[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,592 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,330 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    496

    Overall
    244,592

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 เที่ยวตลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

第六章

 

 

ทั้งสามเดินเข้าสู่ตลาด พระสนมตาบอดไม่สามารถรู้ได้ว่าควรไปทางใด เดินไปทั่วด้วยความสุขและความตื่นเต้นอันล้มเปี่ยม ทำเอาเสี่ยวเป่ากลัวจนแทบสิ้นสติ

 

 

“บนถนนมีรถม้ามากมาย พระสนมโปรดระวังด้วยขอรับ!”

 

 

“อย่าห่วงเลย ข้าได้ยินเสียงของมันยามที่มันเข้ามาใกล้”

 

 

พระสนมเดินไปตามทาง ก่อนจะสูดกลิ่นตรงนั้นทีตรงนี้ที มีชีวิตชีวาราวกับลูกสุนัขตัวน้อย

 

 

“ซาลาเปาเนื้อปู!”

 

 

“บะหมี่สามเซียน!”

 

 

“ป่ายเว่ย!”

 

 

“ลูกพีชเย็น!”

 

 

ฝ่าเท้าของพระสนมนั้นแผ่วเบาและรวดเร็ว เหมือนหนึ่งกายนั้นได้ทะยานอยู่บนฟ้า ใบหน้าซีดขาวนั้นขึ้นสีแดง ที่แก้มช่างอ่อนละมุนและดูเปราะบาง

 

 

ผู้เป็นองค์เหนือหัวกำลังทอดพระเนตรมองพระสนมจากด้านหลัง ยืนอยู่อย่างเงียบงันลอบมองยามอีกฝ่ายซุกซน เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังเหมือนเด็กน้อย ใบหน้านั้นงดงามเหลือเกิน

 

 

เหตุใดพระองค์ถึงไม่พบเขาให้เร็วกว่านี้?

 

 

เขาทนมามากพอแล้ว

 

 

จักรพรรดิลอบถอนใจ

 

 

โชคดียิ่งแล้ว ในที่สุดพระองค์ก็ได้พบเจอ

 

 

พระสนมตาบอดหันกลับมา “เสี่ยวเป่า มีรายการอาหารเขียนไว้บนกระดาษหรือไม่?”

 

 

เสี่ยวเป่าตอบ “ขอรับ หากว่าเราเดินผ่านแล้ว ข้าน้อยจะไปซื้อเองขอรับ”

 

 

พระสนมพยักหน้าตอบ “เช่นนั้นก็ดี” ก่อนจะเตือนว่า “อย่าให้ขาดแม้แต่หนึ่งอย่างได้”

 

 

เสี่ยวเป่าส่งยิ้ม “อย่าได้ห่วงขอรับ พระสนม”

 

 

ยามทั้งสามได้วนจนครบรอบตลาดแห่งนี้แล้วก็เป็นเวลาเที่ยงวันเสียพอดี พระสนมเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้ารู้สึกหิวนิดหน่อย”

 

 

เสี่ยวเป่าหันมอง “พระสนมเดินไปทั่ว ซ้ำยังส่งเสียงดังไปเสียทุกที่ หากท่านมิรู้สึกหิวก็คงน่าแปลกใจแล้ว”

 

 

ฮ่องเต้เสริมขึ้น “เช่นนั้นไปหาที่ใดทานข้าวกันเถิด”

 

 

พระสนมรีบตอบกลับโดยพลัน ความว่า “ข้ารู้จักสถานที่แห่งหนึ่ง นามว่าศาลาไผ่ ยามก่อนข้าเคยไปที่แห่งนั้นหลายครา รสชาติอาหารนั้นสดใหม่ทีเดียว หากแต่ข้ามิอาจแน่ใจได้ว่าที่แห่งนั้นยังคงอยู่หรือไม่”

 

 

“เช่นนั้นข้าน้อยจะไปตรวจสอบ” เสี่ยวเป่าเอ่ย

 

 

ผ่านไปครู่หนึ่ง เสี่ยวเป่ากลับมารายงาน “เรียนพระสนม กิจการยังคงอยู่ขอรับ อยู่ด้านหน้านี้อีกไม่นานขอรับ”

 

 

พวกเขามาถึงปากทางเข้าศาลาไผ่แห่งนี้ ด้านหน้าของทางเข้านั้นมิเล็กมากแต่ก็มิได้ใหญ่ การตกแต่งของร้านนั้นดูงดงาม ลูกค้าเดินเข้าออกมากมาย จักรพรรดิหนุ่มหมายจะก้าวเดินเข้าข้างใน พระสนมก็เอ่ยเสียงครวญ “อ่า...”

