Why? ก็อยากรุกอ่ะ (yaoi) ( Only e-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 67 : ตอนที่ 47 Say Yes!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 57






 

 

ตอนที่ 47 Say Yes!

 

 

            หลังจากกลับมาจากเขาสก ได้ประมาณสามสี่วันไอหมอก็เปิดเทอม ส่วนคณะทั่วไปก็เหลือเวลาประมาณสามอาทิตย์กว่าจะเปิดเทอม เรียนหมอนี่ไม่ง่ายจริงๆ แต่ไอหมอเองก็ดูมีความสุขดี

 

            ส่วนเรื่องที่ไอหมอบอกว่าจะให้พ่อแม่มาคุยกับป๊าม๊าผมนั้นคงจะต้องเป็นวันอาทิตย์เท่านั้น เพราะวันอื่นป๊าม๊าก็เปิดร้านและผมเองก็ต้องไปช่วยที่ร้านด้วย

 

            “ไข่เค็มไชยาอร่อยไหมม๊า อั้วว่าอร่อยมากเลยนะ” มื้อเย็นวันนี้ม๊าทำยำไข่เค็มที่ผมซื้อมาฝากจากสุราษฎร์ธานีให้กิน

 

            “อืม เดี๋ยวว่างๆ ม๊าจะซื้อไข่เป็ดมาทำให้กิน เมื่อก่อนตอนอาม่าลื้อยังอยู่จะทำไข่เค็มไว้กินประจำ ใช่ไหมป๊า”

 

            “อืม...รสชาติไข่เค็มฝีมืออาม่ากลมกล่อมมาก ป๊ากินได้ไม่เบื่อจริงๆ” ป๊าพูดยิ้มๆ

 

            “เออนี่...อาใหญ่ เดี๋ยววันอาทิตย์นี้พ่อแม่อาแทนจะมารับเราไปเลี้ยงที่บ้านเขานะ” ถึงแม้จะรู้ว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ผมก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ

 

            “อะ อ๋อ...อืม ไปตอนไหนล่ะม๊า” ปากถามแต่ก็ไม่กล้าสบตากับม๊า

 

            “เขาจะส่งคนขับรถมารับตอนประมาณสิบโมง ก็คงจะไปกินข้าวเที่ยงแหละ” ผมพยักหน้ารับ แอบลอบมองหน้าป๊าม๊าก็ยังทำหน้าปกติ ผมอาจจะคิดมากไปเอง

 

            หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็ขึ้นห้อง อาบน้ำเตรียมตัวเล่นเกมส์ ฮา...ตั้งแต่เปิดรับไอหมอเข้ามาในชีวิตแบบจริงจัง การเล่นเกมของผมลดลงไปประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์

 

            …..Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrr…..

 

            “โอ้ย! ใครโทรมาวะ แม่งแพ้เลย ฮึย!” พอหยิบโทรศัพท์มาดู ปรากฏว่าเป็นไอแก้วโทรมา มันน่าเหลือเชื่อมาก เพราะปกติปิดเทอมทีไรมันหายหัวไปเป็นลูกที่ดีตลอด

 

            “ว่าไงครับ ไม่น่าเชื่อว่ามึงจะโทรมาหากูได้ หึหึ”

 

            แหม...มึงลืมอะไรไปรึเปล่า เรามีนัดอะไรกันพรุ่งนี้ หึหึนัด? ผมไปนัดอะไรมันไว้ตอนไหนเนี่ย

 

            “นัดอะไรวะ ไม่เห็นจำได้เลย”

 

            ไอสาด....พอเป็นเรื่องงานนี่ไม่เคยจำเลยนะ พรุ่งนี้ภาคเรามีนัดประชุมเรื่องค่ายคลิ๊กแคมป์ไงวะ ปีนี้รุ่นเราเป็นประธานค่ายนะ ดีที่กูโทรมาเตือน

 

            “อ๋อ...เออว่ะ ลืมไปเลยจริงๆ แล้วท่านประธานตั้มได้ข่าวไปเที่ยวสวิสฯ กลับมารึยัง หึหึ”

 

            กลับมาถึงพรุ่งนี้ตอนเช้า ไม่รู้ว่าจะเข้าหรือเปล่าแต่ยังไงมันก็ให้แตงกวาดูแลความเรียบร้อยแทนอยู่แล้ว ไอตั้มเป็นประธาน ส่วนแตงกวาเป็นแฟนประธานและรองประธานควบสองตำแหน่ง

 

