คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fantastic Beasts and How to say I love you] NewtxOC

สำหรับนิวท์สิ่งที่ยากที่สุดคือการบอกรัก'เพื่อน' แต่แล้วความบังเอิญก็ทำให้เขากับเธอต้องมาอยู่ด้วยกัน เหล่าสัตว์วิเศษของเขาจึงเอาใจช่วย(อันที่จริงข่มขู่เสียมากกว่า..) แล้วนิวท์จะกล้าเผยความรู้สึกไหม?

ยอดวิวรวม

449

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


449

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


98
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 0 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  25 มี.ค. 62 / 17:08 น.
[Fantastic Beasts and How to say I love you] NewtxOC | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



credit pinterest


We looked at each other

a little too long to

be just friends.



Intro


                เฟริน่าไม่แน่ใจว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้คือใบหน้าของอันนา เด็กหญิงวัยแปดปีหลับตาลงเมื่อความอ่อนล้าจู่โจมอีกครั้ง เสียงวิทยุจากอีกห้องหนึ่งดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน แม้มาดามฮันน่าเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ช่วยชีวิตเธอไว้พยายามหรี่เสียงให้ค่อยมากจนแทบไม่ได้ยิน แต่เมื่อผู้ประกาศเอ่ยปีคริสต์ศักราชปัจจุบันขึ้นมา เด็กหญิงก็เบิกตาโพลง

                “...ค.ศ.1905...”

 

                เด็กหญิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอย้อนเวลากลับมาในช่วงปีก่อนเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 เพียงแค่นับนิ้วตัวเองว่าจะมีอายุเท่าใดเมื่อเกิดสงครามครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เธอก็อดถอนหายใจออกมาอย่างหดหู่ไม่ได้ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีเลย มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างนึกสงสัย ทั้งร่างกายที่อายุแปดปี และปีคริสต์ศักราชในตอนนี้อีก...

 

                แต่แล้วในปีที่เฟริน่าอายุครบสิบเอ็ดปี เธอก็ได้รับคำตอบที่พิสดารยิ่งกว่า เมื่อมาดามฮันน่าพาชายคนหนึ่งเข้ามาหาเธอ

                “สวัสดี” เขาเอ่ย ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นทำให้เด็กหญิงรู้สึกเหมือนถูกเอ๊กซเรย์

                “สวัสดีค่ะ” เฟริน่าเลือกที่จะไม่สบตากับเขาตรงๆ แต่แล้ว ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตาไปที่พื้นห้องแทน ชื่อของเขาที่เอ่ยออกมาก็ทำให้เธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นไป

                “ฉันชื่อ อัลบัส... อัลบัส ดัมเบิลดอร์”

 



                เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพยายามมองหาตู้รถไฟที่ยังว่างอยู่ แต่เหมือนเธอจะไม่มีโชคเลย เมื่อทุกตู้ต่างมีเด็กนักเรียนฮอกวอตส์นั่งอยู่ในนั้นแล้ว เฟริน่าลากหีบใส่ของและยังไม่ละความพยายามหาตู้ที่ยังว่างต่อไป แม้ว่ารถไฟจะเคลื่อนตัวออกจากชานชาลามาร่วมเกือบสิบนาทีแล้วก็ตาม

แต่ในที่สุดตู้สุดท้ายของขบวน เฟริน่าก็เห็นเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบาง ผิวขาวแต่ไม่ซีด เพราะร่องรอยคล้ำที่เกิดจากแสงแดดยังปรากฏให้เห็น ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ใต้กลุ่มผมสีน้ำตาลแดงที่หล่นลงมาปรกหน้าผาก เฟริน่าเผลอกัดริมฝีปาก อันที่จริงเธออยากได้ความเป็นส่วนตัว แต่เหมือนจะไม่มีตู้ไหนว่างเลย ดังนั้น เธอจึงไม่มีทางเลือกมากนัก เด็กหญิงเลื่อนประตูเปิดออก และเสียงประตูก็ทำให้เด็กชายผอมบางตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือในมือตัวเอง ก่อนจะรีบก้มหน้าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

                “สวัสดี” เฟริน่าเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก

เด็กชายดูจะไม่ได้ยินเสียงเธอ หรือเขาอาจจะพยายามแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เด็กหญิงจึงต้องเอ่ยให้ดังกว่านี้

