"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 64 : Look at me…Only 20 White Dittany of crete –Passion-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ก.ย. 52

Look at me…Only 20 White Dittany of crete –Passion-

 

และพอความผิดพลาดมันเกิดขึ้น...

สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเสียใจ...

 

ไม่สิ ได้แต่ต้องฝ่าฟันมันต่อไป

 

“อ้าว พี่คอรัล?

 

น้ำเสียงที่แสนรื่นเริงว่าออกมาด้วยสีหน้าที่ดูแล้วเหมือนกับเจ้าตัวนั้นอารมณ์ดีเป็นที่สุด ก่อนที่ร่างสีทองจะโผเข้ากอดผู้เป็นพี่ชายแล้วเจ้าของนามที่ตนเรียกเมื่อครู่นี้แน่น

“....ว่าไงโลตัส...ไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะเราน่ะ”

“ครับ~!

จิ้งจอกทองตนนั้นสะบัดปลายหางอขงตนเองอย่างร่าเริงแล้วเงยหน้าของตนเองขึ้นมองอีกฝ่ายเหมือนกับเด็กน้อยที่ดูไร้เดียงสาและเชื่องแสนเชื่องเหมือนดั่งที่ตนเองเคยทำต่อหน้าอีกฝ่ายเสมอๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลพลอยยิ้มอย่างเอ็นดู

ดูแล้ว...

เหมือนกับว่าจิ้งจอกทองตนนั้นจะไม่รู้สึกตัวเลย....

 

ว่าน้องชายของตนเองนั้นพยายามใส่หน้ากากที่หนาเพียงไรเพื่อที่จะออกมาพบอีกฝ่ายแบบนี้

 

เยห์ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอนหลังของตนเองพิงกับผนังสีขาวด้านหลังของตนเอง ก่อนจะเลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อเห็นวูลเยซก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆด้วยสีหน้านิ่งจนเหมือนกับกำลังโมโหอยู่...

คงไม่ใช่เพราะอะไรหรอก...

นอกจากเพราะแขกมาเยือนคนนั้น

คอรัล โกลเด้นฟ็อกซ์ พีชายอีกคนหนึ่งของเขา...

 

คนที่ทำให้น้องชายตนเองเจ็บปวดโดยที่ไม่เคยรู้ตัว

 

“ดูท่าทางเจ้าสบายดีอารมณ์ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอเลยนะโลตัส...ดีใจมากเลยอย่างนั้นเหรอ...?

มือเรียวเสยเส้นผมของน้องชายองตนเองขึ้นก่อนจะว่าออกมาอย่างอารมณ์ดี ซึ่งนั่นก็ทำให้โลตัสแลบลิ้นออกมาแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้ตอบอะไร

ในขณะที่สองคนที่เหมือนกับจะเข้าใจทุกอ่างนั้นก็ได้แต่มองแล้วลอบถอนหายใจอย่างเงียบเชียบเท่านั้น...

ไม่อยากจะแสดงท่าทางออกมาตรงๆเท่าไหร่นัก...

เพราะมันไม่ใช่เรื่องดีเลย...

 

-....-

 

วูลเยซเงียบเสียงของตนเองลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเยห์แล้วบิดใบหูเรียวไปด้านหลังหลังจากที่มองคอรัลคุยกับโลตัสอย่างร่าเริง...

คนภายนอกคงเห็นแบบนั้น...

แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่...

 

มันคือหน้ากากที่มีเพียงรอยยิ้มอันแสนว่างเปล่าเท่านั้น

 

คนๆนั้นไม่ได้ยิ้มด้วยความดีใจที่ได้เจอคอรัล...

แต่คนๆนั้นยิ้ม...

 

เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้นดีใจกับการมาเยือนของอีกฝ่าย

 

-เยห์......-

 

“หือ??

จิ้งจอกทองหนุ่มเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาลงมามองเด็กน้อยที่ดึงชายเสื้อของตนเองเบาๆราวกับพยายามเรียก

แล้วพลัน...