            “เออๆ โอเค กี่โมง ที่ไหน”

 

            เก้าโมง ห้อง XXX ห้ามสายห้ามเลท แค่นี้แหละ สวัสดี พูดจบไอแก้วก็วางสายไป มีงานก็ดีเหมือนกัน อยู่แต่บ้านกับร้านเริ่มเบื่อแล้ว

 

            หลังจากคุยกับไอแก้วเสร็จไอหมอก็โทรเข้ามาต่อ ผมเลยปิดเกมส์และย้ายตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียง เตรียมเข้านอน

 

            “เป็นไงเทอมนี้ เรียนโอเคไหม”

 

            ก็นิดหน่อยครับ แต่เทอมหน้าขึ้นปีสามอาจจะหนักขึ้นเพราะต้องขึ้นวอร์ดคนไข้

 

            “อืม มึงทำได้อยู่แล้ว เออนี่...พรุ่งนี้ต้องไปประชุมเรื่องค่ายตอนเปิดเทอมที่คณะแหละ มึงเรียนเสร็จกี่โมงอ่ะ” ขี้เกียจโหนรถเมล์กลับบ้านตอนเย็น

 

            เรียนเสร็จประมาณบ่ายสามครับ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ตอนแปดโมงจะไปรับที่บ้านนะครับหึหึ สบายเลยมีคนไปรับไปส่ง

 

            “อืม โอเค แล้วตอนนี้ทำอะไร ไม่อ่านหนังสือเหรอ” ผมขยับตัวเปลี่ยนท่านอน

 

            ตอนนี้นอนคุยโทรศัพท์กับแฟน...ภรรยา...คนระ..

 

            “พอๆ กวนตีนนะมึง ไปนอนเลยไป กูจะนอนแล้ว วันนี้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ฮ้าว....” พอล้มตัวนอนถึงรู้ว่าตัวเองง่วง

 

            คุณใหญ่ครับ...อยู่ๆ ไอหมอก็พูดจาเสียงจริงจังขึ้นมา

 

            “อะไร ทำไมต้องทำเสียงจริงจังด้วย”

 

            ย้ายมาอยู่คอนโดกับผมช่วงจันทร์ถึงศุกร์นะไอหมอบ้า ทำเสียงจริงจังซะผมกลัวเลย

 

            “ไม่รู้...ดูก่อน กล้าขอป๊าม๊ากูไหมล่ะ หึหึ”

 

            ถือว่า ถ้าป๊าม๊าคุณใหญ่อนุญาตเป็นอันตกลงนะครับ

 

            “เออๆ ถ้าป๊าม๊าจะอนุญาตน่ะนะ ฮ้าว...ไปนอนเถอะไป ง่วงๆ”

 

            หึหึ โอเคครับนอนๆ พรุ่งนี้เจอกัน ฝันดี จุ๊บๆชักกวนตีนเก่งขึ้นทุกวัน

 

            “เออๆ มึงก็นอนเลยนะ พรุ่งนี้ถ้ามาช้านะ โดนกูแน่...แค่นี้แหละฝันดี” และเป็นผมที่ชิงวางสายไปก่อน เดี๋ยวโดนเล่นมุขควายอีก

 

.................................................................................

 

            “สวัสดี เพื่อนเลิฟของกู หึหึ” ผมเดินเข้าไปทักไอแก้วกับไอเต้ที่นั่งอยู่โต๊ะไม้ที่ประจำของกลุ่มผม

 

            “แหม...อารมณ์ดีจริงๆ นะมึง หมอมาส่งรึไง หึหึ” ผมยักไหล่กวนๆ กลับไป ทำไมล่ะก็มันคือความจริง

 

            สักพักเพื่อนผมก็ทยอยตามกันมา ปิดเทอมก็เหมือนไม่ปิดเทอมเท่าไหร่ คนยังเดินกันเต็มมหาวิทยาลัย แต่ที่เสียงดังสุดในละแวกนี้คือ คณะผมนี่แหละ ปิดเทอมไม่เจอกันอาทิตย์เดียว กันกันราวกับไม่เจอกันสักสามเดือนได้

 

            พอถึงเวลาประชุมก็โดนต้อนเข้าไปนั่งในห้อง ผมไม่ค่อยได้ฟังหรอกว่าประชุมอะไร เพราะแย่งโทรศัพท์ไอนัดมาเล่นเกมส์ ส่วนเจ้าของเครื่องเข้าเฝ้าพระอินทร์ไปแล้ว

 

