"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 38 : Look at me…Only 4 balm of Gilead –relief and cure- 100

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มิ.ย. 52

href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

Look at me…Only 4 : balm of Gilead  –relief and cure-

 

เมื่อมันผิดพลาด...ก็ต้องแก้ไข

แต่ปัญหาคือจะเลือกแก้ตรงไหน

ตรงปมที่แท้จริงที่อยู่ลึกลงไป หรือปมหลอกที่ยู่ด้านนอกสุดของมัน

 

แต่อย่าลืม...

 

ว่าแม้ปมจะคลายแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเชือกที่รัดแน่นจนย่นนั่นจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

สีเขียวกระจายรอบทิศทาง

แทรกและแต่งแต้มด้วยลำแสงสีทองสว่างที่สาดส่องลอดลงมาผ่านรูเล็กๆ ซึ่งบ่งบอกว่าตอนนี้นั้นเป็นเวลากลางวันที่ทุกอย่างเงียบสงบ

พื้นทางเดินปูลาดด้วยใบไม้แห้งที่พอเหยียบลงไปแล้วจะเกิดเสียงขึ้นมาเบาๆ

ป่า...

 

มันคือป่าที่เขาเคยเห็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต

 

แต่เขาก็จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย จำได้ว่ามันมีสีเขียวทึบรอบทุกดาน แต่ลักษณะของต้นไม้ใบไม้มันเป็นอย่างไรเขาก็ไม่อาจจะวาดภาพได้...

ร่างสีขาวและสีดำที่ใส่สีชุดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนั่นค่อยๆเดินผ่านไปอย่างช้าๆท่ามกลางความเงียบสงบของเสียงนกร้อง

เด็กน้อยในชุดสีขาวที่เหมือนกับใส่ประชดกับคนข้างๆนั่นก้าวเท้าไปอย่างช้าๆเช่นเดียวกับคนนำที่พาเดินไปด้วยความระมัดระวังเช่นกัน

เพราะตาของเด็กน้อยคนนั้นไม่อาจจะมองเห็น

เพราะงั้นมันก็เป็นเรื่องง่ายที่ร่างนั้นจะไปสะดุดเข้ากับอะไรซักอย่าง

“เดินระวังๆหน่อยนะ”

เยห์ว่าออกมาเบาๆแล้วกุมมือของเด็กน้อยที่ดูเหมือนว่าจะพยายามอย่างมากในการสำรวจรอบด้านด้วยประสาทสัมผัสของตัวเองนอกจากสายตา

คอรัลเงยหน้าขึ้นมาแล้วทำเพียงยิ้มให้ก่อนจะก้าวเท้าต่อไปช้าๆด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเยห์ก็ปล่อยให้เด็กคนนี้พยายามเดินต่อไป

จะถึงช้าไม่ใช่ปัญหา

เพราะหากรักษาไม่ได้

 

เด็กคนนี้ก็ต้องคุ้นเคยกับการมีชีวิตอยู่โดยที่มองไม่เห็น

 

“..สนใจอะไรหรือเปล่า คอรัล?

มือของจิ้งจอกตัวใหญ่กว่ากระตุกเบาๆซึ่งคอรัลก็เงยหน้าขึ้นมาหาคนที่กระตุก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยแล้วพยายามพูดอะไรบางอย่าง

เยห์กระพริบตาปริบๆแล้วมองเด็กน้อยคนนั้นพลางทายในใจว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการอะไรกันแน่ ชายหนุ่มค่อยๆนั่งยองๆลงตรงเบื้องหน้าร่างนั้นก่อนจะยิ้มออกบนใบหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ

“เอางี้....หิวหรือยัง?

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาพลางหัวเราะอย่างสนุกสนาน ในขณะที่คอรัลได้แต่มองแล้วกะดิกเบาหูเบาๆด้วยสีหน้างุนงง

“เที่ยงแล้วนี่น่า ถ้าเกิดหิวก็บอกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอกนะ?

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆดันไหล่ของคอรัลลงทำให้ร่างนั้นต้องทิ้งกายลงนั่งกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้

“นั่งอยู่ตรงนี้เฉยๆนะ....ข้าจะออกไปหาพวกลูกผลไม้มาให้ นะ แถวนี้ไม่ใช่อาณาเขตของปิศาจตนไหน ถ้าเกิดมีเข้ามาก็แสดงว่านั่นเป็นพวกหลงถิ่นนั่นแหละ...”

“และถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็ส่งเสียงเรียก....เออ...”

ชายหนุ่มหยุดเสียงแล้วเกาแก้มของตัวเองเล็กน้อยด้วยสีหน้าเหมืนกับพยายามครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ชายหนุ่มล้วงเขาไปในกระเป๋าของตัวเองแล้วหยิบกระพรวนเล็กๆออกมาก่อนจะยัดใส่มือของคอรัลแล้วดันให้อีฝ่ายกำเอาไว้

“ข้าให้เจ้านี่แล้วกัน ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็เขย่ามันแรงๆเลยนะ...”

คอรัลเอียงคอเล็กน้อยด้วยสีหน้างุนงงแล้วพยายามจับดูก่อนจะรู้ว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่ากระพรวน...ไม่รู้ว่าสีอะไร แต่มันมีเสียงลั่นออกมาเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“เสียงอาจจะเบา....แต่ข้าต้องได้ยินแน่นอนนะ”

เยห์ว่าพลางลูบหัวร่างเบื้องหน้าเบาๆ

“ขนาดเจ้าไม่มีเสียง ข้ายังได้ยินเจ้าเลยนี่น่า?

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วจูบลงบนหน้าผากของคอรัลเบาๆ

 

“เดี๋ยวข้ากลับมานะ เป็นเด็กดีล่ะ”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“......งอก?

 

โลตัสหลุดเสียงครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทันทีที่เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของตนเอง ซึ่งดูไปแล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกตาไม่น้อย

ใช่...

เขาจำได้ว่าเดิมนั้นมันไม่ได้มีลักษณะแบบนี้

จะไม่ได้เลยด้วย

 

ว่าดอกกุหลาบดอกนั้นงอกเป็นพุ่มหนาใหญ่น่ากลัวแบบนี้

 

เขาจำได้ว่าเขาวางดอกไม้ ไม่สิ ดอกกุหลาบที่เขาหามาให้พี่ของเขาเอาไว้ตรงนี้ และเพียงวันรุ่งขึ้นพอขากลับมาดูบริเวณที่เดิม...

กุหลาบ...

ใช่ กุหลาบ..

แต่มันเป็นต้นจริงๆ

พุ่มของดอกกุหลาบที่เขาสามารถจะได้เป็นอย่างดีเลยว่าเนี่ย หน้าตาเหมือนกับต้นกุหลาบที่เขาไปเด็ดมาจนเกือบไม่มีอะไรผิดเพี้ยน

จะเพี้ยนก็อย่างเดียว

นั่นก็คือขนาดที่มากกว่าเกือบเท่าตัวของมันนั่นแหละ

 

หนามของกุหลาบเหมือนกับจะขยับน้อยๆด้วยแต่เขาดูไม่ค่อยออกเท่าไหร่นัก เพราะงั้นก็เลยได้คิดแต่ว่ามันไหวเพราะโดนลมพัด เช่นเดียวกับใบที่ปกคลุมตัวหนามของมันเอาไว้

ดอกไม้สีแดงฉานที่มีกลีบเรียงกันสลับซับซ้อนงอกเงยอยู่เหนือพุ่มของมันดูคล้ายกับจะท้าทายให้กับคนที่หลงใหลแคมาเด็ดมันออกไป

โลตัสจ้องมองพุ่มของกุหลาบขนาดใหญ่นั่นก่อนที่จะตีสีหน้ายุ่งว่ามันเป็นไปได้หรือกับการที่ต้นกุหลาบมันจะโตใหญ่ขนาดนี้ได้ในเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น

มันเป็นกุหลาบพิเศษก็ไม่ใช่

เขาจำได้ว่าตอนเก็บมานั้นมันก็เป็นเพียงกุหลาบธรรมดาเท่านั้น ถ้าเกิดมันเปลี่ยนแปลงไป นั่นก็ต้องกลังจากที่เขาวางมันทิ้งไหว

แต่มันจะเป็นไปได้เพราะอะไรกัน?

