"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 53 : Look at me…Only 11 Meadow Saffron - best days gone -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.ค. 52

href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

Look at me…Only 11 Meadow Saffron   - best days gone -

 

จะเกรงใจคนอื่นไปทำไม...

จะกังวลเพื่อคนอื่นไปทำไม...

ก็ไม่ใช่ทำไม

 

ก็แค่ไม่อยากให้คนๆนั้นเจ็บปวดจนเราต้องเจ็บไปด้วยเท่านั้นเอง

 

“.....ตามมาโลตัส...”

 

เจ้าของเรือนมสีเหลืองทองยาวรวบเป้นปอยเล็กๆเอาไว้ด้านหลังว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความไม่พอใจนิดๆ..

มือเล็กๆข้างหนึ่งนั่นจับมือของโลตัสเอาไว้แน่นแล้วเดินจูงมาเรื่อยๆเหมือนกับที่ตัวเองเคยทำเสมอมา...

ในตอนที่เด็กคนนี้ยังเยาว์วัยนัก...

 

จิ้งจอกทองตนนั้นก้าวเท้าออกมายังสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ด้านหลังนครดาร์เนียอันแสนสวยงามที่ยากจะบรรยายได้..

เขากวาดสายตามองรอบๆ...

ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา

 

แล้วหันหน้ามาเชิญหน้ากับโลตัส

 

“ต่อจากนี้ไม่มีใครได้ยินที่ที่ข้าจะพูดกับเจ้าแน่นอน และก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเจ้าจะพูดอะไรต่อจากนี้ไป...”

“เพราะว่าที่นี่ทั้งหมดคืออาณาเขตของข้าที่ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามาทั้งนั้น”

เยห์ลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วค่อยๆเลื่อนสายตาไปมองทุ่งดอกไม้ที่แสนงดงามเบื้องหลังเล็กน้อย

ก่อนจะหลับตาลงแล้วปรือดวงตาขึ้นมามองอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง...

ชายคนนั้นยิ้มให้...

 

ยิ้มบางๆเหมือนเคย แต่นั่นกลับทำให้โลตัสก้าวเท้าถอยด้านหลังเล็กน้อยด้วยความตกใจปนแปลกใจในทันที

ดูแล้ว..

เหมือนับจะเคล้าไปด้วยความลำบากใจด้วยหน่อยๆ...

 

เพราะเจ้าตัวนั้นไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าการที่อีกคนนั้นยิ้มออกมาแบบนี้นั่นเพื่ออะไร

 

“ที่นี่ไม่มีคน...โลตัส”

 

เยห์เปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วไล้ขึ้นไปอย่างเบามือที่สุด

 

“ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นหน้าตานิสัยจริงๆของเจ้า...ถอดหน้ากากเจ้าออกซะ”

 

ข้ารู้ว่าทุกอย่าที่ผ่านมามันไม่ใช่เจ้า โลตัส..

ทุกอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

ล้วนเป็นเพียงการเสแสร้งของเจ้าเท่านั้น

 

จิ้งจอกทองตนนั้นจ้องมองอีกฝ่ายก็จะก้มหน้าลงแล้วยิ้มออกมาให้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยประกายขงความเหนื่อยหน่ายใจเท่านั้น

ซึ่งนั่นก็ทำให้โลตัสลู่ใบหูเรียวของตนเองลงตามไปด้วย

รู้สึกผิด

 

ผิดอย่างบอกไม่ถูก

 

“ช่วงกว่าสิบปีมานี้ข้าไม่สบายใจเลยรู้ไหม”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นยังคงว่าออกมด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนเหมือนเดิมแล้วไล้ปลายนิ้วไปตามใบหน้านั้น..

ไม่เคยเลย..

เหมือนกับไม่เคยคิดโกรธเคืออะฝ่ายเลย

 

ไม่เลยซักนิดเดียว...

 

“โลตัส....”

จิ้งจอกตนนั้นพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะลดมือลงจากบหน้าของอีกฝ่ายแล้วหลับตาลง...

 

“ข้าเกลียดตัวเจ้าที่ใส่หน้ากากเน่าๆนั่นเสียจริง”

 

น้ำเสียงและท่าทางทั้งหลายนั้นยังคงเจือไปด้วยความเอ็นดูเหมือนเดิม ไม่มีอาการเดือดดาลอย่างที่เขาคาดเอาไว้เท่าไหร่นัก...

เยห์ยังคงเป็นเยห์...

จิ้งจอกทองที่แสนอ่อนโยนตนนั้น...

 

คนที่เลี้ยงเขามาคนนั้น

 

จิ้งจอกทองที่เหมือนกับถูกสั่งสอนทางอ้อมตนนั้นลู่ใบหูเรียวลงแล้วทำสีหน้าเหมือนกับกำลังหนักใจ ก่อนจะครางออกมาเบาๆแล้ค่อยๆจับมืออีกฝ่ายเอาไว้...

เหมือนเดิม..

มือข้างนี้มีขนาดเท่าเดิม...

 

มีเพียงเขาที่เปลี่ยนไปเท่านั้น

 

ต่อให้ผิดยังไง แต่ให้รู้สึกไม่ดียังไง ต่อให้เขาทำตัวเลวร้ายแค่ไหน..

เหมือนเดิม

 

คนๆนั้นยังคงอ่อนโยนและสั่งสอนเขาเหมือนเดิม...

 

“จากนี้ข้าจะพูดแรงไปบ้าง แต่อย่าคิดมากนะโลตัส....”

 

อีกฝ่ายว่าออกมาด้วยน้ำเสยงนุ่มนวล ก่อนจะวางมือของตนเองลงบนมือของโลตัสซึ่งกำลังจับตนเองอยู่อย่างเบามือ

“ความพยายามในการเสแสร้งจนเบลเลย์ชอบเจ้า...ข้ายอมรับเลย”

 

แต่ข้า...

ไม่เคยจำได้ว่าสอนเจ้าให้เป็นคนแบบนี้โลตัส...

 

เยห์เงยหน้าขึ้นแล้วค่อยๆออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ล้นไปด้วยความเจ็บปวดและแสนจะสับสนเป็นที่สุด..

เขาไม่เข้าใจ..

ไม่เขาใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้เลือกทางนี้...

 

ทั้งๆทีทางอื่นมีอีกมากมายให้เด็กคนนี้เลือกสรร

 

”ทำไมเจ้าทำแบบนี้โลตัส....”

 

สนุกหรือไง...

หรือเจ้านึกอารมณ์ไหนขึ้นมา

 

เยห์ลู่ใบหูเรียวของตนเองลงแล้วบิดไปด้านหลังพร้อมๆกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแสนแผ่วเบา ใบหน้าที่เจือไปด้วยความเศร้าค่อยๆยื่นเข้าไปใกล้..

เหมือนกับพยายามกระตุ้นถามอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ

ทั้งๆที่ถ้าเกิดรู้คำตอบแล้ว...

 

บางทีอาจจะเจ็บปวดใจด้วยซ้ำไป

 

“มันไม่คุ้มเสียหรอกนะ เจ้าอย่าลืมโลตัส”

จิ้งจอกทองตนนั้นยังคงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูแล้วเหมือนกบเจ้าตัวนั้นพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายอย่างสดความสามารถ

 

“เจ้าชอบใคร เจ้ารักใคร แล้วคุ้มไหม...”

 

ใครที่เจ้าชอบ..

ใครที่เจ้ารักจนต่อให้ยกทุกอยางให้เจ้าก็ทำได้คนนั้น

 

จิ้งจอกทองตนนั้นพยายามอธิบายออกมาอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงแล้วเอนหนี

 

“กับการเล่นสนุก....แบบนั้น”

 

“......”

 

โลตัสเม้มริมฝีปากปากก่นจะเอนใบหน้าของตัวเองหนีมองไปทางอื่นด้วยสีหน้าที่เจือไปด้วยความเจ็บปวด...

เจ็บด้วยความรู้สึกผิด

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด....”

 

ข้าอยู่กับเจ้ามานาน..

ของชิ้นใดที่เจ้าปรารถนา ไยข้าจะดูไม่ออก

 

“เด็กน้อยของข้า เจ้าหวังจะได้มันมาจากทางนี้....จริงหรือ”

 

เยห์จ้องมองดวงตาสีแดงขงอีกฝ่ายด้วยสีหน้าทีเหมือนกับพยายามทำความเข้าใจ ก่อนจะหลับตาของตนเองลงแล้วพูดต่อ

“ข้าว่า....มันไม่ดีหรอกนะ โลตัส”

“ฮะ....”

โลตัสครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยราวกับเด็กที่ถูกดุก็ไม่ปาน ก่อนจะสะบัดปลายางของตนเองเบาๆ...

รู้สึกเหมือนกับอยากจะพูดอะไรออกไป...

ซักอย่างหนึ่ง

 

แต่อย่างนั้นมันกลับนึกอะไรไม่ออกเลย

 

“แต่ไม่เป็นไรหรอก...ข้าไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลย”

 

ไม่จำเป็นต้องสำนึกผิด...

ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด

 

เจ้าแค่ทำตามใจเจ้าอยากเท่านั้นเอง โลตัส

 

เยห์เงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยทีเคยตัวสูงเทาเอวของตัวเอง ก่อนจะใช้มือคอยๆลูบไปตามโครงหน้าของอีกฝ่ายอย่างเบามือ...

ทะนุถนอม...

ราวกับมันเป็นของล้ำค่าอย่างที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนไป

 

 

“ถ้าเกิดเจ้าอยากทำจริงๆ...ข้าก็จะปล่อยไปก็ได้”

 

เจ้าโตแล้ว...

มากเกินกว่าที่ข้าจะดึงให้เป็นไปตามใจชอบได้...

 

เจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว โลตัส

 

จิ้งจอกทองตนนั้นลู่ใบหูเรียวของตนเองลงข้างหนึ่งแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมา

เขาให้อภัยได้สบายๆ...

และเพราะให้อภัยได้อย่างไม่ฝืนเลยนั่นแหละ...

 

มันก็เหมือนกับจะทำให้โลตัสยิ่งลำบากใจมากขึ้นไปอีก

 

“เยห์.....”

 

จิ้งจอกทองที่อายุน้อยกว่าตนนั้นครางออกมาเบาๆก่อนจะก้มหน้าลงมากกว่าเดิมแล้วจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วไซ้ใบหน้าเบาๆ

 

“ข้าขอโทษ.....”

 

ริมฝีปากนั้นค่อยๆขยับขึ้นก่อนจะลั่นออกมาเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบาที่แทบจะทำให้เยห์หลุดเสียงหัวเราะออกมาได้ทันที

แต่อีกฝ่ายนั้นกลับทำเพียงยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวลเท่านั้น

“ข้ารู้....เด็กน้อยของข้า...”

 

“เจ้ารู้สึกผิดที่ทำ แต่เจ้าก็ไม่มีวันเปลี่ยนการตัดสินใจ”

 

ต่อให้เจ้าพูดไม่ได้..

ต่อให้ตาเจ้าเปิดไม่ขึ้น

เจ้าก็เข้าใจว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่โลตัส

 

ข้าอยู่กับเจ้ามาสนานมาก มากจนเกินไปจริงๆ

 

เยห์ค่อยๆไล้มือไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นแล้วหลับตาลงพร้อมๆกับจูบหน้าผากอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน..

ทำเหมือนกับอีกฝ่ายนั้นเป็นเด็ก...

 

“เจ้าอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าแห่งดาร์เนียมาครอบครอง...”

 

เพื่อสิ่งใด...

ข้ารู้...

 

เจ้าทำเพื่อดวงอาทิตย์ที่เร้นกายในป่าอันมืดมิดนั่น

 

“แต่นะ....โลตัส”

 

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นก่อนจะว่าออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วประคองใบหน้าของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมาจ้องสบกับดวงตาสีทองของตนเองตาม

“....ในฐานะที่เจ้าเป็นเหมือนกับลูกชายข้าคนหนึ่ง....และในฐานะที่เบลเลย์เป็นลูกสาวข้า และเป็นเหมือนกับน้องสาวเจ้า...”

คิ้วเรียวค่อยๆเลิกสูงขึ้น...เชนเดียวกบมุมปากที่ตกลงต่ำ...

ใบหน้านั้นเหมือนกับกำลังจะร้องไห้...

 

“....ข้าขอร้อง....”

 

ริมฝีปากสั่นๆนั้นลั่นออกมาเป็นถ้อยคำวิงวอนที่แสนสั่นเครือเช่นเดียวกับมือและร่างที่กอดเด็กน้อยคนนั้นเอาไว้แน่น

 

“ต่อให้เธอหมดประโยชน์แล้ว...ก็อย่าทิ้งเธอ....”

