"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 33 : Alone Fairy’s smile 10 like starlight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ค. 52


หมายเหตุ ตอนนี่มีความยาว 119 หน้า= =.... ความยาวขนาดนี้ไม่ปรานีใคร จะแบ่งอัพเป็นเวลา 5 วัน แล้วจะไม่มีAFSต่อสองตอน....จะเป็นLMOตอนหนึ่งแล้วตามด้วย FMR เลย~^^

= =! มันยาวจริงๆนะ เพราะง้นก็อย่าทิ้งกันก่อนล่ะ!!!

href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

Alone Fairy’s smile 10 : like starlight

 

เมื่อคาดหวังว่าว่าจะได้รับความสุขกลับมา....

แต่หากไม่ได้....

 

สิ่งที่ได้มานั้นก็คือความทุกข์ดีๆนี่เอง

 

“....ท่าน........เรียกข้าหรือ?

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองยาวคนนั้นกาวเท้ายาวๆมาตามทางเดิน ก่อนที่จะค่อยๆหยุดปลายเท้าของตัวเองลงตรงเบื้องหน้าร่างสีเทาร่างนั้น

คนที่ไว้ผมสีขาวซึ่งรวบขึ้นมัดแกละสองข้าง

กริ๊ง...

เสียงกระพรวนเล็กๆซึ่งมัดเอาไว้กับเส้นผมนั่นลั่นเบาๆเมื่อร่างนั้นขยับเคลื่อนไหว ก่อนที่ใบหน้าที่แสนราบเรียบจนเหมือนกับตุ๊กตาจนน่าวิตกจะเบนกลับมา

“....เจ้ารู้จักข้าไหม คอรัล?

“....”

จิ้งจอกทองเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ก่อนที่จะระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้าด้วยท่าทีอ่อนโยนและผ่อนคลาย

“จักรพรรดินีโลกวิญญาณโซริเลีย โซเรล่า....”

ริมฝีปากที่ยิ้มบางๆนั่นค่อยๆขยับขึ้น

“ใครจะไม่รู้จักกัน?

“นั่นสินะ”

เธอคนนั้นก้มหน้าลงด้วยท่าทีราบเรียบก่อนจะเบนดวงตาคู่สวยของตัวเองที่เหมือนกับตุ๊กตากลมามองคอรัล

“....ดวงตา...?

“อ๋อ...”

จักรพรรดินีสาวครางยาวๆ ก่อนจะเอามือปิดริมฝีปากของตัวเองเหมือนกับกำลังหัวเราะด้วยความขบขัน

“อย่าว่าแต่ตาเลย....ใบหน้าข้าก็เหมือนกัน ข้าไม่มีวันแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้....เป็นข้อแลกเปล่ยนกับอำนาจของข้าน่ะ”

“เป็นความโชคร้าย....ที่พวก จักรพรรดิเหล่านั้นมอบให้ข้า”

จักรพรรดิสีเทาคนนั้นเหมือนกับกำลังหัวเราะอยู่หน่อยๆ ในขณะที่คนที่ฟังนั้นกลับทำได้เพียงลู่ใบหูเรียวลงพลางยิ้มแหยๆให้

เหมือนกับอยากจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่อาจจะพูดออกไปได้

“...ข้าไม่รู้จักคนที่พวกท่านเรียกว่า จักรพรรดิ หรอกนะ...”

“เจ้ารู้จัก...”

โซริเลียเหมือนกับกำลังหัวเราะ

“....เจ้าเคยเจอเขา ข้ารู้สึกได้....”

จักรพรรดินีคนนั้นเหมือนกับกำลังหัวเราะออกมาอย่างท้าทาย ทั้งๆที่ใบหน้าและทั้งท่าทางทั้งหมดนั้นยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม

คอรัลลู่ใบหูเรียวลงเล็กน้อย

“.....ไม่ผิดนักหรอก.....แต่ข้าไม่มั่นใจว่าใช่เขาคนนั้นหรือเปล่า”

สีดำหรือว่า สีขาวล่ะ?

?

จิ้งจอกทองหนุ่มเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย

“.....มีคนสองคนที่เจ้าน่าจะได้เห็นจากที่นี่จากบรรดายี่สิบสี่คน....”

จักรพรรดินีสาวหรี่ตาลง

“คนหนึ่งนั้นถูกเรียกว่า สีดำ....หรืออีกนามหนึ่งคือ จักรพรรดิส่วนอีกคนคือ สีขาวหรือว่า เหยี่ยวสีขาวของจักรพรรดิ....เจ้าหัวหน้าตระกูล จักรพรรดิกาลเวลาสองคนน่ะ....”

“....”

คอรัลลู่ใบหูนิดๆ เกาแก้มพร้อมๆกับเอนใบหน้าของตัวเองหนีพลางตีสีหน้ายุ่งๆเหมือนกับคิดอะไรไม่ออกบอกอะไรไม่ถูก

“....ข้าไม่รู้ว่าใคร....”

 

“แต่ข้าคิดว่าคนๆนั้นค่อนข้างจะใจดีมากเลยนะ”

 

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้าของหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้ ก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือขึ้นปิดริมฝีปากแล้วลู่ใบหูลง

“.....ข้าก็คิดว่าอย่างนั้น”

โซริเลียหลับตาลงชั่วครู่ แล้วเหมือนกับกำลังหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“....ข้าดีใจด้วยที่เจ้าได้เจอ....ท่านคนนั้น”

“นั่นสินะ”

คอรัลเกาแก้มแล้วหัวเราะ ก่อนที่จะหรี่ดวงตาสีแดงของตัวเองลงเมื่อเห็นว่าด้านหลังนั้นเริ่มกลายเป็นสีน้ำเงิน

ดวงอาทิตย์กำลังจะจากไป

“นั่นสินะ....พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว”

จักรพรรดินีสาวครางขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วบา ก่อนที่จะปรืดวงตาของตัวเองหลับลงอย่างช้าๆด้วยสีหน้าซึ่งเหมือนกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

และหลังจากเงียบไปพักใหญ่ๆ....ริมฝีปากบางก็พลันขยับขึ้น

 

“ข้าดีใจ”

 

คอรัลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงหวานใสของคนเบื้องหน้าเปรยขึ้นด้วยท่วงทำนองที่แสนแผ่วเบา ดวงตาสีแดงเลื่อนขึ้นไปมองคนเบื้องหน้าที่เหมือนกับกำลังยิ้ม

บรรยากาศคนๆนั้นบอกว่าอย่างนั้น

แม้ว่าไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีวันที่จะยิ้มออกมาได้

 

“ข้าดีใจ...เจ้าขึ้นมาอยู่ข้างเวียร่า”

 

แทนข้า...

...ข้าที่อยู่ได้เพียงดินแดนแห่งความตายแห่งนั้น

 

แม้ข้าจะรู้ว่ามันจะแทนกันไม่ได้ก็ตาม

 

ดวงตาสีแดงฉานคู่สวยของเธอปรือปิดลงอย่างช้าๆ

 

“....ข้าอยากขอร้อง”

 

เชือกที่หย่อนลงน้ำเพื่อช่วยคนซึ่งกำลังไหลไปนั้นไม่สำคัญหรอกว่ามันจะเป็นเชือกฟาง เชือกพลาสติก....

สำคัญเพียงอย่างเดียว

คือมันช่วยคนที่กำลังจะถูกพัดให้จมไปกับกระแสน้ำนั่นได้ไหม

 

จักรพรรดินีสาวคนนั้นปรือดวงตาของตัวเองขึ้น แล้วจ้องมองจิ้งจอกทองเบื้องหน้าตัวเธอด้วยเนตรสีแดงคมสวย

“ได้โปรด...”

 

“อยู่เคียงข้างเด็กคนนั้นด้วย”

 

แม้ว่าเธอจะไม่เคยรู้สึกอะไร...

...แต่ใช่ว่าวันที่เธอจะรู้สึกขึ้นมานั้นจะไม่มาถึง

 

ดวงตาสีแดงฉานของโซริเลียปรือปิดลงแล้วขยับริมฝีปากเหมือนกับเฝ้าภาวนา...

 

“เจ้าเห็นเธอแล้วใช่ไหม....เจ้าเห็นท่าทางของเธอ เห็นดวงตาของเด็กคนนั้นแล้วเข้าใจหรือเปล่า หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทอง....”

 

โซริเลียเม้มริมฝีปากบางของตัวเองแน่น ในขณะที่ใช้มือเรียวเล็กของตัวเองกำเอาไว้ที่หน้าอกเพื่อสะกดความรู้สึกซึ่งตัวเองไม่อาจจะแสดงออกมา

“.....”

กริ๊ง....

ดวงตาสีแดงของจิ้งจอกทองตนนั้นหรี่ลงจนคมกริบ รอคอยจนกระทั่งอีกฝ่ายผ่อนคลายลมหายใจออกมาพอดีกับที่สายลมพัดผ่านมา

กระพรวนสีทองขยับไหวเป็นเสียงอย่างนุ่มนวล

เธอคนนั้นก็ลืมตาขึ้น

 

แล้วยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยจนรู้สึกได้...

 

“เวียร่าน่ะ”

 

“ไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึกเลย...”

 

นี่คือคำสาป....

 

ที่ จักรพรรดิสีขาวคนนั้นมอบให้เพื่อแลกกับ พรของเธอ...

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“....เวียร่า นี่ ตอนนี้ตอนกลางคืนแล้วนี่”

น้ำเสียงที่แสนสดใสจนเหมือนกับเด็กๆได้ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างสีขาวซึ่งก้าวเท้าออกมาจากความมืดของบันไดแล้วขึ้นมายังยอดบนสุดของหอคอยแห่งนี้ด้วยท่าทีสนุกสนานเหมือนเดิม

รอยยิ้มโปรยเอาไว้บนใบหน้า...

ดูราวกับเด็กน้อยๆ

เด็กน้อยที่สามารถก้าวเท้าเดินไปเบื้องหน้าได้อย่างสง่างามจนไม่น่าเชื่อ

“คอรัลหรือ?

เจ้าของสถานครางเบาๆ

“อื้อ~!

จิ้งจอกทองตนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีทันควัน ปลายหางสีทองฟูฟ่องสะบัดไปมาเล็กน้อยด้วยท่าทีสนอกสนใจ แต่ดูเหมือนว่าคู่สนทนานั้นจะไม่ได้มีความคิดที่จะสนใจอีกฝ่ายหรืออะไรทำนองนั้นเลยแม้แต่น้อย

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นถือคทาสีเหลืองทองที่มีปลายสุดเป็นเหมือนกับอัญมณีใสๆบางๆซึ่งสามารถเรืองแสงสว่างได้

คทาที่สูงกว่าตัวเอง

ตั้งตรงวาดออกไปเบื้องหน้าและรายล้อมไปด้วยวงแหวนเวทมนตร์หน้าตาแปลกประหลดามากมายซึ่งขยับเคลื่อนไหวหมันวนด้วความเร็วที่แตกต่างกันออกไป

ผลึกที่เหมือนกับดวงจันทร์ทอประกายอย่างสวยงาม

ประจายแสงสว่างออกไปโดยรอบ

 

เพื่อให้หอคอยแห่งนี้เป็นทีที่แสงสว่างของดวงจันทร์สถิตอยู่

 

“....ไม่เหนื่อยหรือ?

จิ้งจอกทองหนุ่มครางถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อมองเด็กสาวที่ดูเหมือนว่าต้องพยายามใช้เวทมนตร์บทใหญ่เพื่อทำให้เกิดแสงสว่างที่คงที่และยาวนาน

เหมือนกับการทรมานตัวเองในทุกค่ำคืน...

...แต่เธอก็ไม่อาจจะละทิ้งงานชิ้นนี้ไปได้

 

“ไม่”

 

ถ้าเกิดเหนื่อย...เดี๋ยวแสงสว่างมันก็ดับหาย

...ถึงยามนั้นข้าก็ได้พักเอง

 

เด็กสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา

“....ข้าต้องอยู่ที่หอคอยนี้ต่อไป...”

 

นับตั้งแต่วันที่ข้าลืมตา

จวบจนกว่านิรันดร์กาลนั้นจะสิ้นสุดลง

 

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตแต่กลับมีประกายตาทีคมกริบเหมือนกับใบมีดปรายมามองจิ้งจอกทองตนนั้นเล็กน้อย

“เจ้าเดินไปเดินมาตลอดทั้งเที่ยงวันมิใช่หรือไร ไปพักเถอะ เวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะได้ปกป้องข้าได้....”

 

เลิกมากวนทั้งสมาธิแล้วก็ใจข้าซักที....

ตั้งแต่กลางวันแล้วข้ายังไม่หายหงุดหงิดอะไรก็ไม่รู้อยู่....

 

ช่วยไปไกลๆได้ไหม

 

เทพธิดาตัวน้อยๆคนนั้นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่นเหมือนเดิม ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองเบื้องหน้าต่อ

ราตรีกาลสีดำสนิทที่สว่างได้ด้วยอำนาจของเธอ

เพราะแสงสว่างที่มหาศาลนั่น...แทบจะทำให้รอบด้านที่ใกล้กับที่แห่งนี้กลายเป็นสีขาวทั้งๆที่ห่างไกลออกไปราตีกาลก็ยังคงปกคลุมทุกสิ่ง

สีดำสนิทที่เหมือนกับก้นเหว

 

เพราะเธอเคยเห็นเพียงความมืด....

ความมืดที่มลายไปได้ด้วยแสงของตัวเอง

 

เธอถึงไม่รุ้ว่าความจริงแล้วแสงของตัวเธอนั้นมันสวยขนาดไหน...

 

 

ราตรีกาลนั้น...มันงดงามขนาดไหน

 

วันนี้ข้าออกไปด้านนอกมาก็จริง แต่ก็ออกไปหาข้อมูลน่ะ ไม่ได้ไปไหนกับลูเช่หรอก....

แล้ว?”

เด็กสาวเลิกคิ้วเรียวพลางถามกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชาทันทีทันควัน ซึ่งคอรัลก็หัวเราะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจนิดๆ

ข้านึกว่าเจ้าจะโกรธ

.....หน้าข้าบอกอย่างนั้นหรือไง

 

ถึงข้าจะหงุดหงิดจริง

แต่ก็คงไม่มีวันเป็นเรื่องของเจ้าหรอกน่า

 

....แหะๆ

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานและนุ่มนวลเหมือนเดิม ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ท่ามกลางการจ้องมองของเนตรสีแดงขุ่นๆของเด็กสาว

ไปพักเลย....

 

ให้ไกลๆหางตาข้าด้วย

 

“....ข้าน่ะไม่นอนเจ็ดวันยังไหวเลย”

คอรัลยิ้มบางๆออกบนใบหน้าอย่างสุขุมเหมือนเดิม ก่อนที่จุกทรุดลงคุกเข่าตรงเบื้องหน้าของเทพธิดาสาว

เจ้าสิอย่าทำหน้ามุ่ยสิ...หน้าสวยๆน่ารักๆเสียกันหมดหรอก....

มือเรียวของจิ้งจอกทองหนุ่มยกขึ้นมาแตะที่แก้มของเด็กสาวเบาๆ ก่อนที่จะออกแรงค่อยๆดันขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับพยายามทำให้เธอยิ้มออกมาแทนการทำสีหน้ามุ่ยๆเหมือนกับที่เธอกำลังทำอยู่แบบที่ไม่รู้ตัวนี่....

เข้าหน้าตามุ่ยตรงไหนกัน

 

หน้าตาข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...

....ก็แค่ไม่ชอบยิ้มเท่านั้นเอง

 

จะยิ้มไปทำไมกัน....แล้วทำไมต้องยิ้มด้วย

 

เวียร่าปัดมือของอีกฝ่ายออก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาสีแดงฉานของอีกฝ่ายที่เจือด้วยประกายหนักใจและอ่อนโยน

คนมองบอกเจ้าได้มากกว่าตัวเจ้าเองที่ไม่เห็นนะ เวียร่า....

คอรัลเอียงคอก่อนที่จะคลายรอยยิ้มแล้วหัวเราะให้ลำคออย่างแผ่วเบาเพราะความเอ็นดูในด็กสาวที่แสนจะอาแต่ใจ

แต่ท่าทางนั้นกลับนิ่งเฉยมากเสียจนน่าวิตก

...หน้าเจ้าบอกว่าเจ้าคิดอะไรอยู่...เหมือนกับที่ดวงตาบอกเจ้าได้มากกว่าที่เจ้าคิด สีหน้าเจ้าเฉยนั่นอาจจะเพราะสาเหตุอะไรข้าไม่รู้หรอกนะเวียร่า....

ลายนิ้วเรียวไล้ไปตามคโครงขอใบหน้ามลของเด็กสาว

มันก็เหมือนกับหน้ากาก ดูๆไปแล้ว ยิ่งเห็นแบบนี้ข้ายิ่งรู้สึกว่าเจ้าน่ะเหมือนกับที่น้องชายของข้าคนหนึ่งชอบทำแบบนี้เสมอๆ...

เพียงแต่ว่าเขามักจะยิ้มแย้ม ในขณะที่เจ้าตีหน้านิ่งเสมอๆ

.....ไม่เข้าใจ

เวียร่าเงยหน้าขึ้น

....ที่เจ้าพูดมาน่ะ ข้าไม่เข้าใจเลยซักนิดเดียว ข้าอาจจะหงุดหงิดจริง แต่นอกนั้นข้าก็ไม่ได้รู้สึกอะไรซักหน่อย คอรัล

 

ความรู้สึกคืออะไรข้าไม่เข้าใจทั้งนั้น

และข้าก็ไม่เข้าใจด้วยว่ามันจะมีไปเพื่ออะไร

 

หรือแสดงออกมายังไง

 

“?”

จิ้งจอกทองหนุ่มเลิกคิ้วเรียวขึ้น

ที่เจ้าพูดออกมาแบบนี้มันหมายความว่ายังไงรึ....เวียร่า?”

คอรัลเอียงคอแล้วครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซึ่งเจือไปด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะเลื่อนมือขึ้นไปลูบเส้นผมสีเหลืองทองนั่นอย่างเบามือ

นุ่มนวล..

อบอุ่นจนเผลอหลับตาลงเพื่อรู้สึกถึงสัมผัสนั่นให้ได้มากที่สุด

เจ้าบอกว่าเจ้าไม่รู้สึกอะไรงั้นหรือ อย่ามาโกหกกันเลยน่าองหญิงของข้า....

ดวงตาสีแดงคมกริบที่ทอประกายอ่อนโยน

จ้องมองมาอย่างจริงจังเหมือนกับจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นทั้งๆที่ความจริงเจ้าตัวนั้นก็มักจะแสดงท่าทีสนุกสนานออกมาแท้ๆ

ถึงเจ้าจะไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร...

แต่ทุกอย่างนั้นมันจะแสดงออกมาทางสีหน้าและแววตาเพื่อบอกให้คนรอบตัวนั้นได้รับรู้ ให้คนที่รายล้อมนั้นเข้าใจว่ากำลังคิดหรือว่าหวังในสิ่งใดอยู่...

....การแสดงสีหน้าน่ะ ทำให้ทุกคนเขาเบาใจขึ้นได้มากเหมือนกันนะ...

คอรัลว่าพลางหัวเราะ

ไม่มีใครอยากจะคุยกับคนที่ตีหน้านิ่งตลอดเวลาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทั้งเช้าสาวบ่ายเย็นหรอก~ เจ้าลองนึกดูสิว่ามันจะไปสนุกอะไรกับการคุยกับคนหน้าตายน่ะ?”

จิ้งจอกทองยิ้มกว้างอย่างร่าเริงพลางใช้ปลายนิ้วเรียวของตัวเองม้วนเส้นผมสีเหลืองทองของเด็กสาวเบื้องหน้าเล่นอย่างอารมณ์ดี

...เวลาคนเขาคุยแล้วไม่สนุกไม่ชอบใจ เขาก็จะไม่คุยกับคนๆนั้น และถ้าเกิดเจ้าไม่แสดงสีหน้าท่าทีอะไรนอกจากออกไปทางรำคาญแบบนี้ไม่มีใครอยากคุยด้วยหรอกนะ

มันน่าเบื่อหรือ?”

 

ทำไมถึงต้องน่าเบื่อด้วย....

 

เวียร่าจ้องมองดวงตาสีแดงของอีกฝ่ายที่เบิกกว้างหน่อยๆ

ใช่ มันน่าเบื่อมากเลยล่ะกับการคุยกับคนหน้าตาย....เหมือนกับเจ้าเอาตุ๊กตามาวางตั้งเอาไว้ตรงหน้าตัวเองแล้วพูดนั่นแหละ

 

นอกจากหน้าตาย...

หน้าเจ้ายังเศร้าด้วย

 

ใครเขาก็ลำบากใจในการคุยด้วยทั้งนั้น

 

ข้าหน้าตายมากไหม

อื้อ...

เวียร่าจ้องมองคนที่ตอบกลับตัวเองด้วยน้ำเสียงร่าเริงซึ่งเหมือนกับพยายามกลืนความรู้สึกไม่อยากโกหกออกไปเอาไว้ในลำคอ

เด็กสาวก้มหน้าลง

“...งั้นหรือ...”

ดวงตาสีเลือดช้อนขึ้นมามอง

 ก่อนที่เทพธิดาสาวคนนั้นจะเงยหหน้าขึ้นแล้วจ้องมองอีกฝ่ายด้วยเนตรที่เป็นประกายอันแสนหยิ่งผยอง

เด็ดเดี่ยว

เหมือนกับอยากจะถามอย่างตรงไปตรงมา

 

โดยที่ไม่เคยกังวลในคำตอบที่ได้รับกลับ

 

ถ้าอย่างนั้น

เทพธิดาสาวเงียบเสียงชั่วครู่ เหมือนกับทิ้งระยะให้จิ้งจอกทองตนนั้นได้ทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะถาม

 

 เจ้าคุยกับข้าทำไมกัน

 

 

ถ้าเกิดมันน่าเบื่อ...

ถ้าเกิดมันไม่สนุก

แล้วทั้งหมดนี่

 

เจ้าทำเพื่ออะไรกัน...

 

เจ้าจะพยายามคุยกับข้าให้มันได้อะไรขึ้นมา คอรัล

 

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองตัวน้อยเงยหน้าขึ้นแล้วถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่คอรัลที่ได้ยินคำพูดนั้นกลับชะงักไปชั่วครู่

เหมือนกับเสียงหายไปในทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น

 

คนที่กล่าวยังคงกล่าวออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา

คนที่กล่าวนั้นยังคงตีหน้าราบเรียบเหมือนเดิม เช่นเดียวกับน้ำเสียงซึ่งลื่นไหลไร้ซึ่งอาการสะดุดหรือว่ากังวล

 

เหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา

 

เรื่องที่ไม่ได้หวังในคำตอบที่ปรารถนา

 

ช่างตรงข้ามกับคู่สนทนาที่ได้ฟังคำถามนั่นเสียเหลือเกิน

 

อย่าถามแบบนั้นสิเวียร่า

 

หลังจากที่ผ่านไปซักพักแล้วมือเรียวนั่นก็ค่อยๆลูบเส้นผมสีเหลืองทองนั่นอย่างเบามืออีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าสะท้อนให้เห็นถึงความหนักใจอย่างตรงไปตรงมาของเจ้าตัว

เหมือนกับจะบอว่าตัวเองไม่อยากฟังคำพูดแบบนี้เท่าไหร่นัก....

 

คำพูดทีเหมือนกับทำร้ายคนพูด....

