[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,567 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,332 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    471

    Overall
    244,567

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 การฉลองอย่างเรียบง่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    7 พ.ค. 59

第十四章

 

 

หลังจากพักฟื้นอยู่ในเรือนได้สองสามวัน อาการป่วยของพระสนมก็ดีขึ้นตามลำดับ

 

 

แต่ยังคงมีร่องรอยความอ่อนเพลียปรากฏขึ้นบนใบหน้า รอยคล้ำบางเบาใต้ตาบ่งบอกได้ดี

 

 

จักรพรรดิมาเสด็จมาเยี่ยมในทุกวันหลังจากเสร็จราชกิจยามเช้า มาป้อนยา ข้าวต้ม และถามไถ่อาการ

 

 

เสี่ยวเป่ามิกล้าจะพูดอันใดมาก ทำได้เพียงก้มมองปลายเท้าของตนและยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง

 

 

องค์ชายน้อยเองก็เสด็จมาในทุกๆวัน เล่าเรื่องราวต่างๆในวังหลวงจนพระสนมคลายเบื่อได้บ้าง มิมีผู้ใดรู้ว่าเด็กคนนี้ไปเที่ยวเล่นที่ใด รองเท้าถึงได้โอบอุ้มเอากลิ่นธรรมชาติมาด้วย

 

 

พระสนมตาบอดชอบองค์ชายน้อย ยามลู่เจ๋อพูดจ้อไม่หยุด และพูดคุยด้วยเสียงอันเจื้อยแจ้ว พระสนมมักจะเอนกายพิงหัวเตียงและหัวเราะร่วมขณะฟัง

 

 

เสี่ยวเป่าตำหนิอยู่บ่อยครั้งและบอกว่าเจ้าเด็กบ๊ะจ่างนั้นเสียงดังเกินไปจนอาจรบกวนเวลาพักผ่อนของพระสนมได้

 

 

พระสนมหัวเราะกับคำพูดของเสี่ยวเป่า “เรือนแห่งนี้เงียบเหงานัก องค์ชายน้อยมาเยี่ยมแล้วมีชีวิตชีวาขึ้นมาก”

 

 

ลู่เจ๋อหันไปทางเสี่ยวเป่าก่อนจะแลบลิ้นออกมา

 

 

แม่ทัพฉีเองก็มาเยี่ยมอยู่สองครา

 

 

เขานำอวี้หลีมาในอ้อมแขน เจ้าแมวที่ไม่ได้พบกันมาหลายวัน

 

 

พระสนมทั้งประหลาดใจและปิติยิ่ง นำอวี้หลีที่แสนล้ำค่าออกมาจากอ้อมแขนของแม่ทัพฉี อวี้หลีร้องเหมียวและถูกรัดแน่นอยู่ในแขน ดูเหมือนมันจะไม่ชอบนักที่ถูกปฏิบัติด้วยเช่นนี้

 

 

ฉีเฉิงพูดกลั้วหัวเราะ “ข้ารู้ว่าเจ้ารักมันมาก ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะหาพบแล้วจับมา”

 

 

พระสนมตอบกลับ “อวี้หลีซุกซนมาก เป็นเรื่องยากที่จะจับไว้ได้”

 

 

ใบหน้าของฉีเฉิงเป็นประกายแดงเล็กน้อย เขาถูจมูกไปมาขณะพูด “จริงของท่าน ต้องใช้ความพยายามและพลังงานมากทีเดียว”

 

 

อวี้หลีส่งเสียงร้องพร้อมทั้งกระพริบดวงตาที่ส่องประกายราวแก้วใสด้วยท่าทางราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์

 

 

พระสนมยกมันขึ้นก่อนสัมผัสปลายจมูกของแมวเข้ากับจมูกของตน “เจ้า… เจ้าทำให้ท่านแม่ทัพลำบากแล้ว”

 

 

เมื่อฉีเฉิงต้องลากลับ พระสนมลุกขึ้นจากเตียงหมายจะก้าวเดินออกส่งแขก

 

 

