[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,665 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,329 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    569

    Overall
    244,665

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 นาย บ่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 326 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

第四章


*ชี้แจง*

ขอย้ายหมวดนิยายไปไว้หมวด นิยายวาย นะคะ

 

“แล้วกัน เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าให้ไวกว่านี้!” พระสนมเอ่ย

 

 

เขามองไม่เห็นว่าเสี่ยวเป่ายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น “ไปเร็ว ไปเตรียมน้ำชามา”

 

 

เสี่ยวเป่ามองผู้เป็นนาย ก่อนจะหันไปมององค์จักรพรรดิด้วยไม่กล้าขยับตัว

 

 

โดยไม่ทันตั้งตัว พระสนมตาบอดก็เอ่ยถามชายคนนั้น

 

 

“แล้วท่านมาที่นี่ได้อย่างไร? มิต้องไปประจำการหรอกหรือ?”

 

 

จักรพรรดิตรัสเพียงว่า “ข้าเพิ่งจะเสร็จกิจกำลังจะกลับจึงแวะมาหาท่าน”

 

 

พระสนมตาบอดรู้สึกดีใจอย่างปะหลาด “ปกติแล้วข้าไม่ค่อยมีแขกนักหรอก หากจะมีใครสักคนมาที่นี่เพื่อพูดคุยนั้นหายากนัก”

 

 

เจ้าแผ่นดินยังเอ่ยต่อ “ถ้าท่านชอบ ข้าจะมาหาท่านบ่อยๆ”

 

 

ดวงตาของพระสนมโค้งเป็นรูปสวยด้วยใจยินดี “ถือว่าท่านได้สัญญาแล้ว”

 

 

เขาดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มพาไปยังเบาะนุ่มตัวยาว “นั่งบนเบาะสบายๆเถอะ”

 

 

จักรพรรดิยกชายเสื้อขึ้นเล็กน้อยก่อนทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนทำทีประหลาดพระทัย “คราก่อนข้าไม่เห็นว่าจะมีที่นั่งตัวนี้ ผู้ใดมอบให้ท่านหรือ?”

 

 

พระสนมยิ้มอย่างสดใส “ผู้ใดเล่าจะมอบของขวัญเช่นนี้แก่ข้า เสี่ยวเป่าไปพบมันเข้า ในเมื่อไม่เป็นที่ต้องการก็น่าเสียดายถ้าต้องทิ้งไป”

 

 

“เป็นเช่นนั้นเอง ท่านได้ของล้ำค่ามากเชียว”

 

 

เสี่ยวเป่าจัดสำรับชาเสร็จแล้วจึงยกออกมาจากตำหนักเพื่อจะขึ้นโต๊ะ

 

 

“เจ้าใช้ชุดชาใดกันเสี่ยวเป่า?”

 

 

“ชุดชาดอกท้อขอรับพระสนม” เสี่ยวเป่าตอบเจ้านาย

 

 

พระสนมพยักหน้าเชิงรับรู้

 

 

จักรพรรดิเอ่ยล้อเล่นขึ้นว่า “แล้วนั่นสำคัญด้วยหรือ? เหตุใดท่านจึงใช้ชุดดอกท้อในฤดูร้อนเล่า?”

 

 

พระสนมส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “สำคัญสิ”

 

 

“ข้ามีชุดชาเพียงสองชุด ชุดหนึ่งคือไผ่เขียว ชุดหนึ่งคือดอกท้อ อวี้หลีทำชุดไผ่เขียวแตกมันจึงมีรอยบิ่น ชุดดอกท้อนั้นใหม่ ดังนั้นจะถูกนำมาใช้ช่วงปีใหม่หรือเทศกาลเท่านั้น”

 

 

องค์จักรพรรดิรับถ้วยชามาจากมือพระสนม ก่อนจะทรงวางแผนลับในใจหวังจะส่งชุดชาใหม่มาในวันพรุ่งนี้

 

 

พวกเขาจิบชาร่วมกันอยู่ครู่หนึ่งจนพระสนมเอ่ยถามขึ้น

 

 

“ท่านรักษาตำแหน่งอยู่ที่ใด?”

