Crown Prince and I เมื่อข้ารู้จักกับองค์รัชทายาท (Rewrite)

ตอนที่ 2 : ปฐมบท (๑) นางในผู้ซื่อบื้อและรัชทายาทผู้สง่างาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

 

 



คุยกันก่อนนิดนึงนะคะ 

Note: ฉบับรีไรท์ใหม่หมดจะแบ่งตอนนึงเป็น 3 พาร์ทนะคะ เพื่อความสม่ำเสมอในการอัพมากกว่าที่ผ่านมา ถ้ารอลงตอนเดียวทีเดียว จะต้องรอนานกันเกินไปค่ะ สงสารรีด เพราะคนเขียน เขียนตอนนึงนานมากค่ะ เป็นอาทิตย์ฮ่าๆๆ 

Note2: รีไรท์รอบนี้แต่ละตอนจะสั้นลงค่ะ พยายามเขียนให้กระชับมากขึ้น (มากๆ) รื้อทุกอย่าง รื้อทั้งเรื่อง แต่ยังคงพล็อตหลักเช่นเดิมนะคะ แหะๆ แค่บรรยากาศและเหตุการณ์จะมีเปลี่ยนบ้างค่ะ ความไร้สาระและเอื่อยยังมี แต่เอื่อยแบบกระชับค่ะ (โถ) เนื้อหาไม่หนักตามเดิมนะคะ 


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ 

 

ปฐมบท (๑) นางในผู้ซื่อบื้อและรัชทายาทผู้สง่างาม


            ราชวังหลวง 

            โชซอน, 

 

เด็กสาวอายุราวสิบห้าสิบหกปีตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตาคมเรียวหรี่ลงเล็กน้อยรอให้ชินกับความมืด ก่อนจะหันไปแตะไหล่ร่างเล็กอีกร่างข้างกาย ยันกายลุกขึ้นไปจุดเทียนแท่งเล็กที่เหนือหัว แต่งตัวอย่างคล่องแคล่วในความมืดสลัวด้วยความเคยชิน สหายร่วมห้องของนางตื่นแล้ว เหยียดกายลุกขึ้นมาตามๆกัน

            เหล่าเด็กสาวอายุไล่กันตั้งแต่สิบกว่าถึงสิบแปดสิบเก้าในชุดชอกอรีสีแดงและชีมาสีครามเริ่มทยอยกันออกมาจากเรือนพักตั้งแต่เช้ามืด บางคนมุ่งหน้าออกไปยังห้องเครื่องเพื่อเตรียมสำหรับอาหารตั้งนานแล้ว บ้างก็เพิ่งลุกเพื่อแยกย้ายกันไปทำงานตามหน่วยหน้าที่ของตน

            สองมือเรียวกวักน้ำขึ้นล้างหน้าอย่างลวกๆ พอจะใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า ก็มีอีกมือเล็กเข้ามาดึงแขนของนางเสียก่อน

            “ผ้าก็มี” นางส่งให้ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนหวาน เด็กสาวยิ้มตอบก่อนจะรับมาเช็ดหน้าตน

            สตรีเยาว์วัยเหล่านี้เข้าวังตั้งแต่อายุได้หกเจ็ดขวบ ผ่านการฝึกและอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดของนางในฝึกหัดและซังกุงในวัง แต่ละนางมีหน้าที่รับใช้นายเหนือหัวในวังที่แตกต่างกัน พวกนางถูกฝึกให้มีกริยามารยาทสุภาพเรียบร้อยและงดงาม ทว่านั่นก็เป็นต่อหน้าผู้มีตำแหน่งเหนือกว่าทั้งนั้น อย่างไรเสียพวกนางก็เป็นสตรีแรกรุ่นที่เต็มไปความสดใส

            เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เป็นสัญญาบ่งบอกว่าอาทิตย์ขึ้น นางในร่างโปรงก็บอกลากับสหายก็รีบเร่งรุดไปยังวังของเจ้านายฝ่ายใน หรือเชื้อพระวงศ์หญิง ที่ประทับของเหล่าสนม องค์หญิง พระมเหสี และพระพันปีล้วนจัดแยกกันเป็นสัดส่วนกับบุรุษชัดเจน

