"FAKE" Moon Rising จันทราล่มสลาย

ตอนที่ 76 : Look at me…Only 27 Whortleberry4 – Treachery - (100)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 มี.ค. 53

Special Part Look at me…Only 27 Whortleberry4 – Treachery -

 

คำพูดเรียกกลับไม่ได้

อดีตก็เรียกกลับไม่ได้เช่นกัน...

 

ทำได้แค่ปล่อยมันผ่านไป โดยที่ไม่อาจจะแก้ไขอะไร

 

ไม่รู้ว่าเวลาหมุนผ่านไปกี่วันแล้ว...

ไม่รู้ว่าดอกไม้กี่พันดอกร่วงโรยและผลิใบ...

ไม่รู้ว่าต้นไม้นั้นผลัดเปลี่ยนใบตนเองเป็นหนที่เท่าไหร่...

รอบด้านเงียบสงัด....

 

เงียบสงัดเหมือนกับทุกอย่างนั้นสงบสุขเหมือนเดิม

 

สายลมยังคงโบกพัดจากทิศเหนือลงมาแล้วก่อเกิดเป็นความหนาวเหน็บในราตรี

สายลมยังคงคลี่พัดซาดซัดขึ้นมาจากทิศใต้แล้วก่อเกิดให้กลายเป็นเม็ดฝนที่แสนชุ่มชื้นเหนือแผ่นดินไกลแสนไกล...

ดอกไม้ยังคงผลิดอก

ใบไม้ยังคงโรยรา

สิ่งมีชีวิตยังคงหายใจ และๆค่อยๆแผ่วลงหายไปในที่สุด

 

การเปลี่ยนแปลงเล็กๆเกิดขึ้น...

 

แต่ทุกอย่างนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม

 

ผ่านไปเรื่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ

ไปจนถึงตรงเบื้องหน้าของปราสาทวิหารสีดำสนิทที่ตกแต่งด้วยหินมณีเงางามซึ่งเปรียบคุณค่าของมันไม่ได้...

แกะสลักด้วยความประณีตจนไม่อาจจะประเมินเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการแกะสลักมันได้

มังกรสีแดงยืนอยู่ตรงนั้น

เงยหน้าขึ้นมองเพดาน

เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

เงยหน้าขึ้นมองบางอย่าง...

 

ทั้งๆที่ใจนั้นนึกและคะนึงถึงบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปท่ามกลางความมืดของวิหารแห่งนี้

 

ชายเสื้อคลุมสีแดงฉานพลิ้วสะบัดตัดกับรอบด้านอย่างสวยงาม ในขณะที่เจ้าตัวยังคงเหม่อลอยเหมือนเดิม...

ผ้าปิดตาที่เคยผนึกเนตรทั้งสองข้างถูกปลดออกจนหมด...

มันมองด้วยเนตรสีแดงฉานที่เป็นลวดลายแปลกประหลาด...

มันเหม่ออยู่เช่นนั้น...

 

ก่อนจะชะงักเมื่อบางสิ่งบางอย่างมาเยือน...

 

คนที่ใส่ชุดคลุมสีดำสนิทที่เหมือนกับสีของราตรีกาล มีปีกสีเดียวกันที่คลี่ออกได้กว้างมากจนเหมือนกับจะปกคลุมได้ทั้งผืนฟ้าและผืนดิน

เขาคนนั้นเหยียดปลายเท้าของตนเองเหยียบลงบนแผ่นดิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองมังกรเบื้องหน้าด้วยสีหน้ายุ่งยาก...

“....มันเกิดอะไรขึ้นกัน.....”

ริมฝีปากนั้นพึมพำออกมาเป็นถ้อยคำที่แสนแผ่วเบาแต่ดูแล้วเหมือนกับเจ้าตัวนั้นกำลังพร่ำเพ้อกับตนเองเสียมากกว่า

ดวงตาสีเดียวกับเลือดเหลือบมองเข้าไปในวิหารนั่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาออกมามองมังกรสีแดงเบื้องหน้า

ดวงตาที่มีประกายเรียวเล็กจนน่ากลัวนั้นกำลังจ้องมองมาทางตนอง

มองอย่างเหยียดหยาม...

