"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 10 : Part 7 Goddess Moon -1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 มี.ค. 52

Part 7 : Goddess Moon -1

 

ความหวาดกลัวน่ะ....

สร้างง่ายกว่าความศรัทธามากมายนัก

เพราะอย่างนั้นการ์เดสถึงได้ปกครองทุกคนด้วยอำนาจและความหวาดกลัว...

 

แม้จะรู้อยู่แก่ใจ....

 

ว่านั่นจะทำให้บรรดาลูกน้องนั้นไม่มีใจรักในตัวเอง

 

และหากพลาดพลั้งเมื่อใด

 

 

ก็มีเพียงความตายเท่านั้น.......ที่จะรอคอยอยู่

 

“......ไหวไหม?

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วยื่นมือให้กับเด็กตัวเล็กๆเบื้องหน้าตนเอง ก่อนที่จะดึงขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นที่ชายเสื้อคลุมสีดำของเด็กน้อย

“ระวังหน่อยนะ....อย่าออกมาห่างจากอาณาเขตสิ ปิศาจแถวนี้ไม่ใช่เล่นๆหรอกนะ”

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอันใจดีเหมือนเดิม ซึ่งเด็กน้อยตนนั้นก็ยิ้มแป้นออกมา ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในพื้นป่าเหมือนเดิม

ใบหูสีเหลืองทองแบบนั้นก็คงบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าหนูนั่นเป็นคนเผ่าจิ้งจอกทอง แต่คงไม่รู้จักเขาอย่างจริงจังหรอก เพราะยังไงนั่นก็เด็กมากพอควรเลย....

ก็ยังพูดไม่ได้เลยนี่นะ

จิ้งจอกสีทองถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วกวาดสายตามองรอบด้านที่เต็มไปด้วยป่ารายล้อมมากมาย ชายหนุ่มสะบัดปลายหางเล็กน้อย

“....ให้ตายสิ........”

“พอไม่อยู่แล้วเหมือนกับจะเกิดเรื่องเลยแหะ”

เจ้าของเรือผมสีเหลืองทองเงยหน้าขึ้นแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ในขณะที่กวาดสายตามองรอบด้าน

สีแดงฉานของอาทิตย์อัสดงกำลังจะปกคลุมทุกอย่าง

แดงฉานเป็นสีเดือดราวกับเลือดที่เจิ่งนองในสงคราม

“.....น่ากลัวจริงนะ”

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วสั่นหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ บรรดานกน้อยมากมายที่เคยอยู่ในแถบนี้ร่อนลงมาเกาะที่บ่าแล้วร้องบรรเลงออกมาราวกับกำลังรายงานข่าวสาร

จิ้งจอกสีทองตนนั้นรับฟังด้วยสีหน้าราบเรียบ และพยักหน้าลงเล็กน้อย

นกน้อยพวกนั้นพยายามร้องซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับจะไม่ทำให้คอรัลเป็นห่วง แต่นั่นกลับทำให้จิ้งจอกหนุ่มลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงพร้อมชักสีหน้าลำบากใจ

“เอาเถอะๆ”

พวกจิ้งจอกทองพวกนันจะทำอะไรก่ชางพวกนั้นเถอะ....

แต่ท่าทีของพวกนั้น

คงเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อยนั่นแหละนะ

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเหมือนกับแสงจันทร์ก้าวเท้ายาวไปเรื่อยๆตามทางเดินของป่าที่เต็มไปด้วยแสงสีส้มสว่าง

เป็นป่าในชั้นที่ปลอดภัย

เพราะอย่างนั้นมันถึงได้เป็นที่อาศัยของพวกจิ้งจอกทองอย่างพวกเขาได้

 

หลังจากที่เขากลับมาจาแอนเฟซซึ่งเรียกได้ว่าอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของดินแดนเมื่อเทียบกับป่าเทเกอริก นับว่าเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างจะกินเวลายาวนานพอควร ส่วนลูเช่นั้นดูเหมือนว่าจะรีบเดินทางกลับมาและแวะไปที่พื้นที่ของเผ่าจิ้งจอกดาราเพราะการประชุมของพวกหัวหน้าใหญ่ๆ เลยทำให้เขาต้องเดินกลับมาในพื้นที่ของจิ้งจอกทองคนเดียว

แต่กระนั้นก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องเท่าไหร่เพราะในสายตาของคอรัลก็เฉยๆไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ลูเช่นั้นดูจะโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย

 

เพราะเรื่องที่ประชุมมันเป็นเกี่ยวกับความไม่ไว้วางใจในตัวของเขานั่นแหละ

 

เป็นแค่จิ้งจอกทอง....

แต่กลับตัดเขาของจักรพรรดิแห่งการ์เดสมาได้....

 

ข่าวลือเรียบๆง่ายๆนั่นแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ซึ่งนั่นก็ทำให้บรรดาปิศาจมากมายจับตามองคอรัลเป็นสายตาเดียว และก็คงเขม่นเผ่าจิ้งจอกทองที่เป็นเผ่าของคอรัลไม่ใช่น้อยๆเลยด้วย

แต่คงไม่กล้าลงมือหรอก

เพราะว่ามันก็มีข่าวลือบางตัวถูกปล่อยออกมาเฉกเช่นกัน

 

เจ้าของเรือนผมสีทองถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่ารอบด้านนั้นกลายเป็นยามราตรีโดยที่เขาไม่รู้ตัว ดูแล้วราวกับพระอาทิตย์ถูกใครบางคนผลักลงไปทำให้ดวงจันทร์ขึ้นมาเร็วกว่าปกติ....

แต่...

จะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ถูกเท่าไหร่นัก

จิ้งจอกทองเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนที่เต็มไปด้วยสะเก็ดเล็กๆของดวงดาวมากมายนับล้านๆดวงที่คงไม่สามารถเห็นในยามที่ดวงอาทิตย์ยังคงสาดประกายของตัวมันเองอยู่

แต่แล้ว

ดวงตาสีเหลืองทองก็ต้องหรี่ลงในความแปลกประหลาดนั่น

 

“ดวงจันทร์.......”