ฉีเฉิงหยุดพระสนมไว้ทันใด “เจ้ากลับไปพักเถิด ปฏิบัติตนเช่นนั้นท่านก็จะอาการดีขึ้นในไม่ช้า”

 

 

พระสนมตาบอดสั่นศีรษะไปมา ค้านว่า “ข้านอนบนเตียงมาหลายวันแล้ว ทั้งกายนั้นเมื่อยขบไปหมด ทั้งกระดูกก็ราวกับขยับไม่ได้ เดินเสียหน่อยคงจะดี”

 

 

พระสนมเดินมาถึงยังประตูของเรือนพร้อมด้วยฉีเฉิง

 

 

สายลมยามเย็นภายนอกพัดพาความเย็นมา

 

 

“ท่านแม่ทัพ… หากข้าพบปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือของท่าน…”  เสียงเบาหวิวของพระสนมล่องลอยไปกับลม “ท่านโปรดสัญญาว่าสามารถช่วยข้าได้”

 

 

ฉีเฉิงตอบกลับ “หากมิเกินความสามารถของข้า แน่นอนว่าจักต้องช่วยเจ้าอย่างถึงที่สุด”

 

 

พระสนมยิ้มบางเบา ด้วยความเจ็บป่วยทางกายทำให้พระสนมที่ผอมมากอยู่แล้วดูบอบบางมากกว่าเก่า ร่างกายผอมบางนั้นราวกับเซเล็กน้อย และรอยใต้ตาก็ราวจะชัดขึ้น

 

 

“ช…. เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณท่านแล้ว”

 

 

 

 

“พระสนมขอรับ พรุ่งนี้เป็นวันเทศกาลเรือมังกร*แล้ว” เสี่ยวเป่าเข้าห้องมาในขณะที่ถือเอาลูกแตงโมมาด้วย “ทางวังหลวงจะจัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อเฉลิมฉลอง”

 

 

“เร็วเสียจริง เป็นเทศกาลเรือมังกรแล้วงั้นหรือ?” พระสนมเอียงศีรษะ  ครู่หนึ่งจึงได้หัวเราะออกมา “เท่านี้ข้าก็ยุ่งมากแล้ว มิใช่หรือ?”

 

 

“พระสนมท่านจะฉลองอย่างไร?”

 

 

พระสนมขบคิด “องค์ชายน้อยจะร่วมงานเลี้ยงด้วยหรือไม่?”

 

 

เสี่ยวเป่าส่ายหัว “เขาเด็กเกินไปที่จะร่วมงานเลี้ยง ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวขอรับแต่ท่านแม่ทัพฉีนั้นข้าคาดว่าจะต้องไป”

 

 

พระสนมจึงกล่าวแก่เสี่ยวเป่า “เช่นนั้นพวกเราจะฉลองร่วมกับองค์ชายน้อย”

 

 

เสี่ยวเป่าตอบกลับอย่างปิติ “ขอรับ”

 

 

พววกเขาทานข้าวต้มเป็นอาหารเย็น ซึ่งตระเตรียมโดยครัวของวังหลวง รสชาตินั้นกลมกล่อมมิมีรสหนัก มีความหวานน้อยๆ เอร็ดอร่อยและทำให้สดชื่นมาก เหมาะเป็นมื้ออาหารในช่วงอากาศร้อนนัก

 

 

พระสนมอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ดี เขาทานข้าวต้มไปได้สองชามเล็กๆ

 

 

เสี่ยวเป่าจึงถาม “พระสนมท่านต้องการเติมข้าวต้มอีกหรือไม่?”

 

 

“ไม่” พระสนมส่ายศีรษะ “พรุ่งนี้พวกเรายังต้องกินบ๊ะจ่างอีก”

 

 

เสี่ยวเป่าพลันกล่าวเตือน “พระสนมอย่าลืมนะขอรับ ท่านต้องทานเนื้อในข้าวให้มาก ท่านต้องเพิ่มเนื้อหนังหน่อยแล้ว”

 

 

พระสนมหัวเราะกับคำพูดของเสี่ยวเป่า “ข้าไม่ได้ทานเนื้อมาหลายปี จะให้คุ้นชินได้อย่างไร? ให้องค์ชายน้อยเถิด เขาชอบ”

