[YAOI] The Chemist: ถอดรหัสไล่ล่าฆาตกรอำมหิต (สนพ. XINGBOOKS)

ตอนที่ 61 : ONE LAST TALK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ม.ค. 61

*คำเตือน*

ข้างล่างต่อไปนี้เป็นการพูดคุยของเราถึงคนอ่านทุกท่าน อาจจะมีการพูดวนซ้ำไปมาหรือพล่ามอะไรยาวเป็นหน้ากระดาษได้ ถ้าหากคนอ่านท่านไหนขี้เกียจอ่านสามารถกลับมาเจอกันได้ในนิยายตอนพิเศษตอนถัดไปได้ค่ะ สำหรับกำหนดการลงนิยายตอน EXTRA#2 นั้นยังไม่มีแต่เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบทางเพจเฟสบุ้ค Tear-z ค่ะ

 

 

ONE LAST TALK

 

          สวัสดีค่ะ Tear-z เองค่ะ วันนี้มาตามสัญญาที่บอกว่าจะมาลงตอนพูดคุยกับคนอ่าน สำหรับวันนี้ขอตั้งชื่อตอนว่า One Last Talk ซึ่งนั่นก็เพราะว่าเป็นตอนสุดท้ายที่เราจะได้คุยกันอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเริ่มคุยเรื่องต่างๆ เราก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านแบบผ่านๆ และแบบจริงจัง เราไม่เคยคิดมาก่อนค่ะว่านิยายเรื่องนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีมากขนาดนี้ อย่างในวันนี้ที่อัพตอนนี้ (20 มกราคม 2561 เวลา 13.00 น.) ก็มีคนกดติดตามตั้ง 935 คน ยอดวิว 14,803 ครั้ง และคอมเมนต์อีก 428 คอมเมนต์ มันเป็นตัวเลขที่เราไม่เคยเจอมาก่อนเลยตั้งแต่ลงนิยายในเว็บเด็กดี นิยายของเราไม่เคยติดท็อป 10 เลยจนกระทั่งเรื่องนี้ที่ติดอยู่นานหลายเดือนมาก บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่ารู้สึกยังไงบ้าง มันทั้งดีใจ ตื่นเต้น และน่าวิตกไปพร้อมๆ กัน

 

          อย่างที่เคยเล่าไปแล้วในตอนพูดคุยครั้งก่อน (ที่เราเอารูปสมุดเขียนมือมาให้ดู) นิยายเรื่องนี้เริ่มมาจากแรงบันดาลใจเล็กๆ น้อยๆ เราเป็นคนที่ชอบนิยายและหนังแนวสืบสวนสอบสวนมากๆ เราอ่านนิยายประเภทนี้ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของนิยายทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถ้าถามว่าใครคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเขียนนิยายแนวสืบสวนนั้นเราก็ต้องบอกว่า Michael Connelly ค่ะ เราอ่านนิยายของนักเขียนท่านนี้เยอะมาก พยายามอ่านทุกเล่มที่สามารถหามาอ่านได้ และติดงานของนักเขียนท่านนี้งอมแงมเลยก็ว่าได้ นิยายของเราเรื่องนี้ได้แนวการเขียนจากนิยายเรื่อง The Poet ของ Michael Connelly ค่ะ (แนะนำให้ลองอ่านดูนะคะเพราะว่าเป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุดในบรรดานิยายสืบสวนของเขา แต่ว่าฉบับแปลไทยนั้นเก่ามากแล้ว อาจจะหายากนิดนึง) ในนิยายเรื่องที่กล่าวถึงนี้ มีการสลับบทบรรยายระหว่างตัวละครสำคัญสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ต้องสงสัยและฝ่ายสอบสวน (นักข่าว ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ FBI ไม่ก็ CIA จำไม่ค่อยได้แล้ว 5555) นิยายอีกเรื่องที่เราได้แรงบันดาลใจจนนิยายของเราเรื่องนี้เลยเถิดไปถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายเลยก็คือนิยายเรื่อง Blood Eagle ของ Craig Russell (ชอบก็เลยยืมชื่อผู้แต่งมาใช้เป็นตัวละครซะเลย 5555) นิยายเรื่องนี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมค่ะ แต่ตอนที่อ่านก่อนหน้าที่จะเขียนเรื่องนี้ยังจับประเด็นนิยายเรื่องนี้ไม่ค่อยได้ ชอบแค่ว่ามีกลุ่มก่อการร้ายเข้ามาทำให้เรื่องซับซ้อน แต่พอเขียนเรื่องนี้จบและกลับไปอ่าน Blood Eagle อีกรอบก็เพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่ากลุ่มก่อการร้ายนั้นจัดฉากการฆาตกรรม (ซึ่งคล้ายๆ กับเรื่องของเราเลย 555555) และสุดท้ายที่เคยเล่าไป เรื่องนี้ได้การจุดประกายมาจากเนื้อหาวิชากีฏวิทยาในหัวข้อการใช้แมลงเพื่องานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่พอเราเรียนเสร็จปุ๊บก็กลับบ้านมาฉีกร่างนิยายเวอร์ชันเก่าทิ้งทันที