  /> /> />

 

ต่อให้เธอไร้ค่าแล้ว..

ต่อให้เลี้ยงเธอก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา...

 

แต่โปรดเถิดโลตัส..

คนๆนั้นคือน้องสาวของเจ้า แม้ว่าสายเลือดนั้นจะไม่ได้เกี่ยวพันธุ์เลยแม้แต่น้อย

 

เจ้าได้โปรดรักเธออย่าเสแสร้งไปชั่วนิรันดร์กาลได้ไหม

 

เยห์จิกเสื้อของโลตัสแน่นก่อนจะหลับตาลงแล้วพยายามฝืนกลืนคำพูดทั้งหมดของตนเองลงท้องไป...แล้วเลือกพูดเพียงไม่กี่คำท่านั้นที่จะพูดกับอีกฝาย

ใบหน้างามนั้นก้มลง..

ด้วยสีหน้าที่เหมืนกับคนร้องไห้...

 

ร้องไห้ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่ไม่มีน้ำตาหยดออกมาให้ใครเห็นทั้งนั้น

 

“เจ้ารู้ไหม...ว่าประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย”

 

กับข้า...มันเหมือนกับข้าไม่มีผิดเพี้ยนเลยโลตัส...

เหมือนกับการตัดสินใจที่ข้าพลาดในครานั้น

 

แม้จะไม่ได้โชคร้าย แต่ก็นั่งเสียดายจนทุกวันนี้...

 

“.......ซ้ำ?

โลตัสเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะเอียงคอแล้วลั่นวาจาถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ซึ่งอีกฝ่ายก็ใช้ปลายนิ้วแตะที่ข้างแก้มแล้วหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล

“ใช่...มันซ้ำ”

 

แม้วาสถานการณ์จะต่างกัน..

แต่อะไรหลายๆอย่างนั้นมันช่างเหมือนกันเหลือเกิน

 

เยห์ว่าพลางหัวเราะ

“ข้าได้ฟังเรื่องนี้มาจาแมวเทพแห่งวิหารที่ข้าไปหาเพื่อคุยถึงเรื่องราวของเจ้าน่ะนะโลตัส...ข้าอยากทำลายความลับของข้าที่มีต่อเจ้าให้มดไป”

 

เจ้ารู้ไหม...

ข้าแลกได้ทุกอย่าง...

 

แต่ได้โปรดอย่าทำให้ข้าเป็นห่วงมากกว่านี้เลย เด็กน้อยของข้า

 

เจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆลูบสางไปตามเส้นผมของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

 “ขอโทษที่ข้าไม่ได้กล่าวให้เจ้าฟังเลย...”

 

“แต่ตอนนี้ คงถึงเวลาที่ข้าจะต้องบอกความจริงบางอย่างให้พวกเจ้าได้รู้เอาไว้....”

 

ใบหน้าของอีกฝ่ายค่อยๆโน้มลงแล้วจูบลงบนโคนผมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหลับตาลงพร้อมๆกับกำมือแน่นด้วยความเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัว

 

“เกี่ยวกับอดีตของข้า....”

 

ใบหูของโลตัสะบัดเล็กน้อยด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังตกใจ แต่อีกฝ่ายนั้นก็ทำเพียงลูบเส้นผมของเขาน้อยๆอย่างเบามือที่สุด...

อ่อนโยน...

และเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยอันเจ็บปวด...

 

จนอยากจะกอดเอาไว้ให้แน่นขึ้นเพื่อแบ่งเบาความทรมานนั้นมาเพียงซักนิด

 

“คนที่ตายไปแล้วคนหนึ่ง...กับคนที่ข้าไม่ได้รักไม่ได้สนใจเลย”

 

คนที่ข้ารักที่สุด...กลับตายไปแล้ว..

กับคนที่รักข้ามากที่สุด...และยังมีชีวิตอยู่

 

ไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจคนหลัง....

 

 

“ข้าเลือกคนหลัง....เพราะเจ้า...”

 

หากไม่ใช่เพราะเจ้าน่ะนะ โลตัส

และเจ้ากำลังจะเลือกคนหลังแบบเดียวกับข้า...เพราะเหตุผลบางอย่าง โลตัส

 

เยห์กำมือของตนเองแน่นจนสั่นระริกเช่นเดียวกบริมฝีปากบางซึ่งเม้มจนเกือบเป็นเส้นตรง ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหลับตาลงชั่วครู่...

ก้มหน้าฝังลงกับใบหน้าของอีกฝ่าย..

รู้สึกผิด...

กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่

 

มันคงเพราะการสอนของเขามันย่ำแย่เอามากๆแน่นอน

 

“ข้าจะเล่าให้ฟัง....”

 

ไม่เอาแล้ว...

เด็กน้อยของข้า...

 

ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนดีและเป็นที่รักของทุกคนมากกว่าใครในโลกนี้

 

มือเรียวลูบไปตามเส้นผมสีทองนั่น ก่อนจะกอดเอาไว้แน่นแล้วค่อยๆเชยใบหน้าของโลตัสขึ้นมาอย่างเบามือ...

 

“เกี่ยวกับคนที่สำคัญที่สุดของข้า....เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับคำสัญญาง่ายๆ โลตัส”

 

เขาคนนั้นทำได้เพียงลั่นน้ำเสียงอันสั่นเครือ...

แล้วมองด้วยดวงตาที่คลอนเคลน...

 

และเต็มตื้นเหมือนกับจมหายไปในสิ่งที่เรียกว่าน้ำตา

 

“....ถ้าเกิดเจ้าไม่อยากนึกถึงขนาดนั้น...ข้าว่าเจ้าอย่าเล่าดีกว่าไหมเยห์...”

 

นี่มันยิ่งกว่าข้าบังคับให้เจ้าพูดอีกนะ...

มันเรื่องอะไรกัน...

 

ทั้งๆที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ข้าก็ไม่เคยเห็นเจ้าร้องไห้แท้ๆ

 

ปลายนิ้วของจิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆแตะลงตรงใต้ตาอย่างเบามือ ก่อนจะปาดน้ำตาออกไปอย่างช้าๆโดยเบามือที่สุด

ดวงตาที่ล้นไปด้วยน้ำตา...

เนตรที่ไม่ว่าใครมองก็รู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย

 

เจ้ายิ้มเสมอ...

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...

 

ไม่ว่าทุกสิ่งจะเลวร้ายเพียงไร...

 

โลตัสกัดฟันแน่นพร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตนเองบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าทีเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์

คนร้องไห้เป็นร้องพันเขาไม่สนใจหรอก...ต่อให้กรีดร้องร่ำไห้จนน้ำตานั้นกลายเป็นสายเลือดเขาก็สามารถมองได้อย่างเฉยชา

เว้นเพียงพี่เขา...

กับคนๆนี้เท่านั้น

 

ที่เขาไม่อาจจะลากสายตาผ่านแล้วทำเป็นไม่แยแสได้...

 

เจ้าจะยิ้ม..

เพื่อเป็นหลักประคองพวกข้า เพื่อให้พวกข้าที่ลังเลและอ่อนแอจับกุมเอาไว้แล้วก้าวเท้าที่ยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่นักก้าวต่อไป

เจ้ายิ้ม...

เพื่อให้พวกข้ามั่นใจและเดินต่อไปได้...

 

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกข้า...

 

และเพื่อไม่ทำลายกำลังใจของพวกข้า..

เจ้าถึงไม่เคยร้องไห้...

 

เพราะหากเจ้าร้องไห้ขึ้นมา มันจะทำให้พวกข้าโคลงเคลงตามไปเช่นกัน

 

“....”

โลตัสเม้มริมฝีปากของตัวเองด้วยสีหน้ากระอักกรอวนใจกับการได้เห็นใบหน้าของคนเบื้องหน้านั้นกลายเป็นแบบนี้

แม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะร้องไห้ยังไง..

ต่อให้ร้องก็เถอะ

 

คนๆนี้ไม่มีวันร้องต่อหน้าเขาหรือว่าคอรัลแน่นอน..

 

และธรรมดาเยห์ก็ไม่ใช่คนที่ร้องไห้ได้เพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆด้วย

เพื่อพวกเขา หากเป็นการทำเพื่อให้พวกเขานั้นสบายใจ ไม่ว่าจำอะไรคนๆนี้ก็ทำได้อย่างสบายๆจนไม่น่าเชื่อ...

คงเพราะอีกฝ่ายนั้นมีความอดทนสูงมากจนน่ากลัวแท้ๆ...

 

แต่ถ้าเกิดสิ่งที่เยห์จะพูดถึงนั้นทำให้เจ้าตัวร้องไห้ได้ขนาดนี้..

มันก็คงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

และบางทีอาจจะสำคัญมากกว่าพวกเขาเสียอีก

 

 

“ขอโทษนะโลตัส ข้าทำให้เจ้ากังวลหลายครั้งแล้วสินะ...”

 

เยหหัวเราะออกมาช้าๆก่อนจะดันมือของโลตัสออกแล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมๆกับกัดริมฝีปากขงตัวเองจนเลือดไหลซึมออกมาทำให้โลตัสที่กำลังมองมองท่าทางของอีกฝ่ายพลันสะดุ้งด้วยความตกใจทันที แต่ก็แปรเปลี่ยนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

“....ข้าทำหน้าขึงขังให้เจ้าเอนใบหน้าหนีจนไม่อยากจะพูดกับข้า...ข้าขอโทษด้วยนะโลตัส ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้ายุ่งกับเบลเลย์มากเกินเท่านั้นเอง....”

 

ยังไง...

เธอคนนี้ก็เป็นน้องสาวของเจ้า

 

แม้ว่าจะไม่มีเลือดเหมือนกันแม้เพียงเศษเสี้ยว

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะแล้วแลบลิ้นของตัวเองออกมาราวกับจะบอกขอโทษกลายๆด้วย

“แต่นั่นกลับทำให้เจ้าห่างเหินจากข้ามากขึ้น....”

 

“ข้าขอโทษ โลตัส....”

 

ข้า...ไม่ควรทำตามใจอยาก..

ไม่ควรจะบังคับชีวิตพวกเจ้าแบบนั้น

 

ไม่ควรเลย...ใช่ไหม

 

เยห์ยิ้มบางๆออกบนใบหน้า ก่อนจะทำได้เพียงหัวเราะ ในขณะที่โลตัสลู่ใบหูของตนเองลงด้วยความลำบากใจ

ให้อีกฝ่ายตวาดห้ามดีกว่ามั้ง...

ดีกว่าทำหน้าเหมือนกับกล้ำฝืนร้องไห้แบบนี้

“.....ต่อจากนี้ทำตัวตามสบายเถอะ ข้าไม่ว่าอะไรทั้งนั้นแล้ว เบลเลย์น่ะ ถ้าเกิดเธอคนนั้นพอใจ....ข้าก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะห้ามเธอ...”

“....ถ้าเกิดเจ้าไม่อยากก็.....”

โลตัสชะงักเล็กน้อยทันทีที่อีกฝ่ายแตะนิ้วลงบนปากเบาๆเหมือนกับจะบอกให้หยุดพูด ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

“สิทธิของครอบครัวมันต้องมีอย่างพอดี....”

ชายคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อย...

พร้อมกับลู่ใบหูของตัวเองบดไปด้านหลัง

 

“เบลเลย์กับเจ้าโตมากแล้วทั้งคู่....”

 

“นี่.....ถ้าเกิดเจ้าไม่พอใจจริงๆ....”

โลตัสพยายามพุดอีกครั้งหนึ่ง แต่อีกฝ่ายนั้นกลับพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆแล้วเอนใบหน้าของหนีช้าๆ

“....ข้าจะไม่พอใจอะไร มันไม่ใช่เรื่องของเจ้านี่....ถ้าเกิดเจ้าจะแต่งกับใครอะไรยังไง มันก็ไม่ใช่เรื่องของข้า”

“เจ้าโตแล้วตัดสินใจเอง...”

 

เจ้าตัดสินชีวิต..

ไม่ใช่ข้า...

 

ถึงข้าไม่ชอบใจ ก็ทำได้แค่นึกในใจ ไม่ใช่ห้ามเจ้า

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหลับตาลงชั่วครู่...กำมือของตัวเองแน่นแล้วก้าวเท้าถอยออกมาด้านหลังเล็กน้อย...

เงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยเมื่อวันวาน...

โตมากจนสูงกว่าเขาแล้ว...

 

“ข้าควรจะปล่อยเจ้าไปนานแล้ว ข้าไม่ควรจะห้ามอะไรไว้ก็ตามที...”

โตมากแล้ว..

เขาไม่จำเป็นต้องปกป้องดูแลนานมากแล้ว...

 

 

“ชีวิตเจ้าเจ้าเลือก ข้าเลือกให้เจ้าไม่ได้”

 
href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

 

“......”

