"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 30 : Alone Fairy’s smile 9 Red rose, Smile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 พ.ค. 52

href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

Alone Fairy’s smile 9 : Red rose, Smile

 

หากวันใดที่รู้สึกความทุกข์และความสุข....

ก็จะเข้าใจว่าสองอย่างนั้นคืออะไร

 

ก็จะรู้....ว่า ความรู้สึกนั้นมันเป็นอย่างไร

 

....เจ้าเอาอะไรมาน่ะ

เด็กสาวตัวน้อยท้าวเอวแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันทีที่ได้เจอกับร่างของใครบางคนที่เหมือนกับแขกไม่ได้รับเชิญซึ่งเข้ามาในห้องของเธออย่างถือวิสาสะ

อศวินทำอะไรแบบนั้นตามใจได้จริง...

เธอก็ไม่อยากจะว่า

ถ้าเกิดดวงตาสีแดงไม่เห็นของสีแดงที่เหมือนกับสีของเนตรตัวเองในมือของอีกฝ่าย

 

สีแดงฉานทีเธอเกลียดโดยที่ไม่รู้ตัว

 

อื๋อ? ดอกไม้ไงดอกไม้

 

ร่างสีทองตนนั้นหันกลับมาแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงทันทีทันควันทำเอาเจ้าของห้องถอนหายใจออกมาหนักๆด้วยความหงุดหงิด

เด็กสาวลากขาสั้นๆของตัวเองก้าวเท้าเข้ามาใกล้อัศวินของเธอโดยที่ก้มหน้าลงแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความระอา

เรื่องพรรคนั้นข้าดูด้วยตาก็รู้ แต่ดอกไม้สีนั้นข้าไม่ชอบ

?

คอรัลอุทานออกมาเบาๆก่อนที่จะปล่อยมือลงแล้วค่อยๆย่อตัวลงนั่งยองๆในระดับสายตาเดียวกับเด็กสาวเบื้องหน้า

ทำไมล่ะ?”

คอรัลเอียงคอน้อยๆแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะเหลือบสายตาขึ้นไปมองแจกันสีอ่อนที่ตัวเองใส่ดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นดอกตูมเอาไว้

ข้าว่ามันสวยออกนะ

จิ้งจอกทองหนุ่มเอื้อมมือขึ้นไปแล้วดึงเอาดอกกุหลาบดอกหนึง่ในนั้นออกมาก่อนที่จะยื่นให้เด็กสาวเบื้องหน้าตนเอง

....เนอะ?”

คอรัลว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิมในขณะที่เวียร่าถอนหายใจยาวออกมาเพื่อแสดงอาการไม่ชอบใจแบบสุดๆ

เด็กสาวสะบัดเท้าเดินหนีแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ทำเอาจิ้งจอกทองที่คุยด้วยเมื่อครู่นี้นั้นลู่ใบหูลงเหมือนกับกำลังน้อยใจปนหนักใจหน่อยๆ

ทำไมล่ะเวียร่า...

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นแล้วเหลือบสายตามองดอกกุหลาบที่ยังไม่บานมากมายในแจกันซึ่งตัวเองเอามาปักใส่เอาไว้แบบลวกๆ

เพราะเขาไม่ได้มีความสามารถในการจัดแจกัน

เพราะงั้นก็จัดได้แค่แบบนี้เท่านั้นแหละ

.....ข้าไม่ชอบ....ก็แค่นั้น

 

สีแดงฉานที่เหมือนกับเลือด

สีแดงฉานที่เหมือนกับดวงตาต้องสาปนี่

 

น่าขนลุก

 

เวียร่าไม่ได้ว่าอะไรต่อนอกจากเอนสายตาของตัวเองเบนหนีออกไปนอกหน้าต่าง มองแสงสว่างสีทองเล็กๆที่ลอดเข้ามาในยามเช้า

คอรัลยิ้มหน่ายๆแล้วถอนหายใจยาวออกมา

....ไม่ชอบดอกไม้หรือ?”

ดวงตาสีแดงกลมโตของเด็กสาวมองอัศวินของตัวเองด้วยประกายตาราบเรียบ

ข้าไม่เคยบอกว่าไม่ชอบดอกไม้ ข้าไม่รู้สึกชอบหรือว่าเกลียดดอกไม้เป็นพิเศษอยู่แล้ว คอรัล....เพียงแต่

เพียงแต่?”

จิ้งจอกทองจัดๆดอกไม้ในแจกันอีกเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเหลือบสายตามามองเด็กสาวที่กำลังมองมาทางตัวเอง

ข้าไม่ชอบดอกไม้สีนั้น

เวียร่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนที่จะเอนสายตากลับไปมองแสงสว่างสีทองด้านนอกอีกครั้งหนึ่ง

เธอไม่เข้าใจหรอกว่าทำไม...

แต่ในชั่วพริบตาที่เธอเห็นอีกฝ่ายยกดอกไม้พวกนั้นเข้ามา

ในชั่วพริบตาที่เธอเห็นแจกันที่ปักดอกไม้นั่นเอาไว้

 

แม้ว่ามันจะสวยงาม...

แต่เธอก็สามารถบอกได้อย่างตรงไปตรงมาว่าเธอไม่อาจจะทำใจชอบมันได้

 

โดยที่ไม่เข้าใจสาเหตุว่าทำไม

 

....อ๋อ สีแดงเข้มแบบนี้น่ะเหรอ

คอรัลสะบัดปลายหางสีทองของตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิมจนทำเอาเทพธิดาสาวต้องขมวดคิ้ว

...ข้าว่ามันสวยดีออกนะ เวียร่า

จิ้งจอกทองตนนั้นเดินผละออกมาจากโต๊ะตรงกำแพงที่ที่ตั้งแจกันเอาไว้ ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาหาเทพธิดาสาวซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆระเบียงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ซึ่งแสงสว่างของยามเช้าสามารถสาดส่องเข้ามาได้

....ดูสิ

คอรัลทรุดลงคุกเข่าตรงเบื้องหน้าร่างนั้นก่อนที่จะยื่นดอกไม้สีแดงในมือของตัวเองให้อีกฝ่ายได้ดูชัดๆ แต่เด็กสาวคนนั้นพอได้มองเพียงครู่เดียวเธอก็เบนหน้าหนี

เหมือนกับว่าด้านนอกที่ที่เต็มไปด้วยแสงสว่างนั้นน่าสนใจกว่ามากมายนัก

ที่ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง ใต้ผืนฟ้าสีครามขาวสว่างใสเพราะแสงของดวงอาทิตย์ผู้เดียวดาย ประกายแสงที่งดงามซึ่งสาดส่องผืนป่าที่เคยเป็นสีมืดเข้มจนสว่าง

ปลุกบรรดานักดนตรีให้ป่าให้ขับขานบทเพลงที่แสนนุ่มนวล

ข้างนอกสวยก็จริงนะ....ไว้ข้าจะพาออกไป ข้ารู้จักที่ที่สวยๆเยอะเลยล่ะเวียร่า

คอรัลว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิมก่อนที่จะค่อยเด็ดหนามของดอกกุหลาบในมือของตัวเองออกทีล่ะอันทีล่ะอัน พร้อมๆกับใบของมันจนเหลือเพียงก้านเปล่าๆ

ซึ่งคนที่นั่งอยู่ก็เบนสายตามามองด้วยสีหน้าสนใจ

เจ้าทำอะไร?”

เทพธิดาตัวน้อยๆค่อยๆเบนสายตากลับมาจากด้านนอกอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงขุ่นๆกับอัศวินที่คุกเข่าเบื้องหน้าของเธอที่ดูเหมือนว่าจะชอบการทำอะไรที่ไร้สาระและดูไม่มีค่าเสียเหลือเกิน

ทั้งๆที่ไม่ได้ขอไม่ได้สั่งแท้ๆเลยเชียว

ก็ดอกกุหลาบน่ะ ต้องบานแล้วสิถึงจะสวย

ปลายนิ้วเรียวที่เหมือนกับจะมีรอยของหนามเป็นแผลถลอกถากๆหน่อยๆนั่นค่อยๆจับดอกไม้ที่ยังคงหุบสนิทนั่นให้มันคลี่ออกอย่างเบามือ จัดเรียงกลีบที่ซ้อนสลับกันอย่าสวยงามนั่นช้าๆ

....เห็นไหม พอมันบานแล้วสวยดีออก เนาะ?”

คอรัลยิ้มบางๆแล้วยื่นดอกไม้ไร้หนามนั่นให้กับเด็กสาวเบื้องหน้าที่ตีสีหน้ายุ่งก่อนจะรับมาอย่างช่วยไม่ได้

ดวงตาสีแดงแบบเดียวกับดอกไม้ในมือของตัวเองจ้องมองกลีบที่เรียงสลับซับซ้อนมากมายจนไม่รู้ว่ามันมีกี่กลีบกันแน่ ครั้นจะดึงออกมาให้หมดเพื่อนับมันก็กะไรอยู่ล่ะนะ

.....ไม่มีกลิ่น.....

อื้อ

คอรัลลู่ใบหูเรียวลง

แบบที่มันมีกลิ่นหายากน่ะ ข้าหามาได้แค่ดอกเดียวเท่านั้นเอง แล้วมันก็หน้าตาต่างจากดอกกุหลาบพวกนี้มากเลยด้วย

จิ้งจอกทองหนุ่มหัวเราะแห้งๆ

แล้วดอกที่มันมีกลิ่นน่ะพิษมันแรงมากเลยด้วย...ข้าก็ไม่อยากเก็บมันกลับมาหลายๆดอกเท่าไหร่นัก

 

ดอกเดียวก็พอ...

