[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,774 Views

  • 5,029 Comments

  • 9,331 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    678

    Overall
    244,774

ตอนที่ 26 : บทที่ 25 เรื่องเล่าจากอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    19 ส.ค. 59

第二十五章

 

ในเมืองหลวงมีตระกูลหนึ่งใช้แซ่เวิน ตระกูลเหวินนั้นเป็นผู้มีอันจะกิน วิชาการแพทย์ถูกถ่ายทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นแพทย์ผู้มีฝีมือพรั่งพร้อมด้วยกันทั้งสิ้น ในเมืองหลวง ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักชื่อเสียงนี้ ผู้นำตระกูลเวิน นามว่าเวินเหวินมีฝีมือการแพทย์ยอดเยี่ยม เขาช่วยเหลือคนป่วยมากมาย ซ้ำยังถ่อมตัวและเป็นกันเองกับผู้อื่น นอกเหนือไปจากนั้นคือ เขาถือความดีเป็นที่สุด

 

 

ในช่วงวัยกลางคน เวินเหวินมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง แน่นอนว่าเขารักและห่วงใยบุตรชายมากกว่าชีวิตตน บุตรชายคนเล็กมีนามว่ามู่เหยียน ถือกำเนิดมาพร้อมผิวเนียนละเอียด ดวงตากลมโตเป็นประกาย มักจะหัวเราะออกมาเมื่อพบใครคนหนึ่ง ทุกๆคนในครอบครัวมักจะโอบอุ้มไว้ในฝ่ามือโดยไม่มีข้อยกเว้นใด

 

 

วันเวลาผ่านไป เวินมู่เหยียนเติบโตขึ้น ใบหน้างดงามและเนียนละเอียด เขามีอุปนิสัยร่าเริงและจิตใจที่บริสุทธิ์ คำพูดว่านอนสอนง่ายทำให้เป็นที่รักของผู้อื่น ราวกับเป็นเด็กน้อยที่กำเนิดจากน้ำผึ้งและน้ำหวาน เป็นเด็กที่อ่อนหวานเหลือเกิน ตระกูลเวินนั้นนับตั้งแต่ผู้อาวุโสจนผู้น้อย ไม่มีผู้ใดไม่รักเขา

 

 

ในชั่วพริบตา เวินมู่เหยียนก็มาถึงวัยกำลังโต ช่วงอายุของความเป็นเด็กและวัยก่อนเป็นหนุ่ม ดวงตาของเขากระจ่างแจ้งราวกับอัญมณี พวกมันเหมือนกับสายน้ำอันงดงามของทะเลสาปยามฤดูใบไม้ร่วง ร่างกายสวมใส่อาภรณ์จากไหมชั้นดี ป้ายหยกห้อยอยู่ข้างเอว เป็นคุณชายน้อยแห่งตระกูลมั่งคั่ง

 

 

วันหนึ่งในฤดูเหมันต์ ฮ่องเต้เกิดประชวรด้วยโรครุนแรง พระอาการนั้นย่ำแย่ สถานะความเป็นความตายนั้นไม่แน่ชัด หมอหลวงในพระราชวังล้วนไม่รู้จะทำเช่นไร เหล่าข้าราชบริพารพากันใช้ความคิดจนหมดสิ้นหนทาง แต่ก็หาที่ดีทำไม่ได้ จึงมีขุนนางระดับสูงเสนอให้ว่าจ้างแพทย์ชื่อดังจากเมืองหลวงให้เดินทางเข้าวังและช่วยพวกเขาในการรักษาองค์ฮ่องเต้และคอยดูแล ผู้ใดจะล่วงรู้ ไม่แน่ว่า อาจจะมีความหวังของชีวิตก็เป็นได้

 

 

เป็นวันที่หิมะตกหนักที่บ้านตระกูลเวินมีคนมาเคาะประตู หัวหน้าตระกูลเวินได้ยินประสงค์ของผู้มาเยือนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงตกลงที่จะเดินทางเข้าวังหลวง เวินมู่เหยียนยืนอยู่เคียงข้างผู้เป็นบิดา เขาอยากจะติดตามไปด้วย เพราะบิดามักจะตามใจเขาอยู่เสมอ เขาจึงคอยตามติดบิดาไปเสียทุกที่ ยามบิดาไปตรวจคนป่วย ผู้เป็นบิดาก็มักจะพาเขาไปด้วยเสมอ