ดวงตีเหลืองทองกลมโตนั่นก็พลันหรี่ลงด้วยความโกรธเคือง

 

-พวกเขาเป็นพี่น้องกันจริงหรือเปล่า-

 

ทำไมทั้งๆที่โลตัสปั้นหน้าหลอกอยู่แท้ๆ...

ทั้งๆที่คนที่เป็นพี่ชายน่าจะเดาออกทุกอย่าง...

 

ทำไมคนๆนั้นถึงได้ไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น

 

เยห์เบิกตาของตนเองกว้างเล็กน้อยเหมือนกับตกใจในคำต่อว่าที่แสนรุนแรงนั่น ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมาแล้วค่อยๆก้มตัวลงอุ้มร่างของวูลเยซขึ้นมา

“.....เจ้าอย่าพูดอะไรแบบนั้นอีกนะ....วูลเยซ”

 

หากโลตัสได้ยิน...

จิ้งจอกตนนั้นคงได้เกลียดเจ้าอย่างแน่นอน...

 

เพราะเขารักพี่ของเขามากกว่าสิ่ใดในโลกนี้

 

เยห์หอมแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะอุ้มร่างนั้นขึ้นมาอยู่ในระดับเกือบจะถึงไหล่ของตนเองอย่างสบายๆ

“....โลตัส ข้าพาวูลเยซไปนอนก่อนนะ พวกเจ้าสองคนคุยกันตามสบาย...แล้วก็...ตอนนี้เบลเลย์อยู่กับมิลล์ ให้สองคนนั้นเขาพักก่อนะ”

“ฮะ~

โลตัสตอบกลับเสียงผู้ปกครองด้วยน้ำเสียงยานคางทันทีก่อนจะลู่ใบหูลงด้านหนึ่งด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความทรมานเล็กน้อย

แต่กระนั้นมันก็แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นรอยยิ้มได้อย่างรวดเร็ว

เยห์เอียงคอของตนเองให้เล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้าให้กับคอรัลราวกับจะบอกเป็นเชิงลา แล้วกอดวูลเยซฌอาไว้แน่นพร้อมๆกับปิดตาเอาไว้...

เหมือนกับจะบอกว่าไม่ให้มองต่อ...

มองคนๆนั้นด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความโกรธเคือง...

ราวกับกำลังเคียดแค้นคนที่ไม่เคยรู้อะไรซักอย่างเลยนั่น...

 

“.....เจ้านี่นะ...วูลเยซ ทั้งๆคิดว่าข้าจะได้อยู่ดูสองคนนั้นนานกว่านี้ซักหน่อยหนึ่ง...”

 

เยห์ว่าพลางระบายรอยยิ้มออกบนใบหน้าขอตนเองบางๆโดยที่ดูไปแล้วเหมือนกับเจ้าตัวนั้นไม่ได้จริงจังอะไรเท่าไหร่นัก

แต่กระนั้นมันก็ทำให้จิ้งอจกทองตัวน้อยลู่ใบหูลงได้ทันที

-ข้าขอโทษ....-

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกรธ...

แต่เขาอยากบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้...

 

-ข้าทนไม่ได้จริงๆ กับพี่ชายของโลตัสคนนั้น-

 

“โอ๋....การเกลียดคนอื่นนั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะวูลเยซ เหมือนกับจ้าเคยสอนเจ้าแล้วน่ะ เด็กน้อยของข้า”

จิ้งจอกทองตนนั้นพยายามว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดที่ฟังดูแล้วเหมือนกับเจ้าตัวพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย

เยห์เปิดประตูเข้าไปในห้องห้องหนึ่งก่อนจะดีดนิ้วเพื่อจุดเทียนในห้องในสว่างขึ้นมาแบบสลัวๆ ก่อนจะค่อยๆว่างร่างของเด็กน้อยคนนั้นลงบนเตียง

“....ข้ารู้ว่าพูดแล้วเจ้าคงไม่ฟังหรอก นิสัยของเจ้าเข้าใกล้โลตัสเข้าไปทุกวันๆ ทั้งๆที่ข้าว่าโลตัสก็น่าจะทำตัวเป็นแบบอย่างของพี่ที่ดีนะ?

