[นิยายแปล] 瞎娘娘 The Blind Concubine [ตรวจคำแปลสิ้นเดือน]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244,653 Views

  • 5,027 Comments

  • 9,331 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    557

    Overall
    244,653

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 เจ็ดปีก่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

第八章

 

 

วันที่สองนั้นเพิ่งพ้นเที่ยงวันมา จักรพรรดิหนุ่มก็มาปรากฎตัวอีกครั้งที่สวนของตำหนักเย็นยืนโบกพัดไปมา

 

 

เขามีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ในมือ

 

 

จากที่ยืนส่วนนู้น พระสนมก็ได้ยินเสียงมาแต่ไหล ส่งเสียงออกไปด้วยความสงสัย “นั่นเสียงนก ไพเราะยิ่งนัก”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มคลี่ยิ้ม “ข้าหาพวกมันมาให้ท่าน พวกมันจะร้องเพลงได้ไพเราะนัก”

 

 

ฮ่องเต้หนุ่มยื่นเอานกน้อยในกรงให้แก่พระสนม

 

 

เสียงร้องของนกทั้งสองในกรงนั้นช่างหวานไพเราะเสนาะหูยิ่ง

 

 

พระสนมจึงยิ้มออกมา “ขอบคุณสำหรับนกพวกนี้”

 

 

เสี่ยวเปานำกรงนกไปแขวนไว้ก่อนจะลอบมองเข้าไปข้างใน

 

 

“ตัวหนึ่งมีปากสีแดง อีกตัวหนึ่งนั้นมีหัวสีเงิน พวกมันล้วนงดงาม”

 

 

อวี้หลีจ้องไปในกรงก่อนจะร้องเหมียว

 

 

พระสนมอุ้มเจ้าแมวขึ้นมาก่อนจะลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน “อย่าได้แม้แต่จะคิดเชียว”

 

 

เสี่ยวเป่าทำหน้าทะมึนใส่  “พระสนมป้อนปลาให้เจ้าทุกวัน เจ้าแมวตะกละ”

 

 

อวี้หลีนั้นรู้สึกว่าตนกำลังโดนกลั่นแกล้งจึงส่งเสียงร้องสองสามครั้ง ตัวที่พองไปด้วยขนของมันมุดเข้าหาอกอุ่นของพระสนม

 

 

พระสนมออกโรงปกป้องอวี้หลีราวกับเป็นสายเลือดเดียวกัน “อวี้หลีไม่ได้ตะกละ ไม่แน่นอน”

 

 

“พระสนมท่านไม่เห็นท่าทางของมัน เจ้านั่นมันอยากได้พวกนกนั่นจะตายไป” เสี่ยวเป่าพูดอย่างเหนื่อยหน่าย

 

 

พลันพระสนมก็ยกมือขึ้นปิดที่หูทั้งสองข้างของอวี้หลีแล้วร้องขึ้นว่า “ก็ได้ ก็ได้ หยุดพูดเสียที มิเช่นนั้นอวี้หลีจะไม่มีความสุขและวิ่งหนีไป”

 

 

องค์จักรพรรดิหัวเราะออกมา “เก็บพวกมันไว้เถิดหากท่านชอบ ให้อาหารพวกมันด้วยไข่และเมล็ดพืช หรือแป้งข้าวโพดทุกวัน”

 

 

เสี่ยวเป่าตาแทบจะถลน “นั่นคือสิ่งที่ต้องทำหรือ?”

 

 

ฮ่องเต้หนุ่มโบกพัดไปมาอย่างสบายพระทัย “แปลกหรือ?”

 

 

“อาหารยังดีกว่าข้าเสียอีก” เสี่ยวเป่าพึมพำกับตนเอง

 

 

พระสนมหัวเราะชอบใจเป็นเสียงคิกคัก “โธ่ เจ้า”

 

 

พวกเขานั่งในสวน มังกรหนุ่มหยิบเอากล่องไม้จันทน์เล็กๆออกมา “ข้านำชามาให้ จงแช่ไว้ในน้ำ”

 

 

เสี่ยวเป่ารับกล่องนั้นมา

 

 

พระสนมถามขึ้น “ท่านลอบออกมาเพื่อมาที่นี่ ใช่หรือไม่?”

 

 

คู่สนทนาเพียงเลิกคิ้วขึ้น “ท่านมั่นใจได้อย่างไร?”

