[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,692 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,327 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    596

    Overall
    244,692

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 พระสนมแห่งตำหนักเย็น [edited]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 455 ครั้ง
    10 ก.ค. 61

ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะสิ้นสุดลงพร้อมๆกับการเริ่มต้นของคิมหันต์ซึ่งเป็นสิ่งที่หลากหลายผู้คนดีใจไม่น้อย

แสงแดดไม่แผดเผาแต่อบอุ่น ใบไม้ล้วนเป็นสีเขียวอ่อนละมุน ในช่วงที่อากาศดีๆแบบนี้แม้แต่แมวก็ยังนอนเหยียดอย่างเกียจคร้าน ร้องออกมาเบาๆ แล้วก็ซบลงกับอุ้งเท้าของมัน  ก่อนจะหลับใหลสู่ห้วงนิทราราวกับหิมะก้อนกลมๆ อย่างน้อยๆก็แมวของพระสนมตาบอดนี่แหละที่เป็นเช่นนี้


พระสนมตาบอดสดับถึงเสียงอุ้งเท้าแมวที่เหยียบย่างลงบนพื้น เสียงร้องเหมียวเบาๆ เสียงลมพัดผ่านขนฟูของมัน และทั้งหมดนี้ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้


เขาก้าวลงจากบันไดด้วยก้าวเล็กๆ ทีละเล็กทีละน้อยจนมาหยุดอยู่กลางลาน ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้หวายเพื่อดื่มด่ำกับความสงบยามบ่าย



บนใบหน้านั้นประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา



ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพระสนมตาบอดเข้ามาในพระราชวังตั้งแต่เมื่อไหร่ เช่นเดียวกับที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าทำไมพระสนมถึงโดนกักตัวอยู่ในตำหนักเย็น แม้กระทั่งเหตุผลที่ว่าทำไมพระสนมถึงตาบอดเองก็ไม่มีผู้ใดรู้



ในรั้วพระราชวังแห่งนี้บ้างก็ว่าพระสนมเจ็บป่วยด้วยพิษไข้รุนแรงตั้งแต่ยังเด็กจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม้จะหายไข้แล้วกลับต้องสูญเสียการมองเห็นแทน บ้างก็ว่าเมื่อครั้งพระสนมเข้าสู่พระราชวังแห่งนี้ดวงตาคู่นั้นช่างสวยงามและมีชีวิตชีวา แต่ผู้ใดกันจะรู้ว่าเกิดอะไรกับดวงตาแสนสวยคู่นั้นจนเป็นเช่นทุกวันนี้



ณ ที่แห่งนี้บ่าวรับใช้ และบริวารต่างก็ถกเถียงเกี่ยวกับพระสนมตาบอดแต่ก็หาได้มีคนเชื่อใครคนใดไม่ และเมื่อเวลาผ่านไปก็แทบจะไม่มีใครรู้ว่าพระสนมตาบอดนั้นนามว่าอย่างไร เพราะสูญเสียการมองเห็นผู้คนจึงเรียกเพียง พระสนมตาบอด แม้กระทั่งพระสนมองค์อื่นๆแห่งวังหลวงต่างก็เรียกเขาเช่นนี้และในที่สุดก็ไม่มีใครจดจำชื่อของเขาได้



แต่กระนั้นทั่วทั้งวังหลวงต่างก็รู้ว่าที่ตำหนักเย็นนั้นพระสนมตาบอดได้เลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งชื่ออวี้หลี แมวตัวนั้นคือสมบัติล้ำค่าของพระสนม



อวี้หลีนั้นมีสีขาวราวหิมะ ไม่มีแม้ขนสักเส้นที่สีผิดเพี้ยนไป ยามได้สัมผัสก็เป็นความรู้สึกที่นุ่มนิ่มที่สุดชวนให้รู้สึกดีเสียยิ่งกว่าสัมผัสของผ้าไหมราคาแพง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดวงตากลมใสที่ราวกับดูดวิญญาณผู้คนยามได้สบสายตา



พระสนมให้การดูแลเจ้าแมวเป็นอย่างดีในฐานะเป็นสิ่งที่เขารักที่สุดแม้กระทั่งยามนอนหลับก็ยังกอดรัดอวี้หลีไว้ในอ้อมกอด แต่แมวตัวนี้ร้ายกาจนัก มันมักจะหนีออกจากตำหนักเย็นเสมอ ยามใดที่มันคิดจะหนีแม้กระทั่งขนสักเส้นก็ไม่มีให้พบ



