"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 66 : Look at me…Only 21 White Dittany2 of crete –Passion- 100 แล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ม.ค. 53

Look at me…Only 21 White Dittany2 of crete –Passion-

 

ในโลกนี้ไม่มีอะไรยากนักหรอก...

และสิ่งที่ยากลำบากที่มีอยู่น้อยนิดนั่นคือการยอมรับความจริง...

 

โดยเฉพาะความจริงที่ไม่ปรารถนาให้มันเป็นจริง

 

“.......คนๆนั้นน่ะหรือ....คนที่พี่ข้าชอบน่ะ....”

 

เจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วจ้องมองภาที่เหมือนกับภาพวาดกึ่งๆภาพถ่ายที่ค่อนข้างเหมือนจริงของจิ้งจอกสีเงินตนหนึ่งที่หันหน้าไปด้านหน้า ดูแล้วเหมือนกับถูกจบภาพได้ในตอนที่ไม่ได้ระวังตัวเท่าไร่นัก

“ฮึ....”

ดวงตาสีแดงฉานแบเดียวกับเลือดคู่นั้นเหมือนกับจะเจือไปด้วยความโกรธอย่างชัดเจน ก่อนจะขยำภาพในมือแล้วฉีกทิ้งด้วยความเกลียดชัง

“มันทำให้พี่ข้ารักข้าไม่ว่า”

 

ข้าพร้อมจะยกพี่ของข้าให้...

ข้ายินดีด้วยซ้ำ....

หากคนๆนั้นจะช่วยดูแลพี่ของข้าแทนข้า...

แต่ถ้าเกิดเป็นแบบนี้...

 

ถึงตาย ข้าก็ไม่ปล่อยพี่ข้าไปแน่

 

จิ้งจอกทองตนนั้นโปรยรูปภาพที่ตัวเองฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองมังกรสีแดงฉานที่เพียงยืนอยู่ตรงหน้าผู้เป็นนายของตนเองอย่างเรียบนิ่ง

“ลูเช่...ซิลเวอร์ฟ็อกซ์ หัวหน้าจิ้งจอกดาราที่กล้าทำให้พี่ข้าเจ็บปวด.....”

 

ข้าจะแค้นเจ้านานเท่าที่จะนานได้...

ข้าจะเกลียดและสาปแช่งเจ้าเท่าที่ข้าทำได้...

 

ตราบเท่าที่พี่ข้ายังคงต้องเจ็บปวดเพราะเจ้า...หัวหน้าจิ้งจอกดารา

 

โลตัสกัดริมฝีปากของตนเองแน่นจนเหมือนกับเลือดนั้นไหลออกมาจามุมปากนั่นหน่อยๆในขณะที่มังกรสีแดงตนนั้นก็ได้แต่เงียบแล้วจ้องมองเจ้านายของตนเอง

-โลตัส....-

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเพลิงคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสยงแผ่วเบา ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบราวกับกำลังถอนหายใจอยู่

 

-คนที่จะมอดไหม้จะเป็นเจ้าเองนะ-

 

เจ้ากำลังจะทำอะไรที่มันย่ำแย่ที่สุดนะโลตัส...

ถ้าเกิดไม่ได้ของชิ้นนั้นมา...

 

ก็จงอย่าได้ทำลายมัน...

 

มังกรเพลิงตนนั้นเม้มริมฝีปากของตนเองแน่นตามเจ้านายตนเองที่วินาทีนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นไม่สนใจที่จะฟังใครทั้งสิ้นแล้ว...

ของที่ตนเองใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต...

สิ่งที่ตนเองรักและหวงแหน...

ของที่อยากได้เป็นของของตนเองคนเดียว...

ของที่อยากจะดูแลทุนะถนอมอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้...

 

แต่มันกลับหลุดไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ได้ต้องการมันเลยแม้แต่น้อย

 

ใครเล่าจะไม่เคือง...

ใครเล่าจะไม่แค้น...

ใครเล่า...

 

จะไม่เจ็บร้าวไปจนถึงใจกลางของหน้าอก

 

-คนที่จะแตกสลายและเจ็บปวดเป็นคนสุดท้าย....-

มังกรสีเพลิงตนนั้นยังคงลั่นวาจาต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงที่เรียกได้ว่าสงบนิ่งและราบเรียบ ในขณะที่ผู้เป็นนายของมันนั้นตวัดสายตากลับมาด้วยความโกรธเคือง

 

-มันจะไม่มีวันเป็นใครนอกจากเจ้า-

 

“เงียบปากของเจ้าเสีย!!!

โลตัสแผดเสียงตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงแล้วพ่นลมหายใจยาวออกมา...

“ข้ายินดีแลกทุกอย่าง....”

 

ข้าไม่สนอะไรแล้ว...ทั้งนั้น ในโลกนี้...

ใครจะหาว่าข้าตาบอดหรือโง่เขลาก็ช่าง

ใครจะบอกว่าข้าเสียสติหรือว่าบ้าคลั่งไปแล้วก็ช่าง...

ต่อให้ต้องเหยียบจิตใจตนเอง....

 

“....แต่ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้พี่ของข้ากลับไปยังที่แห่งนั้นอีก”

 

ที่ที่ไม่เคยต้อนรับพี่ข้า....

ที่ที่ใช้พี่ข้าเป็นเครื่องมือ...

 

ทั้งๆใจนั้นก็หวาดกลัวพี่ข้าจากส่วนลึกที่สุดของหัวใจ

 

ดวงตาสีเลือดคู่นั้นเหมือนกับกำลังรื้นไปด้วยน้ำตาที่หลั่งออกมาโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่ทันได้รู้สึกตัว ก่อนที่ใบหน้านั้นจะก้มหน้าลง...

ลับประกายตาให้แน่วแน่...

เพื่อที่จะได้มั่นคง...

 

แล้วเหยียบขยี้จนกว่าจิตใจตนเองนั้นจะพังทลาย

 

ด้วยการตัดสินใจที่จะรั้งคนๆนั้นเอาไว้ด้วยวิธีการที่มอบให้แต่เพียงความทรมาน

 

-....-

โดลิกท์จ้อมองเจ้าของของตนเองก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาแล้วเสสายตามองไปทางอื่นราวกับจะบอกว่าตนเองไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

-หากจะแลกมันมากับความผิดพลาดชั่วชีวิตล่ะก็....ข้าก็จะไม่ขวางเจ้านายของข้า-

ใบหน้าที่ราบเรียบจนเหมือนกับตุ๊กตานั่นก้มลงเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเงยขึ้นด้วยท่าทีที่ราวกับกำลังระอาก็ไม่ปาน

-นี่จะเป็นเพียงคำตักเตือนครั้งสุดท้าย...ท่านโลตัส-

มังกรสีแดงตนนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยเหมือนเดิม ก่อนจะหมุนปลายเท้าของตนเองแล้วเตรียมเดินจากไปจากโถงทางเดินที่เงียบสงัดนี่

 

 

-ก่อนที่จิตใจท่านจะแตกสลายและถูกขยี้ด้วยเท้าของตนเอง-

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“......อื๋อ โลตัสหรือ??

 

ใบหูเรียวกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงบานประตุเปิดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เงาของใครบางคนนั้นจะก้าวเท้าเข้ามาในห้องที่เงียบสงัดโยที่ไม่ได้กล่าววาจาอะไรทักทายทั้งสิ้น

“....ห้องของที่นี่มีไม่พองั้นหรือ โทษทีนะเพราะว่าข้ามาแย่งห้องด้วยหรือเปล่า สงสัยว่าวันนี้โดลิกท์นอนในบ้านด้วยล่ะสิ แล้วให้เจ้าไปนอนห้องผู้หญิงก็คงไม่ดีเท่าไหร่นัก

คอรัลสะบัดปลายหางของตนเองแล้วว่าออกมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม ก่อนจะเลิกผ้าห่มลงเล็กน้อยแล้วยิ้มบางๆให้กับจิ้งจอกทองเบื้องหน้า

 

“จะนอนด้วยกันเหมือนกับเมื่อก่อนไหมล่ะ?

 

ร่างสีดำที่ก้าวเท้าเข้ามาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงโดยที่ไม่ได้กล่าววาจาอะไรออกมา

ดวงตาสีแดงที่ไม่ได้มีประกายใดๆจ้อสบกับคนที่มีเนตสีเดียวกับตนเองซึ่งเงยหน้าขึ้นมาราวกับแปลกใจที่เห็นว่าน้องชายตนเองนั้นยืนอยู่เฉยๆ

“โลตัส เป็นอะไรหรือเปล่า?

คอรัลลู่ใบหูเรียวของตนเองลงแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นเพื่อเข้าไปหาน้องชายของตนเองใกล้ๆ แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นร่างของเขากลับต้องล้มลงจนติดเตียง

!!!

คอรัลอุทานออกมาพร้อมๆกับเบิกตาของตนเองกว้างทันทีที่มือและร่างของตนเองถูกน้ำหนักและแรงของคนเบื้องหน้ากดทับลงมา...

ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

!!

เสียงร้องอุทานหลุดออกมาอีกครั้งเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นก้มลงแล้วไซ้ตรงลำคอเบาๆ ก่อนจะกัดคอเสื้อลงแล้วเลียไปตามลำคอเบาๆ

“....อื้อ โลตัส ไม่เอาน่า จะเล่นก็เล่นเวลาอื่นนะ....”

คอรัลพยายามดันมือของอีกฝ่ายเออกไปเบาเหมือนกับเตือนให้หยุดการกระทำนั่นซะ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นจะไม่ได้สนใจฟังเลยแม้แต่น้อย

“.....อ...โลตัส...นี่หยุดสิ..”

จิ้งจอกหนุ่มครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเอนใบหน้าของตนเองหนีโดยที่ดูเหมือนว่าโลตัสนั้นยังคงเลียอยู่แล้วลากขึ้นมาสูงเรื่อยๆจนถึงส่วนของกรามคางด้านบน

“....จะทำอะไรน่ะโลตัส...อ...ปล่อยพี่นะ...นี่มันในร่างคน...ไม่ต้องเลียก็ได้.....”

คอรัลพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของอีกฝ่ายที่กดข้อมือของตนเองเอาไว้ด้วยแรงที่บีบแน่นจนทำให้รู้สึกเจ็บกลายๆเวลาดิ้น ร่างที่สูงพอๆกันนั้นทาบทับลงมาพร้อมๆกับทิ้งน้ำหนักกลเพื่อให้จิ้งจอกทองเบื้องหน้าดิ้นได้ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก

“อื้อ!

คอรัลบิดใบหูของตนเองไปด้านหลังเมื่อเผลอร้องแปลกออกมาด้วยความจั๊กจี้ ก่อนจะปิดตาของตนเองแน่นแล้วพยายามผลักร่างของโลตัสออกไป

แต่นั่นกลับส่งผลให้มือที่จับข้อมือตนเองนั้นบีบแน่นกว่าเดิม

“ปล่อยมือพี่ด้วย เล่นแรงๆแบบนี้พี่เจ็บนะ....”

จิ้งจอกทองผู้พี่เริ่มขึ้นเสียงลงเพื่อพยายามดุ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีเสียงอะไรตอบรับกลับมาเหมือนเคยซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลเม้มริมฝีปากของตนเองแน่น

โลตัสหยุดการเคลื่อนไหวของตนเองไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆลากปลายลิ้นเลียไปตามแก้มของอีกฝ่าย ไล้ขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับที่เลียทักทายตามปกติ...

ดวงตาสีแดงฉานหลุบลงต่ำ...

ก่อนที่มันจะปรือปิดลง...

“พี่คอรัล...”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แสนแผ่วเบานั่นค่อยๆลั่นออกมาอย่างสั่นเครือจนฟังดูแล้วเหมือนกับท่วงทำนองที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะกล่าวต่อไป

 

“ข้าขอโทษ”

 

ทุกอย่างที่ข้าจะทำต่อจากนี้ไป

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะข้าไม่อาจจะระงับทั้งอารมณ์โกรธและเจ็บใจนี้ได้

 

“โลตัส.....?

 

จิ้งจอกทองผู้พี่อุทานออกมาทันทีทันควัน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าของน้องชายตนเองโน้มลงมาใกล้

ริมฝีปากร้อนผ่าวที่คาวด้วยกลิ่นเลือดจางๆที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนั่นแนบลงมาก่อนที่ลิ้นอุ่นๆจะแทรกเข้ามาโดยที่คอรัลนั้นยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“อะ-อือ!!

จิ้งจอกทองหนุ่มอุทานออกมาดังลั่นพรอมๆกับพยายามผลักร่างของอีกฝ่ายออกอย่างสุดความสามารถด้วยควากใจจนทำอะไรแทบไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ลิ้นร้อนๆสอดแทรกเข้ามาก่อนจะกวาดไปในโพรงปากอย่างคล่องแคล่วตวัดเกี่ยวพร้อมๆกับช่วงชิงลมหายใจ

“อ......อื้อออ”



ของดีไปอ่านในเล่มน่อ*-*++




 

“.......?

 

เสียงครางแผ่วๆลอดออกมาจากลำคออย่างช้าๆก่อนที่ดวงตาสีแดงคู่สวยนั้นจะค่อยๆปรือเปิดขึ้นด้วยแววตาอันแสนงัวเงีย

“....อื้ออ??

โลตัสครางออกมาเบาๆก่อนจะลู่ใบหูเรียวลงเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แตะลงบนใบหูของตนเองแล้วลากขึ้นไปเบาๆราวกับพยายามปลุกอยู่...

“วูลเยซเหรอ....?