โลตัสครางออกมด้วยน้ำเสียงต่ำในลำคอเหมือนกับไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

ลำบากใจ..

เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับคนๆนี้ดี...

 

ทั้งๆที่ตัวเองไม่พอใจแท้ๆ เจ็บปวดแท้ๆ..

แต่ก็บอกว่าไม่เป็นไร...บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

ทั้งที่เจ้าตัวนั้นเจ็บปวดเพราะเรื่องของเขา...

เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเจ้าตัวเองแท้ๆ

 

“เอาน่าๆ”

เยห์บกไม้โบกมือแล้วว่าออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิมก่อนจะหัวเราะให้กับโลตัสที่สูดลมหายใจเข้าแล้วชักสีหน้ายุ่งเหมือนกับจะด่าอะไรอีกฝายซักอย่าง..

แต่ก็จริงนั่นแหละนะ

ปีนี้...

 

อายุเขาก็มากกว่าสามสิบกว่าแล้ว...

 

มันมาเกินไปแล้ว บางทีอาจจะเรียกเป็นช่วงที่พวกจิ้งจอกทองส่วนใหญ่นั้นออกจากบ้านแล้วมีคู่ไปหมดแล้วก็ว่าได้

เพราะจิ้งจอกทองที่อยู่ทั่วไปนั้นมีวัยเด็กสั้นมาก เพียงปีกว่าและส่วนมากพ้นสองสามปีแรกก็มีคู่แล้ว ถ้าเกิดนานกว่านั้นก็ยี่สิบยี่ห้าเนื่องจากโตมาด้วยวิธีแบบมนุษย์...

แต่สามสิบ...

มันออกจะมากเกินไปซักนิด...

 

แม้ว่าจิ้งจอกทองนั้นจะมีอายุได้มากกว่าสองร้อยปีก็ตามที

 

อายุของโลตัสนั้นค่อนข้างมากแล้วจริงๆ..ถ้าเกิดเทียบกันกับจิ้งจอกทั่วไปในวัยเดียวกันบางทีอาจจะได้อุ้มหลานเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแล้วด้วยซ้ำ...

แต่ก็นะโลตัสน่ะ...

มีคนที่ชอบมากอยู่แล้ว...

 

มากจนยอมให้ได้ทุกอย่างอย่างไม่ลังเล

 

“จริงสินะ....โลตัส”

 

เยห์สะบัดปลายหางของตัวเองแล้วแล้วเอนกายไปด้านหลังก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนพื้นที่เต็มไปด้วยดอกไม้นั่นอย่างรื่นเริง ทำเอาโลตัสมองผู้ปกครองของตัวเองด้วยสายตาลำบากใจ..

“อะไรรึ?

จิ้งจอกทองตนนั้นขมวดคิ้วเรียวของตัวเองแล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงสั้นๆเหมือนเดิมพลางมองอีกฝ่ายที่นึกอย่างจะทิ้งตัวลงนอนก็ทิ้งลงนอนเลย

 

“เจ้า....ไม่ค่อยสนิทกับมิลล์สินะ”

 

“...”

 

โลตัสชะงักไปพร้อมๆกับเงียบเสียงของตนเองลงแทบจะในทันที แต่เยห์ที่นอนอยู่บนพื้นหญ้านั่นกลับหัวเราะออกมาอย่างสบายๆ

เหมือนกับไม่ได้คิดอะไรมากมาย...

บางที

 

อาจจะบอกว่าตนเองรู้อยู่แล้วก็ว่าได้

 

“เวลาเจ้าประพฤติกับมิลล์น่ะข้ารู้สึกได้เลยว่ามันเสแสร้งพอกับที่ทำกับเบลเลย์...เหมือนกับพยายามทำในฐานะที่อีกฝ่ายนั้นเป็นครอบครัวของเจ้างั้นแหละ”

“....ไม่เหมือนกับที่เจ้าทำกับคอรัลเลยซักนิดเดียว.....”

 

“เพราะว่าเจ้าไม่เคยนับเธอคนนั้นเป็นคนในครอบครัวเจ้าสินะ”

 

โลตัสจ้องมองเนตรสีเหลืองทองของอีกฝ่ายที่กำลังมองมาทางตนเองอย่างซุกซนก่อนจะหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วค่อยๆทรุดกายลงนั่งช้างๆร่างนั้นอย่างช้าๆ

“อยากจะเทศน์เรื่องนี้แถมด้วยหรือยังไง”

โลตัสลู่ใบหูของตนเองลงแล้วบิดไปด้านหลังเหมือนกับจะพยายามแสดงความไม่ชอบใจออกมา แต่เยห์ก็ยิ้มให้เพราะรู้ว่าเด็กคนนี้แค่แกล้งทำอย่างนี้ไปเท่านั้นเอง

 “ไม่ผิดหรอก....”

โลตัสเหยียดเสียงหัวเราะแล้วก้มหน้าลงมองร่างที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าที่เต็มไปด้วยออกไม้อย่างท้าทาย

เนตรสีเลือดหรี่เรียวลงก่อนจะก้มลงแล้วมองใบหน้าของอีกฝ่ายในระยะประชิด

“เจ้าล่ะเยห์...”

จิ้งจอกทองตนนั้นลองแกล้งเอียงคอแล้วหย่อนคำถามง่ายๆให้กับคู่สนทนาของตนเองที่ห่ตาของตนเองลงทันที

“พวกคนเฝ้าวิหารพวกนั้นเคยบอกข้าเอาไว้....ครั้งหนึ่ง...”

 

ข้าเชื่อว่ามันอาจจะเป็นเรื่องโกหก...

แต่ข้าก็ไม่เคยเชื่อว่าเจ้าชอบเธอคนนั้นจริง...เยห์

 

“ว่าบางที....เจ้าอาจจะไม่ได้แต่งกับมิลล์เพราะว่าชอบหรือว่ารักจริงๆ”

 

เยห์จ้องมองลตัสก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมาทำให้โลตัสลุ่ใบหูเรียวขงตนเองไปด้านหลังทันทีทันควัน

“เรื่องจริงสินะ....เยห์”

“ก็จริง”

จิ้งจอกทองตนนั้นปรือดวงตาสีเหลืองทองของตนเองปิดลงเหมือนกับลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะเบนเนตรคู่นั้นมามองโลตัส...

 

“คนที่ข้าชอบจริงๆตายไปนานแล้ว”

 

นาน...

ไม่น้อยไปกว่าอายุที่ข้ามี...

 

“นั่นคือสาเหตุที่เจ้ายังไม่แต่งทั้งๆที่อายุมา-“

“ไม่เอาน่า....”

เยห์ว่าออกมาอย่างนุ่มนวลเหมือนเดิมพร้อมๆกับใช้ปลายนิ้วเรียวของตนเองแตะลงบนริมฝีปากของร่างนั้น

จิ้งจอกทองหนุ่มเหวี่ยงแขนของงตนเองแล้วยันกายลุกขึ้นมานั่งพร้อมๆกับสะบัดปลายหางสีเหลืองทองฟูฟ่องขึ้นมาด้านหน้า...

แล้วยิ้มว้างออกมา

 

 

“.....ข้าจะให้เจ้าดูอะไรดีๆ”

 

จงตั้งใจดูโลตัส...

 

จิ้งจอกทองตนนั้นใช้ปลายนิ้วเหยียดลงบนพื้นแล้วยันกายลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีราบเรียบ เจ้าตัวสะบัดเสื้อสีดำของตนเองไปด้านหลัง

ก่อนที่จะวางมือลงบนเส้นผมของร่างนั้นแล้วเสยเส้นผมสีทองของร่างนั้นขึ้นไปอย่างอารมณ์ดี

 

“นี่จะเป็นความลับที่ข้าจะบอกเจ้าคนเดียวเท่านั้น”

 

เด็กน้อยที่ข้ารักที่สุด...

 

“เจ้าก็รู้...ความจริงแล้วนั้นอายุของข้ามากกว่าห้าร้อยปี.....”

 

โลตัสเงยหน้าขึ้นมองร่างที่ยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าตนเองนั้นก่อนจะหรี่ดวงตาของตัวเองลงเหมือนกับพยายามมองสำรวจ...

คนๆนั้นอายุมากกว่าห้าร้อยปี...

แต่น่าแปลก...

 

น่าแปลกที่ยังคงใช้ร่างนั้นได้อยู่เหมือนกับร่างปกติ...

 

ทั้งๆที่ธรรมดาแล้ว...เพียงไม่กี่ร้อยปีร่างของจิ้งจอกนั้นก็ไม่สามารถใช้ร่างเดิมของตนเองได้จนต้องย้ายไปใช้ร่างอื่น..

แต่นี่ห้าร้อยปี...

ดูจากลักษณะแล้ว...

 

มันน่าจะเป็นร่างเดิมของเจ้าตัวเสียด้วย

 

“น่าแปลกใจจริง แต่ข้าก็ไม่ได้โกหกหรอกนะโลตัส...”

“เพราะว่าหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดารารุ่นก่อนคนนั้นก็ตายในช่วงสี่ห้าร้อยปีเฉกเช่นกัน เจ้าเชื่อข้าไหมล่ะ...”

“ข้าเชื่อเจ้าน่า”

โลตัสหรี่ตาลงร้อมกับเถียงกลับมาทันทีทันควันแต่อีกฝ่ายนั้นกลับทำเพียงหัวเราะให้อย่างร่าเริงเหมือนดั่งเคย..

“งั้นดูนี่....”

 

“ถ้าเกิดข้าเดาไม่ผิด...บางทีเจ้าอาจจะรู้จักข้าจากใครบางคนด้วย...”

 

เยห์ยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานก่อนจะก้มตัวลงแล้วพยายามเก็บดอกไม้ที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาสองสามดอก

เขาใช้มือของตัวเองกำแล้วขยี้มันอย่างช้าๆจนละเอียดและกลายเป็นน้ำบางอย่างไหลออกมาระหว่างร่องนิ้ว

ริมฝีปากบางของร่างนั้นค่อยๆขยับขึ้นลงอย่างช้าๆทีล่ะคำๆจนเกิดเป็นถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเวทมนตร์

ชายคนนั้นหลับตาของตนเองลงด้วยท่าทีราบเรียบก่อนจะค่อยๆใช้มือของตัวเองแตะลงบนเส้นผม แล้วใช้น้ำยานั่นทาลงบนเส้นผมสีเหลืองทองของตรงเองตรงปลายเบาๆ

ใช้นิ้วขยี้เล็กน้อย ก่อนจะลอกอะไรที่เป็นแผ่นเล็กๆละเอียดๆออกมาจากตรงปลายผม...ดูแล้วเหมือนกับบางอย่างนั้นกำลังหลุดร่อนออก...

สี...

 

สีเหลืองทองของเส้นผมนั้นกำลังหลุดร่อนออก

 

“ข้าย้อมผมน่ะ....”

“แก่จนหงอกหมดหัวแล้วงั้นหรือ...เข้าเข้าใจ”

โลตัสกอดอกแล้วพยักหน้าหงึกหงักลงอย่างอารมณ์ดี ซึ่งอีกฝ่ายนั้นก็ลู่ใบหูบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าเหมือนกับไม่สบอารมณ์เล็กน้อยทันทีทันควัน

“มันเป็นผลที่ได้มาจากการรักษาน่ะ....”

“ไว้ข้าจะอธิบายเอาทีเดียวเลยแล้วกัน”

เยห์ว่าพลางหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิมเหมือนกับไม่ได้คิดอะไรมากมายก่อนจะยื่นแขนของตนเองออกมาเบื้องหน้า

?

โลตัสกระพริบตาปริบๆเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างนั้นก้าวเท้าถอยไปด้านหลังตรงข้ามกับแขนที่ยื่นออกมาเบื้องหน้าของเขานี่...

เหมือนกับกำลังยื่นให้ดูอะไรบางอย่าง...

 

“แล้วก็....”

 

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอารมณ์ดี ก่อนจะใช้กรงเล็บของตัวเองลากไปบนแขนของตนเองอย่างรุนแรงและลึกจนรู้สึกได้...

แต่กระนั้น...

มันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย...

 

โลตัสกระพริบตาปริบๆดว้ยสีหน้างุนงงก่อนจะหรี่เนตรของตนเองลงเมื่อเขาเหมือนับนึกอะไรบางอย่างที่คล้ายกันนี้ออก...

คนๆนั้นมีผมสีขาว..

แต่งกายด้วยชุดสีขาว....

 

และมีเลือดแบบเดียวกับที่คนๆนี้มี

 

เสียงหยดน้ำที่หยดลงบนพื้นส่งเสียงก้องกังวานในหัว แต่กลับมองไม่เห็นสิงใดเนื่องจากมันจางเสียยิ่งกว่าน้ำฝน...