 

 

ฮ่องเต้ทรงหยุดไปกึ่งหนึ่ง “มีอันใดหรือ?”

 

 

พระสนมพูดด้วยเสียงอันเบาบางว่า “พวกเรามิมีทรัพย์แม้แต่น้อย”

 

 

ด้วยความสงสัยจึงถามกลับไป “มิใช่ว่าเสี่ยวเป่าเองก็มีเงินในกระเป๋าหรอกหรือ?”

 

 

“เงินนั่นจะต้องมิถูกนำมาใช้!” พระสนมส่ายศีีรษะไปมาราวกับกลองที่กำลังสั่นไหว “นั่นเป็นทรัพย์ที่พระราชวังจัดให้ใช้ในกิจการขององค์ฮ่องเต้ ท่านจักต้องโดนลงโทษหากใช้มัน ถึงขั้นร้ายแรงที่สุดหัวท่านคงได้สะบั้น!”

 

 

ชายหนุ่มมีท่าทีประหลาดใจที่ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเล็กน้อย “โทษร้ายแรงเช่นนั้นเลยหรือ?”

 

 

“อืม” พระสนมพยักหน้าอีกครั้ง “ท่านกล้าจะใช้ทรัพย์ของฮ่องเต้จับจ่ายอย่างนั้นหรือ?”

 

 

“...ไม่” จักรพรรดิคิดครู่หนึ่ง

 

 

พระสนมก้มศีรษะลงด้วยใจที่เศร้าหมอง

 

 

พัดในฝ่าพระหัตถ์ถูกโบกสะบัดไปมา แสร้งทำเมินเฉย “เช่นนั้นข้าจะเลี้ยงเอง”

 

 

“หืม?” ร่างผอมเงยหน้าขึ้น “อย่าเลย ลำบากท่านเสียเปล่า”

 

 

ทำเพียงส่งยิ้มแล้วตอบกลับ “หากท่านรับน้ำใจข้าไว้มิได้ เช่นนั้นหากภายภาคหน้ามีโอกาสเมื่อใด ท่านต้องตอบแทนข้า ตกลงไหม?”

 

 

พระสนมหยุดครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง “เช่นนั้นย่อมได้”

 

 

เสี่ยวเป่าจูงมือนำทางพระสนมเข้าสู่ร้านอาหาร ขึ้นบันได และนั่งลงตำแหน่งโต๊ะที่หันหน้าเข้าสู่ถนน ไม่นานนักก็มีพนักงานของร้านเข้ามาเติมน้ำชา ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม “ท่านลูกค้าต้องการทานอะไรขอรับ?”

 

 

“ลูกชิ้นกุ้งทอดกรอบ ปลาซีหู ข้าวปั้นห่อไข่ สาลี่ผัดเม็ดมะม่วงและซุปหยกปลาขาว”

 

 

พนักงานถึงกับตกตะลึงไป “ลูกค้าท่านนี้ ช่างตาถึงยิ่งนัก เหล่านี้คืออาหารขึ้นชื่อของร้านเรา หากมิใช่ขาประจำแล้ว จะทราบชื่อโดยทั่วกันนั้นหามีไม่”

 

 

พระสนมเพียงส่งยิ้ม “ข้าเคยมาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง และข้ารู้จักทุกคนในร้านแห่งนี้ ศาลาไผ่เคยมีเพียงชั้นเดียวและร้านนั้นขายดีจนเต็มพื้นที่ไปหมด จนต้องนำโต๊ะและเก้าอี้ไปวางไว้ด้านนอกเพิ่ม”

 

 

“นั่นเรื่องจริงทั้งหมด” พนักงานกล่าว “เมื่อสามปีก่อนร้านของเราได้ปรับปรุง ในตอนนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น ข้าถูกจ้างในตอนนั้นเพื่อช่วยงาน มิแปลกใจหากข้าไม่เคยพบท่านมาก่อน”

 

 

หลังจากรอได้หลังดื่มชาไปเพียงครึ่งถ้วย อาหารก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมนั้นลอยฟุ้งไปทั่ว