 

เหมือนกับจะสวนกลับว่าเขานั่นแหละ คือคนที่รู้ดีที่สุด

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลถอนหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ เขาเสยเส้นผมของตนเองขึ้น

ก่อนจะจ้องสบกับเนตรอันแสนขุ่นเคืองนั่น

 

“...ข้าคงไม่ได้เตือนเจ้าสินะโดลิกท์....ว่าให้ระวังการตัดสินใจของเด็กน้อยคนนั้น”

 

ปีกสีดำสนิทลี่สะบัดออกอย่างสวยงาม ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีขาวพิสุทธิ์ดั่งหิมะที่กลั่นกรองและโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า...

คนๆนั้นใช้ปลายนิ้วสางเส้นขนที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองมังกรที่มีเนตรสีแดงฉานตนนั้นด้วยเนตรสีแดงฉานของตนเองที่ดูแล้วคมกริบน่ากลัวกว่าหลายต่อหลายเท่า...

เนตรทั้งคู่ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องสั่นสะท้านด้วยความกลัว...

เนตรของเทพเจ้าที่มีตัวตนเหนือกาลเวลา...

 

ผู้ที่สามารถสรรสร้างโลกได้ทั้งใบ

 

-ท่านไม่เคยกล่าวเตือนอะไร....-

 

มังกรสีแดงฉานตนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วกำผ้าผิดตาที่เต็มไปด้วยข่ายมนตราเอาไว้แน่นเหมือนกับพยายามระบายความโกรธเคืองลงไปในนั้น

-ท่านไม่เคยกล่าวเตือนอะไรทั้งสิ้น-

ริฝีปากนั้นเม้มแน่นจนสั่นระริก....

ใบหน้ายังคงราบเรียบ...

แต่มันก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและเกลียดชัง

-ท่านทำเพียงหัวเราะ เมื่อจุดสุดท้ายของทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์เอาไว้...-

ดวงตาสีแดงของมังกรตนนั้นจ้องมองเนตรของอีกฝ่ายที่จากที่มองมาอย่างอ่อนโยนนั้นค่อยๆเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ...

แต่กระนั้นมันกลับยังคงไม่รู้สึก...

ใช่...

เพราะมันไม่เคยได้คลายผนึกนี่ออก

 

มันแทบไม่เคยเห็นใบหน้าของใครเลยด้วยซ้ำ

 

-ช่วงเวลาสมัยเด็กที่ข้าอยู่ในกรงข้างๆโต๊ะท่าน ข้าจำได้ว่าท่านสนุกกับการมองความเป็นไปของดินแดนต่างๆเพียงไร-

 

ข้าจะไม่เห็น

แม้ข้าจะไม่ได้สัมผัส...

แต่ข้าก็ได้ยินอย่างชัดเจน...

 

-และข้าจำได้ด้วย....-

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคยราบเรียบอยู่เสมอนั้นยกขึ้นด้วยโทสะที่ใกล้จะระบิดออกมาอย่างรอมร่อ ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นก็ทำเพียงจ้องมองกลับมา...

 

-ว่าท่านจะยิ้มและหัวเราะดังที่สุดเมื่อมันล่มสลาย-

 

“โดลิกท์”

 

จักรพรรดิสีดำคนนั้นกดเสียงของตนเองลงจนราบเรียบ แล้วหรี่เนตรสีแดงเลือดจ้องมองกับอีกฝ่ายด้วยประกายของดวงตาที่เจือไปด้วยความโกรธเคือง

เหมือนกับรู้สึกโกรธสุดๆ...

ทำไมตนเองถึงได้ถูกว่าเช่นนั้น

“เจ้าเห็นเสียงหัวเราะ....หรือเจ้าเห็นอะไรบนใบหน้าของข้า”

 

ข้าหัวเราะหรือ

ข้าเคยหัวเราะหรือ....

ข้าเคยเยาะเย้ยในความตายของคนที่ข้ารักหรือ...

ข้ายินดีที่จะเห็นของที่ข้าสร้างพังทลายหรือ...

 

คิดว่าพ่อแม่คนไหนดีใจที่ลูกตนเองตายกัน

 

ดวงตาสีแดงฉานคู่สวยสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะกัดริมฝีปากของตนเองแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว...

บางอย่างนั้นได้กระทบกับจิตใจอย่างรุนแรง

“เจ้าได้ยินเสียงหัวเราะลั่น....หรือเจ้าได้ยินเสียงอะไรที่...”

 

“สิ้นแรงเปล่า...จักรพรรดิของข้า.....”

