"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 5 : Part 4 : He’s changed to be King….his King

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 มี.ค. 52

Part 4 : He’s changed to be King….his King

 

มีตำนานหนึ่งเล่าขาน

ว่ามีจิ้งจอกเนตรสีเลือดอาศัยอยู่ในความมืดมิดของเทเกอริก

 

จิ้งจอกสีทองตนนั้น เปี่ยมไปด้วยอำนาจเวทมนตร์ที่แสนทรงพลัง เพรียบพร้อมด้วยความน่ากลัวในทุกท่วงท่า

แต่ทั้งๆอย่างนั้น

 

รอบกายของเขากลับเต็มไปด้วยพวกสัตว์เล็กๆมากมาย...

 

ธรรมเนียมการเลือกหัวหน้าเผ่าของแต่ล่ะเผ่านั้นค่อนข้างจะแตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง และเผ่าจิ้งจอกทองกับเผ่าจิ้งจอกดารานั่นก็เช่นกัน

พวกเขามีวิธีการเลือกที่ค่อนข้างต่างกันมาก แม้ว่าจะเป็นเผ่าที่ใกล้ชิดกันมาโดยตลอด และให้ความช่วยเหลือกันมาเนื่องๆ 

นั่นคือ

เผ่าจิ้งจอกทองจะเลือกหัวหน้าเผ่าจากคนที่สามารถทำสัญญากับเผ่าจิ้งจอกดาราได้ เพราะถ้าเกิดได้เผ่าจิ้งจอกดารามาเป็นพวกแล้ว จิ้งจอกทองตนนั้นก็จะได้รับการขนานนามว่าเป็น อมตะอย่างแท้จริง...

เผ่าจิ้งจอกทองมีความสามารถวิเศษในการใช้วิญญาณตามใจชอบอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆได้ตามใจ และหมายความว่าแม้จะตายไป แต่กยังสามารถกลับมาใช้ร่างเดิมได้ตราบเท่าที่ร่างนั้นยังเหมือนเดิม

ซึ่งนั่นคือหน้าที่ของเผ่าจิ้งจอกดารา 

ที่ต้องคอยช่วยรักษาให้เสมอๆ เพื่อให้ร่างกายนั้นสามารถรองรับวิญญาณได้ โดยที่พวกจิ้งจอกดาราจะได้รับค่าตอบแทนคือการพึ่งพลังเวทมนตร์ในการมีชีวิตต่อไปจนชั่วนิรันดร์ ตราบเท่าที่จิ้งจอกทองตนนั้นยังมีชีวิตอยู่

ถ้าเกิดมีความสามารถในระดับอมตะอย่างนั้นแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่นัก (ในสายตาของเผ่าจิ้งจอกทอง) ที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า

แต่....

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทองมักจะตายเนื่องจากการที่เผ่าจิ้งจอกดาราถูกฆ่า หรืออาจจะตายเพราะฆ่าตัวตายมากกว่า 

ส่วนหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารา

การเลือกของพวกนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สะเปะสะปะเป็นที่สุด และหาหลักการอะไรแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ...

แต่อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่จับฉลากขึ้นมา

พวกเขาจะเลือกจากจิ้งจอกเงินที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีที่กำเนิดชัดเจน ว่าง่ายๆก็คือจิ้งจอกดาราที่จู่ๆก็ ปรากฏตัวขึ้น’ 

ไม่มีใครเป็นครอบครัว ไม่มีใครเป็นพ่อแม่อย่างแท้จริง

ปรากฏตัวขึ้น ณ ตรงนั้น

โดยที่ไม่มีใครรู้ที่มา

นั่นคือวิธีการเลือกหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารา ที่ฟังดูแล้วเผ่าอื่นก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่นักว่าจะรู้และเลือกได้อย่างไรถ้าเกิดเป็นอย่างนั้น

แต่เผ่าจิ้งจอกดาราก็บอกว่าพวกเขาสามารถเลือกได้...

เพราะพวกเขารู้อยู่ในสัญชาตญาณอยู่แล้ว

คนที่เป็นหัวหน้าเผ่านั้น

มักจะมีกลิ่นไอที่แตกต่างออกไป ซึ่งมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้

 

หากแต่ไม่ว่าวิธีการเลือกหัวหน้าเผ่านั้นจะเป็นยังไงนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หรือว่าโฟกัสสำคัญเลยแม้แต่น้อย 

เพราะธรรมเนียมของแต่ล่ะที่นั้นก็ย่อมแตกต่างกันไปตามความคิดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกหัวหน้าเผ่านั้น....

คือต้องไม่ลืม...

ว่าหัวหน้าเผ่าคือสิ่งสำคัญที่สุดของทุกๆเผ่า

 

เป็นผู้ที่จะชี้ว่าเผ่าจะเดินหน้าไปทางไหน...

และ..