ก็เขาจะให้ดอกไม้ที่ดีที่สุดนั้นกับคนๆนั้นคนเดียว

 

.....มันก็ไม่ได้ต่างกันนี่นะ....ที่สำคัญคือมันเป็นอันตราย ข้าไม่ชอบของที่มันเป็นอันตรายแบบนั้นเลย

เหมือนกับเอาของอันตรายมาชัดๆ

เวียร่าว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆเหมือนเดิม ก่อนที่จะทำท่าเหมือนกับจะส่งดอกไม้ในมือของตัวเองคืนกลับให้อีกฝ่าย

แต่คอรัลก็ยิ้มออกมาอย่างเหน่ายๆใจเท่านั้น

....ไม่อันตรายหรอก ข้าเด็ดหนามออกหมดแล้ว และที่สำคัญ

ปลายนิ้วเรียวค่อยๆไล้ไปตามเส้นผมสีทองของเด็กสาวเบื้องหน้า เสยมันขึ้นไปทัดใบหูอย่างนุ่มนวล...

 

มันก็สวย เหมาะกับเจ้าไม่ใช่หรือ?”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มค่อยๆทัดดอกกุหลาบดอกใหญ่ลงที่ข้างใบหูของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ก่อนที่จะจัดเส้นผมของร่างนั้นให้เรียบร้อย

รอยยิ้มที่แสนร่าเริงคลี่ออกบนใบหน้าของคอรัล

เด็กผู้หญิงน่ะ ต้องคู่กับดอกไม้สวยๆสิ

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเดิมแล้วปล่อยให้ผมสีทงของเธอร่วงลงมาปรกหน้าส่วนหนึ่ง

แล้วดอกกุหลาบสีแดงน่ะ เข้ากับเจ้ามากเลยล่ะนะ เวียร่า

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้าที่แสนใสซื่อนั่นเหมือนกับจะบอกว่าตัวเองไม่ได้หลอกและไม่ได้โกหกใดๆทั้งสิ้น

....?”

เวียร่าพยายามเหลือบสายตามองดอกไม้ที่ประดับอยู่บนหัวของตัวเอง ก่อนที่จะส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความระอา

ทำไมล่ะ ข้าว่าสวยออก หรือว่าเจ้าว่าไม่สวย??”

เจ้านี่มัน....บ้าจริงๆ

 

ทำไมต้องทำหน้าที่นอกเหนือคำสั่งด้วย...

...ยิ่งเห็นข้าว่ามันยิ่งตลกนะ...

 

โดยเฉพาะท่าทางลุกลี้ลุกลนนั่นน่ะ

 

เวียร่าเอนใบหน้าหนีก่อนที่จะหัวเราะออกมาด้วยความขบขันคนเบื้องหน้าที่แสดงท่าทีวิตกและลุกลี้ลุกลนไปตามการตอบสนองของเธอ

ยิ่งเห็นก็ยิ่งอดขำออกมาไม่ได้

คนที่แสดงท่าทีหลากหลายทั้งๆที่เธอทำท่าทางเพียงแค่อย่างเดียว

 

เธอไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายทำเพื่ออะไร

แต่มันทำให้เธอรู้สึกตลกอย่างมากเลยล่ะ

 

ยิ้มได้แล้วนะ...เวียร่า

คอรัลถอนหายใจยาวออกมาพร้อมๆกับยิ้มออกบนใบหน้าด้วยรอยยิ้มบางที่ฉายถึงความดีใจโดยที่เด็กสาวคนนั้นไม่ทันได้สังเกตเห็น

จิ้งจอกทองหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากที่ในที่สุดแล้วตัวเขาก็สามารถทำให้เทพธิดาคนนี้มีรอยยิ้มออกมาได้

ไม่ใช่รอยยิ้มที่เสแสร้งหรือประชดประชัน

ไม่ใช่รอยยิ้มที่เกิดจากการปั้นแต่งเหมือนกับลายเขียนบนหน้ากาก

รอยยิ้มจริงๆ

ยิ้มที่ออกมาจากความสนุกสนานและชื่นชอบใจ

“?”

เด็กสาวเหลือบสายตาขึ้นมามองอีกฝ่ายเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคอรัลเงียบเสียงไปแล้วไม่พูดอะไรออกมานอกจากยิ้ม

มีอะไรรึ?”

เปล่า~”

จิ้งจอกทองตนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีทันควันแล้วยันตัวลุกขึ้นก้าวเท้าถอยออกมาด้านหลัง

ข้าชอบให้เจ้ายิ้มนะ เวียร่า

มือเรียวกระชากผ้าม่านแหวกออก ก่อนที่จะเปิดหน้าต่างให้สายลมสบายๆพัดเข้ามาข้างใน ซึ่งเวียร่าก็เบนสายตาไปมองทันที

มันทำให้เจ้าดูน่ารักมากเลยล่ะ

เหอะ....

เวียร่าสบถออกมาสั้นๆแล้วจ้งอมองจิ้งจอกทองตนนั้นที่ยังคงยิ้มหน้าระรื่นเหมือนกับทุกๆทีไม่มีเปลี่ยนแปลง

ใสซื่อ

จนเกินกว่าจะเป็นสีหน้าเสแสร้งแบบเดียวกับที่จิ้งจอกทั้งหลายเป็น

ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้ายิ้มให้ได้เลยล่ะ....ข้าชอบเห็นอะไรแบบนั้นมากกว่าใบหน้ามุ่ยๆอมทุกข์ของเจ้านะ

 

เหมือนกับที่หมาป่าตนนั้นบอกมา...

ใบหน้าของเจ้าช่างเหมาะกับรอยยิ้มเสียนี่กระไร

 

คอรัลหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลแล้วจ้องมองปฏิกิริยาของเด็กสาวคนนั้นที่ใบหน้าเหมือนกับจะขึ้นสีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

และไม่ค่อยเข้าใจด้วยว่าทำไม

 

ไร้สาระ

 

เวียร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชาก่อนที่จะปรือดวงตาสีแดงฉานของตัวเองปิดลง แต่แล้วเธอก็ต้องเลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวเท้าออกไปด้านนอกระเบียง

ปล่อยให้ม่านโปร่งโบกสยาย

ทำให้สายลมที่อบอุ่นและนุ่มนวลไหลเข้ามาในห้อง

....ทำอะไรของเจ้าน่ะ

ข้าเห็นเจ้าชอบวิวด้านนอก เพราะงั้น ซักวันข้าจะพาเจ้าไปด้านนอกนะ....

เหอะ

เวียร่าหัวเราะออกมาสั้นๆ

...ข้าไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ นอกจากในยามราตรีกาล

งั้นหรือ? งั้นตอนกลางคืนข้าจะพาเจ้าออกไปแล้วกัน อยู่แบบนี้นานๆเดี่ยวจะเฉาตายเสียก่อนนะ?”

....

เวียร่าเงียบเสียงของตัวเองลงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจพลางมองจิ้งจอกทองเบื้องหน้าที่ดูเหมือนว่ากำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีกับอะไรบางอย่างอยู่

เส้นผมสีทองยาวหยอกล้อกับสายลม เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่เหมือนกับสีของท้องฟ้าที่แสนสวยงามพลิ้วสะบัดเบาๆ

ดวงตาสีเลือดเป็นประกายสดใสมองออกไปด้านหน้า

เจ้าน่าจะเข้าใจในซักวัน....ว่ามันสวยถึงขนาดไหนน่ะ

คอรัลเอนตัวหันกลับมาแล้วว่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงทันทีทันควัน ก่อนที่จะเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นนกที่คุ้นหน้าคุ้นตาบินเข้ามาใกล้แล้วร้องเพลงทักทายเหมือนเคย

จิ้งจอกตนนั้นยิ้มรับแล้วทักทายกลับ ราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกน้าค่าตากันมานานแสนนาน....

ร่าเริงแจ่มใส

 

ทั้งๆที่มันเป็นเพียงเรื่องง่ายๆแท้ๆ

 

เรื่องที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลย

 

....

 

สนุกสนานซะจริงนะ....

มันมีอะไรดีหรือยังไง

 

ก็แค่ด้านนอกที่มีแต่ต้นไม้กับปิศาจเท่านั้นเอง

 

เวียร่าจ้องมองร่างนั้นด้วยดวงตาขุ่นๆซึ่งเกิดจากความงุนงงเหมือนเคยกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายที่ดูจะอ่านยากเสียเหลือเกินในสายตาของเธอน่ะ

ทำทุกอย่างได้อย่างร่าเริง

สนุกสนาน

เหมือนกับทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ

 

ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่เรื่องธรรมดาเหมือนทุกที

 

ไม่เคยเลย...

เธอไม่เคยเข้าใจจิ้งจอกทองตัวนี้เลย

 

“?”

คอรัลชะงักการเคลื่อนไหวและรอยยิ้มทักทายบรรดานกทั้งหมดไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นเมื่อใบหูสีเหลืองทองนั่นสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

บางอย่างที่คุ้นเคย...

 

เสียงฝีเท้า

จังหวะการก้าวเดินที่ตัวเองรู้จักเป็นอย่างดี

 

.......ใครกัน

คอรัลข่มความดีใจเอาไว้ในใจแล้วแสดงออกมาเป็นใบหน้าซึ่งเจือไปด้วยความประหลาดใจทำเอาเวียร่าที่มองสังเกตอยู่ก็ได้แต่มองตามปฏิกิริยานั่นไปด้วยความสนใจ

ใช่...

ที่จิ้งจอกทองอย่างเขาต้องแสดงสีหน้าเสแสร้งนั่นก็เพราะเขารู้ดี...

รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังมองตัวเองอยู่

 

และเขาก็ไม่อยากแสดงสีหน้านี้ที่เหมือนกับบอกความรู้สึกของตัวเองกลายๆเท่าไหร่นัก

 

....ไปเปิดสิ

เวียร่าที่ฟังอยู่ก็สั่งด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายเหมือนเดิม ก่อนที่จะเอนสายตาของตัวเองเบนมองออกไปนอกหน้าต่าง

เหมือนกับบอกว่าใครจะมาก็ไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองควรจะสนใจ

ทั้งๆที่นี่มันเป็นการบุรุกบ้านเธอแท้ๆ

 

แต่อันที่จริงแล้ว ถ้าเกิดคนที่มานั่นไม่ใช่มิตรหรือพวกพ้อง แมวปิศาจของเธอ (มีนาลมีนิล) ก็คงจัดการไปแล้ว หรือถึงจัดการไม่ได้จริงๆ...

