"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 15 : Alone Fairy’s smile 2 Sister

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 เม.ย. 52

“Alone Fairy’s smile 2 : Sister“

 

แม้เขาจะบอกว่าจะอยู่เคียงข้างข้า

แต่สุดท้ายเขาก็จากไป...

 

....มันเป็นคำสาปหรือไร?

 

ในที่ที่แสนสวยงาม...

รายล้อมไปด้วยพฤกษาซึ่งผลิดอกหน้าตาสวยงามและกลิ่นหอมที่น่าหลงใหล

กลิ่นไอของสายลมอบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ที่ปลิวไปพร้อมกับกลีบเล็กๆของมันอย่างสวยงาม

 

แต่จะไปมีค่าอะไร...

 

ถ้าเกิดจะต้องอยู่ในดินแดนที่สวยงามอย่างนี้คนเดียว....

 

 

....ชั่วนิรันดร์กาล

 

 

ความสวยงาม...

 

....มันใช้ทดแทนความเดียวดายไม่ได้หรอก

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

เหยี่ยว....สีขาว?”

 

ร่างสีขาวเทาคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองร่างสีขาวที่ตัวเองเรียกขานว่าเหยี่ยวสีขาวนั้นด้วยดวงตาราบเรียบที่เหมือนกับตุ๊กตา

เส้นผมสีขาวมัดเป็นแกละสองข้างและร้อยเอาไว้ด้วยกระพรวนซึ่งส่องเสียงออกมาเบาๆทุกๆครั้งที่เธอขยับกายเคลื่อนไหว ดวงตาสีแดงกลมคู่สวยที่แลดูราวกับลูกปัดสีแดงชั้นสูงกลิ้งกลอกไปมาเล็กน้อย

พลางมองร่างของจิ้งจอกที่เหมือนกับวิญญาณซึ่งกระโจนไปมาราวกับปลาที่ว่ายน้ำในอากาศ โดยที่ปราศจากขาหลัง

ร่างสีขาวเทาของหญิงสาวคนนั้นยืนอยู่อย่างราบเรียบ

พร้อมด้วยเคียวด้ามยักษ์ที่พาดเอาไว้บ่าของตัวเองเหมือนกับจะประกาศว่าตัวเองเป็นใคร....

รอบด้านรายล้อมด้วยดอกไม้

พลิ้วไหวอย่างสวยงามราวกับที่ที่เรียกว่าสวรรค์

 

งดงาม...

...จนไม่อาจละสายตา

 

......เด็กผู้โชคร้ายคนนั้น....คือคนหรือ เหยี่ยวสีขาว

 

ดวงตาสีแดงที่เหมือนกับเลือดคู่นั้นเหลือบขึ้นมามองเนตรสีขาวเงินของอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่จะถามออกมาเมื่อเห็นร่างเล็กๆที่สูงไม่ถึงหัวเอวของตัวเองร่างนั้น

เลือดสีแดงแปดเปื้อนเต็มหลังที่มีเสื้อผ้าขาดออก เหมือนกับจะบอกกลายๆว่าถูกทำร้ายตรงนั้นมา

...น้องสาว.....

ของข้า?”

ดูเหมือนเจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นจะแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นหลุดออกจากปากของอีกฝ่าย

แต่ร่างนั้นกลับก้มหน้าลง

เหมือนกับจะบอกว่าใช่อย่างแน่นอน

 

นี่คือน้องสาวของเจ้า โซริเลีย โซเรล่า แห่งโลกวิญญาณ....ไม่ผิดอย่างแน่นอนครับ ข้ารับรองได้

 

ข้าไม่เห็นว่าจะจำได้เลย

เจ้าของเรือนผมสีขาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะหยอกปลายนิ้วเล่นกับจิ้งจอกที่ลอยตัดผ่านหน้าตัวเองไป

ท่านยังเด็กมาก ในยามนั้น....

 

ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าท่านจะจำน้องของท่านอีกสองคนได้

 

แต่ตรงข้าม

ดวงตาสีแดงฉานของจักรพรรดินีสาวปรายมามองอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยดวงตาที่ราบเรียบเหมือนกับตุ๊กตา

ข้าจำหน้าตาพวกเจ้าแม่นเลย....

 

เหล่าจักรพรรดิแห่งกาลเวลา

 

ข้ายินดีที่ได้ยินอย่างนั้นครับ

ชายผมขาวก้มหัวลงด้วยท่าทีนอบน้อมอันแสนเสแสร้ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้ววางร่างของเด็กสาวคนนั้นลง

ดูท่าว่าเขาจะไม่ได้สนใจเด็กคนนี้เท่าไหร่นัก

 

.....เธอชื่อเวียร่า ฟูลมูน เทพธิดาจันทราที่จะมาประจำหอคอยจันทรานับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

ร่างสีขาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาแล้วรายงานขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบจนฟังดูแล้วเหมือนกับตุ๊กตาท่องจำที่อัดเสียงอัดบทมาพูดมากกว่าเสียงของคนจริงๆ

หมายความว่าเธอจะถูกขังเอาไว้บนนั้น?”

ครับ

เขาคนนั้นพยักหน้าลง

เธอจะต้องอยู่บนหอคอยจันทราตลอดกาล จนกว่าจะมีคนที่มีอำนาจธาตุจันทราสูงกว่าตัวเธอปรากฏออกมา....

และแน่นอนว่าคนๆนั้นต้องได้รับ พรแบบเดียวกับเธอด้วย

ชายหนุ่มกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชาแล้วมองร่างของเด็กสาวเล็กๆคนนั้นด้วยดวงตาราบเรียบ ในขณะที่หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีขาวเทาเบื้องหน้าเอนใบหน้าหนีด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

บัดซบชัดๆ

 

คนที่สามารถมีธาตุจันทราสูงกว่านี้

คนที่ได้พรแบบเดียวกัน.....

 

ซักสามล้านปีผ่านไปก็ไม่มีหรอก

 

พวกท่านขังข้าเอาไว้ในนครความตายด้วยเหตุผลนี้....

 

ข้ารอมาเป็นล้านปี

....ไอ้คนที่ว่านั้นยังไม่มีแววว่าจะโผล่มาเลย

 

วันนี้ท่านจะขังน้องข้าด้วยเหตุผลเดียวกันอีกหรือ

 

จักรพรรดินีสาวคนนั้นก้มหน้ลงแล้ววว่าออกมาด้วยถ้อยคำที่ล้นไปด้วยความโกรธเคือง ทั้งๆที่ใบหน้านั้นยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม

เหมือนกับตุ๊กตาที่ไม่มีความรู้สึก....

...... กฎเป็นสิ่งสูงส่งที่สมควรรักษาเอาไว้ชั่วนิรันดร์กาล

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะหลับตาลง แล้วปรือดวงตาขึ้นมามองอีกฝ่าย

 

ข้าแค่ทำตามสิ่งนั้น ก็เท่านั้นเองครับ

 

....เจ้าพวก.....จักรพรรดิกาลเวลา

หญิงสาวร่างสูงคนนั้นเข่นเขียวด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วใช้ดวงตาสีเลือดที่ยังคงไร้แววตาของตัวองมองอีกฝ่าย

เหมือนกับพยายามจะส่งให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึก

ว่าตัวเองนั้นกำลังโกรธเพียงไร...

แค้น...

มากเพียงไร...

