[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 11 : PART 1 of HP --- Distrust [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


Distrust [1]


               คืนนั้นหลังจากที่ออกไปผจญภัย  และกลับมาที่หน้าทางเข้าหอคอยที่เนวิลล์นอนคุดคู้รออยู่  เพราะเขาจำรหัสไม่ได้   เด็กบ้านกริฟฟินดอร์สามคน  (ยกเว้นเฟริน่า)  ก็เริ่มโต้เถียงเรื่องสุนัขสามหัวและประตูกลที่มันยืนเฝ้าอยู่  เฮอร์ไมโอนี่ดูจะหัวเสียมากขึ้นที่คืนนี้เธอเผลอทำผิดกฎโรงเรียนโดยการสาปฟิลช์แถมยังเกือบตาย  แฮร์รี่พยายามจะชวนเฟริน่าคุย  แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เขา  เธอดึงมือเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างให้ขึ้นหอนอนหญิงทันที  รอนบ่นต่ออีกเล็กน้อย  

                แฮร์รี่ได้แต่มองตามเพื่อนคนแรกของเขาด้วยตาละห้อย   และเมื่อปีนขึ้นเตียงนอนแล้ว  เขาก็เริ่มสงสัยว่าอะไรที่สุนัขนั่นเฝ้าอยู่  มันต้องใช่เจ้าห่อของเล็กๆเปื้อนๆจากห้องนิรภัยเจ็ดร้อยสิบสามแน่ๆ

                วันต่อมาแฮร์รี่และรอนยังคงถกเถียงกันเรื่องเมื่อคืนนี้อีก   เฮอร์ไมโอนี่กับเฟริน่าดูจะไม่สนใจหัวข้อนี้สักเท่าไหร่  เด็กหญิงผมฟูขู่ฟ่อทุกครั้งที่แฮร์รี่เข้าใกล้เฟริน่า  ในขณะเดียวกันรอนก็หาคำมายอกย้อนใส่เธอ  เพื่อแก้แค้นให้แฮร์รี่  และเรื่องเมื่อคืนเหมือนจะทำให้เฮอร์ไมโอนี่ยิ่งกีดกันไม่ให้แฮร์รี่คุยกับเฟริน่ามากขึ้น  เด็กชายแว่นกลมมองเพื่อนคนแรกที่นั่งห่างออกไปไกลกำลังนั่งคุยอยู่กับเฮอร์ไมโอนี่ที่ถลึงตาใส่เขาเป็นระยะๆ

                “ยัยนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร  ถึงได้กีดกันนายแบบนั้น”  รอนจ้องตอบกลับไป  

แฮร์รี่ถอนหายใจ  เฟริน่าเองก็ดูจะให้ความร่วมมือกับเด็กหญิงผมฟูเป็นอย่างดี  ถึงเธอจะไม่ได้มีท่าทางแบบเดียวกับเฮอร์ไมโอนี่  แต่เธอก็นิ่งเฉยเมื่อเขาพยายามคุยกับเธอ  

“รู้อะไรมั้ย   ฉันกำลังคิดแผน”  รอนว่า  ละสายตาจากเด็กหญิงผมฟูกลับมาที่แฮร์รี่   “เราต้องหาทางให้ยัยเฮอร์ไมโอนี่นั่นออกไปห่างๆจากเฟริน่า”

“ฉันว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นะ  เฟริน่าดูจะชอบเฮอร์ไมโอนี่มาก  ถ้านายทำแบบนั้น  มันต้องเลวร้ายมากแน่ๆ  แล้วเธอก็จะยิ่งโกรธฉันมากขึ้นไปอีก”   แฮร์รี่บอก  เขารู้สึกว่าคืนนั้นเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า  นอกจากเด็กชายหัวแผลเป็นจะไม่สามารถแสดงให้เธอเห็นได้แล้วว่าเขาสามารถปกป้องเธอได้  เขายังกลับทำให้เธอเกือบถูกไล่ออกจากโรงเรียน  และเกือบโดนสุนัขสามหัวนั่นฆ่าอีกด้วย

“โอ๊ย  พนันกันได้ว่าเฟริน่าต้องโดนยัยนั่นเป่าหูให้เกลียดนาย   ถ้าไม่มียัยนั่น  นายก็ทางสะดวก  ฉันจะช่วยนายให้ถึงที่สุดเอง  แฮร์รี่”  รอนเอ่ยอย่างหมายมั่น   แฮร์รี่กำลังจะปฏิเสธ  แต่ฝูงนกฮูกก็พากันบินกรูเข้ามาในห้องโถง  และห่อผอมยาวๆที่ทุกคนในห้องโถงต่างให้ความสนใจนั้น  นกฮูกหกตัวก็หย่อนมันลงตรงหน้าแฮร์รี่   และตามมาด้วยจดหมาย  แฮร์รี่เปิดออกอ่านและดีใจเป็นอย่างมาก  มันเป็นไม้กวาดที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลส่งมาให้เขาไว้ใช้เล่นควิชดิช   รอนอดอิจฉาไม่ได้  เขาเล่าว่าไม้กวาดนิมบัสสองพันเป็นไม้กวาดที่ดีที่สุด   ทั้งสองรีบพุ่งออกจากห้องโถงโดยเร็ว   แต่แล้วเดรโก  แครบและกอยล์ก็ขวางเขาไว้ที่กลางห้องโถง

เดรโกแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอิจฉา  เมื่อเขารู้ว่ามันเป็นไม้กวาด  แล้วรอนก็จัดการถากถางเปรียบเทียบไม้กวาดคอมเม็ทสองร้อยหกสิบกับนิมบัสสองพันในทันทีว่าอยู่คนละชั้น  เดรโกสวนกลับใส่รอน  แล้วศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็ก้าวเข้ามาคลี่คลายเหตุการณ์ทั้งหมด  และแฮร์รี่ไม่ลืมยกความดีที่เขาได้ไม้กวาดนี่มาเพราะเดรโก   เด็กชายผมบลอนด์ดูตื่นตกใจและโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง  สร้างความพอใจให้แฮร์รี่มากเลยทีเดียว  ระหว่างที่แฮร์รี่กับรอนขึ้นไปถึงขั้นบนสุดของบันไดหินอ่อน   เสียงเฮอร์ไมโอนี่ที่แดกดันทั้งสองเรื่องทำผิดกฎโรงเรียนก็ดังขึ้น  เธอเดินกระแทกเท้าขึ้นมา  จ้องมองห่อยาวๆในมือแฮร์รี่อย่างไม่เห็นด้วย   เฟริน่าเดินสมทบขึ้นมา  เธอดูไม่แปลกใจที่เห็นห่อไม้กวาด

“ฉันคิดว่าเธอจะไม่พูดกับเราซะอีก”   แฮร์รี่บอก  เขาส่งยิ้มกว้างให้เฟริน่า  แต่เฮอร์ไมโอนี่รีบมายืนขวางไว้  รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กชายผมยุ่งหุบลงในทันที  รอนดูจะไม่พอใจ

“ใช่  อย่าเพิ่งเลิกเสียล่ะ”  รอนว่า  “ไม่พูดน่ะดีกับเรามากเลย  แต่จะดีมากกว่านี้ถ้าเธอจะเลิกกีดกันแฮร์รี่กับเฟริน่าสักที  สองคนนั้นเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน”

“ฉันไม่ให้เพื่อนของฉันไปยุ่งกับเด็กผู้ชายอย่างนายหรอก  จำได้มั้ยโรนัลด์  นายเป็นคนบอกเนวิลล์เองว่าเด็กผู้ชายน่ะไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิงหรอก”   เฮอร์ไมโอนี่พูดตอกใส่หน้า  รอนได้แต่อ้าปากค้างเมื่อคำพูดของเขาย้อนเข้าตัวเอง   “ไปกันเถอะ  เฟริน่า   เด็กผู้หญิงก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับเด็กผู้ชายที่จ้องแต่จะทำผิดกฎโรงเรียนเหมือนกัน”   เด็กหญิงผมฟูคว้ามือเพื่อนของเธอและเดินปังๆเชิดคางจากไป   มีเสียงหัวเราะคิกคักเล็กๆมาจากเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง   แฮร์รี่ได้แต่มองตามหลัง  เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้  เมื่อเห็นว่าใบหน้าเล็กๆนั่นมีรอยยิ้มขำๆ

“ฉันเกลียดยัยนั่นชะมัด”   รอนโกรธอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง   “แล้วนั่นนายจะยิ้มทำไม  ไม่รู้สึกโมโหคำพูดยัยนั่นบ้างหรือไง”  คำถามของรอนดึงเขาออกจากภวังค์  เด็กชายผมยุ่งกระพริบตาเรียกสติตัวเอง  ใบหน้าเป็นสีชมพูน้อยๆ  เอื้อมมือไปขยี้ผมตัวเองอย่างประหม่า  รู้สึกหัวใจเต้นแรงแปลกๆอีกครั้งในอก

“อ้อ  โมโหสิ  โมโหมากด้วย  โมโหเหมือนนายนั่นแหละรอน”  แฮร์รี่รีบบอก

วันนั้นทั้งวันเด็กชายแว่นกลมแทบไม่มีสมาธิ  ใจของเขาวนเวียนไปถึงไม้กวาดด้ามใหม่ที่อยู่ใต้เตียงในหอนอน  หรือไม่ก็ใจลอยไปที่สนามควิชดิชที่เขาจะได้เรียนวิธีเล่น  แต่แล้วใจของเขาก็ลอยกลับมาอย่างรวดเร็ว  เมื่อเห็นเฟริน่าที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาหาเขา  เธอส่งยิ้มน่ารักมาให้  ก่อนจะโยนเศษกระดาษเล็กๆหล่นลงมาที่โต๊ะตรงหน้า  แฮร์รี่เปิดออกอ่าน