 

มือเรียวของใครบางคนค่อยๆเอื้อมมาจากด้านหลัง ก่อนที่จะรัดปิดดวงตาสีแดงฉานที่สั่นระริกนั่นเอาไว้...

ดึงเข้ามากอดแน่นด้วยความทะนุถนอม...

“คนรับใช้ที่โกรธจนมองอะไรไม่เห็นเช่นนี้”

ร่างสีขาวค่อยๆก้มใบหน้าของตนเองลง ก่อนจะโน้มลงกระซิบที่ข้างใบหูของเจ้านายตนเองที่ยังคงตกใจจนแทบพูดอะไรไม่ถูก...

 

“เขาไม่มีวันเข้าใจอะไรท่านได้หรอก”

 

“...อื้อ”

จักรพรรดิสีดำทำเพียงครางอกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

“......ขอโทษทีนะ.....เอามือออกไปก่อน”

เขาทำเพียงยิ้มบางให้กับเหยี่ยวสีขาวของตนเอง แล้วเดินก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้าของอีกฝ่ายพร้อมๆกับดันให้คนๆนั้นหันไปยืนด้านหลังเหมือนเดิม

เพื่อคอยช่วยประคองตอนที่เขาล้มเหมือนเคย...

 

“..โดลิกท์”

 

จักรพรรดิคนนั้นก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้า ก่อนจะลั่นวาจาถามขึ้นมาด้วยท่วงทำนองที่แสนจริงจัง ซึ่งอีกฝ่ายนั้นก็ก้มหน้าลง

 

“โกรธที่ข้าไม่เตือนขนาดนั้นเลยหรือ”

 

โดลิกท์จ้องมองใบหน้าของจักรพรรดิคนนั้นชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเข้มๆดุๆที่เหมือนกับจะเจือไปด้วยความไม่สบอารมณ์

-เขาคือเจ้านายข้า-

มังกรสีชาดเพียงเปรยขึ้นมาเบาๆ

-ท่านถามเหยี่ยวสีขาวของท่านดู-

 

-หากมีคนที่ทำให้ท่านร้องไห้บ้าหน้าเป็นหลัง....เหยี่ยวของท่านจะโกรธไหม-

 

ดวงตาสีแดงที่ดูแปลกประหลาดของชายคนนั้นเบนไปมองร่างสีขาวที่ค่อยๆเลื่อนสายตามาสบด้วยสีหน้าที่แสนเฉยชา

-และจะแค้นไหม หากเขาไม่สามารถฆ่าหรือทำอะไรคนๆนั้นได้-

 

-เพราะยิ่งทำร้าย ก็ยิ่งทำให้เสียงร้องไห้ของท่านดังกว่าเดิม-

 

มังกรเพลิงจ้องมองคนๆนั้นด้วยเนตรคมกริบของตนเองเหมือนกับจะท้าทายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจักรพรรดิก็พลันคลายรอยยิ้มออกกว้าง

“เสียใจที่ไม่ต้องถาม”

เขาวาดมือออกมาด้านข้างเพื่อกันไม่ให้เหยี่ยวตนนั้นก้าวเท้าออกมาตอบ...

 

“เพราะเขาไม่มีหัวใจที่ไม่จำเป็น...แบบที่พวกเจ้ามี”

 

รอยยิ้มแสยะเหยียดออกบนใบหน้านั้น ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะค่อยๆสืบเท้าของตนเองเข้าไปกลับอีกฝ่ายอย่างช้าๆ...

สยายปีกของตนเองออก...

ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้...

แล้วจับจ้องเนตรสีแดงฉานนั่นด้วยดวงตาที่แสนดูถูก

 

“หากเจ้าต้อนรับคนที่สร้างเจ้ามาเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีคำแนะนำอะไรต่อแล้วล่ะโดลิกท์”

 

ข้าไม่มีสิ่งใดมอบให้กับคนที่ตั้งตนเป็นศัตรูข้า...

ข้าไม่มีสิ่งใดมอบให้กับคนที่คิดทำร้ายข้า...

ข้าไม่มีสิ่งใดมอบ...