 

 

เวินเหวินกางร่มออกแล้วถือไว้ เวินมู่เหยียนถืออุปกรณ์แพทย์ไว้ในมือ สองพ่อลูกก้าวเข้าสู่รั้ววังมังกรในวันนั้น ยามท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน สุดเท่าที่สายตาคนหนึ่งจะสามารถมองเห็นได้

 

 

พระอาการประชวรนั้นยิ่งนานวันยิ่งแย่ลง บาดแผลที่สั่งสมมาแต่ก่อนก็เริ่มส่งผลกระทบ วันและคืนผันผ่านพระวรกายก็ซูบผอม จิตใจเองก็ราวกับถูกกระชากไป บรรดาแพทย์ชื่อดังจากเมืองหลวงรู้ว่าพระอาการประชวรนั้นถึงจุดที่เกินรับมือแล้ว ความเจ็บป่วยแพร่กระจายเข้าทุกส่วนของร่างกายรวมถึงแทรกซึมอยู่ทุกส่วนของกระดูก ไม่มีทางใดที่จะแก้ไขได้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก ได้แต่เพียรฝังเข็มและต้มยาอยู่ทุกวันเพื่อยืดอายุขัยของพระองค์

 

 

นับจากวันแรกที่พวกเขาเข้าวังมา ก็ร่วมหนึ่งเดือนแล้ว

 

 

เวินมู่เหยียนและบิดาของเขาอาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่ไกลจากโรงโอสถหลวงมากนัก เขายังเยาว์วัยนัก ในทุกๆวันเขามักจะอยู่แต่ในห้องอ่านหนังสือ นานๆครั้งจึงจะไปเที่ยวเล่นบริเวณพระราชวัง

 

 

วันหนึ่ง ครึ่งเดือนแห่งหิมะโปรยปรายก็สิ้นสุดลง ดวงสุริยันที่น้อยครั้งจะปรากฏก็ออกมาทักทาย แสงสว่างสีทองเฉิดฉายอยู่เหนือเส้นผมนุ่มของเด็กหนุ่ม

 

 

เวินมู่เหยียนรู้สึกปิติอย่างมาก เขาสวมใส่เสื้อขนสัตว์ผืนบางบนไหล่และออกจากห้องเพื่อลงเดินกับกลุ่มหิมะขาว

 

 

ในเมื่ออากาศสดใสเช่นนี้ เขาก็มิอาจห้ามใจไม่ให้ลุกเดินได้ บนพื้นมีร่องรอยหิมะหนาทับถมกันมาหลายวัน หลังคา ม้านั่งและขั้นบันไดล้วนถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา จากที่ไกลๆ ทุกๆส่วนในพระราชวังดูแล้วเหมือนกันไปหมด ทางเดินเองก็ถูกบดบังจนมองไม่ชัดเช่นกัน เวินมู่เหยียนเคลื่อนกายไปตามพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะขาว เขาไม่ทันได้รู้ตัวว่าที่ใดที่เขามาถึง

 

 

ด้านหลังมีประตูหนึ่งซึ่งพัดเผยอขึ้นเองด้วยแรงลม ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดเข้าหู

 

 

เวินมู่เหยียนสะดุ้งด้วยตกใจ เขาหันกายกลับ สามารถมองเห็นว่ามีร่างขยับเข้ามามองดูแล้วร่างนั้นสูงกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเขายังเยาว์นักจึงไม่ได้สูงมาก ความสงสัยพลันก่อขึ้นในใจ เขาก้าวลงหิมะที่สูงถึงเข่าแล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อก้าวขึ้นบันได ลำตัวแนบกับประตูหน้าเพื่อแอบดูภายใน

 

 

เพียงแค่มองผ่านๆ เขาก็รู้ได้ว่ามีเรื่องร้าย

 

 

เวินมู่เหยียนเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญ เชิดชูและดูแลผู้อาวุโสในตระกูลอย่างดี แน่นอนว่าเขาเป็นเด็กที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา เขาไม่มีความคิดระวังถึงอันตรายภายในห้องของพระราชวังนี้ เขาเพียงแต่คิดว่าพบเห็นเหตุการณ์คล้ายไม่ธรรมดา ไม่ได้รับรู้ว่าการกระทำนี้ทั้งเป็นการกบฏและเป็นกลอุบาย กลอุบายร้ายของราชวงศ์ แต่ไหนแต่ไรมา ก็เกิดขึ้นโดยไม่สนว่าถูกหรือผิด

