ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 8 : การประชุมที่ไร้จรรยาบรรณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    15 ส.ค. 61

     แม้ว่าแกนเวทมนต์ของเบนจามินจะแตกละเอียดแล้ว แต่กลับเป็นค่ำคืนที่เบนจามินนอนหลับอย่างสบายใจที่สุด เบนจามินไม่เคยรู็สึกดีขนาดนี้มาก่อนในชีวิต การช่วยเหลือผู้คนนั้นมีความสุขกว่าการฆ่าแกงกันเยอะเลย แต่มิคาเอลและแองเจล่ากลับนอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรู้ดีว่าเบนจามินจะเจอกับอะไรบ้าง หากนักศึกษาที่แกนเวทย์มนต์เสียหายจนไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้จะโดนไล่ออก แม้ฟังดูโหดร้ายสำหรับสถาบัน แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดให้ผู้ที่ไม่มีพลังเวทย์เรียนอยู่ต่อไป 

     วันรุ่งขึ้นเบนจามินถูกเรียกตัวเข้าประชุมในห้องโถงหลักของมหาวิทยาลัยเวทย์มนต์ นี่นับเป็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่เรียกตัวนักศึกษาเวทย์มนต์มาคุยประชุมใหญ่ถึงขนาดนี้ แม้เป็นการประชุมแต่ดูเหมือนกับเป็นการให้ปากคำเสียมากกว่า เมื่อเบนจามินเข้ามาในห้องประชุมก็เจอกับเหล่านักเรียนและอาจารย์คณะบดีคุยกันเซ็งแช่เสียงดังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร้มารยาทไม่ต่างจากนักเรียนที่แอบคุยกันในห้องเรียนเลยแม้แต่น้อย

     "ปัง!!" เสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นหนึ่งครั้ง จากนั้นเสียงคุยกันของเหล่าคณะบดีก็เงียบลง ผู้ที่เคาะโต๊ะนั่งอยู่ตรงกลางห้องเป็นจุดเด่น เขาเป็นชายชราหนวดเคราขาวโพลนแต่กลับมีพลังสะกดข่มทุกคนในห้องโถงนี้ได้ เขาคืออธิการบดีของมหาลัยแห่งนี้

     "เอาละ วันนี้เรามาประชุมเรื่องเวทย์มนต์ระดับมหาเทพที่เกิดขึ้นเมื่อสองคืนก่อนกัน" อธิการบดีเริ่มพูดเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "จริงหรือไม่ที่มีก็อบลินหลงเหลืออยู่ในป่าสนแดง" อธิการบดีเอ่ยขึ้น แล้วก็มีอาจารย์คนหนึ่งยกมือขึ้น

     "เชิญรองศาสตราจารย์โรส" เมื่ออธิการบดีอนุญาติ รองศาสตราจารย์โรสก็เริ่มพูดว่า "เมื่อวันก่อน เราได้ไปตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าหลักฐานส่วนใหญ่จะถูกเวทย์มนต์เผาทำลายไป แต่เราก็พบศพก็อบลินไหม้เกรียมอยู่หลายตัว นอกจากนี้เรายังพบศพก็อบลินที่มีสภาพสมบูรณ์ห่างออกไปสามร้อยเมตรอีกสองตัว" เมื่อรองศาสตราจารย์โรสพูดจบก็เกิดเสียงคุยกันดังอื้ออึงอีกครั้งหนึ่ง

     "พวกก็อบลินใช่ว่าถูกพวกเราจัดการจนสูญสิ้นเผ่าพันธ์ไปเมื่อสิบปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง" อาจารย์แก่ๆคนหนึ่งแย้งขึ้นมา ศาสตราจารย์โรสหันมามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า "ถึงอย่างไรเราก็เจอศพก็อบลินจริงๆ" จากนั้นก็เริ่มมีเสียงอื้ออึงดังขึ้น เมทัสนั่งกอดอกอยู่มุมห้อง ในสิบปีก่อน เขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กำจัดเหล่าก๊อบลินที่ป่าสนแดง อาจเป็นเพราะรังของก๊อบลินอาจมีมากกว่าแห่งเดียวจึงทำให้พวกมันยังคงแพร่พันธ์ต่อได้ 