อย่างน้อยๆ...

มันก็ต้องมีเสียงโวยวายออกมาบ้างนั่นแหละ

แต่นี่เงียบสงบ

แสดงว่าเป็นพวกของคอรัลที่ย่างกรายเข้ามามากกว่า

 

และถ้าเกิดขึ้นมาได้ขนาดนี้...

 

คงมีอยู่คนเดียว

 

แกร๊ก

 

คอรัลลอบมองผ่านช่องประตูที่เปิดออกด้วยสีหน้าสนใจ ก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวประจวบเหมาะกับที่คนที่เดินเข้ามานั่นสังเกตเห็นพอดี

หน้าตาระรื่นจริงนะ มีเรื่องอะไรสนุกๆรึไง คอรัล?”

ร่างสีดำคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความประชดประชัน ในขณะที่คู่สนทนานั่นหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งเวียร่าได้ยินแล้วมันฟังดูสดใสมากกว่าตอนที่อยู่กับเธอหลายเท่าตัว

...ไม่มีนี่ไม่มี~”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานก่อที่จะเปิดบานประตูไม้ออกกว้างเพื่อต้อนรับแขกที่มาโดยที่ไม่มีการบอกกล่าวแบบนี้

ร่างนั้นดูเหมือนว่าจะเตี้ยกว่าคอรัลหน่อย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติที่มันควรจะเป็นเช่นนั้น เส้นผมสีขาวเงินยาวลงมาถูกรวบมัดเป็นเปียอย่างสวยงาม

เรียบร้อย

เช่นเดียวกับเครื่องแบบที่แต่งแบบครบยศเสมอมา...

จิ้งจอกดาราตนนี้ก็เป็นแบบนี้เสมอ

ดวงตาสีเหลืองทองคมกริบลอบมองเข้ามาในห้องด้วยประกายตาราบเรียบ ก่อนที่จะสะดุดเข้ากับร่างของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

ดวงตาสีเหลืองทองไม่ได้ปรากฏแววตาใดๆ....

ไม่ได้อิจฉา หรือว่าสาปแช่ง

 

บางทีเขาอาจจะสะกดความรู้สึกพรรคนั้นเอาไว้จนหมดก็ได้

 

ท่าน...เวียร่าสินะครับ

 

น้ำเสียงที่พูดดุด่ากับคอรัลชนิดที่ไม่ได้มีความเกรงใจนั่นพลันแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อคู่สนทนานั้นแปรเปลี่ยนไป

ใช่

จนทำเอาคอรัลแทบอยากจะร้องท้วงขึ้นมาหน่อยๆ

แต่...นะ

 

ไม่มีความยุติธรรมในโลกอยู่แล้ว

 

....เวียร่า ฟูลมูน เจ้า หัวหน้าจิ้งจอกดาราสินะ

เด็กสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นแบบที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง ก่อนจะค่อยๆเหลือบสายตาขึ้นมามองชายหนุ่มเบื้องหน้านั่นด้วยดวงตาราบเรียบที่ดูแล้วเหมือนกับพยายามจะประเมินค่าร่างเบื้องหน้านั่นอยู่

ดูท่าจิ้งจอกดาราตนนั้นจะไม่ค่อยชอบการที่คนอื่นมามองเหมือนกับตีค่าตัวเองเท่าไหร่นัก

แต่ร่างนั้นก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อยนิด

ข้าชื่อลูเช่ครับ

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เป็นทำนองที่แสนนุ่มนวลลั่นขึ้นตอบรับทันที ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะค่อยๆคุกเข่าลงตรงเบื้องหน้าเทพธิดาน้อยๆอย่างช้าๆ

เพียงแต่ไม่ก้มหัวลง...

 

เพื่อบอกเธอคนนั้นทางอ้อมอย่างหนักแน่น

ว่าตัวเขานั้นจะไม่มีวันก้มหัวให้โดยเด็ดขาด

 

หึ

 

เป็นความหยิ่งทรนง....

ที่ข้าชอบใจนักล่ะนะ ลูเช่ ซิวเวอร์ฟ็อกซ์

 

เวียร่าหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนให้เห็นถึงความชอบอกชอบใจกับนิสัยของจิ้งจอกดาราเบื้องหน้านั่น

ทั้งที่คุกเข่าลงแล้วแท้ๆ

แต่ไม่ยอมโค้งหัวลง

และชั่วนิรันดร์กาล

 

จิ้งจอกดาราตนนี้ก็คงไม่มีวันทำอะไรแบบนั้น

 

มันคงเป็นความหยิ่งทระนงที่สูงมาก...

สูง...

 

จนไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายยอมวางมันลงตรงเบื้องหน้าของจิ้งจอกทองตนนั้น

 

....ก่อนอื่นเลยที่ต้องกล่าวขออภัย อันเนื่องมาจากว่าข้าไม่ได้ส่งจดหมายมาบอกแจ้งว่าจะมาที่นี่ตามสมควร

ดวงตาสีเหลืองทองปรือปิดลง

นี่คงเป็นการแสดงความเคารพสูงสุดเท่าที่ร่างนี้จะสามารถทำให้ดูได้แล้ว

....ต้องขออภัยด้วย

ลูเช่เงยหน้าขึ้น

 

แต่ในสายตาข้ามันเป็นเรื่องค่อนข้างด่วน

 

ดวงตาสีเหลืองทองคมกริบจ้องมองเทพธิดาสาวคนนั้นเขม็งจนทำเอาเธอแทบจะยิ้มออกมาด้วยความถูกอกถูกใจในตัวตนของคนเบื้องหน้านี่

ทระนง

แม้กระทั่งคนที่สูงกว่าตัวเองมากก็ยังกล้าแยกเขี้ยวขู่....

 

ไม่เจียม...

และไม่กลัวที่จะต้องตาย

 

เพราะเขาไม่เคยกลัวใคร และก็ไม่เคยคิดว่านิสัยพรรคนี้เป็นข้อเสียด้วย

 

....ตามใจเจ้า

เวียร่าหลับตาลง ก่อนจะเอนใบหน้าหนีมองออกไปทางทิศอื่นด้วยท่าทีราบเรียบเหมือนกับจะบอกว่าตัวเองไม่สนใจ

ข้าไม่ใช้งานอัศวินของข้าหนักหนานักหรอก...

เวียร่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่ที่มีแสงสว่างลอดเข้ามานั่น

พยายามแสดงความไม่สนใจในร่างของจิ้งจอกดาราตนนั้นอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งๆที่ความจริงเธอค่อนข้างถูกใจจิ้งจอกดาราตนนี้มาก

ใช่....

 

ในความทระนงที่สูงส่งนั่น

 

แต่เธอไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย ว่าร่างนั้นสะดุ้งน้อยๆก่อนที่จะหลับตาลงเหมือนกับพยายามเก็บกดอาการอะไรบางอย่าง

มันหมดหน้าที่ข้าก็ให้พักผ่อนตามสบาย ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในเวลาพักผ่อนด้วย เจ้าอยากจะทำอะไรก็ตามใจ

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตแต่ก็คมกริบนั่นเบนมามองลูเช่เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเหลือบสายตาไปมองคอรัลเหมือนกับจะบอกเห็นเชิงว่าอยากจะทำอะไรก็เชิญทำไป

ขอบ พระ คุณ

จิ้งจอกดาราหนุ่มเน้นย้ำคำแต่ล่ะคำอย่างชัดเจนจนทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังประชดประชัน ก่อนที่จะยันกายลุกขึ้นแล้วถอยออกมา

ดวงตาสีเหลืองลอบมองเด็กสาวคนนั้นเล็กน้อยโดยที่ไม่ให้เธอรู้สึกตัว ก่อนที่จะเบนสายตากลับไปมองคอรัล

....ขอโทษที่มาเอาซะหลังจากเจ้าไปสี่ห้าวัน

อื๋อๆ ไม่เป็นไร แค่เจ้ามาก็น่าดีใจแล้วล่ะ

ดวงตาสีเหลืองทองคมกริบเลื่อนขึ้นมามองจิ้งจอกทองเบื้องหน้านั่นแล้วจ้องเขม็งจนทำเอาชายหนุ่มที่สูงกว่าก้าวเท้าถอยไปดานหลังด้วยความกลัวนิดๆ

ยังคงชอบทำหน้าทำตาน่ากลัวเหมือนเดิมเลยนะ

......

ลูเช่แอนหน้าหนีก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งเจือไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและระอาใจเป็นที่สุด

ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่

ที่จิ้งจอกทองเบื้องหน้านี่จะเข้าใจว่าอีกตัวเขามองอีกฝ่ายยังไง...

นอกจากดวงตาที่น่ากลัว

 

ดวงตาน่ากลัวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาเอง

 

ข้ามีเรื่องอยากถามนิดหน่อย

อื้อ?”

คอรัลครางตอบกรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเอียงคอเล็กน้อยพลางมองจิ้งจอกเบื้องหน้าของตัวเองด้วยท่าทีร่าเริง

ปลายหางสีทองสะบัดไปมาจนหน้าหมั่นไส้

ลูเช่หลับตาลงเหมือนกับพยายามตั้งสติและสมาธิไม่ให้หลุดอาการหงุดหงิดออกมาอย่างที่ไม่ควรจะทำ...

ไม่ใช่หงุดหงิด

มันคือความอิจฉามากกว่า

 

ทั้งๆที่เวลาอยู่กับเขาอีกฝ่ายไม่เคยแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้เลย

 

ความจริงแล้วออกจะแสดงท่าทีหวาดๆเขาด้วยซ้ำไป เหนื่อยหน่ายใจถอนหายใจหนีหน้าทุกๆครั้งที่เขามาเยือน

ทั้งๆอย่างนั้น....