ยินดีด้วยนะที่ได้เล่นเป็นซีกเกอร์ในทีมควิชดิชประจำบ้าน 

ฉันรู้ว่านายทำได้อยู่แล้ว  อย่าไปกลัวอะไรทั้งนั้น!  ฉันจะรอเชียร์นายนะ

เพียงแค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวก็ทำให้แฮร์รี่หัวใจพองโต  เด็กชายผมยุ่งยิ้มกว้าง  รู้สึกมีความสุขอย่างล้นเหลือเป็นที่สุด  หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว  แฮร์รี่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น   แต่เก็บจดหมายลงใส่กระเป๋าเป็นอย่างดี  หยิบออกมาดูบ่อยๆ   และเผลอยิ้มกว้างออกมาทุกครั้งที่นึกถึงรอยยิ้มน่ารักๆนั่น

 



                เฟริน่าหวังว่าจดหมายนั่นจะช่วยทำให้แฮร์รี่ไม่กังวลมากนัก  เพราะเย็นนี้เขาต้องไปเรียนวิธีการเล่นควิชดิชกับโอลิเวอร์  วู้ด   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างสาวเท้าไปที่ห้องสมุด  (เฮอร์ไมโอนี่มักมีคำถามเรื่องเรียนอยู่บ่อยๆ  และขอแยกตัวไปพบศาสตราจารย์แต่ละวิชาเป็นการส่วนตัว) 

                ที่โต๊ะตัวหนึ่งในห้องสมุด  เฟริน่าเห็นเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด  เขาดูใจลอยไม่ได้สนใจตำราตรงหน้าเหมือนทุกที  เด็กหญิงตรงไปทิ้งตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆเขา

                “สวัสดี”  เธอเอ่ยทักก่อน  เด็กชายคนนั้นหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้างุนงงระคนประหลาดใจ

                “เธอไม่มีผ้าพันคอผืนนั้นแล้ว!”  เขาว่า  และหัวเราะค่อยๆ  “รู้มั้ย   ดูดีขึ้นเยอะเลย”

                “ใครๆก็พูดแบบนั้น”  เฟริน่ากลอกตา  เธอเพิ่งได้ยินประโยคนั้นจากปาราวตีและลาเวนเดอร์ตอนที่เดินออกมาจากห้องโถง

                “ว่าแต่  เธอหายไปไหนมา  เธอไม่มาที่ห้องสมุดเสียหลายวันเลยนะ  ฉันรอเธออยู่ตลอด”  เขาบอกปิดหนังสือลง  และหันมาสนใจเธอแทน

                “เรียนหนักน่ะ  ฉันก็เลยเหนื่อยเกินกว่าที่จะมา  แล้ววิชาเรียนปีสี่เป็นยังไงบ้าง”  เธอถาม  เด็กชายยักไหล่

                “ก็ค่อนข้างไปได้สวย  ไม่มีปัญหา   พ่อกับแม่หวังให้ฉันได้ทำงานที่กระทรวงเวทมนต์  แล้วเธอล่ะ  คิดไว้บ้างหรือยังว่าอยากทำอะไร”

                “ฉันยังไม่ได้เริ่มคิดเลย”  เธอบอก  อดรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมานิดๆไม่ได้  ถ้าผลการเรียนแย่  คงไม่มีที่ไหนอยากจ้างเธอแน่ๆ  แล้วจะไปทำงานในโลกมักเกิ้ลก็ไม่ได้  เธอไม่มีประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยสักแห่ง  ระหว่างที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด  ผมของเธอก็ถูกขยี้อย่างแรง 

                “คิ้วเธอขมวด”  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟนั่นเองที่ขยี้ผมเธอ  เฟริน่าพยายามหลบฝ่ามือนั่น

                “เฮ้!  ผมฉันยุ่งหมด”  เธอปัดมือเขาออกไป  เด็กชายเพียงแค่หัวเราะเสียงห้าว  และเธอเองก็หัวเราะตาม

                “จริงสิ  ใกล้ฤดูกาลแรกของควิดดิชแล้ว   เธอจะไปดูหรือเปล่า”  เขาถาม

                “แน่นอนอยู่แล้ว  ฉันไม่ยอมพลาดหรอก  มีอะไรหรือเปล่า” 

                “เปล่า”   เขายิ้ม  ก่อนขยิบตาให้เธอ  “ฉันต้องไปแล้ว  เธอมาสาย  เราได้คุยกันนิดเดียวเอง”

                “โทษที”  เธอบอก  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟเพียงแค่หัวเราะ   เขาขยี้ผมเธออีกรอบและเดินออกจากห้องสมุดไป  เฟริน่ามองตามหลัง  จากนั้นเธอก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านฆ่าเวลารอเฮอร์ไมโอนี่

 



                เดรโกไม่คิดเลยว่าเขาต้องมาทำตัวติดตามเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์   ตั้งแต่คืนนั้นที่เขาต้องอับอาย  เพราะถูกช่วยชีวิตไว้จากเพลงน่าอายนั่น  เด็กชายผมบลอนด์ก็พยายามคิดหาทางเอาคืนเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างมาโดยตลอด  แต่เขาจะเอาคืนอย่างไรล่ะ   เขาไม่เคยเอาคืนแบบเจ็บแสบได้เลยสักครั้งเดียว  มีแต่เธอ  ที่ทำให้เขาต้องเจ็บใจอยู่ฝ่ายเดียว   เดรโกไม่ชอบเลย  ทำไมศัตรูของเขาถึงดูจะรู้ดีเรื่องเขา  เธอมักเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่งเสมอ  เขาพยายามตามเธอให้ทัน   แต่เขาก็ต้องหกล้มและอับอายเสียทุกครั้งไป   เด็กชายจากบ้านสริธีรินจดจำได้ดี   เขาเคยขู่เธอไว้  เขาขู่ว่าสักวันเขาจะต้องทำให้เธอร้องไห้เพราะเขา  เขาจะต้องได้เห็นน้ำตาไหลอาบแก้มอมชมพูนั่น  แต่ที่ผ่านมา   เขาก็ยังไม่เคยทำได้เลย

                เรื่องปีศาจสุนัขนั่น  เมื่อเขากลับหอนอนที่คุกใต้ดิน  เขาต้องปิดปากเงียบ  ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง  เขาไม่เคยต้องเป็นแบบนี้มาก่อน  แม้แต่แครบกับกอยล์  ลูกสมุนที่สนิทที่สุดก็ยังไม่ล่วงรู้ถึงความอับอายในคืนนั้น  พ่อของเขา  ลูเซียส  เขายิ่งให้รู้ไม่ได้  ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกพ่อลงโทษแน่ๆ  ที่นำความอับอายมาสู่ตระกูลมัลฟอย  ส่วนนาซิสซ่าแม่ของเขายิ่งให้รู้ไม่ได้ที่สุด  เพราะไม่อย่างนั้นแม่จะต้องเสียใจและผิดหวังในตัวลูกชายคนเดียว   เดรโกจึงต้องกล้ำกลืนเก็บเรื่องทุกอย่างไว้กับตัว

                แต่เขาเคยได้ยินมาว่า  ถ้าอยากชนะใคร  เราต้องรู้จุดอ่อนของคนๆนั้นก่อน  และมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย   ก็ในเมื่อเขากับยัยเด็กเลือดสีโคลนนั่นต้องเจอกันทุกวัน  และเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเธอมีจุดอ่อนอะไร   ถ้าเขาจับจุดอ่อนเธอได้  บางทีเกมส์ต่อไป  มันอาจจะพลิก  และเขาจะกลายเป็นฝ่ายผู้ชนะ  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาเฝ้าแอบติดตามยัยนั่นอยู่อย่างเงียบๆ   แม้แครบกับกอยล์  หรือพาร์กินสันจะถามเขาว่าหายตัวไปไหน  เขาก็ไม่ได้บอกสามคนนั้น  เขาจะให้ใครรู้ถึงแผนการของเขาไม่ได้เป็นอันขาด  เพราะถ้ายัยนั่นรู้เข้า  มีหวังคงแอบซ่อนจุดอ่อนเสียจนมิดชิด

                ตอนนี้เขาแอบมองดูเธออยู่ในห้องสมุด  ยัยนี่นิสัยไม่ต่างจากยัยเกรนเจอร์  เด็กเลือดสีโคลนอีกคน  ทั้งคู่ชอบใช้เวลาว่างส่วนใหญ่เข้ามาในห้องสมุด  แต่มีบางครั้งที่ศัตรูของเขามักมาเพียงคนเดียว  และเขาเห็นเธอนั่งคุยกับเด็กชายจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ   ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันอย่างน่าประหลาด  เดรโกไม่รู้ว่าทำไมทั้งคู่ถึงดูสนิทกัน  เขาเคยพยายามแอบฟังบทสนทนา   แต่มันก็ไม่มีอะไรไปมากกว่าเรื่องเรียน

                ในสมองยัยนี่จะมีแต่เรื่องเรียนอย่างเดียวหรือไงกันนะ  เดรโกไม่เข้าใจเลย  เขาแอบตามดูเธอมาสักระยะแล้ว   แต่ยังไม่เคยเห็นจุดอ่อนของเธอสักที  เด็กชายผมบลอนด์รู้สึกเบื่อ  และรำคาญ   เขาต้องมาซ่อนตัวอยู่ตามขั้นหนังสือนี่ไปอีกนานแค่ไหนกัน   และสิ่งที่ทำให้เขารำคาญมากที่สุดคือ

                รอยยิ้มและเสียงหัวเราะใสๆนั่น   เขาไม่ชอบใจเลยสักนิด   เดรโกได้แต่ขมวดคิ้ว  ยิ่งเวลาเขาเห็นเธอยิ้มและหัวเราะกับเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟจอมทึ่มนั่น  เขาก็ยิ่งไม่พอใจ  เขาอยากลบรอยยิ้มนั่นออกจากใบหน้าของเธอ  อยากให้เธอหยุดหัวเราะนั่นซะ  มันทำให้เขารู้สึกประสาทเสีย   เหมือนเธอกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่   และตอนนี้เขาเห็นเด็กชายจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟเดินจากไป  เธอจึงนั่งอยู่เพียงคนเดียว   ระหว่างที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด  เสียงกระแอมห้าวๆของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง  เดรโกหันกลับไปมอง  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟกำลังหรี่ตามองเขาอยู่อย่างจับผิด