 

 

เป็นคนคนหนึ่ง....ที่ทุกคนในเผ่ารักยิ่งกว่าสิ่งใด

 

**++**++**++**--**++**++**++**

ลึกเข้าไป....ในที่ที่ดำมืดของเทเกอริก

เต็มไปด้วยสัตว์เล็กๆที่ไร้เดียงสาวิ่งวุ่นวายเพื่อหลบหนีคนแปลกหน้า

 

ที่นั่นนั่นแหละ 

จะเป็นที่ที่ผู้ชายคนนั้นอาศัยอยู่

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินที่เหมือนกับแสงดาวอ่อนๆนั่นก้าวเท้าเดินไปท่ามกลางดความมืดมิดไปอย่างช้าๆโดยที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเหลืองทองเจือส้มที่ราวกับกำพันนั่นจ้องมองไปเบื้องหน้า

ใบหูตั้งตรงเพื่อรับฟังเสียงอื่นๆนอกจากเสียงของเท้าตัวเองที่เหยียบลงไปบนใบไม้แห้ง ตอนนี้เขากำลังสอดส่องสายตาหาสิง่มีชีวิตอื่น

ใช่

นอกจากต้นไม้ที่รายล้อมรอบด้านอยู่นี่

และหลังจากที่ก้าวเท้ามาได้ซักพักหนึ่ง ชายหนุ่มที่รู้ว่าน่าจะถึงระดับแล้วก็หยุดปลายเท้าของตัวเองลงนิ่งๆ

ยกมือของตัวเองยื่นออกมาเบื้องหน้า

ราวกับจะบอกว่าตัวเองนั้นไม่มีอาวุธใดๆทั้งสิ้น

กลิ่นไอของสัตว์เล็กๆมากมายยัคงรายล้อมพื้นที่แถวนี้เต็มไปหมด เพราะอย่างนั้นหมายความว่าคนที่เขากำลังตามหานั้นต้องอยู่แถวๆนี้อย่างแน่นอน

 

“.....ข้าจำได้ว่า......เจ้ากลัวคนแปลกหน้า...ไม่สิ”

“เจ้ากลัวพวกเผ่าจิ้งจอกใช่ไหม....คอรัล”

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วพยายามมองตรงไปเบื้องหน้าโดยที่ไม่กวาดสายตามองหาใครทั้งสิ้น

 

“ข้ารับรองว่า....”

 

“ข้าไม่เหมือนกับพวกที่เนรเทศเจ้าออกมายังที่ที่เหมือนกับนรกแห่งนี้อย่างแน่นอน”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“........เสียง.........ฝีเท้า?

ดวงตาสีแดงฉานปรือเปิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆด้วยท่าทีที่เจือไปด้วยความแปลกใจ

สีแดงฉานลบเลือนหายไปและกลืนกินด้วยสีเหลืองทองแบบเดียวกับเส้นผมนั่นอย่างรวดเร็วเมื่อนกน้อยที่ชอบบินมาหาเขาเสมอนั่นได้ถลาเข้ามาใกล้พร้อมๆกับร้องเพลงขับขานแทนคำทักทายดั่งเคย ราวกับมารอคอยเวลาที่เขาจะตื่นขึ้นจากนิทรา

ชายหนุ่มยิ้มทักทายมันเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะยันกายลุกขึ้นอย่างเบากริบ

ชายเสื้อสีขาวสว่างที่เหมือนกับแสงไฟในความมืดนี้พลิ้วไหวเล็กน้อย ก่อนที่มัจะลู่เนียนและกลมกลืนไปกับความมืดของรอบด้านนี่

“....ฮะๆๆ”

นรกแบบนี้....

ใครคนไหนมันหน้าเซ่อหลงเข้ามากัน

เสียงหัวเราะนั่นเหมือนกับจะเจือไปด้วยความตลกขบขันกับความสะเพร่าของคนที่เข้ามาปลุกเขาในยามที่กำลังจะได้หลับสบายๆ 

และถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าคนที่มาเยือนเขาในตอนนี้นั้นไม่ได้พกอันตรายมาเป็นของฝากให้กับเขา แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะทิ้งตัวลงนอนต่อเหมือนเดิมอีกต่อไปหรอก

อย่างไรเขาก็ไม่อยากให้ใครเจอตัวเขาจริงๆ...

ถ้าเกิดมันไม่ใช่กรณีฉุกเฉินน่ะนะ

 

“......อรัล”

 

รู้สึกราวกับนั่นเป็นเสียงเรียกขานนามของตัวเองที่ไม่ได้ยินมานาน ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เขาชะงักปลายเท้าของตัวเองลงทันที

ใบหน้าที่หันออกและจะก้าวหนีไปนั้น

ได้เบนกลับไปมองทิศที่ตัวเองได้ยินเสียงแว่วมา

 

“ข้ารับรองว่า....ข้าไม่เหมือนกับพวกที่เนรเทศเจ้าออกมายังที่ที่เหมือนกับนรกแห่งนี้อย่างแน่นอน”

 

ดวงตาสีเหลืองทองเบิกกว้างน้อยๆเหมือนกับกำลังตกใจในประโยคที่ตัวเองได้ยิน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากยิ้มน้อยๆเท่านั้น

คำพูด

จะพูดอย่างไรก็พูดได้ทั้งนั้น

ดวงตาสเหลืองทองหรี่ลงจนเรียวเล็ก และพยายามจ้องมองแขกที่มาเยือนคนนั้น เพราะที่นี่คือความมืดมิดที่ที่เขาเคยชินมาโดยตลอด 

เขาถึงมองเห็นมันได้อย่างชัดจน แม้ว่ามันจะมืดเพียงไร

แต่คราวนี้

ราวกับทุกอย่างนั้นมืดหายไป

 

เข้มกว่าเดิมจนบดบังทุกอย่าง

 

“เชื่อข้า และช่วยออกไปจากที่นี่กับข้าได้ไหม....”

