The end of light

ตอนที่ 115 : อรุณรุ่งที่ 5 : ก้าวเดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

อรุณรุ่งที่ 5 : ก้าวเดิน

 

ยังจำได้ไหม

 

                เราคืออะไรกันแน่นะปิเอโร่ร้องถามกับตัวเองแม้ทุกสิ่งรอบตัวยังคงความโกลาหลราชาตัวตลกเงยหน้ามองท้องฟ้า

                เราเป็นใครภายใต้หน้ากากนี้นะราชาตัวตลกหลั่งน้ำตาออกมา แม้ไม่มีใครได้เห็น ตลอดเวลาที่ผ่านมาปิเอโร่ใช้ชีวิตมานานแสนนานจนแทบจำไม่ได้ว่าตัวตนที่ผ่านมาคืออะไร เป้าหมาย หรือจุดหมายของการเดินทางคือที่ไหน หรือบางทีโลกนี้อาจมีเป้าหมายสำหรับเขา หรือ การเดินทางนั่นแหละคือเป้าหมายและในทุกขณะที่เขากำลังเดินอยู่คือเส้นชัยในตัวมันเองกันแน่นะ คำถามมากมายประเดประดังเข้ามาภายในหัว ทว่าจู่ๆเสียงหนึ่งในความทรงจำก็ดังขึ้นมา

                นายคือปิเอโร่ทันใดนั้นตัวตลกก็ยิ้มออกมา

                นั่นสินะ ขอบใจมากนะ เฟรย่าปิเอโร่ยิ้มดวงตาของเขาเรืองวาวโรจน์อย่างมีความหวัง

 

ศรัทธานั้นยังคงอยู่ไหม

 

                ทุกคนนี่จะเป็นศึกสุดท้ายของเรา ก่อนสงครามปณิธานแล้ว มาเถอะ มาร่วมสู้กัน มาสร้างตำนานของโลกนี้กันตามเรามานะตามรอยเท้าเรามาปิเอโร่ร้องตะโกนลั่นก่อนพุ่งเข้ากลางวงศัตรูที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆในพริบตา

                แม้แต่เส้นทางแห่งเงาชาโดว์มองวิชาที่ปิเอโร่ใช้ด้วยสายตาแปลกๆไม่บ่อยนักที่จะมีคนใช้วิชาของเขาให้เห็น

 

เพราะความหวังยังคงส่องแสง

 

                ทว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างปากว่า การต่อสู้ของเทพประจำธาตุรุ่นใหม่และเก่าต้องหยุดชะงักลงเมื่อเงาสีดำปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง เหล่าเทพดึกดำบรรพนับหมื่นชีวิตที่พร้อมปลิดชีวิตเหล่าราชวงศ์แห่งแสงจำนวนเพียงหยิบมือ

                แฮ่กๆ ยังไม่หมดอีกเหรอเทียร์และไลท์หอบแฮ่กเบื้องหลังของทั้งคู่ปรากฏเศษซากอาวุธของเหล่าเทพจำนวนมหาศาลที่ต้องตายไปอย่างน่าอนาถ

                จำนวนขนาดนี้ไม่ไหวแน่ๆชาโดว์ร้องบอกแต่มือกลับจับดาบตั้งท่าเตรียมสู้ไร้ความกลัวใดๆ

 

เพราะน้ำตายังคงหลั่งริน

 

                จงร้องบอกออกไป ว่าเราคือใครเหล่าเทพตั้งขบวนเป็นแนวล้อมกรอบทั้งซ้ายขวาหน้าหลังและเหนือน่านฟ้า

                สมาชิกทุกคนหันหลังพิงกันพร้อมสู้ตายในศึกสุดท้าย

                เราคือเสียงที่ เสียงของผู้ไม่ยอมถูกกดขี่ เสียงของผู้มีความหวัง เสียงแห่งปาฏิหาริย์ของผู้คน เสียงแห่งความกล้าที่จะต่อสู้ กล้าที่จะยืนหยัดจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะเราคือหนึ่งเดียว ผู้พิทักษ์เพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้ เพราะเราคือราชวงศ์แห่งแสง

 

เพราะปัญญายังพาก้าวไป

 