 

            นางในร่างโปร่งพ่นลมฮู่อย่างกังวลน้อยๆ วันนี้ถือเป็นวันแรกที่นางได้รับมอบหมายให้มาประจำตำหนักซอนฮวา ตำหนักขององค์หญิงกวอนจุง เดิมทีนางเป็นนางในฝึกหัดที่ค่อยๆเลื่อนขั้นมาเป็นกุงนาอินเต็มตัว จนกระทั่งจับพลัดจับผลูด้วยซังกุงฝ่ายในกำลังมองหานางในที่มีกิริยาเรียบร้อย เงียบนิ่ง ไม่กระโตกกระตาก เสียงดังหนวกหู นางจึงได้รับเลือกมารับใช้องค์หญิงกวอนจุง แท้จริงแล้วนางก็มิได้มีกิริยาเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้หรอก เพียงแต่นางนิ่งเงียบเท่านั้นเอง

            องค์หญิงกวอนจุงถือเป็น กงจู หรือองค์หญิงที่ประสูติจากพระมเหสี องค์หญิงมีพระพักตร์งดงามเลิศล้ำ ถึงแม้นางจะได้เคยยลโฉมเพียงสองครั้งสองคราจากไกลๆ นางในน้อยก็จำได้แม่นยำ แม้จะยังเยาว์วัยกงจูก็ทรงงามราวกับนางสวรรค์ยิ่งนัก องค์หญิงนั้นเป็นคนชอบความเงียบและรักสงบ เห็นทีเป็นเพราะเช่นนั้นนางผู้รักสงบไม่แพ้กันเลยได้รับคัดเลือกให้เป็น จิมิลนาอิน ... ตำแหน่งนางในประจำตำหนัก ถือว่าเป็นตำแหน่งสูงของนางใน เพราะมีโอกาสได้ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์มากที่สุด และยังมีโอกาสก้าวหน้ามากที่สุดอีกด้วย

 

            “นามของเจ้า” ซังกุงส่วนพระองค์เอ่ย ขณะเปรยตามองนางในสาว

            “ฮัน-ฮยอน-ฮี เจ้าค่ะ” นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่ง ท่าทางอากัปกิริยาเรียบร้อยเป็นที่น่าพึงพอใจ ซังกุงวัยกลางคนพยักหน้าพอใจ จากนั้นก็โบกมือให้นางถอยออกไป ฮยอนฮีลอบมองนางในร่วมตำหนักด้วยกัน แต่ละนางหน้าตาหมดจด ผิวขาวสะอาด กิริยาดูเรียบร้อยนิ่งเงียบกันทั้งสิ้น แต่ละนางยืนหลังเหยียดตรงท่าทางสง่างาม ทว่าเมื่อเชื้อพระวงศ์หรือซังกุงเดินผ่าน ย่อมจำเป็นต้องค้อมหลังหรือก้มหน้าลงทุกครั้ง

 

            ฮยอนฮีพบว่างานจิมิลนาอินของนางมิได้ยากเย็นอย่างที่คิดไว้ สองสามเดือนแรกนางมิได้รับใช้ใกล้ชิดแต่อย่างใด นางได้เป็นเพียงแต่ลูกมือของจิมิลนาอินรุ่นพี่คนอื่นแทนเสีย ตั้งแต่ตรวจสอบความเรียบร้อยของฉลองพระองค์ รับส่งต่อเครื่องชามยามเสวยเสร็จ ใช้งานจิปาถะรวมไปถึงแรงงานทั่วไป ยกกระถางดอกไม้ ยกตำราเอย นางมักจะเป็นลูกหาบและคนรับใช้ให้กับจิมิลนาอินคนอื่นๆในตำหนักเสมอ นางทำได้แต่เพียงเดินตามขบวนรั้งท้าย องค์หญิงเพียงแต่เอ่ยถามเมื่อเห็นนางในหน้าตาไม่คุ้นเพียงครั้งเดียว ก็มิได้ชายพระเนตรมองนางอีกเลย ครั้งนั้นฮยอนฮียังจำตัวเองที่ตะลึงในความงามของเด็กสาววัยสิบสองปีได้...  องค์หญิงรักสงบยิ่ง จึงไม่ชอบนางในที่ขี้ประจบเสียจนเกินไป ฮยอนฮีเองก็พอใจกับตำแหน่งของตัวเองในตอนนี้ เพราะนางเองก็มิได้อยากขวนขวายหาความวุ่นวายในชีวิตแม้แต่น้อย ด้วยตำแหน่งนี้ นางรู้สึกปลอดภัยยิ่งนัก

