"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 3 : Part 2 Master of silver fox

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 มี.ค. 52

Part 2 : Master of silver fox

 

คนชั้นต่ำน่ะ...ไม่มีทางเงยหน้า หรือย่างเท้าขึ้นมายังที่สูงได้หรอก

เพราะไม่ว่าอย่างไรสัตว์...ก็คือสัตว์อยู่วันจรดค่ำ

 

ก็ชาติกำเนิดนั้น

มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากตรวนที่พันธนาการมาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาหรอก

 

ตรวนที่มีแต่ฉุดให้จมลงไปในความมืดมิดยิ่งขึ้น

 

1 ใน 3 โลกที่เกิดขึ้นมาคู่ขนานกันพ้รอมๆกัน และดำเนินกันไปอย่างพร้อมเพรียง หากแต่ต่างกันอย่างสุดขั้น

โลกหนึ่งในนั้น..

คือ  การ์เดส

เป็นชื่อเรียกดินแดนที่เป็นที่อยู่ของบรรดาปิศาจ เป็นโลก เป็นมิติที่เกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพียงแต่รู้แต่ว่ามันเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาสิ่งมีชีวิตหลากหลายรูปแบบและบางทีก็รวมไปถึงสิ่งไม่มีชีวิต

อาศัยกันเป็นเผ่าพันธุ์

ตามดินแดนที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

ที่ต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บรรดาสิ่งมีชีวิตที่ปักหลักอยู่นั้นแตกต่างกันออกไป แต่ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนเท่าไหร่นักว่าเผ่าพันธุ์แบบไหนควรจะอยู่ตรงไหน

สะเปะสะปะ..

และเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

คนที่แข็งแกร่งที่สุดในการ์เดสนั้นจะกลายเป็นบุคคลที่เรียกว่า จักรพรรดิหมายถึงคนที่ปกครองด้วยอำนาจ คนที่ทำให้ทุกคนก้มหัวลงกราบด้วยความศรัทธา หรือว่าหวาดกลัว โดยที่สามารถผลักเปลียนได้เรื่อยๆหากมีใครสามาถสังหารคนๆนั้นลงมาได้

ปกครองทุกเผ่าพันธุ์

และชี้สั่งบรรดาคนเหล่านั้นด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องทำตามด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่ด้วยหน้าที่ที่ต้องทำ

และในดินแดนแห่งนี้ บรรดาเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอจะกลายเป็นเหยื่อของพวกที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ กลายเป็นของหยอกเล่นล่าเล่นเพื่อฆ่าเวลายามว่างโดยที่ทำอะไรไม่ได้....

เป็นสิ่งที่สมควรยอมรับได้ตั้งแต่เกิด

ว่าเหยื่อนั้น

ก็มีสิทธิเป็นได้แค่เหยื่อเท่านั้น

ถ้าเกิดแบ่งเผ่าพันธุ์ออกหลักๆแล้ว จะได้ออกมาเป็นสามประเภทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นั่นคือปิศาจ มนุษย์ และสัตว์ (ไม่รวมพวกพืชพรรณ เพราะพืชพรรณทั้งหมดนั้นรวมเป็นปิศาจ)

ไล่ลงมาเป็นชนชั้นปกครองกันและกันลงมา

ปิศาจนั้นมักจะเป็นชั้นสูงสุดเสมอ เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง เพรียบพร้อมไปด้วยอำนาจมหาศาลที่ไม่ว่าใครก็หลงใหล สามารถใช้เวทมนตร์ได้ และหลายต่อหลายชนิดก็ฉลาดกว่ามนุษย์ แต่ก็มีอีกหลายชนิดเช่นกันที่ฉลาดน้อยกว่ามนุษย์

ส่วนบรรดามนุษย์นั้น เป็นเหยื่อชั้นเลิศในสายตาของพวกปิศาจ มีความสามารถในการดำรงชีวิตและพลิกแพลงอะไรได้สูง เพราะต้องถูกล่าเสมอเลยมักจะคิดค้นอะไรออกมาเพื่อช่วยเหลือเอาตัวรอดได้ตลอดเวลา

เป็นเรื่องที่เป็นปริศนามาหลายต่อหลายหมื่ปีนแสนปี เพราะแม้ว่าเผ่าปิศาจทั้งหมดนั้นจะพยายามไล่ล่าพวกมนุษย์อย่างสุดความสามารถเพียงไร