ถ้าแม้นครั้งใดอวี้หลีไม่กลับมาก่อนค่ำ พระสนมก็จะไม่สบายพระทัยและมักจะให้เสี่ยวเป่าออกตามหามัน



วังหลวงช่างใหญ่โตนัก พยายามหาใครสักคนนั้นว่ายากแล้วย่อมไม่ต้องพูดถึงการตามหาแมวหนึ่งตัวเลย เสี่ยวเป่ามักจะหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เป็นนิจและกลับตำหนักเย็นไปด้วยใบหน้าเช่นนั้น



“พระสนม เราแทบจะไม่มีสิ่งใดประทังชีวิตอยู่แล้วแต่พระองค์ก็ยังอดทนดูแลแมวตัวนั้น”



พระสนมปิดตาลงแล้วยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เลี้ยงอวี้หลีไว้ก็ดีแล้ว ตำหนักเย็นแห่งนี้เงียบเหงาและไร้ชีวิต มีอวี้หลีอยู่แล้วข้าไม่รู้สึกเหงาอีกเลย”



เรื่องอาหารก็เช่นกัน พระสนมมักแบ่งส่วนเอาไว้ให้อวี้หลีและบางคราถึงกับยอมอดอาหาร



มีเพียงไม่กี่คนในวังหลวงที่เคยพบพระสนมตาบอดแต่คงกล่าวเช่นนี้ไม่ได้เมื่อพูดถึงเสี่ยวเป่า มองข้ามขนาดตัวของเขาแล้ว เสี่ยวเป่าเป็นคนที่ดูถูกไม่ได้เลย เขาฉลาดเอามากๆ เสี่ยวเป่ามักจะคิดแผนหาวิธีนำอาหารมาที่ตำหนักเย็นอยู่บ่อยๆ



ในยามที่อากาศหนาวเริ่มเย็นขึ้น เสี่ยวเป่านั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรือนของบรรดาขุนนางเพื่อขอเตาความร้อนให้พระสนม แม้จะเป็นเพียงเตาที่ไม่มีใครต้องการอีกแล้วก็ตาม



เพราะเตาความร้อนที่เสี่ยวเป่าได้มาจึงทำให้พวกเขาผ่านพ้นวันที่หนาวที่สุดของเหมันต์ฤดูมาได้



พระสนมเกลียดฤดูหนาว แต่อวี้หลีเกลียดเสียยิ่งกว่า หนึ่งคนหนึ่งแมวต่างก็กอดกันกลมและได้แต่สั่นสะท้านท่ามกลางความหนาวเย็น



แล้วจะให้เสี่ยวเป่าไม่รู้สึกอะไรกับทั้งสองได้อย่างไร? จะให้เสี่ยวเป่าไม่พยายามอย่างที่สุดหรือ แม้กระทั่งสองมือนั้นแทบจะเป็นน้ำแข็งและพุพอง ยามแผลเหล่านั้นเปิดเลือดสีแดงไหลไปตามปลายนิ้วและหยดลงบนหิมะ



พระสนมองค์อื่นๆของจักรพรรดิเองต่างก็ชอบอวี้หลี และต่างก็อยากที่จะเลี้ยงดูมันทั้งนั้น พวกนางเตรียมที่นอนอย่างดีและเตรียมปลาแห้งให้มัน อวี้หลีไม่แม้แต่จะชายตามอง แม้ในวันที่หนาวที่สุด โหดร้ายที่สุดของหน้าหนาว มันก็ยังอยู่เคียงข้างพระสนมตาบอด



ทั้งวังหลวงอัศจรรย์กับการกระทำเช่นนี้และต่างพูดกันไปว่า อวี้หลีหาใช่แมวธรรมดา



พระสนมตาบอดไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวรอบตัวเลย เขามองไม่เห็นและเดินไปไหนมาไหนได้ลำบากจึงได้แต่อยู่ที่ตำหนัก เสี่ยวเป่าคือคนที่นำเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในวังหลวงมาบอกแก่พระสนม



ไม่ว่าเสี่ยวเป่าจะพูดเรื่องอะไร เขาจะฟัง ไม่ว่าเช้าหรือเย็นใบหน้านั้นจะประดับด้วยรอยยิ้มเสมอ



เสี่ยวเป่าชอบที่ทุกอย่างเป็นอย่างนี้


พระสนมตาบอดชอบอวี้หลี เพราะแบบนั้นเขาเลยต้องรักอวี้หลีอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อใดก็ตามที่อวี้หลีหายตัวไป เสี่ยวเป่าต้องเสี่ยงกับเสียงด่าและการลงโทษเพื่อไปตามหาเจ้าเหมียวนอกตำหนักเย็น ไม่ว่าจะเป็นในสวนหรือในครัวหลวง



ถ้าเสี่ยวเป่าไม่ไป พระสนมก็จะดั้นด้นเพื่อไปตามหาด้วยตัวเอง เช่นนั้นแล้วเสี่ยวเป่าจึงยอมที่จะเป็นคนได้รับโทษแทนพระสนมเอง



ฤดูหนาวช่างห่างไกลในความรู้สึก เมื่อในตอนนี้ฤดูใบไม้ผลิสิ้นสุดลงและฤดูร้อนมาถึง พระสนมในตอนนี้มีความสุขมาก



ในช่วงที่อากาศดีเช่นนี้ ในยามบ่ายเช่นนี้ สายลมอุ่นๆก็คอยกล่อมคนให้หลับเอาได้ง่ายๆ พระสนมนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายแสนสบาย อวี้หลีอยู่ตรงแทบเท้า ไม่มีบ่ายวันไหนที่จะดีไปกว่าวันนี้แล้ว ราวกับว่าสิ่งดีๆทั้งหลายบนโลกใบนี้หลอมละลายไปกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์และไหลรินลงมาบนพื้นที่เล็กๆแห่งนี้



พระสนมนั้นไม่รู้ตัวแต่ว่าในขณะนี้ มีบุรุษผู้หนึ่งยืนมองเขาจากทางเข้าของลาน หนึ่งบุรุษนั้นยืนมองด้วยใบหน้าที่อิ่มเอม ราวกับใบหน้าที่สุขสงบยามได้พักผ่อน แล้วเขาก็เผลอยิ้มออกมา รอยยิ้มที่หลอมรวมกับความไออุ่นของแดด



พระสนมไม่รู้อีกเช่นกันว่าชายที่ยืนอยู่นั้นสวมอาภรณ์สีเหลืองทองสว่าง และมีพู่ที่ถูกทำอย่างประณีตคล้องอยู่กับเอว ใบหน้าฉายแววผ่อนคลาย ด้านหลังของเขาเป็นพรั่งพร้อมไปด้วยกลุ่มคนที่ยืนอย่างนอบน้อมโค้งกายคำนับรวมถึงบริวารในวังหลวงมากมาย



ถ้าดวงตาไม่สามารถมองเห็นได้ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรกัน?



เสี่ยวเป่าที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่โดยตลอดก็คุกเข่าลงกราบแทบจะไม่ทัน



ชายคนนั้นโบกมือให้เสี่ยวเป่าหยุดกระทำการต่อจากนั้น



เสี่ยวเป่ากลั้นลมหายใจด้วยใจตระหนก สายตาลอบมองพระสนมหากว่าพระสนมสามารถรับรู้ถึงการมีตัวตนของชายแปลกหน้า


 




ผู้ที่กำลังกึ่งกลับกึ่งตื่นนอนอย่างสุขสบายภายใต้ทินกรสุขใส



เสี่ยวเป่ารู้สึกว่าให้ร้องไห้ตอนนี้ก็ยังได้ ไม่เคยมีผู้ใดเหยีบย่างเข้ามาในตำหนักเย็นแห่งนี้ ทำไมต้องเป็นวันนี้กัน? แล้วยังเป็นคนคนนี้?



ทำไมเขาถึงมาที่นี่? ในเมื่อที่นี่คือตำหนักเย็น



เขามาอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว? ทำไมเขาไม่เอ่ยคำใดเลย? ทำไมเขาถึงมองพระสนม?