-เขาเป็นพี่ที่ดี....-

 

เขาดี....เขาดีกับข้าจริงๆ...

แต่ข้ารู้เป็นอย่างดี...

 

ว่านี่มันยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่พี่เขาพยายามทำเพื่อท่านคอรัล

 

-....ข้าไม่อยากให้เขาเจ็บปวด ไม่อยากเห็นเขาทรมาน โดยเฉพาตอนอยู่ต่อหน้าของพี่ชายเขา...อยู่ต่อหน้าท่านคอรัล ข้าว่าเขาเหมือนกับจะเจ็บปวดทั้งๆที่ดีใจ...-

เด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบาที่เหมือนกับคำเฝ้าวอนภาวนา ก่อนที่จะก้มใบหน้าของตนเองลง...

เม้มริมฝีปากจนแทบกลายเป็นเส้นตรง

-ข้าไม่เข้าใจเยห์....-

วูลเยซพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วกำผ้าปูที่นอนแน่นจนเกิดเป็นรอยยับย่น ซึ่งทำให้เยห์ยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

-ข้าไม่เข้าใจเลยเยห์....-

 

-แค่รักพี่เขาแค่นั้นหรือ...ที่ทำให้โลตัสทำเพื่อพี่เขาได้มากขนาดนั้น-

 

เพียงเพราะว่าคนๆนั้นเป็นพี่ชายเป็นครอบครัวที่แท้จริงหรือ...

เพราะเขาเป็นครับครอวที่แท้จริงใช่ไหม...

 

พี่ถึงได้รักเขามากขนาดนั้น พี่โลตัส...

 

-....ข้าสัมผัสได้นะเยห์.....-

 

เจ้ารู้ว่าข้าอ่านใจได้...

ต่อให้ไม่ต้องอ่านลงรายละเอียดมากมายข้าก็สัมผัสได้...

 

-โลตัสรักคอรัลยิ่งกว่าข้า ยิ่งกว่าท่าน ยิ่งกว่าพี่สาวข้า ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดในโลกนี้-

ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตคู่สวยค่อยๆหลุบลงต่ำมากขึ้นจนเหมือนกับจะปิดตาลง ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ

 

-ข้าเชื่อว่าเขาแลกได้ทุกอย่าง เพื่อพี่ชายของเขาคนนั้น-

 

เยห์ระบายรอยยิ้มยุ่งยากออกบนใบหน้าของตนเอง ก่อนจะค่อยๆแตะลงบนศีรษะของเด็กน้อยคนนั้นอย่างเบามือ

สางเส้นผมสีเหลืองทองอ่อนนั่นอย่างเบามือที่สุด

“อื้อ ข้าก็รู้.....”

รอยิ้มที่สุดแสนจะหนักใจคลี่ออกบนใบหน้านั่นที่ดูแล้วราวกับจะพยายามพูดปลอบอีกฝ่าย ก่อนที่เจ้าตัวจะพ่นลมหายใจยาวออกมา

เยห์ค่อยๆดันขาของวูลเยซขึ้นไปวางเอาไว้บนเตียง กอนจะคลี่ผ้าห่มที่พับเอาไว้ออกอย่างคล่องแคล่ว

“มันเป็นเรื่องมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว....”

 

ตั้งแต่ที่สองคนนั้นยังเด็กมาก...

นานมากจนไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่

 

เยห์ว่าออกมาด้วยน้ำเสยีงแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆนั่งลงบนเตียงพร้อมๆกึบดึงร่างของวูลเยซเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“โลตัสรักคอรัลมาก มากตั้งแต่เด็ก เพราะเขาคิดว่ามีกันแค่สองคนแล้วพวกจิ้งจอกทองที่เหลือมันเชื่อใจไม่ได้...”

