[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,834 Views

  • 5,029 Comments

  • 9,333 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    738

    Overall
    244,834

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 28 ชีวิตนอกกรงทอง (บทจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    3 ส.ค. 59

第二十八章

 

 

เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว สภาพอากาศก็ร้อนขึ้น

 

 

พระสนมตาบอดนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมยาวในเรือน ศีรษะพิงกับพนัก ดวงตาทั้งคู่ปิดลง

 

 

ตั้งแต่คราวก่อนที่เจวี่ยอวี้มาเยี่ยมหา ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว ตั้งแต่เสี่ยวเป่าจากวังหลวงไป ก็เป็นเวลาครึ่งเดือนแล้วเช่นกัน

 

 

เด็กคนนั้นถูกพาออกจากวังไปโดยมิได้กล่าวคำล่ำลาแม้แต่น้อย เพียงจากไปอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้มีโอกาสพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นคำอวยพรที่อยากจะกล่าว ก็มิอาจมีโอกาสได้เอ่ยอีก พระสนมไม่อาจแยกจากเสี่ยวเป่า ไม่อาจแยกจากเด็กน้อยที่ติดตามเขามาตลอดเจ็ดปี อย่างไรก็ต้องทำใจให้มั่นคงไว้จนถึงที่สุด

 

 

ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะเกลียดเขาหรือไม่ แล้วเขาจะเอาแต่หาเรื่องเจวี่ยอวี้หรือไม่ พระสนมมิอาจรู้ได้ว่าเสี่ยวเป่าหลับสนิทระหว่างการเดินทางหรือไม่ ในตอนนี้ได้ส่งเสี่ยวเป่าออกไปแล้ว ไปยังโลกภายนอกที่สดใสและปลอดภัย

 

 

ตลอดชีพนี้ เขามิอาจได้พบเจอเด็กคนนั้นอีก

 

 

 

 

กลางเดือนเจ็ดอากาศอุ่นกำลังดี แต่ความอยากอาหารนั้นไม่เพิ่มขึ้น มิอาจทานสิ่งใดได้ลง แม้จะกลืนข้าวต้มลงคำหนึ่งก็ไม่สามารถ เหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ในเรือนล้วนกลัวแทบสิ้นสติ พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นอ้อนวอนให้พระสนมทานอะไรเสียหน่อย พระสนมจำต้องทนความพะอืดพะอมและกลืนอาหารลงคอ ยิ่งทานเท่าไหร่ยิ่งทรมานเท่านั้น ท้ายที่สุดก็อาเจียนออกมา เปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งผ้าห่มและเตียง

 

 

ร่างกายของพระสนมนั้นนานวันยิ่งผ่ายผอม ฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลอย่างมาก

 

 

หมอหลวงมิกล้าจะถวายโอสถให้มากนัก ในทุกวันจึงใช้ให้เด็กรับใช้หุงข้าวต้มผสมกับเม็ดบัวและน้ำผึ้งเพื่อเสริมกำลังฉีและเลือดลมเท่านั้น

 

 

พระสนมเอนกายลงกับพนัก ยามใดที่ได้พิงแล้วก็จะนั่งเช่นนั้นตลอดวัน เก้าอี้นยาวตัวนี้คือตัวเดิมซึ่งย้ายมาจากตำหนักเย็น เสี่ยวเป่าเคยได้นั่งลง อวี้หลีเคยเอนกายนอน แต่ในยามนี้ มีเพียงเขาผู้เดียวที่ใช้มัน

 

 

ยามดวงอาทิตย์ขึ้นฉายแสง เหล่าข้ารับใช้ก็จะย้ายเก้าอี้นุ่มตัวยาวนี้ไปไว้ในสวน วางไว้ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้ พระสนมยามได้พักผ่อนในสวนแล้วก็รู้สึกราวกับได้อยู่ในสวนเล็กๆที่ตำหนักเย็น เสี่ยวเป่านั่งบนเก้าอี้หวายไม่ไกลกัน อวี้หลีก็นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง เพียงยื่นมือออกเล็กน้อยก็สัมผัสเส้นขนนุ่มลื่นได้