คนพูดที่ไม่เคยรู้สึกอะไร

 

แต่คนที่คุยด้วยนั่นกลับเจ็บเองอย่างน่าตลก

 

ข้าแค่ถาม อย่างตรงไปตรงมา

เด็กสาวตัวน้อยก้มหน้าลงแล้ววว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะบอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีความต้องการจะประชดประชัน หรือว่าแสดงอาการน้อยใจเลยแม้แต่น้อย

เธอถามเพราะอยากรู้

 

เพราะเธอไม่เข้าใจเลย...

ไม่เข้าใจในตัวตนของจิ้งจอกทองเบื้องหน้าตัวเองตนนี้เลย

 

และคิดว่าคงไม่มีวันเข้าใจด้วย

 

....แหะ

 

เจ้าไม่เข้าใจ

หรือว่าเจ้ากำลังหยอกข้าเล่นกันแน่เวียร่า

 

เจ้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึกขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?

 

คอรัลยิ้มออกมาอย่างหนักใจ....

ใบหูเรียวสีเหลืองทองที่ลู่ลงเหมือนกับจะช่วยบอกได้ทุกอย่าง

ฮะๆ

 

ที่ท่านบอกเป็นเรื่องจริงหรือ....

จักรพรรดินีโลกวิญญาณ

 

ดวงตาสีแดงฉานปรือปิดลง

 

เช่นนั้น....

ข้าก็จะช่วยตามคำขอร้องของท่าน....และก็ของเจ้าด้วย หมาป่าจันทรา

 

ข้าจะพยายามเท่าที่ข้าจะทำได้

 

เวียร่า....

 

จิ้งจอกทองตนนั้นเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆดึงร่างของเทพธิดาสาวคนนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่น โดยที่ไม่ออกแรงไปจนทำให้คทาในมือของเด็กสาวคนนั้นร่วงหล่นลงมา

“?”

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตที่ไร้ประกายนั่นเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยประกายของความตกใจ ก่อนที่มันจะหลุบลงต่ำแล้วมองร่างสูงกว่าที่คุกเข่าลงกอดเธอ...

 

เธอปิดดวงตาของตัวเองลง

 

....

 

จำได้...

 

ข้าจำความรู้สึกเวลาถูกกอดแบบนี้ได้....

 

ในยามนั้น พี่โซริเลียก็กอดข้าแบบนี้ ....กอดข้าแบบนี้ แน่น โดยที่ไม่กล่าวพูดอะไรออกมาในตอนที่จะจากกัน...

 

เพื่ออะไร....

 

...หรือว่าเจ้าจะจากข้าไปอีกคน?

 

เวียร่า....ฟังข้านะ....แล้วอย่าคิดแบบนั้นอีก

 

อย่าพูดอะไรแบบนั้นอีก....

เด็กน้อยที่น่าสงสาร...

 

....ข้าจะทำอะไรเพื่อเจ้าได้มากขนาดไหนกัน

 

จะทดแทนในส่วนของคนสองคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ได้มากเพียงไรกัน

 

คอรัลหลับดวงตาลงเล็กน้อย สัมผัสร่างเล็กๆของเด็กน้อยที่แสนมั่นคงและไร้การตอบสนองจนเหมือนกับตุ๊กตาหิน

แต่ความอบอุ่นที่ได้รับตอบกลับมานี่....

มันบอกเขา

 

ว่าเธอมีชีวิตและมีจิตใจ

 

ว่าเธอไม่ใช่ตุ๊กตา ไม่ใช่รูปปั้นหิน

 

ข้าอยากคุยกับเจ้า

 

ข้าอยากจริงๆ

 

คอรัลลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงเล็กน้อย 

ข้าอยากคุยกับเจ้าจริงๆ เพราะว่าข้าอยากให้เจ้าสนุก อยากให้เจ้ามีความสุข เพราะงั้นข้าถึงได้พยายามชวนเจ้าคุยไงล่ะ

จิ้งจอกทองหนุ่มพยายามพูดออกมาให้ได้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่เด็กสาวคนนั้นก็ทำเพียงเหลือบสายตากลับมามองนิ่งๆเท่านั้น

เด็กสาวหลับตาลง แล้วทำเพียงเงียบเสียงลงชั่วครู่

 

แต่ข้าไม่หวัง...

 

ข้าไม่รู้จักของพรรคนั้น

ดีแล้ว...

 

เพราะหากรู้จักเมื่อไหร่....

 

 

....หายนะจะมาเยือนตัวข้า

 

....มันไม่ได้หรอกนะ ถ้าเกิดเจ้าไม่รู้จักอะไรพวกนั้นเลยน่ะ

จิ้งจอกทองหนุ่มเหมือนกับหัวเราะ ก่อนที่จะคลายอ้อมกอดลงแล้วดึงร่างของตัวเองออกโดยที่จับไหล่ของเทพธิดาตัวน้อยแน่น

ดวงตาสีเลือด สบกับเนตรสีเดียวกัน

 

...ชีวิตมันจะว่างเปล่าเหมือนกับตุ๊กตา

 

แต่แววตา ประกายตา

ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นในดวงตาของอีกฝ่ายนั้นดูว่างเปล่า

 

เจือไปด้วยความสงสาร

 

ข้าให้คนที่สำคัญต่อข้าอย่างเจ้าเป็นแบบนั้นไม่ได้ เวียร่า

 

เทพธิดาสาวเบิกดวงตาของัตเวองกว้างเล็กนอยด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังเจือไปด้วยความตกใจ ในขณะที่จ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าที่กล้าพูดออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาโดยที่ไม่มีอาการเขินอายเลยแม้แต่น้อย

หนักแน่น...

...จนเหมือนกับจะทำให้หน้าเธอขึ้นสีเรื่อนิดๆ

 

ชื่นชม...

 

....และก็ชื่นชอบ

 

สำคัญ....?”

 

.....เหมือนกับของสำคัญน่ะหรือ

ทั้งๆที่ข้ากับเจ้าเพิ่งรู้จักกันไม่นานแท้ๆ

 

เวียร่าเงยหน้าขึ้นแล้วค่อยๆครางออกมด้าวยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูแล้วเหมือนกับกลังถามอย่างแปลกใจ

ใช่ เจ้าสำคัญกับข้า....

 

มาก...

มากมหาศาลโดยที่เจ้าคงไม่รู้ตัว

 

รอยยิ้มบางๆที่แสนอ่อนโยนคลี่ออกกว้าง...

 

แลดูแล้วทำให้รู้สึกอบอุ่น....

จนเธออยากจะเอื้อมมือไปคว้าแล้วเก็บเอาไว้

 

แต่ของที่ไม่ใช่รูปธรรมพรรคนั้น....

 

ต่อให้มีอำนาจมากเพียงไรก็คงคว้าเอาไว้ไม่ได้

 

เด็กสาวจึงได้แต่กำมือของตัวเองแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่มันจค่อยๆคลายออกเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่นุ่มนวลซึ่งค่อยๆลูบไปตามเส้นผมอย่างช้าๆ

 

เจ้าเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งของข้า เวียร่า...

 

เด็กน้อยที่น่าเอ็นดู...

หากข้านับเจ้าเป็นน้องสาว

 

เจ้าก็คือคนสำคัญต่อข้าแล้ว

 

คือคนที่ข้าอยากภาวนาให้มีความสุขและพบแต่โชคดี

 

ข้าอยากให้เจ้ายิ้มเยอะๆ....ยิ้มเหมือนกับตอนที่ได้ดอกไม้สีแดงดอกนั้น....

 

รอยยิ้ม

คือหลักฐานของสิ่งที่เรียกว่าความสุข

 

เพื่ออะไร...

 

เสียเวลา

ไร้ประโยชน์

นี่คือตัวของข้า ไม่ใช่ตัวของเจ้า...

 

มันไม่ได้มีอะไรเกียวกับเจ้าเลยซักนิดเดียว

 

....ไม่ใช่เพื่ออะไรหรอก

 

บอกไปเจ้าก็ไม่เข้าใจเวียร่า

เจ้าไม่เข้าใจ....เพราะเจ้าไม่รู้จัก

 

คอรัลยิ้มบางๆออกมาบนใบหน้าด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความระอาและหนักใจ แต่กระนั้นเขาก็ไม่อยากจะทิ้งเด็กสาวตัวน้อยเบื้องหน้าคนนี้แล้วเดินหนีไปเพียงเพราะรำคาญ

มันไม่มีเหตุผลอะไรมากมาย

 

ข้าก็แค่อยากให้คนสำคัญของข้ามีความสุข มันผิดด้วยหรือไง?”

 

.....

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยดวงตาซึ่งเจือไปด้วยความรู้สึกแปลกใจก่อนที่จะก้มใบหน้าลง

ตีสีหน้ายุ่งเหมือนกับคุร่นคิดอะไรบางอย่าง ในขณะที่จิ้งจอกทองตนนั้นเอียงคอน้อยๆแล้วรอคอยคำตอบด้วยท่าทีสุภาพเหมือนเดิม

....ข้า....ข้าไม่เข้าใจว่าทำไม

เทพธิดาตัวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซึ่งเจือไปด้วยความลังเลนิดๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย

แต่ข้ารู้ว่าไม่....

 

ทำไมถึงได้ปรารถนาในความสุขนักนะ...

...ทั้งๆที่มันเป็นของข้าไม่ใช่ของเจ้าแท้ๆ

 

แต่มันก็ไม่ผิดหรอก....

 

เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าใครก็ขยับเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตัวเองมาตั้งแต่ไหนตั้งแต่ไรแล้ว

เช่นนั้น...

 

มันไม่ผิดที่เจ้าจะคิดแบบนั้น

 

เจ้าอยากจะทำอะไร....

ก็คงได้แต่ตามใจเจ้าแล้วล่ะ ราชันแห่งจิ้งจอกทอง

 

จิ้งจอกจอมเอาแต่ใจและไม่เหมือนจิ้งจอกเอ๋ย

 

เวียร่าถอนหายใจออกมาสั้นๆเหมือนกับกำลังเหนื่อยหน่ายใจ ในขณะที่ในใจนั้นลอบยิ้มและหัวเราะออกด้วยความสบายใจ

คนเบื้องหน้าที่พูดออกมาอย่างซื่อตรง

จิ้งจอกที่กล่าววาจาซึ่งเป็นความจริง....

...โดยที่ไม่คิดจะโกหกหรือว่าทำเพื่อตัวเองเหมือนกับที่จิ้งจอกทั้งหลายนั้นเป็น

แต่อย่างว่าแต่จิ้งจอกเลย

 

การทำเพื่อคนอื่นแบบนั้นเธอก็ทำไม่เป็นหรอก

 

งั้นหรือ

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะปรากฏตรงหน้าเจ้า

 

อย่างไร....

เจ้าก็ไม่เคยเข้าใจงั้นสินะ

 

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ชายหนุ่มเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นจะยันกายลุกขึ้นด้วยท่าทีราบเรียบ

ยืนขึ้น

ค้ำหัวเจ้านายของตัวเองโดยที่ไม่ได้มีท่าทีเคารพเลยแม้แต่น้อย แม้ว่ารอยยิ้มบางๆจะยังคงอยู่บนใบหน้านั่นก็ตามที

แต่ไม่มีความเคารพ....

เหมือนกับเขานั้นกำลังเล่นกับเพื่อนของตัวเองมากกว่า

 

...

มือเรียวจับที่คทาของเด็กสาวเอาไว้มั่น ก่อนที่จะออกแรงเบาๆเหมือนกับจะดึงคทาออกมาจากมือของอีกฝ่าย

ซึ่งคนที่รู้สึกถึงแรงนั้นก็หลับตาลงชั่วครู่

และในชั่วพริบตานั้นเหมือนกับแสงสว่างของดวงจันทร์ที่ออกมาจากปลายคทาของเธอนั้นจะทอประกายเบาลงเล็กน้อยด้วย

 

....งั้นข้าจะให้เจ้ารู้สึกเอง....ว่ามันนี่คืออะไร

 

ข้าจะสอนเอง...

ว่าสิ่งที่เรียกว่าความสุขนั้นคืออะไร

 

ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นเจือไปด้วยประกายของความสนุกสนานและราบเรียบจนทำให้เด็กสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ปราศจากความกลัวเกรง ดูแล้วออกจะเหมือนกับกำลังขุ่นเคืองด้วยซ้ำไป

ดวงตาสีแดงกลมโตเลื่อนมามองมือเรียวที่จับคทาของตัวเองเอาไว้

 

ปล่อยคทาของข้า หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง

 

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะออกแรงดึงกลับมาเบาๆ

แต่แรงเด็กอย่างเธอ

มีหรือที่จะสามารถสู้กับเรื่องของจิ้งจอกทองตนนั้นได้

เจ้ากำลังทำให้ข้าใช้เวทมนตร์ได้ลำบากอยู่...ถ้าเกิดทำแบบนั้นเดี๋ยวแสงสว่างของ ดวงจันทร์ก็ดับปพอดี

เวียร่าลั่นวาจาออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เหมือนกับจะออกคำสั่งนิดๆ แต่ดูแล้วเหมือนกับกำลังท้าทายอีกฝ่ายอยู่มากกว่า

คนที่กำลังยิ้มให้อย่างร่าเริง

วางคทาของเจ้าลงสิ ข้ารับรองว่าแสงสว่างของเจ้านั้นไม่มอดหายไปไหนหรอก

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนเดิม ในขณะที่เทพธิดาสาวขมวดคิ้วเรียวของตัวเองลง

วางคทาลงเวทมนตร์ก็หายหมด ถ้าเช่นนั้นแสงสว่างพวกนี้มันจะไม่สูญสลายไปได้ยังไงกันเล่า คอรัล

เวียร่าว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับกำลังหัวเราะ

คทานี่เป็นตัวกลางที่ข้าใช้ร่ายเวทมนตร์และทำให้มันเกิดเป็นแสงสว่างด้วยการเปลี่ยนอำนาจของข้านะ...

ข้ารู้

คอรัลหัวเราะ

ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะให้ข้าวางคทาลงทำไมกัน อยากให้ราตรีกาลนี้มันมืดอย่างแท้จริงเลยหรืออย่างไร จิ้งจอกทอง?”

ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมือเรียวของอีกฝ่ายที่ยังคงกำคทาของเธอเอาไว้แบบที่ไม่มีปล่อยแม้ว่าเธอจะพูดอะไรออกไปมากมาย

...มันมีวิธีมากมายที่ใช้แทนที่การทำแบบนี้

ทำแบบนี้?”

เด็กสาวครางทวน ก่อนที่จะหรี่ดวงตาสีแดงฉานกลมโตของตัวเองลงแล้วจิ้องมอจิ้งจอกทองตนนั้นที่ยังคงหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิม

สนุกสนาน

เหมือนกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายดายที่จะทำ

...เจ้าต้องมายืนอย่างนี้ทั้งคืนเลยไม่ใช่หรือไง ไปไหนก็ไม่ได้....สำหรับเจ้าที่ออกจากหอคอยได้เฉพาะเวลากลางคืน...

คอรัลหยุดเสียงลงเล็กน้อย

 

มันก็ไม่ได้ต่างกับถูกขังแบบเดียวกับตอนกลางวันนักหรอก

 

....

เวียร่าเงยหน้าขึ้นมามองคนที่พูดออกมาอย่างสนุกสนาน แต่เนื้อแท้ความจริงแล้วอีกฝ่ายคงจะกล่าวออกมาด้วยความ

พ่นลมหายใจออกสั้นๆ

ข้าอยู่แบบนี้มา 25 ปี มันจะยาวนานต่อไปอีกซักสามร้อยสี่ร้อยหรือหมื่นปี....มันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ

แต่ข้ามาวันแรก

ถ้างั้นเจ้าก็ต้องปรับตัวซะ

 

คนลำบากก็ไม่ใช่เจ้าซักหน่อย เจ้าจิ้งจอกทองเอ๊ย

 

เด็กสาวเอนใบหน้าหนีแล้วงึมงำเหมือนกับกำลังบ่นจิ้งจอกทองเบื้องหน้าซึ่งดูเหมือนว่าจะเอาตัวเองเป็นใหญ่เหนือเจ้านายเสียเหลือเกิน

จะอะไรไม่รู้ล่ะ

 

แต่ที่เธอรู้สึกนั้นเหมือนกับอีกฝ่ายนั้นกำลังบังคับเธออย่างมหาศาล...

...ให้ทำอะไรซักอย่าง

 

ข้าไม่ปรับตัว

จิ้งจอกทองหนุ่มลู่ใบหูลง

ข้าไม่มีวันล้มเลิกความคิดของข้าแน่นอน ข้าอยากให้เจ้าออกไปด้านนอกบ้าง ได้เดิน ได้เล่นสนุกอย่างที่เจ้าไม่เคยได้ทำ

 

ทั้งๆที่เจ้าควรจะได้ทำแบบนั้น....

แต่เจ้ากลับเลือกที่จะอยู่แบบนี้

 

ยังดีที่เจ้าเหมือนกับเด็กเหมือนเดิม....แม้ว่าอายุเจาจะผ่านไปนานเพียงไร

เหมือนกับว่าเจ้าก็ยังอวยพร....

 

ว่าเจ้าอยากมีวัยเด็กที่สนุกสนานบ้าง...

 

 

ก่อนที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ไปอีกระดับหนึ่ง

 

ดวงตาสีแดงฉานคมๆคู่สวยของจิ้งจอกทองเบื้องหน้านั่นปรือปิดลงเล็กน้อยเหมือนกับกำลังนึกเรียบเรียงคำพูด

ก่อนที่มันจะค่อยๆปรือขึ้น...

 

เจ้าไม่คิดหรือ....

 

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้ายุ่งๆนั่น

เหมือนกับพยายมแล้วพยายามเล่เพื่อที่จะพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจ

 

อยู่บนหอคอยแบบนี้นานวันเข้ามันน่าเบื่อจะตายไป

 

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดเหมือนกับกำลังสงสารและเศร้ากับการที่เธอต้องมาอยู่แบบนี้...

ทั้งๆที่เธอไม่น่าอยู่แบบนี้

มันไม่เหมาะเลย...

 

เหมือนกับตัวเขาที่มีอดีตตอนเด็กที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

ซึ่งนั่นล่ะมั้ง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอยากให้เด็กสาวเบื้องหน้านี่มี วัยเด็กที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถมอบให้ได้

จะได้ไม่เป็นแบบเขา....

 

...หรือแบบน้องชายที่เขารักมาของเขาคนนั้น

 

เวียร่าจ้องมองดวงตาสีแดงที่ทอประกายอ่อนโยนและเจือไปด้วยประกายของความสงสารด้วยดวงตากลมโตของตัวเอง

ยิ่งเห็นดวงตาคู่นั้นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะลบมันออกไป...

 

ประกายตาของความสงสาร

 

ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย....ทำไมคนมากมายเวลามองมาที่เธอถึงมักจะมีแววตาที่น่าหงุดหงิดแบบนั้นก็ไม่รู้...

แต่...

...ตาสีแดง พวกนั้นมันก็มักจะอ่อนโยนเสมอ...

 

น่าหลงใหล....แต่เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรเข้าใกล้

 

....

 

เพราะเธอรู้....

 

หากหลงใหลในความอบอุ่นเมื่อไหร่....

หากร่างกายนั้นเคยชินกับความอบอุ่นเมื่อไหร่

 

ร่างนั้นจะทานทนต่อความหนาวไม่ได้อีก

 

 

เธอจะให้ตัวเธอเป็นแบบนั้นไม่ได้

 

เช่นนั้น....

เด็กสาวจึงทำได้แค่กัดฟันแน่นแล้วเบนใบหน้าของตัวเองหนี โดยที่เหลือบดวงตาสีแดงฉานกลับมามองอีกฝ่าย

ใบหน้าซึ่งราบเรียบเหมือนกับตุ๊กตา...

...เพราะเธอไม่เคย อยากเข้าใจในความรู้สึกหรือว่าสิ่งใดคล้ายกันนั้น

 

ริมฝีปากเล็กๆขยับขึ้น

หลังจากที่เจ้าตัวหัวเราะออกมาสั้นๆ

 

ไร้สาระ

 

ข้าจะเป็นคนสำคัญอะไรของเจ้าก็ช่าง...

...มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรจะมีเดือดร้อน

 

เพราะขนาดตัวข้าเองข้ายังไม่เดือดร้อนเลย..

 

ข้าไม่เคยหวังที่จะมีความรู้สึกที่ไร้สาระแบบนั้น...

 

มันจะกลายเป็นหอกดาบ...ศาสตราวุธที่ร้ายกายซึ่งหันทำร้ายข้าทุกวี่ทุกวัน มากกว่าจะทำให้ข้ามีความสุขมากขึ้น....

 

...ข้าเชื่อเช่นนั้น

 

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม ก่อนที่จะออกแรงกระชากคทาออกมาจากมือของอีกฝ่ายจนแทบจะล้มลงไป

ใช่

แต่ที่เธอกระชากออกมาได้ง่ายดายปานนี้ก็คงเป็นเพราะจิ้งจอกทองเบื้องหน้านั้นปล่อยมืออย่างแน่นอน...

ไม่งั้นไม่ว่าอย่างไรเด็กสาวตัวน้อยๆอย่างเธอก็คงไม่มีทางเอาชนะแรงมหาศาลของอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน....

แรงที่เหวี่ยงและชนะได้กระทั่งพวกหมาป่า...

 

...สมกับเชื้อสายของจิ้งจอกแดง สายตรง

 

แรงเจ้าเยอะจริง....

 

เยอะเกินกว่าจะเป็นจิ้งจอก

....กระทั่งข้าที่มีอำนาจมากขนาดนี้ก็สู้ไม่ได้งั้นหรือนี่

 

เวียร่าเหลือบดวงตาสีแดงฉานที่แสนคมกริบเหมือนกับกำลังโกรธเคืองมามองอีกฝ่ายที่ทำเพียงลู่ใบหูลงแล้วหัวเราะแห้งๆ

ถ้าเกิดจิ้งจอกทองตนนี้ไม่ก้มหัวให้

 

หากเกิดการปะทะกันระหว่างพวกเธอทั้งสองคน....

คงไม่ต้องบอกหรอก ว่าใครจะพ่าย...

 

คนที่แพ้....ต้องเป็นเธออย่างแน่นอน

 

ไม่ใช่เพราะอายุ ไม่ใช่เพราะประสบการณ์ ไม่ใช่เพราะว่าฝ่ายนั้นมียศสูงใหญ่กว่า มีเพียง อำนาจ’ ‘ฝีมือและ สายเลือดของ จิ้งจอกแดงหรืออีกนามคือ จักรพรรดิแห่งกาลเวลา

 

สิ่งนั้น...

จิ้งจอกทองตนนี้คงมีมากกว่าเธอหลายต่อหลายเท่าตัว

 

แต่กระนั้น....

ทั้งๆอย่างนั้น

 

อีกฝ่ายกลับค้อมหัวลงให้เธอ...