“สวัสดี ฉันขอนั่งด้วยคนได้ไหม ตู้อื่นเต็มหมดแล้ว”

เด็กชายท่าทางแปลกประหลาดพยักหน้าเร็วๆ แต่ยังคงเลี่ยงไม่สบตาเธอ

“ขอบคุณ” เธอบอก ก่อนจะพยายามเก็บหีบสัมภาระของตัวเองอย่างยากลำบาก และนาทีต่อมาเธอก็ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามเขา เฟริน่าเลือกที่จะนั่งเท้าคางและจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างแทน เธอรู้สึกว่าเด็กชายตรงหน้าไม่ได้อยากผูกมิตรกับเธอเท่าไหร่นัก และเธอเองก็ไม่ได้สนใจที่จะสนทนากับเขาอีก

รถไฟแล่นไปตามรางขึ้นเหนือไปเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบ เฟริน่าอดรู้สึกไม่ได้ว่าเด็กชายแปลกประหลาดกำลังทำตัวน่ารำคาญ เมื่อเขาเอาแต่ลอบมองเธอ เด็กหญิงพยายามไม่กรอกตา พลางคิดว่าทำไมเธอไม่หลุดมาในช่วงเวลาของแฮรรี่ พอตเตอร์กันนะ มันคงจะดีกว่านี้ที่ต้องมานั่งร่วมตู้กับเด็กชายผมสีน้ำตาลแดงที่ทำตัวงุ่มง่ามแปลกๆ

“นายมีอะไรหรือเปล่า” เธอหันหน้าออกจากหน้าต่างและเปลี่ยนมาจ้องเด็กชายตรงข้ามแทน เขาดูตกใจและรีบก้มหน้าไม่ยอมสบตา

“ปะ – เปล่า” เขารีบตอบ

เฟริน่าเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กชายมีกระสีน้ำตาลกระจายอยู่บนใบหน้า

“ฉันชื่อเฟริน่า เฟริน่า โพสัน” เด็กหญิงตัดสินใจแนะนำตัวเอง

เด็กชายขยับตัวอย่างอึดอัด เขาดูลังเลใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยชื่อตัวเองที่ทำให้เฟริน่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“นิวท์ นิวท์ สคามันเดอร์”

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เฟริน่ารู้จักกับพ่อมดที่เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์วิเศษ

 




นิวท์ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเริ่มจากตรงไหนหรือตอนไหน...

ตลอดสี่ปีที่ได้รู้จักเด็กผู้หญิงที่ชื่อเฟริน่า โพสัน ได้เป็นเพื่อนกับเธอ รวมทั้งเรื่องที่เธอมักจะคอยจัดการเด็กนักเรียนคนอื่นที่ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะคิดว่าเขาน่ารำคาญ (อันที่จริงเฟริน่าก็เคยยอมรับว่าเธอรู้สึกรำคาญเขาในตอนแรกที่เจอกัน) เขาก็เริ่มรู้สึกดีแปลกๆกับเธอ

“นิวท์” เสียงลีตาดังขึ้น

เด็กชายวัยสิบสี่ปีเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเกี่ยวกับสัตว์วิเศษในมือ ก่อนจะเลี่ยงสบตาอีกฝ่ายและหันไปจ้องหนังสือใหม่อีกครั้ง มีเสียงเด็กหญิงบ้านสลิธีรินพ่นลมหายใจ และเริ่มเอ่ยต่อไปด้วยเสียงเรียบๆว่า

“ฉันได้ยินมาว่าเฟริน่ากำลังจะออกเที่ยวกับแกริคที่ฮอกส์มี้ด”

นิวท์รีบเงยหน้าขึ้นจากหนังสือทันที และเขาก็เห็นลีตาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรีบก้มหน้าหลบสายตาอีกฝ่ายทันที เขาไม่พูดอะไร ทั้งที่ตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ เมื่อได้ยินว่าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างกำลังจะออกเที่ยวกับกัปตันทีมควิชดิชบ้านกริฟฟินดอร์ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายที่นิวท์ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าเขาไม่ชอบเลย...


 

เฟริน่ารู้สึกไม่สบายใจเลย หลังจากที่นิวท์เอ่ยขึ้นมาเรื่องที่เธอกำลังจะออกเที่ยวกับแกริค สายตาของเขายามที่ชำเลืองมองเธอ ดวงตาสีฟ้าของเขาดูเจ็บปวดและผิดหวัง และมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย... เด็กหญิงพยายามลืมท่าทางของเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟ เธอไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลย

ไม่อยากเลยสักนิด...

เธอไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอไม่ได้รู้สึกกับเขาแค่เพื่อนอีกต่อไป และเมื่อตระหนักกับความจริงที่ว่าในอนาคตคนที่เขาจะแต่งงานด้วยคือพอร์เพนทิน่า โกลด์สตีน ก็ทำให้เฟริน่าเลือกที่จะออกเที่ยวกับใครสักคนก็ได้ เพื่อหวังว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาจะลดน้อยลง

แต่เปล่าเลย... เธอคิดผิด

ขณะที่อยู่ในร้านไม้กวาดสามอันที่คนไม่เนืองแน่นมากนัก เฟริน่าก็เห็นเด็กชายผมสีน้ำตาลแดงยืนเกาะกระจกอยู่นอกร้าน และดวงตาสีฟ้าของเขากำลังจ้องมองมาที่เธอตรงนี้ และเฟริน่าไม่อยากจะยอมรับ... เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบรัด และทันทีที่เด็กชายเห็นว่าเธอสบตากับเขา นิวท์ก็รีบถอยห่างจากกระจกและก้มหน้ามองปลายเท้า เขาดูตกใจมาก ก่อนจะเดินออกห่างจากกรอบหน้าต่างไปในทันที


 

“ฮื่อ... แกริคเขา – เอ่อ – เขาชวนฉันออกเที่ยวจริงๆ”

คำพูดของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างดังก้องอยู่หัว นิวท์ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยิ่งรู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวและโหวงๆในอก

ทันทีที่ถึงฮอกส์มี้ด ซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆ เขามักจะขลุกอยู่กับสัตว์วิเศษของเขาที่ป่าต้องห้ามมากกว่ามาที่นี่ แต่เมื่อคำพูดของเฟริน่ายังดังสะท้อนไปมา รู้ตัวอีกทีนิวท์ก็พบว่าขาของเขาพามาที่ฮอกส์มี้ดเสียแล้ว ขณะที่ลอบมองไปรอบๆเพื่อหาเด็กหญิง เขาก็เห็นเธอนั่งอยู่ในร้านไม้กวาดสามอัน

เด็กชายผมสีน้ำตาลแดงก้าวเข้าไปใกล้ร้าน สองมือค่อยๆยกขึ้นแตะกระจกเย็นเฉียบ เขาจ้องเข้าไปในร้านจนปลายจมูกแนบกับหน้าต่าง หัวใจเต้นแรง แต่... ไม่ใช่เต้นแรงอย่างรู้สึกดีเวลาที่เขาอยู่ใกล้กับเฟริน่า แต่มันเต้นแรงที่ชวนให้เขารู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก เขากลืนน้ำลายลงคอที่ตีบตันอย่างยากลำบาก

ตอนนี้นิวท์ได้คำตอบแล้วว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร... และความรู้สึกที่เขามีให้เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างคืออะไร...

และเขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่า

มันเจ็บปวดเป็นบ้า...

 

 



เฟริน่ายกมือปัดผมออกจากใบหน้า หลายคืนมานี้เธอฝันร้ายตลอด ตั้งแต่วันนั้นที่เธอไล่ตามลูกสนิชที่แอบบินเข้าไปในกองปริศนา และเธอเผลอไปทำลูกแก้วพยากรณ์ลูกหนึ่งแตกเข้า มันก็ตามหลอกหลอนเธอมาตลอด

ภาพในความฝันของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกแม่ของเขาใช้เข็มขัดเฆี่ยนตีอย่างทารุณ และพลังงานสีดำที่ลอยวนเวียนรอบตัวเด็กชายที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องยามที่เขาอยู่ตามลำพัง

หญิงสาวหลับตาลง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังฝันเห็นครีเดนซ์ แบร์โบน และเหมือนความฝันนั้นคงจะไม่หยุดลงง่ายๆ หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง...

