[YAOI] The Chemist: ถอดรหัสไล่ล่าฆาตกรอำมหิต (สนพ. XINGBOOKS)

ตอนที่ 9 : CHAPTER 07 (re-write version for XINGBOOKS)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

               ห้างสรรพสินค้า T&Z เป็นห้างที่เอ่ยชื่อออกไปแล้วใครก็ต้องรู้จัก มันเป็นแหล่งค้าส่งสินค้าใหญ่หนึ่งเดียวของสหราชอาณาจักรลอสต์ที่มีสาขามากกว่ายี่สิบสาขา ครอบคลุมการเข้าถึงของประชากรลอสต์จากทั้งหมดหนึ่งร้อยสามสิบห้าเขตการปกครองทั่วสหราชอาณาจักร มันสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เพียงแค่ขับรถมาหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็จะมีเจ้าหน้าที่หน้าตายิ้มแย้มอัธยาศัยดีคอยต้อนรับและให้บริการดุจสมาชิกในครอบครัว เพียงคุณก้าวเท้าเข้ามาเพียงก้าวเดียวก็จะพบกับสินค้านานาชนิด ตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นใหญ่ อย่างแท้งค์น้ำหรือที่นอนขนาดคิงไซส์ราคาคุ้มค่า แต่ที่แน่ๆ คุณจะไม่มีทางได้กลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน

               นิโคลัสก้าวเท้าลงจากรถสปอร์ตคันหรูท่ามกลางพื้นที่ที่จอดรถสำหรับผู้ใช้บริการราวๆ สามร้อยคันในโซน P ที่จะสามารถเข้าสู่ตัวห้างได้ทันที เขาเอามือเล็กปิดปากกันตัวเองสำรอก การนั่งรถที่ลินดา เฉินขับนั้นไม่ต่างจากการเล่นรถไฟเหาะเสี่ยงตายซึ่งเป็นนิสัยการขับส่วนตัวของเธอที่ทำให้กรมตำรวจสั่งระงับการใช้รถทางการชั่วคราวถึงห้าครั้งด้วยกัน

            รู้อย่างนี้รอโยเอามอเตอร์ไซค์มารับดีกว่า

               หัวหน้าชุดเดินมายังโซนที่จอดรถจักรยานยนต์ โยซึ่งตามมาทีหลังเพิ่งเลี้ยวเข้ามาและจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ตรงหน้าเขาพอดี ที่จริงแล้วการอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้ขับขี่ยานยนต์ในท้องถนนนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยตามหลักกฎหมาย แต่เนื่องจากเมื่อหลายวันที่ผ่านมานิโคลัสได้รับจดหมายจาก The Chemist ที่ระบุว่าฝ่ายนั้นได้อยู่ใกล้ๆ ตัวเขาตลอดเวลา ด้วยสาเหตุนี้โยจึงไม่ยินยอมให้เขาเดินทางด้วยรถไฟอีก แถมยังไปบอกและสั่งหัวหน้าแผนกของเขาให้จัดการกับเรื่องนี้ ฝ่ายพี่เขยของเขาก็แตกตื่นรีบแจ้งเบื้องบนตามภาษาเจ้าตัว โยจึงได้รับอนุญาตให้ใช้ยานยนต์อย่างถูกกฎเสียอย่างนั้นซึ่งฝ่ายนั้นขอเลือกใช้จักรยานยนต์และคาลเวิร์ตก็ให้มอเตอร์ไซค์ส่วนตัวมา

            ปัญญาอ่อนกันชะมัด นี่ฉันไม่ใช่เด็กนะ!!

               “นั่งไวกิ้งมาเหรอ หน้าซีดเชียว” ชายหนุ่มร่างสูงขำใบหน้าซีดเซียวของเขา

               “ยิ่งกว่าไวกิ้งซะอีก”

               ทั้งคู่เดินเข้ามาเจอกับลินดาตรงบริเวณทางเข้าก่อนจะไปพบกับผู้จัดการสาขาที่ได้ติดต่อกันไว้ระหว่างทาง พวกเขาถูกพาเดินเข้าไปในโซนชำระเงินซึ่งผู้จัดการกำลังรออยู่ตรงนั้น

               ลินดาทักทายกับผู้จัดการสาขาวัยปลายเลขสี่ก่อนจะแนะนำให้ผู้ที่มาด้วยได้รู้จัก “หัวหน้าชุดคะ นี่คือคุณคีธ ไวเซอร์ ผู้จัดการสาขาค่ะ ส่วนนี่หัวหน้าชุดของฉันและเพื่อนใหม่ในทีมของเราค่ะ คุณไวเซอร์” เธอกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “วันนี้เรามีเรื่องต้องรบกวนคุณไวเซอร์เล็กน้อยน่ะค่ะ”

               “ด้วยความยินดีครับ ว่าแต่เรื่องอะไรครับ” คีธ ไวเซอร์ถามในขณะที่จับมือกับนิโคลัส

               “เรื่องเดิมนั่นล่ะครับ คดี The Chemist เราทำการรวบรวมข้อมูลและคิดว่าเรายังต้องการข้อมูลบางส่วนจากที่นี่เพิ่มเติม” นิโคลัสตอบ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกวางป่าที่กำลังเผชิญหน้ากับหมียักษ์ไปเลย “โย” เขาหันไปเรียกคนใกล้ตัว “ถ้านายมีอะไรอยากจะถามก็เชิญได้เลยนะ”

               “ที่นี่ขายอะไรบ้างครับ” คำถามแรกของโยถูกปล่อยออกมา น้ำเสียงที่เขาใช้นุ่มนวลผิดจากทุกครั้งซึ่งนิโคลัสเข้าใจว่าเจ้าตัวคงกำลังพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับตำรวจอยู่