 

“........!

โลตัสสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนที่จะตวัดสายาของตัวเองขึ้นไปมองด้านบนทันทีที่รู้สึกถึงใครบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้ตนเองจากทางด้านบน

 

พรึ่บ...

 

เสียงที่เหมือนกับเสียงของปีกที่สยายออกแล้วกระพือลงเบาๆลั่นขึ้นพร้อมๆกับเสียงที่เหมือนกับโลหะลั่นกระทบกันก้องกังวาน

แต่เขากลับไม่เห็นอะไร...

นอกจากร่างของใครบางคนที่ค่อยๆเหยียบลงบนพื้นอย่างนุ่มนวลตรงด้านหลังเขา

 

คนที่เขาไม่เคยเห็นหน้า...

 

แต่กลับรู้สึกเกลียดออกมาอย่างชัดเจน

 

ดวงตาสีฟ้าออกเงินปรือเปิดขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะเบนสายตามามองร่างของเด็กน้อยที่ก้าวเท้าถอยไปด้านหลังแล้วจ้องตัวเองเขม็งเหมือนกับว่าตนนั้นเป็นศัตรูคู่อาฆาตก็ไม่ปาน

 

“.....เด็กนี่...ยังไม่ตายอีกเหรอ”

 

ชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับแปลกใจในสิ่งที่ตัวเองเห็นเบื้องหน้านั่น ก่อนที่เขาจะหรี่ดวงตาสีฟ้าอ่อนของตัวเองลง

ก่อนที่เขาจะส่ายหัว

“ไม่สิ....คนนี้ไม่มีเครื่องหมาย ข้าจำได้ว่าตรงรอบคอข้ากรีดเอาไว้แล้วจะได้ไม่จำเด็กนั่นสลับกับคนอื่น็ก....”

ชายหนุ่มเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับกำลังประเมินเรือนผมสีขาวคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนเกือบจะเรียกได้ว่าอู้อี้

“....ยังรอดมาได้หรือนี่”

ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนกับกำลังหัวเราะอย่างเย้ยหยันทางสายตา

“เจ้านั่น....ก็คงรอดสินะ.....ข่าวลือเป็นจริงเสียด้วย”

เจ้าของเรือนผมสีขาวสืบเท้าก้าวเข้ามาใกล้ในขณะที่โลตัสจ้องมองร่างนั้นเขม็งแล้วพยายามขู่ออกมาด้วยความกลัวเกรง

ไม่ใช่ความหวาดระแวง

แต่เป็นความกลัวที่จะถูกฆ่าอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

“อำนาจที่นำพาโชคร้าย...ดูสิว่ามันทำให้ที่นี่บิดเบี้ยวไปแล้ว”

ชายคนนั้นว่าเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วละสายตาของตัวเองจากเด็กน้อยคนนั้นแล้วเบนไปมองพุ่มกุหลาบด้านหลังด้วยดวงตาที่แสนเฉยชา

 

“ยกตัวอย่างเช่นกุหลาบเน่าๆนั่นไง”

 

โลตัสแยกเขี้ยวออกมาทันทีทันควันแล้วจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าเขม็งพร้อมๆกับเริ่มขู่บ้างเล็กน้อย แต่คนๆนั้นกลับยังคงมองด้วยสายตาเฉยชาเหมือนเดิม

“”ดูสิ....ด้านหลงของเจ้านั่นน่ะ”

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวยกมือขึ้นแล้วชี้ไปยังพุ่มกุหลาบที่ทั้งใหญ่หนา และดูเหมือนว่ามันจะเต็มไปด้วยอันตราย

แม้ว่ามันจะอยู่ในเงามืดขอส่วนที่เป็นป่า...

แต่กระนั้นมันก็อันตรายมากอยู่ดี

“รู้เลยว่ามีตัวหายนะมาแตะต้องดอกไม้ดอกนี้แน่....”

ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ไร้ความรู้สึกหรี่เรียวลง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้พุ่มดอกกุหลาบด้วยท่าทีเฉยชา แต่แล้ว

“ถอยออกไป!!!

โลตัสก้าวเท้าออกมาขวางเบื้องหน้าก่อนจะคำรามลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดทันที  ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงสีหน้าเลยแม้แต่น้อย

ทำเพียงแค่ชะงักปลายเท้าของตนเองเท่านั้น

 “เจ้าเป็นใครมาจากไหนข้าไม่รู้หรอกนะ แต่ยังไงก็ไม่มีสิทธิมาว่าพี่ข้าอับโชคหรือว่าเป็นตัวหายนะ!!

จิ้งจอกทองตัวน้อยที่ดูเหมือนว่าจะสูงไม่เอวของตัวเองด้วยซ้ำพยายามแยกเขี้ยวขู่อย่างสุดความสามารถ..

แต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมงตัวจ้อยที่พยายามจะทำอะไรซักอย่างที่ไร้สาระนักหรอก...

อย่างไร..

 

เด็กน้อยคนนี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้มากกว่าขู่

 

“.....ใคร.....งั้นหรือ?

 

แต่คำพูดนั้น...

ทำให้เขารู้สึกตลกมากกว่าที่คิด

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นหัวเราะหึออกมาสั้นๆ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหรี่ตาลงจ้องมองเนตรสีแดงของเด็กเบื้องหน้า

“ไปถามพี่เจ้าสิ เผื่อว่าเราจะรู้จักกัน.....มากกว่าที่เจ้าคิด”

คนๆนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วมองเด็กน้อยนั่นในระยะประชิด ก่อนเขาจะวางมือลงบนหัวของโลตัสที่ชักสีหน้าหงุดหงิดมากกว่าเดิมทันที

 

“อย่างน้อยๆ ข้าก็รู้ว่าพี่เจ้าน่ะคือตัวหายนะชั้นหนึ่งเหมือนกับคนบางคนที่ข้ารู้จัก”

 

ฉัวะ!!

/> /> />

“หุบปากเจ้าไปซะ!!!

จิ้งจอกทองตัวน้อยคำรามลั่นออกมาพร้อมๆกับตวัดมือข่วนที่ใบหน้าของร่างนั้นด้วยความเดือดดาลทันทีทันควัน และด้วยแรงที่มากนั่นก็ส่งให้ใบหน้านั้นหันเบนไปอีกทางหนึ่งโดยที่เจ้าตัวนั้นก็ยังคงตีสีหน้าเฉยชาเหมือนเดิม

ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่เหมือนกับตุ๊กตาแก้วค่อยๆเบนมามองเด็กน้อยเบื้องหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปยืนตามปกติ

มือที่กดบนหัวของโลตัสอยู่ค่อยๆยกขึ้นแล้วลูบที่แก้วที่โดนข่วนเบาๆ

ดูเหมือนกับกำลังแปลกใจ

 

แปลกใจที่โดนข่วนมากกว่าตกใจ

“......”