 

โลตัสไว้ใจคนยากมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว...

 

“ตอนนั้นพี่ชายของเขาก็ตาบอดด้วย เพราะงั้นโลตัสก็เลยคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องเข้าใจพี่ของตนเองทุกอย่างต้องตอบสนองความต้องการทุกอย่างและจะพยายามทำทุกอย่างให้พี่ชายตนเองมีความสุข...”

ดวงตาสีเหลืองทองคุ่สวยปรือปิดลงในขณะที่มือเรียวนั้นค่อยๆสางเส้นผมสี้หลืองทองอ่อนอย่างอ่อนโยน

“คอรัลตอนนั้นพูดไม่ได้....”

 

เด็กคนนั้นไม่มีเสียง...

ทำได้เพียงลู่ใบหูลงแล้วก็ยิ้ม...แทนการสื่อสารทั้งหมด

 

“เพราะงั้น...คอรัลเลยทำได้แค่ยิ้มอย่างเสแสร้งเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป แต่จ้าตัวต้องการอะไรหรือว่าหวังอะไรจริงๆนั้นไม่มีใครรู้...”

“แต่โลตัสเข้าใจ....”

เยห์ปรือดวงตาของตนเองขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทอดมองออกไปเบื้องหน้าด้วสีหน้าที่เหมือนกับกำลังเหม่อลอย

“เพราะงั้นโลตัสก็เลยพยายามตามใจคอรัลเพื่อให้ได้เห็นพี่ชายตนเองยิ้มออกมาจากใจจริงๆ พยายามทำตัวตามแบบที่คอรัลชอบ พยายามอยู่กับพี่ชายตนเองให้นานที่สุดเพราะรู้ว่าคอรัลที่ทำได้แค่นอนอยู่บนเตียงน่าจะเหงา....”

“ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกัน...”

 

“ที่ข้าเริ่มรู้สึกว่าเด็กคนนั้นไม่ได้มองว่าคอรัลเป็นพี่ชายตามคำที่ตนเองเรียก...”

 

มันยิ่งกว่านั้น...

มันกลายเป็นสิ่งสำคัญที่อะไรแลกไม่ได้...

 

เยห์เค่นเสียงหัวเราะ

“แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือคอรัลก็ยังคงมองว่าโลตัสเป็นน้องชายที่น่ารักของตนเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง...”

“แลข้าเชื่อว่ามุมมองนั้นของคอรัลคงไม่มีวันเปลี่ยนไปด้วย...”

วูลเยซเหลือบสายตาขึ้นมามองคนที่กอตนเงเอาไว้แน่น...

 

“แม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะรู้ดีว่าโลตัสรักตนเองมากเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ”

 

เยห์ยิ้มให้กับวูลเยซที่กำลังเบิกตากว้างแล้วลู่ใบหูเรียวองตนเองลงด้วยสีหน้าเศร้าๆซึ่งดูแล้วราวกับเจ็บปวดกับอะไรบางอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ

มันคือความผิดหวัง...

“คอรัลน่ะไม่ได้เดาอารมณ์ของโลตัสไม่ได้หรอก...”

เยห์หลับตาลงแล้วหัวเราะ

“เจ้าตัวก็รู้ว่าน้องชายตนเองกำลังเจ็บปวดทรมานแค่ไหน...เจ้าตัวก็รู้ว่าน้องชายตนเองนั้นแทบจะทนไม่ไหวแล้ว...”

 

“แต่ก็พยายามไหลตามน้ำไปเพื่อให้น้องชายตนเองนั้นสบายใจกว่า”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มเพียงยิ้มให้กับวูลเยซที่เงยหน้าขึ้นคล้ายกับอยากจะรู้ว่าทำไม ซึ่งเยห์ก็ทำได้เพียงสางเส้นผมขออีกฝ่ายแล้วกอดร่างเล็กๆนั่นเอาไว้แน่น

“เจ้านึกดูสิว่าโลตัสหลอกคอรัลเพื่ออะไรวูลเยซ....”