 

 

“พวกท่านทานเข้าให้มากๆ พวกมันมีรสชาติที่ดีเยี่ยม”

 

 

เสี่ยวเป่าพูดขึ้น “พระสนมทานให้มากนะขอรับ มิมีผู้ใดรู้ว่าท่านจะได้ออกจากเขตราชวังอีกเมื่อใด”

 

 

พระสนมถึงกับชะงัก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “จริงสิ อาจไม่มีอีกแล้ว”

 

 

มือเรียวที่จับตะเกียบนั้นอ่อนแรงลง

 

 

ฮ่องเต้ทรงร้อนพระทัย ให้กำลังใจพระสนมในทันที “ท่านอย่าได้มองโลกใบนี้เลวร้ายนักเลย โอกาสของท่านอาจจะมาอีกในเร็ววันนี้”

 

 

ได้ยินเช่นนั้นแล้ว พระสนมกับหัวเราะออกมา “ท่านพูดราวกับมันจักเป็นเรื่องจริง ท่านหาใช่องค์ฮ่องเต้เสียเมื่อไหร่”

 

 

เสี่ยวเป่าได้แต่นึกหัวเราะอยู่ในใจ ก่อนจะคีบลูกชิ้นกุ้งวางในชามของพระสนม

 

 

พระสนมคีบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ลูกชิ้นกุ้งนั้นทอดจนได้สีเหลืองทอง ยามลิ้นได้สัมผัสก็เต็มไปด้วยความอบอวลในรสชาติของกุ้ง ละมุนนุ่ม กรอบ และแสนอร่อย

 

 

พระสนมมีความสุขมาก “รสชาติเยี่ยม มิได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้เพียงน้อย!”

 

 

และกล่าวต่อว่า “พวกเจ้าก็ทานเข้าสิ อย่าคอยคีบอาหารใส่ชามข้าเลย”

 

 

ฮ่องเต้อดไม่ได้ที่จะพูด “ท่านก็ทานเข้าเถิด ดูท่านสิ ทั้งร่างท่านมีเพียงกระดูกหรือ”

 

 

เสี่ยวเป่ายังเสริมอีกว่า “แม้แต่อวี้หลียังมีเนื้อมีหนังมากกว่าท่านเลย”

 

 

พระสนมมีลูกชิ้นอยู่เต็มปาก กำลังบ่นพึมพำอย่างจับใจความไม่ได้ “นั่นไม่เป็นเรื่องจริงเสียหน่อย”

 

 

ครู่หนึ่งหลังจากนั้น อาหารเนื้อปลาถูกนำมาวางบนโต๊ะ  บุตรแห่งสวรรค์นั้นบรรจงคีบเนื้อปลา เลาะเอาก้างออกจนดูสะอาดตาก่อนจะวางเนื้อปลาชิ้นนั้นลงบนชามของพระสนม

 

 

พระสนมทานเข้าคำหนึ่ง รสเปรี้ยวจากน้ำสมสายชูและกลิ่นหอมหวานของปลานั้นช่างนุ่มละมุนและแสนชุ่มฉ่ำ ราวกับละลายหายไปในทันที

 

 

อีกหนึ่งคำเล็กตามไปติดๆ และอีกหนึ่งคำ ทุกท่วงท่าดูสดใส และน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง

 

 

“เสี่ยวเป่า เจ้าได้ทานบ้างหรือยัง?” พระสนมถาม

 

 

เสี่ยวเป่าเองก็ตอบกลับ “ขอรับ”

 

 

พระสนมถามองค์ฮ่องเต้บ้าง “แล้วท่านล่ะ ได้ทานบ้างหรือยัง?”

 

 

ฮ่องเต้ตรัสกลับ “ข้าทานแล้ว”

 

 

ดังนั้นแล้วพระสนมจึงได้ผ่อนคลายลงบางส่วน “เช่นนั้นก็ดีแล้ว”

 

 

หลังจากอาหารจานอื่นๆถูกจัดการ พวกเขาก็จากร้านอาหารมา

 

 

ดวงอาทิตย์ในยามบ่ายนั้นอบอุ่น ราวใบไม้พัดแผ่วเบาผ่านใบหน้า ใบหน้างามเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าเกือบจะหลงลืมในรสชาตินั้นไป ไม่เคยคาดคิดว่ารสชาติที่ได้ลิ้มรสนั้นมิเคยเปลี่ยนผัน”