 


ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางผิวคล้ำแดดคล้ำฝนเดินหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้ามาในกองขอใบอนุญาตไม้กวาดของกระทรวงเวทมนต์ เขาลอบสังเกตเจ้าหน้าที่กองนี้ระหว่างที่เดินเข้ามาด้วย กลิ่นอับของไม้ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ มีลูกสนิชบินว่อนสวนไปกับเรือบินกระดาษ ชายหนุ่มก้มหลบทันก่อนที่ลูกสนิชสีทองจะพุ่งชนศีรษะเขาไปอย่างหวุดหวิด

นิวท์แอบยิ้มกับตัวเอง เมื่อสังเกตได้ว่าเจ้าหน้าที่กองนี้มีแต่พ่อมดสูงอายุ และทันใดนั้นเองเสียงแหลมที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดก็ดังขึ้น

“นิวท์!

หญิงสาวผมสีน้ำตาลสว่างที่ยาวระบ่าก้าวเข้ามาหาเขา มีรอยยิ้มกว้างระบายอยู่บนใบหน้า นิวท์เผลอยิ้มตามเธออย่างช่วยไม่ได้ แต่เมื่อเธอเข้ามาใกล้ เขาก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาและเลื่อนสายตาจ้องข้ามไหล่เธอไป ไม่กล้าสบดวงตาสีฟ้าอมเขียวตรงๆ

“ไง เฟริน่า” เขาเอ่ยทักอย่างประหม่า หัวใจของเขาคงเต้นแรงเกินไปจนทำให้พิกเก็ตต์ต้องโผล่หัวของมันออกมาเหนือกระเป๋าเสื้อที่อกซ้าย

“พิกเก็ตต์!” เฟริน่าร้องอย่างดีใจ เมื่อเธอเห็นโบวทรัคเกิล หญิงสาวรีบยื่นมือมาหามัน พิกเก็ตต์รีบปีนออกจากกระเป๋าและไต่ขึ้นไปบนมือของเธอ โบวทรัคเกิลตัวน้อยกอดนิ้วโป้งเธอและกระพริบตาให้

“พิกเก็ตต์คิดถึงเธอมากนะ” นิวท์บอก และโบวทรัคเกิลก็ทำท่าทางไม่พอใจเขา และเริ่มออกอาการที่นิวท์รู้ว่ามันกำลังตำหนิเขาที่ไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมดว่ารวมถึงตัวเขาเองด้วย

“โอ้ เจ้าโบวทรัคเกิลตัวน้อย ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน” เฟริน่าบอกและใช้นิ้วลูบใบไม้บนหัวพิกเก็ตต์อย่างเอ็นดู

 



“เธอแน่ใจจริงๆเหรอ ฉันคิดว่าเธอ – เอ่อ – น่าจะรอให้สงครามของมักเกิ้ลจบลงเสียก่อนและ -- ”

หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ และเริ่มพูดด้วยท่าทางจริงจังว่า

“มันจำเป็นจริงๆ นิวท์ -- ฉันรู้ว่าตอนนี้มีสงคราม แต่ – นายต้องรู้จักใครสักคนที่มีกุญแจนำทางไปที่อเมริกาสิ”

นิวท์พยายามคัดค้านความคิดของเธอ แต่เฟริน่าก็รีบพูดขัดขึ้นว่า

“ฉันรู้นะว่านายรู้จักใครสักคนที่มีกุญแจนำทางนั่น ฉันขอร้องล่ะ มันจำเป็นจริงๆ นายแค่บอกฉันว่าจะหากุญแจนำทางนั่นได้จากที่ไหนก็พอ”

“อันที่จริง...” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่แน่ใจ “ฉันพอจะรู้ แต่ – แต่มันมีปัญหานิดหน่อย”

“อะไรเหรอ” หญิงสาวถาม พลางเอื้อมมือข้ามโต๊ะมากุมมือเขาไว้ นิวท์รู้สึกตกใจ เขาเผลอสะดุ้งเล็กน้อยและรู้สึกใบหน้าร้อนผะผ่าว ดวงตาสีฟ้าก้มมองเศษอาหารในจานเบื้องหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายแทนที่จะสบตาเธอที่ยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรง ชายหนุ่มไม่ได้พยายามดึงมือออก เพราะเขาชอบเวลาที่หญิงสาวกุมมือเขาไว้ตั้งแต่สมัยเรียนที่ฮอกวอตส์

“ไม่มีกุญแจนำทางไหนที่สามารถพาเธอไปอเมริกาได้ -- ”

“ทำไมล่ะ” เฟริน่าดึงมือกลับไปอย่างรวดเร็ว นิวท์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายนิดๆ เขาชำเลืองมองเธอก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่แก้วน้ำแทน

