[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,652 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,331 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    556

    Overall
    244,652

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

第十二章

 

 

 

ฮ่องเต้เข้าสู่ห้องด้วยก้าวขากว้าง พูดด้วยเสียงอันดังว่า “ข้าได้ยินมาว่าบ่ายนี้ลู่เจ๋อทนบทลงโทษของท่านแม่ทัพมาอย่างหนัก ข้ามาดูว่าเป็นอย่างไร”

 

 

ทันทีที่ได้ยินสุรเสียงนั้น ทั้งกายของพระสนมก็สั่นเทาด้วยความกลัว ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นด้วยใจโลเล

 

 

จักรพรรดิหนุ่มมิได้คาดคิดว่าพระสนมตาบอดจะอยู่ในตำหนักของลู่เจ๋อ ทั้งวรกายองอาจนิ่งงัน

 

 

พระสนมคุกเข่าอยู่บนพื้น แขนเสื้อนั้นเผยถึงสองมือที่ขาวซีด รูปลักษณ์ที่แสนบอบบางนั้นสั่นไหว

 

 

ฮ่องเต้นั้นปิดพัดลงแล้วแสร้งทำเสียงไอ ปล่อยเสียงที่กดต่ำออกมา “ข้านึกขึ้นได้ว่ามีกิจต้องทำต่อ ข้าจะมาใหม่”

 

 

ไม่สนแล้วซึ่งสิ่งใดอีก รีบรุดออกจากตำหนักไป

 

 

พระสนมยังคงนั่งคุกเข่านิ่งบนพื้นและไม่กล้าแม้กระทั่งเงยศีรษะขึ้น ทั่วทั้งหายยังคงสั่นไหว

 

 

เสี่ยวเป่าเขยิบเข้าหา “ฮ่องเต้ทรงไปแล้ว มิมีอันใดแล้วขอรับ”  ก่อนออกแรงพยุงพระสนมให้ลุกขึ้น

 

 

องค์ชายน้อยโพล่งขึ้นอย่างไม่รู้ความ “เหตุใดใบหน้าของท่านถึงได้ซีดนัก?”

 

 

เสี่ยวเป่าก้มลงมองและจริงอย่างที่ลู่เจ๋อพูด ดวงหน้างามนั้นซีดขาวราวกับศพ สีแดงเลือดที่เคยหล่อเลี้ยงถูกสูบไปและฝ่ามือคู่นั้นเองก็เย็นเฉียบ

 

 

องค์ชายน้อยเอ่ยปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล “พระสนมอย่าได้กลัวเลย ท่านพี่นั้นทรงมีพระทัยดี น้อยครั้งที่จะอารมณ์เสียและทรงพระพิโรธ ท่านพี่ไม่ต่อว่าผู้ใด”

 

 

เสี่ยวเป่ารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแปลกไป และมันทำให้เขากลัว “พระสนมนั้นตื่นกลัว ข้าจะพาพระสนมไปพักผ่อน”

 

 

รีบร้อนจากไปโดยมิได้แตะมื้ออาหารแต่น้อย ร้อนรนออกจากตำหนักของลู่เจ๋อไปสู่เรือนขนาดกลาง

 

 

ในเรือนนั้นมิมีแม้ตะเกียงสักดวงหนึ่งที่ถูกจุด อวี้หลีเองก็วิ่งไปในที่ที่ผู้ใดสุดจะรู้ เรือนนี้ช่างกว้างใหญ่ เยือกเย็น ละเงียบเหงา

 

 

พระสนมก้าวเดินด้วยฝีเท้าไม่มั่นคง ความร้อนในกายนั้นแทบไม่มี ผิวกายเย็นราวกับเหล็กเนื้อดี

 

 

เสี่ยวเป่าพยุงพระสนมเข้าสู่ห้องนอน ช่วยให้ขึ้นเตียงและห่มผ้าให้

 

 

พระสนมมองเสี่ยวเป่าด้วยดวงตาที่ไร้แววคู่นั้น ปล่อยให้เสี่ยวเป่าจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย นัยตาสีเทาก็ไม่ได้จดจ้องอีก

 

 

เสี่ยวเป่าจุดตะเกียงขึ้นหลายดวงเพื่อให้ห้องดูสว่างขึ้น นั่งลงข้างเตียงแล้วถูฝ่ามือพระสนมไปมา

 

 