 

“หน้าตาน่ากลัว....จังนะครับ”

ร่างสีขาวนั้นปิดปากแล้วหัวเราะออกมาอย่างเสแสร้ง

 

เพระดวงตาสขาวเงินนั้น

ยังคงไร้เช่นประกายเหมือนเดิมจนน่าขนลุก

 

ท่านจะไม่ทำตามกฎก็ไม่เป็นไรนะครับ....เพียงแต่ว่า ข้าจะจัดการผูกมัดพวกท่านด้วยกฎที่มีอำนาจที่มากกว่าจนทำให้ท่านต้องรับบทลงโทษที่หนักมากขึ้นอีก

“....แก”

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีขาวคำรามลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ล้นไปด้วยความโกรธเคืองอีกครั้ง แล้วจ้องอีกฝ่ายเขม็งด้วยดวงตาที่เหมือนเริ่มจะสั่นรริกด้วยความแค้น

ความรู้สึกเริ่มปรากฏบนแก้วตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์

จนทำให้คนๆนั้นที่มองอยู่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

 

แต่เขากลับหลับตาลง

ต้องขอโทษด้วยครับ แต่นี่คือสิ่งที่ตัดสินแล้ว

น้ำเสียงทุ้มที่แสนนุ่มนวลลั่นออกมาอีกครั้งเพื่อเป็นการกล่าวบอกอีกฝ่าย ก่อนที่จะปรือดวงตาสีขาวเงินบริสุทธิ์ขึ้นมามองอีกฝ่าย

 

เป็นคำตัดสินจากปากของหัวหน้าของพวกเรา

 

...บัดซบ....ชัดๆ

โซริเลียสบถออกมาดังลั่น

ทำไม.....ข้าถูกขังคนเดียวไม่พอหรือไร

“ครับ”

ชายสีขาวคนนั้นพยักหน้าลงรับทันทีทันควัน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยดวงตาว่างเปล่า

 

โทษของใครคนๆนั้นก็ต้องรับผิด

 

โทษ?”

 

โทษอะไร....

ผิดที่พวกเราลืมตาขึ้นมา

 

และเป็นจุดด่างพร้อยของพวกเจ้าหรืออย่างไร

 

....ครับ โทษ

คนๆนั้นพยักหน้ารับคำครางทวนที่ไร้จุดมุ่งหมายของหญิงสาวคนนั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉยจนเหมือนกับกำลังกวนประสาทอยู่

บทบัญญัติการตัดสินนั้นถูกเขียนเอาไว้จนหมดแล้ว เช่นเดียวกับที่พวกของข้าก็ต้องยอมรับเช่นกัน

ชายคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเหลือบสายตาไปมองเวียร่าที่ยืนอยู่ข้างกายของตัวเองด้วยความงุนงง

เหมือนกับกำลังได้ยินภาษาที่ตัวเองไม่อาจจะเข้าใจ...

 

ทั้งๆที่ตัวเองก็ฟังออก

แต่กลับไม่อาจจะทำความเข้าใจวาจาเหล่านั้นได้เลยแม้แต่น้อย

 

เด็กน้อยอายุเพียงเท่านั้น....ก็อายุเท่าๆกับท่านตอนที่ถูกทิ้งออกมานั่นแหละครับ

ดวงตาสีขาวเงินที่ว่างเปล่านั้นค่อยๆเลื่อนสายตาขึ้นมามองจักรพรรดินีสีขาวเทาเบื้องหน้าของตัวเองก่อนที่จะยิ้มออกมา

ใคร....

ดวงตาสีขาวเงินนั้นค่อยๆปรือลงต่ำแลดูเหมือนกบกำลังสำนึกผิด

ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ฉายประกายใดๆออกมา

 

มันจะใจดำทิ้งเด็กพวกนี้ได้ โดยที่ไม่เจ็บปวดบ้างล่ะครับ

 

.....เหอะ

โซริเลียสะบัดหน้าหนีแล้วสบถออกมาอย่างตรงไปตรงมา

 

ก็พวกแกไง

 

ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยเพียงไร

น่าสงสาร....

อ่อนแอ....

 

ข้าจำได้อย่างแม่นยำ...

 

....ว่าพวกเจ้าไม่เคยสะกดคำว่าเห็นใจเป็น

 

สะกดเป็นเพียงแค่คำว่า กฎกับ คำสั่งเท่านั้น....

 

....สะกดออกเพียงข้ออ้างที่จะให้กำจัดพวกเราทิ้ง

 

.....พูดได้สวยมากครับ

ร่างสีขาวคนนั้นแกล้งปรบมือชมอย่างเสแสร้ง ก่อนที่จะหลับตาลงแล้วพ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

ราวกับกำลังเบื่อ

 

เบื่อกับการอธิบายเด็กขลาดเขลา...

เด็กไร้ปัญญาที่ไม่อาจจะทำความเข้าใจความรู้ยากๆได้

 

ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ถึงแม้ว่าท่านถูกขังเอาไว้ที่นี่ แต่ท่านก็ไม่ได้อยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดและความหนาวเหน็บเสียหน่อย....

น้ำเสียงที่ลั่นแม้จะราบเรียบดั่งเคย...

...แต่ราวกับกำลังเสียดสีอย่างตรงไปตรงมา

 

ท่านร่วงหล่นลงสู่สวรรค์....ดีกว่าลอยขึ้นสู่ขุมนรกกับพวกข้า

 

.....นครแห่งนี้สวยงาม และท่านก็มีเพื่อนพ้องมากมาย หากเอื้อมมือเข้าไปหาเสียหน่อย....มันก็ไม่ใช่นรกอย่างที่ท่านคิดหรอกครับ

ชายคนนั้นกำลังยิ้ม

ยิ้มอย่างเย้ยหยันและอิจฉา

ตราบเท่าที่มืดของท่านไม่ได้ถูกตรวนมัดเอาไว้เช่นเดียวกับพวกเรา....

 

ท่านจะไขว่คว้าได้เท่าที่ต้องการ

 

มิดีใจหรือครับ

เสียงหัวเราะที่เหมือนกับคพถามลองเชิงลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เขาคนนั้นจะยกข้อมือของตัวเองขึ้นแล้วลากปลายนิ้ววนรอบข้อมือของตัวเอง

 

ที่ได้เอาตรวนออกจากร่างกายทั้งหมดของตัวเอง

 

แล้วแปรเปลี่ยนเป็นตรวนที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าแทน

 

....หุบปากเงียบไป เหยี่ยวสีขาวของจักรพรรดิกาลเวลา....ข้าเกลียดขี้หน้าพวกเจ้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

พวกเจ้าสอนให้ข้ารู้จักที่ที่สวยงามและโดดเดี่ยว

 

มอบอำนาจให้

 

แลกกับการที่เอาข้ามาขังไว้ยังที่แห่งนี้

 

 

ในฐานะจักรพรรดินีแห่งโลกวิญญาณ

 

....ขอบคุณครับ ถ้าเกิดเกลียดก็ยังแปลว่าใส่ใจพวกเรา ข้าจะเอาคำพูดนี้ไปฝากหัวหน้าสูงสุดให้ครับ

อีกฝ่ายก้มหน้าลงด้วยท่าทีนอบน้อมดั่งเคย ก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังหัวเราะ

ทำเอาจักรพรรดินีสาวคนนั้นสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดทันทีทันควัน

พี่ของข้าที่ร้องไห้เพื่อพวกท่านคงดีใจ....”

“ถ้าเกิดคนที่เขาห่วงไยตัดรอนเขาได้ขนาดนี้

ร่งาสีขาวนั้นก้มหน้าลงแล้วเอนใบหน้าหนีหน่อยๆ ในขณะที่เนตรสีขาวเงินที่ว่างเปล่านั้นเลื่อนมาสบกับเนตรสีแดง

เนตรที่กำลังเดือดด้วยความเคียดแค้น

 

ถ้ามันห่วงไย....ข้าก็อยากจะให้มันโผล่หัวมาจริงๆ

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นสบถออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างที่เธอไม่เคยเป็นและแทบไม่เคยทำ

ในฐานะจักรพรรดินี....