                “นายกำลังทำอะไร”  เขาถามด้วยเสียงห้าวๆ

                “แล้วนายคิดว่าคนที่มาห้องสมุด  เขามาทำอะไร”  เดรโกถามอย่างเหยียดๆกลับไป

                “ฉันรู้ว่านายแอบตามเด็กผู้หญิงคนนั้น  นายคิดจะทำอะไรเธอ”  เด็กชายคนนั้นถาม  สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจ

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟจอมทึ่มอย่างนายด้วย!”   เขากวาดตามองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน  

                “เกี่ยวสิ   ถ้านายคิดจะทำอะไรเธอ  นายเจอดีแน่!”  เขาเตือน

                “ทำไมฉันต้องกลัวนาย   อย่าเจ๋อไอ้ทึ่ม!”   เด็กชายผมบลอนด์ย้อนกลับไป   เขาเดินอย่างหยิ่งยโสออกจากบริเวณนั้น   ในสมองคิดแผนการใหม่  เขาไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก  ยังไงเขาจะต้องรู้จุดอ่อน  และทำให้ยัยนั่นเสียน้ำตาให้ได้

 



                หลังจากที่อยู่ฮอกวอตส์มาสองเดือน  สลับกับซ้อมควิดดิชในตอนเย็นสัปดาห์ละสามวัน  แฮร์รี่ก็เริ่มปรับตัวเข้ากับโลกเวทมนต์ได้มากขึ้น   บทเรียนแต่ละวิชาก็เริ่มน่าสนใจ  ถึงแม้ว่าตอนนี้เฮอร์ไมโอนี่จะยังคงกีดกันเขาให้ห่างจากเฟริน่าก็ตาม  แต่จดหมายในวันนั้นก็ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเยอะ  ยามที่หยิบมันขึ้นมาอ่าน

                ในเช้าวันฮัลโลวีน  รอนก็บ่นอย่างเดือดดาลที่เฮอร์ไมโอนี่เอาคำพูดเดิมๆมาตอกใส่หน้าเขา  หลังจากที่แฮร์รี่พยายามเข้าไปนั่งข้างๆเฟริน่าที่โต๊ะอาหารของกริฟฟินดอร์

                “ยัยนั่นชอบยื่นจมูกเข้าไปยุ่งทุกเรื่องสิน่า!”   รอนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน  แผนการของรอนที่พยายามเปิดโอกาสให้แฮร์รี่ได้คุยกับเฟริน่าล้มเหลวไม่เป็นท่า  ซ้ำร้ายรอนดูจะถูกเด็กหญิงผมฟูตอกหน้าคืนเสียทุกครั้งไป

                “ฉันว่านายพอเถอะ  รอน”  แฮร์รี่บอก  อดนึกสงสารเพื่อนผมแดงไม่ได้ 

                “ไม่ได้หรอก  ฉันไม่มีวันแพ้เด็กผู้หญิงเด็ดขาด  นายคอยดูก็แล้วกัน  ฉันจะคิดคำพูดเจ็บแสบที่สุดไว้สำหรับยัยนั่นเลย  ฉันขอสาบานต่อกางเกงในเมอร์ลิน”  เด็กชายผมแดงพูด  แฮร์รี่ได้แต่ถอนหายใจ  เขาไม่น่าดึงเพื่อนใหม่ของเขาวุ่นวายด้วยเลย  และดูรอนจะหัวเสียมากขึ้นทุกที  ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็ยังคงตั้งป้อมกับเด็กชายทั้งสองต่อไป   ตอนนี้ใครๆก็ต่างอยากเป็นเพื่อนกับเฟริน่า   ทุกคนดูจะนิยมชมชอบเธอ  โดยเฉพาะวีรกรรมแต่ละอย่างที่เธอเล่นงานมัลฟอยและเด็กบ้านสริธีรินนั่น  ดูจะเรียกคะแนนนิยมได้มากพอดู   จะมีเพียงแต่เขากับรอนเท่านั้นที่ถูกเฮอร์ไมโอนี่กีดกันตลอด   กลายเป็นว่ามีแต่พวกเขาสองคน  (ไม่นับพวกบ้านสริธีริน)  ที่ไม่ได้แม้แต่จะได้รับอนุญาตคุยกับเฟริน่าสักคำเดียว

                ชั่วโมงเรียนวิชาคาถา  ศาสตราจารย์ฟลิตวิกประกาศว่าให้นักเรียนจับคู่กันเสกของให้บินได้   และมันเป็นชั่วโมงที่แฮร์รี่สุขใจมาก  เมื่อเขาได้จับคู่กับเฟริน่า  แต่โชคร้ายที่สุดกลับตกเป็นของรอนที่คู่กับเฮอร์ไมโอนี่    ซึ่งจริงๆบอกได้ยากมากว่าใครรู้สึกโชคร้ายกว่ากัน  และทั้งคู่ก็เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง  แฮร์รี่จับมือเฟริน่าออกมาห่างๆสองคนนั้น

                “หวังว่าคงไม่มีระเบิดลงกลางห้องนะ”  เฟริน่าชะเง้อคอมองไปยังเพื่อนทั้งสองที่ใบหน้าแดงก่ำ  และต่างจ้องกันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสุดๆ

                แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ  “ศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็อยู่  สองคนนั้นคงไม่กล้าทะเลาะกันกลางห้องเรียนหรอก  มาเถอะ  เฟริน่า”   แล้วเสียงศาสตราจารย์ฟลิตก็ดังขึ้นดึงความสนใจไป

                “เอาล่ะ  อย่าลืมขยับข้อมือให้ดีอย่างที่เราฝึกกันมาตลอดล่ะ”   เสียงแหลมๆของอาจารย์ประจำบ้านเรเวนคลอที่ยืนอยู่บนตั้งหนังสือบอก  “โบกและสะบัดนิดๆจำไว้  โบกนิดสะบัดหน่อย  และว่าคาถาให้ถูกต้อง  นี่สำคัญมากนะ  --  อย่าลืมเรื่องพ่อมดบารัฟฟิโอ  ที่พูดเสียง  ส.  แทนเสียง  ฟ.  กลายเป็นบัฟฟาโล  (ควาย)  แล้วตัวเองเลยลงไปนอนอยู่บนพื้นห้อง  มีควายเหยียบอยู่บนหน้าอก”   เฟริน่าหัวเราะพรืดออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่   “สงสัยเรื่องนี้จะตลกมากจนทำให้คุณโพสันต้องหลุดหัวเราะเลยทีเดียว”  ศาสตราจารย์ฟลิตวิกหัวเราะ  เด็กๆในชั้นเรียนหัวเราะตาม   ใบหน้าของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างขี้นสีชมพูที่แก้ม  แฮร์รี่จ้องเธอไม่วางตาและเผลอยิ้มออกมา

                “เราน่าจะเริ่มกันได้แล้วนะ”  เธอพูดอย่างประหม่า  ตอนนี้ทั้งชั้นเรียนเริ่มโบกสะบัดไม้กายสิทธิ์  แฮร์รี่เพิ่งเห็นไม้กายสิทธิ์ของเด็กหญิงเป็นครั้งแรก  สีมันค่อนข้างน่ากลัว  ดูเข้มเหมือนสีเลือดนก

                “ไม้กายสิทธิ์สีน่ากลัวจัง”  เขาเผลอพูดออกมาอย่างที่ใจคิด  และรู้สึกอยากเตะปากตัวเองที่เผลอไปวิจารณ์ไม้กายสิทธิ์ของเธอ  เด็กหญิงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน   “ฉันขอโทษ”

                “โอ๊ย  ไม่หรอก  ช่างมันเถอะ  สีมันน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ”  เธอบอก  “วิงการ์เดียม  เลวีโอซ่า!”  ขนนกตรงหน้าเธอลอยขึ้นเหนือโต๊ะเล็กน้อยและตกลงไปใหม่ 

                “นั่นเป็นสัญญาณที่ดีนะ”  แฮร์รี่รีบพูด  เพื่อแก้ไขเหตุการณ์โง่ๆของเขาก่อนหน้านี้   ใบหน้าของเฟริน่าเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น  แล้วเธอก็พยายามลองใหม่อีกครั้ง  โดยมีสายตาของเขาจ้องมองทุกการกระทำของเธอ 

                เฟริน่าหยุดไม้กายสิทธิ์และหันมามองหน้าเขา  “มีอะไรหรือเปล่า   แล้วนายไม่ฝึกหรือไง”  คำพูดของเธอ  ทำให้เด็กชายหัวแผลเป็นรู้สึกหน้าร้อนๆ   เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเอาแต่จดๆจ้องๆเธอมาตลอด

                “เอ้อ  นั่นสิ  งั้น  ตามสบายนะ”   เขาพูดโง่ๆออกไปอีกครั้ง  และพยายามตั้งสมาธิจดจ่อกับขนนกตรงหน้า  แต่มันไม่แม้แต่จะขยับเลยสักนิด   เขาพยายามลองต่อไปเรื่อยๆ   แล้วก็เกิดความโกลาหลเล็กๆ  เมื่อเชมัสที่จับคู่กับเนวิลล์ทำให้ขนนกของตัวเองลุกติดไฟขึ้นมา   ส่วนรอนที่นั่งห่างออกไปหน่อยก็ไม่ได้มีโชคไปมากกว่าแฮร์รี่  เด็กชายผมแดงพยายามโบกแขนยาวๆของเขาไปมาเหมือนกังหันต้องลม  ปากก็พึมพำร่ายคาถาไปด้วย

                แฮร์รี่ได้ยินเสียงเฮอร์ไมโอนี่ที่ดูเหมือนจะหมดความอดทนสอนรอนเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องของคาถา

                “งั้นเธอก็ทำเองสิ  ถ้าเก่งนัก”   รอนทำเสียงเยาะๆ

                เฮอร์ไมโอนี่ม้วนแขนเสื้อคลุม  สะบัดไม้กายสิทธิ์  และพูดว่า  “วิงการ์-เดียม  เลวีโอซ่า!