ครู่ใหญ่ผ่านไป ฝ่ามือคู่นั้นก็คืนความอบอุ่นอีกครั้ง

 

 

“เกิดอะไรขึ้นขอรับ พระสนม”

 

 

มือที่ถูกกุมโดยเสี่ยวเป่าถูกดึงกลับ เสียงแผ่วเบาตอบกลับไป “หาได้มีไม่…”

 

 

เสี่ยวเป่าเป็นกังวล “เห็นได้ชัดว่าพระสนมมีเรื่องบางอย่าง”

 

 

ส่ายศีรษะไปมา พระสนมพลิกตัวหันหน้าเข้ากับผนัง ไม่พูดแม้คำหนึ่ง

 

 

“เป็นเพราะฮ่องเต้เสด็จมาโดยมิบอกล่วงหน้าใช่หรือไม่?”

 

 

พระสนมไม่ได้ตอบและไม่ได้หันกลับมา ราวกับตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่สนใจเสี่ยวเป่าต่ออีก

 

 

เสี่ยวเป่าโอนอ่อนอย่างเสียมิได้ “พระสนมพักผ่อนนะขอรับ” เขาจับมุมผ้าคลุมให้ดี

 

 

ได้ยินเสียงปิดประตูแล้ว พระสนมจึงรู้ว่าเสี่ยวเป่าออกไปแล้ว

 

 

เขาอยู่ลำพังทอดกายบนเตียง รายล้อมด้วยเพียงเปลวไฟสีแดงหม่นจากเทียน

 

 

มิรู้ว่าอวี้หลีอยู่หนใด สองมือนั้นว่างเปล่าเมื่อไม่มีสิ่งใดให้โอบประคอง ให้สัมผัส ความว่างเปล่าในหัวใจนั้นยิ่งทำให้สับสน

 

 

แท้จริงแล้วยามได้ยินเสียงนั้น สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงของผู้ที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นองครักษ์หลวง

 

 

ดวงตาคู่นี้อาจจะมืดบอด แต่เสียงนั้นกลับจำได้แม่นยำ

 

 

ไม่ว่าคนผู้นั้นพยายามจะปกปิดเพียงใด ก็มิอาจซ่อนเร้นความจริงจากการได้ยินของเขาได้

 

 

คนผู้นั้นกล่าวว่าตนเป็นองครักษ์หลวง เขาเพียงคาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นองค์ชาย มิเคยคาดคิดว่าแท้จริงแล้วคือองค์จักรพรรดิ

 

 

ท่ามกลางผู้คนมากมาย เหตุใดต้องเป็นจักรพรรดิ?

 

 

พระสนมนอนคุดคู้สั่นเทาไปด้วยความกลัว ตาคู่นั้นหลับลงแน่น

 

 

ตั้งแต่คราแรก มิได้คาดหวังถึงความจริงใจในที่เยือกเย็นราวน้ำแข็งเช่นวังหลวง ได้แต่เพียงหวังว่าจะมีผู้มาเยี่ยมเยียนบ้าง มีสหายให้พูดคุย ในตอนท้ายแล้วแม้เพียงชิ้นส่วนความอ่อนโยนนั้นเองก็ถูกฉีกทึ้งทำลายออกไปไม่มีชิ้นดี

 

 

พระสนมหลับตาลง ยกสองแขนที่ซีดขาวขึ้นมาตรงหน้า แน่นอนว่าเขามิสามารถมองเห็นได้

 

 

ตรงหน้าเขานั้น ที่มีคือความกว้างขวางอันมืดมิดไม่มีสิ้นสุด และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

 

 

นิ้วมือนั้นสัมผัสเข้ากับแก้มที่แห้งตอบขาวซีดจนน่ากลัว ปลายนิ้วค่อยๆไล้เลื่อนไปตามผิวเนื้อขาว ตามมาเรื่อยจนถึงเปลือกตา

 

 

ดวงตาได้มืดบอด ตราบชั่วชีวิตนี้มิอาจมองเห็นได้อีก

 

 

มิอาจรู้ได้ว่าเสี่ยวเป่าแม้จริงมีรูปลักษณ์เช่นไร

 

 

มิอาจรู้ได้ว่าอวี้หลีมีลักษณะเช่นไร

 

 

อวี้หลีที่แสนล้ำค่า ทั่วทั้งวังหลวงต่างพากันกล่าวขานว่าอวี้หลีนั้นช่างงดงาม แต่เขากลับมิอาจรับรู้ได้

 

 

ตลอดกาลนี้ ดวงตาของเขาคงมีแต่สีขี้เถ้า เหลวแหลก อัปลักษณ์เหลือจะทน

 

 

พระสนมกัดริมฝีปากของตน

 

 

ท่ามกลางผู้คนมากมาย เหตุใดต้องเป็นองค์จักรพรรดิ?