            จิมิลนาอินประจำตำหนักทั้งหมดมีแปดชีวิต รวมซังกุงคนสนิทแล้วจึงรวมเป็นเก้าข้ารับใช้ใกล้ชิด แม้นจะมีกันไม่กี่คน ทว่าจะมีกี่คนนักที่จำชื่อแซ่นางได้แม่น

            “นี่เจ้า”

            “เจ้าตรงนั้น”

            เสียงเรียกนับครั้งไม่ถ้วน เด็กสาวไม่ต้องนึกทบทวนให้ซ้ำซ้อนก็รู้ว่าเป็นนาง นางกลายเป็นลูกมือว่านอนสอนง่าย ทึมทื่อเล็กน้อย และเอื่อยเฉื่อยในสายตาของนางในผู้อื่น ซังกุงอัน ผู้เป็นซังกุงคนสนิทขององค์หญิงเอ็นดูนางเป็นพิเศษ แต่ก็มักจะลืมนางเป็นพิเศษเช่นกัน จำได้อีกทีก็เมื่อต้องการใช้งานใครสักคนที่ไม่พูดโต้เถียงมาก

           

            นางเปรียบดั่งฉากหลังที่ไร้ความสำคัญ เป็นเพียงหนึ่งในนางในนับร้อยชีวิตที่อยู่ในวัง ไร้ความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือทักษะฝีมือ นางจึงพอใจยิ่ง ที่ตำแหน่งงานของนาง ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะในการอยู่รอด ขอเพียงแค่ไม่เกิดเรื่องเสียก่อน นางก็จะอยู่รอดในวังแห่งนี้อย่างปลอดภัย เด็กสาวคิดแล้วก็ยิ้มพอใจน้อยๆ นางพอใจชีวิตอันแสนสงบสุขของนางเสียจริง

 

            บ่ายแก่ๆวันหนึ่ง เด็กสาวเพิ่งได้รับคำสั่งจากซังกุงอันให้ไปส่งข่าวบอกห้องเครื่องว่าองค์หญิงประสงค์เสวยของว่าง นางเดินไปตามทางหินกลางแจ้งที่มิได้มีหลังคากันแดด อากาศระอุในหน้าร้อนทำเอาผิวหน้าสีน้ำผึ้งของนางเป็นสีแดงเรื่อนิดๆ จังหวะที่เมื่อเห็นว่าไม่มีนายหญิงให้นางค้อมหัวให้ นางก็ยกมือขึ้นมาบังแดดแยงตาแวบเดียว เพียงแวบเดียว จู่ๆขบวนเสด็จเล็กๆของเชื้อพระวงศ์สักพระองค์ก็เสด็จมาทางนาง

            ฮยอนฮีรวบมือมาค้อมทำความเคารพแทบไม่ทัน

            นางก้มหน้านิ่ง มิกล้าเงยหน้า ไม่คิดแม้นแต่จะสงสัยว่าเป็นผู้ใด แม้กระทั่งขบวนเสด็จผ่านไปแล้วนางก็ไม่คิดจะหันกลับไป..

            นางมีความทรงจำอันย่ำแย่กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ยิ่งนัก... ครั้งแรกที่รู้ว่าตนอาจได้รับคัดเลือกให้เป็นจิมิลนาอิน นางก็เสียวไส้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม นางมิขอรับใช้เด็กผู้นั้น.. ไม่สิ ผ่านมาหลายปีเช่นนี้ย่อมเป็น บุรุษผู้นั้น

            นัมวอนกุน.. องค์ชายที่ประสูติจากพระสนมผู้เลอโฉม องค์ชายผู้มีนิสัย...

