"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 75 : Special Part Look at me…Only 26 Whortleberry3 – Treachery

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 53

Special Part Look at me…Only 26 Whortleberry3 – Treachery -

 

ข้าไม่เคยยินดีกับการอยู่ในตำแหน่งนี้...

แม้ท่านจะรักข้า เอ็นดูข้า...

แต่สุดท้าย ท่านก็ไม่ได้รักข้าไปมากกว่านั้น

 

เหมือนกับที่ท่านเป็นได้แค่ น้องของคนๆนั้น

 

“เยห์....เสื้อแบบนี้โอเคไหม??

 

น้ำเสียงทุ้มๆที่ต่ำกว่าที่เคยลั่นขึ้นพร้อมๆกับเงาของร่างสูงที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องแล้วจัดแต่งเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย

เจ้าของห้องที่วุ่นวายกับการอ่านเอกสารเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจรดปากกาลงบนหมึกแล้วเขียนอะไรง่ายๆลงไปโดยที่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นยังคงไม่คิดจะสนใจแขกที่มาเยือนเท่าไหร่นัก

“หือ? จะเปลี่ยนรูปแบบเสื้อหรือวู.....”

 

โครมม!!

 

“นี่เจ้าทำอะไรเนี่ย!!?

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนั้นทุบโต๊ะพร้อมๆกับลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทันทีทันควันเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย...

ร่างของผู้ชายที่น่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปด....

ทั้งๆที่ตอนนี้เจ้าตัวน่าจะใช้ร่างมนุษย์ที่เทียบเท่ากับมนุษย์ที่อายุสองสามขวบตามอายุที่วัดกับคนแท้ๆ....

แล้วทั้งๆอย่างนั้น...

อีกฝ่ายกลับเปลี่ยนร่างของตนเองเป็นผู้ใหญ่เสียเฉยๆ

“...เปลี่ยนร่างตนเองจากเด็กตามปกติเป็นผู้ใหญ่ทำไมหรือ....”

 

 

เวลาในยามเด็กของพวกเรามีน้อยมาก..

ทำไมเจ้าถึงได้พยายามลดมนลงจนต่ำติดดินด้วย...

 

มันมีสิ่งใดที่คุ้มค่ากับการแลกมาขนาดนั้นเลยหรือ

 

เยห์ลุกขึ้นจากทีที่ตนเองยืนที่เดิมแล้วพยายามก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมๆกับลู่ใบหูเรียวของตนเองลงบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าหม่นๆ

จ้องมองเนตรสีเหลืองทองของอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่มีสีเดียวกัน...

เส้นผมสีเหลืองทองยาวไล่ลงมาปล่อยทิ้งยาวลงมาจนถึงกลางหลังโดยที่เจ้าตัวนั้นจะไม่ได้คิดรวบหรือว่าทำอะไร ดวงตาสีเหลืองทองหรี่คมผิดกับร่างตอนเด็กๆที่กลมโต...

รอยยิ้มบางๆที่ดูสุภาพและนุ่มนวล...

เจ้าเล่ห์ และปราศจากความไร้เดียงสา...

 

ช่างไม่มีสิ่งใดเหมือนกับเด็กน้อยไร้เดียงสาเมื่อวันวานจริงๆ

 

เยห์จ้องมองเสื้อผ้าสีดำสนิทของอีกฝ่ายที่แต้มด้วยสีแดงและสีเหลืองทองอย่างที่ไม่น่าเอามาใส่ด้วยกันเท่าไหร่นัก ก่อนจะช้อนดวงตาขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายุ่งๆ

“ความจริงข้าก็ไม่มีสิทธิบ่นหรอกนะ ถ้าเกิดเจ้าจะทิ้งอายุช่วงเด็กที่มีน้อยที่สุดของจิ้งจอกไป....”

 

ชีวิตเจ้ามันก็คือของเจ้า...

ข้าบ่นได้ แต่ก็ได้แค่บ่นเท่านั้น...

 

“จิ้งจอกทองมีอายุวัยเด็กแค่ 1-2 ปี แต่เรามีอายุจริงๆเกือบ 200 ปี....”

เยห์วางมือของตนเองลงบนศีรษะของอีกฝ่ายเบาๆแล้วระบายรอยยิ้มให้กับอีกฝ่ายที่ตัวสูงไล่เลี่ยกับตนเอง...

ลู่ใบหูของตนเองลงแล้วบิดไปด้านหลัง

เหมือนกับจะบอกทางอ้อมๆว่าความจริงแล้วตัวเขานั้นไม่อยากให้คนเบื้องหน้านี่ทำแบบนี้เลยแม้แต่น้อย....

ซึ่งวูลเยซที่อ่านใจได้อย่างสบายๆนั้นก็รู้ดี...

ไม่ต้องอ่านใจก็ได้...

เพราะเพียงใบหน้านั้นก็บอกได้ทุกอย่างแล้ว

“และพอเจ้าโตขึ้นเจ้าจะรู้ว่าวัยเด็กมันเป็นวัยที่ใครๆก็อยากจะย้อนกลับไปมากที่สุด....ข้าก็เลยอยากให้เจ้าใช้เวลาเด็กๆให้ได้มากที่สุด”

เยห์พยายามพึมพำออมาด้วยน้ำเสียงแผ่วบาลงเรื่อยๆจนแทบจะเงียบหายไป ซึ่งวูลเยซก็ยิ้มออกมอาย่างหนักใจ...

“อื้อ ข้ารู้เยห์”

จิ้งจอกทองตนนั้นครางออกมาเบาๆแล้วค่อยๆจับประคองมือของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุดท่าที่จะทำได้...

แตะลงบนแก้มของตนเอง...

และเพียงเท่านั้นอีกฝ่ายก็พลันยิ้มออกมา...

ยิ้มด้วยสีหน้าที่แสนเศร้าโศก

“ใช่ ข้าก็มั่นใจว่าเจ้ารู้ และข้าก็เชื่อว่าเจ้าต้องมีเหตุผลที่มากกว่าคำว่านึกครึ้มอยากทำขึ้นมา จริงไหมวูลเยซ?

“ฮะ”

จิ้งจอกที่อายุน้อยกว่าพยักหน้าลงรับ ในขณะที่คู่สนทนานั้นก็ยิ้มบางๆให้ก่อนจะค่อยๆกมใบหน้าของตนเองลงโดยไม่รู้ตัว...

เหมือนกับกำลังหมดเรี่ยวแรงลงเรื่อยๆ..

“ข้าจะไม่ถามเหตุผลมากมายหรอกนะ....ชีวิตเจ้าเจ้าก็จัดการเอาเอง...”

 

อย่าทำให้ข้าเป็นห่วงไปมากกว่านี้ได้ไหม...