               “ถ้าให้พูดกันตามตรงก็คงต้องบอกว่าสัพเพเหระล่ะมั้งครับ เราขายของชิ้นเล็กอย่างพวกไมโครชิป ลูกปัดงานประดิษฐ์ ไปจนถึงสินค้าชิ้นใหญ่ที่เรามีบริการขนส่งฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในรัศมีสิบห้ากิโลเมตร” คีธตอบ “ที่นี่เราจะมีการแบ่งโซนสินค้าออกไปหลายโซนด้วยกัน ตั้งแต่ A ถึง F ซึ่งผมเข้าใจว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังสนใจนั้นอยู่ในโซนสุดท้ายของเรา โซน F เป็นโซนจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งนอกอาคาร รวมไปถึงอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับการเกษตร”

               “ผลิตภัณฑ์ที่ว่านี่คืออะไรครับ”

               “แทบจะทุกอย่างเลยครับ ดินสำหรับเพาะปลูกขนาดห้ากิโลกรัม ปุ๋ยเคมีและอินทรีย์ขนาดไม่เกินยี่สิบกิโลกรัม รวมไปถึงสารกำจัดศัตรูพืช ทั้งหมดนี้เราเป็นห้างขายส่งแห่งเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ขายของพวกนี้”

               “ถ้าผมจะขอรายชื่อสินค้าในกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชทั้งหมดที่ขายที่นี่ คุณสามารถทำให้ได้ใช่ไหมครับ” โยถามออกไป ฝ่ายผู้จัดการไวเซอร์ก็พยักหน้ารับทันที “รายละเอียดนี่ลงลึกได้ถึงขนาดไหนครับ”

               “ระดับเลขล็อต แล้วก็... วันที่หมดออกไปจากสต็อกของแต่ละล็อตครับ”

               “ย้อนหลังได้กี่ปีครับ”

               “ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะสามปีนะครับ”

               “แล้วถ้าผมขอตอนนี้เลย จะสามารถทำให้ได้ไหมครับ”

               ร่างใหญ่ปานหมีพยักหน้าด้วยความไม่แน่ใจ “อาจจะต้องใช้เวลาซักประมาณสิบนาทีเป็นอย่างต่ำนะครับ พอดีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้เธอเพิ่งขอลาคลอดไปเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้คนที่เข้ามาทำแทนยังไม่ค่อยคล่องเท่าไร ผมอาจจะต้องขอตัวไปช่วยด้วยเหมือนกัน”

               “ตามสบายครับ”

               “เดี๋ยวค่ะ คุณไวเซอร์” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเรียกผู้จัดการห้างให้หยุดก่อน “ไม่ทราบว่าถ้าเราจะดูข้อมูลการออกใบเสร็จหรือรายการสินค้าที่ถูกยิงบาร์โค้ด แบบนี้ทำได้ไหมคะ”

               “ทำได้จากเครื่องบริเวณแคชเชียร์ครับ” ฝ่ายนั้นตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป

               ลินดาดึงสมุดโน้ตออกจากกระเป๋าเสื้อ เธอกวาดตามองสิ่งที่จดเอาไว้ มันคือสิ่งที่เธอต้องการจะหาคำตอบ ทุกข้อความนั้นเหมือนกับที่ชายหนุ่มรหัสฆาตกรได้บอกเอาไว้ทุกอย่าง นอกจากนั้น เธอยังมีการบันทึกสิ่งที่เธอมีข้อมูลหรือหาคำตอบได้แล้ว เธอกวาดตามองเจ้าหน้าที่แคชเชียร์ ด้วยเวลาสามทุ่มในตอนนี้ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการแทบไม่มี ส่วนบรรดาเด็กเก็บเงินก็พากันจับกลุ่มคุยกัน

               “นิโคลัส ฉันไปหาข้าวเย็นก่อนนะ”

               “เดี๋ยว โย!” นิโคลัสรั้งตัวโยเอาไว้แต่ก็ไม่ทัน “ปัดโธ่! นี่มาทำงานนะ!

               “หัวหน้าชุดดูจะคุ้นเคยกับคุณฆาตกรแล้วนะคะเนี่ย” ลินดายิ้ม เธอพับสมุดจดกลับลงในกระเป๋าเสื้อ “อย่างกับเพื่อนซี้กันเลยนะคะ”

               “ไม่ได้ซี้กันเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”

               “เหรอคะ แต่ก็เอาเถอะค่ะ เอาเป็นว่าหัวหน้าชุดสบายใจได้เลยนะคะ ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้หัวหน้าชุดเป็นอะไรไปแน่นอนค่ะ”

               นิโคลัสไม่ตอบ

               “ไปทำงานกันดีกว่าเนอะ”

               หญิงสาวฉีกยิ้มให้หัวหน้าของเธอก่อนจะเดินนำหน้าไปยังวงสนทนาเฮฮาของบรรดาพนักงานแผนกชำระเงิน เธอดึงตราประจำตัวขึ้นมาแสดงให้คนทั้งกลุ่มดูและนั่นเป็นการปิดการสนทนาลงอย่างเป็นทางการ เธอถามหาพนักงานที่ชื่อ อาร์โนล แมกซ์ ซึ่งตามรายงานคดีก่อนหน้านั้นระบุว่าเป็นพนักงานที่คุมแคชเชียร์เครื่องที่คนร้ายมารับบริการ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้าง อาร์โนล แมกซ์ไม่ได้มาทำงานเพราะกำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ

               “ถ้าอย่างนั้นผมถามนิดนึงก็แล้วกันครับ เครื่องเก็บเงินพวกนี้สามารถย้อนหาชื่อสินค้าได้ไหมครับ” นิโคลัสถามเจ้าหน้าที่บริเวณนั้นซึ่งมองหน้าเขากลับมาด้วยความตื่นเต้นเหมือนเจอไอดอล “เมื่อกี้เราเพิ่งคุยกับผู้จัดการ เขาบอกว่าน่าจะได้ถึงสามปี”