            แค่คิดขนคอก็ลุกซู่ นางส่ายหัวเบาๆ พอนางทราบว่าเป็นองค์หญิงกวอนจุง ก็ยินดีล้นเหลือน้ำตาแทบไหลเป็นสายเลือด กักเก็บความยินดีแทบไว้ไม่อยู่ นางแทบจะวิ่งรอบเรือนนางในกู่ร้องด้วยความดีใจไปแล้ว เอาเถิดเอาเป็นว่านั่นก็ผ่านมาแล้ว เด็กสาวคิดพลางหัวเราะไปตามบทสนทนาของสหายนางใน ขณะได้พักวางงานในมือมานั่งกินข้าวปั้นง่ายๆ ที่คลุกด้วยงาและโรยด้วยเกลือ

            ไม่ว่าจะนางในรุ่นเยาว์หรือรุ่นสาวแรกแย้ม หัวข้อสนทนายามว่าง มีหรือจะพ้น..

            “ข้าล่ะแทบจะลืมหยุดหายใจ ยามที่เซจาชอฮาหันพระพักตร์มา-” แต่ทว่าก่อนที่นางในสาวอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดจะกล่าวจบ เสียงวี้ดว้ายกรี๊ดกร๊าดสูดลมหายใจของผู้ฟังก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ผู้เล่าหันไปถลึงตาให้นางในน้อยใหญ่ที่พากันเขินอายหน้าแดง พวกนางแม้จะได้รับการอบรมมารยาทมาตั้งแต่เด็ก แต่สตรีก็ย่อมมีจริตของสตรี เมื่อกล่าวถึง บุรุษรูปงามผู้นี้ องค์รัชทายาท พวกนางจำเป็นต้องทิ้งกิริยาชาววัง เขินอายตามประสาเด็กสาว

            “เซจาชอฮาทรงพระชันษาเพียงแค่สิบเจ็ด ก็รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนยิ่งกว่าหิมะ ริมฝีปากแดงราวกับหญิงสาว..” เสียงบรรยายดังต่อไป

            ฮยอนฮีกัดข้าวปั้นในมือ พลางเบิกตาโตฟังเรื่องเล่าอย่างออกรส นางเองก็อยากจะเขินอายบ้าง ทว่าผิดจากสตรีนางอื่นๆ นางมิใช่สตรีอ่อนหวาน หากมองนางกำนัล นางในทั้งหลาย พวกนางหน้าตาหมดจดให้ความรู้สึกราวกับบุปผาหอมกรุ่น แต่ทว่ากับฮยอนฮี เมื่อมองนาง รูปร่างโปร่งบางกว่าปกติเล็กน้อย ทำให้นางรู้สึกเหมือนต้นไผ่เสียมากกว่า ทรวดทรงก็เติบใหญ่ช้ายิ่งนัก ส่วนที่จะมีก็ไม่มี ส่วนที่ควรจะโค้งเว้าก็ยังไม่เห็น มิได้ให้ความรู้สึกดั่งบุปผาแรกแย้มแม้แต่น้อย เหล่าสหายของนางยามนี้ ต่างผิวพรรณอิ่มเอม ดูดีเป็นสตรีรั้ววังโดยแท้

            ทว่านาง.. สีผิวไม่ขาวผ่องทว่าค่อนไปทางน้ำผึ้งอ่อนเสียมากกว่า

            ฮยอนฮีไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องพวกนี้เสียเท่าไหร่ ตั้งแต่เข้าวังมา นางเองก็ทราบดีว่าตนได้กลายเป็นผู้หญิงของพระราชา ทั้งกายและใจของนางต้องมอบให้แด่ฝ่าบาทเพียงผู้เดียวเท่านั้น ฉะนั้นเรื่องเพ้อฝันเหล่านี้นางไม่คิดจะสนใจเท่าไหร่นัก ตำแหน่งพระสนมนางก็ไม่คิดจะอาจเอื้อม ขอแค่อยู่รอดปลอดภัยมีที่คุ้มหัวก็พอ นางจึงทำได้แต่หัวเราะคิกๆ ตามสหายนางไปเท่านั้น

