[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 16 : PART 1 of HP --- Temporary Horcrux [end] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


Temporary Horcrux [end]


               เมื่อเด็กทั้งสองดื่มน้ำยา  พวกเขาก็ก้าวผ่านเปลวไฟสีดำเข้าไปในห้องสุดท้าย   และในห้องนั้น  ควีเรลล์ก็ยืนรอพวกเขาอยู่

                “อาจารย์!”   แฮร์รี่อ้าปากค้าง   เฟริน่าไม่ได้ประหลาดใจ    

                “ฉันเอง”  เขาพูดเรียบๆ  “ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันว่าจะเจอเธอทั้งสองคนที่นี่”

                “แต่ผมคิดว่า  --  สเนป  --

                “เดี๋ยวนะ  คุณคิดว่าจะเจอเราสองคนที่นี่หรือ”  เฟริน่าถาม   ควีเรลล์จ้องหน้าเธอ

                “ใช่  ฉันสงสัยเธออยู่แล้วเชียว  ตั้งแต่วันที่เธอจับตาดูฉันในห้องเรียนวันนั้น  ฉันก็ไม่เคยไว้ใจเธออีกเลยโพสัน”   เขาพูดด้วยเสียงเยือกเย็นและบาดลึก  ไม่พูดติดอ่าง  หรือทำท่าทำทางเงอะๆเงอะๆงะๆอีก   จากนั้นควีเรลล์ก็เลื่อนสายตาไปทางแฮร์รี่  “เซเวอร์รัสน่ะเรอะ”  เขาหัวเราะ  “ใช่  เซเวอร์รัสดูเหมือนเป็นคนแบบนั้นใช่มั้ย  เมื่ออยู่ใกล้ๆกับเขา   ใครจะสงสัย   ศา  --  ศาสตราจารย์ควีเรลล์  คะ  --  คน  ตะ  --  ติดอ่าง  --  ที่  -  ที่  นะ  -  น่าสงสาร”

                “คุณมันสารเลว!  ไร้ยางอาย  ใส่ร้ายป้ายสีเขา  หลอกคนด้วยท่าทางติดอ่างน่าเกลียด”  เฟริน่าตวาด  รู้สึกโกรธที่ควีเรลล์พูดจากระทบกระเทียบเซเวอร์รัส  แต่แล้วเด็กหญิงก็นึกขึ้นได้ว่า  เธอไม่ควรทำแบบนั้น  ไม่อย่างนั้นจอมมารจะสงสัยในความภักดีของสเนปได้  “แต่ก็นั่นแหละ  เราเข้าใจผิดว่าเป็นสเนป  เรานึกว่าจะเจอสเนป”

                “แต่สเนปพยายามฆ่าผม!

                “ไม่ใช่เลย  ไม่ใช่  ไม่ใช่  ฉันต่างหากที่พยายามฆ่าเธอ  เพื่อนของเธอคุณเกรนเจอร์ชนหัวฉันคะมำโดยบังเอิญตอนที่วิ่งไปจุดไฟใส่สเนปที่เกมส์ควิดดิช  แม่เด็กคนนั้นเลยทำให้ฉันต้องถอนสายตาจากเธอไปไง  อีกเพียงแป๊ปเดียว  ฉันก็จะทำให้เธอหล่นจากไม้กวาดลงมาได้แล้ว  ฉันคงทำได้สำเร็จไปก่อนหน้านั้นแล้ว  ถ้าสเนปไม่ร่ายมนต์แก้คำสาปแช่ง  พยายามช่วยชีวิตเธอไว้”

                “สเนปพยายามช่วยชีวิตผมงั้นหรือ”

                “ใช่”  ควีเรลล์บอกเสียงเย็นๆ  “เธอคิดว่าทำไมเขาถึงต้องการเป็นกรรมการตัดสินเกมส์ควิดดิชต่อมาของเธอล่ะ  เขาพยายามให้แน่ใจว่า  ฉันจะไม่ทำอย่างงั้นอีกน่ะสิ  ตลกดีนะ...  ที่จริงเขาไม่ต้องกังวลเลย  ฉันไม่กล้าทำอะไรหรอกถ้าดัมเบิลดอร์จับตาอยู่  ครูทุกคนก็คิดแต่ว่าสเนปพยายามหยุดยั้งไม่ให้บ้านกริฟฟินดอร์ชนะ  ก็เขาทำตัวให้ไม่เป็นที่นิยมเองนี่นะ..”  

คำพูดที่ชายตรงหน้าพ่นออกมาถึงเซเวอร์รัสทำให้เฟริน่ากำมือแน่นจนข้อนิ้วขาว   รู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถพูดอะไรออกไปเพื่อปกป้องอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินได้  เด็กหญิงค่อยๆล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมกำมือรอบไม้กายสิทธิ์  โชคดีที่แฮร์รี่ยืนบังเธอไว้   

--  แล้วเสียเวลาเปล่า  เพราะในที่สุดแล้ว  ฉันจะฆ่าพวกเธอ

“ดิฟฟินโด!”  เด็กหญิงกรีดร้องคาถา  เกิดแรงปะทะกลางอากาศ  ร่างของควีเรลล์ที่ไม่ทันตั้งตัวพุ่งกระแทกถอยหลังไปชนกับกระจกแอริแซดบานใหญ่และร่วงลงมากองกับพื้น 