สิ้นเสียงของปิเอโร่เหล่าเทพจำนวนมหาศาลก็พุ่งตรงเข้ามา GONSHO เตรียมตัวใช้ท่าไม้ตาย ชาโดว์และทุกคนก็เช่นกัน แสงสว่างวาบ ระลอกคลื่นระลอกแรกระเบิดตัวออก เหล่าเทพแถวหน้าสลายเป็นผุยผงในพริบตา ทว่าศัตรูกลับมีมากเกินกว่าที่จะล้มได้ทั้งหมดในครั้งเดียว

                ชิ เก็บไว้ไม่ถึงสงครามปณิธานรึปิเอโร่สบถทว่าก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เงาเล็กๆก็พลันวูบไหว พร้อมกับมิติขนาดยักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสงครามอลหม่าน

                สู้กับพวกเทพไม่ใช่เรื่องของราชวงศ์แห่งแสงสักหน่อยเสียงคุ้นหูร้องดังออกมาพร้อมกับใบหน้าอันอวดดีของผู้ไร้เทียมทานแห่งแดนปีศาจ ฮาเดส

                สู้กับเทพมันเรื่องของพวกข้า ปีศาจต่างหากฮาเดสหัวเราะลั่นเบื้องหลังของเขาคือทัพของเหล่าปีศาจที่กำลังเคลื่อนพลออกมาจากช่องมิติ

                ยังต้องฝึกอีกเยอะนะ เจ้าลูกศิษย์ทั้งสองซีเกลหัวเราะพลางแทรกตัวเข้าระหว่างไลท์กับเทียร์ บนหัวมีแรพเตอร์ที่กำลังดูดขวดนมเกาะอยู่

                โถๆ ริอาจตั้งตัวเป็นอาจารย์รึ ซีเกลอาเรเลียหัวเราะ เธอปรากฏตัวบนหลังสุนัขสามหัวของฮาเดส มือข้างหนึ่งถือพัดสีดำสนิท

                ยังดีที่มาทัน ต้องขอบใจระบบเตือนภัยที่เจ้าเรดทิ้งไว้ให้ซีเกลยิ้ม เขายังคงไปห้องของเรดบ่อยๆ ดูเหมือนเรดจะทิ้งของเล่นมีประโยชน์ไว้เยอะพอดู

 

เพราะเรายังมีฝัน

 

                เหล่าผู้ร่วมชะตากรรมเอ๋ย จงปรากฏตัวเพื่อจดบันทึกเรื่องราว ทว่าที่นี่วันนี้ไม่ใช่ห้องสมุดแห่งข้า เหล่าภราดรแห่งผู้เฝ้ามองจะเข้าร่วมสงครามนี้ด้วยเสียงหนึ่งร้องดังลั่นพร้อมการปรากฏตัวของชายใต้ผ้าคลุมสีดำ

                เมอรีส”GONSHO เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเหล่าผู้เฝ้ามองมักจะเพิกเฉยไม่สนใจการรบมาตลอด อย่างมากสุดก็แค่ช่วยกันผลกระทบของสงครามต่อโลกไม่ได้รบด้วยแบบเต็มอัตราแบบครั้งนี้ ทั้งๆที่พวกเขามีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนโลกทั้งใบได้เช่นกัน

                ขอบใจนะ”GONSHO ยิ้มบางๆให้กับอดีตเพื่อนรัก หลังจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่และทั้งสองกลุ่มต่างเฉยชาใส่กันมาเป็นเวลานานดังเส้นขนาน ทว่าตอนนี้เส้นขนานที่ว่ากลับค่อยๆวกกลับมาเข้าหากันทีละนิดทีละนิดแล้ว

                เป็นจริงที่ว่าราชวงศ์แห่งแสงได้เชื่อมต่อความรู้สึกของผู้คนในยุคนี้เข้าไว้ด้วยกันได้ แต่หน้าที่ของเราคือเชื่อมต่ออดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน และหากคราวนี้เหล่าเทพดึกดำบรรพได้ชัยชนะไปจุดเชื่อมต่อเล็กๆของยุคนี้อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ว่างเปล่าอีกครั้งก็เป็นได้เมอรีสร้องพลางตั้งท่าพร้อมรบเต็มอัตราศึกเป็นครั้งแรก