 

“ยามเด็กน่ะ เป็นช่วงเวลาที่เจ้าจะได้ใช้ในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ได้รับการดูแลและการปกป้อง รวมถึงความอบอุ่นมากทีสุด ก่อนจะไปเดินกับความโดดเดี่ยวเอง”

ใบหน้านั้นค่อยๆก้มลงเรื่อยๆก่อนจะซบลงบนไหล่ของอีกฝ่ายแล้วพึมพำต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าจนแม้แต่คนฟังก็ยังลำบากใจ...

คนๆนั้นเหมือนกับกำลังเว้าวอนเขาทางอ้อม...

ว่าอย่าได้ทำตัวแบบนี้...

อย่าทำให้คนอื่นต้องกังวลไปมากกว่านี้...

 

แต่เขาตัดสินใจไปแล้ว....

 

 

และเขาก็ไม่คิดถอยหลังกลับลำตอนใกล้ฝั่งเหมือนกับโลตัสด้วย

 

เยห์เงยหน้าขึ้นมาแล้วทำเพียงยิ้มเพราะรู้ว่าถึงอย่างไรๆก็ไม่มีวันแปรเปลี่ยนความตั้งใจของอีกฝ่ายได้...

จิ้งจอกทองที่อาวุโสกว่าตนนั้นก้าวเท้าออกมา...

“แต่ถ้าเกิดเจ้าไม่สนใจช่วงเวลาพวกนั้นก็ไม่เป็นไร...”

 

เจ้ายินดีที่จะทิ้งช่วงเวลาที่โลตัสและทุกคนเอ็นดูเจ้ามากที่สุด...

หากเจ้ายินดี...ข้าก็ไม่ว่าอะไร

 

เพราะพื้นฐาน ถึงร่างเจ้าจะเป็นเด็ก

 

 

แต่จิตใจเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่ในสายตาของจิ้งจอกทั้งหลายแล้ว

 

“น่าฮะ”

วูลเยซระบายรอยยิ้มกว้างที่แลดูไร้เดียงสาออกบนใบหน้าของตนเอง ดูแล้วเหมือนกับพยายามทำให้อีกฝ่ายสบายใจที่สุด

“ข้าก็แค่ทำเหมือนกับที่จิ้งจอกทองเท่าไปทำกันยังไงล่ะฮะ...”

เยห์ลู่ใบหูของตนเองลงทันทีที่ฟังประโยคถัดมา เจ้าตัวลูบศีรษะของอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้เหมือนกับจะใช้แทนวาจาทั้งหมด...

 

อย่าหลอกข้าเลย...

บอกเหตุผลจริงๆมาเหอะ

 

ดวงตาสีเหลืองทองของจิ้งจอกทองที่อายุมากกว่านั้นพยายามมองสบตากับอีกฝ่ายเหมือนกับกำลังเค้นให้คนเบื้องหน้านั้นบอกความจริงออกมา...

ไม่ใช่คำหลอกลวง...

ไม่ใช่การปลอบใจที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้

เขารู้...

 

สิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมานั้นมันไม่ใช่ความจริงหรอก...

 

“สองปี....พวกเราก็ถือว่าโตเต็มวัยแล้วนี่...ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นเด็กๆต่อไปแล้วด้วย...”

วูลเยซยังหลับตาลงแล้วพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแสนเริงร่าเหมือนเดิม แต่ดูเหมืนอว่านั่นกลับทำให้เยห์ปั้นสีหน้ายุ่งยากมากขึ้น

“นะ เยห์”

จิ้งจอกทองที่อายุน้อยกว่านั่นยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะดันมือของเยห์ที่ลูบหัวของตนเองออก แล้วยิ้มบางๆให้...

สีหน้านั่นเหมือนกับกำลังอ้อนวอน...

นี่จะเป็นอย่างเดียวที่เขาจะพยายามแหกฝ่าจากที่ที่มันเป็นตามปกติ...

แม้ว่าจะต้องเดินท่ามกลางดงของหนามพิษเขาก็จะเดินต่อไป...

 

แม้ว่าจะรู้ว่าจุดจบนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตามที

 

 

“ข้าไม่พอใจกับการเป็นแค่น้องชายของโลตัสหรอก”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นลั่นวาจาออกมาอย่างเงียบงัน ก่อนจะก้าวเท้าถอยออกมาด้านหลังพร้อมๆทั้งลู่ใบหูของตนเองลงข้างหนึ่ง...

เหมือนกับจะบอกขอโทษในการตัดสินใจของตนเองทางอ้อม...

การตัดสินใจที่จะกระทำในสิ่งที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อใครเลย..

และหากพลาด...

 

ทุกคนนั้นอาจจะต้องเจ็บตัวเปล่าก็ได้...

 

“วูลเยซ.....”

 

ทั้งๆที่โลตัสแต่งงานแล้วแท้ๆ...

ทั้งๆที่โลตัสก็ไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ...

 

ทำไมเจ้าถึงได้ชื่นชอบพี่ชายคนนั้นของเจ้าจังนะ...

 

เยห์เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองลูกชายตนเองด้วยสีหน้าที่เจือไปด้วยความกังวล ก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมา...

“.....ทำไมเจ้านิสัยแบบเดียวกับโลตัสนะ....ข้าอ่านเห็นเลยว่าเจ้าคิดอะไรอยู่น่ะ....”

มือเรียวเสยเส้นผมของตนเองขึ้นด้วยสีหน้าหนักใจ พร้อมๆกับค่อยๆก้มลงราวกับจะร้องไห้ออกมาก็ไม่ปาน....

“....ข้าคิดผิดใช่ไหมที่ให้โลตัสเลี้ยงน่ะ.....”

“ไม่หรอกฮะ....”

วูลเยซว่าพลางระบายรอยยิ้มบางๆออกบนใบหน้าของตนเองอย่างนุ่มนวลทันที ก่อนจะหลับตาของตนเองลง...

หัวเราะอย่างนุ่มนวล...

“แต่ข้าต่างหาก”

ดวงตาสีเหลืองทองที่แสนโศกเศร้าจ้องมองดวงตาของเยห์

 

“ผิดเสียเองที่ดันชอบคนๆนั้นน่ะฮะ”

 

ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าอก....

เหมือนกับจะกล่าวบอกว่าสิ่งที่ผิดนั้นอยู่ตรงนี้...

 

“....ข้าพร้อมลุยทุกทาง...เช่นนั้น”

 

ต่อให้ตาย...

ข้าก็จะไม่มีวันถอยกลางทางเหมือนกับพี่โลตัสแน่...

เพราะหากข้าไม่ถอย...

 

ซักวันข้าก็ต้องไปถึง...