แต่กระนั้น..

กลิ่นที่รุนแรงและคาวจนน่าสะอิดสะเอียนของเลือดนั้นก็บอกได้ทุกอย่าง

 

“เลือดข้าน่ะ...ไม่มีสีหรอกนะ”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะใช้ปลายนิ้วของตนเองลูบไปตามแผลแล้วยื่นนิ้วนั้นเข้ามาจนชิดจมูกโลตัส...

จิ้งจอกทองที่มีอายุน้อยกว่าสูดดมกลิ่นของเลือดพร้อมๆกับนิ่วหน้าเล็กน้อย เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายุ่งยาก

“กลิ่นเลือดใช่ไหมล่ะ”

คนๆนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะใช้ปลายนิ้วของตัวเองลากไปตามแผลแล้วพยายามทำให้มันสมานกันให้ได้เร็วที่สุด

ซึ่งก็น่าแปลก..

เพราะมันสมานกันในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 

“นี่คือความพิเศษของเลือดของข้าล่ะนะ โลตัส”

เยห์ว่าพลางระบายรอยิ้มบางๆออกบนใบหน้าแล้วใช้มือของตนเองจับแขนข้างที่เป็นแผลนั้นเอาไว้โดยที่กำแบบหลวมๆ

“ถ้าเกิดมันโดนของที่สกปรกซักหน่อยมันจะกลายเป็นสีแดง เหมือนกับที่เจ้าเห็นในตอนแรก ตอนที่เจ้าช่วยข้าเจ้าจำได้ไหม...”

เยห์ค่อยๆยกแขนของตัวเองขึ้นแล้วว่าพลางยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตัวเอง แล้วว่าต่อไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เด็กน้อยที่ข่วนเขาจนเลือดนองเต็มมือ...

เด็กน้อยที่เขาเจอในป่าแห่งนั้น...

“แต่ปกติแล้วมันจะเป็นสีขาวน่ะนะ...”

 

“และถ้าเกิดข้าป่วยมันก็จะเป็นสีแดงด้วย เป็นเลือดที่แปลกดีใช่ไหมล่ะ”

 

คนๆนั้นยังคงว่าออกมาอย่างอารมณ์ดีเหมือนเดิมก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อโลตัสเงยหน้าขึ้นพร้อมๆกับดึงมือของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้

ก่อนจะค่อยๆเลียเบาๆ...

ไล่ไปตามรอยแผลและกลิ่นเลือดที่เหลืออยู่อย่างเบาบาง...

“.....”

เยห์ค่อยๆคลายรอยยิ้มออกบนใบหน้าห่อนจะทรุดเข่าลงข้างหนึ่งแล้วค่อยๆกอดอีกฝ่ายเข้ามาแน่นอีกครั้งหนึ่ง...

จิ้งจอกที่มีเนตรสีเลือดตนนั้นยังคงหลับตาลงแล้วค่อยๆเลียไปตามแขนโยที่พยายามให้เบาที่สุด พร้อมๆกับลู่ใบหูไปด้านหลัง...

ไม่ใช่เพราะอะไร...

นอกจากเพราะเป็นแขนข้างนี้

 

เพราะกรงเล็บของโลตัสเคยข่วนแผลข้างนี้จนเลือดอาบ...

 

มือเรียวของเยห์ค่อยๆแทรกเข้าไปในเส้นผมของโลตัสแล้วสางอย่างช้าๆด้วยความเอ็นดูและแทนคำพูดว่าไม่เป็นไร...

เพื่อแทนคำขอบคุณ...

คำขอบคุณที่เจ้าตัวนั้นพูดไม่เก่งเท่าไหร่นัก

“......ก็...”

 

“เป็นเลือดปกติ...ไม่ได้แปลกแยกอะไรซักหน่อย”

 

โลตัสเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำให้เยห์เบิกตาของตนเองกว้างก่อนที่เจาตัวนั้นจะหัวเราะออกมา...

“ให้ตายสิ....”

“ถึงจะโตแล้วแต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยน่า โลตัส”

 

“เดี๋ยวข้าก็ยันให้หรอก!!

จิ้งจอกทองตนนั้นคำรามลั่นออกมาทันทีทันควันเมื่ออีกฝ่ายนั้นเล่นทิ้งน้ำหนักลงมากอดรอบคอแน่นจนแทบจะตวาดด่าอะไรไม่ออก...

แต่ก็ต้องเงียบเสียงเอาไว้แล้วถอนหายใจยาวออกมา

แล้วทำได้เพียงกอดตอบ...

 

เพราะเหมือนกับรู้สึกว่าร่างนั้นสั่นน้อยๆเท่านั้น

 

ใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นเคลื่อนไหวน้อยๆเช่นเดียวกับปลายหางที่สะบัดเร็วๆซึ่งค่อยๆช้าลงจนแกว่งเพียงปลายช้าๆ

ก่อนที่ริมฝีปากร่างนั้นจะขยับขึ้น

“.....เลือดกับเส้นผมสีเงินนี่....”

“ข้าได้มาจากคนๆหนึ่งที่เจ้ารู้จักดี โลตัส”

ใบหน้านั้นค่อยๆเงยขึ้น ก่อนจะกระซิบลงข้างใบหูอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

  /> /> />

 

“เหยี่ยวสีขาว”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสยงราบเรียบเหมือนเดิมแต่ดูเหมือนว่าประโยคที่ง่ายแสนง่ายนั้นจะทำให้โลตัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที

“เป็นผู้ชายคนที่มีผมสีขาวยาวลงมา หน้าตาดูคล้ายๆกับข้า...มีตาสีฟ้าเทาขุ่นมัว มีหยาดเลือดไร้สีและมีใบหน้าที่เฉยชาดั่งตุ๊กตาปั้น และที่สำคัญ เขาคนนั้นเป็นเงาของจักรพรรดิสีดำที่เหมือนกับจะสนิทกับพี่ชายเจ้าน่ะนะโลตัส....”

“....เหยี่ยว....สีขาว”

“อื้อ”

จิ้งจอกทองตนนั้นครางตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา...

 

“เหยี่ยวสีขาวเอาชีวิตใหม่ให้ข้า ส่วนจักรพรรดิสีดำเอาชีวิตคนสำคัญของข้าไป”

 

ดวงตาสีเหลืองทองคู่สวยคู่นั้นค่อยๆปรือปิดลงก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะกำมือของตนเองแน่นด้วยความเจ็บปวด...

“....และคนที่จักรพรรดิคนนั้นเอาไป....”

 

“ก็คือหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราคนก่อนนั่นแหละ...”

 

ริมฝีปากบางนั้นค่อยๆเม้มแน่นขึ้นจนแทบจะกลายเป็นเส้นตรงด้วยความเจ็บปวดผสานกับความเจ็บใจ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะฝังใบหน้าลงกับแขนของตัวเองที่แอบรอบลำคอของโลตัส...

ที่เขากอดเนี่ย...

เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าของเขาตอนนี้...

 

มันคงทุเรศไม่ใช่น้อยๆสำหรับคนที่อายุเยอะมากแล้วแบบนี้..

 

“ถึงข้าจะอยู่มาได้นานจริง แต่ความจริงแล้วร่างกายข้าไม่อยดีเท่าไหร่นักเจ้าก็รู้....โลตัส”

“เจ้าออกนอกนครดาร์เนียไม่ได้นี่นะ...เพราะว่าที่นี่เป็นที่เดียวที่เจ้าหายใจและอยู่ได้เหมือนกับปกติ....”

โลตัสว่าพลางพ่นลมหายใจยาวออกมา...

ไม่น่าเชื่อที่ร่างกายอ่อนแอนั่นจะอยู่ได้มากกว่า 500 ปียังไม่มีสาเหตุหรอก...

 

เขาอยู่มาตลอด เขาถึงรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเจ็บป่วยได้ง่ายมาก

 

“....ฝนตก หรือลมหนาวลงมา...ถ้าเกิดเจ้าเป็นหวัดขึ้นมา นอนเป็นเดือนๆก็ไม่หาย ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ติดโรคอันตรายๆ....”

“แค่ไปต่างถิ่น...”

“เจ้าก็นอนเป็นตายเกือบเดือนได้....”

 

แต่เจ้าก็ทำเป็นเดินไปเดินมาปกติ...

ทำเหมือนกับตนเองนั้นไม่ใช่คนเจ็บ

ทำเหมือนกับตนเองสบายดีแล้ว

ไร้สาระจริง...

 

เพียงเพื่อไม่ให้ข้าเป็นห่วงแค่นั้นแท้ๆ

 

“อื้อ”

เยห์หัวเราะออกมาอย่างสนุกสานกับคำประชดประชันของอีกฝ่าย

“ตอนเด็กๆข้าเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่อ่อนแอมาก มากจนเรียกได้ว่าไม่น่าจะมีชีวิตรอดอยู่ได้เลย...”

ดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้นค่อยๆปรือลงอย่างช้าๆ...ก่อนมันจะปิดลงเมื่อนึกถึงสภาพตนเองก่อนหน้านี้...

นานมากแล้ว...

แต่ก็เป็นความทรมานทุกวันคืนที่ไม่อาจลืมไปได้...

“แต่ข้าก็รอดมาได้”

“เพราะว่าคนที่ช่วยทำคลอดให้เป็นถึงหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกดาราคนก่อนคนนั้นสุดท้ายในตอนที่ข้าไม่หายใจ คนๆนั้นก็ใช้ลูกเล่นวิธีอะไรไม่รู้เลยทำให้ข้าหายใจได้ แล้วก็แบ่งเลือดของตนเองให้ข้าด้วยเล็กน้อย.....”

“ข้ารอดมาได้...อย่างหวุดหวิดเลยล่ะ”

จิ้งจอกทองตนนั้นระบายลมหายใจยาวออกมาเหมือนกับกำลังขบขัน

“แต่นะหลังจากนั้นข้าก็ป่วยไปไหนไม่ได้เลย”

“ร่างกายอ่อนแอมากเหมือนกับคนที่จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ แถมก็ไม่มีใครเข้าใจด้วยว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนั้น”

ใบหูเรียวลู่ลง

“หัวหน้าจิ้งจอกดาราคนก่อนบอกว่ามันเป็นเพราะว่าเลือดของข้าน่ะแพ้อะไรบางอย่าง....ถ้าเกิดมันถูกบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการแพ้นั้นมันจะทำให้อะไรๆรวนไปหมด”

เยห์หัวเราะพร้อมๆกับสะบัดหางของตัวเองอย่างร่าเริง โดยที่ดูแล้วเหมือนกับไม่ได้แยแสกับอาการป่วยเท่าไหร่นัก

ทั้งๆที่มันอันตรายแท้ๆ...

“เจ้านั่นบอกว่าถ้าเกิดว่าเลือดนั่นเกิดอาการแพ้ตรงบริเวณไหนข่างร่างกาย อวัยวะร่างกายส่วนนั้นก็จะเกิดอาการตามเลือดนั้นไปด้วย ถ้าเกิดเกิดอาการแพ้ตรงปลายนิ้ว นิ้วก็จะชาช้ำ ถ้าเกิดเกิดตรงอวัยวะขิ้นอื่นพวกกระเพาะอาหารก็จะไม่ย่อยแล้วก็ปวดท้องมากๆด้วย...”

“หัวหน้าจิ้งจอกดาราคนก่นอบอกว่าโชคดีมาก....”

“เพราะว่าส่วนมากแล้วมันเกิดตรงอวัยวะไม่สำคัญ ถ้าเกิดตรงปอดหรือว่าหัวใจคงไม่ได้อยู่มานาขนาดนี้หรอก”

โลตัสลู่ใบหูของตนเองลงแล้วบิดไปด้านหลังในขณะที่ทำสีหน้ายุ่งๆ

นึกไปมันก็ใช่...

เพราะว่าอาการป่วยของอีกฝ่ายเป็นบ่อยครั้ง แต่ที่ที่เป็นไม่ใช่ที่ที่อันตราย

 

คงเป็นดวงล่ะมั้ง ที่ทำให้อีกฝ่ายรอดมาได้จนป่านนี้

 

 “ข้าอยู่มาได้ตลอดเพราะเจ้านั่นเป็นหมอประจำตัวของข้า....”

 

“เขาดูแลข้าตลอดเวลา...”

 

มาหาอย่างน้อยก็สองสามวันครั้งหนึ่ง..

ยาแปลกๆ...

 

แล้วก็ของเล่นอะไรคุยสนุกๆเพื่อไม่ให้ข้าเบื่อ....กับร่างกายที่ไปไหนไม่ได้นี่

 

“เจ้าก็เข้าใจสินะว่าร่างกายข้าไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่นัก...”

เยห์สะบัดปลายหางของตนเองเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะด้วยน้ำเสียงสนุกสนานมากกว่าเดิมทันทีทันควัน

“แต่สมัยเด็กๆน่ะ...ร่างกายของข้าอ่อนแอกว่านี้อีก...”

“หือ?

โลตัสหรี่ตาลงแล้วครางออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันที พลางจ้องมองผู้ใหญ๋ที่อายุห้าร้อยกว่าคนที่กำลังกอดตัวเองแน่นเนี่ย

“ออกจากบ้านไม่ได้เลย ลงจากเตียงก็ยังไม่ค่อยจะได้...เดินไปไหนก็ถูกห้าม มีแต่คนๆนั้นคนเดียวที่เข้ามาหาแล้วก็เอาไม้ช่วยเดินมาพยุงให้เดิน...”

 

“....เขาคนนั้นบอกว่าถ้าเกิดไม่ออกกำลังกายบ้างจะยิ่งอ่อนแอ...”

 

เยห์แลบลิ้นออกมาแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่นึกถึงใบหน้าของคนๆนั้นในตอนที่กล่าวตักเตือนแล้วก็ดุเขา...

“เขาคนนั้นถ่ายเลือดที่มีความสามารถในการรักษาตัวสูงมากให้ข้าอย่างน้อยๆอาทิตย์ล่ะครั้ง...มากเป็นลิตรๆจนทำให้เจ้าตัวนั้นนอนหลับไปวันหนึ่งเต็มๆเลย”

“พอข้าขอร้องให้ลดเลือดที่ถ่ายมา...”

 

“เจ้านั่นก็ตอบกลับมาว่าถ้าเกิดข้าอาการดีขึ้นซักนิด...เจ้าตัวจะลดเลือดให้”

 

เยห์พ่นลมหายใจยาวออกมาอีกครั้งคลายกับหนักใจ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างของโลตัสพร้อมๆกับซบใบหน้าลงบนไหล่ของอีกฝ่าย...

ทำให้คู่สนทนาอีกคนนั้นลู่ใบหูลงเล็กน้อยแล้วทำสีหน้าเหมือนกับไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี เพาะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายมีความสุขขนาดไหน...

แต่เขารู้...

ว่าอีกฝ่ายมีความสุขมากในตอนที่พูดถึงหัวหน้าจิ้งจอกดาราคนนั้น

“ข้าพยายามออกกำลังกายทำตัวตามที่คนๆนั้นบอกตลอด...แต่เหมือนกับว่ามันจะยากเหลือเกินกับการฝืนร่างกายที่อ่อนแอนี่”

“คนๆนั้นพยายามช่วยข้าตลอดเวลา...”

“ในฐานะหมอ...”

“แม้ว่าบางครั้งนั้นจะเวอร์ไปบ้าง”

เหย์เงยหน้าข้นมาเล็กน้อยก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างตลกขบขันที่ทำเอาโลตัสชักสีหน้ายุ่งๆมากกว่าเดิม..

เขาไม่รู้จักคนๆนั้น..

ไม่รู้แม้เพียงข่าวลือ...

 

นั่นก็เพราะคนๆนั้นตายไปนานมากแล้ว

“จริงๆนะ เจ้านั่นมันชอบพูดอะไรเวอร์ๆอย่างการอวดว่าตัวเองเป็นหอที่เก่งที่สุดในดินแดน ไม่มีโรคไหนรักษาไม่ได้”

“....มันเวอร์จริงๆแหะ....”

โลตัสพยักหน้าลงตอบรับกับความคิดของอีกฝ่าย ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมาเช่นเดียวกับเยห์ที่ลู่ใบหูของตนเองลง

“ใช่ไหมล่ะ....”

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาเบาๆ

“แต่ก็นะ...”

 

“ข้าก็ชอบเขามาก...”

 

“แต่ตอนนั้นข้าก็ไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่นักนอกจากเขา...”

เยห์หลับตาลงแล้วแกล้งหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ปลายหางที่ขยับช้ากว่าที่เคยเป็นนั้นก็บอกได้อย่างดีเลย...

อีกฝ่ายช่างโกหกไม่เก่งเอาเสียเลย..

สงสัยคงเพราะไม่ได้ออกมายุ่งกับชาวบ้านเขาเท่าไหร่นัก อีกฝ่ายเลยไม่ได้ถนัดในการหลอกล่อหรือว่าลวงคนอื่นเหมือนกับที่คนอื่นเป็น...

อีกอย่าง...

คนๆนี้ชอบกินแต่พวกลูกไม้..

 

ถ้าเกิดโลตัสไม่ได้ล่าอะไรมาให้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะกินอะไรอย่างอื่น

 

“เอาจริงๆนะโลตัส”

เยห์ยันร่างของตัวเองขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายพร้อมๆกับว่าแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริง....

ทั้งๆที่ฝืนไม่ให้หูลู่ลงไม่ได้แท้ๆ...

ทั้งๆที่สีหน้านั้นมันก็บอกอยู่เต็มที่

 

ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังทรมานและโศกเศร้าอยู่

 

“ข้าชอบเขามาก และเขาก็ค่อนข้างชอบข้ามากเช่นกัน แต่เหมือนกับพวกจิ้งจอกดารานั้นจะไม่ค่อยชอบหรือว่าชื่นชมข้าเท่าไหร่น่ะนะ เนื่องจากพวกเขากลัวการหักหลังหรือว่าอะไรใกล้ๆเคียงกันที่มักจะโดนจากพวกจิ้งจอกทอง”

“จิ้งจอกดาราเป็นจิ้งจอกที่ไม่ชอบหลอกลวงแถมยังขี้ระแวงอีกต่างหาก...”

“ตรงข้ามกับจิ้งจอกทองที่ชอบหลอกลวงจริงๆ”

“แต่นะ...”

เยห์ไหวไหล่เล็กน้อย แล้วค่อยๆนั่งลงบนเข่าของตัวเองแล้วสะบัดลายหางมาวางบนตักของตนเองอย่างอารมณ์ดี

“จิ้งจอกทองกับจิ้งจอกดาราก็อยู่ด้วยกันมานานแล้ว ไม่กินเส้นมานานแล้ว ไปๆมาๆหลายๆคนเขาก็บอกว่ามันก็เหมือนกับเรื่องปกติ...”

จิ้งจอกทองตนนั้นยังคงอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงเริงร่าเหมือนเดิม ก่อนจะขยับมือประกอบการอธิบายที่โลตัสทำได้แต่มอง...

เพาะความจริงในตอนนี้มันแปรผันต่างจากแต่ก่อนมาก...

เมื่อก่อนมันก็เหมือนกับคู่หูที่ทะเลาะกันบ้าง

 

แต่ตอนนี้มันคือศัตรูที่เกลียดกันเข้าไส้ด้วยซ้ำ

 

“...ข้าจำได้นะ ว่าพวกจิ้งจอกดาราจะขยับตามหัวหน้า ถ้าเกิดหัวหน้าสั่งให้ขยับไปทางไหนก็จะขยับไปทางนั้น”

เยห์หัวเราะ

“เพราะงั้นเขาคนนั้นพยายามตลอดมา ใช้สิทธิของหัวหน้าสั่งให้พวกจิ้งจอกดาราค้นวิธีรักษาอย่างเผด็จการเลยนะ...”

“ทั้งหมดนั้นก็เพื่อรักษาข้าให้หาย เพราะอยากให้ข้าได้ออกมาเดินอยู่ใต้แสงอาทิตย์และวิ่งเล่น...”

 

“ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ คนๆนั้นสัญญาว่าจะรักษาข้าให้หาย...”

 

ดวงตาสีเหลืองทองที่แสนร่าเริงและแลดูเหมือนกับกำลังกล่าวถึงความฝันที่ผ่านมานนานแล้วนั่นค่อยๆปรือปิดลง...

ริมฝีปากที่ยิ้มบางๆด้วยความสุขค่อยๆเม้มแน่น...

เช่นเดียวกับร่างนั้นที่สั่นระริก..

 

“แล้ววันหนึ่ง เพื่อรักษาข้า....”

 

มันคือการตัดสินใจที่เอาแต่ใจ...

มันคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด...

 

“เขาก็ได้แยกเขี้ยวใส่จักรพรรดิแห่งกาลเวลา”

 

เยห์ชะงักเสียงของตัวเองลงพร้อมๆกับค่อยๆก้มใบหน้าของตัวเองลงอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูมออกว่ากำลังหวาดกลัวหรือว่าอะไร...

น่าจะเป็นความหวาดกลัวมากกว่า...

 

เพราะดวงตานั้นเต้นระริกและสั่นคลอนจนไม่สามารถแม้กระทั่งปิดมันลง

 

“....เพื่ออะไรซักอย่าง แต่คนๆนั้นบอกว่าพวกจักรพรรดิแหล่านั้นมีสิ่งหนึ่งที่เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ ที่ถ้าเกิดได้มา...”

“ข้าจะหายอย่างแน่นอน”

 

นิ้วเรียวจิกลงไปบนพื้นที่เต็มไปด้วยหญ้า ก่อนจะพยายามค้ำร่างของตัวเองเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่สั่นระริก...

ห่อตัวเองจนลีบเล็ก...

กับสิ่งที่ทำให้หวาดกลัวจนไม่อาจจะหายใจ...

 

มันคือความหวาดกลัวที่ไม่มีก้นบึ้ง

 

“มันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตนิรันดร์กาล....หรือพูดง่ายๆคือ มันคือเสี้ยวหนึ่งของกลไกของหัวใจที่ทำงานอย่างไม่มีวันหยุดได้ชั่วนิรันดร์”

เยห์ค่อยๆปรือดวงตาหลับลง...

 

“เจ้านั่น...ฆ่าคนๆหนึ่งเพื่อชิงมันมา”

 

“ล....แล้วหลัง....จากนั้น”

ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นเหมือนกับพยายามสะกดความหวาดกลัวเอาไว้ แล้วเงียบไปหลายต่อหลายวินาทีจนโลตัสเริ่มลู่หูลง...

อีกฝ่ายกลัว...

กลัวจนลมหายใจผิดจังหวะไปหมด....

“....ไม่ต้องเล่าต่อแล้วล่ะมั้ง...เยห์”

โลตัสถอนลมหายใจยาวออกมาในขณะที่แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงออกและกังวลมาอย่างชัดเจน

มือเรียวค่อยๆไล้ไปตามใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะช้อนให้มันเงยขึ้น

แล้วดึงเข้ามกอดเอาไว้แน่น

“พอเถอะ...ถ้าเกิดจ้ากลัวขนาดนั้น....”

“...ถ้าเกิดมันทำให้เจ้าเศร้าขนาดนั้นเมื่อตอนนึกถึงไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้”

 

จะฟังหรือไม่ฟังมันก็ค่าเท่ากัน...

อดีตมันผ่านมาแล้วและถึงสนใจมันไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

 

ข้าไม่ได้ใจแคบเหมือนกับพวกจิ้งจอกทองแห่งแกอริกพวกนั้นด้วย...

 

โลตัสแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วแทรกเข้าไปในเส้นผมของอีกฝ่ายแล้วดึงใบหน้านั้นเข้ามาซบกับหน้าอกของตนเอง

กอดเอาไว้แน่น..

 

“.....หลัง...จากนั้น....”

 

ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายนั้นยังคงขยับต่อ ก่อนที่มือข้างหนึ่งนั้นจะค่อยๆกำขยำเสื้อของโลตัสเอาไว้แน่นเหมือนกับตะเกียดตะกายหนีจากอะไรบางอย่าง

บางอย่างที่เรียกว่าความหวาดกลัว

 

“.....มันคือ...ความวินาศจริงๆ”

 

ข้าไม่รู้จักสิ่งใดที่น่ากลัวกว่านั้น...

ข้าไม่รู้จักสิ่งใดที่จะเหมาะสมกับคำว่าวินาศไปมากกว่าสิ่งนั้น

 

มันเหมือนกับโลกนั้นจะล่มสลายลงได้ในวันพรุ่งนี้...ในวินาทีต่อไป

 

ดวงตาสีเหลืองทองที่สั่นระริกนั่นถูกปิดเอาไว้ด้วยมือของโลตัส เช่นเดียวกับร่างนั้นที่ถูกกอดเอาไว้แน่น

เพราะเขาไม่รู้...

ว่าทำยังไงจะไล่ความกลัวที่ไร้ก้นบึ้งออกไปจากจิตใจของอีกฝ่ายได้

 

“ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใดได้เท่ากับกลัวสิ่งนั้น”

 

และข้าเชื่อ...

ว่าข้าจะไม่มีวันกลัวสิ่งใดได้เท่าสิ่งนั้น...

 

“มันเป็นสีแดงฉาน มันเป็นเงาทมิฬ”

 

“สีแดง....”