 

 

ไม่ได้ทันได้ระวังตัวว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างที่สุด เขาก็หันตัวกลับเตรียมจะหนีออกมา แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว

 

 

เหล่าทหารองครักษ์ที่ซ่อนตัวในอาภรณ์สีดำสนิทพบเข้า พวกเขาออกมาจากที่ซ่อนด้านหลังอย่างเงียบเชียบและปิดปากเวินมู่เหยียนไว้ พวกเขาลากเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องและโยนลงกับพื้น ก่อนประตูจะถูกปิดสนิท

 

 

เวินมู่เหยียนถูกกดให้คุกเข่ากับพื้นกระเบื้องที่เย็นดุจน้ำแข็ง ไม่อาจยกศีรษะขึ้นได้ แม้เขาจะยังเยาว์วัยและไม่อาจเข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีนัก แต่ในเวลานี้ เขาก็รับรู้ได้ถึงสถานการณ์อันตราย ไม่นานจากนั้นก็มีกลุ่มคนเข้ามาในห้อง จุดเตาหลอมขึ้น กลิ่นธูปจากเตาลอยมาพร้อมเสียงแตก เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะเขา “เจ้าเห็นอะไรบ้าง?”

 

 

ร่างกายของเวินมู่เหยียนสั่นเทา เอ่ยปากบอกความจริงออกไป “ข้าไม่เห็นสิ่งใดทั้งนั้น…”

 

 

คำพูดของเขานั้นเป็นของเด็กน้อย และเขาไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น แต่ในเวลานี้ก็มิรู้ว่าจะอธิบายอย่างไร และไม่ว่าจะพูดอย่างไร เจ้าของเสียงนั้นก็คงไม่เชื่อเขา

 

 

เสียงต่ำของสตรีนางหนึ่งดังเข้าในโสทประสาท “ไม่สำคัญว่าเขาจะเห็นหรือไม่เห็น คนผู้นี้ย่อมไม่มีวันหลุดรอดออกไปได้ กำจัดเขาเสีย แล้วทิ้งร่างไว้ให้แห้งตายในตำหนักเย็น”

 

 

หนึ่งในองครักษ์ชุดดำก้าวขึ้นมา “ในตอนนี้ ฝ่าบาทประชวรหนัก องครักษ์แห่งวังหลวงคุ้มกันโดยรอบแน่นหนา การเปลี่ยนเวรและสังเกตการณ์เป็นไปอย่างเข้มงวด จะกำจัดเขานั้นง่ายดายแต่การนำร่างไปทิ้งคงยากที่จะพ้นหูพ้นตาผู้คน มีหูตามากมายอยู่ภายในวัง หากสนมองค์อื่นพบปัญหานี้เข้าและใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ความพยายามหลายปีที่ผ่านมาคงถูกทำลายในชั่วพริบตาเดียว”

 

 

สตรีผู้นั้นกดเสียงต่ำอีกครั้ง “เช่นนั้น ก็ทำให้ตาบอดเสียแล้วจองจำไว้ยังตำหนักเย็น ส่งคนไปติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่าบาทเองก็ใกล้สวรรคต คงไม่อาจทนได้อีกหลายวันนัก ระวังปัญหานี้ให้ดี หลังฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ หากแม้นมีผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป!”

 

 

เสียงเย็นของเด็กหนุ่มพูดขึ้น “พวกเจ้ารออันใด?! จัดการเร็ว!!”

 

 

หลังกล่าวจบก็ไม่ได้อยู่ต่อ สะบัดแขนเสื้อแล้วก้าวเดินออกจากห้องไป

 

 

เส้นผมของเวินมู่เหยียนถูกกำไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขยับร่างกายได้ พวกเขาบังคับให้เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่กระจ่างใสราวสายน้ำยามใบไม้ร่วงนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากส่งเสียงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร

 

 

สตรีผู้นั้นหัวเราะเย็นชา เล็บสีแดงสว่างกรีดผ่านแก้มของเด็กหนุ่ม ทิ้งรอยไว้บนนั้น “เสียดายดวงตาสวยๆคู่นี้เสียจริง”

 

 