เด็กน้อยคนนั้นหรี่ดวงตลงเล็กน้อยก่อนจะพยายามช้อนมันขึ้นมามองอีกฝ่ายที่ยิ้มบางๆให้ราวกับท้าทายให้หาคำตอบ

 

“เพื่อให้คอรัลสบายใจ”

 

เหตุผลง่ายๆที่คนที่รักกันจะหลอกกันได้...

ถ้ากเดได้รักมากขนาดนั้นล่ะก็

 

คงไม่มีใครฝืนใส่หน้ากากแล้วเล่นละครได้ขนาดนั้นหรอก

 

“ถ้าเกิดทำให้คอรัลทรมานกว่าเดิม แล้วจะพยายามทำไปทำไม..และยิ่งถ้าเป็นแบบนั้น โลตัสก็คงจะทรมานมากกว่าเดิมที่รู้ว่ายิ่งพูดยิ่งทำให้พี่ตนเองทรมาน...”

เด็กน้อยลู่หูเรียวลงมากกว่าเดิม ก่อนจะเบิกตาของตนเองเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นดึงร่างของตนเองเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“....คอรัลเป็นคนที่ฉลาด...แต่เดาไม่ออกว่าเจ้าตัวนั้นคิดอะไรอยู่....”

 

“บางเรื่องคอรัลก็สามารถมองได้ทะลุปรุโปร่ง แต่บางเรื่องเจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

 

เด็กน้ยอที่ไม่ได้โตมากับข้า...

ทำยังไงข้าถึงจะเดาใจเจ้าออกหรือคอรัล...

 

เยห์ว่าพลางหัวเราะแล้วก็สะบัดปลายหางของตนเองอย่างสนุกสนาน ก่อนที่เนตรคู่สวยจะพลันหรี่ลงจนคมกริบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ข้าไม่รู้ว่าเรื่องมันจะบานปลายแค่ไหน เพราะดูท่าทางว่าโลตัสจะดันไปรู้เรื่องที่ไม่สมควรรู้ขึ้นมาน่ะ....”

-เรื่องไม่สมควร?-

จิ้งจอกทองหนุ่มพยักหน้าลงรับกับคำถามดึ่งๆนั่นทันที

“ถ้าเกิดมันเกิดขึ้นแล้ว....มันก็ถอยหลังไม่ได้แล้ว....”

 

“โลตัสก็มีทางของโลตัส คอรัลก็มีทางของคอรัล”

 

ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมคู่สวยเลื่อนขึ้นมามองเบื้องหน้ายังภาพที่ตนเองวาดเอาไว้ก่อนจะปรือดวงตาตนเองหลับลง

“ต่างคนต่างมีทางของตนเองที่ไม่มีวันบรรจบและขนานกันได้ตลอดอยู่แล้ว...ข้ารู้มานานแล้ว แต่กระนั้นก็เถอะ....”

 

“เด็กคนนั้นก็ยังพยายามอยู่...”

 

ทั้งๆที่ไม่มีความหวัง...

ทั้งๆที่รู้ว่าสุดท้ายแล้วตนเองก็จะต้องเจ็บปวด...

แต่อย่างน้อยๆ

เจ้าตัวนั้นก็อยากจะให้พี่ของตนเองยิ้มออกมาอย่างมีความสุขมากที่สุดเท่าที่ตนเองจะสามารถบันดาลให้ได้

ยิ้มเพื่อให้ตัวเองสามารถยิ้มตาม

 

แล้วมุ่งหน้าไปยังถนนที่มีแต่การหลอกลวง...

 

“ข้าก็เลยได้แต่เชื่อ....”

 

เชื่อต่อพระเจ้าที่หมางเมินพวกเรา...