 

 

“สิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุข มิสามารถลืมเลือนได้โดยง่ายขอรับ” เสี่ยวเป่าตอบ

 

 

พระสนมไตร่ตรองคำพูดของเสี่ยวเป่าแล้วตอบรับ “เป็นเช่นนั้น”

 

 

ก่อนจะถามขึ้น “มีรายการใดอีกที่อยู่บนกระดาษ? พวกเราควรไปซื้อโดยไว”

 

 

เสี่ยวเป่ามีท่าทีเห็นด้วย

 

 

พวกเขากลับไปยังถนนที่จอแจอีกครั้งหนึ่ง พระสนมเดินบนถนนที่ขรุขระแต่กลับรู้สึกสุขสงบ กลิ่นที่ลอยในอากาศนั้นช่างรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เสียงที่คุ้นเคย ผู้คนที่คึกคัก เสียงหัวเราะอย่างเปี่ยมสุขของเด็กน้อยที่วิ่งผ่านไป ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นทำให้หัวใจดวงนี้เป็นสุขยิ่งนัก

 

 

จักรพรรดิหนุ่มพลันสะบัดพัดกลับเข้าที่ “ข้าว่าตรงนั้นมีขายถังหูลู่!*”

 

 

“จริงหรือ?” พระสนมรวบชายเสื้อของตนเอง “อยู่ที่ใดกัน?”

 

 

“หัวมุมถนนตรงนั้น” องค์จักรพรรดินำเงินออกมา “ข้าจะไปซื้อมันมาให้ท่าน”

 

 

“มิได้ มิได้” พระสนมเอ่ย “ข้าสามารถซื้อเองได้” ก่อนจะนำเหรียญทองแดงออกมาจำนวนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ

 

 

เสี่ยวเป่าเดินมาข้างหน้าเพื่อนำทางพระสนม พวกเขามาถึงแผงขายถังหูลู่กันแล้ว พระสนมยื่นเหรียญให้แก่พ่อค้า “ข้าต้องการสามไม้”

 

 

ชายที่สวมหมวกไม้ไผ่ยื่นไม้ที่เต็มไปด้วยผลซานจาแก่พระสนมซึ่งหยิบไว้อันหนึ่ง อันหนึ่งแก่เสี่ยวเป่า ก่อนจะถามเสี่ยวเป่า “ท่านองครักษ์อยู่ที่ใดกัน?”

 

 

ฮ่องเต้หนุ่มส่งเสียงขึ้น “ข้าอยู่นี่”

 

 

พระสนมหยิบยื่นเอาซานจาไม้สุดท้ายพร้อมส่งยิ้มให้ “นี่สำหรับท่าน”

 

 

ฮ่องเต้นั้นประหลาดใจไม่น้อย “สำหรับข้างั้นหรือ?”

 

 

“อื้ม”

 

 

จักรพรรดิเพ่งมองไม้ในมือ “ไม่เคยมีผู้ใดมอบถังหูลู่ให้ข้ามาก่อน ท่านเป็นคนแรก”

 

 

และทรงเอ่ยอย่างมั่นคงอีกครั้ง “ไม่เคยเลย”

 

 

ยามที่พระสนมได้สดับคำเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกเห็นอดเห็นใจฉายชัดอยู่บนใบหน้างามล้ำ

 

 

จนอดไม่ได้ที่พระสนมจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสัมผัสแผ่วเบาที่บนศีรษะขององครักษ์หนุ่ม “อย่าได้เสียใจอีกเลย”

 

 

เสี่ยวเป่าที่มองดูอยู่รีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน “พระสนมขอรับ เขามิได้เสียใจเลย”

 

 

ทางด้านองครักษ์นั้นรีบตอบกลับทันใด “ไม่ ข้ากำลังเศร้าโศก ท่านต้องปลอบข้า”

 

 

คิ้วคู่งามขมวดเข้าหากัน “พวกเจ้าทั้งสองนี่มีอันใดกัน?”

 

 

ช่างแปลกคนนัก

 

 

พระสนมส่ายศีรษะน้อยๆก่อนจะก้าวนำไปโดยมีขนมถังหูลู่อยู่ในมือ

 

 

 





...