                พวกเจ้าไปสู้กับตัวเก่งๆเถอะ พวกปลาซิวปลาสร้อยข้าจัดการเองเสียงเย็นคุ้นหูดังขึ้น เรียกสายตาทุกคนหันไปมองกองทัพที่น่าจะใส่เกราะราคาแพงที่สุดในจักรวาล...กองทัพเอลฟ์

                ซินิตรอน

 

เพราะเราไม่มีวันยอมแพ้

 

                ฟุ่บ! จู่ๆเสียงปีกนกดังลอยไปทั่วสนามรบ พร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่านักรบที่เก่งที่สุดของดินแดนแห่งการกำเนิด

                ของจริงมาแล้วล่ะปิเอโร่บ่นพึมพำ

                พวก วัลคิลลี(valkyries)”GONSHO พูดพลางมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีเย็นชา กองทัพวัลคิลลีมีจำนวนไม่กี่สิบคน มาพร้อมกับเกราะสีทองและดาบกับหอกคู่กาย

                ในนามของผู้นำกฎและสมดุลของโลก ข้าขอลงทัณฑ์ผู้บุกรุกดินแดนแห่งการกำเนิดด้วยความตายเสียงร้องของอีฟผู้นำของวัลคิลลีร้องดังลั่นในขณะที่ปิเอโร่คิดว่าเจ้าพวกนี้พูดเอาแต่ได้ทั้งๆที่ตัวเองเป็นฝ่ายหาเรื่องคนอื่นก่อนแท้ๆ

                ผมรับมือเจ้านั่นเอง”GONSHO ร้องพลางชี้ไปที่อีฟขณะที่ปิเอโร่เตรียมตัวสู้กับวัลคิลลีคนอื่นๆ

                หมดนี่ก็หมดแล้วใช่ไหมไลท์หันมาถามพลางคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะมีไพ่ตายอะไรเก็บไว้อีกแล้วจะได้สู้แบบทุ่มสุดตัวให้จบๆไปเลย

                คิดว่าอย่างนั้นนะปิเอโร่หันมายิ้มพลางแตะไหล่หลานชายเบาๆ

                มาเริ่มกันเลยเถอะ

 

เพราะพวกเราคือราชวงศ์แห่งแสง            

 

*******************

                ทำไมกันนะ ทำไมเราถึงยังต่อสู้

                สงครามระหว่าง เทพ ปีศาจ เอลฟ์ และ มนุษย์ กำลังเริ่มต้นความรุนแรงของมันเกินกว่าที่จะใช้สิ่งใดบรรยาย กลุ่มของราชวงศ์แห่งแสงที่มาตอนหนแรกกลายเป็นกลุ่มเล็กๆไปแล้วในการรบครั้งนี้ เหล่าวัลคิลลีมีทักษะและพลังอยู่ในระดับสูงมากการจะจัดการกับวัลคิลลีสักตัวเป็นเรื่องยาก แม้ตอนนี้เรื่องจำนวนฝ่ายราชวงศ์แห่งแสงจะกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ดูพวกวัลคิลลีก็ไม่ได้ยี่หระ

                เคร้ง! GONSHO รับหอกของอีฟจนกระเด็นถอยออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ไลท์เห็นพี่ชายตัวเองแพ้แรงคนอื่นแต่ดูเหมือนสมาชิกที่อยู่ที่นี่จะไม่มีใครแปลกใจในเรื่องนี้เท่าไหร่

                พวกนั้นแข็งแกร่งมาก ถ้าไม่มีอะไรดีเลยคงไม่ได้เป็นวัลคิลลีหรอกซีเกลบอกอย่างไม่ใส่ใจพลางพุ่งเข้าไปปะทะกับวัลคิลลีด้วยอีกคน

                Magic Phisical Blade!

                Element Storm!

                ไลท์และเทียร์ใช้ไม้ตายอออกมาพร้อมกันทว่าไม้ตายของไลท์กลับถูกหยุดด้วยมือข้างเดียวของอีกฝ่าย ทั้งๆที่ก็ซัดไปเต็มแรงแถมใช้พลังจากบัลลังก์พฤกษาขาวแล้วด้วย

                ส่วนท่าของเทียร์ทำได้แค่ให้อีกฝ่ายหงุดหงิดและบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แม้ไลท์จะยังไม่เข้าใจว่าเทียร์ทำอะไรอยู่แต่ดูเหมือนนั่นเป็นสิ่งที่เทียร์ต้องการ