 

....น่าอิจฉา...จริงนะ

 

ทีกับเวียร่า...

เจ้ากลับร่าเริงได้ตรงข้ามกับตอนที่อยู่กับข้า....

 

ลูเช่เอนใบหน้าหนีแล้วพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับกำลังบ่นอยู่ ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมากกจิ้งจอกที่ยังคงเอียงคมองหน้าของตัวเองอย่างไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวเหมือนเดิม

ใสซื่อ

ใสซื่อจนน่าหมั่นไส้

แต่ก็เกลียดไม่ลง....ไม่สิ....

 

ไม่มีวันเกลียดมากกว่า

 

เพราะเขารอที่จะได้เจออีกฝ่ายมานานเป็นสิบปี....และความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาของเขาก็เพื่อการนั้น

ไม่นึกเลย...

...ว่าทั้งหมดจะสูญเปล่าไวปานนี้

 

มีอะไรรึ?”

เปล่า....

ลูเช่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะสะบัดหัวเล็กน้อยเหมือนกับเพื่อจะตั้งสติ แล้วเหลือบดวงตาสีเหลืองทองจริงจังขึ้นมามองอีกฝ่าย

ข้ามีเรื่องอยากจะถามหน่อยน่ะ เมื่อเช้า....

จิ้งจอกดาราเว้นระยะเสียงเล็กน้อย

เมื่อเช้าข้าแปลกใจเล็กน้อยที่สวนหลังบ้านของข้าไม่ได้โดนตัวอะไรก็ไม่รู้บุกเข้าทำลาย (ตามปกติ) น่ะนะ....

อื๋อ?”

จิ้งจอกทองตนนั้นเอียงคอมากกว่าเดิม ในขณะที่คู่สนทนานั่นลู่ใบหูเรียวลงจนแทบจะชิดใบหน้าด้วยความหงุดหงิด

 

กระต่ายของเจ้าน่ะ หายไปหมดเลย....

/> /> />

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราเอนใบหน้าลงเหมือนกับกำลังสำนึกผิดอยู่ ก่อนที่จะหลับตาแล้ว่คอยๆกล่าวต่อ

ข้าหาโดยรอบแล้วก็ไม่เจอ แถมพวกหมาป่าหรือว่าจิ้งจอกแปลกๆก็ไม่มีทางเข้ามาในอาณาบริเวณบ้านของข้าได้....

กลิ่นพวกนั้นหายไปไม่มีร่องรอยเลย ไอเวทมนตร์หรืออะไรที่ใกล้เคียงกันนั้นก็ไม่มีเลยซักนิดเดียว....

ลูเช่เงยหน้าขึ้น

เหมือนกับจู่ๆก็โดนลมอุ้มหายไปอย่างนั้นนั่นแหละ

หมาจิ้งจอกสีขาวเงินตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจที่เจือไปด้วยคงวามตื่นตระหนกและกังวลอย่างตรงไปตรงมา

แม้ว่ามันจะไม่ใช่กระต่ายของเขา

แต่ถ้าเกิดอีกฝ่ายมาฝากเอาไว้ เขาที่เป็นเจ้าของบ้านก็สมควรที่จะรักษามันเอาไว้ให้ได้ดีที่สุดแหละนะ

....อ๋อ กระต่ายที่นั่นน่ะเหรอ

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ชายหนุ่มตีสีหน้ายุ่งเหมือนกับกำลังนึกก่อนจะคลี่รอยยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริงทันทีทันควัน

 

ข้าย้ายออกไปหมดแล้วล่ะ

 

หา?”

 

ก็เจ้าบ่นว่าไม่ชอบเพราะมันชอบทำลายสวนของเจ้านี่น่า...ข้าก็ไม่อยากให้มันอยู่เป็นภาระเจ้าต่อถ้าเกิดข้าออกมาแล้ว

คอรัลขยับไม้ขยับมือแล้วอธิบายด้วยสีหน้าจริงจังจนทำให้จิ้งจอกดาราตนนั้นค่อยๆกางใบหูตั้งขึ้นแล้วพยักหน้าลง

ยอมรับอย่างว่าง่าย

....ฮื่อ

ลูเช่ครางออกมาเบาๆเป็นเชิงว่าเจ้าใจแล้ว ก่อนที่จะเอนใบหน้าหนีแล้วถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

โล่งอกที่ไม่เป็นไร

แต่ในใจกลับโหวงๆ

 

เหมือนกับบางอย่างที่เป็นด้ายเส้นสุดท้ายถูกตัดหายไป

 

เพราะงั้นข้าก็เลยเอาออกมาให้หมด.....ทำไมหรือ?”

เปล่า

ลูเช่เอนหน้าหนีแล้วไหวไหล่

ข้าแค่แปลกใจ กลัวว่าถ้าเกิดทำกระต่ายของเจ้าตายไปจะทำยังไงดี....เพราะว่าดุท่าเจ้าจะรักกระต่ายเจ้ามากนี่

หลับดวงตาสีทองของตัวเองลงเพื่อซ่อนไม่ให้อีกฝ่ายเห็นสิ่งที่เรียกว่าความอ่อนแอในแววตาซึ่งสั่นระริกโดยที่ไม่รู้ตัว

อื้อ! ไม่เป็นไรหรอก

 

สำหรับเจ้าถึงทำให้มันตาย

ข้าก็ (จะพยายาม) ไม่โกรธ

 

เพราะเจ้าให้อะไรข้ามามาก

 

คอรัลพยายามว่าออกมาอย่างสนุกสนานที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่อีกฝ่ายนั้นกลับทำเพียงเงยหน้าขึ้นมามอง

....เรอะ....

 

อยากขอไว้ซักตัวจังแหะ.....

แต่มันคงทำลายสวนข้าเหมือนกับไอ้กระต่ายขาวบ้านั่นอีกแน่

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นส่ายหน้าก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วบ่นในใจของตัวองยาวยืดเมื่อนึกถึงเจ้าพวกกระต่ายบ้าพวกนั้น

อาจจะเงียบไปบ้าง...

แต่อย่างน้อยสวนของเขาปปลอดภัยมากขึ้น

 

มันก็น่าจะดีนั่นแหละนะ

 

เจ้าน่ะเลี้ยงกระต่ายไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะว่าสวนด้านหลังของเจ้ามันมีพวกหญ้ากับพืชหายากเยอะเลย แล้วไอ้ของพวกนั้นก็ดันถูกอกถูกใจถูกปากกระต่ายของข้ามากเลยเสียด้วย....

คอรัลหัวเราะแห้งๆ

มันคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่น่ะนะ ถ้าเกิดมันทำลายอีกน่ะ

....

จิ้งจอกดาราตนนั้นเงียบเสียงพร้อมๆกับก้มใบหน้าของตัวเองลงเหมือนกับอยากจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ตัดสินใจไม่บอกออกไป

ข้าก็ไม่คิดอะไรมาก

ลูเช่ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเอนใบหน้าหนี ในขณะที่คอรัลเลิกคิ้วเรียวขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจพร้อมๆกับยิ้มบางๆ

ข้าขอโทษน้า ที่มันทำลายบ่อยๆน่ะ

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนเดิมก่อนที่จะเสยเส้นผมของอีกฝ่ายขึ้นแล้วจูบที่หน้าผากเบาๆแทนคำขอโทษซึ่งลูเช่ก็ลู่ใบหูลง

ไม่ใช่เพราะหงุดหงิด...

แต่ก็แค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายทำแบบนี้กับตัวเอง...

ไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจ

 

ก็แค่ไม่อยากให้ทำแบบนี้...

 

...ทั้งๆที่ไม่ได้คิดแม้กระทั่งความรู้สึกของเขาเอง

 

เหอะ

ลูเช่กอดอกแล้วก้มหน้าลงมือเรียวดันหน้าผากของจิ้งจอกทองตนนั้นออก ก่อนที่จะเอนใบหน้าหนีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นสีเรื่อๆบนใบหน้าของตัวเอง

ท่ามกลางสายตาของเจ้าของห้องที่แอบมองมาเป็นระยะๆ ไม่ได้คิดอะไรมากมายเหมือนเดิม พวกนั้นจะคุยหรืออะไรก็ได้เพราะมันไม่ได้โหวดเหวกอย่างที่เธอไม่ชอบ

แต่อย่างนั้น

ทั้งๆที่พวกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรแท้ๆ

 

แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกหงุดหงิดแบบบอกไม่ถูกนะ

 

......มีนาล

เวียร่าครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นแมวตัวน้อยเข้ามาคลอเคลียด้วยท่าทีออดอ้อน เด็กสาวอุ้มร่างที่พยายามเรียกร้องความสนใจนั่นขึ้นมากอดเอาไว้

ทั้งๆที่ดวงตาสีแดงนั่นยังคงจ้องที่ร่างของทั้งสองคนนั่นเหมือนเดิม

 

.....

 

เจ้าพวกนั้นน่ารำคาญจริง

เกาะแกะกันอยู่ได้

 

เด็กสาวบ่นงึมงำในใจด้วยความหงุดหงิดที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจสาเหตุ ก่อนที่จะลูบหัวของแมวน้อยที่ตัวเองกอดเอาไว้เบาๆ

เอนใบหน้าหนี

....เหอะ.......

 

กลับไปซักที

 

เวียร่าบ่นในใจก่อนจะหันหน้าของตัวเองมองไปทางอื่นด้วยสีหน้าเหมือนกับไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว

ดวงตาสีแดงฉานคมๆปรือปิดลงด้วยความรู้สึกที่ตัวเองไม่เคยสังเกตและไม่เคยเข้าใจว่ามันเรียกว่าอะไร

เธอคงไม่อาจจะพูดได้เต็มปากว่ามันคือความอิจฉา...