 

          ต่อมาเรามาพูดถึงเรื่องระหว่างทางที่เราลงนิยายบ้างดีกว่าค่ะ ช่วงเวลาหนึ่งปีกว่าที่เราลงนิยายเรื่องนี้ในเว็บเด็กดีนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเลยก็ว่าได้ 55555 อย่างที่หลายท่านทราบ ตอนที่เราลงนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกนั้นเราเรียนปริญญาโทอยู่ ที่จริงกะจะไม่เอามาลงด้วยซ้ำเพราะว่าเราห่างหายจากเว็บเด็กดีไปนานมาก นิยายเรื่องนี้ก็เขียนจบแล้ว รีไรท์รอบแรกเสร็จแล้ว เราขี้เกียจที่จะต้องมานั่งพิมพ์ลงเวิร์ด แต่เพราะว่าช่วงนั้นเราเริ่มว่างจากวิชาเรียนและอยู่ระหว่างการทำแลปที่ใช้เวลารอผลนานมาก เราก็เลยเอาเวลาว่างระหว่างรอเครื่องวิเคราะห์ตัวอย่างมานั่งพิมพ์ลงเวิร์ด นั่งอ่านนั่งแก้ไปเพลินๆ และพอได้ทำอย่างนั้นก็เริ่มเกิดความเสียดายขึ้นมาว่าอุตส่าห์เขียนยาวตั้งห้าสิบตอนแล้ว จะเก็บเอาไว้คนเดียวมันก็ไม่น่าจะเข้าท่าเท่าไร เพราะงั้นเราเลยตัดสินใจกลับมายังเว็บเด็กดีอีกครั้งและเปิดนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา

 

          เราไม่ได้ตั้งใจจะเอานิยายเรื่องนี้ลงเว็บเด็กดีหรือที่ไหนเลย แต่ว่าการที่เราทำแบบนี้กลับเป็นผลดีกับเราอย่างมากค่ะ อย่างแรกเลยก็คือเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่าง ข้อมูลหลายๆ ส่วนที่เราเอามาใช้ในเรื่องนี้เป็นข้อมูลที่มีการยืนยันความถูกต้องแล้ว (แม้บางทีอาจจะไม่ถูกต้องทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์) ทุกครั้งที่เรากำลังจะเอานิยายตอนต่อไปมาลง เราจะกลับไปอ่านทวนใหม่อีกครั้งเสมอ บางทีเราก็เจอข้อมูลในนิยายบางส่วนที่อ่านไปอ่านมาแล้วไม่สมเหตุสมผล นั่นทำให้เราต้องกลับไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้นใหม่ บางทีใช้เวลาเป็นวันๆ เพื่อให้ได้มันมา อย่างเช่นตอนที่ 20 ที่เซลีนถูกฆ่าในรถตู้ เดิมเราเขียนให้คนร้ายเอาเอ็นพันคอเธอแล้วขึงเอาไว้กับประตูรถ แต่พออ่านแล้วก็มาตระหนักได้ว่าแรงทหารคนเดียวเปิดประตูไม่มีทางทำให้คอคนขาดได้ ดังนั้นเราก็เลยกลับไปค้นข้อมูลใหม่จากทั้งเว็บในไทยและต่างประเทศ (ถึงขนาดแชทคุยกับฝรั่งเลยด้วย 555) แล้วก็พบว่าจริงอย่างที่คิด ต่อให้คนกระชากแรงแค่ไหนกระดูกตรงคอก็ไม่มีทางหลุดจากกัน เราเลยต้องเสริมการพันคอด้วยเชือกกับต้นไม้ด้านนอกและกลไกในรถเที่ทำให้รถตู้วิ่งเข้าไปเพื่อเพิ่มแรงกระชากให้คอขาดค่ะ