 

 

ฮ่องเต้ครุ่นคิด แล้วตอบว่า “ข้ารักษาความปลอดภัยในพระตำหนักขององค์จักรพรรดิ”

 

 

“ตำหนักจักรพรรดิงั้นหรือ?” พระสนมอุทานออกมา “แล้วมันจะดีหรือที่ท่านละหน้าที่ออกมาเช่นนี้”

 

 

“ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด” ฮ่องเต้กล่าว

 

 

พระสนมยังคงเป็นกังวล “หากท่านถูกจับได้แล้วโดนลงทัณฑ์เล่า?”

 

 

องค์ฮ่องเต้ทรงพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบอย่างจริงจัง “ข้าไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะลงทัณฑ์ข้าหรอกนะ”

 

 

น้ำเสียงของเขาช่างมั่นใจ

 

 

“เช่นนั้นก็ดี” พระสนมพยักหน้าเบาๆรับคำโกหกของเขา

 

 

เสี่ยวเป่ายืนอยู่ด้านข้าง ถาดไม้ที่เขาถืออยู่นั้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นๆ

 

 

จักรพรรดิหนุ่มหยิบเอาของออกจากแขนเสื้อ มันถูกห่ออยู่ในผ้าเช็ดหน้าก่อนจะนำให้แก่พระสนม

 

 

“รสชาติดีนะ ท่านลองสิ”

 

 

พระสนมปลดแก้ปมบนผ้าเช็ดหน้าก่อนจะสัมผัสมัน ..ถั่วสน

 

 

เขาหยิบมันเพื่อลิ้มรส กลิ่นของมันเข้าปะทะในทันใด พวกมันมีรสชาติดีเยี่ยม

 

 

จักรพรรดิดำริขณะพระสนมลิ้มรสถั่วสน ...เขาช่างราวกับสัตว์เล็กสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งที่ฉวยคว้าเอาอาหารไว้ในอุ้งมือก่อนจะละเลียดชิมอาหารนั้น

 

 

พระสนมเอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วท่านจากตำหนักหลวงมาได้บ่อยๆหรือไม่?”

 

 

เสียงสรวลของฮ่องเต้ดังขึ้น “เหตุใดจึงถามเช่นนั้น? แน่นอนว่าข้าสามารถทำได้”

 

 

ได้ยินดังนั้นแล้ว พระสนมก็นึกอิจฉา “เช่นนั้นหรือ? ข้าไม่ได้ออกจากตำหนักมาหลายปีแล้ว”

 

 

“เป็นเช่นนั้นหรือ?”

 

 

“อืมม” พระสนมตอบ “ตามจริงแล้วคือตั้งแต่ที่ข้าเข้ามาในวังหลวง ก็ไม่เคยได้ไปไหนอีกเลย ต่อมาเมื่อข้าถูกพามาที่ตำหนักเย็น โอกาสไปไหนมาไหนของข้ายิ่งน้อยลงไปอีก”

 

 

ฮ่องเต้หยุดคิดชั่วครู่หนึ่ง “ตามกฏของวังหลวงแล้ว เป็นเช่นนั้น”

 

 

ศีรษะพระสนมก้มต่ำลง ลิ้มรสถั่วสนด้วยความเงียบ

 

 

ใบหน้างามนั้นฉายแววโดดเดี่ยว

 

 

“ท่านอยากออกไปข้างนอกจริงแน่หรือ?”

 

 

พระสนมส่งเสียงบอกประสงค์ “ข้าอยากไปข้างนอกมากจนมิอาจทานทน”

 

 

เสียงของเขานั้นแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด “แต่ข้าไปไม่ได้... และไม่สะดวกที่จะไป”

 

 

ดวงตาสีเทาคู่นั้นหม่นแสงลง

 

 

ตั้งแต่เข้ามาในวังมังกรแห่งนี้ ไม่มีแม้สักครั้งที่จะได้โบยบิน

 

 

เท่านั้นไม่พอ แค่ก้าวย่างออกจากตำหนักเย็นก็ยังมิสามารถ

 

 

โดยปกติแล้ว เขาจะไม่คิดถึงเรื่องนี้เพราะยามนึกถึงคราใด เมื่อนั้นก็จะทุกข์ระทม

 

 

องค์จักรพรรดิถามขึ้น “ถ้าท่านได้ออกไปแล้ว ท่านประสงค์จะทำสิ่งใด?”