     "ทุกคนเงียบก่อน" อธิการบดีพูดขึ้นอย่างหัวเสียก่อนที่จะพูดต่อว่า "ถึงอย่างไร ป่าสนแดงก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมหาลัยวิทยาลัย ดังนั้นเราจะไม่รับผิดชอบใดๆเรื่องนี้ทั้งสิ้น" อธิการบดียกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอย่างหน้าตาเฉย เนื่องจากหากมหาลัยปล่อยให้นักศึกษาได้รับอันตรายขณะเรียนอยู่จำเป็นต้องชดใช้ให้ครอบครัวของนักศึกษา แต่เหล่าคณะบดีล้วนโกงกินจนเงินไม่มีเหลือแล้ว

     "ทุเรศเกินไปแล้ว!!" ในที่สุดมิคาเอลที่นั่งอยู่ก็ทนไม่ได้ "ทั้งๆที่อาจารย์เองยังเคยพานักเรียนไปสอนไปสอบที่นั้นอยู่เลยแท้ๆกลับปัดความรับผิดชอบได้อย่างไรกัน" เนื่องจากป่าสนแดงเป็นพื้นที่ที่มีมอนเตอร์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เหล่าอาจารย์จึงมักพาลูกศิษย์ไปฝึกเวทย์มนต์ที่นั้นกันเป็นประจำ

     อธิการบดีมองค้อนมาทางมิคาเอลแล้วพูดขึ้นว่า "เวลาที่ผู้ใหญ่พูดอยู่ ควรฟังก่อนสิ พูดขัดแบบนี้ไม่มีมารยาทในการประชุม ศาสตราจารย์เมทัสพานักเรียนไร้มารยาทผู้นี้ออกไปที" ศาสตราจารย์เมทัสพยักหน้าหนึ่งทีแล้วหันมามองทางมิคาเอล

     "เฮอะ ยอมรับความจริงไม่ได้หรือไงกัน ทั้งๆที่พวกเรา.." แม้ว่ามิคาเอลยังคงพูดต่อได้ไม่ทันไร เมทัสก็ยกนิ้วขึ้นสองนิ้วชี้มาทางมิคาเอล แล้วเผยปากเล็กน้อยก่อนพูดด้วยเสียงเบาๆว่า "สวาป!!"

     มิคาเอลถูกเคลื่อนย้ายมิติฉับพลันทันที่ ร่างกายของมิคาเอลตอนนี้อยู่ด้านนอกห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว

     "เอาละ มีใครจะคัดค้านอีกไหม" อธิการบดีพูดขึ้เมื่อมิคาเอลถูกส่งตัวออกไปข้างนอกแล้ว "ไม่มีเหรอ งั้นก็ดี เรื่องแรกผ่านไปแล้ว ต่อมาเรามีข้าซักถามเจ้า เบนจามิน"

     เบนจามินฝืนยิ้มขึ้นมาช้าๆแล้วมองมาที่อธิการบดีด้วยสายตาดูแคลน

     "เจ้าใช้เวทย์มนต์ระดับมหาเทพนั้นได้จริงๆงั้นรึ?" อธิการบดีถามออกไป น้ำเสียงแม้สั่นเครือเล็กน้อยแต่ก็ยังเต็มไปด้วยพลังอำนาจ เบนจามินตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "ใช่ ข้าเป็นคนใช้ไปเอง"

     เมื่อเบนจามินพูดจบก็มีเสียงเซ็งแซ่อย่างรวดเร็ว 

     "ระ..เราจำเป็นต้องสนับสนุนเด็กคนนี้ มหาลัยเราจะได้เงินงบประมาณก้อนใหญ่จากรัฐบาล" มีเสียงอาจารย์ผู้หญิงฝ่ายการเงินเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง 

     "ไม่ได้ แกนเวทย์มนต์ของเขาเสียหายเกินไป" มีเสียงคัดค้านขึ้น และก็มีอีกเสียงหนึ่งโต้แย้งมาอย่างรวดเร็ว "เรารักษาเขาไม่ได้หรือง แค่ไปหายาแพงๆมาก็ได้นี่"

     "ปัง!!" เสียงทุบโต๊ะดังกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ทุกคนในห้องก็เริ่มเงียบเสียงลงอีกครั้ง "อาจารย์พยาบาลอลิชรายงานสถานะภาพทางร่างกายของเบนจามินให้ทุกคนฟังซะ" อธิการบดีกล่าวขึ้นเสียงดัง