 

....เพียงเพื่ออะไรซักอย่างที่เธอไม่เคยเข้าใจ

 

ทั้งๆที่มีอำนาจมหาศาลนั้อยู่ในมือแล้วแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับกำมันเอาไว้ ปกปิดและซุกซ่อนมันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

ไม่ยอมใช้

เหมือนกับไม่อยากยอมรับมัน

 

ทั้งๆที่มันก็เป็นประโยชน์กับตัวเองอย่างมหาศาลแท้ๆ

 

วางคทาลงเถิดเวียร่า

....อย่าบอกให้มากความ

เด็กสาวปฏิเสธกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะสะบัดตัวหันหลังกลับ แล้ววาดคทาพร้อมๆกดับสร้างวงแหวนเวทมนตร์ที่ทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิม

เพื่อให้แสงสว่างของดวงจันทร์นั้นมากมายยิ่งขึ้น

แสงส่วางที่ปรากฏอยู่บนยอดหอคอย

 

สิ่งที่ทุกคนในดินแดนนี้เรียกขานว่า ดวงจันทร์

 

นี่คือหน้าที่ของข้าที่รับสืบทอดมาจากเทพธิดาจันทราคนก่อน....คือสิ่งที่ทำให้ข้าสามารถอยู่ที่นี่ได้....

ข้าไม่อาจจะทิ้งมันไว้แล้วทำตามใจได้

เวียร่าหลบตาลงก่อนที่จะลั่นวาจาออกมาเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบอันแสนเฉยชาเหมือนกับไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้นเหมือนเคย

ในสายตาเธอจะวางเอาไว้แล้วไปเดินเล่น

หรือว่าจะทำงานแบบนี้ต่อไปมันก็มีค่าเท่ากัน

 

เธอก็แค่ทำแก้เซ็ง

 

ยังไงๆมันก็ดีกว่านั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆแบบคนไม่มีอะไรทำ

 

....ถ้าเกิดเจ้าพูดจากใจจริง....ข้าจะเชื่อ

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วถอดถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ

...ข้าจะตามใจเจ้า ถ้าเกิดเจ้าพูดออกมาด้วยความจริง

ดวงตาสีแดงกลมโตเหลือบมามองเล็กน้อย

ข้าพูดจริง

เด็กสาวเน้นย้ำถ้อยคำอย่างชัดเจนพลางจ้องมองเนตรที่เหมือนกับเนตรของตัวเองคู่นั้นด้วยประกายตาที่หนักแน่นเหมือนกับจะเป็นคำสั่งทางอ้อม

คอรัลจ้องตอบ

ก่อนที่จะส่ายหน้า

เจ้าหลอกใคร....หลอกได้นะเวียร่า

 

บางทีเจ้าอาจจะหลอกตัวเองได้

เพราะว่าเจ้าไม่เข้าใจกระทั่งในสิ่งที่ตัวเองเป็น

 

ใบหูเรียวของจิ้งจอกทองตนนั้นลู่ลง

 

แต่เจ้าหลอกข้าที่เป็นจิ้งจอกไม่ได้

 

โดยดเฉพาะจิ้งจอกที่เคยเจอเหมือนกับเจ้า...

โดดเดี่ยว

แต่ข้าไม่เหมือนเจ้า....

 

....ข้ามีจิตใจและเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้เหมือนกับเจ้า

 

ดวงตาสีแดงฉานของจิ้งจอกทองหนุ่มจ้อมองใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นนิ่งเหมือนกับพยายามทำให้เธอเข้าใจ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆนั่นเอาไว้

 

“มานี่เถอะเวียร่า ข้ามีอะไรอยากให้ดู”

 

เด็กน้อยเอ๋ย

ข้าอยากให้เจ้าเล่นเหมือนกับเด็ก

หัวเราะ...

 

...ให้เหมือนกับเด็กน้อยทั่วๆไป

 

 

ไม่ใช่เด็กที่หมองหม่นแบบนี้

 

....วางคทาลงเถอะ

 

ข้าไม่อยากให้เจ้าเหมือนกับข้าในอดีต...

...พวกเราภาวนาเช่นนั้น...

 

เจ้าไม่ได้ยินเสียงภาวนาของคนที่ห่วงเจ้าหรือไร....เทพธิดา

 

ใบหูเรียวสีเหลืองทองลู่ลงเล็กน้อย ในขณะที่เจ้าตัวพยายามจ้องมองเทพธิดาสาวคนนั้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความอ้อนวอน

แต่ดูท่าว่าเธอจะปฏิเสธอยู่ท่าเดียว

“ข้าไม่ว่างเล่นด้วย ข้ามีงานต้องทำ”

 

อย่ามากวนข้ามากกว่านี้ได้ไหม...

...ข้าเริ่มรู้สึกว่าข้าอยากวางคทานี้ลง...

 

อย่าทำให้ข้ารู้สึกอยากวางมันลง

 

ดวงตาสีแดงฉานแข็งกร้าวจ้องมองจิ้งจอกทองตนนั้นเขม็งไม่วางสายตาเพื่อปฏิเสธ ทั้งๆที่ความจริงแล้วคนที่เธอกำลังสู้อยู่อาจจะเป็นตัวเธอเองก็ได้

เธออาจจะปฏิเสธได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอไม่เคยคิดอยากจะออกไปจากหอคอยที่สูงส่งและสวยงามแห่งนี้....

ใช่

แม้ว่าจริงๆแล้วในใจลึกๆเธออยากจะก้าวเท้าออกไป....

 

....ในยามราตรีที่เธอมีอิสระ แต่เธอกลับไปไหนไม่ได้

 

“ไม่เอาน่า....นั่นไม่ใช่งานซักหน่อย ก็แค่ภาระ”

คอรัลยิ้มหน่ายๆ

“หยุดซักวันสิเวียร่า”

 

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้แล้วปรายตามองวงแหวนเวทมนตร์นั่นเหมือนกับพิจารณาก่อนที่จะจ้องมองเวียร่า

“เจ้า...ไม่ใช่เด็กแล้วนะ ข้ามีงานต้องทำ”

 

อย่ามาขอเล่นด้วยเหมือนกับเด็กๆได้ไหม...

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะหึออกมาสั้นๆเหมือนกับกำลังขบขัน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปผ่านวงแหวนเวทมนตร์มากมายที่ไม่อาจจะจับต้องได้เหมือนกับอากาศ

ก่อนที่เขาจะคว้าที่ปลายด้านบนของคทาเวทมนตร์นั่น

“.....น่านะ วางเอาไว้เถอะ”

 

กลไก....

แบบนี้เองสินะ

 

ศาสตราดูดอำนาจของเธอนี่

 

ดวงตาสีแดงเลือดของจิ้งจอกทองหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยแล้วจ้องมองเทพธิดาสาวด้วยดวงตาที่เป็นประกายคมกริบเหมือนกับคำสั่งชั่วครู่หนึ่ง

รอยยิ้มบางๆ...

ได้คลี่ออกบนใบหน้านั้นอย่างนุ่มนวล

 

วึ่บ....

 

แล้ว...

แสงสว่างจากวงแหวนเวทมนตร์ทั้งหมดนั้นก็พลันดับลง

 

ทำให้สีของราตรีกาลย้อมทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็นสีดำ

 

ดวงตาสีแดงฉานของหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายทอประกายแสงสว่างอย่างสวยงาม

ก่อนที่เสียงหัวเราะนั้นจะพลันดังขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว

 

ท้องฟ้าที่ประดับด้วยสีเงินเบาบาง....

 

สวยงาม แม้ว่าจะสว่างไสวไม่มาก และไม่อาจจะสู้แสงสว่างของดวงจันทร์

 

จ.....

คอรัลเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของเด็กสาวเบื้องหน้านั่นกำลังคำรามลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล

แต่ที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด

อาจจะบอกว่าเธอกำลังตกใจอยู่มากกว่า

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตจ้องมองด้านบนที่ที่แสงสว่างนั่นหายไปจนหมดสิ้นด้วยประกายตาซึ่งกำลังสั่นระริกจนสามารถรู้สึกได้

เช่นเดียวกับริมฝีปากและมือเล็กๆของเด็กคนนั้น...

เหมือนกับอยากจะพูดอยากจะว่าจะด่า แต่กระนั้นเธอก็ทำอะไรไม่ถูก

....

คอรัลดึงคทาออกมาจากมือเล็กๆนั่นอย่างง่ายดาย ก่อทนที่จิ้งจอกทองหนุ่มจะสะบัดมันออกไปด้านข้างด้วยท่าทีราบเรียบ

ดวงตาสีแดงฉานคมกริบจ้องมองปลายของคทานั่นด้วยดวงตาราบเรียบเหมือนเดิม ก่อนที่จะคลายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้าโดยที่ไม่รู้ตัว

 

....เหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่

 

“!”

เวียร่าเบิกตาของตัวเองกว้างด้วยสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าคทาของตัวเองที่จิ้งจอกทองตนนั้นยกขึ้นสูงเพื่อหนีทันที

 

เจ้าทำบ้าอะไรคอรัล!!!”

 

แสงสว่างของดวงจันทร์ดับไปแล้ว

ราตรีกาลมืดลงแล้ว

 

เจ้าหวังบ้าอะไรกัน!!

 

เทพธิดาจันทราคนนั้นคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแล้วพยายามตะกายเอื้อมมือขึ้นไปคว้าคทาของตัวเองอย่างสุดความสามารถด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเหมือนกับของสำคัญชิ้นนั้นหลุดร่วงออกจากมือของตัวเองไป

ใช่

มันสำคัญมาก...

แต่ถึงแม้ว่าคอรัลจะรู้

 

เขาก็ไม่ยอมคืนให้ง่ายๆหรอก

 

ข้ามีเรื่อง....อยากจะทดลองหน่อยน่ะ

 

จิ้งอจกทองนุ่มลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงแล้วเกาแก้มให้ขณะที่มองเด็กสาวซึ่งสูงไม่ถึงเอวของตัวเองซึ่งพยายามตะเกียดตะกายดึงเสื้อเขาเพื่อเอาคทานั่นลงมา

ไม่ต้องมาทดลองบ้าบออะไรทั้งนั้นหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง ส่งคทาของข้าคืนมาแล้วกลับเข้าห้องไปนอนซะ นี่มันนอกเหนืองานของเจ้าแล้ว

รู้ตัวเอาไว้ด้วย

มือเล็กๆกำชายเสื้อสีขาวเอาไว้แน่นก่อนที่จะคำรามลั่นคำสั่งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดทันทีทันควัน แต่กระนั้นคอรัลกลับทำเพียงลู่ใบหูลงแล้วชักสีหน้าลำบากใจเท่านั้น

...นอกเหนือ...งานของข้า

ใบหูเรียวสีเหลืองทองลู่ลงจนแทบจะชิดใบหน้า

ข้าเป็น อัศวินของเจ้าไม่ใช่หรือไร....

ใบหน้าคมของจิ้งจอกทองหนุ่มโน้มลงมามองเวียร่าที่ผงะเท้าและเผลอก้าวถอยไปก้าวหนึ่งโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัว

 

ข้าต้องอยู่ข้างเจ้าตลอดเวลาสิ เวียร่า

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหนุ่มยิ้มออกมาอย่างขบขันแสะแสนซุกซนในขณะที่เวียร่าขมวดคิ้วลงด้วยความหงุดหงิด

ข้าไม่สนทั้งนั้น

 

เจ้าบ้าจิ้งจอกทอง....

เจ้าเข้าใจคำว่าหัวหน้าไหม

 

ถ้าเข้าใจแล้วทำไมยังเถียงข้าอีกกัน

 

มือเล็กๆของเด็กสาวปล่อยออกจากชายเสื้อของร่างนั้นด้วยท่าทีราบเรียบ ก่อนที่จะเอนหน้าหนีแล้ว่นลมหายใจหนักๆออกมา

ส่งคทาของข้ามา หน้าที่ของเจ้าก็แค่ยืนเงียบๆข้างหลังข้าเท่านั้น....มีหน้าที่ปกป้องในยามที่มีศัตรู....

เทพธิดาเว้นลมหายใจเล็กน้อย

 

ไม่ใช่แย่งชิงคทาของข้าไปเช่นนั้น

 

ดวงตาสีแดงฉานกลมโตคมกริบจ้องมองร่างนั้นโดยไม่วางสายตาจนทำให้คอรัลหัวเราะแห้งๆออกมาเหมือนกับพยายามแก้เก้อ

นั่นสินะ

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองเอนใบหน้าหนีก่อนที่จะถอดถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ...

ข้ามีน้าที่ ปกป้องเจ้า...

 

ข้าเข้าใจในหน้าที่นั้นแล้ว

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหนุ่ม่คอยๆทิ้งคทาลงให้ปลายนั้นปักลงกับพื้นจนเกิดเป็นเสียงกังวานก่อนจะหลับตาลง

ข้าก็กำลังทำเช่นนั้นอยู่

 

นอกเหนือหน้าที่

 

แต่มันคือคำไหว้วานของเหล่าคนที่ไม่อาจจะยืนเคียงข้างเจ้าได้ทั้งสองคน

 

ลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบและแสนนุ่มนวล...เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่ปรากฏเมื่อเจ้าตัวจ้องสบกับร่างเบื้องหน้านั่น

 

ข้าปกป้อง ใจของเจ้าอยู่นะ เวียร่า

 

พวกเขาขอให้ข้าช่วย....

ช่วยมอบสิ่งที่เรียกว่า ความสุขให้เจ้า...

 

ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าข้าจะทำได้ไหม แต่คนเหล่านั้นก็ยังเชื่อใจและวอนขอให้ข้าทำ...

 

......

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มเบื้องหน้าของตัวเอง ก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น

....อย่า มา ล้อ เล่น ไร้ สา ระ แถว นี้

เจ้าของเรือนผมสีทองตัวน้อยๆนั้นเน้นย้ำถ้อยคำทีล่ะคำด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนที่จะพ่นลมหายใจหนักๆออกมา

.....ข้าไม่มีของพรรคนั้น อย่าให้ข้าย้ำซักพันครั้งเหมื่นครั้งอย่างนั้นหรืออย่างไรเล่า หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง

....

คอรัลยิ้มหน่ายๆออกมาทันทีทันควันหลังจากที่ฟังเด็กสาวเบื้องหน้าของตัวเองพูดจนจบ ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอดถอนหายใจยาว

โอเค ข้าเข้าใจแล้วว่าเจ้าไม่มี....

 

โกหกตัวเองได้....

เจ้าโชคดีที่เจ้าโกหกตัวเองได้

 

แต่โชคร้ายเพราะเจ้าก็ไม่รู้จักอะไรเลยกระทั่งตัวของเจ้าเอง

 

...งั้นคิดซะว่าพาหมาเลี้ยงตัวหนึ่งไปเดินเล่นสิ.....

 

....

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองที่กำลังยิ้มอยู่บนใบหน้าอย่างร่าเริงคนนั้นด้วยแววตาที่เหมือนกับกำลังจะถามว่าเป็นบ้าอะไร

.....หมา....เลี้ยง?”

เวียร่าครางทวนถ้อยคำของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะขมวดคิ้วพร้อมๆกับหรี่ดวงตาของตัวเองลง

เจ้าจะมาไม้ไหนอีกล่ะ เจ้าจิ้งจอกเอ๊ย

ไม่มีไม้ไหนทั้งนั้นเวียร่า

คอรัลตอบกลับพร้อมๆกับเอียงคอน้อยๆแล้วยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเอง ก่อนที่จะขยับจับคทานั้นพาดบนบ่าของตัวเอง

....พาข้าออกไปเดินเล่นสิ

 

มันเป็นหน้าที่ของ คนเลี้ยงหมาไม่ใช่หรือไร?”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มเอียงคอน้อยๆแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงซุกซนเหมือนเดิม ในขณะที่เวียร่าสะบัดหน้าหนีแล้วพ่นลมออกมาหนักๆเหมือนกับกำลังสบถด่า

....ข้า...ไม่....ว่าง

เด็กสาวตัวน้อยเน้นย้ำถ้อยคำอย่างชัดเจน

เจ้าลูกหมาเอ๊ย !”

 

อยากเดินเล่นก็ออกไปเดินคนเดียวสิ

จะมาพาข้าไปทำไมกัน

 

เทพธิดาสาวกัดริมฝีปากพร้อมสบถในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหงุดหงิดโดยที่ตัวเองนั้นก็ไม่เข้าจสาเหตุว่าทำไม....

แต่ที่รู้ๆ...

ลึกๆเข้าไปข้างใน

 

เธอกำลังดีใจที่มือของเธอต้องถูกบังคับให้ปล่อยคทาด้ามนั้น

 

....ถ้าเกิดเจ้าไม่ไปด้วยมันก็ไม่มีค่าหรอก

 

คอรัลลู่ใบหูเรียวของตัวเองลงก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆเหมือนกับคนที่พยายามเกลี้ยกล่อมเด็กดื้อให้ฟังตัวเอง

แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว...

..มันก็ดื้อด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ

 

เพราะแต่ต่างคนต่างก็มีเหตุผลแตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง

 

ช่วย....ไม่ได้นะ

จิ้งจอกทองหนุ่มจ้องมองดวงตาสีแดงฉานกลมโตที่เป็นประกายกร้าวของร่างเบื้องหนานั่นก่อนจะครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกำลังตัดเพ้อ

 

ถ้าเกิดทิ้งงานไม่ได้จริงๆ....

 

ข้าเข้าใจกลไกของคทานี่แล้ว....

 

เช่นนั้น....มันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับข้าที่จะใช้มัน

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองหลับดวงตาสีเลือดของตัวเองลงเหมือนกับกำลังเตรียมใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าถอยไปด้านหลังทีล่ะก้าวอย่างช้าๆ

 

ข้าจะช่วยจัดการงานของเจ้าให้เอง

 

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกวาดคทาในมือของตัวเองออกไปด้านข้างด้วยท่าทีราบเรียบก่อนที่จะสะบัดจนทำให้กิดเป็นวงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานเหมือนกับเลือดปรากฏขึ้นที่ใต้เท้ของตัวเอง

ลายลม

พัดคลี่ออกพร้อมๆกับไอเวทมหาศาลที่ทรงพลังมากเสียจนน่าขนลุก

 

สัมผัสที่แสนน่ากลัว

แม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกคล้าย และค่อนข้างจะเหมือนกับไอเวทมนตร์ของเหล่าคนที่มี ตาสีแดงทั้งหลาย แต่ไอเวทมนตร์บรรดาคนเหล่านั้นคงไม่มีใครคนไหนที่จะสามารถเทียบเทียมความน่าสะพรึงกลัวนี่ได้...

ใช่

มันเหมือนกับต้นยอดสูงสุด ก่อนที่จะดิ่งลงมาเป็น ของไม่สมบูรณ์อย่างที่พวกดวงตาสีแดงฉานทั้งหลายเป็น

....ยอดสูงสุด

ต้นตระกูล

 

หรือเหล่า จักรพรรดิเหล่านั้น

 

เวียร่าจ้องมองคนเบื้องหน้าที่ค่อยกางวงแหวนเวทมนตร์เพิ่มขึ้นมาทีล่ะวงที่ล่ะวงมากมายรายล้อมรอบตัวเอง โดยที่ดูเหมือนว่าบางวงนั้นจะมีหน้าตาแปลกประหลาดและเขียนจากอักขระหน้าตาพิศดารเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ....

สายลมกำลังพัดออก

ความน่ากลัวที่น่าขนลุกกำลังปกคลุม...

 

เหมือนกับไอหนาวเย็นที่ทำให้ร่างกายสั่นไม่หยุด

 

....แปบเดียว....เท่านั้นแหละ

คอรัลเบนดวงตาสีแดงเลือดของตัวเองที่เหมือนกับจะทอประกายวาววาบมากเสียจนน่าขนลุกมามองเทพธิดาสาว

 

ไม่ต้องกลัวหรอก

 

จิ้งจอกทองหนุ่มพยายามพูดออกมาแล้วยิ้มให้อย่างนุ่มนวลมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่บรรยากาศและความน่ากลัวที่สะท้อนไปถึงก้นบึ้งของจิตใจนั่นก็ไม่มีทางหายไป...

.....

 

บ้า....ชัดๆ

นี่มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นระดับเดียวกับพวก จักรพรรดิแล้วนะ

 

ความน่ากลัวในระดับที่ทำให้ทุอย่างแข็งนิ่งและสั่นไหวโดยไม่อาจจะควบคุม

 

เวียร่ากอดแขนของตัวเองแน่นโดยที่ไม่รู้ตัวพลางมองคนเบื้องห้าซึ่งขยับริมฝีปากของตัวเองขึ้นลงเหมือนกับจะเป้ฌนถ้อยคำคาถาอะไรบางอย่าง

ถ้อยคำที่คุ่นหู

แต่ไม่มีคำใดที่ตัวเองฟังออก

 

เหมือนกับเป็นภาษาที่ครั้งหนึ่งเธอเคยพูดได้

 

 

แต่บัดนี้เธอได้ลืมเลือนมันไปจนหมดสิ้นแล้ว

 

กริ๊ง...

 

เสียงนั้นที่เหมือนกับเสียงของกระพรวนก็ได้ลั่นขึ้นตรงเบื้องหน้าพร้อมๆกับวงแหวนเวทมนตร์ที่ค่อยๆแตกสลายออกทีล่ะอันทีล่ะอัน

อันเล็กมากมายที่ไม่ได้มีประโยชน์อีกต่างไปแล้วได้สลายหายไป

เหลือเพียงวงแหวนเวทมนตร์หลักๆอยู่เพียงไม่ถึงห้าอันซึ่งล้อมรอบร่างของหัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นอยู่

....เอา ล่ะ

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะใช้มือข้างหนึ่งกำคทาเอาไว้มั่นแล้วใช้มืออีกข้างกางออกเหมือนกับประคองเอาไว้ด้วยเวทมนตร์

วงแหวนสีแดงฉานปรากฏขึ้นรายล้อมรอบมือนั้นอีกมากมายเหลายต่อหลายชั้นก่อนที่มันจะหุบลงและปรากฏขึ้นในที่ที่ต่างกันมากมายซ้ำไปซ้ำมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า....

เสียงกระพรวนยังคงลั่นต่อไป

เหมือนกับถ้อยเสียงเล็กๆกังวานที่ลั่นอย่างไม่มีจุดจบ

 

กริ๊ง...

 

และเพียงไม่นานนัก บรรดาเสียงของกระพรวนซึ่งเคยลั่นกังวานอย่างต่อเนื่องไม่หยุดไม่หย่อนเสียทีนั่นก็พลันเงียบลง...พร้อมๆกับวงแหวนเวทมนตร์ที่มืดและวงแหวนเวทมนตร์มากมายซึ่งค่อยๆเคลื่อนไหวช้าลง

ก่อนที่มันจะหยุดสนิท...

 

ทุกอย่างพลันสลายหายไป....

สายลมนิ่งสงบ...

 

...เช่นเดียวกับความน่ากลัวที่จางไปจนหมดสิ้น

 

....

เวียร่าเงยหน้าขึ้นมาองจิ้งจอกทองตนนั้นเล็กน้อยก่อนที่จะมองที่คทาด้ามสวยของตัวเองซึ่งอยู่ในมือของอีกฝ่ายนั่น

....เจ้าทำบ้าอะไร

เทพธิดาสาวขมวดคิ้วแล้วจ้องมองคอรัลที่ปาดเหงื่ออย่างสบายอกสบายใจเหมือนกับไม่ได้คิดอะไรมากมายที่ทำอะไรนานาจิตังแทบตาย

ใช่

แทบตาย

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่อย่างเดียว

 

....แล้วมันจะพยายามทำอะไรให้เสียเวลานั่น

 

หือ?”

คอรัลเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นเล็กน้อยด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความรู้สึกแปลกใจ ก่อนที่จะหัวเราะแห้งๆออกมาอย่างสนุกสนาน

ข้าทดลองอะไรนิดหน่อยน่ะ

ปลายหางสีเหลืองทองฟูฟ่องสะบัดไปมาอย่างอารมณ์ดีจนน่าจะเหยียบเข้าให้...ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมา

ทำไมยังจะทำหน้าระรื่น

หรือทดลองทำอะไรกับคทาแล้วทำให้มันไม่เกิดอะไรขึ้นมา

 

ไม่หรอก...