เสี่ยวเป่าคิดว่าตนเองกลายเป็นคนขี้แยไปแล้วจริงๆ



พระสนมตาบอดก็ยังคงใบหน้าไว้ซึ่งความสงบราบเรียบและอ่อนหวาน อวี้หลีที่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆโดยรอบพลันลืมตาขึ้น



ดวงตาแววใสกวาดมองรอบลานกว้าง ร้องครางออกมาเล็กน้อยแล้วโก่งตัว ก่อนจะกระโดดก้าวผ่านกลุ่มคนแล้วหายไปในพริบตา ทันทีที่ได้ยินเสียงอวี้หลีนั้น พระสนมค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นก่อนจะขยี้ตาน้อยๆ เขาตบมือแล้วร้องเรียก


“อวี้หลี”  แต่ไร้ซึ่งการตอบกลับ



เป็นไปได้อย่างไร? เมื่อครู่อวี้หลียังอยู่ตรงนี้



“อวี้หลี” เขาร้องเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม แต่ก็เหมือนครั้งแรก ไม่มีการตอบรับใดๆ



พระสนมถึงได้รู้แล้วว่าอวี้หลีไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมมันถึงหนีไปล่ะ? เขาได้รู้สึกกังวลอย่างช่วยไม่ได้



และนั่นทำให้เขาไม่สามารถนั่งเฉยๆได้อีกต่อไป ลุกขึ้นอย่างระมัดระวังจากเก้าอี้หวายและเริ่มต้นค้นหาอวี้หลีในสวนกว้าง พร้อมด้วยเสียงเรียกเบาๆ



“อวี้หลี.. อวี้หลี...”



ราวกับว่าเสียงเรียกนี้จะสามารถทำให้อวี้หลีกลับมาได้



เสี่ยวเป่าคุกเข่าอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง กำลังมองเจ้านายของตนที่คลำไปทั่วและกำลังตรงไปทางชายที่อยู่ในชุดคลุมสีเหลืองทองนั่น แต่เขาก็ทำได้เพียงมองด้วยความกังวล



‘ขอล่ะอย่าให้เกิดสิ่งใดขึ้นเลยเถอะ!’ เสี่ยวเป่าได้แต่ภาวนาในใจ ชายคนนั้นไม่ใช่คนที่ใครก็สามารถทำอะไรตามใจชอบด้วยได้



หากมีอะไรผิดพลาดไปแล้ว ต่อให้เสี่ยวเป่านั่งคุกเข่าอ้อนวอนจนขาทั้งสองข้างหักลง เขาก็ไม่สามารถช่วยเจ้านายได้



พระสนมตาบอดคิดถึงแต่เพียงแมวของเขา สองเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและสะดุดไปข้างหน้า กระเบื้องของตำหนักเย็นถูกปูไว้อย่างไม่ค่อยดีและเพราะพระสนมไม่สามารถมองเห็นได้ นิ้วเท้าสะดุดเข้ากับรอยแยกของกระเบื้องค่อยๆล้มลงสู่พื้นแข็ง



เสี่ยวเป่าร้องออกมาด้วยความกลัว ชายในชุดคลุมสีเหลืองก้าวออกมาข้างหน้าอย่างฉับไว ชายเสื้อคลุมโบกสะบัด  บ่าวรับใช้โดยรอบพากันมึนงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพราะตอนนี้พระสนมตาบอดได้อยู่ในอ้อมแขนของชายคนนั้นแล้ว



พระสนมหทัยเต้นไม่เป็นส่ำราวกับนกน้อยกำลังโบยบิน เม็ดเหงื่อเย็นไหลออกมาไม่รู้ตัว พระสนมนึกโทษตัวเองที่ไม่รู้จักระวังจนเกือบจะล้มลงไปเสียแล้ว แต่ดีว่าเสี่ยวเป่ามารับเขาได้ทัน



พระสนมทิ้งตัวลงกับแผ่นอกกว้าง ข้อเท้าพลิกทำให้รู้สึกเจ็บปวดมันจึงใช้เวลาพอสมควรที่จะให้เขากลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง มีบางอย่างไม่ถูกต้อง



นี่ไม่ใช่เสี่ยวเป่า!



เสี่ยวเป่าทั้งผอมและตัวเล็ก ยังสูงไม่เท่าเขาเลยด้วยซ้ำ เช่นนั้นผู้ใดกัน?