 

 

ความทรงจำเหล่านั้นยังจำได้ดี ความทรงจำที่ฉายชัด ต่อเติมให้ร่างกายอ่อนแรงนี้มีชีวิตต่อไป

 

 

จักรพรรดิหนุ่มมาหาพระสนมทันทีที่เสร็จราชกิจ บางทีก็ติดเอาบรรดากระดาษราชกิจมายังเรือน เมื่อใดที่พระสนมเอนกายลงบนเก้าอี้ พระองค์ยินดีที่จะให้พระสนมพิงศีรษะลงบนตัก เพื่อให้พระสนมได้สบายที่สุด

 

 

พระองค์พูดคุยกับพระสนม พระสนมเพียงแค่หลับตา นานครั้งจึงส่งเสียง “อืม” ราวกับตอบรับ มิสามารถรู้ได้ว่าแท้จริงรับฟังอยู่หรือไม่

 

 

ฮ่องเต้โอบกอดพระสนมไว้ โน้มพระวรกายต่ำลง มอบจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากพระสนม “เจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร เจ้าจึงจะให้อภัยข้า?”

 

 

สถานการณ์ระหว่างพระสนมไม่ได้คืบหน้าแม้แต่น้อย ความคาดหวังของพระองค์น้อยลงทุกวัน

 

 

พระองค์รักเวินมู่เหยียน แต่เวินมู่เหยียนเกลียดเขา

 

 

พระองค์หวังให้เวินมู่เหยียนจะปล่อยวางความเกลียดชังลงและมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

 

 

สายลมอ่อนพัดผ่าน เส้นผมของพระสนมขยับเล็กน้อย

 

 

พระสนมเปิดริมฝีปากขึ้นแล้วพูดแผ่วเบา “ให้ข้าออกจากที่นี่”

 

 

สามวันมานี้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาพูดกับพระองค์ด้วยหนึ่งประโยค

 

 

ฮ่องเต้ขบริมฝีปาก ก่อนจะตอบกลับอย่างช้าๆ “ได้ ข้าตกลง”

 

 

ท้ายที่สุด พระองค์ก็มิอาจทนมองดูบุคคลอันเป็นที่รักต้องทนทรมาน พระองค์ขบฟัน เอ่ยคำสัญญา

 

 

พระสนมถูกพาเข้าไปในห้องภายใน ผู้ติดตามพระองค์เข้ามาและโค้งกาย “ฝ่าบาทจะปล่อยพระสนมให้ออกจากวังหลวงแน่หรือขอรับ?”

 

 

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตรงไปข้างหน้า ดวงตาสะท้อนภาพไกลแสนไกล “ข้าเคยกล่าวว่าจะไม่มีวันปล่อยเขาไป”

 

 

ข้ารับใช้จึงคล้ายจะขอการขยายความ “เช่นนั้น พระองค์มีประสงค์…”

 

 

“ในวังหลวงนี้มีตำหนักวิเวกอยู่แห่งหนึ่ง สร้างอยู่ใจกลางสระบัว นำคนเข้าไปปัดกวาด จัดตกแต่งเครื่องใช้ให้เหมือนสามัญชน อีกไม่กี่วัน ให้มู่เหยียนย้ายเข้าตำหนักนั้นเสีย”

 

 

ข้ารับใช้หลังได้รับพระบัญชาแล้ว ก็ปลีกตัวออกไป

 

 

ยามเช้าตรู่ของวันหนึ่ง ยามแสงแรกของวันทอประกาย ข้ารับใช้วังหลวงผู้หนึ่งพาพระสนมขึ้นรถม้า ออกท่องไปราวครึ่งชั่วยาม รถม้าจึงค่อยๆหยุดลง ข้ารับใช้ยกม่านขึ้น “พระสนม พวกเราถึงแล้วขอรับ”

 

 

พระสนมม้วนผ้าห่มปักลายขึ้น ไม่แม้แต่จะลืมตาก็ค่อยๆพูด “หากถึงแล้วเช่นนั้นก็ดี”

 

 