แต่พวกนั้นก็ไม่เคยที่จะหมดไปเสียที

จนสุดท้าย

พวกปิศาจก็ไม่ได้สนใจอะไรกับพวกมนุษย์อีก

นอกจากเป็นของเล่นสังหารฆ่าเวลา

และสุดท้าย

สัตว์

เรียกได้ว่าพวกนี้เป็นชนชั้นต่ำสุดในบรรดาทั้งหมด เป็นอาหารและของเล่นยามว่างของพวกมนุษย์ ทั้งเลี้ยงเอาไว้ใช้งานและเลี้ยงเอาไว้กินดูเล่นและนานาจิตัง

ไม่มีความสามารถด้านเวทมนตร์ แม้จะมีรูปร่างแปลกประหลาด แต่ก็มักจะเป็นเหยื่อของทั้งมนุษย์และปิศาจ แม้ว่าจะมีบางส่วนที่สามารถล่ามนุษย์และปิศาจได้

แต่ที่สุดของที่สุด...

คือพวกจิ้งจอก

เป็นพวกที่แหกคอกที่สุด ทั้งๆที่ถูกจัดว่าเป็นสัตว์ แต่กลับมีความฉลาดยิ่งกว่าพวกมนุษย์และมีอำนาจเวทมนตร์ที่พอๆกับพวกปิศาจ มีอำนาจมีร่างกายที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตพวกสัตว์ตระกูลไหนๆทั้งโลกนี้....

เรียกได้เลยว่าเป็นปิศาจ

แต่กระนั้น

ไม่ว่าใครต่างก็พูดว่าจิ้งจอกคือพวกสัตว์

ไม่มีใครเข้าใจสาเหตุว่าทำไม

เผ่าจิ้งจอกจะแบ่งเป็นลำดับชั้นทั้งหมด 5 ลำดับ ตามธาตุประจำตัวและเผ่าย่อยของตัวเองรวมถึงที่อยู่อาศัยด้วย

ซึ่งลำดับแรกสุดคือพวกจิ้งจอกชั้นล่าง มี่เวทมนตร์ แต่มีความลาดและสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ตามปกติได้ พวกนั้นมีสีสันและหน้าตามากมาย มีหลายต่อหลายเผ่าพันธุ์ แต่เรียกรวมๆแล้วจะเรียกว่า จิ้งจอกน้ำตาลหมายถึงจิ้งจอกที่ไร้พิษสง อาจจะมีเวทมนตร์บ้าง แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก

ส่วนลำดับที่สองขึ้นมานั้นจะเป็นลำดับที่สามารถพบเห็นได้ทั่วๆไป นั่นคือธาตุประจำธรรมชาติ ๓ต ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นจิ้งจอกที่พบเห็นได้มากที่สุด ช่ำชองการใช้เวทมนตร์ เพราะงั้นเลยไม่ค่อยถูกล่าได้ง่ายๆเท่าไหร่ เป็นตัวอันตรายของพวกมนุษย์ แต่เป็นที่เฉยชาของพวกปิศาจเพราะพวกนี้ไม่ค่อยสร้างความเดือดร้อนเท่าไหร่นัก

ลำดับที่สามขึ้นมาอีกขั้นนั้นจะเป็นลำดับที่ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังไม่จัดว่าพบเห็นตัวไม่ได้ นั่นคือจิ้งจอกที่มีธาตุ มืด แสง วิญญาณ พวกนี้มีอำนาจทรงพลัง มีความสามารถในการสังหาร และเผ่าจิ้งจอกวิญญาณนั้นถืว่าโด่งดังมากในฐานะที่เป็นเผ่าที่ทำการรับใช้จักรพรรดินีโลกวิญญาณ และจักรพรรดินีโลกวิญญาณนี่ก็คือเผ่าจิ้งจอกวิญญาณ

ลำดับที่สี่เป็นจิ้งจอกชั้นที่เรียกได้ว่าอาจจะหาตัวได้ยาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นมายาเท่ากับลำดับสุดท้าย ลำดับนี้เป็นเผ่าจิ้งจอกที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแสบมากแม้จะในสายตาของพวกปิศาจทั่วๆไป

นั่นคือพวกจิ้งจอกทองและจิ้งจอกดารา

เพระว่าบรรดาสองเผ่านี้ต่างเต็มไปด้วยความสามารถด้านหนึ่งที่โดดเด่นมากในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสร้างชื่อเสียงให้กับพวกจิ้งจอกเลยก็ว่าได้

สำหรับพวกจิ้งจอกทอง คือ มายา

ความสามารถชั้นเลิศของจิ้งจอกทองคือมายา ความสามารถการสร้างภาพหลอน การเสแสร้งและการหลอกหลวงอะไรทั้งหลายนั้นเป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อมากในเผ่าจิ้งจอกทอง ไม่มีกาทรยศหักหลังในเผ่าของตัวเอง แต่สำหรับคนที่กล้ำกรายเข้ามาใกล้นั้นอาจจะถูกหักหลังและหลอกใช้ได้ง่ายๆ