 

 

พระสนมจึงเอ่ยกลับ “ตำแหน่งเป็นองครักษ์ตำหนักส่วนพระองค์ไม่ใช่งานง่ายเลย”

 

 

ฮ่องเต้ถอนหายใจ “ท่านรู้ทัน”

 

 

พระสนมพูดอย่างจริงจังและจริงใจ “ท่านจะไม่ได้เลื่อนขั้นหากยังทำเช่นนี้”

 

 

องครักษ์หนุ่มโบกพัดไปมาอย่างผ่อนคลายแล้วลอบถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าก็ไม่คิดว่าจะได้รับยศศักดิ์ใดที่สูงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว”

 

 

เสี่ยวเป่านำถาดไม้จันทน์ออกมา “พระสนม น้ำชาพร้อมแล้ว ระวังร้อนด้วยขอรับ”

 

 

จักรพรรดิรินชาให้พระสนมตาบอด ยกขึ้นเป่าในถ้วยชาก่อนจะนำให้ดื่ม

 

 

พระสนมรับถ้วยชานั่นขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “ชาดีอะไรเช่นนี้!”

 

 

ฮ่องเต้หนุ่มสนใจขึ้นมาในทันใด “โอ้? ท่านรู้ด้วยหรือ?”

 

 

“อืม” พระสนมจิบไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งก็พูดขึ้น “...จุนชานเข็มเงิน”

 

 

ฮ่องเต้ปรบมืออย่างปิติ “ยอดเยี่ยม!”

 

 

พระสนมตาบอดก้มหน้าลงอย่างเขินอาย

 

 

เสี่ยวเป่าถามอย่างสงสัย “พระสนมท่านทราบชนิดของชาได้อย่างไร?”

 

 

พระสนมตาบอดยกถ้วยชาขึ้นมาตรงหน้า “ชานี้มีกลิ่นหวานเฉพาะตัว รสกลมกล่อมเข้มข้นและมีสีอ่อน สวยงามนักยามชงเพราะ เมื่อสัมผัสโดนน้ำเข็มเงินก็จะตกลงทีละหนึ่งลงสู่ถ้วย ก่อนจะจมลงไปที่ก้น เป็นสิ่งที่มองแล้วน่าสนใจยิ่ง”

 

 

ดวงตาของเสี่ยวเป่ามองไปยังถ้วยของตน “ใบของมันอยู่ก้นถ้วย!”

 

 

พระสนมยิ้ม “นำกล่องใส่ชามานี่”

 

 

เสี่ยวเป่าหยิบเอากล่องไม้จันทน์ยื่นให้พระสนม

 

 

พระสนมหยิบใบชาขึ้นมาเต็มมือ ปลายนิ้วไล้สัมผัสใบชาอย่างบรรจง ก่อนจะดมกลิ่นพวกมันแล้วพูด “ใบพวกนี้ล้วนแต่แข็งแรงทั้งสิ้น และมีกลิ่นหอมหวาน หากใบมีสีเหลืองทองและสีอ่อนที่โคนใบ นั่นคือใบชาที่มีคุณภาพที่สุด”

 

 

เสี่ยวเป่าปรบมือแล้วร้องอุทาน “พระสนมช่างปรีชา!”

 

 

พระสนมตาบอดเพียงยิ้มอย่างสดใส “เราไม่มีชุดชาที่ดีกว่านี้ น่าอายนักยามมีชาที่ดีเช่นนี้”

 

 

ฮ่องเต้ทรงแย้มโอษฐ์ขึ้น “คุณค่าของการดื่มชานั้นคือการดื่มด่ำไปกับมัน อย่าให้กฎเกณฑ์ใดผูกรั้งไว้ได้ ดื่มชานั้นเพียงพอแล้วที่จะรื่นรมย์”

 

 

“ท่านพูดถูก” พระสนมว่าแล้วส่งยิ้ม

 

 

แสงแดดยามบ่ายทอดลงมายังสวนเล็กๆ และตกลงมากระทบกับใบหน้าซีดขาวราวกระเบื้องเคลือบของพระสนม ปลายหางตาและคิ้วนั้นกำลังยิ้ม ริมฝีปากนั้นแดงเรื่ออย่างอบอุ่นด้วยไอจากถ้วย ทำให้ทั้งหมดรวมกันแล้วงดงามจนหาคำบรรยายไม่มี

 

 

ความสนใจทั้งหมดของพระสนมตาบอดนั้นอยู่ที่อวี้หลี ก่อนจะลูบช่วงคอที่อ่อนนุ่มของมันเบาๆ

