"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 48 : Look at me…Only 9 : Anemone Garden - Forsaken and Hope -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.ค. 52

/> /> />

 Look at me…Only 9 : Anemone Garden   -  Forsaken and Hope -

 

เพื่ออะไรซักอย่างที่สำคัญที่สุด...

ข้ายอมทำได้ทุกอย่าง

 

เว้นยอมปล่อยมือจากสิ่งนั้นไป

 

ปัง!!

 

“เยห์!!!

 

บานประตูที่เหมือนกับจะทำจากไม้ถูกเปิดกระแทกออกอย่างรุนแรงก่อนที่ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองยาวคนนั้นจะก้าวเท้าเข้ามาในห้องเร็วๆทำเอาคนที่ยืนอยู่ในห้องด้วยสีหน้าครุ่นคิดนั่นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจทันที

“โลตัส?

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เจือไปด้วยประกายของความประหลาดใจน้อยๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ที่นี่

 

โครมม!!

 

“ก็ข้าน่ะสิ”

จิ้งจอกทองที่แสนหยิ่งผยองตนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนเดิมก่อนจะทิ้งเสื้อผ้าและข้าวของลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ซึ่งมันก็ทำให้เยห์ขมวดคิ้วมากกว่าเดิม

“กลับมา...ทำไมน่ะ”

“ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเจ้ามายืนรำลึกอะไรในห้องของข้าไม่ทราบ...”

โลตัสว่าออกมาด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นก่อนจะดึงเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าที่ตัวเองเย็บเอาไว้อย่างลวกๆแล้วเหวี่ยงขึ้นไปกองบนเตียงแบบที่ไร้ความเรียบร้อย

 

“ห้องว่างปั๊บกะจะยึดเลยหรือไง”

 

“เปล่า....”

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โลตัสแล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่สูงกว่าตนเองเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มบางๆให้

ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งกายลงบนเตียงนุ่มๆของโลตัส...

แต่ถ้าเกิดจะว่าให้ถูก

 

ทุกอย่างในห้องนี้แหละดินแดนนี้ทั้งหมดมันเป็นของเขาต่างหาก

 

แต่...

บังเอิญเขายกมันให้กับโลตัสไปแล้ว

 

เยห์จองมองโลตัสดึงข้าวของออกมาจากกระแล้วจัดเก็บให้เรียบร้อยด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกับจะอารมณ์ดีปนด้วยความไม่ชอบใจนิดๆ

ไม่ชอบใจ..

ที่ทำไมอีกฝ่ายยังอยู่ที่นี่

 

ทำไมถึงไม่ยอมไปอยู่ยังที่ที่อยากไปอยู่มาชั่วชีวิตนั่น

 

“....มาทำอะไรห้องนี้ล่ะเยห์”

โลตัสว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยชาแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองขึงขึ้นไม้แขวนทีล่ะอันอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินไปจัดเรียงเอาไว้

“มานั่งนึกอะไรนิดหน่อย”

 

“ว่าเจ้าไปแล้ว....จะเก็บห้องนี้เอาไว้แบบนี้ดีไหม”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วท้าวคางของตัวเองด้วยสีหน้าเหม่อๆที่ทำให้โลตัสที่ปรายตามามองถอนหายใจเฮือกออกมา

ก่อนที่เจ้าตัวจะเลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง

บางอย่างที่ทำให้ตีสีหน้ายุ่งนิดๆ

“...รูปจำลองเวทมนตร์ของข้าหรือ?

จิ้งจอกทองครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเหลือบสายตามองรูปในกรอบนั่นด้วยสายตาที่แสนเฉยชา

มันคือรูปภาพที่เกิดจากการใช้ไอเวทมนตร์จำลองการเรียงกันของสีแล้วอัดลงไปบนภาพทำให้ได้ภาพที่เหมือนกับตัวจริง

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนถ่ายด้วยนั่นแหละนะ

ถ้าเกิดไม่เก่ง..

 

ภาพก็จะมีรายละเอียดน้อยแล้วก็ไม่สวยด้วย

 

จิ้งจอกทองตนนั้นมองรูปภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งเหมือนับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างเล็กน้อยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มายืนจ้องรูปเขาแบบนี้...

แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไม...

 

“....นี่เยห์”

 

โลตัสถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วเดินเข้าไปใกล้เยห์ ก่อนที่เจ้าตัวจะทรุดเข่าลงตรงเบื้องหน้าของอีกฝ่ายที่นั่งอย่างสบายๆบนเตียง

“ปีนี้ข้าอายุมากกว่ายี่สิบแล้วนะ”

“จิ้งจอกน่ะ อายุปีเศษๆก็ต้องออกจากบ้านแล้ว....”

โลตัสเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้าก่อนจะดึงมือของอีกฝ่ายเอามาแล้วกุมเอาไว้อย่างเบามือและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้..

ครอบครัวของเขา..

 

“ข้าออกช้ามากกว่าสิบเก้าปี...แค่นี้ยังไม่พอเหรอ”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วจ้องมองเยห์ที่ทำเพียงหัวเราะให้พร้อมๆกับส่ายหัวเล็กน้อย

“มันมากพอแล้วนั่นแหละน่า โลตัส”

 

มากเกินไป...

ใช่

 

มันมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ

 

“ข้าเลี้ยงเจ้านานเกินไป...มันไม่ดีแบบนี้นี่แหละ ออกแล้วมันก็เหงาๆด้วย....”

จิ้งจอกทองตนนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วครางออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ที่เหมือนกับจะฟังดูเหงาๆนิดๆ...

ไม่แปลกหรอกนะ....

ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน

 

“พอคิดว่า...ต่อจากนี้ต้องอยู่กับมิลล์สองคนมันก็เหงาๆน่ะนะ”

 

“....เหอะ”

โลตัสจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะสบถออกมาเบาๆอย่างไม่ใสใจแล้วยันกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันหลังกลับ...

เหมือนกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระไร้ที่ติ

 

“ลูกสาวเกิดแล้วไม่ใช่หรือ”

 

โลตัสครางออกมาด้วยน้ำเสยงแผ่วเบาแล้วก้มหน้าลงดึงเสื้อผ้าอีกสองสามชิ้นออกมาจากกระเป๋าแล้วสะบัดๆเล็กน้อย

“เธอชื่อเบลเลย์”

เยห์ว่าขัดขึ้นมาทันทีทันควันซึ่งนั่นก็ทำให้โลตัสลู่ใบหูของตัวเองบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ทันที

“อ่า เบลเลย์นั่นแหละ ไปเลี้ยงซะไป มาอยู่อะไรห้องข้า เกะกะคนจะจัดของ”

จิ้งจอกทองที่อายุน้อยกว่าคนนั้นสะบัดเสื้อก่อนที่จะเดินหาไม้แขวนสำหรับแขวนโค้ทยาวสีขาวของตนเอง

แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก...

 

“ข้าอยู่ตรงนี้เพราะอยากคุยกับเจ้าน่ะ”

 

โลตัสเหลือบสายตามามองอีกฝ่ายเล็กน้อยพร้อมๆกับเงียบเสียงของตัวเองไปชั่วครู่ราวกับนึกอะไรที่จะพูดไม่ออกก่อนจะหันหน้ากลับไปจัดตู้เสื้อผ้าของตนเองเหมือนเดิม

“ก็ไปคุยกับลูกสาวเจ้าสิ มายุ่งอะไรกับข้า”

“เบลเลย์ก็ส่วนเบลเลย์ โลตัสก็ส่วนโลตัส...”

เยห์ลู่ใบหูลงทันทก่อนจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงช้าๆเบาๆที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความน้อยใจนิดๆที่อีกฝ่ายไล่เอาๆ

 

“พวกเจ้าต่างกันนะข้าเอาคนหนึ่งเป็นตัวแทนใครไม่ได้หรอก”

 

“....”

โลตัสชะงักการเคลื่อนไหวอีกครั้งก่อนจะกระพริบตาปริบๆอย่างงุนงงแล้วหันหน้ากลับมาพร้อมกับพับเสื้อสองสาชิ้นเอาไว้บนแขนของตนเอง

“ข้าก็ไม่ได้หมายความว่าให้เธอแทนข้าที่เป็นลูกชายของเจ้า”

 

“แต่ข้าหมายความว่าให้เจ้าอย่ามาเกะกะคนจะจัดของเสียที”

 

“....ใจร้ายน่าโลตัส”

เยห์ครางออกมาทันทีทันควันเมื่อโลตัสนั้นยังคงพูดออกมาอย่างไร้น้ำใจเหมือนเดิม  แถมวาจาก็รุนแรงราวกับคนไม่รู้จักกัน..

แต่นะ...เยห์ก็เข้าใจว่าโลตัสนิสัยแบบนี้..

เป็นแบบที่เขาแก้ไม่ตกเสียด้วย

 

“ขอนั่งแปบหนึ่งไม่ได้หรือไง”

 

ข้าสอนมาผิดหรือไงนะ...

ทำไมโตมานิสัยแบบนี้เนี่ย...