 

“เยห์ อวยพรให้ข้าด้วยก็แล้วกัน”

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลเหมือนเดิม ในขณะที่เยห์ก็ทำเพียงระบายรอยยิ้มออกมาเช่นกัน...

“ข้าขอให้เจ้าโชคดี....”

มือเรียวค่อยๆแตะลงบนใบหน้านั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วจูบลงบนหน้าผากราวกับจะอวยพร...

“ขอให้เจ้าได้ดั่งที่หวังเอาไว้...ขอให้อนาคตความหวังของเจ้านั้นเป็นไปตามที่เจ้าประสงค์”

จิ้งจอกทองที่อายุมากกว่าก้าวเท้าถอยมาด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะเอยีงคอน้อยๆพร้อมกับยิ้มให้อย่างร่าเริงเหมือนเคย

“นะ?

 

“ขอบคุณมากฮะ!!

วูลเยซตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงทันทีทันควันแล้วสะบัดปลายหางของตนเองด้วยสีหน้าดีอกดีใจเป็นที่สุด

จิ้งจอกทองที่อายุมากกว่าลูบหัวชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเสยเส้นผมสีเหลืองทองของอีกฝ่ายขึ้น...

ขยี้เบาๆด้วยความเอ็นดู...

แล้วนึกภาพของอีกฝ่ายซ้อนทับกับร่างที่ยังคงเป็นเด็ก...

 

ประกายของดวงตานั้นยังคงไร้เดียงสาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน...

 

 

เพียงแต่ร่างกายนั้นแปรเปลี่ยนไป

 

“...เดี๋ยวข้า....ไปก่อนนะฮะ”

“อื้อ”

เยห์ตอบรับกลับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนเหมือนกับเสียงครางที่อื้ออึงอยู่ในลำคอ แต่เพียงเท่านั้นวูลเยซก็ยิ้มรับ

จิ้งจอกทองตนนั้นหมุนปลายเท้าของตนเอง...

เหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยสีหน้าหม่นๆ และก้าวเท้าออกไปเพราะเขารู้ว่าไม่ควรจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่นัก

เขาควรจะทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้คนเดียว...

เพราะคนๆนี้ไม่ปรารถนาให้เขาได้เห็นสีหน้าที่อ่อนแอของตนเองไปมากกว่านี้แล้ว...

วูลเยซเปิดบานประตูออกก่อนจะลู่ใบหูของตนเองลงเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะออกไปเท่าไหร่นัก แต่แล้วเขาก็กัดฟันแล้วหันกลับมายิ้มให้กับเจ้าของห้องที่เดินออกมาส่ง

“แล้วข้าจะกลับมาเย็นนี้นะเยห์”

ชายหนุ่มเพียงยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปิดบานประตูลงเบาๆแล้วทิ้งให้เจ้าของห้องนั้นอยู่ในความเงียบ

คนๆนั้นหลับตาลง....

ครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและแสนสับสน...

ไม่มีใครที่พึ่งได้...

เพราะเรื่องพวกนี้เขาไม่อาจจะเอาไปพูดปรึกษากับใครได้ทั้งนั้น

ก็คนที่เขาไว้ใจที่สุดคนนั้น...

 

ได้ตายจากเขาไปแล้วนี่นะ

 

“ไปตาม...ที่พวกเจ้าชอบ...แล้วกัน”

เยห์ระบายรอยยิ้มที่แสนนุ่มนวลและเจือไปด้วยความโศกเศร้าออกมาเล็กน้อย...เหมือนกับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

ไม่รู้จะพูดอย่างไร...

เขาห้ามไม่ได้ เขาทำอะไรไม่ได้...

เพราะทุกอย่างนั้นมันไม่ใช่ของของเขา...

 

 

เขาไม่มีสิทธิควบคุมมันตั้งแต่ไหนตั้งแต่ไรแล้ว

 

มือเรียวค่อยๆเสยเส้นผมของตนเองขึ้นด้วยสีหน้าหม่นๆที่ราวกับจะร้องไห้ออกมา ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหันหลังให้กับบานปรูไม้สีน้ำตาลนั่น...

ค่อยๆทรุดขาของตนเองลงราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรง...

ดำเส้นผมเอาไว้และปกปิดใบหน้าที่เปื้อนด้วยความทรมาน

 

เจ็บปวด...ในยามที่มองไปยังอนาคตเบื้องหน้าที่ไม่เห็นเส้นทางใดๆ

 

มือเรียวค่อยๆหงายขึ้นอย่างช้าๆแล้วมือด้วยสีหน้าที่แสนเหม่อลอย...

หวนนึกถึงสัมผัสและความรู้สึกตอนี่สางและเส้นผมของอีกฝ่ายทั้งตอนเด็กและตอนผู้ใหญ่

ตอนที่มองดวงตาสีเหลืองทองสดใสที่ยังคงไร้เดียงสา...

 

 

แม้ว่าตอนนี้มันจะหม่นลงด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างก็ตามที...

 

เยห์ค่อยๆก้มใบหน้าลงแล้วกำมือของตนเองเอาไว้แน่นเหมือนกับพยายามกอดทะนุถนอมอะไรบางอย่างเอาไว้

หลับตาลง...

เหมือนกับพยายามหลีกหนีไปจากความจริง

 

แม้จะเปลี่ยนร่างเป็นผู้ใหญ่...

ด้านในเจ้าไม่เปลี่ยนไปหรอก...

 

ยังคงเป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาเหมือนเดิมงั้นสินะ...วูลเยซ

 

ริมฝีปากเผยอขึ้นก่อนจะค่อยๆลั่นเป็นถ้อยคำที่สั่นระริกจนรู้สึกได้...

 

“.....มันจะ...อะไร...กระนัก..กระหนา”

 

กล่าวช้าๆ...

ราวกับกำลังพร่ำเพ้อกับตนเอง...

เด็กคนนี้เป็นแบบนี้เพราะเขาคนเดียว...

เพราะเขาคนเดียวไมใช่ใครอื่น...

 

ถ้าเกิดเขาไม่ตัดสินใจส่งให้โลตัสเลี้ยง....แล้วเด็กนี่จะกลายเป็นแบบนี้ได้หรือ

 

 

คนที่ผิดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเขา...

 

 “...โลตัส......วูลเยซเจ้าก็ด้วย...ทำไมถึงได้โตมานิสัยเป็นแบบนี้ทั้งสองคนเลย....”

ผิดตรงไหนกัน...

เขาเลี้ยง เขาดูแลทั้งสองคนนี้มาพลาดตรงไหนกัน

“ชอบทำร้าย...ตนเองนักหรือไร”

มือเรียวจิกกำเส้นผมของตนเองแน่น...