                ขนนกของทั้งสองลอยขึ้นเหนือโต๊ะ  และลอยค้างอยู่ประมาณเมตรกว่าๆ   เฟริน่าอุทานอย่างชื่นชม   และเธอก็เริ่มพยายามเสกขนนกของตัวเองให้ลอยสูงขึ้นเหนือโต๊ะขึ้นมาอีกนิดต่อไป   ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเอ่ยชื่นชมเฮอร์ไมโอนี่   รอนดูอารมณ์เสียมาก  

                ในที่สุดท้ายชั่วโมงเฟริน่าก็สามารถเสกขนนกให้ลอยสูงได้  เมื่อเฮอร์ไมโอนี่เดินมาสอนเธออย่างใกล้ชิด  สายตาเขียวปั๊ดของเด็กหญิงผมฟูส่งมาให้แฮร์รี่และรอนเป็นระยะๆ   ในขณะที่แฮร์รี่ทำได้ในวินาทีสุดท้าย   แต่ถึงจะไม่ดีมากเท่าเด็กหญิงทั้งคู่  แต่เขาก็ทำได้ไม่เลวร้ายเท่ารอน

                “ไม่แปลกหรอกที่ยัยนั่นพยายามยื้อเฟริน่าไว้  เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครทนยัยนั่นได้สักคน”  รอนพูดอย่างร้ายกาจ

                “อย่าน่า  รอน”  แฮร์รี่พยายามเตือน  แต่เด็กชายผมแดงไม่ยอมหยุด

                “นายคิดดูสิ  ถ้ายัยนั่นไม่พยายามหลอกล่อให้เฟริน่าคบด้วย  จะมีใครอยากคบยัยนั่น  พนันกันได้ว่าทุกวันนี้ที่ใครๆต่างเข้าหา   เขาเข้าหาเฟริน่า  ไม่ใช่ยัยนั่นแน่นอน  จริงๆน่าจะรู้ตัวสักทีนะ  และเลิกกีดกันนายได้แล้ว”  ทั้งสองเดินเบียดเสียดผู้คนที่แออัดอยู่ที่ระเบียงทางเดิน  “ยัยนั่นน่ะเหมือนฝันร้ายแท้ๆเลย”

                แล้วใครคนหนึ่งก็เดินชนแฮร์รี่ไป  เฮอร์ไมโอนี่นั่นเอง  เด็กชายผมยุ่งตกใจที่เขาทันเห็นว่าใบหน้าของเด็กหญิงผมฟูมีน้ำตา

                “ฉันว่าเฮอร์ไมโอนี่ได้ยินที่นายว่าด้วยล่ะ”

                “แล้วไง”  รอนถาม  แต่สีหน้าไม่สบายใจ 

                “แล้วไงงั้นหรือ!”   เสียงเฟริน่าเอ่ยอย่างโกรธจัด  เด็กหญิงเดินฝ่าฝูงชนขึ้นมายืนประจันหน้ากับรอน  ใบหน้าบึ้งตึงและแดงก่ำ   “นายมันทุเรศที่สุดวีสลีย์   แล้วที่นายพูดมาทั้งหมดนั่นมันแย่และร้ายกาจมาก”   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างมองเด็กชายผมแดงอย่างวาวโรจน์  เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าแฮร์รี่สักนิด   เด็กหญิงวิ่งฝ่าฝูงชนตามเฮอร์ไมโอนี่ไป  

                แฮร์รี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก   เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ  เมื่อรู้สึกว่าเฟริน่าคงโกรธเขาด้วยแน่นอน

 



                แม้เธอจะรู้ว่ารอนจะต้องพูดจาร้ายกาจใส่เฮอร์ไมโอนี่อยู่แล้ว  แต่เอาเข้าจริงๆ   รอนกลับดึงเธอไปเป็นหัวข้อว่าร้ายเด็กหญิงผมฟูด้วย   เฟริน่าโกรธมาก  เธอไม่เคยนึกว่ามาก่อนว่ารอนจะเป็นเด็กผู้ชายร้ายกาจได้พอๆกับเดรโก   วันนั้นทั้งวันเฮอร์ไมโอนี่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องน้ำ  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพยายามปลอบใจ  แต่อีกฝ่ายต่างสะอื้นไห้เสียทั้งวันจนไม่ยอมเข้าเรียนวิชาต่อไปและตลอดทั้งบ่าย   เฮอร์ไมโอนี่พยายามไล่ให้เธอไป  และบอกว่าอยากอยู่คนเดียว   แต่เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก็ยืนยันว่าเธอจะรออยู่ตรงนี้ 

                “มีอะไรงั้นหรือ”  ปาราวตีที่เดินเข้ามาในห้องน้ำหญิงถาม   “นั่นเสียงเฮอร์ไมโอนี่นี่  เธอร้องไห้หรือ”  เฟริน่าพยักหน้าน้อยๆ  

                “ไม่มีอะไร  พวกเธอทั้งคู่ไปซะ  ฉันอยากอยู่คนเดียว”  เสียงแหลมเล็กๆลอดออกมาจากประตูห้องที่ปิดสนิท   ปาราวตีไม่ได้พูดอะไร  และเดินออกไป

                “โธ่  เฮอร์ไมโอนี่  เธอจะไปเชื่อคำพูดของรอนทำไม  เธอก็รู้ว่ามันไม่จริง  เนวิลล์ยังอยากเป็นเพื่อนกับเธอเลย  มีใครบ้างที่ไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ  เจ้าวีสลีย์ยอดยี้งี่เง่านั่น   คำพูดของเขาเชื่อถือไม่ได้หรอก”   เฟริน่าพยายามปลอบ

                “แต่..  แต่..  ใครๆ..  เขาก็อยากจะเป็น..  เพื่อนกับเธอ..  จริงๆนี่..”  เสียงสะอื้นดังลอดออกมา

                “เฮอร์ไมโอนี่นั่นมันไม่จริงเลยนะ  ใครๆที่เข้ามาเขาก็อยากเป็นเพื่อนกับเธอ  มันไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลย  เธอจำเชมัสได้มั้ย  ที่เขาพยายามเสกอะไรสักอย่าง  แล้วเธอเข้าไปช่วยอธิบาย  เขาก็เสกมันได้  เชมัสยังชื่นชมเธอเลย  จากนั้นเขาก็คุยกับพวกเรามากขึ้น  เห็นมั้ย  มันไม่ได้เป็นเพราะฉัน  แต่เป็นเพราะเธอ”

                “ฉันอยากอยู่คนเดียว”   เฮอร์ไมโอนี่ยังยืนยันคำเดิม   “เธอไปงานเลี้ยงวันฮัลโลวีนคนเดียวเถอะ   ฉันไม่อยากไป”

                “รู้อะไรมั้ย  ฉันไม่ไปหรอก  ถ้าไม่มีเธอ  ตามสบายเลย  ร้องไห้ให้พอ  ฉันจะนั่งรอเธอตรงนี้จนกว่างานเลี้ยงจะเลิก  แล้วถ้าเธอยังไม่ยอมออกมา  ฉันจะนอนหลับหน้าห้องน้ำตรงนี้แหละ”  เฟริน่าทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นห้องน้ำ   เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน   มีเสียงคุยกันดังลอดเข้ามา  เด็กหญิงคิดว่างานเลี้ยงคงกำลังเริ่มต้น   และอีกสักพัก  โทรลล์  ก็คงมาที่ห้องน้ำนี่  เฟริน่ารู้ว่าเธอควรหนีออกจากสถานการณ์นี้   แต่เธอทำไม่ได้   ครั้งที่แล้วเดรโกยังเกือบตายอย่างหวุดหวิด  ถ้าคราวนี้เป็นตัวละครสักตัวอย่างเฮอร์ไมโอนี่ล่ะ  เด็กหญิงต้องยอมรับว่าเริ่มผูกพันกับเพื่อนผมฟูจนไม่อาจทิ้งเธอให้เสี่ยงอันตรายอยู่คนเดียวได้   แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ   และเฟริน่าหวังว่าแฮร์รี่กับรอนจะมาช่วยเธอกับเฮอร์ไมโอนี่ออกจากสถานการณ์ที่ยุ่งยากนี่ออกไปโดยเร็ว

                กลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจเตะจมูกเฟริน่า   เด็กหญิงค่อยๆลืมตาขึ้น  เมื่อมีมือคู่หนึ่งมาเขย่าไหล่ของเธอ  

                “ทำบ้าอะไรของเธอห๊ะ!   อยากตายหรือไง”   เสียงยานคางอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น  

                “โอ๊ย   นายมาทำบ้าอะไรตรงนี้  กลับออกไปนะ”  เฟริน่าไม่อยากจะเชื่อ  ทำไมตัวละครที่ไม่มีบทตอนนี้อย่างเดรโก  มัลฟอยถึงได้โผล่หน้ามานะ   เด็กหญิงรู้สึกอยากจะบ้าตาย

                “ฉันอุตส่าห์มาเตือนเธอนะ  มีโทรลล์หลุดออกมา”  เด็กชายผมสีบลอนด์บอก

                “รู้แล้ว!   งั้นนายก็รีบออกไปได้แล้วมัลฟอย”   เธอตวาด  

                “เสียงใครน่ะ”   เฮอร์ไมโอนี่ปลดล๊อกประตูออกมา  “นี่มันห้องน้ำผู้หญิงนะมัลฟอย  นายเข้ามาได้ยังไง”  เด็กหญิงผมฟูที่ตาบวมต่อว่าเด็กชายต่างบ้านทันที