 

ให้กับคนที่คิดแยกเขี้ยวใส่พวกพ้องของข้า

 

“ข้าเคยสอนเจ้านานแล้วนะนับตั้งแต่ที่เจ้าลืมตาขึ้นจากเปลือกไข่ซึ่งเจ้ากะเทาะออกมา...นับตั้งแต่ที่เจ้าคลานขึ้นมาจาก สายน้ำแห่งกาลเวลาที่พัดอย่างบ้าคลั่ง และพัดพาทุกอย่างของเจ้าไป จนทำให้เจ้าเพียง ดวงตานั่น”

ปลายนิ้วใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทค่อยๆแตะลงตรงใต้ตา ก่อนจะดึงหนังลงมาเหมือนกับให้อีกฝ่ายจับจ้องตนเองเอาไว้ด้วยเนตรทั้งสองนั่น...

เนตรที่ไม่เคยมองเขาอย่างจริงจัง

 

“อย่าใช้อารมณ์คุยกับคนที่สูงกว่า”

 

“แม้เจ้าจะมีใบหน้าที่เฉยชาเช่นนี้....แม้เจ้าจะมีท่าทีที่ไร้ความรู้สึกเช่นนี้”

ริมฝีปากนั้นเหยียดออกด้วยความดูถูก

“แต่วาจา ถ้อยคำเจ้ายังกระแทกกระทั้นและเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนเดิม”

จักรพรรดิสะบัดมือของตนเองออก ก่อนจะหมุนปลายเท้าแล้วหันหลังกลับโดยที่เหลือบดวงตาสีแดงมามองอีกฝ่ายเล็กน้อย

“ข้าไม่มีคำแนะนำสำหรับเด็กที่สอนไม่จำ”

คนๆนั้นเพียงลั่นวาจาออกมาอย่างสงบนิ่ง...

สยายปีกของตนเองออกพร้อมๆกับจับมือของเหยี่ยวสีขาวที่ยืนรออยู่อย่างเงียบงันคนนั้นเอาไว้อย่างหลวมๆ

“และข้าก็ไม่มีคำพูดอะไร”

 

 

“สำหรับสวะชั้นล่างที่ไม่ได้มีค่าอะไรมากมายเช่นเจ้า มังกรที่บกพร่องเอ๋ย”

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

-...-

 

ไร้ซึ่งเสียง

ไร้ซึ่งสำเนียง..

ไม่มีวาจาและคำพูดใดๆ...

คนๆนั้นเงยหน้าขึ้นมองมองเพดานนั้นเหมือนกับกำลังเฝ้ารอคอย...

โดยไม่แยแสต่อสายน้ำแห่งเวลาที่หมุนเลยผ่านไป....

 

เพราะเวลานั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ...สำหรับเขา

 

“....นานเท่าไหร่แล้วหรือครับ”

 

ต้นหญ้าสีเขียวงอลงตามแรงหนักๆที่บดเบียดลงมาจากด้านบนและทำให้พวกมันล้มลงแนบกับพื้น ปลายเท้าของใครบางคนนั้นกำลังสืบเท้าเขามาใกล้

ลากชายเสื้อสีดำสนิทเดินเข้ามาหา...

ก่อนที่คนๆนั้นจะเงยหน้าขึ้น

-....-

มังกรสีแดงหันใบหน้าของตนเองมามองเล็กน้อยแล้วจับจ้องอีกฝ่ายด้วยเนตรสีแดงฉานที่นิ่งจนแทบเรียกได้ว่าเงียบสงบ...

 

“ท่านโดลิกท์....ท่านโลตัส........หายไปในนั้นนานเท่าไหร่แล้วหรือครับ”

 

วูลเยซจ้องมองใบหน้าของมังกรตนนั้นที่ยังคงเงยหน้าขึ้นมองที่เดิมโดยที่ไม่คิดจะเบนสายตาหรือว่าขยับกลับมามองเลยแม้แต่น้อย...

-...-

ริมฝีปากนั้นยังคงปิดสนิทเหมือนกับไม่ประสงค์ที่จะกล่าวตอบอะไร ซึ่งวูลเยซก็จ้องมองด้วยสีหน้าสงบนิ่ง...

ราวกับยินดีที่จะยืนรอคำตอบเช่นนี้...

-เขาเข้าไป...นานเท่าไหร่หรือ-

มังกรตนนั้นทวนถ้อยคำของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเบนดวงตาสีเลือดนั้นมามองวูลเยซแล้วเอียงคอนิดๆด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะเฉยชา...