เหล่าข้ารับใช้นำทางพระสนมเข้าสู่บ้าน ได้ยินเสียงพวกเขาหยิบจับสิ่งของที่เตรียมมา พระสนมเพียงทอดสายตาว่างเปล่า ไม่เอ่ยแม้คำหนึ่ง

 

 

หลังทินกรลาลับไป ข้ารับใช้ก็เข้ามารายงาน “พระสนม ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย ที่แห่งนี้ห่างไกลจากวังหลวงนัก อีกทั้งยังห่างไกลจากชุมชน เงียบและสงบมากนัก ล้อมรอบด้วยสระน้ำ มีเพียงสะพานเท่านั้นซึ่งเชื่อมที่แห่งนี้และภายนอก พระสนมจะดีขึ้นได้ในเร็ววัน ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยของท่านจะกลับไปยังวังหลวงเพื่อถวายรายงานขอรับ”

 

 

พระสนมตอบรับ “ตกลง”

 

 

ข้ารับใช้จากไปทีละคน จากไปเหลือเพียงผู้ช่วยตัวน้อยในการตักน้ำและทำความสะอาดบ้าน

 

 

พระสนมถามขึ้นแผ่วเบา “ในสระมีปลาบ้างหรือไม่?”

 

 

ข้ารับใช้ตัวน้อยตอบกลับ “ตอบพระสนม ในสระมีดอกบัวมากมาย ทั้งสระปกคลุมด้วยใบบัว อาจจะมีปลาอยู่ขอรับ”

 

 

บนริมฝีปากงามนั้น ค่อยๆปรากฏรอยยิ้ม “เช่นนั้นคงจะงามไม่น้อย”

 

 

“ขอรับงดงามมาก” ข้ารับใช้บอกอย่างปิติ “ใบบัวล้วนสีเขียวสดใส เหล่าปทุมเบ่งบานสีชมพูเรื่อ ราวกับจะเอื้อมแตะสรวงสวรรค์ก็มิปาน งดงามมากเชียวขอรับ”

 

 

พระสนมตาบอดหัวเราะแผ่วเบา “เช่นนั้นหรือ?”

 

 

ในที่สุดเขาก็ได้ออกจากวังหลวง หลังทุกข์ทรมานมาแสนนาน ท้ายที่สุดก็ได้จากวังหลวงมาแล้วตลอดกาล

 

 

ฮ่องเต้หยุดสายตาของพระองค์ไว้ที่พระสนม ลอบมองจากสถานที่ไม่ไกล

 

 

นานแสนนานเหลือเกิน พระองค์ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าซีดเซียวนั้นอีกครั้ง

 

 

นานเสียจนพระองค์เกือบจะลืมเลือนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มของเวินมู่เหยียน

 

 

ดังนั้น ได้เห็นอีกครั้งในวันนี้ พระองค์รู้สึกว่ามันช่างงดงามราวกับครั้งแรกที่พระองค์ได้มองเห็น

 

 

เวินมู่เหยียนคิดว่าเขาได้จากวังหลวงมายังที่แสนไกล ย้ายมายังบ้านอย่างสามัญบางแห่งในเมืองหลวง

 

 

พระองค์ไม่อาจเข้าใกล้ หรือส่งเสียงใด

 

 

พระองค์ไม่มีวันได้พูดคุยกับเวินมู่เหยียนอีก

 

 

ทำได้เพียงเท่านี้ ลักลอบอย่างเงียบๆอยู่บนตำหนักแสนไกล มองด้วยความรักอันเปี่ยมล้น

 

 

ข้ารับใช้ส่วนพระองค์ถามขึ้น “ฝ่าบาท วันพรุ่งนี้จะเสด็จมาอีกหรือไม่ขอรับ?”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มมิอาจละสายตาไปไหนได้ พยักหน้าแผ่วเบา

 

 

พระองค์หวังให้เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าอีกกี่ปีภายหน้าก็ตาม

 

 

 

 

จากนั้นมาพระสนมก็อาศัยอย่างสงบสุขในบ้านหลังนั้น

 

 