เป็นสันดานเสียๆของพวกจิ้งจอกทองที่ไม่ค่อยเชื่อใจใคร

และความสามารถด้านการสร้างมายาภาพของจิ้งจอกทองนั่นก็เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของที่สุดเลยก็ว่าได้ เป็นมายาที่สามารถเรียกได้ว่ามันปรากฏขึ้นจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเพียงภาพหลอนเหมือนกับแสงสว่างของดวงจันทร์ที่ความจริงไม่ได้มีแสงสว่างในตัวเอง แต่แสงสว่างนั่นมาจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ห่างไกล

และสำหรับจิ้งจอกดารา คือ การรักษา

ไม่ว่าแผลจะน่ากลัวเพียงไหน หรือว่าเป็นอะไรที่ร้ายแรงเพียงไร ไม่มีสิ่งใดที่เผ่าจิ้งจอกดาราไม่สามารถรักษาได้ ทั้งโรคภัยหรือว่าอาการป่วยที่แปลกประหลาดแค่ไหน ว่ากันว่าพวกนี้เป็นคนกุมหนังสือที่บันทึกการรักษาโรคภัยของทั้งโลกเอาไว้

เป็ความสามารถที่น่ากลัว

และเพราะอย่างนั้น บรรดาสองเผ่านี้ถึงได้ซ่อนตัวกันอย่างเงียบเชียบมาโดยตลอด และไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหวเท่าไหร่นักเรียกว่าอยู่อย่างสงบๆเลยก็ว่าได้

กระนั้น เส้นขนของพวกนี้ก็มีค่าสูงมากเพราะมันคล้ายกับแสงจันทร์และแสงดาว เลยทำให้ถูกปิศาจหรือมนุษย์ไล่ล่าอยู่เนื่องๆ

แต่ระนั้น

ก็ต้องยอมรับอย่างว่าง่ายว่าพวกเขาทั้งสองเผ่านั้นไม่ใช่เผ่าพันธุ์สังหาร

เหมือนกับลำดับสุดท้าย

เผ่าจิ้งจอกลำดับสุดท้ายนั้น ถือว่าเป็นราชันแห่งการสังหารอย่างแท้จริง

จิ้งจอกแดง

มายาแห่งมายา

ไม่มีใครู้ว่ามีตัวตนจริงหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ว่าจิ้งจอกตนนี้อาศัยอยู่ที่ไหนของการ์เดสหรือในสามโลกนี้ รู้เพียงว่าเป็นจิ้งจอกที่มีอำนาจสูงสุด มีเขี้ยวเล็บที่ทรงพลัง มีเส้นขนสีแดงฉาน มีดวงตาเป็นสีเดียวกับหยาดเลือด

ชื่นชมการต่อสู้และสงคราม โปรดปรานการทำลายและการสังหาร

เปี่ยมไปด้วยอำนาจในระดับที่ไม่มีใครสามารถทัดเทียม

เผ่าปิศาจที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดนั้น ก็ไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกแดงที่เรียกได้ว่าเป็นราชันแห่งการสังหารเลยแม้แต่น้อย

ว่ากันว่าพวกนั้นเป็นตัวแทนของหายนะ

จิ้งจอกธาตุอาทิตย์ที่เป็นธาตุแปลกประหลาดซึ่งไม่มีใรได้พบเห็นเท่าไหร่นัก มีวามสามารถในการสังหารที่โดดเด่น รุนแรง และไร้ความปรานี เหมือนกับดวงอาทิตย์อันสูงส่งที่คอยแผดเผาทุกอย่างที่คิดจะเข้าใกล้มัน

แต่....แม้ว่ามันจะน่ากลัวเพียงไร

ก็ไม่มีใครบอกได้เลยแม้แต่น้อยว่าพวกมันอยู่ที่ไหน

 

มีเพียงความกลัวเท่านั้น...

ที่ฝังรากลึกดังรากของพฤกษาที่อายุเป็นล้านๆปี

**++**++**++**--**++**++**++**

“....นี่ๆ เจ้าน่ะ เผ่าจิ้งจอกทองสินะ?

เด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีเงินๆขาวๆตนนั้นเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายร่างสูงที่เดินอยู่ข้างๆตัวเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็เลิกคิ้วเรียวของตัวเองเล็กน้อย

“.....ก็....ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก”

จิ้งจอกสีทองตนนั้นลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงแล้วเกาแก้มตอบกลับด้วยสีหน้าหนักใจ เขาก้มหน้าลงมามองเด็กน้อยนั่นเพียงเล็กน้อย

“ไม่ใช่เผ่าจิ้งจอกทองแท้ๆหรอก เพราะงั้นเลยต้องออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้ไง เด็กๆอย่างหนูคงไม่เข้าใจหรอกเนาะ?