 

 

อวี้หลีที่รู้สึกแสนสบายนั้นเอียงหัว สะบัดหางไปมา ก่อนจะหรี่ตาจนปิดลง

 

 

“เห็นไหม นี่สนุกล่ะสิ” พระสนมพูดกับแมวตัวโปรด “อวี้หลีผอมมากตอนที่เราเจอครั้งแรก เส้นขนนั้นสกปรกไปหมด แล้วดูตอนนี้สิ ทั้งงดงามและสะอาดเป็นเงามากเพียงใด”

 

 

“ต้องยกความชอบที่ท่านดูแล” ฮ่องเต้กล่าว

 

 

พระสนมจึงตอบกลับ “เสี่ยวเป่าต่างหากที่คอยดูแล ข้าไม่สามารถมองเห็นได้ดังนั้นจึงหาได้อาบน้ำและป้อนอาหารให้ไม่”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มสะบัดพัดไปมาเบาๆ ก่อนถามอย่างไร้พิษภัยใด “ท่านพบเจ้าแมวนี่เมื่อใด?”

 

 

“ราวห้าปีก่อน คาดว่านะ”

 

 

อวี้หลีร้องออกมาเป็นคำตอบ

 

 

“ในตอนนั้น ท่านก็มองไม่เห็นแล้วหรือ?”

 

 

“อืม”

 

 

อุ้งเท้าหน้าทั้งสองของอวี้หลีเริ่มจะแกว่งไปมา

 

 

“จากที่ท่านว่า เช่นนั้นท่านก็เริ่มมองไม่เห็นเมื่อห้าปีก่อนงั้นหรือ?”

 

 

พระสนมเอียงศีรษะอย่างใช้ความคิด “ข้าคาดว่าก่อนหน้านั้น ราวเจ็ดปีก่อน”

 

 

อวี้หลีพลิกตัวไปมาอย่างเหลืออด พระสนมจึงรีบจับตัวไว้แน่นไม่ให้ตกลงไป ยิ่งจับแน่นเท่าใดอวี้หลียิ่งตะเกียกตะกายหวังจะหนีเท่านั้น

 

 

องค์จักรพรรดิเก็บพัด “นี่ก็เริ่มสายแล้ว ข้าควรจะกลับ”

 

 

“อ้า ใช่” พระสนมลุกขึ้นยืน “โปรดระวังตัวด้วย”

 

 

อวี้หลีใช้ขณะนี้ในการตะเกียกตะกายออกมาจากอ้อมแขนของพระสนม ก่อนจะวิ่งไปไกลอย่างรวดเร็ว

 

 

พระสนมตาบอดนั้นถอนหายใจ “อวี้หลีซุกซนอีกแล้ว”

 

 

องครักษ์ตัวปลอมจึงยิ้ม “แมวนั้นเป็นเช่นนี้”

 

 

“ซึ่งทำให้ข้ากังวลมากกว่า” พระสนมเอ่ย “ต่อให้อวี้หลีไปก่อเรื่องข้าก็ดุมันไม่ลง อวี้หลีนั้นสำคัญกับข้ามากเกินกว่าจะให้ดุว่าได้”

 

 

พระหัตถ์นั้นลูบด้มจับพัดไปมา ดวงตาเรียวนั้นหรี่ลง “เป็นเช่นนั้น”

 

 

พระสนมตาบอดนำทางองค์ฮ่องเต้ไปยังทางออกจากสวนก่อนจะเตือนว่า “ยามทำงานในวังหลวงแห่งนี้ ท่านต้องระวังให้มาก”

 

 

“ระวังสิ่งใด?”

 

 

พระสนมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อย “รับใช้ผู้ครองนั้นราวรับใช้พยัคฆ์”

 

 

ผู้ครองที่ว่านั้นขมวดคิ้วน้อยๆ “ฮ่องเต้เลวร้ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”

 

 

พระสนมกำแขนเสื้อไว้แน่น “อืม”

 

 

ฮ่องเต้หรี่ตาลงมอง เสียงทุ้มนั้นต่ำลงไปอีก “เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้น ท่านมิเคยพบฮ่องเต้ด้วยซ้ำ”

 

 

“ข้าเคย”

 

 

“…ว่าอย่างไรนะ?”

