[YAOI] The Chemist: ถอดรหัสไล่ล่าฆาตกรอำมหิต (สนพ. XINGBOOKS)

ตอนที่ 6 : CHAPTER 04 (Re-write version for XINGBOOKS)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

        อากาศในวันนี้อุ่นขึ้นหรือเปล่านะ นิโคลัสถามตัวเองเมื่อตื่นขึ้นมา เขายังคงหลับตาและนอนขดอยู่ในเตียงนุ่มด้วยความงัวเงีย ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศควรจะเย็น แต่อุณหภูมิที่เขารับรู้ได้ในตอนนี้กลับอุ่นกว่าที่ควรจะเป็น เขาเผลอเปิดฮีทเตอร์หรือเปล่า ปกติในช่วงนี้ของปีเขามักจะปิดฮีทเตอร์ก่อนนอนแล้วแง้มหน้าต่างเล็กน้อย เพราะเขาเป็นคนชอบอากาศเย็นๆ และมันก็ประหยัดเงินในกระเป๋าได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ อากาศอุ่นแบบนี้เขาก็ชอบหรอก แถมอยากจะนอนต่ออีกต่างหาก แต่เพราะแสงแดดเริ่มจะแยงตาเขาแล้ว เขาก็เลยตัดสินใจลุกขึ้น

          ผ้าห่มผืนหนาหล่นจากตัวเขาและตกไปกองที่พื้น ลมที่ผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในตอนนี้เย็นยะเยือกจนทำให้ร่างบางที่กำลังจะขยี้ตาถึงกับตาสว่าง เขารีบก้มลงเก็บผ้าห่มขึ้นมา มันแปลกตาและไม่ใช่ของเขาแน่นอน

          ถ้าอย่างนั้นมันเป็นของใครกัน

          คำตอบมาพร้อมกับเสียงปากกาที่กลิ้งตกมาจากโต๊ะทำงาน นิโคลัสหันไปตามเสียงนั้นก่อนจะพบว่าที่โต๊ะของเขามีชายคนหนึ่งกำลังฟุบหลับอยู่ ผมสีดำสั้นขยับเล็กน้อยเมื่อสายลมจากข้างนอกพัดเข้ามา ใบหน้าคมที่หลับตาอยู่ทำให้เขาประหลาดใจ เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาล็อคประตู แล้วทำไมโย โทชิยูกิถึงเข้ามาได้ หลายคืนก่อนหน้านั้นก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คนนี้นี่แหละที่เป็นเจ้าของผ้าห่มผืนนี้

          เขาขยับตัวลุกขึ้นและตรงไปที่ร่างสูงผู้บุกรุกห้องเขาก่อนจะเอาผ้าห่มผืนนั้นคลุมตัวอีกฝ่ายเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นทำไม แต่พอทำแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีไปอีกแบบ เพราะมันเหมือนที่เขาเคยทำให้พี่สาวของเขาไม่มีผิด เพียงแต่พี่ของเขาเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชายแบบนี้

          เขาหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะหันไปทางตู้เสื้อผ้า เตรียมตัวอาบน้ำไปทำงาน

          “ขอบใจนะ”

          เสียงนุ่มต่ำดังขึ้นข้างหูเขาก่อนที่ทุกอย่างตรงหน้าเขาจะหมุนเหวี่ยงไปหมด ร่างเล็กเซหงายหลังกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง ยังไม่ทันจะได้มองอะไรรอบตัว ภาพทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำ เขารู้สึกได้ว่ามีมือใหญ่ๆ ปิดตาเขาเอาไว้

          เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มถอนหายใจ “เอามือออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ โย”

          “ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ” เสียงนุ่มนั้นตอบ

          “เฮ้!

          นิโคลัสพยายามงัดมือที่ปิดตาเขาออก เขาโดนเจ้าหน้าที่แล็บชันสูตรพลิกศพเรย์กะ นานาเสะทำแบบนี้บ่อยจนรู้ว่าจะต้องแงะแบบไหน แต่สิ่งที่แตกต่างจากแบบที่เรย์กะชอบทำก็คือตอนนี้เขาโดนดึงมานั่งอยู่บนตักของโย และฝ่ายนั้นก็ใช้แขนข้างหนึ่งรัดช่วงอกของเขาเอาไว้แน่นจนเขาขยับไปไหนไม่ได้ซึ่งนี่เท่ากับว่าเขากำลังอยู่ภายใต้การควบคุมของอีกฝ่ายอย่างเต็มรูปแบบ แถมตอนนี้ฝ่ายนั้นเริ่มเอาศีรษะมาพักบนบ่าของเขาอีกต่างหาก

          “โย! ปล่อยได้แล้ว!”

          “ไม่เอา...” ฝ่ายนั้นตอบกลับมาด้วยเสียงยานๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ

          “อย่างน้อยก็เอามือออกไปจากหน้าฉันได้ไหม”

          โยขยับมือออกและใช้แขนที่เพิ่งว่างงานมาโอบกอดเขา “โอเคยัง”

          “ไม่เลยซักนิด! นี่นายทำอะไรของนายเนี่ย” นิโคลัสบ่น “วันนี้ฉันมีประชุมนะ ปล่อยได้แล้ว ต้องการอะไรของนายน่ะ”

          นิโคลัสพยายามจะแกะแขนที่กอดร่างเล็กๆ ของเขาออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมันไม่ใช่มุมที่ถนัด เขาเหลือบตามองไปทางโทรศัพท์มือถือที่เขาเสียบชาร์ตทิ้งไว้บนโต๊ะ หัวหน้าแผนกบอกเขาว่าถ้าโยแตะต้องเขาเมื่อไรก็ให้โทรไปหาทันที แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ทำเกินกว่าเหตุ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ถูกทำร้าย เพียงแค่ว่าเจ้าหมอนี่มันไม่ยอมปล่อยเขาเท่านั้นเอง เขาจะลองใช้วิธีกระทุ้งศอกใส่แบบเดียวกับที่เคยทำกับเรย์กะดู ถ้ายังไม่ได้ผลอยู่ การโทรไปหาว่าที่พี่เขยก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีประโยชน์

          “นี่! ตกลงจะปล่อยหรือไม่ปล่อย! ฉันบอกว่าฉันรีบ ไม่ได้ยินหรือไง!