 

-....นานเท่าที่เจ้าเริ่มหักหลังเขา-

 

-เพียงเพื่อความฝันของตัวเจ้าเอง-

มังกรสีเพลิตนนั้นเพียงว่าออกมาอย่างเสียดสี ก่อนจะหมุนปลายเท้าขอตนเอแล้หนหน้ามาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายนั้น

-ทั้งๆที่ข้าเคยขอบคุณและเชื่อว่าเจ้าจะดูแลและช่วยเหลือท่านโลตัสไปได้ตลอดแท้ๆ....-

รอยยิ้มบางๆที่น่าสมเพชคลี่ออกบนใบหน้านั่นก่อนที่เจ้าตัวจะหรี่ตาลงราวกับจะบอกว่าตนนั้นผิดหวังเหลือเกิน...

เจ็บหวดเหลือเกิน...

และแค้น...เสียเหลือเกิน

 

-ทำไมเจ้าต้องหักหลังเขาด้วยกัน-

 

“.....ข้าก็เป็นคนแบบนี้นี่แหละครับ”

วูลเยซเหยียดเสียงของตนเองแล้วตอบกลับพร้อมๆกับรอยยิ้มบางๆที่ระบายออกบนใบหน้าของตนเอง... ซึ่งนั่นก็ทำให้มังกรตนนั้นหรี่ตาลงด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ทันทีทันควัน

เพราะอีกฝ่ายนั้นยังคงยิ้มหน้าระรื่น...

ยิ้มหน้าตาเฉย

ทั้งๆที่ตนเองนั้นได้ทำร้ายคนซึ่งสำคัญที่สุดของตนจนแหลกยับแล้วแท้ๆ...

ทั้งๆที่ธรรมดาแล้วไม่น่าจะมีใครยิ้มได้เช่นนี้แล้ว

แต่อีกฝ่ายก็ยังคงยิ้มออกมาเหมือนเดิม....

เหมือนดั่งจะบอกว่าตนเองนั้นไม่เป็นอะไร...

 

แม้ว่าจิตใจลึกเข้าไปด้านในนั้นจะเต็มไปด้วยบาดแผลที่รังแต่จะปรากฏเด่นชัดขึ้น

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองคนนั้นสืบเท้าเข้ามาใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น ก่อนจะเอียงคอนิดๆพร้อมกับยังคงรอยยิ้มอันแสนเป็นมิตรเอาไว้บนใบหน้า

รอยยิ้มเสแสร้งที่น่าขยะแขยง...

“เยห์ให้ข้ามาดูอาการของท่านโลตัส...”

วูลเยซเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วจ้องมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะชักสีหน้าแทบจะในทันที

“ขอข้าเข้าไปได้ไหม?

-ข้าไม่ให้เจ้าเข้าพบ-

มังกรเพลิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่แสนราบเรียบทันทีทันควัน นอจะก้าวเท้าอกมาเผชิญหน้ากับจิ้งจอกทองที่ยังคงตัวเล็กกว่าตนเองเสมอนั่น...

จ้องมองอีกฝ่ายด้วยเนตรสีเลือดที่มีสีสันและลวดลายที่แสนแปลกประหลาด

-เสียใจด้วย แต่กลับไปเถอะ-

โดลิกท์เหยียดปลายนิ้วแตะลงบนหน้าอกของอีกฝ่าย ก่อนจะออกแรงดันเบาๆเหมือนกับจะผลักให้ร่างเบื้องหน้านั้นถอยกลับไป...

ไม่มีใครที่นี้ต้องการจะพบเจอ...

-โลตัสไม่อยากให้คนอย่างเจ้าเข้ามาย่ำกรายที่นี่อีกแล้ว วูลเยซ-

ดวงตาสีแดงฉานเหลือบลงต่ำเพื่อมองเนตรสีเหลืองทองของอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกและแสนโกรธแค้น

 

-เจ้าเด็กอกตัญญู-

 

วูลเยซสะดุ้งเล็กน้อยกับวาจาที่แสนหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตของอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มบางๆแล้วก้มหน้าลง

“ครับ”

จิ้งจอกทองตนนั้นเพียงว่าอย่างว่าง่ายทันทีโดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าสลดหรือว่าอาการตกใจออกมาเพียงซักนิด...

ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความเจ็บปวด

“ข้าจะบอกเยห์เช่นนั้น....”

วูลเยซเพียงพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมืนเดิม ก่อนจะก้าวเท้าของตนเองยาวๆหมุนตัวหันหลังกลับอย่างว่าง่าย

หากที่นี่ไม่ต้อนรับเขา...