“อย่างที่ฉันบอก ตอนนี้ยุโรปตกอยู่ในภาวะสงครามของมักเกิ้ล กุญแจนำทางถูกตรวจสอบ แต่ -- ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปอเมริกาไม่ได้ เพียงแต่ – เพียงแต่ถ้าเธออยากจะไปอเมริกาจริงๆ เธอจำเป็นต้องใช้กุญแจนำทางของแต่ละประเทศ เพื่อเดินทางข้ามประเทศไปจนถึงประเทศที่มีอันที่สามารถพาเธอไปอเมริกาได้” นิวท์อธิบาย และลอบมองเธออีกครั้ง สีหน้าของหญิงสาวประจำกองออกใบอนุญาตไม้กวาดดูตกใจกับความจริงที่ได้รับรู้ว่าการเดินทางออกนอกประเทศในช่วงเวลาที่มีสงครามเช่นนี้มันซับซ้อนกว่าที่คิด

“เอ่อ – “ เธอกะพริบตาเรียกสติตัวเอง ก่อนจะเปิดกระเป๋าและเริ่มควานหากระดาษและปากกาขนนก “เอ่อ -- งั้นนายช่วยจดว่ามีกุญแจนำทางของประเทศไหนบ้างที่สามารถพาฉันไปถึงอเมริกา”

นิวท์เงยหน้าขึ้นมาและอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวกำลังจะทำอะไร

“ฉันปล่อยให้เธอไปเองคนเดียวไม่ได้หรอก”

“ฉันไปคนเดียวได้ ฉันไม่รบกวนนายหรอก นิวท์ และ – ให้ตายสิ! ปากกาขนนกหายไปไหนนะ” หญิงสาวเริ่มเทของในกระเป๋าลงบนโต๊ะ

นิวท์รู้สึกถึงแรงกระตุกเบาๆที่กระเป๋าเสื้อ พิกเก็ตต์นั่นเอง มันกำลังส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วยที่จะให้เฟริน่าเดินทางออกนอกประเทศคนเดียวในภาวะสงครามเช่นนี้ โบวทรัคเกิลน้อยโบกกิ่งไม้ที่เปรียบเสมือนมือ มันทำท่าทางบอกบางอย่างที่ทำให้นิวท์ใจเต้นแรง

“เธออาจจะปฏิเสธก็ได้” เขากระซิบ และรีบชำเลืองมองหญิงสาวที่อยู่ตรงข้าม เธอยังคงพยายามมองหาปากกาขนนกจากกองสิ่งของและไม่ทันได้ยินบทสนทนา

พิกเก็ตต์ปีนออกจากกระเป๋าเสื้อและไต่ขึ้นมาบนบ่า มันทำเสียงขู่เล็กๆและหรี่ตาเป็นเชิงบังคับให้เขาทำอย่างที่มันบอก

“นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย พิกเก็ตต์!” เขากระซิบบอก โบวทรัคเกิลเท้าสะเอว ก่อนจะหมุนตัวและไถลลงจากบ่าของเขา มันลงไปยืนกลางโต๊ะและไต่ไปหาเฟริน่าพร้อมกับใช้มือเก้งก้างสีเขียวชี้ไปที่ปากกาขนนกที่ถูกตลับแป้งทับอยู่

“โอ้ ตายจริง! ขอบคุณมากเลย พิกเก็ตต์” หญิงสาวบอกและจ้องมองโบวทรัคเกิลอย่างเอ็นดู

เฟริน่าหยิบตลับแป้งออกและคว้าปากกาขนนกขึ้นมา แต่ก่อนที่เธอจะส่งให้ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงที่รีบก้มหน้าหลบสายตา พิกเก็ตต์ก็กระตุกนิ้วโป้งหญิงสาวเบาๆ และชี้มือของมันมาที่นิวท์ พร้อมกับชี้ไปที่เธอ ก่อนจะวาดแขนผอมๆของมันทั้งสองข้างมารวมกัน

“มันกำลังจะบอกอะไร” หญิงสาวถามอย่างไม่แน่ใจ

นิวท์ตกใจกับท่าทางของโบวทรัคเกิลจนมือปัดไปถูกส้อมในจานกระเด้งหล่นจากโต๊ะ เขารีบก้มลงไปเก็บส้อมและเอ่ยตอบอย่างลนลานว่า

“ไม่มีอะไร”