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นว่าออกมา แล้วขยี้หัวของเด็กน้อยข้างๆตัวนั่นแรงๆด้วยความหมั่นไส้ ซึ่งเด็กน้อยคนนั้นก็ยอมให้อีกฝ่ายขยี้หัวของตัวเองตามสบายแม้ว่าลึกๆนั้นออกจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก

คอรัลยิ้มบางๆแล้วเอามือออกจากหัวของเด็กน้อยเพราะเขาก็เข้าใจเป้นอย่างดีว่าแกล้งเล่นแบบนี้คงไม่ทำให้แด็กน้อยเบื้องหน้านี่ชอบใจเท่าไหร่นัก

ชายหนุ่มเพียงหัวเราะออกมา ก่อนที่จะหรี่ดวงตาสีเหลืองทองของตัวเองมองลักษณะของเด็กน้อยเบื้องหนาที่ดูๆไปแล้วออกจะเป็นสิ่งแปลกตาสำหรับเขาเสียซักหน่อย...

ก็นะ

เขาไม่ใช่คนที่มีความรู้พวกนี้เลย และเด็กนี่ก็ไม่ใช่อะไรที่เขาเคยเจอมาเสียด้วย

เส้นผมเป็นสีขาวเงิน ขาวๆเงินๆแบบเงาเหล็ก สวยงามและน่าหลงใหล ไม่ใช่สีขาวแบบเดียวกับจิ้งจอกแสงที่เขาเคยเห็นทั่วๆไป แถมดวงตานั่นแม้จะเป็นสีเหลือง ก็เป็นสีเหลืองเจือส้มดั่งอำพันยางไม้เลอค่านั่น เป็นประกายเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญที่น่าหลงใหล

ใบหูสีขาวเงินของจิ้งจอกตั้งตรงและบิดรับฟังเสียงจากรอบด้านอยู่เสมอๆอย่างระแวดระวังที่น่าจะเป็นนิสัยส่วนตัวของเผ่าเลย

“.....เชอะ”

เด็กน้อยครางออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆแล้วเบนหน้าหนีทันทีทันควัน ชายเสื้อสีดำสนิทที่ตัดกับคอรัลโดยสิ้นเชิงสะบัดไหวตามท่าทางของเด็กๆตัวเล็กๆนั่นให้ความรู้สึกน่ารักจนคอรัลอดยิ้มออกมาไม่ได้

ท่าทีงอนๆที่เหมือนกับจะกระตุ้นให้อยากแกล้งมากขึ้นไปอีก

“เจ้าหนู....ชื่ออะไรงั้นรึ เราน่ะ”

คอรัลก้มหน้าลงแล้วมองเด็กน้อยที่เอนหน้าหีไปอีกทางนั่นพร้อมๆกับถามออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานเหมือนเดิม ซึ่งเด็กน้อยก็เงียบเสียงแล้วทำเป็นไม่สนใจอยู่ชั่วครู่

แต่เพียงไม่นานดวงตาสีเหลืองทองก็เบนกลับมามอง

“....นามของข้า?

เด็กน้อยครางถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเบนสายตากลับมามองอีกฝ่ายด้วยดวงซ฿งราวกับคำถาม

“ข้าชื่อลูเช่ ลูเช่ อัสซูโร แห่งเผ่าจิ้งจอกดารา”

“ลู....เช่?

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วๆเหมือนกับกำลังแปลกใจ ก่อนที่จะเอียงคอเล็กน้อยในความหมายที่แปลได้

“เป็นชื่อที่ดีนะ”

จิ้งจอกหนุ่มเพียงว่าอกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วขยี้หัวของเด็กน้อยตนนั้นด้วยความชอบใจ แล้วจู่ๆ มือนั่นก็ชะงักลง

เจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นหยุดปลายเท้าของตัวเองลงเสียดื้อๆ

ใบหูสีเหลืองทองของคนๆนั้นขยับเล็กน้อย แล้วดวงตาสีเดียวกันนั้นก็ขยับกวาดมองไปรอบด้าน อย่างช้าๆเหมือนกับกำลังหวาดระแวงในอะไรบางอย่างอยู่

ดูแล้วเหมือนกับกำลังหวาดกลัวด้วยหน่อยๆ

“ตรงนี้มันชายป่าเทเกอริกแล้ว......นี่น่า”

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องมองออกไปเบื้องหน้า

เนตรสีเหลืองทองหรี่ลงจนเรียวเล็ก

“....พวกจิ้งจอก.........กำลังมา”

“อื้อ แล้วทำไมเหรอ?