               “ตามหลักก็เกือบได้นะครับ” พนักงานแคชเชียร์ที่ชื่อราล์ฟตอบทันทีด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะพาตำรวจทั้งสองมายังเครื่องที่ตนเองประจำอยู่ เขาเปิดระบบให้ดู “ฐานข้อมูลของที่นี่มีความพิเศษมากครับ พนักงานทุกคนสามารถกรอกข้อมูลที่ต้องการได้จากเครื่อง ซึ่งมันก็เป็นข้อดีเพราะสามารถใช้ตรวจสอบว่าสินค้าชิ้นสุดท้ายที่หมดไปจากสต็อกคือเมื่อไร มาจากเลขล็อตอะไร หรือจะใช้เก็บสถิติยอดขายสินค้าแต่ละตัวในแต่ละวัน และที่สำคัญที่สุดก็คือคุณสามารถใส่คำค้นได้ด้วย”

               “ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่าคุณสามารถสืบค้นได้ว่าในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา มีสินค้าอะไรถูกขายออกไปบ้างสินะครับ”

               “ได้มากกว่านั้นครับ ระบบของเราดีในระดับที่สามารถสืบค้นได้ถึงช่วงเวลาและหมายเลขเครื่องที่ขายสินค้าออกไปด้วยครับ”

               “ซึ่งก็เท่ากับว่าคุณสามารถสืบค้นหาสินค้าที่คุณแมกซ์ยิงบาร์โค้ดในวันที่ 5 มิถุนายน ช่วงเวลาสองนาฬิกาจนถึงสามนาฬิกาได้สินะคะ” ลินดากล่าวถาม

               “ถูกต้องที่สุดครับ” ราล์ฟป้อนข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่สืบสวนทั้งสองต้องการ เขาเคาะปุ่มเอนเทอร์ครั้งหนึ่งแล้วรอให้ระบบประมวลผล “แต่ผมต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าสิ่งที่ออกมาจะเป็นหมายเลขบาร์โค้ด แล้วเราถึงจะเอาหมายเลขพวกนี้ไปค้นในคลังข้อมูลอีกครั้งว่าตรงกับสินค้าอะไร”

               รอไม่นาน ข้อมูลก็ปรากฏขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์ ช่วงเวลา 2.00 น. ถึง 3.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ลินดาได้มาจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด มีสินค้าถูกยิงบาร์โค้ดไปทั้งสิ้นสิบรายการ ลินดาบันทึกตัวเลขที่ปรากฏขึ้นมาลงในสมุดจดของเธอด้วยความเร็วประหนึ่งสายฟ้า ดังนั้นนิโคลัสจึงไม่แปลกใจเลยที่เธอจะขับรถเร็วขนาดนั้น

               ร่างเล็กมองตัวเลขที่เรียงเป็นแผงแปดตัว จำนวนสิบบรรทัด ท้ายของแต่ละบรรทัดนั้นจะถูกต่อท้ายด้วยชื่อของอาร์โนล แมกซ์ ซึ่งย่อเอาไว้เพียง MAX-A สินค้าทุกชิ้นถูกยิงบาร์โค้ด ณ เวลา 2.13 น. แตกต่างกันที่หน่วยวินาทีเท่านั้น

               เขารู้สึกว่าตัวเลขพวกนี้มันแปลกๆ

               “ทำไมตัวเลขบาร์โค้ดของพวกนี้มันแปลกๆ” เขาถามในขณะที่ยื่นมือเข้าไปชี้สิ่งที่เขาพูดถึง “ดูสิครับ ตัวเลขหกตัวแรกเป็น 101402 ทั้งหมดเลย ปกติสินค้าประเภทเดียวกันไม่จำเป็นต้องมีรหัสเหมือนกันนี่ครับ”

               “มันเป็นบาร์โค้ดที่ทางห้างทำขึ้นมาใหม่เพื่อง่ายต่อการจัดเรียงสินค้าในชั้นน่ะครับ ตัวเลข 10 จะเป็นรหัสขึ้นต้นของ T&Z ถ้าเป็นห้างอื่นของบริษัทก็จะเป็นเลขอื่น ส่วน 14 จะเป็นรหัสเขตที่ตั้ง และ 02 เป็นรหัสสาขา” ราล์ฟอธิบายด้วยรอยยิ้ม “แล้วก็อย่างที่ผมพูดไปซักครู่นี้ เราจะเอาตัวเลขที่ได้นี้ไปเทียบกับบาร์โค้ดแท้จริงของสินค้าในคลังข้อมูลครับ”

               “มันคือสิ่งที่ผู้จัดการกำลังไปเอามาสินะครับ” นิโคลัสหันไปถามลินดาซึ่งเธอก็พยักหน้ากลับมา

               ราล์ฟหันมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่ม “มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ”

               “หนึ่งคำถามครับ” นิโคลัสพยักหน้า เขากำลังจะถามในตอนที่โทรศัพท์มือถือของลินดาแผดเสียงเรียกเข้าดังลั่น เขามองเธอที่ทำหน้าตกใจตอนที่รู้ว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา “รับเถอะครับ ลินลิน”

               “ค่ะ จะรีบกลับมานะคะ”

               ความจริงแล้ว การรับโทรศัพท์ระหว่างการปฏิบัติงานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ทำการสอบปากคำหรือพูดคุยกับพยานเกี่ยวกับคดี แต่ในกรณีของลินดา เฉินแล้ว นิโคลัสอนุญาตเธอเป็นกรณีพิเศษ ลินดาเหลือแม่เพียงคนเดียวหลังจากเหตุการณ์จลาจลเมื่อสิบปีก่อน และในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เองแม่ของเธอก็ป่วยหนัก อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องคอยรับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลาแล้วแต่ว่าอาการของแม่เธอจะทรุดลงเมื่อใด สำหรับนิโคลัสแล้ว ลูกทุกคนควรจะได้อยู่ดูแลผู้บังเกิดเกล้าจนวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่อย่างเขาที่ทำได้เพียงมองแค่ป้ายหลุมศพเท่านั้น