 

“หายไปไหนกัน”

 

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แสนเคร่งเครียดทันทีที่สังเกตเห็นความผิดปกติของผืนฟ้าที่น่าจะมีดวงจันทร์เจิศจรัสอยู่....

เพราะวันที่เขาเจอกับเชย์มันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง....

และนั่นมันก็แค่เมื่อวานเองด้วย ถ้าเกิดดวงัจนทร์จะกลับเป็นดวงมืดนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเป็นไปได้

และคืนนี้ก็ไม่มีเมฆด้วย....

 

ถ้าอย่างนั้น

ดวงจันทร์ที่แสนสูงส่งนั่นหายไปไหน

 

คอรัลระงับความสงสัยของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะเบิกตาของตัวเองขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในหมู่บ้านและสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดประหลาดไป

ไม่มีใคร....

อยู่ในหมู่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว

บรรดาจิ้งจอกทองทั้งหมดนั้นที่น่าจะเดินไปเดินมาในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเตรียมตัวออกล่าเหยื่อนั้นกลับไม่มีเลยซักคนเดียว

มีเพียงความเงียบอันแสนวังเวง ราวกับว่าที่นี่กลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้ว

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่จะกระโจนเข้าไปย่างรวดเร็วด้วยความวิตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนพ้องของตัวเองกันแน่

แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงแรงของใครบางคนได้จับที่ไหล่ของตัวเองเอาไว้ทำให้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มชะงักลง!!

ชายหนุ่มกางกรงเล็บออกตามปฏิกิริยาตอบสนองทันทีทันควันแล้วตวัดเล็บเข้าใส่อีกฝายอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับแยกเขียวคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด

แต่แล้ว

กรงเล็บนั่นก็พลันหยุดชะงักลง

 

“ล....ลูเช่?

 

คอรัลอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เปี่ยมไปด้วยความตกใจทันทีที่ได้เห็นว่าคนที่จับไหล่ของตัวเองเอาไว้คนนั้นเป็นใคร ซึ่งอีกฝ่ายก็ตีสีหน้ายุ่ง

“ข้าเกือบตายแล้วนะเนี่ย”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆแล้วปล่อยไหล่ของคอรัล ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คอรัลเก็บกรงเล็บของตัวเอง

“แหะๆ”

จิ้งจอกสีทองตนนั้นหัวเราะแห้งๆออกมาแล้วสะบัดปลายหางของตัวเองเล็กน้อยเหมือนกับจะแก้เก้อและขอโทษนิดๆ ซึ่งลูเช่ก็พ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ

“พวกที่ประชุมมันประชุมน่ะ เพราะว่าเรื่องเกี่ยวกับเผ่าจิ้งจอกทองนั้นเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างที่นายเห็นในตอนนี้นี่แหละ...”

“เรื่องใหญ่?

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะหร่ดวงตาลงแล้วกวาดมองไปอย่างช้าๆด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังประเมินอะไรบางอย่างเล็กน้อย

ก่อนที่จะเขาจะตีสีหน้าเครียด

“.....มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่งั้นรึ”

“ไม่มีอะไรมากมายล่ะนะ”

ลูเช่ไหวไหล่

“แต่มันก็เป็นเรื่องไร้สาระ ที่จะมองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว.....”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นเพียงเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนเคยเท่านั้น ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ

แล้วส่งจดหมายให้กับคอรัล

 

“จดหมายถึงนายน่ะ....”

 

“ของฉัน?

จิ้งจอกทองครางเสียงแผ่วแล้วรับเอามาไว้ในมือด้วยท่าทีงุนงงกับซองจดหมายสีขาวที่ปรากฏเบื้องหน้าตนเองนั่น

 

“จากเทพธิดาจันทรา เวียร่า ฟูลมูน”

 

ตราที่ประทับบนจดหมายนั้น

เป็นดวงจันทร์เสี้ยวสีแดงฉานราวกับประชดประชัน

 

ดวงตาสีเหลืองทองของคอรัลเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังตกใจเป็นที่สุด ก่อนที่จะอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เขายิ้ม

ยิ้มราวกับกำลังเย้ยหยัน

 

“มาจริงๆ......ด้วยสินะ”

 

เจ้าของเรือนผมสีทองสั่นหัวเล็กน้อยด้วยท่าทีเคร่งเครียด แลว้จ้องมองจดหมายที่ยังไม่ได้แกะผนึกออกเลยแม้แต่น้อย

แต่เขาก็เข้าใจว่าจดหมายนั้นเขียนสิ่งใดเอาไว้

 

“เทพธิดาแห่งจันทรา”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“.....พอเป็นชุด....เต็มยศแล้วสวยดีนะ”

“หือ?

คอรัลครางรับออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ปกติข้าไม่ค่อยได้ใส่ชุดเต็มยศนี่นะ ไม่เหมือนเจ้าหรอกน่าลูเช่ ใส่ชุดเต็มยศแบบนั้นเดินไปเดินมาน่ะ”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าพลางโบกไม้โบกมืออย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ใส่ผ้าทับเข้าไปอีกเล็กน้อยและประดับด้วยเครื่องเงินและอัญมณีที่ใบหูเพื่อเป็นการบอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง

“เสริมบารมี  เสริมบารมี ใครเห็นจะได้รู้ว่าเรานี่แหละหัวหน้าเผ่า”

ลูเช่พ่นลมหายใจออกมาสั้นๆแล้วจ้องมองเครื่องแต่งกายแบบเต็มยศของอีกฝ่ายที่ดูไปแล้วยุ่งยากกว่าของเผ่าจิ้งจอกดาราหลายต่อหลายเท่า

ก็เพราะมันยุ่งยากนั่นแหละนะ

เผ่าจิ้งจอกทองถึงได้ไม่นิยมใส่ชุดแบบเต็มยศเท่าไหร่นัก

เนื่องจากคนที่ใส่คือคอรัล เสื้อผ้าทั้งหมดเลยกลายเป็นสีขาวที่ประดับด้วยดิ้นสีทองและตวัดเป็นลวดลายที่แสนสวยงาม ประดับแต้มด้วยสีแดงบ้างในบางส่วนด้วยการตัดเย็บอย่างสวยงามและซ้อนทับด้วยผ้าหลายต่อหลายชั้น ก่อนที่จะสวมชุดที่เหมือนกับโค้ทยาวสีขาวเข้าไปในชั้นนอกสุด

ร้อนก็ร้อนหรอก....