ซุกใบหน้าของตนเองเข้ากับเข่าที่งอพับขึ้นมา....

 

 

“ไม่คิดถึงคนด้านหลังบ้างหรือไร”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

เส้นผมสีเหลืองทองอ่อนๆพลิ้วสยายตามท่วงทำนองของสายลมที่พัดผ่านใบหน้าอย่างนุ่มนวล ก่อนที่มันจะลู่ลงและขยับขึ้นอีกครั้งตามจังหวะและความแรงเบาของสายลม...

กลีบดอกไม้พลิ้วไหวกลิ้งหยอกกับกระแสของอากาศ ก่อนจะลอยหายไปในเวิ้งนภาสีขาว...

แสงแดดทอประกายอ่อนๆ

สาดประกายที่แสนนุ่มนวลนั่นไล่ไปตามพื้นดินสะท้อนกับบรรยากาศรอบด้านให้ความรู้สึกที่แสนอบอุ่นและสุขสบาย...

ทุกอย่างที่มีชีวิตขยับเคลื่อนไหวไปตามท่วงทำนองของตน..

บรรเลงอย่างงดงาม...

และเงียบหายไปอย่างเงียบงัน..

ชายหนุ่มในชุดสีขาวที่แตกต่างกับคนอื่นยิ้มให้กับบรรดาคนรู้จักที่พบเจอระหว่างทาง ก่อนจะก้าวเท้ายาวไปตรงไปยังเป้าหมายของเขา...

ชายเสื้อสีขาวพลิ้วไหว...

 

“โดลิกท์.....เจ้าว่าถ้าเกิดข้าขอโทษแล้ววูลเยซจะยังโกรธข้าไหม”

 

เขาคนนั้นลู่ใบหูเรียวของตนเองลงเล็กน้อยแล้วกำก้านของดอกไม้สีขาวนวลในมือเอาไว้แน่นเหมือนกับไม่ค่อยมั่นใจในตนเองเท่าไหร่นัก

วาจาที่เขาตวาดด่าอีกฝ่ายนั้นมันร้ายแรงถึงขนาดนั้น...

คำขอโทษเพียงคำเดียว...

คำที่สั้นง่ายขนาดนั้น...

 

มันจะเพียงพอหรือ

 

“....ตอนข้าตวาดเขา...เขาทำหน้าอย่างกับจะร้องไห้เลยนะ....”

โลตัสเงยหน้าขึ้นมามองมังกรสีแดงที่เดินตามหลังของตนเองมาอย่างเงียบๆและไม่คิดจะปริปากกล่าวถ้อยคำอะไรออกมา

“....เจ้านี่ไม่เคยตอบอะไรเสมอๆเลยจริงๆสินะ.....”

-ข้าไม่มีความเห็น...-

มังกรสีแดงตนนั้นเพียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นเหมือนเดิมเหมือนกับไม่ได้แยแสต่อฐานะของอีกฝ่ายที่เป็นเจ้านายของตนเองเท่าไหร่นัก

“....งั้นเจ้าก็เดินออกไปแล้วอยู่เงียบๆไปเลย”

โลตัสว่าอกมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆทันทีทันควันแล้วสะบัดปลายหางของตนเองด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นว่ามังกรตนนั้นออกไปตามคำสั่งจริงๆ

โดลิกท์ก็เป็นแบบนี้ตลอด..

“เหอะ”

จิ้งจอกทองหนุ่มสบถออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนเดิม ก่อนจะกอดดอกไม้สีขาวที่มีลวดลายแต่งแต้มตรงกลางสองสามดอกไม้เอาไว้แน่น...

เหมือนกับพยายามให้กำลังใจต่อตนเอง...

คืนดี...ขอโทษ

 

แล้วทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง

 

โลตัสตัดสินใจเดินเข้าใกล้บ้านของเยห์มากขึ้น

เดินเข้าไปหาวูลเยซแล้วรับออกมาดูแลเหมือนดั่งทุกๆครั้งที่เขาทำมาตลอดปีสองปีนี้...

แต่แล้ว...

 

บางอย่างก็ทำให้เขาชะงักปลายเท้าของตนเองลง

 

“....เอ...เอ๊ะ?

 

ริมฝีปากนั้นสั่นระริกด้วยความตกใจเช่นเดียวกับดวงตาสีแดงฉานที่เบิกกวางเหมือนกับจับต้นชนปลายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถูก

คนเบื้องหน้าคือคนที่เข้ามาหาไม่ผิดแน่นอน...

แต่....

คนๆนั้นไม่ได้ใช้ร่างมนุษย์ผู้ใหญ่แบบนี้...

 

แล้วทำไม...

 

“ทำไม...เจ้าถึง....”

 

โลตัสครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วทิ้งมือข้างที่ถือดอกไม้สีขาวเอาไว้นั่นลงข้างลำตัวพร้อมๆกับชี้นิ้วด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตา...

ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีเหลืองทองที่เขาแสนคุ้นเคย มีเนตรสีเดียวกับเส้นผมที่คมกริบ ยกขึ้นฉายประกายของความเจ้าเล่ห์แต่ก็สุขุมและนอบน้อม...

หากแต่ปราศจากประกายของความไร้เดียงสา

เสื้อผ้าเป็นสีดำสนิทแต่เต็มไปด้วยเครื่องแบบที่มีระเบียบมากกว่าตอนเด็กๆมากมายนัก...เหมือนกับเป็นเครื่องแบบที่เตรียมใส่มานานแล้ว...

 

“ครับ?

 

จิ้งจอกทองตนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทันทีที่เห็นสายตาที่ดูเหมือนกับจะเต็มไปด้วยความตกใจมองมาทางตนเอง...

แล้วเขาก็พลันลายรอยยิ้มบางที่แสนนุ่มนวลออกบนใบหน้า

“ทำไม....เจ้าถึง........แต่งตัวแบบนี้ล่ะวูลเยซ”

โลตัสครางถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆเหมือนกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สายตาของตนเองเห้นเท่าไหร่นัก

แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงหัวเราะ

“ก็......”

จิ้งจอกทองเบื้องหน้าลากเสียงยาวๆอย่างสนุกสนาน ก่อนจะใช้ฝ่ามือของตนเองทาบลงบนหน้าอกแล้วเชิดใบหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย

 

“ไม่มีความจำเป็นที่ข้าต้องอยู่ในร่างเด็กอีกต่อไปแล้วนี่นะครับ”

 

วูลเยซเหยียดรอยยิ้มออกกว้างพร้อมๆกับว่าออกมาอย่างนุ่มนวล ในขณะที่โลตัสเบิกตากว้างแล้วเหมือนกับนิ่งไปโดยปริยาย...

เหมือนกับสิ่งที่ได้ยินนั้น...

เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของอีกฝ่าย...

“....งั้น...หรือ”

 

ข้าอยากเป็นเด็กไปตลอด...

เพื่อจะได้อยู่ข้างพี่ไปตลอดกาล...

 

สุดท้ายนั่นก็แปรเป็นคำโกหกหรือ....

 

ริมฝีปากนั้นเม้มแน่นด้วยสีหน้าที่แสนเจ็บปวดที่บรรยายออกมาเป็นวาจาไม่ได้ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะช้อนดวงตาขึ้นมามองอีกฝ่าย...

ก้าวเท้าเข้าไปใกล้...

“วูลเยซ....”

 

ข้าขอร้องล่ะ...

ข้าขออ้อนวอนเลย...

 

“กลับไปใช้ร่างเด็กเหมือนเดิมเถอะนะ....”

 

ดวงตาสีแดงฉานช้อนขึ้นสบกับเนตรของอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน ขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

ด้วยประกายตาที่สั่นระริก...

ประกายตาที่เจ็บปวด...

 

เมื่อรู้สึกเหมือนกับตนเองต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกครั้ง

 

“ข้าขอโทษ ในคำพูดด่าว่าเจ้าเมื่อวานนี้”

 

ข้าขอโทษ....ข้าขอโทษวูลเยซ

อย่าได้ทำแบบนี้เลย....

อย่าทำ....แบบนี้

 

“กลับไปเป็นเหมือนเดิม....เปลี่ยนกลับไปเป็นเด็กเหมือนเดิมเถอะนะ...”

 

กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ...

ข้าขอโทษ....

กลับมาเป็นน้องชายของข้าเหมือนเดิมที..

 

อย่าได้ตีจากข้าไปอีกคนหนึ่งเลย...

 

โลตัสค่อยๆแตะลงบนใบหน้านั้น ก่อนจะลากลงมาแล้วจับที่บ่าเอาไว้มั่นพร้อมๆกับก้มหน้าลงซบกับหน้าอกของอีกฝ่าย...

กัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นไม่ให้ตนเองร้องไห้...

วูลเยซจ้องมองคนๆนั้นด้วยดวงตาที่ดูเจ็บปวดครู่หนึ่ง..

มือเรียวยกขึ้นเหมือนกับอยากจะกอดปลอบอีกฝ่ายเอาไว้ แต่สุดท้ายเจาตัวนั้นกลับยกมือข้างนั้นลง...

กัดริมฝีปากของตนเอง...

แล้วพร่ำบอก...

 

ว่าจะไม่มีวันถอยอย่างเด็ดขาด...

 

 “ขอโทษด้วย....นะฮะ ไม่สิ นะครับ”

 

ต่อให้พี่ร้องได้ตรงหน้าข้า...

ต่อให้พี่ขยี้หัวใจของท่านด้วยเสียงร่ำไห้ยาวนานเป็นร้อยวันพันปี...

ข้าจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ...

 

รอยยิ้มบางๆคลายออกบนใบหน้านั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆผลักมือที่จับบ่าตนเองและร่างนั้นออกไป...

ทอดสายตามองด้วยเนตรสีเหลืองทองที่แสนเสแสร้ง...

วิธีการเสแสร้งที่เขาเรียนมาจากอีกฝ่าย

 

“ข้าไม่ใช่น้องชายของท่านแล้ว”

 

ข้าจะไม่มีวันเป็นแค่น้องชายของท่าน

แม้ว่าข้าจะชื่นชอบท่านที่เอ็นดูข้าเหมือนน้องชายเพียงไร...

แต่ข้าก็ไม่เคยยินดีที่จะได้เป็นแค่นั้น

 

ข้าจะต้องเป็นได้มากกว่านั้น

 

ดวงตาสีเหลืองทองจ้องสบกับเนตรสีแดงที่สั่นระริกด้วยความเศร้านั่น ก่อนที่เขาจะคลายรอยยิ้มที่เหมือนกับรอยยิ้มเสแสร้งออกบนใบหน้า

หัวเราะออกมา...

เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องตลก

“แต่ไหนแต่ไรเราก็ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันอยู่แล้วนี่ครับ...”

 

ท่านโลตัส

 

วูลเยซเน้นคำพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำเหมือนเดิมแล้วดันร่างของคนเบื้องหน้าที่นิ่งสนิทเหมือนกับถูกมนตร์สะกด...

มนตร์ที่เรียกว่าคำพูด...

คำพูดที่เป็นอาวุธร้ายกาจยิ่งกว่าสิ่งใด

“...”

 

เพราะข้าพูดตัดญาติไปเองหรือ....

 

โลตัสเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมอย่างสุดความสามารถ เขาบิดใบหูไปด้านหลังแล้วกำมือของตนเองแน่น...

ยิ่งจ้องมองเนตรสีทองคู่นั้นก็ยิ่งเจ็บ...

ทั้งๆที่เด็กคนนั้นที่มองเขาด้วยสายตาไร้เดียงสาถึงเมื่อวันวาน

ทั้งๆที่เด็กคนนั้นเคยยิ้มให้เขาอย่างซื่อตรง

แต่เพราะเขาตวาดอีกฝ่ายไปเช่นนั้น...

 

เพียงแค่นั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เลยหรือ...

 

 

จะเปลี่ยนกลับไม่ได้เลยหรือ...

 

“...ถึงจะ...ไม่มีสายเลือดเดียวกัน”

คนๆนั้นยังคงพึมพำออกมาเหมือนกับไม่ละเลิกและยอมแพ้ไปเสียที

 

“แต่....คนเลี้ยงเรามาก็เป็นคนๆเดียวกันไม่ใช่หรือ”

 

ข้าขอโทษ...วูลเยซ

ยกโทษให้ข้าที...

 

แล้วได้โปรดกลับมาเป็นแบบเดิม...

 

“มันก็แค่นั้น...”

วูลเยซยิ้มตอบลับทันทีทันควัน...

 

“สุดท้าย....เราก็ไม่ใช่พี่น้องกันอยู่ดีนั่นแหละครับ”

 

!!

 

ดวงตาสีแดงของโลตัสพลันเบิกกว้างด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงแล้วพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

กัดริมฝีปากแน่นเช่นเดียวกับกำมือของตนเองจนสั่นระริก

สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังคงยืนยันคำเดิม...

 

เช่นนั้นมันจะไปมีค่าอะไรที่จะพยายามต่อ...

 

“วูล...เยซ”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มพึมพำออกมาด้วยท่วงทำนองที่แสนแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองและแสนน้อยใจ...

ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์พยายามขอโทษขนาดนี้...

ทั้งๆที่เขาชอบอีกฝ่ายขนาดนี้...

ทำไม...