มิได้สนใจว่าผ่านไปกี่วันตั้งแต่ย้ายเข้ามา เขารู้เพียงว่าฤดูร้อนผ่านพ้นไปแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไปแล้ว ฤดูหนาวเองก็ผ่านไปแล้วเช่นกัน ฤดูใบไม้ผลิของปีใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

 

ใบหน้างามมีสีเลือดขึ้นมาแล้ว นิ้วมือก็ไม่ซีดขาวเหมือนอย่างเก่า

 

 

เขาพอมีกำลังที่จะมีชีวิตอยู่ อยากจะพูดกับใครสักคน หรือคุยกันยามว่าง แต่ในบ้านหลังนี้มีเพียงความเงียบแสนน่ากลัวเท่านั้น

 

 

ไม่มีเสียงของมนุษย์แม้คนหนึ่งภายในบ้าน

 

 

เขาเคยคิดหวังอย่างจริงจังว่า เสี่ยวเป่าและอวี้หลีจะอยู่กับเขาตลอดไป สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ ฟังเสียงหมู่ภมร นอนให้แสงแดดอาบไล้ในยามกลางวัน นั่งภายใต้ท้องฟ้าพร่างพรายประกายดาวยามค่ำคืน พูดคุยกันเรื่อยเปื่อย อยู่ด้วยกันไปตลอดกาล และยาวนานไปถึงวันข้างหน้า คงไว้ซึ่งกันและกัน

 

 

เสี่ยวเป่าและอวี้หลีได้ตกลงแล้ว

 

 

เขาคิดว่ามันจะเป็นจริง

 

 

แต่ในตอนนี้ อวี้หลีก็ตายจาก เสี่ยวเป่าก็มิอาจกลับมา ผู้เดียวที่เหลืออยู่ที่นี่คือเขา ตัวคนเดียว

 

 

ภายในจิตใจยังคงมีความเกลียดชังอยู่ คอยเตือนให้เขามีชีวิต ให้ก้าวเดิน เขามิรู้ว่าเขาทำร้ายคนที่เกลียด หรือทำร้ายตนเอง

 

 

แท้จริงแล้ว เขาอยากจะมองเห็นขนขาวราวหิมะของอวี้หลี อยากจะเห็นใบหน้าของเสี่ยวเป่า อยากจะเห็นใบหน้าเล็กๆ เนียนนุ่มขององค์ชายน้อย และร่างกลมๆของเขา เขายังอยากจะเห็นว่าท่านแม่ทัพฉีแท้จริงแล้วมองดูเป็นอย่างไรในเครื่องแต่งกาย อยากจะเห็นเส้นผมสีดำเงาและอาภรณ์แดงสะดุดตาของเจวี่ยอวี้

 

 

แต่เรื่องเช่นนี้อย่างไรก็ไม่มีวันสมหวัง

 

 

พระสนมตาบอดเอนกายลงกับเก้าอี้ตัวยาวอย่างเหนื่อยอ่อน ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ

 

 

เขาอยากออกจากวังหลวงมาโดยตลอด กลับไปยังตัวเมืองและอาศัยในบ้านสามัญชนพร้อมด้วยสวน

 

 

หลังภาวนาอยู่หลายปี ท้ายที่สุดก็สมดังปรารถนา

 

 

เขามิใช่พระสนมตาบอดอีกต่อไป และไม่มีผู้ใดจะคอยเรียกขานเขาว่าพระสนมตาบอด

 

 

แท้จริงเขาเองก็มีนาม เป็นหนึ่งนามที่งดงาม

 

 

กระนั้น ผู้คนที่คอยเอ่ยเรียกขานนามอันแสนงดงามนั้น ไม่มีแม้เพียงหนึ่งคน

 

 

เขาพิงอยู่บนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ พลันรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวล้วนสงัดเงียบเกินจะทน

 

 

ดวงตาทั้งสองมิอาจมองเห็น เอนกายในที่นี่และสวนเล็กในตำหนักเย็นคล้ายจะไม่ต่างกันนัก

 

 