ต่อนรกที่เล่นตลกอย่างไม่มีวันจบสิ้น

 

“ว่าซักวันโลตัสจะละสายตาจากคนที่กำลังเดินห่างออกจากตนเองไปเรื่อย มามองคนที่พยายามเข้าใกล้แล้วตีสนิทซักที”

เยห์ลูบหัวของวูลเยซที่เงยหน้าขึ้นมามองตนเองก่อนจะยิ้มให้เหมือนกับพยามจะสื่อถึงอะไรบางอย่างอย่างอารมณ์ดี...

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะค่อยๆผลักให้ร่างเล็กๆนั่นล้มลงนอนอย่างเบามือ

“เอาล่ะนอนเถอะเด็กน้อย...นี่ไม่ใช่นิทานที่เด็กอย่างเจ้าควรฟัง....”

เยห์สยายผ้าห่มออก ก่อนจะคลี่คลุมร่างนั้นอย่างเบามือที่สุด แล้วก้มใบหน้าของตนเองลงจนแทบชิดใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้น

“แต่ข้าเห็นว่าเจ้ารักโลตัสมากขนาดนั้น...ก็เลยอยากให้เจ้ารู้จักพี่ชายของเจ้าคนนั้นมากขึ้น”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยประกายขบขัน ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงแล้วจูบที่หน้าผากเบาๆ

 

“แต่บางทีเจ้าอาจจะรู้จักเขามากกว่าข้าก็ได้นะ”

 

-....-

วูลเยซพลันเงียบเสียงของตนเองลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆซึ่งลั่นขึ้นมาราวกับหยอกล้อเล่นของอีกฝ่าย

“นอนเสียนอนเสีย...ข้าจะไปดูเบลเลย์กับมิลล์หน่อย เบลเลย์คงนอนอยู่แน่นอน แต่มิลล์ข้าไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรฝืนตัวเองอีกไหม...”

-...ฮะ-

เด็กน้อยคนนั้นครางตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วจับผ้าห่มของตนเองเอาแน่น ซึ่งนั่นก็ทำให้เยห์ขยี้หัวด้วยควาหมั่นไส้ในความน่ารักของร่างเล็กๆนั่น

“ฝันดีนะ...วูลเยซ-

-ฮะ-

เด็กน้อยตอบกลับเป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ส่งรอยยิ้มบางๆมอบให้มาราวกับจะใช้แทนคำอำลาแล้วลุกขึ้นพร้อมๆกับดับเทียนในห้องนี้ลง

 

-....นี่เยห์...-

 

วูลเยซลุกขึ้นพร้อมๆกับเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อของคนที่กำลังจะเดินออกจากที่นี่ได้จนทำให้เจาตัวนั้นต้องเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย

 

-กรณีที่เลวร้ายที่สุดของสองคนนั้นคืออะไรหรือ....-

 

!!!

-!!-

เด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองพลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันทีทันควันหลังจากที่มือของตนเองถูกอีกฝ่ายสะบัดออกอย่างรวดเร็วราวกับต้องของร้อน

เยห์อุทานอกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าคราวนี้เมือนกับว่าตนเองนั้นอออกจะทำเกินกว่าเหตุไปเสียซักหน่อย ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหลับตาลง

“...ขอโทษนะวูลเยซ”

 

ข้าสะบัดมือเจ้าออก...

ใช่...

 

เพราะเจ้าไม่ควรรู้เรื่องนี้...

 

เนตรสีเหลืองทองแวววาวในความมืดนั่นพลันหรี่ลงจนคมกริบแล้วจ้องมองคนเบื้องหน้านั่นโดยไม่วางสายตา

 

“มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเจ้าควรจะรู้”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“....เด็กที่เกิดนี่ชื่ออะไรหรือ~!

 

คอรัลยังคงถามต่อไปอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม ซึ่งโลตัสก็ทำเพียงเอียงคอของตนเองเล็กน้อยเท่านั้น..

“เป็นเด็กผู้หญิง ข้าตัดสนใจแล้วว่าจะให้เธอชื่อว่าลีฟ....แต่ไม่รู้ว่าเบลเลย์จะโอเคกับชื่อนี้ไหม...พี่ว่าชื่อลีฟนี่น่ารักไหม?