 

จิ้งจอกทองที่นั่งอยู่บนเตียงลู่ใบหูไปด้านหลังด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังงอนๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มมาแล้วกอดเอาไว้แน่นพลางจ้องมองปฏิกิริยาของโลตัสกับตัวเอง

“ก็ไม่ได้ไล่”

โลตัสพ่นลมหายใจแล้วไหวไหล่

“แค่บอกว่าอย่าเกะกะ ยกขาหลบให้ดีๆแล้วกัน แล้วของในกระเป๋ามองไปไม่ต้องมาช่วย วุ่นวาย เดี๋ยวเจ้าวางของผิดที่ผิดทาง”

“ฮะๆ....”

เยห์หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเหลือบสายตามองข้าวของในกระเป๋าของโลตัสที่ไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากพวกข้าวของเครื่องใช้ง่ายๆ เสื้อผ้าแล้วก็เครื่องมือนิดๆหน่อยๆ...

คงกะเอาไปใช้สร้างบ้านกับอาณาเขตเวทมนตร์ล่ะมั้ง

แล้วก็มีปล่องปฐมพยาบาลด้วยนิดหนึ่ง..

“......ฮึ”

โลตัสพ่นลมหายใจออกจมูกสั้นๆด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักก่อนจะเดินไปเดิมมาเหมือนกับจะจัดตำแหน่งของให้เรียบร้อย...

โดยที่เยห์ก็มองตามอีกฝ่ายไม่วางสายตา...

เหมือนกับพยายามจะหาจังหวะถามคำถามเดิมๆที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ

 

“มองอะไรนักหนาน่ะเยห์”

 

โลตัสลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้เยห์หัวเราะออกมาเบาๆเท่านั้น

“ข้าแค่สงสัย...เอง”

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองยาวคนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วกอดผ้าปูเอาไว้แน่นด้วยความลังเล...

“.....ตอนนี้ข้ากับมิลล์อยู่กันสองคน คนดูแลตัวข้าก็มีแล้ว...”

 

“เจ้าไม่ต้องมาคอยดูอาการป่วยของข้าแล้ว”

 

เจ้าเป็นอิสระแล้วไม่ใช่หรือโลตัส...

 

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองโลตัสด้วยท่าทีหวั่นๆเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆออกมาบนใบหน้า...

ยิ้มอย่างฝืดเคือง

 

“เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม”

 

“หา?

โลตัสขมวดคิ้วเรียวของตัวเองลงแล้วอุทานอกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ทันทีทันควันเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่เข้าหูอย่างแรง

“พูดได้สวยนี่เยห์”

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน ก่อนจะเบนสายตากลับมามองอีกฝ่าย

“ทำอย่างกับไม่ต้อนรับข้าเลยนะ มีลูกมีแฟนจริงๆแล้วไล่เด็กเลี้ยงเก่าหน้าตาเฉยหรือยังไง เดี่ยวข้าก็กระทืบให้หรอก”

ดวงตาสีแดงฉานหรี่เรียวลงในขณะที่เยห์ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาเมื่อรู้สึกว่าตนเองนั้นจะถามคำถามไปแล้วอีกฝ่ายเข้าใจผิดไปไกลโขเอาการ...

เขาอยากถาม...

ว่าทำไมโลตัสถึงได้ทิ้งโอกาสที่จะเป็นอิสระจากการดูแลเขามาที่นี่

 

ทำไมถึงไม่ยอมไปอยู่กับคอรัล

 

“เหอะ!!

โลตัสสบถออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วฟาดปลายหางของตัวเองลงแรงๆจนเกิดเป็นเสียงเบาๆที่ทำใหเยห์สะดุ้งแล้วถอยไปด้านหลังเล็กน้อย..

“เอาเบลเลย์มาแทนในตำแหน่งข้าชัดๆเหมือนกับบีบให้ข้าไปทางอ้อม”

 

คิดว่าข้าโง่หรือไงเยห์...

ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร...

 

ข้าขอบคุณที่เจ้าพยายามทำสิ่งนั้นให้ข้า

 

“....บีบให้ข้าไปหาพี่คอรัล...”

ดวงตาสีเลือดของโลตัสหรี่ลงจนเรียวเล็ก ในขณะที่เจ้าตัวนั้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวลงจ้องมองอีกฝ่ายในระยะประชิด...

หงุดหงิด...

ต้อนรับกลับมาด้วยคำแบบนี้เนี่ยนะ

 

“แล้วตัวเองมานั่งทำหน้าอย่างกับเด็กถูกทิ้งเนี่ยนะ?

 

โลตัสวางมือลงบนหัวอีกฝ่ายหนักๆเหมืนกับไม่ได้สำนึกถึงความเคารพเลยซักนิดเดียว แต่กระนั้นเยห์กลับทำได้เพียงลู่ใบหูของตนเองลงเท่านั้น

เหมือนอยากจะบ่น..

แต่คงบ่นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

 

“เหอะ”

โลตัสสบถออกมาสั้นๆแล้วค่อยๆทรุดลงคุกเข่าตรงเบื้องหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มบางๆให้ด้วยสีหน้าหนักอกหนักใจเท่านั้น

“ข้ารู้ว่าเจ้าได้คนดูแลแล้ว มีลูกเลี้ยงจะได้ไม่เหงาไม่เงียบด้วย เหมือนกับจะบอกว่าข้าสุขสบายดีแล้วตัวเจ้านั่นน่ะนะออกไปเสวยสุขได้แล้ว อะไรเทือกนั้น”

จิ้งจอกทองหนุ่มบ่นยืดยาวออกมด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ก่อนจะเบ้หน้าของตัวเองแล้วพูดเลียนเสียงตามลักษณะที่เยห์ชอบพูด

แล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืน

พร้อมกับชี้นิ้วลงพื้น

 

“แต่ว่าข้าจะเสวยสุขของข้าที่นี่”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นยืนยันเสียงของตัวเองออกมาอย่างหนักแน่นเหมือนเดิม ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มบางๆให้เหมือนเดิม

ไม่รู้ว่าดีใจ หรือว่าอะไรกันแน่...

“เยห์”

โลตัสลู่ใบหูของตัวเองลงข้างหนึ่งแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าจะกลับมาอยู่ที่นี่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป....”

 

“จนกว่าที่พี่คอรัลนั้นจะก้าวเท้าออกมาจากดินแดนนั้นเอง”

 

จนกว่าข้าจะชวนเขาออกมาได้...

มือข้าจะเอื้อมไปถึง

 

แล้วถึงร่างนั้นกลับออกมา

 

เยห์เอียงคอเล็กน้อยก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะเมื่อเข้าใจแล้ว่าเด็กคนนี้กลับมาเพื่ออะไร

เพื่อเปลี่ยนพวกจิ้งจอกทอง...

เพื่อทำให้จิ้งจอกทองพวกนั้นยอมรับในตัวของพี่ชาย

 

เพราะหากไปอยู่กับคอรัล ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงพวกจิ้งจอกทองได้...

 

เพราะเด็กคนนี้รู้...

ว่าการได้อยู่ร่วมกับจิ้งจอกทองดั่งปกตินั้นคือความฝันสูงสุดของคอรัล

 

เช่นนั้น...โลตัสถึงได้พยายามเพื่อให้มันกลายเป็นความจริง

 

โดยการทิ้งโอกาสที่จะอยู่กับคอรัลมา...

 

แล้วมาพยายามเพื่อพี่ของตนเองคนนั้น

 

“ข้าจะอยู่ที่นี่”

 

โลตัสยืนยันคำพูดของตนเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนเดิม ก่อนจะกระแทกเท้าแล้วสะบัดตัวหันหลังกลับ

 

“รบกวนด้วยแล้วกัน เอาแบบไม่มีกำหนดเวลาเลยด้วย...”

 

“ฮ่ะๆ~!

เยห์หลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันทันทีทันควัน ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกข้นยืนแล้วมองหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้สูงกว่าตนเองเล็กน้อย

เมื่อไม่นานมานี้..

ไม่กี่ปี

 

เขาจำได้ว่าเขาเคยอุ้มอีกฝ่ายได้ด้วยมือทั้งสองอย่างสบายๆ

 

“....เดี๋ยวก็ขึ้นคานซะหรอก....”

เยห์หรี่ตาลงแล้วหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานในขณะที่เงยหน้าขึ้นสบตากับโลตัสที่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้ายุ่งๆ...

เขาเชื่อว่าโลตัสไม่เคยคิดอะไรเรื่องนี้หรอก..

ไม่สิ

 

ไม่เคยคิดอะไรนอกจากเรื่องของพี่มันนั่นแหละ

 

“ไม่หาพวกตัวเมียแต่งงานซะล่ะ”

 

ดวงตาสีเหลืองทองกระพริบปริบๆด้วยท่าทีใสซื่อ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นโลตัสยิ้มออกมาเช่นกัน

“พูดอะไรไม่ดูอายุตัวเอง เดี๋ยวข้าก็เอาอายุจริงเจ้าแปะประจานหน้าบ้านเสียเลยนี่”

โลตัสยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริง ก่อนจะหัวเราะแล้วก้มหน้าลงมองคนที่เลี้ยงตัวเองมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“ถ้าเกิดข้าขึ้นคาน...หรืออะไรใกล้ๆกัน”

โลตัสเว้นระยะเสียงเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ดวงตาของตัวเองลงจนคมกริบเหมือนกับจะบอกว่าตัวเองไม่ได้ล้อเล่น

“ระวังลูกสาวเจ้าไว้แล้วกัน ข้าจะจีบให้ดู”
href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

 

“ฮะๆ”

 

....เจ้าจะจีบทำไม...