 

 

...

 

 

 

ท้องฟ้าสว่างแล้ว เสี่ยวเป่าให้อาหารนกในกรงที่แขวนอยู่กับชายคา

 

 

นกเซียงซือทั้งสองตัวนั้นถูกนำมาจากตำหนักเย็นด้วย ทุกๆวันก็ส่งเสียงร้องจิ๊บจิ๊บยามเรียกร้องให้ป้อนอาหาร ส่งเสียงร้องไม่หยุดหย่อนราวกับชีวิตนี้มิรู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

 

เขาหันกลับมาและพบเข้ากับพระสนมที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างหลัง เสี่ยวเป่าชะงักไปอย่างตกใจ

 

 

“พระสนมตื่นแล้วหรือขอรับ?”

 

 

“อืม”

 

 

พระสนมนั้นราวกับไม่ได้อยู่ในภาวะจิตใจที่ดีนัก นวดขมับอยู่บ่อยครั้ง

 

 

“พระสนมนั่งก่อนขอรับ ม้าหินในสวนนั้นเย็นนักให้ข้าน้อยหยิบเบาะรองก่อน”

 

 

“ไม่จำเป็น” พระสนมห้าม “องค์ชายน้อยอยู่ที่ใด?”

 

 

“องค์ชายน้อยอยู่กับพระอาจารย์เพื่อเล่าเรียนขอรับ ตอนนี้ยังมิเสด็จกลับ บ่ายวันนี้จะมีฝึกการรบกับท่านแม่ทัพ”

 

 

พระสนมพยักหน้ารับแล้วกล่าว “ตอนบ่ายข้าจะไปดูองค์ชายน้อยเสียหน่อย”

 

 

เสี่ยวเป่าลังเลเล็กน้อย “แต่พระสนมอาการมิสู้ดี วันนี้พักผ่อนเถิดขอรับ”

 

 

“ข้าสบายดี” พระสนมฝืนยกยิ้ม “พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ก็เป็นเพราะองค์ชายน้อย ข้าราชสำนักมากมายจำตามองอยู่ อย่าได้สร้างเรื่องให้ผู้อื่นไปนินทาลับหลังได้”

 

 

“พระสนมมีเหตุผลของท่าน หาได้ข้าไม่ใส่ใจไม่ แต่ข้าน้อยเป็นห่วงพระสนม” เสี่ยวเป่าตอบ

 

 

พระสนมหัวเราะแผ่วเบา “ข้ารู้ว่าเสี่ยวเป่าเป็นห่วงข้า” หยุดครู่หนึ่ง “ข้าดีขึ้นมากแล้ว ทานข้าวเถิดแล้วบ่ายวันนี้ไปดูองค์ชายน้อยโดนทรมานเสียด้วยกัน”

 

 

เสี่ยวเป่าระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง “ขอรับ!”

 

 

สำหรับมื้อเที่ยงนั้น ห้องต้นหลวงจัดสำรับมาให้ มีทั้งจานผักและน้ำแกงมากมายหลายประเภท พระสนมทำได้เพียงชิมแต่ละอย่างเท่านั้นมิสามารถทานได้ทั้งหมด เพียงแค่กล่าวว่าอากาศวันนี้ร้อนเหลือเกิน จนไม่รู้สึกอยากอาหารแต่อย่างใด

 

 

“บ่ายวันนี้ข้าน้อยจะไปที่ห้องต้นหลวง เพื่อนำอาหารกระตุ้นน้ำย่อยให้ท่าน พระสนมต้องการอาหารคาวหวานประเภทใดขอรับ?” เสี่ยวเป่าบอกเล่าแก่พระสนม

 

 

พระสนมตำหนิเล็กน้อย “พวกเรามีเพียงสองคน จัดอาหารละลานทั้งโต๊ะนั้นหาจำเป็นไม่ สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ที่ผ่านมายามหน้าร้อน ข้ามีเพียงข้าวต้มถั่วเขียว ปีนี้ข้าจะรับเช่นเดิม”