               เขาปัดเรื่องเศร้าออกไปจากหัว นี่เป็นเวลางาน

               “ผมขอถามอะไรสั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีเลยละกันนะครับ” เขาบอกเจ้าหน้าที่แคชเชียร์ที่ยังคงยืนรอคอยคำถามจากเขา “ผมรู้สึกว่าคุณอธิบายระบบได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลย ไม่ทราบว่า--”

               “อ๋อ ผมคงลืมแนะนำตัวเองไป ผมชื่อราล์ฟ ไวซ์แมน กำลังเรียนปริญญาเอกสาขาคอมพิวเตอร์ครับ ผมกับพี่ชายอีกสองคนเปิดบริษัทเกี่ยวข้องกับการวางระบบฐานข้อมูล พวกเราสร้างโปรแกรมแบบเจ้าพวกนี้หลายสิบชิ้นด้วยกัน และเจ้านี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ” ราล์ฟอธิบายก่อนจะหยิบนามบัตรของตัวเองส่งให้ “คงสงสัยสินะครับว่าทำไมผม คนที่สร้างโปรแกรมนี้ ถึงมาอยู่ที่นี่”

               “เอ่อ... ก็ไม่ได้สงสัยอะไรขนาดนั้นหรอกครับ”

               “คือผมกำลังเก็บเงินที่เป็นของตัวเองอยู่น่ะครับ จริงอยู่ที่ว่าผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้สร้างระบบนี้และได้กำไรตอบแทนสูง แต่นั่นมันก็เป็นแค่ส่วนแบ่งที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการทางจิตใจผมซักเท่าไร” ราล์ฟตอบมาแม้ว่านิโคลัสจะบอกว่าไม่ได้สงสัยก็ตาม

               “ก็คงอย่างนั้นมั้งครับ พอดีผมเองไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้น”

               “คืออย่างนี้นะครับ คุณตำรวจ ผมเข้าใจว่าทางพวกคุณอาจจะต้องใช้ความสามารถทางคอมพิวเตอร์ในการคลี่คลายคดี ไม่คดีไหนก็อันคดีนึง แต่ถ้าพวกคุณต้องการความช่วยเหลือล่ะก็สามารถติดต่อมาที่ผมได้ตลอดเวลานะครับ โทรมาเบอร์ที่สองจะสะดวกกว่า” เขาชี้นิ้วลงมาที่นามบัตรในมือของนิโคลัส ก่อนจะก้มเข้ามาใกล้เล็กน้อย “ที่จริงตอนนี้ผมว่างอยู่นะครับ ถ้ายังไงเราลองคุยเรื่องนี้กันดูดีไหม ผมรู้จักร้านอาหารดีๆ ที่เราพอจะไปนั่งคุยกันได้”

               อย่างนี้นี่เอง นิโคลัสคิดในขณะที่ก้าวเท้าถอยหลังออกจากคนตรงหน้ามาก้าวหนึ่ง เขาก็ว่าแล้วเชียวว่าเจ้าแคชเชียร์หนุ่มคนนี้ดูกระตือรือร้นแปลกๆ ในตอนที่เขาเข้ามาถามคำถาม ที่แท้ก็เป็นชายหนุ่มหลงตัวเองที่คิดจะหาทางหว่านสเน่ห์ให้เขาสนใจ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รีบเข้ามาตอบทันทีแถมใช้สายตามองเขาเสียพรุนแบบนี้หรอก นิโคลัสรู้อย่างนั้นก็ทำได้เพียงตอบปฏิเสธไปอ้อมๆ แต่ในใจตอนนี้เขาวาดภาพตัวเองเอานิ้วจิ้มตาอีกฝ่ายจนร้องจ๊ากไปเรียบร้อยแล้ว

               “มาแล้วครับ เจ้าหน้าที่วิลเลียมส์”

               เสียงของผู้จัดการร่างยักษ์ทำให้ผู้รุกไล่เป็นฝ่ายถอยไปจากเขาก่อน ผู้จัดการยื่นเอกสารปึกหนาที่หนีบเป็นตั้งด้วยตัวหนีบสองขาสีดำให้กับนิโคลัส เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

               “ขอบคุณมากนะครับ คุณไวเซอร์” นิโคลัสกล่าวด้วยรอยยิ้ม

               เขาพูดคุยกับผู้จัดการในเรื่องต่างๆ อีกสักพัก และก็พบว่าผู้จัดการคนนี้ชื่นชมตำรวจมากๆ ในขนาดที่ใฝ่ฝันที่จะรับใช้ประชาชนด้วยการสมัครเป็นตำรวจ แต่เพราะหัวสมองที่เด่นไปทางด้านอื่น เขาจึงมาลงเอยด้วยการเป็นผู้จัดการแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือตำรวจ นอกจากนี้เขายังได้บ่นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องการขโมยเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งนิโคลัสก็รับปากที่จะแจ้งหน่วยที่ดูแลให้ทราบ

               ตอนนี้โยและลินดากลับมารวมตัวกันแล้ว

               “เอาล่ะ เสร็จธุระแล้ว จะกลับกันเลยไหม” นิโคลัสถามผู้มาด้วยทั้งสองหลังจากที่แยกมาจากผู้จัดการแล้ว เขามองโยที่ตอนนี้มีข้าวของวางกองอยู่สองข้างตัว “ซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ย นี่นายเอามอเตอร์ไซค์มา ลืมรึเปล่า”

               “พอดีมีเมนูที่นึกได้ในหัวน่ะ อยากจะลองทำ ไม่ได้ทำมานานแล้ว” โยตอบด้วยรอยยิ้ม

               “ไหนบอกฉันว่าทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เหรอ”

               “เป็นสิ ฉันแค่ขี้เกียจก็เลยใช้นายทำเท่านั้นเอง”

               “ให้ตายสิ...”