แต่ตอนกลางคืนก็ชวยทำให้มันไม่ร้อนเท่าไหร่นัก

จิ้งจอกสีทองตนนั้นสะบัดปลายหางของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่จะปล่อยมันลู่ลงไปกับพื้น แล้วก้าวเท้าออกมาจากบานประตูด้วยท่าทีราบเรียบ

เดินตรงมาเรื่อยจากบ้านที่ที่ตัวเองอาศัยอยู่ที่อยู่ทางเหนือสุดของหมู่บ้านและห่างจากบ้านของบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองออกไปเล็กน้อย (เนื่องด้วยเจ้าตัวก็ยังทำใจลำบากกับการอยู่กับบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองพวกนั้น และพวกนั้นก็ไม่อยากที่จะให้คอรัลเข้าอยู่ด้วย)

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองก้าวเท้าออกมาจากบ้านของตัวเอง ตามหลังด้วยหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราที่เดินตามมาติดๆ

เขาก้าวเท้ายาวๆไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะเดินมาตามทางอย่างช้าๆ

รอบด้านเป็นบ้านเรือนแบบเรียบๆง่ายๆ ส่วนทางเดินนั้นเป็นทางเดินที่เหมือนกับหญ้า ที่นี่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างในระดับที่เรียกว่าเมืองเพราะจิ้งจอกเหล่านี้มีความจำเป็นต้องย้ายที่บ่อยมากเพราะบรรดาอาหารนั้น็ก็เคลื่อนที่รอบทิศตลอดกีอยู่แล้ว

เพราะงั้นถึงจะมีที่พักที่วิเศษไป...

มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

จิ้งจอกสีทองตนนั้นก้าวเท้าต่อไปเบื้องหน้าเรื่อยๆด้วยท่าทีราบเรียบและแสนสง่างามตามที่ตัวเองก้าวตามปกติอยู่แล้ว

แต่พอเขาเดินไปได้ซักพัก

สองข้างทางนั้นก็เริ่มขนาบข้างด้วยจิ้งจอกทองจำนวนประปรายในชุดสีดำสนิทที่ตรงกันข้ามกับตัวเองสิ้นดี ซึ่งกำลังก้มหน้าลงและกัดฟันด้วยความหวาดกลัว ซึ่งนั่นก็ตีความหมายได้แล้วว่าคงจะรู้ข่าวแล้วว่าคอรัลสามารถตัดเขาของเชย์มาได้

ซึ่งนั่นก็แทบจะทำให้คอรัลหูตกลงด้วยความสลด

แต่ก็คงสติเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบสายตาไปสบกับหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราคนนั้นที่มองตาเขม็งเสียจนความเศร้าหดหายไปเลย

พลั่ก!

แล้วจู่ๆ

ร่างของเด็กตัวเล็กๆก็ล้มโครมลงมาตรงเบื้องหน้าของคอรัล

เด็กน้อยชุดสีดำสนิทของเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นตีสีหน้ายุ่งแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆโดยที่พยายามไม่มองหน้าของคอรัล ขณะที่คอรัลได้แต่เลิกคิ้วเรียวด้วยความแปลกใจ

“....เจ้าหนู เจ้าน่ะใช่คนที่ข้าเจอที่ชายป่าสินะ”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหยุดปลายเท้าของตัวเองลงแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ก้องกังวานเหมือนเคยเท่านั้น ท่ามกลางสายตาของบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองที่จ้องมองมาเป็นทางเดียวกับเด็กน้อยที่พลาดท่าล้มเสียได้

เด็กน้อยคนนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว แต่พออจ้องสบกับเนตรสีเหลืองทองของอีกฝ่ายแล้วเนตรคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้น

แล้วกลายเป็นรอยยิ้มที่เข้ามาแทน

-ใช่ ใช่!! ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะเป็นหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองของพวกเรา!!-

เด็กน้อยสะบัดปลายหางอย่างร่าเริงแล้วถามพลางยิ้มแป้นออกมา ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตใสแจ๋วจ้องมองเขาอย่างไร้เดียงสา

“.....ดูไม่เหมือนขนาดนั้นเลยสินะ”

คอรัลว่าออกมาอย่างผ่อนคลายเหมือนเดิม ก่อนที่จะยื่นมือมาแล้วดึงร่างของเด็กน้อยคนนั้นขึ้นยืนอย่างนุ่มนวลจิ้งจอกหนุ่มปัดฝุ่นที่ชายกางเกงให้เล็กน้อยเอาแค่พอดูๆแล้วชายเสื้อคลุมกับกางเกงนั่นไม่สกปรกมากก็เป็นพอ

-.....เปล่า ไม่ใช่-

เด็กน้อยสั่นหน้า

 

-ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นคนน่ากลัว-

 

เจ้าของเรือนผมสีทองน้อยๆเพียงว่าออกมาอย่างไร้เดียงสาเหมือนเดิมเท่านั้น ก่อนที่จะหัวเราะออกมา

“แล้ว....ข้าดูเป็นอย่างไร”

คอรัลก้มหน้าลงแล้วทักทายกับเด็กน้อยตนนั้นอย่างร่าเริง ซึ่งเด็กน้อยคนนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาตอบรับทันทีทันควัน

-.....ไม่เลยซักนิด-

 

-ท่านน่ะ ดูเป็นมิตรจะตาย!-

 

จิ้งจอกน้อยเพียงว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเคยเท่านั้น ซึ่งคอรัลก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานดั่งเช่นเคย แล้วขยี้หัวของเด็กน้อยพร้อมๆกับดึงใบหูนั่นขึ้น

“ข้าขอบใจในความชื่นชอบของเจ้านะ....”