“อื้อ น่ารักมากเลยล่ะ”

จิ้งจอกทองหนุ่มสนับสนุนคำพูดของน้องชายตนเองทันทีทันควัน ซึ่งนั่นก็ทำให้โลตัสพลันคลี่รอยยิ้มออกมาด้วยสีหน้าหม่นๆ

“พี่ชอบชื่อนี้นะโลตัส....ลีฟ...ใบไม้ หรือว่าลีฟหลบหนี ไม่ว่าตัวไหนก็มีความหมายในแต่ล่ะแง่ที่สวยงามต่างกันออกไป....”

มือเรียวค่อยๆเสยเส้นผมของอีกฝ่ายขึ้น...

“อย่าเครียดไปเลยน่า...ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ดีเหมือนกับที่เลี้ยงวูลเยซหรือว่าตอนที่คอยดูแลข้าแน่...”

ดวงตาสีแดงเหลือบสายตาขึ้นมามองพี่ชายของตนเองเล็กน้อย ก่นอท่เจ้าตัวนั้นจะก้มใบหน้าของตนเองลงนิดๆ...

“ฮะ”

 

แต่ข้าคงทำไม่ได้หรอก...

การที่จะรักคนๆหนึ่งให้เท่ากับที่รักพี่ในปัจจุบันนี้น่ะ...พี่คอรัล...

ข้าหวังว่าข้าจะรักเด็กคนนั้นเทียบเท่ากับที่คนๆหนึ่งควรจะรัก...

 

ข้าหวังว่ามันคงไม่ใช่แค่คำภาวนาที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

โลตัสคางตอบกลับออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับคอรัลที่พลันยิ้มให้ทันทีที่เห็นน้องชายของตนเองยิ้มออกมา

“เจ้ารักเขาให้มากๆแล้วกันนะ....ยังไงเขาก็เป็นคนสำคัญสำหรับเจาคนหนึ่ง...”

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเดิมก่อนจะค่อยๆลูบแล้วก็สางเส้นผมของคนเบื้องหน้าตนเองอย่างเบามือที่สุด

“ฮะ”

โลตัสสะบัดลายหางของตนเองด้วยสีหน้าที่เหมือนกับทั้งหม่นลงทั้งดีใจ ก่อนจะค่อยๆช้อนดวงตาสีแดงของตนเองขึ้น

 

“แล้วพี่มี...คนที่พี่ชอบบ้างแล้วหรือยังน่ะฮะ?

 

ลั่นเป็นคำถามสั้นๆ...

คำถามเดียวที่เขาไม่เคยปรารถนาในคำตอบ

“....???

คอรัลเอียงคอของตนเองเล็กน้อยเหมือนกับกำลังงุนงง ก่อนจะพยักหน้าลงด้วยสีหน้าที่แสดงให้เห็นความเจ็บปวดอย่างชัดเจน

“อ๋อ....คนที่ชอบน่ะหรือ.....”

จิ้งจอกทองผู้พี่ครางออกาเบาๆก่อนจะลู่ใบหูเรียวของตนเองไปด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้นมามองโลตัสด้วยสีหน้าสนุกสนาน

แสร้งเป็นยิ้มอย่างสนุกสนาน

แต่ดูแล้ว...

มันช่างเป็นการหลอกที่ไม่เนียนเอาเสียเลย

“คนที่พี่ชอบเขาเกลียดพี่น่ะ เพราะงั้นตอนนี้พี่ก็ได้แต่หวังให้เขารักพี่...น่ะนะ แต่ไม่รู้ว่ามันจะมีวันนั้นไหม...”

คอรัลเพียงหัวเราะ

“พี่จะพยายามจนกว่าเขาจะชอบพี่....”

 

เท่าที่สองมือของข้าจะทำได้...

เท่าที่สองปากของข้าจะอ้อนวอน...

 

เท่านที่สองขาของพี่นั้นจะกล้าเดินไปเจอกับความจริง

 

“พี่คิดว่าซักวันพี่ต้องทำได้”

 

“.....”