ลูเช่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีทันควัน แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเขาก็ต้องหรี่ดวงตาของตัวเองด้วยความตกใจทันที

อีกฝ่ายดูแล้วเหมือนกับกำลังหวาดกลัวสิ่งที่กำลังมาเยือนเบื้องหน้า....

กลัว....?

ทำไมกันล่ะ....?

“นี่นี่.....เป็นอะไรหรือเปล่า?

เจ้าของเรือนผมสีเงินทำได้เพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วกระตุกชายเสื้อที่เปื้อนไปด้วยเลือดของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

“....เป็นสิ เป็นมากเลยด้วย”

คอรัลพยายามสงบเสียงของตัวเองลงแล้วหลับตาด้วยท่าทีเยียบเย็น ก่อนที่จะเขาจะก้าวเท้าถอยไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณที่ร้องบอกให้เขาก้าวเท้ากลับเข้าไปในถิ่นฐานที่ที่ตัวเองก้าวเท้าจากออกมา

แต่....ขาของเขากลับหยุดอยู่ ณ ตรงนั้น

“ขอโทษนะ.....”

ไปมากกว่านี้ไม่ได้....

จะเจอหน้าพวกคนพวกนั้นไม่ได้

“.......ข้าไม่เหมาะกับ.....ที่ที่เจ้าอยู่”

“แม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่เผ่าจิ้งจอกทอง”

จิ้งจอกตนไหนก็ไม่สมควรเจอกับข้าทั้งนั้น.....

ข้ามันตัวอัปมงคล.....

“ทำไมล่ะ.....ท่านก็เป็นเผ่าจิ้งจอกไม่ใช่เหรอ จิ้งจอกทองด้วย พวกเราน่าจะเป็นพวกกันได้ดีด้วยซ้ำนะ”

เด็กน้อยยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้เดียงสาและเจือไปด้วยความน้อยใจหน่อยๆที่เขาปฏิเสธความหวังเล็กๆของตัวเอง

คอรัลส่ายหน้า....

ปฏิเสธทุกอย่างแม้ว่าในใจนั่นจะรู้สึกผิดอย่างมหาศาล

“.....ข้าไม่ใช่บุคคลที่สมควรก้าวเท้าเข้าไปให้พวกเจ้าหวาดกลัว ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง พวกเขาที่อายุมากกว่าเจ้านั้นรู้จักข้าดี....เด็กน้อย”

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นค่อยๆทรุดลงชันเข่าตรงเบื้องหน้าของลูเช่ ชายหนุ่มลูบเส้นผมสีเงินสวยนั่นอย่างเบามือ

“ถ้าเกิดเจ้ารู้จักข้า.....เจ้าก็สมควรต้องหวาดกลัวข้า”

คอรัลจัดเส้นผมของเด็กน้อยนั่นให้แสกกลางดีๆ ก่อนที่จะจูบลงไปบนหน้าผากเบาๆเพื่อเป็นการปลอบและขอโทษไปในเวลาเดียวกัน

“.....ข้ามันตัวอัปมงคล”

คอรัลเพียงกล่าวออกมาเหมือนเดิมสั้นๆ ก่อนจะเบิกตาของตัวเองกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นบรรดาคนของเผ่าจิ้งจอกสองสามคนกำลังวิ่งกรูเข้ามา

ชายหนุ่มหมุนตัวหันหลังอย่างรวดเร็วและกระโจนเข้าไปในความมืดของป่าเทเกอริกที่ที่เขาก้าวเท้าออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับเหยื่อที่กำลังหนีนักล่า

ราวกับกำลังหลบหน้าบรรดาคนเหล่านั้นอยู่....

“เดี๋ยวสิ!!! คอยก่อน!!!

ลูเช่หันหน้ากลับไปแล้วพยายามคว้าชายเสื้อสีขาวเปื้อนเลือดนั่นเอาไว้ แต่กลับจับเอาไว้ได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้น

“.....ข้ายัง........ไม่ทราบชื่อเลยนะ........”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เปี่ยมไปด้วยความเสียดาย และพยายามจะก้าวเท้ากระโจนไล่หลังอีกฝ่ายไป

แต่แล้ว

มือเล็กๆของเด็กน้อยนั่นกลับถูกผู้ใหญ่เหล่านั้นจับเอาไว้ได้อย่างง่ายดายตามคาดการณื ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างของลูเช่ชะงักลง

ไม่อาจจะไล่ตามหลังคนๆนั้นไปได้...

