เวลาของโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ
เขียนโดย
nexstep0.1
พวกเราทุกคนเคยได้รู้มาได้ฟังมา ว่า เวลาของสวรรค์
นรก หรือ เวลาของผู้ที่ตายไปนั้นช้ากว่าเวลาของโลกเรามากๆ เช่น
1000ปีบนโลกมนุษย์อาจเท่ากับ 1 วัน บนสวรรค์ เป็นต้น
หรือ
การที่มีคน บอกว่าคนตายกว่าจะรู้ตัวเองว่าตายไปนั้นก็ตั้ง3วัน 7วัน
มีบ้างบางคนที่ฟื้นขึ้นมาเขาบอกว่าเวลาที่เขานอนหลับไป7วันนั้นน่ะ
เขายังไม่ได้ไปไหนเลยเพียงแค่เห็นหมู่คนมากมายคุยกันยังไม่กี่คำก็ฟึ้นขึ้น
มา และจริงๆแล้วเรื่องเวลาที่แตกต่างกันนี้พระพุทธองค์ก็ได้พูดถึงมากว่า
2500 ปีแล้วดังที่เราจะเห็นได้ในพระไตรปิฎก
จริงๆแล้วก็มีคำอธิบาย
ทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับกันในปจุบันที่ไอสไตน์ได้อธิบายไว้
แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจดังนี้ก่อนนะครับว่า
นักวิทยาศาสตร์อาจทำใจยอมรับวิญญาณได้ หากมองว่าวิญญาณเป็น
พลังงานอย่างหนึ่ง
และ หากเรามอง
เหมือนนักวิทยาศาตร์ว่าวิญญาณคือ พลังงานอย่างหนึ่ง
ผมจะอธิบายด้วยตัวอย่างง่ายๆนะครับ ซึ่งอัลเบิร์ต ไอสไตน์
พูดถึงเรื่องพลังงานดังนี้ครับ
1.วัตถุ
ใดมีขนาดเล็กมากไปถึงขนาดของอะตอม เรียกวัตถุนั้นว่า พลังงาน
เช่นถ้าเราสามารถย่อตัวเราให้เล็กลงไปถึงขนาดอะตอม
ตัวเราก็จะถูกเป็นพลังงานเช่นกันครับ
2.วัตถุใดที่เคลื่อนที่ได้เร็ว
เวลาบนวัตถุนั้นจะช้ากว่า เช่น ถ้ามีรถอยู่ 2 คัน
แล้วเราเอาคนฝาแฝดไปอยู่บนรถคนละคันนะครับ รถคันแรกวิ่งเร็วกว่ารถคันที่สอง
โดยรถคันแรกวิ่งด้วยความเร็ว 3000 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง
รถคนที่สองวิ่งด้วยความเร็ว300กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แฝดที่อยู่บนรถคันแรกจะแก่ช้ากว่าแฝดอีกคนที่อยู่บนรถคันที่สองครับ
เพราะเคลื่อนที่เร็วกว่า เวลาจะเดินช้ากว่า ความคิดนี้เองเป็นบ่อเกิด time
machine เครื่องเดินทางข้ามอนาคตขึ้นมา
3.โดยปกติพลังงานส่วนมากการ
เคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง คือ ประมาณ300000กิโลเมตรต่อวินาที
ถ้าคิดไม่ออกว่าเร็วขนาดไหน
ให้ลองสังเกตดูว่าตอนที่เราคุยโทรศัพท์กับเพื่อนต่างจังหวัดน่ะ
เช่นคุยกับเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่เพื่อนพูดมาเราได้ยินทันทีเลยหรือเราพูดไป
เพื่อนก็ได้ยินทันทีเลย
เพราะว่าสัญญาณเสียงถูกส่งออกไปกับสัญญาณวิทยุที่มีความเร็วประมาณ300000
กม./วินาที
ทีนี้จาก 3 ข้อด้านบนแล้วเราลองมาคิดตามนะครับ
1.ถ้า
วิญญาณเป็นพลังงาน ก็แสดงว่าวิญญาณก็เคลื่อนที่ได้เร็วเช่นกัน
มีคนเคยบอกว่า
คนตายนั้นเพียงแค่เขาคิดถึงใครวิญญาณเขาก็ปิ๊งไปหาคนนั้นทันที
คิดถึงอะไรก็จะไปหาสิ่งนั้นทันทีเลย
2.ถ้าวิญญาณเคลื่อนที่ได้เร็ว
ขนาด นั้น ก็เข้าสู่กฎที่ว่า
วัตถุใดมีความเร็วใกล้ความเร็วแสงเวลาที่วัตถุนั้นจะช้ามาก
ทีนี้ก็ตรงกับที่เราได้ฟังมาว่า เวลาของสวรรค์ นรก
และโลกคนตายจะช้ากว่าโลกมนุษย์ครับ
นักวิทยาศาตร์เชื่อทฤษฎีนี้ก็
ตอนที่มีดาวเทียมขึ้นไปลอยรอบโลก
เพราะเวลาบนดาวเทียมจะช้ากว่าเวลาบนโลกครับ ก็ดาวเทียมโคจรรอบโลกประมาณ
24000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดังนั้นจึงต้องมีการชดเชยเวลาที่เสียไปเมื่อดาวเทียมทวนสัญญาณมายังโลก
เทวดาก็มีอายุขัย เมื่อเสวยสุขบนสวรรค์จนครบอายุขัยแล้ว