จิ้งจอกทองหนุ่มครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะเหลือบสายตาไปมองเบื้องหน้าของตนเอง ก่อนจะพลันอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นคนๆนั้นยิ้มให้ด้วยสีหน้าเหมือนกับกำลังงอนๆนิดๆ

“.....ปกติวูลเยซก็ทำแบบนี้งั้นเหรอ?

น้ำเสียงของอีกฝ่ายนั้นว่าออกมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิมพร้อมๆกับสะบัดปลายหางของตนเองขึ้นมาเล็กน้อยด้วยท่าทีที่ดูราวกับอยากรู้อยากเห็นตามปกติ

ดูแล้ว...

เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นเป็นเรื่องโกหก..

 

เป็นความฝันที่เจ้าตัวนั้นไม่คิดอะไรมากมายเลยแม้แต่น้อย

 

“...ก็...ไม่เชิงน่ะฮะพี่คอรัล....”

โลตัสหัวเราะแห้งๆพลางเสยผมของตนเองแก้อายที่เผลอนึกถึงเด็กน้อยคนนั้นแทนที่จะเป็นพี่ชายของตนเองเสียได้...

ช่วยไม่ได้นี่นะ...

ก็เด็กคนนั้นชอบทำแบนี้เสมอเวลาที่จะปลุกเขา...

 

ถ้าเกิดไม่ชินมันก็คงเป็นเรื่องตลกนั่นแหละ

 

“หรือ? แสดงว่าคนๆนั้นทำตลอดสินะ...”

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสยีงรื่นเริงเหมือนเดิมก่อนจะยิ้มให้กับน้องชายตนเองที่กำลังกอดร่างของเขาเอาไว้แบบหลวมๆ

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นจะไม่คิดอะไรมากมายทั้งสิ้น...

“...อ..ฮะ”

โลตัสทำได้เพียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วรีบดึงมือของตนเองที่กอดอีกฝ่ายเอาไว้ออกแทบจะในทันทีซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลยิ้มออกมาเหมือนเดิมเท่านั้น

ยิ้มด้วยสีหน้าที่ดูแล้วไร้เดียงสา

แต่มองดีๆ...

 

มันคือใบหน้าทีเกิดจากการเสแสร้งชัดๆ

 

“.....”

แล้วทำไม..โลตัสจะไม่รู้...

คนที่อยู่กับคอรัลมานานที่สุดอย่างเขา อยู่มานานแสนนาน แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้ชิดกันอย่างที่พี่น้องคนอื่นนั้นเป็น แต่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจอีกฝ่ายมากที่สุด...

และมาก...

พอที่จะอ่านออกว่าคนๆนี้กลังเสแสร้งอยู่...

 

และสาเหตุคงไม่ใช่เรื่องใดอื่นนอกจากเรื่องของเขา...เมื่อคืนที่ผ่านมานี้...

 

เพราะเขาทำตัวแบบนั้น...ทั้งๆที่คอรัลพยายามผลักก็แล้วห้ามก็แล้ว แต่ก็เนื่องจากว่าคอรัลไม่ใช่คนที่คุ้นชินกับเหตุการณ์พวกนี้...และก็ไม่เคยคิดว่าโลตัสจะทำอะไรแบบนี้ด้วย...

ไม่แปลกหรอกที่คนๆนี้จะรับมือไม่ถูก...

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอะไรต่อ..

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไงต่อ...

ก็เลยทำเหมือนกับที่ทุกครั้งเคยทำมา...

 

ยิ้มอย่างเสแสร้ง...เพื่อให้เรื่องราวทุกอย่างนั้นจบลงโดยที่ไม่ต้องยืดเยื้อ

 

“....”

โลตัสลู่ใบหูเรียวของตนเองลงข้างหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆแตะลงบนใบหน้าของคอรัลเบาๆซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างนั้นสะดุ้งน้อยๆด้วยสีหน้าที่เหมือนกับกำลังตื่นกลัวนิดๆ

และนั่นก็ทำให้โลตัสยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกว่าเดิม...

นี่คือสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด....

 

กับของที่ตนเองรักยิ่งกว่าสิง่ใด...

 

นี่ถ้าเกิดว่าคนที่เขาลงมือทำแบบนี้ไม่ใช่คอรัล เขาคงสาบานบอกได้เลยว่าคนๆนั้นคงจะเกลียดเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

“.....ไปอาบน้ำกันเถอะฮะ.....”

โลตัสครางออกมาเบาๆก่อนจะจูบงลงบนหน้าผากของอีกฝ่าที่หดตัวด้วยความกลัวและออกจะตกใจนิดๆที่ใบหน้าของคนเบื้องหน้านั้นโน้มลงมา...

แต่พอตาด้วยสัมผัสเบาๆและแสนอบอุ่นเหมือนกับทุกครั้งนั้นก็ทำให้อาการเกร็งนั้นหายไป...

ดวงตาสีแดงของคอรัลเหลือบขึ้นมามองโลตัสที่ทำสีหน้ายุ่งยากให้ ก่อนที่เขาจะยิ้มกว้างออกมาด้วยสีหน้าอันแสนสดใส...

ราวกับจะบอกว่าตนเองนั้นไม่ได้กลัวโลตัส...

บอกยินดี...

 

ที่น้องชายที่ตนเองรู้จักได้กลับมาแทนที่คนที่แสนน่ากลัวเมื่อคืนนี้แล้ว

 

โลตัสกำมือของคอรัลเอาไว้แน่นก่อนจะค่อยๆพยายามดึงให้ลุกขึ้นนั่งอย่างเบามือที่สุด แล้วตีสีหน้ายุ่งยากเมื่อพี่ตนเองแอบนิ่วหน้าเล็กน้อยโดยที่พยายามไม่ให้เขาเห็น

“...ค่อยๆลุกนะฮะ....”

จิ้งจอกทองตนน้องว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดก่อนที่จะกอดร่างของอีกฝ่ายเอาไวหลวมๆแล้วค่อยๆอุ้มขึ้นให้เท้าของอีกฝ่ายนั้นยันพื้น...

แต่มันก็แทบจะเซลงในทันที...

“สงสัยเหน็บกินน่ะนะ”

คอรัลยังคงว่ากลบเกลื่อนออกมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม ซึ่งโลตัสก็ทำได้เพียงยิ้มด้วยสีหน้ายุ่งๆเหมือนเดิมเท่านั้น

ไม่ต้องถามเขาก็รู้ว่าเพราะอะไร...

มันจะเพราะใครนอกจากเขา...

และอาการเจ็บแปล๊บที่เกิดขึ้นกับอีฝ่ายนี่มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง...

 

ถ้าไม่ใช่เพราะเขา...เมื่อคืนนี้

 

“....ฮะ เพราะงั้นค่อยๆเดินนะ จับมือข้าแน่นๆ องน้ำอยู่ติดกับห้องนี้เลย เพราะงั้นเดินไปไม่ไกลนักหรอกฮะ”

โลตัสยายามทำสีหน้าท่าทางร่าเริงตอบสนองพี่ชายของตนเองเหมือนเดมิเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นเชื่อว่าตนเองไม่ได้คิดอะไรมาก

“อื้อ”

คอรัลเงยหน้าขึ้นแล้วกุมมือที่ประคองตนเองเอาไว้แน่นตอบกลับก่อนจะสะบัดปลายหางเล็กน้อยเพื่อพยายามทรงตัวแล้วก้าวต่อไปโดยที่พยายามกลืนความเจ็บปวดทรมานลงคอให้หมดแล้วเดินไปตามปกติ

โลตัสมองพี่ชายตนเองที่พยายามเดินตามมาก่อนจะแกว่งปลายหางตนเองเบาๆด้วยสีหน้าหม่นๆซึ่งดูแล้วราวกับอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง...

แต่ก็ทำได้เพียงกำมือของพี่ชายตนเองแน่นแล้วประคองไปเท่านั้น

 

ข้าขอโทษ....

แต่ต่อจากนี้...ข้าคงไม่อาจจะห้ามตัวเองได้อีกแล้ว....

 

ยิ่งรู้ว่าพี่ไม่ใช่ของข้ามากเพียงไร...

 

ดวงตาสีแงฉานแบบเดียวกับเลือดนั่นปรือปิดแน่น ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าห้องน้ำแล้วเปิดบานประตูพร้อมๆกับพาร่างของพี่ชายก้าวเข้าไปด้านใน..

“....ข้าไมมีของดีเทาไหร่นักน่ะฮะ....แต่คิดว่า...ถังใหญ่ๆแบบนี้พี่คงนั่งๆนอนได้สบายนะฮะ...”

โลตัสว่าพลางหัวเราะแห้งๆออกมาก่อนจะเดินไปแล้วลากถึงไม้สีน้ำตาลยาวๆที่ตนเองเอาไว้ต้มห้ำใส่แล้วอาบให้กับวูลเยซสมัยที่อีกฝ่ายยังเด็กเกินกว่าที่จะไปอาบตามน้ำหรือว่าดูแลตนเองได้

“.....มันหรูเกินไปด้วยซ้ำนะโลตัส”

คอรัลเงยหน้าขึ้นก่อนจะว่าออกมาด้วยน้ำเสียงขบขัน ก่อนจะค่อยๆหย่อนกายลงนั่งในถังนั่นโดยที่พยายามไมแยแสต่อความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมา

“.....ข้าว่ามันคงเทียบไม่ได้กับบ้านของหัวหน้าจิ้งจอกดาราคนนั้น หรือว่าหอคอยจันทราของเทพธิดาจันทราน่ะฮะ”

จิ้งจอกทองตนน้องว่าอกมาเหมือนกับกำลังเสียดสี ก่อนจะค่อยๆเปิดท่อให้เทน้ำลงในถังไม้นั่นอย่างช้าๆก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะลงตรงนอกถังแต่ในบริเวณใกล้ๆกันนั้น

มองสภาพของอีกฝ่าย...

มองสภาพที่เห็นแล้วเหมือนกับจะทำให้เจ็บปวดใจมากกว่าดีใจ...

“...ไม่มีอาการตัวร้อนหรือว่าอะไรนะฮะ....ไม่ได้ใส่อะไรมาทั้งคืนแบบนั้น....”

 

ข้าขอโทษ....

 

โลตัสครางออกมาเบาๆด้วยความเป็นห่วงก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อที่ขาดไปกว่าครึ่งของอีกฝ่ายออกอย่างเบามือแล้ววางเอาไว้บนพื้น

“เจ้าก็กอดพี่เอาไว้ตลอดนี่ มันจะไปหนาวอะไรล่ะเนาะ?

คอรัลยังคงเงยหน้าข้นแล้วว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนเดิม แต่นั่นก็ทำให้โลตัสทำได้เพียงยิ้มตอบไปเท่านั้น

“ขออนุญาตนะฮะ”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก่อนที่คู่สนทนานั้นจะอนุญาตหรือว่าพูดอะไร ชายหนุ่มก็พลันถอดเสื้อของตนเองออก แล้วก็ปล่อยวางทิ้งเอาไว้บนพื้นเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก ก่อนจะค่อยๆหย่อนเท้าของตนเองลงในถัง

ทำเอาคอรัลที่นั่งพิงเหยียดขาอยู่หดขาของตนเองกลับทันที

“....”

โลตัสเพียงยิ้มเย็นให้ด้วยสีหน้าที่ไม่รู้ว่ากำลังเฉยชาหรือว่ากำลังเจ็บปวดกันแน่ ก่อนจะหรือดวงตาของตนเองหลับลง

“....ข้าขอโทษนะฮะพี่คอรัล....”

“หือ?

จิ้งจอกทองหนุ่มเลิกคิ้วเรียวของตนเองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายดึงร่างของตนเองเข้าไปกอดเอาไว้แน่นทั้งๆที่หลับตาเหมือนกับพยายามอดทนต่ออะไรบางอย่างอยู่

มืออุ่นๆแตะที่ใบหน้าเหมือกับจะดูว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ตรงไหน ก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันหลังอย่างเบามือ

“....อึ๊ โลตัส....เจ้าจะ....ทำอะไร..อีก...?

คอรัลกัดฟันของตนเองแน่นพร้อมๆกับหลับตาลงข้างหนึ่งกับความรู้สึกที่คุกกรุ่นขึ้นมาแทบจะในทันทีที่อีกฝ่ายสัมผัสไล้เบาๆราวกับพยายามปลุกเร้าตนเองทางอ้อมก็ไม่ปาน ทั้งๆที่อีกฝ่ายนั้นไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลยซักนิด

“.....นิดเดียว....”

โลตัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะลู่ใบหูบิดไปด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงร้องเบาๆออกมาจากลำคอของอีกฝ่ายราวกับจะยั่วยวนตัวเองก็ไม่ปาน

นิ้วเรียวค่อยๆไล้ตรงปากทางของอีกฝ่ายก่อนที่จะกดลงไปเหมือนกับจะบอกว่าจะเข้าไปล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้คอรัลแทบกลั้นลมหายใจในทันที

“...ข้าจะทำเบาๆนะฮะ....”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาพร้อมๆกับกอดศีรษะของพีชายที่กำลังตัวสั่นนิดๆด้วยท่าทางตื่นๆเอาไว้แน่น ก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางคับแคบนั่นอย่างช้าๆโดยที่ไม่ได้เร็วและฝืดๆเหมือนกับคราวก่อนที่ไม่มีน้ำช่วยหล่อลื่นแบบนี้แล้ว...