คอรัลยิ้มบางๆแล้วลูบหัวเด็กน้อยอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะหลับตาลงชั่วครู่ราวกับจะเคร่งคิดหาคำพูดอะไรซักอย่าง

“ข้ามีงานต้องไปทำเสียหน่อย....คงจะอยู่คุยต่อกับเจ้าไม่ได้”

ชายหนุ่มเพียงเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนเคยเท่านั้น ก่อนที่จะจ้องมองดวงตากลมโตอันแสนไร้เดียงสาเบื้องหน้านั่น

-ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว! ท่านกำลังจะไปพบกับเธอคนนั้นผู้ซึ่งจะนำความรุ่งเรืองมาสู่พวกเรางั้นสินะ ท่านหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง-

“....หึ”

คอรัลยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูทันทีที่ได้เห็นสีหน้าของเด็กน้อยเบื้องหน้าตนเอง....

แต่ดูไปแล้ว

ก็ราวกับกำลังอิยฉานิดๆ

-ข้าก็ไม่รู้สินะ....ว่าเขาจะนำความรุ่งเรืองมาหรือว่าจะนำอะไรมามอบให้กับพวกเผ่าจิ้งจอกทองอย่างเราๆ-

ชาหนุ่มเพียงยิ้ม

“เจ้าชื่ออะไรงั้นรึ?

-ข้า?-

เด็กน้อยคราง ก่อนที่จะสะบัดหางของตัวเองไปมาอย่างร่าเริง

-ข้าชื่อวูลเยซ วูลเยซ โกลเด้นฟ็อกซ์ มาในฐานะตัวแทนของเหล่าจิ้งจอกทองสายที่สองที่อาศัยอยู่ทางใต้ของการ์เดส-

-ที่นครดาร์เนียน่ะ!-

เด็กน้อยคนนั้นเพียงว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเคย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองคอรัลด้วยดวงตาสีทองใสๆ

-....ข้ากะว่าจะมาพบท่านพอดี เพราะว่าอยากรู้มานานแล้วว่าความน่ากลัวและอันตรายที่เขาร่ำลือกันปากต่อปากของบรรดาจิ้งจอกทองของเทเกอริกมันเป็นยังไง-

“หรือ?

คอรัลเพียงยิ้ม

“แล้ว....ที่นครดาร์เนียเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?

เจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นยิ้มอย่างสนุกสนานก่อนที่จะชันเข่าลงบนพื้นข้างหนึ่งเพื่อที่จะสามรถคุยกับเด็กคนนั้นได้สะดวกๆ

ท่ามกลางสายตาของบรรดาจิ้งจอกทองมากมายที่จ้องมองมาไม่วางสายตา ซึ่งดูๆไปแล้วพวกนั้นก็เป็นจิ้งจอกทองของเทเกอริกหมดเลย

ไม่มีจิ้งจอกของที่อื่นมาเท่าไหร่นัก...

เพราะนี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างปุบปับมาก

-นครดาร์เนียสุขสงบดี ไม่มีเรื่องราวอะไรเลย ท่านเทพที่อาศัยอยู่ในวิหารใจดีและให้พวกเราเข้าออกได้อิสระเลยด้วย เพราะงั้นพวกเรากเลยปลอดภัย-

เด็กน้อยผมทองรายงานออกมาอย่างร่าเริง ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบที่ใบหูของคอรัลเบาๆ

 

-โลตัส....อยู่ในการควบคุมของท่านเทพน่ะ....-

 

ดวงตาสีเหลืองทองของคอรัลเหมือนกับจะสั่นไหวเล็กน้อย แต่มันก็แปรกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ชักให้รอยยิ้มบางๆเหยียดออกบนใบหน้าของเด็กน้อย

-ดวงตาสีแดงของเขาก็ไม่เหมือนของท่าน เพราะว่าดวงตาของเขายังไม่ได้ถูกเปิดเผยให้เป็นที่หวาดกลัวเหมือนกับที่เป็นในเทเกอริกนี้....-

-ข้าสงสารท่านนะ....ที่ถูกพวกนี้กีดกันขนาดนั้น-

วูลเยซว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะหลับดวงตาลงด้วยท่าทีราบเรียบ ขณะที่คอรัลพ่นลมหายใจยาวออกมา

“ไม่หรอกๆ....พวกนี้เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”

เพราะว่าหวาดกลัว

ถึงได้อยากกำจัดข้าออกไป...

-....-

เด็กน้อยลู่ใบหูลงเล็กน้อย

-อย่างไรข้าก็สงสารท่านเสียเหลือเกิน โลตัสด้วย เพราะว่ามีเรื่องของพวกจิ้งจอกแดงนั่นแหละนะ พวกท่านถึงได้ซวย ซวย ซวยแบบนี้น่ะฮะ-

“ไม่เอาน่า”

คอรัลว่าพลางหัวเราะออกมาด้วยความลำบากใจ

จิ้งจอกหนุ่มขยี้หัวของเด็กน้อย เป็นเชิงเหมือนกับจะบอกให้เลิกพูดเร่องพรรคนี้เสีย ก่อนที่เขาจะยันกายลุกขึ้นยืนแบบเดิม

“เจ้ามาในฐานะจิ้งจอกทองสายที่สองใช่ไหม?

-ฮะ พวกสายที่สามเร่ร่อนอยู่เลยไม่ได้ทราบข่าว ส่วนพวกสายที่ห้าบอกว่าเดินทางมาไม่ทัน และดูเหมือนว่าจะมีปัญหากันในหมู่บ้านด้วย-

“งั้นเหรอ....”

คอรัลครางออกมาเบาๆแล้วพยักหน้าลง

“ซักวันข้าคงต้องเดินทางไปเยี่ยมพวกเขาบ้างแล้วสินะ”

-น่าจะลองไปตั้งนานแล้วล่ะ แต่ในตอนนั้นท่านยังปรับตัวไม่ได้นี่นะ?-

เด็กน้อยสะบัดปลายหางแล้วว่าออกมาอย่างร่าเริง ซึ่งคอรัลก็ยิ้ม ก่นอที่จะหลับตาลงด้วยท่าทีราบเรียบ

“ยังพูดไม่ได้แท้ๆ แต่เก่งน่าดูเลยนะ เจ้าน่ะ”

-ขอบคุณมากฮะที่ชม-

วูลเยซตอบกลับอย่างร่าเริง

-เพราะว่าข้าต้องรับภาระงานดูแลหมู่บ้านที่ดาร์เนียต่อน่ะฮะ....ถ้าเกิดข้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กแบบนี้คนเขาจะไม่เชื่อถือเอา-

“นั่นสินะ...”