 

*ถังหูลู่คือขนมหวานเสียบไว้ของชาวปักกิ่ง

นำลูกซานจาซึ่งเป็นผลไม้รสเปรี้ยวลูกกลมๆสีแดง มา เสียบไม้แล้วนำลงไปจุ่มในกระทะที่เคี่ยวน้ำตาลรอไว้เพื่อให้น้ำตาลมาจับที่ลูกซานจา หลังจากนั้นก็เอาขึ้นมา รอให้น้ำตาล แข็งตัว 
ในสมัยนี้เขาไม่ได้เอาแต่ลูกซานจามาทำถังหูลู่เท่านั้น แต่ยังเอาผลไม้ อย่างเช่นสตรอเบอร์รี่ สับปะรด แคนตาลูป องุ่น หรือส้มนำมาทำเป็นถังหูลู่ ซานจาก็ยังมีคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหารด้วย 
ถังหูลู่ในภาษาจีนนั้น หมายถึง น้ำเต้าเคลือบน้ำตาล ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะว่าแต่เดิมเขาจะใช้นำซานจา แค่สองลูกมาเสียบไม้ โดยเสียบให้ลูกเล็กเสียบอยู่บน ลูกใหญ่อยู่ข้างล่าง ทำให้มีรูปร่างถังหูลู่มีลักษณะคล้ายกับน้ำเต้า เขาก็เลยเรียกขนมหวานชนิดนี้ว่า ถังหูลู่ และมีประวัติอันยาวนานย้อนถึงราชวงศ์ซ่ง ( อ้างอิงจาก pantip.com )


สวัสดีค่ะ 


กลับมาพบกันในบทที่หก บอกก่อนเลยว่าตั้งใจจะลงให้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่มีภารกิจทำเอาสลบไปตั้งแต่สามทุ่ม TT แงงง อย่าเพิ่งทิ้งพระสนมนะคะ ซิกๆ

 

 

ตอนนี้ก็ไม่ได้มีบทหวือหวามากมาย แต่ว่าก็เป็นอีกตอนที่เราคิดว่ามีชีวิตชีวาดีจังเลยน้าา

 

 

ความเนียนหน้าตายของฮ่องเต้นี่ก็ยังมีให้เห็นเรื่อยๆนะคะ ฮ่าๆๆ

 

 

แสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ อ่านทุกเม้นเลยย ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

 

 

ขอให้มีความสุขวันจักรีค่ะ!


ป.ล. เรื่องนี้เปิดให้อ่านบนเว็บธัญวลัยด้วยนะคะ ใช้ชื่อเดียวกันนามปากกาเดียวกัน ไว้หาอ่านกันได้เน้ออ *กระซิบบอกความนัย*

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

241 ความคิดเห็น

  1. #4995 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:21
    ฮ่องเต้ทรงสตอมากกกกก
    #4995
    0
  2. #4945 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:30
    เอ็นดู จะไม่รักยังไงไหว
    #4945
    0
  3. #4830 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 18:34
    ไรท์เปิดให้อ่านโหน่ยยยยยยย