 

 

พระสนมนั้นก้มศีรษะต่ำยิ่งกว่าเดิม จนปลายจูกงามนั้นแทบจะชิดกับอาภรณ์ “เพียงระวังตัวไว้ให้มาก อย่าได้พูด อย่าได้มอง เพียงทำหน้าที่ของท่านอย่างที่ควร ขะ ข้ายังคงรออยู่ที่นี่ให้ท่านมาเยี่ยมบ่อยๆ”

 

 

จักรพรรดิหนุ่มนั้นเพิ่งออกจากภวังค์ ยามรู้ซึ่งองค์แล้วครั้นจะถามคำถาม พระสนมตาบอดก็ได้หันหลังและเดินกลับไปแล้ว

 

 

เสี่ยวเป่ากำลังล้างชุดชาอยู่เห็นพระสนมเดินกลับมาเพียงลำพัง จึงถามอย่างเฉยเมย “องครักษ์ผู้นั้นเล่าขอรับ?”

 

 

“เขาไปแล้ว” พระสนมตอบกลับ

 

 

เสี่ยวเป่าจึงพูดขึ้น “โอ้”

 

 

ดวงตาคู่สีเทามองไปยังเสี่ยวเป่า ก่อนจะถามขึ้นในทันใด “เจ้ามีเรื่องใดปิดบังข้าอยู่ใช่หรือไม่?”

 

 

หัวใจของเสี่ยวเป่านั้นสั่นรัว จบถาดไม้จันทน์นั้นเกือบหลุดออกจากมือแล้วตกลงพื้น

 

 

“เหตุใดพระสนมจึงกล่าวเช่นนั้น?”

 

 

พระสนมยิ้มราวกับรู้ทัน “องครักษ์ที่มาที่นี่ในสองสามวันนี้แท้จริงมิใช่องครักษ์ ถูกหรือไม่?”

 

 

“ท่าน… ท่านทราบได้อย่างไร?”

 

 

คำพูดนั้นขาดหาย

 

 

พระสนมเลิกคิ้วขึ้น “ในวังหลวงกฏระเบียบนั้นเคร่งครัด ไม่ง่ายนักหากจะไปไหนมาไหนเพื่อนั่งจิบชา ยิ่งไปกว่านั้นองครักษ์ที่ไหนกันถึงได้พกพัดติดตัว?”

 

 

เสี่ยวเป่าพึมพำ “อ่า…”

 

 

พระสนมตาบอดไขว้มือไว้ข้างหลังก่อนจะเดินไปในสวน “แม้ข้าจะมองไม่เห็น แต่การฟังของข้านั้นยอดเยี่ยม ข้าได้ยินทุกครั้งยามเขาเปิด ปิดหรือสะบัดพัดไปมา”

 

 

เสี่ยวเป่าพูดอย่างระมัดระวัง “ข้าน้อยเพียงเห็นอาภรณ์ที่สวมใส่นั้นดูมิใช่ยศศักดิ์ต่ำต้อย แต่ดูแล้วเขามิได้มีพษภัยใดข้าน้อยจึงไม่ได้พูด บางทีเขาอาจจะเป็นขุนนางในวังหลวง”

 

 

พระสนมชะงัก “เขามิใช่ขุนนางธรรมดา”

 

 

หัวใจของเสี่ยวเป่านั้นวูบวาบก่อนเขาจะบังคับตัวเองให้สงบลง “พระสนมคิดว่าเขาคือผู้ใด?”

 

 

พระสนมตาบอดขบริมฝีปาก “เจ้าจำชาที่ทำเมื่อครู่ได้หรือไม่?”

 

 

“อืม”

 

 

“นั่นเป็นของบรรณาการ”

 

 

เสี่ยวเป่านั้นตกตะลึง “บรรณาการหรือ?”

 

 

“อืม” พระสนมพยักหน้า “ชานี้ปลูกในต้งถิงจุนชาน มีรูปใบคล้ายเข็มจึงเรียกว่าจุนชานเข็มเงิน หากเป็นเข็มเงินทั้วไปนั้นไม่มีสิ่งใดพิเศษ แต่ชาที่ข้าได้ดื่มวันนี้เป็นชาดำจุนชาน มีรสสัมผัสที่ดีเยี่ยม ขุนนางธรรมดามิมีสิ่งนี้ในครอบครองเป็นแน่”

 

 

เสี่ยวเป่าพูดด้วยเสียงต่ำ “ท่านจะพูดว่า...”