คอรัลหัวเราะ

-แต่ไม่ต้องห่วงนะฮะ!!-

เด็กน้อยโพลงลั่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงมาดมั่นทำเอาคอรัลสะดุ้งน้อยๆ ก่อนที่จะก้มหน้าลงมามองเจ้าหนูตัวเล็กๆนั่นอีกครั้ง

-ถ้าเกิดซักวันที่ข้าโตขึ้นมากกว่านี้ มากกว่านี้ ถึงเวลาที่ข้าจะสามารถดูแลเผ่าจิ้งจอกทองที่อยู่ที่นครดาร์เนียได้....-

 

-ข้าสาบาน-

 

-จิ้งจอกทองทุกตนที่นครดาร์เนียจะเป็นกำลังของท่าน-

 

ดวงตาสีทองของหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหนุ่มเบิกกว้างน้อยๆ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็นคลายรอยยิ้มบางๆออกมา

“ถูกใจอะไรข้านักหนารึ?

 

-ก็ข้าชอบหัวหน้าที่ใจดีน่ะ.....ไม่ใช่คนโหดเหี้ยมที่ชอบปกครองด้วยความน่ากลัวเหมือนกับเผ่าอื่นๆน่ะนะ-

เด็กน้อยคนนั้นตอบกลับด้วยภาษาของจิ้งจอกอย่างฉะฉาน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นาแล้วยิ้มให้เหมือนดั่งเดิม

ไร้เดียงสา ใสซื่อ

แต่ไม่ได้โง่เขลา...

 

-ข้าชอบวิธีของท่าน....-

 

-แม้ว่าบางเรื่องมันจะดูน่ากลัวไปนิดอย่างตอนที่ท่านไปตัดเขาของจักรพรรดิมาหน้าตาเฉยนั่นแหละนะ-

“ฮะๆ”

คอรัลลูใบหูลงแล้วหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เจือไปด้วยความหนักใจ แต่กระนั้นเด็น้อยนั่นกยังคงพูดออกมาอย่างร่าเริง

-ตอนข้ามาแล้วหลงทางท่านยังใจดีกับข้าเลย ข้าออกจะขอบคุณนะ?-

วูลเยซเพียงว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนดั่งเดิม ก่นอที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อยตามนิสัยอีกครั้งหนึ่ง ปลายหางฟูฟ่องสะบัดไปมาเล็กน้อย

แล้วสีหน้าอันไร้เดียงสา

ก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีหน้าเฉยชา

 

-แต่ข้าเสียดาย.....-

 

ดูแล้ว

ราวกับกำลังรังเกียจด้วยกลายๆ

ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตที่ใสซื่อเมื่อครู่นี้นั้นเหลือบมามองบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองที่รายล้อมอยู่รอบด้านนั่นด้วยดวงตาคมกริบที่เหมือนกับจะเจือไปด้ยความดูถูกอย่างชัดเจน

 

-พวกที่ไม่เห็นค่าของเพชร....-

เนตรคู่นั้น

เหมือนกับจะทำให้ลมหายใจหยุดได้อย่างง่ายดาย

ทั้งๆที่มันก็เป็นเนตรที่ไร้เดียงสาดวงเดียวกันกับเนตรที่ไร้เดียงสานั่นแท้ๆ

 

-แถมยังจะพยายามทำลายเพชรนั้นทิ้งอีกต่างหาก-

 

“ไม่เอาน่าๆ”

คอรัลสั่นหน้าไปมาด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนที่จะตบบ่าของเด็กน้อยเป็นเชิงปรามไม่ให้อีกฝ่ายแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา เพราะเขาไม่ค่อยอยากจะมีเรื่องมีราวเท่าไหร่นัก

ซึ่งมันก็ทำเอาบรรดาเด็กน้อยตีสีหน้ายุ่ง

-ท่านก็อย่ายอมพวกเขามากเกินไปนะฮะ....ปกครองพวกหัวแข็งของเทเกอริกมันต้องใช้กำลัง-

“.........น่าน่าอย่าเล้ย อย่าเลย”

คอรัลสั่นหน้าและพยายามปฏิเสธทุกวิถีทาง ซึ่งนั่นก็ทำให้เด็กน้อยพ่นลมหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

วูลเยซดึงมือของคอรัลขึ้นมา ก่อนที่จะจับที่ปลายนิ้วเรียวแล้วลากสายตาลงมามองที่ปลายนิ้วซึ่งเล็บถูกตัดอกไปจนหมด

-ท่าน.....นี่นะ-

 

จงใจถอนเขี้ยวเล็บของตัวเอง.....

เพียงเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องพรรคนั้นขึ้นงั้นหรือ....?

 

“.....ถ้าเจ้ารู้จักโลตัส เจ้าจะเข้าใจว่าทำไม”

คอรัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนลู่ใบหูเรียวลงในขณะที่เด็กน้อยคนนั้นได้แต่เงยหน้าขึ้นมาแล้วมองด้วยดวงตาที่เจือด้วยความสงสาร

-ข้า.....สงสารพวกท่านจริงๆ....-

วูลเยซก้มหน้าลงพร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่จะสะบัดปลายหางของตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

 

-แต่....-

 

-ถ้าเกิดท่านไม่ใช้มัน....เขี้ยวเล็บนี้มันก็จะไร้ค่าไปนะ...-

 

จิ้งจอกน้อยเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนแล้วอุทานออกมาเบาๆ

-ซวยล่ะ นี่มันก็จวนจะได้เวลาแล้วนี่ฮะ!-

ดวงตาสีเหลืองทองที่คมกริบเมื่อครู่นี้นั้นเบิกกว้างและเจือไปด้วยความลุกลี้ลุกลน ก่อนที่เขาจะมองซ้ายมองขวาเหมือนกับจะด่าใครซักคนที่ไม่ยอมเตือนเลยซักคน