          “ขออีกแป๊บนึงน่ะ”

          “ฉันสายแล้วนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย”

          “ไม่ต้องรีบหรอกน่ะ ยังไงนายก็ไปสาย”

          “ฉันจะไปสายก็เพราะนายนั่นแหละ! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย!”

          ร่างเล็กตั้งท่าจะกระแทกศอกเข้ากับสีข้างของคนที่จับเขานั่งตัก กะจะเอาให้เจ็บจนดิ้นตกเก้าอี้ไปเลย แต่เขาก็ต้องชะงักและสะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกได้ถึงความอุ่นจากปลายจมูกบนผิวของเขา เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาไล้ผิวนิ่ม สัมผัสจากแรงลมอ่อนๆ ทำให้เขาอึดอัดและต้องพยายามขยับตัวหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ ในขณะที่ปลายจมูกที่แนบลงบนผิวบริเวณลำคอของเขานั้นก็เริ่มขยับ ทิ้งเอาไว้เพียงความรู้สึกร้อนผ่าวตรงนั้น เขาได้ยินเสียงพอใจของอีกฝ่ายและมันก็ทำให้เขาใจเต้นขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

          “หอมเหมือนเดิมเลยนะ นิโคลัส”

          “นายพูดเรื่องบ้าอะไรของ... โอ๊ย!”

          จู่ๆ การเคลื่อนไหวที่เคยนุ่มนวลก็ถูกแทนที่ด้วยแผงฟันซึ่งกดตัวลงบนผิวของเขาแบบไม่ให้ตั้งตัว ถึงแม้ว่าแรงที่โยใช้จะไม่มากแต่มันก็เจ็บในระดับที่นิโคลัสต้องเหวี่ยงศอกเข้ากระแทกคนด้านหลังเต็มแรงเพื่อหนีออกมาให้ได้ และนั่นก็ได้ผล ฝ่ายนั้นปล่อยเขา ส่วนเขาก็กลิ้งลงไปกองกับพื้น

          “โย!” เขารีบจับลำคอตัวเอง แผงฟันนั้นทิ้งรอยบุ๋มน้อยๆ เอาไว้และมันก็เจ็บแปลบๆ เมื่อแตะโดน “กัดฉันทำไมเนี่ย!”

          “ก็ฉันคิดว่ามันน่าจะหวานดี” ร่างสูงยิ้มออกมาหน้าตาเฉย

          “นายจะบ้ารึไง! ฉันเจ็บนะว้อย!”

          โทรศัพท์มือถือที่เขามองเมื่อกี้แผดเสียงลั่นพร้อมทั้งเขย่าโต๊ะทั้งตัวด้วยระบบสั่น นิโคลัสมองโยซึ่งยังคงทำหน้าตามีความสุขแบบไม่สำนึกความผิดของตัวเอง เขาถอนหายใจก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มา เสียงเรียกแบบมาตรฐานที่เขาตั้งเอาไว้บอกให้เขารู้ว่าคนที่โทรมานั้นไม่ใช่ใครนอกจากรองหัวหน้าชุดเจ้าระเบียบอย่าง สกอตต์ สเวนสัน ส่วนเรื่องที่ฝ่ายนั้นโทรมาคงจะไม่หนีไปจากเรื่องการประชุมทีมที่จะเริ่มอย่างบ้าระห่ำตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าตามนิสัยของเจ้าตัวที่ใครก็ห้ามไม่ได้

          เขากำลังจะกดรับสายอยู่แล้วในตอนที่เหลือบตาไปเห็นเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอ 07.54 AM

          นิโคลัสหันควับไปหาโย โทชิยูกิที่พอเห็นหน้าตาตกใจของเขาแล้วขำออกมาเสียงดัง เขาแยกเขี้ยวใส่ฝ่ายนั้นเป็นเชิงต่อว่า ก่อนจะกลับมาสนใจโทรศัพท์ในมือ เขากลืนน้ำลายแล้วจึงกดรับสาย “เอ่อ... คืออย่างนี้นะครับ สกอตตี้...” เขารีบโพล่งเข้าไปก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดอะไรมา

          เขาเตรียมคำพูดไว้แล้วและนั่นก็คือ

          “ขอโทษครับ!!!”

 

 

          ประตูบ้านถูกเหวี่ยงปิดและลงกลอนด้วยความเร่งรีบ ชายหนุ่มร่างเล็กในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่สืบสวนเดินตรงมาที่รั้วบ้านซึ่งมีชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนกำลังยืนพิงอยู่ ฝ่ายนั้นยิ้มกว้างอย่างสบายใจ โชว์รอยแดงปื้นใหญ่บนแก้มซ้ายให้เห็นอย่างชัดเจน

          “ยิ้มอะไร! อยากโดนอีกหมัดรึไง!” ร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงกระด้างเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “เล่นบ้าอะไรของนาย! มาปิดนาฬิกาปลุกฉันเนี่ย!!”