 

          ผลดีอย่างที่สองของการลงนิยายเรื่องนี้ก็คือมันทำให้เราเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในตัวเองไปค่ะ นิยายเรื่องก่อนๆ เราสนใจเพียงแค่จำนวนยอดวิวและคอมเมนต์เท่านั้น ไม่เคยตอบคอมเมนต์ใครเลยซักอัน เพราะคิดว่าตอบไปก็เท่านั้น ยังไงเราก็ไม่มีทางเปลี่ยนนิยายของเราอยู่แล้วในเมื่อว่ามันเขียนจบไปแล้ว แต่พอมานิยายเรื่องนี้ที่เรารักมากๆ เรากลับรู้สึกว่าเราต้องการคอมเมนต์ ไม่ใช่เพราะว่าอยากจะได้ไปเพื่อทำให้คนคิดว่านิยายเราดี แต่อยากได้เพราะมันจะช่วยให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วที่เราเขียนออกมานั้นมันโอเคไหม ดีแล้วหรือยัง แล้วเรายังต้องแก้อะไรอีก ถึงแม้ว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบและดีแล้ว อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้แนวทางว่าถ้าเขียนแบบนี้แล้วดี เพื่อที่นิยายต่อๆ ไปของของเราจะได้ดีขึ้นไปกว่านี้อีก นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่าเราอยากจะสนิทสนมกับคนอ่านมากกว่าที่เคยทำอยู่ การได้คุยผ่านคอมเมนต์ทำให้เรารู้สึกดีและมีกำลังใจอยากลงนิยายตอนต่อไปเรื่อยๆ (คนอ่านหลายท่านก็ช่วยเราหาคำผิดให้อีกต่างหาก ขอบคุณมากๆ นะคะ) อีกอย่างก็คือช่วงเวลาระหว่างที่เราลงนิยายเรื่องนี้เป็นช่วงเวลาที่มีอะไรหลายๆ อย่างเข้ามาในชีวิตเรา ทั้งที่ทำให้เรามีความสุขและไม่น่าจดจำ การเฝ้ารอวันศุกร์หรือวันเสาร์เพื่อที่จะได้ลงนิยายแล้วตอบและคุยกับคนอ่านผ่านทางคอมเมนต์นั้นช่วยเราได้ระดับนึงเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะช่วงกลางปีถึงปลายปีที่ผ่านมาซึ่งทุกวันของเรานั้นเต็มไปด้วยความเครียดและความโกรธ (?) คนอ่านทุกคนก็ใจดีกับเรามากๆ ทั้งคอยเชียร์ คอยให้กำลังใจ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย คนอ่านทุกท่านน่ารักมากๆ เลยล่ะค่ะ

 

          พูดถึงเรื่องช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้วก็คงจะไม่พูดถึงเรื่องราวในอนาคตไม่ได้ ก่อนอื่นก็คือเรื่องการรวมเล่มหรือการตีพิมพ์ ในตอนนี้นั้นเรายังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้นค่ะ อาจจะฟังดูขี้เกียจไปบ้างแต่เรามีเหตุผลนะคะ อย่างแรกเลยก็คือว่าช่วงกลางปีถึงปลายปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เราปั่นเล่มวิทยานิพนธ์ เราแทบไม่มีเวลาว่างมาแตะนิยายเรื่องนี้เลย ดังนั้นนิยายเรื่องนี้ยังคงมีหลายจุดที่ยังต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องคำผิด การจัดวางประโยค ความสมจริง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรายังไม่สามารถดำเนินการเพื่อรวมเล่มหรือพิมพ์ขายได้จนกว่าจะแก้พวกนี้ให้เสร็จ อย่างที่สองก็คือว่าตอนนี้เราจบปริญญาโทแล้วและเราได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกา เรากำลังจะเดินทางวันศุกร์ที่จะถึงนี้ซึ่งทำให้ช่วงนี้เราต้องจัดการธุระมากมายให้เสร็จสิ้นพร้อมเดินทาง เพราะงั้นใครที่ถามว่าเราจะรวมเล่มพิมพ์เองไหม เราก็คงต้องบอกว่าเราคงไม่ทำอย่างนั้นแน่ๆ ค่ะ ออฟชั่นเดียวที่เหลือของเราในตอนนี้นั้นก็คือการส่งให้สำนักพิมพ์พิจารณา ตอนนี้เราก็มองดูหลายที่อยู่เหมือนกัน แต่ก็ติดอยู่ที่ว่านิยายเรายาวมากและแบ่งเป็นภาคได้ลำบาก สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่รับนิยายไม่เกิน 200 หน้าซึ่งเรื่องนี้เกินไปมากกว่าสองเท่าเลย แต่เราก็ยังคงดูอยู่เรื่อยๆ นะคะ และถ้าคนอ่านท่านไหนมีสำนักพิมพ์แนะนำก็จะขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 