ชายหนุ่มแตะที่แก้มของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหรี่ดวงตาลงเหมือนกับเจ้าตัวนั้นกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

 

“เจ็บ....ใช้ได้นะ”

 

ดวงตาสีฟ้าอ่อนหรี่เรียวลงอย่างไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม ในขณะน้ำเสียงเฉยชาลั่นวาจาที่สุดแสนจะประชดประชันออกมา

เขาก้มลงมองปลายนิ้วของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆออกบนใบหน้าเหมือนกับกำลังตลกในอะไรบางอย่างอย่างเสแสร้ง

“......”

โลตัสก้าวเท้าถอยไปด้านหลังเล็กน้อยด้วยสีหน้าตกใจแล้วมองที่ปลายนิ้วของตัวเอง มองที่กรงเล็บของตัวเอง

หรี่ตาลง

เพราะเด็กน้อยคนนี้จำได้อย่างแม่นยำ

 

ว่ากรงเล็บนี้ได้ข่วนโดนใบหน้านั้นอย่างแน่นอน

 

แต่ทั้งๆอย่างนั้น

ทั้งๆที่เขามันใจว่ามันจะไม่ต้องใช้แผลเล็กๆเหมือนกับแผลถลอก..

แต่...

 

มันกลับไม่มีเลือดออกเลยแม้แต่น้อย

 

“สงสัยหรือ ว่าทำไมเลือดไม่ออกเลย”

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นว่าเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับหยอกเล่น ก่อนที่จะยิ้มแล้วหัวเราะ

 

“ออกสิ...ออกมากด้วย”

 

ชายคนนั้นว่าออกาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหงายมือของตัวเองขึ้นแล้วยื่นมาตรงเบื้องหน้าของโลตัสพลางยิ้ม

“แต่ไม่มีสี...เลือดข้าไม่มีสี ดูสิ...กลิ่นคาวนี้เจ้าจะปฏิเสธว่าไม่ใช่เลือดหรือ”

“หรือว่าเลือดต้องมีสีแดงเท่านั้น เจ้าถึงจะเรียกมันว่าเลือดน่ะ?

ขายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวว่าออกมาด้วยที่แฝงไปด้วยความประชดประชันนิดๆ ก่อนที่เขาจะยิ้มให้..

ดูเหมือนกับกำลังเย้ยยัน

และสื่อไปถึงความนัยบางอย่าง

“ทั้งๆที่ก็เลือดเหมือนกันแท้ๆ แต่เลือดของข้ากลับไม่มีสีซักนิดเดียว....สวยงาม หรือว่าน่าขยะแขยงกันล่ะนี่น่ะ?

ดวงตาสีฟ้าอ่อนหลุบลงต่ำพลางทอดสายตามองหยาดเลือดที่อยู่ระหว่างนิ้วของตัวเองด้วยสีหน้าที่ดูว่างเปล่า ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ

“จิ้งจอกสีแดงแต่ไม่มีสีแดงเลย”

 

“น่าสงสาร หรือว่าสวยงามกัน จิ้งจอกที่มีสีขาวทั้งตัวนั่น”

 

ดูแล้วเหมือนกับกำลังน้อยใจ...

แต่ก็เฉยชาจนน่าขนลุก...

 

“........เจ้า....เป็นใคร”

 

โลตัสก้าวเท้าถอยไปด้านหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของตัวเองที่กลัวมากจนไม่อาจจะฝืนดึงดันแล้วยืนอยู่ตรงหน้านั่นต่อไปได้

ซึ่งคนๆนั้นก็เอนสายตามา

 

“คิดว่าเจ้าเกิดมาจากใครล่ะ?

 

รอยิ้มเย็นๆคลี่ออกบนใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะค่อยๆใช้นิ้วแตะลงบนใบหน้านั้นอย่างเบามือราวกับไม่ได้กลัวเลยว่าเด็กคนนั้นจะกัดหรือว่าข่วนตัวเอง

 

“ข้าก็เป็นญาติไม่ห่างไม่ไกลจากคนๆนั้นหรอก”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“...~

คอรัลเอียงซ้ายทีขวาทีแล้วเงี่ยใบหูของตัวเองรับฟังเสียงของนกมากมายนั่นอย่างอารมณ์ดี ปลายหางสีทองฟูฟ่องสะบัดไปมาเบาๆอย่างร่าเริงหลังจากที่ตัวเองได้ออกมาด้านนอกห้องนั้นบ้าง...

เพราะเนื่องจากว่ามันอันตราย...

เขาเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาเท่าไหร่นัก..

 

เพราะงั้น การออกมาแบบนี้แม้ว่าจะเป็นธุระแต่เขาก็ค่อนข้างสนุกพอสมควร

 

?

คอรัลชะงักการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดใบหูเรียวเบาๆเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเข้ามาใกล้

เด็กน้อยยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีพร้อมๆกับลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเข้าไปใกล้ต้นกำเนิดเสียงนั้นแต่เขากลับต้องชะงัก

ไม่ใช่..

เสียงฝีเท้าแบบนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเยห์

 

และกลิ่นไอของเยห์ก็ไม่ได้น่ากลัวจนหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจแบบนี้ด้วย

 

คอรัลก้าวเท้าไปด้านหลังแล้วตั้งท่าพร้อมป้องกันตัวในขณะที่พยายามรับรู้ภาพเบื้องหน้าที่ตัวเองไม่สามารถมองเห็นอย่างสุดความสามารถ

โดยไม่รู้เลย...

ว่าการทำแบบนั้นมันทำให้แขกที่มาเยือนนั้นรู้สึกเศร้าใจนิดๆ

 

“....ยังไม่ตายหรือ.....ปาฏิหาริย์แบบไหนช่วยให้เจ้ารอดกันเหนอ”

 

น้ำเสียงทุ้มกังวานที่ฟังดูคุ้นเคยลั่นขึ้นตรงเบื้องหน้าเบาๆ พร้อมๆกับสัมผัสของปลายนิ้วที่แตะลงบนโครงหน้าอย่างอ่อนโยน

คนๆนั้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขา..

อย่างช้าๆ อย่างนุ่มนวล

 

โดยที่ดูเหมือนว่าจะพยายามเพื่อให้เขาไม่ตื่นกลัวมากที่สุด

 

“หือ...เป็นอย่างไรบ้าง....ข้าทำให้เจ้ากลัวไหม....ถ้าเกิดว่ากลิ่นไอหรือว่าสัมผัสข้าทำให้เจ้ากลัวก็บอกมาได้นะ”

“ข้าจะได้ไม่แตะตัวเจ้าอีก....เป็นครั้งที่สอง”

คนๆนั้นค่อยๆทรุดลงคุกเข่าตรงหน้าเขา ก่อนที่จะค่อยๆไล้ไปตามใบหน้าเขาด้วยความอ่อนโยนที่มากจนสามารถรู้สึกได้...

คุ้นเคย...

แต่กลับรู้สึกเหมือนกับไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนี้มาก่อน

 

คอรัลเงยหน้าขึ้นแล้วพยายามจะมองคนเบื้องหน้าที่มอบสัมผัสที่อ่อนโยนและอบอุ่นนี่ให้ แต่เขาก็ทำได้แต่ถอดใจ..

เพราะว่าดวงตาขอเขานั้นมองอะไรไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกปฏิเสธว่าไม่เป็นไรแล้วยิ้มออกมาซึ่งทำให้คนเบื้องหน้าของตนเองนั้นยิ้มออกมาด้วยสีหน้าไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

“เจ้า....ชื่ออะไรงั้นหรือ...”

ชายคนนั้นถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้คลายรอยยิ้มออกบนใบหน้า ในขณะที่คอรัลเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยแล้วขยับริมฝีปากของตัวเองซ้ำๆ

“อื้อ ข้าเข้าใจแล้ว”

ร่างเบื้องหน้านั่นว่าอออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยด้วยความรักใคร่ แล้วไล้ปลายนิ้วมาตามโครงของใบหน้า

 

“คอรัล....สินะ?