 

 

พระสนมยิ้ม “ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นองค์ชาย”

 

 

เสี่ยวเป่าส่งเสียง “อ่า”

 

 

“แม้เขามิได้บอกความจริงแก่ข้า ข้าก็หาได้กล่าวโทษเขา” พระสนมหลุบตาต่ำลง ขนตางามงอนนั้นพลิ้วไหวตามการขยับ “ในตระกูลชั้นสูงนั้น มักมีเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้ หากแม้นมีผู้ใดมาเพื่อพูดคุยกับข้าบ่อยๆแล้ว ข้าก็พอใจ”

 

 

เสี่ยวเป่าตอบ “ขอรับ”

 

 

พระสนมตาบอดนั่งลงอยู่กับความเงียบอยู่ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดขึ้น “ข้าได้แต่หวังว่าจะมิมีเรื่องใดเกิดขึ้นกับเขา เพราะเขาใกล้ชิดองค์ฮ่องเต้หรอกนะ”

 

 

พระสนมทอดมองไปอย่างไม่มีจุดปลายทาง ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าและมองไม่เห็น ราวกับเขากำลังจมเข้าสู่ความทรงจำในอดีต

 

 

ครู่ใหญ่ผ่านไป พระสนมถอนหายใจ

 

 

“เราคงได้แต่หวัง”

 

 

 

 

 

 

 

.....

 

 

สวัสดีค่ะ มาถึงตอนที่แปดแล้ว

 

 

ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกมีเงื่อนงำ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้ว่าพระสนมของเรานั้นไม่ธรรมดาเลย ความลับเยอะแยะไปหมดโอยย

 

อ่านแล้วยิ่งอยากรู้อดีตของพระสนมเลยใช่ไหมคะ อิอิ ตอนนี้หมั่นไส้เจ้าแมวขนฟูไปก่อนนะคะ

 

ใครทีมไหนติดแท็กมาได้เลยค่ะ #นิยายพระสนม

#ทีมฮ่องเต้

#ทีมพระสนม

#ทีมอวี้หลี

#ทีมเสี่ยวเป่า แท็กได้ทุกที่ตั้งแต่เด็กดี ทวิต เฟสบุ้คนะคะ ฮ่าา พูดคุยมาได้เลยค่ะ เราอยากอ่าน งิงิ

 

 

เสี่ยวเป่า: *ดึงหางแมว*

 

อวี้หลี: แง้ว เหมียวๆๆ *ตะกุยขาพระสนม*

 

พระสนม: ไม่นะ! เจ้าอย่าแกล้งอวี้หลี มันน่าสงสารจะตาย

 

อวี้หลี: เหมียวว *แสยะยิ้มชัยชนะ*

 

เสี่ยวเป่า: *กลอกตามองบน*

 

 

รู้สึกเสี่ยวเป่ากับสัตว์นี่จะไม่ถูกกันจริงๆนะคะ หาเรื่องกันได้ตลอดจริงๆ ทั้งขำทั้งหมั่นไส้ แมวร้ายกาจ!


ป.ล. ขอโทษนะคะ ตอนแรกปิดการอ่านเพราะแก้ไขเล็กน้อย ฮือ ;_;

 

 

เจอกันตอนหน้าค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

188 ความคิดเห็น

  1. #5004 Patly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 16:56

    ขอเดาว่าทุกอย่างเป็นเพราะอดีตฮ่องเต้ รึป่าว??