               ลินดาเห็นท่าทางเหนื่อยใจของหัวหน้าตัวเองก็หัวเราะออกมา “เอาเป็นว่าฉันไปส่งที่บ้านดีไหมคะ”

               “อย่าดีกว่าครับ ลินลิน ไปดูแลคุณแม่ดีกว่านะ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่เอาก็ได้ จะได้ไม่เสียเวลาลินลินเอา”

               “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ บ้านหัวหน้าชุดก็เป็นทางผ่านนะคะ”

               “นิโคลัส จริงๆ แล้วฉันมีที่ที่อยากจะแวะก่อนกลับบ้าน เราฝากของให้ลินลินไปวางไว้หน้าบ้านได้ไหม” โยบอก ลินลินก็ไม่ได้ปฏิเสธ แถมยังรับปากด้วยความยินดีอีกต่างหาก “ฝากด้วยนะ ลินลิน”

               ทั้งหมดเอาของไปใส่ท้ายรถก่อนที่จะแยกย้ายกัน นิโคลัสมองรถสีดำที่พุ่งทะยานออกจากที่จอดรถไปด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจ เขาจะไปถึงบ้านได้ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหากไปกับรถคันนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้เขามีเวลาไปนั่งเรียบเรียงข้อมูลคดีที่เพิ่มเติมขึ้นมาในวันนี้ แต่สิ่งที่เขาดีใจก็คืออย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องไปต่อสู้กับอาการคลื่นไส้วิงเวียนจากการโดยสารรถคันนี้

               เขาเดินกลับไปหาโยซึ่งขณะนี้กำลังรออยู่ที่มอเตอร์ไซค์คันหรูดูโฉบเฉี่ยวที่พี่เขยยกมาให้ใช้ ร่างสูงที่รออยู่นั้นส่งหมวกกันน็อคมาให้เขาและบอกให้เขาขึ้นซ้อนท้าย แต่ทว่าก็ไม่ยอมบอกว่าจุดหมายปลางทางนั้นคือที่ใด

 

 

               “ฉันไม่อยากเชื่อเลย! นายลากฉันไปตะลอนซะทั่วเพื่อเบียร์สองแพ็คเนี่ยนะ!”

               นิโคลัสบ่นเสียงดังหลังจากกลับมาถึงบ้าน เขาหิ้วถุงกระดาษที่ใส่ข้าวของมากมายจาก T&Z ซึ่งเพื่อนร่วมงานของเขาอาสาเอามาส่งให้เมื่อเกือบสองชั่วโมงที่แล้ว โดยมีร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาเดินหิ้วของที่เหลือตามเข้ามา เขากำลังหัวเสียอย่างมากกับการถูกลากไปตะลอนๆ อยู่นอกบ้านจนมืดค่ำแบบนี้ นี่มันจะห้าทุ่มแล้ว เขาควรจะอยู่ในห้องนอนและทำงาน ไม่ใช่เพิ่งกลับบ้านแบบนี้

               แต่ดูเหมือนโย โทชิยูกิจะไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในหัวเลย “เอาน่า... นานๆ ทีจะได้พัก” เขาตรงไปที่ห้องครัวซึ่งตอนนี้เจ้าของบ้านกำลังแยกข้าวของออกมาใส่ตู้เย็น “ว่าแต่อาหารฉันอยู่ไหนเหรอ”

               “วางไว้ให้บนเคาน์เตอร์ตรงนู้น”

               “โอเค เห็นแล้ว ขอบใจมาก”

               เพราะเวลาที่ล่วงเลยจนเกือบเข้าวันใหม่ โยจึงเสนอให้นิโคลัสซื้ออาหารทำสำเร็จจากร้านสะดวกซื้อระหว่างทางมาเป็นมื้อเย็น แทนที่จะต้องมานั่งทำอะไรให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

               “เฮ้อ เหนื่อยชะมัดเลย ให้ตายเถอะ” ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหน็ดเหนื่อยหลังจากที่จัดการเอาของเข้าตู้เย็นจนเสร็จ “วันนี้ทุกอย่างเร่งรีบอย่างกับตอนคดีเข้ามาใหม่ๆ เลย” เขาบ่นแต่แล้วก็ยิ้มออกมา “แต่มันก็ตื่นเต้นดี น่าแปลกเนอะ”

               “ไม่แปลกหรอก” โยตอบพลางเปิดกระป๋องเบียร์แล้วส่งมาให้อีกฝ่าย “เอาไป ของนาย”

               “นายกำลังจะทำให้ฉันไม่อยากกินอะไร เพราะอยากจะกระดกแต่เจ้านี่ใส่กระเพาะนะ รู้ไหม”

               “แบบนี้สิที่น่าสนใจ แต่ว่านะ ฉันก็ไม่อยากทำร้ายกระเพาะนายซักเท่าไรแฮะ”

               ทั้งคู่จัดการสเต็กไก่ราดซอสพริกไทดำเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายลุกไปจากโต๊ะอาหารก่อน เขาตรงไปยังห้องรับแขก จัดการผลักหน้าต่างบานเลื่อนออกไปจนสุดราง ปล่อยให้แสงจันทร์สีเงินสาดลงบนใบหน้าของเขา สายลมเย็นยะเยือกโบกสะบัดผมสีดำขลับจนยุ่งเหยิง ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงนั่งลงตรงนั้น

               “เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”

               เสียงหวานทักเขาก่อนที่ร่างบางจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ ในมือก็มีเบียร์สองกระป๋อง ฝ่ายนั้นยื่นกระป๋องหนึ่งมาให้เขา

               “เพิ่งรู้ว่านายไม่ห้ามฉันดื่ม” โยพูดไปก็ยิ้มไป “แน่ใจนะว่าทำแบบนี้ไม่เป็นไรน่ะ”

               “เอาเถอะน่ะ วันนี้นายช่วยพวกเราทำงานมาทั้งวันนะ” ร่างบางตอบเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “ตอบแทนที่นายตั้งใจช่วย ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นวันนึงก็แล้วกัน ถึงฉันก็นั่งดื่มกับนายด้วยก็เถอะ”

               “ขอบใจนะ นิโคลัส”