 

 

เสี่ยวเป่าพยักหน้ารับ “ข้าน้อยรับคำสั่งพระสนม”

 

 

หลังมื้อกลางวันแล้วพระสนมก็ไปที่สวน ท้องฟ้านั้นค่อยๆมืดครึ้ม อาทิตย์อัสดงถูกบดบังด้วยหมู่เมฆ ความร้อนลดลงไปบางส่วน

 

 

องค์ชายน้อยเล่นสนุกอยู่กับฝักดาบของท่านแม่ทัพ ที่แม้แต่สิ่งของนั้นนับว่าสูงกว่าองค์ชายน้อยเสียด้วยซ้ำหากเทียบดูแล้ว ตัวฝักฝังด้วยอัญมณีหลายชิ้น แม้ด้วยสองมือน้อยๆนั้นก็ยังมิสามารถยกเอาฝักดาบขึ้นได้ ทำได้เพียงลากเอาไปกับพื้นเท่านั้น

 

 

เสี่ยวเป่าพูดขึ้นว่า “เจ้าเด็กบ๊ะจ่างนี่รู้จักทำลายข้าวของดีนัก”

 

 

พระสนมตอบกลับแผ่วเบา “เด็กทั้งหลายเห็นสิ่งของล้วนต้องตา”

 

 

ไม่นานจากนั้นแม่ทัพฉีเฉิงก็มาถึง องค์ชายน้อยรีบโยนเอาฝักดาบออกไป ก่อนรีบวางตนแล้วออกท่ากังฟู

 

 

พระสนมก้าวไปหาแม่ทัพฉีเฉิง “พบกันอีกแล้วท่านแม่ทัพ”

 

 

ฉีเฉิงหัวเราะแล้วพูดว่า “วันนี้ท่านก็มาอำนวยองค์ชายน้อยหรอกหรือ?”

 

 

“อืม”

 

 

ทั้งคู่พูดคุยอยู่ครู่หนึ่ง ฉีเฉิงแหงนขึ้นมองฟ้าจึงกล่าวว่า “ท้องฟ้ายามนี้มืดครึ้มแล้ว อีกไม่นานฝนคงตก”

 

 

พระสนมพยักหน้า “ไอน้ำในอากาศนั้นชื้นขึ้นจริง”

 

 

“อากาศร้อนมานานนัก ฝนตกเสียบ้างคงจะดี”

 

 

“เป็นเช่นท่านแม่ทัพกล่าว ตกหนักเสียยิ่งดี คงไม่เหนียวตัวกันอีก”

 

 

ฉีเฉิงกล่าวแก่พระสนม “เช่นนั้นท่านกลับเรือนเถิด องค์ชายน้อยนั้นมีข้าคอยดูอยู่”

 

 

หัวเราะเบาๆ พระสนมจึงกล่าวต่อ “เช่นนั้นข้าคงต้องขอลาท่านแม่ทัพ”

 

 

เดินออกจากสวนแล้วขณะเดินกลับเรือน เสี่ยวเป่าก็ตบหน้าผากตัวเอง “ข้าน้อยลืมบอกห้องต้นหลวงเรื่องข้าวต้มถั่วเขียวเสียสนิท”

 

 

พระสนมพิจารณาครู่หนึ่ง “มิใช่เรื่องใหญ่อันใด”

 

 

เสี่ยวเป่าจึงพูดขึ้น “ผู้ใดบอกอาหารสามมื้อนั้นมิสำคัญ? พระสนมรอข้าน้อยตรงนี้นะขอรับ ข้าจะไปครู่เดียวก็กลับ”

 

 

พระสนมตอบ “ข้าพอจะรู้ทาง”

 

 

เสี่ยวเป่าเหลือบขึ้นมองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง “ดูท้องฟ้าแล้วฝนกำลังจะตกและคงมิใช่น้อยเสียด้วย พระสนมกลับก่อนนั้นเป็นการดี” หลังพูดจบก็วิ่งไปห้องต้นหลวงในทันใด

 

 

จากตรงนี้ไปห้องต้นหลวงนั้นไม่ไกลนัก อย่างไรก็ดีเส้นทางเดินแคบๆในวังหลวงนั้นคดไปเคี้ยวมา กินเวลาอยู่นักเชียว หลังเสร็จธุระเรื่องอาหาร ท้องฟ้าที่เคยปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำก็เริ่มกลั่นตัวหยดลงมาเป็นสายน้ำ