 

และสิ่งที่เขาเห็นนั้น....

 

ก็ราวแสงสว่างของดาวเล็กๆท่ามกลางความมืดมิด....

 

คอรัลหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนที่จะส่ายหัวแล้วโทษว่าหัวของตัวเองคงเบลอไปเพราะว่าเพิ่งตื่นนอนอย่างแน่นอน 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองหมุนเท้าและเตรียมจะก้าวเท้าออกไปจากที่นี่  เพราะอย่างไรอย่างไร ถ้าเกิดทิ้งเอาไว้ซักพักก็คงจะออกไปเอง

ได้ยินข่าวลือว่าเขาอยู่ที่นี่มาจากไหน เขาไม่รู้ด้วยหรอก

แต่ไม่ว่าใคร

ก็ไม่สมควรยุ่งกับเขาทั้งนั้น

แต่แล้วกระต่ายตัวน้อยๆที่เดินตามเขามานั่นกลับกัดชายขากางเกงของเขาเอาไว้ แล้วร้องเหมือนกับจะบอกอะไรบางอย่าง

แต่คอรัลกลับส่ายหน้าก่อนที่จะยกร่างของกระต่ายขึ้นสูงแล้วขยับปากเพื่อบอกอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะหันหลังกลับไปอย่างเยียบเย็น

ดวงตาคู่นั้น 

ไม่แม้แต่จะชายมองร่างสีเงินที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย

“.....นี่ คอรัล......ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ อยู่ที่นี่ ใกล้ๆที่แห่งนี้อย่างแน่นอน แล้วมีแขกมาเยือนถึงที่แล้วไม่คิดจะออกมาต้อนรับหรืออย่างไรกัน”

แล้วใครกราบไหว้ให้ท่านมารบกวนเวลานอนข้าเล่า.......

คอรัลงึมงำในลำคอทันทีที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆกับแขกที่ตัวเองไม่ได้เชิญมาซักนิด

อย่างนี้น่าจะเรียกว่าผู้บุกรุกมากกว่า

“....นั่นสินะ เจ้าคงจะข้าไม่ได้แล้วล่ะ ทั้งๆที่ข้าอุตส่าห์พยายามตามหาเจ้าในป่าแห่งนี้มาเกือบสิบกว่าปีแท้ๆเลยนะ....”

คอรัลส่ายหน้าเล็กน้อยกับคำบ่นของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเดินหนีไปโดยที่คงรอยยิ้มบางๆเอาไว้บนใบหน้าเหมือนเดิมด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังตลกขบขัน

พูดออกมาเหมือนกับเด็กๆ

ดูแล้วคงเป็นพวกจิ้งจอกดารานั่นแหละ เพราะเส้นผมสีเงินขาวและทอประกายราวกับแสงสว่างเล็กๆท่ามกลางความมืดมิดอย่างนั้นก็คงมีเผ่าเดียวเท่านั้น

รู้สึกคุ้นตา

แต่ก็นึกไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

“....อ่า ให้ตายสิ ให้ตายสิ ที่นี่มันมืดจริงๆเลยแหะ....เปิดให้มันสว่างหน่อยคงจะเห็นร่างเจ้าง่ายขึ้นล่ะมั้งนะ”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วควานหาไม้ยาวๆแถวๆนั้น ก่อนที่จะพยายามเขี่ยๆต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านอยู่ด้านบนทำให้ใบไม้มากมายร่วงหล่นลงมาอย่างช้าๆและเกิดเป็นเสียงกรอบแกรบเรื่อยๆ

เรื่อยๆ จนทำให้คอรัลต้องหันมามองด้วยความแปลกใจเพราะนึกว่าอีกฝ่ายย่างเท้าตามหลังตัวเองมา

แล้วจิ้งจอกทองหนุ่มก็ต้องเบิกตากว้างทันที

“หยุดเลย หยุดเลยนะ!!!

เขาแทบจะแทบจะทิ้งกระต่ายในมือของตัวเองแล้ววิ่งมาหยุดมือของอีกฝ่ายเอาไว้ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

และนั่น

ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบไม้กลุ่มสุดท้ายร่วงหล่นลงมา....

แสงสว่างของดวงจันทร์สาดส่องลงมาลอดผ่านรูเล็กๆที่จิ้งจอกสีเงนตนนั้นเขี่ยให้เปิดออกด้วยไม้ยาวๆที่น่าจะหักมาจากต้นไม้แถวๆนั่น

ท่ามกลางความมืดมิด

แสงสว่างฉียงๆสาดเทลงมาอย่างสวยงาม....