     "ขออนุญาตนะคะ ทุกท่าน" อาจารย์อลิชผู้ซึ่งรักษาเบนจามินยืนขึ้นขออนุญาตทุกคนให้ห้องประชุมก่อนพูดขึ้นว่า "แกนเวทย์ของเบนจามินนั้นเสียหายจนกระทั้งแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ มิอาจรักษาได้อีกตลอดกาล ต่อให้เป็นยาวิเศษใดๆก็ตาม เหมือนกับคนตายที่รักษาให้ฟื้นไม่ได้แล้ว จากการตรวจรักษาของข้า ข้ายืนยันได้เลยว่าชาตินี้เขาจะไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้อีกแล้ว" เมื่ออาจารย์อลิชรายงานเสร็จ เสียงฮือฮาก็เกิดขึ้น การที่ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้อีก ในโลกแห่งเวทย์มนต์นี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก

     "เจ้าใช้เวทมนต์นั้นได้ยังไงกัน ใครเป็นคนสอนเจ้า" อธิการบดีถามเบนจามินต่อ ขณะที่เบนจามินคิดจะโกหกว่าอ่านมาจากในห้องสมุดแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าในห้องสมุดจะมีเวทย์ระดับพระเจ้าอยู่ได้อย่างไร จึงเอ่ยปากโกหกหน้าตายไปว่า "เป็นเวทมนต์ที่ตกทอดมาจากตระกูลของข้าเอง"

     เมื่อเบนจามินพูดจบ ทุกคนก็เงียบเสียงลง แม้ว่าจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่มันก็เป็นไปได้ ตระกูลของเบนจามินนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่และก็ไม่มีใครรู้จัก แต่ก็อาจมีจอมเวทย์ยุคบรรพกาลส่งมอบวิชาให้แก่รุ่นสู่รุ่นได้

     อธิการบดีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบว่า "แม้จะเป็นเรื่องดีทีมีนักเรียนในมหาลัยของเราที่มีเวทย์มนต์ระดับมหาเทพ แต่ว่าน่าเสียดายที่เขาจะต้องถูกไล่ออก เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้ มีใครจะคัดค้านหรือไม่"

     ทั้งห้องประชุมเงียบลง ไม่มีเสียงแม้แต่คำเดียว แม้ว่าอาจารย์หลายคนจะเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี อธิการบดีลุกขึ้นยืนแล้วพูด "งั้นมติเป็นเอกฉันฑ์ เลิกประชุมได้" อธิการบดีนั้นอยากกลับบ้านเต็มแล้วจึงเลิกประชุมอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกจากห้องไปก่อนเป็นคนแรก ศาสตราจารย์เมทัสมองตามหลังอธิการบดีที่ทำงานแบบขอไปทีจนลับตาแล้วแค่นเสียงเบาๆว่า "พวกรับราชการเป็นแบบนี้ทุกคนเลยรึไงกัน"

     

     



     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #574 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:12
    เราจะได้เงินบำนาญก้อนใหญ่จากรัฐบาล.....?

    เงินบำนาญ เป็นเงินที่รัฐ จ่ายใหกับผู้ที่ทำงานมานานจนเกษียรอายุ มันคือเงินสำหรับเลี้ยงชีพยามแก่ของข้าราชการ

    ส่วนที่จะมอบให้กับสถานศึกษานั่น.. จะเรียกว่าเงินบำรุง หรือเงินสนับสนุนก็ได้...

    โปรดตรวจสอบคำที่ใช้ด้วยนะคะ...
    ใช้คำผิดความหมายก็เปลี่ยน
    #574
    0
  2. วันที่ 7 มกราคม 2561 / 18:06
    เป็นมหาลัยที่ควรจะหายๆไปจากโลกนี้-*-
    #348
    0
  3. #295 กลม อุตุ (@491188) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:16
    เอาเรื่องจริง. มาพิมพ์เล่นทำไมนะ55+
    #295
    0
  4. #252 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 19:38
    ก็โกงกันซะไม่เหลือเงิน จะเก่งกันไปไหน
    #252
    0
  5. #174 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 21:31
    ขอบคุณมาก
    #174
    0
  6. #56 วิมาลา (@som062257) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 19:49
    กระทืบไลค์ตรงคำ "พวกรับราชการเป็นแบบนี้กันทุกคนเหรอ" โครตโดน
    #56
    0
  7. #34 Somjasit (@Somjasit) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 12:19
    มองแรงใส่อธิการสามวิ==*
    #34
    0