"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 25 : Alone Fairy’s smile 7 I promise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 เม.ย. 52

/> /> />

Alone Fairy’s smile 7 : I promise

 

เพื่อของที่ตัวเองรักแล้ว....

ข้าทำได้ทุกอย่าง

 

ไม่สิ...ต้องบอกว่าเพื่อความสุขของข้ามากกว่า

 

เพราะข้าสุขที่จะได้เห็นสิ่งๆนั้นมีความสุข ไม่ว่าจะบนความทุกข์ใครใครก็ตาม

 

“....ถึงจะบอกอย่างนั้นก็เถอะนะ....”

 

ข้าไม่มีความกล้ามากขนาดเผฃิญยหน้าตรงๆหรอก...

หมาป่าจันทราเอ๋ย...

 

.....ไว้ซักวันที่ข้าพร้อมข้าจะบอกเจ้านั่น

 

“หรือบางที....”

ดวงตาสีแดงปรือปิดลง

 

“อาจจะเป็นวันที่ข้าไม่มีอะไรให้เสียแล้วก็เป็นได้”

 

คอรัลหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยประกายของความประชดประชันอย่างชัดเจน ก่อนที่จะจ้องมองเบื้องหน้าตัวเอง

บานประตูไม้สีน้ำตาลที่แกะสลักอย่างสวยงามปิดสนิทอยู่...

ภายในบ้านหลังนั้นเงียบเชียบเหมือนเคย ราวกับจะบอกว่าเจ้าของของมันยังไม่ได้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา....

หรือบางทีอาจจะบอกว่าเพิ่งเข้านอนไปก็ได้

เพราะหมาจิ้งจอกบางตนก็หากินช่วงตอนกลางคืน แต่บางตนก็หากินในช่วงเช้า แล้วแต่แตกต่างกันออกไป...

จิ้งจอกทองหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเหมือนกับรู้สึกถึงกลิ่นไอของใครบางคนใกล้ๆนี้แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยอยากจะคิดมากเท่าไหร่นักว่าเป็นใครเพราะตอนนี้เขามีเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จอยู่

“.....”

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆใช้ปลายนิ้วดันบานประตูที่ปิดล็อกสนิทตามคาดของตัวเอง ก่อนที่จะหลับตาลงแล้วไขกุญแจบ้านนี้ด้วยเวทมนตร์

คอรัลก้าวเท้าเข้าไปในบ้านที่ที่ตัวเองเคยอาศัยอยู่ด้วยท่าทีราบเรียบและพยายามทำให้มันเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้

ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองรอบด้านที่เหมือนเดิม

สะอาดสะอ้าน เรียบร้อยเป็นระเบียบ นั่นก็คงเป็นเพราะว่าเจ้าของบ้านนั้นคอยดูแลอย่างดีเสมอๆชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เคยละเลย

ก็สมกับที่ป็นหมอนั่นแหละนะ

....คนที่สมควรรักสะอาดมากกว่าใคร

ตามทางเดินต่างๆนั้นปูด้วยพรมที่เขาเห็นมาจนคุ้นตาตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมานี้ ทางเดินและเส้นทางทั้งหมดในบ้านที่แม้ว่าจะไม่ใหญ่มากมายแต่ก็ค่อนข้างหรูมากถ้าเกิดเทียบกับบ้านของพวกมนุษย์ทั่วๆไป

“....คิก”

คอรัลหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลเม่อเห็นกระต่ายสีขาวๆที่สะบัดปลายหูแล้วเงยหน้าขึ้นเมื่อตัวเองเดินเข้ามา ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนต่อ

กระต่ายมากมาตามทางเดิน...

กระต่ายของเขา

 

“คงต้องเอาไปด้วยสินะ.....”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมา พลางนึกถึงบรรดากระต่ามากมายเหล่านี้ที่ตัวเองเลี้ยงเอาไว้

ปล่อยไว้ก็เป็นภาระของเจ้าของบ้านแห่งนี้เปล่าๆ

“.....”

คอรัลก้าวเท้าเดินเข้ามาเรื่อยๆกวาดสายตามองข้าวของมากมายที่เป็นของจิ้งจอกดาราตนนั้นโดยที่ไม่มีชิ้นไหนที่เป็นของตัวเองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว...

ไม่มีเลย

ทุกอย่างที่เขามีนั้น ล้วนได้มาจากจิ้งจอกดาราตนนี้ทั้งนั้น

 

คิดแล้วก็ยิ่งเจ็บ...

คนๆนี้ให้เขามามากมาย

 

แต่เขากลับไม่เคยสังเกตเลยซักครั้ง

 

ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองบานประตูไม้สีน้ำตาลที่หยู่ลึกสุดในปลายทางเดินที่ดูเหมือนกับจะบอกว่าที่นี่คือที่ไหน

ใช่...