ในเมื่อคนที่เจ้าชอบที่สุดคือพี่ชายของเจ้าคนนั้น

 

คนที่ต่อให้ต้องฆ่าคนทั้งดินแดนนี้เจ้าก็ทำได้

 

เยห์หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานทันทีทันควันเหมือนกับตลกกับมุกที่อีกฝ่ายเล่นเช่นเดียวกับโลตัสที่ยิ้มให้...

แต่เสียดาย...

เพราะเขาไม่ได้เล่นมุก...

 

“.....อยากเป็นคนในครอบครัวของข้าจริงจังเลยงั้นเหรอโลตัส? แต่เบลเลย์อายุไม่ถึงปีเดี๋ยวเขาจะหาว่ากินเด็กเอาน่า?

“หึ”

โลตัสหัวเราะออกมาสั้นๆตอบรับกับคำหยอกล้อของอีกฝ่าย ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่เมื่อนึกถึงเด็กน้อยคนนั้น

“อายุของจิ้งจอกไม่นานก็ออกจากบ้าน...คิดอะไรมากเล่า....”

 

“แค่ปีสองปีเอง....”

 

โลตัสแลบลิ้นเลียแล้วเหยียดรอยยิ้มแสยะออกบนใบหน้าในมุมที่เยห์มองไม่เห็นแต่กระนั้นเยห์กลับถอนหายใจยาวออกมา

เขารู้สึกตะหงิดๆ...

โลตัสเป็นคนที่เลี้ยงไม่เชื่องเท่าไหร่...

 

เพราะงั้นเขาก็มองไม่ออกว่าอีกฝ่ายนั้นมีอะไรแอบแฝงเอาไว้หรือเปล่า

 

จริงๆเลย..

ช่างเป็นเด็กที่ตรงข้ามกับพี่ชายเสียนี่กะไร..

 

“อายุเด็กของพวกจิ้งจอกมันสั้น...ข้าพยายามเลี้ยงพวกเจ้าให้มีอายุช่วงนั้นยาวเหมือนกับพวกมนุษย์นะโลตัส...”

“ข้าก็อยากเลี้ยงเบลเลย์ให้เป็นแบบนั้นด้วย...”

“อื้อ จะมาบอกข้าทำไมล่ะ?

โลตัสว่าพลางเอียงคอเล็กน้อยแล้วจ้องมองอีกฝ่ายที่ระบายรอยยิ้มบางๆให้อย่างสนุกสนานเหมือนดั่งเคย

“....เจ้าจะได้เป็นพี่ชายแล้วน้า ไม่ดีใจหรือ?

“อายุข้าน่ะอย่าว่าแค่พี่ชายเลย เรียกหลานยังได้ด้วยซ้ำเยห์ อย่ามาพูดจาไร้สาระน่า”

“ฮะๆ!

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานแล้วสะบัดปลายหางฟูฟ่องของตัวเองไปมาราวกับสนุกที่ได้หยอกอีกฝ่ายเล่นแบบนี้

“เอางี้....แล้วกัน”

 

“ถ้าเกิดเจ้ายังไม่ได้แต่งงาน ลูกคนต่อไปข้าจะให้เจ้าเลี้ยงเอาไหม?

 

“หา?

โลตัสหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพ่นยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

“...ตามใจเจ้าเถอะ..ถ้าเกิดข้ายังไม่ได้แต่งงานน่ะนะ”

“อื้อ”

เยห์ว่าพลางยิ้มบางๆออกมา...

 

“จะเอาไปเลี้ยงกับพี่เจ้าก็ได้...ไม่ต้องอยู่ที่นี่ก็ได้...”

 

เจ้าไม่เคยวาดฝันอยากอยู่ที่นี่...

ข้ารู้ โลตัส...

 

แต่เจ้าก็ต้องฝืนความต้องการตัวเองแล้วกลับมา

 

ดวงตาสีเหลืองทองจ้องมองออีกฝ่ายก่อนที่เจ้าของเนตรคู่นั้นจะก้มหน้าลงแล้วระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้า

 

ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่โลตัส...

แต่ถ้าเกิดเจ้าอยากครองใจและความคิดของทุกคน

 

เจ้าลองเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้รักเจ้าให้ได้ก่อนดีกว่าไหม

 

“.....ข้าหวังว่าถ้าเกิดเวลานั้นมาถึงเจ้าจะเอ็นดูเขา...”

 

อย่างน้อยๆ...ข้าหวังว่าเจ้าจะไว้ใจเขาซักนิดหนึ่ง

ข้าอยากให้เจ้ายอมรับคนอื่น..

 

ถ้าเกิดเจ้าไม่เรียนรู้ข้อนี้เจ้าก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

 

เยห์พยายามว่าออกมาอย่างเอนโยนและค่อยๆสั่งสอนทางอ้อมๆเหมือนเคย เพราะเขารู้ว่าโลตัสไม่ใช่คนหัวทึบ เพราะงันคงเข้าใจไม่ยากเท่าไหร่นัก

แต่...

ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่นัก

“เหอะ”

โลตัสสบถออกมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก  ซึ่งเยห์ก็ทำได้แต่ปั้นรอยยิ้มเหนื่อยหน่ายให้อีกฝ่ายเท่านั้น

 

ข้าคงได้แต่หวัง..

เด็กน้อยของข้า...

 

เจ้าคงไม่มีแผนการเลวร้ายต่อเผ่าที่เจ้าเกลียดที่สุดในโลกใช่ไหม

 

โลตัสเดินไปแล้วปัดๆฝุ่นตามข้าวขงต่างๆด้วยสีหน้าเฉยชาเหมือนกับไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่ดูท่าเหมือนกับเจาตัวนั้นกำลังสะบัดปลายหางน้อยๆ

ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีหรือว่าร้ายล่ะ

เยห์ถอนหายใจออกมาสั้นๆก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปด้านหลังก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ

“หือ?

โลตัสครางออกมาด้วยน้ำเสยงแผ่วเบา แล้วเบนสายตากลับมามองผู้ปกครองที่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุด

แล้วจู่ๆมือของอีกฝ่ายก็แตะลงที่ข้างแก้ม...

 

“ยินดีต้อนรับกลับมา...”

 

มือเรียวค่อยๆไล้ไปตามแก้ม ก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงแล้วจูบลงบนหน้าผากเบาๆ

 

“จะอยู่นานเท่าที่ต้องการแล้วกัน...เด็กน้อยของข้า”

 

โลตัสเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยสีหน้าเหมือนกับตกใจ ก่อนจะกอดตอบกลับไปเหมือนกับที่ตัวเองเคยทำทุกครั้งตั้งแต่เด็ก

“ข้ายี่สิบแล้ว เลิกเรียกด้วยคำนั้นได้แล้วฟังแล้วระคายใบหู”

จิ้งจอกทองตนนั้นลู่ใบหูไปด้านหลังเล็กน้อย...

ก่อนจะยิ้มออกมา

 

“คราวนี้ซักสามสิบสี่สิบปีก็ยังได้....”

 

โลตัสหัวเราะหึออกมาอย่างสนุกสนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆเหมือนกับเพื่อเป็นการทักทาย

แล้วก็หัวเราะออกมา...

สำหรับเขา

 

เวลาไม่ใช่ปัญหา...

 

“อยู่มาตั้งยี่สิบปีแล้วเพิ่มอีกหน่อยปะไรไป”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ท่ามกลางความมืดมิด...

อากาศไม่เคลื่อนไหว ไร้ซึ่งสายลม

 

แต่เปลวเพลิงของเชิงเทียนกลับไหววูบอย่างน่าประหลาด

 

เงาสีดำสนิททอดลงไปบนกำแพงบิดเบี้ยวไปตามเปลวเพลิงที่สั่นคลอนราวกับกริ่งเกรงในอะไรบางอย่างที่กำลังมาเยือน...

ผ้าม่านสีราตรีกลืนกินแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา

พื้นกระเบื้องเย็นเชียบคายเอาความเย็นออกมาแล้วแย่งชิงความร้อนทั้งหมดหายไปจนทำให้เย็นสะท้านทันทีที่สัมผัสมัน...

เสียงรองเท้าที่กระทบลงบนพ้นเบาๆก้องกังวานกระทบกับกำแพงรอบด้านแล้วสะท้อนก้องกังวานทำให้ไม่อาจจะระบุถึงระยะทางที่ที่มันกำลังมา

เสียงหัวเราะแผ่วๆก้องกังวาน

ประสานกับเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

 

“นกที่ไปไหนไม่รอด....”

“จนต้องกระสือกกระสนกลับมายังบ้านเดิมของตนเอง”

 

รอยยิ้มแสยะเหยียดออกบนใบหน้าพร้อมๆกับเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกที่หลุดออกมาจากลำคออย่างไม่ขาดสาย

 

“เขาเรียกว่ากลับมาตายรังน่ะนะ โลตัส!

 

“หุบปากเน่าๆของเจ้าน่า”

โลตัสเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเห็นเงาสีดำๆที่อยู่เบื้องหน้าที่ค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“หิ้วว~ อารมณ์เสียด้วยแหละ~

ร่างนั้นหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้อีกฝ่ายอย่างช้าๆด้วยท่าทีที่ร่าเริงเหมือนกับเด็กๆดั่งเคย

“....หุบปากไปซะเจ้าแมวเฝ้าวิหาร”

ดวงตาสีเลือดของจิ้งจอกทองตนนั้นหรี่ลงจนคมกรบในขณะที่แมวตนนั้นยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานแล้วก้าวเท้าไปด้านหลัง

“....อยากโดนฆ่านักหรือไง...”