            “มึง เขาจะประชุมถึงกี่โมงวะ” ผมกระซิบถามไอแก้ว คือสมาธิไปตั้งแต่เริ่มประชุมแล้ว

 

            “ไม่รู้ว่ะ นี่เพิ่งแจกแจงหน้าที่กัน ยังไม่ได้คุยเรื่องตารางเวลา ข้อตกลงอื่นๆ อาจจะมีตอนบ่ายต่อ” พอได้ยินก็แทบทรุด นานไปไหมนั่น

 

            ผมคืนโทรศัพท์ไอนัด แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งไลน์ไปแกล้งคนสักหน่อย แต่ไม่สำเร็จเพราะมันไม่ได้อ่านและไม่ได้ตอบ ตั้งใจเรียนจริงๆ

 

            สุดท้ายแล้วพอไม่มีอะไรทำก็ต้องหันไปสนใจเรื่องที่กำลังประชุมแทน ฟังๆ เหม่อๆ แต่ขี้เกียจแสดงความคิดเห็น จะให้ทำอะไรเดี๋ยวไอแก้วมันก็คงพูดให้ฟังอีกรอบ

 

            การประชุมจบลงที่เวลาประมาณบ่ายสองกว่า หน้าที่หลักของกลุ่มผมคือ ดูแลสวัสดิการ จัดหาหมอนที่นอน ถังน้ำ และอื่นๆ แต่คนที่จะลงแรงจัดเตรียมคือพวกปีหนึ่ง ซึ่งปีที่แล้วพวกผมก็ได้ผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้วเรียบร้อย

 

            ผมนั่งรอไอหมอที่คณะถึงประมาณบ่ายสาม ไอหมอก็โทรเข้ามาบอกว่าให้ไปหามันที่คณะแพทย์ฯ เพราะอาจารย์ขอสอนเพิ่มเติมถึงบ่ายสามครึ่ง ตอนแรกจะปฏิเสธขอรอที่คณะต่อเพราะผมไม่คุ้นชินกับคณะแพทย์เท่าไหร่นักเดินผ่านนับครั้งได้ แต่ก็ด้วยความเบื่อหน่ายเลยคิดว่าเดินเล่นๆ แก้เบื่อ

 

            ผมเดินลัดเลาะมาตามตึกต่างๆ อากาศก็ยังร้อนพอสมควร เดินมาถึงคณะแพทย์ฯ ใต้ตึกก็มีคนนั่งอ่านหนังสือประปราย ผมเดินขึ้นบันไดและมุ่งตรงไปโต๊ะตัวที่ว่างด้านในสุด

 

            ผมส่งข้อความไปบอกไอหมอว่านั่งรออยู่ใต้ตึกแพทย์แล้ว พอดูเวลานี่ก็เกือบบ่ายสามครึ่งแล้ว ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะทั้งเบื่อทั้งหิว

 

            “เฮ้ย!” พอลืมตาขึ้นมาช่อกุหลาบแดงช่อใหญ่วางอยู่ตรงหน้า

 

            “ผมรักคุณครับ” ผมมองหน้าไอหมออึ้งๆ ก่อนจะหันไปมองรอบตัว ทุกคนต่างมองมาที่ผมเป็นจุดเดียว

 

            “เฮ้...” แล้วก็มีคนวิ่งกรูออกมา มายืนล้อมรอบโต๊ะผมทั้งชายทั้งหญิงประมาณแปดเก้าคน ก่อนจะโชว์กระดาษในมือที่มีข้อความว่า

 

            ..... I LOVE YOU.....

 

            “มึง...มึงทำบ้าอะไรวะ” คือตอนนี้ทั้งอายทั้งโกรธ ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย

 

            “ช่วยรับความรักจากผมไปหน่อยได้ไหมครับ” ผมคว้าช่อดอกกุหลาบมาถือไว้ ก่อนจะลากตัวไอหมอออกจากใต้ตึก

 

            “ไอหมอ! มึงทำอะไรเนี่ย คิดไหมว่ากูจะอายน่ะ” ผมใช้หลังมือเช็ดหน้าตัวเอง เพราะรู้สึกร้อนหน้าเหมือนจะระเบิดให้ได้

 

            “คุณใหญ่โกรธเหรอครับ ผมแค่...รู้สึกว่าคุณใหญ่ยังไม่เคยรู้จักกับเพื่อนๆ ผมเลย มีแต่ผมที่รู้จักเพื่อนคุณใหญ่ แล้วพอดีเพื่อนผมก็...เลยช่วยคิดแผนนี้ขึ้นมา”