 

 

“ข้าจะเดินเล่นบนถนนที่มีผู้คนมากมาย ฟังเสียงเด็กๆวิ่งเล่น สูดดมกลิ่นขนมหวานที่ล่องลอยมากับลม จากนั้นข้าจะซื้อซานจาเคลือบน้ำตาล นั่นคงจะดีไม่น้อย”

 

 

“เท่านั้นหรือ?”

 

 

“แน่นอน” พระสนมพยักหน้า “เท่านั้น”

 

 

พระสนมเผลอปลดปล่อยสิ่งที่อยู่เบื้องลึกของหัวใจออกไปโดยไม่ทันระวัง เขาควานหาวี้หลีก่อนดึงมันเข้าสู่อ้อมแขน

 

 

หากเขามีอวี้หลีในอ้อมแขน ผู้ใดก็มิอาจรู้ได้ว่าสองมือนั้นกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

 

สายตาเลือดมังกรกวาดมองพระสนมตาบอด “นี่ก็เย็นมากแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน”

 

 

“อ้า ใช่” พระสนมเงยหน้าขึ้น “มันคงไม่ดีแน่หากท่านถูกจับได้”

 

 

จักรพรรดิแย้มโอษฐ์ขึ้น “ท่านยังจำมันได้อีกนะ” พัดในมือถูกเคาะเบาๆที่หว่างคิ้วของพระสนม

 

 

“แน่นอน” พระสนมกล่าว “ข้าคงได้แต่หวังว่าท่านจะไม่พบปัญหา เช่นนั้นแล้วข้าคงไม่ได้พบท่านอีก”

 

 

“ที่ท่านว่านั้นถูกแล้ว” ฮ่องเต้ตอบรับ

 

 

พระสนมตาบอดแย้มยิ้มอย่างสดใส “ขอบคุณท่านที่แวะมาหาข้า”

 

 

“มีสิ่งใดให้ต้องขอบคุณกัน?” จักรพรรดิเอ่ย

 

 

“เหตุว่าไม่เคยมีผู้ใดมาที่แห่งนี้ ท่านเป็นคนแรก”

 

 

ครู่หนึ่งที่ลังเล ก็เอ่ยขึ้นต่อว่า “ในบางทีเสี่ยวเป่าก็ไม่อยู่ อวี้หลีก็หายไป ตำหนักนี้ช่างเงียบงันนักหากไม่มีแม้เสียงลม ข้าจึงได้แต่นึกสงสัยหากข้ายังมีชีวิตหรือได้สิ้นชีพแล้วกันแน่”

 

 

..

 

 

จักรพรรดิได้กลับไปแล้ว และลมในยามค่ำคืนก็ทวีความแรงขึ้น พระสนมอุ้มอวี้หลีในอ้อมแขนก็กลับสู่ตำหนัก

 

 

เสี่ยวเป่านำอาหารจัดขึ้นโต๊ะ และอาหารของอวี้หลีที่อีกฝั่ง

 

 

พระสนมหยอกล้อกับแผงคอของอวี้หลี อุ้มมันไปยังจานอาหารแมวและปล่อยมันลงกับพื้น

 

 

เสี่ยวเป่านำตะเกียบวางที่มือพระสนม “วันนี้พระสนมมีความสุขนะขอรับ”

 

 

หลังทานไปคำหนึ่ง พระสนมก็พยักหน้าอย่างปิติ “ด้วยเพราะมีแขกมาเยี่ยม”

 

 

เสี่ยวเป่าเอ่ยถาม “พระสนมอยากให้เขาแวะมาหาบ่อยขึ้นหรือไม่?”

 

 

“เป็นเช่นนั้น” พระสนมส่งเสียงหัวเราะ

 

 

แล้วจึงถามต่อ “แล้วเสี่ยวเป่าอยากให้เขามาด้วยหรือ?”