          ร่างสูงยักไหล่ “ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากเห็นหน้านายตอนหลับนานๆ”

          “นี่ฉันยังไม่ได้เล่นงานนายเรื่องที่แอบเข้ามาในห้องฉันเลยนะ ให้ตายสิ” นิโคลัสหย่อนกุญแจบ้านลงในกระเป๋า “โชคดีขนาดไหนรู้ไหมที่รถสกอตต์เสียแล้วคนอื่นก็ยังทำข้อมูลไม่เสร็จน่ะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ฉันได้ไปหาหมอตรวจหูแน่”

          ชื่อเสียงของสกอตต์ สเวนสันที่ร่ำลือกันให้ทั่วกรมตำรวจนั้นคือความเจ้าระเบียบ เขาโดนขนานนามว่า เจ้าระเบียบ ไม่ก็มนุษย์ไม้บรรทัด ซึ่งก็ได้มาจากนิสัยเป๊ะทั้งสามร้อยหกสิบองศาของเจ้าตัวนั่นเอง เขาไม่เคยสนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร หากทำผิด เขาก็พร้อมที่จะต่อว่าเสียยับทันที ด้วยนิสัยนี้เองที่ทำให้เขาโดนเขี่ยออกมาจากแผนกอื่นๆ แต่ก็เพราะนิสัยนี้เองที่ทำให้นิโคลัสรีบดึงตัวเขาเข้ามาในทีม และนั่นทำให้ชุดทีมสืบสวนของเขาเข้ารูปเข้ารอย ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ในทีมบางคนบ่นว่าโดนเอ็ดจนต้องไปหาหมอตรวจหูก็ตาม

          “ฉันว่าจะถามนายหลายรอบแล้ว” โยพูดขึ้นในขณะที่รับแฟ้มหนาจากนิโคลัสมาช่วยถือ “นายขึ้นรถไฟไปทำงานทุกวันเลยเหรอ”

          “ใช่ ก็ฉันขับรถไม่เป็นนี่นา”

          “ฉันขับให้ได้ไหมล่ะ นายจะได้ไม่ต้องลำบากขึ้นรถไฟแต่เช้าทุกวันแบบนี้ ไกลก็ไกล คนก็เยอะ เสียเวลานานอีกต่างหาก”

          “นี่นาย บ้านก็อยู่ห่างจากสถานีแค่ห้านาที ยังจะบ่นอีก อีกอย่างนะ ถ้านายไม่เล่นบ้าๆ อย่างการปิดนาฬิกาปลุกฉัน ป่านนี้ฉันก็ถึงที่ทำงานไปตั้งนานแล้ว” นิโคลัสหันไปบ่น

          “คุณวิลเลียมส์ มีจดหมายถึงคุณครับ”

          บุรุษไปรษณีย์หยุดพวกเขาที่กำลังจะออกจากบ้านไปให้เดินกลับมาอีกครั้ง มีจดหมายมาที่บ้านสิบเอ็ดฉบับ เกือบทั้งหมดมาจากเพื่อนสนิทของเจนนิเฟอร์ซึ่งส่งมาหาเขาเพื่อแสดงความเสียใจและขอโทษที่ไม่สามารถมาร่วมงานศพได้ ร่างบางไม่คิดจะอ่านในตอนนี้แล้วก็ไม่อยากถือติดมือไปที่ทำงานด้วย เขาจึงตัดสินใจว่าจะเอายัดลงในกล่องจดหมายแล้วค่อยมาเปิดเอาตอนเย็น ทว่าที่กล่องจดหมายกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาต้องทิ้งของทุกอย่างลง

          “นิโคลัส มีอะไรเหรอ” โยถาม

          “จดหมายสีดำ”

          นิโคลัสรีบเปิดตู้จดหมายของตัวเอง ดึงซองจดหมายสีดำเข้มออกมาจากข้างใน ข้างในนั้นก็เป็นกระดาษสีดำ ใบหน้าของเขาเริ่มถอดสีจนคนข้างๆ ประหลาดใจ เขากำลังมีลางสังหรณ์ไม่ดีและเขาก็ไม่อยากเปิดจดหมายฉบับนี้มากๆ เสียด้วย

          มือเล็กดึงกระดาษสีอัปมงคลออกมาก่อนจะคลี่มันออก

          “The Chemist…” ร่างบางกัดฟันแน่น “หมอนี่กำลังเล่นสนุก...”

          เพราะสิ่งที่นิโคลัสพูดนั้นเขาไม่เข้าใจ ดังนั้นโยจึงดึงกระดาษในมืออีกฝ่ายออกมา

 

- Oh… Poor Nicholas. Still looking for me? Then I give you a special hint. Just look around.

I’m always very close to you. Stay put and don’t be careless, OK? -

 

          “ลายมือแบบนี้ ฉันเคยเห็น” โยหันไปหานิโคลัส

          “จดหมายข้างศพแมรี บรอดลีย์ที่อยู่ในกองขยะยังไงล่ะ”

          ร่างสูงมองไปรอบตัวแต่ก็ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพวกเขา เขาได้แต่คิดว่าจดหมายนี้ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ฆาตกรที่พวกเขากำลังตามไปลากคอนั้นอยู่ใกล้ๆ ตัวพวกเขาอย่างนั้นหรือ เขาพลิกซองจดหมาย “นั่นไง” บนซองจดหมายมีเพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษที่สะกดเป็นชื่อเต็มๆ ของนิโคลัสเท่านั้น “นิโคลัส หมอนี่ไม่ได้ส่งมาทางไปรษณีย์”

          “แล้วไง...”

          “เจ้าบ้านี่มันอยู่ใกล้ๆ ตัวนายมาตลอดเลยน่ะสิ”

          นิโคลัสเผลอปล่อยหน้าถอดสีออกมาชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ใบหน้าสวยนั้นจะบูดบึ้งด้วยอารมณ์โกรธ เขากระชากกุญแจบ้านออกมาจากกระเป๋า “เราต้องเอาไปให้ทีมดู!” เขากล่าวเสียงแข็งในขณะที่เปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน “ฉันจะส่งแสกนไอ้จดหมายนี่ส่งไปที่กรมให้เจ้าหน้าที่โปรไฟล์ดู แล้วฉันจะรายงานเบื้องบนด่วนเลยด้วย”