ดวงตาสีเหลืองทองสะท้อนภาพของเสื้อคลุมสีขาวยาวที่โบกสะบัดโดยที่มันเปื้อนไปด้วยสีแดงฉานของเลือดที่น่าขะแขยง

เส้นผมสีทองนั่น....ช่างราวกับดวงจันทร์....

ดวงจันทร์บนนภาสีขาว

แต่ตอนนี้บนภานั่นกลับเปื้อนไปด้วยเลือดมลทินที่น่าขยะแขยง

ลูเช่สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จะตวัดสายตาของตัวเองกลับไปมองบรรดาจิ้งจอกผู้ใหญ่สี่ห้าตัวเองที่รายล้อมรอบตัวเองเอาไว้

“พวกเจ้าเห็นไหม ว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไป!!!

นกหายากตนนั้น

ตกใจจนหนีกลับเข้าไปในป่าอันมืดมิดนั่นแล้ว...

จิ้งจอกน้อยแผดสียงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดทันทีทันควันทำเอาบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นลู่ใบหูลงด้วยความหวาดกลัวจนตัวทั้งตัวสั่นระริก

“ข.....ขะ...ขอโทษครับ”

พวกเขาพยายามเค้นเสียงออกมากล่าวขอคำอภัยอย่างสุดความสามารถด้วยความหวาดกลัวในท่าทีของเด็กน้อยเบื้องหน้าที่มีอำนาจเหนือตัวเองมากมายนัก

ดวงตาสีเหลืองทองเป็นประกายกร้าวอันทรงพลัง

เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่ตวาดใส่พวกเขาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจจนำให้ทั่วร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“เหอะ!!!

เด็กน้อยตนนั้นสะบัดชายเสื้อคลุมของตัวเองแล้วก้าวเท้าหนักๆออกไปเบื้องหน้าด้วยท่าทีราบเรียบ ก้าวเท้าผ่านต้นไม้ในบริเวณนี้ด้วยเท้าที่ย่ำลงไปหนักๆซึ่งดูไปแล้วราวกับจะระบายความหงุดหงิดลงไปในทุกๆท่วงท่าที่ก้าวเดิน

เพราะตำแหน่งของเด็กน้อยคนนี้จะคงอยู่หรือสูญไปมันก็ขึ้นอยู่กับท่าทีและการกระทำทั้งหมดของตัวเขาเอง

ตำแหน่งสูงสุดในเผ่า...

หากอ่อนแอเมื่อใด

มันก็จะโค่นลงมาเมื่อนั้น

เส้นผมสีเงินขาวแบบเดียวกับเด็กน้อยนั่นเป้นประกายสวยงามบ่งบอกว่าเป็นเผ่าเดียวกัน รมถึงการแต่งกายที่เป็นสีดำสนิทัตดกันสิ้นเชิงจนทำให้เส้นผมเหล่านั้นโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สวยและน่าหลงใหลเท่ากับเด็กน้อยเบื้องหน้า

คนพวกนี้

คือคนเผ่าจิ้งจอกดาราที่เป็นคนติดตามเขา

 “พวกเจ้ารู้ไหมว่านามของจิ้งจอกทองตนนั้นคืออะไร?

เด็กน้อยเพียงลั่นวาจาถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่นเหมือนเดิม ทำให้บรรดาคนที่เป็นคนติดตามมองหน้ากันเลิกลั่ก

“เออ....มันคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นั-.....”

“ขาสั่งให้เจ้าบอกมา!!!

ลูเช่หันมาตวาดเสียงดังลั่นทันทีทันควันทำเอาคนพวกนั้นสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัวอีกคราหนึ่งทันที

“ขะ....ข....เขาชื่อคอรัลครับ!!

“คอรัล โกลเด้นฟ็อกซ์ แห่งเผ่าจิ้งจอกทอง”

คนรับใช้คนหนึ่งตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆทันทีทันควัน ซึ่งเด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นก็พยักหน้าลงรับสั้นๆ

“คอรัลจริงๆด้วยสินะ”

“ค-ครับ!