 

ร่างนั้นพึมพำอะไรบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นระริก ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหดคอของตัวเองแล้วงอตัวลีบมากกว่าเดิม

“ข้าเป็นสิ่งนั้นเป็นสีแดงฉาน  ร่างนั้นใหญ่โตจนดวงจันทร์ถูกบดบังจนมิด เสียงของมันน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงของฟ้าคำราม ร่างกายของมันกรงพลังยิ่งกว่าพวกมังกร....”

“อีกที่สยายไปบนฟ้านั่น....”

 

“เหมือนกับความกลัวที่ลงมาปกคลุมทุกอย่าง”

 

“.....”

โลตัสทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่กำลังเล่าอะไรบางอย่างนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นระริก  ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงแล้วจูบลงบนเส้นผม...

แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นจะกลัวจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว...

“และเพียงพริบตานั่น...”

เยห์กำนิ้วจิกเสื้อของโลตัสแน่นขึ้น

“ในชั่วเวลาเพียงไม่นานเท่ไหร่นัก นับตั้งแต่ร่างนั้นปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาลอันเงียบสงัด...”

 

 

“ทุกอย่างก็กลายเป็นสีแดงฉาน”

 

“บ้าคลั่ง...มันบ้าคลั่ง...”

น้ำเสียงที่แสนแผ่วนั้นพร่ำเพ้ออะไรบางอย่างที่เหมือนกับกำลังเปรยอะไรกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา.จนจับใจความอะไรไม่ได้เลย

“มันทำลายทุกอย่าง มันใช้เขี้ยวกรงเล็บขย้ำทุกอย่าง จากร่างที่เป็นสีนิลกาฬกลายเป็นสีแดงฉาน หยดเลือดนับไม่ถ้วนเปรอะร่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า....”

“ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร....”

 

“รู้เพียงกลิ่นไอของความน่ากลัวที่ทำให้ต้นไม้แทบถอนรากแล้วเคลื่อนตัวหนี...”

 

“มันเป็นเวลาไม่นานเท่าไหร่นัก นับตั้งแต่การสังหารโหดที่ฆ่าไม่เลือกว่าใครเป็นใครนั้นได้เริ่มต้นขึ้น...”

 

แต่สำหรับข้า...

มันเหมือนกับยาวนานหลายต่อหลายสิบนาที...

 

“เพียงไม่นานหลังจากนั้น ร่างที่ย้อมไปด้วยเลือดหยุดได้โดยแสงสีม่วงเข้มจนเหมือนกับสีดำ กระชากร่างนั้นจนล้มลง...”

“ข้ารู้แค่นั้น แล้วทุกอย่างมันก็กลายเป็นความมืดไปหมด...”

เยห์หัวเราะหึออกมาสั้นๆอย่างประชดประชัน...

 

“ข้าถูกเล่นงานสาหัสปางตาย...”

 

“และต่อมา พอข้ารู้สึกตัวอีกที....”

เยห์ยังคงพยายามพูดต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงเนิบนาบเหมือนเคย แต่ดูเหมือนว่าร่างนั้นจะไม่ได้สั่นและหวาดกลัวมากเหมือนเคยแล้ว...

เหมือนกับเจ้าตัวนั้นกำลังหัวเราะหน่อยๆด้วยซ้ำไป

 

“ข้าก็เห็นเพียงหัวหน้าจิ้งจอกดาราอยู่ข้างๆ”

 

รอยยิ้มบางๆเหยียดออกบนใบหน้านั้นโดยที่ดูเหมือนว่าโลตัสจะมองไม่เห็น ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยำลกบา...

“ดวงตาสีเหลืองทองที่แสนสวยคู่นั้นปิดสนิท...นอนหมอบโดยที่กุมมือของข้าเอาไว้แน่น...ข้าดีใจที่เห็นเขาอยู่ข้างๆ....”

ดวงตาสีเหลืองทองปรือปิดลง...

หวนนึกไปถึงในตอนที่ตัวเองลืมตาขึ้น...

 

จากฝันร้ายที่ผ่านไปในชั่วข้ามคืน...

 

“และพอข้ายื่นมือไปแตะ...ข้าถึงได้รู้สึก....”

 

เยห์ค่อยๆพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหลับตาและกำมือของตนเองแน่นแล้วขยับริมฝีปากขึ้นอีกครั้ง

ลั่นเป็นคำพูดที่ตนเองไม่อยากพูดที่สุด

 

“เขาตายแล้ว”

  href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\DOCUME~1\User\LOCALS~1\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

เยห์ค่อยๆเค้นเสียงหัวเราะออกมาจากลำคอของตัวเองอย่างแผ่วเบาเหมือนกับประชดประชัน ก่อนจะทิ้งใบหน้าลงซบกับหน้าอกของอีกฝ่าย

“ไม่มีอะไรมากมายไปกว่านั้น คนๆนั้นหลับตานอนนิ่งๆเหมือนกับคนหลับไปแค่นั้นเอง...มีก็แค่ข้าที่ตื่นขึ้นมา...”

 

ฝันร้ายหายไปในชั่วข้ามคืน

แต่กลับกลายเป็นฝันอื่น...

เป็นฝันอื่นที่เลวร้ายยิ่งกว่า...

 

“ข้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ...นอกจากกุมมือที่เย็นเชียบของคนๆนั้นเอาไว้แน่น แล้วซบใบหน้าลงเท่านั้น...”

 

ข้ากอดร่างนั้นแน่น...

แล้วนึกถึงร่างของคนๆนั้นที่เคยกอดประคองเขาเสมอ

นึกถึงร่างที่อุ่นๆและขยับได้ดั่งใจนึก...

 

ไม่ใช่ร่างที่เย็นเชียบนี้....

 

จิ้งจอกทองตนนั้นเงียบเสียงของตนเองลงแล้วกัดฟันแน่นแล้วปล่อยให้หยดน้ำเย็นๆไหลลงจากหางตาอย่างไม่สนใจ...

เขาจำได้ดีถึงวันที่เสียอีกฝ่ายไป...

เหมือนกับเพิ่งเกิดเมื่อไม่นาน...

 

โดยที่เวลาซึ่งล่วงผ่านไม่ได้ช่วยทำให้ความทรงจำและความเจ็บปวดนี้น้อยลงไปเลย

 

“หลังจากนั้นจิ้งจอกดาราตนหนึ่งก็เข้ามา...เหมือนกับว่าเป็นผู้ช่วยคนสนิทนั่นแหละ...คนๆนั้นทำเพียงแค่เอนหน้าหนีแล้วไม่ว่าอะไรออกมา...”

“เขาคนนั้นทำเพียงเดินเข้ามาแล้วใช้ผ้าเช็ดใบหน้าที่เปื้อนเลือดน้อยๆของหัวหน้าจิ้งจอกดาราคนก่อน....”

“เขาบอกว่าเขาไม่อยากให้ศพนี้ดูน่าเกลียด....”

เยห์หัวเราะหึออกมาสั้นๆเหมือนกับกำลังตลกขบขัน แต่ฟังดูแล้วมันช่างเหมือนกับเสียงตลกที่ไร้ความรู้สึกเสียเหลือเกิน...

จิ้งจอกทองตนนั้นลู่ใบหูลง...

ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมา

“จิ้งจอกดาราตนนั้นบอกว่า...คนๆนี้ไม่น่ารอดตั้งแต่ตอนที่ปะทะกับพวกจักรพรรดิแล้ว แต่อย่างนั้นก็ยังตะเกียดตะกายกลับมา....”

“เพื่อเอาเศษเสี้ยวของของที่แย่งกลับมาได้อย่างไม่สมบูรณ์.....ให้ข้า”

 

“เห็นพวกนั้นบอกว่า เจ้านั่นผ่าตัดให้ทั้งๆที่เลือดนองทั้งตัว....”

 

มีแผลมากมายบนตัวของคนๆนั้น...

เยอะ จนถ้าเกิดเป็นคนธรรมดา หรือต่อให้ทนแค่ไหนก็ไม่น่ารอด...

 

แต่กระนั้นคนๆนั้นก็ยังฝืนทำจนกระทั่งทำสำเร็จ...

 

เยห์สะบัดปลายหางของตนเองลงด้วยด้วยความหงุดหงิดและเจือๆด้วยความเสียใจนิดๆเพราะที่ทำให้อีกฝ่ายนั้นต้องลำบากมากมายขนาดนั้นและยังต้องมาจบชีวิตลงทั้งๆน่าจะยังอยู่ต่อไปได้อีกนานมากแท้ๆ...

 “สุดท้าย...”

จิ้งจอกทองตนนั้นเงียบเสียงไปชั่วครู่

“เจ้านั่นถ่ายเลือดตนเองให้ข้าเกือบทั้งหมด...เพราะมันรู้ว่าตัวมันไม่รอดอย่างแน่นอน ซึ่งพวกจิ้งจอกดาราก็ทำได้แค่ฟังตามคำสั่ง”

 

“คำสั่งที่คนๆนั้นสั่งให้รักษาข้าจนข้าหาย....”

 

“หลังจากนั้นไม่รู้ว่าพี่วันหรือว่ากี่เดือน พวกจิ้งจอกดาราพวกนั้นพยายามรักษาข้าอย่างกัดฟันทนตามคำสั่งจนอาการข้าดีขึ้นเรื่อยๆ จนข้าสามารถกลับออกมายืนด้านนอกออกกำลังได้....วิ่งได้ เล่นได้ เดินได้ ทำอะไรต่างๆได้เหมือนกับปกติทุกอย่าง”

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความสนุกสนานเหมือนเดิม ก่อนจะปรือดวงตาของตนเองปิดลงอย่างช้าๆ

“แต่....มันไม่เหมือนกับปกติอย่างเดียว....”

 

 

“คือการที่ไม่มีคนๆนั้นอยู่ด้วย”

 

เยห์เงียบเสียงของตนเองไปหลายต่อลายวินาทีจนโลตัสลู่ใบหูลงมากกว่าเดิมแล้วดึงร่างนั้นขึ้นมานั่งบนตักตนเองแล้วกอดเอาไว้แน่นกว่าเดิม

ค่อยๆเลียใบหูใบๆแล้วจูบลงบนหน้าผาก

ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นกอดร่างของเขาเอาไว้แน่นแล้วฝังใบหน้าลงบนไหล่พร้อมๆกับจิกเล็บเข้าไปในเสื้อแน่น

“...ข้าไม่อยากได้........”

 

ร่างกายที่ดีขึ้น อิสระที่จะไปไหนก็ได้ โอกาสที่จะได้ลิ้มรสแสงแดดและสายลม ทุกอย่างที่คนที่น่งอยู่เฉยๆไม่อาจจะทำได้

ทั้งหมดนั้น..

 

ข้าไม่อยากได้

 

เยห์กอดร่างของโลตัสแน่นขึ้นจนแทบอึดอัดพร้อมๆกับฝังใบหน้าที่นองไปด้วยหนาดน้ำใสๆลงบนเสื้อสีขาวนั่น...

หยดน้ำที่เรียกว่าเลือดไหลออกจากมุมปากเมื่อฟันนั้นกัดลงบนผิวเนื้อด้านในจนทำให้กลายเป็นแผลเล็กๆ...

ใบหน้านั้นหันไปมาช้าๆ...

เหมือนกับปฏิเสธ...

 

“ข้ายอมนอนบนเตียง ข้ายอมพูดไม่ได้ ข้ายอมไม่มีเสียง...ข้ายอมทุกอย่าง”

 

ข้าอยากย้อนเวลากลับไปเหมือนเดิม

ข้ายอมทุกอย่าง..

ต่อให้ข้าป่วยหนักกว่าเดิม

ต่อให้ข้าไม่เหลืออะไรเลยก็ได้...

 

ช่วยเอาเวลาเก่าๆกลับมาที...

 

“เอามันกลับมาที....ข้าอยากให้ใครก็ได้....”

น้ำเสียงสั่นระริกค่อยๆดังกังวานขึ้นอย่างช้าๆด้วยท่วงทำนองที่แสนสั่นเครือ

วิงวอนต่อทุกอย่างในโลกนี้...

ต่อกฎของพระเจ้า...

 

ให้ช่วยทำลายกฎนั่นทิ้งแล้วช่วงชิงคนๆนั้นจากความตาย...

 

“เอามันกลับมาที....”

 

เอาช่วงเวลาทั้งหมดที่ผ่านมา...

ได้โปรดย้อนแล้วหยุดเอาไว้ในวันที่สงบสุขชั่วนิรันดร์...

 

“......มันผ่าน...ไปแล้วนะ เยห์”

 

โลตัสครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วจูบลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆ ซึ่งเยห์ก็ยิ้มบางๆออกบนใบหน้าทันที

“อื้อ มันผ่านไปหมดแล้ว”

จิ้งจอกทองตนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม

“แต่กระนั้นข้าก็ยังอยากได้มันกลับมา”

 

เป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง...