          หลายๆ ท่านถามถึงนิยายภาคสองที่เรากำลังเขียน เราก็บอกไว้นิดนึงว่าจะเล่าให้ฟัง ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับนิยายภาคสองค่ะ แต่ขอบอกก่อนนะคะว่านี่เป็นเพียงแค่ร่างโครงเท่านั้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้อีกในภายหลังค่ะ

         

          สำหรับภาคสองนั้น อย่างที่เราเคยบอกไปก่อนหน้านี้ก็คือเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครจะค่อนข้างน้อยแต่จะเน้นหนักไปที่คดี โดยเรื่องนี้นั้นจะเป็นเหตุการณ์หลังจากเรื่อง The Chemist ประมาณสองปีถึงสามปี นิโคลัสผู้บ้างานของพวกเราโดนลากตัวไปช่วยดูที่เกิดเหตุฆาตกรรมที่ดูเหมือนจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ แต่ว่านิโคลัสกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดเนื่องจากศพที่พบนั้นเหมือนถูกตัดเอารอยสักออกไป ส่วนห้องที่พบศพก็เป็นห้องเดียวที่ถูกรื้อค้นและทำความสะอาดเอาคราบเลือดกับข้อความที่เขียนด้วยเลือดออกไป ยิ่งไปกว่านั้นในวันต่อมาเขายังพบลูกชายวัยหกขวบและเครื่องบันทึกเสียงของผู้ตายอยู่ในห้องเช่าข้างๆ อีกด้วย นิโคลัสและทีมเชื่อว่านี่จะต้องเป็นการสังหารเพื่อเค้นเอาข้อมูลอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถสืบสาวหาเบาะแสอะไรได้เลยเนื่องจากลูกชายผู้ตายพูดไม่ได้จากการบาดเจ็บที่ลำคอตั้งแต่อายุน้อยๆ ส่วนรอยสักที่หายไปนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น กลับกันมันพาพวกเขาไปหาปริศนาใหม่เมื่อพบว่ามีการทำลายรอยสักแบบเดียวกันนี้ในคดีฆาตกรรมภายในพื้นที่รับผิดชอบของประเทศเทเรซา  เรื่องราวส่วนแรกก็จะประมาณนี้ล่ะค่ะ (เล่าต่อจากตรงนี้ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นสปอยล์ 555555) สำหรับนิยายเรื่องที่กำลังเขียนอยู่นี้เราไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไรค่ะ เพราะว่าเราเป็นคนที่เขียนช้ามากๆ (คือเขียนมือจนจบก่อน) นอกจากนี้ข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นยังไม่ลงตัวทั้งส่วนคดีฆาตกรรมสการ์เลตต์และคดีอื่นๆ ที่ไปปรากฏในเทเรซา เราจะต้องเสียเวลาปรับแต่งข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเริ่มเขียน (ที่จริงเขียนไปเกือบห้าตอนแล้วล่ะค่ะแต่ต้องวนมาแก้ตั้งแต่ตอนแรกใหม่เพราะขาดหลักฐานบางอันไปตอนวางพลอตครั้งก่อนหน้า 55555) ถ้าเรื่องนี้ใกล้เสร็จหรือพร้อมปล่อยออกมาให้ลองอ่านเล่นๆ จะแจ้งให้ทราบทางเพจเฟซบุ้คนะคะ

 

          พล่ามมานานแล้ว ปิดจบกันดีกว่าเนอะ 55555

 