 

 

เสี่ยวเป่ากลืนข้าวลงคออย่างหงุดหงิด  หลังเงียบไปพักใหญ่ “..อืม”

 

 

พระสนมทานข้าวช้อนใหญ่อีกสองสามครั้ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้แล้วถามอย่างรวดเร็ว

 

 

“วันนี้ข้ามิได้พูดสิ่งใดผิดแปลกใช่หรือไม่?”

 

 

เสี่ยวเป่ากัดตะเกียบพลางลังเล “เหตุใดท่านจึงถามเช่นนั้น พระสนม?”

 

 

พระสนมมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย “ข้าไม่ได้พูดกับผู้ใดมาแสนนาน ดังนั้นข้าจึงมีความสุขมากจนข้าพูดถึงเรื่องที่อยากออกไปข้างนอกและซื้อซานจาเคลือบน้ำตาล”

 

 

“ข้าดูไร้สาระหรือไม่? หวังว่าผู้นั้นจะไม่หัวเราะเยาะข้า และหวังว่าเขาจะมาพบข้าอีกในครั้งหน้า”

 

 

เสี่ยวเป่าคีบผักด้วยตะเกียบก่อนจะวางมันลงในชามของพระสนม

 

 

“พระสนมมิได้พูดสิ่งใดผิดแม้แต่น้อย คนผู้นั้นก็หาได้หัวเราะเยาะท่านไม่”

 

 

“เช่นนั้นหรือ?”

 

 

“เป็นเช่นนั้นขอรับ” เสี่ยวเป่าพูดอย่างหนักแน่น “ข้าน้อยสังเกตการณ์อยู่ตลอด ขอพระสนมอย่าได้กังวล ท่านผู้นั้นหาได้แสดงกิริยาเช่นนั้นต่อท่าน”

 

 

“เช่นนั้นก็ดี” พระสนมว่าก่อนจะก้มศีรษะลงไปทานอาหารต่อ

 

 

เสี่ยวเป่าแย้งขึ้นมา “พระสนมอย่าเอาแต่ทานข้าว ทานเนื้อหน่อยเถอะขอรับ วันนี้เรามีเนื้อหมู”

 

 

ดวงตาคู่สีเทามองรอบ “จริงหรือ?”

 

 

“จริงขอรับ” ก่อนจะเสริมว่า “อาจเป็นเพราะช่วงนี้อากาศอุ่นขึ้น เราจึงมีเนื้อให้ทานมากขึ้น ทานเข้าเถอะขอรับพระสนม พรุ่งนี้จะมีเนื้ออีก”

 

 

พระสนมปิติอย่างมาก “วิเศษไปเลย”

 

 

“ให้อวี้หลีด้วย อยู่กับพวกเราก็ไม่เคยได้รับอาหารดีๆสักหนึ่งมื้อ”

 

 

“ขอรับ พระสนมอย่าได้กังวล” เสี่ยวเป่ารับคำ

 

 

หลังจากทั้งสองทานมื้อค่ำเสร็จก็เป็นเวลาดึกแล้ว

 

 

พระสนมมองไม่เห็นจึงเข้านอนเร็ว

 

 

เสี่ยวเป่าจุดเทียนและสวมโคมครอบไว้ ยืนรอพระสนมชำระกายแล้วจึงพาเข้านอน

 

 

“จะให้ข้าต้องบอกอีกกี่ครั้งว่าข้าทำเองได้” พระสนมกล่าว

 

 

เสี่ยวเป่าตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้ “แล้วใครล่ะขอรับที่เพิ่งตักน้ำขึ้นอาบแต่กลับลวกมือตัวเอง”

 


พระสนมหลุบตาอย่างรู้สึกผิด “นั่นข้าประมาทเอง”

 

 

เสี่ยวเป่าทำหน้านิ่งเฉย “เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันนะขอรับ”

 

 

พระสนมกระซิบเสียงแผ่วเบา “ข้าตาบอดแต่หาได้พิการไม่”

 

 

เสี่ยวเป่ายังคงทำหน้าไม่รับรู้

 

 