          “เดี๋ยว! อย่าเพิ่งรายงานใครทั้งนั้น” ร่างสูงดึงแผ่นกระดาษสีดำออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะจับมันยัดเข้าเครื่องแสกน “เอาเข้าที่ประชุมพวกนายเท่านั้น อย่าให้เรื่องนี้หลุดเด็ดขาด” เขาบอก “ไอ้ฆาตกรนี่มันกำลังสนุก กำลังได้ใจ ขืนนายเดินหมากผิดไปแค่ก้าวเดิน มันได้หายไปตลอดกาลแน่ แต่ถ้าเราทำท่าทีรีรอเอาไว้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะปล่อยลูกไม้อะไรออกมาให้เห็นก็ได้”

          “อะไรทำให้นายคิดแบบนั้น”

          “คำพูดของพี่สาวนายไงล่ะ” โยตอบทันที “ฉันเห็นด้วยเต็มๆ เลยว่าไอ้หมอนี่มันไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตที่เดินหาเหยื่อที่ถูกใจแล้วค่อยฆ่าทิ้งหรอก มันวางแผนมาอย่างดีเลยต่างหากว่าต้องการจะปั่นหัวใคร แล้วต้องการจะฆ่าใคร”

          นิโคลัสพยักหน้ารับความคิดเห็นของอีกฝ่ายในขณะที่กำลังยัดจดหมายสีดำสนิทลงใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลและเขียนหน้าซองว่า EVIDENCE 11-05-12 “งั้นเดี๋ยวฉันจะให้สกอตต์เอาไปส่งให้เจ้าหน้าที่พิเศษที่เขารู้จักเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน”

          “แล้วฟังฉันนะ นิโคลัส” โยกล่าว “ตั้งแต่วันนี้นายห้ามห่างจากสายตาฉันเด็ดขาด คืนนี้ฉันจะเฝ้านายเอง เย็นนี้เคลียร์โต๊ะทำงานซะ ฉันจะนอนตรงโต๊ะนายนี่แหละ”

          “เดี๋ยว? อะไรนะ”

          “นายประมาทอะไรไม่ได้เด็ดขาด” ฝ่ายคนตัวสูงพูด “เจ้านี่มันตั้งใจจะเข้าถึงตัวนาย ฉันรู้สึกได้ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ยอมให้มันมีโอกาสเข้าถึงตัวนาย”

          “โย นายลืมไปรึเปล่าว่าห้องนอนฉันอยู่ชั้นสอง หมอนั่นคงไม่ถ่อปีนขึ้นมาเพื่อฆ่าฉันหรอกน่ะ”

          “นายน่ะสิที่ลืมไปว่าตัวเองเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ทุกคืน แถมห้องนายยังติดต้นไม้อีกต่างหาก”

          “นี่นายพูดเล่นใช่ไหมเนี่ย!”

          “หน้าฉันเหมือนคนพูดเล่นรึเปล่าล่ะ”

          “ฉันไม่ใช่เด็กนะ ฉันดูแลตัวเองได้”

          ร่างบางปฏิเสธแต่ก็โดนคนตรงหน้าจ้องกลับมาด้วยดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความจริงจังและดูออกเลยว่าไม่ฟังเขา เห็นอย่างนั้นนิโคลัสก็ถอนหายใจออกมายาวยืดด้วยความจนใจ ต่อให้เขาปฏิเสธไปก็คงไม่มีอะไรต่างจากปกติ ไม่ว่าอย่างไร เจ้าหมอนี่ก็ต้องหาทางแงะประตูเอาตัวเองเข้ามานั่งอยู่ในห้องเหมือนที่ทำอยู่ทุกวันอยู่แล้ว

          “เออๆ อยากทำอะไรก็ทำ ยังไงนายก็งัดเข้ามาในห้องฉันทุกวันอยู่แล้วนี่ ให้ตายเถอะ” นิโคลัสตอบส่งๆ ออกไป แต่จริงๆ แล้วก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่มีคนอยู่ด้วยตอนกลางคืนก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจได้เมื่อรู้ว่าสิ่งไม่ดีกำลังจะเข้าใกล้ตัวเอง

          “แล้วก็เราต้องระวังให้มากกว่านี้ บอกพี่เขยนายให้หารถหรือมอเตอร์ไซด์มาให้ ฉันจะขับให้นายเอง”

          “เดี๋ยวๆ --”

          “แล้วก็นับตั้งแต่พรุ่งนี้ ทำข้าวกลางวันไปด้วย ห้ามออกไปกินอะไรข้างนอกเด็ดขาด โรงอาหารในกรมก็ไม่ได้”

          “นี่มันไม่มากไปเหรอ! ฉันจะไปไหนมาไหนไม่ได้เลยหรือไง! นายไม่ทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปเหรอ โย!”

          “ไม่รู้ล่ะ ฉันจะไม่ให้มันได้มีโอกาสถึงตัวนายเด็ดขาด” โยตอบการประท้วงทันที “ฉันจะไม่ยอมให้มันทำอะไรนายเด็ดขาด” เขาย้ำ “ฉันจะปกป้องนายด้วยตัวฉันนี่ล่ะ”

          นิโคลัสถึงกับอ้ำอึ้งไปเลยเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้สึกอะไร แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เกิดหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ เขามองเจ้าของดวงตาสีน้ำแข็งซึ่งจ้องตรงมาที่เขา ดวงตาคู่นี้ราวกับสามารถมองทะลุเข้าในความหวาดกลัวที่ถูกจับซ่อนเอาไว้ลึกๆ ในใจเขาได้ เขาหวาดกลัวแต่ไม่สามารถแสดงออกมาให้ใครเห็นได้ด้วยภาระหน้าที่ที่เขาแบกรับเอาไว้ ตั้งแต่ที่เจนนิเฟอร์จากไป เขาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังหลงทางในเขาวงกตท่ามกลางป่าร้างยามค่ำคืน เขาต้องการแสงไฟที่ช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกลง

          และเหมือนเขาจะเจอแสงไฟแสนอบอุ่นนั่นแล้ว... มั้ง?