ข้าสารภาพ...

ข้าไม่ได้ดีใจที่อาการป่วยของข้าดีขึ้นเลย...

 

ถ้าเลือกได้....ข้าอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมมากกว่า

 

 

“ข้าไม่อยากให้คนๆนั้นหายไป...”

 

ทั้งโลกมีสิ่งที่ข้าอ้อนวอน...

พระเจ้าเอ๋ย นรกเอ๋ย

 

ข้าขออย่างเดียวเท่านั้นกับข้อแลกเปลี่ยนนับไม่ถ้วน...ท่านให้ข้าไม่ได้หรือ...

 

“....หึ.....นะ”

 

เยห์เค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างประชดประชน ก่อนจะก้มนาลงมากกว่าเดิมแล้วสะบัดหางมาพันรอบร่างของตนเองเอาไว้

“ต่อจากนั้น ทุกอย่างก็มืดลงทีล่ะนิด....”

“ไม่ใช่เพราะความเศร้าหรอก”

 

“แต่เพราะช่วงเวลาของความสุขของข้ามันจบลงแล้วน่ะนะ โลตัส...”

 

ข้ามีความสุขมามากพอแล้ว..

ในตอนนั้น มันคงถึงเวลาที่ข้าต้องชดใช้มันด้วยความทุกข์แล้วล่ะมั้ง

 

“ต่อจากนั้น...จิ้งจอกดาราทั้งหมดก็เกลียดข้า โทษข้าในฐานที่เป็นคนที่ทำให้หัวหน้าจิ้งจอกดาราของพวกเขาต้องตาย”

“และพวกพ้องเผ่าจิ้งจอกดาราไม่น้อยเช่นกัน...”

 

ทั้งๆที่เงาสีดำฆ่าพวกเขา...

ฆ่าในชั่วพริบตาโดยไม่เคยสะกดคำว่าปรานี

 

แต่ทำไมพวกเขาถึงได้โทษข้ากัน...

 

“ไม่มีใครปลอบอะไรข้า....”

 

เจ้าคิดหรือ..

ว่าหัวหน้าของพวกเจ้าคนนั้นไม่สำคัญกับข้า...

 

เยห์หัวเราะออกมาอย่างประชดประชัน...

“ไม่มีใครสนใจข้านอกจากโทษว่าเป็นตัวการที่ทำให้คนมากมายต้องตายเพื่อแลกกับอาการป่วยที่ดีขึ้นเพียงนิดเดียว”

 

ถ้าเกิดข้าเลือกได้

ต่อให้ต้องตัดขาทิ้ง

 

ข้าก็จะไม่มีวันให้เจ้านั่นไปหาจักรพรรดิเหล่านั้น...

 

“หลังจากนั้น....”

 

“ข้าก็ต้องออกจากนครดาร์เนีย....”

 

เหมือนกับที่พี่เจ้าโดน...

พวกจิ้งจอกทองมันก็เป็นแบบนี้...

 

แต่พวกนั้นก็แค่หวาดกลัวเท่านั้น...

 

เยห์ระบายรอยยิ้มบางๆอกบนใบหน้าเหมือนกับประชดประชัน ก่อนจะทำได้เพียงเม้มริมฝีปากและกัดฟันแน่น...

ถึงพวกนั้นไม่ไล่เขา...

เขาก็ไม่มีน่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปหรอก

 

ถ้าเกิดไม่มีเขาซักคน...จักรพรรดิเหล่านั้นก็คงไม่ฆ่าใครทั้งนั้น

 

“ถ้าเกิดไม่มีข้าซักคนล่ะก็....”

เยห์พึมพำเบาๆเหมือนกับกำลังพร่ำเพ้อ....

เสียใจ....กับความผิดพลาดนั้น..

“บางที อาจจะไม่มีใครตายในตอนนั้นเลย...หัวหน้าจิ้งจอกดาราคนนั้นอาจจะอยู่มาจนถึงตรงนี้ เพื่อนพ้องของใครหลายคนอาจจะยังอยู่ที่นี่....”

“แต่เพราะข้า....”

 

“เลยทำให้เวลาและชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นจบลงในคืนนั้น....”

 

“.....เจ้า...ไม่ได้เป็นคนทำซักนิดเดียวไม่ใช่หรือไง”

 

พวกนั้นรักแต่การโทษคนอื่น...

พวกนั้นไม่เคยคิดว่าตนเองผิด....

 

“...ใช่....โลตัส”

เยห์พยักหน้าลงอย่างฝืดๆ ก่อนจะหัวเราะหึออกมาสั้นๆ...

 

“แต่เพราะมีข้าอยู่ เรื่องมันถึงได้เกิดขึ้นไม่ใช่หรือไง”

 

คำว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ใช่เหตุผล...

ข้าไม่โกรธที่พวกนั้นเกลียดข้า ข้าไม่ว่าที่พวกนั้นแค้นข้า...

 

และข้าไม่หวังการให้อภัยชั่วนิรันดร์

 

“แล้วพวกนั้นล่ะ พวกเขาทำอะไรให้ข้าหรือเปล่า พวกนั้นทำอะไรให้กับจักรพรรดิสีดำกับเหยี่ยวตนนั้นหรือเปล่า...”

“ไม่เลยโลตัส”

เยห์ส่ายหน้าช้าๆ

“....พวกนั้นเขาแค่อยู่เฉยๆ พวกเขาอยู่กันอย่างเงียบสงบ แต่เพราะข้า เพราะข้า...ข้าทำลายชีวิตของพวกเขา...”

เยห์ปรือดวงตาของตนเองปิดลง คล้ายกับจะบอกว่าตนองนั้นยอมรับเสียงโกรธเสียงเกลียดและคำด่ามากมายทั้งหมดนั่นแต่โดยดี...

“มันถูกแล้ว...”

 

ไม่ผิดหรอก...

หากเป็นข้า...

 

ข้าก็จะแค้นคนที่พรากคนสำคัญของข้าไปจากก้นบึ้งของหัวใจเช่นกัน

 

“ที่พวกนั้นจะเกลียดข้า....และก็แค้นข้าที่เป็นต้นเหตุทำให้พวกนั้นต้องตายไป”

 

“ไม่ว่ายังไง...ข้าอยู่กับพวกเขาไม่ได้”

 

ข้าไหน้าด้านพอ...

ที่จะลอยหน้าลอยตาในฐานะคนทีเรียกฆาตกรมาฆ่าพี่น้องเพื่อนพ้องของพวกเขา

 

“และที่สำคัญพวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะอยู่กับข้าด้วย ในตอนแรกๆพวกเขาส่วนหนึ่งก็เลยย้ายขึ้นไปทางเหนือ”

เยห์ชี้นิ้วขึ้นไปด้านบน ก่อนจะหัวเราะ

 

“ยังเทเกอริก ที่ที่เป็นที่อาศัยของพวกจิ้งจอกทองที่เจ้ารังเกียจมากตนนั้นไงล่ะ”

 

“ต่อมา...ข้าก็ตัดสินใจเอาชื่อเก่าทิ้งไป...พร้อมกับเอาหลุมศพชื่อตัวเองไปสร้างไว้ข้างๆหลุมศพของหัวหน้าจิ้งจอกดาราคนก่อน”

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีเหลืองทองปรือเปิดขึ้นแล้วหลุบลงต่ำเพื่อมองพื้นหญ้าที่เต็มไปด้วยใบหญ้าหลากหลายหน้าตาและดอกไม้เหมือนกับอยากจะสื่อควาหมายอะไรบางอย่างออกมา

“ข้าฝังตัวเองและฝังจิ้งจอกดาราคนนั้นเอาไว้ข้างล่างนี้...”

“สวนด้านหลังวิหารนี่ โดยที่ซ่อนป้ายหลุมศพเอาไว้”

ปลายนิ้วเรียวค่อยๆลากไปบนพื้นดินอย่างช้าๆ ก่อนที่รอยยิ้มบางๆนั่นจะคลี่ออกบนใบหน้าของเจ้าตัว

“ข้าฝังตัวเองเพื่อให้ทุกคนนั้นเข้าใจว่าข้าตายไปแล้ว แล้วข้าก็ตัดสินใจเงียบหายไปในความมืดของนครดาร์เนีย นานเท่านาน เกือบๆสี่ร้อยปี จนร้อยกว่าปีหลังนี่...”

 

“ข้าก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง....”

 

เยห์ระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตนเอง ก่นจะเด็ดดอกไม้บนพื้นขึ้นมาโดยที่มืออีกข้างนั้นยังคงกอดโลตัสเอาไว้แน่นเหมือนเดิม

“ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนเกือบไม่เหลือเค้าเดิม ข้าแลดูกลายเป็นคนแปลกหน้าของที่นี่...แต่กระนั้นทุกคนนั้นก็ต้อนรับข้าเป็นอย่างดี....”

 

เหมือนกับตอนที่ไล่ข้าออกไปนั้นเป็นเรื่องโกหก

 

“ไม่นานนัก พวกเขาก็ช่วยข้าปลูกบ้านเสร็จ แล้วก็ยกอาณาเขตรวมทั้งข้าวของให้เล็กๆน้อยๆโดยที่ส่วนมากเป้นของที่ไม่ต้องการแล้วแต่ยังใช้ได้อยู่...”

“แถมยังสภาพดีมาก....”

เยห์ใช้นิ้วหมุนดอกไม้เล็กๆในมือของตนเองเล่นก่อนจะหัวเราะหึออกมาสั้นๆเหมือนกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดี...

กับพวกจิ้งจอกทองพวกนั้น...

เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย...

 

แถมเวลาดีก็ดีมาก เวลาร้ายก็ร้ายสุดๆ...

 

“พวกจิ้งจอกทองน่ะ...ถ้าเกิดเป็นมิตรด้วย พวกนั้นจะอบอุ่นมากเลยละ...โลตัส”

 

ปลายหางฟูฟ่องของชายหนุ่มสะบัดเล็กน้อยก่อนจะวางลงบนหัวของจิ้งจอกทองตนนั้นเบาๆแล้วทำให้โลตัสตีหน้ายุ่ง

เพราะยังไงเจ้าตัวก็ไม่เชื่อ...

สิ่งที่ประสบมานั้นมันบอกเขาว่าพวกจิ้งจอกทองนั้นมันไม่ได้ใจดีขนาดนั้นหรอก

 

นอกเสียจากว่าเราจะไปดีด้วยก่อน

 

“มีหลายคนที่ยังคงจำหน้าข้าได้ แต่เพื่อข้าก็เลยเงียบเอาไว้ ไม่รู้ว่าเพราะไม่แน่ใจหรืว่าเพราเกรงใจข้าไม่อยากไล่ข้าอีกแล้ว...”

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“และตั้งแต่ย้ายมาข้าก็อยู่เงียบๆไม่มีอะไรทำ อยู่ไปวันๆโดยที่ไม่ค่อยมีใครมายุ่งเกี่ยวเท่าไหร่นัก...ออกเบื่อๆ แต่ก็อยู่ได้เรื่อยๆ”

 

“ข้าไม่มีวันตาย...เพราะเศษเสี้ยวของหัวใจที่จิ้งจอกดาราตนนั้นเอามาให้ข้า”

 

“ถึงข้าจะป่วยหนักแค่ไหน แต่เชื่อสิว่าไม่นานมันก็ต้องกลับมาเป็นปกติ”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยปะกายความประชดประชัน ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะสูดลหมายใจเข้าแล้วถอนหายใจยาวออกมา

“แล้ววันหนึ่งที่ข้าไปล่าอาหารพวกเนื้อสัตว์...”

 

ไก่ตัวสองตัวเล็กๆ...

ผลไม้อีกเล็กๆน้อยๆ...

 

แต่...ข้ากลับได้สิ่งที่วิเศษณ์กว่านั้นมากกลับมา

 

 

“ข้าก็ได้เจอพวกเจ้า”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เหมือนกับกำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆเอนหน้าไปด้านหลังแล้วกลับมานั่งเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง

จ้องมองดวงตาสีแดงของโลตัส...

ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างร่าเริง..

 

เหมือนกับได้สิ่งของล้ำค่ากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“...ไม่รู้ทำไม...”

 

“แต่ข้ารู้สึกอยากเก็บพวกเจ้ามา แค่นั้นแหละ”

 

เยห์ว่าพลางหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง แล้วค่อยใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามใบหน้าของโลตัสที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่มากโข...

ดวงตาโค้งเรียวขึ้น...

เช่นเดียวกับโครงหน้าและขนาดร่างกายที่แปรเปลี่ยนไปตามเวลา...