ปลายนิ้วเรียวลากวนด้านในเหมือนกับว่าตนเองนั้นรู้จักทั้งหมดภายในเป็นอย่างดี ก่อนจะค่อยๆแหวกทางออกกว้างเพื่อให้น้ำที่คั่งอยู่ด้านไหนไหลออกมา

โลตัสพยยายามล้างดึงเข้าดึงออกหลายต่อลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีอะไรค้างอยู่แน่นอน ก่อนจะดึงร่างพี่ชายตนเองที่แทบทรุดลงในทันทีเมื่อมีมมือพยุงเอาไว้เพราะเรี่ยวแรงที่หายไปหมดจากเหตุการณ์เมื่อคืนและการปลุกเร้าแบบไม่รู้ตัวนี่

“...ข้าขอโทษนะฮะ...รู้สึกแย่ใช่ไหม...”

โลตัสว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นแล้วลู่ใบหูเรียวของตนเองลงจนเกือบชิดใบหน้าตนเอง...

“.....ข้าขอโทษนะฮะพี่คอรัล....”

โลตัสก้มหน้าลงเหมือนกับจะยพายามซบกับอีกฝ่ายแล้วครางขอโทษออกมาด้วยน้ำเสยีงแผ่วเบาพร้อมๆกับหลับดวงตาของตนเองลง

“แต่ถ้าเกิดคราวหน้าพี่ค้างของแบบนั้นเอาไว้ในตัวอีก...มันจะปวดท้องนะฮะ...แล้วก็ไม่ดีต่อร่างกายด้วย...”

จิ้งจอกทองเบื้องหน้านั้นค่อยๆใช้นิ้วทัดเส้นผมของอีกฝ่ายไปด้านหลังอย่างเบามือที่สุดแล้วยิ้มให้กับพี่ชายของตนเอง...

เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายฝืนยิ้มตอบกลับมา....

ทั้งๆที่มันไม่น่าจะฝืนยิ้มไหวแล้วด้วยซ้ำ...

ก็ตนเองน่ะ...

 

โดนคนที่ได้ชื่อ่าเป็นน้องชายที่ตนเองรัก...เหมือนกับขืนใจกันทางอ้อมนี่นะ...

 

แม้ว่าเขาจะรู้นานแวว่าอีกฝ่ายรักเขามาก แต่ก็ไม่นึกว่าคนๆนี้จะกล้าทำอะไรแบบนี้ด้วยนิสัยของเจ้าตัวแล้ว...

มันไม่ใช่...

นอกจากจะโดนต้อนให้จนตรอกเข้าอย่างจริงจัง

โลตัสจ้องมองอาการของพี่ชายตนเอง ก่อนจะยิ้มเฝื่อนๆออกมาเพราะรู้ว่าหากตนเองยังอยู่ต่อไปอีกฝ่ายนั้นก็ยังคงทำหน้าตาแบบเดิม

เหมือนกกับพยายามทำตัวเข้มแข็ง...

ทั้งๆที่ความจริงตนเองนั้นอ่อนแอเพยีงไร

 

“...เดี๋ยวข้าออกไปก่อนนะฮะ พี่อาบน้ำตามสบาย”

 

พักผ่านเถอะฮะ...

ข้าจะไม่กวนให้พี่หวาดกลัวแล้ว

 

โลตัสโน้มใบหน้าของตนเองลงแล้วจูบลงที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาที่สุด ชายหนุ่มค่อยๆยันกายลุกขึ้นจากถังแล้วพร้อมๆกับสะบัดเส้นผมที่เปียกปอนด้วยหยดน้ำเล็กน้อยก่อนจะจัดแจงคลุมเสื้อคลุมด้านนอกของตนเองแล้วก้าวเท้าออกไปทีนี่...

เหลียวดวงตากลับมามองพี่ชายตนเองที่ยังคงพยายามยิ้มให้...

จนกระทั่งเขาปิดประตูลง....

 

รอยยิ้มนั้นก็ได้จางหายไปในเสี้ยววินาที

 

เหมือนกับเจ้าตัวนั้นไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะคงรอยยิ้มนั้นเอาไว้ได้ต่อไปแล้ว...

เหมือนกับเจ้าตัวนั้นไม่มีแรงที่จะฝืนทำเป็นร่าเริงเหมือนกับที่ตนเองทำตามปกติได้อีกแล้ว...

ไม่มีแรง...

 

เหมือนกับคนที่โดนคนที่เชื่อใจที่สุดหักหลัง...

 

แต่จะว่าอย่างนั้นไม่ได้

เขาคิดเอาไว้แล้ว...

 

บางทีวันแบบนี้อาจะมาถึงตนเองก็ได้...

 

หากมีอะไรไปกระตุ้นให้โลตัสแสดงนิสัยตนเองออกมาอย่างไม่เกรงใจเขานั่นแสดงว่านสิ่งที่เข้าไปกระตุ้นอีกฝ่ายนั้นกระตุ้นได้หนักจริงๆ...

เพราะไม่มีทางหรอก...

ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะทำอะไรที่ทำให้เขาเจ็บปวด...

 

ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดถึงเพียงนี้ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีวันเลย

 

คอรัลเม้มริมฝีปากของตนเองแน่นก่อนจะค่อยๆก้มหนาลงซบกับน้ำที่เย็นเชียบพร้อมๆกับกอเข่าของตนเองเอาไว้แน่น...

เกลียด....ร่างกายตัวเอง...

เกลียดที่มันตอบสนองง่ายเหมือนกับโหยหามานาน....

 

ไม่งั้นเขาคงสามารถตั้งสติแล้วใช้แรงห้ามอีกฝ่ายได้แล้ว

 

ทั้งๆที่แรงเขาก็มากกว่าแท้ๆ...

แต่ร่างกายที่มันไม่คุ้นชินกลับไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย...

 

ถ้าเกิดเขาไม่ตอบสนองได้ดีขนาดนั้น...

ถ้าเกิดเขาคุ้นชินกับเรื่องพรรคนี้มากกว่านี้...

ถ้าเกิดว่าร่างกายเขาไม่ได้โหยหาเพราะไม่เคยรับการปลดปล่อยหรือเลยล่ะก็

 

เขาคงผลักอีกฝ่ายออกไปได้เมื่อยากเท่าไหร่นัก...

 

“....แบบนี้.......เจ้าไม่ทรมานมากขึ้นหรือไงโลตัส...”

 

เจ้าเป็นน้องชาย...

ไม่มีมากกว่านั้นหรือว่าน้อยกว่านั้น...

ต่อให้เจ้าทำอะไรแรงกว่านี้ ต่อให้ฆ่าข้าให้ตาย...เจ้าก็เป็นน้องชายข้าเสมอ...

 

ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...

 

 

แม้ว่าเจ้าจะรักข้าแค่ไหนก็ตามที

 

มือเรียวกอดเข่าของตนเองเอาไว้แน่นขึ้น

“....พี่มีคนที่พี่ชอบอยู่แล้ว......”

 

แม้เขาจะเกลียดพี่ก็ตาม...

แม้ว่าพี่รู้ว่าพี่กับเขาไปด้วยกันให้ตายยังไงก็ไม่ได้ก็ตาม

 

หลับตาของตนเองลง...

แล้วทำเพียงหวนนึกไปถึงตอนก่อนเดินทางมายังที่แห่งนี้....

 

นึกถึงคนที่มีเส้นผมสีขาวและท่าทางที่แสนยโส...

 

คนที่ไม่เคยคุยดีๆกับเขาซักครั้งหนึ่ง คนที่ก้าวเท้าออกมาปกป้องเขาแล้วก็ดุว่าเขาเสมอๆโดยที่ไม่เคยกล่าวชื่นชมอะไรเลย...

คนๆนันทีเกลียดเขา...

จนไม่เคยแม้กระทั่งมาพบหน้า...

 

ถ้าเกิดไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงจังจริงๆ

 

“ข้ายอมทิ้งเขาก็ได้....”

 

เขาไม่ได้รักข้า...

มีแต่ข้าที่รักเขา...

 

...แล้วข้าจะพยายามกับคนที่ไม่ได้รักข้าทำไม....

 

จิ้งจอกทองหนุ่มก้มน้ำลงให้จมลงไปในน้ำแล้วหัวเราะพร้อมๆกับจิกเล็บของตนเองด้วยความเจ็บปวด..

เหยียดเสยงหัวเราะ...

ยิ้มให้ตนเองด้วยความสมเพช...

 

รักคนที่รักเรา...ดีกว่ารักคนที่เรารัก...

 

ถ้าเกิดเขาหันมาหาโลตัสก่อนที่โลตัสจะแต่งงานได้ก็คงดี...

ถ้าเกิดเขาหันมาหาโลตัสก่อนที่เขาจะรักจิ้งจอกดาราตนนั้นได้ก็ดี...

ก่อนที่ทุกอย่างจะบิดเบี้ยวไปจากสิ่งที่น่าจะเป็น...

 

และจบลงด้วยปลายทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่แสนเจ็บปวด

 

“แต่ได้โปรดเถอะโลตัส...”

 

ข้ายอมอยู่กับเจ้าไปตลอดก็ได้...

ข้ายอมทิ้งทุกอย่างก็ได้...น้องชายของข้า...

 

ใบหน้าของอีกฝ่ายเหมือนกับจะก้มลงด้วยความรู้สึกเศร้าที่ตขึ้นมาจุกที่ลำคอจนแทบจะหายใจไม่ออก

 

“อย่า...ทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้เลย...”

 

อย่าเหยียบขยี้หัวใจตนเอง...

เหยียบทั้งๆที่รู้ว่าเจ็บแค่ไหน...

และเจ้าคงจะไม่หยุดจนกว่ามันจะแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีใช่ไหม

 

เจ้าไม่ปรารถนาในการคงตัวตนมันไว้ใช่ไหม

เจ้าไม่ปรารถนาในหัวใจที่ตนเองมีใช่ไหม...

เช่นนั้น...

ก็ช่วยมองรอบด้านด้วยเถอะ...

 

ว่ามีใครเจ็บปวดบ้างกับการเห็นเจ้าขยี้จตใจตนเองเช่นนี้

 

“....ข้าจะอยู่ที่นี่....”

 

ต่อให้เรื่องพรรคนี้เกิดขึ้นอีกเป็นร้อยครั้ง...

ข้ายกให้ได้ทุกอย่าง...โลตัส

 

ถ้าเกิดมันจะทำให้เจ้าเลิกทำร้ายตัวเอง

 

จิ้งจอกทองหนุ่มพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบาที่ราวกับประชดประชัน...

น้องชายยกให้เขาได้ทุกอย่าง...

ทำไมเขาจะทำไม่ได้

“....เรื่องแค่นี้...มันไม่เท่าไหร่หรอก”

 

ก็แค่ร่างกายเท่านั้นเอง...

มันจะไปมีค่าอะไรไป...กับร่างพรรคนี้...

 

ใบหูเรียวบิดไปด้านหลัง...

แล้วนึกไปถึงอีกฝ่ายที่ตนเองห่วงแสนห่วง...

 

“....สิ่งที่สำคัญที่สุด....”

 

สิ่งที่แปรเปลี่ยนเป็นหนามได้คมกริบที่สุด...

น่ากลัวที่สุด...

 

และรักษายากที่สุด

 

“คือ ความรู้สึกต่างหาก”

 

ทำไมเจ้าถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้ โลตัส....

 

 

เจ้าเจ็บไหม...น้องชายที่ข้ารักที่สุดเอ๋ย...

 

ใบหน้าของจิ้งจอกทองหนุ่มก้มลงซบกับเข่าตนเองด้วยความทรมานจนไม่มีเรี่ยวแรง ก่อนจะนั่งเงียบอยู่เช่นนั้น

โดยไม่แยแสต่อเวลาที่ผ่านไป...

โดยไม่รู้สึกเลย...

 

ถึงคนที่ก้าวเท้าออกไปแล้วยืนรออยู่ด้านหน้าห้องด้วยใบหน้าที่ราบเรียบ....

 

 

ใบหน้าที่เจือไปด้วยความทรมานที่ไม่มีก้นบึ้ง

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“....อ้าวเยห์”

 

จิ้งจอกทองหนุ่มครางขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมๆเลิกคิ้วเรียวของตนเองขึ้นเล็กน้อยแล้วเอียงคอด้วยสีหน้าสงสัย

“วูลเยซล่ะ นี่ได้เวลากินข้าวแล้วนะ?

“อือ”

จิ้งจอกทองที่เดิสวนมาพยักหน้าลงด้วยที่ราบเรียบเหมือนเดิมก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย

คนๆนั้นเงียบเสียงเหมือนกับไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรกับอีกฝ่ายดี ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่แล้วว่าต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วเหมือนกับพยายามพูดออกมาอย่างสบายๆ

ก็นะ...

เจ้าตัวไม่ใช่คนที่หลอกคนอื่นเก่งเหมือนกับโลตัสนี่นะ?

“ข้าให้เขากินข้าวไปแล้ว อาจจะไม่ดีเท่าที่เจ้าหามาก็จริงแต่เด็กคนนั้นก็กินหมดน่ะนะ นิสัยดีพูดอะไรก็ฟังด้วย....”

“อื้อๆ วูลเยซเป็นเด็กดีอันนั้นข้ารู้”

โลตัสพยักหน้าลงก่อนจะตีสีหน้ายุ่งๆแล้วกลอกดวงตาของตนเองไปซ้ายไปขวาด้วยสีหน้ายุ่งยากเหมือนกับพยายามมองหาร่างเล็กๆที่ถ้าเกิดเข้าเดินเข้ามาในบ้านของเยห์แล้วจะรีบวิ่งเข้ามาเกาะแข้งเกาะขาทันที

“....”

เยห์พยักหน้าลง

 

“ข้าบอกเขาว่าต่อแต่นี้ห้ามมาเจอหน้าเจ้าเด็ดขาด”

 

“อ่ะ เอ๋?