    #5004
    0
  2. #4996 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:30
    พระสนมโครตฉลาด น่าเสียดายที่ตอนนี้น่าจะยังไม่รู้ว่าฮ่องเต้เปลี่ยนบัลลังค์แล้ว ไม่งั้นคงได้แถกันหนักกว่านี้
    #4996
    0
  3. #4975 ssabyds (@ssabyds) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 13:03
    นี่เดาว่าอาจเป็นฮ่องเต้อีกคนเปล่า
    #4975
    0
  4. #4948 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:39
    ฮ่องเต้องเดียวกันมั้ย แล้วทำไมจำน้อฝไม่ได้
    #4948
    0
  5. #4819 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 01:23
    เจ็ดปีก่อนกับฮ่องเต้องค์ก่อนรึเปล่าหว่า?
    #4819
    0
  6. #4778 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:39
    ดีนะที่พระสนมเดาเป็นองค์ชาย แต่ดูเหมือนพระสนมจะไม่ชอบฮ่องเต้นะ อาจจะเป็นฮ่องเต้นี่แหละ ที่ทำให้พระสนมตาบอด และอาจจะเป็นฮ่องเต้คนนี้ด้วย เพราะอาจจะเคยเจอกันมาก่อน แต่ฮ่องเต้จำไม่ได้
    #4778
    0
  7. #4761 Auiiza Zikzin (@skullauiiza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:13
    พระสนมเป็นใครยังไม่อยากรู้เท่าพระสนมชื่ออะไร55555
    #4761
    0
  8. #4746 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:43
    พระสนมฉลาด
    #4746
    0
  9. #4740 milkc (@P_PlooY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:58
    เราว่ามันต้องมีเงื่อนงำ
    เออ จริง ๆ ทุกคนก็รู้ 555555
    แต่คือ ต้องมีคนแอบอ้างเป็นฮ่องเต้แน่นอน
    ไม่งั้นฮ่องเต้จะงงหรอม
    ใช่แมะ นี่เดา
    อยากรู้แล้วทำไมตาบอด
    ต้องไปแอบเห็นสิ่งใดมาแน่ ๆ
    #4740
    0
  10. #4722 Natha-MONSTER (@bangluvpang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 13:12
    หรือเรื่องที่พระสนมตาบอดตะเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้?
    #4722
    0
  11. #4705 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:04
    เรื่องราวน่าติดตามมาก
    #4705
    0
  12. #4206 กระต่ายกลมปุ๊ก (@aum0509) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 15:00
    นางต้องตาบอดเพราะฮ่องเต้แน่เลยอ่ะ ถึงได้เตือนแบบนั้น
    #4206
    0
  13. #3903 <mamiaw> (@pattarawdee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 01:09
    ฮ่องเต้เคยทำอะไรพระสนมหรอ?? 
    #3903
    0
  14. #3826 JRabbit94 (@jrabbit94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 14:48
    ฮ่องเต้องค์ก่อนเคยทำอะไรให้พระสนมรึเปล่า ฮืออ หรือจะเป็นเรื่องวัยเด็กของพระสนมกับฮ่องเต้องค์นี้ โอ้ยยย ไปอ่านต่อดีกว่าค่ะ เลิกเดาๆ5555555
    #3826
    0
  15. #3623 skyofbee6y (@skyofbee6y) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 00:56
    เราชิป #เป่าอวี้ (?) 55555 ทะเลาะกันน่ารักดีอ่า
    #3623
    0
  16. #3314 *[*][]อั๋นเดวววว๋[][*]* (@babyll) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 04:06
    หืมมม พระสนมเคยเจอฮ่องเต้หรอ ได้ยังไง ทำไมดูมีเงื่อนงำเต็มไปหมด ฮื้อออออ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อพระสนมเลย
    #3314
    0
  17. #3255 Sm.nmm (@soonmee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:09
    แสดงว่าเมื่อก่อน ฮ่องเต้คนเก่าต้องทำอะไรบางอย่างกับพระสนม (?)
    #3255
    0
  18. #3186 Rarestrose (@Rarestrose) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 15:10
    อ่านแบบลุ้นๆ 
    #3186
    0
  19. #2856 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 09:26
    พระสนมฉลาดมากอะ ฮ่องเต้องค์เก่าเคยทำอะไรพระสนมไว้รึเปล่า?
    #2856
    0
  20. #2663 bella1989 (@bella1989) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:19
    #ทีมอวี้หลี
    #2663
    0
  21. #2570 ktp.1412 (@evildevil02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 20:15

    พระสนมน่ารักกกกกกกกกกกก
    และฉลาดมากกก โอ้ยยยย 
    คิดภาพตอนฮ่องเต้เอาพัดจิ้มหว่างคิ้วก็เขินแล้ว
    อยากรู้ใจจะขาดแล้วเนี่ย เรื่องในอดีตของพระสนม
    แต่ตอนนี้คงได้แค่ดูเสี่ยวเป่ากับอวี้หลีทะเลาะกันไปก่อนสินะ
    ฮ่องเต้สู้ๆ ต้องหาข้อมูลช่วยพระสนมให้ได้นะ 
    #2570
    0
  22. #2545 sss.doofa (@tonkao00) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 20:50
    เรื่องนี่มีเงื่อนงำเยอะมากค่ะ เราว่าฮ่องเต้คนก่อนทำสนมตาบอดรึเปล่า
    #2545
    0
  23. #2515 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 16:46
    เคยเจอฮ่องเต้ด้วย แล้วยังไงเนี่ย
    #2515
    0
  24. #2501 Kyumingming (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 18:38
    มีเงื่อนงำเต็มไปหมด
    #2501
    0