ห้องนอนของเจ้าของบ้านแห่งนี้

เจ้าของเรือนผมสีทองยาวคนนั้นหลับตาลงเหมือนกับจะเตรียมใจ เงี่ยใบหูฟังดูว่าร่างนั้นตื่นแล้วหรือยัง....

และพอมั่นใจว่ายังคงหลับอยู่

เขาค่อยๆแง้มบานประตูเข้าไปอย่างช้าๆด้วยความพยายมทจะทำให้มันเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ดวงตาสีแดงกวาดมองเข้าไปในห้องมืดสนิทที่ท่แสงสว่างส่องเข้ามาไม่ถึงแห่งนี้

บรรยากาศห้องเย็นเชียบเหมือนเคย...

คงเพราะอีกฝ่ายลงเวทมนตร์สร้างน้ำแข็งขึ้นโดยรอบๆห้องนั่นแหละ เลยทำให้อากาศในห้องค่อนข้างเย็น

จิ้งจอกทองหนุ่มมองไปยังร่างสีขาวที่นอนซุกในผ้าห่มหนาๆกับหมอนแน่น ดูแล้วเหมือนกับประชดพิกล ทั้งๆที่ทำให้อากาศในห้องหนาวขนาดนี้แต่กลับห่มผ้าห่มซะหนา...

ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเสมอกันบ่งบอกว่าร่างนั้นกำลังหลับอยู่ และจากการที่เขาเข้ามาถึงขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตัวก็บอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าอีกฝ่ายหลับลึกแค่ไหน

คอรัลก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างนั้นที่นอนอยู่

ลบเลือนกลิ่นไอทั้งหมดของตัวเองให้หายไป หยุดลมหายใจเพียงชั่วครู่แล้วก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆร่างนั้นมากขึ้น

มองใบหน้าที่ซบอยู่กับหมอน ดวงตาที่เป็นสีแดงที่ใต้ตาหน่อยๆแต่ดูเหมือนว่าจิ้งจอกทองตนนั้นจะสังเกตไม่ทัน

 

“ลูเช่....”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะค่อยๆทรุดกายลงตรงข้างๆเตียงอย่างช้าๆ มือเรียวกำแน่นจนสั่นระริก...

อยากจะปลุกขึ้นมา

....แต่กลับไม่กล้า

 

เพราะเขากลัวที่จะได้ยินคำว่า เกลียดอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม

 

ปลายนิ้วเรียวของมือข้างที่ถือดอกไม้สีแดงเอาไว้เกลี่ยเส้นผมออกอย่างช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆไล้มาตามแก้มของจิ้งจอกดาราตนนั้น

น่าแปลกเหมือนกันที่อีกฝ่ายไม่ระวังตัวมาถึงเพียงนี้

 

“ข้าจะพยายามทุกวิถีทาง....เพื่อให้เจ้าได้ขึ้นมายืนเคียงข้างข้า.....อีกครั้ง”

 

ไม่ว่าจะกราบอ้อนวอนต่อนรก...

หรือต้องโน้มหัวให้กับพระเจ้าที่ไม่เคยไยดีใคร

 

จิ้งจอกสีทองตนนั้นก้มหน้าของตัวเองลงแล้วกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น ก่อนที่จะวางดอกไม้สีแดงที่ตัวเองไปหามาอย่างยากลำบากนั่นลงอย่างช้ๆ

ดอกไม้สีแดงที่มีกลิ่นหอม มีกลีบสีเข้มสดสวยงามเรียงสลับซับซ้อนเหมือนกับจะซ่อนอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านในเอาไว้

ดอกไม้ที่มีความหมายลึกซึ้งแต่เรียบง่าย...

 

...แทนคำพูดที่ไม่กล้าปริปากบอกออกไป

 

มือเรียวที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากหนามของดอกไม้ซึ่งหาจับได้ยากนั่นลูบเส้นผมของร่างนั้นเบาๆ พยายามให้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

“....พอวันนั้นมาถึง....”

ดวงตาสีแดงฉานปรือปิดลง

 

“ข้าจะบอกความจริงกับเจ้า”

 

ว่าข้า.....ชอบเจ้ามากแค่ไหน

 

แม้ว่าเจ้าจะปฏิเสธกลับมาก็ตามที

 

คอรัลโน้มใบหน้าของตัวเองลงแล้วแนบริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนที่จะผละออกมาช้าๆ...

ดวงตาสีแดงทอดมองร่างที่ยังคงหลับสนิทด้วยเนตรที่เป็นประกายซึ่งสะท้อนถึงความโหยหาและอ้างว้าง

“....ข้าต้องไปแล้วลูเช่....”