    อยากอ่านนนนนอ่ะ
    #4830
    0
  4. #4818 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 01:15
    เสี่ยวเปาต้องปวดหัวขนาดไหนนิ่55
    #4818
    0
  5. #4776 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:17
    อื้อหือ ลูบผมฮ่องเต้ไปอีก 555 ตลกเสี่ยวเป่า
    #4776
    0
  6. #4704 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 20:38
    พระสนมน่ารักอะ ฮ่องเต้ทำเนียน
    #4704
    0
  7. #4682 foamnipax_ (@foamnipax_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 23:33
    ความเนียนนี้ท่านได้แต่ใดมาคะฮ่องเต้ - -^
    #4682
    0
  8. #4205 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 14:52
    คือฮ่องเต้ นางเนียนได้อีกนะ 55555
    #4205
    0
  9. #4156 maimaiwhan (@maimaiwhan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 18:38
    ชอบบบบบบบ อ่านแล้วอบอุ่น ชอบคาแรกเตอร์ของตัวละคร แปลเก่งมากเลย
    #4156
    0
  10. #4001 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 14:36
    ฮ่องเต้เจ้าเล่ห์
    #4001
    0
  11. #3996 zeen devilgirl (@quincyzeen97) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 08:34
    ฮ่องเต้มีความตอแหล. 555555
    #3996
    0
  12. #3894 VIP&BJ/Supine (@jimmyza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 23:37
    ฮ่องเต้เจ้าเล่ห์มากกกก
    #3894
    0
  13. #3621 skyofbee6y (@skyofbee6y) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 00:42
    มันไม่ได้หวือหวาหรือเราอะไรเลย แต่มันทำให้เราติดอ่ะ แบบ ไม่รู้จะอธิบายยังไง~ นี่คงเป็นสเน่ห์ของนิยายจีน ซึ่งเราชอบสเน่ห์ตรงนี้มาก แต่เราไม่รู้ภาษาจีนเลย... ?? ภาษาอังกฤษก็อ่านแล้วไม่อินอีก(คือมีความง่าว) 55555
    #3621
    0
  14. #3312 *[*][]อั๋นเดวววว๋[][*]* (@babyll) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 03:14
    ฮ่องเต้เนียนได้อีก 55555 น่ารักอ่ะ
    #3312
    0
  15. #3248 Sm.nmm (@soonmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:29
    น่ารัก ชอบบบบบบ
    #3248
    0
  16. #3172 Rarestrose (@Rarestrose) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 14:42
    #3172
    0
  17. #3119 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 01:49
    ทั้งเรื่องชอบเสี่ยวเปามากกกกกกน่ารักสุดๆ
    #3119
    0
  18. #3025 ` DieKatze (@teukylove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 16:24
    ฮ่องเต้นี่เจ้าเล่ห์นัก
    #3025
    0
  19. #2802 มั ง ก ร ข า ว (@Hakuryuu-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:22
    พระสนมตอนนี้เหมือนเด็กน้อยเลย น่ารักดี 
    #2802
    0
  20. #2685 Wpmmoz (@maemmos) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:39
    โอ้ยยยย ความสแวกของฮ่องเต้ 55555 ยอม
    #2685
    0
  21. #2659 Infazaxin (@infazaxin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 18:21
    ไม่ ข้ากำลังเศร้าโศก เจ้าต้องปลอบข้า 5555555555555ลั่นมาก ฮ่องเต้เเหลได้น่าตี พระสนมน่ารักน่ากอดอ่ะะะ
    #2659
    0
  22. #2568 ktp.1412 (@evildevil02) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 20:08

    โฮ้ยยย พระสนมน่ารักมากกกก
    เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่เลยอะ ฮ่องเต้ทรงเอ็นดูแรง
    ฮือออ พระสนมเป็นคนจิตใจดี จำทุกเรื่องได้ไม่ลืมเลย
    ใส่ใจทุกคนดีจริง แม้กระทั่งร้านอาหารร้านโปรด
    แต่ชอบอะ ชอบมาก ตอนฮ่องเต้บอกให้ปลอบ
    นี่แทบร้องกรี๊ดดดด โอ้ย เจ้าเล่ห์ไปแล้วค่า
    อยากให้พระสนมมีความสุขแบบนี้บ่อยๆจัง
    #2568
    0
  23. #2544 sss.doofa (@tonkao00) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 20:35
    ฮ่องเต้ทำไมโกหกเก่งจัง 5555555 ขำท่านมากเลยค่ะ 555555
    #2544
    0
  24. #2499 Kyumingming (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 18:21
    พระสนมน่ารักใส่ใจทุกรายละเอียด
    #2499
    0
  25. #2480 winter-j (@krishan-kaihun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 19:34
    ไม่ใช่ไรนะ ตอนเริ่มแรกที่พระสนมวิ่งเหมือนเด็กนี่ก็เอ็นดูมาก พอฮ่องเต้บอกว่าตัวเองกำลังเศร้านี่อัตโนมัติมาก พูดตอแหล ออกมาดังมาก 555555555 เกลียดแรง 5555555 ถ้าเป็นเสี่ยวเป่าคงหมดความศรัทธา เหตุใดท่านจึงได้ torlae เก่งเช่นนี้ 555555555555555 เป็นจักรพรรดิหรือเป็นนักแสดงเพคะ 5555 โอ้ย อ่านก็ทั้งฟินทั้งขำ ทั้งฟิน พระสนมน่ารักมาก เสี่ยวเปาก็ต้องคอยปกป้องสนม สนมก็ค่อยๆถูกฮ่องเต้ล่อลวง 5555555555555555555
    #2480
    0