 

ทำไมถึงได้ตอบแทนกลับมาเช่นนี้

 

“เกลียด!!!

 

ดวงตาสีแดงฉานที่แสนเกรี้ยวกราดช้อนขึ้นมามองอีกฝ่าย ก่อนที่เจ้าตัวจะกำดอกไม้สีขาวในมือของตนเองแน่น...

เขาแปรเปลี่ยนดอกไม้สีขาวกลายเป็นพุ่มไม้ที่มีลูกไม้สีดำสนิทและสีแดงที่คล้ายกับผลองุ่นเล็กๆเรียงรายอันแน่นอยู่ในผลไม้ลกเดียว

เป็นลูกเบอรี่สีดำสนิท...

 

“ข้าเกลียดเจ้าที่สุด วูลเยซ!!!

 

ชายหนุ่มขว้างกิ่งไม้กิ่งใหญ่นั่นฟาดลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายแรงๆเหมือนกับจะระบายความโกรธทั้งหมดลงไป แล้วจ้องมองจิ้งจอกทองเบื้องหน้าที่เอนใบหน้าหนีน้อยๆ

ไม่แม้เพียงที่จะคิดหลบ...

เหมือนกับยินดีที่จะรองรับความโกรธนั้นเอาไว้...

ยินดี...

 

เผื่อว่าหากอีกฝ่ายจะเจ็บปวดน้อยลงเขาก็ยินดี..

 

“.....ข้า.....”

 

ทั้งๆที่ข้าชอบเจ้ามากแท้ๆ...

ทั้งๆที่ข้ารักเจ้ามากแท้ๆ....

 

ริมฝีปากสั่นระริกจนไม่อาจจะควบคุม

ดวงตาสั่นระริกจนสังเกตได้อย่างง่ายดาย...

น้ำตาปริ่มๆสั่นสะเทือน..

 

ก่อนจะกลิ้งลงจากหางตา...

 

“เกลีย...ดเจ้า....เหลือเกิน...”

 

ข้า...เกลียดเจ้า...

ทำไมถึงต้องทำร้ายข้าทางอ้อมแบบนี้ด้วย...

 

พระเจ้าก็ด้วย...

ข้าเกลียดพระเจ้าที่สุด...

ทำไม...

สิ่งที่ข้าวิงวอนให้มันคงอยู่ตลอดไปถึงได้สูญสลายไปตลอด

 

ท่านจะแย่งชิงข้าไปจนถึงเมื่อไหร่

 

 

เมื่อไหร่ที่ท่านจะให้โอกาสให้ข้าแก้ไข ในยามที่ข้าทำผิดพลาดครั้งแรกลงไป

 

“แล้วจำเอาไว้...”

มือข้างนั้นกำแน่นจนสั่นระริกโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่คิดแยแสต่อน้ำตาที่ไหลออกมานองใบหน้าของตนเอง...

ไม่สนใจต่อเลือดที่เกิดจากปลายเล็บที่ฝังเข้าไปในเนื้อ...

เจ็บแค่เล็กน้อย...

มันแค่เล็กน้อย

 

เมื่อเทียบกับที่อยู่ด้านในลึกเข้าไปนี่

 

“ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า!!!

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองคำรามลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะตวัดมือชี้หน้าของคนเบื้องหน้า

จ้องมองคนๆนั้นด้วยใบหน้าที่น้องไปด้วยน้ำตา...

 

 

“นับต่อแต่นี้...คิดเสียว่าข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันญาติกัน!!

 

จิ้งจอกทองตนนั้นระเบิดเสียงคำรามลั่นออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะฟาดมือของตนเองลงแล้วกัดริมฝีปากราวกับพยายามกลืนเสียงสะอื้นและน้ำตาทั้งหมดลงไป...

เขาไม่ควรจะอ่อนแอแบบนี้...

แค่สิ่งที่เขารักมากตีจากอีกครั้งเอง...

 

แค่สิ่งที่เขารักตีจากไป...อีกครั้ง......เท่านั้นเอง

 

โลตัสก้มหน้าลงพร้อมๆกับค่อยๆยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตนเองแล้วลูบเอาน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้านั้นออกไป...

พยายามหวังว่ามือของตนเองนั้นจะช่วยถึงเอาความรู้สึกเศร้านี่ออกไปจากใบหน้าที

“...”

วูลเยซที่ยืนมองอยู่เม้มริมฝีปากของตนเองแน่นแล้วกำมือของตนเองเอาไว้แน่นโดยที่ไม่คิดจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้...

กุมก้านของกิ่งไม้ที่อีกฝ่ายขว้างใส่ตนเอง...

อดกลั้นเอาไว้...

แม้ว้าน้ำตานั้นจะทำให้เจ็บปวดเพียงไร

แม้ว่าเสียงร้องไห้นั้นจะเสียดแทงเพียงไร..

ถ้าเกิดเขาทนไม่ได้

 

อนาคตมันก็ต้องทรมานยิ่งกว่านี้...

 

“...ทำไม...ถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย...”

 

ข้าแค่พูดผิดพลาดไปครั้งเดียวเอง...

ข้าแค่ตวาดเจ้าครั้งเดียวเอง...

 

โลตัสสะบัดมือของตนเองที่เปื้อนด้วยน้ำตาออก...

จ้องมองอีกฝ่ายด้วยเนตรสีแดงที่พร่าเลือนด้วยหยดน้ำซึ่งเกิดจากความรู้สึกผิดหวังและแสนโศกเศร้า..

 “ทั้งๆที่....ข้าคิดจะมาคืนดีด้วยแท้ๆ”

 

ทำไม...ทำไม...

ทำไมมันถึงได้เปลี่ยนทุกอย่างได้ถึงเพียงนี้

 

โลตัสก้มหน้าลงอีกครั้ง ก่อนจะหมุนปลายเท้าที่อ่อนแรงเหมือนกับจะงอพับลงไปกองได้ทุกๆเมื่อหันหลังกลับ....

ไม่มีใครช่วยค้ำยันเขาแล้ว...

เด็กน้อยคนที่ช่วยเขาเสมอในยามที่เขาเจ็บปวดไม่ได้ช่วยเขาแล้ว...

เด็กน้อยคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว...

 

ไปในทางที่เด็กคนนั้นอยากไป

 

จิ้งจอกทองตนนั้นหลับสายตาลงแล้วนึกถึงอีกฝ่ายที่ยิ้มให้ตนเองอย่างร่าเริงก่อนจะกัดฟันแล้วก้าวเท้าต่อ...

ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เขาเสียทุกอย่างไปจากความผิดพลาดง่ายๆเช่นนี้

ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้ว...

ที่เขาอยากย้อนเวลาได้...

 

แล้วย้อนกลับไปแก้ไขอดีต....