 

 

เสี่ยวเป่าขบริมฝีปากแทนการไม่เห็นด้วย “อย่าลำบากตัวเองเพราะเจ้าเด็กบ๊ะจ่างเลยขอรับ ทุกคราที่เขาขอให้พระสนมอุ้มนั้นข้าล่ะกลัวว่าพระสนมจะล้มพับไปเพราะถูกน้ำหนักทับเอา”

 

 

ได้ยินคำเช่นนี้แล้ว พระสนมก็มิอาจกลั้นเสียงหัวเราะได้อีกต่อไป

 

 

ยามราตรีมาถึง หลังจากตะเกียงน้ำมันถูกจุดขึ้น พระสนมนั่งลงบนขอบเตียงขณะที่ทอดสายตามองด้วยสายตาที่เหม่อลอย อวี้หลีนอนพักอยู่บนตักนั่นเอง

 

 

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เสี่ยวเป่าก็ตรงเข้ามาเรียก “พระสนมขอรับ”

 

 

พระสนมตาบอดลืมตาขึ้น ก่อนหันหน้าไปทางต้นเสียง “มีเรื่องอันใด?”

 

 

เสี่ยวเป่าลังเลใจอีกครั้ง “ในเมื่อพระสนมทราบแล้วว่าคนผู้นั้นคือองค์ฮ่องเต้… ในภายภาคหน้าท่านจะทำตนอย่างไร?”

 

 

พระสนมสัมผัสความอ่อนนุ่มและโค้งไปตามหลังของอวี้หลีด้วยความรัก ลูบไล้ขนนุ่มลื่นราวผ้าไหมช้าๆ ก่อนพูดขึ้น “คราแรกข้าไม่พอใจ แต่เมื่อได้คิดแล้วข้าก็มิได้รู้สึกไม่พอใจต่อไปอีก ในส่วนลึกของวังหลวงคือความวุ่นวายไม่สิ้นสุดเช่นเดียวกันกับคลื่นแห่งความมืดมิด พวกเรามิมีผู้ใดที่สามารถพึ่งพาได้นั่นหาใช่เรื่องดีไม่ หากมีใครสักคนคอยอยู่เบื้องหลังได้ อย่างน้อยใจข้าก็เป็นสุข”

 

 

เสี่ยวเป่าขบริมฝีปากของตัวเอง “แล้ว… ความรู้สึกของท่านล่ะขอรับ?”

 

 

พระสนมหัวเราะน้อยๆ “ทองคำเป็นพันส่วนล้วนง่ายต่อการได้มา หัวใจที่จริงใจนั้นหายาก หากมีสักหนึ่งคนที่จริงใจต่อข้า นั่นคงจะดีไม่น้อย”

 

 

น้ำเสียงนั้นยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยน แต่ที่ปรากฏบนใบหน้างามนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อความสุขในวันวาน

 

 

เสี่ยวเป่ามองต่ำลง ริมฝีปากเปิดราวจะพูดบางอย่างเพื่อบอกเรื่องที่กังวลในใจ แต่ยากเหลือเกินเอื้อนเอ่ย

 

 

ท้ายที่สุดเขาก็มิได้พูดสิ่งใด ทำเพียงเดินออกจากห้องและปิดประตูลง

 

 

พระสนมทอดกายบนเตียง ริมฝีปากที่แย้มยิ้มยังคงอยู่ มุมปากยกยิ้ม

 

 

“หากเขาจริงใจ คงจะดีไม่น้อย” ราวกับกำลังละเมอ “ข้าเป็นที่หลงใหลของฮ่องเต้จริงหรือ…”

 

 

ดวงตาทั้งสองข้างว่างเปล่า ไม่ประกายแสงใด ตาคู่นั้นเป็นสีเทาขาว

 

 

“มิใช่ว่านั่นคือข้อได้เปรียบหรอกหรือ?”

 

 

อวี้หลีส่งเสียงเครือจากลำคอ

 

 

พระสนมหัวเราะอย่างพอใจ อุ้มเจ้าแมวที่อยู่ในแขนขึ้นมาระดับสายตา “เจ้าก็คิดเช่นเดียวกันใช่หรือไม่?”