โลตัสแยกเขี้ยวขู่ออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายนั้นสนุกมากกว่าเดิม

“อรั้ย น่ากลัวที่สุดในโลกเลยแหะ~ ว่าไงละวีลฟ์ อยากลองโดนฆ่าดูไหม!

ร่างสีดำนั่นเบนสายตากลับไปมองคนด้านหลังอีกคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะต้องชะงักเหมือนกับถูกดึงอย่างรุนแรง

เคร้ง!!

“.....โดนไปคนเดียว ไม่ต้องแจก...”

ร่างสีดำของแมวตนนั้นเซไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะโดนยันเอาไว้ด้วยร่างของใครอีกคนหนึ่งที่ปรากฏตัวในความมืด

 

“ข้าไม่ต้องการที่นั่งเสริมเข้าทัวร์โดนใครฆ่า เบลเคท”

 

ชายหนุ่มร่างสูงอีกคนผู้ซึ่งมีผมสีน้ำเงินเข้มที่แสนสวยงามและมีใบหูของหมาป่าที่ใหญ่พอสมควรแต่ร่างกายกลับไม่ได้ดูล่ำแบบเดียวกับพวกหมาป่าเป็น...

อย่างน้อยๆ..

มันก็ตัวพอๆกับโลตัสเลยน่ะนะ

 

ก็ใหญ่กว่าแมวสีดำตรงหน้านั่นเล็กน้อยนั่นแหละ

 

ร่างนั้นมีโซ่สีเงินห้อยเอาไว้เป็นจุดๆจนเหมือนกับเครื่องประดับตกแต่ง และบางเส้นก็อยู่ที่มือหรือถูกซ่อนเอาไวใต้เครื่องแบบสีดำสนิท...

อย่างเช่นโซ่ที่ใช้ดึงคอของแมวสีดำตนนั้น...

แล้วลากกลับไปไม่ให้ลามปามมากเกินจำเป็น

 

ดวงตาสีแดงเลือดนั่นหรี่ลงจนคมกริบในขณะที่มองแมวปิศาจเบื้องหน้าตนเองที่แลบลิ้นใส่ด้วยสีหน้าสนุกสนาน

แล้วร่างสีดำก็ผลักอีกคนออกมายืนปกติ

“เลือดเย็นถึงปลายเส้นประสาทเท้าเหมือนเดิมจริงๆนะ...เย็นชาจริงๆให้ตายเหอะ!

ดวงตาสีแดงนั้นหรี่ลงเหมือนกับไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่เจ้าตัวจะแตะที่คอเบาๆเพราะตรงนั้นเหมือนกับจะกลายเป็นแผลเล็กๆ

“เหมือนกับเจ้านายของเจ้าเลยนะ วีลฟ์”

“อย่าลามปามนายข้า”

ร่างสีน้ำเงินนั่นก้าวเท้าออกมจากความมืดเบื้องหน้าก่อนจะหรี่ดวงตาของตัวเองลงเล็กน้อยแล้ววางมือลงบนหัวของอีกฝ่ายพร้อมๆกับกดแรงๆ

“ปล่อย นะ!!

ร่างสีดำคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทันทีทันควันแล้วพยายามจะยกมือขอวีลฟ์ที่สูงกว่าตัวเองอยู่นั่นออกแต่ดูเหมือนว่าจะสู้แรงไม่ได้

ในขณะที่โลตัสลู่ใบหูแล้วบิดไปด้านหลัง

 

“....ไปเถียงกันให้ไกลหูข้าได้ไหม”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันทีทันควันก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ทั้งสองคนนั้นเหมือนกับจะบอกให้เงียบๆหน่อย...

เพราะเขากำลังใช้ความคิด

คิดทำยังไง...

 

พวกจิ้งจอกทองนั้นจะยอมรับพี่ชายของเขา

 

“โธ่~

ร่างสีดำนั่นครางออกมาด้วยน้ำเสยงที่สุดแสนจะกวนประสาทแล้วเดินเข้ามาใกล้โลตัสที่ยืนพิงเสาในวิหารที่ตัวเองคุ้นชินเพราะโตมาตั้งแต่เด็กนั่น...

หน้าที่ของเขาไม่มีอะไรมากมาย

ก็แค่มาคุยกับแมวสีดำตนนี้ทุกๆวัน

 

มันไร้สาระและก็ไร้ประโยชนสิ้นดี แต่เพราะเป็นหน้าที่ เขาก็เลยต้องมา

 

“ไกลๆงั้นหรือ?

แมวสีดำตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ก่อนจะเหยียดรอยยิ้มออกมาอย่างสนุกสนาน

“ระยะสิบเมตรไม่พอเหรอ? เอาไม้วัดไหม ข้าว่าเกินสิบเมตรแน่ๆระหว่างปากข้ากับหูเจ้าน่ะนะ โลตัส~!

ปลายหางเรียวยาวสีดำสนิทสะบัดเล็กน้อยด้วยท่าทีร่าเริงทันทีทีอีกฝ่ายจ้องมองดวงตาสีเลือดตนเองด้วยสายตาขุ่นๆ

“คิก....”

เบลเคทหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานแล้วก้าวเท้าถอยออกมาเล็กน้อยแล้วอยู่ในระดับระมัดระวังก่อนจะโดนเล่นโดยที่ไม่รู้ตัว

 

“อารมณ์เสียกับเยห์หรือ”

 

เบลเคทก้มหน้าลงแล้วทัดเส้นผมสีดำยาวของตัวเองขึ้นไปก่นจะว่าออกมาอย่างสนุกสนาน แล้วเหลือบสายตามามองโลตัสที่หลับตาลงพร้อมกับพ่นลมหายใจยาว

“อ่า...”

 

พอพูดเรื่องอายุก็เลือดขึ้นหน้า...

พอจะถามเรื่องเก่าๆก็หน้าซีด...

 

ที่สำคัญ ทำไมพวกจิ้งจอกดาราถึงได้เกลียดเยห์ขนาดนั้นด้วย

 

“ฮ่ะ....ฮ่าๆๆๆๆ!!!

แมวสีดำตนนั้นทำสีหน้ายุ่งยาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมาราวกบกำลังสมเพชและเยาะเย้ยอีกฝ่ายจนเรียกเส้นเลือดให้ปูดขึ้นตรงขมับของโลตัสด้วยความหงุดหงิดแทบจะเรียกได้ว่าในทันที

“....เจ้า!!

“โอ๊ยไม่เอาน่าๆ~

แมวสีดำตนนั้นว่าออกมาอย่างสบายๆกับเสียงคำรามที่ล้นไปด้วยความไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่ายนั้นแล้วมันก็เหลือบสายตาขึ้นมามองร่างนั้น

แล้วหรี่ตาลง...

 

“....พ่อลี้ยงเจ้าแท้ๆเลยน้า โลตัส ไม่รู้อะไรเลยหรือ~

 

เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทคนนั้นว่าออกมาด้วยน้เสยงแผ่วเบา ก่อนจะถอนหายใจแลวส่ายหน้าอย่างช้าๆด้วยสีหน้าเสแสร้ง

ซึ่งมันก็ทำให้โลตัสลู่ใบหูลงแล้วบิดไปด้านหลัง

ไม่ผิดหรอก...

 

เพราะเยห์ไม่เคยบอกเขาเลย

 

เหมือนกับที่เขาไม่เคยบอกอะไรเยห์เลยซักครั้งหนึ่ง...

เพราะว่าเยห์ไม่เคยก้าวก่ายอดีตหรือว่าอะไรทำนองนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

เช่นนั้นมันก็สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว

 

“รู้ชื่อกับอายุ โอเคไหม”

โลตัสเอนหน้าหนีแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทนัทีทันควัน แต่นั่นกลับทำให้แมวปิศาจสีดำตนนั้นยิ้มกว้างออกมาอย่างซุกซนเท่านั้น

 

“ม่ายย โอ เค~

 

เบลเคทว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานพร้อมๆกบหันหน้าไปกลับตามจังหวะการพูดของตนเองที่ยืดยานจนเหมือนกับกวนประสาท

แล้วเจ้าตัวก็ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โลตัส...

ยื่นใบหน้าที่ดูไม่อกว่าชายหรือหญิงเข้ามาใกล้

 

พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเหยียดเชยใบหน้าของโลตัสขึ้น

 

“หน้าตา ชาติตระกูล พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ...”

 

ริมฝีปากของร่างนั้นค่อยขยับก่อนจะดังออกมาเป็นถ้อยคำที่ฟังแล้วระคายใบหูเป็นที่สุดทีล่ะคำทีล่ะคำอย่างช้าๆ

เจ้าตัวนั้นดึงใบหน้าของโลตัสลงมาใกล้..

แล้วบังคับให้จ้องสบกับเนตรสีแดงของตนเอง

 

ให้ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มแสยะที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามสะท้อนบนนัยน์ตาคู่นั้น

 

“ทำไมเยห์คนนั้นถึงได้เพิ่งมาแต่งงานตอนนี้ คนสำคัญที่เสียไปเพราะจิ้งจอกแดงเป็นใคร หรือทำไมเจ้านั่นถึงได้เก็บพวกนายมาเลี้ยงอย่างไม่คิดอะไร....”