 

            ฟังไปฟังมา ฮยอนฮีก็นั่งทบทวนความทรงจำ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเห็นเจ้านายในวัง นางจำเป็นต้องหลีก เมื่อเห็นจำเป็นต้องวิ่งหนี แทบมิได้ใส่ใจจะได้ยลรูปโฉมของใครทั้งสิ้น รัชทายาทผู้มีรูปโฉมเลื่องลือ นางก็มิเคยได้มองดีๆสักครั้ง นางเคยเห็นผู้ใดบ้าง.. นางในเล็กๆอย่างนาง แม้จะติดตามองค์หญิงกวอนจุง นางมีแต่จะได้เห็นพระมเหสี พระสนมบางพระองค์ และพระพันปีจากไกลๆเท่านั้น องค์รัชทายาท ฝ่าบาท หรือเชื้อพระวงศ์ชายพระองค์อื่น นางเพียงได้แต่เห็นเพียงเสี้ยวขณะเท่านั้น ไม่มากพอจะทำให้นางจดจำได้แต่อย่างใด

            แต่ก็เอาเถิด นางมิได้อยากเข้าใกล้คนเหล่านั้นเท่าใดนัก  

           

            นางนึกย้อนไปเมื่อสองสามปีก่อน จำช่วงเวลาได้ไม่ค่อยแม่นนัก เพราะมิได้เก็บมาใส่ใจ พระราชพิธีสมรสของรัชทายาทและพระชายา ถูกจัดอย่างใหญ่โต ทำเอาหญิงสาวในวังอกหักกันเป็นแถว ทว่าก็ยังไม่วายหลังจากที่พระองค์มีพระชายาแล้วก็ยังชะม้ายตามอง หวังว่าจะได้ถวายตัวเป็นต่อพระองค์ เป็นซังกุพิเศษก็ยังดี บางนางอาจจะหวังอำนาจ และความก้าวหน้า แต่บางนางหลงใหลในตัวองค์รัชทายาทอย่างแท้จริง ฮยอนฮีเคยเห็นนางในรุ่นพี่ที่อายุเกิน 20 ปีไปแล้วก็ยังเฝ้าลุ่มหลงรัชทายาทที่อายุน้อยกว่าตนถึง 5 ปีได้ ยามที่พระองค์อภิเษกสมรส นางในรุ่นพี่ผู้นั้นร่ำไห้อยู่สองวันสามคืน ถูกซังกุงตำหนิติเตียน โบยลงโทษเป็นการใหญ่

            ขณะนั้นฮยอนฮียังคงไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจความหลงใหล

            ทว่าเรื่องราวความหลงใหลของนางในต่อองค์ชายหรือพระราชาก็มีเห็นได้ทุกสมัยอยู่แล้ว ถือเป็นสีสันที่ทำให้ราชวังมีชีวิตชีวา เติมเสียงหัวเราะให้กับชีวิตมากด้วยระเบียบของพวกนาง ให้พวกนางได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ปฏิบัติตนตามวัยของตนบ้างเป็นครั้งคราว


 

            ฤดูร้อนหนาว ดอกไม้ผลิบานและเหี่ยวเฉาพริบตาเดียวผ่านไปสองปี วันหนึ่งล่วงเข้าฤดูสารท บรรยากาศในวังอึมครึมยิ่งนัก ลมเย็นพัดผ่านหนาวสะท้านยิ่ง ร่างสูงระหงของเด็กหนุ่มอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี สวมอาภรณ์สีขาวทั้งตัว หมวกอิกซอนกวานบนศีรษะบ่งบอกถึงตำแหน่งรัชทายาท ยืนทอดสายตาเฉื่อยชาจากศาลา ณ อุทยานบุปผาไปยังผืนน้ำนิ่ง ชายเสื้อปลิวสะบัดเล็กน้อยตามแรงลมที่พัดผ่าน