ซึ่งคอรัลก็ได้แต่ยิ้มด้วยสีหน้ายุ่งๆ

-ข้าขอตัวล่ะฮะ....เดี๋ยวข้าจะไปรออยู่ด้านหน้าในฐานะสายที่ 2 ของเผ่าจิ้งจอกทองที่มาทำความเคารพน่ะฮะ-

-ไปก่อนล่ะฮะ ท่านคอรัล!-

เด็กน้อยคนนั้นโวยวายมาอย่างปุบปับ ก่อนที่จะสะบัดปลายหางของตัวเองแล้วกระโดดเข้าไปในวงแล้ววิ่งไปตามทางลัดเลาะไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน

ซึ่งคอรัลก็ยิ้มบางๆส่งเท่านั้น

“อื้อแล้วเดี๋ยวเจอกัน”

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองจ้องมองจนกระทั่งร่างเล็กๆนั่นหายไปจากสายตาของตัวเอง ก่อนที่จะเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย

“เสียเวลามากแล้วนะคอรัล”

ลูเชหรี่ตาสีอำพันลงแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ซึ่งคอรัลก็หันมาแล้วยิ้มให้อย่างร่าเริงเหมือนดั่งเดิม

“น่า น่า รื่นเริงดีออก”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองตอบกลับอย่างร่าเริงและดูราวกับไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกไปแล้วทิ้งลูเช่ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์เอาไว้

“เหอะ”

 

เพราะเด็กน้อยนั่นไม่กลัวเจ้าสินะ

เจ้าถึงได้ชื่นชอบมันน่ะ

 

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองก้าวเท้าเดินไปเรื่อยๆโดยที่มีหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราเดินตามหลังไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะตามมาด้วยบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองมกามายที่ค่อยๆก้าวเท้าตามมาด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ....

เพราะคนที่มาในคืนนี้เป็นบุคคลที่แสนสำคัญ

ลูเช่เหลือบสายตาไปจ้องมองบรรดาจิ้งจอกทองด้านหลังด้วยดวงตาราบเรียบ ก่อนที่จะหลับตาลงด้วยท่าทีราบเรียบ

ท่าทีและกลิ่นไอพวกนี้มันเปลี่ยนไป....

คงเพราะการสนทนากับเด็กน้อยแห่งดาร์เนียนั่นล่ะมั้ง...ที่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยทำให้ทุกคนมองคอรัลเปลี่ยนไป...

 

...เล็กน้อย

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ท้องฟ้ามืดมิด

แม้แต่แสงสว่างของเดือนดาวทั้งหลายนั้นก็พลันเลือนหาย....

 

ผืนฟ้าที่เคยทอประกายอันแสนงดงามและเต็มไปด้วยแสงสว่างสีเหลืองทองที่แสนหลอกลวง และแสงสีเงินเล็กมากมายได้หายไป จนทำให้ผืนฟ้ากลายเป็นเพียงผ้าสีราตรีธรรมดา

สายลมเย็นยะเยือกพัดลงมาจากทิศเหนืออย่างไม่เคยขาดสาย ก่อนที่จะทำให้ลมหายใจนั่นกลายเป็นไอสีขาวลอยขึ้นไปในความืมิดแห่งนี้

ไร้ซึ่งแสงสว่าง

แต่ก็ยังไม่ถึงกับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้า ยังทีที่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวซึ่งรายล้อมด้วยป่าหนาทึบจากทุกทิศทาง

เขาทรุดลงคุกเข่า

เช่นเดียวกับบรรดาเผ่าจิ้งจอกมากมายด้านหลังที่น้อมลงเคารพพร้อมๆกัน

คนๆนั้น

กำลังจะลงมาเยือน

 

กริ๊ง...

เสียงสำเนียงที่เหมือนกับจะเป็นเสียงของกระพรวนล็กๆได้ลั่นขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะปรกาฏเป็นแสงสว่างเล็กๆลอยขึ้นมาราวกับหิ่งห้อยที่ไม่รู้ทิศทางว่าจะบินไปยังที่หนใด

มันค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นมากขึ้น จนก่อตัวกัน แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างของเด็กสาวที่มีชีวิตซึ่งยืนอยู่ ณ ที่นั้น

ท่ามกลางบรรดาจิ้งจอกมากมายที่น้อมกายลงเคารพ

 

เส้นผมสีเหลืองทองยาวสยายลงมาจนแทบจะเรี่ยถึงพื้นพลิ้วไหวไปตามกระแสสายลมที่พัดออกอย่างนุ่มนวลเช่นเดียวกับชายกระโปรงและเครื่องแต่งกายสีขาวฟ้าอันแสนงดงาม

ดวงตากลมโตเป็นสีแดงพิสุทธิ์ของมณีไพโรปที่น่าหลงใหล สวยงาม สูงส่ง และยังคงเจือไปด้วยความไร้เดียงสาของเด็กน้อยวัยเยาว์เอาไว้

เธอคนนั้นกอดร่างของแมวตัวเล็กตนหนึ่งเอาไว้แน่น โดยที่ก้าวเท้าเดินโดยที่ปลายเท้านั้นไม่เหยียบพื้นพร้อมๆกับแมวสองตัวขนาดยักษ์ที่เดินขนาบร่างของเธอมา

 

“ข้า.....เวียร่า ฟูลมูน เทพธิดาแห่งจันทรา....”