                วิธีรบของวัลคิลลีต่างจากพวกเทพดึกดำบรรพเป็นคนละเรื่องพวกเทพดึกดำบรรพส่วนมาจะมีพลังพิเศษที่ยิ่งใหญ่ มีพลังรุนแรงโจมตีเป็นวงกว้าง จึงถนัดลุยเดี่ยวมากกว่า ข้อดีคือสามารถต่อสู้ได้แม้ไม่มีใครอยู่ช่วยแต่ข้อเสียคือเวลาต่อสู้เป็นกลุ่ม พลังที่มีกลับกลายเป็นเกะกะคนอื่นมากกว่าจะเป็นประโยชน์ แต่พวกวัลคิลลีกลับตรงกันข้ามทุกคนเก็บกักพลังอันมหาศาลของตนไว้แล้วใช้เท่าที่จำเป็น การรบของวัลคิลลีจึงเน้นที่ความเป็นระเบียบ ระบบ วินัย

 การเคลื่อนไหวโจมตีอันหนักหน่วง เฉียบคมในพริบตาของวัลคิลลีทำให้ไลท์เหมือนเห็นภาพซีเกลจำนวนเกือบร้อยคนที่เคลื่อนทัพโดยมีเทียซและบากิเป็นผู้กุมบังเหียน

การปะทะระลอกแรก พวกวัลคิลลียันได้อยู่หมัด ฝ่ายมนุษย์ต้องถอยออกมา การปะทะของ GONSHO กับ อีฟรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทว่ายังไม่รู้ผลเพราะพลังของทั้งคู่ยังคะคานกันอยู่ ในขณะที่พวกปีศาจกับเอลฟ์ยังคงดูเชิงใช้เวทย์ยิงเข้าโจมติอยู่ห่างๆ

ที่จริงเราก็เป็นเพื่อนร่วมอาศัยกันไม่ใช่รึ?”

เตรียมหาเวทย์ฮาเดสร้องสั่งพวกทหาร ทางเอลฟ์เองก็สั่งการในแบบเดียวกัน ทว่าระหว่างที่บรรยากาศตึงเครียดถึงที่สุด ปิเอโร่ก็ตะโกนลั่นออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

หงุดหงิดเฟ้ยยยยยยยยยยย อวดเก่งนักงั้นก็เข้ามาเลย

Seed of Fortune! ปิเอโร่ร้องพลางกินเมล็ดบางอย่างเข้าไป

ปณิธานแห่งการก้าวเดิน เส้นทางแห่งนักเดินทาง Step of God!”สิ้นเสียงร้องคลื่นสีเงินก็แผ่พุ่งออกมาจากตัวของปิเอโร่พร้อมกับพลังอันน่าพรั่นพรึง

จัดการเจ้านั่นก่อนอีฟร้องสั่งพวกวัลคิลลีพลางชี้มาที่ปิเอโร่

มาสิปิเอโร่ร้องพลางพุ่งเข้าตะลุมบอนด้วยตัวคนเดียว

ทางด้านฮาเดสกับซินิตรอนเห็นท่าไม่ดีเพราะคิดว่าโลกไม่อาจเสียทรัพยากรทรงคุณค่าอย่างปิเอโร่ไปได้จึงสั่งให้ทัพปีศาจเข้าตะลุมบอน พร้อมปล่อยมหาเวทย์ออกไปในทันที

ทว่าในขณะที่ทุกคนชิงชัยเอาชนะกัน ในหัวของปิเอโร่กับคิดสิ่งที่ตรงข้ามกับทุกคน

เราต้องลดความสูญเสียให้มากที่สุด ให้คนตายน้อยที่สุด

ทำไมกันนะ ทำไมเสียงหนึ่งร้องขึ้น เมื่อเห็นสิ่งที่ปิเอโร่ทำ ชายเพียงคนเดียวสู้กับเหล่าวาลคัลลีนับสิบ ทว่าศึกนั้นยังคงสูสีอย่างน่าอัศจรรย์แม้ราชาตัวตลกจะดูหืดขึ้นคอสุดๆเลยก็ตาม

ทำไมต้องฝืนขนาดนี้เสียงนั้นร้องออกมา น้ำตาไหลอาบสองแก้ม เธอปรากฏตัวในมุมที่ไม่มีใครสนใจ ทว่าเวทมนตร์นับร้อยที่สถิตบนฝ่ามือกำลังเรียงตัวเพื่อการณ์บางอย่าง