          “... เข้าใจแล้ว แต่ฉันจะรู้ได้ไงว่านายจะปกป้องฉันได้จริงๆ น่ะ”

          “ฉันไม่มีอะไรมายืนยันหรอก” โยบอก “แต่ถ้าเกิดอะไรกับนายขึ้นมา ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด” ดวงตาคู่นั้นยังคงมองนิ่งมาที่เขา เร่งให้ความร้อนบนแก้มของเขารุนแรงขึ้น “ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”

          บทสนทนาเริ่มจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว นิโคลัสรีบทิ้งระยะห่างที่ทำให้ตัวเองอึดอัดออกมา เขาตรงไปที่ประตูแต่แล้วก็หยุด “ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะไม่ให้อภัยตัวเองจริงๆ หรือเปล่า แต่...” เขากล่าวโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย “ถ้านายจะปกป้องฉัน ฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ”

          เขารีบเหวี่ยงประตูปิดตามหลัง ร่างบางทรุดลงนั่งพิงประตู นี่มันอะไรกัน เขาถามตัวเองในขณะที่พยายามกล่อมให้ใจสงบลง เขาไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา แต่เสียงของอีกฝ่ายที่กล่าวอย่างหนักแน่นยังคงดังก้องอยู่ในหัวเขาและนั่นทำให้เขาไม่สามารถสงบสติตัวเองได้ง่ายๆ

          “นี่ฉันเป็นอะไรเนี่ย... บ้าเอ๊ย...”

 

 

          ช่วงบ่ายน่าเบื่อเริ่มต้นขึ้นอีกแล้วเมื่อเข็มสั้นสีดำสนิทชี้ตรงมาที่เลขหนึ่ง เสียงอึกทึกในช่วงพักเที่ยงเงียบลงราวกับการดิ่งตัวของกราฟเอกซ์โพแนนเชียลและถูกแทนที่ด้วยเสียงการทำงานของผู้คนในแผนก ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาวยืดก่อนจะพิงศีรษะเข้ากับหน้าต่างอุ่นจากแสงแดดยามเที่ยงซึ่งถูกกรองความร้อนด้วยแผงมู่ลี่สีขาวครีม เขาเกิดอาการอยากบุหรี่ขึ้นมาเล็กน้อยแต่ช่างโชคร้ายที่ตอนนี้เขากำลังจะเลิกบุหรี่เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดปีที่ยี่สิบของลูกสาวฝาแฝดของเขา เขาเลยดึงหมากฝรั่งออกมาใส่ปากถึงแม้ว่าจะช่วยไม่ได้มากนักก็ตาม

          ที่เขาต้องเป็นแบบนี้น่ะก็เพราะหัวหน้าชุดนั่นแหละ

          เขาทอดสายตาแสนเบื่อหน่ายไปตามมุมต่างๆ ของชุดทีมสืบสวน A1 ที่เขาประจำอยู่ ไม่มีใครอยู่เลยสักคน ทั้งๆ ที่เขามีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกับหัวหน้าชุดแท้ๆ

          ไทจิ มิโดริคาวะเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสูงวัยที่สุดในชุดและแผนก แต่ถึงกระนั้นแล้วเขากลับเป็นผู้เชี่ยวชาญงานทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าหัวหน้าชุดของเขาเสียอีก งานของเขาถูกนิโคลัสจัดให้เหมาะสมกับเขามากที่สุด เพราะในสมัยหนุ่มที่ยังมีไฟแรงอยู่นั้นเขาลุยมากไปหน่อยก็ว่าได้ และนั่นเป็นผลให้เอ็นร้อยหวายของเขาเริ่มออกอาการต่อต้านการทำงานหนักในช่วงประมาณปลายวัยสามสิบ อาการเจ็บที่เอ็นสำคัญบริเวณข้อเท้านั้นทำให้เขาเสียท่าให้คนร้ายที่เขาไล่ล่าในคดีหนึ่งจนถูกยิงบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ปิดเรื่องนี้เงียบ เขาไม่อยากเสียงานที่เขารักไป จนกระทั่งราวๆ สามสี่ปีก่อนหน้านี้ที่หัวหน้าชุดคนใหม่ของเขามาถึง นิโคลัส อี. วิลเลียมส์สังเกตท่าเดินที่ผิดปกติของเขาได้และขอให้เขาใช้ความสามารถทางเทคโนโลยีอยู่ในภายในแผนกเป็นส่วนใหญ่

          “ฉันรู้นะว่านายจะดูแลฉัน แต่นี่มันไม่ใกล้เกินไปเหรอ!”

          เสียงโวยวายดังอยู่ด้านนอกพื้นที่ออฟฟิศของทีม เสียงหวานๆ ฟังแล้วชวนให้นึกถึงลูกสาวทั้งสองทำเสียงแมนนั้นเป็นของหัวหน้าชุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย นี่แสดงว่าหัวหน้าชุดมาถึงแล้วหลังจากที่ถูกหัวหน้าแผนกเรียกตัวไปคุยเรื่องคดี เขายันตัวขึ้นยืน คว้ากระดาษเอกสารออกมาจากเครื่องพิมพ์เอามากระทุ้งรวมเป็นปึกและเย็บมุม เขาเดินตรงไปตามเสียงที่โวยวายนั้นลอยมา ในใจก็นึกสงสัยว่าทำไมหัวหน้าชุดที่ปกติจะเป็นคนเรียบร้อยนั้นถึงได้โวยวายเสียลั่นจนผิดวิสัยขนาดนี้

          “โย! ฉันบอกว่ามันชิดเกินไปยังไงเล่า! ถอยออกไป!”