แล้วโบวทรัคเกิลก็ทำท่าเดิมอีกครั้ง

“พิกเก็ตต์!” ชายหนุ่มรีบคว้าสิ่งมีชีวิตสีเขียวหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อคลุม และเมื่อมันพยายามจะปีนออกมาเหนือปากกระเป๋า เขาก็รีบใช้นิ้วชี้กดหัวมันเบาๆไม่ให้ออกท่าออกทาง มีเสียงท้วงเล็กๆอย่างไม่พอใจดังลอดออกมา ชายหนุ่มอุทานออกมาเบาๆ เมื่อพิกเก็ตต์กัดนิ้วของเขา

โบวทรัคเกิลกอดอกและหมุนตัวไปทางตรงกันข้ามที่บ่งบอกให้รู้ว่ามันกำลังไม่พอใจ

“ไม่เอาน่า พิกเก็ตต์” นิวท์พยายามง้อมัน และเมื่อเขาใช้ปลายนิ้วจิ้มหลังมันเบาๆ โบวทรัคเกิลก็สะบัดตัวหนีให้ห่างจากปลายนิ้ว แล้วชายหนุ่มก็ถอนหายใจเบาๆอย่างยอมแพ้

“ฉันว่านายเผลอทำให้พิกเก็ตต์โกรธจริงๆซะแล้วล่ะ” เฟริน่าบอก

นิวท์ก้มมองเศษอาหารในจานอีกครั้ง รู้สึกได้เลยว่าใบหูของเขาเริ่มร้อน ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียงว่า

“พิกเก็ตต์พยายาม – พยายามจะบอกว่า เธอ – ฉัน – เอ่อ เราเดินทางไปด้วยกันนั่นน่าจะดีกว่า”

“โอ้ แต่ – แล้วนายจะต้องเดินทางออกไปนอกประเทศอีกครั้งเหรอ” หญิงสาวถามอย่างไม่แน่ใจ

นิวท์พยักหน้าโดยไม่สบตาเธอ และเขาก็เห็นว่าพิกเก็ตต์แอบส่งยิ้มให้เขามาจากก้นกระเป๋าเสื้อ...


________________________________________________


สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านฟิคแฮร์รี่เดิม ก็อาจจะงงๆหน่อย ส่วนใครที่ตามมาจากฟิคเดิมก็คงจะงงเหมือนกัน

เอาเป็น...  ไรท์คิดมาตลอดว่าถ้าสมมติเฟริน่าไม่ได้หลุดเข้าไปในช่วงเวลาเดียวกับแฮร์รี่ แต่หลุดเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกับนิวท์

มันจะเป็นยังไง มันคงสนุกดีไปอีกแบบ จริงๆตั้งใจให้ Intro มันสั้นนะ แต่ไปๆมาๆ มันก็ยาว อ่านจบคงคิดว่ากลิ่นดราม่าลอยมาเลย

ไรท์อยากบอกว่ามันดราม่าช่วงต้นๆค่ะ แต่หลังจากนี้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน มันจะมีความดราม่าน้อยลง และมีฉากน่ารักๆตลกๆของสัตว์วิเศษด้วยล่ะ โอเค พอแค่นี้ดีกว่าเนอะ



ใครหลงเข้ามา อย่าเพิ่งกด fav นะคะ ไรท์ยังไม่ว่างค้นข้อมูลจริงๆจังๆสักที แค่เปิดเรื่องไว้ก่อน เรื่องนี้อีกนานค่ะ กว่าจะแต่งมาลง คิดว่าน่าจะสั้นกว่าฟิคแฮร์รี่ล่ะ ขอให้อะไรๆลงตัว + มีเวลาว่าง และค้นจนข้อมูลแน่นจริงๆซะก่อน เพราะพล็อตที่คิดไว้ ดันไปอยู่ในช่วงเหตุการณ์สำคัญๆ ยังไม่รวมเหล่าสัตว์วิเศษที่ต้องค้นข้อมูลอีก 
ปล.เรื่องนี้ออกดราม่านิดๆ ผสมฮาๆนะคะ
ปล.2 ถ้ายังไม่แต่งมาลง แปลว่าข้อมูลยังไม่แน่นพอนะคะ อย่าตกใจไป แหะๆๆ
ปล.3 ในที่สุดไรท์ก็กลายเป็นติ่งนิวท์โดยสมบูรณ์แบบ ฮือออออ TvT
ปล.4 อย่ากด fav นะ ไรท์เตือนแล้ว ถ้าตามมาจากฟิคแฮร์รี่เดิม ไว้ไรท์พร้อมลงฟิคนี้ จะแจ้งในฟิคเดิมค่ะ 
ปล.5 เรื่องนี้มีอะไรให้ค้นและตีความเยอะมาก โดยเฉพาะ timeline และ character ทั้งของคนและสัตว์วิเศษ ฉะนั้น เลยต้องใช้เวลาหน่อย แต่ไรท์อยากให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ติ่งFB ติ่งNewt อดทนรอกันหน่อยนะคะ
ปล.6 อย่ากด fav และอย่ากดดันไรท์น้าาาา TvT