เธอควรจะสุขุมและสง่างาม

 

แต่สำหรับคนเบื้องหน้าที่เธอเกลียดจากก้นบึ้งหัวใจ

 

สำหรับคนเหล่านี้

เธอคงไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ได้

 

เป็นเวลากว่าล้านปี ข้าเห็นตาเด็กที่ไม่ผิดอะไรตาสีแดงถูกทิ้ง ด้วยฝีมือของเจ้า ด้วยคำสั่งจากปากของมันทั้งนั้น....

 

ข้าอยู่เงียบที่นี่...

มองชะตากรรมที่น่าสังเวชเหล่านั้น

 

รับรู้ถึงกลิ่นของน้ำตาของบรรดาผู้ที่ไม่มีวันตาย

 

หญิงสาวกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นจนเลือดแทบจะไหลซึมออกมาในขณะที่จ้องมองคนที่เฉยชาจนราวกับตุ๊กตานั่นเขม็ง

ภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ขอให้ตุ๊กตาตัวนั้นได้โปรดรู้สึกเสียที

ว่าพวกเธอนั้นอยากได้สิ่งใด...

 

ว่าพวกเรานั้นสาปแช่งเพราะเหตุใด...

 

ข้าอยากจะรู้นัก....

โซริเลียเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้าที่ยังคงเยาว์วัยแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานมากแล้ว ก่อนที่จะหัวเราะออกมา

 

หัวใจของมันทำด้วยอะไร

 

กริ๊ก

!

โลหะผสมไททาเนียมมั้งครับ

น้ำเสียงนั้นตอบกลับด้วยท่วงทำนองที่เปี่ยมไปด้วยความสดใสอันแสนเสแสร้ง ก่อนที่จะจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้าที่เบิกตากว้าง

ใช่...

ในชั่วพริบตาที่เคียวสีหิมะนั่นตวัดแตะที่ลำคอของเธอในชั่วเสี้ยววินาที

 

โดยท่เอไม่อาจจะรู้สึกตัว...

โดยที่เธอไม่อาจจะต่อต้านอะไรได้

 

......อย่าพูดพล่อยๆ....อีกนะครับ

ชายหนุ่มคนนั้นว่าพลางหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ก่นอนทีจะสลายเคียวนั้นให้หายไป หลังจากที่มันทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจนเป็นที่พอใจแล้ว

แม้ว่านั่นจะเป็นคำขู่...

แต่ก็เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายจะเอาจริง

 

ตรงข้ามกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็ลั่นออกมาอย่างเสแสร้งโดยที่ปราศจากความรู้สึกเหมือนเดิม

เหมือนกับหุ่นยนต์

เหมือนกับศพที่ถูกบังคับให้กล่าว...

 

ทั้งๆที่ไม่มีวิญญาณ

ทั้งๆที่ไม่มีหัวใจ

 

“อยู่มาตั้งนาน กลับถามอะไรงี่เง่าราวกับเด็ก....”

คนๆนั้นหงายมือแล้วยื่นออกมาเบื้องหน้า

 

หัวใจของเขาก็สร้างจากเลือดจากเนื้อเหมือนกับพวกเจ้า....ถูกเหยียบก็เจ็บปวด ถูกแทงก็เลือดไหล....

 

ดวงตาสีเงินปรือปิดลง...

แล้วนึกถึงคนๆนั้น

 

คนที่ไม่ได้เป็นดั่งตุ๊กตาเหมือนกับตัวเอง

 

ข้าไม่หวังให้พวกท่านเขาใจท่านเขา....

 

 

แต่ปากพล่อยแบบนี้....ข้าก็ไม่อยากจะเอาไว้นักหรอกนะครับ

 

ชายเจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นว่าพลางยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวลเหมือนเคย และดูเหมือนกับกำลังหัวเราะหน่อยๆด้วย

เหอะ!!”

.....หึ

ร่างสีขาวนั้นเอามือปิดปากแล้วหัวเราะออกมา แต่ก็ด้วยท่าทีแบบเดิมๆจนน่าหมั่นไส้เพราะดูราวกับกำลังกวนประสาท

แต่ช่วยไม่ได้...

เพราะตุ๊กตา...

มันก็มีแค่ใบหน้าเดียวเท่านั้น

 

ตอบแทนความปากพล่อยของท่าน ข้าจะบอกเรื่องดีๆให้อีกซักข้อแล้วกันครับ.....

จะบอกความทุเรศอะไรของพวกเจ้าอีกล่ะ?”

โซริเลียสวนขึ้นมาเหมือนกับหาเรื่องทันทีทันควัน ซึ่งคนๆนั้นก็หลับตาลงรับด้วยท่าทีเหมือนกับภาคภูมิทนที

ครับ

ร่างสีขาวนั้นราวกับกำลังหัวเราะในตอนที่เลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับเนตรสีแดงฉานของจักรพรรดินีคนนั้น

ฟาว์ ฟาร์กอซ น้องสาวของเจ้า และเป็นพี่สาวของเวียร่าคนนั้น....”

 

“จะถูกส่งมาจองจำที่นี่เช่นเดียวกัน....

 

แก.....

ดวงตาสีเลือดเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะตวัดมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เป็นประกายของความเคียดแค้นอย่างชัดเจน

แต่คนนั้นกลับยิ้มกว้างออกมา

เหมือนกับดีใจที่ได้เห็นใบหน้าแบบนั้นของอีกฝ่าย

จักรพรรดินีโลกวิญญาณครับ ไม่ต้องดีอกดีใจออกนอกหน้าหรอกครับ หัวหน้าเขาอยากให้พี่น้องสามคนได้อยู่ด้วยกัน....

ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนกับกำลังหัวเราะอย่างเริงร่า

ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาคมกริบที่แสนคุกคาม

 

แม้ว่าจะคนล่ะแห่งก็ตามที

ร่างสีขาวเทาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยเมื่อจ้องสบกับเนตรสีขาวเงินของอีกฝ่ายนั่น ก่อนที่จะกัดฟันแล้วไม่เผลอหลุดท่าทีหวาดกลัวออกไปแม้เพียงเล็กน้อย

เพราะถ้าเกิดบอกว่าเธอกลัวเมื่อไหร่...

...ก็เหมือนกับยอมรับ

 

ว่าตัวเธอนั้นอยู่ต่ำกว่าบรรดาจักรพรรดิแห่งเวลานั้นมากเพียงไร

แม้ว่าความจริงมันจะเป็นอย่างนั้นก็ตามที

 

ไม่ดีหรอกครับ ยังติดต่อกันได้....

 

ชายคนนั้นราวกับกำลังหัวเราะ

ดีกว่าคนหนึ่งตายไปเพราะถูกฆ่า หรือเอาไปขังที่อื่นแบบที่ไม่มีวันได้พูดคุยกันอีกเป็นครั้งที่สองน่ะครับ

แต่แล้ว...

เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกนั้นก็พลันหายไป...

 

ดีใจกับหัวหน้าเขาหน่อยแล้วกันครับ

 

เขา.....ฝ่าฝืนกฎได้สูงสุดเพียงเท่านั้น

 

เพื่อพวกคุณที่สาปแช่งเขาหลังอาหารเช้าเย็นนะครับ

 

ดวงตาสีขาวเงินคมกริบที่เหมือนกับใบมีดที่แสนเย็นชานั่นจ้องมองหญิงสาวคนนั้นเขม็งเหมือนกับจะบอกเตือน

และบอกให้อีกฝ่ายช่วยรู้สึกบ้าง....

ด้วยทสะ....