หมาจิ้งจอกสีทองตนนั้นเอามือยันกับพื้นก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ มองร่างที่หลับลึกเหมือนกับเพลียจากอะไรบางอย่าง

 

“ข้าจะกลับมา.....กลับมาหาเจ้าอีกอย่างแน่นอน”

 

แม้ว่าเจ้าที่เคยปัดมือของข้าออกเต็มแรงจะไม่ต้อนรับข้าอีก...

ข้าก็จะกลับมา

 

คอรัลทำได้เพียงกัดฟัน หมุนตัวกลับออกมาอย่างเงียบเชียบโดยที่พยายามไม่มองร่างนั้นซ้ำสองเพื่อตัดใจอย่างจริงจัง...

เขาจะต้องไป

ไปตามที่อีกฝ่ายไล่ให้เขาไป...

และเขาจะต้องทำให้ได้ดีที่สุด...

 

เพื่อให้จิ้งจอกดาราตนนี้ได้ก้าวเท้าขึ้นมายืนในตำแหน่งเดียวกันกับเขา

 

ดวงตาสีแดงที่สะท้อนประกายปวดร้าวปรือปิดลงพร้อมๆกับมือเรียวที่กำแน่นจนสั่นระริกเพื่อสะกดความรู้สึกของตัวเอง

ก่อนที่ขายาวๆจะก้าวเท้าออกไป...

 

โดยไม่หวนสายตากลับมามองอีกครั้ง

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“....อือ..?

เสียงครางแผ่วๆที่เต็มไปด้วยความงัวเงียลั่นออกมาจากลำคอของร่างที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆ ก่อนที่เจ้าของเสียงครางจะสั่นหัวแรงๆเพื่อไล่ความมึนงง

ใบหูเรียวสีขาวเงินบิดไปด้านหลังเล็กน้อย....

มือเรียวสัมผัสได้ถึงสัมผัสชื้นๆตรงหมอนของตัวเองที่ไม่ต้องบอกว่าคืออะไร บวกกับตรงหางตาที่ยังคงเย็นๆอยู่หน่อย...

คิดแล้ว...

ประกายของดวงตาสีเหลืองทองนั่นก็หม่นยิ่งกว่าเดิมทันที...

 

“......หลับไปตอนไหนกันนะ”

 

ลูเช่ครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะแตะที่ใต้ตาของตัวเองที่ไม่ต้องบอกว่ายังคงเหลือน้ำตาอยู่หน่อยๆใต้ตาของแดงช้ำนิดๆ....

ก็เขาร้องไห้ทั้งคืนเลยนี่นะ....

กว่าจะหลับก็ตอนพระอาทิตย์ขึ้น

 

ดูแล้วอย่างกับคนบ้าแท้ๆ...

 

?

ใบหูเรียวกระดิกเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาจะเลื่อนไปมองดอกไม้สีแดงที่วางเอาไว้บนที่นอนของตัวเอง กลิ่นไอที่เหลืออยู่อย่างเบาบางเหมือนกับจะช่วยบอกว่าคนที่เอามาวางนั้นเป็นใคร...

แต่มันจะไปสำคัญอะไร...

 

....ถ้าเกิดคนที่วางนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่

 

 

ไม่ได้อยู่ข้างเขาเหมือนเคย...

 

มือเรียวของจิ้งจอกดาราค่อยๆเอื้อมออกไปก่อนที่จะคว้าดอกไม้สีแดงแล้วสูดดมกลิ่นที่แสนหมหวานนั่น....

กอดเอาไว้แน่นด้วยความทะนุถนอม

ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่อยากให้มันหายไป

 

“.....เจ้าบ้...า...ทำไมไม่ปลุกข้าล่ะ”

 

ถ้าเกิดมา...

....ทั้งๆที่ต่อจากนี้จะหาโอกาสเจอกันง่ายๆเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ

 

ลูเช่กัดริมฝีปากของตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง แต่ร่างกายนั่นกลับสั่นระริกและซ่อตรงต่อความเจ็บปวดจากก้นบึ้งของจิตใจ

น้ำตาที่แห้งไปแล้วค่อยๆรินออกมาจากหางตา

หยดลงบนกลีบดอกไม้สีแดงดอกนั้น...

 

...กุหลาบ...

 

“.....ทำไม.....ไม่ปลุกข้า ซักนิด.....”

ร่างของจิ้งจอกสีขาวเทาตนนั้นค่อยๆงอลงพร้อมๆกับกอดดอกไม้ในมือเอาไว้แน่นราวกับจะใช้มันเป็นตัวแทนของอะไรบางอย่าง

นกที่เขานำออกมาจากป่าที่มืดมิด

นกที่เขาผลักไสออกไปเอง

“......”