       
z y c l o n
   

สารบัญ อัปเดต 25 มี.ค. 62 / 17:08

บันทึกเป็น Favorite

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ StarCat, ลำนำ จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 06:51
    เรื่องนี้หนีดัมเบิลดอร์ แล้วดัมเบิลดอร์จะตามมั้ยคะ ประมาณว่า ลูกจ๋าาา จะหนีป๊าไปไหนนนน55555อะไรแบบนั้น55555
    #5
    1
    • 25 มิถุนายน 2562 / 03:25
      หนีแต่ดัมก็ตามค่ะ 5555 ตามแบบไหนเนี่ยสิจนทำให้เฟหวาดระแวงไปเลยยย
      #5-1
  2. วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 02:31

    รอค่ะรออออ ฮือออออออออ คุณนิวท์น่ารักมากกกกกกกกก เหมือนถอดจากต้นฉบับมาเลยค่ะ

    #4
    1
    • 25 มิถุนายน 2562 / 03:05
      ไรท์คันมืออยากแต่งมากค่ะ 5555
      #4-1
  3. วันที่ 27 มกราคม 2562 / 01:13
    อ๊ากกกกไรท์เราตามมาตั้งแต่เรื่องแรกเลยคิดถึงหนักมาก จุฟๆ
    #3
    3
    • 27 มกราคม 2562 / 22:22
      ไรท์น่ารัก เรื่องเก่าเค้าก็รออยู่นะ
      #3-2
    • 27 มกราคม 2562 / 22:47
      เรื่องนี้อีกนานเลยค่ะ กว่าจะได้ลงตอนแรก เรื่องเก่าว่างแล้วมาอัพต่อแน่นอนค่ะ

      รีดก็น่ารักเช่นกันนนน
      #3-3
  4. วันที่ 26 มกราคม 2562 / 13:57
    เรากดไปเเล้วไรท์ เค้าอยากติดตามทุกผลงานของไรท์เพราะเราเชื่อว่ามันต้องออกมาสนุกเเละน่าสนใจ~~

    สู้ๆน่าา เเล้วก็รักษาสุขภาพด้วนน่าค้าาเพราะเค้าเป็นหวัดบ่อยมากเลยกลัวไรท์จะไม่สบาย~~^_^
    #2
    3
    • 26 มกราคม 2562 / 19:20
      ขอบคุณที่เเนะนำนะคะ จะไปลองกินดู
      เเล้วก็สู้ๆค่ะเราเชื่อว่าไรท์ทำได้(เพราะไรท์เก่ง) *^* ///มองด้วยสายตาที่เป็นประกาย
      #2-2
    • 26 มกราคม 2562 / 19:26
      กำหมัดอย่างหมายมั่นว่าในที่สุดก็ลง Intro แล้ว นี่คือคร่าวๆค่ะ งืออออ ขอบคุณค่าาาา
      #2-3
  5. วันที่ 26 มกราคม 2562 / 13:06
    เห็นชื่อไรต์เราก็แบบ เอ๊ะะะะะ คุ้นจังเลยยย555555 คิดถึงไรต์มากกกกกๆค่ะ;-; จะรอเรื่องนี้ด้วยน้าาาา
    #1
    1
    • 26 มกราคม 2562 / 13:08
      คิดถึงเช่นกันค่ะ วันนี้แวบมาเพื่อฟิคนี้ กลัวลืม เลยต้องมาเปิดไว้ก่อนค่ะ มีอะไรถามได้น้าาา มีพล็อตแล้วล่ะค่ะ แค่ข้อมูลยังไม่แน่น แหะๆๆ ขอบคุณที่จะรอฟิคนี้นะคะ
      #1-1