จิ้งจอกทองเบื้องหน้านั่นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสยีงสงบนิ่งเหมือนเดิมในขณะที่อีกฝ่ายนั้นพลันอุทานออกมาเบาๆด้วยความแปลกใจ

“ไม่ต้องตกใจไปหรอก”

เยห์เอียงคอพร้อมๆกับถอนหายใจ

“...ตอนนี้สภาพจิตใจเจ้าไม่ได้ปกติเท่าไหร่...คงไม่มีทางเลี้ยงเด็กได้หรอก เพราะงั้นข้าเลยเอาวูลเยซแยกออกมาก่อนจะได้ไม่เดือดร้อนทั้งตัวเจ้าแล้วก็ตัวเด็กด้วย...”

“....ข้าไม่อยากให้วูลเยซได้เห็นตัวอย่างที่ไม่ดี”

 

จากการอ่านใจเจ้า...

โลตัส...เจ้าสอนเด็กคนนั้นยังไงข้าไม่รู้หรอกนะ...

 

แต่บางอย่างที่เจานึกในใจ บางทีมันก็ถ่ายทอดให้เด็กน้อยๆนั่นรับรู้ด้วย เจ้ารู้ไหม

 

“....”

โลตัสตีสีหน้ายุ่งพร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตนเองลงข้างหนึ่งราวกับกำลังน้อยใจทันทีทันควันพร้อมๆกับครางออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

“...นี่ข้าดูเลวร้ายขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”

“แค่ช่วงนี้นั่นแหละนะ....”

 

สิ่งทีเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นแล้วนี่โลตัส...

เจ้าก็รู้ ข้าก็รู้ พี่เจ้าก็รู้...

 

แต่ก็ทำได้แค่ภาวนาให้มันจบลงในทางที่ดีที่สุดเท่านั้นแหละ

 

โลตัสจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะเอนใบหน้าหนีแล้วถอนหายใจออกมาเมื่อเข้าใจแล้วว่าคนๆนี้รู้เรื่องทุกอย่างแทบจะในทันที...

ทันทีที่เจอหน้าเขา...

เหมือนกับคนที่สามารถอ่านใจคนอื่นได้ก็ไม่ปาน...

“เบเลลย์กับลีฟล่ะ?

“มิลล์บอกว่าห้ามเยี่ยมทั้งเบลเลย์แล้วก็ลีฟ...บอกว่าพวกผู้ชาย...ไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยง กลับไปไหนได้ก็ไป....”

โลตัสขมวดคิ้วเรียวของตนเองลงทันทีเหมือนกับจะบอกว่าไม่ข้าใจว่าทำไมมิลล์ถึงได้ไล่ได้ไล่เสียขนาดนั้น

“ข้าก็ไม่เข้าใจเธอน่ะนะ แต่ดูท่าเธอจะบอกให้เจ้าไปเลี้ยงวูลเยซแล้วก็ต้อนรับแขกให้ดีๆ ตอนนี้ข้าเลี้ยงวูลเยซฆ่าเวลาแล้ว”

เยห์เพียงหัวเราะพร้อมๆกับไหวไหล่เหมือนกับไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก่อนจะหรี่ดวงตาสีเหลืองทองของตนเองลงจนคมกริบ

“เจ้าก็ตัดสินใจเอาแล้วกัน โลตัส”

ชายหนุ่มคนนั้นลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เจือไปด้วยประกายของความหนักใจและสุดแสนจะระอากับคนเบื้องหน้า

เยห์หลับตาลงนิ่งๆก่อนจะหันหลังแล้วหมุนเท้าก้าวออกไปจากโลตัสด้วยทาทีที่แสนราบเรียบพร้อมๆกับสะบัดปลายหางลง

 

“ว่าเจ้าจะเอายังไงกับคอรัล”

 

จะใช้คอรัลเป็นเครื่องมือในการเหยียบขยี้จิตใจของตนเองเหมือนเดิม...

หรือ..เจ้าจะทำยังไงต่อไป...

 

“...ช่วยเลือกทางที่มันดีๆด้วยนะ...เด็กน้อยของข้า”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

แกร๊ก.....

 

“โลตัส พี่ขอยืมเสื้อเจ้าใส่หน่อยนะ....แต่เสื้อเจ้านี่บางจริงๆสิน่า...”

ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มชะโงกออกมารับคนที่เป็นเของห้องทันทีจนทำให้คนที่กำลังเดินหม่อกลับเข้ามานั้นถึงกลับผงะถอยไปด้านหลังก้าวหนึ่งทันที

“พี่....คอรัล?

“อื้อ”

จิ้งจอกทองในชุดสีขาวแบบเดียวกับของเขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีทันควัน ก่อนที่เจ้าตัวจะดึงเสื้อผ้าของตนเองเล็กน้อยเหมือนกับพยายามจัดให้มันพอดีกับตัวเอง

“...ชุดเจ้าใส่แล้วสบายๆจริงสิน่า เสื้อพี่มันหนามากเลย...”

“พี่อยู่ทางเหนือเสื้อผ้ามันก็ต้องหนาๆสากเป็นธรรมดานั่นแหละฮะ...”

โลตัสว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกำลังตลกขบขันนิดๆก่อนจะปิดบานประตูลงแล้วก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

“นั่นสินะ...แต่ข้าชอบทางใต้แบบที่นี่จริงๆเลยสิ...อากาศอบอุ่นกว่ากันเยอะเลย”

“...ทางเหนือเทเกอริกมันก็ไม่ได้ต่างจากที่นี่เท่าไหร่นักไม่ใช่หรือไงฮะ ถ้าเกิดไม่นับรวมหอคอยของเทพจันทราที่เล่นตั้งอยู่กลางทุ่งแบบนั้น”

“ไม่เย็นคงไม่ไหวแล้วล่ะฮะ”

โลตัสว่าพางระบายรอยยิ้มออกบนใบหน้าของตนเองเหมือนเดิมก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงแล้วหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

“....ข้ากลับมาแล้วนะฮะ”

จิ้งจอกทองตนนั้นเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีเหมือนเดิม ก่อนที่จะเลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อคอรัลนิ่งชะงักไปชั่วคู่

“อื้อ! ต้อนรับกลับมานะ!

จิ้งจอกทองที่เป็นพี่ชายตอบกลับพร้อมๆกับสะบัดปลายหางของตนเองออกทันทีทันควัน แล้วก้าวเท้าไปด้านหลังเล็กน้อย...

ยังห้องที่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนแบบเรียบง่ายและก็เป็นส่วนตัว...

มีห้องน้ำห้องนอนในตัวเองและมีทุกอย่างครบถ้วน ยกตัวออกมาจากตัวบ้านส่วนหลักที่เจ้าตัวนั้นใช้ร่วมกัยเบลเลย์

ก็เป็นเรื่องน่าตลกเหมือนกับที่เบลเลย์กับเขานั้นต่างคนต่างแยกกันนอน...

ก็นะ...

 

ก็เขาต้องเลี้ยงวูลเยซนี่น่า?

 

“เจ้าต่อเติมห้องนี้เพื่อเลี้ยงวูลเยซหรือ?

คอรัลก้าวเท้าเข้ามาในห้องก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงที่อยู่ด้านในสุดพลางมองโลตัสที่ปลดโบว์ด้านอกสุดออกแล้วพาดเอาไว้อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

“ก็...ไม่เชิงนักหรอกฮะ”

โลตัสครางออกมาเบาๆ

“แต่ถ้าเกิดจะให้เบลเลย์มานอนอยู่ด้วยแล้วเลี้ยงเด็กไปด้วยมันก็คงไม่ดี อีกอย่างข้าว่าวูลเยซไม่ค่อยชอบจะอยู่กับเบลเลย์ด้วย.....”

“ข้าก้ไม่เขาใจว่าทำไมน่ะนะฮะ”

โลตัสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับกึ่งๆสบายๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำให้เรียบร้อยหลังจากที่วุ่นวายมาทั้งวันแล้ว...

กิจวัตรเดิมๆ...

แต่ที่เปลี่ยนไปคือการที่คอรัลอยู่ในห้องนี้...

 

ไม่ใช่อยากอยู่ แต่เพราะออกไปไหนไม่ได้มากกว่า

 

“.....วูลเยซ...หรือ”

 

เด็กคนนั้นมีอิทธิพลกับเจ้าจริงๆสินะ...โลตัส

ลูกชาของเยห์...เด็กน้อยที่น่ากลัวคนนั้น...

 

คนที่เหมือนกับสามารถอ่านใจคนอื่นได้

 

คอรัลหรี่ดวงตาของตนเองลง ก่อนจะงอเข่าขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วนั่งเอาคางเท้าลงบนเข่าด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะเฉยชา

“...เจ้าอยากจะให้ข้าอยู่ที่นี่...ไหม โลตัส”

 

ขังข้าเอาไว้ที่นี่...

ถ้าเกิดจะทำแบบนั้น ก็ล่ามมือทั้งสองข้าเอาไว้เลยสิ....

 

ข้าจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเดินไปเดินมาเหมือนกับหนูที่ติดจั่นแบบนี้

 

จิ้งจอกทองตนนั้นก้มใบหน้าของตนเองลงด้วยสีหน้าราบเรียบที่เหมือนกับว่าเจ้าตัวนั้นจะไม่เจือด้วยประกายความเศร้าหรืออย่างใด...

ทั้งๆที่ในใจลึกๆนั้นเจ็บปวดทรมานเพียงไร

โลตัสไม่ได้ล็อกห้องเอาไว้เหมือนกับเปิดทางให้เขาอยากออกไปไหนก็ออกไปได้ตามใจชอบ แต่ทั้งๆอย่างนั้นเจ้าตัวกลับกางเขตอาคมเอาไว้...

เหมือนกับไม่อยากให้ใครเข้ามาเจอเขา...

และก็ไม่อยากให้เขาออกไปด้วย...

เพราะงั้นนอกจารอคอยให้โลตัสกลับมาในช่วงเย็นๆจนเกือบดึกนี่ เขาก็ทำได้แค่เดินวนไปวนมาในห้องเหมือนกับหนูติดจั่นก็ไม่ปาน

แม้จะอออกไปได้...

แต่เขาก็ไม่อยากจะออกไปไหนทั้งนั้น

 

“เป็นอะไรรึฮะ พี่คอรัล?

 

!!

จิ้งจอกทองหนุ่มพลันก็อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจทันทีที่ร่างของตนเองถูกผลักลงนอนหมอบไปกับเตียง พร้อมๆกับร่าเบื้องหน้าที่ขึ้นมาคร่อมเอาไว้ด้านบนทันที

“อ...โลตัส”

คอรัลลู่ใบหูเรียวของตนเองแล้วบิดไปด้านลังด้วยสีหน้ายุ่งๆในขณะที่โลตัสเอียงคอของตนเองเล็กน้อยแล้วมองพ่ายตนเองด้วยสีหน้ายุ่งๆ

“มีอะไรรึฮะ?

ใบหน้านั้นก้มลงไปใกล้เหมือนกับจะถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงเช่นเดียวกับปลายหางสีเหลืองทองฟูฟ่องที่สะบัดน้อยๆราวกับเด็กเล็กๆ

“.....เปล่า”

ฝั่งพี่ชายตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นๆก่อนจะหลับตาลงเมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิมจนรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดลำคอของตนเอง

คอรัลปรือดวงตาของตัวเองปิดลงด้วยท่าทีกลัวๆ ก่อนจะสะดุ้งทันทีที่ริมฝีปากนั่นแนบลงบนลำคอ ก่อนจะเม้มแล้วก็จูบจนปรากฏเป็นรอยแดงๆที่เรียกความรู้สึกแปลกๆแล่นพล่านไปในทันที

“....อือ”

ร่างสีทองที่อยู่ด้านล่างนั่นครางออกมาเบาๆ ก่อนจะปรือดวงตาขึ้นมองโลตัสที่ทำเพียงยิ้มให้ก่อนจะกอดร่างของตนเองเอาไว้แน่น

“.....ข้ามทำอะไรแบบนั้นพี่ทุกวันหรอก..เมื่อคืนข้าโกรธไปหน่อยแค่นั้นเองล่ะนะ....อีกฝ่ายถึงให้พี่อยาก ต่อให้ข้าอยากจริงๆ....”

โลตัสแลบลิ้นเลียที่ปลายจมูกอีกฝ่ายเบาๆ

“มันก็ไม่ดีกับร่างกายพี่นี่นะ?

“...”

คอรัลตีสีหน้ายุ่งๆออกมาพลางมองน้องชายตนเองที่ยังคงหัวเราะให้เหมือนเดิมและอย่างรื่นเริงเหมือนเดิมด้วย

“...นอนกันเถอะฮะ...พรุ่งนี้ข้าได้รับอนุญาตให้อยู่กับพี่ทั้งวันเลย”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะกอดแล้วซบร่างของคอรัลแล้วหลับตาลงด้วยสีหน้าและท่าทีสบายใจเป็นที่สุด

ปลายหางฟูฟ่องยาวๆตวัดขึ้นมาโอบร่างเอาไว้เหมือนกับพยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นแม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะห่มผ้าหนาๆแล้วก็ตามที

 “...อือออ นอนดีกว่าเนาะ”

คอรัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเดิมแล้วว่าออกมาพร้อมๆกับเสยเส้นผมสีเหลืองทองของน้องชายตนเองขึ้นก่อนจะโน้มลงจูบเบาๆ

กอดเอาไว้แน่น...

ร่างที่ไม่ได้บอบบางไม่ได้เล็กเหมือนกับเมื่อก่อน..

ไม่ได้แข็งแกร่ง..

 

เป็นเหมือนกับแก้วที่แข็งหนา แต่เต็มไปด้วยรอยร้าว...