เขาก็คงไม่อาจจะกัดฟันแล้วยืนต่อได้...

เพราะวาจาพวกนั้นมันช่างเสียดแทงและทำร้ายเหลือเกิน

 

แม้ว่ามันจะไม่เท่ากับที่เขาทำกับคนๆนั้น

 

มือเรียวจิกกำเสื้อบริเวณหน้าอกของตนเองแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะห่อไหล่แล้วก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้า

 

....นี่คือผลหรือ...

 

นี่คือผลหรือ....

 

ข้าต้องทนต่อวาจาเช่นนี้จนกว่าจะได้พี่กลับมาเลยหรือ...

จนกว่าจะทำให้พี่รักข้าเหมือนเดิมเลยหรือ

 

ใบหน้านั้นค่อยๆก้มลงแล้วเม้มริมฝีปากของตนเองแน่น...ลู่ใบหูเรียวบิดไปด้านหลังแล้วภาวนาอ้อนวอนต่อตนเองให้เข้มแข็ง....

จนบัดนี้...

ทุกอย่างนั้นย้อนกลับไปไหนไม่ได้แล้วทั้งนั้น

 

ท่านโลตัส....

ได้โปรดกอดข้าเอาไว้ด้วยแขนท่านแน่นๆ แล้วปลอบข้าเหมือนเดิมที...

 

ให้ข้าผ่านพ้นฝันร้ายนี่ด้วยน้ำตาที่เบาบางที่สุด

 

**++**++**++**--**++**++**++**

 

“เริ่มแล้วหรือ......”

 

มือเรียวที่ใช้เลิกผ้าม่านขึ้นนั่นค่อยๆทิ้งลงข้างลำตัวแล้วปล่อยให้ผืนผ้าหนาหนักนั่นลงมาปิดบดบังด้านต่างเหมือนเดิม...

ดวงตาสีเหลืองทองค่อยๆปรือปิดลงด้วยความเจ็บปวดที่อธิบายออกมาเป็นวาจาไม่ได้...

สับสนจนไม่รู้จะทำอย่างไร...

เพราะไม่รู้ว่าเด็กน้อยของเขาทั้งหลายนั้นจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเพียงใด..

 

เด็กที่ชอบทำร้ายตนเอง...

 

“...ทำไม ทำไม”

 

ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้...

เจ้าตัดสินใจทำอะไรกันวูลเยซ...

 

เพื่อให้เขารัก หรือเพื่อให้เขาชัง...

 

หรืออยากจะทดสอบความรักของตนเองต่อโลตัส...หรืออยากจะทดสอบว่าโลตัสนั้นจะรักตนเองได้เท่าไหร่...

เจ้าหวังอะไร...

 

ริมฝีปากบางที่สั่นระรกนั้นพึมพำออกมาเบาๆเหมือนกับกำลังพร่ำเพ้อกับตนเองด้วยความทรมานเป็นที่สุด

คนๆนั้นพิงร่างของตนเองกับกระจกแล้วกำมือแน่น...

ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อหน่อยๆเช่นเดียวกับลมหายใจที่เริ่มขาดห้วงเพราะเจ้าตัวนั้นหายใจไม่ค่อยออกมาพักใหญ่ๆแล้ว...

เขาพยายามปรือดวงตาที่เบลอเพราะพิษไข้ขึ้น...

ก่อนจะหลับลงอีกครั้งพร้อมๆบลู่ใบหูของตนเองบิดไปด้านหลังด้วยสีหน้าเจ็บปวด...

“โวล...ด้า”

 

บอกข้าที....

ได้โปรดเถอะ...

แสดงตัวตรงหน้าข้าที...เพียงเสี้ยววินาทีก็ได้

 

บอกข้าทีว่าข้าจะต้องทำยังไงต่อไป...

 

พึมพำถึงตัวตนที่จากไปนานแสนนานแล้ว...

เว้าวอนให้พระเจ้าได้โปรดชี้หนทางเบื้องหน้าที...

เขาไม่รู้ว่าทั้งหมดนี่จะเป็นอย่างไรต่อไป...

 

เด็กของเขาต้องทรมานเช่นนี้หรือ...

 

“......ทำไม.....ทุกอย่างมันถึงได้หมุนลงแบบนี้....”

 

วูลเยซ เบลเลย์ โลตัส....