          “ไม่เอาหรอก”

          คำตอบปรากฏอยู่ตรงหน้าทันทีที่เขาเลี้ยวขวาเข้ามาในมุมพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแผนกซึ่งปกติจะเป็นมุมเครื่องดื่มทั้งร้อนเย็น ตรงตู้กดน้ำนั้น ชายหนุ่มที่เขายังคงเรียกว่าคนแปลกหน้ายืนอยู่ตรงนั้น ชายคนนั้นกำลังกดน้ำร้อนใส่แก้วเซรามิกสีชมพูสดโดยที่แขนของเขาสอดอยู่ใต้วงแขนของชายหนุ่มตัวเล็กที่กำลังทำท่าทางประหลาดคล้ายไก่ตีปีกจะบิน ไทจิเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไป จับบ่าคนตัวสูงที่กำลังเล่นสนุกเอาไว้แน่น

          “ปล่อยหัวหน้าชุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะแจ้งหัวหน้าแผนก” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงดุ คนทั้งแผนกรู้ดีว่าถ้าเห็นเรื่องแบบนี้จะต้องแจ้งคาลเวิร์ตทันที แต่วันนี้เขารีบ เขาเลยยอมปล่อยๆ ไป

          “เฮ้อ” ร่างสูงส่งเสียงออกมาด้วยความเซ็ง เขาปล่อยคนตัวเล็กออกมา

          นิโคลัสได้โอกาสดีแบบนี้ก็รีบขยับตัวออกมา ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแก้อาการอายที่โดนเห็นตัวเองทำท่าทางแปลกๆ แบบนั้น “คุณลุง มีอะไรหรือเปล่าครับ” เขารีบถาม “เห็นวันนี้คุณลุงไม่เข้าที่ประชุมทีม”

          “ผมไปหาหมอน่ะครับ แจ้งสกอตตี้ไว้แล้วนี่”

          คุณลุงที่นิโคลัสใช้เรียกไทจินั้นหาได้ใช่เพราะอายุ แต่เป็นโค้ดเนมที่ลินดา เฉิน เจ้าหน้าที่สายสืบนอกเครื่องแบบในชุดใช้เรียกเขาแล้วทำให้ทุกคนเรียกตามบ้าง สมาชิกในชุดจะมีโค้ดเนมของตัวเอง หัวหน้าชุดคือนิโคลัส คุณลุงใช้เรียกตัวเขา ลินลินใช้เรียกลินดา นอกจากนั้นยังมียูยุสำหรับใช้เรียกอายูมุ อิชิคาวะ ริวตะสำหรับเจ้าหน้าที่สืบสวนนอกเครื่องแบบริวจิโร่ หรือแม้กระทั่งสกอตตี้ที่ไว้เรียกรองหัวหน้าไม้บรรทัดที่เจ้าตัวเถียงจนคอเป็นเอ็นก็ไม่สำเร็จ

          แต่เขาชอบที่หัวหน้าชุดเรียกเขาว่าคุณลุงมากที่สุดแล้ว

          “ที่จริงผมมีข้อมูลบางอย่างจะต้องให้หัวหน้าชุดดู” เขาว่าแล้วก็ยื่นปึกกระดาษที่ถือมาไปให้ “ผมทำการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องการสังหารเหยื่อรายที่หนึ่งและสอง ผมพบว่าเบอร์สุดท้ายที่เราพบว่าโทรหาเหยื่อทั้งคู่เชื่อมโยงเข้ากับอีเมลแอดเดรสหนึ่ง”

          “แล้วที่ให้ผมมามันคืออะไรเหรอครับ” หัวหน้าชุดพลิกกระดาษด้วยสายตาว่างเปล่า

          ไทจิตั้งท่าจะอธิบายแต่ก็โดนโยที่กำลังคนกาแฟในถ้วยสีแจ่มตัดหน้า “ในมือนายคือรายงานการแกะรอย IP Address กับ MAC Address โยบอก “ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือพวกคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิค อย่างพวกโทรศัพท์มือถือหรือแท็ปเล็ต จะมีรหัสบ่งบอกตัวตน คล้ายๆ กับคนที่จะมีรหัสประจำตัวประชาชน อันนั้นคือ MAC Address ส่วนเวลาที่เราใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะมีรหัสอีกชุดที่สามารถใช้บ่งบอกตัวตนของอุปกรณ์บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ อันนี้เรียกว่า IP Address เพราะงั้นการแกะรอย IP Address ก็เลยเหมือนกับ--

          “อันนั้นฉันรู้น่ะ โย ฉันทำงานมาตั้งกี่ปีแล้ว การแกะรอยพวกนี้ทำให้เรารู้การเคลื่อนไหวของฆาตกร ที่ฉันต้องการรู้จากคุณลุงคือในเอกสารนี้คืออะไร ข้อมูลโดยสรุปน่ะ”

          “ครับ ก็ในเอกสารนี้จะเป็นรายงานว่า IP Address ไหนบ้างที่ถูกใช้เปิดอีเมลแอดเดรสหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับอีเมลแอดเดรสนี้” ไทจิเล่า “แต่เพราะมาตรการทางอิเล็กทรอนิคของสหราชอาณาจักรลอสต์ ร้านค้าทุกร้านที่จำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคจะต้องทำการลงทะเบียนอุปกรณ์ให้แก่ผู้ซื้อในฐานข้อมูลของกระทรวงเทคโนโลยี ฐานข้อมูลจะมีข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อเจ้าของอุปกรณ์และ MAC Address ส่วนเครือข่ายผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเองก็จะต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ IP Address เพราะงั้น--”

          “ข้ามรายละเอียดตรงนั้นไปก่อนครับ ผมสงสัยมากกว่าที่คุณลุงบอกว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับอีเมลแอดเดรสนี้ มันหมายความว่ายังไงครับ”

          “ก็บางทีพวกโซเชียลมีเดียก็สามารถช่วยแกะรอยได้ เวลาสมัครเราก็ต้องกรอกข้อมูลพวกอีเมลแอดเดรส อีกอย่างจะใช้โซเชียลมีเดียเองก็ต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือไวร์เลส เพราะงั้นเราก็จะสามารถดูการเปลี่ยนแปลงรหัส IP Address ได้ว่าคนคนนี้ใช้โซเชียลมีเดียที่ลงทะเบียนด้วยอีเมลแอดเดรสนี้จากที่ไหนบ้าง” โยบอก แต่ก็ยักไหล่ “ฉันไม่ได้ฝากความหวังไว้กับโซเชียลมีเดียเท่าไรหรอกนะ”