 

จะอยู่ได้นานอีกเท่าไหร่กันกับแก้วเช่นนี้..

 

คอรัลกระชับแขนของตนเองแล้วกอดร่างนั้นเอาไว้แน่นยิ่งขึ้น ก่อนจะหลับตาลงโดยที่พยายามทำตัวให้รักอีกฝ่ายมากขึ้นซักนิด

รักตอบรับความรักนั่น...

 

เพื่อเลียแผลของตนเองที่ถูกคนๆนั้นปัดมือปฏิเสธมา...

 

**++**++**++**--**++**++**++**

“...พี่คอรัลฮะ!

 

?

ใบหูเรียวกะดิกเล็กน้อยด้วยท่าทีที่เหมือนกับกำลังแปลกใจ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตางัวเงียๆ

และก็ได้เห็นน้องชายตนเองที่ยืนอยู่พร้อมๆกับสะบัดปลายหางอย่างร่าเริงราวกับได้เจอะเรื่องที่ดีที่สุดและสนุกที่สุดมา...

“ค่อยๆนะฮะ...ค่อยๆลุก”

“พี่สบายดีน่า ไม่ใช่คนป่วยเสียหน่อย...”

คอรัลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยอาการขบขัน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆเลียใบหน้าเบาๆ

ไล้สูงขึ้นไปรื่อยๆจนถึงใบหูเหมือนกับจะช่วยทำความสะอาดให้...

แต่นั่นก็เป็นพฤติกรรมเฉพาะในร่างจิ้งจอกสิ...

“ล..โลตัส!

“ฮะ?

จิ้งจอกทองตนนั้นยังคงครางออกมาเหมือนกับไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวเหมือนเดิมแล้วจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าฉงน

“นี่ตอนนี้ข้าอยู่ในร่างคนนะโลตัส ไม่ต้องทำตัวเหมือนกับพวกจิ้งอจกปกติก็ได้...ข้าอาบน้ำเอาดีกว่า....”

คอรัลพยายามว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและดูเหมือนว่าจะลุกลี้ลุกลนมากกว่าปกติด้วยอาการอายที่แล่นขึ้นมาตามใบหน้าจนใบหนานั่นแดงซ่าน...

ก็พออีกฝ่ายทำแบบนี้...

มันพาลให้เขานึกถึงตอนที่กำลังมีอะไรกับโลตัสครั้งก่อนหน้านั้น

“อื๋อ??

โลตัสครางออกมาด้วยตีสีหน้ายุ่งๆ

“ขอโทษนะฮะเหมือนกับว่าท่อที่ต่อน้ำเข้ามามันเสียนิดหน่อย เมื่อเช้าข้าออกไปดูแล้ว คงจะอาบน้ำไม่ได้ไปวันสองวัน ข้าให้เยห์ช่วยหาคนมาซ่อมให้แล้ว”

“.....วันสองวันนี้ข้าเลียให้ก็ได้...ปกติก็ทำกันแบบนั้นไม่ใช่เหรอฮะ?

จิ้งจอกทองตนน้องว่าออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่พี่ชายได้แต่ยิ้มด้วยสีหน้ายุ่งยากใจออกมาราวกับพูดอะไรไม่ออกพิกล

“ไม่ต้องเลียหรอก...ไม่อาบน้ำสองสามวันเอง ที่นี่อากาศก็เย็นเหงื่อไม่ออกหรอก แล้วตัวข้าก็ไม่เหม็นด้วยนะ?

“ฮะๆ ให้จริงเถอะฮะ...”

โลตัสว่าออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยันกายลุกขึ้นแล้วเดินไปเลี้ยวออกจาบริเวณที่เป็นเตียงไปยังอีกส่วนหนึ่งของห้องที่มีโต๊ะแล้วก็มีผลไม้หลายชนิดวางอยู่บนโต๊ะนั่น

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆเลือกหยิบผลไม้ที่มีลูกสีออกม่วงเข้มออกดขึ้นมา สองสามลูกเล็กๆ ก่อนจะลอกเปลือกบางๆด้านนอกนั่นออกให้หมดอย่างคล่องแคล่วเหมือนกับเป็นสิ่งที่เจ้าตัวนั้นทำเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ

ใช่...

ก็ตอนเลี้ยงวูลเยซเขาก็ต้องทำแบบนี้สมัยที่เจ้าจิ้งจอกทองตนน้อยนั่นยังเด็กๆกินอะไรเรื่องมากๆอยู่นี่นะ

“ข้าจำได้ว่าพี่ชอบกินไอ้นี่....”

โลตัสค่อยวางบรรดาผลไม้ที่ตนเองแกะเปลือกออกหมดแล้วลงบนบางอย่างที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับทรงกลมผ่าครึ่งแล้วคว้านด้านในออกไป...

เป็นหินที่เจ้าตัวเอามาใช้ทำภาชนะ หินสีขาวสะอาดที่ไม่มีริ้วรอยตำหนิ สวยงามและเป็นโค้งเงาละเอียดไม่ได้หยาบเหมือนกับที่คนอื่นๆทำกัน

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆทิ้งร่างของตนเองนั่งลงบนเตียงข้างๆคอรัลที่กำลังนั่งอยู่ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดันใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้น

?

คอรัลเอียงคอเล็กน้อยด้วยสีหนางุนงง ก่อนจะเบิกตาของตนเองกว้างเมื่ออีกฝ่ายป้อนผลไม้ที่มีเนื้อใสๆเข้าปากของตนเอง

“ไม่มีเมล็ดนะฮะ...มันหายากหน่อย ตอนเช้าเลยเสียเวลาไปเยอะกว่าจะมาปลุกพี่น่ะ”

โลตัสยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริงเหมือนเดิมก่อนจะเยิ้มให้กับพี่ชายตนเองที่ตีสีหน้ายุ่งๆเหมือนเดิม...

เหมือนกับเจ้าตัวนั้นมีบางอย่างอยากจะบอก...

แต่ก็ไม่อาจจะบอกอะไรออกไปได้

“ทานเยอะๆหน่อยนะฮะ...เพราะว่าพี่ไม่ทานเนื้อสัตว์ เย็นนี้ข้าจะหาพวกกวางป่าหรือว่าปลามาให้แน่นอน....”

โลตัสหยิบลูกใหมขึ้นมาก่อนจะป้อนให้อีกฝ่ายอีกครั้ง

“เออ...โลตัส ข้ากินเองได้นะ....”

คอรัลพยายามว่าออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพื่อท้วงอีกฝ่ายที่ป้อนเอาป้อนเอาโดยที่ไม่สนใจอะไรเลย

“ข้าไม่ใช่เด็กๆน้อยๆเหมือนกับวูลเยซนะ ที่ต้องมีคนมาป้อนให้น่ะโลตัส....”

“ข้าทำเพราะว่าข้าชอบน่ะฮะ ไม่มีเหตุผลอื่น”

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานทันทีทันควันก่อนจะโยนผลไม้ลูกหนึ่งเข้าปากตนเองไป

โลตัสห้นมายิ้มให้พี่ชายตนเองอย่างสนุกสนาน

“...ขออนุญาตนะฮะ”

น้ำเสียงอู้อี้ที่ฟังพอจะออกนั่นว่าออกมาด้วยท่วงทำพำนองที่สุดแสนจะสุกสนานก่อนที่อีกฝ่ายนั้นจะใช้มือรวบลำคอของร่างนั้นเข้ามา

แล้วกระกบริมฝีปากลงไป...

ปลายลิ้นอุ่นๆแทรกเข้ามาโดยที่อีกฝ่ายนั้นไม่ทันไดตั้งตัวทำอะไรนอกจากเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรู้สึกถึงผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่อีกฝ่ายป้อนให้

จิ้งจอกทองตนน้องระบายรอยยิ้มบางๆออกมาอย่างสุกสนานก่อนจะถอนริมฝีปากของตนเองออกแล้วแลบลิ้นเลียหยาดน้ำลายหวานๆที่ติดอยู่ที่มุมปากของอีกฝ่ายเหมือนกับจะเก็บเกี่ยวทุกอย่างให้ได้มากที่สุด

!!!

คอรัลผละออกห่างทันทีทันควันพร้อมๆกับใช้หลังมือเช็ดน้ำลายตนเองด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่โลตัสนั้นได้แต่กลั้นหัวเราะ

“...พี่คอรัลไม่ถนัดกาจูบขนาดนั้นเลยหรือฮะ?

 

พี่ไม่เคยยุ่งกับใครเลยสินะ...

 

“....”

จิ้งจอกทองผู้พี่ลู่ใบหูเรียวลงก่อนจะก้มหน้านิดๆพร้อมๆกับแกว่งปลายหางของตนเองเล็กน้อยด้วยสีหน้ายุ่งๆ

ดูแล้วเหมือนกับอยากจะร้องไห้ก็ไม่ปาน

“....อะ...ข้าขอโทษฮะท่ขาล้อเล่นหนักเกินไป....”

โลตัสอุทานออกมาทันทีทันควันแล้วพยายามเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเพื่อประคองเอาไว้แต่คอรัลกลับเงยหน้าขึ้นแล้วทำเพียงยิ้มให้อย่างฝืนๆ

“...ก็....”

 

“อร่อยดีนะ”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนเดิมทันที ก่อนจะหยิบลูกใหม่เข้าปกตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้โลตัสแกล้งตัวเองแบบเดิมอีก...

ไม่ได้รู้สึกสะอิดสะเอียน

ไม่ได้รังเกียจ...

แค่ตกใจ...

 

เขาแค่ตกใจเท่านั้นเอง

 

นี่ก็แค่จูบธรรมดา ไม่เหมือนกับตอนที่เขาเคยสัมผัสครั้งแรกที่รุนแรงและกระตุ้นอารมณ์ได้มากกว่านี้มากมายนัก...

“...อื้อ”

โลตัสครางด้วยน้ำเสียงขุ่นๆก่อนจะก้มหน้าลงแล้วไซ้ใบหน้ากับหน้าอกอีกฝ่ายราวกับพยายามจะออดอ้อน

“...ข้าขอโทษนะฮะ...ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว....”

คอรัลหัวเราะออกมากับวาจาของน้องชายตนเองที่พูดด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิดเสยีเต็มที่ ก่อนที่เข้าจะกอดร่างนั้นเอาไว้แน่น

“เรื่องแค่นี้เองน่าโลตัส พี่แค่ตกใจกับการเล่นแบบปุบปับของเจ้าเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอกน่านะ โลตัสนะ?

“ฮะ”

เจ้าของนามนั่นครางออกมาเบาๆเหมือนกับไม่อยากจะเชื่อในวาจาของอีกฝ่ายเท่าไหร่นักที่ว่าว่าไม่มีอะไร...

ก่อนจะต้องเบิกตากวาง...

 

เมื่อคอรัลตัดสินใจแนบริมฝีปากลงมาเบาๆ

 

ไม่มีการรุกเร้าเหมือนกับที่โลตัสทำ ซึ่งอาจจะบอกไอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเจ้าตัวนั้นทำอะไรพวกนี้ไม่เป็นเลย...

เพราะงั้นมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากจูบราตรีสวัสดิ์เลย

“....”

โลตัสตีสีหน้ายุ่งๆเมื่ออีกฝ่ายถอนริมฝีปากออก ก่อนจะยิ้มบางๆออกมาอย่างขบขันแล้วก้มหน้าลงหยิบลูกผลไม้ขึ้นมา...

ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นก้มหน้าลงด้วยความอาย

“พี่คอรัลฮะ...”

?

อีกฝ่ายเหลือบสายตามามองเล็กน้อย ก่อนที่จะถูกช้อนใบหน้าขึ้นด้วยปลายนิ้ว แล้ววินาทีต่อมา ริมฝีปากอุ่นๆก็บดเบียดลงมาทันที

เพียงแค่แตะสัมผัสและบดขยี้นั่นก็เหมือนกับจะทำให้ริมฝีปากนั่นลุกไหม้เป็นไฟ ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการสอดลิ้นหรืออะไรแม้เพยีน้อยนิด

โลตัสอ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของคอรัลแล้วเกี้ยวกระหวัดลิ้นที่พยายามเคลื่อนหนีด้วยความหวาดกลัวของเจ้าของ

ผลไม้เม็ดๆเล็กๆถูกส่งจากปากของโลตัสสู่ปากของคอรัล ก่อนที่โลตัสจะใช้ลิ้นกดลงไปแรงๆจนทำให้น้ำในผลไม้นั่นแตกออกมา...

ปลายลิ้นนั้นรุกเร้าเลียไปทั่วทั้งปากเหมือนกับพยายามกวาดเอาน้ำนั่นกลับมา ถอนริมฝีปากออก ก่อนจะประกบจูบอีกหลายต่อหลายครั้งพร้อมๆกับช่วงชิงลมหายใจของร่างนั้นที่เริ่มอ่อนแรงมากขึ้นทุกๆที....

เพียงแค่ถูกกระตุ้นอย่างง่ายดาย...

หยดน้ำลายผสมกับน้ำของผลไม้หานๆนั่นไหลออกมาจากมุมปาก ในในขณะที่ดวงตานั่นเริ่มเลื่อนลอยด้วยอารมณ์และความรู้สึกแปลกๆที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย...

โลตัสถอนริมฝีปากออก ก่อนจะค่อยๆใช้แขนเสื้อตนเองเช็ดน้ำลายออกจากใบหน้านั้นอย่างเบามือที่สุด

“.....พี่นี่นะ......”

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกำลังตำหนิ ก่อนจะหรี่ดวงตาลงเมื่อมองคอรัลที่หอบหายใจถี่ๆด้วยใบหน้าแดงซ่าน

“ถ้าเกิดประกวดการยั่วดีเดน...ข้าให้พี่เป็นที่หนึ่งเลย...”

