า!! พวกเดียวกันนี่หว่า"
     "เฮ้ ไอ้สตีเวนนี่หว่า นึกว่ามันตายไปแล้ว"
     "ท่าทางพวกเขาดูแปลกๆนะ"
     "พวกเขาดูบาดเจ็บกันนี่นา ทำไมไม่เอาฮิลเลอร์ไปรักษาแผลก่อนนะ"

     พวกทหารพลันผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน เจสันพลันขมวดคิ้วขึ้น "เฮอะ พวกเดียวกันเหรอวะ อดฆ่าเลย เซ็งชะมัด" จอร์น ฮาร์เลอร์ที่อยู่ด้านข้างพลันเบิกตาขึ้นแล้วพูดว่า "น่าแปลก?"

     "น่าแปลกตรงไหน? ก็แค่ทหารที่พึ่งกลับจากสงคราม ราชาไม่น่าไปเชื่อไอ้บ้าสติแตกนั้นเลย เสียเวลาเปล่า ดีไม่ดี ทางตอนเหนือนี่อาจจะไม่ใช่ฐานหลักของกบฎคอมมูนูลิชเสียด้วยซ้ำ" เจสันเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอานิ้วขึ้นมาแคะไรฟัน

     "ถ้าจำไม่ผิดนี่เป็นทหารของฮาน ซิมเมอร์ที่ถูกส่งมาที่นี่เมื่อสี่-ห้าวันก่อน แต่ว่าฮาน ซิมเมอร์อยู่ไหน แล้วทำไมพวกเขาถึงเลือกเดินทางตอนกลางคืน ถ้าเขารู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ แล้วพวกเขารู้ได้ยังไง"จอร์น ฮาร์เลอร์นั้นมีประสบการณ์มากมายในต่างทวีปมาก่อน เรื่องเล็กน้อยแบบนี้มันมักมีเหตุการณ์อื่นซ่อนอยู่

     "งั้นเขาค่อยถามจากพวกมันกัน" เจสันมองไปตรงกองทัพเกือบสามพันที่อยู่ด้านหน้า ถึงอย่างไร ทางนี้ก็มีคนเป็นแสนคน ระดับมันต่างกันเยอะ มิคาเอลรู้ดีว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่พรรคพวกของตนเองอีกต่อไป ขณะที่มิคาเอลจะวิ่งออกไปเตือนทุกคน กรีฟรีตก็พลันจับไหล่มิคาเอลไว้แล้วพูดว่า "พวกนั้นไม่เชื่อเจ้าหรอก บางครั้งบทเรียนบางอย่างก็มีราคาอยู่บ้าง ต้องให้พวกนั้นเรียรู้ด้วยตัวเองซะก่อน" มิคาเอลมองไปที่กรีฟรีตอย่างครุ่นคิด ในตอนนี้มิคาเอลเริ่มรู้สึกได้ว่ากรีฟรีตมีแผนอะไรสักอย่างอยู่ในการมาที่แห่งนี้ แต่มิคาเอลก็ไม่อาจรู้ได้ว่ากรีฟรีตต้องการอะไร

     ทหารเหล่านั้นเดินมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เหล่าทหารที่อยู่ด้านหน้าพลันเริ่มเห็นอะไรที่มันไม่น่าเป็นไปได้ "เจ้านั้นมันหัวขาดใช่ไหม ถ้าข้ามองไม่ผิด" แลนเซอร์เมื่อเห็นภาพที่อยู่ด้านหน้าพลันตระโกนขึ้น "ระวังด้วย ทุกคนอย่าพึ่งลดแนวป้องกัน" เมื่อแลนเซอร์พูดจบ เหล่าทหารแดนตายสามพันคนด้านหน้าพลันชักอาวุธออกและพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

     "โจมตีมัน!!" แม่ทัพระยะไกลเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สายไปเสียแล้วเพราะระยะการยิงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ฝ่ายที่อยู่ด้านหน้าพลันใช้โล่เวทย์ขึ้น แม้ว่าโล่เวทย์จะแข็งแกร่งแต่มันก็กันได้เฉพาะเวทย์มนต์และพลังงานบางอย่างเท่านั้น มิอาจกันกับอนุภาคอย่างฝูงผีดิบที่วิ่งเข้าใส่ได้

     "ตูมมม" ทหารผีดิบตัวหนึ่งถูกเวทย์ยิ่งใส่จนหัวขาดกระเด็น แต่ร่างของมันยังคงวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว "ปีศาจ!!" ทหารด้านหน้าพลันร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว ขวัญกำลังใจของพวกเขาพลันลดลงอย่างรวดเร็ว 

     "วูบบบ" วงเวทย์สีแดงกระจายไปรอบๆทหารทั้งแนวหน้า ฝ่ายสนันสุนพลันใช้เวทย์ปลุกความกล้าหาญและขจัดความกลัวออกไปให้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทหารแนวหน้าพลันคิดด้และตั้งโล่ขึ้นอย่างกระชับและกำหอกและดาบแน่นหนาขึ้น "สู้ตายโว้ยย"