โทสะที่เกิดจากความโกรธที่อีกฝ่ายนั้นไม่เคยเข้าใจคนที่เขาเคารพคนนั้น..

 

....แม้เพียงซักครั้งหนึ่ง

 

.....หนอย....

 

ถ้าเกิดข้าจะเกลียดพวกจักรพรรดิแห่งเวลา

ข้าจะเกลียดเจ้าคนเดียวเหยี่ยวสีขาวแห่งจักรพรรดิ

 

ดวงตาของเจ้ามันน่าขนลุก....

 

น่าสะอิดสะเอียนเหนือยิ่งกว่าใบหน้าตุ๊กตาของข้าเสียอีก

 

....อย่าทำหน้าตื้นตันครับ เห็นแล้วข้าไม่ชอบ

เจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นหลับตาลงเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วคลี่รอยยิ้มที่เหมือนกับตุ๊กตาเหมือนเคย

จะด่าว่าข้าซักหมื่นพันหน ข้าไม่ว่า

 

แต่อย่ามาทำให้หัวหน้าของข้าเจ็บปวดไปมากกว่านี้

 

เนตรสีขาวเงินว่างเปล่า

ประหนึ่งลกแก้วปัดที่ทำได้เพียงสะท้อนภาพ

ดวงตาคู่นั้นกำลังเบนลงด้วยท่าที่เหืมอกนับกำลังไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะขยับเป็นถ้อยคำแผ่วเบา

ทั้งๆที่เป็นแค่พวกนอกกฎที่ใช้งานไม่ได้แท้ๆ....

 

ได้รับเชิญให้มามีชีวิตยังที่แห่งนี้โดยที่ไม่ถูกฆ่าทิ้งนั้นมันดีเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

 

เหมือนกับกำลังเปรยกล่าวกับตัวเองด้วยความเจ็บใจ

แต่...

น้ำเสียงที่สามารถได้ยินนั้นมีเพียงคำเหยียดหยามอย่างตรงไปตรงมา ราวกับมิได้มองคนที่กล่าวถึงในฐานะเดียวกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย

ไม่เคยเลย...

 

ถ้าเกิดให้มาอยู่กับที่แบบนี้ สู้ฆ่าให้ตายไปเลยมิดีกว่าหรือไร

 

โซริเลียคำรามออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ชายคนนั้นหลับจ้องตอบกลับมาอย่างราบเรียบเหมือนเดิม

ปากเจ้านี่พล่อยจริงๆเลยนะครับ....

สงสัยว่าเวลาเป็นล้านปีที่ผ่านมานั้นจะไม่ได้สอนอะไรท่านเลย

เจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นเสใบหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนที่จะส่ายหน้าน้อยๆด้วยความเบื่อหน่ายและระอาใจ

คนที่ไม่เคยเห็นนรกที่แท้จริง...

ย่อมไม่รู้ว่ามันน่ากลัวเพียงไร

 

หากมีชีวิตก็ยังมีความสุขได้....

 

กอบโกยมันด้วยสองแขนที่ไร้ตรวนของพวกท่านเถอะครับ

 

แม้จะอดอยาก....

แต่หมาป่าที่แสนหยิ่งทรนงก็ไม่ยอมใส่ตรวนให้กับตัวเอง...

 

เพราะหากมีตรวน...

 

....มันก็ไร้อิสระ

 

....ตราบเท่าที่มันยังกอบโกยได้

 

หัวหน้าของข้าเฝ้าอวยพรท่านตลอดเวลานะครับ

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เหืมอกนับจะเจือไปด้ยควาเมวทนาลึกๆ

เหมือนกับกำลังอิจฉา...

...ที่หัวหน้าของเขานั้นต้องถูกล่ามตรวนทั้งๆที่ไม่อยาก....

 

ตรง้ขามกับคนที่ไร้ตรวน กลับอยากถูกล่าม

 

....ข้าจะนับถือหัวหน้าพวกเจ้านะ

จักรพรรดินีสีเทาขาวคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปในร่างสีขาวคนนั้นอย่างช้าๆ

 

ซักวันหนึ่งที่ข้าเห็นว่ามันทำประโยชน์ให้

 

ตาท่านบอกสินะครับ ถึงไม่เห็นว่าท่านเขาทำอะไรให้

ชายคนนั้นถอนหายใจ

เถียงไปก็เสียเวลา ข้าต้องกลับไปรับบทลงโทษหลังจากที่เถียงท่านเขาด้วย....เพราะเช่นนั้นขอตัวก่อนล่ะครับ

เจ้าของเรือนผมสีขาวที่เหมือนกับหิมะคนนันหมุนข้อเท้าหันหลังกลับด้วยท่าทีที่แสนเฉยชา ก่อนที่จะพ่นลมหายใจยาว

อย่าลืมบอกด้วยนะครับ

ดวงตาประหนึ่งลูกปัดแก้วได้เบนหลับมา

 

ว่าเทพธิดาจันทรานั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง

 

“เหอะ”

เจ้าของเรือนผมสีแดงฉานคนนั้นจ้องตอบกลับไป ก่อนที่จะสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน

 

นี่ คือ คำ สั่ง ครับ

 

ชายคนนั้นเน้นย้ำคำพูดหนักๆอย่างตรงไปตรงมาทันทีทันควัน หลังจากที่เขามองแล้วรู้สึกว่าอีกฝายนั้นคงปฏิเสธคำพูดของตัวเอง

เพราะงั้น...

เขาถึงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม

 

“นกที่ ปีกหักสมควรแล้วที่จะถูกเลี้ยงเอาไว้ในกรง....”

 

“ส่วนนกที่เสียงชวน หนวกหูนั้นสมควรที่จะกรีดคอทิ้ง เพื่อไม่ให้ ร้องออกมาเป็นที่น่ารำคาญ....”

 

“นี่คือการตัดสิน....ที่เข้าข้างตัวพวกเจ้ามากที่สุดแล้ว”

 

“....ขอตัวล่ะครับ“

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น ก่อนที่จะหันหลังกลับอย่างรวดเร็วจนทำให้เสื้อคลุมสีขาวนั่นพลิ้วสะบัดเกิดเป็นเสียงขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

และในชั่วพริบตา...

 

...ตุ๊กตาสีขาวตนนั้นก็ได้เลือนหายไป

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“เด็กน้อย....มานี่ทีสิ”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งอย่างช้าๆ

“......?

 

ท่านเรียก....ข้าหรือ

ตุ๊กตาสีขาวเทา

 

“....ข้ากำลังเรียกเจ้านั่นแหละ”

โซริเลียยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวลแล้วรอจนกระทั่งเด็กน้อยคนนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง

ดวงตาสีแดงว่างเปล่า

....ประหนึ่งกับตุ๊กตาเช่นเดียวกับคนที่นำพาเธอมาส่งนั่น

 

จักรพรรินีสาวคนนั้นค่อยๆลูบเส้นผมร่างเล็กนั้ยเบาๆ ไล้ไปตามเส้นผมสีเหลืองทองอย่างเบามือพลางมองร่างเล็กๆ

ดวงตาสีแดงฉานนั้นราบเรียบเหมือนกับตุ๊กตาจริง...

 

แต่ไม่ใช่ตุ๊กตา

ไม่ใช่คนที่แสดงความรู้สึกไม่ได้เหมือนเธอ

 

เวียร่า....คือชื่อเจ้าสินะ

 

เด็กสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ก่อนที่จะค่อยๆพยักหน้าลงด้วยท่าทีราบเรียบเหมือนเดิม....

ดูเฉยชาจนน่าแปลก...

เพราะคนที่มีความรู้สึกนั้นไม่น่าจะเป็นแบบนี้...

 

เธอไม่ใช่ตุ๊กตา...