แมวสีดำตนนั้นแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง ก่อนจะต้องผละออกมาเมื่ออีกฝ่ายนั้นใช้มือปัดแขนเล็กๆของตัวเองกระเด็นออกไป

แต่กระนั้น...

มันก็ยังหัวเราะอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม

 

“....ยี่สิ๊บบปี! เจ้าไม่รู้อะไรซักกะอย่าง!

 

ปลายนิ้วเรียวเหยียดชี้ใบหน้าของโลตัสพร้อมๆกับลั่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานและเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

ก่อนที่รอยยิ้มที่สนุกสนานจะจางหายไป...

เหลือเพียงประกายตาคมกริบที่แสนน่ากลัว

 

เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ...

 

“โลตัส...เลขอายุที่อยู่มาด้วยของเจ้า มันก็แค่อยู่กับตัว...”

 

ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงจนเรียวเล็ก ในขณะที่โลตัสจ้องมองเนตรคู่นั้นของอีกฝ่ายโดยไม่วางสายตาด้วยความโกรธเกรี้ยว

คำถ้อยคำที่ล้นไปด้วยคำดูถูก

 

“เจ้าไม่ได้เข้าไปทำความรู้จักในใจของอีกฝ่ายเลย”

 

โลตัสชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะก้มห้นาลงแล้วจ้องสบตากับอีกฝ่ายไม่วางสายตาเหมือนกับไม่อยากจะยอมแพ้

แต่แล้วแมวสีดำตนนั้นก็ต้องชะงักเมื่อหมาป่าที่ตัวโตกว่านั้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วล็อคคอเอาไว้พร้อมๆกับดึงไปด้านหลัง

“เบลเคท....”

ร่างนั้นก้มลงเล็กน้อยก่อนจะโน้มลงกระซิบที่ใบหูหมาป่านั่นอย่างแผ่วเบา พร้อมๆกับดวงตาสีเดยีวกันที่หรี่ลงจนมกริบ

 

“อย่าปากมากเหมือนกับเจ้านายเจ้า”

 

“เจ้าก็อย่าปามเจ้านายข้าสิ”

เบลเคทแยกเขี้ยวใส่ทันทีก่อนจะปัดมือของหมาป่าตนนั้นที่กล้าล็อคคอตัวเองหน้าตาเฉยออก พร้อมกับเหลือบสายตามามองเหมือนกับจะเป็นคำขู่

“ข้ารับคำสั่งมาให้ดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด ข้าก็จะดูแลให้ดีที่สุด”

เจ้าของเรือนผมสีดำตนนั้นก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าในขณะที่หมาป่าสีน้ำเงินส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา...

ทั้งๆที่รู้ว่าการพูดเรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งดี...

แต่อีกฝ่ายก็ยังจะพูด

 

แม้ว่าคนมากมายปรารถนาให้เรื่องราวเหล่านั้นฝังหายไปกับกาลเวลา

 

“.....”

 

แอ๊ปเปิ้ลแห่งสวนอีเดนยื่นให้อดัม...

แล้วเขาทั้งสองจะไม่อาจหวนกลับมาอีก...

 

ต่อให้คนๆนั้นผลักผลไม้ต้องห้ามทิ้ง เจ้าก็จะยัดเยียดมันให้เขาใช่ไหม

 

วูลเยซหลับตาลงแล้วเอนใบหน้าหนีกับแมวปิศาจที่เป็นคู่หูร่วมทำงานของตนเองที่หัวรั้นยิ่งกว่าอะไรดี

เขาคงทำได้เพียงมองอย่างเงียบๆ...

เบลเคทสะบัดปลายหางของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าออกมายืนเบื้องหน้าโลตัสแล้วเงยหน้าขึ้นมองจิ้งจอกทองตนนั้น

“....นี่...”

แมวปิศาจสีคำครางออกมาเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบา ก่อนจะเหยียดรอยยิ้มแสยะออกบนใบหน้าของตนเอง

เปลวเทียนไหววูบ...

จนทำให้ใบหน้าของเบลเคทเหมือนกับน่ากลัวขึ้นมาในเสี้ยววินาที

 

 

“เจ้าอยากรู้อดีตของเยห์ไหมล่ะ”

 

ดวงตาสีเดียวกับโลติตราหรี่ลงแล้วจ้องสบอีกฝ่ายอย่าท้าทาย

ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก...

 

“เด็กอ่อนแอที่น่าจะตายตั้งแต่เกิดคนนั้นน่ะ”

 

โลตัสจ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาคมกริบที่เจือไปด้วยประกายของความสนอกสนใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้า

 

“เอาสิ”

 

ดวงตาสีแดงฉานของจิ้งจอกทองตนนั้นหรี่ลงจนเรียวเล็กพร้อมๆกับเขี้ยวที่ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเจ้าตัวคลายรอยยิ้มแสยะออกบนใบหน้า

 

“แต่ต้องเล่าออกมาจากปากของเยห์เท่านั้นน่ะนะ”

 

โลตัสแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองก่อนจะใช้นิ้วชี้ดันใบหน้าของแมวปิศาจสีดำเองหน้าของตนเองขึ้นด้วยประกายตาที่แสนเหยียดหยาม

“....ถ้าเยห์ไม่คิดบอก...ข้าก็ไม่คิดลามปาม”

 

เขาคือครอบครัวของข้า...

 

จิ้งจอกทองหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างขบขันพลางจ้องมองแมวปิศาจเบื้องหน้านั่นที่ดูเหมือนจะยิ้มออกมาเย็นๆ

ราวกับจะบอกว่าคาดเอาไว้แล้วไม่มีผิด

 

“เขาให้เกียรติ์ไม่ถามเรื่องข้ากับใคร ข้าก็จะไม่ถามเรื่องเขากับใคร”

 

นี่คือการให้เกียรติ์ของข้า...

เข้าให้เกียรติ์ข้า

 

ข้าก็จะไม่ทำลายสิ่งที่เขามอบมาให้

 

“ตัดสินใจแน่แล้วเหรอโลตัส...”

เบลเคทเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้าแล้วสะบัดปลายหางของตนเองอย่างอารมณ์ดี แล้วหรี่ตาลงเจ้าของมือที่เชยใบหน้าตัวเองอยู่นั่น

 

“บางทีนิรันดร์กาล เจ้าอาจจะไม่มีวันได้ยินเรื่องนี้เลยก็ได้นะ”

 

“มันใช่ความจำเป็นไหมล่ะ”

โลตัสเถียงกลับทันทีทันควัน ก่อนจะดึงใบหน้านั้นขึ้นมาในขณะที่ตัวเองโน้มใบหน้าลงไปมองอีกฝ่ายนั้น

 

“อดีตมันก็ผ่านมาแล้ว”

 

“ถึงจะไม่รู้เส้นทางที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าจะก้าวไปต่อไม่ได้นี่”

 

ตราบเท่าที่ทางเบื้องหน้ายังมองเห็นอยู่...

มันก็ยังก้าวต่อไปได้....

 

ต่อให้เปลวเพลิงนำทางเบื้องหลังมอดสนิทไปหมดจนไม่เหลือสิ่งใด

 

“ข้าจะอยู่กับปัจจุบัน”

โลตัสชี้นิ้วลงบนพื้นอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเด้วยน้ำเสียงที่ล้นไปด้วยความสะใจและสนุกจนบรรยายไม่ถูก

“....ข้ารู้แค่ตัวเองรู้จักชื่อและนิสัย เสียงและความอ่อนโยนของคนๆนั้น รู้แค่ว่าคนๆนั้นเลี้ยงข้ามาตลอด ใจดีกับข้าและสอนอะไรให้ข้ามากมายขนาดไหน....”

 

เขาเป็นครอบครัวของข้า..

ไม่ต้องมองลึกลงไปมากกว่านั้น

 

ไม่ต้องย้อนหรือก้าวก่ายจนทำให้สัมพันธ์ครอบครัวของเราพังทลายไป

 

“แค่นั้นก็พอแล้ว”

ริมฝีปากนั้นขยับออกมาเป็นคำพูดด้วยน้ำเสียงที่แสแผ่วเบาเพราะความเสียดายเพราะเจ้าตัวก็อยากได้ยิน..

อยากรู้จัก...

แต่ถ้าเกิดฝั่งนั้นไม่อยากเล่าให้ฟัง

 

เขาก็จะไม่ถามมันจากใครทั้งนั้น

 

“อดีตที่เจ้านั่นอยากฝัง ข้าไม่ขุดออกมาให้เยห์เจ็บปวดเล่นๆหรอก”

  /> /> />

“....จริงหรือ....พลาดโอกาสครั้งนี้อาจจะต้องเสียใจไปตลอดก็ได้น้า....”

 

“หุบปากไปซะ”

 

โลตัสกระแทกเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิดทันทีทันควันแล้วบิดใบหูเรียวของตัวเองไปด้านหลังด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

ดวงตาสีแดงฉายประกายเกรี้ยวกราดตวัดมาสบกับแมวปิศาจสีดำสนิทตนนั้นก่อนจะแยกเขี้ยวใส่เหมือนกับกำลังขู่

“ข้าเพิ่งมีเรื่องกับแมวปิศาจมา เดี๋ยวก็ฆ่าเจ้าซะหรอก”

โลตัสคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ แต่กระนั้นแมวตนนั้นกลับทำเพียงดันมือของโลตัสออกแล้วหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน

 

“เสียใจด้วย ข้าเป็นแมวเทพ...ไม่ใช่แมวปิศาจ”

 

แมวสีดำสนิทตนนั้นสะบัดปลายหางของตัวเองขึ้นแล้วว่าออกมาอย่างร่าเริง ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันแสนรื่นเริง...