          “มันก็ไม่แน่นะ” นิโคลัสแย้ง

          “ครับ เอาเป็นว่าที่อยู่ในมือของหัวหน้าตอนนี้ก็คือการแกะรอย IP Address จากอีเมลแอดเดรสที่ผมพูดถึง ผมจำเป็นต้องใช้แผนที่ รบกวนตามผมมาที่โต๊ะหน่อยนะครับ”

          ไทจิกลับหลังและเดินนำหัวหน้าชุดกับฆาตกรในคดีปริศนามายังโต๊ะของเขา ที่จริงเขาไม่ค่อยจะพอใจกับการที่เบื้องบนยินยอมให้คนนอก แถมยังเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ช่วงแรกๆ เขาก็เห็นท่าทีไม่ยอมรับของหัวหน้าชุดอยู่บ้าง แต่ผ่านมาสักพักมันก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะยอมรับและให้ความร่วมมือกับเบื้องบนเป็นอย่างดี

          เขาเปิดโปรแกรมแผนที่ซึ่งพัฒนาโดยกรมตำรวจกลางและมีเขาเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา กรอกอะไรบางอย่างลงไป ไม่นานจุดสีเหลืองก็ปรากฏขึ้นมา “จุดที่เห็นก็คือจุดที่ได้จากการแกะรอย IP Address ครับ”

          “คุณลุงเอาข้อมูล IP Address ไปตามหาเจ้าของเครื่องแล้วเหรอครับ”

          “ครับ”

          โยมองอยู่สักพัก “สามจุดเองเหรอ”

          “ใช่”

          “ไม่คิดว่ามันน้อยไปเหรอ” โยหันไปตั้งข้อสังเกตกับนิโคลัส

          “IP Address มันไม่ได้เหมือน MAC Address ถ้าเป็น MAC Address มันเปลี่ยนแปลงยากและมีข้อมูลเก็บในฐาน ยกเว้นในกรณีซื้อขายกันนอกร้านหรือส่งต่อกันอย่างผิดกฎหมายสหราชอาณาจักรลอสต์ แต่ในกรณีของ IP Address นั้นมันมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า เพราะงั้นที่ได้มาเลยไม่สามารถแกะรอยหาเจ้าของหรือตำแหน่งที่เครื่องถูกเอาไปไว้ได้ทั้งหมด” ไทจิอธิบาย “เอาเป็นว่าเราสามารถระบุตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ที่ถูกใช้เข้าถึงอีเมลแอดเดรสนี้สามแห่ง ซึ่งเราก็พบว่าพวกมันอยู่ในความดูแลของห้องสมุดชุมชนขนาดเล็กสามแห่งที่ไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลผู้เข้าใช้”

          “แล้วยังไงล่ะ” ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นมา “ฉันว่ามันก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเท่าไรเลย การตรวจสอบการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตจากคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดมันก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรนะ พวกนายทำได้แค่นั่งดูวงจรปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอตัวเป้าหมายของเรา”

          “มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก” คุณลุงแย้งพร้อมทั้งหันไปหานิโคลัสที่กำลังมองแผนที่อยู่ “หัวหน้าชุดเคยบอกพวกเราใช่ไหมครับว่า The Chemist พยายามจะเล่นเกมกับพวกเรา”

          “ครับ ผมเชื่ออย่างนั้น” นิโคลัสตอบ “ทำไมหรือครับ”

          “เพราะงั้นผมก็เลยคิดว่าถ้าหมอนั่นตั้งใจจะเล่นเกมกับเราจริงๆ หมอนั่นก็คงจะต้องทิ้งคำใบ้อะไรไว้ให้พวกเราด้วย” ไทจิกล่าว “อีกคำถามนะครับ ปกติหัวหน้าชุดลบข้อมูลการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตจากเครื่องบ้างไหมครับ”

          นิโคลัสมองหน้าอีกฝ่ายอยู่นานประหนึ่งกำลังนึกถึงการกระทำของตัวเอง “ไม่นะครับ นานๆ ครั้งถึงจะทำ ผมไม่คิดว่าเราจะทำกันทุกครั้งที่ใช้เครื่องหรอกครับ”

          “นั่นแหละครับสิ่งที่ผมได้ เมื่อเช้านี้หลังจากที่เสร็จจากโรงพยาบาล ผมไปที่ห้องสมุดสามที่นี้มาและเปิดดูข้อมูลที่ตกค้างอยู่ในเครื่อง แล้วผมก็เจออีเมลแอดเดรสนี้ถูกบันทึกไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าฆาตกรของเราต้องจงใจทิ้งไว้” ไทจิเล่าก่อนจะขยับเม้าส์เล็กน้อยเมื่อแสงหน้าจอหรี่ลง “จากนั้นผมก็ได้ติดต่อกับบริษัทเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการอีเมลแอดเดรสนี้เพื่อเปิดข้อมูลในอีเมลแอดเดรสนี้ แต่ว่าบริษัทนี้ตั้งอยู่ในต่างประเทศและไม่สามารถจะให้ข้อมูลแก่เราได้จนกว่าจะมีหมายศาลไปหาเขา”

          “แล้วดำเนินการหรือยังครับ”

          “เรียบร้อยแล้วครับ” ไทจิตอบ “แต่ที่สำคัญก็คือการที่เราสามารถเข้าถึงอีเมลแอดเดรสนี้นั้นจะทำให้เรารู้ได้ว่าฆาตกรของเราเคยติดต่อกับใครและที่ไหนบ้าง ทางบริษัทให้ข้อมูลกับเราครับว่ามีอีเมลหลายฉบับที่ถูกลบออกจากกล่องไป พวกเขาจะช่วยรวบรวมข้อมูลเท่าที่จะทำได้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้หมาย จากนั้นพวกเขาจะเริ่มดำเนินการรื้อฐานข้อมูลให้พวกเราครับ”