                “ฉันแค่มาเตือนว่าโทรลล์หลุดออกมา  เออ  ดี  ฉันไปก็ได้  อยากตายก็เชิญตามสบาย!”  เดรโกขู่ฟ่อ   เขากำลังจะหันหลังกลับออกไป  แต่กลิ่นเหม็นร้ายกาจยิ่งโชยเข้ามามากขึ้น  มีเสียงคำรามต่ำๆ  และเสียงลากเท้าใหญ่ๆหนักๆไปตามพื้น  โทรลล์สูงขนาดสามเมตรครึ่ง  ผิวหนังสีเทาด้านๆคล้ายหินแกรนิต  ลำตัวใหญ่เทอะทะเหมือนก้อนหิน  และมีหัวเล็กๆล้านเหน่ง  ขาสั้นหนาเหมือนลำต้นของต้นไม้  เท้าแบนแหลมเหมือนเขาสัตว์  มันถือตะบองอันใหญ่ลากมาตามพื้นด้วยแขนยาวๆหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

                เด็กชายบ้านสริธีรินผงะเดินถอยหลังกลับมารวมกลุ่มกับเด็กหญิงทั้งสอง  ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้ว  ยิ่งขาวซีดมากยิ่งขึ้น  

                “ตายแน่!”  เดรโกร้อง

                “เงียบน่า  นายจะทำให้มันได้ยินเสียงเรา  โธ่!”   เฟริน่าเห็นโทรลล์คำรามเสียงต่ำๆ  มันตรงเข้ามาในห้องตามเสียงร้องของเด็กชายคนเดียวในกลุ่ม   แล้วเมื่อเข้ามาข้างใน  ประตูห้องน้ำก็ถูกปิดลงและลั่นกุญแจ   เธอรู้ว่านั่นเป็นแฮร์รี่และรอน 

                “ใครมันบ้าขังเราไว้ในนี้กับไอ้ยักษ์นี่!”  เดรโกร้องด้วยความโมโหระคนหวาดกลัว  โทรลล์ย่างกลายเข้ามาใกล้  มันกำลังชนอ่างล้างมือหักหล่นจากกำแพงมาตลอดทาง   เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้องด้วยความกลัว  เธอเบียดตัวเองให้ชิดเข้ากับกำแพงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   เฟริน่ามองไปที่ประตู   มันถูกเปิดออกอีกครั้ง  แล้วแฮร์รี่กับรอนก็พุ่งเข้ามา   เจ้าโทรลล์ยักษ์ยกตะบองขึ้นมาหมายจะฟาดตรงที่เด็กทั้งสามยืนอยู่

                “หลบเร็ว!”   เฟริน่าดึงมือเฮอร์ไมโอนี่และเดรโกออกให้พ้นวิถีตะบอง  มีเสียงแตกหัก  และเศษกระเบื้องก็กระจายอยู่ที่พื้น

                “เฟริน่า!  เฮอร์ไมโอนี่!”   เสียงเด็กชายทั้งสองร้องตะโกน  แฮร์รี่คว้าก๊อกน้ำเขวี้ยงไปที่กำแพง  “หลอกล่อมันหน่อย!”   โทรลล์เปลี่ยนเป้าหมายไปหาเด็กชายผมยุ่งในทันที   และเคลื่อนตัวไปอีกทาง  เดรโกยืนเบียดกับเด็กหญิงทั้งสอง  ดวงตาซีดพยายามมองหาทางหนี  แต่ลำตัวอันเทอะทะของโทรลล์ปิดกั้นทางหนีเสียหมด

                “เฮ้ย!  ไอ้สมองถั่ว!”   รอนตะโกนจากอีกฝาก  แล้วขว้างท่อโลหะไปที่โทรลล์อย่างกล้าหาญ  โทรลล์เคลื่อนตัวไปที่รอนแทน  แฮร์รี่วิ่งอ้อมมาที่ด้านหลังของมัน   “มาเร็ว  วิ่ง  วิ่ง!”   เด็กชายแว่นกลมร้องบอก  เฟริน่าดึงแขนเฮอร์ไมโอนี่ที่ขาแข็งก้าวไม่ออกมาด้วย  เดรโกวิ่งพุ่งออกไปเป็นคนแรก  เสียงร้องคำรามต่ำๆที่โมโหของโทรลล์ดังเตือนขึ้น  มันพุ่งเข้าไปหารอนที่ตอนนี้ไม่มีที่ให้หนีแล้ว

                “รอน!”   เฮอร์ไมโอนี่ร้อง  เมื่อเห็นว่าโทรลล์ยกตะบองขึ้นมา  และกำลังจะฟาดไปที่เด็กชายผมแดง   แฮร์รี่กระโดดถีบตัวเองขึ้นไปรัดรอบคอมัน   เฟริน่ามองตาค้าง   เขาไม่บ้าก็ต้องโง่มากแน่ๆ   แต่ในหนังสือมันต้องเป็นแบบนั้น

                “เร็วเข้าเฮอร์ไมโอนี่!”   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างดึงแขนเพื่อนของเธอให้รีบหนีออกมาห่างๆจากโทรลล์  เธอเห็นเดรโกวิ่งหนีออกไปจากห้องน้ำแล้ว  เฟริน่าไม่มีเวลามาสนใจเด็กชายผมบลอนด์ที่หนีเอาตัวรอดหายไป  เธอเห็นแฮร์รี่ยังเกาะอยู่ข้างหลังของโทรลล์ไว้แน่น  แต่โทรลล์ก็พยายามสะบัดตัวเขาออก  มันเหวี่ยงตะบองจนหวุดหวิดเกือบโดนเฮอร์ไมโอนี่และเฟริน่าที่ยืนอยู่  เด็กหญิงทั้งสองรีบก้มหลบ  แล้วรอนก็ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา  ร่ายคาถาจนไม้ตะบองที่เหวี่ยงไปมาอย่างน่ากลัวหลุดออกจากมืออันเทอทะ   มันลอยค้างในอากาศ  ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ  ก่อนจะร่วงหล่นลงมาบนหัวล้านเหม่ง  โทรลล์เซและล้มคว่ำ   เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและห้องสะเทือนอย่างน่ากลัว

                “มัน  --  ตายหรือเปล่า”  เฮอร์ไมโอนี่ถามเสียงสั่น  เธอเบียดตัวเองเข้ากับเฟริน่า

                “คิดว่ายัง  คิดว่ามันสลบน่ะ”   แฮร์รี่ตอบ  เขาดึงไม้กายสิทธิ์ออกมา  มีขี้มูกเหนียวตามออกมาด้วย  มีเสียงรองเท้ากระทบพื้น

                “ทางนี้ครับ!”  เสียงยานคางร้อง  จากนั้นเฟริน่าก็เห็นเด็กชายบ้านสริธีรินที่วิ่งนำหน้าบรรดาศาสตราจารย์เข้ามาในห้องน้ำ  เดรโกมองโทรลล์ที่ล้มคว่ำบนพื้นห้องอย่างตื่นๆ  

 



                “จริงๆพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ  เธอว่ามั้ย”  เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้น   หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาอันน่ากลัวในห้องน้ำหญิงนั่น  เด็กหญิงทั้งสองนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์   ทุกคนมากินอาหารที่นี่แทนห้องโถง

                “อ้อ”  เฟริน่าไม่รู้จะตอบว่าอะไร  คิดว่าเธอคงต้องกลับไปเป็นเพื่อนกับเนวิลล์ตามเดิมเสียแล้ว  เพราะต่อไปเฮอร์ไมโอนี่ก็จะสนิทกับแฮร์รี่และรอนมากขึ้น   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างไม่นึกว่ามันจะมาถึงเร็ว   เธออดเสียดายช่วงเวลาที่มีร่วมกับเด็กหญิงผมฟูไม่ได้

                “รู้อะไรมั้ย   เธอควรคุยกับแฮร์รี่เหมือนเดิม”   เฮอร์ไมโอนี่บอกเสียงค่อย  ใบหน้ากลายเป็นสีชมพู  “ฉันไม่อยากกีดกันแฮร์รี่แล้วล่ะ   เขาเป็นคนดี   และฉันคิดว่า..   ไม่ว่าเธอจะโกรธอะไรเขา   เธอน่าจะกลับไปเป็นเพื่อนกับเขาเหมือนเดิมนะ” 

                “เฮอร์ไมโอนี่  อย่าเริ่มนะ  ฉันขอร้อง  แต่ช่างเถอะ  ไม่เป็นไรหรอก  ถ้าเธอจะไปสนิทกับสองคนนั่น”  เฟริน่าบอกยกน้ำฟักทองแช่แข็งขึ้นดื่ม

                “ไม่นะ!   ฉันจะไม่ทิ้งเธอไว้คนเดียว   ถ้าฉันจะไปสนิทกับพวกเขา  เธอก็ต้องมาด้วย”  เฮอร์ไมโอนี่บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง   เฟริน่าอยากจะกลอกตาใส่เสียจริงๆ  ก่อนหน้านี้เฮอร์ไมโอนี่พูดกลอกหูเธอตลอดเวลาไม่ให้ไปยุ่งหรืออยู่ใกล้สองคนนั้น  แต่เวลานี้กลับพยายามดึงเธอเข้าไปสนิทแทน

                “แล้วเนวิลล์ล่ะ”  เฟริน่าถาม

                “เธอไม่เห็นหรือไงว่าเขาหันไปสนิทกับพวกเชมัส   แล้วอย่างนี้เธอจะไปอยู่กับใคร  เฟริน่า  ไม่เอาน่า  เธออย่างี่เง่าสิ”  เด็กหญิงผมฟูว่า   เฟริน่าอยากจะพูดนักเชียวว่าก่อนหน้านี้ใครกันแน่ที่ทำตัวงี่เง่าตั้งป้อมกับเด็กชายทั้งสองยิ่งกว่าเธอเสียอีก

                “ไม่เอาล่ะ  เชิญเธอตามสบายเลย  ฉันไปนอนแล้ว”  เฟริน่าบอก  

                เฮอร์ไมโอนี่มองตามเพื่อนของเธอ  เด็กหญิงผมฟูถอนหายใจและเดินไปหน้าประตู   เป็นจังหวะเดียวกับที่แฮร์รี่และรอนปีนเข้ามา  ทั้งสามต่างเงียบ  และพูดขอบใจโดยไม่มองหน้ากัน   ก่อนที่แฮร์รี่จะมองหาเฟริน่า