ยามนั้น อวี้หลีจะขดตัวอยู่ในอ้อมแขน บางทีก็ขยับหางแกว่งไปมา เสี่ยวเป่าก็รดน้ำ ทำความสะอาด ให้อาหารนกทั้งสองซึ่งแขวนอยู่บนชายคา

 

 

แต่ในยามนี้ ไม่มีสำเนียงใดอีก

 

 

เขามิอาจแยกได้อีกต่อไป หากว่าตัวเขายังมีชีวิตอยู่หรือได้ตายลง ไม่เหลือซึ่งสิ่งใด

 

 

คราแรก มีเพียงดวงตาที่มองไม่เห็นเท่านั้น ครานี้ หัวใจของเขาเองก็แปรเป็นความว่างเปล่าเช่นกัน

 

 

ก่อนหน้านี้ มีคนผู้หนึ่งมักลอบมองเขาจากที่แสนไกล มิเช่นนั้นก็มิอาจได้พบเจออีก

 

 

แต่ในตอนนี้ คนผู้นั้นคงไม่อาจมองหาเขาได้อีก

 

 

เป็นเพราะเขาอยากออกจากวังหลวงเสียเหลือเกิน แต่ไหนแต่ไรก็ถอดใจยอมแพ้กับทุกสิ่ง

 

 

บางครั้งเขาเองก็เจ็บปวด

 

 

ความรู้สึกเจ็บปวดคล้ายจะกัดกินขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

 

ยามได้รับความรู้สึกเช่นนั้น ร่างกายก็สั่นไหวรุนแรง เขาขดตัวเข้าหากันทันใดนั้นใบหน้าก็ถูกบดบังด้วยน้ำตา

 

 

แต่ในเวลานั้น หัวใจเขาก็เป็นสุข

 

 

เขาแน่ใจได้ว่า

 

 

เขายังคงมีชีวิตอยู่

 

 

 

 

 

…..

 

สวัสดีค่ะพบกันในบทจบ

 

พูดไม่ออกเลยจริงๆค่ะ ตอนแปลไปก็อยากจะร้องไห้ให้พระสนมจริงๆ ท้ายที่สุดก็มีความสุข เพียงแต่ตัวคนเดียวและไม่ได้ออกจากวังค่ะ ฮ่องเต้ไม่ยอมปล่อยไปจริงๆ

 

ความเจ็บปวดของพระสนมเป็นอะไรที่ล้ำลึก บางคนอาจจะคิดว่าพระสนมเจ้าคิดเจ้าแค้นหรือเปล่า หรือว่าฮ่องเต้ออกจะงี่เง่าไปหรือยังไง

แต่ปมแต่ละอย่างก็ค่อยๆคลายแล้วนะคะ ถ้ายังมีข้อสงสัยก็ถามมาได้เลยค่ะ ถ้าตอบได้จะพยายามตอบให้นะคะ

 

 

ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ที่คอยติดตามกันมาหลายตอน โอกาสหน้าเจอกันใหม่เน้ออ

 

ตัวเราไม่ค่อยถนัดเขียนทอล์คเท่าไหร่ ฮือ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ ทุกสครีม ทุกการกดเข้าชม

และการร่วมสนุกผ่าน #นิยายพระสนม นะคะ เลิ้บทุกคนมากมาย

 

 

 

ขอบคุณค่ะ J

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #5027 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:42
    เป็นนิยายที่ดีมาก ขอบคุณที่เเปลนะคะ

    เรื่องราวมันเจ็บปวดจนเข้าใจว่าทำไมพระสนมถึงตัดสินใจเเบบนั้น

    เเทนที่จะได้เติบโตอย่างงดงามเป็นหมอตามอย่างผู้เป็นพ่อกลับต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ไปเห็น ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้เข้าใจถึงสิ่งเห็นด้วยซ้ำ ฮ่องเต้จะไม่ได้รับการให้อภัยนั้นก็ถูกต้องเเล้ว
    #5027
    0
  2. #5023 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:01
    อ่านจบแล้วหนักมากจริงๆ เราไม่รู้ว่า เราเจอแบบพระสนมแล้วยังจะมีชีวิตอบุ่ได้มั้ย ในท้ายที่สุด พระสนมเลือกแล้วแต่ทำไมเรายังรู้สึกว่าพระสนมเจ็บปวดอยุ่เลย เรื่องที่มีความสุขในชีวิตจรืงๆคือการมีแมว มีเสี่ยวเป่า แล้วทำไมในท้ายที่สุดพระสนมยังโดดเดี่ยว คือเรารุ้ตอนจบอยุ่แล้ว น้ำตายังไหล