เมื่อครั้งเหมันต์ฤดูที่แล้ว พระสนมพูดประโยคเช่นเดียวกันนี้ เสี่ยวเป่ารู้สึกราวกับว่าหัวใจเขามันปวดแน่นอกไปหมด หลังจากนั้นมาเสี่ยวเป่าก็ห้ามมิให้พระสนมอาบน้ำเองอีก เพราะผลคือพระสนมถูกน้ำลวกมือตัวเองในวันถัดมา

 

 

เพียงแค่คิดว่ามือของพระสนมจะมีรอยพุพองมากมาย เสี่ยวเป่าก็เป็นกังวล

 

 

เสี่ยวเป่ามองดูดวงตาสีเทาที่ไร้ซึ่งการมองเห็นคู่นั้นก่อนจะจากไป ประตูห้องถูกปิดตามมา

 

 

พระสนมทิ้งน้ำหนักลงบนหมอน

 

 

ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็น เขาก็ชอบที่จะจุดเทียน

 

 

เพราะแสงจากเปลวไฟนั้นอบอุ่นเหลือเกิน

 

 

ยามใดที่มีแสงเขาจะสามารถบอกได้ว่าที่ใดคือหน้าต่าง ที่ใดคือโต๊ะและนั่นทำให้เขารู้สึกปลอดภัย

 

 

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อตอนบ่าย ใบหน้าก็ร้อนผ่าว

 

 

เหตุใดเขาจึงพูดเรื่องเช่นนั้นนะ อย่างไรเสียก็ยังดีที่เรื่องเหล่านี้เขาเล่าให้ทหารองครักษ์ฟัง หากเขาเอ่ยเรื่องนี้ให้องค์จักรพรรดิฟังล่ะก็ ศีรษะเขาคงสะบั้น

 

 

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังอยากออกไปข้างนอกสักครั้ง

 

 

ก่อนชีพนี้จะสิ้น ก็อยากจะไปเพียงสักครั้ง

 

 

อยากจะสูดอากาศภายนอกรั้วมังกรทอง ได้เดินอย่างสบายใจโดยไม่ถูกใครห้าม

 

 

เหมือนเมื่อครั้งนานมาแล้วที่เขายังเป็นอิสระ

 

 

พระสนมคิดถึงช่วงเวลาก่อนเข้าวังหลวงก็พลันยิ้มออกมา

 

 

เขามีความสุขแค่ไหนกันนะ ยามมีทั้งบิดาและมารดา

 

 

พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกัน ราวกับว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

 

 

พระสนมตกลงในหลุมแห่งห้วงคำนึงถึงอดีต เปลวเทียนที่อ่อนโยนส่องสะท้อนเข้านัยตาคู่นั้น ราวกับดวงตาคู่นั้นมีชีวิตขึ้นมาโดยพลัน

 

 

ดวงตาคู่สวยที่อยู่บนใบหน้างามราวกระเบื้องเคลือบ

 

 

เหล่าบริวารล้วนพูดถูก ดวงตาคู่นั้นงดงามมากจริงๆ

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ตอนที่สี่มาแล้วววว


ตอนนี้เปิดนิยายแปลอีกเรื่องนะคะ ยังคงเป็น BL เช่นเดิม


กดคลิกลิ้งค์ได้เลยค่ะ หรือจะดูในหน้าบทความก็ได้ Counterfeit Bride


ป.ล.เจอคำผิดทักด้วยนะคะ ตอนแปลตอนนี้แอบเบลอๆเหมือนกัน 5555




 

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 326 ครั้ง

259 ความคิดเห็น

  1. #4990 mon111 (@mon111) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:28