ไม่มีใครในโลกนี้ทำอะไรไร้สาระพรรคนั้นหรอก

 

แต่ถ้าเกิดเป็นจิ้งจอกทองเบื้องหน้านี่อาจจะบอกว่าไม่แน่ก็ได้....

 

....ไม่สำเร็จหรือ

 

จะถามออกมาตรงๆมันก็กะไรอยู่ เพราะอย่างนั้นเด็กสาวคนนั้นจึงพ่นลมหายใจยาวๆออกมาเหมือนกับกำลังระอาแล้วค่อยเอ่ยปากถาม

อื้อ

คอรัลเลิกคิ้วเรียวขึ้น

เปล่าเลย

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเดิม ก่อนที่จะควงคทาสีเหลืองทองในมือของตัวเองอย่างคล่องแคล่วเหมือนกับว่ามันเป็นของตัวเองก็ไม่ปาน

คล่องมือเพราะว่ามันเบา

ตรงข้ามกับศาสตราในมือของเขาลิบลับ

ง้าวยักษ์ที่หนัก แต่ก็ทรงพลัง

 

เพราะมันตีขึ้นมาจากเขาของมังกรที่แกร่งที่สุดในการ์เดสนี่นะ

 

....นี่น่ะ....

จิ้งจอกทองหนุ่มหยุดมือของตัวเอง

 

สำเร็จลงด้วยดีต่างหาก

 

ว่าจบ

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นก็สะบัดคทาสีเหลืองทองในมือของตัวเองก่อนที่จะฟาดปักลงไปบนพื้นทันที

 

กริ๊ง..

 

เสียงเล็กๆแผ่วๆที่เหมือนกับกระพรวนที่แกว่งไกวอย่างเชื่องช้าได้ลั่นขึ้นด้วยความนุมนวลเพียงชั่วครู่....

ก่อนที่พริบตาต่อมา

สิ่งที่เหมือนกับระลอกเวทมนตร์มหาศาลที่แสนทรงพลังจะคลี่สะบัดออกแล้วพัดทุกอย่างกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง

เหมือนกับสายลมรุนแรงดั่งพายุ!!

 

“!!!”

 

เทพธิดาสาวเบิกตาของตัวเองกว้างก่อนที่จะยกมือของตัวเองขึ้นมาป้องกันเบื้องหน้าด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณของตัวเองทันทีทันควัน

แต่สิ่งนั้นก็แค่ผ่านไปเฉยๆ...

เหมือนกับสายลมที่พัดไป

โดยที่ไม่ทำให้อะไรเคลื่อนย้ายหรือว่าโคลงเคลง

 

.....กลัวหรือ....ขอโทษนะ

 

มือเรียวค่อยๆแตะลงบนเส้นผมของเด็กสาวคนนั้นก่อนที่จะลูบเบาๆเหมือนกับจะปลอบให้เด็กสาวเบื้องหน้าของตัวเองนั้นคลายความหวาดกลัวลงไปบ้าง

“?”

ดวงตาสีแดงฉานที่ปรือปิดลงด้วยความตกใจนั่นค่อยๆเปิดขึ้นก่อนที่จะจ้องมองใบหน้าของจิ้งจอกทองหนุ่มที่ยิ้มบางๆให้กับตัวเอง

รู้สึกเหมือนกับลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ....

รู้สึกเหมือนกับใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆด้วย

 

สงสัยว่าไข้คงขึ้นรอบสองล่ะมั้งนี่

 

....เป็นอะไรหรือเปล่า

มือเรียวจับใบหน้าของเด็กสาวเที่ร้อนนิดๆเบาๆ ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าหนักอกหนักใจ

อุตส่าห์คิดว่าจะได้ออกไปแล้วเชียว....

ใบหูเรียวของหัวหน้าจิ้งจอกหุ่มลู่ลงด้วยท่าทีเหมือนกับกำลังเสียดายนิดๆเมื่อตัวเขาไม่รุ้สึกเลยว่าอีกฝ่ายไม่สบาย

ถ้าเกิดเจ้าเป็นหวัดแบบนี้ก็ออกไปไหนไม่ได้สิ

คอรัลถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะเอนใบหน้าหนีแล้วยันตัวขึ้นยืนในลักษณปกติอีกครั้ง....

?

แต่แล้วคิ้วเรียวก็พลันเลิกขึ้น..

...เมื่อมือเล็กๆของเด็กสาวจับชายเสื้อของเขาเอาไว้

 

เหมือนกับรั้งไม่ให้ไปไหน

 

“มีอะไรหรือ”

คอรัลหันกลับมาแล้วยิ้มให้อย่างร่าเริง ซึ่งเทพธิดาจันทราคนนั้นก็ปล่ยมือให้ชายเสื้อของอีกฝ่ายร่วงลงทันที

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองร่างนั้น

ไม่ได้เป็นอะไร...ซักหน่อย

 

หน้ามันแค่แดงไปเอง...

หัวใจมันแค่ทำงานเร็วเกินความจำเป็นเอง

 

เพื่ออะไรก็ไม่รู้

 

เวียร่าหับดวงตาลงชั่วคู่ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆที่ทำให้คอรัลเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ

ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยิ้มอันแสนนุ่มนวล

....งั้นหรือ งั้นก็โอเค

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองยาวหัวเราะ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงเบื้องหน้าของเทพธิดาตัวน้อย

ใช้นิ้วช้อนมือเล็กๆนั้นขึ้น

 

ดูนั่นสิเวียร่า

 

ส่วนมืออีกข้างนั้นก็ชี้ออกไปเบื้องหน้าเหมือนกับจะบอกถึงอะไรบางอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้าตรงนั้น

บางอย่าง

ที่ปรากฏขึ้นโดยที่ตัวเองไม่ทันสังเกต...

เพราะมันเป็นเร่องธรรมดา

 

ทั้งๆที่มันหายไปนานแล้ว

 

?

เวียร่าเอียงคอเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะเอนสายตาค่อยๆเบนหันไปมองตรงที่ที่อีกฝ่ายชี้ไป

ที่แห่งนั้นซึ่งเคยมืดมัวในยามที่มือนั้นหลุดจากคทาเปลี่ยนไปแล้ว

กลับไปสูสภาพที่มันควรจะเป็น

 

แสงสว่าง

 

ทอประกายออกจากยอดของคทานั่นจนทำให้รอบด้านกลายเป็นสีขาว

 

เทพธิดาสาวเบิกกวงตาของัตวเองกว้างด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความตกใจและออกจะเจือไปด้วยความชื่นชมในภาพเบื้องหน้า

คทาของเธอปักอยู่ใจกลางพื้นที่แห่งนั้นพร้อมๆกับรายล้อมรอบไปด้วยวงแหวนเวทมนตร์ซึ่งปรากฏขึ้นโดยที่ช้อำนาจพลังมหามายที่ยังคงตกค้างอยู่ในตัวคทาด้ามนั้น

ทำให้เกิดเป็นสงสว่างที่มหาศาล...

สวยงาม...

 

และทรงพลังมากกว่าเธอไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าตัว

 

ข้าลองทดลองทำดวงจันทร์ เทียมดูน่ะ....เจ้าจะได้ไม่ต้องยืนถือตลอดเวลาไง แค่ใส่พลังอำนาจของเจ้าลงไปเฉยๆเอง

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นเพยีงว่าออกมาอย่างนุกสนานพร้อมๆกับสะบัดปลายหางฟูฟ่องของตัวเองไปมาราวกับเด็กๆ

เหมือนกับจะบอกว่ามันทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกับพับกระดาษให้เป็นรูปนก...

ทำง่าย

หากได้เรียนรู้วิธีที่จะทำ

 

ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิดเดียว

 

ใช่...

โดยเฉพาะอนาจมหาศลที่ต้องฝังลงไปในคทาด้ามนันเพื่อให้มันสามารถแสดงแสงยานุภาพมากมายขนาดนั้นได้ทั้งคืน

หนึ่งคืน....

ความจริงแล้วคืนหนึ่งนั้นเวียร่าต้องใช้อำนาจเกือบหมดเพื่อประคองให้จันทราสว่างไสวได้จนกว่าราตรีจะผ่านไป

แต่อีกฝ่ายกลับ....สบายๆ

ทำได้สบายๆ

 

เหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา

 

....ทำแบบนี้ เจ้าก็ออกไปด้านนอกได้แล้วเนาะ

 

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสยีงสนุกสนานเหมือนเดิม ก่อนที่จะหันมามองเวียร่าที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

อยากจะตอบะไรกลับไป

แต่ความตกตะลึงนั้นจุกอย่ที่ลำคอจนพูดอะไรออกไปไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว

ตกตะลึง

และแสนจะหวาดกลัว

 

จิ้งจอกทองเบื้องหน้านี่มันมีอำนาจมหาศาลถึงขนาดไหน....ซุกซ่อนเอาไว้ด้วยมายามากมายขนาดไหน...

ถ้าเกิดเอาจริง...

มันจะวินาศขนาดไหน

 

เด็กสาวจ้องมองแสงสว่างเบื้องหน้านั่นไม่วางสายตา ก่อนที่จะพยายามเหมือนกับเอื้อมมือออกไปขว่คว้ามันเอาไว้

เดินก้าวเท้าไปด้วยท่าทีโซเซ

“.....”

 

บ้า....ชัดๆ

 

ริมฝีปากบางขยับขึ้นเหมือนกับกำลังกล่าวถ้อยคำบางอย่าง...

หากแต่ไร้เสียง

 

เพราะถ้อยคำนั่นลั่นกังวานอยู่ในใจเพียงอย่างเดียว

 

นี่มันสว่างกว่าเดิมอีกนะ

 

อำนาจเจ้าจิ้งจอกทองตัวนี้

มันมหาศาลถึงขนาดไหนกัน

 

ดวงตาสีแดงฉานคู่สวยนั่นกำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอันแสนชื่นชมเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ตัวเองไม่อาจจะปฏิเสธได้...

ไม่อาจจะโกหกตัวเองได้

ว่าจิ้งจอกทองตนนี้อยู่ต่ำกว่าตัวเอง

 

ว่าอำนาจนั้นไม่ได้มากมายจนเทียบเธอได้

 

....เหรอ จริงสิ?”

คอรัลเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นด้วสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยควาแมปลกใจ ก่อนที่จะเอนสายตากลับไปมองอีกคัร้งหนึ่งแล้วลู่ใบหูเรียวลง

“มันจะเป็นอะไรไหมนะ....”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นลู่ใบหูลงแล้วหัวเราะแห้งๆออกมาแก้เก้อเหมือนกับจะบอกว่าขอโทษกลายๆ

ในขณะที่คู่สนทนานั่นได้แต่ขมวดคิ้วเรียวลง...

แล้วเหยียดรอยยิ้มออกเพราะความชอบใจ

 

“....เหอะ”

 

มันเหมือนกับดวงอาทิตย์แล้ว...

ทรงพลังมหาศาล

แต่ไม่มีอาการเหนื่อย

 

แสดงว่าใช้อำนาจเอาแค่ที่ตัวเองพอรับได้ไม่ใช่ทุ่มสุดตัว

 

ดวงตาสีแดงกลมโตของเด็กสาวลอบมองอาการของจิ้งจอกทองตนนั้น่อนที่จะครางในลำคอด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

เหมือนกับอิจฉา...

..แต่มันคือความชื่นชม

 

แสงสว่างที่มากมายนั่นทำให้รอบด้านนี้กลายเป็นสีขาว ทำให้แสงสว่างของดวงดาวด้านหลังนั้นดับสลายไปจนหมดสิ้น...

เหมือนกับแสงอาทิตย์

แต่มัก็ยังลบเลือนรารตีกาลออกไปไม่ได้อยู่ดี

 

ที่นี่บริเวณนี้เท่านั้นที่สว่างมากเกินไป...แต่ที่ที่ห่างออกไปนั้นคงเห็นไม่ต่างจากดวงจันทร์ดวงเดิมเท่าไหร่นัก....

น่าคิด...

ถ้าเกิดจิ้งจอกทองตนนั้นถือคทานี่แล้วทุ่มสุดกำลัง...

 

...มันจะสามารถเปลี่ยนาราตรีให้กลายเป็นทิวาได้ไหม

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง.....”

 

น่ากลัว....

อำนาจนี้มันมากเท่าไหร่กัน

 

เวียร่าพยายามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ดยที่ไม่คิดจะหันสายตามามองจิ้งจอกทองด้านหลังของตัวเองที่คงหางลู่หูตกอยู่

คงไม่สังเกตหรอกว่าตัวเธอกำลังสั่นระริกขนาดไหน

ทั้งกลัว

ทั้งหลงใหล

 

“งั้นหรือ....”

คอรัลครางตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“คราวหน้าขาจะปรับแสงสว่างของมันให้ลดลงมากกว่านี้ซักหน่อยหนึ่งแล้วกันนะ มันจะได้สมกับที่เป็น ดวงจันทร์ที่แสนนุ่มนวลไง”

“แบบนี้มันแข็งกร้าวเกินไป...เนาะ?

 

เหมือนกับดวงอาทิตย์....

 

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองคนนั้นยังคงพยายามยิ้มอกอมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม ในขณะที่เวียร่าซึ่งเบนสายตามาก็หัวเราะหึออกมารับ

“รู้ตัว....ก็ดี”

 

มันทรงพลัง...

มากเกินไป....มันแรงมากเกินไป

 

อย่างนี้มันจะทำให้ราตรีมอดไหม้ด้วยสีขาว

 

เทพธิดาจันทราจ้องมองคทาของตัวเองที่ปักอยู่อย่างมั่นคงนั่น ก่อนที่จะสะบดเท้าหันหลังกลับจนทำให้ปลายกระโปรงสีฟ้าขาวพลิ้วสะบัด

แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน...

มือเรียวก็พลันยื่นมาเบื้องหน้าเธอ

 

ไปกันเถอะนะ

 

ร่างสีทองตนนั้นทรุดลุกคุกเข่าตรงเบื้องหน้าของเธออย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มบางๆอันน่าหลงใหลออกบนใบหน้า

 

“เจ้าหญิงของข้า”ใช้ว

ารเหับดวงอาทิตันลงไปเฉยๆเล

 

“เจ้า...”

เวียร่าอุทานออกมาเบาๆเหมือนกับอยากจะด่าร่างเบื้องหน้าเสียหน่อย แต่เธอก็กลืนคำพูดของตัวเองเอาไว้แล้วเม้มปากแทนเมื่อร่างนั้นจับมือของตัวเองขึ้นมาแล้วจูบเบาๆ

“ข้าจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เรียกว่า ราตรีกาลนั้นมันงดงามเพียงไร...”

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองงยหน้าขึ้นแล้วทำเพียงยิ้มบางๆออกมาให้ ซึ่งพอเวียร่ามองแล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างเหยียดๆ

น่าขบขัน...

เพราะมันือสิง่ที่เธอไม่เคยเชื่อ...

และแนะน่าหมั่นไส้

 

ในรอยยิ้มที่แสนนุ่มนวล...

 

...เหมือนกับจะยืนยันว่าสิ่งที่ตัวเองพูดนั้นเป็นจริง

 

ช่างน่าตลก...

 

“ราตรีกาล....มันไม่มีความสวยงามหรอก...”

 

มันมืด มืด มืดจนกลายเป็นสีดำ

 

หากข้าไม่ได้เป็นดวงจันทร์ที่เฉิดฉายแสง...

 

ราตรีก็คงมืดมน

 

“ได้โปรดเงียบเถิด”

คอรัลหัวเราะทั้งๆที่ลู่ใบหูของตัวเองลง ก่อนจะเอาปลายนิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากของเทพธิดาสาวเบื้องหน้าเบาๆ

 

“แสงเล็กๆ....มากมายที่เจ้าไม่รู้จักยังมีอีกเยอะ”

 

เจ้าที่อย่เพียงแต่บนหอคอยนี้...

ไม่ต่างากกบในกะลาชั้นสูงหรอก...

 

เจ้าไม่เคยเห็นโลกแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน

 

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองเพียงหัวเราะให้อีกครั้งเมื่อเห้นประกายตาของเด็กสาวเบื้องหน้าวาวโรจน์ขึ้นเพราะถูกเขาเอานิ้วแตะปาก

แต่พอเขาหัวเราะ

ดวงตาคู่นั้นก็ค่อยๆอ่อนลง

 

“แสงที่แตกย่อยมาจากแสงของเจ้า”

 

มือเรียวข้างนันจับมือของเธอเอาไว้แน่นด้วยท่าทีที่แสนรื่นเริง ยันกายลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มท่ประดับเอาไว้เหมือนเดิม

 

“ตามข้ามาเถอะเวียร่า....ไม่มีอะไรเสียหายนี่นะ?

 

น้ำเสียงสนุกสนานเหมือนกับอนาคตเบื้องหน้านั่นสดใสเสมอ...

ดูมี ความรู้สึกแบบที่เธอไม่เคยสนใจ

แบบที่เธอไม่เคยมี

เทพธิดาสาวเงยหน้าขึ้นมองร่างเบื้องหน้าเหมือนกับกำลังคุ่นคิดอะไรบางอย่าง มองท่าทีที่เหมือนกับเด็กๆทั้งที่โตแล้ว

ช่างตรงข้ามกับเธอลิบลับ...

เด็กสาวจ้องมองอีกฝ่ายที่ยิ้มและหัวเราะในขณะที่จูงมือเล็กๆของเธอเดินไปช้าๆ ก้าวไปยืนตรงระเบียงที่ที่สายลมหนาวเย็นพัดมาไม่ขาดสาย

เนตรสีแดงฉานที่เหมือนกับเลือดแต่ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายและน่าขยะแขยงเหมือนกับโลหิตที่มีสีเดียวกันนั้น...

โดยไม่รู้ตัว...

 

เธอเริ่มจะรู้สึกหลงใหลจนอยากได้มันมาไว้เอง...

 

อัญมณีที่สูงส่งสีแดงฉานนั่น...

 

“ตามข้ามาน่าเจ้าหญิงของข้า....”

เส้นผมสีเหลืองทองพลิ้วไหวอย่างสวยงามโดยที่มีปลายนิ้วค่อยๆเกลี่ยมันขึ้นไปด้านข้างไม่ให้มันเข้าปากของตัวเอง

ริมฝีปากที่เปื้อนด้วยรอยยิ้ม..

รอยยิ้มที่ทำให้เทพธิดาคนนั้นจ้องมองโดยไม่อาจจะวางสายตา

 

“ข้าจะแสดงให้เธอได้เห็นว่าราตรีกาลมันงดงามขนาดไหน”

 

คอรัลจับร่างของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมายืนตรงขอบระเบียงเหมือนกับตัวเอง ซึ่งเด็กน้อยคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายโดยที่ไม่พูดอะไร

แต่เพียงซักพัก...

รอยยิ้มหยันก็พลันเหยียดขึ้น...

สนุกสนาน..

 

..และแสนขบขัน

“คิก....”

เด็กสาวตัวน้อยหรี่ตาของตัวเองลงจนคมกริบเหมือนกับเจตนาจะท้าทายอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งอครัลก็ยิ้มรับด้วยท่าทีที่เหมือนกับเด็กๆเหมือนเดิม

“....เอาสิ....”

 

มันจะสวยเพียงไรกัน...

....จะเท่ากับ ดวงจันทร์เบื้องหน้าข้าไหม

 

คอรัล...ข้าชักชอบ สีแดงขึ้นมาหน่อยๆแล้วสิ

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ราตรีกาล...

สีน้ำเงินเข้ม...สีดำสนิท สีเขียวแก่....

ไม่มีใครตอบได้ว่ามันเป็นสีไหน...

ไม่มีใครบอกได้ว่ามันอบอุ่นหรือหนาวเหน็บ

 

แต่ทุกคนก็รู้ว่ามันคือ ราตรีกาล

 

ดินแดนที่แสงสว่างอันแสนอ่อนแรงทอประกายเบาบางและนุ่มนวล....

 

รออบด้านรายล้อมด้วยสีเขียวแก่...เข้มจนใกล้เคียงสีดำ ทั้งๆที่ด้านบนนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มของผืนฟ้าที่เงียบสงัด

ไร้เมฆ

มีเพียงดวงจันทร์ที่เปล่งประกายมากกว่าที่เคยเป็นมา

 

ร่างสีดำร่างสูงกำลังเคลื่อนไหว

และชักจูงร่างเล็กๆอีกร่างก้าวเท้าตามไปอย่างทุลักทุเล...

 

ก็นะ...

 

...อีกคนที่ตามมานั้นไม่ได้ออกมาเดินแบบนี้เท่าไหร่นัก...

 

 

ต้องบอกว่าไม่เคยเลยดีกว่า

 

“....เจ้าจะพาข้าไปที่ไหนกัน”

“น่าเดี่ยวเจ้าก็รู้”

ปลายหางสีเหลืองทองสะบัดเล็กน้อยสะท้อนให้เห็นอารมณ์ของเจ้าของที่ดูเหมือนว่าจะร่าเริงมากเสียจนผิดหูผิดตา

เหมือนกับว่าคนที่อยากจะออกมานั่นเป็นเจ้าตัวมากกว่าเสียอีก

เวียร่าจ้องมองด้านหลังของร่างสีขาวตนนั้นก่อนที่จะขมวดคิ้วเรียวจนยุ่งเพราะไม่เข้าใจในความคิดของอีกฝ่ายว่าจะพาตนเองไปที่ไหนกันแน่

ที่แห่งนี้เธอเคยเห็นมาทั้งนั้น

ผ่านดวงตาของเธอ ผ่านคำบอกเล่าของบรรดาภูตรับใช้มกมายที่ส่งออกไปเพื่อสังเกตการณ์ รวมถึงสองแมวตัวนั้นด้วย

มันก็แค่ป่าธรรมดา

 

เพียงแต่ได้รับฉายาว่าอันตรายที่สุดในดินแดนนี้เท่านั้นเอง

 

ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันก็แค่เป็นที่อาศัยของบรรดาเผ่าที่มีฝีมือในระดับแนวหน้าและคงความดิบเถื่อนเอาไว้มากเท่านั้นเอง

มันไม่ได้ต่างไปจากป่าอื่นเท่าไหร่นัก...

ใช่

 

เพราะสุดท้ายมันก็คือบ้านนองเลือดของทุกๆคน

 

“...”

ดวงตาสีแดงกลมโตกวาดสายตามองซ้ายมองขวา ต้นไม้รอบด้านที่มีหน้าตาแปลกประหลาดกำลังขยับเคลื่อนย้ายในไปพร้อมกับสายลมที่พัดไหวทำให้ดูแทบไม่ออกว่ามันไหวไปตามกระแสลมหรือว่ามันเคลื่อนขยับด้วยตัวเอง

ไม่รู้อะไร

แต่เหมือนกับมันกำลังเบิกทางให้กับคนที่จูงมือเธออยู่นี่

เด็กสาวมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นไปมองด้านบนที่ที่ดวงจันทร์นั้นส่องแสงสว่างลงมามากจนน่าหนักใจ

แต่เอาเถอะ

มันก็ไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนเท่าไหร่นัก...

...ก็นะ

 

พวกที่เดือดร้อนคอพวกที่ล่าในความืดนี่นะ?

 

“....เหนื่อยหรือเปล่า ให้ข้าอุ้มไปไหม?

คอรัลเบนสายตากลับมามองเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าร่างนั้นเริ่มจะก้าวเท้าตามขายาวๆของตัวเองไม่ทัน จิ้งจอกทองหนุ่มลู่ใบหูลงแล้วนั่งยองๆตรงเบื้องหน้าอีกฝ่าย

ยิ้มให้...

ด้วยท่าทีที่แสนอ่อนโยน

“..ข้าเดินได้....”

เวียร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะบีบมือของอีกฝ่ายแน่นเหมือนกับจะบอกให้ก้าวเท้าเดินออกไปต่อ

คอรัลยิ้มให้อย่างหน่ายๆใจเท่านั้นที่เด็กสาวเบื้องหน้านั้นดื้อดึงที่จะก้าวเท้าไปต่อด้วยตัวเอง ความจริงเขาอยากจะอุ้มอีกฝายไปนั่นแหละนะ เพื่อที่ร่างนั้นจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก

แต่ดูท่าทางแล้วเวียร่าจะไม่ได้เข้าใจเจตนานั้นเลยแม้แต่น้อย

เด็กสาวที่เดินไปได้เรื่อยๆโดยที่เท้านั้นไม่เคยได้สัมผัสกับพื้นหยุดการเคลื่อนไหวแล้วหันกลับมามองอีกฝ่ายว่าทำไมถึงไม่ยอมตามมา

ก่อนที่เธอจะต้องเอียงคอเล็กน้อย...

“ช่วยไม่ได้แหะ”

?

เทพธิดาสาวอุทานออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมามากมายนักจกจับสิ่งนั้นเอาไว้แน่น

จับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ในทันทีที่มันยื่นขึ้นมาสอดที่ใต้รักแร้แล้วอุ้มร่างของเธอขึ้นได้อย่างง่ายดายเหมือนกับอุ้มแมวตัวเล็กๆ

“เด็กผู้หญิงให้มาเดินทางไกลๆมันก็กะไรอยู่...”

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วกอดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆวางพาดบนบ่าของตัวเอง

“เนาะ?

คอรัลหันมาแล้วหัวเราะให้ด้วยน้ำเสียงสนุกสนานเหมือนเดิม ในขณะที่เด็กสาวคนนั้นหรี่ดวงตาลงด้วยความเกรี้ยวกราดทันที

“เจ้า...!

 

แบบนี้มันเล่นหัวเจ้านายชัดๆแล้วนะคอรัล!

 

“....จับดีๆนะ ข้าจะพยายามประคองไม่ให้เจ้าร่วงด้วย”

 

แต่กระนั้น...

ไม่ว่าจะมองอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังคงปราศจากอาการสะดุ้งสะเทือน

มือเรียวของจิ้งจอกทองตนนั้นจับมือเล็กๆของเด็กสวเอาไว้แน่นแล้วค่อยเลื่นอลงมาประคองร่างนั้นเอาไว้บนบ่าที่ไม่ได้กว้างมากของตัวเอง

แต่เด็กเล็กขนาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรที่จะอาขึ้นไปนั่งหรอก

“.....”

เวียร่าเม้มมริมฝีปากของตัวเอง ก่อนที่จะจับที่ใบหูของอีกฝ่ายแล้วออกแรงดึงแรงๆเหมือนกับแก้แค้น  แต่ซักพักเด็กสาวก็เอนตัวพิงหัวร่างนั้น

อย่างไรเธอก็ไม่ร่วงหรอก...

ดวงตาสีแดงกลมโตกวาดมองรอบทางที่อีกฝ่ายพาเดินไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน แต่เธอคงไม่เข้าใจหรอกว่านั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากใหเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างเช่นำทให้เธอร่วงลงมาแล้วเจ็บไปมากกว่านี้

ใช่...

แค่นี้เธอก็น่าจะปวดขาพอสมควรแล้วล่ะ

แต่ปัญหาคือเธอขะสังเกตหรือเปล่า

 

น่ากังวลว่าเธอจะไม่เคยสังเกตเรื่องอะไรทำนองนั้นเลย

 

ดวงตาสีแดงคมกริบเหลือบมองร่างเล็กบนไหล่ของตัวเองเล็กน้อย ซึ่งคนๆนั้นก็กำลังกวาดสายตามองรอบด้านด้วยสีหน้าเฉยชา

“หึ...”

คอรัลลอบหัวเราะเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบหันหน้ากลับก่อนที่เด็กสาวคนนั้นจะเบนสายตามามองตัเอง...

ใช่...

เขาเชื่อว่าที่เธอมองซ้ายมองขวานี่นไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรทำ

 

แต่เพราะเธอสนใจ

 

“......อะไรของเจ้า”

 

อารมณ์ดีเสียเหลือเกินนะ

 

เวียร่าเบนสายตามามองจิ้งจอกทองที่อุ้มร่างของตัวองอยู่ตนนั้นก่อนทีจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็หัวเราะแล้วสะบัดปลายหางอย่างร่าเริงเหมือนเดิม

ดูอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้

“เปล๊า....”

คอรัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงยานคางที่เจือไปด้วยประกายของการหยุดล้อ ในขณะที่เวียร่าหัวเราะขึ้นจมูกแล้วเบนหน้าหนี

“....เหอะ”

เด็กสาวเอนสายตาหนีไปทางอื่นด้วยความหงุดหงิดที่ปรากฏขึ้นมาในใจของตัวเองเช่นเดียวความรู้สึกพึงพอใจ..

ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความรำคาญ

เมื่ออาการปวดนิดๆค่อยๆแล่นมาตามขาของตัวเอง ดูเหมือนว่าเธอจะเดินมากกว่าที่ตัวเองเคยทำจริงๆนั่นแหละนะ

หอคอยเล็กๆนั่นเธอไม่ได้เดินไปไหนหรอกนอกจากนั่งอยู่บนเก้าอี้..

คิดแวก้น่าตลกดีเหมือนกัน

 

ดีที่ไม่เป็นง่อยไปเสียก่อน

 

“....?

 

แล้วจู่ๆ

ร่างของหัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกทองก็หยุดกรเคลื่อนไหวลงเหมือนกับเจอกับอะไรบางอย่างที่ตัวเองเดินตามหาอยู่

?

เวียร่าพลันเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นฝีเท้านั้นหยุดลง

“ถึงแล้วหรือ?

เทพธิดาน้อยๆครางถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วกวาดสายตามองรอบด้านที่ยังคงปกคลุมด้วยต้นไม้นานาสายพันธุ์เหมือนเดิม

รอบด้านเป็นสีเขียวเข้ม

ผืนฟ้าเป็นสีน้ำเงินดำ

มันก็เหมือนกับป่าปกติทั่วๆไป

 

อย่าบอกนะว่านี่คือความงดงามของราตรีกาล

 

“....ยังหรอก”

คอรัลส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนที่จะกวาดสายตามองรอบด้านอย่างช้าๆด้วยีสหน้าซึ่งเจือไปด้วยความแปลกใจ

“ข้าไม่เคยมาตอนที่ที่นี่มันสว่างแบบนี้ ข้าเลยไม่รู้ว่าข้ามาถูกที่หรือเปล่า....แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะถูกนั่นแหละนะ”

จิ้งจอกทองสะบัดปลายหางอย่างร่าเริงก่อนที่จะใช้มือกวาดเถาวัลย์เบื้องหน้าออกแล้วก้าวเท้าเดินผ่านไป

ดวงตาสีแดงคมกริบสอดส่องสายตามองซ้ายมองขวาเล็กน้อย

ผ่าต้นไม้ที่เจากทึบก็เริ่มบางเบาลงเรื่อยๆ เหมือนกับจะบอกว่ามันใกล้ชายป่าหรือว่าพื้นที่บางอย่างแล้ว...

แต่ที่เวียร่ารู้สึกนั้น

คือมันกำลังออกจากพื้นที่ป่าส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง...

....ดินแดนที่ภัยไม่ได้อยู่บนบก

 

ดินแดนที่สวยงามและเป็นสีฟ้าอ่อน

 

ที่แห่งนั้นคือ...

 

“ถึงแล้ว!!

!!

ดวงตาสีแดงของเด็กสาวเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจเพราะจู่ๆอีกฝ่ายก็โพลงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดังลั่นจนแทบจะทำให้เธอร่วงลงไป

“อะไร?

เด็กสาวขมวดคิ้วเรียวของตัวเองงด้วยสีหน้าขุ่นๆทันทีทันควันกับจิ้งจอกทองตนนี้ที่นิสัยเด็กเหลือเกิน...

“มาถึงแล้วล่ะ”

คอรัลเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่จะค่อยๆใช้มือของตัวเองแหวกเหล่ากาฟากของต้นไม้ใหญ่ที่ทิ้งรากลงมา

เปิดเผยให้เห็นเบื้องหน้า

ที่ที่แสสวยงามจนแทบลืมหายใจ

 

ระยิบระยับดังอัมณีที่แสนเลือค่า

 

คอรัลยิ้มบางๆออกบนใบหน้าทันทีที่เห้นท่าทางของเทพธิดาสาวที่ดูเหมือนว่าจะชอบที่นี่ตั้งแต่แรกเห็น

เขาวางร่างของเด็กสาวลงบนพื้น

 

“ดินแดนเทเกอริก เฮคเซียส”

 

เสียงหัวเราะ...

กำลังลั่นขึ้นเหมือนกับด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเห็นร่างของเด็กน้อยก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าด้วยความเผลอไผล

 

“โซนสอง....วารีสีทอง”

 

เวียร่าก้าวเท้าออกไปสงสามก้าว ก่อนที่จะหยุดลงตรงนั้นเพื่อจ้องมองสิ่งที่ทอดตัวยาวออกไปไกลจนสุดสายตา...

รับกลิ่นไอของสายลมเย็นเชียบ...

 

“....”

 

ไม่มีคำพูด...

ไม่มีสิ่งใด...

เสียงของคนเบื้องหลังนั้นไม่ได้เข้าใบหู

ที่เข้าหู....

 

มีเพียงเสียงของลมที่ขับกล่อมลู่ไปบนผืนน้ำที่แสนงดงาม

 

 

โลกที่มีสีฟ้าขาว...

 

ผืนทะเลสาบสีฟ้าอ่อนทอดตัวยาวจนสุดสายตา รอบด้านขนาบข้างด้วยผืนป่าทึบที่ไม่อาจจะบอกได้ว่าสวยงามเพราะมันก็เป็นดินแดนที่เหมือนกับที่เธอเคยเห็นจากเบื้องบนนั่น

แต่ที่เธอไม่เคยเห็น..

คือผืน้ำที่แสนสวยงามนี่ต่างหาก

 

เหมือนกับดวงดาวที่พพราวแสงระยิบระยับและขยับเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา

 

ประกายแสงสว่างสีขาวเงินสะท้อนประกายอ่อนๆ กระจายตัวอยู่ทั่วทะเลสาบผืนสีฟ้าอ่อนที่ตัดกับความมืดรอบด้านจนเหมือนกับเห็นมันส่องแสงสว่างขึ้นมาจริงๆ แถมผืนน้ำนั่นก็ไม่ได้เรียบสงบเพราะมีการเคลื่อนไหวเป็นระลอกบางๆตลอดเลยทำให้แสงสว่างจากด้านบนที่ทอประกายลงมานั้นส่องสะท้อนให้รูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

เป็นเงาระยิบระยับ...

ราวกับอัญมณี

 

ดูแล้วสมกับที่เป็นทะเลาสาบของดินแดนที่สวยเป็นอันดับสองของดินแดนนี้

 

สวย จนไม่รู้ว่าจะบรรยายเป็นคำพูดอย่างไร ทั้งๆที่มันเป็นเพียงผืนน้ำที่ทอประกายสว่างเพราะอำนาจของดวงจันทร์แท้ๆ...

แต่แล้วเทพธิดาสาวก็พลันเลกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อเห็นประกายแสงสว่างเล็กๆที่เหมือนกับหิ่งห้อยเรืองแสงกำลังขยับไปมาใต้น้ำ

แถมจำนวนมันยังไม่ใช่น้อยๆเลยด้วย

 

“ปลา?

 

เวียราครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อเพ่งมือดีๆแล้วแสงสว่างสีเงินเล็กๆมากมายเหล่านั้นไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ใต้น้ำ...

ปลา...

หน้าตามากมายหลากหลายสายพันธุ์ที่ดูแล้วมีทั้งดุร้ายและไม่ดุร้าย มีทั้งขนาดใหญ่เล็กและรูปแบบหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป...

ดูเหมือนแสงที่ออกมาจากตัวมันนั้นจะเกิดจากการสะท้อนแสงสว่างของดวงจันทร์ที่ลอยอยู่ด้านบน และบางตัวนั้นก็มาจากแสงส่างของตัวเองด้วย...

“....อ่า ปลาน่ะ ปลาที่นี่เกล็ดสวยมากเลยนะ....”

คอรัลก้าวเท้าตามหลังเทพธิดาสาวที่เดินเข้าไปใกล้ทะเลสาบคนนั้นพลางว่าออกมาด้วยน้ำเสียงรื่นเริง

“...เขาว่ากันว่านิยมไปทำเครื่องประดับแหละ....เพราะว่าตอนกลางคืนมันจะสะท้อนแสงสว่างของดวงจันทร์เสมอ...”

“....อ๋อ...”

 

ถ้าเกิดไม่มีแสงของข้า

เครื่องประดับพวกนั้นก็ไร้ค่าน่ะหรือ...

 

ช่างไร้สาระเสียจริงเลย

 

รอยยิ้มพยันๆเหยียดออกบนใบหน้าของเทพธิดาสาวเหมือนกับจะบอกว่าเจ้าตัวนั้นตลกเสียเหลือเกินกับเรื่องที่อีกฝ่ายพูดออกมานั่น

ทะเลสาบเบื้องหน้านี่สวยจริง

ปลาพวกนั้นมันก็งดงามจริง

แต่ก็เท่านั้น

 

เพราะพวกมันสวยได้เพราะแสงสว่างจากเธอนั่นแหละนะ

 

“....มองจากข้างบนลงมาคงไม่เคยเห็นทะเลสาบนี่สินะ....”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกองทรุดกายลงนั่งเหมือนกุบคุกเข่าข้างๆเวียร่าเพื่อให้ระดับสายตาของเขาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ

“มันอยู่ไกลเกินกว่าที่จะมองจากหอคอยของเจ้าแล้วสามารถเก็บรายละเอียดได้า แถมต้นไม้พวกนี้มันก็สูงมาก อีกทั้งตอนกลางคืนเจ้าก็ไม่เคยทำอะไรนอกจากเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำ”

คอรัลกำลังหัวเราะ ในขณะที่คู่สนทนานั้นได้แต่มองคนที่แสนจะร่าเริงจนเหมือนกับจะร่าเริงมากเกินไป

“....”

เวียร่าเงียบเสียงของตัวเองเช่นเดิม เธอไม่เคยอยากปริปากพูดอะไรออกมานอกจากสังเกตจิ้งจอกทองที่สะบัดหางอย่างกับเด็กๆซึ่งกำลังตื่นตาตื่นใจกับของเล่นชิ้นใหม่

“ไม่มีอะไรมากหรอก...”

คอรัลที่ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเด็กสาวข้างกายจ้องอยู่นั่นหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเหมือนกับเด็กๆ...

แต่กระนั้นมันก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน

 

“ข้าก็แค่อยากให้เจ้าได้เห็น....”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มอันแสนนุ่มนวลลั่นขึ้นจากริมฝีปากที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างช้าๆ ก่อนที่เจาตัวจะหัวเราะแล้วเอนสายตากลับไปมองเบื้องหน้าตนเองต่อ ในขณะที่เธอได้แต่จ้องอย่างไม่อาจวางสายตา

เหมือนกับเสียงนั้นก้องกังวานในหัว...

ภาพที่ติดตาจนไม่อาจจะเลือนหายไป..

 

เธอกลับเผลอคิดขึ้นมาครู่หนึ่ง....

 

ว่าการได้อีกฝ่ายที่ยิ้มให้เธอแบบนั้น....มันดีกว่าได้เห็นทะเลาสาบเสียอีก

 

 “....เหอะ...”

 

เจ้าจะคิดแบบเดียวกันไหม เวลาได้เห็นข้ายิ้ม?

ไม่สิ...

 

...จะคิดทำไมกันเล่า ไร้สาระ

 

เวียร่าใช้มือของตัวองปิดดวงตา ก่อนที่จะลูบลงมาเหมือนกับเพื่อตั้งสติโดยที่ไม่รู้ตัว....

ไม่รุ้ตัวว่าเธอกำลังคิดหนีความจริง...

กับความคาดหวัง

 

กับความรู้สึกเล็กๆที่เริ่มเกิดขึ้น...

 

ความรู้สึกที่ไม่เธอไม่เคยรู้จัก

ไม่เคยนึกถึง

 

และยิ่งเป็น ความรู้สึกแบบนี้เธอยิ่งไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร

 

เช่นนั้น...

เธอถึงได้ปกปิดมันเอาไว้ คิดว่าตัวเองคิดไปเอง

 

แล้วเสแสร้งปั้นรอยยิ้มท้าทายขึ้นอีกครั้ง

 

เด็กสาวตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่แม้คุกเข่าอยู่ก็ยังตัวสูงกว่าตัวเองคนนั้น ก่อนจะหัวเราะออกเพื่อท้าทาย

 

“แค่นี้น่ะหรือ ที่เจ้าว่า สวยน่ะ...”

 

เทียบไม่ได้กับแสงของข้าเลยซักนิด...

เทียบไม่ได้กับตัวเจ้าด้วย

 

มันคือ แสงของข้า....มันไม่ใช่ ความงามที่เกิดจาก ราตรีกาล

 

“ไม่หรอก...”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหัวเราะออกมาด้วยความขบขันเหมือนกับได้คาดเอาไว้แล้วว่าเดี๋ยวเทพธิดาน้อยๆคนนี้ต้องพูดแบบนี้

“ลองดูนี่ก่อนสิ ข้านึกว่าเราจะมาสายเกินไป แต่ดูเหมือนว่าเราจะมาทันเวลาพอดิบพอดี...แบบหวุดหวิดเสียด้วยสิ”

?

เวียร่าเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยเมื่อมือเรียวของอีกฝ่ายแตะลงบนไหล่ของตัวเอง พร้อมๆกับนิ้วมือที่ชี้ออกไปเบื้องหน้า

“....ดูสิ...”

เสียงหัวเราะกังวานขึ้นหลังจากน้ำเสียงอันแสนร่าเริงจบลง

 

มันเริ่มขึ้นแล้ววารีสีทองที่กลายเป็นสมยานามของที่นี่”

 

“ดินแดนที่น้ำเป็นสีทอง.....เหตุกาณ์ที่ซักพันปีมันจะมีซักครั้ง”

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองดึงร่างของเวียร่าเข้ามากอดเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่จะสะบัดปลายหาง

ดวงตาสีแดงจ้องมองเบื้องหน้าไม่วางสายตา

 

เหมือนกับไม่อยากพลดาสิ่งสำคัญไป

 

“....หึ”

เวียร่าที่มองแล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆด้วยความสนุกสนานปนขบขันเท่านั้น ทั้งๆที่อีกฝ่ายอายุมากกว่าตัวเองโขแต่กลับทำนิสัยเหมือนเด็กๆ...

มันคงป็นเอกลักษณ์ของจิ้งจอกทองตนนี้กระมั้ง

เพราะงั้น...

คนที่ตื่นเต้นกับสิ่งนี้ไม่ใช่เธอหรอก

 

แต่เป็นจิ้งจอกทองตนนี้ต่างหาก

 

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้าของเทพธิดาสาวอย่างไม่จางหายไปเสียทีเมื่อได้มองใบหน้าที่แสนสนุกสนานของคนเบื้องหน้า

สนุกและร่าเริงจนเธอสนุกตามไปด้วย

 

“เวียร่า เหม่ออะไรอยู่เล่า เจ้าดูนั่นสิ มันเริ่มแล้วนะ!!

 

คอรัลสะบัดปลายหางลงแรงๆ ก่อนจะดึงตัวเด็กสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่นกว่าเดิมพร้อมๆกับตบบ่าเบาๆให้เธอมองออกไปเบื้องหน้า

แต่...

เธอกลับไม่มีสมาธิจะมองอย่างประหลาด

 

ซึ่งเหตุผลเพราะอะไรนั้นมันก็บอกได้จากใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อๆของเธอนั่นแหละ

 

เวียร่าพยายามสะบัดหัวเพื่อไล่อาการแปลกๆที่ตัวเองไม่เข้าใจออกไปพร้อมๆกับเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น

พลางสบถด่าว่ามันคืออาการหวัดแบบไหนกัน...

หน้าถึงได้แดงเป็นระยะ...

 

....หัวใจถึงด้เต้นเร็วไม่หยุดแบบนี้

 

“.....อย่ารัดแน่นด...ได้ไหม! ข้าหายใจไม่ออก!

เวียร่าพยายามเค้นเสียงบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ตอนนี้ ซึ่งคอรัลก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่ทันคิดว่าจะกอดแรงเกินไป..

ก็เขาตื่นเต้นมากนี่นะ

“ขอโทษๆ ข้าตื่นเต้นมากไปหน่อย”

จิ้งจอกทองหนุ่มลู่ใบหูเรียวของตัวเองลง ก่อนที่จะคลายแขนของตัวเองลงนิดหนึ่งเหลือเพียงมือที่โอบไหล่ของเด็กสาวเอาไว้

เขายิ้มให้เหมือนกับจะแทนคำขอโทษ

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วมองออกไปเบื้องหน้า..

 

“เริ่มแล้วล่ะ”

 

และเมื่อเสียงนั้นเงียบลง...

แสงสว่างที่ทอประกายบนทะเลสาบ..

 

....ก็พลันมอบดับไป

 

!!?

เวียร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่ดูเหมือนว่ามันจะช่วยสลัดอาการเขินอายที่เกิดขึ้นโดยม่รู้ตัวออกไปได้จนหมดสิ้น

ใช่

เพราว่าภาพตรงหน้านั้นมันแทบจะไม่น่าเชื่อ

 

ทะเลสาบที่ทอประกายจนถึงเมื่อครู่นั้นได้มอดดับไป

กลายเป็นผืนน้ำสีเข้มดั่งทะเล

 

ทำไม?

ทั้งๆที่ดวงจันทร์ก็ยังเฉิดฉายอยู่บนฟ้าแท้ๆ

 

แล้วแสงสว่างทั้งหมดนั้นมันไปไหนหมดแล้ว

 

ทะลสาบกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มเหมือนกับสีของผืนทะเล ทั้งๆที่ด้านบนนั้นยังคงสว่างไสวอยู่ดั่งเช่นที่เคยเป็นมา

แสงว่างทั้งหมดนั้น

ราวกับแสงทั้งหมดถูกกลืนหายลึกลงไปในผืนน้ำนั่น..

ประกายงดงามที่เหมือนกับอัญมณีทั้งหมดหายไป....

 

....ทิ้งเอาไว้เพียงผืนน้ำที่เงียบสงบและมืดสนิท

 

เวียร่าหรี่ตาลงเล็กน้อยกับปรากฏการณ์ที่เดขึ้นเบื้องหน้าของตัวเอง ก่อนที่เธอจะต้องเบิกตากว้างเม่อรู้สึกถึงแรงด้านหลังที่ฉุดให้เธอก้าวเท้าออกมาจห่างจากทะเลสาบมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง

พร้อมกับแขนทั้งสองข้างที่โอบร่างเล็กๆของเธอเอาไว้แน่นเพื่อปกป้อง

“....ถึงมันจะสวย....”