 

 

ในครั้งนี้อวี้หลีไม่ได้ส่งเสียงใด

 

 

ตรงหน้านั้นคือชั้นความมืดสีดำ ไม่ว่าจะขยับมาใกล้เท่าใดก็มิอาจมองเห็นวิฬารแสนรักที่เปรียบดั่งสมบัติล้ำค่าของเขา

 

 

ในหัวใจนั้นพลุ่งพล่านไปด้วยความไม่สบายใจ สายตาหลุบต่ำลงอยากมิรู้จะทำเช่นไร

 

 

“ข้าหาได้ต้องการความจริงใจต่อกันตลอดชีวิตไม่ แค่ยาวนานกว่านี้” พระสนมไล้อุ้งเท้านิ้มของอวี้หลี “เพียงแค่นานกว่านี้ ก็มากเพียงพอแล้ว”

 

 

ไม่รู้ว่าคิดเรื่องใด พระสนมหัวเราะออกมาราวกับตัวเขามักมีความสุขอยู่เสมอ

 

 

“ข้าต้องการเพียงให้ทรงโปรดชั่วครู่ จากนั้นข้าจะส่งเสี่ยวเป่าออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ และส่งเจ้าไปกับเขาด้วย จากวังแห่งนี้เถิด อย่าได้กลับมาอีก”

 

 

พระสนมอุ้มอวี้หลีอีกครั้ง ก่อนพามาตรงหน้า ดวงตาสีเทาคู่นั้นสบพอดีกับดวงตาใสแวววาวของแมว

 

 

“หากความรู้สึกของเขามันเป็นจริง ข้าก็จะได้ความสนใจจริงไหม?”

 

 

อวี้หลีส่งเสียงครางเครืออีกครั้ง

 

 

พระสนมเชื่อว่ามันกำลังตอบกลับ โอบอวี้หลีเข้าสู่อ้อมกอดอย่างปิติ กอดไว้จนกลมราวกำลังจับต้องของล้ำค่าที่สุดในโลก

 

 

….

 

 

เย็นวันต่อมายามก่อนอาทิตย์ลาลับฟ้า พระสนมผลัดเสื้อเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์สีฟ้า เรียกเสี่ยวเป่าให้ไปตำหนักองค์ชายน้อยด้วยกัน

 

 

จากหน้าประตู เสี่ยวเป่าตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง

 

 

ก่อนเสริม “ข้ากำลังให้อาหารนกอยู่ เสร็จจากนี้ข้าน้อยจะตามไป”

 

 

พระสนมหัวเราะเย้าแหย่ “มิเคยรู้ว่าเจ้าเป็นประเภทจริงจังยามเมื่อปักใจลงแล้ว”

 

 

เสี่ยวเป่ามีสีหน้าแปลก “เห็นได้ชัดว่ารับใช้พระสนมเพียงอย่างเดียวมิอาจทำให้ทรมานได้ ตอนนี้ได้เพิ่มนกสองตัวซ้ำยังเป็นนกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คงผิดบาปนักหากไม่ดูแลให้ดีและทำให้พวกมันตาย”

 

 

พระสนมซ่อนรอยยิ้มไว้ด้วยชายแขนเสื้อ “แน่นอน”

 

 

ทั้งสองออกมาจากเรือน เดินไปตามทางเพื่อไปตำหนักองค์ชายน้อย

 

 

บนคอของลู่เจ๋อมีสะพายไว้ด้วยกระเป๋าตาข่ายที่เต็มไปด้วยไข่เค็ม บนโต๊ะอุดมด้วยอาหารมากกว่าสิบชนิดถูกตระเตรียมอย่างประณีต และเต็มไปด้วยบ๊ะจ่างที่น่าตาน่าทาน ต่อหน้าพระสนมนั้นก็หัวเราะเสียงดังและเรียกร้องเหมือนเด็ก ดึงชายเสื้อพระสนมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

 

 

ทั้งสามก้าวเข้าสู่ห้องเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง พูดคุยไปก็ใช้ตะเกียบคีบอาหารไป