            ริมฝีปากบางเหยียดตรง สีแดงระเรื่อตามธรรมชาติ เครื่องหน้าหล่อเหลางดงามเกินชายหญิง ทว่าขณะนี้ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ร่างสูงยืนนิ่งเฉยอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งแม้นกน้อยที่เกาะกิ่งไม้พากันนึกว่าเขากลายเป็นรูปปั้นเทพบุตรไปเสียแล้ว

            ยืนอยู่เงียบๆ ผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเสียงถอนหายใจของขันทีคนสนิทค่อยดังขึ้น

            “เซจาชอฮา.. ได้เวลาเสวยพระกระยาหารแล้วพะย่ะค่ะ” ชายร่างผอมในชุดขุนนางสีเขียวเข้มเอ่ย ลอบมองใบหน้างดงามทว่าเย็นชา เมื่อนึกหวนถึงใบหน้าขาวผ่องเปื้อนรอยยิ้มของเด็กหนุ่มยาวเยาว์วัยแล้ว ใจก็พลันหล่นวูบ เขาเห็นรัชทายาทมาตั้งแต่เล็กๆ คอยรับใช้ใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มจำความได้ รอยยิ้มอบอุ่นดังสายลมคิมหันต์หายไปเสียแล้ว เหลือเพียงใบหน้านิ่งเฉยเย็นชาของรัชทายาทตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน

            เหลือเพียงรอยยิ้มน้อยๆตามมารยาท ประดับอยู่บนใบหน้านิ่งเฉย ทว่าเขารู้ดี รอยยิ้มนั้นมิได้ส่งถึงดวงตาแต่อย่างใด เมื่อปลอดผู้คน รัชทายาทผู้นี้ก็จะเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเฉยเสมอ

            คิดแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ ทำเอาคนร่างสูงคิ้วกระตุก

            “ท่านจะถอนหายใจจนไส้พุงออกมากองเลยหรือไร” คำพูดติดตลกดังขึ้น ขันทีร่างผอมสะดุ้งเฮือก เหลือบมองเจ้านายของตน อ่านอารมณ์ไม่ออก แม้นจะอยู่รับใช้ใกล้ชิดมานานเท่าใดก็ตาม ก็ทำอย่างไรได้ พระองค์ชอบทำหน้านิ่งเฉย แต่ก็สามารถเปลี่ยนไปยิ้มทะเล้นได้อย่างรวดเร็วได้เช่นกัน คำพูดเย็นชาสลับกับคำพูดล้อเล่น เล่นเอาคู่สนทนาตามไม่ทัน

 

            “แค่นี้ท่านยังผอมไม่พออีกหรือ ขันทีคิม”

            “ชอฮา...” ขันทีร่างผอมเอ่ยขึ้นรู้สึกอึกอัก ร่างสูงเบือนหน้ายิ้มน้อยๆ กลับไปมองผิวน้ำเบื้องหน้า น้ำในบ่อยามนี้ระดับไม่สูงมากนัก ใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ร่วงหลนบนผิวน้ำเอื่อยเฉื่อย นัยน์ตาคมขลับมองใบไม้สีส้มอมน้ำตาลใบเล็ก ช่างดูบอบบางยิ่งนัก  ลมพัดเล็กน้อยก็ปลิวหลุดออกจากกิ่ง ร่วงลงบนผืนน้ำ... หมดอายุขัย


            “ข้า... ก็ไม่ต่างจากเสด็จพ่อเลย ใช่หรือไม่” เด็กหนุ่มเอ่ยอีกครั้ง นัยน์ตาสวยหลุบลงต่ำ ปกปิดอารมณ์ที่สั่นไหววูบหนึ่งในดวงตา 

            “ชอฮา... การที่พระชายาฮง...” ขันทีกลืนน้ำลายตัวเองครั้งหนึ่ง ลังเลแต่แล้วก็เอ่ยต่อ
            “มิใช่ความผิดของพระองค์พะย่ะค่ะ” 