จิ้งจอกทองสะบัดปลายหางแล้วโน้มใบหน้าลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“...แต่มันก็ค่อนข้างจะอันตรายน่ะนะ”

 

ชายหนุ่มที่ดึงเธอกข้าไปกอดเอาไว้แน่คนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเดิม ซึ่งเวียราก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายเล็กน้อยเหมือนกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ตัดสินใจไม่พูดแล้วปิดปากเงียบเสียดีกว่า

“...?

ดวงตาสีแดงของเด็กสาวเบนกลับไปมองเบื้องหน้าของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่มันจะเบิกกว้างขึ้นด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความตื่นเต้น

 

กริ๊ง...

 

ร่างสีขาวเงินกระโจนขึ้นมาจากผืนน้ำ ม้วนตัวเป็นวงกลมทิ้งแสงสว่างรางๆเป็นเส้นสายก่อนที่จะกระโดดหายลงไปใต้น้ำอีกครั้งหนึ่ง

เหลือเพียงแสงสว่างที่สวยงามซึ่งเกิดจากแสงจันทร์ที่ทอประกายลงบนละอองน้ำเล็กๆ ก่อนที่มันจะดับหายไปในเสี้ยววินาที

เวียร่าเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสนใจเมื่อได้ยินเสียงที่เหมือนกับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับบรรดาปลาที่พลักกันกระโจนขึ้นมาแล้วสะบัดละอองน้ำให้กลายเป็นละอองสาย ทำให้แสงสว่างด้านบนนั้นส่องสะท้อนปลายเป็นเส้น

กลายเป็นรุ้งเล็กๆที่ปรากฏขึ้นในเสี้ยววินาที

เสียงจ๋อมๆดังขึ้นต่อเนื่องกันเรื่อยๆเมื่อบรรดาปลาหน้าตาต่างกันกระโดดขึ้นมาและทำให้เกิดเป็นวงแหวนของละอองน้ำมากมาย ก่อนที่ปลาตัวใหญ่ที่สุดนั้นจะกระโดดขึ้นมาแล้วลากทำให้เกิดเป็นวงแหวนขนาดยักษ์ที่ใหญ่ราวกับซุ้มประตู

“....ข้ารู้สึกว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ....เตรียมตัวนะ”

คอรัลโน้มลงกระซิบข้างใบหูของเด็กสาวที่ตัวเองเกิดเอาไว้แน่นคนนั้น ก่อนที่จะจ้องมองเบื้องหน้าด้วยท่าทีระแวดระวัง

ทุกอย่างค่อยๆเงียบสงบลง

ปลาเหล่านั้นจมหายลงไปในผืนน้ำนั่นอย่างเงียบสงัด

 

ก่อนที่บางอย่างนั้นจะดันผิวน้ำขึ้น!!

 

ดันขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ผิวน้ำนั่นเหมือนกับกลายเป็นเนิ่นเล็กๆขึ้นมา จนกระทั่งพุ่งสูงขึ้นไปราวกับน้ำพุที่โพยพุ่งขึ้นมา!!

ละอองน้ำที่ไม่ได้มีแรงส่งขึ้นไปอีกแล้วแตกกระจายออกพร้อมๆกับร่วงลงมาอย่างรุนแรงเหมือนกับห่าฝนหนักๆมากมาย

คอรัลดึงร่างของเวียร่าเข้ามากอดเอาไว้แน่นเพื่อกัดไม่ให้เด็กสาวเบื้องหน้าโดนน้ำฝนหนักๆที่ตกกระแทกลงมาอย่างรวดเร็วรุนแรงราวกับคว่ำถุงใหญ่ๆเทลงมา

“.....!

เวียร่าเบิกตาองตัวเองกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ แล้วจ้องมองใบหน้าของจิ้งจอกทองตนนั้นที่ยิ้มให้ตัวเองอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม

ฝนที่ตกลงมานั่นก็แค่หยดน้ำ...

แต่อีกฝ่ายนั้นกลับทำหน้าเหมือนกับว่าห่าฝนนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

 

“....ไม่เป็นไรหรอก ฝนจะตกแค่พักเดียวเท่านั้น”

 

คอรัลระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวองก่อนที่จะพ่นลมหายใจยาว มือเรียวแตะที่บหน้าของเด็กสาวเบื้องหน้า

เขาหัวเราะ

 

“อย่าทำหน้ากังวลแบบนั้นสิ”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงแล้วดันให้เวียร่าหันหลังกลับไปมองเบื้องหน้าอีกครั้ง...

“มันหยุดลงแล้ว”

 

สายฝน...

จะกลายเป็นสายน้ำที่ไหลริน

 

“....หลังฝนตก....อะไรมันก็สวยเสมอนั่นแหละนะ”

 

ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงเจือไปด้วยขบขัน ก่อนที่จะค่อยๆยันกายลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าถอยออกมาด้านหลังอย่างช้าๆ

ไม่รู้ว่าสายฝนนั้นหยุดลงเมื่อไหร่

...แต่ทุกอย่างเงียบสงบ

 

เหมือนกับจมอยู่ใต้น้ำ

 

!!?

 

เวียร่าเบิกตากว้างด้วยสีหน้าซึ่งเขือไปด้วยความตกใจอีกครั้งเมื่ปลาสีน้ำเงินอ่อนว่ายตัดผ่านใบหน้าของเธอไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับเร่งรีบเพื่อไปทำอะไรซักอย่าง

เดกสาวเจ้าของเรือนผมสีทองมองตามปลาตัวนั้นไปด้วยสีหน้าแปลกใจเพราะไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เรียกว่าปลานั้นจะสามารถขึ้นมาว่ายบนบกได้...

บนบก...?

ทั้งๆที่เป็นบนบกถึงเมื่คอรู่แท้ๆ

 

แต่ต้อนนี้มันกลับเหมือนกับกำลังจมอยู่ใต้น้ำ!!

 

ต้นไม้และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นพลิ้วไหวเหมือนกับถูกกระแสอ่อนๆของสายน้ำพัดผ่านซึ่งมันเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเชื่อช้าตรงข้ามกับสายลมที่แม้จะคล้ายกันจริงแต่มันก็ไม่ได้มีความเหมือนกันเลยซักนิดเดียว...

ปลาน้อยที่เรืองแสงสว่างมากมายค่อยๆว่ายผ่านไปอย่างช้าๆเหมือนกับตอนนี้เธอูกพาลงมายังก้นบึ้งของทะเลสาบทั้งๆที่ความจริงแล้วเธอก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

รอบด้านรายล้อมด้วยต้นไม้

พื้นดินถูกปูด้วยผืนหญ้า...

อากาศยังคงสามารถหายใจได้

 

แต่ทุกอย่างนั้นกลับเหมือนกับจมอยู่ใต้ผืนน้ำ

 

“ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือแหละ....”

คอรัลว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะยกมือขึ้นหยอกเล่นกับเหล่าปลาตัวน้อยที่ว่ายผ่านตัวเองไ ซึ่งพวกนั้นก็ว่ายวนเหมือนกับอยากจะเล่นด้วย

 

“มันวิเศษณ์ใช่ไหมล่ะ เวียร่า”

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เจือไปด้วยความสนุกสนานและออกจุภูมิใจอย่างเหลือล้นจนน่าตลก ซึ่งเวียร่าก็เบนสายตาจากรอบด้านที่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่เหมือนเดิมกลับมามองจิ้งจอกทองหนุ่ม

“....หึ”

เด็กสาวไหวไหล่โดยที่ไม่ได้คิดที่จะตอบอะไรกลับ นอกจากทำเพียงจ้องมองเหล่าปลาที่เล่นกับคอรัลได้เหมือนกับว่าคอรัลนั้นเป็นเพื่อนหรือว่าพวกพ้องกับมัน แต่เพียงไม่นานพวกนั้นก็ผละจากไปเมื่อจิ้งจอกหนุ่มไม่คิดจะเล่นกับมันต่อ

“....ฉากสำคัญกำลังจะเริ่มน่ะ....”

 

“เจ้าอย่าคลาดสายตาสิ”

 

คอรัลก้าวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนที่จะทรุดลงคุกเข่าตรงข้างกายของเด็กสาวคนนั้น แล้วจ้องมองขึ้นไปเบื้องบนที่ยังคงเป็นท้องฟ้า

ที่ที่ปลามากมายหลากสีสันกำลังแหวกว่าย

มันเป็นรูปขบวน....

มันมีรูปแบบ

 

แลดูท่าทางเหมือนกับกำลังจัดการแสงอะไรบางอย่างอยู่

 

บรรดาปลาหน้าตาประหลาดว่ายัดผ่านหน้าไปหลายต่อหลายตัว โบกขยับเคลื่อนไหวเหมือนกับกำลังเต้นรำ เกล็ดหลากหลายสีที่แสนแปลกตาขยับสะท้อนประกายของแสงสว่างพราวระยิบยระยับเหนือหัวของเธอ...

ดูแล้วเหมือนดวงดาวหลากสีบนม่านฟ้าสีดำ..

เธอไม่รู้หรอกว่าทำไมพวกนี้ถึงได้ขึ้นมาว่ายบนอากาศ

 

และทำไมบรรยากาศรอบด้านนั้นเหมือนกับจมลงไปใต้น้ำ ทั้งๆที่อากาศก็ยังมีอยู่ ซึ่งสังเกตได้จาการที่เธอยังสามารถหายใจได้เหมือนกับปกติ

หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่า เวทมนตร์ของ ดินแดนที่ลึกที่สุดในเทเกอริก

ดินดนที่น่าพิศวง...

 

...พิศวงจนเรื่องไม่ธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อยๆนั้นกลายเป็นสิ่งปกติในสายตาของทุกคนไปแล้ว...

 

ก็ไอ้เรื่องที่มันว่าแปลกมันเกิดได้ทุกวี่ทุกวัน

บ่อยครั้งจนกลายเป็นสิ่งปกติ

 

แต่พอได้เห็นมันก้ยังแปลกจนละสายตาไม่ได้อยู่ดี

 

“ยังมีดินแดนแปลกๆอันมากมายที่เจ้าไม่รู้จัก.....และข้าเชื่อว่าเจ้าไม่เคยคิดจะสนใจดินแดนแปลกๆเหล่านั้นด้วย...”

“แต่ไม่เป็นไรหรอกเวียร่า....”

จิ้งจอกทองตนนั้นยิ้มกว้างอย่างร่าเริง

 

“ถ้าเกิดข้ารู้จักที่แห่งไหน ข้าจะพาเจ้าไปดูให้เห็นกับตาเอง”

 

ถ้าเกิดเจ้าชอบ...

...มันก็คงดีไม่น้อย

 

คอรัลมองเด็กสาวตัวน้อยทีเงยหน้าขึ้นแล้วมองตอบกลับมาด้วยดวงตาที่แสนเฉยชา ก่อนที่เด็กสาวคนนั้นจะหัวเราะ

“...ถ้าเกิดข้าว่าง....น่ะนะ”

เวียร่ายิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเอง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเล็กๆซึ่งเจือไปด้วยความสนุกสนาน

แต่แล้วเธอก็เลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อีกฝ่ายชี้นิ้วออกไปเบื้องหน้า

 

“พวกนางเงือกมาแล้วแหละ....”

 

คอรัลสะบัดปลายหางแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ร่าเริงเสียกว่าคนที่เขาพามาแล้วอยากให้สนุกสนานเสียด้วยซ้ำ

เวียร่าเอนสายตาลับไปแล้วแอบหัวเราะให้กับอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่เด็กสาวจะอุทาบาๆเมื่อเห้นละอองแสงสว่างรางๆที่ราวกับกากเพชรโปรยปราย

มือเรียวเนียนสวยที่ดูขาวผ่องคู่กับแสงจันทร์ขยับเคลื่อนไหว ประกอบกับการสะบัดของปลายหางที่ลากไปจนเกิดเป็นละอองเล็กๆซึ่งเหมือนกับฟองอากาศ

บรรดาเงือกในชุดที่ไม่ได้มีสีสันมากเท่าไหร่นัก ตรงข้ามกับเครื่องประดับอื่นๆที่แวววาวสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี...

พวกเธอกำลังร่ายรำ...

ควบคู่กับฝูงปลาน้อยใหญ่

เกล็ดหลากสีสะท้อนแสงกลายเป็นดั่งดาวนับล้าน...

 

ละอองของฟองอากาศที่ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไรเคลื่อนไหวเป็นปุยเมฆที่จางหายไป

 

บทบรรเลงเพลงของเหล่าเงือกค่อยๆก้องกังวานสะท้อนกลับไปกลับมาบนผืนอากาศที่ได้กลายเป็นดั่งผืนน้ำ

ดวงจันทร์ด้านบนแลดูห่างไกลเช่นเดียวกับผืนฟ้าสีดำสนิทที่เคยเห็นจนชินตาเหมือนกับพร่าเลือนดั่งที่มองผ่านเวิ้งน้ำ...

ราวกับได้ลงมาอยู่ใต้น้ำ

 

เวียร่ากวาดสายตาค่อยๆมองรอบด้าน มอบเหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำที่ไม่ได้สังเกต หรือว่าคิดที่จะสนใจตัวเองนั่น

บทบรรเลงที่ฟังดูเคลิบเคลิ้ม

การร่ายรำของนางเงือกทั้งหลายราวกับเพื่อเฉลิมฉลิงบางอย่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...

แสงสว่างสะท้อนกัน...

 

ความมืดไม่ได้เลือนหายไป

 

แต่ความมืดทั้งหลายนั้นกำลังทำให้ทุกอย่างงดงามยิ่งขึ้น

 

 

“......สวย....”

 

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...

...ที่เธอไม่อาจจะละสายตา

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร..

 

...เธอถึงได้สามารชมว่าสวยอกจากปากได้ทั้งๆที่เธอก็เคยเห็นความสวยงามหรือของเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระเสมอมา

 

จิ้งจอกทองสะบัดปลายหูเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแผ่วๆที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของร่างเล็กๆเบื้องหน้าตนเอง

ก่อนที่เขาจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสา...ใสซื่อและตื่นเต้นที่ไม่ได้ต่างจากเด็กๆน้อยๆ ...

ใบหน้าที่มีความรู้สึก...

 

ดูมีความสุข

 

แต่ดูท่าทางว่าเด็กน้อยคนนั้นจะไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยิ้มอยู่ด้วยสีหน้าแบบไหน ไม่รู้ว่าดวงตานั้นตื่นเต้นด้วยความชื่นชอบมาเพียงไร

 

“ใช่ไหมล่ะ?

 

ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว...

ซักวัน ซักวันหนึ่ง...

 

ข้าหวังว่าเจ้าจะยิ้มได้อย่างนี้ทุกวัน

 

คอรัลคลายรอยยิ้มบางๆก่อนจะพ่นลมหายจยาวออกมา

ผ่อนคลาย...และแสนดีใจ....

เพราะเขาสามารถลบเลือนใบหน้าตึงเครียดของเด็กสาวคนนี้ออกไปได้ ลบใบหน้าที่เฉยชาจนเหมือนกับตุ๊กตา เขาถอดหน้ากากที่แสนเศร้าสร้อยนั่นออกไปได้

แม้จะชั่วพริบตา

แต่เพียงแค่นั้น บ่อยครั้งเข้า...บ่อยครั้งเข้า

 

เขาก็เชื่อว่าซักวันเธอจะยิ้มได้เหมือนคนปกติ

 

“งานเทศกาลอะไรงั้นหรือ....ที่นี่น่ะ”

เด็กสาวทัดผมของตัวองไปไว้ด้านหลังหู ก่นอจะยิ้มบางๆแล้วหันกลับมาถามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเอง

ซึ่งชายคนนั้นก็ยิ้มบางๆตอบด้วยสีหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความสุข

ขอแค่อีกฝ่ายอารมณ์ดี...

 

....แค่นี้ความลำบากในการมาที่นี่ก็คุ้มค่ามากแล้ว

 

คอรัลปิดปากแล้วหัวเราะออกมากับท่าทางที่เต็มไปด้วยความตกใจของเด็กสาวข้างกายของตัวเอง ก่อนที่จะพ่นลมหายใจยาวเพื่อควบคุมอารมณ์

เพราะถ้าเกิดเขาหัวเราะต่อ เดกน้อยเบื้องหน้าเขาคงหงุดหงิดอย่างแน่นอน

“ที่นี่น่ะหรือ....”

จิ้งจอกหนุ่ลดระดับมือลง

 

“เขาเรียกว่าปลาอากาศสมุทรแหละ”

 

“มันเป็นการช่วงเวลาที่....เจ้าของผืนทะเลสาบแห่งนี้ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เพียงไม่กี่ครั้งในรอบหลายร้อยหลายพันปี....”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆร่ายคำอธิบายยาวเหยียดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแสนแผ่วเบาพลางจ้องสบกับเนตรสีแดงกลมโตของเด็กน้อยเบื้องหน้าโดยไม่วางสายตา

รอยยิ้มบางๆที่แสนนุ่มนวลคลี่ออก

 

“พวกปลาจะเฉลิมฉลอง....เงือกทั้งหลายจะเพลงจะบรรเลง”

 

สายน้ำเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของปลาที่แหวกว่าย

ผิวอากาศสั่นคลอนน้อยๆ ด้วยความกังวานของบทเพลงแห่งเหล่าเงือก

 

ผืนอากาศ กลายเป็นผืนน้ำ...

เกล็ดปลาสะท้อนแสง กลายเป็นดวงดาว...

เวิ้งน้ำ...

 

เป็นตัวแทนของราตรีกาล

 

และเมื่อราตรีดำเนินมาจนถึงจุดหนึ่ง....

 

 

ดวงจันทร์ก็จะปรากฏขึ้น

 

“....”

เวียร่าจ้องมองคนที่อธิบายด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะความไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดูมีความสุขถึงขนาดนั้นทั้งๆที่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน

“เหรอ....”

เทพธิดาสาวครางตอบกลับเบาๆด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะบอกเป็นเชิงว่ารับรู้แลว้เท่านั้นก่อนที่จะหันหน้ากลับไปโดยที่อดแอบเอนสายตามามองคนที่ยืนยิ้มให้ด้านหลังไม่ได้

ไม่รู้ว่าทำไมสีหน้าอีกฝ่ายถึงได้มีความสุขนัก...

....มันไม่เหมือนกับตอนที่ยิ้มให้เธอตามปกติ...

 

คราวนี้มันเหมือนกับยิ้มออกมาจริงๆ

 

คอรัลลอบมองเวียร่าจากด้านหลังพร้อมๆกับสะบัดปลายหางเรียวของตัวเองไปมา เงี่ยหูฟังบทเพลงของเหล่าเงือกที่บรรเลงอย่างต่อเนื่อง

บทเพลงที่บรรเลงมอบให้แก่ผู้นำของพวกเธอ...

แต่เขาก็แค่พวกคนนอกที่แอบเข้ามาเท่านั้น

 

...ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้างหรือเปล่า

 

แต่...

 

“....สวย......จริงๆสิน่า”

 

คอรัลครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเกล็ดหลากสีที่เหมือนกับแสงดาวจุดเล็กๆซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้นั่น

ยิ่งมอง....ก็ยิ่งรู้สึกว่าสวย

แต่ตรงข้าม...

 

...เขากลับยิ่งรู้สึกหดหู่

 

ใบหูเหลืองทองพยายามฝืนตั้งเอาไว้เหมือนเดิม ในขณะที่แขนทั้งสองข้างค่อยๆยกขึ้นแล้วกอดอกเอาไว้...

ประคองแขนของตัวเองด้วยแขนของตัวเอง โอบกอดร่างกายของตัวเองเอาไว้

พยายาม...

เพื่อไม่ให้เทพธิดาคนนั้นสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

ไม่ให้เห็น

 

เพื่อไม่ให้เธอสงสัย เพื่อไม่ให้เธอกังวล

 

“.......เกล็ดปลาจะกลายเป็นแสงดาว.....เสียงของเงือกจะเป็นดั่งบทบรรเลงสายลมของราตรีกาล......”

 

สวย....

....ข้าอยากให้เจ้ามาเห็น ข้าอยากชวนเจ้ามา อยากมาเที่ยวพร้อมๆกับ ยลดินแดนที่เหมือนกับมายาบนผืนดินแห่งนี้...

ข้ารอ....

แต่สุดท้ายข้ากลับไม่ได้มากับเจ้า.....โชคร้ายสินะ

 

ไม่สิ...

 

 

มันเพราะข้าทำตัวข้าเองต่างหาก

 

ใบหูเรียวค่อยๆลู่ลงข้างหนึ่งเช่นเดียวกับดวงตาซึ่งค่อยๆปรือปิดลง นิ้วเรียวจิกเข้าไปในแขนเสื้อแต่พยายามไม่ให้จิกลึกจนเลือกไหลหรือแขนเสื้อยับ

พยายามทำสีหน้าปกติ

ทั้งๆที่ฟันนั้นกัดกันแน่นจนเลือดแทบไหล...

เจ็บใจ...

...ทำไมคนตรงหน้านี้ถึงไม่ใช่คนที่เขาหวังให้มา

 

ทำไมเขาถึงไม่อาจจะชวนคนๆนั้นมาได้ ทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่มี ความกล้ามากพอที่จะพูดออกไป....

ทำไม...

แต่สุดท้าย

 

สิ่งที่เขารอคอยและอยากให้เป็นมันก็หลุดหายไป....อย่างที่สมควรแล้ว

 

คอรัลก้มหน้าลง กัดฟันแน่น คิดเหมือนกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น....คิดเสียว่าไม่ได้มีอะไรเพราะยังไงเขาก็ไม่ได้มาคนเดียว

แต่...

เขาก็ไม่รู้หรอกว่าจะหลอกตัวเองได้นานแค่ไหน

หลอกว่าที่เขาอยากพามานั้นไม่ใช่เวียร่า....

คนที่เขาอยากเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เทพธิดาคนนี้

 

เพียงแต่เขาคิดว่ารอยยิ้มของเทพธิดาคนนี้ก็ได้...

 

 

....มันแทนกันได้

 

ทั้งๆที่ความจริงแล้ว...

มันแทนกันไม่ได้เลยซักนิดเดียว...

 

เขาอยากเห็น คนๆนั้นยิ้มออกมาแบบร่าเริง ไม่ใช่หน้ามุ่ยๆ หน้ายุ่งๆ เหยียดหยามหรือว่าท้าทาย.....

รอยยิ้มที่เขาเห็นแล้วอยากยิ้มตาม...

แต่เพราะเขาไม่อาจจะได้เห็นของคนๆนั้นได้...

 

....ถึงได้อยากเห็นของอีกคนที่เขาอยากเห็นไม่แพ้กัน

 

 

แต่มันก็เทียบเท่ากับของอีกฝ่ายนั้นไม่ได้

 

น่าเกลียด....ที่เขาเอาเวียร่ามาแทนคนๆนั้น

แต่...

 

....เขาก็อยากจะเห็นรอยยิ้มของเด็กคนนี้เหมือนกัน

 

“.....ถ้าเกิดเจ้ามาด้วยได้.....ก็ดีสิ”

ริมฝีปากบางขยับขึ้นก่อนจะลั่นป็นถ้อยคำพึมพำที่สรรพเสียงทั้งหมดได้กลบมันจนหายไปจนหมดสิ้น...