เด็กน้อยของข้าทั้งหลาย

 

บอกข้าทีสิ...โวลด้า...

 

 

ทุกอย่างมันจะจบลงยังไงหรือ

 

มือเรียวเสยเส้นผมขึ้นก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนๆออกมา...แล้วเขาก็หลับตาตนเองลง...

“....ไข้ขึ้น...อีกแล้วแหะ.........”

เยห์พยายามผ่อนลมหายใจของตนเองลงให้กลับเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง ตั้งสติแล้วพยายามไม่เครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น...

หยาดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นจากผิวหนังเพื่อลดความร้อนของร่างกายตนเอง

“....ช่วงนี้...ขึ้นบ่อยจริงๆ...เลยนะ...”

คนๆนั้นเงยหน้าขึ้นพร้อมๆกับเอามือก่ายหน้าผากที่ร้อนจนต้องชักมือออกแทบจะในทันทีทันใดนั่น ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมา....

ชายหนุ่มปรือดวงตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะต้องสั่นหัวเมื่อเห็นว่าทุกอย่างนั้นพร่าเลือนไปหมด...

โลกและสรรพสิ่งนั้นหมุนคว้าง...

ก่อนที่เขาจะยวบลงแล้วทิ้งให้ร่างนั้นล้มลงบนพื้น...

 

ตุบ...

 

เสียงลันกังวานนั่นดังขึ้นมาพร้อมๆกับบานประตูไม้สีน้ำตาลที่ถูกเปิดออกอย่างเบามือ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงของอนุญาตเบาๆ...

ร่างสีทองก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าที่จากรอยยิ้มบางๆนั้นหุบรอยยิ้มของตนเองแล้วตีสีหน้าเครียดทันทีเมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ตรงโต๊ะเหมือนเคย..

“เยห์.....?

ริมฝีปากนั้นหลุดเสียงอุทานออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างเมื่อเหลือบไปเห็นร่างที่นอนหมอบอยู่กับพื้นนั่น!!

และเท่าความคิด!!

“เยห์!!! เป็นอะไรไปน่ะ!!!?

วูลเยซถลาเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วกอดเอาไว้แน่นทันทีทันทันควัน ก่อนจะต้องหรี่ตาลงเมื่อเห็นว่าไข้นั้นขึ้นสูงมากจนน่าวิตก

มันอาจจะเป็นเร่องปกติที่เยห์จะป่วยอะไรแบบนี้...

แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งสมควรที่เขาจะเมินเฉย!

จิ้งจอกทองตนนั้นยันกายลุกขึ้น ก่อนจะปัดเส้นผมออกจากใบหน้านั้นด้วยสีหน้าเป็นกังวลเมื่อยิ่งเห็นสีหน้าอันแสนทรมานของอีกฝ่ายนั้นเพิ่มมากขึ้น...

พิษไข้...

ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตากฝนหรือว่านอนดึกแท้ๆ

“รออยู่ตรงนี้นะเยห์!

จิ้งจอกทองตัวน้อยอุทานออกมาแล้วลู่ใบหูบิดไปด้านหลังเมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนหลังดี

วูลเยซตัดสินใจอุ้มร่างนั้นขึ้นพร้อมๆกับเดินไปวางบนโซฟาในห้องนั้นอย่างเบามือ...

เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้านั้นด้วยความทะนุถนอม ก่นอจะจูบลงไปเบาๆราวกับจะเพื่อให้กำลังใจ

“ข้าจะไปตามหมอล่ะ แข็งใจหน่อยแล้วกันนะเยห์”

วูลเยซกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ก่อนที่จะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นแล้ววิ่งออกไปจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หลับดวงตาสีเหลืองทองแล้วกุมหน้าอกของตนเองที่เต้นระรัว...

 

ได้โปรดเถอะเยห์...

อย่าได้เป็นอะไรไปเลยนะ......

 

อย่าได้ทิ้งพี่โลตัสไปตอนนี้...อย่าได้ทิ้งพวกเราไปตอนนี้

 

 

**++**++**++**--**++**++**++**

913 ความคิดเห็น

  1. #849 G::s (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 04:01
    อ่ะ...Y[ ]Y



    เยห์จะเป็นอะไรมั้ยอ่ะ

    เป็นห่วงเยห์อ่ะ



    วุลกะโลเนี่ยก็อย่าทำให้เยห์เป็นห่วงสิ



    #849
    0