โลตัสเงียบเสียงของตนเองลงทันทีทันควันแล้วเหมือนกับเจ้าตัวนั้นกำลังจะเบิกตากว้างอยู่หน่อยๆกด้วยความตกใจ

ชายหนุ่มกำมือแน่น

 

คน...ที่ชอบ...ไม่มีวันเป็นจิ้งจอกทองพวกนั้นแน่...

แสดงว่าคนๆนั้นสินะ...

 

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองค่อยๆก้มหน้าของตนเองลงอย่างช้าๆแล้วคลี่รอยยิ้มแสยะเหยียดออกบนใบหน้าตนเอง

ด้วยความสมเพช...

 

ข่าวของเจ้าไม่ผิดจริงๆโดลิกท์...

สิ่งที่เจ้าบอกมาเป็นจริงๆมังกรของข้า...

 

เส้นทางของข้ากับพี่ไม่มีวันขนานคู่กันได้ชั่วนิรันดร์กาล...

 

“ที่นี่ปล่อยให้เบลเลย์กับมิลล์พักเถอะนะฮะ....พี่ไปที่บ้านข้าดีกว่า”

โลตัสวางมือลงบนไหล่ของพี่ชายของตนเองแล้วว่าออกมาอย่างสนุกสนาน ในขณะที่คอรัลเอียงคอของตนเองเล็กน้อย

“.....”

 

เป็นอะไรไปหรือโลตัส...

หรือว่าพี่พูดอะไรผิด...

 

จิ้งจอกทองตนนั้นกลืนน้ำลายของตนเองลงคอ ก่อนจะพยายามก้มหน้าก้มตาแล้วตอบทำถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“อื้อ!

 

น้องชายที่สำคัญที่สุดของข้า...

ทำไม...เจ้าถึงได้ชอบทำร้ายตัวเองนักนะ...

 

คอรัลพยายามฝืนทำเป็นหัวเราะอย่างสนุกสนานด้วยท่าทีทางที่ดูแล้วมีชีวิตชีวาไม่เหมือนกับกำลังลอกหลวงใครซักคนหนึ่งอยู่

“ไปกันเถอะ อยู่ทีนี่ก็รบกวนเยห์เปล่าๆ”

“นั่นสินะฮะ”

มือเรียวเล็กจับข้อมือของน้องชายตนเองเอาไว้แล้วจูงเดินไปเบื้องหน้าด้วยความสนุกสนานซึ่งสังเกตได้จากปลายหางที่สะบัดไม่หยุด...

คอรัลแกว่งมือของน้องชายตนเองไปมาแล้วก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าด้วยความสดใสร่าเริงในขณะที่โลตัสได้แต่มอง

แล้วยิ้มให้...

ด้วยความอวยพรและสุดแสนจะอิจฉา

 

“อื้อ....”

โลตัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ในขณะที่คอรัลที่เดินนำหน้าเหมือนกับผู้ทำทางที่ดีก็ทำเพียงหันกลับมายิ้มให้

แล้วหันใบหน้ากลับไป..

ก่อนจะหลุบสายตาของตนเองลง

 

ราวกับจะบอกว่าตนเองนั้นพลอยรู้สึกเจ็บปวดกับอีกฝ่ายไปด้วย

 

เจ้าเคยรู้สึกถึงคนที่รักเจ้ามากกว่าสิ่งใดบ้างไหม..

รู้สึกไหมว่าเขาพยายามปกป้องเจ้า...และเข้าใจเจ้าทุกฝีก้าว

 

รู้สึกไหม...

 

 

ว่าซักวันหนึ่งคนๆนั้นต้องมาแทนพี่น่ะ...

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

913 ความคิดเห็น

  1. #842 G::s (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 22:25

    อ๋า...
    สงสารโลจังเรยอ่ะ

    เศร้าจัง
    แต่ก็นะ
    รัลเป็นของเช่นี่เนอะ

    #842
    0