 

            “แล้วไม่กลัวคนมองว่าแปลกรึไง” ผมถามพรางก้มลงมองกุหลาบในมือ รู้ตัวว่าลึกๆ แล้วก็ดีใจ

 

            “ผมไม่คิดเรื่องนั้นตั้งแต่จีบคุณใหญ่แล้วครับ หึหึ หายเขินรึยัง วันนี้เพื่อนชวนไปหาอะไรกินต่อ ไปด้วยกันนะครับนะๆ”

 

            “......” ผมพยักหน้าตอบตกลง ถึงจุดนี้ ผมคงไม่มีอะไรจะอายแล้วจริงๆ

 

........................................................................

 

            หลังจากมื้อเที่ยงผ่านไป อาการตุ้มๆ ต่อมๆ ในใจผมก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ป๊าม๊าถูกเชิญไปนั่งรับลมที่ศาลาไม้ พร้อมกับของว่างหลังอาหารเที่ยง

 

            “ชาจากญี่ปุ่นค่ะคุณพี่ พอดีเพื่อนน้องเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น เลยได้ชามาฝาก” ผมนั่งมองพ่อแม่ไอหมอบริการป๊าม๊า ก่อนจะหันไปมองหน้าคนข้างๆ ความอบอุ่นจากมือที่สัมผัสกันทำให้ความเคร่งเครียดที่มีคลายลง

 

            “ซูด...อืม...ทั้งหอมทั้งกลมกล่อมจริงๆ ค่ะ” ม๊าเอ่ยชมหลังจากลองดื่ม

 

            “อืม...สมกับเป็นชาจากญี่ปุ่น คงราคาแพงน่าดูสินะครับ” ป๊าเอ่ยยิ้มๆ

 

            “เอ่อ...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนะครับ ผมอยากจะขอโทษคุณวิทูนกับคุณหยกที่ไม่ได้คุยเรื่องที่เด็กๆ คบกันแบบจริงจังสักที วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ผมกับภรรยาอยากจะพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเสียที”

 

            “ค่ะ คือทางเราก็ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ที่เป็นฝ่ายไปทำให้ลูกใหญ่ถูกมองว่าเป็นเกย์เป็นอะไรไป แต่เพื่อให้คุณพี่ทั้งสองสบายใจ เราสองคนเลยอยากจะขออนุญาตให้เด็กๆ ได้คบกันอย่างเปิดเผย ไม่ทราบว่าคุณพี่จะว่าอย่างไรคะ” ป๊าม๊าหันไปมองหน้าปรึกษากันสักพัก

 

            “ทางเราก็ไม่ถือโทษโกรธอะไร เพราะอาแทนได้เข้ามาคุยกันเรื่องนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้ อีกอย่าง ดิฉันก็ดีใจนะคะเพราะรู้สึกได้ว่าพักหลังๆ อาใหญ่ดูตั้งใจเรียนมากขึ้น ไม่ได้เล่นๆ เหมือนก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นผลมาจากอาแทนด้วย ส่วนเรื่องจะคบไม่คบยังไงก็แล้วแต่เด็กๆ เขาแล้วกัน ขอแค่ให้อยู่ในกรอบในระเบียบ ไม่ทำอะไรมากเกินไปจนโดนคนอื่นเขาเอานินทาเป็นพอค่ะ”

 

ยิ่งฟังม๊าพูดเหมือนน้ำตาจะไหล ป๊าม๊าไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผม ทำเหมือนไม่สนใจ แต่ความจริงแล้วท่านทั้งสองคอยดูอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา

 

“อืม...แล้วถ้าหากว่า ทางเราอยากจะขอหมั้นตาแทนกับลูกใหญ่...”

 

“หมั้น?” ป๊ามีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ผมนี่สิตกใจไปแล้ว ผู้ชายสองคนจะหมั้นกัน มีหวังข่าวได้ครึกโครมแน่ๆ

 

“ค่ะ...หมั้น คือ เราอยากจัดงานหมั้นขึ้นภายในครอบครัว เป็นงานเล็กๆ อันนี้เป็นความต้องการของตาแทนเขาค่ะ ใช่ไหมลูก” ทุกสายตาหันมามองคนข้างๆ ผม

 

“ครับ ผมอยากจะขอหมั้นคุณใหญ่ไว้ก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมจริงใจกับคุณใหญ่จริงๆ ไม่ทราบว่าป๊าม๊าเห็นด้วยหรือเปล่าครับ” ป๊าม๊าหันไปมองหน้ากันสักพักเหมือนปรึกษากันทางสายตา