 

อดีตที่ทุกอย่างนั้นยังสมบูรณ์และสวยงาม

อดีตที่ทุกอย่างนั้นสงบสุขและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...

เอามันกลับมา

 

แล้วเอาอนาคตที่ผิดพลาดนี้คืนไป...

 

“.....พี่....โลตัส”

 

ริมฝีปากนั้นพึมพำออกมาเป็นท่วงทำนองที่แสนแผ่วเบาที่เหมือนกับกำลังพร่ำเพ้อกับตนเอง ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะค่อยๆก้มหน้าลง...

ปล่อยให้น้ำตาค่อยๆไหลออกมาจากหางตาของตนเอง...

กลิ้งหล่นลงบนพื้นโดยที่ระวังไม่ให้คนๆนั้นได้สังเกตเห็น...

ดวงตาสีเหลืองทองปรือปิดลง ในขณะที่ริมฝีปากนั้นขยับขึ้นเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบาซึ่งคล้ายกับคำว่าขอโทษ...

 

ขอโทษที่ทำให้เจ็บปวดจนต้องร้องไห้ออกมา...

 

มือเรียวจิกเสื้อของตนเองแน่นจนยับยู่ยี่ด้วยความทรมานที่ลึกเข้าไปด้านในที่ปวดแปล๊บทุกๆครั้งที่อีกฝ่ายปรือปากพูแต่ล่ะถ้อยคำ...

เพียงแค่สบตากับเนตรที่สั่นระริกนั่นก็เหมือนกับถูกเข็มมากมายทิ่มเข้าที่ปลายนิ้วจนสะดุ้งและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ยิ่งฟังเสียงพูด...

ยิ่งฟังเสียงสะอื้นไห้เล็กๆ...

ยิ่งคุยด้วยนานเท่าไหร่...

 

หน้าอกนี่ก็เหมือนกับจะบีบรัดและรีดเร้นให้เลือดไหลออกมามากขึ้น

 

และถ้อยคำสุดท้ายนั่น...

ถ้อยคำตัดญาติขาดมิตรที่เขาหวัง...

แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่พอได้ยินจริงๆ

 

เหมือนกับเผาไหม้จิตใจของตนเองด้วยเปลวเพลิง

เหมือนกับซ้ำทำร้ายด้วยสายฟ้ากำลังสูงที่ฟาดผ่าลงา

เหมือนกับเหยียบขยี้จิตใจตนเอง...

 

ทำร้าย...และทำลายในชั่วพริบตา....

 

เหมือนกับทำให้โลกนั้นมืดดับไปในเสี้ยววินาที...

 

 

แต่คนๆนั้นที่ต้องพูดคำนั้นออกมาคงเจ็บกว่าร้อยเท่าพันเท่า...เขารู้

 

“....ขอโทษด้วย....พี่โลตัส”

 

ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ

เพื่อเป้าหมายของข้า

เพื่อความฝันความปรารถนาสูงสุดของข้า

 

“ข้าจะยังคงยืนยัน....”

 

ต่อให้ต้องสังเวยให้เลือดไหลออกมาจากจิตใจนี้มากเท่าไหร่

ต่อให้ต้องสังเวยน้ำตาที่มองไม่เห็นจากตัวข้ามากเท่าไหร่

ต่อให้ต้องได้ยินเสียงร้องไห้เป็นพันหน...

 

ข้าจะไม่มีวันถอยกลางทางเช่นพี่

 

 

“...พวกเราไม่ควรเป็นพี่น้องกัน...”

 

นี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าได้เปรียบพี่ พี่โลตัส...

พี่กับท่านคอรัลเป็นสายเลือดตรงกัน ไม่มีวันหนีกันพ้น...

แต่ข้าไม่ใช่...

 

นั่นคือโอกาสเดียวที่พระเจ้ามอบให้ข้า...

 

วูลเยซทำเพียงพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วซุกใบหน้าของตนเองลงในช่อของกิ่งไม้ที่อีกฝ่ายใช้มายาเปลี่ยนแปลงมัน...

จากดอกไม้สีขาวที่เขาเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นัก...

กลายเป็นกิ่งไม้ที่มีลูกเบอรี่ที่เขาเคยเห็นบ่อยๆ...

 

และเป็นสิ่งที่เขาจำความหมายได้ดีด้วย...

 

ปลายนิ้วเรียวค่อยแตะลงบนผลไม้สีดำสนิทเข้มนั่น ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงแล้วทรุดเข่าลงนั่งกับพื้นราวกับคนไม่มีแรง...

มันเจ็บร้าวจนแทบหายใจไม่ออก...

ยิ่งอ่านความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการบอกเขา

เขาก็เข้าใจว่าคนๆนั้นโกรธเคืองมากเพียงไร

 

และคนๆนั้นรักเขามาก...จนทรมานมากเพียงไร...

 

Mulberry – I will not survive you

 

ริมฝีปากนั้นพึมพำออกมาเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบา ก่อนจะหลับตาลงแล้วหวนนึกไปถึงตอนก่อนหน้านี้...

“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่....”

ตอนที่คนๆนั้นตวาดว่าเกลียด...

ร้องลั่นด้วยความโกรธ...

 

ทั้งๆที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาจากความผิดหวัง

ทั้งๆที่ดวงตาสั่นระริกจากความเศร้า...

ทั้งๆที่ในใจอ้อนวอนให้ทุกอย่างเวียนกลับมา...

 

แต่เขาก็ยังทำลายความหวังของอีกฝ่ายนั้น

 

 

เช่นนั้นก็สมควรแล้วที่จะได้ยินคำว่าเกลียด...ลั่นก้องกังวานไม่จบสิ้นเช่นนี้

 

มือเรียวประคองกิ่งไม้นั่นเอาไว้แน่น ก่อนจะปรือดวงตาของตนเองลงแล้วมองกิ่งไม้นั่นด้วยดวงตาที่แสนเหม่อลอย...

ทิ้งน้ำตาหยดลงช้าๆ

ก่อนเขาจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าตกใจนิดๆ

“ไม่สิ...มายา...”

ดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยแล้วพยายามมองผ่านมายาที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นมาปกคลุมเอาไว้...

“ดอกนี่...มัน”

 

ลิลลี่ขาว....

 

คนๆนั้นทำได้เพียงครางในใจของตนเองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มใบหน้าของตนเองลงเช่นเดียวกับใบหูที่ลู่บิดไปด้านหลัง...

“....คำขอโทษหรือ....”

 

ความไร้เดียงสา....ความบริสุทธิ์...

ขอโทษด้วยพี่โลตัส...

เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย...

 

ข้าจำต้องทิ้งสิ่งพวกนั้นไป...