....เพราะงั้นก็น่าจะแสดงความรู้สึกได้

 

ข้าชื่อโซริเลีย โซเรล่า เป็นพี่สาวของเจ้า...

 

ยิ้ม....ได้หรือเปล่า

เวียร่า...

 

เจ้ารู้จักสิ่งที่เรียกว่ารอยยิ้มไหม

 

โซริเลียว่าออกมาอย่างนุ่มนวลแล้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาสีแดงฉานที่กลับไปสงบนิ่งเหมือนเดิมอีกครั้ง

“....พี่.....ของข้าหรือ?

เด็กน้อยช้อนเนตรสีแดงขึ้นมามอง ก่อนที่จะเอียงคอน้อยๆด้วยความงุนงงอย่างไร้เดียงสา ซึ่งดูแล้วน่าเอ็นดูเป็นที่สุด

แต่คนที่เห็นกลับรู้สึกประหลาด....

 

แปลกใจ...ไม่เข้าใจ

ทำไมใบหน้านั้นมันถึงได้ว่างเปล่านัก...

“....ข้าเป็นพี่ของเจ้า”

“.....พี่?

เด็กน้อยครางออกมาเบาๆ

“แล้วพี่จะอยู่ข้างข้า....ใช่หรือไม่”

 

พี่.....คือครอบครัวสินะ....

คือคนที่ยอมรับว่าจะอยู่ด้วยกันสินะ

 

“.....”

โซริเลียหลับตาลงด้วสีหน้าหนักใจ ก่อนที่จะหยุดมือที่ลูบหัวเด็กสาวเบื้องหน้าอย่างอ่อนโยนนั่นลงทันที...

 

แต่ขอโทษนะ พี่คนนี้คงไม่อาจจะอยู่ข้างเจ้าได้

 

เจ้าจะต้องอยู่บนหอคอยจันทรา

 

แต่ข้าต้องอยู่ยังโลกวิญญาณแห่งนี้....

 

ขอโทษนะ....

 

ทั้งๆที่หวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันแท้ๆ....

ทั้งๆอย่างนั้น

 

เจ้าพวกนั้นกลับผลักเจ้าให้ขึ้นไปเจอความโดดเดี่ยวบนหอคอยแห่งนั้นเสียได้...

 

ทำไม....กัน?

 

“.....ข้าขอโทษ”

โซริเลียทำได้แค่พร่ำพูดคำเดิมออกมาเท่านั้น ก่อนที่จะดึงร่างของเด็กน้อยเบื้องหน้าเข้ามาแล้วสวมกอดเอาไว้แน่น

เหมือนกับจะกล่าวคำขอโทนับร้อยพัน....

เพราะเธอเข้าใจว่าต่อจากน้อนาคตจะเป็นอย่างไร...

 

....เพราะเธอก็ประสบกับสิ่งนั้นอยู่

 

ความเดียวดายยังมิติที่สวยงามที่สุดในสามโลกแห่งนี้...

 

.....พี่.....?”

 

นี่...คือ.....

...พี่สาวของข้างั้นหรือ

 

ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้จักเลย

 

และ...ทำไมพอถูกคนๆนี้กอดเอาไว้แบบนี้....

 

ทำไมมันถึงอุ่นล่ะ....

 

ทั้งๆที่ตอนที่คนสีขาวคนนั้นพามา

 

ข้าลิ้มรสได้แต่ความหนาวเย็นกับความหวาดกลัว

 

อ่า ขอโทษ ข้าทำให้เจ้ากลัวหรือเปล่า

เจ้าของเรือนผมสีทองส่ายหน้าน้อยๆแทนคำตอบ

....อย่าร้องไห้....ได้ไหม...คะ?”

 

ข้ารู้จักน้ำตา....

ที่ข้ารู้จักดีกว่า...

 

คือดวงตาที่มีน้ำตาขังอยู่ข้างใน ไม่ไหลออกมาด้านนอก

 

เพราะนั้นคือ น้ำตาที่ข้าได้เห็นครั้งแรก

 

.....ข้าขอโทษ

 

พวกเราคงได้เจอกันเพียงแค่นี้...

...พริบตานี้พริบตาเดียว

 

เพียงเท่านี้เท่านั่นแหละ

 

....เจ้าต้องไปประจำที่หอคอยจันทรา......ที่แห่งนั้น

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นค่อยๆคลายมือออกก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นพร้อมๆกับก้าวเท้าไปด้านหลัง

ในขณะที่เด็กตัวน้อยคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามอง

มือเล็กๆเอื้อมมาเหมือนกับจะร้องขออะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกชักกลับไปทันทีที่เห็นหญิงสาวคนนั้นปรายตามามอง

ดวงตาสีแดงฉานราบเรียบ...

เพราะมันไม่อาจจะแสดงความรู้สึกได้

 

ประหนึ่งตุ๊กตา...

 

....ที่มีเพียงใบหน้าเดียวเท่านั้น

 

ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง....ว่าเจ้าจะมีหน้าที่อะไรบ้าง

 

มันคงเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ

แต่นั่นคือหน้าที่ของข้าที่จะต้องเอาเจ้าไปส่งยังหอคอยที่สูงส่งและสวยงามแห่งนั้นตามคำสั่งของเหล่าจักรพรรดินั่น...

 

ข้ารู้ดี...

ความสวยงาม

 

ช่วยปลอบประโลมความอ้างว้างมิได้หรอก

 

.....ฟังนะ เวียร่า

 

เรื่องนี้อาจจะทำใจยากที่จะยอมรับ...

 

...เพราะมันทรมานสุดแสนจะบรรยาย

 

แต่ข้าก็ต้องเล่าให้เจ้าฟังถึงตัวตนของเจ้า

 

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้านั่นโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่รู้สึก...

..เหมือนกับจะเป็นความมเพช...

 

และความสงสาร

 

เด็กน้อย...

....ผู้ร่วงหล่นจากนรกของจักรพรรดิแห่งกาลเวลา

 

 

“....หน้าที่ของเจ้า.....”

 

“คือการควบคุมแสงสว่างที่ใช้ในการนำทางในราตรี”

 

เป็นดวงจันทร์ที่สูงส่ง...

เป็นจันทราที่น่าหลงใหล...

 

เป็นประกายแสงที่แสนหยิ่งทรนงจนเดียวดาย

 

“...สิ่งนั้นที่ว่านั้น.....หมายถึงดวงจนทร์หรือดวงดาวหรือ?

โซริเลียพลันหัวเราะ

 

“ดวงจันทร์”

 

หากเป็นดวงดาวจะรายล้อมไปด้วยพวกพ้องมากมาย...

แต่ดวงจันทร์มีเพียงดวงเดียว

 

โดดเดี่ยวและแสนนทรนง

 

“.....ข้าต้องทำอะไรบ้างหรือ?

 

ที่นั่นหนาวไหม...

ที่นั่นน่ากลัวไหม...

 

แล้วข้าต้องอยู่คนเดียวหรือเปล่า

 

“....หน้าที่ของเจ้าแค่นั่นเฉยๆเท่านั้น นั่งเฉยๆบนยอดของหอคอยแห่งนั้นที่จะแปรเปลี่ยนอำนาจของเจ้ากลายเป็นแสงสว่างเหมือนกัดวงจันทร์”

โซริเลียว่าออกมาอย่างนุ่มนวล

“....เมื่อถึงเวลาช่วงหนึ่ง เมื่อยามที่ อำนาจของเจ้าหมดลง แสงสว่างของดวงจันทร์ก็จะหายไป.....”

 “....แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นหรือ”

 

สูญเสียอำนาจงั้นหรือ...