               ความเงียบกลับมาครอบครองพื้นที่ในห้องแคบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขานั่งยืดขาสบายๆ ยกกระป๋องเบียร์สีทองเย็นเฉียบขึ้นจิบเป็นระยะไปพลางมองก้อนเมฆบางๆ สีเทาลอยเข้ามาบดบังดวงจันทร์กลมโตสีเงินที่ลอยเด่นบนฟ้า เมฆเหล่านี้กรองแสงให้จางลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

               “วันนี้น่ะ...” ร่างบางเป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมาก่อน แต่ก็หยุดไว้เพียงแค่นั้น

               “นายสุดยอดไปเลยนะ” โยพูดออกมาทั้งๆ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังกล่าวไม่จบ เขาวางกระป๋องเบียร์ลงกับพื้น มองอีกฝ่ายที่หยิบกระป๋องที่สามของวันนี้ขึ้นมาเปิด “ตอนนั้นนายสุดยอดไปเลย... ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ”

               “แต่ฉันร้องไห้...”

               “ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” ร่างสูงส่งยิ้มให้นิโคลัส มือใหญ่จับเข้ากับหัวไหล่ของอีกฝ่าย ดึงเข้ามาโอบเอาไว้กับตัว “มั่นใจในตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยสิ ทุกคนเขาเชื่อมั่นในนายมากนะ”

               “...ฉันรู้น่ะ”

               “ถ้ารู้ก็ทำเข้าสิ”

               นิโคลัสเงียบไป ถึงอย่างนั้นเขาก็เหลือบดวงตากลมโตลอบมองร่างสูงเจ้าของกล้ามแขนแข็งแรงที่เขากำลังอยู่ในอ้อมแขน ท่าทางของฝ่ายนั้นให้อารมณ์เงียบสงบราวกับเส้นขอบน้ำ มือใหญ่ที่สัมผัสอยู่ตรงไหล่นั้นอบอุ่น รู้สึกสบาย ผิดกับทุกครั้งที่เขาต้องอยู่กับผู้ต้องหารายไหนๆ มันชักทำให้เขาคิดแล้วว่ามันจริงอย่างนั้นหรือที่คนคนนี้คือฆาตกรสิบหกศพ และอะไรกันที่ทำให้อีกฝ่ายดีกับเขาถึงขนาดนี้

               “นาย... เป็นใครกันแน่ โย”

               มันเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

               “ฉันเป็นใคร ไม่สำคัญหรอก” โยพูดขึ้นราวกับจริงจังกับคำถามนี้ “มันสำคัญที่ว่าฉันจะปกป้องนายได้หรือเปล่าต่างหาก... ชีวิตของฉันเป็นของนายแล้ว ฉันถวายชีวิตของฉันเพื่อให้นายปลอดภัย”

               “ฉันไม่เข้าใจนายเลย โย สมกับที่เป็นฆาตกรปริศนา ฉันยอมแพ้แล้วล่ะ”

               นิโคลัสหัวเราะออกมาอย่างจนใจ มันช่างน่าตลกที่จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งบอกกับเขาว่าจะตายแทนได้ ทั้งๆ ที่เขากับฝ่ายนั้นไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก่อนเลย

               “ฉันพูดถึงขนาดนี้นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ” โยดันตัวอีกฝ่ายออกห่าง “เวลาที่คนเขาพูดแบบนี้น่ะ มันแปลว่า...” เขาโน้มตัวลง แตะริมฝีปากนุ่มลงบนเรียวปากสีชมพูดูหวานของอีกฝ่าย “ฉันรักนาย ยังไงล่ะ”

               ร่างบางมองใบหน้าคมของคนตรงหน้าที่อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกสัมผัส ดวงตาสีฟ้าประดุจน้ำแข็งที่เคยมองดูเยือกเย็นนั้นกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและเหมือนกับกำลังยิ้มให้อย่างอ่อนโยนในตอนนี้ เสียงลมหายใจได้ยินอย่างชัดเจนและยังสะกิดเข้ากับผิวเย็นที่ปลายจมูกของเขา  ฝ่ายนั้นเข้าใกล้เขามากเกินไป แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องหลีกหนี

               ชายหนุ่มส่งร่างเล็กกว่าลงกับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ไม่สนใจว่ากระป๋องเบียร์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ นั้นจะกระเด็นไปทางไหน เขากดเบียดเรียกปากร้อนผ่าวลงบนริมฝีปากคู่สวยของคนเบื้องล่าง ฝ่ายนั้นไม่ตอบโต้แต่กลับยินยอมให้เขาเข้าหาอย่างง่ายดาย จุมพิตทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้ง ในขณะที่มือใหญ่ที่ให้ความรู้สึกหยาบน้อยๆ เริ่มสัมผัสเรือนร่างเปราะบางและลากไล้ความร้อนของผิวกายไปตามเนื้อผ้าบาง ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดน ฝ่ายนั้นเริ่มพยายามหลบหนีแต่ก็ไม่อาจจะหลุดไปจากการควบคุมของจุมพิตและแรงอันมหาศาลของคนตรงหน้าได้

               โยคลายริมฝีปากออกเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ “นิโคลัส...”