เวินมู่เหยียนถูกจับตรึงแน่น ทำได้เพียงมองดูคีมที่คีบเอาถ่านแดงร้อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆอย่างสิ้นหวัง เขาส่งเสียงอ้อนวอนไม่หยุดหย่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกแสนสาหัส ทั้งหัวใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความเจ็บปวดเกินกว่าพรรณาเข้าจู่โจมที่ดวงตาทั้งสอง ทั้งร่างราวกับถูกทิ้งให้มอดไหม้อยู่บนกะทะร้อน เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอันร้ายกาจ ทั้งใบหน้าปกคลุมด้วยผงถ่าน ดวงตาแดงฉานด้วยโลหิตถูกบดบังด้วยเถ้าถ่าน เลือดและดวงตาถูกทำลาย ความเจ็บปวดนี้คล้ายกับจะฉีกกระชากปอดและหัวใจออกไป ดวงตาคมและงดงามคู่นั้นถูกทำให้มืดบอดด้วยถ่านร้อนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

 

 

เจวี่ยอวี้หันใบหน้าเข้าปะทะกับสายลมเอื่อยพร้อมด้วยเปลวไฟที่แลบเลียอยู่บนโต๊ะ น้ำเสียงของเขานั้นแผ่วเบาราวกับดังมาจากที่แสนไกล “หลังจากนั้น เวินหมู่เหยียนก็ถูกจองจำไว้ที่ตำหนักเย็นเพื่อให้อยู่และตายไปเช่นนั้น อีกอย่างหนึ่งคือผู้ที่ดูแลเขา เสี่ยวเป่า ไม่ใช่ใครที่ไหนคือผู้ที่องค์ไทเฮาสั่งการให้ดูแลอย่างใกล้ชิดภายใต้พระราชเสาวนีย์”

 

 

เวลาแท้จริงแล้วสามารถปิดซ่อนได้ทุกสิ่ง ทำลายได้ทุกอย่าง ปกปิดทุกการมีตัวตนและทำให้จางหายไป ฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ สงครามชายแดนเมื่อเจ็ดปีก่อน ผู้ใดจะจดจำวันเหล่านั้นได้ ภายในตำหนักเย็นเองก็มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ทนทุกข์กับเรื่องราวแสนเลวร้ายเหล่านี้

 

 

“ในตอนนั้นองค์ไทเฮาทรงมีแผนการโดยละเอียดเพื่อกำจัดหลักฐานการเข้าวังของเวินมู่เหยียน ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลเวินก็ขาดการติดต่อ ผู้มีหน้าที่ทำงานในโรงโอสถก็มิอาจรู้ร่องรอย เวินมู่เหยียนได้ตายตกแต่นั้นมา มีเพียงในตำหนักเย็นเท่านั้น ที่คงอยู่ซึ่งพระสนมตาบอด หากมิใช่เพราะฝ่าบาททรงบังเอิญผ่านไปที่ตำหนักเย็น พบกับเวินมู่เหยียนที่ถูกจับตามองโดยเสี่ยวเป่ามาเจ็ดปี บางทีองค์ไทเฮาอาจจะหลงลืมเด็กหนุ่มผู้นั้นไปแล้ว”

 

 

“แผนการที่องค์ไทเฮาประสงค์ให้เวินมู่เหยียนออกนอกเมืองหลวงนั้นล้มเหลว หมายจะวางยาพิษในอาหารและขนมเพื่อให้ต้องพิษจนตาย บางทีอาจเป็นเพราะกลัวว่าเวินมู่เหยียนจะจดจำเรื่องราวในวันนั้นได้ และใกล้ชิดฝ่าบาทเพื่อแก้แค้น”

 

 

เจวี่ยอวี้กระตุกยิ้มมุมปาก ในดวงตามีประกายลำอ่อนของแสงวูบวาบ “ข้าสงสัยนัก ในวันนั้น เวินมู่เหยียนได้พบเห็นเหตุการณ์เช่นใดกัน?”