 

พี่ชายที่แสนใสซื่อของข้า...

พี่ชายที่แสนใจดีจนเหมือนกับเด็กไร้เดียงสา...

ข้าล่ะเป็นห่วงพี่เหลือเกิน...

 

ว่าจะพ้นจากไอ้พวกหมาป่าพวกนั้นได้ไหม

 

“พี่ช่างยั่วคนได้โดยที่ไม่รู้ตัวจริงๆนะ”

 

โลตัสผลักรางนั้นลงบนเตียงอีกคั้งหนึ่งแล้วขึ้นไปคร่อมเอาไว้พร้อมๆกับหลับตาลงเหมือนกับยั้งความคิดความปรารถนาของตันเองเอาไว้

ดวงตาสีแดงฉานของร่างนั้นปิดแน่นเพื่อพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมด ก่อนที่จะเบิกตาขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นดึงแขนเสื้อเบาๆราวกับออดอ้อน..

แล้วเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นจูบที่ริมฝีปากเบาๆ

“ตามใจสบายเจ้าเถอะ”

 

พี่ยอบเป็นได้ทุกอย่าง...

หากเจ้าจะเลิกทำร้ายตนเอง โลตัส

 

มือเรียวค่อยๆโอบโยริบลำคอของอีกฝ่ายอย่างช้าๆแล้วดึงร่างนั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้

โลตัสปรือดวงตาของตนเองขึ้น ก่อนจะเม้มริมฝีปากของตนเองแน่น มองร่องรอยสีแดงที่ตนเองทำเอาไว้เมื่อคืน...

ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงมากกว่าเดิม...

แล้วจูบเม้มที่เดิมแรงๆเพื่อทำให้เป็นสีแดงช้ำมากกว่าเดิมก็ได้เรียกเสียงร้องครางหวานๆลั่นออกมาจากลำคอนั่นเหมือนกับจะยั่วยวนคนอื่นได้มากมายกว่าเดิมโดยที่ดูเหมือนว่เจ้าตัวนั้นจะยังไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำ

“เมื่คอรู่นี้พี่บอกตามสบายใช่ไหม...”

ลิ้นสากๆค่อยไล้มาตามลำคอในขณะที่มอนั้นค่อยๆปลุดเสื้อด้านนออกออกอย่างช้าๆแต่คล่องแคล่ว...

 

“...งั้นเรื่องนี้ข้าขอแล้วกันนะพี่คอรัล...”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

สองเดือนผ่านไป....

 

ท่ามกลางคามมืดมิดที่เงียบสงัด

ไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านเรือนที่มันจะกลายเป็นเครื่องรบกวนการมีชิวิตของบรรดาสตวาตรีหลายๆตนที่อาศัยอยู่ยังที่แห่งนี้

ร่างเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองบ้านหลังหนึ่ง ก่นอที่จะก้าวเท้ายาวๆไปอย่างเงียบเชียบเพื่อเดินทางไปยังวิหารที่อยู่ด้านในลึกที่สุด...

ร่างนั้นกระโจนขึ้นมาบนวิหารอย่างคล่องแคล่วเหมือนเคย แล้ก้าวเท้ายาวเดินเข้าไปด้านในพร้อมๆกับกวาดสายตาหาอะไรบางอย่าง

ใครบางคนที่ตนเองรู้จัก...

แม้ว่าจะไม่ได้รู้จักเป็นอย่างดีเท่าไหร่นัก...

 

แต่เขาก็เชื่อว่าคนๆนี้น่าจะตอบคำถามเขาได้

 

 “ออกมาดึกๆแบบนี้...เยห์ไม่ว่าหรือวูลเยซ”

 

-!!!-

ดวงตาสีเหลืองทองกลมๆนั่นพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจแล้วรีบตวัดกลับไปมองคนที่อ้มมาเยือนตรงด้านหลังโดยที่ตนเองนั้นแทบไม่รู้ตัวนั่นทันที..

ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวเมื่อเห็นว่าคนๆนั้นไม่ใช่เยห์

-....ว่าสิ...-

วูลเยซค่อยๆตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงเล็กน้อยด้วยสีหน้ายุ่งยากนิดๆ

“....แล้วเด็กดีอย่างเจ้ายังจะกล้าออกมาอีกนะ?

-....-

วูลเซเงยหน้าขึ้นมองแมวปิศาจสีดำตนนั้นก่อนจะครางออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันทีเหมือนกับอยากจะว่าเถียงอะไรซักอย่างแต่ไม่มีความสามารถพอที่จะเถียง

-ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...-

เด็กน้อยคนนั้นเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตนเองบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าหม่นๆ

-...ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับพี่โลตัส ทำไมเยห์ถึงได้กันข้าออกจากพี่เขา ทั้งๆที่พี่เขาไม่ได้มีอะไรเลยแท้ๆ....-

“ไม่มีอะไร?

แมวสีดำตนนั้นครางทวนวาจาสุดท้ายทันทีทันควัน ก่อนจะเค่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขันทันที

“อย่างเจ้าเนี่ยนะ....กล้าบอกว่าไม่มีอะไร”

 

เจ้าที่เหมือนกับเดาใจคนเก่งทุกอย่าง..

เจ้าที่อ่านใจใครต่อได้ทุกอย่าง....

 

“...ถ้าเกิดเข้าคิดว่าไม่มีอะไร เจ้าจะออกมาทำไมหรือ....”

 

ใบหน้าของแมวปิศาจตนนั้นก้มลงมามองอีฝ่ายในระยะประชิด ก่อนจะเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสนุกนาน

ปลายหางเรียวสะบัดมาด้านหน้าก่อนจะเชยใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นโดยที่พยายามให้แตะตัวอีกฝ่ายให้น้อยที่สุด

“เจ้าคิดอยู่ใช่ไหมล่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโลตัสถึงได้ถูกกันออกจากตัวเจ้าแล้วเหมือนกับถูกกักบริเวณอยู่ในห้องสองสามอาทิตย์แล้ว...”

แมวปิศาจเพียงหัวเราะ

“...เอาล่ะสิ อยากเป็นเด็กเลวบ้างไหมล่ะ.....”

รอยยิ้มแสยะเหยียดออกบนใบหน้าขอแมวปิศาจตนนั้น ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะแตะลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเบามือ

-....-

วูลเยซลู่ใบหูเรียวของตนเองลงแล้วบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้ายุ่งยากเหมือนกับพยายามชั่งใจว่าตนเองนั้นจะเอาอย่างไรดี

“....ถ้าเกิดอยากเป็นเด็กเลว...ก็ขัดคำสั่งของเยห์ที่ไม่ยอมให้เจ้าไปเจอหน้าโลตัส แล้วไปที่ห้องของโลตัสดูสิ....”

ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตเหลือบขึ้นมามองอีกฝ่ายก่อนจะจ้องเขม็งด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความหงุดหงิด

-ข้าไม่อยากขัดคำสั่งของเยห์...-

 

ถ้าเกิดเยห์สั่ง

นั่นคือสิ่งที่มากกว่าคำขอร้อง...

มันคือคำขอร้องที่เป็นการบังคับ...

 

เพื่อให้คนที่เจ้าตัวสั่งนั้นไม่ต้องเจอเรื่องเลวร้าย

 

-เพราะข้ารู้ว่าคนที่จะเจ็บปวดจะไม่ใช่ใครนอกจากข้า หากขัดคำสั่งของคนๆนั้น-

 

“โห่~

แมวปิศาจตนนั้นหัวเราะออมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิมทันทีทันควัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยืนลักษณะปกติแล้วตบมือเบาๆ

“เจ้านี่มันเด็กดีวิเศษณ์จริงๆ....”

รอยยิ้มแสยะที่เจือไปด้วยระกายเสียดสีเหยียดออกบนใบหน้านั่น ก่นที่เจ้าตัวนั้นจะหลับตาลงแล้ววางมือลงบนบ่าของอีกฝ่ายพร้อมๆกับตบเบาๆ

“งั้นข้าจะบอกอะไรให้ก็แล้วกัน ในฐานะที่อุตส่าห์บากบั่นมาถึงวิหารแห่งนครดาร์เนียกลางดึกกลางดื่นแบบนี้...”

ใบหน้าขงแมวปิศาจสีดำตนนั้นโน้มลงมาใกล้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายด้วยเนตรสีแดงเรียวเล็กที่ดูนาขนลุก...

แต่กระนั้นวูลเยซกลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย

เพราะเด็กน้อยคนนั้นจ้องตอบกลับไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกใดๆทั้งสิ้น

 

“จากการที่เจ้ารู้จักโลตัสมานาน....”

 

จากการที่เจ้าอ่านใจจิ้งอจกทองเจ้าเล่ห์ตนนั้นมานาน...

นานแสนนานจนแยกออกว่าอันไหนคือหน้ากากอันไหนคือความจริง

 

แมวปิศาจตนนั้นหัวเราะอกอาอย่างสนุกสนาน ในขณะที่วูลเยซพลันหรี่ดวงตาของตนเองลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

“เจ้าคิดว่าโลตัสรักใครมากที่สุดกัน?

 

-...-

วูลเยซอุทานออกมาเบาๆนอจะก้มใบหน้าของตนเองลงแล้วจ้องมองอีกฝ่ายโดยไม่อาจวางสายตา แล้วหลับตาลง

“คำตอบของคำถามทั้งหมดที่เจ้ามีอยู่ในใจตอนนี้ วูลเยซ ถ้าเกิดเจ้าตอบคำถามนี้ได้เจ้าจะเข้าใจว่าทำไม ทำไม และทำไม”

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้านั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมายืนตรงเหมือนเดิมแล้วสะบัดปลายหางสองเส้นของตนเองอย่างอารมณ์ดี

“แต่ถ้าเกิดเจ้ายังไม่เข้าใจจริงๆล่ะก็ เจ้าลงทุนลงแรงฝ่าฝืนคำสั่งของเยห์ แล้วก็เข้าไปในห้องของโลตัสได้แน่....แต่เงียบๆแล้วกัน วูลเยซ”

 

ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากของแมวปิศาจตนนั้น ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลเหมือนเดิม

 

 

“บางทีเจ้าอาจจะได้เจอกับเรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดในชีวิตก็ได้”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

ทางเบื้องหน้าไม่มีแสงสว่าง...

ไม่ได้มีเพียงความเงียบสงัดที่กลืนกินรอบด้าน มีเสียงแว่วเบาที่ๆฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงอะไรก้องสะท้อนตามทางเดินที่มืดสนิทเพราะมันกลายเป็นยามวิกาลแล้วเจ้าของที่แห่งนี้นั้นก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะเปิดไฟหรืออะไรเอาไว้

-....-

ใบหน้ากลมๆนั่นเงยขึ้นเหมือนกับพยายามจะมองหาอะไรบงอย่าง ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าตามเส้นทางที่ตนเองนั้นสุดแสนจะคุ้นเคย

ใบหูเรียวสะบัดเล็กน้อยกับเสยงแว่วๆที่ลั่นขึ้นมา...

ไม่ได้เป็นจังหวะที่เท่าๆกัน เป็นคำพูดที่ฟังไม่รู้เรื่องจนเหมือนกับเสียงร้องครางบางอย่างที่แว่วอยู่ไกลๆ...

ฟังแล้วรื่นใบหู...แต่ก็ระคายใบหูในเวลาเดียวกัน

เสียงที่ร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ว่าเป็นความเจ็บปวดหรือว่าอะไร...

จิ้งจอกทองตัวน้อยก้าวเท้าไปเบื้องหน้าเรื่อยๆก่นจะค่อยๆหยุดปลายเท้าลงเมื่อเห็นเงาของใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้เช่นกัน...

คนๆนั้นหยุดปลายเท้าของตนเองลงพร้อมๆกับกอดอกด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะเฉยชาเหมือนกับเจ้าตัวนั้นไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้นกับการมาเยือนของเด็กคนนี้

ไม่แปลกใจ...

วูลเยซค่อยๆหยุดปลายเท้าของตนเองลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายทีเป็นคนที่เขาค่อนข้างจะคุ้นเคย...

ใช่...

แต่ไม่ใช่ร่างของคนแบบนี้...

 

“...ข้าว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักที่เจ้าจะก้าวเท้าเข้าไปมากกว่านี้ วูลเยซ”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั่นลั่นเป็นวาจาออกมาด้วยท่วงทำนองที่แสนเฉยชาจนไม่เหมือนกับเป็นคำเตือนเลยแม้แต่น้อย...

-ทำไม?-

จิ้งจอกทองตัวน้อยเงยหน้าขึ้นก่อนจะลั่นวาจาถามออกมาด้วยน้ำเสียงเงียบสงบที่เจือไปด้วยความไม่สบอารมณ์นิดๆที่อยู่ๆอีกฝ่ายก็ก้าวเท้าออกมาขวางเสียแบบนี้

ไม่ใช่อะไรหรอก...

เขาแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง...

 

ทำไมถึงต้องทั้งกันเขาออกแล้วก็กักบริเวณพี่ชายของเขาด้วย

 

“หากเจ้าถามเยห์ด้วยประโยคนี้ เยก็ก็คงตอบกลับมาด้วยการห้ามเจ้าเหมือนดั่งที่ทำอยู่ตอนนี้ และหากถ้าเกิดเจ้าสงสัยว่าเพราะอะไร....”