ในขณะที่คอรัลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แล้วแย่งไม้มาจากมือของจิ้งจอกเงินเบื้องหน้านั่นแล้วเหวี่ยงไปที่อื่นทันทีทันควัน เขาก้าวเท้าสองสามก้าวห่างออกมาให้พ้นจากแสงสว่างของดวงจันทร์ที่สาดเทลงมาจากเบื้องบน

“เป็นรูจนได้!!! เพราะนายแท้ๆเลยนะ!!!!

คอรัลหันมาโวยวายลั่นทันทีทันควัน แล้วสะบัดมือของตัวเองเล็กน้อยทำให้ใบไม้ทั้งหมดนั่นขยับเคลื่อนไหวและลอยขึ้นมา

แต่ก่อนที่มันจะได้ปิดรูเบื้องบนที่ที่แสงสว่างสาดส่องลงมานั่น...
.

มือของจิ้งจอกสีเงินเบื้องหน้าคนนั้นก็จับมือข้างที่วาดออกไปเอาไว้ แล้วดึงร่างของคอรัลเข้ามากอดเอาไว้แน่น

 

“.....ในที่สุด.....ก็เจอ...”

 

ราวกับเป็นคำพึมพำที่เต็มไปด้ยความคะนึงหา 

ราวกับคนรู้จักที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานแสนนาน

ถ้อยคำ

ที่ลั่นออกมาราวกับขอบคุณพระเจ้าที่ประทานพรสุดท้ายมาให้

“....!!

คอรัลอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ดูเหมือนว่าจะเจือไปด้วยความแปลกใจและตกใจเป็นที่สุดกับแขกที่บุกรุกเข้ามาดื้อๆคนนี้

นี่เขารู้จักจิ้งจอกพรรคนี้ตอนไหน...

ไม่สิ

เขาเคยรู้จักกับใครด้วยงั้นเหรอ

“เดี๋ยวใจเย็นๆ เจ้าจำคนผิดหรือเปล่า....”

คอรัลหัวเราะแห้งๆออกมา พร้อมๆกับแตะบ่าของอีกฝ่ายแล้วตบเล็กน้อยเป็นนัยๆว่าให้ปล่อยตัวเองออกเสียที 

ซึ่งจิ้งจอกเงินเบื้องหน้าก็ปล่อยมือออก ก่อนที่จะกลายเป็นคนที่หน้าแดงเสียเองที่รู้ว่าตัวเองดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดโดยที่ไม่รู้ตัว

“ไม่ผิดหรอกน่า ไม่มีทางผิด!!!

“.......ข้าว่าผิดน่า....เพราะข้าไม่รู้จักเจ้า.....”

“ข้าบอกว่าไม่ผิดมันก็ไม่ผิดสิ!!!

จิ้งจอกเงินตนนั้นลู่ใบหูลงแล้วว่าออกมาเร็วๆด้วยน้ำเสียงดังลั่น ซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลชักสีหน้ายุ่งๆด้วยท่าทีลำบากใจ

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองก้าวเท้าถอยออกมาเล็กน้อยเว้นระยะห่างเอาไว้พอสมควร แล้วจ้องมองรูเบื้องบนที่ถูกปิดเอาไว้จนสนิท

บรรดานกน้อยบนถลาเข้ามาเกาะที่ไหล่ของจิ้งจอกตนนั้นเช่นเดียวกับกระต่ยสีขาวๆที่ค่อยๆวิ่งออกมาจากความมืดตามหลังคนที่มันคอยเล่นด้ยเสมอๆนั่น

คอรัลยิ้มเล็กน้อยแล้วอุ้มกระต่ายตนนั้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วปัดๆเศษฝุ่นออกด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะวางมันลงบนพื้นอีกครั้งหนึ่ง

เป็นการขอโทษที่ตะกี้เผลอทำร่วงหลุดมือไปนิดหนึ่ง

“......อ่า.....”

คอรัลลู่ใบหูลงเล็กน้อย ก่อนที่จะหมุนตัวแล้วทำท่าเหมือนกับจะวิ่งออกไปจากที่นี่ทันทีทันควัน แต่ข้อมือของเขากลับถูกอีกฝ่ายดึงเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิเดี๋ยวสิ แขกมาไม่ต้อนรับแล้วยังจะหนีอีกเหรอ.....”

“.....แหะๆ....”

บุรุกถิ่นเสียดื้อๆ ยังจะอุตส่าห์เรียกตัวเองว่าแขก....

“......ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่ชอบเผ่าจิ้งจอก....ทั้งหมด ทุกคนด้วย เพราะข้าจำได้ว่าครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้า เจ้าก็เป็นแบบนั้น”

“แต่.....ช่วยเลิกนิสัยนั้นด้วยนะ ต่อจากนี้ไปน่ะ”

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆที่เหมือนกับจะเป็นคำสั่งก็ไม่ปาน ซึ่งคอรัลก็ลู่ใบหูลงทันที

คนที่รู้เรื่องเขามากขนาดนี้

ในโลกนี้มันมีด้วยอย่างนั้นเหรอ...