ชายหนุ่มหลับตาลง

ทิ้งตัวองปล่อยไปกับเวลาเพื่อตั้งสมาธิแล้วเอาสติของตัวเองกลับมา

 

ฟุ่บ....

 

ใบหูสีเหลืองทองกระดิกเล็กน้อยเมื่อเหมือนกับมัไนด้ยินเสียงบางอย่างที่ฟังดูแล้วแปลกหูเช่นเดียวกับบทบรรเลงเพลงของนางเงือกที่แปรเปลี่ยนไป

ปลาทั้งหมดว่ายออกห่างแต่คงรูปขบวนเอาไว้

!!!

คอรัลเบิกตาของตัวเองกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าอะไรต่อมิอะไรนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนไป แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวผมทองคนนั้จะยังไม่ทันได้สังเกต

ถึงเธอจะมีอำนาจมากเพียงไร...

เด็ก....ก็คือเด็ก...

เธอผู้ไร้เดียงสา

 

ถึงไม่อาจจะตามความคิดความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกับปกติ...แต่ก็ผิดปกตินี่ได้

 

“.....อะไร....”

 

อะไรบางอย่าง...

มันกำลังมา

 

ดวงตาสีแดงไหววูบเล็กน้อยเมื่อเห้นเงาสีเขียวเข้มเหมือนกับผืนป่านั่นขยับเคลื่อนไหว....รายล้อมด้วยบรรดาปลานานาสายพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายเหมือนกับเบิกทางออกให้ด้วยความชื่นชม บรรดาเงือกขยับย้ายเข้าไปใกล้ร่างนั้น

เกล็ดที่เป็นีเขียว

แต่พอต้องกับแสงสว่างกลับกลายเป็นสีทอง

และทั้งๆที่อย่างนั้น

ส่วนที่มืด

 

กลับเป็นสีดำน้ำเงินเข้มดั่งที่ราตรีกาลเป็น

 

ดวงตาสีแดงฉานหรี่งจนคมกริบแล้วพยายามเพ่งมองว่าร่างยักษ์ที่กำลังขับเคลื่อนย้ายอย่างช้าๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆนั่นคืออะไร

มันยังไม่สังเกตเห็นพวกเขา...

 

และมันคงไม่ใช่การดีถ้าเกิดฝั่งนั้นจะสังเกตเห็นพวกเขา

 

เพราะเขาคิดว่าฝั่งนั้นคงอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นักที่ได้เห็นพวกเขาที่แอบรุกล้ำเข้ามาโดยที่ไม่ได้มีการบอกเตือนหรือว่าขอนุญาต

 

อาจจะเกิดการปะทะ....ใครจะรู้?

 

แต่เพียงไม่นานร่างนั้นก็หยุดลงแล้วเฉลิมฉลองกับบรรดามวลหมู่บรวารของตัวเองทำให้คอรัลถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก

เขาไม่อยากกางเล็บ

ใช่

ถ้าเกิดมันไม่จำเป็นอย่างจริงจังจริงๆ

 

เขาเกลียดเลือด

 

“.....เฮ้อ”

จิ้งจอกหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะเสยเส้นผมสีเหลืองทองที่ลงมาปรกใบหน้าของตัวเองขึ้นด้วยความโล่งอก ก่นอที่จะเบิกตากว้างเมื่อเทพธิดาสาวก้าวเท้าเข้าไปใกล้ตรงที่ที่เนทุเลบสาบมาขึ้นอีกนิดหนึ่ง

ดูแล้วเหมือนกับจะพยายามก้าวเท้าเข้าไปใกล้สิ่งนั้น

สวยงาม

 

แต่เขาก็รู้สึกได้เป็นอย่างดีเลยว่ามันอันตราย

 

“เวียร่า...”

จิ้งจอกทองหนุ่มอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นว่าเด็กสาวคนนั้นยังคงก้าวเท้าเข้าไปใกล้เหมือนเดิม

คงไม่ได้ยินเสียงเขาหรอก...

 

หากปลามากมายรอบด้านนั้นคือดวงดาวที่เปล่งประกาย

หากผืนน้ำรอบด้านนั้นคือราตรีกาลสีน้ำเงินเข้มอันมืดมน

 

สิ่งที่ปรากฏขึ้นนั้น...

 

ก็คือ ดวงจันทร์

 

สิ่งที่เธอเป็น และสิ่งที่เธอไม่เคยคิดที่จะหลงใหล...

 

แต่เธอคงเริ่มหลงใหลสิ่งที่เรียกว่า ดวงจันทร์นั้นขึ้นมาแล้ว...

 

 

....ก็เพราะคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอคนนั้นนั่นแหละ

 

-.....?-

ร่างสีทองเขียวตนนั้นเคลื่อนไหว

เหมือนกับมันสังเกตเห้นเด็กสาวผู้ซึ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้ในถิ่นฐานของตัเอง

 

ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทะเลสาบโดยที่ไม่รู้ตัว

 

คอรัลเบิกดวงตาสีแดงฉานของตัวเองกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบก้าวเท้ากระโจนเข้าไปหาเด็กสาวตัวน้อยซึ่งห่างออกไปเพียงไม่ไกลนัก

ไม่กี่สิบก้าว...

แตเพราะที่นี่เหมือนกับโลกใต้น้ำ

 

ร่างสีเขียวทองตนนั้นถึงได้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่าอย่างมหาศาล

 

ร่างกายที่ปกคลุมด้วยกล็ดโบกสะบัดอย่างรวดเร็วเหมือนกับงูที่แหวกว่ายไปในผืนน้ำ และในชั่วพริบตามันก็มาปรากฏตรงเบื้องหน้าเวียร่า

ก่อนที่จะเงื้อหางของตัวเองแล้วฟาดลงเพื่อสังหารผู้บุรุก

 

ผุ้บุกรุกที่มันคิดว่าเป็นศัตรูนั่น!!!

 

!!!

เวียร่าเบิกตาของตัวเองกว้างด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความตกใจทันทีก่อนที่จะวาดมือออกไปด้านข้างเพื่อที่จะเรียกอะไรบางอย่างออกมาแต่เธอก็ต้องชะงัก

คทาด้ามโปรดนั้น...

อาวุธของเธอนั้น ...

มันไม่ได้อยู่ในมือของเธอแล้ว!!

 

แล้วเธอก็ไม่อาจจะเรียกมันมาได้ด้วย....เพราะมันต้องทำหน้าที่เป็น แสงสว่างอยู่ด้านบนดินแดนแห่งนั้น

และเธอกไม่มเขี้ยเวล็บเหมือนกับวกปิศาจด้วย...

ไม่มีอาวุธ...

ไม่มีเวลาร่ายเวทมนตร์

เช่นนั้นเด็กสาวจึงทำได้แต่มองปลายหางยาวที่มีคลีบซึ่งคมเหมือนกับใบมีดเรียงตัวยาวขึ้นไปนั่นฟาดลงมา!!

 

“ระวัง!!!!

 

ฉัวะ!!!!

 

มือเรียวเอื้อมมาจากด้านหลังด้วยความเร็วที่มากที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะสามารถทำได้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะคว้าไหล่แล้วดึงร่างของเธอเอาไว้แล้วเข้าไปกอดแน่นพร้อมๆกับหมุนตวหันหลังให้กับศัตรูนั่นเพื่อป้องกันการโจมตี

เช่นนั้น

ปลายหางที่มีครีบซึ่งคมเหมือนกับใบมีดเหล็กถึงได้ฟาดลงมาบนหลังของจิ้งจอกทองตนนั้นจนทำให้เกิดเป็นบาดแผลลึกเป็นทางยาว

หยดเลือดหลั่งออกจากปากแผล

กะจายฟุ้งเหมือนกับแผลที่ตัดเส้นเลือดใหญ่ใต้ผืนน้ำ

 

สีแดงฉานกระจายเปื้นอสีดำสนิทรอบด้าน กลิ่นไอของเลือดที่คาวคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนกระจายไปทั่วบริเวณ..

แม้จะเป็นแผลลึก

แต่สีหน้าของจิ้งจอกทองตนนั้นกลับไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยนิด

 

นอกจาเขาจะยิ้มบางๆ

 

ราวกับมีเรื่องที่น่าดีใจเสียเต็มประดา

 

“ปลอดภัยนะ....เวียร่า”

จิ้งจอกทองหนุ่มจูบหน้าผากของเกสาวเบาๆเพื่อปลอบใจเมื่อเห็นว่าดวงตาสีแดงคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกมากเพียงไร

“เจ้า!! เดี๋ยว....”

“ไม่เป็นไร”

คอรัลตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนที่จะกระชับอ้อมกอดของตัวเองแน่นขึ้น แล้วโน้มใบหน้ากระซิบข้างหูเบาๆ

 

“แผลแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

 

จิ้งจอกสีทองตนนั้นหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งเหมือนกับจะเจือไปด้วยความขบขัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหน้าไปด้านหลัง

เผชิญหน้าของร่างที่ปราดเข้ามาโจมตีนั่น

จ้องมองโดยที่กอดร่างของเวียร่าเอาไว้แน่น

 

แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองร่างสีองหน้านั่นไม่วางสายตา เหมือนกับกำลังพยายามจ้องขู่เพื่อสแดงให้เห้นว่าตัวเองนั้นไม่เคยหวาดลัว

พร้อมที่จะสู้...

 

...ถ้ากิดว่าสถานการณ์ที่กฝ่ายเป็นผู้กำหนดนั้นมันบังคับจริงๆ

 

ใบหน้าของร่างนั้นเป็นครงหน้าที่ยาวออกมาเหมือนม้าก็ไม่ใช่ วัวก็ไม่ใช่ มีเขายาวแทงขึ้นไปด้านบน และบางส่วนที่บิดลงมาด้านข้างใบหน้า แต่ดูเหมือนว่าจะมีเขาบางอันซึ่งถูกตัดออกไป และดูจากรอยแล้วคงถูกตัดออกไปไม่นานมานี้

นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันหงุดหงิดล่ะมั้ง...

 

ไม่งั้นมันคงไม่มาหาเรื่องพวกเขาหรอก...

 

...คนที่ตัดเขาของมันก็คงเป็นจิ้งจอกนั่นแหละนะ

 

และคงมีฝีมือไม่ใช่น้อยๆเลยด้วย การตัดเขาของมังกรนั้นเป็นสิ่งที่ต่างคนต่างรู้กันว่านอกจากจะต้องเอาชนะมังกรตัวนั้นได้แล้ว...

ยังต้องให้มังกรตนนั้นยกเขาตัวเองให้แลกกับชีวิต

มันคงโกรธแค้นไม่ใช่น้อยๆ...

 

แต่มันก็รู้ว่ามันคงทำอะไรคนๆนั้นไม่ได้ เลยต้องหาเป้าหมายใหม่ในการลงมือระบายความหงุดหงิดแทน

แล้ว...

 

มั๊นก็ดันมีทั้งคนทั้งจิ้งจอกผ่านมาให้คลายเครียดพอดี

 

 

แล้วมันจะทิ้งโอกาสระบายความแค้นไปหรือไร

 

ใบหูของกวางสะบัดเล็กน้อย แนบอยู่กับเส้นขนเส้นละเอียดที่ยาวต้องแต่คอลากจนถึงหลังและหางที่มีครีบซึ่งคมเหมือนกับเหล็ก

เกล็ดที่เรียงเหมือนกับปลาและบางสวนนั้นก็เรียงเหมือนกับงูสลับกันไปสะท้อนกับแสงเบื้องบนทุกครั้งที่มันขยับเคลื่อนไหว

 

มังกรน้ำ...

 

ลักษณะพิเศษของมังกรพวกนี้คือมันมักจะไม่มีขาและเหมาะสำหรับแหวกว่ายในน้ำหรือว่าอากาศ...ไม่ใช่ขึ้นมาเดินดิน

ถ้าเกิดเป็นบนดินปกติคอรัลคงได้เปรียบ

แต่ดินแดนพิศวงแห่งนี้...

 

ถึงที่นี่เป็นดิน แต่ปลามันก็ยังสามารถวกว่ายได้อย่างเป็นปกติ

 

-.....เจ้า...ผู้บุกรุก-

มังกรสีเขียวตนนั้นค่อยๆขยับปากของตัวเองขึ้นก่อนที่จะลั่นออกมาเป็นถ้อยคำที่สะท้อนให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราดทันที

เหมือนกับจะบอกว่ามันโกรธเพียงไรที่มีคนรุกล้ำอาณาเขตของมันเข้ามาโดยที่ไม่ขออนุญาติเลยแม้แต่น้อย

ใช่

โดยเฉพาะในวันแบบนี้ด้วย

 

วันที่นานครั้งมันจะได้เฉลิมฉลองกัน

 

ดวงตาสีแดงจ้องมองเนตรของอีกฝ่ายนั้นด้วยเนตรทรงพลัง ก่อนที่เขาจะกอดร่างของเวียร่าเอาไว้แน่นกว่าเดิม

-เจ้ากล้าดีอย่างไร....-

มังกรสีเขียวตนนั้นสะบัดปลายหางของตัวเองที่ครึ่งหนึ่งก็เป็นลำตัวอย่างรุนแรง ก่อนที่จะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้คอรัล

จิ้งจอกทองตนนั้นไม่มีอาการหวาดกลัว

ไม่มีความหวาดหวั่น

แผลยังคงเจ็บแปล๊ก

ความน่ากลัวกำลังแผ่กระจายออกไปทุกที่

 

แต่คอรัลก็ทำสีหน้าสุขุมเหมือนเดิม

 

“ข้าขอโทษท่าน ท่านจ้าวแห่งเทเกอริกเฮกเซียสโซนทะเลสาบวารีสีทอง.....”

ดวงตาสีแดงปรือปิดลงด้วยความนอบน้อมเพื่อใช้แทนคำขอโทษที่ตัวเองสามารถลั่นได้เพียงเท่านี้เท่านั้น

แม้ว่าความจริงแล้วเวียร่านั้นจะมียศสูงกว่าอีกฝ่ายหลายต่หลายเท่าตัว

แม้เขาจะเก่งกว่า...

แตเขก็ม่อยากให้เกิดการปะทะโดยใช่เหตุ

 

เขาไม่อยากให้ใครบาดจ็บด้วยกันทั้งนั้น

 

“เป็นความผิดข้าเองที่รุกล้ำเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว...”

คอรัลกดหัวของเวียร่าที่พยายมจะดิ้นลงมายืนเพราะเธอไม่อยากก้มหัวให้กับปิศาจชั้นต่ำกว่าเธอมหาศาลเบื้องหน้านี่

ศักดิ์ศรีของเธอน่ะสูง...

ตรงข้ามกับจิ้งจอกตนนี้สิ้นดี...

 

แต่เขาก็แค่หวังว่าจะปลอดภัยด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละนะ

 

“ข้าขอโทษด้วย”

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหนุ่มโค้งศีรษะลงด้วยความน้อบนอบพร้อมๆกับหลับตาลงด้วยความเคารพ แต่กระนั้นมังกรตนนั้นกลับแยกเขี้ยวมากกว่าเดิม

-.....สมควรให้ข้าให้อภัยหรือไร เจ้าจิ้งจอก...-

ไม่ว่าอย่างไร...

มันก็คงอยากจะหาเรื่องให้ได้

 

-เจ้าก็เป็นปิศาจ เจ้าน่าจะข้าใจว่าพวกเราหวงอาณาเขตเพียงไร-

“ข้าเข้าใจ....แต่ข้าขอโทษ”

คอรัลเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวย้ำคำพูดเดิมด้วยน้ำเสียงราบเรีบแต่หนักแน่นเหมือนเดิม ก่อนที่จะหรี่ดวงตาสีแดงฉานของตัวเองลง

“....ขอร้องล่ะ....ข้าแค่มาชมการแสดงเท่านั้นเอง....”

ใบหูเรียวบิดไปด้านหลังส่วนดวงตาสีแดงก้จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางายตาเหมือนกับพยายามอ้อนวอนร่างนั้นอย่างสุดความสามารถ

 

“ไม่ได้มีเจตนาร้าย”

 

มังกรสีเขียวจ้องมองดวงตาสีแดงของจิ้งจอกทองเบื้องหน้าเงียบๆ โดยที่ไม่ด้พูดอะไรเหมือนกับกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่

มันเงียบไปหลาย่ตอหลายนาทีเหมือนกับกำลังชั่งใจ

“....นี่”

คอรัลครางขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

ไปซะเถอะนะ”


/> /> />

 

ดวตาสีแดงฉานหรี่ลงจนคมกริบจ้องมองใบหน้าของมังกรเบื้องหน้าที่ผงะไปทันที่เห็นประกายตาซึ่งไม่ได้ราบเรียบเหมือนเดิมแล้ว

ไม่สิ...

มันราบเรียบเหมือนเดิม

แต่ดูดำมืด....

 

ลึกล้ำ...จนน่ากลัว

 

จนมันต้องผงะถอยไปด้านหลังโดยที่ไม่อาจจะต่อต้าน ทั้งๆที่มันไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ร่างกายกับสัญชาตญาณของมันก็บอกได้เป็นอย่างดี

อย่าเข้าไปยุ่ง....

 

จิ้งจอกทองตนนี้ไม่ใช่ตัวตนที่สามารถเล่นด้วยได้ง่ายๆ

 

“.....”

มังกรร่างยาวตนนั้นผงะไปด้านหลัง ก่อนที่จะหันกลับแล้วสะบัดหางของตัวเองแหวกว่ายกลับไปในอากาศ

มันไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่ามันไม่กลัวคนเบื้องหน้า

 

ทันทีที่สบตากันนั้นมันก็เข้าใจ...

อีกฝ่ายมีอำนาจสูงกว่าตัวเอง

 

ในยามที่ปะทะกันอย่างจริงจัง....มันต้องแพ้อย่างแน่นอน

 

เช่นนั้น มันเป็นการสมควรแล้วที่มันจะว่ายหลีกหนีออกไป...

 

ก่อนที่มันจะถูกฆ่าตายอย่างไม่มีปรานี

 

มังกรสีเขียวตนนั้นว่ายจากไปพร้อมกับบรรดาปลาที่ผละออกห่างจากบริเวณนี้ ซึ่งคอรัลก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ดีแล้วที่ไม่มีเรื่องเกิดขึ้น

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองปล่อยร่างของเวียร่าลงบนพื้น ซึ่งทันทีที่เทพธิดาสาวเหยียบลงพื้นได้เธอก็ตวัดสายตาขึ้นมามองคอรัลด้วยดวงตาเกรี้ยวกราดทันที

“ทำไมเจ้าไม่จัดการมันไปเลย ฝีมืออย่างเจ้าน่ะเล่นงานมันได้สบายๆอยู่แล้ว!

 

มันทำร้ายเจ้าขนาดนั้น

ยังจะไปก้มหัวขอโทษอีก!!

เจ้าจะบ้าหรือไง

 

เจ้าไม่แค้นเลยหรือไง!!

 

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีทองตวาดลั่นทันทีทันควันแล้วจ้องมองจิ้งจอกทองที่ทำเพียงลู่ใบหูลงแล้วยิ้มออกมาอย่างหน่ายๆใจเท่านั้น

“....เจ้าจะทำให้มันป็นเรื่องเป็นราวไปทำไมล่ะเวียร่า”

ชายหนุ่มร่างสูงค่อยๆทรุดลงคุกเข่าตงเบื้องหน้าเทพธิดาคนนั้น ทำได้เพยงระบายรอยยิ้มบางๆด้วยความเหนื่อยหน่ายและลำบากใจเท่านั้น

“ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องลำบากในการฆ่าพวกนั้นทิ้ง....แต่ฆ่าพวกนั้นทิ้งไปแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมานอกจากทำให้พวกนั้นเขาแค้นเราน่ะ...”

มือเรียวค่อยๆเสยเส้นผมสีทองของเด็กน้อยขึ้นแล้วลากไปทัดที่ใบหูเบาๆ

“พวกเขามีพี่น้องมีเพื่อนพ้องมีครอบครัว มีคนที่พวกเขารัก....มีคนที่รักพวกเขา ถ้าเกิดเราฆ่พาวกเขาไป คนที่รักพวกเขานั้นก็จะโกรธแค้นแล้วมาไล่ล่าพวกเราเอง....”

 

ลองเป็นตัวเองบ้าง....

มันถึงจะรู้...

 

...ว่ายามที่ของสำคัญโดนทำลายนั้นมันโกรธเพียงไร

 

ใบหูเรียวลู่ลงพร้อมๆกับเสียงหัวเราะเบาๆ

 

“ข้าไม่ชอบแบบนั้นน่ะ”

 

ถ้าเกิดเลี่ยงได้ก็เลี่ยง...

การต่อสู้ที่คนแห่งการ์เดสโปรดปราน การสังหารและการล่าที่ทำจนเป็นเรื่องปกติ...

มันมีอะไรดี

 

นอกจากความหวาดกลัวว่าคนที่เราเคยไล่ล่านั้นจะกลับมาฆ่าตัวเอง

 

“มันไม่ดีหรอก....ใช่ไหมล่ะ?

 

มันไม่คุ้มหรอก...

การมีคนเกลียดตัวเองเพิ่มขึ้นแบบนั้น

 

แล้วดีไม่ดี...ของที่เราเคยทำร้ายเอาไว้นั้น

 

 

มันอาจจะย้อนกลับมทำร้ายของสำคัญของตัวเราเองก็ได้

 

“ไม่มีใครอยากมีศัตรูเพิ่มหรอก....ข้าก็ไม่อยากให้มีใครเกลียดหรือว่ากลัวเจ้านะ อยากให้เจ้าเป็นที่รักของทุกๆคน”

“.......แต่กระนั้นก็เหอะ..”

เวียร่าก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเอนใบหน้าหนีเมื่อไม่อาจจะเถียงจิ้งจอกเบื้องหน้าตนเองได้ เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา...

มันทำให้เธอดีใจนิดๆ...

“แล้ว.....เจ้าจะปกป้องข้าทำบ้าอะไร”

เด็กสาวท้าวเอวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาขุ่นๆ เหมือนกับอยากจะด่าว่าจะเข้ามายุ่งทำไม..

ทำให้ตัวเองบาดเจ็บทำบ้าอะไร

“....ข้าหลบได้อยู่แล้ว”

 

เจ้าจะเข้ามาป้องกันให้ตัวเองบาดเจ็บทำไม...

ข้าตกใจมากเลยนะรู้ไหม

 

เห็นแล้ว....เจ็บแทน

 

“....มันไม่ใช่แผลเล็กๆเลยนะ....”

เวียร่าจับแขนเสื้อของจิ้งจอกทองเบื้องหน้าที่อยู่ใกล้ๆใบหน้าของตัวเองแน่น ซึ่งคอรัลก็เลิกคิ้วเรียวขึ้นเพียงชั่วครู่

ก่อนจะหัวเราะ

“แค่นี้เอง”

หัวเราะเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา

“มันไม่ใช่แค่นี้นะ คอรัล! นี่มันแผลลึกเลย.....เลือด...เจ้าเสียเลือดไม่ใช่น้อยๆเลยไม่ใช่เหรอไง”

 

ดูยังไงมันก็ไม่ใช่สิ่งที่มายืนหัวเราะแบบนี้เลยนะ...