               “อ...” เพราะปลายนิ้วที่ร่างสูงเล่นสนุกอยู่ นิโคลัสจึงไม่อาจจะเอ่ยพูดอะไรไปได้ เขาทำได้เพียงหลบใบหน้าแดงก่ำไปให้พ้นอีกฝ่ายเท่านั้น “...อะไร”

               ร่างสูงมองนิโคลัสด้วยความประหลาดใจ เพราะอะไรเขาถึงยังไม่โดนหมัดสวนกลับ อะไรทำให้ฝ่ายนั้นไม่ตอบโต้กลับมาแม้แต่น้อย แถมยังมีทีท่าน่ารักเสียเขาทนไม่ไหวอีกต่างหาก เพราะเบียร์อย่างนั้นเหรอ

               เพราะอะไร เขาก็ไม่สนใจหรอก เขารอเวลาแบบนี้มานานแล้ว

               แต่ก่อนที่จะได้ลงมือไปมากกว่านี้ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของร่างบางก็ดังและสั่นขึ้น เสียงเพลงประกอบภาพยนตร์สไตล์สงครามอวกาศทำให้โยที่กำลังตั้งใจจะไปต่อถึงกับระเบิดหัวเราะออกมา เขาปิดปากกันตัวเองส่งเสียงขำไปมากกว่านี้ พลางทำมือบอกให้อีกฝ่ายรีบรับสาย

               นิโคลัสรู้ดีว่าถ้าเพลงแบบนี้ดังขึ้น ใครจะเป็นคนโทรมา “ครับ หัวหน้าแผนก” คนที่เขาตั้งเสียงเรียกเข้าแบบนี้ให้มีเพียงหัวหน้าแผนกอาชญากรรมและฆาตกรรมเพียงคนเดียวเท่านั้น “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            [นายอยู่ที่ไหนน่ะ นิคกี้ เสียงนายฟังดูไม่ดีเลย]

               “อยู่บ้านครับ” นิโคลัสตอบกลับ

            [ไม่สบายหรือเปล่า เสียงนายไม่ดีจริงๆ นะ]

               “เอ่อ... ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”

               [โอเค ไม่เป็นไรก็ดี] คาลเวิร์ตตอบกลับมา [คืองี้นะ ฉันเพิ่งได้คุยกับลินดา เฉิน เธอบอกว่าพยายามโทรมาหานายหลายรอบแต่นายไม่ยอมรับสาย]

               นิโคลัสนิ่งไปสักพัก จะว่าไปแล้วตั้งแต่ถึงบ้าน เขาก็ยังไม่ได้เช็คโทรศัพท์ตัวเองเลย

               “ผมเพิ่งถึงบ้านน่ะครับ เมื่อกี้ก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์ อาจจะไม่ได้ยิน”

            [ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าเมื่อกี้ลินดาบอกฉันมาว่าเกิดเรื่องยากขึ้นแล้ว]

               “เรื่องยากอะไรครับ”

            [สารเคมีทุกอย่างที่ T&Z ขายไม่ใช่สารตัวเดียวกับที่พบในเหยื่อทุกรายน่ะสิ]

               “บ้าเอ๊ย!

               มีเสียงถอนหายใจออกมาจากต้นสาย [ฉันก็สบถแบบนี้มาเป็นสิบๆ รอบแล้วล่ะ]

               “ผมจะพยายามทำอะไรซักอย่างละกันครับ ขอบคุณที่โทรมาแจ้งแทนลินลินนะครับ” ร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “พรุ่งนี้ผมจะเรียกทุกคนประชุมมาอีกรอบ รบกวนหัวหน้าเข้าด้วยนะครับ”

               [เข้าใจแล้ว] ต้นสายทิ้งช่วง [นิโคลัส ระวังตัวด้วยนะ]

               “รับทราบครับ ขอบคุณครับ”

               นิโคลัสกดวางสาย เขาไม่ชอบน้ำเสียงของคาลเวิร์ตที่ใช้กับเขาเมื่อกี้นี้เลย เขาเกลียดน้ำเสียงที่แสดงออกว่าเป็นห่วงของพี่เขยคนนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกมองว่าเป็นเด็ก

               “เอ้า! ถอยไป งานมาแล้ว” ร่างเล็กผลักตัวสูงตรงหน้าออกไปเต็มแรงซึ่งฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ขัดใจเขา เขาลุกขึ้น จัดการตบเสื้อผ้าให้เข้าที่ และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเมื่อครู่นี้ถึงปล่อยให้อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวได้ขนาดนั้น “ลินลินแจ้งหัวหน้าแผนกมาว่าสารเคมีที่ขายใน T&Z ไม่ใช่สารตัวเดียวกันกับที่ฆาตกรใช้”

               “เรื่องนั้นน่ะฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้ว” ร่างสูงตอบกลับมาทันทีและนั่นทำให้เจ้าของคดีถึงกับหยุดกึ้ก “ทำไมล่ะ นายก็เห็นนี่ว่าฉันเดินสำรวจทั้งห้าง”

               “เฮ้ นี่มันไม่ตลกนะ นายรู้แล้วทำไมไม่บอกฉัน” ร่างบางว่าก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของตัวเองโดยมีโยเดินตามมาติดๆ “นี่เท่ากับว่าเราโดนฆาตกรหลอกมาตลอดทั้งปีเลยนะ”

               “บางทีเราน่าจะรอดูท่าทีของหมอนี่ก่อนนะ” โยพูดขึ้นซึ่งทำให้นิโคลัสขมวดคิ้ว “อะไร”

               “รอดูท่าทีงั้นเหรอ นายจะบ้ารึไง ไอ้ฆาตกรเวรนี่มันกำลังจะฆ่าคนในอีกไม่กี่วันนี้แล้วนะ!” นิโคลัสประท้วงเสียงดัง “นายกำลังจะบอกว่าจะรอให้มันฆ่าคนก่อนงั้นเหรอ!”

               “เปล่า ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” โยปฏิเสธ เขานั่งลงที่เตียงนอนของอีกฝ่าย “ฟังฉันนะ ต่อให้นายดิ้นรนแทบตายยังไง นายก็จะยังไม่มีทางได้เบาะแสอะไรเพิ่ม”

               “ไม่! ฉันไม่ยอมเรื่องแบบนี้หรอก!”