 

เขาว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ในขณะที่คอรัลพยักหน้าลงเร็วๆทันทีทันควันเพื่อบอกว่ามันตรงกับที่เขาเข้าใจแล้ว

และนั่นก็ทำให้คนๆนั้นหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบาเหมือนกับจะพึงพอใจ

“เป็นนามที่ไพเราะมาก...สีแดงของปะการังใต้ผืนทะเลหรือ....เข้ากับเจ้าดีนะ เด็กน้อยเอ๋ย....”

จิ้งจอกน้อยแลบลิ้นออกมาแล้วหัวเราะแหะๆด้วยสีหน้าเขินๆ แต่คนๆนั้นก็ทำเพียงยิ้มบางๆออกมาเหมือนเดิม

“เจ้าชอบชื่อนี้มาก...สินะ”

คนๆนั้นว่าออกมาเบาๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ

 

“เพราะข้า....แท้ๆ”

 

?

คอรัลเอียงคอเล็กน้อยพลางมองคนเบื้องหน้าที่เหมือนกับพูดอะไรบางอย่างออกมาคลับคล้ายกับวาจาที่กล่าวโทษตัวเอง

จิ้งจอกทองตัวน้อยห่อไหล่ของตัวเองแล้วค่อยๆเอื้อมือเล็กๆขึ้นมาค่อยๆจับปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่สั่นจนรู้สึกได้

ริมฝีปากเล็กๆขยับขึ้น ก่อนจะลู่ใบหูลง

เขา....

พูดไม่ได้...

 

...เช่นนั้นเขาก็คงถามไม่ได้ ถามอะไรไม่ได้ ให้กำลังใจอะไรไม่ได้

 

“....”

คอรัลพยายามเงยหน้าขึ้นแล้วทำท่าเหมือนกับพูดอะไรบางอย่าง แต่คนๆนั้นกลับทำได้เพียงยิ้มออกมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเท่านั้น

“ข้าผิด...มันเพราะข้า...”

ชายคนนั้นหัวเราะหึออกมาสั้นๆ ก่อนจะลูบเส้นผมของคอรัลที่พยายามแย้งตนเองด้วยเสียงที่ไม่มี แต่นั่นกลับทำให้เขายิ่งยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดมกกว่าเดิม

เด็กคนนั้นเหมือนกับพยายามบอกว่าเขาไม่ผิด...

จะเป็นไปได้ไงกัน

 

ในเมื่อทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความผิดของเขาทั้งนั้น...

 

การที่ทำให้เด็กคนนี้มองไม่เห็น..

การทำให้เด็กคนนี้เป็นแบบนี้...

มันเป็นเพราะเขาทั้งนั้น...

 

..แล้วอย่างนั้นเขาจะไม่ผิดได้อย่างไร

 

“นั่นสินะคอรัล....ข้าขอโทษนะ เพราะว่าเจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น....ข้าอ่านใจเจ้าเหมือนกับที่อ่านใจคนอื่นไม่ได้...”

“ข้าไม่ได้ยินเสียงของเจ้าเลย....”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเหือนเดิม พลางหัวเราะและยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ออกมา..

 

“ข้าขอโทษ...”

 

“...”

คอรัลลู่ใบหูเรียวลงมากกว่าเดิมพลางก้มหน้าลงแล้วเอนใบหน้าของตัวเองหนี ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างเบื้องหน้าหัวเราะออกมาอย่างเศร้าๆ

คนเบื้องหน้านั่นเหมือนกับคนที่เขาคุ้นเคย..

และแน่นอน..

คนๆนั้นต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดี...

 

และรักเขามากด้วย...ไม่งั้นน้ำเสียงแบบนี้คงไม่หลุดออกมาจากปากหรอก...

 

จิ้งจอกน้อยลู่ใบหูลง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของคนเบื้องหน้าแล้วพยายามรับรู้ถึงกลิ่นไอของอีกฝ่ายนั้น

แล้วเขาก็ค่อยๆเลียแก้มเบาๆ ไล้ขึ้นไปจนถึงหางตา

พลางภาวนา

 

ว่าคนเบื้องหน้าจะเข้าใจในความหมายที่เขาต้องการบอก

 

“....คอรัล...ข้าเข้าใจ...แต่ข้ารู้สึกทั้งผิดทั้งเจ็บ....”

คนๆนั้นว่าพลางยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆไล้ใบหน้านั้นเบาๆเพื่อบอกให้เด็กน้ยอคนนั้นหยุดเลียใบหน้าของตน

 

“นั่นเพราะเห็นเจ้าเจ็บอยู่แบบนี้....เด็กน้อยของข้า”

 

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาสั้นๆ ก่อนจะค่อยๆไล้มาตามใบหน้านั้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมานเหมือนกับยิ่งสัมผัสมากเท่าไหร่

ยิ่งมองมากเท่าไหร่

บาดแผลน้นจะยิ่งลึก

 

ลึกเข้าไปในอกนั้นมากยิ่งขึ้น

 

“เพราะข้าคนเดียว...เพราะข้าตัดสินใจพลาด...”

คนๆนั้นพึมพำออกมาด้วยท่วงทำนองที่สั่นเครือเหมือนกับร้องไห้อยู่ แล้วใช้หลังนิ้วชี้ค่อยๆแตะตรงใต้ตาของเด็กน้อยเบื้องหน้า

“บาดแผลตรงนี้....ยังไม่หายเลย.....”

 

ยิ่งแตะ...กลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด...

ข้าเจ็บ...

 

แต่เจ้ามากกว่าข้าเป็นร้อยเท่าใช่ไหม เด็กน้อยของข้า...

 

ชายหนุ่มยิ้มออกมาเศร้าๆแล้วจ้องมองบาดแผลตรงดวงตาที่มีร่องรอยเหมือนกับการตะกุยข่วนลงมาแรงๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แค่นั้นก็รู้แล้ว...

ว่าเจ้าตัวเจ็บใจเท่าไหร่...

กับดวงตาที่มองไม่เห็นทั้งสองข้างนี้

 

“เจ็บไหม....แผลนี้...”

 

“บาดแผลที่เกิดจากการที่ตาเจ้านั้นไม่อาจจะมองเห็นได้อีกต่อไป”

 

ร่างสีดำนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แสนเศร้าสร้อย ก่อนจะกำมือข้างหนึ่งของตนเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง

คอรัลเงยหน้าขึ้น...

ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

 

ยิ้มบางๆออกมาเพื่อบอกคนเบื้องหน้าตนเองนั้นว่าตนไม่เป็นไร

 

“งั้นหรือ...”

ร่างเบื้องหน้านั้นพยักหน้า ก่อนจะดึงร่างของเด็กคนนั้นเข้ามากอดแน่น ดูแล้วแฝงไปด้วยความโหยหาและความสุภาพของคำขอโทษ

“....อยากไหม”

ชายหนุ่มหลับตาลง แล้วค่อยๆใช้ปลายนิ้วแทรกและสางเส้นผมของร่างนั้นอย่างเบามือที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้

 

“...อยากให้ดวงตานั้นกลับมาเป็นปกติอีกครั้งไหม”

 

href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วคลายอ้อมกอดของตัวเองออก ก่อนจะค่อยๆๆใช้ปลายนิ้วหยอกเล่นกับเส้นผมสีทองของร่างเบื้องหน้าอย่างเบามือที่สุด

คอรัลนิ่งชะงักไปหลายพัก ด้วยความตกใจ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างนั้นแล้วดึงแขนเสื้อสีดำนั่นแรงๆ

ริมฝีปากเล็กๆขยับขึ้นช้าๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อพยายามลั่นออกมาเป็นถ้อยคำที่ไม่มีเสียงใดๆทั้งสิ้น แต่เพียงใบหน้านั้นก็บอกได้ทุกอย่างแล้ว...

ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอกมาอย่างต่อเนื่องเหมือนกับจะแทนคำภาวนา

...ได้โปรด...

....ช่วยเอาแสงสว่างของข้ากลับมา...ที..

เด็กน้อยกระตุกแขนเสื้อของร่างเบื้องหน้าเบาๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วพยายามปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเอง

ซึ่งคนๆนั้นก็ยิ้มบางๆแล้วลูบศีรษะเด็กคนนั้นด้วยสีหน้าอ่อนโยน พลางค่อยๆรับฟังเสียงที่ลั่นออกมาซึ่งตัวเองนั้นพอจะได้ยินบ้าง

เบาบางจนเหมือนกับเสียงกระซิบ...

แต่เขาก็พยายามเพื่อที่จะได้รับฟังเด็กน้อยคนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ร่างเล็กนั่นค่อยๆทรุดกายลงอย่างช้าๆเหมือนกับหมดแรง แต่ชายหนุ่มคนนั้นก็ประคองเอาไว้ด้วยมือี่มั่นคงและแสนอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร....แล้ว”

 

“ดวงตาของเจ้าต้องกลับมาเป็นปกติแน่นอน”

 

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะดึงร่างของเด็กน้อยคนนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นแล้วยิ้มบางๆแพลางลูบหลังเหมือนกับปลอบ

คอรัลขยับมือของตัวเองขึ้นแล้วพยายามกำเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นราวกับจับคว้าที่พักพิงของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว

ริมฝีปากขยับเป็นถ้อยคำสั้นๆที่ไม่มีเสียง ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลง

 

จริง....ใช่ไหม....

ข้าจะได้เห็นมันใช่ไหม...

 

ทวิทัศน์ที่แสนสวยงามนับร้อยพัน ดอกไม้นานาชนิดที่โลตัสสรรหามาให้ข้า ถ้อยคำและเสียหัวเราะที่ข้าลืมเลือนไปหมดแล้ว

ข้าจะได้เห็นใช่ไหม...

 

รอยยิ้มที่แสนสดใสของน้องชายของข้าคนนั้นน่ะ

 

“ทุกอย่างที่เจ้าเคยเห็น เจ้าจะได้เห็นมันอีก...ไม่ต้องห่วงนะ คอรัล”

 

“ข้าจะไล่ความมืดที่เจ้าหวาดกลัวออกไปเอง”

 

คนๆนั้นยิ้มบางๆออกบนใบหน้าโดยที่ไม่มีใครเห็นพร้อมกับกอดร่างเล็กๆที่โตขึ้นมากว่าครั้งแรกที่เขากอดเพียงเล็กน้อย

แต่ที่สำคัญ...

ร่างนี้อบอุ่น...

 

ไม่มีร่างที่เย็นเชียบเหมือนกับน้ำแข็งแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว

 

“......ทนหน่อยนะ คอรัล”

ชายคนนั้นโน้มลงแล้วกระซิบที่ใบหูของเด็กน้อยคนนั้นอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะค่อยๆคลายอ้อมกอดออกแม้ว่ามันจะทำให้คอรัลดูเสียดายหน่อยๆก็ตามที...

เพราะว่าที่ที่คอรัลอยู่มันมืดจนไม่เห็นอะไรเลย

เพราะงั้นถ้าเกิดคว้าอะไรได้...

 

เด็กคนนั้นก็อยากจะคว้าเอาไว้

 

“....นะ...”

คนๆนั้นยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะเอาอะไรบางอย่างป้ายที่ใต้จมูกของคอรัลเบาๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เด็กน้อยตีสีหน้ายุ่งๆเพราะกลิ่นของมันฉุนจนแทบปวดหัว

แต่เพียงไม่นานกลิ่นทั้งหมดก็หายไปราวกับเป็นเรื่องโกหก

จิ้งจอกทองน้อยเอียงคอซ้ายขาด้วยความงุนงง ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงปลายนิ้วของร่างนั้นที่แตะลงบนริมฝีปากของตัวเองเบาๆ

“อ้าปากนะคอรัล...ข้าจะให้กินยา”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะถลกแขนเสื้อของตัวเองขึ้น พับสูงเลยข้อศอกไปก่อนที่เขาจะยิ้มบางๆออกมา

สูดลมหายใจเข้าราวกับเตรียมใจ...

ปีกสีดำสนิทค่อยๆสยายออกจากกลางหลังของร่างนั้นอย่างเงียบกริบ เส้นขนสีดำสนิทสลับซับซ้อนกันหลายต่อหลายชั้นปรากฏขึ้นที่กางหลังของคนๆนั้น

จากปีกหนึ่งคู่ก็เพิ่มเป็นสองคู่ และมาสิ้นสุดที่สามคู่

ก่อนที่สีประหลาดปีกทั้งสามคู่นั้นจะค่อยๆลู่ลงแล้วทำเหมือนกับห่อหุ้มร่างของเด็กน้อยคนนั้นเอาไว้ภายใน....

เหมือนกับพยายามปกป้องอาไว้อย่างสุดความสามารถ

กริ๊ง

เสียงกระพรวนแผ่วๆลั่นขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ปีกสีดำสนิทและสีขาวนั้นจะค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีประหลาดอย่างช้าๆ ถักทออย่างสวยงามด้วยเส้นขนมากมายที่เรียงตัวกันอย่างหนาแน่นและเป็นระเบียบ...

ชายหนุ่มคนนั้นตีสีหน้ายุ่งในขณะที่ปีกของตนนั้นค่อยๆเรืองแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆตามอำนาจเวทมนตร์ทีแผ่ออกมา

เขาถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะใช้กรงเล็บของตัวเองค่อยๆกรีดลากตัดเส้นเลือดที่ข้อมือของตัวเองเบาๆ

ลากไปอย่างช้าๆทีล่ะนิดจนทำให้เลือดไหลซึมออกมาและดูท่าว่าเจ้าตัวนั้นจะตัดอย่างระมัดระวังเลยทำให้เลือดนั้นไม่ได้สาดกระจายอย่างทีควรเป็น

“ยาตัวนี้มันต้องเสี่ยงหน่อยน่ะนะ....”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆดันให้ใบหน้านั้นเงยขึ้นมาหน่อย แล้วทิ้งมือของตัวเองลงให้เลือดไหลมาตามแรงตึงผิวและไล่มาถึงปลายนิ้ว

ก่อนที่จากปลายนิ้วนั้นจะค่อยๆหยุดลงปากของเด็กน้อยเบื้องหน้าเบาๆ

“ถ้าเกิดเจ้าไม่ได้มีเลือดของข้าอยู่ซักครึ่งหนึ่งเป็นอย่างต่ำล่ะก็....มันจะเหมือนกับพิษเลยล่ะนะ คอรัล”

 

นี่เป็นการรักษาแบบง่ายที่สุดแล้ว..

ข้าจะให้เลือดเจ้าแทน...

 

เพื่อให้เลือดข้าช่วยรักษาส่วนต่างๆของเจ้าที่เลือดเจ้าตอนนี้ยังรักษาได้ไม่เต็มที่

 

 “....”

 

หวาน...

หวานๆขมๆแบบแปลกๆ...

 

ไม่เห็นเหมือนกับจะเป็นยาเลย

 

คอรัลขมวดคิ้วลงแล้วพยายามทายดูว่ายาที่อีกฝ่ายให้ตนเองกินนั้นคืออะไร เพราะว่าเขาไม่สามารถได้กลิ่นอะไรเลยแม้แต่น้อย

แต่รสชาติแบบนี้เขาก็มั่นใจ

มันไม่ใช่ยา...