    หากเป็นชีวิตจริง ขอให้ต่อไปในชาติหน้า พระสนมจงมีแต่ความสุข
    #5023
    0
  3. #5022 EyeAsia (@0856044511a) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:13
    พึ่งมาอ่านอ่ะ ตอนแรกคิดว่าจะจบแบบแฮปปี้เริ่มต้นกันใหม่ไรงี้ แต่ไม่ใช่ มันเศร้าาาาา สงสารทั้งสองฝ่ายอ่ะ อ่านตอนนี้ทำให้เรานึกถึงตอนที่พระสนมยังอยู่ตำหนักเย็นกับเสี่ยวเป่าและอวี้หลีแค่ 2 คนกับ 1ตัว เหมือนตอนนั้นมันลำบากก็จริงแต่ทุกคนก็ได้อยู่ด้วยกันและมีความสุข....
    #5022
    0
  4. #5016 M.U.P (@kaireaw) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 01:18
    สงสารพระสนมค่ะ ตั้งแต่เรื่องตอนเด็ก ความโหดร้ายต่างๆที่เจอมา สุดท้ายก็เหลืออยู่คนเดียว แต่เราเข้าใจทีามันจบแบบนี้ค่ะ อยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีทางที่พระสนมจะละปมในใจ ฮ่องเต้ได้ดูจากที่ไกลๆก็ยังดีกว่าอยู่ใกล้แต่ไร้ชีวิตชีวา
    #5016
    0
  5. #5010 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 08:15
    อ่านไปก็สงสัยมากว่าสองคนนี้รักกันบ้างไหม เป็นคสพ.ที่อยู่กันแบบทรมาน ทำร้ายกันและกัน
    #5010
    0
  6. #4992 AkaKawa (@Sujin3) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 18:06