     การต่อสู้เกิดขึ้นที่แนวหน้าอย่างรวดเร็ว พวกผีดิบเหล่านี้บางตัวใช้เวทย์มนต์ได้ แม้ว่ามันไม่ตายแต่หากถูกสับเป็นชิ้นๆก็หมดความสามารถในการสู้ต่อเช่นกัน "อะไรกันวะ" ทหารแนวหน้าคนหนึ่งแค่นเสียงขึ้นเมื่อฟันผีดิบตัวหนึ่งขาดครึ่งไปแล้วแต่มันก็ยังคลานเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ทหารคนหนึ่งพลันยกดาบขึ้นสูงหมายฟันซ้ำ แต่ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งกระซิบข้างหูของเขา "ไม่เจอกันนานเลยนะ"

     ทหารคนนั้นหันกลับไปก็เจอกับแม่ทัพคนหนึ่งซึ่งเขารู้จักเป็นอย่างดีเพราะเคยสังกัดด้วยกันมาก่อนที่จะย้ายสังกัดกันไป "เจ้า" ทหารคนนั้นแม้ว่าจะคิดถึงแม่ทัพคนนี้ แต่ภาพเบื้องหน้าของแม่ทัพคนนี้ทำให้เขากลัวเป็นอย่างมาก "มาเป็นพวกเดียวกับเราเถอะ" แม่ทัพคนนั้นพลันกระโดดเข้ามากัดคอของทหารคนนั้นอย่างรวดเร็ว

     เจสันพลันกางมือออกมาอย่างรวดเร็ว "เวทย์มนต์นิรันติกาล" เวทย์มนต์ธาตุสามัญทั้งสิบพลันออกมาจากฝ่ามือของเขาเข้าด้วยกันและรวมกันกลายเป็นวงกลมสีดำสนิทวงหนึ่ง เจสันพลันขว้างลูกบอลสีดำลูกนั้นใส่ทหารคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามา ทหารคนนั้นพลันถูกลูกบอลสีดำดูดเข้าไปแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็วในทันที เจสันแค่นเสียงขึ้นและสบัดมือไปทางด้านซ้ายเกิดเปลวไฟพุ่งเข้าใส่ทหารผีดิบตนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาเขาอย่างรวดเร็ว ทหารผีดิบนั้นถูกไฟลุกท่วมตัวก็จริงแต่มันยังคงไม่หยุดวิ่งและมาทางเขาอย่างไม่ลดละ 

     เกิดเสียงบ่นขึ้นทางฝ่ายโจมตีระยะไกล "กองทัพชุลมุลไปหมดแบบนี้โจมตีไม่ถูกเลยวะ" พวกเขาเือกใช้เวทย์โจมตีระยะไกลที่เร็วและแม่นยำที่สุดคือสายฟ้า ถ้าเป็นเวทย์ประเภทอื่นเช่นลูกไฟ อาจจะโดนฝ่ายเดียวกันเองได้ แต่ทว่าเวทย์สายฟ้านั้นเมื่อโจมตีถูกผีดิบเหล่านั้น พวกมันกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย นอกจากกระแสไฟแรงสูงของนักเวทย์ระดับจันทราที่ทำให้พวกมันติดไฟไหม้ได้ ปกติใครก็ตามที่โดนสายฟ้าเข้าไปร่างกายจะชาจนถึงขั้นสลบไป แต่พวกมันกลับไม่เป็นอะไรเลย

     "อะไรวะ ทำไมพวกมันไม่หมดสักที" แลนเซอร์เอ่ยขึ้นและใช้โซ่ฟาดดาบของทหารผีดิบจนปลิวกระเด็นไปและกระโดดหนีออกห่าง วิชาของแลนเซอร์เป็นระยะกลาง การโจมตีในระยะประชิดแลนเซอร์ทำได้ไม่ค่อยดีนัก เจสันและจอร์น ฮาร์เลอร์ทำการต่อสู้จนไม่รู้เลยว่าในตอนนี้มีทหารหนีทัพสองคนขี่ม้าวิ่งออกไปยังทิศเหนือทันทีที่กองทัพผีดิบเริ่มปะทะกัน
     
     ทหารหนีทัพคนแรกเคยหนีมาแล้วครั้งหนึ่งคือมิคาเอล ส่วนทหารอีกคนเป็นยศระดับสูงถึงสี่องครักษณ์อย่างเช่นกรีฟรีต มิคาเอลหวนไปที่ก้นม้าอย่างไม่ปราณี มิคาเอลต้องการไปถึงปราสาทสีดำให้เร็วที่สุด กรีฟรีตเองก็ขี่ม้าตามมิคาเอลไปอย่างรวดเร็ว จากปากของกรีฟรีตนั้นบอกว่าถ้าฆ่าต้นสายเลือดของแวมไพพร์ได้ พวกผีดิบลูกน้องจะตายกันไปเอง มิคาเอลไม่อยากให้พรรคพวกตายไปมากกว่านี้ ยิ่งเป็นการฆ่ากันเองนั้นทำให้มิคาเอลปวดใจไม่น้อย