 

เด็กสาวคนนั้นกลาวเปิดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยอำนาจอันแสนทรงพลังจนไม่น่าเชื่อเลยว่านั่นเป็นเสียงของเด็กสาวตัวน้อยๆคนนั้น

 

“....ข้าจะขอพบกับหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง คอรัล โกลเด้นฟ็อกซ์”

 

“ตามที่ข้าได้ระบุมาในจดหมายซึ่งส่งมาก่อนหน้านี้”

 

เด็กสาวประกาศด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะกวาดสายตามงรอบด้านที่เต็มไปดวยบรรดาเผ่าจิ้งจอกทองมากมายที่เตรียมมาต้อนรับ รวมถึงเผ่าจิ้งจอกดาราบางตนที่ยืนอยู่ในแนวด้านหลัซึ่งห่างออกไปหน่อย

ดูๆไปแล้วคงจะเป็นพวกคนที่ทำหน้าที่ติดตามลูเช่นั่นแหละนะ

 

“.....ข้าได้รับจดมายท่านแล้ว ท่านเทพธิดาแห่งจันทรา”

 

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตที่ไม่ได้มีแววของความอ่อนแอแม้แต่น้อยนั่นปรายลงมามองคนที่ยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าตนเองนั้น

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มบางๆอันแสนเป็นมิตรออกบนใบหน้าตัวเอง ซึ่งเด็กสาวคนนั้นก็ทำเพียงปรายตามองด้วยดวงตาราบเรียบซึ่งดูแล้วมันราบเรียบมากเสียจนน่าขนลุก

 

“......ข้าชื่อคอรัล คอรัล โกลเด้นฟ็อกซ์หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทอง”

 

คอรัลค่อยๆใช้ปลายนิ้วดันเชยมือเล็ฏๆของเด็กสาวขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะประทับจูบลงไปด้วยความนอบน้อม

“ยินดีที่ได้รู้จัก”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นเพียงกล่าวออกมาสั้นๆ ในขณะที่เหลือบดวงตาสีเหลืองทองขึ้นมามองดูท่าทีของเด็กสาวเบื้องหน้าที่แม้แต่สีหน้าก็ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

“ข้าก็เช่นกัน หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง”

ดวงตาสีแดงฉานหลับลงชั่วครู่พ้รอมๆกับพยักหน้าลงอย่างช้าๆเป็นเชิงรับรู้แล้ว ก่อนที่เธอจะรอจนกระทั่งคอรัลปล่อยมือของตัวเองค่อยๆทิ้งลงข้างลำตัวเหมือนเดิม

เด็กสาวคนนั้นจ้องมองคนเบื้องหน้าที่คุกเข่าอยู่ตรงเบื้องหน้าตัวเองนั่นด้วยดวงตาราบเรียบที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความไม่เข้าใจลึกๆ

คนเบื้องหน้านี่ราวกับคนรับใช้ของเธอทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ท่าทีทั้งหลายเปี่ยมไปด้วยความเคารพ

แต่ก็ไม่ได้หวั่นเกรงเหมือนกับคนอื่นๆ....

และที่สำคัญ...

 

“ตาสีแดงของเจ้าสวยดีนะ....”

 

เด็กน้อยเพียงเปรยออกมาด้วยน้ำเสยีงราบเรียบ ก่อนที่จะยกมือขึ้นแตะที่ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นอย่างนุ่มนวล

ราวกับกำลังหลงใหลในควาจริงที่ซ่อนอยู่ใต้มายาของกระจกที่แสนหลอกลวงนั่น

“มันคงจะเลิศกว่านี้ถ้าเกิดเจ้ายอมเอามายาไม่ได้ความที่ใช้ปกปิดออกไปแล้วเปิดเผยสีตาของเจ้าจริงๆ”

เวียร่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบอันแสนเอาแต่ใจ แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยิ้มรับ และจับมือเล็กๆเอาไว้...

 

“หากท่านประสงค์เช่นนั้น”

จิ้งจอกหนุ่มหลับตาลง...

 

“ข้าก็จะทำตามนั้น”

 

และพอปรือเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...

เนตรนั่นก็พลันเป็นสีแดงฉานเช่นเดียวกับเด็กสาวตัวน้อยๆเบื้องหน้านี่

 

“.....ค่อยสมกับที่ร่ำลือกันหน่อย”

ราชันสีแดงฉาน

ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าเทเกอริก...

 

“.....คำร่ำลือบนพื้นน่ะ มันเชื่อไม่ได้หรอก.....”

คอรัลเงยหน้าขึ้นแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่เหมือนกับกำลังประชดประชัน ซึ่งเด็กสาวคนนั้นก็ยกมือขึ้นมาปิดปากและหัวเราะรับ

“ใช่”

 

“เพราะเช่นนั้นข้าถึงได้มาดูด้วยตาของข้าเอง...”

 

“วันนี้ท่านมาหาพวกเรา ด้วยประสงค์อันใดงั้นหรือ?

คอรัลเลิกคิ้วเรียวขึ้น ก่อนที่จะแกล้งถามด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังลองท้าทายอีกฝ่ายน้อยๆ แต่กระนั้นมันก็ยังคงเต็มไปด้วยความนอบน้อมเหมือนเดิม

 

“สิ่งใด....”

“ที่ท่านอยากจะพิสูจน์ว่ามันเป็นจริง”

 

“เจ้าคงรู้....”

เด็กสาวคนนั้นหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล แต่ด้วยแววตาสีแดงฉานที่กำลังเต้นระริกนั่นก็ได้บอกเขาว่ามันแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง

ความนัย

ที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าใจมันได้

 

“.....ดวงจันทร์ไร้อำนาจ.....แต่ดวงอาทิตย์เปี่ยมไปด้วยอำนาจ”

 

“พวกพ้องของเจ้า บรรดาพี่น้องผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังทั้งหลายนั้น มีเพียงมายาภาพที่แสนสวยงาม ไร้ซึ่งพลานุภาพ”

ไม่มีแสงสว่างที่แสบจ้าจนบาดตา

ไม่มีอำนาจที่ทำให้ทุกอย่างมอดไหม้เป็นธุลีเมื่อเหิมหาญแยกเขี้ยวใส่

 

เรามีเพียงมายา

 

และโดดเด่นได้เพราะมายา

 

“ข้ารู้....คอรัล”

 

“เจ้าไม่ใช่เช่นนั้น”

 

เยร่าเงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งคอรัลก็หรี่ตาลงรับด้วยดวงตาราบเรียบ ก่อนที่จะทำท่าทีเหมือนกับกำลังจะพ่นลมหายใจยาว

“......ท่านประสงค์จะกล่าวอะไร......”

ไม่ต้องเกรงใจข้า...