               “นิโคลัส ตอนนี้นายกำลังเป็นรองอยู่ นายไม่มีแม้กระทั่งจุดหรือแหล่งที่นายจะลงไปดูข้อมูล สิ่งที่นายทำได้ในตอนนี้มีแค่การส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกไปลาดตระเวนทั่วๆ เผื่อโชคจะเข้าข้าง”

               นิโคลัสชักสีหน้าไม่พอใจออกมา “ไม่ ฉันไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่” เขาบอก “มันต้องมีอะไรซักอย่างนึงที่จะทำให้เราหาตัวหมอนี่เจอก่อนที่มันจะฆ่าใคร”

               “ฉันรู้ว่านายจะไม่ยอมแพ้ ฉันเองก็จะช่วยนายเหมือนกัน” โยบอกก่อนชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ “ลองให้ใครก็ได้ในทีมนายหาข้อมูลแหล่งจำหน่ายสารเคมีการเกษตรใหม่ ไม่ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งที่ตั้ง เอาชื่อร้านมาให้ได้ทั้งหมด”

               “ไม่บอกฉันก็ทำน่ะ”

               นิโคลัสรู้ดีว่านี่เป็นสิ่งแรกที่เขาจะต้องทำ การหาแหล่งจำหน่ายสารเคมีเหล่านี้ไม่ยากเลย เพราะร้านค้าใดก็ตามที่ต้องการจะขายสินค้าในกลุ่มนี้จำเป็นต้องทำใบอนุญาตประกอบการค้าขายสารเคมีทุกๆ ปี เพียงแค่เปิดฐานข้อมูล ไม่กี่วินาทีต่อมาข้อมูลทั้งหมดก็จะหลั่งไหลออกมาพร้อมจะถล่มทับทันที แต่การที่พวกเขาคาดเดาสถานที่ซื้อสารเคมีของฆาตกรผิดพลาดนั้นน่าจะเกิดจากการด่วนสรุปประกอบกับการโดนหลอกเสียมากกว่า เพราะพวกเขายึดติดกับเรื่องระยะทางและเวลามากเกินไป

               “ถ้ายังไงก็ราตรีสวัสดิ์นะ นิโคลัส”

               “ดี๋ยว! นายจะไปไหนน่ะ” นิโคลัสหยุดอีกฝ่ายที่กำลังจะเปิดประตูออกไปจากห้องทั้งๆ ที่ฝ่ายนั้นเพิ่งพูดอยู่หยกๆ ว่าจะช่วย “ไหนนายบอกว่าจะช่วยไง”

               “ฉันไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ไม่อยากอยู่ในห้องแล้วรบกวนนาย” ฝ่ายนั้นบอก

               “... โอเค ตอนกลับเข้ามาอย่าเปิดประตูเสียงดังล่ะ”

               “รับทราบครับ” โยตอบกลับด้วยท่าทางขี้เล่นก่อนจะบิดประตู แต่แล้วเขาก็เดินกลับเข้ามา จูบแก้มของตำรวจหนุ่มเบาๆ ครั้งหนึ่ง “ราตรีสวัสดิ์อีกรอบนะ” ว่าแล้วก็เดินออกจากห้องไป

               “จ... เจ้าบ้าเอ๊ย” ร่างเล็กพึมพำออกมาหลังจากที่ประตูห้องปิดลง ทั้งๆ ที่อากาศเย็นแต่ตอนนี้แก้มเขากลับร้อนฉ่าอย่างกับโดนไฟเผา

               เป็นความผิดของเบียร์ เขาโทษ

               นิโคลัสถอนหายใจ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาหัวใจเต้นตึกตักหรือคิดเรื่องอื่น คดี The Chemist กำลังพลิกกลับมาอยู่ในสภาวะเดิม นั่นคือตามหลังฆาตกรอยู่หลายก้าวทั้งๆ ที่คิดว่าจะตามทันแล้ว และในตอนนี้เขาก็รู้อยู่อย่างเต็มอกว่าในอีกไม่นานนี้ฆาตกรจะลงมือสังหารเหยื่ออีกครั้ง

               คอมพิวเตอร์ถูกเปิดขึ้นตามคำสั่งปลายนิ้วสัมผัส นิโคลัสจำเป็นต้องส่งอีเมลให้สมาชิกในชุดทีมสืบสวน เขาต้องการความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่จากทุกคนเพื่อที่จะหาข้อมูลไว้สำหรับตีตื้นฆาตกรรายนี้ ในหน้าต่างอินบอกซ์ของเขาแสดงหมายเลข (1) ซึ่งหมายถึงมีอีเมลฉบับใหม่เข้ามา เขาคลิ้กเข้าไปทันทีโดยหวังว่ามันจะเป็นข้อมูลที่คนในทีมส่งมาให้

               แต่แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง

 

               FROM: HANZ001@wavermail.com

               RECEIVE: TUE, NOV 20th 2012; 19.11 PM

               SUBJECT: No Subject

               Target Locked! 121812. Come and catch me.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

464 ความคิดเห็น

  1. #326 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:46
    ตอนนี้มันช่างดีอะไรแบบเน้ เขินแรงง แต่ตอนสุดท้ายนี่ไม่สนุกเบยย คนร้ายมาปั่นหัวต่ออีกแล้ว
    #326
    1
    • #326-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 9)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 19:28
      ขอตอบรวบๆ ทั้งหมดตรงนี้นะคะ

      ก่อนอื่นก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่นึกว่าจะมีคนใหม่ๆ เข้ามาอ่านเพราะนิยายลงไปนานแล้ว นึกว่าจะขี้เกียจอ่านไล่ตามกัน 55555 หวังว่าจะถูกใจตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายนะคะ :)

      เรื่องนี้ร้ายกาจกันทุกคนล่ะค่ะ ทั้งโย ทั้งคนร้าย และคนอื่นๆ ที่จะโผล่มาในตอนต่อๆ ไป 55555

      #326-1
  2. #267 NPK_Nuch (@NPK_Nuch) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 10:51
    เขิลเลยยยย>////<
    #267
    1
    • #267-1 Tearzsz (@tear-z) (จากตอนที่ 9)
      6 ตุลาคม 2560 / 20:10
      เขินกว่านี้ก็มีนะคะ อิอิ
      #267-1
  3. #6 DCI-273-46 (@Bonhiver) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 21:21
    Good !
    #6
    0