เถ้าเกิดเป็นแผลถากๆข้าจะไม่ว่าอะไรเลย

 

แต่นี่มันไม่ใช่แผลเล่นๆที่หัวเราะเอาน้ำลายป้ายๆแล้วก็ไปได้เลยนะ

 

เด็กสาวกระชากแขนเสื้อของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดกับจิ้งจอกสีทองเบื้องหน้าที่ยังคงทำหน้าตาไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม

เฉยชา

เหมือนกับแผลด้านหลังนั้นก็แค่สีเขียนที่ตัวเองเอามาเขียนเอาไว้

“ก็นะ”

คอรัลหัวเราะแล้วไหวไหล่

 

“....ข้าไม่อยากให้คนที่โดนแผลแบบนี้เป็นเจ้านี่นะ?

 

“เป็นข้าก็ได้!! เจ้าเข้ามายุ่งด้วยทำไม!!

 

เจ็บตัวเอง...

ทั้งๆที่ข้าควรจะเป็นคนบาดเจ็บแท้ๆ

 

ชอบเจ็บตัวหรือไง

 

“....ไม่เอาน่าเวียร่า”

จิ้งจอกหนุ่มลู่ใบหูเรียวลงเล็กน้อยแล้วลูบหัวของเด็กสาวเบื้องหน้าก่อนที่จะดึงร่างนั้นเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น

เลือดย้อมเส้อคลุมสีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉานจากแผ่นหลังไล่มาจนถึงหัวไหล่

เลือดออกมามายแค่ไหนใครไม่รู้ก็คงตาบอด

 

และถึงตาบอด กลิ่นคาวคลุ้งของมันก็บอกได้เป็นอย่างดี

 

เวียร่ากัดริมฝีปากของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจซุกใบหน้าลงกับไหล่ของอีกฝ่ายเหมือนกับไม่อยากจะเห็นแผลที่ด้านหลังของจิ้งจอกทองตนนั้น

ถ้าเธอไม่ก้าวเท้าเข้าไป

อะไรแบบนี้มันจะเกิดขึ้นหรือไง

 

“แผลพวกนี้ข้าเคยเจอมาเยอะหลายต่อหลายครั้ง....”

 

ดินแดนที่ข้าอาศัยเป็นโลกสีดำ

โลกสีดำและน้ำตาล

 

ที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองระบายรอยยิ้มบางด้วยความผ่อนคลาย

“เทเกอริกที่ที่ไม่ใช่หอคอยของเจ้าน่ะมีอันตราย ข้าอยู่กับอันตรายพวกนั้น ปะทะกับบรรดาปิศาจอื่นๆจนชินชาแล้ว....”

 

แผลพวกนี้มันเรื่องปกติ...

น้อยครั้งที่ข้าสู้กับพวกนั้น...น้อยครั้งมาก

แต่น่าแปลกที่เรื่องราวของข้ากลับดัง...

 

....ทั้งๆที่ข้าไม่เคยฆ่าใครหรือว่าทำอะไรเดือดร้อนเลย

 

น้ำเสียงที่กำลังลั่นกังวานนั่นเจือไปด้วยความขบขันเหมือนกับว่าเจ้าตัวนั้นกำลังเล่าเรื่องตลกอยู่ แต่มันก็คงเป็นเสียงตลกที่เกิดจากการประชดประชัน

เด็กสาวคนนี้มีสิ่งที่เรียกว่า หอคอยคุ้มครอง...

แม้ไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้น

 

แต่ใครคนนั้นก็คงหวังให้เธอปลอดภัยจนถึงที่สุด

 

แม้ว่าหอคอยที่เหมือนกับกรงป้องกันภัยนั้นจะทำให้เธอโดดเดี่ยวและไม่รู้จักสิ่งใดในโลกนี้เลยกก็ตามที..

ถึงแม้ว่าเธอจะมีอำนาจมากมาย...

แต่คนที่สร้างกรง....สร้างหอคอยแห่งนั้นขึ้นมาคงหวงว่ามันจะปกป้องเธอ

 

หากรักจะเลี้ยงนกปีกหักไม่ให้ถูกแมวกิน

นอกจากจับใส่กรงขังเอาไว้...

 

....มันจะมีหนทางใดอื่นอีกไหม?

 

“.....แผลน่ะ แม้ว่าจะชินยังไง แต่ถ้าเกิดโดนเข้ามันก็เจ็บไม่ใช่หรือไง”

 

ข้าได้ยินมาอย่างนั้น...

เกิดอย่างนั้น

 

“ให้ข้าโดนเองเสียดีกว่า!!

 

เด็กสาวขยุ้มแขนเสื้อของอีกฝ่ายแน่นพร้อมกับกอดร่างนั้นแน่นด้วยแขนที่สั่นระริกโดยที่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจว่าทำไม

กังวล...

ทั้งกังวลทั้งหวาดกลัว

น้ำเสียงของเธอก็กำลังบอกกับอีกฝ่ายเช่นนั้น

 

น้ำเสียงที่แม้จะแข็งกร้าวหากแต่ก็สั่นเครือ

 

“ให้ข้าโดนฟันลงมาแทนเสียดีกว่า....”

 

ให้ข้าโดนเองดีกว่า...

ถ้าเกิดข้าเป็นคนโดน....มันน่าจะสมน้ำสมเนื้อกันนี่

 

ถ้าเกิดข้าโดน ข้าคงไม่รู้สึกถึงความู้สึกที่ทำให้ขาของข้าสั่น... ทำให้ลมหายใจของข้าขาดหายไปแบบนั้นหรอก....

ข้าคงไม่หวาดกลัว

ข้าคงไม่กังวล...

 

มันก็แค่เจ็บแผล ก็แค่นั้นเอง

 

ริมฝีปากบางสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับอยากจะร้องไห้....เช่นเดยีวกับปลายนิ้วที่เย็นเชียบทันทีที่ได้กลิ่นเลือด

หวาดกลัว....

กลัวจนเหมือนกับหัวใจหยุดนิ่ง

 

“.....แผลของข้าน่ะแปบเดียวมันก็หาย....”

 

ทั้งๆที่เจ้าโดนแท้

แต่ข้ากลับรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วร่างอย่างกับฟ้าผ่า....

 

“ทั้งๆที่เจ้าเจ็บแท้ๆ...ตรงข้ารู้สึกราวกับอย่างกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่างกาย”

 

ทำไม...

ทั้งๆที่ข้าไม่โดนอะไรเลยแท้ๆ

ทั้งๆที่ข้าไม่โดนซักนิดเดียว

แต่ข้ากลับรู้สึกแปล๊บเหมือนกับเวลาที่ขยับขาทั้งสองข้างที่ปวดเพราะเดินมาไกลนี่

 

“ถ้าเกิดข้าโดนเอง.....ข้าคงไม่รู้สึกแบนี้ใช่ไหม”

 

ข้าคงไม่เจ็บแบบนี้หรอกใช่ไหม...

 

เหมือนกับถูกแทงออกมาจากข้างในร่างกาย....พร้อมกับความตกใจ

 

เด็กสาวฝังใบหน้าลงกับไหล่ของอีกฝ่ายแล้วพูดถ้อยคำเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำล่าเหมือนกับอยากจะลบเลือนบางอย่างให้หายไป

ความรู้สึกผิด...

บางอย่างที่ตื้นในใจ

จนแทบจะรินออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่าน้ำตา

 

คอรัลหลับตาลงแล้วค่อยๆประคองมือของตัวเองกดศีรษะของเด็กน้อยฝังกับไหล่ของตัวเองแน่น ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกได้ดีมากขึ้นว่าร่างนั้นกำลังสั่นมากเพียงไร

เจ้าตัวคงไม่รู้...

 

“.....ไม่ได้นะเวียร่า ข้าดีใจที่เจ้าเป็นห่วงข้า....”

 

หวาดกลัว....กังวล

เด็กสาวคนนั้นกำลังสะท้อนอารมณ์มากมายออกมาโดยที่ตัวเองไม่รู้สึก...

 

น่าสงสาร

 

จนอยากจะกอดประคองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

 

จิ้งจอกทองตนนั้นจูบที่ศีรษะของร่างนั้นเบาๆ

 

หมาป่าจันทรา....

ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าอยากจะกอดประคองเด็กคนนี้เอาไว้

 

“....ข้าขอโทษที่ข้าหลบออกมาไม่ทัน”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มค่อยๆลั่นกระซิบที่ข้างใบหูอย่างแผ่วเบา ก่อนที่รอยยิ้มบางๆที่แสนอ่อนโยนจะคลีออกบนใบหน้านั้น

“มันเจ็บก็จริงนั่นแหละนะ เหมือนกับที่เจ้าพูด บาดแผลต่อให้ชินแค่ไหนแต่มันก็ยังเจ็บอยู่นั่นดีนั่นแหละนะ”

 

แล้วจะให้ข้าทนเห็นเจ้าเจ็บหรือไง

หมาป่าจันทราเจ้าเคยฟังเสียงร้องดว้ยความเจ็บของเด็กสาวคนี้ใช่ไหม ข้าคงได้เจ็บแปล๊บแบบเดียวกับเจ้าแน่....

ในยามที่ข้าได้ยินเธอร้องแม้เพียงแผ่วเบา

ข้าไม่หวังให้มันเป็นอย่างนั้น

 

และไม่มีวันหวังให้มันเป็น

 

“แต่อย่างไร ข้าก็อดเข้าไปขวางไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละนะ”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองลู่ใบหูเรียวลงเล็กน้อยแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งเจือไปด้วยประกายขบขัน เขาก็แค่อยากให้อีกฝ่ายผ่อนคลายขึ้นเท่านั้น

 

“ข้าห่วงเจ้ามากกว่า....เด็กสาวตัวน้อย”

 

คอรัลลากปลายนิ้วสอดเข้าไปในเส้นผมของร่างเล็ก ค่อยๆสางมันอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายใช้มือกระแทกเข้าที่ไหลแล้วดันตัวออกมา

!!

 

เจ็บจนแทบจะถึงแผล....

แตกระนั้นจิ้งจอกทองตนนั้นกลับปั้นหน้ายิ้มยุ่งยากเหมือนเดิม เหมือนกับพยายามปกปิดไม่ให้เวียร่ารู้ตัว แต่กระนั้นเธอที่รู้ดีว่าอย่างไรก็เจ็บก็ชักสีหน้าด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่มันจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม

“ไม่ต้องมาห่วงข้า.....ข้าหลบได้ เจ้าไม่น่าเข้ามาแส่เลย!!

 

มันคือความผิดของข้า....ที่ข้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้เอง

เจ้าเข้ามาขวางเพื่ออะไรเล่า...

 

ข้ากลัวมาก....มากจนทำอะไรไม่ถูกเลยนะตอนนั้นน่ะ

 

คอรัลเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความหนักใจเหมือนเดิม เหมือนกับพยายามที่เค้นค้นหาคำพูดมามอบให้เด็กสาวคนนี้เข้าใจ

เขาก็แค่อยากให้อีกฝ่ายปลอดภัยแค่นั้นเอง

แต่ทั้งๆอย่างนั้น

 

เธอกลับดูท่าทางไม่ค่อยพอใจเสียเลยนี่

 

“....ไม่เอาน่า...เวียร่า”

มือเรียวทั้งสองข้างเอื้อมมา ก่อนที่จะกุมมือเล็กๆของอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วแนบหน้าผากของตัวเองลงไปราวกับภาวนา

“เจ้าปลอดภัย....ข้าว่ามันก็คุ้มมากแล้ว”

 

“ข้าไม่อยากให้เจ้าบาดเจ็บ”

 

“แต่...”

ดวงตาสีแดงของเด็กสาวเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมๆกับรอยยิ้มบางๆที่ระบายออก

 

 “....เจ้าจะหลบได้ยังไงก็ช่าง....”

 

“แต่ข้ามีหน้าที่ต้องปกป้องเจ้า”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มเอียงคอแล้วหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วค่อยๆไล้ไปตามใบหน้าของเด็กน้อยเบื้องหน้า

“แล้วถ้าเกิดหน้าสวยๆแบบนี้เป็นแผล....มันคงไม่ดีใช่ไหมล่ะ”

 

เจ้าที่เหมือนกับน้องสาวของข้าเอ๋ย...

ใครจะอยากให้น้องสาวตัวเองเป็นแผล

 

แม้เพียงซักน้อยข้าก็ไม่เคยหวัง

 

“....”

เวียร่าก้มหน้าลงในขณะที่คอรัลหัวเราะออกมาอย่างซุกซน เช่นเดียวกับปลายหางสีทองฟูฟ่องซึ่งสะบัดไปมาเบาๆ

 

“นะ....เวียร่า?

 

น้องสาวตัวน้อยๆ...

ใครอยากให้เจ้าบาดเจ็บกัน

 

ไม่มีหรอกจริงไหม....

 

“.....”

เวียร่าเงียบเสียงของตัวเอง ก่อนที่จะเอนใบน้าหนีแล้วครางตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพื่อบอกว่าเธอเข้าใจแล้ว

“.....ดีแล้วล่ะ เจ้าไม่ได้แผล ไม่เจ็บอะไร”

ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามแก้มของเด็กสาวที่เหมือนกับจะขึ้นสีหน่อยๆ แต่ดูท่าว่าจิ้งจอกทองเบื้องหน้าคงไม่ทันสังเกต

“เอาล่ะ”

คอรัลกระตุกมือของเด็กสาวเบาๆเหมือนกับจะเรียกสติของเธอ ก่นอที่เขาจะยันกายลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับอุ้มร่างของเด็กน้อยขึ้น

“.....ขาเจ้าสั่นหมดแล้ว สงสัยคงเพราะว่าวันนี้ข้าพาเจ้าเดินทางมาไกลมากเกินไปใช่ไหม....ข้าขอโทษด้วยนะ”

คอรัลใช้นิ้วชี้ไล้ลงมาตามโครงหน้าของเด็กน้อยก่อนที่จะเกลี่ยเส้นผมที่ร่วงลงมาปรกใบหน้าออกไปเล็กน้อย พร้อมกับตีสีหน้ายุ่งที่เหมือนกับจะเป็นการบอกขอโทษไปกลายๆ...

ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดซักหน่อย

เวียร่าก็ได้แต่มองเหมือนเดิม....มองด้วยความไม่เข้าใจในตัวตนของจิ้งจอกทองเบื้องหน้าที่เดือดร้อนตลอด

มันไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่าย

 

มันผิดที่เธอไม่แข็งแรงเองต่างหาก

 

“....เหอะ”

 

ใครบอกเจ้ากัน

ขาข้ามันสั่นตรงไหน

 

ถ้าเกิดมันสั่นก็คงไม่ใช่เพราะเดินมากเกินไปหรอก ข้าไม่อ่อนแอขนาดนั้น

 

เวียร่าตีสีหน้ายุ่งแล้วส่งแรงไปที่มือของตัวเองกดไปบนไหล่ของอีกฝ่ายเพื่อดิ้นให้จิ้งจอกทองตนนั้นปล่อยร่างของตัวเองลง

เธอไม่อยากถูกอุ้มไปแบบนี้...

มันดูไม่ได้เลยซักนิดเดียว

 

เหมือนกับเธอกลัวเจ้าตัวนั้นจนไม่มีแม้แต่แรงจะเดินกลับ

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...องค์หญิงของข้า”

คอรัลลู่ใบหูเรียวลงแล้วหัวเราะอกมาด้วยสีหน้าซึ่งเจือไปด้วยความหนักใจ

“ข้าเดินเองได้...”

“อย่าเลยน่า ข้าอุ้มกลับไปดีกว่า...เลิกดื้นเถอะน่านะ”

จิ้งจอกทองหนุ่มกอดร่างนั้นแน่นขึ้น ก่อนที่จะพลิกมาเปลี่ยนวิธีจับเพราะคิดว่าตัวเองไปทำให้เด็กน้อยคนนี้ปวดขาเพิ่มขึ้นกระมั้งเธอถึงได้อยากลง

แต่กระนั้นเวียร่าก็ยังไม่หยุดดิ้นอยู่ดี...

“ข้าขอร้องล่ะนะ เวียร่า....”

“....ข้าพาเจ้าออกมา ข้าก็ต้องพาเจ้ากลับไป”

 

“จะได้ไปด้วยกันตลอดทางไง”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าพลางหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ในขณะที่เวียร่าชะงักมือลงเพราะคำบางคำนั้นมันสะกิดใจเธออย่างจัง

“....”

 

ไปด้วยกันตลอด....

หมายความว่าจะไม่ทิ้งข้าไว้กลางทางสินะ...

...จะไม่ทิ้งข้าไว้....ใช่ไหม?

 

มือเล็กๆของเด็กสาวตัวน้อยค่อยๆผ่อนแรงลง ก่อนที่จะทิ้งมันจับไหล่ของคอรัลเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกอย่างว่าง่าย คอรัลที่เห็นว่าเด็กน้อยในแขนของตัวเองสงบลงแล้วก็ระบายรอยยิ้มบางๆ

“....เด็กดี”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนที่จะหอมแก้มของเวียร่าเบาๆ แล้วเลื่อนไปกระซิบที่ข้างใบหู

 

“รีบกลับกันเถอะ...ก่อนที่รุ่งสางจะมาเยือนนะ เวียร่า”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“....รุ่งสางยังไม่มาเยือนอีกรึเนี่ย...”

เวียร่าครางขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแสนแผ่วเบา ก่อนที่จะเหลือบสายตามองออกไปด้านนอกที่ตอนนี้ยังคงเป็นสีดำสนิทของราตรีกาลเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

ทั้งๆที่เวลาน่าจะผ่านไปนานแล้ว

แม้ว่าตอนที่เธอออกเดินทางไปนั้นมันจะยังแค่เพิ่งดึก....และตอนที่เธอได้ดูเทศกาลที่แสนสวยงามนั้นจะเป็นกลางดึก...

แต่ไม่คิดว่าจะกลับมาก่อนรุ่งสาง

“นี่มันเพิ่งกลางดึกเองนะ...ข้าว่า”

จิ้งจอกทองหนุ่มครางขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จ่ะนลมหายใจยาวเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ยังคงมืด

เงียบสงัด

สายลมอันแสนหนาวเหน็บนั้นก็ยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม

“เอาเถอะ”

เวียร่าลากมือของัตวเองแล้วก้าวเท้าผละออกมาจากบานกระจกที่ตัวเองยืนอยู่ ก่อนที่จะจ้องมองจิ้งจอกทองที่เป็นอัศวินของเธอคนนั้น

“.....มีอะไรคอรัล”

“เปล่า....แหะๆ”

จิ้งจอกหนุ่มลู่ใบหลงแล้วสะบัดปลายหางฟูฟ่องของตัวเองไปมาเบาๆ ดูแล้ช่างใสซื่อและอ่านง่ายมากเสียจนน่าตลก

ตลก

นี่น่ะนะหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง...

เผ่าพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าเจ้าเล่ห์เป็นอันดับต้นๆของการ์เดส

 

พวกจิ้งจอกที่ไม่อาจจะคบค้าได้

 

“....ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ขึ้นไปบนหอคอยแล้ว....”

เวียร่าจ้องมองดวงตาสีแดงที่เหมือนกับเด็กของอีกฝ่ายซึ่อยากจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอแต่ก็ไม่ได้บอกออกมานั่นแล้วตัดบท

“คทาที่เจ้าทำให้ข้าตอนนี้มันยังส่องแสงสว่าอยู่ใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นข้าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นไปที่นั่นในคืนนี้”

เวียร่าเหมือนกับกำลังหัวเราะ

“....เข้าไม่ต้องห่วงไปหรอก”

เทพธิดาสาวหรือดวงตาหลับลงด้วท่าทางราบเรียบก่อนที่จะก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้าแล้วเดินขึ้นมายืนเบื้องหน้าจิ้งจอกทองที่ยิ้มให้

ยิ้มอย่างขบขันและแสนอ่อนโยน

“ข้ากำลังคิดอยู่เลยว่าถ้าเกิดเจ้าขึ้นไป ข้าจะเป็นตัวเปลียนพลังเวทมนตร์ให้กลายเป็นแสงสว่างเอง มันจะได้ไม่รบกวนเจ้าแล้วไง....”

“เจ้าน่าจะไปพักได้แล้วน่ะนะเวียร่า”

คอรัลจ้องสบเนตรสีแดงกลมโตที่แสนราบเรียบและกแสนจะไร้เดียงสาขงเด็กน้อยเบื้องหน้า ซึ่งเธอก็เงยขึ้นก่อนที่จะหัวเราะ

 

“ข้าจะไปพัก”

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองคนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาๆ ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้า เช่นเดียวกับจิ้งจอกทองตนนั้นที่ยิ้มให้เธอเหมือนกัน

ยิ้มบางๆที่แสนอ่อนโยน

ไม่ได้มีอะไรสวยงามหรูหราอลังการ

แต่เธอกลับชอบ

 

จนไม่อยากจะถอนสายตา จนไม่อยากจะให้มันเลือนหายไป

 

“เจ้าไปได้แล้ว ครานี้มันก็ตาเจ้าพักบ้าง ตอนกลางคืนวันนี้ไม่มีอันตรายหรอก ข้าเชื่อว่าอย่างนั้นน่ะนะ

....ครับ...ข้าจะไป

คอรัลครางตอบรับกลับด้วยน้ำเสียงสนุกสนานเหมือนเดิม ก่อนที่จะหลับตาลงแล้วหัวเราะพร้อมๆกับสะบัดปลายหาง

ดูร่าเริงดั่งเด็กน้อย

คนที่ตัวผู้ใหญ่แต่กลับชอบทำตัวเหมือนเด็ก

 

ส่วนเธอที่ตัวเหมือนเด็ก กลับพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่

 

แต่ขออะไรอย่างได้ไหม เวียร่า

“?”

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะเอียงคอมือร่างนั้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วทรุดลงคุกเข่าตรงเบื้องหน้าของเธอด้วยความนอบน้อม....

ว่ามาสิ

เวียร่าจ้องมองดวงตาสีแดงคมกริบของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองเธอยู่ในระดับสายตาเช่นเดียวกับเธอ (แต่จริงแล้วเหมือนกับฝั่งคอรัลนั้นจะสูงกว่าหน่อยๆ)

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองลู่ใบหูเรียวลงเล็กน้อยแล้วครางในลำคอด้วยน้ำเสียงขุ่นๆดูแล้วเหมือนกับกำลังลังเลว่าจะพูดดีไหม

“....เจ้าว่ามาสิ มัวอ้ำอึ้งอะไรอยู่”

 

ยิ่งทำแบบนั้นข้ายิ่งอยากรู้นะ....

ยิ่งเจ้าทำท่าอายเหมือนกับไม่อยากจะพูดแบบนั้นน่ะ

 

เวียร่าเร่งเร้าจิ้งจอกทองเบื้องหน้าที่ยังคงอ้ำอึ้งเหมือนเดิมด้วยน้ำเสยีงที่หนักขึ้นเช่นเดียวกับแววตาขุ่นๆที่ทำให้จิ้งจอกทองตนนั้นเอาเราะแห้งๆ

“นี่ เวียร่า”

ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากพร้อมๆกับใบหน้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้

 

เจ้าลองพูดให้สุภาพซักนิด....เจ้าจะดูน่ารักขึ้นนะ

 

“....”

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองจ้องมองคนเบื้องหน้า ก่อนที่จะอุทานออกมาด้วยความแปลกใจที่จู่ๆอีกฝ่ายก็พูดอะไรแบบนั้นออกมา

สุภาพ?”

 

ไร้สาระ....

 

เด็กสาวตัวน้อยส่ายหน้าด้วยท่าทีที่เมือนกับกำลังผิดหวังเสยเต็มประดา ทั้งๆที่ความจริงเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ผิดหวัง

เธอหวังอะไรอยู่

แต่ดูท่าทางจิ้งจอกทองตนนี้จะไม่รู้สึกถึงอา