ก็ต้องจุติลงมาเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย์อีกครั้ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า 1
ปีทิพย์ของสวรรค์มี 360 วันทิพย์ของสวรรค์แต่ละชั้นและเวลาของสวรรค์แต่ละ
ชั้นเทียบกับของโลกก็ไม่เท่ากัน
เทวดาในสวรรค์แต่ละชั้นก็อายุไม่เท่ากันเช่นกัน ดังนี้
ชั้นจาตุมหาราชิกา มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 50
ปีโลกมนุษย์ เทวดามี 500 ปีทิพย์ เท่ากับ 9 ล้านปีโลกมนุษย์
ชั้นดาวดึงส์ มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 100
ปีโลกมนุษย์ อายุขัยเทวดา คือ 1000 ปีทิพย์ เท่ากับ 36 ล้านปีโลกมนุษย์
ชั้นยามา มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 200 ปีโลกมนุษย์
อายุขัยเทวดาคือ 2000 ปีทิพย์ เท่ากับ 144 ล้านปีโลกมนุษย์
ชั้นดุสิต (ดุสิตบุรี) มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 400
ปีโลกมนุษย์ อายุขัยเทวดาคือ 4000 ปีทิพย์ เท่ากับ576 ล้านปีโลกมนุษย์
ชั้นนิมมานรดี มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 800
ปีโลกมนุษย์ อายุขัยเทวดา คือ 8000 ปีทิพย์ เท่ากับ 2304 ล้านปีโลกมนุษย์
ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี มี 1 วันทิพย์ เท่ากับ 1600
ปีโลกมนุษย์ เทวดามีอายุ 16000 ปีทิพย์ เท่ากับ 9216 ล้านปีโลกมนุษย์
การสิ้นอายุขัยของเทวดา
เทวดา
ก็สิ้นอายุขัยได้ เมื่อสิ้นอายุขัย
เทวดาก็จะจุติออกจากสวรรค์นั้นไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหรืออาจจะหล่นปุ๊บไป
มหานรกก็ได้ ขึ้นอยู่กับกระแสบุญบาปจะได้ช่องหรือส่งผล
ซึ่งการสิ่นอายุขัยของพวกเทวดามีเหตุเป็นไปได้ 4ประการ คือ
1.สิ้น
ชีวิตตามอายุในสวรรค์ชั้นนั้น
2.สิ้นชีวิตก่อนถึงกำหนดอายุในสวรรค์ชั้น
นั้น
3.สิ้นชีวิตเพราะสนุดจนลืมกินอาหาร
4.สิ้นชีวิตเพราะความโกรธ
(เมื่อเทวดาโกรธ จะกลายเป็นไฟไหม้ตนเอง)
จาก
การที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า
แม้ว่าเทวดาทั้งหลายจะมีความสุขสมบัติมากมายเพียงใด
ก็ยังต้องหมดสิ้นจากความสุขและทิพย์สมบัติต่างๆลงได้ในวันหนึ่ง
นี่คืออนิจจัง ความไม่เที่ยง
ซึ่งแม้แต่เทวดาหรือมยุษย์ก็ล้วนแต่มีความทุกข์ทั้งสิ้น
และเมื่อเทวดาทั้งหลายหมดบุญหรือหมดอายุขัยแล้ว ก็จุติออกจากสวรรค์
มาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสมบารมีอีกครั้ง อย่างเช่นนักเรียนอนุบาลทุกๆคน
ซึ่งการเป็นมนุษย์ย่อมติดอยู่ในวัฎสงสาร
มีโอกาสทั้งทำดีและทำชั่วซุ่งถ้าพลาดพลั้งทำกรรมชั่ว ก็จะเป็นอันตราย
อบายภูมิรองรับ ( สัตว์นรก เปรต อสุรกาย
สัตว์เดรัจฉาน)อย่างที่คุณครูไม่ใหญ่บอกทุกวัน
ซึ่งการที่จะกลับมาเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์อีกครั้งเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
กว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
ดังนั้น
มนุษย์เราทั้งหลายจะยึดมั่นในสมบัติอันไม่แน่นอนนี้ไปทำไม ด้วยเหตุนี้เอง
พระพุทธเจ้าก็ดี พระอรหันต์เจ้าทั้งหลายก็ดี
จึงไม่ปรารถนาในสุขสมบัติสังสารวัฎที่ไม่เที่ยงนี้
ท่านจึงเสด็จเข้าสู่นิพพานสมบัติทุกพระองค์
๑) สัญชีวมหานรก หมายถึง
"มหานรกที่เหล่าสัตว์ไม่มีวันตาย"
เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ มีประมาณ ๕oo ปีอายุกัป
โดยระยะเวลาเพียง ๑ วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป
สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง ๙,ooo,ooo ปี
และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ ๑,๖๒o,ooo ล้านปีมนุษย์
๒) กาฬสุตตมหานรก หมายถึง
"มหานรกที่เหล่าสัตว์ถูกนายนิรยบาลทำกรรมกรจองจำไว้ด้วยด้ายเหล็กดำ" (กาฬะ
แปลว่า ดำ สุตตะ แปลว่า เชือก) เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้
มีประมาณ ๑,ooo ปีอายุกัป โดยระยะเวลาเพียง ๑
วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง
๓๖,ooo,ooo ปี (หรือหากนับแบบโบราณ จะนับได้ ๓ โกฏิ กับอีก ๖ ล้านปีมนุษย์)
และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ ๑๒,๙๖o,ooo
ล้านปีมนุษย์
๓) สังฆาตะมหานรก หมายถึง "มหานรกบดขยี้สัตว์" เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้
มีประมาณ ๒,ooo ปีอายุกัป โดยระยะเวลาเพียง ๑
วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง
๑๔๔,ooo,ooo ปี (หรือหากนับแบบโบราณ จะนับได้ ๑๔ โกฏิ กับอีก ๔
ล้านปีมนุษย์) และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ
๑o๓,๖๘o,ooo ล้านปีมนุษย์
๔) โรรุวมหานรก หมายถึง "มหานรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้"
เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ มีประมาณ ๔,ooo ปีอายุกัป
โดยระยะเวลาเพียง ๑ วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป
สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง ๕๗๖,ooo,ooo ปี (หรือหากนับแบบโบราณ
จะนับได้ ๕๗ โกฏิ กับอีก ๖ ล้านปีมนุษย์)
และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ ๘๓๑,o๔o,ooo
ล้านปีมนุษย์
๕) มหาโรรุวมหานรก หมายถึง "มหานรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้เหลือประมาณ"
เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ มีประมาณ ๘,ooo ปีอายุกัป
โดยระยะเวลาเพียง ๑ วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป
สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง ๒,๓o๔,ooo,ooo ปี
(หรือหากนับแบบโบราณ จะนับได้ ๒๓o โกฏิ กับอีก ๔ ล้านปีมนุษย์)
และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ ๖,๖๓๕,๕๒o,ooo
ล้านปีมนุษย์
๖) ตาปนมหานรก หมายถึง
"มหานรกที่ยังให้เหล่าสัตว์เร่าร้อน; "ตาปนะ" มีความหมายคล้ายกับคำว่า
"ตาปสะ" แปลว่า ปิ้งหรือย่าง" เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้
มีประมาณ ๑๖,ooo ปีอายุกัป โดยระยะเวลาเพียง ๑
วันที่การทำฑัณฑ์ทรมานได้ผ่านพ้นไป สามารถนับระยะเวลาในเมืองมนุษย์ได้ถึง
๙,๒๑๖,ooo,ooo ปี (หรือหากนับแบบโบราณ จะนับได้ ๙๒๑ โกฏิ กับอีก ๖
ล้านปีมนุษย์) และหากนับระยะเวลาทั้งหมดในมหานรกขุมนี้ จึงเท่ากับ
๕๓,o๘๔,๑๖o,ooo ล้านปีมนุษย์
๗)
มหาตาปนมหานรก หมายถึง
"มหานรกที่ยังให้เหล่าสัตว์เร่าร้อนเหลือประมาณ"
เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ มีประมาณ "ครึ่งอันตรกัป"
ของมนุษย์
๘) อเวจีมหานรก หมายถึง
"มหานรกที่ปราศจากคลื่นแห่งความสุข"
เกณฑ์เฉลี่ยอายุของสัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ มีประมาณ "๑ อันตรกัป" ของมนุษย์
สำหรับ
อายตนะโลกันต์/โลกันตร์ อันอยู่ถัดไปเบื้องล่างของภพ ๓ นั้น
สัตว์โลกันต์/โลกันตร์จะมีเกณฑ์อายุเฉลี่ยโดยประมาณ ๑ พุทธันดร ดังนี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
18 มี.ค. 53
1,365
0
ความคิดเห็น