          ก่อนจะจากกันในวันนี้ เราขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ติดตามนิยายเรื่องนี้มาตลอด อ่านตั้งแต่ตอนที่ 0 จนถึงตอนพิเศษ (รวมถึงตอนพูดคุยอันนี้ด้วยนะคะ 5555) เราไม่เคยคิดมาก่อนว่านิยายเรื่องนี้จะถูกใจใครหลายๆ คน ไม่เคยคิดว่าจะมีคนเฝ้ารอให้เรามาอัพตอนใหม่ทุกสัปดาห์ เราอยากจะบอกว่าเราจำได้แทบทุกคนเลยนะคะที่เข้ามาคอมเมนต์ให้เรา ยิ่งถ้าใครคอมเมนต์ให้เราเกินสองครั้งหรือคอมเมนต์ยาวเฟื้อย เราจะยิ่งจำได้แม่นมากๆ เลย ที่จริงตั้งใจว่าจะขอขอบคุณกันไปเป็นรายคนเลย แต่ว่าถ้าทำอย่างนั้นวันนี้คงไม่ได้อัพแน่ๆ เพราะงั้นขอกล่าวรวมๆ กันไปเลย และต้องขอขอบคุณมากๆ สำหรับแฟนอาร์ตสวยๆ จากทั้งน้อง twin sheep น้อง PingPing น้อง FolkFakFaeng และน้องชุนจิ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เราได้รับแฟนอาร์ตจากนักอ่าน เพราะงั้นเราเลยดีใจและอดจะกลับมานั่งเปิดดูบ่อยๆ ไม่ได้

 

          วันนี้ไปแล้วดีกว่าค่ะ เดี๋ยวมาเจอกันกับเรื่องราวของโยกับนิโคลัสภาคพิเศษ (หน่อยๆ) ในตอนพิเศษ EXTRA#2 ตอนหน้าที่จะลงจะมีรายละเอียดบางอย่างที่เราจะยกไปใช้ในนิยายเรื่องถัดไป ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแต่ก็เขียนไว้ให้เป็นสีสันค่ะ 55555 สำหรับวันที่จะลงจะแจ้งให้ทราบทางเพจเฟสบุ้ค แต่ครั้งหน้าที่เจอกัน เราจะอยู่ที่อเมริกาแล้วล่ะค่ะ :D

 

          ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ นะคะ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ  <3

464 ความคิดเห็น

  1. #435 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 03:34
    ยินดีด้วยนะคะ สู้ๆนะ รอภาคต่ออย่างใจจดจ่อ ชอบแนวสืบสวนได้ลุ้นระทึกไปกับตัวละคร รอติดตามนะจ้ะ
    #435
    1
    • #435-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      28 มกราคม 2561 / 19:49
      ขอบคุณค่าาาาา ไว้มาเจอกันในเรื่องหน้านะคะ 555
      #435-1
  2. #434 khawfangg (@khawfangg) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 05:32
    ชอบอ่านนิยายสืบสวนแล้วก็นิยายวายมากกกกพอมาเจอเรื่องนี้ก็ตรงใจเลยอ่มนแล้วอยากอ่านต่อเรื่อยๆ555555 นี่ก็จะผูกพันธ์แล้ว ไรท์สู้ๆนะครั้บรอภาค2 งิงิงิ
    #434
    1
    • #434-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      28 มกราคม 2561 / 19:48
      ขอบคุณนะคะ จะรีบปั่นให้ได้อ่านเร็วที่สุดนะคะ 5555
      #434-1
  3. #433 twin sheep (@misu-minmu) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 05:57
    ยินดีกับไรท์ด้วยนะคะที่ได้ทุนไปเรียนป.เอก&#127881;&#127881;
    ชอบนิยายเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ เพราะว่าส่วนตัวชอบอ่านวายและก็สืบสวนอยู่แล้ว พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาก็เลยเหมือนกับได้อย่างทั้งสองเเบบในเวลาเดียวกันเลยล่ะค่ะ
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านจริงจังมากๆ
    (ตั้งใจอ่านมากกว่านส.เรียนอีก555)เพราะส่วนตัวเป็นคนเข้าใจอะไรยากค่ะ ดังนั้นถ้าเริ่มงงตรงไหนก็จะย้อนกลับไปอ่านใหม่เลย เข้าใจแล้วถึงจะอ่านต่อได้
    สำรับเรื่องใหม่ก็สู้ๆนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ&#128516;
    #433
    1
    • #433-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      21 มกราคม 2561 / 19:12
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะพยายามเอาเรื่องใหม่มาให้ชมเร็วที่สุดเลยนะคะ อิอิ
      #433-1
  4. #432 Prizde (@bemoremeaning) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 17:59
    รอภาคต่อนะคะ เรื่องเรียนก็สู้ๆ แต่เรื่องนี้ยาวจริงๆ สนุกด้วย พล็อตไม่ออกทะเล ที่สำคัญชอบตัวละครทุกตัวเลยค่ะ ปกติเราก็เน้นอ่านแนวสืบสวน แต่ก็อ่านวาด้วย พอมาเจอฟิควายสืบสวนก็ชอบมากเลยค่ะ
    #432
    1
    • #432-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      21 มกราคม 2561 / 19:11
      555555 ใช่ค่ะ ยาวมาก แต่ความจริงพล๊อตเก่าเราออกทะเลนะเออ....
      #432-1
  5. #430 FolkFakFaeng (@pakjira2000) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 14:16
    คิดถึงจังเลยค่ะหายหน้าหายตาไปแค่อาทิตย์เดียว ถึงจะเป็นแค่ทอร์กก็อยากอ่านอยากคุยกับไรท์ค่ะ 555