    สงสารทั้งพระสนม ทั้งฮ่องเต้
    #4992
    0
  7. #4986 FF263_103AS (@FF263_103AS) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:27
    เป็นเรื่องที่อ่านกี่ครั้งก็ยังร้องไห้หนักเหมือนเดิมTT
    #4986
    0
  8. #4985 alf_yakusa (@alf_yakusa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 21:49
    ปวดหนึบในใจมาก แต่ฮ่องเต้โคตรเห็นแก่ตัว สงสารพระสนมสุดใจ
    #4985
    0
  9. #4982 PocketPie (@UnidyKung) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:12
    ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย นี่ร้องไห้จนตาบวม แบบอินมากๆ เศร้ามากๆ แบบความปรารถนาสุดท้ายของนายเอกก็ไม่เป็นจริง เป็นจริงแค่เรื่องเดียวแบบปลอมๆอีก ฮือ พระเอกก็ทำได้แค่มองอยู่ไกลๆ รักเขา ใส่ใจเขาไปแค่ไหน เขาก็ไม่ตอบรับ อยากคุย อยากเข้าหา ก็ทำไม่ได้ มันต้องทรมาณขนาดไหนอะ กับการที่ได้แค่เฝ้ามองคนที่ตัวเองรักกำลังทรมาณ แล้วเสี่ยวเป่าอีก เป็นปมในชีวิตเสี่ยวเป่าเลยนะ องค์ชายน้อยอีก ฮือออ
    #4982
    0
  10. #4971 Mysterygrey (@Mysterygrey) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 02:12
    อ่านตอนรวดจากห้าทุ่มจบตอนตีสองนิด ๆ เป็นนิยายที่ดี เราเข้าใจในเหตุผลของแต่ละคน เราชอบมากเลย สำนวนการแปลทำได้ดีขอชื่นชมนะคะ
    #4971
    0
  11. #4968 Baimon12 (@Baimon12) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 18:49
    ไม่ไหวเเล้วไรท์เค้าร้องเเล้ว ฮืออ สงสารพระสนมอ่ะตอนจบก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว ส่งคนอื่นที่รักและไว้ใจไปที่อื่นเพื่อให้ได้ปลอดภัย ตาก็มองไม่เห็น ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายตั้งเเต่เด็ก ไม่ไหวเเล้ว ฮือออ ร้องไห้กับเรื่องนี้เยอะมาก ไรท์แปลได้ดีจริงๆสำนวนการแปลก็ดีเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร รักไรท์นะคะ ขอบคุณที่แปลให้อ่าน
    #4968
    0
  12. #4963 Toona2546 (@Toona2546) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 17:02
    เราอ่านรวดเดียวจบเลย
    ไรท์แปลดีมากค่ะขอชมจากใจจริง
    สำหรับเราเราว่าเรื่องนี้เป็นนิยายที่ดีมากๆอีกเรื่องเลยสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้
    ขอบคุณไรท์นะคะที่แปลนิยายดีๆมาให้เราได้อ่าน☺☺
    #4963
    0
  13. #4962 __tha__ (@virgo90) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    เศร้ามากกกก
    #4962
    0
  14. #4955 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 20:09
    อ่านมาก็ร้องไห้ตั้งแต่ตอนเเรกๆและร้องมาเรื่อยๆ คือเป็นคนอ่อนไหวกับความรู้สึกอยู่แล้วไง เข้าใจพระสนมนะ สงสารมาก สงสารฮ้องเต้ด้วย เห้อ
    #4955
    0
  15. #4946 เ ม ษ า (@pimonpattalubnga) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:32
    มีภาคสองมั้ยคะ
    #4946
    0
  16. #4942 BubbleBbam (@adorable-bam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:40
    เศร้า ฮืออออ
    #4942
    0
  17. #4936 PKDONOVAN (@porryry) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:28
    อ่านจบไปนานมากแล้ว มันผ่านตาเลยกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็ยังเศร้าเหมือนเดิม
    #4936
    0
  18. #4933 Meemi an (@0934260100) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:11
    ปวดใจมากค่ะ สงสารมาก ทุกคนแบบฮืออออออ
    #4933
    0
  19. #4931 sarielly2 (@Sarielly) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:24

    น้ำตาคลอ เกือบร้องละ เศร้าอ่าาา สงสารมู่เหยียนมาก สงสารฮ่องเต้ด้วย ฮือๆ

    #4931
    0
  20. #4922 lazyrabb (@TeddyBrownTB) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:18

    ร้้องไห้หนักมากคือแบบฮือร้องริงจัง

    #4922
    0
  21. #4918 TamanegiJa (@TamanegiJa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 15:26
    ปวดใจ ;__;
    #4918
    0
  22. #4912 Payeoly (@parpar4913) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:30
    เศร้าจัง สุดท้ายก็ถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวเหมือนแต่ต้น แม้แต่ความสุขน้อยนิดที่พอจะมี ยังเป็นเรื่องที่หลอกลวง
    #4912
    0
  23. #4896 TanJaw (@tanjaw) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 22:27
    สงสารพระสนมม อยากให้สมหวังนะะคะ แต่เข้าใจว่าความเจ็บปวดที่ถูกกระทำมันหนักหนาจริงๆ ;_;
    #4896
    0
  24. #4892 GokuH@y@ (@gokuhaya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 22:09

    หลังจากที่ผ่านๆมา จบอย่างนี้ก็คงเหมาะแล้ว แปลภาษาดีมาก ขอบคุณค่ะ

    ชอบ หน่วงๆดี ตับช้านนนน ฮือว์

    #4892
    0
  25. #4875 The ด๊อก (@sspongbopp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 18:34
    ขอบคุณทั้งคนเขียนทั้งคนแปลเลยค่ะ อ่านไปบีบหัวใจไป เราชอบสำนวนคนแปลมากๆเลยนะคะ ขอบคุณที่เปิดเรื่องให้อ่านอีกครั้ง
    #4875
    0