เบอเซอร์กปิเอโร่ร้องนัยน์ตาสีเงินส่องสว่าง เพลงดาบบ้าคลั่งฟาดฟันไปทั่วสนามรบจนดูเหมือนไม่ใช่ สไตล์การต่อสู้เดิมของปิเอโร่ ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับคุ้มค่าเพราะกลุ่มวัลคิลลีกลับถูกกดดันจากความหนักหน่วงนั้นแต่ก็แลกมาด้วยอาการเหนื่อยและบาดแผลหลายจุดจากการต่อสู้

ทำไมต้องโดดเดี่ยวขนาดนี้ด้วยนะนัยน์ตาคู่เดิมร้องเสียงสั่น คราวนี้ทุกคนได้เห็นพลังที่แท้จริงของตัวตลกเป็นครั้งแรก เหล่าผู้อยู่เหนือโลกถึงกับเหงื่อตกเมื่อได้เห็นพลังที่แท้จริงที่ตัวตลกซ่อนเอาไว้

ก็รู้ว่าเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ซีเกลร้องพลางมองท้องฟ้าที่อาบเต็มไปด้วยเลือดของเหล่าวัลคิลลีซึ่งปิเอโร่นำมาใช้สร้างออร่าบลัดของตัวเอง

ดาบของปิเอโร่มีคุณสมบัติบางอย่างที่สามารถดับวิญญาณของวัลคิลลีได้ในครั้งเดียวแต่ดูเหมือนเจ้าตัวไม่สามารถใช้มันกับร่างแยกได้

ไม่ใช่ไม่ได้ แต่ไม่ใช้ตะหาก”GONSHO รู้ว่าการต่อสู้นี้จะยืดเยื้อกว่าจะจบคงอีกนาน ปิเอโร่จึงไม่สามารถเปลืองพลังไปกับการสร้างโลกลวงตา หรือ ร่างแยกจำนวนมากๆได้อย่างที่ถนัด

ช่วยไม่ได้นะ ในนามของข้า GONSHO จงตื่นขึ้นมังกรแห่งวัฏจักรอุโรโบรอสสิ้นเสียง รอยสักสีแดงก็ปรากฏบนร่างของนายเหนือหัวแห่ง GN กลับเป็นอีฟที่ชักสีหน้า เพราะตอนนี้ GONSHO มีพลังเกือบๆเท่ากันกับเธฮแล้ว

ยังไม่เท่าแต่ก็พอสูสีใช่ไหมล่ะ”GONSHO ขยิบตาให้อีกฝ่าย

อยากแบ่งเบาให้สักนิด สักนิดก็ยังดี ภาระบนสองบ่านั่น

ไลท์และเทียร์จ้องมองการรบด้วยสีหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ มือสองข้างกำหมัดแน่นพลางพุ่งตัวเข้าโจมตีวัลคิลลีอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาไม่สามารถทนดูปิเอโร่เสียสละตัวเองเพื่อคนอื่นได้มากกว่านี้อีกแล้ว

เจ้านั่นโดดเดี่ยวกว่าใครๆฮาเดสร้อง พลางซัดหอกสายฟ้าเข้ากลางกลุ่มวัลคิลลี  แรงระเบิดทำให้พวกมันกระจายกลุ่มออกไปแต่สิ่งที่น่าตกใจคือไม่มีวัลคิลลีตัวใดตายเพราะการโจมตีเมื่อครู่เลย ทั้งๆที่ถ้าเป็นมนุษย์คงตายกันเป็นเบือแล้ว

เพราะอย่างนั้นพวกเราทุกคนจึงเป็นหนี้เขา ทุกคนที่ก้าวตามรอยเท้านั่น

ทว่าขณะที่จิตใจของทุกคนร่ำร้องเช่นนั้น ในจิตใจของปิเอโร่กลับสั่นสะท้าน

อีกนิดเดียวเท่านั้น อีกนิดเดียว ขอนำทางพวกเขาต่ออีกนิดเดียว

“Piero Light Mode”สิ้นเสียงเพลงดาบของปิเอโร่ก็ลากไปทั่วสนามรบในชั่วพริบตาพร้อมเสียงหัวเราะลั่นลากตามไปตลอดทางราวกับเสียงเรียกแห่งความตายจากยมทูต