 

“อืม...เรื่องหมั้น ป๊าว่า คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ ป๊าม๊าเองไม่หวังอะไรมาก ขอแค่ให้ดูแลกันและกันก็พอแล้ว อย่าไปจัดอะไรให้มันเปลืองเลย แล้วอาใหญ่ว่ายังไงล่ะ อยากจัดหรือเปล่า” อยู่ๆ ป๊าก็โยนมาลงที่ผมซะอย่างนั้น

 

“เอ่อ...เรื่องหมั้น....ผมว่าไม่ต้องมีพิธีอะไรก็ได้ครับ เอาอย่างที่ป๊าพูดก็ได้ สำหรับผม ผมเชื่อว่าการกระทำสำคัญที่สุดครับ” ผมสบตากับผู้ใหญ่เพื่อเป็นการยืนยันคำพูด แล้วหันมามองคนข้างๆ

 

“ถ้างั้นเรื่องหมั้นเป็นอันจบไป แต่ผมมีเรื่องอยากจะขอป๊าม๊าอีกเรื่องครับ คือผมอยากจะขออนุญาตป๊าม๊า ให้คุณใหญ่ไปค้างกับผมที่คอนโดจันทร์ถึงศุกร์ครับ จะได้ไปกลับไม่ไกลมาก” ป๊ายิ้มๆ แต่ไม่พูดอะไร ส่วนพ่อแม่ไอหมอถึงกับเหวอไปนิดนึง

 

“ตาแทน! เอ่อ...น้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะคุณพี่ ขออะไรก็ไม่รู้ ฮ่าๆ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แบบนี้แหละม๊าชอบ มีอะไรก็พูดกันตรงๆ อย่าไปหลบไปซ่อน เดี๋ยวมันจะติดนิสัย สำหรับเรื่องนี้ม๊าก็แล้วแต่อาใหญ่แล้วกันนะ ถือว่าโตแล้ว แต่ถ้าไปจริงๆ ป๊าม๊าก็อยากให้อยู่แบบแชร์กัน เพราะต่างคนก็ต่างเรียนไม่มีรายได้อะไรมากมาย”

 

“เอ่อ...ป๊าม๊าให้เงินคุณใหญ่แบบปกติก็ได้ครับ เพราะคอนโดนี้เป็นของผม ส่วนค่าน้ำค่าไฟผมรับผิดชอบเอง เพราะผมเป็นฝ่ายอยากให้คุณใหญ่ไปอยู่ด้วยเอง”

 

“อ่า...งั้นก็แล้วแต่สะดวกก็แล้วกันนะ” ม๊าพูดยิ้มๆ

 

สภาวะตอนนี้ผมอยากจะสลายตัวเป็นฝุ่นในอากาศจริงๆ มันให้อารมณ์ประมาณว่า ฝ่ายชายส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอกับพ่อแม่ฝ่ายหญิงจริงๆ แล้วที่คุยกันอยู่นี่ คิดไหมว่าผมจะเขินจะอายน่ะ

 

           

 



...........................................................TBC



 

2,816 ความคิดเห็น

  1. #2763 sun_sun (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 00:43
    เห้ยยยยยยยยยยย

    อารายจะ เขินได้ขนาดนี้ว่ะ
    #2763
    0
  2. #2703 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 21:10
    หมอแทนเปิดตัวใหญ่อย่างจริงจังกับเพื่อนและก็พ่อแม่เลยนะ ขอแต่ล่ะอย่างนี้ดีๆทั้งนั้น
    #2703
    0
  3. #2627 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 14:33
    นีลยังต้องการอะไรอีกกกกกกก
    #2627
    0
  4. #2480 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 21:13
    บ้าจริง ฉันเขินน่ะ รุ้เรื่องมั้ยเนี่ย ? ><
    #2480
    0
  5. #2184 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 16:28
    หมอน่ารักกกกก เขินตัวจะแตก รีบๆๆจบรีบๆๆแต่งเลยนะ

    #2184
    0
  6. #2133 นั่งนิ่งๆ เดี๊ยวหนูพาซิ่งเอง (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 15:42
    โอ้ยยยยย แทนน ไม่ไหวแล้วววว น้ารักกกกกกดพพพ
    #2133
    0
  7. #2016 แค่คนเดินดิน (@root1412) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 15:46
    หมอแทนน่ารักสุดๆเลย
    #2016
    0