...ข้าจะตายไหม

 

เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองด้วยดวงตาที่ไร้ซึ่งประกายเหมือนเดิมทั้งๆที่ภายในนั้นทั้งสับสนทั้งเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

แต่ปากมันกลับไม่คิดที่จะขยับออกถาม...

 

และแววตา...

ก็ไม่ได้สะท้อนประกายอะไรบอกออกไปเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้าเกดเจ้าหมดอำนาจเมื่อไหร่....”

 

“วันนั้นเจ้าจะได้พักหนึ่งวันล่ะ”

 

“เอ๊ะ?

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นแล้วมองด้วยดวงตางุนงงทันทีทันควัน แต่คนเบื้องหน้าคนนั้นกลับลูบหัวของเธอเล็กน้อยด้วยความอ่อนโยน

 มือเรียวสวยยื่นมา ก่อนที่จะจับมือเล็กๆของเวียร่าเอาไว้ แล้วก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้าเหมือนกับจะพยายามพาไปยังที่บางที่

“....จันทร์มืดไง เจ้าจะได้พักวันนั้นหนึ่งวันเต็มๆเลย เพราะงั้นเจ้าก็จงนอนเพื่อฟื้นพลังของตัวเองให้เต็มที่เถอะนะ”

“...?

เด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจเอาไว้อย่างชัดเจน

“....แล้วก็ เวลาอยู่ที่ที่แห่งนั้น ระวังหมาป่าจันทราเอาไว้ด้วย เจ้านั่นมันจะเล่นงานเจ้าและชิงพลังของเจ้าไปเรื่อยๆ”

“.....?

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นเหมือนกับจาะถาว่าทำไม แต่โซริเลียก็ได้แต่ยิ้มอย่างเหนื่อยๆตอบกลับไปเท่านั้น....

“เจ้านั่นต้องการพลังของเทพจันทราน่ะ....”

“ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเพื่ออะไร”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นเม้มริมฝีปากของตัวเองก่อนที่จะเอนหน้าหนี ซึ่งดูแล้วเป็นการโกหกที่ไร้ซึ่งความแนบเนียนสิ้นดี

“.....เดี๋ยวเจ้าก็ได้รู้”

จักรพรรดินีสาวคนนั้นลูบเส้นผมสีเหลืองทองของเธอด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าต่ออีกครั้ง

“......หมาป่า....จันทรา”

 

หมายความว่าข้าจะไม่ได้อยู่ที่นั่นเงียบๆคนเดียวสินะ...

 

“เขาไม่ใช่เพื่อนเจ้าหรอกนะ”

“แต่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจเลยล่ะ”

จักรพรรดินีสีขาวเทาคนนั้นเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสยีงราบเรียบเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กสาวคนนั้นที่เหมือนกับกำลังจะดีใจ

เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย

แต่เธอก็สามารถรู้สึกได้เป็นอย่างดี

ดวงตาสีแดงคู่สวยของจักรพรรดินีที่เหมือนกับตุ๊กตานั้นสะดุดเล็กน้อยเมื่อมองไปยังหลังของอีกฝ่ายที่มีไออะไรบางอย่างบางๆอยู่

เธอหยุดปลายเท้าของตัวเองลง

ก่อนที่จะคุกเข่าลงตรงเบื้องหน้าของเด็กสาว ทำให้เด็กสาวคนนั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสีหน้าแปลกใจ

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นลูบหัวของเวียร่าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วมองรอยขาดของเสื้อบนหลังของเด็กสาวตัวน้อยนั่น

มองรอยที่เหมือนกับแผลที่ยังไม่หายสนิท

ก่อนที่ดวงตาสีแดงจะปรือปิดลง

 

”พวกเขาเด็ดปีกเจ้าออกหรือ?

 

รอยนี้....

เป็นรอยเล็กสักเอาไว้แทนปีกอีกสี่ข้าง

 

เหมือนกับรอยแผลเป็น

 

เด็กสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองพี่ตัวเอง ก่อนที่จะค่อยๆพยักหน้าลงด้วยท่าทีราบเรียบเหมือนเดิม...

“.....ข้าไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่รู้ตัวอีกที ปีกของข้าก็กองอยู่กับพื้น”

 

ไม่รู้สึกว่าเจ็บ...

...เหมือนกับโดนใส่ยาชาเอาไว้

 

“....ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทึ้งปีกของข้าทิ้งเพื่ออะไร”

ดวงตาสีแดงกลมโตคู่สวยของเด็กสาวคนนั้นเงยขึ้นมาแล้วจ้องสบกับเนตรสีเดียวกันของอีกฝ่ายด้วยประกายที่ว่างเปล่า

เหมือนกับกำลังถามกลับ

 

“....ใครทึ้งปีกเจ้า?

 

โซริเลียจ้องดวงตาของเด็กสาวคนนั้นก่อนที่จะถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งเวียร่าก็เอียงคอเล็กน้อย

 

“สีดำ”

 

เด็กสาวคนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทันทีทันควัน ด้วยความที่เธอไม่รู้นามของอีกฝ่ายเลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นชื่ออะไร

หากคนหนึ่งเป็นสีขาว....

....อีกคนนั้นก็เป็นสีดำ

 

คนที่น่ากลัวจนนน่าขนลุก

 

?

 

....สีดำ?

 

“คนที่มีสีดำ....คนที่มืดมัวคนนั้นทึ้งปีกของข้า เขาเหยียบแล้วก็ขยี้ปีกของข้าจนไม่มีชิ้นดี....เหมือนกับอยากจะลบอีกของข้าให้หายไปจากโลกนี้”

เด็กสาวตัวน้อยๆคนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวออกมาอย่างเฉยชา เหมือนกับคนที่ถูกทึ้งปีกที่น่าจะสำคัญทิ้งนั้นไม่ใช่ตัวเอง

 

“.....ลบ....?

 

แล้วเหลือปีกพรรคนี้เอาไว้แทนนี่นะ....

 

โซริเลียครางออกมาแล้วมองปีกที่เหมือนกับม่านเวทมนตร์บางๆซึ่งถึงจะสะบัดได้จริงแต่ก็คงทำให้ร่างนี้บินไม่ได้

มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย

นอกจากสะบัดอยู่ที่กลางหลังของเด็กสาวคนนั้นดั่งแพรพรรณโปร่งแสง

“....ปีกนี้มันประหลาด....ข้าก็ไม่เข้าใจว่าเขาเหลือมันเอาไว้ทำไม”

เวียร่ามองปีกของตัวเองก่อนที่จะสะบัดเบาๆครั้งหน่งแล้วทำให้มันแปรเปลี่ยนกลายเป็นปีกที่เหมือนกับปีกขนนก

เหมือนกับปีกทั่วๆไป...

ปีกที่ไม่ใช่ไอหมอกเหมือนเดิม

 

“นี่คือลักษณ์จริงของปีกเจ้าหรือ?

“....”

เด็กสาวตนั้นส่ายหน้า ก่อนที่จะสะบัดปีกอีกครั้งจนทำให้มันกลายเปลี่ยนกลับไอหมอกเหมือนเดิมอีกคราหนึ่ง

“ของจริงเป็นไอหมอก....บินไม่ได้”

 

แม้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นปีกขนนกที่สามารถบินได้

 

แต่นั่นก็ไม่ใช่ลักษณ์จริงของปีกข้าแล้ว

 

“ปีกจริงที่ทำให้ข้าบินได้นั้นโดนคนสีดำคนนั้นฉีกทิ้งไปจนหมดแล้ว”

 

 

“......งั้นหรือ”

โซริเลียครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับเข้าใจ ก่อนที่จะค่อยๆแตะลงไปบนปีกที่เหมือนกับไอเวทมนตร์นั่น

ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะพลันเบิกกว้าง

 

เมื่อเหมือนกับนึกถึงอะไรบางอย่างที่แสนสำคัญออก....