 

 

สายฝนแผ่วเบานั้นเริ่มปลิดปลิวบนท้องฟ้าก่อนในคราแรก และหลังจากนั้นไม่นานจังหวะฝนก็หนักขึ้นกลายเป็นสายฝนที่หนักกระหน่ำ

 

 

เสี่ยวเป่าคาดว่าในตอนนี้พระสนมคงจะถึงเรือนอย่างปลอดภัยแล้วจึงไม่กังวลแต่อย่างใด เขาตั้งใจจะรอจนฝนซาแล้วจึงออกมา สายฟ้าฟาดเกิดขึ้นบนท้องฟ้า สายฝนนั้นหนักขึ้นและหนักขึ้นมิมีทีท่าว่าจะแผ่วลงแต่อย่างใด เสี่ยวเป่าขบริมฝีปาก ใช้เสื้อคลุมตัวนอกขึ้นคลุมศีรษะแล้วฝ่าฝนออกมา

 

 

เมื่อวิ่งมาเรื่อยจนถึงเรือนก็เปียกโชกไปทั้งตัว

 

 

เสี่ยวเป่าสะบัดหัวไปมาไล่เอาเม็ดฝนออกไป ก่อนจะถอดเอาเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนถอนใจ “ตกหนักอะไรเช่นนี้!”

 

 

ก่อนเพิ่มเติมว่า “โชคยังดีที่พระสนมกลับมาก่อน ถึงไม่ต้องเผชิญฝนเช่นนี้”

 

 

ครู่ใหญ่ผ่านไปมิมีเสียงใดตอบรับ

 

 

“พระสนม??”

 

 

เสี่ยวเป่าส่งเสียงเรียกออกไปหลายครั้งแต่ยังคงไร้ซึ่งคำตอบ ทันใดนั้นก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี วิ่งรอบไปทั่วเรือน หาพระสนมทั้งที่นู่นและที่นี่ แต่ไม่ว่าจะวิ่งเสียอีกกี่รอบแม้แต่เงาพระสนมก็มิพบ

 

 

จากภายนอก สายฟ้าฟาดดังก้องกัมปนาท ฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบหน้าต่างอย่างแรงราวกับมีมือกำลังเคาะอยู่ เสี่ยวเป่ามิสามารถคุมความกังวลและตื่นกลัวได้ โดยมิได้ติดร่มไป เขาหมุนกายและวิ่งกลับเข้าสู่สายฝน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.........

 

 

 

สวัสดีค่ะ เจอกันในตอนที่สิบสองแว้วววว

 

กลิ่นหอมหวนชวนกินมาม่ามาแต่ไกล อิอิ

 

แล้วเรื่องที่ฮ่องเต้กุไว้จะความแตกแล้ว พระสนมเองก็เศร้าโศกเป็นอย่างมาก พ่วงด้วยอดีตด้วยหรือเปล่า? เอ๊ะยังไง!

 

ตะงุ้ยๆๆ พระสนมตัวน้อยจะไปอยู่ที่ไหนน้อ... เอาใจช่วยด้วยนะคะ!

 

 

 

#นิยายพระสนม

#ทีมฮ่องเต้   #ทีมพระสนม   #ทีมเสี่ยวเป่า   #ทีมอวี้หลี   #ทีมองค์ชาย

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ :)