ร่างนั้นเพียงหัวเราะ

“เพราะมันมีเหตุผลมากมายที่เจ้า เด็กเกินกว่าจะรู้”

-ข้าอายุมากกว่าหนึ่งปีแล้ว ถือว่าเป็นจิ้งจอกที่โตเต็มตัวแล้ว-

ดวงตาสีเหลืองทองหรี่ลงแล้วจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าหลายต่อหลายชั้นและมีวงแหวนผนึกปิดเอาไว้ ก่อนจะหรี่ดวงตาลง

เพระเขาไม่อาจจะอ่านใจอะไรมังกรตนนี้ได้...

ไม่เลย...

 

แม้กระทั่งอ่านสีหน้าของมัน

 

“หนึ่งขวบหรือ...”

มังกรตนนั้นครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอนใบหน้าหนีแล้วก้มใบหน้าลงต่ำราวกับกำลังเค้นเสียงหัวเราะออกมา

“นั่นก็เทียบเคียงได้กับอายุของมนุษย์ที่ยังเป็นทารกอยู่เลยเจ้าเด็กน้อย....”

วูลเยซคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทันทีทันควันที่รู้สึกเหมือนกับโดนดูถูกันอย่างจังๆและตรงไปตรงมา...

การถูกเปรียบเทียบกับพวกมนุษย์มันถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายมากสำหรับปิศาจ...

ใช่...

 

แม้แต่สัตว์อย่างจิ้งจอกก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

-ข้าโตแล้ว-

“ใช่ เจ้าโตแล้ว แต่ก็โตอยู่ในระดับของเด็กอยู่ดีนั่นแหละนะ...จิ้งจอกทองเอ๋ย”

ใบหน้านั่นก้มลงมาเล็กน้อยแล้วทำเหมือนกับทอดสายตาลงมามองเบื้องล่างทั้งๆที่ไม่มีดวงตาที่จะมองเห็นอะไรด้วยซ้ำ

“เพราะว่าเจ้าเป็น เด็กเจ้าถึงต้องยอมรับการ ปกป้องของคนที่โตกว่าไงล่ะ...วูลเยซ โกลเด้นฟ็อกซ์”

คนๆนั้นสืบเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มใบหน้าลง

“ปกป้องจากบางอย่างที่ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะรับรู้....”

ใบหน้านั้นก้มลงมามองจิ้งจอกน้อยคนนั้นในระยะประชิด ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วเกี่ยวผ้าที่ปิดตาของตนเองลง...

 

“และหากเจ้ารับรู้แล้ว..เจ้าก็ยังไม่สามารถจะรับมือมันได้ด้วยตัวเอง”

 

ดวงตาสีแดงฉานปรากฏให้เห็นเพียงครู่เดียวเมื่ออีกฝ่ายเกี่ยวผ้าปิดตาลง เพียงเท่านั้นมันก็ทำให้ลมหายใจของวูลเยซหยุดลงในทันที

เนตรที่แสนน่ากลัว...

เป็นดวงตาที่น่ากลัวยิ่งกว่าโลตัส ยิ่งกว่าใดๆที่เขาเคยเห็น...

 

สีแดงฉานเป็นประกายทองดั่งลาวาเหลวที่กลืนกินทุกสิ่ง

 

“น้อย..เกินกว่าจะกลืนกิน....”

 

ร่างนั้นพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเค่นเสียงหัวเราะออกมา

“อายุทั้งหมดของเจ้ามันน้อยเสียเหลือเกินนะ วูลเยซ...โกลเด้นฟ็อกซ์ เจ้าจะอยู่ได้นานอีกซักกี่ปีกันหรือ?

โดลิกท์เอามือปิดปากของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ดวงตาตนเองนั้นลงจนคมกริบเพื่อประเมินอีกฝ่าย...

“เจ้าจะตาย...เพราะความแส่ของตนเอง....”

 

มังกรตนนั้นลั่นวาจาออกมาเป็นน้ำเสียงที่เหมือนกับกำลังดูถูกและออกจะเจือไปด้วยความสมน้ำหน้านิดๆ

สมน้ำหน้า...

ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะยื่นมือเข้าไปยุ่มย่ามด้วยแท้ๆ

“หาเรื่องใส่ตัวเอง...”

 

“ทั้งๆที่เจ้าเองน่ะยังปกป้องตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ”

 

ปลายนิ้วเรียวดีดที่หน้าผากของร่างนั้นเบาๆจนทำให้อีกฝ่ายเซไปเล็กน้อย แต่กระนั้นเด็กน้อยคนนั้นก็ตั้งตัวแล้วตวัดมองด้วยดวงตาที่กร้าวขึ้นกว่าเดิม

เหมือนกับกำลังโกรธแสนโกรธที่อีกฝ่ายนั้นแช่งตัวเอง...

แต่สิ่งที่รู้สึกได้...

 

คือคนๆนั้นไม่ได้กล่าววาจาโกหกออกมาเลยแม้แต่น้อย

 

“เพราะเจ้ายังมีประสบการณ์น้อยเกินไป เจ้าอยู่บนโลกนี้มาน้อยมาก เจอเหตุการณ์มาน้อยมาก...เช่นนั้นนั่นแหละ....”

 

ต่อให้เจ้าผ่านโลกนี้อีกซักสิบปีพันปีร้อยปี...

ตราบเท่าที่เจ้ายังคงเหมือนกับลูกนกซึ่งไม่รู้กระทั่งวิธีสยายปีก... ไม่รู้กระทั่งหนทางที่จะหากิน ไม่รู้จักที่จะต่อสู้...

ไม่มีประสบการณ์ในการมีชีวิต

 

“เจ้าถึงได้เป็นแค่ เด็กที่ต้องถูกดูแล”

 

มังกรตนนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับพยายามจะสื่อความนัยอะไรบางอย่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นแล้วทำเพยงกอดอก

เด็กก็คือ เด็กไม่ว่าเด็กคนนั้นจะฉลาดอัจฉริยะอ่านใจใครต่อใครได้ เห็นอนาคตหรือว่าจะมีอำนาจทำลายคนได้ทั้งแผ่นดิน....”

 

“เจ้าอ่านใจใครต่อใครได้ใช่ไหม จิ้งจอกทองที่มีเลือดต้องสาปของคนๆนั้นเอ๋ย....”

 

ดวงตาของข้ามันบอกเช่นนั้น...

ว่าดวงตาเจ้ามองทะลุในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น...

 

ใบหูเจ้าสามารถเงี่ยฟังยังก้นบึ้งของเวิ้งน้ำสีดำที่ลึกลงไปในจิตใจของผู้อื่น...

 

มังกรสีเพลิงตนนั้นค่อยๆยกมือขึ้น ก่อนที่จะชี้ไปด้านหลังตนเองยังทางเดินที่ทอดตัวยาวออกไปแล้วมีเพยีงความมืดมิดนั่น

 “..หากเจ้ามั่นใจว่าเจ้ารับมือ...ได้ ก็จงเตรียมใจแล้วเดินฝ่าผ่านเบื้องหน้าของข้าไปเสียเถอะนะ...วูลเยซ”

คนๆนั้นเหมือนกับจะยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตนเองโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่จะลดระดับมือลงแล้วกอดอก

“แต่เด็ก....อย่างเจ้าจะรับได้แค่ไหนกันเชียว....”

ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตที่หรี่ลงจนคมกริบนั่นเลื่อนขึ้นมามองโดลิกท์ด้วยเนตรที่ไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะพยายามยกขาที่หนักอึ้งเพราะความกลัวแล้ววิ่งออกไปเบื้องหน้า

 

“เจ็บจนรักษาไม่ได้ขึ้นมา มันไม่ใช่ความผิดของข้าแล้วกันนะวูลเยซ”

 

มังกรตนนั้นยังคงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิมเหมือนกับไม่ได้คิดแยแสอะไรทั้งสิ้นหรือกระทั่งหันกลับมามองคู่สนทนา

 

“เพราะนี่คือการตัดสินใจของเจ้าเอง”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

การเชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่มันดีตรงไหนหรือ...

บางครั้งมันก็ดี แต่บางครั้งมันก็ร้าย..ใครจะไปรู้ว่าคำสั่งนั้นมันจะส่งผลดีหรือว่าผลร้ายต่อตัวคนที่ได้รับคำสั่งล่ะ...

ถ้าเกิดสั่งมาก็ทำ...นั่นแหละดีที่สุด...

 

เพราะคำสั่งนั่นคือ เกราะมองไม่เห็นที่ผู้ใหญ่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเด็กน้อยของตน

 

-.....-

 

ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่ทำแบบนี้น่ะนะเยห์...

แต่...ข้าอยากรู้...

 

ว่าทำไมพี่โลตัสถึงได้โดนกักบริเวณทั้งๆที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย...

 

เด็กน้อยคนนั้นก้าวเท้ายาวๆเหมือนกับกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปตามทางเดินที่มุ่งหน้าไปยังห้องของโลตัสที่ตนเองรู้จักดี

ที่ที่เขามาบ่อยจนแม้หลับตาลงก็เดินต่อไปได้

วูลเยซลืมตาของตนเองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลู่ใบหูเรียวลงเมื่อได้ยินเสียงที่แว่วดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าใกล้ห้องๆนั้น

ฝีเท้าค่อยๆขยับช้าลงเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะกลายเป็นการเดินไปอย่างช้าๆโดยที่ทุกๆก้าวนั้นเหมือนกับพยายามจะก้าวถอยออกมา

เพราะไม่อยากจะก้าวเท้าเข้าไปมากกว่านั้น...

กลัว...

 

เพราะเขาเริ่มรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

สรรพเสียงที่แว่วขึ้นมาเริ่มได้ยินชัดมากขึ้น และโดยที่เด็กน้อยคนนั้นไม่ต้องไปต่อยังบานประตูที่ปิดเอาไว้อย่างเรียบร้อย...

เขาค่อยๆใช้มือแตะลงบนฝาผนังที่ที่เสียงลอดออกมา..

แตะแล้วลากไปเรื่อยๆ...

 

เหมือนกับพยายามค้นหาอะไรบางอย่างอยู่

 

เจ้าของเรือนผมสีทองสูดลมาหายใจเข้า ก่อนจะแนบใบหูของตนเองลงกับผนังแล้วพยายามเงี่ยหูฟังเสียงที่แว่วออกมา...

เสียงหวานๆที่ทำให้ขนลุกชัน...

เสียงที่เหมือนกับจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกแปลกๆได้อย่างง่ายดาย

 

“....อ....อ๊ะ พ..อเถอะ โลตัส....”

 

-...!-

ดวงตาสีเหลืองทองคู่สวยพลันเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินและเข้าใจแล้วว่าเสียงนั้นมันคือเสียงอะไรกันแน่...

เสียงร้องครางหวานๆพร้อมๆกับคำเว้าวอนที่เหมือนกับจะช่วยยั่วยวนคนอื่นมากกว่าเดิม

“อื้ออ!!! พี่เจ็บนะ...หยุดได้แล้ว!

วูลเยซหลับตาของตนเองลงแล้วพยายามนึกภาพว่าเสียงที่หวานจนน่าหลงใหลนี่เป็นเสียงขอองใคร...

ในขณะที่พยายามคุมสติอารมณ์...

ก็เสียงนั่นมันหวานเสียจนไม่ว่าใครก็อดใจยากเลยนี่นะ...

“....ข้าก็ได้ยินพี่คอรัลพูดแบบนี้ออกบ่อย...”

-!-

เด็กน้อยพลันอุทานลั่นออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของคนที่สองที่ว่าตามออกมาแผ่วๆอย่างรื่นเริงเหมือนกับกำลังสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งเจ้าของนาม....

กลั่นแกล้งพี่ชายของตนเองคนนั้น..

-.....พี่คอรัล....ยังไม่กลับไปอีกงั้นหรือ...-

จิ้งจอกทองตัวน้อยครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

-....นึกว่ากลับไปตั้งแต่วันแรกเสียแล้วอีก ไม่ได้เห็นหน้าตามาหลายต่อหลายวันเลย....-

วูลเยซครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วพยายามก้มใบหน้าของตนเองลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นที่สุด...

เขาอยากจะเชื่อ...

ไม่นึก...ว่าโลตัสจะกล้าทำอะไรแบบนี้

 

“อาจจะเข้าใจผิดก็ได้...เนาะ?

เด็กน้อยเจ้าของเรือนมสีทองคนนั้นพยายามพูดปลอบตัวเองด้วยน้ำเสียงร่าเริงแล้วก้าวเท้าต่อไปเบื้องหน้าทั้งๆที่อยากชักเท้ากลับ...

ถ้าเกิดไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้สึกอะไร...

มันอาจจะกลายเป็นข้อสงสัยไปชั่วชีวิต...

 

แต่ก็ยังดีกว่ากายเป็นความเจ็บปวดก็แล้วกัน

 

แต่สุดท้าย

วูลเยซกลับตัดสินใจเดินไปยังบานประตูทั้งๆที่เสียงที่ได้ยินนั้นก็แว่วออกมาแล้วบอกชัดอยู่แล้วว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น

จิ้งจอกทองตัวน้อยเม้มริมฝีปากของตนเองแน่นแล้วใช้ปลายนิ้วหมุนลูกบิดช้าๆโดยที่รู้ทั้งรู้ว่าภาพที่เห็นในเงามืดของรอบด้านทั้งหมดนั้นจะเป็นอะไร...

มันไม่มีทางการเข้าใจผิดหรอก...

และยิ่งเห็นแบบนี้...

 

...มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเข้าใจผิดได้ตลอดกาล..

 

ดวงตาสีเหลืองทองจ้องมองเข้าไปในห้องที่ถูกกลืนกินด้วยความมืด และถูกปกคุลมด้วยเสียงร้องครากระเส่าที่ลั่นขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย...

ยั่วยวนมากเสียจนเจ้าตัวนั้นก็ยังไม่รู้ตัว..