“ไม่เป็นไร....เด็กน้อยที่แสนใสซื่อเอ๋ย”

 

ข้าไม่ใช่อีฟ...

ที่พออดัมไม่ยอมรับผลแอ๊ปเปิ้ลนั้นแล้วจะยัดเยียดให้

 

“หากเจ้าไม่ประสงค์ในผลไม้ต้องห้ามนี้...ข้าก็จะเอามันกลับไปยังต้นของมัน”

 

แมวสีดำสนิทตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสูงต่ำที่เจือไปด้วยรากายความล้อเลียน พลางเอามือปิดปากแล้วหัวเราะออกมาอย่างแฝงไปด้วยเลศนัย

“และภาวนาให้เจ้าของสวนแห่งนั้นมอบมันให้เจ้าในเร็ววัน”

“ขอบคุณ”

โลตัสตอบกลับไปอย่างประชดประชันทันทีทันควัน ก่อนจะสะบัดหางลงแรงๆเพื่อสะท้อนให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนเองกำลังหงุดหงิดอยู่

“น่า....หงุดหงิดอะไรไปไย...”

เบลเคทหรี่วงตาของตัวเองลงเล็กน้อยแล้วเอามือไปจับกันไขว่เอาไว้ด้านหลังด้วยท่าทีที่แลดูใสซื่อเหมือนกับเด็กๆ

“.....อยากเตือนเจ้าแท้ๆ....แต่กลับไม่ฟังกันเลย...”

 

น้ำเสียงที่แสนแผ่วเบานั่นค่อยๆช้าลงจนกระทั่งเงียบหาย...

ก่อนเจ้าตัวจะส่ายหัวแสร้งทำเป็นเสียดาย...

 

แล้วก็เหลือบสายตาขึ้นมามองอีกฝ่ายพร้อมกับเหยียดรอยยิ้ม

 

“....ข้ารู้ว่าเจ้ามีแผนชั่วอะไรอยู่....โลตัส”

 

รอยยิ้มแสยะค่อยๆเผยออกบนใบหน้านั่นอย่างช้าๆเช่นเดียวกับเนตรสีเลือดที่กำลังจ้องสบมาด้วยประกายของความท้าทายที่ตรงไปตรงมา

เหมือนกับพยายามมองลึกลงไป..

ก้นบึ้งของน้ำขุ่นๆ

 

น้ำขุ่นๆที่พยายามซ้อนก้นบึ้งสุดท้ายเอาไว้

แต่กระนั้นคนเบื้องหน้านั่นกลับสามารถมองเห็นก้นบึ้งมันได้อย่างง่ายดายเหมือนกับมองลงไปในน้ำใสที่ไร้มลทิน

 

“เจ้านับเยห์เป็นคนในครอบครัวของเจ้า.....จริง”

 

โลตัสหรี่ตาลงแล้วเบนมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดมากกว่าเดิมที่ตนนั้นเริ่มถูกขุดคุ้ย...

เหมือนกับถูกอ่านใจ..

เหมือนกับถูกเอาความลับออกมาแฉ

“เจ้าคิดถึงความเจ็บปวดและความสุขของคนๆนั้น...จริง...แม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกแบบออกหน้าออกตาเหมือนกับพี่เจ้า”

 

ข้าเชื่อว่าเจ้ารักเยห์ในฐานะคนในครอบครัวไม่แพ้กัน...

ข้ารู้ว่ามันเป็นแบบนั้น

 

รอยยิ้มแสยะเผยออกบนใบหน้านั้น...

ก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะแสนแผ่วเบา

 

“แต่นะ”

“เจ้าไม่ได้รวมลูกสาวของเยห์ด้วยใช่ไหมล่ะ”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มชะงักลมหายใจของตัวเองเล็กน้อยด้วยสีหน้าเหมือนกับตกใจและแปลกใจที่อีกฝ่ายอ่านใจตนเองได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วทำได้เพียงเงียบเสียงที่ตนเองอยากจะคำรามใส่อีกฝ่าย...

ถ้าเกิดตวาดขึ้นมาเมื่อไหร่...

ถ้าเกิดตวาด

 

ก็เท่ากับเขายอมรับคำพูดที่ออกจากปากอีกฝ่ายนั้น

 

แมวสีดำตนนั้นก้าวเท้าขึ้นมาใกล้อีกเล็กน้อยก่อนจะจรดปลายนิ้วแตะลงบนหน้าอกของอีกฝ่ายเบาๆแล้วหัวเราะ

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ โลตัส”

 

“ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ให้ความสำคัญกับพี่ชายเจ้าเหนือว่าเยห์อยู่ดี....”

 

ถ้าให้เจ้าเลือกเอาใครซักคนเอาไว้...

เจ้าคงเลือกคอรัลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ดวงตาสีเลือดนั่นจ้องมองโลตัส ก่อนจะเอียงคอแล้วเสแสร้งทำเป็นยิ้มและหัวเราะออกมาให้อย่างไร้เดียงสา

“ระวัง...ประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย...”

เนตรนั่นปรือขึ้น...

ก่อนจะหรี่ตาลงนัยน์ตาเหลือเพียงเส้นเดียว

 

“กับหนึ่งในครอบครัวของเจ้า...”

 

“แล้วจะยังไง”

โลตัสแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบทันทีทันควัน ก่อนที่เจ้าตัวจะพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆเหมือนกับหัวเราะ

“ถ้าเกิดมันซ้ำแล้วเดินทางมาจนถึงวันนี้ได้”

 

“แสดงว่าคนๆนั้นได้แก้ไขเอาไว้ในระดับหนึ่ง และเผชิญหน้ากับมันจนถึงวันนี้ได้”

 

ดวงตาสีเลือดของโลตัสจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังมองมาทางตัวเองด้วยเนตรคมกริบที่ไม่มีประกายของความหวาดหวั่นหรือหวั่นไหว...

 

“ถ้าเกิดคนๆนั้นทำได้ ข้าก็ต้องทำได้”

 

“เหอะ...”

จิ้งจอกทองหนุ่มทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเหยียดหยามก่อนจะสะบัดปลายหาของตัวเองด้วยท่าทีเหมือกับไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก...

ในขณะที่เบลเคทก็ได้แต่มอง

มองแล้วก็ยิ้มให้...

 

เพราะคำเตือนที่ไม่ช่ำคำเตือนจากคนในครอบครัว เจ้าตัวคงไม่มีวันฟัง

 

“ข้าไปล่ะ...ตอนเย็นมาถึงแล้ว”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น

แต่ความรู้สึกมันบอกเขา...

ยามเย็นได้มาถึงแล้ว

 

ถึงเวลาทีเขาจะกลับบ้านแล้วด้วย

 

“ตามสบายโลตัส....”

เบลเคทไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะสั่นหัวเล็กน้อยด้วยสีหน้าเฉยชาเหมือนกับเซ็งนิดๆที่อะไรๆ

แมวสีดำตนนั้นหันหลังกลับด้วยสีหน้าเฉยๆเจื่อเบื่อหน่ายเล็กน้อย

“แต่นะ...”

“เจ้าเคยคิดไหม”

 

ปลายหางสีดำเรียวสะบัดไหววูบหนึ่ง เช่นเดียวกับเปลวเทียนที่โอนเอนจนเหมือนกับจะดับลงอยู่รอมร่อ...

เจ้าตัวเดินเข้าไปหาหมาป่าสีน้ำเงิน

ก่อนจะเบนสายตากลับมามองโลตัส

“บางที...”

 

แมวตนนั้นหัวเราะ...

อย่างสนุกสนานและแสนจะเสียดาย...

 

“เยห์อาจจะไม่ได้รักมิลล์ก็ได้นะ”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ดวงจันทร์กลมโตเร้นหายไปในเงามืด

เบื้องหลังม่านหมอกของก้อนเมฆที่ไหวตัวเคลื่อนไปตามสายลม

 

ราตรีกาลปกคลุมทุกสิ่งจนไม่อาจจะแยกสิ่งใดออกจากสีดำได้

 

มือที่สวมอยู่ใต้ถุงมือเอื้อมขึ้นก่อนจะดึงม่านยาวลงมาแล้วปิดบานหน้าต่างที่ทำจากกระจกอย่างแผ่วเบา แล้วรูดม่านปิด...

แสงสว่างถูกกำจัดไปจากห้องจนหมดสิ้น...

เขาไม่ได้ไม่อยากให้แสงสว่างลอดเข้ามา...

 

เขาไม่อยากมองออกไปเบื้องนอกมากกว่า

 

“....”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แสนแผ่วเบาลั่นขึ้นอย่างแผ่วจากตรงด้านหลังของชายคนนั้นด้วยท่วงทำนองที่ราบเรียบเหมือนกับเป็นคำรายงานอะไรบางอย่างซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าตัวนั้นชะงักการเคลื่อนไหวไปได้เล็กน้อย...