 

 

บ่าวรับใช้ปอกเปลือกที่ห่อภายนอกบ๊ะจ่างให้องค์ชายน้อย แต่ลู่เจ๋อกลับอยากปอกออกด้วยตนเอง พระสนมเห็นด้วยและหยิบบ๊ะจ่างให้แก่องค์ชาย

 

 

ฝีมือของหัวหน้าพ่อครัวแห่งวังหลวงนั้นช่างวิจิตร บ๊ะจ่างถูกห่ออยู่ในรูปร่างอันบรรจง มิได้จำเป็นต้องใช้ด้ายพันเข้าเสียด้วยซ้ำ แต่กลับใช้ใบไม้ทบกันเข้ามุมจนเข้าที่ ลู่เจ๋อพยายามฉีกเพื่อเปิดออก ทั้งดึงและทึ้งแต่ก็มิสามารถเปิดออกได้ จึงใช้ฟันงับเข้าแล้วดึงให้ได้ เพื่อเปิดใบไม้ออก

 

 

เสี่ยวเป่าเยาะเย้ย “วิธีแกะช่างประหลาดจริง พวกหนูเองก็ใช้วิธีเช่นนี้ยามกินบ๊ะจ่าง”

 

 

ลู่เจ๋อวางบ๊ะจ่างที่ปอกออกด้วยฟันของตนไว้บนมือพระสนม ดวงตาวาววับก่อนพูด “ท่านทานนี่”

 

 

เสี่ยวเป่าลอบมอง บ๊ะจ่างถูกกัดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม เมล็ดข้าวเองก็กระจายเสียเต็มโต๊ะ เสี่ยวเป่าหยิบบ๊ะจ่างที่ไม่สมประกอบลูกนั้นออกจากมือก่อนวางอันใหม่ไว้บนมือพระสนม

 

 

พระสนมพูดคุยกับองค์ชายน้อย ทั้งหัวเราะ พูดยามทานข้าว ดูมีชีวิตชีวามาก โดยไม่ทันได้รู้ตัวก็เป็นเวลาค่ำเสียแล้ว

 

 

พระสนมยืนขึ้นและลุกออกภายนอกเพื่อสูดอากาศ

 

 

บนท้องฟ้าพระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอย่างเต็มภาคภูมิ ส่องแสงสุกประกายอาบไล้ทั่วพื้นที่ให้เป็นสีเงิน กิ่งและใบที่แห้งบนพื้นซ้อนรวมกันรวมกับเงา สายลมพัดผ่านทำเงาของเหล่าต้นไม้ราวกับกำลังเต้นและขยับไปมา

 

 

จากไม่ไกลนักก็มีเสียงที่คุ้นเคยถามขึ้น “ท่านออกมาทำไมกัน?”

 

 

พระสนมตอบกลับอย่างช้าๆ “ข้าทานมากไปหน่อยเลยออกมาเดิน”

 

 

ก่อนเสริมต่อ “ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มตอบกลับ “งานเลี้ยงในส่วนวังหน้าได้จบลงแล้ว ข้าเพียงเดินตามทางมาจนมาถึงที่นี่”

 

 

พระสนมหัวเราะ นั่งลงบนม้าหิน

 

 

ฮ่องเต้จึงถามขึ้นอีก “ข้ามีบางอย่างที่อยากจะมอบให้ท่าน”

 

 

“เอ๋?” พระสนมเงยพักตร์งาม “สิ่งใดกัน?”

 

 

“ข้าจะช่วยสวมมัน” จักรพรรดิตรัสตอบ

 

 

พระสนมพยักหน้ารับ ก่อนนั่งเงียบๆ รอให้องค์ฮ่องเต้สวมบางอย่างลงบนศีรษะ ยื่นมือออกเพื่อสัมผัส มันคือปิ่นหยกนั่นเอง

 

 

“ข้าอยากมอบสิ่งนี้ให้ท่านมานานแล้ว ข้าเลือกหยกเนื้อดีที่สุดให้ส่งมาที่เมืองหลวง ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากเพื่อเจียระไนให้ประณีตเช่นนี้”

 

 

พระสนมหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความเจ็บปวดและรสขมปร่าในหัวใจ

 

 

ในท้ายที่สุดเขาก็มิกล่าวสิ่งใด ยืนขึ้นจากม้าหินและหันหลังกลับ ทิ้งองค์จักรพรรดิไว้เพียงลำพังกับเงาของพระองค์เอง

 

 

 

 

 

*เทศกาลเรือมังกร หรือที่คนไทยอาจจะรู้จักในชื่อของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างรวมถึงมีการแข่งเรือมังกรด้วยค่ะ (ลักษณะก็คล้ายๆแข่งเรือยาวบ้านเราล่ะค่ะ)

 

....

 

 

 

ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรนะ ทำไมเราเศร้าล่ะ ฮืออ   นานๆมาทีก็อย่าเพิ่งลืมกันเด้ออ

 

ติด tag แสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ ทั้งในทวิตเตอร์และที่อื่นๆ อิอิ เราจะตามไปอ่านแน่นอนค่ะ!

 

#นิยายพระสนม

 

#ทีมฮ่องเต้  #ทีมพระสนม  #ทีมเสี่ยวเป่า  #ทีวอวี้หลี  #ทีมองค์ชาย  #ทีมแม่ทัพ

 

 

แอบงงเหมือนกันที่เห็นคนติดแท็กท่านแม่ทัพ ขนาดออกมานิดเดียวนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

 