            ไม่ใช่ความผิดของเขางั้นหรือ.. เขาเองก็อยากจะคิดเช่นนั้น ทว่าเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้ มิต่างกับเสด็จแม่ของเขาเลยหรือมิใช่หรือไร เด็กหนุ่มร่างสูงยืนโดดเดี่ยวต้านลมเย็น ต้านจนรู้สึกด้านชา นัยน์ตาว่างเปล่า ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดถึงสิ่งใดอยู่ กำปั้นกำแน่น แน่นเสียจนชินชากับความเจ็บปวด

            เขาส่ายหน้า โศกเศร้าไปแล้วเช่นไร รู้สึกผิดถาโถมไปแล้วเช่นไร อย่างไรเสียเขาก็มีภาระหน้าที่ และความหวังของทุกคนอยู่บนบ่า เด็กหนุ่มถอนหายใจ ความคิดเกินวัยมาตั้งแต่เด็กเหตุเพราะตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกนี้ เขาก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นรัชทายาท ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป ได้รับการเลี้ยงดูอมรมสั่งสอนมาตั้งแต่ยังเล็ก เตรียมพร้อมให้เขาเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม

            รัชทายาทเบือนหน้าไปมองขันทีที่ยืนสีหน้าเศร้าหมองอยู่เยื้องไปด้านหลัง

            “กลับตำหนักตะวันออกกันเถอะ”

           

            องค์รัชทายาทไว้ทุกข์ให้แก่พระชายาฮงเพียงไม่นาน ก็กลับมาสวมกอนรยองโพสีน้ำเงินดังเดิม แสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย กับการเลือกพระชายาคนใหม่ สีหน้านิ่งเฉยๆทว่าแฝงด้วยความเศร้าหมอง กระตุ้นให้กษัตริย์อีแฮหวนนึกถึงมารดาของพระโอรส พระพันปีที่เอ็นดูรัชทายาทเป็นทุนเดิมใจอ่อน ผัดผ่อนให้ผ่านพ้นปีนี้ไปก่อนถึงค่อยคัดเลือกพระชายาคนใหม่เข้ามา

 

            ทว่าสีหน้าอันแฝงด้วยความเจ็บปวดของรัชทายาทใช้ได้ผลหลายครั้งยิ่งนัก

            ผ่านไปถึงสามปี ตำหนักตะวันออก ที่ประทับของรัชทายาท ก็ยังไร้พินกุงอยู่เช่นเดิม... 



--------------------------

เค้าเปลี่ยนวิธีอัพนิยายแล้วนะตัว เพื่อความถี่ในการอัพ 555 ไม่งั้นนักอ่านจะคิดว่าไรท์หายสาบสูญไปอีกแล้ว 

แบ่งตอนนึงสามพาร์ทนะคะ ฉบับรีไรท์ คนเขียนรีไรท์ใหม่หมด หมดแบบเริ่มต้นจาก 0 เอาความไร้สาระและติงต๊องในอดีตออกไปเยอะค่ะ แหะๆ ตัดให้กระชับมากขึ้นด้วย กลับไปอ่านที่เคยเขียนไว้แล้วอ๊ายอาย ตอนนี้อ่านรีไรท์ใหม่ก็ยังอายของตัวเอง 

กลับมารอบนี้หวังว่าตัวเองจะมีสาระมากขึ้นค่ะ 5555 

Black_snow

4/2/2560 

รีไรท์รอบที่ล้าน ลงตอนแรก ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อน... =-= 