 

ดวงตาสีเหลืองทองปรือเปิดลงอย่างช้าๆด้วยสีหน้าที่ราบเรียบเหมือนเดิม ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วเด็ดผลไม้ที่เกิดจากมายานั่น...

หลับตาลง...

แล้วตัดสินใจโยนมันเข้าไปปากของตนเอง...

 

ต่อให้นี่จะเป็นผลไม้พิษข้าก็ไม่เกรงกลัว...

ข้ายินดีด้วยซ้ำ...

 

หากข้าจะหลุดพ้นจากความทรมานที่ข้าจะต้องเจอในอนาคตนี้

 

วูลเยซลืมตาของตนเองขึ้นเมื่อไม่ว่าจะเป็นอย่างไร

แม้เขาจะเห็นว่าภาพลักษณ์ภายนอกนั้นจะเห็นเหมือนกับกิ่งของต้นไม้ที่มีผลซึ่งมีความหมายที่น่าเจ็บปวดอยู่...

แต่ภายในนั้นเหมือนเดิม...

มันยังคงเป็นดอกลิลลี่ที่มีความหมายเหมือนเดิม...

 

เนื้อในลึกลงไปนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง...แม้ว่าภายนอกนั้นจะเป็นอย่างไร

 

“ท่านอยากจะบอกข้าว่าอะไรหรือ....”

 

ดอกลิลลี่สีขาว...

หมายถึงเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา..

หมายถึงความรักที่ขาวบริสุทธิ์

 

ข้าไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่ท่านคิดหรอก...พี่โลตัส

ข้าไม่ได้เป็นคนที่มีความรักอย่างบริสุทธิ์หรอก พี่โลตัส...

 

ข้าอยากได้มาครอบครอง...

อยากได้พี่มา

 

จนยินดีที่จะทำทุกอย่าง...

 

ดวงตาสีเหลืองทองปรือปิดลงด้วยสีหน้าที่ล้นไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนรอยยิ้มหยันจะเหยียดออกบนใบหน้าเหมือนกับสมเพชตนเอง

 

ข้าคงเหมาะกับลิลลี่สีเหลืองมากกว่า...

ดอกไม้ที่มีความหมายถึงการหลอกลวง...

 

 

ที่ข้าหักหลังความเอ็นดูข้า....

 

“พี่โลตัส.....พี่จะเปรียบสิ่งนี้ว่าอะไรหรือ...”

 

ดอกไม้นี่....

 

มือเรียวรวบช่อดอกไม้ในมือนั้นเอาไว้อย่างทะนุถนอม

 

“.....หากข้าเปรียบ...มันคงเป็นตัวตนของพี่ที่ข้าจะได้เผชิญในอนาคตสินะ”

 

ชายหนุ่มค่อยๆก้มใบหน้าลง เหมือนกับพยายามจะสูดเอากลิ่นของดอกไม้...

แต่กลับได้เพียงกลิ่นของผลไม้สีดำนั่น...

มายาได้ปกปิดมันจนหมดสิ้น...

มายาทำให้เขาไม่อาจจะได้เห็นและสัมผัสกลิ่นหอมอ่อนๆของลิลลี่ขาวนั่นอีกแล้ว....

 

นี่คือสิ่งที่เขาได้รับตอบแทนจากการทำร้ายคนๆนั้น....

 

 

เขาจะได้เจอกับคำด่าที่ทรมานเช่นนี้....แทนทุกอย่างอันแสนหอมหวานที่มีอยู่ภายใน...

 

มือเรียวจิกกำแน่นทันทีจนทำให้กิ่งไม้นั้นเริ่มหักงอโดยที่ไม่รู้ตัว

แม้จะรู้ว่ายิ่งกำแรงดอกไมเนี่ยยิ่งเสียหาย...

แต่พอยิ่งสะกดอารมณ์ไม่ได้...

 

มือนี่ก็ยิ่งจิกกำแรงขึ้น

 

 

แล้วสุดท้าย ดอกไม้นี่ก็คงหักช้ำไม่มีชิ้นดี...

 

 

เพื่อที่ข้าจะไม่เป็นเหมือนพี่

เพื่อที่พี่จะไม่มองข้าเป็นแค่น้องชาย...

ข้าจำต้องทำแบบนี้..พี่โลตัส...

เพื่อให้ข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพี่เป็นแค่น้องชายเหมือนกับที่พี่กับท่านคอรัลเป็น

 

ข้าตัดสินใจไปแล้ว...

ว่าข้าจะก้าวขึ้นไปให้ได้มากกว่านั้น

เป็นคนสำคัญของพี่...

 

 

แทนที่ท่านคอรัลที่ตีจากพี่ไปคนนั้น

 

“...ข้าจะ...ทนพยายาม”

 

เพื่อให้ซักวันพี่มองข้าเหมือนเดิม...

เพื่อให้ซักวันพี่เอ็นดูข้าเหมือนเดิม...

ข้าจะพยายาม...

 

ทุกหนทางเพื่อให้เอื้อมมือไปถึงพี่...

 

ริมฝีปากทีสั่นระริกนั่นค่อยๆขยับลั่นเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบา...

บอกแด่ตนเอง โดยที่หวังว่าคนๆนั้นจะรับรู้

หวังว่าพระเจ้านั้นจะรับรู้...

หวังว่าคนที่เขียนโชคชะตา คนที่ถักทออนาคตนั้นจะรับรู้....

ได้โปรด...เห็นใจเขา....

 

แล้วมอบหนทางที่เจ็บปวดน้อยที่สุดมาให้ที

 

“...ได้โปรด....”

 

ก่อนที่ข้าจะไปถึง...

ได้โปรดหยุดวาจานั้นเสีย...

 

 

อย่าได้ตวาดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาเช่นนั้น

 

หยดน้ำตามากมายไหล่กระทบใบไม้สีเขียวเข้ม....

กลิ้งไล่ไปตามกิ่งก้านสีน้ำตาที่หักงอ...

ไล่ไปตามมายาภาพซึ่งปรากฏขึ้น

 

โดยที่ไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงเนื้อในที่ซ่อนเอาไว้

 

 

 

“อย่ากล่าวว่าคำว่าเกลียดไปมากกว่านี้เลย...พี่โลตัส”

 

 

ก่อนที่ข้าจะพังทลาย...

ก่อนที่ข้าจะแตกสลายก่อนจะเอื้อมมือไปถึงพี่...

 

 

ก่อนที่ข้าจะคว้าพี่เอาไว้ได้....พี่โลตัส

 

**++**++**++**--**++**++**++**



ฉลองสอบเสร็จ วู้วววว

ตอนนี้วุลๆก็แตกหักกับโลๆแล้วล่ะนะ*-*

913 ความคิดเห็น