ฮ่าๆๆๆๆๆ

ถ้าจะต้องตายในศึกนี้ เราไม่ขอเป็นไฟที่ลุกไหม้ชั่วนิรันดร์แต่ขอเป็นเพียงเพลิงที่ลุกไหม้แรงที่สุดเป็นครั้งสุดท้ายคาเอลร้องก่อนพุ่งเข้าปะทะเทพดึกดำบรรพคู่ปรับเป็นครั้งสุดท้าย

พ่ออิดาเนียจ้องอีกฝ่ายไม่วางตาข้างกายมีเทพรุ่นพี่อย่างเซฟีรัสบินคุมเชิงอยู่

ไม่คิดว่าเวลด์อย่างเจ้าจะมาถึงนี่ได้เทพดึกดำบรรพที่ถูกเรียกว่าพ่อยิ้มรับทว่ากลับตั้งท่าเตรียมโจมตี

ข้าภูมิใจในเจ้านะ อิกเนีย ฝากดูแลน้องด้วย

และการต่อสู้ของเทพแห่งสายลมทั้งสามก็ทวีความรุนแรงขึ้น

รอยยิ้มของเจ้านั่นติดตาเราเหลือเกิน แต่เบื้องหลังเสียงหัวเราะนั่น คงมีแต่น้ำตาแน่ๆดวงตาสีน้ำแข็งลืมตาก่อนชูมือขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของทรงกลมที่เรืองแสงสีน้ำเงินอมม่วง

มหาเวทย์แห่งความฝัน วลีไร้สิ้นสุด

“Piero…ถ้าฝันของนายคือแบกน้ำหนักของโลกทั้งใบ ก็ขอให้ชั้นแบกครึ่งหนึ่งของโลกนั้นเพื่อนายควีนร้องก่อนปล่อยมหาเวทย์มายาที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมาออกไป

ชายคนนั้นนำพวกเรามาถึงนี่ เพราะงั้น เราขอแบกด้วยสักนิดนะ น้ำหนักนั้น เอาพลังของเราไปรูนเนียร์ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังนัยน์ตาสีน้ำแข็งก่อนใช้มหาเวทย์ผสานไปกับเวทมนตร์ของควีน

ปณิธานแห่งการเดินทาง เพลงดาบไม่รู้จบปิเอโร่ร้องลั่นคลื่นดาบสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ กวาดเหล่าวัลคิลลีดับสูญไปเป็นแถบๆ เป็นเวลาเดียวกันที่เวทมนตร์มายาของควีนแผลงฤทธิ์ ทำให้พวกวัลคิลลีไม่อาจตอบโต้สวนกลับมาได้ นอกจากยืนรอความตายของตัวเองเพียงเท่านั้น เพราะเวทย์มนตร์บทนั้นคือ เวทมนตร์มายาที่จำลอง ผลงานทุกรูปแบบที่ควีนเคยได้ใช้ในทุกช่วงเวลา ทั้งเวทมนตร์ คำสาป พลังจิต พลังวิญญาณ อาวุธ และอื่นๆอีกมากมาย

แฮ่กๆ! ปิเอโร่ร้องเสียงหอบทว่าเจ้าตัวยังปะทะกับวัลคิลลีที่เหลืออยู่ตอนนั้นเองที่พวกเหล่าผู้เฝ้ามองปรากฏตัวขึ้นมาปกป้องตัวตลกก่อนใคร

ในนามแห่งข้า นายเหนือหัวแห่งผู้เฝ้ามอง เมอรีส จงปกปักษ์มิตรข้าด้วยห้วงแห่งความว่างเปล่า กังนากาแกป

ที่นั่นจะทำให้ท่านฟื้นตัวได้ไวสุดๆ พักสักหน่อยนะ ท่านราชาเมอรีสยิ้มให้กอ่นหันไปสู้กับศัตรูแทนปิเอโร่