           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,282 ความคิดเห็น

  1. #1228 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:27
    รออยู่เสมอค่ะ
    #1228
    1
    • #1228-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:56
      ขอบคุณมากค่ะ T-T
      #1228-1
  2. #1226 เปิ้ล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:09
    เธอกลับมาแล้ว คิดถึงมากมากเลยนะคะ คราวนี้จะอัพจนจบเรื่องรึป่าวคะ
    #1226
    1
    • #1226-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:57
      จนจบค่า แต่... จะใช้เวลาเท่าไหร่ไม่แน่ใจค่ะ T-T
      #1226-1
  3. #1224 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:43
    บางทีนี่คงเป็นภาพหลอน....
    #1224
    1
    • #1224-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:51
      คอมเมนท์นี้พีคสุด 5555 ทั้งขำทั้งดีใจ
      ไม่ได้หลอนค่าา.... แหะๆ
      #1224-1
  4. #1223 rinfors (@jiharu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:32
    ฮือๆ กลับมาแล้ว คิดถึงมากกก
    #1223
    1
    • #1223-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:47
      คิดถึงเหมือนกันงือ
      #1223-1
  5. #1222 26#April (@054965742) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:01
    นี่ไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย?? ฮืออออเค้าคิดถึงตะเองงง
    #1222
    1
    • #1222-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:22
      เค้าก็คิดถึงงงง
      #1222-1
  6. #1218 ฝาเถอะ 宝颜 (@dreamhighforever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
    คิดถึงงงงงง
    #1218
    1
    • #1218-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:22
      คิดถึงงงงงงงงงง
      #1218-1
  7. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:22
    ไรท์กลับมาแล้ววว คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ
    #1216
    1
    • #1216-1 Miinashii (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:23
      คิดถึงนักอ่านเหมือนกันค่าาา
      #1216-1
  8. #1166 pen250 (@pen250) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 14:08
    สนุกดีคะชอบ รอนะคะ
    #1166
    0
  9. #1142 bewerkan (@bewerkan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 22:26
    รอตอนใหม่อยู่นะคะ
    #1142
    0
  10. #781 Parnjungggg (@parnjungloveyaoi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:06
    เอ่อ.. ตรงคำตอบรับอะค่ะ ใช้ เนก็ได้นะคะ แล้วก็ตรงท่อนที่ขึ้นเสียงหรือเชิงบีบบังคับ แนะนะให้พูเชื่อสกุลเต็มดีกว่าค่ะ เช่น ปาร์คจีมิน! มิน-ยุน-กิ แบบนี้น่าจะดีกว่าค่ะ คำว่าอา ใช้ลงท้ายกับคนสนิทมากกว่ามั้ยอะคะ(อ้อน,คุย) เช่น จองกุกอา~ รักน้า ประมาณนี้ค่ะ.. (บังทันจะมาทั้งวงละเกี่ยวมั้ยเนี่ย5555555555) สู้ๆค่ะ
    #781
    1
    • #781-1 Eyongmi~ (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      16 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:50
      ในตอนที่หนึ่ง ใช้คำว่า ฮงซอนอา เพราะว่าอยากจะให้โทนของชอฮาดูเอื่อยๆ เนือยๆ เกรียนๆะนะค่ะ เรียกแบบสนิทสนม ด้วยน้ำเสียงขนลุกใส่ขันทีขี้บ่นประมาณนั้นน่ะค่ะ :)

      ส่วน เน หรือ เย่ นี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะ ว่าจะใช้อันไหนถึงจะถูก 55
      แต่ตอนนี้ใช้เย๊ เย่ เย ไปทั้งเรื่องแล้วค่ะ (แหะๆ)

      ขอบคุณที่เข้ามาแนะนำนะคะ
      ป.ล. จะขนมาทั้งวงก็ไม่เป็นไรนะคะ :D
      #781-1
  11. #276 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 17:07
    ช่างน่ารักนัก
    #276
    1
    • #276-1 Eyongmi~ (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      23 สิงหาคม 2558 / 19:01
      :D ขอบคุณค่า ฝากให้ติดตามด้วยน้าา
      #276-1
  12. #7 NaNTiA (@Dasha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 10:21
    มีคำสะกดผิด/พิมพ์ผิด เยอะอยู่นะคะ เช่น พุธซ้อน - พุดซ้อน พระกายาหาร - พระกระยาหาร ปล. แนะนำให้ใส่เชิงอรรถ สำหรับคำศัพท์เฉพาะในแต่ละบทด้วยค่ะ คนอ่านจะได้ไม่งง
    #7
    1
    • #7-1 Eyongmi~ (@the-witch-song) (จากตอนที่ 2)
      12 เมษายน 2558 / 11:04
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ :)
      #7-1
  13. #5 frida (@seeu1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 21:45
    สนุกค่าารอน๊า
    #5
    0