“....ข้าไม่คิดจะออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว เพราะอย่างนั้น ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ข้าต้องเลิกนิสัยแบบนั้นน่ะนะ”

เจ้าของเรือนผมสีทองหันหน้ากลับมาแล้วจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆด้วยดวงตาสีเหลืองทองที่เป็นประกายกร้าวซึ่งราวกับจะเน้นถึงเจตจำนงของตัวเอง

“....เจ้าไม่คิดไม่เป็นไร ข้าจะทำให้เจ้าคิดเอง”

“....หา.....?

คอรัลอุทานออกทันทีทันควัน แล้วมองหน้าของอีกฝ่ายพลางชักสีหน้ายุ่งกับคนเบื้องหน้านี่ที่ไม่รู้ว่ามาทำอะไรกันแน่

“....ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่ ในฐานะจิ้งจอกทองที่ทำสัญญากับข้าน่ะ”

อีกฝ่ายลู่ใบหูลงเล็กน้อยแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่จ้องมองจิ้งจอกสีทองที่สูงกว่าตนเองคนนั้น ซึ่งคอรัลก็เอียงคอแล้ววางกระต่ายตัวน้อยๆลงบนไหล่ของตัวเอง

“.....สัญญาของเผ่าจิ้งจอกทองกับจิ้งจอกดาราสินะ....มันไม่เกี่ยวกับข้านี่?

“เกี่ยวสิ เพราะข้าเลือกเจ้าน่ะ”

“แต่ข้าไม่สนกฏพรรคนั้น อีกอย่างข้าก็ไม่ใช่เผ่าจิ้งจอกทองด้วย”

“....ข้าว่ามองมุมไหนเจ้าก็เผ่าจิ้งจอกทอง และข้าเลือกแล้วด้วยว่าเผ่าจิ้งจอกทองที่ข้าจะทำสัญญาด้วยต้องเป็น เจ้า - เท่า – นั้น”

คอรัลตีสีหน้ายุ่งในขณะที่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ออกจะเจือไปด้วยความระอาจนพูดอะไรไม่ถูกเล็กน้อยนิดๆ 

แต่คงเพราะความมืดล่ะมั้ง 

อีกฝ่ายเลยไม่ทันเห็นใบหน้าหรือว่าดวงตานี่เท่าไหร่นัก

เพราะงั้น

จิ้งจอกทองตนนั้นถึงได้แอบยิ้มอย่างขบขันโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

“.....แต่ยังไงข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าเกิดทำสัญญากับท่านข้าก็ต้องออกไปใช่ไหมล่ะ แล้วเรื่องจะออกไปจากที่นี่ข้าขอเลยล่ะ ข้าชอบที่จะอยู่ที่นี่เท่านั้น”

“งั้นไม่เป็นไร ข้าย้ายเผ่าของข้าเข้ามาในนี้ก็ได้ หรือว่า...จะย้ายเผ่าของเจ้าเข้ามาอยู่ในนี้ด้วยกันก็ได้....”

จิ้งจอกสีขาวเงินตนนั้นว่าตอบกลับทันทีทันควัน ทำเอาคอรัลตีสีหน้ายุ่งแล้วลู่ใบหูเรียวลงด้วยท่าทีซึ่งสะท้อนความไม่ชอบใจ

 

“ข้าไม่ชอบจิ้งจอก”

 

“ข้าถึงได้บอกให้เจ้าทำใจชอบให้ได้ยังไงล่ะ”

 

คอรัลเงียบเสียงไปชั่วครู่

 

“....ข้าไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในถิ่นที่นี้ของข้า”

 

“งั้นก็ออกไปข้างนอกสิ จะได้ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายในถิ่นของเจ้าน่ะ”

 

อะไรเนี่ย....

ไอ้เด็กพูดไม่รู้เรื่อง....

 

จะให้ข้าปฏิเสธอีกกี่พันครั้งกัน

 

“ข้าชอบอยู่ที่นี่ และไม่คิดที่จะออกไปที่ไหนทั้งนั้น....”

คอรัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เจือประกายกร้าวกว่าเดิมเพื่อบอกว่าตัวเองเริ่มไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นักที่ตื้อไม่เลิกแบบนี้

“....ข้าชอบ......ความมืดของที่นี่”

เจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ก่อนที่จะเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อต้องกล่าวโกหกในสิ่งที่ตัวเองเกลียดที่สุด

 

“โกหก”

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบทันทีทันควัน แล้วจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่าย

“โกหก โกหก.....ข้ารู้ว่าจิ้งจอกทองน่ะเป็นจอมโกหก”

ดวงตาสีเหลืองทองที่เจือไปด้วยประกายส้มจ้องมองเนตรของอีกฝ่ายที่เหมือนกับสั่นไหวน้อยๆในชั่วพริบตาที่ถูกพูดออกมาตรงๆ แต่อีกฝ่ายก็กลับมาตีสีหน้าปกติได้เหมือนเดิม

“และข้าก็รู้ด้วย.....”

“ว่าเจ้ารังเกียจความมืดของที่นีเพียงไร”

“.....หลักฐานล่ะ?