เพราะเธอไม่อยากคิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกอะไรพรรคนั้น

 

ความรู้สึกไร้ค่า

 

 

มีดีเพียงแค่เป็นตัวเกะกะและทำห้าอารมณ์ขุ่นมัวเท่านั้น

 

....

ลูเช่เหลือบสายตามองเวียร่าเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตคุกกรุ่นที่เจ้าตัวนั่นแสดงออกมาโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัว ก่อนที่จะหลับตาลง

พยายามแสร้งทำเป็นไม่สนใจ....

 

เด็กสาวคนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง...

...แต่เขาที่มองเพียงแค่นิดเดียวก็พอจะรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นคิดยังไงอยู่

 

มันอ่านออกง่าย...เพราะมันตรงไปตรงมา

 

 

อย่างน้อยก็ง่ายกว่าจิ้งจอกที่ตรงจนเขามองไม่ออกเลยนี่

 

มีอะไรกับกระต่ายข้าหรือเปล่า??”

คอรัลเอียงคอเล็กน้อยแล้วถามต่อด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเดิม แต่ลูเช่ที่รับรู้ถึงปฏิกิริยาของเวียร่ากับคอรัลแล้วก็ถอนหายใจยาวออกมา

ไม่อยากจะยุ่ง...

...เพราะเขาไม่อยากจะขวาง

....เอาเหอะ

 

บ้านนั่นเดิมทีก็ของข้า หายไปซักสองสามอย่างมันคงไม่เงียบหรอก

กระต่ายพวกนั้น....เดิมทีมันก็เป็นของเจ้านี่นะ

 

ลูเช่ตัดสินใจไหวไหล่แล้วไม่ขอกระต่ายมาตามความต้องการของตัวเอง เพราะถ้าเกิดเอามันกลับไปไม่มีคนดูแลอาจจะเสร็จพวกหมาป่า...

หรือไม่ก็สวนเขานี่แหละ

ที่จะเสร็จเจ้ากระต่ายบ้าพวกนั้น

จิ้งจอกดาราตนั้นพยายามส่ายหน้าด้วยความหนักใจ ก่อนที่ดวงตาสีเหลืองทองคุ่นั้นจะสะดุดเข้ากับแจกันที่มุมห้อง

แจกันที่ประดับด้วยสีแดงของดอกกุหลาบ....

ท่ามกลางห้องที่สวยงามนี่

 

เหมือนกับแจกันนั่นโดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ใบหูเรียวสีขาวเงินลู่ลงโดยที่ไม่รู้ตัวเมื่อเห็นดอกกุหลาบมากมายเหล่านั้น เนตรสีเหลืองทองเบนไปมองเวียร่าเล็กน้อย

มองดอกกุหลาบที่ประดับอยู่เหนือหูของเทพธิดาสาวคนนั้น

ก่อนจะถอนหายใจยาว

 

แล้วคลี่รอยยิ้มออกมาด้วยความสมเพช

 

...โห นั่นดอกกุหลาบงั้นหรือ?”

 

ลูเช่สะบัดปลายหางด้วยท่าทีที่เกิดจากการเสแสร้งถึงความสนุกสนาน ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปใกล้แจกันดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงเข้ม

สวย....

แต่ดูเหมือนว่าทั้งหมดนั้นจะยังเป็นดอกตูมอยู่เกือบทั้งหมด

“....โอ้โห เยอะขนาดนี้เลยงั้นเหรอเจ้าหาได้เก่งเป็นบ้า”

จิ้งจอกดราตนนัน้สะบัดหางด้วยท่าทีสนอกสนใจ ก่อนที่จะมองโดยรอบแจกันที่คงมีดอกกุหลาบชนิดเดียวกันไม่ต่ำกว่าสิบดอกแน่นอน

ธรรมดาก็เป็นไม้หายากอยู่แล้ว

การหาได้ขนาดนี้ถ้าเกิดไม่ใช้ความพยายามก็คงไม่มีวันได้มาหรอก

 

.....ไม่รู้ว่าจะเสียเวลาไปกี่วัน

 

“อื้อ!

คอรัลครางตอบรับด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนที่จะก้าวเท้ายาวๆเข้ามาใกล้ลูเช่แล้วดึงดอกกุกลาบที่ยังไม่ได้ตัดแต่งอะไรเลยขึ้นมาก่อนที่จะปักลงไปเหมือนเดิม

“สวยใช่ไหมล่ะ เวลามันเป็นพุ่มใหญ่ๆแบบนี้น่ะ”

“งั้นมั้ง”

ลูเช่ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะความจริงเขาก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าดอกไม้พรรคนี้มันจะมีค่าอะไร

เป็นได้อย่างมากก็แค่ตัวยา....ไม่ว่าจะยารักษาหรือว่ายาพิษ

และกุหลาบางชนิดนี่ก็จะว่าเป็นเครื่องปรุงพิษชั้นเลศโดยแท้

ใช่

 

 โดยเฉพาะกุหลาบที่คอรัลให้เขามานั่นแหละ

ดีแล้ว...

ที่อย่างน้อยจิ้งจอกทองตนนั้นก็หักหนามออกจนหมดก่อนเอามาวางไว้ข้างเตียงเขา

 

?

มือเรียวชะงักเล็กน้อย

“หักหนามออกก่อนปักสิ....เจ้านี่นิ....”

จิ้งจอกดราตนนั้นจับและจัดๆดอกกุหลาบในแจกันเล็กน้อยเอาให้มันดูสมดุลขึ้นมาอีกหน่อย ก่อนที่จะเลิกคิ้วเรียวขึ้น

ลูเช่หงายมือขึ้น ก่อนที่จะต้องหรี่ตาลงเมื่อเห็นเลือดไหลซิบๆออกมาจากแผลถากๆนั่น น่ากังวลว่ามันไม่ใช่แผลแผลเดียว..

คงเพราะเขากทีเดียวเยอะไปหน่อยล่ะมั้ง

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า!?

 

ลูเช่พลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจทันทีที่มือข้างนั้นของตัวเองถูกคนข้างๆกระชากไปไม่จัดว่าแรง แต่เร็วจนจับจังหวัตามไม่ทัน

แถมเสียงตะโกนนั่นดูเหมือนว่าจะตามมาทีหลังการกระทำซะอีก

“เจ้าจะบ้าเหรอไง กุหลาบนี่ไม่ใช่พวกที่มีพิษนะ”

 

ไม่ได้มีพิษเหมือนกับที่เจ้าให้ข้ามา....

 

ลูเช่หัวเราะหึออกมาสั้นๆด้วยความเหนื่อยหน่ายใจและโล่งอกหลังจากที่ถูกตะโกนใส่ซะจนสะดุ้ง ก่อนที่จะหงายมือของตัวเองที่มีเพียงรอยถลอกแต่ไม่มีรอยอะไรเหมือนกับที่แสดงถึงพิษเลยแม้แต่น้อยนิด.....

รอถลอกเล็กๆเท่านั้น

สีหน้ของจิ้งจอกทองตนนั้นดูเหมือนกับยกภูเขาออกจากอกไปวูบหนึ่งก่อนที่จะกลับมาตีสีหน้ายุ่งๆแล้วหัวเราะออกมาเหมือนเดิม

แต่ลูเช่ที่ไม่ทันสังเกตก็ดึงมือของตัวเองกลับ

“ถึงจะโดนหนามข่วนก็ไม่เป็นไร....เห็นไหม? แปบเดียวก็หายแล้ว”

จิ้งจอกดาราตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วเรียวลูบแผลบนมือของตัวเองเบาๆเพยีงไม่กี่ครั้งแผลทั้งหมดนั่นก็พลันหายไปจนหมดสิ้น

ความเร็วในการรักษานั่นเหมือนกับจะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวที่ยอดเยี่ยมไม่มีที่ติของอีกฝ่ายนั่น...

“....ที่สำคัญ กุหลาบพวกนี้ต้องหักหนาออกให้หมด เด่ยวเดินผ่านมาเกี่ยวเสื้อแล้วทำให้แจกันล้มคว่ำลงมามันไม่ดี....”

 

เจ้ายิ่งเซ่อๆอยู่

 

จิ้งจอกดาราว่าออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะกางกรงเล็บของตัวเองออกเพื่อเตรียมจัดการเอาหนามออกไปให้หมด

แต่มือของเขากลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือของร่างสูงนั่น

 

“อย่าหักนะ....”

 

เดี๋ยวก็ได้แผลอีกรอบหรอก...

ถึงจะไม่มีพิษ แต่แผลก็เป็นแผลนะ

 

จิ้งจอกสีทองตนนั้นลูใบหูลงเล็กน้อยแล้ววว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบามากเสียจนเหมือนกับจะเป็นคำวินวอนที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

“หือ?

ใช่

และคนที่ฟังไม่ได้ยินคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วครางออกมาเบาๆเหมือนกับถามว่าตะกี้นี้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมา

“น่านะ ข้าไว้แบบนี้แหละ กุหลาบไม่มีหนามไม่ใช่กุหลาบ”

จิ้งจอกทองหนุ่มสะบัดปลายหางของตัวเองอย่างร่าเริงเหมือนเดิม ในขณะที่ลูเช่ทิ้งน้ำหนักมือที่ถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้ลงเพื่อเป็นเชิงบอกว่าเขาจะไม่เด็ดแล้วก็ได้

“เฮ้อ”

 

แล้วเจ้าหักหนามกุหลาบข้าทำไมกัน....

 

ลูเช่หลับตาลงข้างหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันจนทำเอาคู่สนทนาได้แต่ลู่หลงแล้วปั้นหน้ายิ้มหน่ายๆให้กลับไปเท่านั้น

ไม่เคยจิ้งจอกดาราตนนี้ยิ้มอย่างร่าเริงซักที

 

จะคุยกันกี่ครั้ง...