                “เอ่อ  เฟริน่าเขา..”  ใบหน้าของเฮอร์ไมโอนี่เป็นสีชมพู 

                “อ้อ  ฉันพอจะรู้แล้วล่ะ”  แฮร์รี่พูดสั้นๆ   เขาเลิกมองหาทันที 

                “แต่ฉันสาบานได้นะว่าฉันพยายามบอกให้เธอกลับมาเป็นเพื่อนกับนายเหมือนเดิมแล้ว”   เฮอร์ไมโอนี่โพล่งอย่างอดรนทนไม่ไหว  

                “อะไรกัน”  รอนทำหน้าบึ้งตึง   “เราทั้งคู่อุตส่าห์ช่วยชีวิตไว้แท้ๆนะ”   รอนหันมามองแฮร์รี่

                “ช่างเถอะ   อย่าว่าเธอเลย  เธอเคยบอกฉันว่าเธอมีเหตุผลของเธอ”  แฮร์รี่บอกอย่างเหนื่อยใจ  เด็กชายผมยุ่งเดินไปหยิบจานอาหารมา   และทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมที่มุมหนึ่ง  มีรอนกับเฮอร์ไมโอนี่พยายามช่วยพูดปลอบใจแฮร์รี่เรื่องเฟริน่า

                “แฮร์รี่  ฉันจะช่วยพูดให้นายเอง  ฉันสัญญา”   คำสัญญาของเพื่อนร่วมบ้านคนใหม่ทำให้แฮร์รี่ยิ้มออก

 



                ย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน   อากาศเริ่มหนาวจัด   ฤดูกาลแข่งขันควิดดิชเริ่มขึ้นแล้ว  วันเสาร์นี้กริฟฟินดอร์มีนัดแข่งกับสริธีริน  แต่สิ่งที่เฟริน่าให้ความสนใจไม่ใช่การแข่งกีฬาบนไม้กวาด   แต่เป็นอย่างอื่นเสียงมากกว่า

เฟริน่าสงสัย   และเธอสงสัยมากขึ้นทุกที  เด็กหญิงรู้สึกว่ามีคนติดตามเธออยู่  ความรู้สึกประหลาดนี้มีมาได้สักระยะก่อนวันฮัลโลวีนแล้ว  และเด็กชายจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็เคยเตือนเธอให้ระวังตัว   แต่เขาไม่ได้ขยายความอะไรมาก  และเมื่อเธอถามเขา  เด็กชายคนนนั้นก็เปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ  และนั่นยิ่งทำให้ความสงสัยเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น   แต่เธอไม่ใช่คนโง่  เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด   และเธอต้องได้คำตอบในวันนี้  

                เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างเดินไปที่โต๊ะสริธีริน  เด็กๆบ้านนั้นต่างมองมาที่เธอเป็นตาเดียว  เมื่อเธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กผมสีบลอนด์

                “มัลฟอย  ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”   เธอบอกด้วยเสียงเรียบๆ

                “ทำไม  เธอจะมาสารภาพรักกับเขาหรือไง”  เด็กชายร่างสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน  ผิวดำ  โหนกแก้มสูง  และมีตายาวเฉียงๆมองมาที่เธอพลางยักคิ้ว  “เธออยากคุยกับฉันแทนมั้ยล่ะ”  เฟริน่าไม่สนใจเด็กชายตรงหน้า

                เบลส  ซาบินี

                เด็กชายที่ถูกคัดสรรเข้าบ้านก่อนหน้าเธอ   เธอจำได้ 

                “มีอะไร!”   เดรโกถาม  จ้องมองเธออย่างรำคาญ

                “ตามฉันมา   ฉันมีธุระจะคุยกับนาย”   เด็กหญิงบอก   เธอไม่สนใจเสียงขู่ฟ่อของพาร์กินสัน   และเดินหันหลังกลับออกไปนอกห้องโถง

                “มีอะไรก็รีบว่ามา   ฉันไม่ได้ว่างมากเหมือนเธอ”   เด็กชายผมบลอนด์แดกดันทันที

                “นายตามฉันทำไม”   เธอถามโดยไม่อ้อมค้อม  เดรโกมีสีหน้าตกใต   ดวงตาสีซีดดูล่อกแล่ก

                “อะไร   ฉันจะตามเธอทำไม  หลงตัวเองหรือไง  เฮอะ!”   เขาพูด  และมองเธออย่างดูแคลน

                “แล้ววันฮัลโลวีน  นายไปทำอะไรที่ห้องน้ำหญิง  นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น   ถ้านายไม่ได้แอบตามฉัน”   คำถามของเธอทำให้เดรโกอ้าปากและหุบ   อ้าปากและหุบ   ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก

                “ฉันบังเอิญผ่านไป   อ้อ!   อย่าบอกนะว่าเธอก็เลยเก็บไปคิดว่าฉันตามเธอ   เธอมีอะไรดีที่ฉันต้องตาม”   เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า  “นี่ถ้าเธอมีผมสีแดงกับใบหน้าตกกระนะ   ฉันจะนึกว่าเธอเป็นพวกยาจกวีสลีย์ซะอีก!

                “อย่าให้ฉันจับได้ตอนหลังก็แล้วกันว่านายแอบตามฉัน   ฉันรู้นะว่านายมีแผนอะไร  กำลังหาจุดอ่อนฉันอยู่ใช่มั้ยล่ะ  เสียใจด้วยนะ   มันคงไม่มีวันนั้นหรอก”   เฟริน่าหรี่ตามองเขา  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวจ้องที่ใบหน้าของเด็กชายศัตรูต่างบ้าน  เดรโกถลึงตาใส่เธอ 

                “คิดอะไรบ้าๆ  ใครเขาจะทำอย่างนั้น  ถ้าให้ต้องเสียเวลาไปนั่งแอบตามเธอนะ   ฉันเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันมีประโยชน์ยังจะดีกว่าเสียอีก   จะบอกอะไรให้นะยัยเลือดสีโคลน   เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลยสักนิด   แล้วก็เลิกหลงตัวเองสักทีว่าฉันจะตามคนอย่างเธอ   อย่าฝันกลางวันให้มันมากนัก”   เขาพ่นวาจาร้ายกาจใส่   และเมื่อเห็นเฟริน่าขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด  เด็กชายบ้านสริธีรินก็ยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ

                “ถ้าฉันฝันกลางวันถึงนายจริงๆ   มันคงเป็นฝันที่เลวร้ายมาก”   เธอบอกเรียบๆ

                “เฮอะ!   ทำอย่างกับว่า  ถ้าฉันฝันถึงเธอมันจะเป็นฝันดีไปได้   มันก็คงเป็นฝันร้ายสุดๆสำหรับฉันเหมือนกัน!”   เดรโกเดินปังๆจากไป  

                เฟริน่ามองตามศัตรู   เธอไม่มีวันวางใจแน่ๆ  ไม่ว่าสิ่งที่เธอคาดเดาจะถูกหรือเปล่า  แต่ช่วงนี้เธอคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น   ถ้าเดรโกรู้เข้าว่าเธอติดต่อกับดัมเบิลดอร์บ่อยๆ   นั่นคงไม่ดีแน่   เธอเดินกลับเข้าไปในห้องโถงอีกครั้ง

                “เฟริน่า  เราไปนั่งกันตรงนั้นมั้ย”  เฮอร์ไมโอนี่ถาม  ฉีกยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตรที่สุดให้เธอ  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างมองตาม   และเห็นว่าที่นั่งที่เด็กหญิงผมฟูบอก  คือที่นั่งข้างๆแฮร์รี่  

                “ไม่ล่ะ  เธอไปนั่งเถอะ   ฉันจะไปนั่งกับเนวิลล์”   เฟริน่าหันกลับเดินไปทิ้งตัวแทรกระหว่างเนวิลล์และเชมัส

 



                “โอ๊ย  แฮร์รี่  นายเลิกหวังเถอะน่า  มีคนอยากเป็นเพื่อนกับนายตั้งเยอะแยะ  ปล่อยยัยนั่นไปเถอะ”  รอนพูดอย่างหัวเสีย  เมื่อเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่ชวนเฟริน่ามานั่งด้วยไม่สำเร็จ

                “นายไม่ควรพูดแบบนั้นนะ  เฟริน่านิสัยดีและน่ารักมาก  ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอมีเหตุผลอะไรถึงได้ไม่ยอมคุยกับแฮร์รี่”   เฮอร์ไมโอนี่นั่งลง  และเริ่มกัดเล็บอย่างใช้ความคิด

                “ช่างเถอะ  ตอนนี้ฉันกำลังกังวลเรื่องควิดดิชที่กำลังจะมาถึง   โอ๊ย  ฉันต้องตายแน่ๆ  หรือไม่ก็สร้างความอับอายให้กับบ้าน”  แฮร์รี่โอดครวญ  

                “นายไม่เป็นแบบนั้นแน่  เชื่อฉันสิ   นายต้องทำมันออกมาได้ดี”   รอนพยายามให้ความมั่นใจ

                “ฉันไม่มั่นใจเลยว่าฉันจะทำมันได้   พนันกันได้ว่าฉันต้องทำพลาด  แล้วมัลฟอยจะต้องหัวเราะเยาะฉัน”   เด็กชายหัวแผลเป็นยังคงบ่น

                “การบ้านของพวกนาย  ฉันช่วยตรวจและแก้ส่วนที่ผิดแล้วนะ  เอ้า  นี่”  เฮอร์ไมโอนี่หยิบม้วนกระดาษออกจากกระเป๋าส่งให้เด็กชายทั้งสอง  

                “ขอบคุณเธอมากเลยเฮอร์ไมโอนี่  ฉันคิดแทบไม่ออกว่าจะแบ่งเวลาซ้อมมาทำการบ้านทั้งหมดนี่ได้ยังไง”  แฮร์รี่รับม้วนกระดาษมา  ในขณะที่รอนมองเฮอร์ไมโอนี่อย่างชื่นชม   เด็กหญิงผมฟูแก้มเป็นสีชมพูที่ได้รับคำชม 