คอรัลยิ้มบางๆออกบนใบหน้าราวกับเพื่อท้าทายอีกฝ่ายทันทีทันควัน ซึ่งจิ้งจอกสีเงินตนนั้นก็ยื่นมือออกมา

แล้วจับชายเสื้อของอีกฝ่ายขึ้น

“ถ้าเจ้าโปรดปรานในสีดำสนิทของดินแดนแห่งนี้นัก....ทำไมอาภรณ์ของเจ้าถึงได้มีแต่สีขาวที่เป็นสีสว่างนี้ล่ะ”

จิ้งจอกสีเงินตนนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ แล้วยื่นหน้าเข้ามาจ้องอีกฝ่ายในระยะประชิด

“ทุกอย่างในตัวของเจ้าเป็นสีสว่าง ข้าจำได้ เส้นผมสีเหลืองทองแบบเดียวกับแสงจันทร์ของเผ่าจิ้งจอกทอง สีขาว ขาวสะอาดราวกับฟ้าไร้เมฆ แต่งแต้มด้วยสีทองอ่อนๆเหมือนกับแสงอรุณในยามเช้าๆสายๆ”

จำได้...

เพราะทุกอย่างนั้นลืมไม่ลง

“ข้าจำได้ ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงมอดไหม้บนผืนฟ้า ดั่งลูกไฟนิรันดร์กาลที่เรียกว่าดวงอาทิตย์......”

“....ดวงตาน่าขยะแขยงพรรคนั้น ชื่นชมเข้าไปได้อย่างไร เจ้าน่ะประสาทหรือเปล่า?

คอรัลเถียงกลับทันทีทันควันด้วยดวงตาที่ดูเหมือนว่าจะกร้าวขึ้นมากกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่าตัว ซึ่งจิ้งจอกเงินตนนั้นก็ทำเพียงมองกลับด้วยท่าทีนิ่งๆ

ซึ่งคอรัลที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรต่อก็สะบัดชายเสื้อคลุมและมือของตัวเอง ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปอีกครั้งหนึ่ง

“....ของมันก็มีแค่สวยก็ไม่สวยเท่านั้นแหละ ไม่มีน่าขยะแขยงหรอก....”

“มีใครกล่าววิจารณ์อัญมณีชิ้นหนึ่งว่าน่าขยะแขยงไหมล่ะ”

รอยยิ้มบางๆที่เหมือนกับกำลังท้าทายเหยียดออกบนใบหน้าของจิ้งจอกสีเงิน ซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลที่กำลังก้าวเท้าหนีหยุดปลายเท้าลง

แล้วเหลือบดวงตากลับมา

 

“....ก็ข้าไงล่ะ”

 

คอรัลยิ้มบางๆบนใบหน้านั่นราวกับจะหยอกล้อ ซึ่งอีกฝ่ายก็หัวเราะรับด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความขบขันอย่างใสซื่อทันที

“....เอาเถอะ......”

“ข้าหลงใหลในอัญมณีสีแดงนั่นตั้งแต่แรกแล้ว มันเปี่ยมด้วยอำนาจที่เผ่าจิ้งจอกทองตนไหนไม่มี ซึ่งข้าเชื่อว่าเป็นเจ้าต้องดีที่สุด....”

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะหลับตาลงด้วยท่าทีนิ่งสงบ ในขณะที่คอรัลที่มองมานั้นก็ทำเพียงตีสีหน้าราบเรียบโดยที่ไม่ปริปากกล่าวอะไรออกมาแม้เพียงหนึ่งคำ

“.....กว่ายี่สิบปี.....”

 

ข้าพยายามมาโดยตลอด....

เพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นมาอยู่ในระดับที่ไม่มีใครสามารถขัดคำพูดของข้าได้

 

“.....ข้าตามหาตัวเจ้ามาโดยตลอด”

ร่างสีเงินในชุดดำคนนั้น

ค่ออยๆทรุดกายลงคุกเข่าอย่างนอบน้อม

 

“ข้า ลูเช่ ซิลเวอรฟ็อกซ์ หัวหน้าแห่งเผ่าจิ้งจอกดารา....”

ก้มหัวลงพร้อมกับหลับตา...

เป็นการแสดงความเคารพอย่างสุดลึดสุดหยั่งอย่างหนึ่งของบรรดาปิศาจที่สามารถแปลงเป็นคนได้ในการ์เดส

“จะมาขอให้ท่านรับข้าเป็นคู่พันธสัญญาด้วย และได้โปรด......”

 

“ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกทอง”

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผสีขาวเงินคนนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แสนสงบนิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายเงียบเสียงไปในทันที

ออกจะแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างปุบปับของอีกฝ่ายเล็กน้อย 

คอรัลเหมือนกับจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่แล้วชายหนุ่มก็ตัดสินใจเงียบเสียงของตัวเองทั้งหมด...

แล้วหลับตาลงด้วยท่าทีเฉยชาราวกับเป็นการเตรียมใจ

“ข้าปฏิเสธ....”