เด็กน้อยคนนั้นเบือนสายตาหลบจากภาพที่ตนเองเห็นด้านใน สมแล้วที่เขาว่าว่ามันไม่ใช่ภาพที่น่าดูเท่าไหร่นัก...

ในสายตาคนนอกคงเป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม..

แต่สำหรับสายตาของเขาแล้ว...

 

มันเหมือนกับถูกฟ้าผ่าลงกลางหัวแรงๆ

 

วูลเยซค่อยๆปิดบานประตูลงอีกครั้งพร้อมๆกับพยายามรบเลือนเสยีงครางหวานๆที่ทำให้ขนทั่วทั้งร่างกายตั้งชันทันที...

เด็กน้อยคนนั้นลู่ใบหูเรียวลง..

ก้มหน้า...

 

แล้วก้าวเท้าต่อไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

 

-นั่นสินะ ข้าก็ลืมไปเลยนี่....-

 

รอยยิ้มบางๆคลี่ออกบนใบหน้านั่นเหมือนกับกำลังประชดประชัน โดยที่ไม่มีประกายของความตกใจเลย...

บางที...

มันอาจจะเป็นความผิดหวัง..

 

มันอาจจะเป็นความหึงหวง...

 

ร่างเล็กๆค่อยๆก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าเรื่อยๆด้วยท่วงท่าที่ราบเรียบและนิ่งสงบ ก่อนที่จะปรือดวงตาหลับลง

 

-ว่าพี่รักท่านคอรัล ไม่ใช่พี่สาวของข้าน่ะ-

 

ข้ารู้มานานแสนนาน

และข้าน่าจะเชื่อในความสามารถของตนเอง...

 

พี่โลตัส พี่ไม่เคยรักพี่สาวของข้า...

 

พี่หลอกลวงเธอ...เพื่อประโยชน์ของพี่เองในด้านใดด้านหนึ่งใช่ไหม

 

เพื่อสนองตอบต่ออะไรซักอย่างที่มันเป็นจุดหมายสุดท้ายของพี่ใช่ไหม....

 

จิ้งจอกทองตนนั้นค่อยๆก้าวเท้าไปในความมืดเหมือนเดิม ย่ำไปตามเส้นทางที่ตนเองก้าวเท้ามาก่อนหน้านี้...

ช้าๆ...

เหมือนกับไม่สนใจว่าเวลามนจะผ่านไปนานแสนนานเท่าไหร่

 

“...ข้าเตือนเจ้าแล้ว จิ้งจอกทองเอ๋ย....”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มว่าออกมาด้วยท่วงทำนองที่แสนแผ่วเบาที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยอาการสมเพชนิดๆ ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะเอนกายลงพิงพนัง...

เส้นผมสีแดงฉานที่ดูกลมกลืนไปกับความมืดขยับเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว แต่กลับไม่ได้ทำให้เด็กน้อยนั่นเงยหน้าขึ้นมามองได้เลย

 

“พึงพอใจกับผลไหม เจ็บปวดกับผลไหม...ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เจ้าเลือกเอง....”

 

-.....ข้าไม่รู้สึกอะไร...ก็แค่นั้น-

 

ไม่รู้สึกอะไร...

ข้ากลัว...ข้ากังวล...ข้าสงสัย...

 

ที่ท่านใจดีกับข้าครั้งแรก นั่นคือการหลอกลวงเพื่อความฝันของพี่ด้วยใช่ไหม...พี่โลตัส...

 

-พี่โลตัสเป็นจิ้งจอกที่สมเป็นจิ้งจอกมากที่สุดจากบรรดาจิ้งจอกทั้งหมดที่ข้ารู้จัก-

 

เขาสมกับตำแหน่งราชันแห่งการหลอกลวง...

หลอกทุกอย่างลวงทุกอย่างเสแสร้งแล้วก็ขยี้ทำร้ายตนเอง...

เพื่อเป้าหมายที่อยู่สูงขึ้นไปจนไม่อาจจะเอื้อมมือถึง..

 

-เขาคือจิ้งจอก...-

 

เหมือนกับข้า...

แต่เขากลับหลอกลวงทุกคนที่เป็นมิตรของตนเองได้อย่างไม่สนใจไยดี

 

 

ทั้งที่ไม่เคยมีใครหลอกลวงเขาเลยซักครั้ง...

 

เพราะอะไร...

เพราะอะไรพี่โลตัส..

 

เพราะจิ้งจอกทองอย่างพวกเราเคยหักหลังพี่ชายของท่าน เคยหักหลังท่านคอรัลใช่ไหม

 

วูลเยซค่อยๆเหยียดรอยยิ้มออกบนใบหน้าของตนเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองมังกรสีแดงฉานนั่นด้วยสีหน้าสนุกสนาน

ราวกับวาจาที่แสนเศร้าเมื่อครู่นี้เป็นคำโกหก...

-ข้าแค่กำลังกังวล....-

 

กลัว...ข้ากลัวแสนกลัว...

ทุกอย่างที่เขาทำมาทุกอย่างที่ข้าอ่านใจได้ ทุกอย่างที่ข้าสัมผัสได้...

 

มันเป็นการหลอกลวงของเขาหรือเปล่า...

 

เด็กน้อยคนนั้นยังคงว่าออกมาไปด้วยน้ำเสียงรื่นเริงเหมือนเดิมเหมือนกับสลัดทิ้งความกังวลออกไปจนหมดสิ้นซึ่งตรงข้ามกับวาจาของตนเองสิ้นดี...

ยิ้ม..เหมือนกับไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร..

หัวเราะ...ราวกบมันเป็นเรื่องธรรมดา..

เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น สิ่งที่ตนเองรู้สึกนั้น

 

ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแย่หรืออย่างใด

 

เหมือนกับวาจาที่กล่าวๆมาทั้งหมดนั้เป็นเพียงคำล้อเล่นที่แสนสนุกสนาน เป็นเพียงคำพูดที่เปรยออกไปตามบทบาทอย่างที่ควรเป็น

รื่นเริง...

หยอกล้อ...

 

และไร้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น

 

-ว่าโลตัสหลอกลวงข้าด้วยหรือเปล่า...-

 

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ท่าทางผ่อนคลายทั้งหลายนั่น...

ข้ามั่นใจว่ามันออกมาจากใจของคนๆนั้น...

 

แต่ตอนนี้ข้ากลับเริ่มไม่มั่นใจในอำนาจของตนเองแล้ว...

 

มังกรสีเพลิงตนนั้นก้มใบหน้าของตนเองลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วเกี่ยวผ้าปิดตาของตนเองลงมาเล็กน้อย เหลือบสายตามองร่างเล็กๆที่อยู่ตงเบื้องหน้าของตนเองด้วยประกายตาที่ราบเรียบเหมือนกับจะไม่สื่ออะไร...

 

“ตาเห็นไม่ใช่ทุกอย่าง”

 

โดลิกท์ว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้จิ้งจอกทองน้อยตนนั้นแล้วทุดเข่าลงข้างหนึ่ง

“ความจริงไม่ใช่แค่ที่ตาเห็น และสิ่งที่ตาเห็นไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงที่มาจากเนื้อด้านในเสมอไปหรอก...”

 

เจ้ายึดกับการแสดงออกว่าทางทำไมกันจิ้งจอกเอ๋ย...

เจ้าน่าจะเรียนรู้จากการเป็นจิ้งจอกไม่ใช่หรือไง...

 

ว่าการหลอกด้วยมายาภาพนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด

 

“อารมณ์ของคนที่มันมีหัวใจมันก็สามารถขึ้นสามารถลงได้ เจ้าอ่านใจใครต่อใครได้เจ้าก็น่าจะเข้าใจนี่ เด็กน้อยเอ๋ย”

 

อารมณ์เป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน..

ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง...

 

แต่สิ่งที่เที่ยงตรงและเปลี่ยนแปลงยากคือก้นบึ้งดำมืดของจิตใจต่างหาก

 

“วันนี้เจ้าอาจจะเกลียดใครซักคนทั้งๆที่เจ้าชอบเขามาถึงเมื่อคืนวาน และวันวานเจ้าอาจจะเกลียดใครซักคนแต่วันนี้เจ้าอาจจะชอบเขา...”

มังกรตนนั้นเหมือนกับกำลังหัวเราะ

“มันเปลี่ยนกันได้ เรื่อยๆขึ้นๆลงๆ ไม่แน่ไม่นอน แต่ก็มีเส้นทางที่ตายตัว....”

 

ไม่ชอบก็เกลียด...

 

“เหมือนกับทะเลที่หากไม่รุนแรงก็สงบนิ่ง....”

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเพลิงตนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะค่อยๆดันใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นโดยที่ไม่ได้เกรงว่าจิ้งจอกทองตนน้อยนี่จะอ่านใจ...

เพราะเด็กคนนี้ไม่มีวันอ่านใจเขาได้

“อันไหนมันจะเลวร้ายสำหรับใครมันก็แล้วแต่”

 

ทะเลรุนแรงอาจจะส่งผลดีต่อบางคน และส่งผลร้ายต่อบางคน...

 

มือข้างนั้นค่อยๆแตะลงบนใบหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไล้ลงมาช้าๆราวกับพยายามให้กำลังใจอีกฝ่าย

“เชื่อในอำนาจของเจ้าสิ พรสวรรค์ชั้นเลิศที่แย่งชิงมาจากเหยี่ยวผู้เป็นหนึ่งในเหล่าจักรพรรดิแห่งกาลเวลาทั้งหลายทั้งปวง...”

 

อำนาจที่ไปแย่งชิงมา...

ด้วยเลือดเนื้อของคนมากมาย

 

“เจ้าลืมไปแล้วหรือไร ว่าอำนาจที่เจ้ามีน่ะมันวิเศษณ์ถึงเพียงไหน”

มังกรตนนั้นพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ

 

“มันคืออำนาจที่ใช้ในการเข้าใจคนอื่นได้ลึกซึ้งและง่ายที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ”

 

“ดวงตาของคนธรรมดานั้นสามารถมองเห็นคนอื่นได้เห็นเพียงผิวเผิน กับดวงตาของเจ้าที่เห็นถึงก้นบึ้งสุดท้ายของบ่อที่ดำสนิทและมืดมัว....”

มังกรตนนั้นค่อยๆยันกายลุกขึ้นด้วยที่ราบเรียบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะพ่นลมหายใจยาวออกมาเหมือนกับกำลังถอนหายใจ

“ก้นบึ้งที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้าตัว....”

คนๆนั้นก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าโดยที่หันหลังให้กับเด็กน้อยคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

“แม้ว่าอารมณ์ในชั่วเวลานั้นกับนิสัยจะทำให้การแสดงออกทางผิวเผิน ทางเปลือกภายนอกนั้นเปลี่ยนไปบ้าง”

“แต่ก้นบึ้งมันก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง”

 

ลึกลงไปในน้ำเป็นสีฟ้าก็ฟ้าอย่างเงียบสงบ..

ในขณะที่ผิวน้ำนั้นกลับเป็นสีต่างๆนานาสะท้อนภาพที่ปรากฏอยู่ตามเวลาและแปรผันอย่างง่ายดาย...

 

มังกรตนนั้นเพียงหัวเราะ

 

 

“ผิวเผินกับก้นบึ้งเจ้าจะเชื่ออะไรก็เรื่องของเจ้านะ วูลเยซ”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

-....โดลิกท์?-

 

เสียงร้องเบาๆของเด็กน้อยค่อยลั่นขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆที่ก้าวเท้าตามมาด้านหลังของมังกรหนุ่มที่ก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้า

เดินไปเรื่อยๆคล้ายกับไม่อยากจะสนใจอะไร...

“มีอะไรพิศษจะกล่าวหรือ?

ร่างนั้นเพียงว่าออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเหมือนเคยพร้อมๆกับเลื่อนสายตาของตนเองมามองด้านหลัง

ก่อนจะต้องอุทานออกมา...

เมื่อเด็กน้อยคนนั้นกระโจนเข้ากอดตนเองเอาไว้แน่น

 

-ข้า...กลัว-

 

เด็กน้อยคนนั้นว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบาที่ทำให้มังกรตนนั้นเอียงคอด้วยท่าทางฉงนปนงุนงงกับเด็กน้อยเบื้องหน้าที่อยู่ๆก็เปรยอะไรออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

หลังจากเดนิตามหลังเขามานาน...

ตามมาเหมือนกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง..

 

-ระหว่างพี่โลตัสกับท่านคอรัล.....-

 

ข้าสัมผัสได้...

ข้าอ่านได้...

ถึงจิตใจและถึงวังวนที่ขุ่นมัวนั่น...

 

ถึงก้นบึ้งของภาชนะซึ่งเรียกว่าจิตใจที่เริ่มแตกร้าว...

 

ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นเงยขึ้น ก่อนจะคลี่รอยยิ้มกว้างออกบนใบหน้าของตนเองทั้งๆที่เจ้าตัวเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา

 

 

-ใครจะแตกสลายก่อนกันนะ?-

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 ฮือๆๆๆ อัพฉลองวันเกิด+เปลี่ยนBGนะจ๊ะทุกๆคน


รับกับเนื้อเรื่อง LMO

913 ความคิดเห็น

  1. #844 G::s (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 01:23
    T^Tเศร้าอ่ะ...น่าสงสาร...ทั้งรัล ทั้งโล ทั้งวุลเรยไม่ไหวแร้วเศร้าเกิน
    #844
    0
  2. #765 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 10:33

    ....แง้ววว...อ่านแล้วแทบน้ำตาเล็ด T^T ...สงสารทั้งพี่ทั้งน้องเล้ยย...

    เอ้อ...รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ^^ 
    หายเร็วๆล่ะ ^^

    #765
    0