 

“....บอกมาตามตรงเถิด เทพธิดาจันทรา”

 

ข้าฟังคำพวกนั้นมาจนจะด้านชา....

 

“คิก.....”

เด็กสาวตัวน้อยเหยียดรอยยิ้มและหัวเราะรับทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของจิ้งจอกหนุ่มเบื้องหน้าตนเองเหมือนกับกำลังตลกขบขันเป็นที่สุดกับสีหน้าแบบนั้น

แต่มันก็เป็นการหัวเราะที่เจือไปด้วยความสมเพช

“ข้าเกรงใจที่จะกล่าว เพราะว่ามันคงทำให้ดวงดาวที่เคียงข้างเจ้าเสมอๆนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”

ดวงตาสีแดงฉานเหลือบกลับไปมองลูเช่ที่ดูเหมือนว่าจะแผ่จิตสังหารออกมาเล็กน้อยเพื่อเป็นการขู่ ซึ่งคอรัลก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

“.....ข้าขออภัยที่คนของเราทำให้ท่านลำบากใจ”

ให้ตายสิ....

ดูเวลาบ้างเถอะน่า....

“ไม่เป็นไร....ข้าไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว เพราะอย่างไรการพูดอะไรแบบนั้นออกไป ผลจะเป็นอย่างไรนั้นข้าก็เข้าใจดี....”

เด็กน้อยเพียงว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิม แต่ในดวงตานั้นก็เจือไปด้วยความรู้สึกที่คอรัลสามารถสัมผัสได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับลูเช่....

จิ้งจอกสีเงินคนนั้นหรี่ดวงตาลงด้วยท่าทีราบเรียบ และจ้องมองเทพธิดาแห่งัจนทราผู้ซึ่งแต่งกายด้วยสีขาวพิสุทธิ์ออกฟ้าๆหน่อยๆ

เหมือนกัน....

จริงๆเลยนะ....

 

ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น

เหมือนกับเงาในกระจกที่สะท้อนดวงตาของคอรัลออกมา

 

เนตรคู่นั้น...

 

มีเพียงว้าเหว่อันแสนหยิ่งทรนง

 

“.....ข้า......”

 

รอยยิ้มแสยะบนใบหน้าเป็นรอยยิ้มท้าทายอันแสนสุขุม....

 

แต่ก็ราวกับริมฝีปากที่กดลงด้วยความรู้สึกเศร้าจนอยากร้องไห้

 

“ก็เหมือนกับเจ้า คอรัล”

 

“ดวงตาสีแดงฉานนี้ คือหลักฐาน”

 

ดวงตาที่แสนสวยงาม....เลอค่ายิ่งกว่าอัญมณี สูงส่งยิ่งกว่าแสงใดๆ....

 

แต่กระนั้น

มันกลับนำพามาเพียงความเจ็บปวด

 

“พวกเราไม่ใช่ดวงจันทร์ พวกเราไม่ใช่มายาภาพอันสูงส่งที่ราตรีกาลหลงใหล....แต่พวกเราเป็นประกายแสงของสิ่งใดนั้นท่านก็คงเข้าใจ”

เด็กสาวโน้มใบหน้าลง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำวกระซิบรื่นหูด้วยทำนองน้ำเสียงราบเรียบและสงบนิ่งไปอย่างช้าๆ...

“...ข้าเข้าใจความแปลกแยกที่เจ้ามี.....ข้ารู้ว่าเจ้ากับข้านั้นเหมือนกัน”

“.......สิ่งร่ำลือนั้น ท่านพิสูจน์ด้วยตาตัวเองแล้วหรือ?

คอรัลเงยหน้าขึ้น แล้วทำเพียงยิ้มออกมาบางๆเหมือนดั่งเช่นเคยเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาโดยที่ดูแล้วเหมือนกับกำลังฝืนหัวเราะ

“แน่นอน....”

เช่นกัน

เธอคนนั้นก็กำลังหัวเราะแบบเดียวกัน

 

“พิสูจน์จนมั่นใจเลยล่ะ”

 

เด็กสาวเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้าที่ยังคงราบเรียบและเจือไปด้วยประกายอันแสนหม่นหมองเหมือนดั่งเดิม

แต่ทุกอย่างนั้น

ก็ถูกเก็บเอาไว้ใต้หน้ากากที่ไร้อารมณ์ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา

 

เหลือเพียงดวงตาเท่านั้น

 

ที่ไม่ว่าหน้ากากใดก็ไม่มีทางสร้างขึ้นมาโดยที่ปกปิดดวงตาเอาไว้

 

“หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง”

แล้วจู่ๆ

เด็กสาวเบื้องหน้านั่นก็เปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะยื่นืมอของตัวเองออกมาเบื้องหน้าราวกับจะเป็นการเชิญชวน

แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้....

เพราะมือนั่นคว่ำลง

 

“ข้าต้องการ....”

 

“ให้เจ้ามาเป็นอัศวินของข้า”

 

- -

ลางของหายมาแล้วTT TT 

ไม่อยากเอาช่วงนี้มาลงเลยแหะ....



ทุกท่าน ใครอยากได้อ่านอะไรมันส์ๆตบกันคงบ๊ายบายแล้วล่ะ ต่อจานี้จะได้เห็นฉากหวานอย่างเดียว.... (แล้วจะไปมันส์อีกทีเล่ม3 )

เจอกันครับ

mizato

913 ความคิดเห็น

  1. #903 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2555 / 19:56
    งง??โปรดบอกฉานนนนที..
    #903
    0
  2. #360 Angell3lood (@ku_jenny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 23:27

    อ๊ากโลตัสโผล่เศียรมาเร็วๆ

    #360
    0
  3. #359 [Z]e[L]es (@jennet) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 16:40
    เช่ ขี้หึงอ่ะ!!!!

    ปล่อยๆรัลๆไปมั้งสิ!!!!

    เซอร์วิสฮาเร็มของรัลๆให้คนอ่านด้วยยยยย
    #359
    0
  4. #358 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2552 / 20:08
    อัพด่วนค่ะ ด่วนเร็วไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #358
    0
  5. #357 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2552 / 10:27
    อัพด่วนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    ลุ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #357
    0