 

มันไม่ได้ขม แต่มันฝาดๆที่กลางลิ้น ออกหวานๆหน่อยๆด้วย

 

“อย่าให้เจ้านั่นรู้นะคอรัล เหยี่ยวสีขาวตนนั้นน่ะ ถ้าเกิดรู้ว่าข้าแบ่งสิ่งนี้ให้เจ้ามันต้องเป็นเรื่องแน่ๆ....”

คนๆนั้นว่าออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยน้ำเสียงหัวเราะหน่อยๆ พลางใช้มืออีกข้างค่อยๆลูบหัวของเด็กน้อยอย่างเบามือ

 

“เพราะพิธีนี้...มันต้องทำกับเด็กในตระกูลเท่านั้น....”

 

คอรัลชะงักเล็กน้อยแลวสะบัดใบหูพร้อมๆกับทำท่าเหมือนกับจะเงยหน้าขึ้นมามองคนเบื้องหน้านั่น แต่เขากลับได้ยินเพียงเสียงหัวเราะที่ตอบกลับมาราวกับกำลังตลกขบขันในท่าทีของเขา

“ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่เป็น”

 

“เจ้าเป็นเด็กในตระกูลของข้า...แต่เพราะข้าไล่เจ้าออกมา....”

 

เพราะข้าพลาดเอง...

หรือเพราะปาฏิหาริย์กันแน่

 

ที่ทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อ

 

“เจ้าเลยไม่อาจเป็นเด็กในตระกูลของข้าได้”

 

คนๆนั้นว่าออกมาพลางยิ้มด้วยสีหน้าเศร้าๆเหมือนเดิม ก่อนจะหรี่ดวงตาที่เหมือนกับเลือดของตัวเองลงเล็กน้อย

ปลายนิ้วที่คลอเคลียอยู่กับเส้นผมสีทองของร่างเบื้องหน้าค่อยๆเลื่อนลง...

ก่อนจะลากไปตามรอยแผลเป็นที่ลำคอนั่นอย่างช้าๆ

 

คนๆนั้นหลุบปีกของตัวเองลงแล้วทำสีหน้าเหมือนกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ทำไม่ได้

เด็กคนนั้นไม่เห็นหน้าเขา...

เพราะงั้นเด็กคนนั้นจะไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น

 

ตราบเท่าที่เขายังไม่พูด

 

“.....แผล.......อีกแห่ง สินะ”

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นเปรยออกมาเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาสั้นๆเมื่อดูลักษณะของบาดแผลแล้วเหมือนกับใช้มีดกรีดตรงๆแรงๆจนทำให้เกิดเป็นแผลลึกไม่ใช่น้อยๆ

“แผลนี่....ทำให้เจ้าพูดไม่ได้หรือ”

 

“เพราะเหยี่ยวตนนั้นสินะ”

 

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขบขัน ก่อนจะกางวงแหวนเวทมนตร์สีดำสนิทและสีม่วงเข้มออกที่ปลายนิ้วซ้อนกันหลายต่อหลายชั้นในทุกๆมุมองศาจนเหมือนกับวงกลมขนาดเล็กๆ ที่หมุนเคลื่อนไปอย่างช้าๆ

เขายิ้ม

ในขณะที่พยายามกลบเกลื่อนไอเวทมนตร์ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่มหาศาลของตนเองนั่น

“ไม่เจ็บแล้วเนาะ”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาสั้นๆเมื่อเห็นว่าบาดแผลนั่นค่อยจางหายไปอย่างช้าๆ และพอมันหายไปจนหมดเขาก็คลายวงแหวนเวทมนตร์ลง

“.......อ?

คอรัลเงยหน้าขึ้นแว่วส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะชะงักเมื่อรู้สึกว่าเสียงตัวเองนั้นกลับมาแล้วแม้ว่าจะเบาบางมากจนเหมือนกับเสียงกระซิบ

“ยาข้าดีเนาะ”

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ

“หมดแล้วล่ะ ยาหมดแล้วล่ะคอรัล”

คนๆนั้นว่าพลางหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วของตัวเองปาดที่ริมฝีปากของเด็กน้อยที่เปื้อนด้วยเลือดจากปลายนิ้วตนเอง ชายหนุ่มแตะที่ข้อมือของตัวเองเบาๆลากปลายนิ้วไล้เพื่อปิดปากแผลในชั่วพริบตา

“เดียวอีกสองสามนาทีดวงตาของเจ้าก็จะลืมได้ แล้วก็จะกลับมาพูดได้คล่องเหมือนเดิม...”

“แต่เสียดาย.....เพราะบางทีข้าอาจจะไม่ได้อยู่ฟังเสียงของเจ้าก็ได้นะ”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ดูเหมือนจะเจือด้วยความน้อยใจและเสียดายนิดๆ

เวลามันไม่ได้รอเขา

เขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น....

 

แม้จะเสียดาย แต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 

“นี่....คอรัล”

คนๆนั้นทรุดลงคุกเข่าอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆใช้มือของตัวเองแตะแก้มนิ่มๆของเด็กน้อยเบื้องหน้าอย่างเบามือ

พลางยิ้ม...

ยิ้มเหมือนกับจะคาดหวัง

 

“จะกลับไป....กับข้าไหม”

 

ยังที่ที่เจ้าควรอยู่...

ที่ที่อำนาจของเจ้าจะสามรถสำแดงได้อย่างเต็มที่...

 

...ที่ที่มีคนแบบเดียวกับเจ้า

 

“ที่ที่เจ้าจากมา.....จะกลับไปไหม”

 

กลับไปกับข้า...

เพราะที่นี่ไม่มีที่ให้เจ้าอยู่...

 

เจ้าคือเด็กนอกคอกของที่นี่...

 


/> /> />

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นว่าออกมาด้วยท่วงทำนองที่แสนแผ่วเบา และมองเด็กน้อยคนๆนั้นด้วยสายตาคาดหวัง

แต่เด็กคนนั้นกลับทำเพียงยิ้ม..

แล้วค่อยๆแตะมือของคนเบื้องหน้าเบาๆ

 

พยายามให้อ่อนโยน เท่ากับที่คนๆนั้นสัมผัสเขาตลอด...

 

“ข......ไ...รู้”

คอรัลพยายามเค้นเสียงของตัวเองออกมาอย่างสุดความสามารถ แล้วจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นพร้อมกับยิ้ม

คนๆนั้นที่แตะเขาอย่างอ่อนโยน

กล่าววาจาออกมาด้วยความรักใคร่..

ถ้าเกิดตาเขาเห็นคนๆนั้นล่ะก็...

 

....เขาสาบานว่าจะไม่มีวันลืมใบหน้านั้นเด็ดขาด

 

“ว....ท.......ไม ท่า....ถึ...ได้...มี...ส....ที่...เศร้..า..เสม..อ”

 

....ท่านทำอะไร......ผิดหรือ...

ท่านไม่ได้ทำดีที่สุดแล้วหรือ

 

ท่านช่วยรักษาเสียงของข้า.....

 

คอรัลกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น แล้วค่อยๆไซ้แก้มของตัวเองกับมือนั้นเหมือนกับอยากจะสัมผัสความอบอุ่นนั้นให้ได้มากที่สุด

คนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก

คนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยเพียงเห็นหน้า...

ผูกพัน...

 

ด้วยสายใยบางๆที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้

 

“ขอโทษนะคอรัล....”