ลูเช่หันหน้ากลับไปอีกครั้งหนึ่ง แล้วก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าอีกคัร้งด้วยการก้าวที่ไวมากขึ้นกว่าเดิมทำเอาบรรดาคนทั้งหมดแม้ไม่ต้องวิ่งตามแต่ก็ต้องลุกลี้ลุกลนไปตามๆกัน

เพราะพวกเขารู้ดีว่าการมาปรากฏตัวของบรรดาพวกเขาทั้งหมดนี่ทำให้เด็กน้อยเบื้องหน้านี่อารมณ์เสียมากมายเพียงไร

แล้วจู่ๆ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นก็หยุดปลายเท้าของตัวเองลง

“ข้าตัดสินใจได้แล้ว”

ลูเช่เพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิมเท่านั้น ก่อนจะเบนสายตากลับมามองบรรดาคนที่ยืนรายเรียงกันอยู่ด้านหลังของตัวเองที่หยุดตามทันทีทันควัน

“ระ....เรื่องอะไรรึครับ!?

พวกเขาทำได้เพียงถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆเพราะความหวาดกลัว ซึ่งเด็กหนุ่มก็หันหน้ากลับมามอง แล้วก้มหน้าลงพร้อมๆกับเอนหน้าเล็กน้อย

“ข้าจะทำสัญญากับเจ้าจิ้งจอกทองตนนั้น”

จิ้งจอกดาราน้อยประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทันทีทันควัน ซึ่งมันก็ทำให้บรรดาทั้งหมดสะดุ้งเฮือก

“ไม่ได้นะครับ!!!!

“ทำไม?

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินน้อยๆเงยหน้าขึ้นแลว้ามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เยียบเย็นมากขึ้นว่าเดิมหลายต่อหลายเท่าตัวทันทีทันควัน ทำเอาคนที่ถูกจ้องพูดอะไรไม่ออกกันเลยทีเดียว

“ขะ.....เขาเป็นพวกนอกคอกของเผ่าจิ้งจอกทอง เขาไม่คู่ควรกับท่านหรอกครับ และที่สำคัญ เขายังเป้นพวกจิ้งจอกทองจอมหลอกลวงด้วย!!

“พวกนั้นมันเชื่อใจไม่ได้นี่ครับ!!!

“.....โห่?

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่จะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้านั่นอีกครั้ง

“เดี๋ยวนี้กล้าขัดข้าแล้วสินะ.....พวกเจ้าน่ะ”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินเพียงกล่าวออกมาสั้นๆแล้วก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้าทันทีทันควันด้วยความหงุดหงิด

 “แต่ว่า......ท่านยังเป็นแค่เด็....”

“นั่นสินะ.....ข้ามันไม่มีอำนาจนี่น่า ถ้าเกิดปะทะกันตนนี้คงจะสู้พวกเจ้าที่อยู่มานานเป้นสิบๆปีร้อยๆปีไม่ได้เลยกระมัง?

ดวงตาสีเหลืองทองเหลือบกลับมามองเล็กน้อย ดูแล้วเหมือนกับจะเป็นการตำหนีที่ทำให้บรรดาคนเหล่านั้นสะอึกไปในทันที

ทั้งน้ำเสียง ทั้งวาจา

ทั้งหมดช่างเปี่ยมไปด้วยความประชดประชันที่เกิดจากความหงุดหงิด

“ถ้างั้น ในยามที่ข้าคุมเผ่าของเราทั้งหมดได้เมื่อไหร่.....ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าออกปากสั่งหรือว่าขัดอะไรข้าได้อีก....”

“ถึงยามนั้น ข้าจะทำตามสิ่งที่ข้าต้องการ”

ดวงตาสีเหลืองทองที่เปี่ยมไปด้วยประกายแข็งกร้าวเหลือบกลับมามองอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับจะเป็นคำประกาศครั้งสุดท้าย

แล้วเขาก็สะบัดชายเสื้อคลุมสีดำสนิท

“ในฐานะที่ข้าเป็นหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารา”

**++**++**++**--**++**++**++**



       ตอนนี้คนเขียนเริ่มตะขิดตะขวงใจนิดๆแล้ว= = ว่ามันจะเสร็จไม่ทันงานหนังสือ รายละเอียดเยอะได้โล่ แถมเล่มก็หนาสุดๆ....

ตายแน่ตายแน่ตายแน่ๆ

       อาจจะมีการนับรับในงานหนังสือนะคะ^^ ถ้าเกิดทัน แต่ถ้าเกิดไม่ทันจะเปิดไปรฯท่าเดียวเท่านั้น (หรือใครขาแรงแข็งขันอาจจะนัดรับที่เซ็นทรัลลาดพร้าวได้ค่ะ=w=~ ) 

       รายละเอียด.....