     "ฉัวะ!!" ขาของม้าอสูรที่มิคาเอลกำลังขี่อยู่พลันขาดออกทั้งสี่ข้างพร้อมทั้งเสียงร้องโหยหวนของม้า "ฮี้ๆๆ" ม้าตัวนั้นล้มลงอย่างรวดเร็ว มิคาเอลพลันกลิ้งตัวลงมายังบนพื้นอย่างปลอดภัยด้วยพื้นฐานการฝึกในกองทัพ กรีฟรีตพลันหันไปมองเบื้องหน้า มีชายคนหนึ่งห่างออกไปห้าเมตรกำลังยิ้มมาทางกรีฟรีต กรีฟรีตก็พลันยิ้มกลับไปให้เช่นกัน "ไม่เจอกันนานเลยนะ ปิแอร์ ในฐานะสมุนปีศาจชั้นต่ำเนี่ย สบายดีไหม"

     "ฮ่าๆๆ ข้าสบายดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ พลังอันลี้ลับนี้มันทำให้ข้ากระชุมกระชวยขึ้นเยอะ" ปิแอร์หัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดีแล้วจ้องมาไปที่กรีฟรีตก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมว่า "ดีกว่าท่านที่ต้องแก่ชราลงทุกวัน คงใกล้ตายเต็มที่แล้วสินะ เห็นว่าพลังของท่านติดอยู่ที่เจ็ดของขั้นสุริยันมาจะห้าสิบปีแล้วนี่นา ความอัฉริยะของท่านคงสิ้นสุดแค่นี้ละมั้ง"

     กรีฟรีตมองมาที่ปิแอร์ด้วยสายตาโกรธแค้นแล้วพูดว่า "แค่เจ็ดอัศวินโต๊ะกลมกระจอกอย่างเจ้ากล้ามาเขม่นข้ากรีฟรีตผู้นี้งั้นเหรอ" กรีฟรีตพลันปาดนิ้วออกสองข้างเกิดเป็นวงเวทย์สีแดงขนาดใหญ่ แผ่นดินสะเทือนขึ้นจนม้าอสูรที่กรีฟรีตขี่อยู่เกิดอาการสั่นขึ้น

     "จงขานรับเสียงของข้า ลำนำเพลิงเทพสุริยา มนตราระดับมหาเทพขั้นที่สี่ เพลิงสุริยาดับดวงดารา!"  เมื่อร่ายจบ เปลวเพลิงมหาศาลก็พลันปะทุขึ้นกระจายไปรอบๆตัวของกรีฟรีตอย่างรุนแรง มิคาเอลที่อยู่ด้านล่างกลับรู้สึกเพียงความอบอุ่นเท่านั้น แต่ก้อนหินที่มิคาเอลเหยียบอยู่พลันเริ่มละลายไปแล้ว มิคาเอลจำเวทย์มนต์บทนี้ได้ดีและยังจำความรู้สึกนี้ได้ดีเมื่อยี่สิบปีก่อน พลังเวทย์เดียวกับเบนจามิน แต่พลังเวทย์ของเบนจามินนั้นให้ความรู้สึกที่ดีกว่า รู้สึกปลอดภัยกว่า นั้นเพราะเบนจามินใช้พลังเพื่อปกป้อง แต่กรีฟรีตใช้พลังเพื่อทำลายศัตรู แม้ว่าเวทย์บทเดียวกันแต่ให้ความรู้สึกที่ต่างกันลิบลับ

     "อ๊ากกก" ปิแอร์ร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเปลวไฟแผดเผาร่างของปิแอร์จนดำเป็นตอตะโกติดไฟ กรีฟรีตมองไปยังร่างที่ติดไฟนั้นด้วยสายตาดูถูกแล้วพูดว่า "ถึงเจ้าจะได้รับพลังปีศาจไป แต่ระดับของเรามันต่างกัน ปิแอร์ ข้าอยู่เหนือกว่าเจ้าเยอะ" มิคาดเมื่อกรีฟรีตพูดจบ ร่างที่ติดไฟของปิแอร์พลันหัวเราะขึ้นแล้วพูดว่า "ท่านประเมินพลังของข้าต่ำไป!!"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #457 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 12:35
    โอบีวัน ข้าเกลียดท่าน!!!! ฮ่าๆๆๆๆ
    #457
    0
  2. #426 LittleBear42 (@little-bear42) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:21
    ข้าอยู่สูงกว่าอนาคิน...กำผิดเรื่อง55555+
    #426
    0
  3. #425 BanphotChada (@BanphotChada) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:18
    เบนจามินอยู่หนายยยยยยย
    #425
    0
  4. #424 T-e-r-n-G (@068797033) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 12:58
    ข้าอยู่สูงกว่าเจ้า
    #424
    0
  5. #423 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 11:12
    ชอบมากครับ
    #423
    0
  6. #422 polarpanda2 (@PolarPanda) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 07:04
    ข้าเกลียดท่าน !!! คนละเรื่อง !!!!!
    #422
    1
  7. #421 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 06:22
    หลอนวุ้ย
    #421
    0