พระสนมลืมความเจ็บปวดที่ข้อเท้าแล้วผละออกมาจากอ้อมแขนชายแปลกหน้า



“ขะ.. ขอโทษด้วย...”



“ไม่เป็นไร คราวหน้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน” เสียงของเขาทุ้มนุ่มไม่มีร่องรอยของโทสะ จนพระสนมเองก็รู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง


“เจ้าเป็นใคร?”



“ข้าน่ะหรือ?” เสียงนั้นชะงักเล็กน้อย หยุดคิดว่าควรตอบเช่นไรดี



“ข้าเป็นองครักษ์แห่งวังหลวง” เสียงนั้นชะงักอีกครั้ง



“ข้าถูกมอบหมายให้ทำกิจบางอย่าง แต่กลับหลงทาง”



“อย่างนั้นหรือ” พระสนมตาบอดพยักหน้าหงึกหงัก



“เท้าของเจ้า ยังเจ็บอยู่หรือไม่?” ชายคนนั้นถาม



“เจ็บอยู่เล็กน้อย...”



“ให้ข้าดูหน่อยเถิด”



“เช่นนั้นก็ได้”




นี่เป็นครั้งแรกที่พระสนมตาบอดและชายคนนั้นได้พบกัน



เป็นเวลานานหลังจากนั้น เมื่อพระสนมนึกย้อนกลับไปถึงความทรงจำเหล่านั้นแล้ว ก็อยากจะถามว่า



“ทำไมเจ้าต้องหลอกข้าว่าเจ้าเป็นองครักษ์?”



“เพราะเจ้ามันหลอกง่ายนัก”



“ข้าไม่ได้หลอกง่าย!” พระสนมเอ่ยอย่างไม่พอใจ



ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ปากของเขาขยับแต่ก็กลืนคำที่จะพูดลงไป



“เอาล่ะ ข้ายอมรับแล้ว”



เหมือนเมื่อครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน สายตาอันอ่อนโยนของชายหนุ่มมองเพียงคนที่เขารัก มั่นคงไม่มีหวั่นไหวแม้แต่น้อยต่อให้วันเวลาจะผ่านไปสักเท่าใด และนี่เป็นความจริงที่พระสนมไม่มีวันได้เห็น






 



สวัสดีค่ะ นักอ่านที่น่ารักทุกคน


ประเดิมมาแล้วตอนแรกกก


เป็นยังไงกันบ้างคะ? เปิดตัวพระสนมได้อย่างอลังการเลยทีเดียว


เนื่องจากฉบับที่ตรวจสอบคำแปลแล้วเนี่ย เราแก้เฉพาะคำที่พิมพ์ผิดบ้างตกหล่นบ้างไม่ได้แก้ไขภาษาในการแปลมากนัก เพราะอยากให้คงไว้เหมือนที่แปลฉบับแรกสุดเลยย


ดีใจมากที่ยังมีคนพูดถึงพระสนมอยู่ ขอบคุณมากๆนะคะ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานแปลอื่นๆด้วยน้า~



ป.ล.เราแอบไปส่องแท็กในทวิตมา เห็นหลายๆท่านเกรี้ยวกราดพอควรเลยค่ะ ฮิฮิ


ป.ล.เจอคำผิดช่วยบอกด้วยนะคะ :D




ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 455 ครั้ง

239 ความคิดเห็น

  1. #5026 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:08
    สำนวนดีมาก เเต่พึ่งรู้ว่าดราม่าจากคอมเม้น

    เเงง เเต่ก็นะติดเรื่องนี้ไปแล้ววว
    #5026
    0
  2. #5017 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:11

    ชอบบรรยากาศรอบตัวพระสนมมากๆเลย //เหลือบมองคอมเม้น ดราม่าหรอคะ //พนมมือแล้ว แต่กดออกไม่ไดดด้

    #5017
    0
  3. #5007 SupichayaKae (@SupichayaKae) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:11
    อบอุ่นใจ
    #5007
    0
  4. #4993 พู่_กัน (@namoon2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 20:27