“ข้าอ่านเจ้าเหมือนกับที่อ่านใจคนอื่นไม่ได้จริงๆ....”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงลำบากใจทันทีที่พยายามฟังเสียงฟังคำพูดที่เด็กน้อยคนนั้นพูดออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า

มันก็ช่วยไม่ได้

เพราะเสียงนั้นเบาและแตกเกินกว่าที่เขาจะสามรถรู้เรื่อง

 

“เพราะว่าเจ้าพิเศษกว่าคนอื่น...นะ?

 

เจ้าของเรือนผมสี้นำตาลคนนั้นว่าออกมาเบาๆแล้วค่อยๆแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากของเด็กคนนั้นด้วยความเอ็นดู..

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะพยายามพูดอะไร...แต่น้ำเสียงของเจ้าดูเศร้ามาก.....”

“.....ม....ใช่......ส....เสี.....ง..ข”

 

“ของท่...าน....ต...หาก”

 

ดวงตาสีแดงของชายหนุ่มเบิกกว้างน้อยๆด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มบางๆออกมาแล้วดึงร่างของคอรัลเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“งั้นหรือ ข้าเข้าใจล่ะ”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเกลื้อเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูและขบขัน

ข้าไม่รู้...ว่าทำไม ท่านถึงได้มีเสยีงที่เศร้าเสมองั้นหรือกลายเป็นว่าข้าทำให้เจ้าเป็นห่วงงั้นหรือนี่ น่าเศร้าจริงๆเลยนะ”

คนๆนั้นหัวเราะออกมาอย่างขบขันและดูท่าจะสมเพชน้อยๆด้วย

“ว่าไงล่ะคอรัล”

 

“จะกลับไปกับข้าไหม”

 

คนๆนั้นค่อยๆช้อนเส้นผมของเด็กน้อยคนนั้นแล้วเล่นหยอกด้วยปลายนิ้วอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เขาจะยิ้ม

ไม่ต้องถาม

เขาก็รู้คำตอบเป็นอย่างดี...

 

สิ่งที่เขาหวังเป็นได้เพียงคำภาวนา

 

“ข.....ขอ....โ...ษ”

คอรัลเงยหน้าขึ้นก่อนจะก้มหน้าลงแล้วส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด มือเล็กๆจับมือของอีกฝ่ายที่แตะที่ใบหน้าของตนเอง

 

...ที่นี่...มีคนที่อยากให้ข้าอยู่ด้วย...

 

...ข้าจะอยู่ที่นี่...

 

“งั้นหรือ.....”

ชายหนุ่มคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงเป็นเชิงเข้าใจ แล้วเขาก็หลับตาลงด้วยสีหน้าเฉยชา

“คอรัล”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มครางออกมาเบาๆ พร้อมๆกับปีกสีดำสนิททั้งปกคู่ที่ค่อยๆลู่ลงจนทำให้เส้นขนยาวที่สวยงามเรี่ยยาวไปกับพื้น

 

“เจ้าแค้นพวกข้าที่ทิ้งเจ้าไหม”

 

ทำให้เจ้าอยู่บนดินแดนแห่งนี้...

ทำให้เจ้าต้องเจอกับความเจ็บปวดแบบนี้....

 

เจ้าแค้นข้าไหม

 

“....ม...”

คอรัลพยายามตอบกลับด้วยเสียงที่ตนเองมี ก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อเสียงนั้นออกมาแผ่วเบาจนกินกว่าจะเป็นคำพูดเหมือนเดิม

ทั้งๆที่เขาอยากจะตอบเป็นประโยคยาวๆ...

อยากพูดได้...

 

ตอนนี้เลย อยากพูดคำพูดทั้งหมดให้กับคนๆนี้ฟัง

 

“หึ”

แต่คนๆนั้นก็เหมือนกับรับรู้ความรู้สึกนั้น เขาถึงทำเพียงลูบหัวเบาๆแล้วพูดช้าๆด้วยถ้อยคำอันแสนนุ่มนวล...

 

ไม่เป็นไรหรอก...

ซักวัน....

พอเจ้าเข้าใจในความหมายที่ข้าพูด

 

เจ้าก็จะแค้นข้าเอง...คอรัล

 

“ครั้งสุดท้ายแล้ว”

 

“เจ้าคิดว่าเจ้ารักข้าไหม”

 

เด็กน้อยคนนั้นเหมือนกับจะอุทานออกมาก่อนจะคลายรอยยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าของตัวเองลงด้วยท่าทีที่แสนร่าเริงทันที

“.....รั...ก”

 

เท่าที่ท่านรักข้า..ใช่ไหม

...แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าท่านเกี่ยวข้องยังไงกับข้าก็ตามที

 

คนๆนั้นหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามแก้มของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

ชายหนุ่มค่อยๆโน้มใบหน้าลงแล้วแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากของเด็กน้อยอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเสยเส้นผมสีทองขึ้นแล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

 

“ขอบคุณมาก...เด็กน้อยของข้า...”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของคนๆนั้นว่าออกมาด้วยความรักใคร่ ก่อนจะแตะปลายนิ้วลงบนจมูกเบาๆ แล้วเขาก็ดึงร่างนั้นเข้ามากอด...

คนๆนั้นค่อยๆหลุบตาลงแล้วกอดเด็กน้อยคนนั้นนิ่งๆโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไร ราวกับจะให้ทุกท่าทางนั้นแทนคำพูดของตนเอง

แต่...

สุดท้ายเขาก็ต้องคลายมือออก

 

คนๆนั้นค่อยๆดึงแขนออกทั้งๆที่ยังคงคลายรอยยิ้มเอาไว้บนใบหน้า มองเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นแล้วทำท่าราวกับจะกล่าวอะไรบางอย่าง เขายันกายถอยมาด้านหลัง แล้วพยายามฝืนตั้งปีกของตัวเองชันขึ้นอีกครั้ง

 

“ข้าจะอวยพรนับพันครั้ง....ให้เจ้าเจอแต่ความโชคดี....”

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นว่าออกมาสั้นๆแล้วพับปีกของตัวเองขึ้นเล็กน้อยในลักษณะแบบเดิม ก่อนจะยิ้มให้กับเด็กน้อยเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับ

ก้าวเท้าออกไปด้านหน้าโดยพยายามไม่มองมือที่เอื้อมมาราวกับจะจับเขาเอาไว้...

 

“....!

เด็กน้อยคนนั้นพยายามจะโกนอะไรบางอย่างออกมาที่เขาทำได้เพียงหัวเราะแล้วสั่นหัว โดยไม่คิดจะหันกลับไปมอง..

ฝืนไม่หันกลับไป

 

“ขอบคุณ....มากฮะ”

 

เสียงเล็กๆที่แสนแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของเด็กน้อยคนนั้นที่ลู่ใบหูเรียวลงทั้งๆที่ยิ้มอยู่บนใบหน้า

แต่แล้ว

ด้วยถ้อยคำง่ายๆแค่นั้น...

 

มันก็ทำให้เขาหันกลับมาอย่างง่ายดาย

 

ดวงตาสีแดงจ้องมองเนตรสีเดียวกันของเด็กน้อยที่ค่อยๆปรือเปิดขึ้น ก่อนจะยิ้มบางๆออกมาบนใบหน้าแทนคำขอบคุณและการอวยพร

คอรัลพยายามกระพริบตาปรับภาพที่ตัวเองไม่ได้เห็นมานานแสนนานนั่นให้ชัดขึ้นแม้เพียงซักนิดหนึ่ง...

เพื่อมองใบหน้าของคนๆนั้น

เอาแค่เพียงเศษเสี้ยวก็ยังดี

 

แค่นั้นก็ยังดี....