    ฮ่องเต้สายเปย์ เราขอทายว่านางต้องโดนวางยาพิษแน่ แต่ว่าหมอมาช่วยทันแต่ถอนพิษออกไม่หมดเลยทำให้ตาของนางบอด
    #4990
    0
  2. #4943 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:17
    ชอบความสปอยของฮ่องเต้
    #4943
    0
  3. #4822 pqrst (@wonn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:26
    สงสารนาง
    #4822
    0
  4. #4774 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 12:59
    น่าสงสารแฮะ ไม่รู้ว่าทำไมพระสนมถึงตาบอด แต่ก็ยังดีที่ทุกวันนี้พระสนมยังยิ้มได้เนอะ
    #4774
    0
  5. #4702 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 20:13
    พระสนมนี่น่าสงสารแท้
    #4702
    0
  6. #4680 foamnipax_ (@foamnipax_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:01
    อ่านตอนนี้น้ำตาซึมเลยค่ะ สงสารพระสนมอะ อีกไม่นานฮ่องเต้คงพาออกไปข้างนอกแหละเนอะ และเสี่ยวเป่าก็ยังคงน่าเอ็นดูเหมือนทุกตอน ><
    #4680
    0
  7. #4454 Vverenta (@deepinthehill) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 16:42
    ภาษาสวยจริงๆ โอ้ยชอบบบ ขอบคุณผู้แปลนะคะ
    #4454
    0
  8. #4203 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 14:44
    พระสนมน่าสงสารอ่ะ
    #4203
    0
  9. #3922 PD-LP (@PD-LP) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 01:21
    ฮือน้ำตาซึมสงสารพระสนมมากอะ งือๆ
    #3922
    0
  10. #3629 เนตรสีทอง (@wayside) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:58
    ชอบค่ะ ภาษาสวยมาก
    #3629
    0
  11. #3619 skyofbee6y (@skyofbee6y) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 00:27
    แต่ละคำนี่สละสลวยสวยงามมากก แปลออกมาอ่านง่าย ไม่ขัดใจ ไม่สะดุด ถึงจะมีราชาศัพท์ประปรายแต่ก็ไม่เข้าใจยาก ชอบ <3
    #3619
    0
  12. #3605 manodcha (@manodcha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:32
    หน่วง ..
    #3605
    0
  13. #3310 *[*][]อั๋นเดวววว๋[][*]* (@babyll) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 02:48
    ถ้าพระสนมรู้ว่าแขกที่มาเป็นฮ่องเต้นี่เป็นไงนะ 55555
    #3310
    0
  14. #3241 Sm.nmm (@soonmee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 20:38
    เสี่ยวเป่าน่ารักกกกกก ฮ่องเต้ก็ดูอบอุ่น
    #3241
    0
  15. #3145 Rarestrose (@Rarestrose) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 13:42
    ลึกลับและตื่นเต้นตลอดเลย 
    #3145
    0
  16. #2794 Bana Bill (@banabill) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 02:59
    อยากรู้แล้วว่าทำไมถึงตาบอด
    #2794
    0
  17. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 08:55
    ทำไมมันเศร้าอ่ะ
    #2683
    0
  18. #2677 ambrosia3 (@Ambrosia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 18:54
    คือ ละมุนมากค่ะ แต่เสณ้าๆอ่ะ อบอุ่นแต่ก็ศร้า บรรยายได้งดงามค่ะ ขอบคุณที่แปลค่ะ
    #2677
    0
  19. #2566 ktp.1412 (@evildevil02) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 20:02

    สงสารพระสนมมากกกกกกกกกก
    คือทำไมโดนทอดทิ้งได้ขนาดนี้
    แล้วดูที่พระสนมขอแบบโอ้ยย 
    เป็นใครจะไม่ใจอ่อนบ้างเนี่ย ฮือ
    สุขก็สุขไม่สุดจริงๆ :(

    #2566
    0
  20. #2497 Kyumingming (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 18:01
    ชีวิตช่างน่าเศร้า
    #2497
    0
  21. #2452 Mixstar (@yoshigo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 23:19
    ทำไมชีวิตถึงเศร้าอย่างนี้ละคะ  TT
    #2452
    0
  22. #2423 lopenav (@lopenav) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 19:11
    ละมุนละไม แต่ก็แอบหน่วงเล็กๆ
    #2423
    0
  23. #2229 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 18:07
    เสี่ยวเป่าเป็นคนดีมากๆเลยง่ะ
    #2229
    0
  24. #2071 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 18:57
    ปมเยอะอ่ะ อยากรู้ว่าทำไมถึงเป็นพระสนม ตาบอดยังไง ชื่ออะไรด้วย
    #2071
    0
  25. #2058 pastelcron (@pastelcron) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 11:56
    น่ารักก็น่ารัก แต่มันก็แฝงความรู้สึกหน่วงๆไว้ตลอดเลย
    #2058
    0