    เหมือนอ่านเรื่องสั้นเลย
    #4993
    0
  5. #4970 5021K04 (@duckpachi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 11:18
    อ่านตอนแรกก็เหมือนจบแล้ว555555 สนุกมากค่ะ
    #4970
    0
  6. #4930 VeZaaLN (@vezaa12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 22:27
    ชอบมากค่ะ สำนวนแปลดีมากๆเลย
    #4930
    0
  7. #4924 เมจิกโคโค (@09956324) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:32
    อยาก#ในทวิตจังเลย จะตามไปทวิต
    #4924
    0
  8. #4909 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:26
    ชอบบบ ละมุนมากเลยย
    #4909
    0
  9. #4868 ปาล์ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 17:11

    อ่านตอนแรกแล้วก็ได้แต่คิดจะดราม่ายังไง ตอนแรกก็ดูออกจะสดใสน่ารักก

    #4868
    0
  10. #4862 Winterblue. (@porn-nn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 11:38

    พึ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ ชอบมาก ตอนอื่นๆจะเปิดให้อ่านอีกไหมคะ อยากอ่านมากกกกกกกกกก สงสารรีดเดอร์คนนี้ด้วยเถอะนะคะ ????????

    #4862
    1
    • #4862-1 CiNdErElLa&Me (@teeranaj) (จากตอนที่ 1)
      10 กรกฎาคม 2561 / 13:02
      สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่ชอบ ตอนนี้เปิดตอนที่สองนะคะ และตอนอื่นๆคิดว่าน่าจะทยอยเปิดอีกเรื่อยๆค่ะ

      ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ^^

      ขอบคุณค่ะ
      #4862-1
  11. #4861 ถังไป๋อิน. (@nanafin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 07:48
    คิดถึงจังเลยค่ะ
    #4861
    0
  12. #4851 punch tar (@punch668) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 22:02
    อยากเป็นแมวตัวนั้้้นนนน
    #4851
    0
  13. #4801 Ztothek (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 12:01
    ขอบคุณค่ะ
    #4801
    0
  14. #4788 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 16:27
    ห๊ะ! อะไรยังไง ไม่ใช่สหายเก่าท่านแม่ทัพเป็นคนที่พระสนมรู้จักซะล่ะ พระสนมทิ้งเสี่ยวเป่ามาแล้วอ่ะ ฮือออออ เราเข้าใจไทเฮานะ ใครๆก็รักลูกจริงไหม มองว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำแบบนี้ แม้ลูกจะเจ็บปวดก็เถอะ
    #4788
    0
  15. #4771 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 12:29
    เขาว่าเรื่องนี้ดราม่า แต่ทำไมเปิดมาน่ารัก ดราม่าอยู่หลังๆใช่ไหม
    #4771
    0
  16. #4677 foamnipax_ (@foamnipax_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 21:15
    โอ้ยย เอ็นดูเสี่ยวเป่า 5555 สัมผัสถึงควาน่ารักเงอะงะของนางได้
    #4677
    0
  17. #4449 อินเทรนด (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 02:29
    น่ารักค่ะ
    #4449
    0
  18. #4198 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 16:28
    โอ๊ยยย น่ารักมากกกกกกกก ชอบอ่ะะะะะ กรี๊ดดดด
    #4198
    0
  19. #4000 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 14:02
    สงสารทั้งสาม    อย่าเศร้าน่ะค่ะ
    #4000
    0
  20. #3993 zeen devilgirl (@quincyzeen97) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 07:23
    ชอบมากเลยค่ะ รู้สึกอบอุ่นมากๆ ชอบเสี่ยวเป่า นึกวาจะล่ำสันซะอีก.
    #3993
    0
  21. #3927 cloud (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 19:43
    สนุกก นี่แค่ตอนแรกเองเหมือนจะติดซะละ
    #3927
    0
  22. #3920 PD-LP (@PD-LP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:49
    ไรท์สู้ๆนะ
    #3920
    0
  23. #3898 <mamiaw> (@pattarawdee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:23
    จะติดตามน่ะ ไรท์สู้ๆ
    #3898
    0
  24. #3818 Yayamermaid (@pinyada22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 09:11
    โอ้ย ชอบแนวแบบนี้อะ แต่ๆเสี่ยวเป่าน่ารักจัง ตลกอะ คิคิ
    #3818
    0
  25. #3615 skyofbee6y (@skyofbee6y) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 23:57
    -เราก็คิดว่าเสี่ยวเป่าแมนๆกล้ามเป็นมัด โธ่..สูงไม่เกินพระสนมแถมยังตัวเล็ก เปาจื่อโน้ยยยย
    #3615
    0