 

แต่ด้วยดวงตาที่ยังไม่ฟื้นตัวท่าไหร่นัก เขาถึงได้เห็นเพียงเส้นผมสีน้ำตาลที่ถูกความดำมืดของปีกซึ่งขยับตามการเคลื่อนไหวเข้ามาบังเท่านั้น

แต่....

แม้กระนั้นเขาก็ยังเห็นได้อย่างชัดเจน

 

ถึงรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนที่ทำให้อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดนั่น

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

 As?

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทันทีที่เห็นร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ

ก่อนที่เขาจะหัวเราะเมื่อมองร่างนั้นผิดไป...

คนที่เขาเรียกถึงมีผมสีขาว

 

ไม่ใช่สีทองแบบนี้

 

“ไม่สิ.....”

ร่างนั้นหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะจ้องสบกับเนตรสีเหลืองทองของจิ้งจอกที่กำลังมองมาทางตนเองด้วยสีหน้าสนใจ

 

“เจ้าชื่อเยห์หรือ......”

 

ชายหนุ่มหยุดปลายเท้าของตัวเองลงแล้วจ้องมองจิ้งจอกทองที่ตัวเตี้ยกว่าตนเองพอสมควรนั่นด้วยเนตรสีแดงคมกริบ ซึ่งคนที่ถกเรียกชื่อก็หยุดปลายเท้าลงแล้วมองด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความแปลกใจเช่นกัน

?

 

ตราเลขสิบสอง...

ดวงตาสีเลือด...

 

คนๆนั้นมองเครื่องแต่งกายกับใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วกระพริบตาปริบๆด้วยสีหน้างุนงง แต่ก่อนจะได้กล่าวอะไรต่อมือของคนๆนั้นก็วางลงบนศีรษะเบาๆ

 

“ฝากคอรัลด้วยนะ”

 

เจ้าของเรือผมสีน้ำตาลคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหัวเราะหึออกมาสั้นๆ แล้วเหลือบดวงตาสีแดงลงจ้องมองเยห์ที่นิ่งชะงักเหมือกับพูดอะไรไม่ออกเลยทันที

 

“ถ้าเกิดดูแลเด็กน้อยของข้าไม่ดี....ข้าฆ่าเจ้าแน่....”

 

“อ๋อ.....ครับ....”

จิ้งจอกทองหนุ่มลากเสียงยาวๆออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน ก่อนจะพยักหน้าลงแล้วระบายรอยิ้มบางๆออกบนใบหน้า ในขณะที่พยายามเหลือบดวงตาสีทองขึ้นมองชายคนนั้น

“เข้าใจแล้ว...ที่ท่านมอบเขาให้ข้า....แปลว่าท่านวางใจข้าที่เป็นจิ้งจอกทองซึ่งต่ำต้อยกว่าท่านมากมายนัก....”

เยห์ยิ้มบางๆออกมาพลางเหลือบมองเสี้ยวหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มของร่างนั้นอยู่เนื่องๆของคนเบื้องหน้าตนเอง

“เช่นนั้น...”

 

“ข้าจะรับเด็กของท่านไว้ด้วยความยินดี”

 

ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร...

ต่อให้เป็นลูกชายของปิศาจที่ร้ายที่สุดอย่างท่าน

 

ข้าก็จะดูแลเขาให้

 

“......ฮะๆๆ ข้าไม่ใช่ผีร้ายหรอก....แต่ก็ไม่ต่างกัน”

ชายหนุ่มคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนจะขยี้เส้นผมสีทองของจิ้งจอกหนุ่มจนยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นไส้ตามนิสัยของตนเอง

 

“ขอบคุณมาก เยห์”

 

“เด็กน้อยของข้า ปรารถนาในความอบอุ่นของพวกเจ้ามากกว่าของบ้านเกิดตัวเอง”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นหลับตาลงแล้โน้มกายลงกระซิที่ข้างใบหูจิ้งจอกของร่างนั้นด้วยท่วงทำนองอันแสนแผ่วเบา

 

“เช่นนั้นข้าก็ต้องฝากด้วย....”

 

ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะหึหึให้อย่างสนุกสนานอีกครั้งก่อนจะหมุนปลายเท้าแล้วก้าวออกไปเบื้องหน้าโยที่ไม่คิดจะกล่าวคำลาใดๆทั้งสิ้น

“ฮะ”

เยห์หัวเราะออกมาสั้นๆในขณะทีมองชายที่มีสีดำที่แสนน่ากลัวและหม่นหมองซึ่งค่อยๆก้าวท้าเดินไปด้วยท่วงท่าอันแสนหยิ่งทรนง

 

นั่น....น่ะหรือ...

หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกแดง...

 

เจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นปรือดวงตาของตัวเองปิดลงเมื่อหวนนึกไปถึงดวงตาสีเลือดที่เหมือนกับความมืดที่ลึกล้ำนั่น

ตราสัญลักษณ์สีทองเลข 12 แบบโรมัน

ทุกสิ่งบอกเขา...

 

..ว่าคนๆนั้นคือหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกแดงไม่ผิดแน่นอน

 

และถ้าเกิดว่าคนๆนั้นบอกว่าคอรัลเป็น เด็กของตนเอง เช่นนั้นเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมดวงตาของโลตัสถึงได้เป็นสีแดง...

ซึ่งเขาก็ได้แต่หัวเราะ

กับคำตอบที่เหมือนกับเล่นตลก

 

เด็กสองคนนั้นไม่ใช่คนของที่นี่มาตั้งแต่ต้น

 

“....งั้นหรือ”

 

เจ้าเป็นจิ้งจอกแดงสินะ....คอรัล

ราชันของจิ้งจอกทั้งหมด...

 

เจ้าจะกลายเป็นาชันของเรา...หรือจะกลายเป็นเด็กนอกคอกกันแน่นะ?

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 




เอ้า นักอ่านคะ ดอกคราวนี้ดออะไร= =v

ถ้าเกิดเอาหน้าตาดอกมาถูกด้วยคนเขียนจะหอมแก้มทีหนึ่ง- -++

913 ความคิดเห็น

  1. #815 G::s ot fam (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 22:18
    รัลลลล++มองเห็นแร้วอ่าT^Tดีใจจังเรยยย
    #815
    0
  2. #586 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2552 / 02:34
    มาแล้วๆค่า อิอิ
    ขอเอาภาพมาลงนะคะ

    อ้อ กอดท่านมิกลับทีนึง ^ ^//

    เมื่อวานไม่ได้เม้นน่ะค่ะ ไอดีเป็นอะไรก็ไม่รู้อะ
    ตอนนี้งานท่วมหัวอย่างรุนแนง และคิดว่าท่านคงจะเหมือนกันล่ะมั้ง?
    งั้นเราขอให้เอาใจใส่เร่องเรียนมาก่อนนะคะ นิยายน่ะ จะไว้อัพดึกๆก็ดีเนาะ

    ยังไงเราไปอ่านตอนที่เหรอต่อลาะนะคะ ^ ^
    #586
    0
  3. #584 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 18:51
    โฮกกกก อย่าตัดกันอย่างนี้ๆๆๆๆๆ

    แง้ๆๆ
    #584
    0
  4. #575 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2552 / 21:47
    อยากสิคะ!!!!!! โฮกกกก
    รัลๆน่ารักโค ตะ ระ อิอิอิ

    ขอเม้นสั้นๆนะคะ เราไม่รู้จะเม้นอะไรดีอะ
    #575
    0
  5. #573 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2552 / 02:04
    โฮกกกกกกกก โลๆของเรา!!!!!! นายนี้มันเป็นใครเนี่ย
    ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน หรือว่าจะเป็นพวกของจักพรรดิ์กัน????

    แง่งๆๆๆๆ สงสัยๆๆ
    #573
    0