 

 

พระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้นั้นขาวราวเกล็ดน้ำแข็ง ริมฝีปากปิดแน่น ไม่ตรัสแม้นคำหนึ่ง

 

 

มุมปากของเจวี่ยอวี้ยิ่งยกสูงขึ้นอีก แต่รอยยิ้มบนใบหน้านี้กลับเศร้าหมองและเยือกเย็น “ในพระทัยของพระองค์ ในการขึ้นครองบัลลังก์แล้วนั้น ต้องมีเรื่องน่าละอาย เลวทราม วุ่นวาย รวมถึงโสโครกเพียงใดกัน? สิ่งที่พระองค์ทำลงในวันนั้น พระองค์มิมีแม้นความกล้าที่จะยอมรับในวันนี้เช่นนั้นหรือ?!”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มนิ่งเงียบ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้เอ่ยขึ้น “ตัวข้าในตอนนั้น ไม่มีตัวเลือกใด”

 

 

เจวี่ยอวี้หัวเราะออกมาเสียงดัง “บังเอิญเสียเหลือเกิน  ‘ไม่มีตัวเลือกใด’!”

 

 

พระพักตร์แปรเป็นซีดขาว ความคิดแล่นไปมาราวกับได้ย้อนคืนสู่วันหิมะตกวันนั้น

 

 

พระโอษฐ์มิอาจปิดบังความสั่นเทา “เวินมู่เหยียนเขา… เขาเห็นข้าสับเปลี่ยนฎีกาสุดท้ายของฮ่องเต้องค์ก่อน”

 

 

ในวันนั้น เหล่าองครักษ์หลวงที่ทำหน้าที่อยู่บริเวณโถงถูกส่งตัวออกไปด้วยเหตุผลบางประการ ทั้งห้องในโถงนั้นว่างเปล่า พระองค์ช่วงชิงโอกาสนี้เข้าห้องไป เปิดประตูตู้ไม้เนื้อแข็งซึ่งตั้งอยู่ในห้องนั้น ก่อนดึงเอากล่องผ้าต่วนไหมทองออกมา

 

 

ฮ่องเต้องค์ก่อนประชวรอยู่บนเตียงด้วยโรคร้ายมาเป็นเวลานาน อยู่ในพระอาการไม่สู้ดีมาโดยตลอด พระองค์ได้ทำฏีกาเป็นพินัยกรรมซึ่งไว้ในห้องนั้น

 

 

ดวงเนตรกราดมองฏีกาใบนั้น ไม่นานนักก็ฉีกเอากระดาษขาวใบนั้นทิ้ง จุ่มหัวแปรงลงน้ำหมึกดำข้น ลอกเลียนลายพระหัตถ์ของพระจักรพรรดิองค์ก่อน เขาเขียนฏีกาฉบับปลอมแปลงขึ้นเพื่อให้ตนขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป ก่อนจะเผาฏีกาใบเก่าทิ้ง ใช้ป้ายหยกที่ขโมยมาประทับตราลงบนกระดาษขาวใบใหม่ ตราหยกประทับลงพร้อมด้วยรักสีแดงสว่างและวางกลับยังกล่องเดิม

 

 

ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่ายดายเสียจนไม่เป็นปกติ ควรจะมีอุปสรรคบ้าง โชคร้ายที่ท้ายที่สุด เมื่อเขาเกำลังจะปิดผนึกกล่องผ้าต่วนด้ายทองนั้น ที่บานประตูก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมองดูอยู่

 

 

หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตกใจอย่างมาก โทษของผู้ปลอมแปลงฏีกาหลวงนั้นมหาศาล ครอบครัวฝั่งมารดา ครอบครัวฝั่งคุณลุงและกว่าหนึ่งร้อยชีวิตคงต้องฝังลงดิน ภายใต้การลงโทษเช่นนี้หัวใจก็ไร้ความรู้สึก เชื่อฟังคำสั่งของมารดา สั่งให้คนทำลายดวงตาของเวินมู่เหยียน

 

 

ในวันนั้น เวินมู่เหยียนถูกกดลงกับพื้น เขาไม่เคยได้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น

 

 

สิ่งที่เจวี่ยอวี้พูดนั้นมิได้ผิดเลย มีเรื่องโสมมเกิดขึ้นและถูกปิดบังอยู่ภายในราชตระกูล เวินมู่เหยียนถูกจับเพียงเพราะมองเห็นเขากำลังจะปิดผนึกกล่องเพียงชั่วขณะเท่านั้น เขาจำต้องทำลายดวงตาทั้งสองข้างนั้นไป

 

 

เรื่องจริงจำต้องถูกฝังลึกลงไป เป็นเช่นนี้ตลอดกาล

 

 