                “และนี่หนังสือที่ฉันเจอมา  ควิดดิชในยุคต่างๆ  นายน่าจะได้อ่านมัน   มันน่าจะพอช่วยได้สำหรับวันเสาร์นี้”   เธอยื่นหนังสือให้เขา  แฮร์รี่ลองพลิกเปิดดู   มันค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว 

แต่แล้วเขาก็โชคร้าย  เมื่อเจอกับสเนประหว่างเดินออกไปที่สนามในเวลาพัก  เฮอร์ไมโอนี่เสกไฟสีน้ำเงินสดใสใส่ขวดแยมพกติดตัวไปด้วย   และสเนปก็เดินกะโผลกกะเผลกตรงมาที่ทั้งสามอย่างจับผิด  เด็กชายแว่นกลมกลัวว่าอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินจะรู้เรื่องไฟที่เฮอร์ไมโอนี่เสก  เขาจึงต้องชูหนังสือควิดดิชในยุคต่างๆแทน  สเนปก็หาเรื่องหักคะแนนและซ้ำร้ายยังยึดหนังสือเขาไปอีก  ทั้งยังกล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎห้ามเอาหนังสือออกจากห้องสมุด  เพื่อนผมแดงเจ็บใจ  และสาปแช่งขอให้สเนปยิ่งเจ็บแผลที่เท้ามากขึ้น  แต่แฮร์รี่อยากรู้มากกว่าว่าขาของสเนปไปโดนอะไรมา



 

                “นั่นสเนปนี่!   ขาเขาเป็นอะไรน่ะ”   เสียงเนวิลล์ดึงความสนใจจากหนังสือที่เฟริน่ากำลังอ่าน  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวรีบหันไปมอง  เธอเห็นสเนปเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาในปราสาท  ในมือข้างหนึ่งถือหนังสือควิดดิชยุคต่างๆไว้  เธอพอจะเดาออกว่าตอนนี้เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตรงไหน 

                “นั่นสิ   แต่ไม่ว่าอะไรที่ทำให้ขาเขาเป็นแบบนั้น   ฉันคงต้องขอบคุณมัน”   เสียงเชมัสบอกอย่างสะใจ  ดีนและเนวิลล์หัวเราะคิกคัก

                “เฮ้!   พวกนายหยาบคายเกินไปแล้วนะ”   เฟริน่าส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้เด็กชายทั้งสาม

                “ทำไมเธอต้องไปเข้าข้างสเนป  --

            “ศาสตราจารย์สเนป”  เธอแก้

                “โอ๊ย  จะอะไรก็ช่างเถอะ  เฟริน่า   ฉันเกลียดเขา”   เชมัสบอกอย่างหงุดหงิด

                “ใช่  นี่ถ้าเธอไม่สร้างวีรกรรมตอกหน้าพวกสริธีรินนะ  ฉันจะคิดว่าเธอเป็นเด็กบ้านนั้น”   ดีนว่า

                “แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นศาสตราจารย์นะ  พวกนายควรให้เกียรติเขา”  เธอว่ากลับ  “นายคิดเหมือนฉันใช่มั้ยเนวิลล์”   เธอรู้ว่าสเนปเป็นสิ่งที่เด็กชายหน้ากลมกลัวมาที่สุดในชีวิต  เนวิลล์มีท่าทีอึกอัก

                “เธออย่าบังคับเนวิลล์น่า!”  เชมัสปกป้องเพื่อนหน้ากลม

                “เอาเถอะ”   เฟริน่ากลอกตา  เธอปิดหนังสือลงและลุกขึ้นยืน

                “นั่นเธอจะไปไหน”   ดีนถาม  เมื่อเห็นเฟริน่ากระชับเสื้อคลุมตัวเองและก้าวออกจากโต๊ะ

                “ฉันว่าจะไปห้องนั่งเล่นรวมสักหน่อย  ว่าจะเอาหนังสือไปเก็บด้วย”  เธอตอบ  และเมื่อเธอเดินแยกออกมาไกลแล้ว  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก็พุ่งไปที่คุกใต้ดินทันที  เสื้อคลุมเครื่องแบบนักเรียนปลิวสะบัดไปข้างหลัง   เธอเห็นร่างของศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเข้าไปในห้องพักครู  และปิดประตูลง  เด็กหญิงวิ่งหอบหายใจ   ไอเย็นในอากาศดูจะเสียดแทงผิวหนัง  เธอหยุดอยู่หน้าห้อง   โกยอากาศเข้าปอด  และรีบเคาะประตูห้องอย่างไม่รีรอ



 

                เสียงประตูห้องพักครูดังขึ้น  สเนปเดินกะโผลกกะเผลกอย่างนึกรำคาญอาการเจ็บที่ขามาหยุดที่ประตู   และเมื่อเขาเปิดประตูออก  เขาก็เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย   ใบหน้าเล็กๆนั่นขึ้นสีแดง   เธอกำลังหายหอบ  ดูก็รู้ว่าน่าจะวิ่งมาไกล

                “มีอะไร  คุณโพสัน”   เขามองเด็กตรงหน้าอย่างรำคาญใจ  นึกไม่ออกว่าช่วงระหว่างพักเธอมีอะไรจะคุยกับเขา

                “หนูขอเข้าไปก่อนได้มั้ยคะ”  เธอมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง  สเนปไม่ได้พูดอะไรแต่ปล่อยให้เธอเดินเข้ามาและปิดประตูลง  ชายจมูกงุ้มเดินกะโผลกกะเผลกกลับไปที่โต๊ะ   พยายามซ่อนใบหน้าที่เหยเกเพราะความเจ็บไว้   เด็กหญิงมองที่ขาของเขาอย่างอยากรู้

                “มีธุระอะไรจะพูดก็รีบพูด   ฉันไม่ได้  --

            “ขาคุณเจ็บ”   เธอโพล่งแทรกขึ้นมา   เดินเข้ามาหาที่ขาข้างที่มีบาดแผล   เธอก้มลงไป  และมือเล็กๆนั่นกำลังจะคว้าเข้าที่ชายเสื้อคลุม  แต่สเนปรีบถอยห่าง

                “นั่นเธอคิดที่จะทำอะไร  คุณโพสัน”   เขาคำรามเสียงต่ำ   รู้สึกหงุดหงิดกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น  เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมา  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวสบตากับดวงตาสีดำขลับ

                “ก็คุณขาเจ็บ   หนูขอดูหน่อยได้มั้ยคะ”  เธอถาม

                “เธอเป็นใคร  ถึงต้องมาดูแผลของฉัน  ออกไปซะก่อนที่ฉันจะหักคะแนนเธอ”  เขาบอก 

                “แต่  --

                “เธอดูมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาได้  กลับไปซะ”  เขาออกปากไล่ด้วยน้ำเสียงกระด้าง   และจ้องมองเธออย่างมุ่งร้าย

                “คุณไม่จำเป็นต้อง  --

                “กลับออกไป!”   เขาไล่อีกครั้ง  รู้สึกหงุดหงิดกับเด็กคนนี้   ใบหน้าเล็กๆนั่นทำหน้าบึ้งตึง   แต่ก็ยอมออกไปจากห้องแต่โดยดี   และเมื่อเธอเดินออกไปแล้ว  ชายจมูกงุ้มก็พ่นลมหายใจและทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้  เขาถลกชายเสื้อคลุมขึ้นมาดูแผล   ความเจ็บแผ่นไปทั่วทั้งขาจนเขารู้สึกหงุดหงิดทั้งวัน   และหงุดหงิดมากขึ้นจนเผลอระบายอารมณ์ใส่เด็กคนนั้น  แต่เด็กคนนั้นหาเรื่องใส่ตัวเอง   มันช่วยไม่ได้  ช่วยไม่ได้จริงๆ..

                ในที่สุดอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินก็ทนความเจ็บไม่ไหว   เขาให้เด็กคนหนึ่งไปตามฟิลช์  ภารโรงประจำปราสาทมาช่วยทำแผลให้เขา  แต่ทว่า  ขณะที่เขานั่งรออยู่  คนที่เปิดประตูเข้ามากลับไม่ใช่ภารโรง  แต่เป็นเด็กหญิงคนนั้น   เธอมาพร้อมกับขวดเล็กๆในมือ   ดวงตาสีฟ้าอมเขียวดูมุ่งมั่นและดื้อดึง

                “เธออยากให้กริฟฟินดอร์ถูกหักคะแนนจริงๆใช่มั้ย”   เขาถาม  ใช้สายตาจ้องมองเธออย่างมุ่งร้าย

                “ฟิลช์จะไม่มาทำแผลให้คุณหรอกนะคะ  เซเวอร์รัส”  เธอบอก  และเดินมาใกล้เขา   “มาค่ะ  หนูทำแผลให้คุณเอง”

                “เธอนี่มันเด็กสู่รู้  อวดดี   เธอเป็นแค่เด็กจะทำแผลให้ใครได้  ออกไปซะ   แล้วไปตามฟิลช์มาแทน”   เขาออกปากไล่อีกครั้ง  แต่เด็กหญิงไม่ยอมขยับหนี  เธอยิ่งขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม   “หักกริฟฟินดอร์ห้าคะแนน  ฐานที่หยิ่งยโสไม่ฟังคำสั่ง”  

                “ไหนๆก็ถูกหักคะแนนแล้ว  งั้นคุณช่วยถลกเสื้อคลุมขึ้นมาด้วยค่ะ  หนูรู้ว่าคุณโดนอะไรมา”  เธอบอก  และขยับเข้ามาใกล้อีก

                “กลับออกไป  เดี๋ยวนี้!   หรือเธออยากถูกกักบริเวณ  คุณโพสัน”  เขาถาม  ขู่เสียงต่ำในลำคอใส่เธออย่างหงุดหงิด