...ถ้อยคำที่น่าระคายใบหู

 

กับคำสาปแช่งที่ลั่นตลอดมา...

 

“อ่า.....”

 

ข้า....

เข้าใจแล้วว่าทำไม

 

โซริเลียดึงร่างของเด็กคนนั้นเข้ามากอดแน่นอีกครั้งหนึ่งทำเอาเวียร่าได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยเนตรซึ่งว่างเปล่าเหมือนเดิม

มีแต่ความไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำอะไร

และทำเพื่ออะไร

 

เหมือนกับตัวเธอไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกของคนได้

 

“......คนสีดำคนนั้น เจ้าเห็นหน้าท่านเขาไหม”

 

เขาน่ากลัว....

....หรือว่าเขาใจดี

 

เด็กน้อยผมสีทองหลับตาลงเล็กน้อย แล้วนึกถึงร่างสีดำสนิทที่เธอกลัวแม้กระทั่งจะสบตากับอีกฝ่าย...

ทั้งๆที่จิตใจเธอไม่เคยรู้สึกอะไรแท้ๆ

 

“เขาน่ากลัว....แต่เขาก็ดูเศร้า”

 

ข้าไม่รู้...

....แต่เหมือนกับเขาพยายามอดทนเพื่ออะไรบางอย่าง

 

“เขาถามชื่อข้า เขาให้นามสกุลกับข้า แล้วก็อวยพรให้ข้า....”

 

ข้าไม่เข้าใจในความหมายที่เขาทำ...

....เขาทำเพื่ออะไร

 

“....พี่โซริเลีย”

 

ข้าไม่รู้จักท่าน...

...แต่ก็เหมือนกับรู้จักท่านมานาน

 

เหมือนกับที่ข้ารู้สึกว่าแสงสีดำนั้นไม่ใช่คนห่างไกลของข้า

 

พรที่ให้ข้านั้น มันเป็นคำสาปหรืว่าความโชคดีกัน”

เด็กสาวตัวน้อเงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงสงสัยอย่างไร้เดียงสา ซื่อบริสุทธิ์จนเหมือนกับไม่เคยรู้ในสิ่งใด

ใช่

แม้กระทั่งความรู้สึกใดๆเธอก็ไม่เคยรู้สึก...

“.... พรของเจ้า คงไม่ต่างกับข้าเท่าไหร่นัก แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกว่า พรข้อนั้นมันคืออะไร.... แต่ข้าเชื่อว่ามันจะมีประโยชน์กับเจ้า”

 

ข้าได้รับการอวยพร...

...ให้เป็นบุคคลมีชีวิตแต่ก็ไร้ชีวิต

 

มีร่างกายที่เหมือนกับวิญญาณและสามารถบงการวิญญาณได้ตามใจชอบ

 

ดวงตาสีแดงปรือปิดลง

 

นั่นคือพรของข้า...

....ที่ได้รับมาจากแสงสีขาวที่แสนหยิ่งทรนงนั่น

 

เจ้าก็คงเหมือนกันใช่ไหม?

 

“แม้ว่าเจ้านั่นมันจะเป็นคนเลวร้าย แต่สมองและการมองอนาคตของมันก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ....จากที่ข้ารู้มา”

“พวกเขาสองคนนั้นทำอะไรมีเหตุผลเสมอ”

 

แม้ว่าเหตุผลนั้น...

จะเป้นสิ่งที่เหยียบเอาไว้จนไม่ยอมเปิดเผยต่อใครก็ตาม

 

“ดีแล้ว....ที่เขาเด็ดปีกของเจ้าทิ้ง”

 

เจ้าช่างโชคดี....

เพราะคนที่ฉีกปีกของข้าทิ้งนั้น เป็นคนสีขาวคนนั้น

 

ตุ๊กตาสีขาวที่ทำตามกฎและคำสั่งอย่างเคร่งครัด

 

และเป็นตรวนให้คนสีดำคนนั้นขยับตาม

 

เหมือนดั่งเงาที่จะต้องเต้นไปตามแสง

 

“...โชคดีแล้วที่เขาดึงปีกของข้าออก”

 

นกปีกหักสมควรอยู่ในกรง....

 

เพราะหากโบยบิน

มันก็จะกลายเป็นเหยื่อ

 

พวกท่านปกป้องพวกเราด้วยวิธีนี้หรือ....?

 

จักรพรรดินีสีขาวเทาคนนั้นซบใบหน้าลงกับไหล่ของเด็กสาวเบื้องหน้าของตัวเองเหมือนกับจะไขว่หาที่พักพิง

ก่อนที่จะเหยียดหัวเราะออกมาอย่างสมเพช

น่าตลกเหลือเกิน

 

จักรพรรดิปากแข็งเหล่านั้น

 

กฎนั้นได้บอกว่าคนที่ไร้ปีกสมควรถูกกักขังเอาไว้

ท่านถึงได้เด็ดปีกของเราออก...

 

เพื่อให้เราถูกกักขัง แทนการถูกฆ่า

 

“....ท่านเลือก.....ที่จไม่ฆ่าเราทิ้ง”

 

เพราะนกที่เสียงหนวกหูนั้น....สมควรถูกกรีดคอ

 

อำนาจที่ไม่ใช่อำนาจที่สวยงามที่ท่านต้องการ...

...ก็สมควรทำลายทิ้ง

 

ก่อนที่มันจะมาทำให้อำนาจสวยงามที่แท้จริงหม่นหมอง

 

“....”

เวียร่ามองพี่สาวของตัวเองด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่าเหมือนเดิม ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาแล้วกอดร่างนั้นตอบกลับไป

ไม่รู้ว่าทำไม...

แต่เธอคิดว่าเธอสมควรทำแบบนี้

ซึ่งจักรพรรดินีคนนั้นก็กอดตอบกลับมาแน่นมากกว่าเดิมจนทำให้รู้สึกอึดอัด....

 

...แต่ก็สบายใจ

และก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นด้วย

“บัดนี้....ข้าเข้าใจแล้ว”

 

เวลาที่ผ่านมาข้านั่งสาปแช่งท่าน

แต่ข้าไม่เคยมองย้อนเลยว่าทำไม

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน...

....ที่ข้าแปรเปลีย่นความสับสนกลายเป็นความโกรธแค้น

 

 

“....ข้าขอโทษ....ท่าน....หัว...หน้า”

 

ท่านใช้วิธีนี้ปกป้องพวกเรา...

 

เพื่อให้พวกเราได้รับโทษที่เบาลง...

เพื่ออะไร....

 

“.....”

เวียร่าเหลือบสายตาขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาราบเรียบที่ไม่ได้สะท้อนแม้ประกายของความแปลกใจ

แม้ว่าในใจลึกๆนั้นจะทั้งกังวล

แม้ว่าลึกเข้าไปนั้นจะกระวนกระวายว่าควรจะทำอย่างไรดี...

 

เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

 

“พี่จะ....ขอโทษเขาทำไมหรือ”

เด็กน้อยคนนั้นค่อยๆดึงร่างของพี่สาวตัวเองออกแล้วกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยมือเล็กๆของตัวเองแน่น

“เดี๋ยวซักวันเจ้าจะรู้....”

 

คนๆนั้นพยายามอย่างเต็มที่

รับผิดชอบอย่างที่สมกับเป็นหัวหน้าสูงสุด...

 

แม้จะรู้อยู่เต็มใจ

 

ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องเกลียดท่านอยู่ดี...