ลูเช่กัดริมฝีปากของตัวเองแน่นแล้วพยายามท่องคำว่าสะกดอารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปลายนิ้วเรียวปาดน้ำตาที่ใต้หางตาของตัวเอง

เขาร้องไห้มานานมากเกินไปแล้ว

ดูอดสูมากเสียจนไม่อยากจะเล่าให้ใครฟัง...

 

ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตายเสียหน่อย...

 

แต่ลางสังหรณ์มันบอกเขา....

ว่านกที่ปล่อยออกจากกรงไปแล้วจะไม่มีวันบินกลับมาอีก

 

เขากลัว...

เพียงแค่นั้น

 

กลัวเพียงแค่จะสูญเสียจิ้งจอกสีทองตนนั้นไป

 

แม้เขาจะรู้..

 

....ว่าอีกไม่นานสิ่งที่เขากลัวนั้นจะเคลื่อนเข้ามาถึง

 

“......มา....ก็ไม่บอกกล่าว....”

 

แล้วเอาดอกไม้พรรคนี้มาวางเอาไว้...

จะใช้ขอโทษหรือยังไง

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นข่มดวงตาของตัวเองลง วางดอกไม้สีแดงที่แสนงดงามเอาไว้ตรงเบื้องหน้าของตัวเอง

เขารู้จักดอกไม้ชนิดนี้ดี...

หนามของมันคือยาพิษ

 

นอกจากดอกและกลิ่นที่หอมหวานแล้วไม่มีสิ่งใดที่เป็นมิตรเลย

 

“.....แล้วนี่....เจ้าจะสื่ออะไร”

 

....จะด่าว่าข้าหรือไร....

กุหลาบป่าหายากที่เต็มไปด้วยพิษ....

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นมองดอกไม้เบื้องหน้าของัตวเอง ก่อนที่จะค่อยๆทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรงอีกครั้งหนึ่ง...

ดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของอีกฝ่าย...

 

เขาจะรักษามันเอาไว้...

....ตราบจนกว่ามันจะโรยรา

 

 

ตราบจนกว่ามันจะจากเขาไป เหมือนกับนกที่บินไปตัวนั้น

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

 เซอวิสคอรัล*ลูเช่ 1 ตอน= =

เอามาอ่านให้หงุดหงิดคู่นี้เล่น= =+++ โห่ว รัลๆน่ารัก


status
 AFS-story- 525/600 ใกล้จบแล้วว้อยยย= =v
 pic (ไกด์บุ๊ค+ภาพประกอบ) 15/30

913 ความคิดเห็น

  1. #446 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 / 02:11
    โฮกกกกกกก สุดยอดดดดดด กรี๊ดดด รัลๆ*เช่ น่ารักที่สุดเลย

    หุหุหุ แต่ในเมื่อรัลๆเค้าสัญญาแล้วว่าจะกลับมา นายก็ต้องเชื่อที่เค้าบอกนะเช่

    ว่าแต่ท่านมิแต่งใกล้จบแล้ว???? นั่นคือจำนวนหน้าหรืออะไรล่ะนั่น เยอะจัง
    แต่มันก็ของAFS นี่นะ ไม่ใช่ของFMR เรื่องนี้ก็ยังไม่จบๆง่ายๆงั้นสิ

    รอตอนต่อไปค่า ก่อนหน้านี้บ่นว่าว่าง ตอนนี้คงไม่ว่างเท่าไหร่เนาะ?

    ปล.1000!!!!!เม้นนนนนน!!!!!
    #446
    0
  2. #445 D_Eriz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 / 00:17
    /ยันถีบเปรี้ยงทั้งคู่!!!!/ ทำไมชาติที่แล้วไม่ทำบุญกันให้มากกว่านี้ยะ~~~~!!!!!!!! ขัดจ๊ายยยยยยยยยยย

    เจอให้มีสติพร้อมกันก็ไม่ได้!! มานั่งรันทดสวนทางกันอย่างนั้น!!!! ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก ทำไมชาติที่แล้วไม่ทำบุญพร้อมกันฮะ!!!! >______< ขัดใจ๊!!!!

    ภาษาดอกไม้ดอกเดียวยังอุตส่าห์แปลไม่ตรงกันได้อีก.......เจริญพรจริงๆทั้งคู่เลย แง่งๆๆๆ

    ปล.แอบนอกเรื่องหน่อย.....นั่นเฟิร์สคิสของเช่ป่าวน่ะ? ที่รัลๆขโมยไปน่ะ = =+.....หึๆๆ........
    #445
    0