แต่ถึงอย่างนั้น...

เจ้าตัวก็กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว...

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับลูกน้องของตนเองแล้วจ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่แดงสดที่แสนราบเรียบ ประกายสว่างของแสงที่มีเพียงน้อยนิดส่องสะท้อนกับตราสีเหลืองบนหน้าอก

ตราเลขสิบสองแบบโรมัน

“......”

ร่างสีดำกับสีน้ำเงินก้มหน้าลงมากกว่าเดิมแล้วรายงานบางอย่างออกไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซึ่งนั่นก็ทำให้อีกฝ่าย

ถอนหายใจออกมา

ปีกเล็กๆที่กลางหลังลู่ลงตามอารมณ์ของเจ้าตัว..

 

ดูแล้วเหมือนกับเขาคนนี้กำลังสลและเศร้ากับอะไรบางอย่าง

 

มือขางหนึ่งแอบดึงผ้าม่านออกเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะสอดส่องสายตามองออกไปด้านนอกราวกับมองสำรวจ

ก่อนจะหรี่ตาลง...

แล้วชักม่านกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

ไม่มีภาพใดที่เขาอยากมองเลย

 

เสียงรายงานยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่เจ้าตัวนั้นก็ทำได้เพียงครางรับไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงแผ่วบาเหมือนเคยเท่านั้น...

มันก้แค่การเล่าเรื่องราวต่างๆ...

สำหรับเขาที่ไม่สามารถออกไปจากที่ไหนได้...

 

นอกเสียจากจะได้รับอนุญาตจากคนๆหนึ่ง

 

“ท่านจักรพรรดิ....”

“.....อือ”

อีกฝ่ายครางตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะเหลือบสายตามามองแมวสีดำที่ยันกายลุกขึ้นยืนแล้วมองมาทางตนเอง

“โลตัส....”

 

“ปฏิเสธที่จะรับฟังเรื่องราวของเยห์และคำเตือนน่ะ...”

 

เบลเคทว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะหัวเราะแห้งๆออกมาซึ่งเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนอกจากหลับตาลง

“หรือ....”

คนๆนั้นครางตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“น่าเสียดายจริงๆเลยนะ....”

“อื้อ”

“เจ้านั่นมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเยห์เลย”

เบลเคทว่อกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนเดิมซึ่งอีกฝ่ายนั้นก็ทำเพียงพยักหน้าลงน้อยๆเพื่อแสดงการตอบรับเท่านั้น

“ใช่เจ้านั่นไม่รู้หรอก”

 

“ว่าเยห์พยายามทำเพื่อเจ้าตัวขนาดไหน”

 

เขาแต่งเพราะอยากได้คนดูแล...

เพื่อให้เจ้าไม่ต้องลำบากดูแลไง...โลตัส

 

เจ้าจะได้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์นั้นก็ได้...

 

“อืม...”

 

จักรพรรดิสีดำคนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับพยายามครุ่นคิดอะไรบางอย่างสุดความสามารถ แล้วเหม่อสายตามองไปยังผ้าม่าน...

มองอยู่แค่นั้น

เพราะเขาไม่อยากจะมองออกไปยังภาพด้านหลังนั่น

 

เพราะว่าเขาไม่อยากเห็นทั้งดินแดนและทั้งอนาคตกับความวุ่นวายของทุกสิ่งทุกอย่างด้านหลังม่านนั่น...

บางที...

เขาคงอยากจะหนีไปจากทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้

 

ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงด้วยประกายของความเป็นห่วงและแสนจะเคร่งเครียด ในขณะที่หวนนึกไปถึงคนที่อีกฝ่ายรางานให้ตนเองฟัง...

เด็กของเขา...

เขาต้องรับผิดชอบดูแลให้ถึงที่สุด...

 

ที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

 

“ฝากดูแลด้วยล่ะเบลเคท...”

 

ชายคนนั้นค่อยๆว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบามาจนเหมือนกับเสียงกระซิบก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง

 

“เด็กคนนั้น....อันตรายกว่าคอรัลมากนัก....”

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขยับเท้าของตนเองแล้วเดินเข้ามาใกล้เบลเคท...

เสียงโซ่กังวานอย่างแผ่วเบา

ตรงตามจังหวะการก้าวเท้าเหมือนกับโลหะนั้นกำลังล่ามคนๆนั้นเอาไว้

“เขาจะถูกเลือดของเรากัดกินความคิดได้ง่ายกว่าคอรัล...”

 

เจ้านั่นไม่ปฏิเสธเลือดของตนเอง...

ซ้ำยังภาคภูมิเอามากเสียด้วย

 

“เพราะเจ้านั่นมันมีสัญชาตญาณดิบที่ไม่มีความกลัวในเลือดขวางแบบคอรัล”

 

จักรพรรดิคนนั้นค่อยลั่นวาจาอกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม ซึ่งเบลเคทก็หลับตาลงเหมือนกับจะบอกเป็นเชิงรับรู้

“รับทราบแล้ว.....”

แมวสีดำตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วหลับตาลงเล็กน้อยก่อนจะทรุดกายลงคุกเข้าด้วยความนอบน้อมซึ่งจักรพรรดิคนนั้นก็ทำเพียงมองด้วยสายตาราบเรียบ

“อือ”

เจ้าตัวครางตอบก่อนจะก้มหน้าลงแล้วปรายตาไปมองข้าวของบนโต๊ะที่ไม่ได้มีอะไรมากมายเท่าไหร่นัก...

เขาเบื่อห้องนี้...

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่ที่นี่...

 

ทำงานที่ไม่รู้จักจบสิ้น

 

“.....ข....ข้าขอตัวล่ะ”

 

เบลเคทว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะดึงแขนเสื้อของวีลฟ์แล้วสลายร่างกายของตัวเองหายไปในชั่วพริบตาแบบเดียวกัน

จักรพรรดิสีดำคนนั้นปรายตามองงสะเก็ดของเวทมนตร์ที่หลงเหลืออยู่อย่างเบาบางก่อนจะถอดถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าที่แสนเฉยชา

ดวงตาสีแดงเหลือบมองบากระจกที่วางตั้งอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนที่เนตรคู่นั้นจะวาวโรจน์ขึ้นมาในเสี้ยววินาทีที่เห็นใบหน้าตนเอง

เพล้ง!!

แล้วไม่ต้องว่าอะไรต่อ...

บานกระจกนั่นก็ถูกกระแทกขยี้จนแหลกไม่มีชิ้นดีในคราวเดียว

เจ้าตัวกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นพร้อมๆกับกำมือจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ จนเลือดแทบจะไหลซึมออกมา...

เข่าที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยงอพับลง...

ช้าๆ...

 

แล้วทิ้งให้ร่างนั้นทรุดลงบนพื้น..

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นจับที่ขอบโต๊ะเอาไว้แน่นเหมือนกับพยายามหาที่ไขว่คว้าเอาไว้แล้วซบใบหน้าลงกับแผ่นไม้หนาๆที่นำมาทำเป็นโต๊ะตัวนี้

 

“เพราะข้า.....แท้ๆ....”

 

ถ้าเกิดข้าไม่ตัดสินใจพลาด....

พวกเจ้าสองคนคงไม่ต้องมาเจออะไรพวกนี้ใช่ไหม....

 

คงไม่ต้องมาเจ็บทั้งตัวแล้วก็ใจของพวกเจ้าด้วย...

 

“ข้า...ขอโทษ”

ริมฝีปากของร่างนั้นขยับขึ้นมาเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบาก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะทุบพื้นพรมลงไปแรงๆเหมือนกับเพื่อระบายความรู้สึกตัวเอง

ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นปรือปิดสนิท..

ไม่มีน้ำตาไหลออกมา..

 

เพราะเพียงความอ่อนแอขนาดนี้เขาก็ไม่ควรแสดงออกมาแล้ว...

 

“....เห็นพวกเบลเคทวิ่งออกไป....นึกแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้น....”

 

จักรพรรดิสีดำสะดุ้งน้อยๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเงาสีขาวที่ยืนค้ำหัวของตัวเองโดยที่ไม่ได้สะกดคำว่าเกรงใจเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

“นั่นมันสภาพอะไรกัน...ไม่เข้าใจว่าคนที่เป็นถึงจักรพรรดิมีการมาแสดงท่าทางทุเรศแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่....”

เหยี่ยวสีขาวครางออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่เพราะน้ำเสียงที่ราบเรียบนั่นเลยทำให้ดูไม่ออกว่าเจ้าตัวนั้นว่าออกมาอย่างเหยียดหยามหรือว่าอะไรกันแน่

ร่างสีขาวก้มตัวลงแล้วยื่นมือเข้าไปใกล้ทำเหมือนกับจะแตะที่ใบหน้านั้นเบาๆ แต่พอสัมผัสที่เย็นเชียบแตะลงบนแก้มปั๊บ

มือนั้นก็ถูกปัดออกไปทันที

แต่ทั้งๆอย่างนั้น

ใบหน้าของเหยี่ยวสีขาวไม่มีการเปลี่ยนแปลง...

 

เหมือนกับไม่ได้แปลกใจอะไรแลไม่ได้รู้สึกอะไรเลยด้วย

 

“.....”