ไม่บ่นไม่ว่าไม่ด่าทอ....ไม่เสียดสีก็มีแต่ความเหนื่อยหน่ายใจเท่านั้น

 

เหมือนกับเป็น หน้าที่ที่คนๆนี้ต้องมาอยู่ข้างเขานี่

 

“ดอกตูมซะเกือบหมด”

ลูเช่บ่นออกมาด้วย้นำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะดึงดอกไม้ในแจกันขึ้นมาแล้วลองดมกลิ่นดู ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะดูเหมือนว่ามันจะไม่มีกลิ่นอะไรเลย

ดอกกุหลาบที่หาได้ง่าย....

ง่ายที่สุดในบรรดากุหลาบด้วยกัน

 

ไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีอันตราย

 

....และก็ไม่มีค่าในด้านใดเลยเช่นกัน

 

“ดอกตูม? มันก็จะได้ตั้งเอาไว้ได้นานๆไง”

คอรัลตอบกลับอย่างร่าเริงเหมือนเดิม ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วแหวกเข้าไปในใจกลางของกลีบที่ซ้อนทับกันมากมายนั่น

“...ถ้าเกิดอยากให้มันบานก็มีวิธีตั้งมากตั้งมาย”

รอยยิ้มบงๆคลี่ออกบนใบหน้า

 

“แต่มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นนี่นะ”

 

การฝืนให้ดอกไม้บานมันไม่ใช่เรื่องดีหรอก...

...เพราะมันจะดรยราเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

 

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นว่าพลางหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลในขณะที่จิ้งจอกดาราที่มองอยู่ตลอดนั้นก็กัดฟันเล็กน้อยด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

เข้าใจว่าทำไมตัวเองหงุดหงิดดี...

แต่ความจริงมันก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“....ความจริงข้าค่อนข้างชอบของพวกนี้นะ แต่เสียดายที่เทเกอริกไม่ค่อยมมีดอกไม้รรมดาแบบนี้เท่าไหร่.....”

 

ถ้าเกิดหมาป่าจันทราตนนั้นไม่บอกมา....

ข้าคงไม่รู้หรอกว่ามีดอกไม้พรรคนี้อยู่ในป่านี้ด้วย

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มค่อยๆว่าออกมาด้วยท่วงทำนองที่ฟังดูแล้วเหมือนกับกำลังเหม่อลอยและออกจะประชดประชันนิดๆ ซึ่งก็ทำให้ลูเช่พ่นลมหายใจออกมาสั้นๆเพื่อหัวเราะ

คอรัลปรายดวงตามามองอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะยิ้ม....

แล้วก็ไม่กล่าวอะไรออกมา

ผ่านไปอีกฝ่ายก็ทำเพียงมองดอกกุหลาบในแจกันนั่นเหมือนเดิม จับประคองเอาไว้เหมือนกับจะทำอะไรซักอย่างแต่ก็ไม่ทำ

ดวงตาสีเลืองทองกลอกไปมาเล็กน้อยเหมือนกับจะหาบทสนทนาต่อไปเพราะเขายังไม่อยากกลับเท่าไหร่นัก (ไหนๆก็ได้มาทั้งที)

ก่อนที่จะเบนสายตาไปมองมืออีกฝ่าย...

มองแล้วก็ได้แต่ท้าวเอวแล้วยิ้มออกมาอย่างหน่ายๆ

 

ขอดูมือเจ้าหน่อย ทำไมมันเละเทะแบบนี้เนี่ย

 

บอกข้าให้ระวัง...

แล้วตัวเจ้าเองล่ะ

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นหมุนใบหูเรียวลงเล็กน้อยด้วยท่าทีเหมือนกับไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะยกมือของอีกฝ่ายที่มีรอยข่วนของดอกไม้สีแดงนี่บางๆ

ส่วนใหญ่หายไปหมดแล้ว...

ใช่...

เว้นเพียงรอยที่มีสีออกเขียวๆเคลือบอยู่โดยรอบ

 

รอยแผลที่ดูเหมืนอว่าจะไม่มีทางปิดสนิทด้เลย ตราบเท่าที่สารเคลือบสีเขียวๆซึ่งเกาะอยู่ตรงปากแผลนั่นยังไม่หายไป

ไม่บอกก็รู้ว่ามันคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า พิษ

ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามรอยแผลนั่นอย่างช้าๆ ก่อนที่ใบหูที่ลู่ลงนั่นจะยกตั้งขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก...

แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นสีหน้านั้นก็แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ...

เจ้ากุหลาบที่เจ้าเอามาให้ข้าน่ะ มันพิษร้ายเลยนะ....เจ้าจะบ้าเหรอ ถ้าเกิดถูกหนามมันข่วนเอาเดี๋ยวก็ได้ไปปรโลกหรอก

หนามพิษที่เขารู้จักเป็นอย่างดี...

เพราะหมอยาที่ใช้สมุนไพรคล่องเหมือนกับใช้มือของตัวเองอย่างบรรดาจิ้งจอกดารานั้นต้องรู้จักทุกคน

เพียงแต่นึกถึงพิษของมันเท่านั้น

ขนก็พลันลุกทั่วร่าง...

 

....ไม่รู้ว่านรกสาปส่งหรือว่าพระเจ้าอวยพรให้คนเบื้องหน้าเขาไม่เป็นอะไรเลย

 

แหะๆ

ยังจะมาหัวเราะอีกนะ....

ดวงตาสีเหลืองทองที่เจือไปด้วยประกายไม่สบอารมณ์เงยขึ้นมามองอีกฝ่ายเหมือนกับจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ใช่...

แล้วอีกฝ่ายนั้นทำให้เกิดรอยได้ขนาดนี้ได้ยังไงกัน....

ดูเหมือนปลายนิ้วจะหนักสุด...

 

....คงเพราะต้องการจะถอนหนามพิษออกให้หมดล่ะมั้ง

 

ถ้าเกิดไม่รีดเอาพิษออกเดี๋ยวก็เน่าหรอก...

 

หาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ...

...หรือว่าเจ้าหักเพราะรู้ว่าพิษมันอันตราย

 

 

เหอะ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองดีกว่า

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นหลับตาลงแล้วหัวเราะเยาะเย้ยให้กับความคาดหวังเล็กๆในใจของตัวเองที่ให้ตายก็คงไม่ปริปากบอกออกไปตอนนี้อย่างแน่นอน

ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามแผลเล็กน้อย ก่อนที่จะกดลงไปเบาๆเพื่อให้เลือดที่เจือด้วยสีเขีวอ่อนๆไหลซึมออกมา

ก็ช่วยไม่ได้

ใบหูสีเงินสะบัดเล็กน้อยกับเสียงนุ่มๆที่พูดออกมาเบามากเหมือนกับกำลังเปรยอยู่กับตัวเองนั่น ดวงตาสีเหลืองทองเงยขึ้นมามองจิ้งจอกสีทองเบื้องหน้า

จิ้งจอกทองที่กำลังยิ้มกว้างออกมาด้วยความร่าเริง...

 

กุหลาบนั่นมันสวยนี่น่า

 

เจ้าที่แต่งด้วยสีดำและเงิน

 

น่าจะเข้ากับสีแดงเข้มที่นิ่งสงบแบบนั้นนี่

 

มัน....น่าจะเหมาะกับสีขาวแล้วก็สีดำ ช่วยไม่ได้น่ะนะ

 

คอรัลหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิมจนทำเอาลูเช่ส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ทันที แต่กระนั้น ดูเหมือนว่าบนใบหน้าของหัวหน้าจิ้งจอกดาราตนนั้นจะยิ้มออกมาหน่อยๆ

“....กุหลาบเหมาะกับสีเขียวเข้มต่างหาก”

“โอ๊ย!

คอรลอุทานลั่นออมาพร้อมกับชักสีหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แล่นแปล๊บขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายนั้นจงใจกดลงไปบนแผลแล้วลากปลายนิ้วขึ้นเหมือนกับรีดเลือดสดๆออกมาจากปากแผลที่เลือดทั้งหมดแข็งตัวสนิทแล้ว

ให้เลือดมันดันจนกระทั่งแผลเปิดออกมาเอง...

ดูแล้วประชดประชัน

 

เหมือนกับกำลังกลั่นแกล้งกันเสียเหลือเกิน

 

“แค่นี้ก็ครวญซะแล้ว”

ลูเช่แอบหัวเราะออกมาเล็กน้อยโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น ตรงข้ามกับจิ้งจอกทองหนุ่มที่ลู่ใบหูเรียวลงด้วยสีหน้าหนักใจปนน้อยใจนิดๆทันที

“อยากเอากลับมาเองนี่นะ”

ปลายนิ้วเรียวปาดเอาเลือดที่เจือด้วยสีแปลกๆนั่นออกไป ก่อนที่จะขยับปากเบาๆแล้วทำให้เกิดเป็นควันปรากฏขึ้น

พร้อมๆกับอะไรบางอย่างที่มอดไหม้สลายหายไป

มันเป็นดอกเดียวที่ข้าเอากลับมาได้....หลังจากที่พยายามแทบตาย เพราะมันมีกลิ่นหอม และก็.....

ดวงตาสีทองของหมอชั้นเลิศเหลือบขึ้นมาเล็กน้อย

ข้อแก้ตัวชัดๆ มีปัญญาหาแบบชั้นสูงได้แค่ดอกเดียวเลยต้องไปหาพวกต้นชั้นล่างๆอื่นมาเยอะแยะขนาดนี้สินะ

เช่หลับตาลงแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงและวาจาสอดเสียดอย่างชัดเจน ซึ่งคอรัลก็หลับตาลงเหมือนกับยอมรับ

ทั้งๆที่ความจริง....

มันไม่ใช่แบบนี้เลยแม้แต่น้อย

ฮะๆ

อยู่ใกล้แค่นี้แท้ๆ...