-"FAKE" Moon Rising I 
-"FAKE" Moon Rising II  
-Give me hurt (<< อันนี้แค่อยากเขียน)
-alone smile (บทเสริมเนื้อเรื่องส่วนของเทพจันทราฯ)
-Look at me.....only (บทเสริมเนื้อหาส่วนของน้องชายคอรัล)

      งานที่เหลืออยู่ (เสร็จก่อนวันที่ 25)

-"FAKE" Moon Rising I 
      จัดหน้ากระดาษ
      ภาพประกอบสี 4 ภาพ
-"FAKE" Moon Rising II  
      เขียนให้จบ
      จัดหน้ากระดาษ
      ภาพประกอบสี 4 ภาพ
-Give me hurt 
      เพิ่มเติมรายละเอียด
      จัดหน้ากระดาษ
      ปก
-alone smile
      ยังไม่เริ่มเขียนเล้ย
      จัดหน้ากระดาษ
      ปก
      ภาพประกอบ 2 ภาพ
-Look at me.....only  
      ยังไม่เริ่มเขียนเล้ย
      จัดหน้ากระดาษ
      ปก
      ภาพประกอบ 2 ภาพ


.....ไม่ต้องทำแล้วฟิคขนนก= =

ถ้าเกิดขนนกไม่ได้ออกงานหนังสือไม่ทำมันและ ไปทำขายเอาช่วงเดือน 7 แล้วกัน คนเขียนจะตายหองแล้ววววววว



ปล. เม้นนะคะทุกคน

เม้นนะคะทุกคน

เม้นนะคะทุกคน

เม้นนะคะทุกคน

เม้นนะคะทุกคน






คนเขียนไปโดยสงบแล้ว แอร๊ก..... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #899 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2555 / 18:02
    อุ๊ย!!...เท่ห์อีกค่ะ><
    #899
    0
  2. #806 G::s (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 20:38
    หนุกง่ะๆๆๆๆๆๆๆ

    ...

    #806
    0
  3. #801 kim jong woon (@yeyehkung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:55
    สนุกอ่ะ ตามต่อแน่นอนเรื่องนี้
    ทำไมลูเช่ถึงดูเย็นชาและถือยศแบบนั้นล่ะ
    #801
    0
  4. #739 Z๏12iAc (@yuletied) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 / 22:01
    ว้าวๆๆ
    สนุกได้อีกๆ
    #739
    0
  5. #321 Angell3lood (@ku_jenny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 22:35
    งานเยอะต้องทน

    อร๊ายยย

    หนุ่มน้อยช่างราชินีจริงๆ โตขึ้นจะขนาดไหนนิ
    #321
    0
  6. #320 [Z]e[L]es (@jennet) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 15:27

    งานเยอะได้โล่ สู้ๆแล้วกันนะฮะ /โบกผ้าเช็ดหน้า+ปัดสวะ

    #320
    0
  7. #319 OrchidGIRL (@orchidgirl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2552 / 20:17
    โหยๆ อย่าพึ่งน้อยใจ สู้ๆเขาน้า

    เก่งจังทำหนังสือเองอ่ะ

    สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!
    #319
    0
  8. #318 ตุ๊กตาเริงระบำ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2552 / 00:05
    สวัสดีค่ะ เรื่องจองนี่ไปถึงไหนแล้วค่ะ จะถามหลายทีแล้วได้แต่ลืมทุกที สอบไม่เสร็จ งานไม่เรียบร้อย แต่เข้ามาซะแล้ว 6--





    ปล. รักษาสุขภาพค่ะ วันก่อนตอนเช้ามีหมอกสาย ๆ แดดออกบ่าย ๆ ฝนตก บรรายากาศดีมากเลย

    #318
    0
  9. #317 องค์หญิงปีศาจ (@chobils) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 15:57


       สนุกม๊ากกเลยย  

       กลับมาอัพต่อไวไวนะ  

       ***   ...   เป็ฯกำลังใจให้เสมอและตลอดไป   ...   ***  

    #317
    0
  10. #316 ปัuจัง*~ (@Punner) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 10:58
    สู้ๆนะท่านมิ!!
    #316
    0
  11. #315 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 01:14
    สนุกดี มาอัพต่อด้วยนะคะ ^ ^ //
    #315
    0
  12. #314 NekyFox (@NekyFox) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 13:30
    หวา....งานเยอะจังเลยค่ะ แต่ว่า.... แต่ว่า.... คอรัลน่ารักมากๆเลยค่ะ!!!! งิ &#9829;w&#9829; อ่า....ขออนุญาติถามอีกรอบนะคะ ว่า "ถ้าเสร็จทันวันที่25นี่จะเปิดให้จองถึงวันที่เท่าไหร่เหรอคะ?" ((แต่ในใจอยากให้สั่งทางไปรฯได้ด้วยล่ะค่ะ หรือจะเปิดอยู่แล้วหนอ....?)) ยังไงก็.... สู้ๆค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ v(>w<)z
    #314
    0