 

มีเพียงสีตาสีแดงนี่เท่านั้น ที่ยังคงสีสันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

“หลังจากที่ข้าวุ่นวายกับการเอาพวกเจ้าเข้าบ้าน เลี้ยงอาหารต้อนรับแล้วก็ดูแลมันช่วยให้หายเบื่อไปได้เยอะเหมือนกัน...”

 

ทุกวันที่ว่างเปล่า...

เปลี่ยนเป็นวันที่แสนวุ่นวาย

 

 พวกเจ้าก่อเรื่องก่อราวได้ทุกวี่ทุกวัน แถมเจ้าน่ะนะ ต่อให้พี่เจ้าหายไปแล้วก็ยังสร้างเรื่องสร้างราวได้บ่อยๆ...”

เยห์ว่าออกมาอย่างร่าเริงพร้อมๆกับดึงใบหูของโลตัสเช่นเดียวกับที่เล่นผมอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและท่าทางอารมณ์ดีเหมือนเดิม...

ก่อนจะเอียงคอแล้วยิ้ม...

 

“....น่ารักก็น่ารักจนไม่อยากให้ไปไหนเลย”

  /> /> />

 

มือเรียวค่อยๆลากตามลคอ ก่อนจะดึงกึ่งกระชากโลตัสเข้ามากอดเอาไว้แน่นเหมือนกับไม่อยากจะปล่อยให้หลุดไปไหน...

เหมือนกับที่เขาทำให้บางอย่างนั้นหลุดมือไป

“และถ้าเกิดเจ้าไปในวันหนึ่ง....”

 

“ข้ากลัวที่นี่จะเงียบเหมือนกับเมื่อก่อนแค่นั้นแหละ”

 

เยห์ค่อยๆพึมพำกระซิบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นโลตัสตีสีหน้ายุ่งยาก...

“สุดท้ายข้าไปคุยกับเจ้าของวิหารแห่งนั้นด้วยกระดาษที่โยนเข้าไป คนๆนั้นส่งแมวสีดำออกมาคุยกับข้า...”

“มันบอกว่าเจ้าไม่ยอมไปจากที่นี่เพราะข้า..”

 

“เพราะกลัวจะไม่มีคนดูแลข้าน่ะ”

 

มันน่าดีใจจริงๆนะโลตัส...

กับคำตอบที่คาดไม่ถึงว่าจะได้มาจากปากของเจ้า..

 

แม้ว่าจะเป็นคนอื่นบอกมาก็ตามทีเถอะ

 

เยห์สะบัดปลายหางของตัวเองอย่างร่าเริงทันทีทันควัน

“ข้าลองคุยกับแมวตัวนั้นนานพอดู ก็เลยได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับคอรัลด้วย...สุดท้ายก็เลยตัดสินใจ...”

จิ้งจอกทองตนนั้นเงียบเสียงของตนเองไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะปรือดวงตาของตัวเองปิดลงแล้วลืมขึ้นมามองโลตัสอีกครั้ง

 

“ว่าจะให้เจ้าไปอยู่กับพี่ชายเจ้าดีกว่า”

 

“....”

 

โลตัสเงียบเสียงของตนเองไปเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ดวงตาสีแดงฉานของตัวเองลงอย่างช้าๆจนคมกริบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นั่นคือเหตุผลที่เจ้าแต่งกับมิลล์?

“อื้อ”

เยห์พยักหน้าลงทันทีทันควัน

“ข้าอยากให้เจ้าไม่มีภาระ...เรื่องของข้า ข้าเลยตัดสินใจแต่งกับมิลล์ เพื่อให้เจ้ายอมๆไปอยู่กับพี่ชายของเจ้าซักทีหนึ่ง...”

“......หรือ”

โลตัสค่อยๆครางออกมาด้วยน้ำเสียงอันแสนแผ่วเบาก่อนจะลู่ใบหูเรียวของตนเองลงแล้วบิดมันไปด้านหลัง

 

“เจ้ารัก...เธอไหม”

 

จิ้งจอกทองที่อายุน้อยกว่าขรมตนนั้นกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกำลังลองเชิง ซึ่งเยห์ก็ระบายรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของตัวเอง

“เจ้ารักเบลเลย์ไหมล่ะ...”

 

“มันก็คำตอบเดียวนั่นนั่นแหละ โลตัส”

              

เยห์ว่าพลางหัวเราะ

“ข้าคิดจะใช้ประโยชน์จากเธอ...แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้กลายเป็นประโยชน์อะไรขึ้นมา ซ้ำยังเป็นเหมือนกับภาระด้วยหน่อยๆอีกต่างหากที่ต้องเลี้ยงคนอื่นน่ะ...”

“...ถ้าเกิดเจ้าตัดสินใจแต่งกับเบลเลย์จริง...ข้าขออย่างเดียว”

 

“ได้โปรด....อย่าทิ้งเธอ”

 

แม้ว่าเธอจะหมดประโยชน์ไปแล้วเหมือนกับข้า...

ได้โปรด...

 

เพราะว่าเธอก็เป็นเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งของเจ้านะ โลตัส

 

“....”

จิ้งจอกทองหนุ่มเงียบเสียงของตนเองไปชั่วครู่ นอจะถอดถอนลมหายใจยาวออกมาเหมือนกับเหนื่อยหน่ายใจ

แต่กระนั้น...

เจ้าตัวก็แอบระบายรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าเหมือนเดิม

“ถ้าเกิดเจ้าขอ...”

 

เจ้าให้ข้ามามากพอแล้ว...

สำหรับเด็กสาวคนนี้ ที่ข้าจะเอาไปใช้ประโยชน์นี่....

 

 

“ข้าก็จะไม่ทิ้ง”

 

ของที่ข้าได้รับมา...

ข้าต้องดูแลมันให้ดีที่สุด....

 

เหมือนกับที่เจ้าเคยสอนไว้ ใช่ไหม เยห์

 

จิ้งจอกทองหนุ่มว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ที่ทำให้เยห์หัวเราะออกมาด้วยอารมณ์ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

“ข้าไม่ใช่คนทำอะไรไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้นนี่นะ....”

โลตัสกล่าวย้ำก่อนจะสะบัดปลายหางของตัวเองแล้วทำท่าเหมือนกับจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากที่นี่

“ข้าจะดีใจมากที่เจ้าเป็นแบบนั้น”

เยห์เงยน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นยืนก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วยื่นมือขึ้นมาเหมือนกับจะอ้อนขอให้อีกฝ่ายช่วยดึง

“หึ”

โลตัสหัวเราะออกมาสั้นๆเหมือนกับประชดประชัน ก่อนจะดึงร่างของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืนแล้วประคองเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้ม...

ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะวางมือลงบนบ่าของร่างนั้น...

 

“เยห์....”

 

โลตัสก้มหน้าลงมองอีกฝ่ายในระยะประชิดก่อนจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบามากจนเหมือนกับจะถูกเสียงของสายลมนั้นกลบได้อย่างง่ายดาย...

จิ้งจอกทองตนนั้นหรี่เนตรสีเลือดของตัวเองลง...

ด้วยสีหน้าที่แสนเคร่งเครียด...

 

“ข้ากับเบลเลย์...เจ้ารักใครมากกว่ากัน”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นลั่นวาจาถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เยห์ต้องกระพริบตาของตนเองปริบๆด้วยสีหน้างุนงง

ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้า

แล้วเงยหน้าขึ้นหอมแก้มร่างนั้นเบาๆ

 

“.....บางครั้ง......”

 

จิ้งจอกทองตัวที่แก่กว่านั้นเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอียงคอแล้วหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวล

 

“มันก็แค่ตามหน้าที่..เพราะข้าไม่ค่อยรู้สึกผูกพันกับอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก...”

 

ข้าเป็นพ่อของเธอนะ...

ถึงยังไง...

 

ข้าก็ควรจะรักเธอ

 

เยห์เกาแก้มของตัวเองด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามาแล้วยิ้มพร้อมๆกับแลบลิ้นให้กับอีกฝ่ายอย่างร่าเริง

“อาจจะน่าเกลียด...แต่ข้าก็ต้องทำให้สมกับฐานะตนเองน่ะนะ”

 

ยังไงข้าก็ต้องรักและหวง...

เหมือนกับที่คนเขาทำกัน...

 

“แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลยก็ตามที อาจจะเป็นเพราะข้าเป็นตัวผู้ที่ไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยงด้วยล่ะมั้ง....”

เยห์หัวเราะพลางโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริงทันทีทันควัน ก่อนที่จะระบายรอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้านั่น

“แต่นะ...โลตัส”

 

 

“ข้ารักเบลเลย์จริง...ในฐานะลูกสาวที่น่ารักของข้า...”

 

ต่อให้เวลาผ่านไปนานแสนนาน

ต่อให้เบลเลย์ไม่ได้รักหรือว่าโกรธข้าเมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับมิลล์...

 

หรือรู้ว่าข้าไม่ได้แต่งกับแม่ของเธอเพราะรักเพราะชอบจริงๆ...

 

“และข้าก็รักเจ้าเช่นกัน....ในฐานะเด็กที่ข้าเลี้ยงมาเองกับมือ”

 

ต่อให้เจ้าโตจนสูงกว่าข้า...

จนแต่งงาน จนมีลูก หรืออะไรก็ตามที...

แต่เจ้าก็ยังเป็นเด็กที่ข้าเลี้ยงมาตลอดไปไม่ใช่หรือ

 

แม้กระทั่งอำนาจของเวลา....

 

มันก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้ไม่ใช่หรือไงกัน

 

เยห์เอียงคอแล้วก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง... ก่อนจะลูบเส้นผมสีทองของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูแล้วดึงเข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ

 

เจ้าสงสัยว่าข้ารักใครมากกว่ากันหรือ...

 

เจ้าคิดเองสิโลตัส...

 

“เจ้าคิดว่าข้าอยู่กับใครมานานกว่ากันเล่า...”

 

สายเลือด...

กับเวลา...

 

อะไรมันจะทำให้สายสัมพันธ์แนบแน่นกว่ากันหรือ

 

 

“หรือว่าเจ้าอยู่กับข้ามานานขนาดนี้ยังไม่เข้าใจข้าอีก โลตัส”

 

**++**++**++**--**++**++**++**










ถ้าเกิดโลตัสคู่กับเยห์มันจะน่ารักแค่ไหน...คิดดู-//////-





โวลด้าบอกว่า= =v มะม้าเยห์โอ๋โลตัสจนเสียคน ท่าจะจริง

913 ความคิดเห็น

  1. #732 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 / 21:01
    โฮ่ส์ ! ..ถ้าจับแต่งคู่นี้จริง...คง..น่ารักน่าดูเลยแฮะ
    #732
    0
  2. #731 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 22:00
    อ๊ายยยยย~ >////<

    เยห์~ น่ารักมากๆ แต่ก็น่าสงสารด้วยเหมือนกัน

    ............แต่ยังไงเราก็ยังชอบ โวลด้า*เยห์มากกว่าอยู้ดีอ่า.......= =''''''''
    #731
    0
  3. #730 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 21:53
    555+ เห็นด้วยค่ะ

    โลๆน่ะดูเหมือนจะเอาแต่ใจ (แต่ใจจริงมันก็แคร์คนอื่นนะ แค่สองคน = ='')
    แต่สงัสยเยหฺเลือกที่จะโอ๋โลๆอย่างแรก ก็เลยทำให้มันเลือกทางผิดไปเท่านั้น

    เอาล่ะ เราไปอ่านรูุนเหลนของรัลๆ&โลๆ ต่อเลยล่ะกันนะคะ เดี๋ยวเม้นให้น่อ ^ ^v
    #730
    0
  4. #725 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 09:47
    ฮะๆๆ ตามใจจนเสียจิ้งจอก ..
    กร๊ากกก..

    แต่เยห์ก็เลี้ยงดีนะเออ เป็นมะม้าที่ดีจัง =[]=+ กร๊ากก
    #725
    0
  5. #724 silvergod (@silvergod) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 00:53
    ..................
    เพื่อไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องต้องเจ็บปวดโดยไปจำเป็น

    เพื่อให้เธอยังอยู่ในห้วงของความฝันที่เสแสร้งนั่น........ตลอดไป.....

    จะว่าไปก็น่าสงสารเบลเล่เหมือนกันนะ~ ถูกหลอกใช้
    แต่เยห์ก็ยังขอให้หลอกต่อไปเรื่อยๆ

    บางที่การโกหกก็ใช่จะเลวร้ายเสมอไป.......คุณไม่เคยรึ...
    .......การโกหกเพื่อความสุขของใครคนหนึ่ง......

    ปล.T^Tท่านมิไม่คิดเปลี่ยนใจลง FMR 18 หน่อยเหรอคะ
    (ไปหาบล๊อคลงก็ได้T^T)
    #724
    0