...แต่กลับดึงเข้ามากอดเอาไว้ไม่ได้

 

น่าเสียดายเวลาเมื่อก่อนที่ข้าไม่เคยกอดเจ้าแน่นๆซักครั้งจริงๆ

 

จิ้งจอกทองหนุ่มลู่ใบหูเรียวลงแล้วหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งเจือได้วยประกายของความประชดประชัน

ดวงตาสีเลือดทอดมองอีกฝ่ายที่คร่ำอยู่กับการรีดพิษออกจากปลายนิ้วของเขาด้วยดวงตาที่ทอประกายเอ็นดูและโหยหา

แววตาที่ให้คนเบื้องหน้าเห็นไม่ได้เด็ดขาด....

 

ไม่ใช่เพราะมันสมเพช

แต่เพราะอีกฝ่ายเกลียดเขา....

 

....เขาก็ไม่ควรจะมองคนๆนี้แบบนั้น

 

ใครบอกล่ะ

 

ทั้งๆที่ใกล้กันเท่านี้แท้ๆ...

...แต่เสียงกลับส่งไปไม่ถึง

 

คอรัลงึมงำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูแล้วเหมือนกับกำลังพูดในใจมากเสียกว่าพูดออกปากออกเสียง

แน่นอน

แม้ว่าจะอย่ใกล้กันไม่ถึงคืบ...

แต่เสียงที่เบาไปนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

 

มันอันตราย แต่น่าหลงใหล....

 

หนามพิษที่ร้ายกาจรุนแรง....

พิษร้ายที่มีเอาไว้เพื่อปกป้องความงดงามนั่นเอาไว้

 

 

มันเหมือนกับคนที่ข้าให้....ข้าถึงได้พยายามเพื่อเอามันออกมา

 

มันแตะต้องยาก....เข้าใจยาก และก็บอบบาง...

 

 

มันเหมือนกับเจ้าที่น่ากลัวไม่ใช่หรือไง

 

ถ้าเกิดคิดจะจับต้องก็ต้องไม่กลัวเจ็บ...ถ้าเกิดอยากจะแตะให้ได้เต็มมือก็ต้องเด็ดหนามทั้งหมดออกให้ได้ก่อน

 

ถ้าเกิดข้ากล้าเข้าหาเหมือนกับกล้าเด็ดหนามนี่....จิ้งจอกดาราที่อันตรายเอ๋ย

 

 

ข้าจะได้เจ้ามาไหม....

 

คอรัลยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเองในขณะที่เอียงคอน้อยๆเมื่อเห็นลูเช่เงยหน้าขึ้นมามองเหมือนกับกำลังจะถามว่าตัวเองพูดอะไรออกมา

“ไม่มีอะไร”

โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายถาม...

...เขาก็พลันตอบกลับอย่างไม่คิดอะไรมากมาย

“เหอะ”

ลูเช่พ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ

 

“เสร็จแล้วล่ะ”

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนทีจะยกมือขึ้นก่ายหน้าผากแล้วเสยเส้นผมของตัวเองที่ร่วงลงมาขึ้น

“อื๋อ?

“ข้าเอาพิษออกให้หมดแล้ว เดี๋ยวไม่เกินสามวิฯ แผลก็หาย...”

หัวหน้าจิ้งจอกดาราหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนเดิม ในขณะที่คอรัลซึ่งมือได้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้งก็ขยับข้อนิ้ว แล้วจ้องมองในระดับสายตา

“ไม่มีแผลเลยแหะ”

“ต้องขอบคุณความสามารถในการรักษาของตัวเจ้าเองน่ะนะ”

ลูเช่ยิ้มบงๆออกบนใบหน้าด้วยสีหน้าภาคภูมิเสียเต็มประดาจนทำเอาคอรัลหัวเราะออกมาด้วยความขบขันปนชอบใจ

“....เหอะ หัวเราะอะไรเล่า”

จิ้งจอกดาราตนนั้นขมวดคิ้วเรียวของตัวเองลงก่อนที่จะเบนสายตาออกไปมองด้านนอกแล้วท้าวเอวเพื่อแสดงความไม่ชอบใจ

ก่อนที่ดวงตาสีเหลืองทองนั่นจะเจือประกายหงุดหงิดทันทีที่เห็นบรรยากาศด้านนอกที่ดวงอาทิตย์นั้นขึ้นมาสุงในระดับหนึ่งแล้ว

ไม่ใช่ตอนเที่ยง...

แต่มันก้ไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะอยู่ที่นี่แล้ว

?

คอรัลเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย

“ได้เวลาต้องกลับแล้วเหรอ?

“คาดว่าอย่างนั้นน่ะ....เพราะข้าต้องไปดูอาณาเขตรอบๆซักหน่อย....”

 

อยากจะอยู่ต่ออีกซักหน่อย....

แต่คงไม่ได้แล้วล่ะ

 

เจ้าบ้านมองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

ดวงตาสีเหลืองทองเหลือบสายตาไปมองเจ้าของที่แห่งนี้ที่ตัวเองบอกว่ามองอย่างกับกินเลือดกินเนื้อ ใช่ ในสายตาเขาเขาว่าอีกฝ่ายมองอย่างนั้นแหละ

แม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะไม่รู้สึก (เช่นเดียวกับจิ้งจอกทองเบื้องหน้าเขา) ว่าประกายของดวงตาตนเองตอนนี้นั้นเป็นอย่างไร

อีกอย่าง

เขาก็คงไม่หน้าด้านอยู่ที่ที่ไม่ใช่ที่ของเขานานๆหรอก....

“อื๋อ....”

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วๆแล้วลู่ใบหูเรียวลงเหมือนกับลูกหมาถูกทิ้ง ก่อนที่จะพยายามยิ้มอย่างร่าเริง

“งั้นสินะ เจ้ามีพื้นที่ต้องดูแลนี่นะ”

“อ่า”

ลูเช่เงยหน้าขึ้นมองจิ้งจอกทองเบื้องหน้าตนเองที่ยิ้มออกมาทั้งๆที่ลู่ใบหูเรียวของตัวเองลง เหมือนกับลำบากใจแต่ก็ยังร่าเริง

ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกันแน่

ดีใจที่เขาจะกลับซักที

 

 

....หรือไม่อยากให้เขาไป

 

“จริงสิ.....”

“หือ?

ลูเช่เลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจแล้วจ้องมองจิ้งจอกทองตนนั้นที่สะดุ้งน้อยๆ ก่นอที่จะส่ายหน้าเร็วๆ

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร”

คอรัลแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยแล้วโบกไม้โบกมือไปมาเพื่อปฏิเสธ ซึ่งนั่นก็ทำให้จิ้งจอกดาราเอียงคอน้อยๆเพราะมันผิดปกติจากที่อีกฝ่ายเป็น

แต่...

...เขาคงคิดมากไปเองนั่นแหละนะ

“มีอะไรก็บอกได้นะ?

“ไม่มีเลย ไม่มีๆ”

คอรัลยิ้มออกมาอย่างร่าเริงเท่าที่จะทำได้ ซึ่งลูเช่ก็เอียงคอท้าวเอวแล้วถอนหายใจยาวออกมาหนักๆแบบที่ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่ของวัน

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารามองจิ้งจอกคนที่ยิ้มบางๆด้วยสีหน้าสนุกสนานและไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กๆเหมือนเดิม...

แต่เขาก็มองออกได้อย่างสบายๆ...

 

ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายนั้นกำลังยิ้มอย่างฝืนๆ

 

แต่เขาก็ไม่อยากทักท้วง....เพราะถ้าเกิดคนๆนั้นอยากจะปิดบังเอาไว้ เขาก็ไม่อยากจะขุดคุ้ยมันขึ้นมา

ก็เลยทำได้แต่มองจิ้งจอกทองที่กำลังหัวเราะออกมาด้วยอาการเสแสร้งคนนั้น

“....ถ้ายังไงก็....”

คอรัลลากเสียงยาวๆ ก่อนที่จะเอียงคอแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาใกล้จิ้งจอกดาราตนนั้นมากกว่าเดิม

มือเรียวเชยเส้นผมของอีกฝ่ายเสยขึ้น

 

กลับบ้านดีๆนะ....แล้วไว้มาใหม่ล่ะ

 

ขอ....แค่ซักนิดแล้วกันนะ

 

จิ้งจอกทองหนุ่มดึงร่างนั้นเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะโน้มลงหอมที่แก้มเบาๆก่อนที่จะหัวเราะออกมาเมื่อได้กลิ่นบางๆ...

กลิ่นของดอกไม้ที่เขาจำได้ว่าดอกอะไร

!!!

หัวหน้าจิ้งจอกดาราตนนั้นเบิกตากว้างด้วยสีหน้าตกใจทันทีแล้วผละท้าวก้าวออกมาครึ่งหนึ่งทันทีที่อีกฝ่ายปล่อยมือของตัวเอง

“ข....ข้าไปล่ะ!

ลูเว่าออกมาด้วยน้ำเสียงหนักๆ ก่อนที่จะหมุนปลายเท้าของตัวเองแล้วก้าวเท้าออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วทันที มือเรียวแตะที่แก้มข้างที่โดนอีกฝ่ายจูบเบาๆนั่นก่อนที่จะสั่นหัวแรงๆขณะที่ก้าวเท้าฉับๆออกไป...

“ฮะๆ”

 

โบนัสชีวิตล่ะนะ....งานนี้

 

พกดอกกุหลาบนั่นติดตัวด้วยสินะ....ได้กลิ่นหอมอ่อนๆด้วย

น่าดีใจแหะ

 

หวังว่าคงไม่ใช่เพราะจมูกข้าเพี้ยนดมกลิ่นผิดหรอกนะ....

 

 

เจ้ายิ่งเป็นหมอยามีกลิ่นพืชเยอะอยู่

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะว่าอายหรือว่าเพราะตกใจแต่ยังไงมันก็ดูตลกๆน่ารักดี

คอรัลคลายมือของตัวเองที่ไม่มีร่องรอยของหนามพิษพวกนั้นอยู่แล้ว ก่อนที่จะยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเอง

“.....หายเจ็บ....หมดแล้วแหะ”

 

กุหลาบนั่นหายากแทบตาย...