                “อยากกักบริเวณหรือหักคะแนนก็ทำเลยค่ะ”   เธอบอกอย่างดื้อดึง

                “งั้นเธอก็คงเป็นเด็กที่เห็นแก่ตัวมากที่ทำให้กริฟฟินดอร์ไม่ได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่น  แถม  --

                “ถ้าได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นแล้วคุณไม่หายเจ็บ  หนูก็ไม่อยากได้มันหรอกนะคะ!”  เธอโพล่งออกมา 

                เกิดความเงียบแผ่ปกคลุมทั่วห้อง  สเนปไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเขาเพิ่งได้ยินอะไร   เขาใช้ดวงตาสีดำขลับพินิจพิจารณาใบหน้าของเด็กหญิง   เธอขมวดคิ้ว  และดูรู้ว่ากำลังโกรธเขา

                “รู้มั้ยคะ   เซเวอร์รัส   คุณไม่ต้องทำเป็นเย็นชาใส่คนอื่นหรอก   คุณไม่ได้ตัวคนเดียวที่ต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งนั่นขึ้นมาเลย   คุณไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้  ยังมีคนที่ทั้งรักและเป็นห่วงคุณ   อย่าทำเป็นเข้มแข็งเลยค่ะ  บางครั้งอ่อนแอบ้างมันไม่ได้เสียหายอะไร”

                “เฮอะ!  มีแต่คนเกลียดฉันมาก  --

                “หนูนี่แหละที่ทั้งรักและเป็นห่วงคุณจริงๆ”  ประโยคของเด็กหญิงทำให้สเนปเบือนหน้าไปทางอื่น   “อย่าผลักไสหนูอีกเลยนะคะ  ให้หนูช่วยคุณบ้างเถอะค่ะ  คุณไม่ได้ตัวคนเดียว   อย่าลืมสิว่าคุณยังมีหนู”  เด็กหญิงก้มลางไป   “ช่วยถลกชายเสื้อคลุมด้วยค่ะ”   เธอบอก

                เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง   เซเวอร์รัส  สเนปกำลังจมอยู่ในความคิด   เป็นบ่อความคิดที่ลึกและดำมืดเกินคำบรรยาย   ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่  สีหน้าของเขาเรียบเฉยและอ่านไม่ออก

                “นั่นคืออะไร”  เขาถามขึ้นในที่สุด

                “นี่เป็นน้ำตาของฟอกซ์ค่ะ  ขอโทษที่กลับมาช้านะคะ  หนูไม่รู้รหัสใหม่อีกแล้วก็เลยเข้าไปในห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ไม่ได้   เลยต้องใช้เวลาสักหน่อย  แต่โชคดีมากที่ฟอกซ์อยู่ที่นั่นไม่ได้บินออกไปไหน  หนูเลยขอน้ำตามันมาค่ะ  คิดว่ามันน่าจะช่วยให้แผลคุณหายได้”  เธออธิบาย   ศาสตราจารย์วิชาปรุงมองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง   เขาไม่นึกเลยว่าเธอจะรู้มากขนาดนี้  

                “อวดดีจริงๆนะเธอเนี่ย”  เขาแดกดันเธอ   แต่กลับได้รับรอยยิ้มกว้างตอบกลับมาแทน  สเนปถลกชายเสื้อคลุมขึ้นสูงเหนือเข่า  เผยให้เห็นว่าขาข้างหนึ่งมีเลือดโชกและเป็นแผลเหวอะหวะ  

                “มันดูน่ากลัวจัง  แต่คิดว่าเจ้าสิ่งนี้คงรักษามันให้หายได้”

                “เจ้าสัตว์บ้านั่น!”   เขาบ่นพึมพำ  มองดูเธอหยดน้ำตานกฟินิซ์ใส่แผล   เกิดควันและเสียงฟู่เล็กๆ   บาดแผลค่อยๆสมานตัว   “ใครจะไปจับตามองสามหัวของมันพร้อมกันได้ทั้งหมด”

                เฟริน่ายังคงหยดน้ำตาในขวดใส่แผลต่อไป

                “พอตเตอร์!”   เสียงศาสตราจารย์ประจำบ้านสริธีรินคำรามด้วยความโกรธ   เขารีบทิ้งเสื้อคลุมปิดขาอย่างรวดเร็ว  เฟริน่าตกใจยืนขึ้นและหันกลับไปมอง   เธอเห็นแฮร์รี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง  เขากำลังมองมาที่เธอกับสเนปด้วยความสงสัย

                “ผมสงสัยว่าจะมารับหนังสือคืนได้หรือยังครับ”

                “ออกไป!  ไปนะ!”  สเนปออกปากไล่  แล้วแฮร์รี่ก็รีบพุ่งหายตัวไป  

                “เรามาทำแผลกันต่อเถอะค่ะ”   เธอบอกเสียงค่อย

                “แต่พอตเตอร์เห็นเธอ” 

                “ช่างเถอะค่ะ"



_______________________________________________________

วันนี้มาแบบเพลียๆ  ไรท์อยู่ๆก็ไม่สบายค่ะ  เฮือก  วันนี้เลยสายหน่อย  จริงๆตั้งใจจะลงตอนห้าโมงเย็น  ตอนนี้ยาวมาก  จากเดิมวางแพลนไว้จะให้จบ   กลายเป็นต้องแบ่งเป็นสอง   อีกตอนน่าจะลงพรุ่งนี้เช้าแทน  ไม่ไหว  ไปสลบก่อนนะคะ

ปล.  ขอบคุณเม้นทุกเม้นเลย  อ่านแล้วมีความสุขมาก   วันนี้ตอบสั้นหน่อย  ไม่ไหวจริงๆค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

2,382 ความคิดเห็น

  1. #2095 -PINPYPEPO (@-PINPYPEPO) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:30
    ชั้นไม่เข้าใจเฟว่ะ นางชอบสเนปอ่อ
    #2095
    1
    • #2095-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:56
      ชอบนะคะ ทั้งชอบและสงสาร
      #2095-1
  2. #2094 -PINPYPEPO (@-PINPYPEPO) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:22

    เอาตรงๆคือนี่ไม่ค่อยอยากให้เฟมาเปลี่ยนเนื้อเรื่องเท่าไหร่อ่ะ
    #2094
    3
    • #2094-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:55
      ง่าาา มีตัวละครนอกโผล่เข้ามา ก็คงต้องมีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ แหะๆ
      #2094-1
    • #2094-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:58
      ขอบคุณค่าาาาา จะพยายามแต่งต่อไปให้อ่านเรื่อยๆนะคะ
      #2094-3
  3. #1725 Oshiorn78 (@Oshiorn78) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 20:20
    วันนี้นางเอก​เป็น​ผู้​ใหญ่​จัง​
    #1725
    1
    • #1725-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      10 กันยายน 2561 / 20:24
      หนูเฟเริ่มหายงี่เง่าทำตัวเป็นเด็กแล้วค่ะ 5555
      #1725-1
  4. #1713 Oshipun78 (@Oshipun78) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 22:59
    ระวังพี่หมีนะค๊าาาทุกคน
    #1713
    1
    • #1713-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      1 กันยายน 2561 / 22:40
      เหหหห หมีมาจากไหนนะ 5555
      #1713-1
  5. #1381 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:20
    แต่ละคน
    #1381
    1
    • #1381-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      19 มิถุนายน 2561 / 00:10
      เด็กๆกันทั้งนั้นแหละค่ะ
      #1381-1
  6. #1118 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 08:46
    เจอแต่คนซึน
    #1118
    1
    • #1118-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 11)
      17 เมษายน 2561 / 17:30
      มีระดับซึนม่กซึนน้อยต่างกันไปค่ะ อิอิ
      #1118-1
  7. #748 Key_ (@i-love-min) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 01:25
    เรือป๋า
    #748
    0
  8. #428 norinamfon188 (@norinamfon188) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:16
    #ทีมป๋าเนป#ทีมพี่ชายห้องสมุด
    #428
    0
  9. วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 16:48
    #ทีมป๋าเนป #ทีมมัลฟอย พระเอกหลบไปตัวร้ายจะเดินนนน
    #312
    0
  10. วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 21:18
    #เรือหนูเฮิร์มมมม
    #287
    0
  11. #72 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 13:58
    ลงเรือเฮอร์ไมโอนี่ได้มั้ยเนี่ย 5555
    #72
    2
    • #72-2 ByunAnt (@anna555bababa) (จากตอนที่ 11)
      14 ธันวาคม 2560 / 21:04
      ลงด้วยๆ 555
      #72-2
  12. #67 lythim (@lythim) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 03:51
    อวยป๋าเนปขนาดนี้ ยกให้ป๋าไปเลย 5555
    #67
    0
  13. #66 minilove (@29102536) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:04
    ฮาคุนชาย นางก้น่ารักในแบบของนางอะนะ 555 มีการมาบอกด้วยว่าโทล์มา น่ารัก(แบบซึนๆ)จริงๆ
    #66
    0
  14. #65 R a i R i z (@green-ny) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 21:58
    ตารอนงี่เง่า555555555555
    #65
    0
  15. #64 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 21:44
    ป๋าเนปปปปปปปอะไรมันจะดีต่อใจขนาดนี้ อัพเร็วๆน้าาาาาา
    #64
    0
  16. #63 meawlovefic (@waaslovefic) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 21:07
    เรารักไรท์ที่ซู๊ดดดดดดดดดดดด
    #63
    0
  17. #62 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 20:51
    โอ้ววว คุณชายของน้องโดนจับได้แล้ว!! สเนปเริ่มใจอ่อนแล้วว ดีใจมากเลยค่ะ
    /กรี้ดดดดดดดดด
    ปล.1สู้ๆค่าาา ขอให้หายไวๆนะคะะ
    ปล.2รอตอนต่อไปนะคะ
    #62
    0
  18. #61 pim6514 (@pim6514) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 20:05
    มาแล้วววว~~~~~
    #61
    0
  19. #59 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 20:00
    สนุกค้าาาา♧
    #59
    0