 

มือเรียวนั่นค่อยๆแตะลงบนศีรษะของเด็กน้อย ก่อนที่จะลูบไปตามเส้นผมสีเหลืองทองนั้นอย่างเบามืออีกครั้ง

แล้วร่างสูงนั้นก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้น

 

“....ข้าทำได้แค่ขอโทษเขา”

 

แม้ว่าเสียงขอโทษจะส่งไปไม่ถึง...

แต่หวังว่ามันจะช่วยลบเลือนคำสาปแช่งนานานั้นได้

 

ในตอนนี้ข้ารับรู้แล้ว...

...ว่าท่านพยายามเพื่อพวกเรามากท่สุดเท่าที่จะมากได้

 

จนถึงขนาดยอมเป็นยักษ์ร้ายในสายตาของพวกเรา

 

“....ข้าไม่เข้าใจ”

เวียร่าครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วถอนหายใจยาวออกมาโดยที่ยังคงท่าทีแบบเดิม

“พี่โซริเลีย....พี่ฟาว์อยู่ที่ไหนหรือ?

แล้วเด็กน้อยที่เพิ่งนึกอะไรบางอย่างออกนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาถามพี่คนโตในสามพี่น้อง แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่ยิ้มให้

“ซักวันคงได้เจอ”

มือเรียว จับมือเล็กๆนั้นเอาไว้แน่น

“ซักวัน?

โซริเลียเพียงยิ้มตอบรับ

ด้วยดวงตาเศร้าสร้อย

 

ด้วยเนตรที่เปี่ยมไปด้วยความเวทนา

 

“ใช่ ซักวัน คงไม่นานหรอก....”

 

เหยี่ยวสีขาวตนนั้นต้องวกกลับมายังดินแดนนี้อีกครั้งแน่นอน...

 

พร้อมกับเด็กตาสีแดงที่ถูกทิ้ง

 

 

ยังดินแดนที่พวกเขาเรียกว่า สวรรค์แห่งนี้

 

จักรพรรดินีคนนั้นค่อยๆปรือดวงตาของตัวเองปิดลงอย่างช้าๆเหมือนกับกำลังเตรียมใจ ก่อนที่จะพาร่างของน้องสาวตัวเองเดินออกไปเบื้องหน้า

บนทุ่งห็ญาที่รายล้อมด้วยดอกไม้จนสุดสายตา

 

“....เวียร่า”

 

หลังจากที่เงียบเสียงมานาน

นำเสียงหวานใสก็ได้ลั่นขึ้นจนทำให้เวียร่าสะดุ้งน้อยๆด้วยความตกใจ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายแล้วเอียงคอ

ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงยิ้มให้

 

“ข้าจะให้สัตว์เลี้ยงเจ้าสองตัว”

 

“มาเลือกก่อนที่จะไปเป็นเทพธิดาจันทราแห่งหอคอยที่สูงส่งนั่นสิ”

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเทาคนนั้นเพียงว่าออกมาอย่างนุ่มนวลแล้วจ้องมองดวงตาสีแดงของเด็กสาวคนนั้น

“....ว่าไง?

เวียร่าจ้องมองกลับไป ก่อนที่จะค่อยๆก้มหน้าลงเหมือนกับพยายามครุ่นคิด เธอคางด้วยน้ำเสียงขุ่นๆอยู่หลายครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพลางยิ้มกว้าง

“ข้าอยากได้แมวตัวเล็กๆสองตัว....มันคงจะน่ารักมาก”

 

ตัวที่พูดจ้อๆ...

และชาญฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าข้าคิดอะไรอยู่

 

ราวกับรู้ว่าน้องสาวของตนคิดสิ่งใดอยู่

โซริเลียพลันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะพาเดินไปเบื้องหน้าที่ปลายทางนั้นคือปราสาทที่แสนสวยงาม

ปราสาทที่อยู่ห่างออกไป

 

“ได้ไหม....ข้าอยากได้แมว”

เวียร่าเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วร้องอ้อนขอออกมาเหมือนกับเด็กๆ แม้ว่าหน้าตาที่ราบเรียบจนเหมือนกับไร้ความรู้สึกนั้นจะทำให้โซริเลียมองตอบกลับมาอย่างหนักใจ

แต่เธอก็พ่นลมหายใจยาว

 

แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

 

กับความสนุกเล็กๆที่เลือนหายไปได้ง่ายยิ่งกว่าภาพมายา...

 

เพราะเพียงไม่นาน

 

 

พวกเธอก็ต้องจากกันแล้ว

 

โซริเลียหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะค่ยๆลูบเส้นผมสีเหลืองทองของเด็กน้อยเบื้องหน้านั่นด้วยความเอ็นดู

 

“ข้าจะพยายามหาให้เจ้านะ”

 

เพราะหน้าที่ของข้าคือการเอาเจ้าไปส่งยังหอคอยที่เป็นขุมนรก

ทำแบบนี้....

....เหมือนกับที่ท่านผู้นั้นเคยทำกับข้า

 

และข้าก็สบถด่าเขาเสมอมา

 

แต่...

 

 

ข้าจะพยายามในฐานะพี่ให้ได้มากที่สุด...

 

 

 

เผื่อว่าเจ้าจะยิ้มได้มากกว่าข้าเพียงซักนิด...

 

แค่นั้นก็พอแล้ว...

 

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

โซริเลีย โซเรล่า อีกชื่อหนึ่งคือจักรพรรดินีโลกวิญญาณน่ะก่ะ= =v อาศัยได้แต่ในโลกวิญญาณ

ปล. ท่านๆก๊ะ ถ้าเกิดเรื่องนี้เม้นขึ้นถึง 1000 เม้น ก่อนกลางเดือน 6 ....ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะเพิ่มของพรีเมี่ยนลงในชุดFMRอีกหนึ่งอย่างนะก๊ะ = =v!!

ช่วยกันเม้หน่อยก่า มันเงียบเหงาTT TT

ปล. ถ้าเกิด%ตรงหัวด้านบนหายไป แสดงว่าครบ 100% นะก๊ะ

913 ความคิดเห็น

  1. #386 สายหมอกราตรี (@gun1234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 12:58

    ปวดตาแล้ว อะ

    #386
    0
  2. #385 Angell3lood (@ku_jenny) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 09:04
    ปล. ท่านๆก๊ะ ถ้าเกิดเรื่องนี้เม้นขึ้นถึง 1000 เม้น ก่อนกลางเดือน 6 ....ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะเพิ่มของพรีเมี่ยนลงในชุดFMRอีกหนึ่งอย่างนะก๊ะ = =v!!


    กลางเดือนหก=[]=

    เม้นทุกตอน55คนก็ได้แล้ว=w=b
    #385
    0
  3. #384 [Z]e[L]es (@jennet) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 17:14
    ปล. ท่านๆก๊ะ ถ้าเกิดเรื่องนี้เม้นขึ้นถึง 1000 เม้น ก่อนกลางเดือน 6 ....ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะเพิ่มของพรีเมี่ยนลงในชุดFMRอีกหนึ่งอย่างนะก๊ะ = =v!!


    มันคงจะถึงนะท่าน จาก100 ไป1000
      -.-
    #384
    0
  4. #383 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2552 / 00:10
    อ่า สีดำ

    ถ้าตอนนี้ที่เวียร่าอยู่กับคอรัล แล้วโซลิเรียจะอยู่ีท่ไหนคะ?
    #383
    0
  5. #382 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 เมษายน 2552 / 20:32
    อัพด่วนอ่า เรื่องนี้อยากอ่าน โอ๊ะ หันไปมองทางลูเช่ โอ้ อยากอ่านต่อสุดๆชนิดที่ว่า ไม่ได้อ่านภายใน3วันจะลงแดงตาย มาอัพพเร็วๆนะ โดนเฉพาะของคอรัลกะลูเช่ กำลังอิน
    #382
    0