ป.ล. เจอคำผิดกระซิบหน่อยนะคะ เลิ้บๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #4972 p__jany (@Otaku_sei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 02:36
    ณ จุดๆนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อพระสนม😂😂
    #4972
    0
  2. #4784 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 15:04
    หน่วงอ่ะ สาเหตุอะไรก็ยังไม่เฉลยสักอย่าง พระสนมก็คิดเพียงแต่จะส่งเสี่ยวเป่ากับอวี้หลีออกไปนอกวัง แล้วตัวเองล่ะ?
    #4784
    0
  3. #4737 PINKFOAM (@bonjour0301) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 08:42
    หมอบหยกให้คืออยากได้คนนี้ป่าวคะ ทำไมเราฟินในความหน่วง ??
    #4737
    0
  4. #4728 Natha-MONSTER (@bangluvpang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 06:37
    สนุกมากเลย
    #4728
    0
  5. #4342 Radtida เธ612557 (@songkhamlue) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 13:06
    #ทีมองค์ชาย
    #4342
    0
  6. #4211 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 15:28
    งื้อ มีหลายอารมณ์มาก ทั้งฟิน ทั้งเศร้า ทั้งสนุก
    #4211
    0
  7. #4004 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 18:08
    เศร้าอ่ะ   อยากรู้อดีตของพระสนม
    #4004
    0
  8. #3855 yaku33 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 19:39
    พระจักรพรรดิทำไมดูใจดี มีใจให้พระสนมขนาดนี้ ช่างเป็นคนดีเหงือเกินนนน พระสนมก็สงสารนะ ไม่รู้ว่าใจนึงก็คงมีใจให้บ้างแหละแต่อาจเพราะปมเมื่อก่อนรึเปล่า ลุ้นมากกกกกกๆค่ะ T-T
    #3855
    0
  9. #3568 peach_snw (@peachsnw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:03
    โง๊ยยยยเขินนน เคยอ่านเจอในนิยายแปลเล่มนึง เค้าว่าการที่ผู้ชายมอบหยกให้ผู้หญิงหมายความว่า อยากได้หญิงคนนี้เป็นคู่ครอง อะไรงี้ ไม่รู้ในจุดนี้หมายความเหมือนกันมั้ย แต่เขินนำไปแล้วค่ะ #ทีมท่านแม่ทัพ
    #3568
    0
  10. #3320 *[*][]อั๋นเดวววว๋[][*]* (@babyll) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 05:10
    รู้สึกว่าพระสนมไม่มีความสุขแบบจริงๆ เลย สุขก็สุขไม่สุด เศร้า ;-;
    #3320
    0
  11. #2858 Kanishi_Nana (@kanishi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 09:54
    พระสนมมีอะไรในใจแน่ๆ
    #2858
    0
  12. #2809 มั ง ก ร ข า ว (@Hakuryuu-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 23:23
    น่าสงสารพระสนม
    #2809
    0
  13. #2743 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 23:52
    มาม่าเริ่มอืดแล้วนะคะ TT' ชอบบรรยากาศเก่าๆจัง
    ตกลงว่า ฮ่องเต้เปิดตัวและฐานะแล้วใช่มั้ยหนอ?
    #2743
    0
  14. #2731 bangzelo2n (@nachnuch) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 23:04
    คือแบบ อยากจะฟินนะเเต่มันหน่วงๆแปลกๆ
    #2731
    0
  15. #2690 View fifi (@viewmavin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 11:05
    ดูเศร้าๆ หน่วงๆ ยังไงมะรู้ ;_;
    #2690
    0
  16. #2688 [Unlovable] (@michunarak) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 03:32
    ไปๆมาๆ กลายเป็นว่าหรือที่จริงพระสนมมีแผนการบางอย่างที่ต้องชำระแค้นกับราชวงศ์ แต่ดันสนิทกับฮ่องเต้ไปแล้วซะงั้น 55555. โอ้ยยย. หน่วงมาก สงสารฮ่องเต้อ่า
    #2688
    0
  17. #2682 dhpnwc43 (@dhpnwc43) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 23:01
    รู้สึกวูบโหวง กลิ่นมาม่าลอยมาแต่ไกล 5555 พระราชวังดูเป็นอะไรที่มืดมนมาก คนที่อยู่มานานยังบอกออกไปได้อย่ากลับเข้ามาอีก มีอะไรกันแน่หนอ
    #2682
    0
  18. #2680 Pharam.ภารัมย์ (@rinchiyap) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 21:21
    กรี๊ดดด ชอบมาก สนุกมาก เนี่ยะ!!!คือสิ่งที่ตามหา ดีงามมากๆค่ะ สู้ๆนะคะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้ ฟินมาก ถึงแม้ฮ่องเต้จะตีเนียนก็เถอะ พระสนมอ่อนหวานมาก ฮื่อออ ดีงามมมม~
    #2680
    0
  19. #2679 ambrosia3 (@Ambrosia) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 20:23
    พระสนมลึกลับมากค่ะ มันหน่วงขึ้นเรื่อยๆค่ะ บ่อน้ำตาเราแตกไปหลายบ่อแล้ว ฮือ
    #2679
    0
  20. #2674 Vision Yaoi S (@visionyaoi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:13
    สนุกมากเลยค่ะ พระสนมน่าสงสารจัง ต้องมีอะไรแน่ๆเลยค่ะ หน่วงไตมาก รอต่อนะคะT^T
    #2674
    0
  21. #2673 วาฬกะแมว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:04
    ทำไมละมุนเป็นหน่วง คือพระสนมจะหายไปไหนอะ

    เคยเจอจักรพรรดิมาก่อนมั้ย ไม่ดียังไง งง สงสัยไปหมด ตามต่อๆๆ

    ขอบคุณสำหรับการแปลค่ะ
    #2673
    0
  22. #2672 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 13:38
    ทำไมพอรู้ว่าเป็นฮ่องเต้แล้วถึงโศกเศร้าเพียงนี้ พระสนมทำเหมือนพร้อมจะหายตัวไป จะส่งเสี่ยวเป่ากับอวี้หลีไปในที่ปลอดภัย ทำไมคะ T-T
    #2672
    0
  23. #2671 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 13:35
    ทำไมพระสนมถึงคิดว่าฮ่องเต้ไม่จิงใจล่ะ อยากรู้เบื้องหลังความเศร้าของพระสนมจัง
    #2671
    0
  24. #2670 WAA-Y (@WAA-Y) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:56
    อยากรู้ความหลังพระสนมแล้วอ่าาา
    #2670
    0
  25. #2668 Angle1501 (@1501-13095) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:04
    ฮ่องเต้ตรัสต่อพระสนม"ข้าจะเป็นตาให้เจ้าเอง"

    อิๆแต่งเองซะเลย
    #2668
    0