ความเจ็บปวดอันฉีกกระชากเอาปอดและหัวใจออกมาและเสียงร้องให้คร่ำครวญถูกกลบหายด้วยเสียงกรีดหวิวของลมแรงและหิมะอันโหดร้ายในที่แอนแสนไกล สถานที่ที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน

 

 

เด็กหนุ่มผู้นั้น ผู้ซึ่งสูญเสียดวงตา อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง วันแล้ววันเล่า ภายในสวนเล็กๆของตำหนักเย็น อาศัยอยู่อย่างเงียบเชียบราวกับเขาได้สิ้นชีวิตไปแล้ว

 

 

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ากี่น้ำตาที่ร่วงหล่น กี่ราตรีผันผ่านที่มิอาจได้นอน อยู่เพียงลำพังในโลกอันมืดมิด โลกที่แสนเงียบสงบและแสนสงัด

 

 

เรื่องราวเช่นนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป

 

 

ในวังหลวงนั้น เวินมู่เหยียนหาได้มีตัวตนไม่

 

 

ยามนี้ ในวังหลวงมีเพียงพระสนมตาบอด พระสนมตาบอดผู้ซึ่งมิหลั่งน้ำตา ไม่ร้องไห้ เขาไม่รับรู้หรือตอบสนองสิ่งใด มีเพียงดวงตาอันว่างเปล่า นัยตาสีเทาไร้แวว ใบหน้าไร้การแสดงออกใด ไม่มีหนึ่งคำพูดใด

 

 

เขามิใช่เด็กในวันนั้นผู้ซึ่งมีดวงตาสีดำมันเงาประหนึ่งหยกสลักเนื้อดี

 

 

ผู้ที่ทำให้ดวงตาทั้งสองของเขามืดบอด มิใช่คนอื่นใด แต่เป็นองค์ฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง

 

 

พระพักตร์ซีดขาวเสียจนน่ากลัว พระองค์เอนกายพิงเก้าอี้อย่างช้าๆ

 

 

ยามลู่เจ๋อได้พบพระสนมตาบอด เขามั่นใจนักว่าพระสนมจักต้องมีนามแสนไพเราะ

 

 

เพราะพระสนมนั้นเป็นผู้ที่อ่อนโยน สำหรับผู้ที่อ่อนโยนและจิตใจงดงามเช่นพระสนมแล้ว ย่อมมีคำเรียกเอ่ยนามที่งดงามราวกับหยกเป็นแน่

 

 

เวินมู่เหยียน

 

 

เวินมู่เหยียน

 

 

มู่เหยียน

 

 

จักรพรรดิหนุ่มทวนซึ่งนามนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเงียบงัน

 

 

นามนั้นงดงามอย่างแท้จริง งดงามราวกับหยก

 

 

 

 

 

 

 

 

.....

 

สวัสดีตอนที่ยี่สิบห้าค่ะ


ตอนนี้ความจริงก็เปิดเผยแล้วว่าใครทำให้พระสนมตาบอด พระสนมพบเห็นอะไร ไทเฮาอยู่เบื้องหลังหรือไม่


ตอนนี้ความจริงก็กระจ่างแล้วนะคะ นักอ่านรู้สึกยังไงกันบ้างคะ :l แสดงความคิดเห็นกันได้ทางคอมเม้นท์ด้านล่างและผ่าน hashtag

 

 

#นิยายพระสนม

 

#ทีมฮ่องเต้   #ทีมพระสนม   #ทีมเสี่ยวเป่า   #ทีมเจวี่ยอวี้




ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #5002 ChanglongSama (@ChanglongSama) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:25
    พอมาเจอความจริงแล้ว ไม่อยากให้มู่เหยียนอยู่ในวังแล้วอ่ะ เขาทนมาพอแล้ว ปล่อยให้เขาไปเถอะ #อยากตบฮ่องเต้!!!! #ร้องไห้หนักมากกก
    #5002
    0
  2. #4967 Baimon12 (@Baimon12) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 18:31
    สงสารพระสนม;-;
    #4967
    0
  3. #4917 TamanegiJa (@TamanegiJa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 14:53
    ไม่ไหวแล้ววววว หยุดร้องไห้ไม่ได้เลย สงสารพระสนม มันปวดใจไปหมด
    #4917
    0
  4. #4893 TanJaw (@tanjaw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 22:11
    โหววว....
    #4893
    0
  5. #4891 GokuH@y@ (@gokuhaya) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 21:50