    ยินดีด้วยอีกรอบนะคะที่นิยายเรื่องจบไปด้วยดี แล้วก็เรื่องที่ได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกาค่ะ จะว่าบังเอิญก็ได้แต่ทางนี้ก็มาแลกเปลี่ยนที่นี่เหมือนกันค่ะ มีอะไรก็ทักมามาท์มาคุย กันได้เสมอนะคะ

    ปล.จะรอตอนพิเศษกับภาคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ
    ปล.2 อาจจะดูซักไซ้ไปหน่อย แต่ไรท์เรียนเกี่ยวกับคณะวิทย์อะไรแบบนี้รึเปล่าคะ เห็นมีแลป กีฏวิทยา เลยสงสัยน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าทอร์กก่อนๆไรท์เคยพูดถึงรึเปล่า ถ้าเคยแล้ว ก็ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ตั้งใจอ่านให้ดี

    #430
    1
    • #430-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      20 มกราคม 2561 / 14:23
      ขอบคุณค่ะ 55555 ตอนนี้อยู่ที่อเมริกาเหรอคะ บังเอิญมากเลย

      ปล. ถามได้ค่ะ แล้วก็รู้สึกเหมือนจะไม่เคยเล่าให้ฟังด้วยนะ 55555 คือเราไม่ได้เรียนคณะวิทย์ค่ะ แต่เรียนคณะเกษตร ที่ม.เกษตร บางเขน แต่เนื้อหาที่เรียนเป็นสายวิทย์น่ะค่ะ เพราะงั้นเวลาเรียนก็เรียนวิชาสายวิทยาศาสตร์เยอะ แล้วก็งานวิจัยที่ทำก็เน้นไปทางด้านปฏิกิริยาเคมีนู่นนี่ แต่ว่าตอนเรียนป.ตรีปีแรกเขาจะให้เรียนรวมทุกสายงานของเกษตรก็เลยได้เรียนพวกวิชาแมลงด้วยน่ะค่ะ

      ปล2. เดี๋ยวว่างๆ จะทักทายไปนะคะ อิอิ
      #430-1
  6. #429 Rainy_Heart (@rainfalls) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:41
    >w< พี่สาวววว แล้วเจอกันช่วงสปริงเบรก (ไม่ใช่ ไม่เกี่ยว ฮา)

    ในความคิดเรา นิยายเรื่องนี้ยาวจริงๆ แต่เราคิดว่ายังไงก็ลองส่งอีเมลไปสอบถามทาง
    สำนักพิมพ์ที่สนใจจะส่งให้พิจารณาก่อนได้นะว่าสนใจรับพิจารณาหรือไม่ ลองให้ลิงก์
    ของหน้านิยายและยอดไลค์คร่าวๆ ไปด้วย ไม่แน่ใจว่าจะเป็นยังไง แต่ก็ดีกว่าไม่ลอง

    ปล. รอตอนพิเศษ 2 อยู่นะ ปุเนี้ยวววว
    #429
    1
    • #429-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 61)
      20 มกราคม 2561 / 14:18
      55555 มาหาเราด้วยนะ

      ก็ว่าจะลองส่งดูเหมือนกัน ขอแก้อีกนิดนึงเนาะ
      #429-1