“เผ่านั้นไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับข้าทั้งนั้น”

ดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเฉยชา ขณะที่ตอบกลับมาเพื่อเป็นการย้ำเน้นว่าตัวเองไม่ประสงค์ในสิ่งใดเกี่ยวกับการนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ไปหาคนอื่นเถิด หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารา ข้าไม่ใช่คนที่คู่ควรกับตำแหน่งที่ทรงคุณค่าและเพรียบพร้อมไปด้วยเกียรติพรรคนั้น”

 

ข้ามันคนนอกคอก

แล้วคนนอกคอกอย่างข้านั้นจะไปปกครองคนชั้นสูงเหล่านั้นได้อย่างไร

 

คอรัลทำได้เพียงยิ้มบางๆออกบนใบหน้าแล้วส่ายหน้าไปเล็กน้อยเพื่อเป็นการปฏิเสธอีกฝ่ายตามธรรมเนียมที่ใครก็รู้กันดี

ถ้าเกิดให้เขาขึ้นเป็น

คนมีแต่คนกล่าวว่าไม่พอใจ...

“แต่ข้าว่าเจ้าคือคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว”

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราเงยหน้าขึ้นมาพร้อมๆกับลั่นความเห็นของตัวเองด้วยท่วงทำนองน้ำเสียงที่หนักแน่น...

“เพรียบพร้อมด้วยพลังและอำนาจ....เปี่ยมด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่แม้จะไม่ยาวนาน แต่ก็โชกโชน พร้อมทั้งบารมีความสามารถ.....”

“เสียเวลา.....น่า”

คอรัลหัวเราะหึออกมาสั้นๆ

“.....ข้าไม่ใช่คนของที่นั่น.....”

 

โลกนี้ไม่มีที่สำหรับข้า...

ยิ่งที่แห่งนั้นนั่นยิ่งแล้วใหญ่

 

“ถ้าเกิดเจ้าไม่พยายาม แล้วเจ้าจะมีที่อยู่ของตัวเองได้ไหมล่ะ”

จิ้งจอกสีเงินตนนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เหมือนกับจะเป็นการดุอีกฝ่ายกลายๆ ก่อนที่คนๆนั้นจะยันตัวลุกขึ้น

“อยากมีบ้านยังต้องลงทุนลงแรงสร้าง....”

 

“แล้วเจ้าคิดว่าที่อยู่ในโลกนี้สำหรับเจ้า อยู่ๆมันจะโผล่หัวมาให้เจ้าอยู่ไหมล่ะ”

 

“ไปกับข้า”

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินคนนั้นทำเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจเหมือนเดิม

แต่มันก็หนักแน่น

เหมือนกับจะเป็นการบอกกล่าวคำสัญญา

คำสัญญาที่ยิ่งกว่าคำสาบาน

 

“........”

คอรัลเงียบเสียงของตัวเองลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วจ้องมองอีกฝ่ายที่ยื่นมือมาให้ตัวเอง ราวกับจะกล่าวเชื้อเชิญเขาออกไปจากที่นี่

 

“เรื่องสิ”

 

!

ลูเช่อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือมาด้วยความตกใจปนหงุดหงิดทันทีทันควัน ส่วนคอรัลที่เป็นต้นเหตุนั่นก็หมุนเท้าแล้วก้าวฉับๆออกไปหน้าตาเฉย

พร้อมๆกับบรรดาสัตว์มากมายที่เดินตามรายล้อมแบบเดียวกันกับตอนท่เขาเคยเห็นคนๆนี้ครั้งแรก....

สำหรับอีกฝ่าย

มันคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะจำได้จริงๆนั่นแหละ

 “ไปกับข้าสิ ถ้าเกิดเป็นตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเจ้าจะปกป้องทุกคนได้อย่างที่เจ้าต้องการ....เจ้าจะมีที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนพ้อง พี่น้องมากมาย....”

เจ้าจะไม่มีวันเป็นคนนอกคอก...

จะไม่มีใครว่าอะไรเจ้าได้อีก

เจ้าของเรือนผมสีขาวเงินก้าวเท้าตามหลังอีกฝ่ายทันทีทันควัน และจับข้อมือของอีกฝ่ายรั้งเอาไว้เพื่อไม่ให้ไปไหนได้อีก

ซึ่งคอรัลก็เงยหน้ากลับขึ้นมา

“.....เอาพี่น้องของข้ามาขู่หรือไร?

“....เปล่าเสียหน่อย”

ลูเช่ชักสีหน้าหนีแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันทีทันควัน ในขณะที่คอรัลเหยียดรอยยิ้มเหยียดหยามที่แสนว่างเปล่า

“เจ้ารู้เรื่องของข้ามากขนาดนั้น คงรู้หรอกว่าทำไมข้าถึงได้ชื่นชอบที่นี่นักหนา....”

“หรือย่างน้อยคือชอบมากกว่าข้างนอกนั่น”

ดวงตาสีเหลืองทองนั่นเบนออกไปทางทิศทางที่จะอกไปข้างนอกได้เล็กน้อย ก่อนที่จะเลื่อนสายตามาสบกับอีกฝ่าย

“ไม่ต้องห่วง....”

 

ข้ารู้ทั้งนั้น

เพราะเจ้าเคยพูดเรื่องนี้....