 

พิษก็แรง...หนามก็เยอะ

 

“....จริงๆสิน่า”

 

ดีอยู่ข้อเดียว....

 

มันสวย แล้วก็หอม....

 

จิ้งจอกสีทองตนนั้นถอนหายใจยาวออกมาแล้วยิ้มบางๆบนใบหน้า เช่นเดียวกับปลายหางที่สะบัดไปมาอย่างอารมณ์ดี

 

หวังว่าเจ้าจะดีใจนะ

 

 

เพราะนั่นมันเป็นกุหลาบที่คล้ายกับเจ้าน่ะ...

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ดอกไม้สีแดงฉาน

มีกลีบเรียงรายสลับซับซ้อนและมีกลิ่นที่ชวนหลงใหล....

ปลายนิ้วเรียวใต้ถุงมือสีดำสนิทค่อยๆขยับขึ้นลงทำให้ดอกไม้สีแดงในมือของตัวเองหมุนกลับไปกลับมาเบาๆ โดยที่มีดวงตาสีเหลืองทองจ้องมองอยู่ด้วยแววตายุ่งยากเหมือนกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

....ก็แค่กุหลาบธรรมดาเหมือนกันงั้นสินะ

 

กุหลาบ....

มันก็ดอกไม้เหมือนๆกัน เจ้านั่นไม่มีวันคิดลึกลงไปมากกว่าว่ามันคือ ดอกไม้หรอก...

 

รอยยิ้มหยันเหยียดออกบนใบหน้านั่น

ราวกับกำลังสมเพชตัวเอง

 

ไม่น่าคาดหวังอะไรมากเลยแหะ...

 

ใบหูเรียวสีขาวเงินนั่นตกลงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่เจ้าตัวนั้นสะบัดผ้าคลุมของตัวเองแล้วก้าวเท้าเข้าไปในป่าสีดำสนิท...

ดวงตาสีเหลืองทองหวนกลับมามองหอคอยที่สนสวยงามนั่นอีกครั้ง

ก่อนที่จะหลับตาลงแล้วมุ่งหน้าต่อไป

กรงใหม่...

 

....ที่ที่ใช้ขังนกที่เขาเอาออกมาจากป่าที่มืดมิดแห่งนั้น

 

คนซื่อๆอย่างเจ้านั่นก็สมควรแล้วล่ะ มันคงไม่คิดอะไรมากหรอก

 

จิ้งจอกดาราตนนั้นหัวเราะออกมาสั้นๆเหมือนกับกำลังประชดประชัน....ก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วแตะปลายจมูกลงบนกลีบดอกเบาๆ....

แต่ยังไงมันก็สวยน่ะนะ....

น้ำเสียงทุ้มนุ่มครางออกแผ่วๆย่างเหม่อลอยช่นเดียวกับรอยยิ้มบางๆที่คลี่ออกบนใบหน้าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

นึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่น้มเข้ามาใกล้...

 

ถึงสัมผัสแผ่วๆเบาๆที่อีกฝ่ายไม่เคยทำเลยซักครั้งตอดสามเดือนที่ผ่านมา

 

ทั้งๆที่มันเป็นการทักทายพื้นฐานของพวกเขาแท้ๆ

 

 .....น่าดีใจแหะ

 

ถึงเจ้านั่นจะทำอย่างไม่คิดอะไรมากก็เหอะ....

ถึงแม้ว่าเจ้านั่นจะไม่ได้คิดอะไรแอบแฝง

 

....แต่ก็น่าดีใจแหะ

 

“ค่ำลาไร้สาระแท้ๆ...”

 

พวกจิ้งจอกมันก็ทักทายจากลาด้วยวิธีแบบนี้อยู่แล้วนี่...

 

ทั้งจูบหน้าผากหรือว่าเลียแก้ม มันก็เรื่องปกติ

 

ลูเช่ครางในลำคอ ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้ารับรู้ถึงกลิ่นบางๆของดอกไม้ที่โชยออกมาอย่างที่ไม่เคยขาดสาย....

กลิ่นหอมอ่อนๆ

หวานและน่าหลงใหลเหมือนกับน้ำผึ้ง

 

แต่เขารู้ดีว่ากลิ่นนี้มาจากพิษที่แสนร้ายแรงของมัน

 

เจ้านี่ชอบทำดีกับคนอื่นเขาไปทั่วจริงๆ....

 

ใจจริงๆเจ้าเป็นยังไงกันแน่นะ....

 

คอรัล....

 

ลูเช่ยิ้มออกมาอย่างหน่ายๆนิดๆ พร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงด้วยสีหน้าซึ่งดูแล้วเหมือนกับกำลังน้อยใจ

“เจ้าทำดีกับข้าเพราะหน้าที่....ตามมารยาท หรือว่าอะไร”

 

เจ้าจิ้งจอกที่แสดงท่าทีเบื่อหน้าเวลาที่เจอหน้าข้าทุกครั้ง... ระอา เหนื่อยหน่ายใจเวลาได้ยินข้าพูดอะไรออกมา

เจ้าที่ไม่มีแววชอบข้าเหมือนกับที่ข้าอยากให้เป็น...

แต่มันก็ไม่เป็นไร

 

ถ้าเกิดเจ้ายังอยู่ข้างข้าตลอดเวลา

 

“แต่ที่สำคัญ....”

ดวงตาสีเหลืองทองปรือปิดลง....

 

สิ่งที่ข้ากลัวจริงๆ....ไม่ใช่กลัวว่าแท้จริงแล้วเจ้าจะไม่ได้ชื่นชอบข้า

 

มือเรียวกำดอกไม้ในมือของตัวเองแน่น แต่ก็พยายามไม่ให้กำแรงไปจนทำให้ดอกไม้ที่แสนบอบบางและสวยงามนี่เป็นรอยช้ำ

ปลายจมูกซุกลงไปใดอกไม้สีแดงที่เบ่งบานดอกนั้น

ก่อนที่ใบหูเรียวจะลู่ลงด้วยสีหน้าอ่อนแออย่างที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงให้ใครเห็น

 

ข้ากลัว

 

เหมือนกับหยดน้ำเล็กๆไหลอาบข้างแก้มเพียงหนึ่งหยดในชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะหยดลงไปบนกุหลาบและจางหายไป...

ดวงตาสีทองปรือปิดลง

เพราะเขาทำได้เพียงาภาวนา ว่าให้โลกนี้ไม่โหดร้ายและทำให้ทุกอย่างที่เขาคาดหวังนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างที่เขาหวาดกลัว

 

ใช่...ข้ากลัว...

 

 

กลัวว่าเจ้าเกลียดข้า...หรือเปล่านะ

 

**++**++**++**--**++**++**++**



- -

แล้ว....เวียร่ากับเช่ก็มาเจอหน้ากัน- -+++

เมียหลวงเมียน้อย?

913 ความคิดเห็น

  1. #794 Seiji (@Seiji_Ed) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:51
    ตามอ่านมานานแล้วไมได้เม้นท์ซํกที

    สุดยอดมากเลยค่ะ

    สนุกมากกกกกกก ><

    ทำเอาติดงอมแงมเลยทีเดียว อิอิ
    #794
    0
  2. #528 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 02:04
    กะกะกะกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~ สุดยอก สุโค่ย XD~

    <<<<บิดๆ โฮกกกก อย่ามัวแต่คาดหวังกันเซ่ ลุกขึ้นมาบอกความในใจได้แล้ววว
    โฮกกกกกก (ล้มโต๊ะ!!)

    รัลๆเอ๊ยย ทำไมไม่บอกไปเลยนะ!!!

    "เพราะกุหลาบนั่นมันคล้ายกับเจ้าไงล่ะ" <<<อาเบะเหวยยย อุโฮกกก

    แล้วก็เช่นะ ยิ้มๆให้เค้าชื่นใจไปซะที่สิ รัลๆเค้ารออยู่นะ
    แล้วก็เลิกถอนหายใจได้แล้ว เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ แง่งง

    ปล.ขอไปอ่านไดฯของเช่ก่อนนะคะ เดี๋ยวเม้นอีกรอบๆ
    #528
    0
  3. #527 ปีกสีเงิน (@silverwing) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2552 / 10:20
    ตามอ่านมาสามสิบตอน เพิ่งมาเม้นท์เอาตอนนี้แหล่ะ=_=
    หนุกดีนะ อัพไวๆละกัน จะอ่านตามอ่านไปเรื่อยๆนี่แหล่ะ
    #527
    0
  4. #526 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2552 / 07:50

    รัลๆหน้าหม้อวะค่ะ =_=;;

    #526
    0
  5. #525 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 / 20:25
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ไอหม้อหัวท๊องงงงงงง !!!!!
    รัลๆหน้าหม้อที่สุด โฮกกกกกกกกกกก อยากเจื๋อนทิ้งง

    ทำร้ายเช่ทางอ้อมมาหลายตอนแล้วนะ กี๊ซซซซ

    ฮึ่มมมๆ

    ว่าแต่.....น้องต่าย?? เลปัส??ตัวอื่น??

    เอ่อ....รัลๆมีน้อยต่ายกี่ตัวคะ? ชื่ออะไรบ้างเหรอ?? (คงเยอะ = ='')

    ปล.เม้น~
    #525
    0
  6. #524 +St.[Ze]Rill+ (@ZeRill) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 / 12:25

    แง่ม ๆรู้สึกสงสารเช่ขึ้นมาจับใจแฮะ

    เวียร่าเอาแต่ใจอ่า ดอกกุหลาบสีแดงก็สวยออก= =v

    คอรัลสู้ ๆฮ่าเลือกเช่ดีกว่าเนอะไปสนใจเวียร่าทำไม (โดนเจ๊แกบีบคอ แอก=[]=)

    #524
    0