          “แล้วจะต้องเวลานานขนาดไหนครับเนี่ย”

          “ไม่เกินสองถึงสามสัปดาห์ครับ ถ้าเกินกว่านั้น ผมคงต้องพึ่งการแฮ็กแล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมจะลองดูสถานการณ์ก่อนก็แล้วกัน”

          นิโคลัสพยักหน้า ถึงแม้ว่าเวลาที่ต้องใช้จะนานเกินไป แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

          “เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะขอให้ยูยุช่วยคุณลุงอีกแรงก็แล้วกันนะครับ”

          ร่างบางกำลังจะเดินกลับไป แต่ผู้สูงวัยก็หยุดเขาไว้ “หัวหน้าชุดครับ” ฝ่ายนั้นเรียก “ตั้งแต่เช้าได้เปิดเข้าไปดูอีเมลบ้างหรือเปล่าครับ”

          “ไม่ได้เปิดครับ ผมมาถึงที่นี่สายเลยต้องเข้าที่ประชุมเลย แล้วประชุมก็เพิ่งเสร็จเมื่อกี้นี้ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “มีครับ” เขาว่า “The Chemist ใช้อีเมลแอดเดรสเดียวกันส่งข้อความมาถึงหัวหน้าชุดตอนเก้าโมงครึ่งครับ” ไทจิดึงเอกสารใบสุดท้ายออกมาจากปึกเอกสาร “ผมขอโทษนะครับที่อ่านมันก่อน”

          นิโคลัสรับกระดาษมาจากอีกฝ่าย

 

          - FROM: HANZ001@wavermail.com

          RECEIVE: THU, NOV 15th 2012; 9.26 AM

          SUBJECT: THE BLACK LETTER

          สวัสดี เจ้าหน้าที่สืบสวนนิโคลัส อี. วิลเลียมส์ ฉันส่งอีเมลนี้มาเพื่อจะเช็คดูว่านายได้รับจดหมายอันน่าภูมิใจของฉันแล้วรึยัง มันไม่ได้ติดสแตมป์และฉันก็ไม่ได้ส่งผ่านไปรษณีย์ แต่ฉันเอาไปหย่อนในกล่องหน้าบ้านนายเองกับมือ อ่านมันหน่อยนะ ฉันเสียเวลาเขียนมันตั้งนาน แล้วถ้าอ่านแล้วก็ช่วยรีบๆ มาหาฉันซักที ฉันเบื่อการเล่นไล่จับนี่แล้ว ให้ตายสิ -

 

          “ไร้สาระชะมัด” โยกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

          นิโคลัสหันไปมองคนข้างตัวที่พ่นเสียงออกมาดังเกินไปนิด ก่อนจะกลับมาที่คุณลุงอีกครั้ง “คุณลุงไม่ได้เข้าประชุมอาจจะไม่รู้ แต่หมอนี่ส่งจดหมายสีดำมาหาผมจริงเมื่อเช้านี้ และเราก็หาเบาะแสไม่ได้”

          “ลินลินถ่ายรูปจดหมายนั่นมาให้ผมดูแล้วล่ะครับ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรพวกเราได้ ว่าแต่หัวหน้าชุดแน่ใจแล้วนะครับว่าจะไม่เอาเข้าไปตรวจสอบในห้องแล็บ”

          “ผมจะส่งครับ แต่ไปแบบลับๆ สกอตตี้จะจัดการเรื่องนี้ให้”

          “เอ่อ... ฉันมีไอเดียนะ” ร่างสูงเอ่ยปากขึ้นมา “บางทีเราน่าจะลองส่งภาพสเก็ตช์ของ The Chemist ไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างพวกโรงพยาบาล สถานทูต หรือสถานราชทัณฑ์อีกซักรอบ ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจให้ข้อมูลอะไรพวกเราเพิ่มเติมได้บ้าง อย่างน้อยก็ขยับวงการสืบสวนให้แคบขึ้น”

          นิโคลัสพยักหน้าเห็นด้วยทันที

          “ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะส่งภาพไปตอนนี้เลย”

          “ถ้ามีข้อมูลอะไรใหม่ รีบแจ้งผมเลยนะครับ” นิโคลัสบอก “ผมเชื่อมั่นในความสามารถของคุณลุงมากนะครับ ขอบคุณครับ”

          ร่างเล็กบอกกับเขาเสร็จก็เดินนำคนตัวสูงกว่าเดินออกไป เขามองทั้งคู่หายไปจากแผนกก่อนจะถอนหายใจและหย่อนตัวลงนั่ง เอนหลังตามสบาย ยังไม่มีใครกลับเข้ามาในแผนก น่าจะยังไม่เสร็จสิ้นการประชุมย่อย เขาคือชายแก่ผู้โดดเดี่ยวเดียวดาย เอ็นข้อเท้าของเขาก็เจ็บแปลบๆ จากอาการกำเริบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยิ้ม

          วันนี้เขาได้รับคำชมจากหัวหน้าที่เขาเคารพที่สุดแล้ว

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

464 ความคิดเห็น

  1. #323 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:21
    ปั่นหัวมากเว่ออ
    #323
    0
  2. #264 NPK_Nuch (@NPK_Nuch) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 20:43
    สนุกมากค่ะ ติดเลยยยย
    #264
    0
  3. #187 ambrosia3 (@Ambrosia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 15:12
    สนุกมากจ้าา 
    #187
    1
    • #187-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 6)
      6 สิงหาคม 2560 / 16:49
      ตอบรวบที่เดียวเลยละกันนะคะ ขอบคุณที่แวะเข้ามานิยายเรื่องนี้ค่ะ
      #187-1
  4. #4 Cmdpt (@Bonhiver) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 19:02
    เริ่มแล้วสินะการหาตัวฆาตกรนักเคมี
    #4
    0