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #4999 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:44
    อะไรของฮ่องเต้ว้าาาา
    #4999
    0
  2. #4950 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:26
    ลุ้นในลุ้นนน
    #4950
    0
  3. #4826 pqrst (@wonn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 15:24
    เจ้าใจผิดกันหรือว่าไง
    #4826
    0
  4. #4782 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 14:38
    พระสนมดูกลัวฮ่องเต้มากเลยอ่ะ ฮ่องเต้ต้องเป็นคนทำให้พระสนมตาบอดแน่ๆเลย สงสารจัง ว่าแต่พระสนมไปไหน
    #4782
    0
  5. #4749 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:42
    พระสนมจะคุยกับฮ่องเต้อีกมั้ยรู้ความจริงแล้วแบบนี้ ว่าแต่พระสนมหายไปไหน
    #4749
    0
  6. #4742 milkc (@P_PlooY) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 10:58
    ข้าอยากรู้อดีตมาก ๆ แล้ว
    เพราะเหตุอันใดพระสนบจึงดูวิตกเช่นนี้
    แล้ว . พระสนมหายไปไหนนน
    #4742
    0
  7. #4210 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 15:19
    ฮ่องเต้ค้าาา ถึงกับเผ่นเลยเรอะ 55555
    #4210
    0
  8. #3840 yaku33 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 18:27
    อยากรู้จังค่ะว่าต่อไปท่านแม่ทัพจะมีบทสำคัญอะไรอีกก แล้วก็พระสนมไปไหนนนนนน ลุ้นน
    #3840
    0
  9. #3714 skyofbee6y (@skyofbee6y) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 22:24
    เอาแล้วไงงงงง ใจหายว้าบเลย.. พระสนมอย่าเป็นอะไรไปนะ ;^; ใจไม่ดีเลย ฮอลลลลลล
    #3714
    0
  10. #3318 *[*][]อั๋นเดวววว๋[][*]* (@babyll) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 04:49
    พระสนมหานไปอยู่ที่ไหนคะ เสี่ยวเป่าเป็นห่วงนะ ;-; ความแตกแล้วอ่ะฮ่องเต้ จะทำไงเนี่ย
    #3318
    0
  11. #3271 Sm.nmm (@soonmee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 23:41
    หายไปไสพระสนมมมม อย่าเพิ่งไป เสี่ยวเป่าเป็นห่วงงง
    #3271
    0
  12. #3232 Rarestrose (@Rarestrose) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 19:30
    หายไปไหนล่ะ?
    #3232
    0
  13. #2851 Mini_uptome (@uptome5823080027) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 08:25
    กรี๊ดดด ทีมองค์ชายน้อย ชั้นเจา เจา เจา
    #2851
    0
  14. #2807 มั ง ก ร ข า ว (@Hakuryuu-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:47
    ความแตกเสียแล้ว..
    #2807
    0
  15. #2574 ktp.1412 (@evildevil02) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:04

    ความแตกแล้วจ้าาา ชัดเจน
    ฮ่องเต้กับพระสนมต้องมีความหลังกันแน่นอน
    ฮ่องเต้ทำอะไรกับพระสนมไว้อะ
    ฮืออ สงสารอะ ดูเปราะบางมาก
    แล้วนี่หายไปไหนอีก โอ้ย TT
    อย่าดราม่ามากเลยค่ะ สงสารพระสนมอ่ะ
    #2574
    0
  16. #2553 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 23:15
    ฮ่องเต้กับพระสนมต้องเคยเจอกันมาก่อนแน่นอน
    พระสนมหายไปหนายยยย
    #2553
    0
  17. #2547 sss.doofa (@tonkao00) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 21:20
    อยากรู้เรื่องฮ่องเต้มากเลยยยยย ท่านอาจเคยเจอพระสนมแต่ก็จำไม่ได้รึเปล่า
    #2547
    0
  18. #2520 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 11:00
    พระสนมอยู่ไหนนน
    #2520
    0
  19. #2514 DarkCornell (@fai-cornell) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 15:02
    งื้อ พระสนมอย่าเป็นอะไรเลยนะ
    #2514
    0
  20. #2505 Kyumingming (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 19:15
    พระสนมไปไหนเนี่ยยย.
    #2505
    0
  21. #2475 I'm SonE ... B2utY ...!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 15:08
    พระสนมยังไม่กลับหลงทางใช่มั้ยเนี่ย โอ๊ยยยยเดี๋ยวบาดเจ็บนะจะมีใครตามหาใครช่วยมั้ย เสี่ยวเปาตามหาเร็วๆเลย ตอนนี้พระสนมรู้เรื่องฮ่องเต้ละ สงสารอ่ะหรืออาจจะมีเบื้องหลังด้วยรึป่าว
    #2475
    0
  22. #2466 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 01:42
    พระสนมหลงทาง? หรือมีใครแกล้ง?
    #2466
    0
  23. #2460 Mixstar (@yoshigo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 00:49
    อยากรู้มากค่าาาาา  ฮืออออออ  อ่านตอนนี้หน่วงๆ สงสารพระสนม TT
    #2460
    0
  24. #2440 Natty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 22:04
    โอ้ว เสี่ยวเป่าจงรักภักดีมาก
    #2440
    0
  25. #2435 lopenav (@lopenav) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 19:56
    ไม่นะะะะะะะะ
    #2435
    0