เดี๋ยวสิเฟ้ย หน้าที่ดูแลพวกเจ้าเป็นของข้านะ อย่าแย่งงานกันสิฟ่ะปิเอโร่ร้องโว้ยอย่างหัวเสียตอนนี้พลังของเขาไม่เหลือมากพอที่จะทำลายมิตินี้ออกไปแล้ว ทว่าตอนนั้นเองน้ำตาของตัวตลกก็ไหลอออกมาเมื่ออีฟตวัดดาบเพียงครั้งเดียว เหล่าผู้กล้าแนวหน้าก็ตายเกลื่อนเป็นแถบๆ

โชว์ออฟกันเยอะแล้ว ตาพวกเราบ้างล่ะอีฟยิ้มพลางเสียบดาบทะลุแขนของ GONSHO ทว่าตอนนั้นเองรากไม้ก็พุ่งเข้ามารัดหัวหน้าของเหล่าวัลคิลลีไว้

ทำได้ก็ลองดูนะ the tree of Life”เสียงหญิงสาวดังขึ้นทว่าไม่เห็นตัว รากไม้ขนาดยักษ์แทงพุ่งออกมาจากร่างของอีฟอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดหย่อน

บาปแรกของโลกอย่างท่านก็ต้องเจออะไรแบบนี้แหละ โกรวร้อง

ไพ่ตายของเจ้าสินะ ไม่เลว วลีแห่งสำนักอีฟร้องทันใดนั้นสนามรบก็พลันหยุดนิ่ง ทุกคนที่เป็นปฎิปักษ์กับเหล่าเทพดึกดำบรรพทิ้งอาวุธลงในขณะที่เหล่าวัลคิลลีดูเหมือนกำลังถูกบางอย่างควบคุม การก้าวเท้า การขยับเขยื้อนทุกอย่างราวกับถูกเชิดหุ่นอย่างสมบูรณ์ แนวหน้าของฝ่ายราชวงศ์แห่งแสงกำลังถูกทำลาย

งั้นก็ปิดเกมเลยทีเดียวแล้วกันอีฟฝืนขยับตัวพลางใช้หอกตัดรากไม้ของโกรวถึงแม้จะทำได้อย่างยากลำบากแต่เพียงวินาทีเดียวที่แขนของอีฟหลุดจากพันธนาการคลื่นพลังที่พร้อมจะกวาดทุกคนให้หายไปก็ถูกซัดออกมา

ไม่ยอมหรอก ปณิธานแห่งการเดินทาง ดาบเจ้าตัวตลกปิเอโร่ซัดพลังทั้งหมดออกมาจากห้วงกังนากาแกปของเมอรีสเพื่อต้านดาบของอีฟ เกิดระเบิดครั้งใหญ่ทว่าดาบนั้นก็ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมรบได้เป็นจำนวนมหาศาล

จะดิ้นรนจนตัวตายเลยสินะ แกน่ะอีฟร้องเสียงเครียดไม่ว่าจะทำอะไรปิเอโร่ก็มาขวางได้ตลอด แถมเพิ่งมารู้ตัวว่ารากไม้ของโกรวดูดพลังของตนไปจนหมด มันช่างน่าหงุดหงิดเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างไรหากยังอยู่ที่นี่วัลคิลลีอย่างเธอก็สามารถดึงพลังมาใช้ได้เรื่อยๆไม่มีวันหมดอยู่แล้ว

ฮ่าๆ ทำได้ก็ลองดูปิเอโร่ร้องตอนนั้นเองที่อีฟสั่งให้วัลคิลลีทั้งหมดรุมเข้าโจมตีปิเอโร่ในมิติของเมอรีสที่กำลังหมดแรง ส่วนตัวเองกำลังงัดแงะตัวหลุดออกจากพันธนาการของโกรว

เท่านี้สินะ บางทีความตายอาจเป็นการเดินทางครั้งใหม่ของเรากระมังปิเอโร่หัวเราะพลางยิ้มอย่างมีความสุขมือสองข้างดึงดาบออกมาก่อนใช้เวทมนตร์มายาแบ่งตัวสร้างปิเอโร่นับพันคน

ถึงนายจะอยากตาย แต่ชั้นไม่ยอมหรอกเสียงหนึ่งร้องดังพร้อมฝ่ามือบางๆที่แตะบนไหล่ของราชาผู้โดดเดี่ยว

เพราะว่านายยังติดหนี้ชั้นและชั้นยังติดหนี้นายยังไงล่ะ

วลีไร้สิ้นสุด Defend Mode”

 

 

               

                 

               

               

               

62 ความคิดเห็น