เจ้าตัวเงียบเสียงด้วยท่าทีเฉยชาแล้วดึงมือของตัวเองกลับไปกุมเอาไว้เหมือนเดิม เพราะว่ามือของเจ้าตัวนั้นเย็นเชียบ

ไม่แปลกหรอก...

 

ที่คนๆนั้นจะตกใจจนปัดมือเขาออกมา

 

“เจ้ามันไม่มีหัวใจไม่ใช่หรือ....”

 

จักรพรรดิคนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความเจ็บแค้น

อิจฉา...

แต่กระนั้นเหยี่ยวก็ไม่เคยแสดงสีหน้าอะไรออกมา

“เมื่อนานมาแล้ว ท่านก็เคยไม่มีมัน”

“เมื่อก่อนท่านก็มองสายตาผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้ง่ายๆ ข้าจำได้...”

เหยี่ยวสีขาวค่อยๆทรุดกายของตัวเองลงคุกเข่าตรงเบื้องหน้าร่างนั้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อยๆแตะปลายนิ้วลงบนโครงหน้าของอีกฝ่าย...

คราวนี้จักรพรรดิคนนั้นสะดุ้งน้อยๆ

แต่กลับไม่ได้ปัดมือออกไปเหมือนเคย

 

“ครั้งนี้...ท่านก็ทำแบบนั้นอีกครั้ง...สิครับ”

 

ร่างสีขาวก้มลงแล้วกระซิบถ้อยคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เจือไปด้วยความรู้สึกที่แสนอ่อนโยน

ความอ่อนโยนที่จักรพรรดิเบื้องหน้านั้นไม่เคยรู้สึก...

 

“....เรื่องแค่นี้เอง....นะครับ”

 

มันเป็นเรื่องเล็กๆ...

เรื่องที่ท่านสามารถแก้ใขได้อย่างสบายๆ....

 

“ทางแก้ไขมีมากมาย ท่านเป็นถึงหัวหน้าตระกูล มันต้องเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับท่าน”

 

เหยี่ยวสีขาวค่อยๆไล้ปลายนิ้วไปตามโครงหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามาแล้วกอดเอาไว้แน่น

ดวงตาสีแดงของจักรพรรดิคนนั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆปรือปิดลงอย่างช้าๆเมื่ออีกฝ่ายใช้แขนทั้งสองข้างโอบรัดร่างของตนเองแน่นขึ้น จนร่างสีดำนั้นสัมผัสและรู้สึกถึงคนที่กอดเอาไว้ได้มากขึ้น

ร่างกายที่เย็นเชียบจนขนลุก...

แต่กระนั้น...

 

มันกลับทำให้ในใจอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด

 

เหยี่ยวหรือดวงตาสีฟ้าเงินของตัวเองปิดลงอย่างช้าๆแล้วซบใบหน้าของตัวเองลงกับไหล่อีกฝ่ายเช่นเดียวกับใช้มือลูบเส้นผมสีน้ำตาลของร่างเบื้องหน้า...

 

เพราะข้า...

อีกฝ่ายถึงไปไหนไม่ได้...

 

เพราะข้าคือตรวนที่ตรึงคนๆนั้นเอาไว้ที่นี่ในตำแหน่งนี้...ชั่วนิรันดร์กาล

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นเหมือนกับเจ็บใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นเมื่อมือของอีกฝ่ายค่อยๆเอื้อมขึ้นมาแล้วกอดรับ...

ร่างกายที่เย็นเชียบจนเหมือนกับน้ำแข็ง...

เพราะเขาคือตรวนที่เย็นเชียบ

คือตรวนที่แข็งแกร่งและไร้ความรู้สึก...

แต่ก็เป็นตรวนที่อยู่เคียงข้างตลอด

เพื่อล่ามร่างนี้เอาไว้ตลอดเวลา

 

และตลอดนิรันดร์กาล

 

 “....งานของท่านข้าจะช่วยจัดการให้ทั้งหมดเอง”

 

ข้าต้องขอโทษ...

เพราะข้าทำได้เต็มที่ก็แค่นี้...

 

จักรพรรดิของข้า...

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวคนนั้นพยายามพูดออกมาช้าๆด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความรู้สึกเจ็บใจ...

เหยี่ยวสีขาวใช้มือเสยเส้นผมของร่างสีน้ำตาลขึ้น...

ก่อนจะพยายามยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม

 

หวังเพียงว่าอีกฝ่ายจะรู้...

ว่าเขาไม่ใช่ตรวนที่ไร้หัวใจและมีเพียงโลหะหนา...

 

แต่เป็นคนที่มีชีวิตคนหนึ่ง..

 

“จะพรุ่งนี้ สองวัน สามวัน...หนึ่งอาทิตย์หรือยาวนานเป็นเดือนเป็นปี....”

 

ข้าช่วยท่านได้ตลอด...

แต่ให้ท่านไม่ได้ปรารถนาหรือวอนขอก็ตามที...

 

ปลายนิ้วที่ราวกับน้ำแข็งทัดเส้นผมสีน้ำตาลของอีกฝ่ายไปทัดหลังหูอย่างเบามือที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะทำได้..

ก่อนจะค่อยๆไล้ไปใต้ดวงตา...

ไม่มีน้ำตา...

 

มีแต่ดวงตาที่ช้ำด้วยสีแดงจากความอดทน...

 

“ข้าจะช่วยท่านเท่าที่ข้าช่วยท่านได้...”

 

จักรพรรดิของข้า...

เมื่อนานมาแล้วท่านดูแลพวกเรามามากพอแล้ว..

 

เหยี่ยวสีขาวยิ้มบางๆออกมาก่อนจะใช้มือดันศีรษะของอีกฝ่ายขึ้น ก่อนจะโน้มใบหน้าตนเองลงแล้วแนบริมฝีปากของตัวเองลงไปอย่างแผ่วเบา

ใบหน้าของจักรพรรดิคนนั้นนิ่วลงเล็กน้อยกับสัมผัสของความเย็นเชียบและร้อนผ่าวที่ราวกับใช้ริมฝีปากแตะน้ำแข็งในฤดูหนาว

เหมือนกับน้ำแข็งซึ่งเย็นเชียบแต่พอแตะสัมผัสกลับทำให้เจ็บแปล๊บราวกับแตะถูกเปลวไฟที่ร้อนผ่าว...

แล้วเขาคนนั้นก็ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ

ค่อยๆปล่อยตัวจากความเครียดทีล่ะนิด...

เหยี่ยวสีขาวค่อยๆถอนริมฝีปากออก ก่อนจะดึงคนๆนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นกดให้ใบหน้าของจักรพรรดิคนนั้นก้มลง...

“อย่าเครียด.....”

คนๆนั้นโน้มลงแล้วกระซิบเบาๆ...

ก่อนจะฝังหน้าลงกับเส้นผมสีน้ำตาล

 

“ค่อยๆคิดไป...เพื่อเด็กน้อยที่ท่านรักมากเหล่านั้น”

 

ข้าจะอยู่ข้างท่านเอง...

ข้าจะเป็นตรวนที่พันธนาการท่านเอาไว้ที่นี่

 

เพื่อจะได้อยู่ข้างท่านชั่วนิรันดร์กาล

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

 


คนเขียนรักคู่นี้จริงๆนะ-//////- แต่้เวลาเขียนชอบเขียนคู่โลตัสวุลๆ

913 ความคิดเห็น

  1. #822 G::s ot fam (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 13:08
    */////////*



    เราว่าคู่หลังสุดนี่ก็ดีนะ



    ต่างกันสุดขั้วเรยยย...จักรพรรดิสีดำที่ล่ายด้วยโซ่ตรวนสีขาว



    *///* ชอบทุกคู่เรยง่า
    #822
    0
  2. #701 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 00:38
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!<br /><br />โฮกกกกก คู่นี้!@!!! หึหึหึหึ ให้ความรู้สึกแบบบบบบ!!!<br />ท่านมีเพียงข้า อะไรประมานนั้น เหอๆบ้าไปแย้ววว<br /><br />ส่วนนายโลๆ......อืม....ก็เข้าใจนะว่าให้เกียรติ์น่ะ แต่........<br /><br />เยห์.........น่ารัก....เยห์เค้ายอดสละ"โสด" อีกครั้ง เพื่อนายนะ โลๆ<br /><br />เค้าพยายามมากแค่ไหน คิดว่านายน่าจะรู้ดีที่สุดนะ
    #701
    0
  3. #697 +Faith+ (@SorrowKiller) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2552 / 10:16

    โอ้....= =

    น่ารักดีแฮะ คู่นี้-////-

    #697
    0
  4. #695 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 04:49
    ฮะๆๆ เอาอายุจริงแปะประจานหน้าบ้าน 5+ 

    ยังไง..โลๆก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้ที่ตัวเองรักสินะ เป็นน้องชายที่ดีจริงๆแฮะ =*=
    #695
    0
  5. #694 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 02:15
    หึ ร้ายนะโลๆ

    ไม่มีใครที่ล่วงรู้ความลับของนักเขียนอนาคตได้หรอก
    ทุกสรรพสิ่งจำต้องเดินไปตามเส้นทางมากมายที่เรียงร้อยเป็นทางเดินสู่อนาคตแห่งจุดจบ

    เฮ้ออ.....ณ อนาคตที่มองไม่เห็นปลายทาง เจ้าอาจจะไม่พบกับความสุขที่แท้จริง
    หรือความจริงที่เกินขอบของการยอมรับ
    #694
    0