แม้ว่าข้าจะเป็นคนนอกที่มาแอบฟังก็ตามที

 

“ถ้าเกิดข้างนอกนั้นไม่มีที่ให้เจ้า”

 

“ข้าจะสร้างมันให้เอง”

 

หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนเดิม ซึ่งคอรัลที่ถูกดึงตัวกลับมาก็จ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาราบเรียบเหมือนกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง

แล้วเพียงไม่นานหลังจากนั้น

ชายหนุ่มก็หลับตาลงด้วยท่าทีราบเรียบที่เจือไปด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ

 

“.....ข้าตกลงก็ได้”

 

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเบื่อหน่ายอย่างสุดซึ้งกับจอมตื้อเบื้องหน้านี่

เขาจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายคือใคร

แทบนึกไม่ออกด้วยซ้ำ

ว่าเขามีญาติคนไหนในเผ่าจิ้งจอกด้วย

“พาออกไปสิ.....”

 

ยังเบื้องนอก

ยังที่ที่เต็มไปด้วยสีขาวและสีทองที่ข้าเกลียดชัง

 

“และก็นะ.....”

 

หากอยากได้อำนาจของข้าในการทำอะไรก็บอกมา

 

อำนาจมหาศาลของข้านั้น

ข้าจะให้เจ้าเอาไว้สังหารทุกอย่าง ตามที่เจ้าประสงค์เลยก็ได้

 

หากแต่....

 

“ข้าขอให้ข้อแลกเปลี่ยนนั้นเป็นจริง”

 

ขอบคุณ....

แม้ว่าจะทำตามนั้นไม่ได้....

 

 

แต่น้ำใจของท่านนั้นก็มาเพียงพอแล้ว


**++**++**++**--**++**++**++**


ทุกๆคน=w= เม้นด้วยนะ

ปล.

Soul Shop ร้านนี้อุทิศแด่วิญญาณ ออกกับ สำนักพิมพ์PC ราคาเล่มล่ะ 165 บาท

อย่าลืมอุดหนุนกันนะ=w=

Soul Shop ร้านนี้อุทิศแด่วิญญาณ โดย mizato ภาพปกโดย SUKI

เคนอซ์ อัลจีซ์ อดีตรองจักรพรรดิยมโลกและหมาล่ายมทูตพลาดไปสังหารเด็กคนหนึ่งจึงถูกลงโทษให้ ไปหาลูกกระพรวนวิญญาณที่วิญญาณใช้ในการติดต่อกับยมทูตมาให้ครบหนึ่งพันลูก เคนอซ์จึงตั้งร้านโซลช็อปที่รับทำงานจากวิญญาณทุกดวงโดยที่มีค่าแลกเปลี่ยน เป็นกระพรวนวิญญาณ เพื่อที่เขาจะได้กลับมาเป็นยมทูตอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #910 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 15:47
    คอรัลลลลลลลลลลT^T //มาอ่านช้าไปแล้ว...
    #910
    0
  2. #906 จิ้งจอกน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 15:26
    ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่เราว่าซึ้งมาก อ่านไปนี่น้ำตาคลอเลย T^T
    #906
    0
  3. #807 G::s (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 21:28
    -////-

    เหมือนลั่นคำสัญญานิรันดร์เรยอ่ะ

    โอ๊ยยยยยย

    น่ารักไรอย่างนี้
    #807
    0
  4. #332 Angell3lood (@ku_jenny) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 22:58

    รักเด็กดื้อๆ

    เถียงกันน่ารักจริง><

    #332
    0
  5. #331 [Z]e[L]es (@jennet) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 15:51
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

    คอรัลน่ารัก!!!!(อีนี่เอาอีกแล้ว)

    เช่ ก็ยังดื้อได้ราชินีเหมือนเดิม>w<!!!

    (อีนี่ไม่ได้มาทำไรเลย มากรี๊ดๆแล้วก็ไป)

    #331
    0
  6. #330 Pooh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2552 / 19:11
    น่าติดตาม น่าติดตาม อิอิ
    #330
    0
  7. #329 ็H S M (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2552 / 14:12
    หนุกหนาน มากมายย



    อับเร็ว ๆ นะขอรับ
    #329
    0
  8. #328 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2552 / 00:53
    อ๊ายยยยย

    [บิดๆๆ]

    ชอบจังเยยยย >w< ~

    soul shpo เหรอ... น่าสนใจดี จะลองซื้อดูนะคะ

    พยายามเข้าเน้อ
    #328
    0
  9. #327 t_cus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2552 / 23:44
    พึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกค่ะ สนุกมากมาย อิๆ

    ชอบคอรัลอย่างแรงค่ะ น่าร้าก~~~~

    แล้วไม่ทราบว่าจะลงที่dek-d จนจบเรื่องเลยหรือว่าลงแค่เป็นตัวอย่าง

    แล้วไปอ่านต่อในหนังสือค่ะ ถ้าเป็นอย่างแรกจะดีมากเลยT-T

    เท่าที่อ่าน commentดูหนังสือต้องสั่งจองล่วงหน้าหรือเปล่าค่ะ

    ถ้าจองต้องจองยังไง ที่ไหนช่วยบอกด้วยนะค่ะ
    #327
    0