    แอ่คคคค

    #4891
    0
  6. #4812 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:29
    เฮ้อ หมดคำจะพูดกันเลยทีเดียว
    #4812
    0
  7. #4796 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 18:26
    ชัดเจน...หมดคำพูด แบบนี้ก็หมดทางเลือกเหมือนกันนะ เพราะเป็นคนทำก็ต้องรับผลไป เป็นเราเราก็แค้นและหวาดกลัวเหมือนกัน ส่วนเรื่องรักมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว...
    #4796
    0
  8. #4770 ployploypim (@ploypim2543) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 22:29
    เส้าจนไม่รู้จะยังไง จะให้รักคนที่ทำให้ตาเราบอดหรอ ฮือแออยกยำเสำาดสเยหยกสเมเกวำยำ แงงงงง
    #4770
    0
  9. #4768 [ May! Nie! Mo! ] (@mayniemo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:36
    เ-้.อะคือแบบ หมดคำพูดเลย โอ๊ยยวยยยย ไม่ต้องมีพระเอกแล้วแบบนี้
    #4768
    0
  10. #4756 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:46
    กลายเป็นฮ่องเต้ซะเองที่ทำให้พระสนมตาบอด
    #4756
    0
  11. #4711 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 08:25
    อะไรกัน โหดร้ายที่สุด
    ฮืออออออ โหดร้ายยยยยยย T0T
    #4711
    0
  12. #4697 huuy (@huuytty) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 16:33
    หาสามีใหม่สะดีมั้ยพระสนมทำขนานนี้เป็นกูนะฆ่าตาย
    #4697
    0
  13. #4672 The Indy girl (@abcder) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:17
    โอ้ยยยยยย ดราม่ามากมาย
    #หมดทิชชู่ไปอีก #ทีมเจวี๋ยอวี้
    #4672
    0
  14. #4662 สาววาย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    สุดท้ายคนที่ทำลายพระสนมตั้งแต่เเรกก็คือฮ่องเต้ ชีวิตของพระสนมคงเหมาะเเก่การอยู่คนเดียวตลอดกาล ไม่มีใครคู่ควรที่จะอยู่กับพระสนมเลย เรื่องนี้คนที่น่าสงสารที่สุดก็ไม่พ้นพระสนมอยู่ดี
    #4662
    0
  15. #4367 Joy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:37
    OMG เจ็บปวด
    #4367
    0
  16. #4366 Joy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:37
    OMG เจ็บปวด
    #4366
    0
  17. #4364 lovemelikeyoudo (@mooknilaumpond) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 19:36
    พระสนมคือคนที่น่าสงสารมากที่สุด ตัวคนเดียว ไม่มีใคร มิน่าถึงอยากออกจากวัง หนีไปแล้วก็ยังไม่พ้น เวรกรรม
    #4364
    0
  18. #4284 namaoi17 (@namaoi17) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 20:45
    งงๆๆๆเวินหมู่เยียน เป็น ผช แล้วจะเป็นพระสนมได้เหรอ . คือไม่เข้าใจ ..รึว่าอ่านไม่ละเอียด
    #4284
    0
  19. #4273 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 08:41
    หักคอคนอ่านเถอะนะ มันร้ายมาก T_________T 
    #4273
    0
  20. #4231 ppterakk (@eve--sakunrat) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 20:33
    รู้สึกถึงความพีค
    #4231
    0
  21. #4230 ต้นไผ่จีน (@jeeu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 20:25
    ฮือออออ..
    เราเสียใจ เราทีมเสี่ยวเป่ามาตลอดเลย
    สงสารพระสนม สงสารองค์ชายน้อย
    #ทีมเสี่ยวเป่า
    #ทีมพระสนม

    #4230
    0
  22. #4227 View fifi (@viewmavin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:06
    อึ้งไปเลยจ้า หนักใจจริงๆ
    #4227
    0
  23. #4225 spsygk (@spsygk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:28
    อื้อหืออ. พีคอีกแล้วว
    #4225
    0
  24. #4223 mini_num (@mini_num) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 18:37
    มันเลวร้ายเกินไปอ่ะ สงสารพระสนม หน่วงมากกก
    #4223
    0
  25. #4222 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 16:29
    แงงงงงงงง ฮ่องเต้ทำไมทำแบบนี้ ฉ๊านจะไม่ทนนนนนนนนนน
    #4222
    0