จัดการนังเด็กนั่นก่อน!”   เสียงแหลมเย็นๆกรีดร้องอย่างโกรธจัดออกมาจากตัวควีเรลล์  ชายโพกหัวรีบลุกขึ้นยืน  ดีดนิ้ว  

“แฮร์รี่หลบ!”   เฟริน่าผลักแฮร์รี่ออกให้พ้นทาง  เชือกขดหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ  แล้วรัดรอบตัวเด็กหญิงไว้   เธอรู้สึกตกใจ   และพยายามต่อสู้ดิ้นรน  แต่ยิ่งดิ้น  มันก็ยิ่งรัดเธอแน่นราวกับงูตัวใหญ่  ปอดของเธอรู้สึกถึงแรงบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก   ร่างเล็กๆของเธอเซล้มลงไปนอนที่พื้น  ไม้กายสิทธิ์กระเด็นหลุดออกจากมือ

“เฟริน่า!”  แฮร์รี่ร้อง  เขารีบถลามาที่เธอ  พยายามดึงเชือกนั่นออก

“พวกเธอ!   สอดรู้สอดเห็นมากเกินไป  มากเกินกว่าที่จะมีชีวิตอยู่แล้วล่ะ  โพสัน  ฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าเด็กอย่างเธอจะต้องนำความยุ่งยากใจมาให้ฉันเข้าสักวัน  และ  พอตเตอร์  เที่ยวด้อมๆมองๆรอบโรงเรียนในวันฮัลโลวีนอย่างนั้น  ฉันรู้ด้วยว่าเธอเห็นฉันตรวจดูว่ามีอะไรเฝ้าศิลาอาถรรพ์อยู่”

“คุณเป็นคนปล่อยโทรลล์เข้ามา!”  เฟริน่าตะโกน   เธอยังคงพยายามดิ้นต่อไป  แต่เชือกนั้นทั้งเหนียวและแข็งมาก  แฮร์รี่พยายามออกแรงดึงเชือกนั้นสุดกำลัง   แต่ก็ไม่สามารถทำให้มันเลื่อนหลุดออกจากร่างของเธอได้เลย

“ปล่อยเธอนะ!  อย่ายุ่งกับเธอ!”  แฮร์รี่หันไปตะโกนด้วยความโมโห  เขาชักไม้กายสิทธิ์ออกมา 

“เอ็กซ์สเปลล์ลิอาร์มัส!”   ไม้กายสิทธิ์ของเด็กชายหัวแผลเป็นกระเด็นหลุดออกจากมือข้ามห้องไปอยู่ในมือของควีเรลล์  เขาหมุนมันในมือ  มีรอยยิ้มชั่วร้ายระบายอยู่บนใบหน้า   “คิดว่าเด็กตัวเล็กๆปีหนึ่งสองคนจะสู้ฉันได้งั้นหรือ  โง่มากนะ”   เขาพูดด้วยเสียงเย็นๆ   กวาดตามองสีหน้าที่ดูเดือดดาลของเด็กชายวัยสิบเอ็ดปี  แล้วควีเรลล์ก็ดีดนิ้วอีกครั้ง  เชือกขดหนึ่งก็มัดรอบตัวแฮร์รี่  และเขาล้มลงอีกคน

“คุณมันเลว!”  แฮร์รี่ร้องพยายามดิ้นให้หลุด

“เฮอะใช่  ฉันเองที่เป็นคนปล่อยโทรลล์ออกมาในคืนนั้น  แต่สเนปน่ะสงสัยฉันอยู่แล้วก็เลยตรงไปที่ชั้นสามเพื่อจะได้จัดการกับฉันก่อน  --  แล้วไม่ใช่แค่โทรลล์ล้มเหลวที่ฆ่าพวกเธอไม่ตาย  หมาสามหัวก็ไม่ยักกัดขาสเนปให้ขาดให้รู้แล้วรู้รอด  --

“หมาสามหัวควรกัดหัวคุณให้ขาดต่างหาก!”   เฟริน่าตะโกน  “มันน่าจะกลืนกินทั้งคุณและโวลเดอมอร์ไปซะตั้งแต่ในคืนนั้น”  

คำพูดของเด็กหญิงดูจะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ  สีหน้าของควีเรลล์เครียดขึงและขาวซีด  กล้ามเนื้อบนใบหน้าทุกมัดของเขาเริ่มกระตุก  แล้วครู่ต่อมา  ใบหน้าของเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว

“เธอรู้มากเกินไป  โพสัน  จุ๊ จุ๊  รู้มากเกินเด็กอายุสิบเอ็ดปี  ฉันน่าจะกำจัดเธอซะตั้งแต่ที่เห็นเธอในห้องสมุด  แต่น่าเสียดายที่เธอมีคนอยู่ด้วยตลอด  น่าเสียดาย   แต่ตอนนี้  ความรู้มากของเธอคงไม่สามารถช่วยให้เธอกับพอตเตอร์รอดชีวิตไปได้ในคืนนี้อีกต่อไปแล้ว”  แล้วเขาก็หันกลับไปที่กระจกเงาด้านหลัง  ในมือยังคงหมุนควงไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่

“แฮร์รี่  พยายามพูดถ่วงเวลาเขาไว้  ถ่วงเวลารอจนกว่าดัมเบิลดอร์จะมา”  เฟริน่ากระซิบ  แล้ววินาทีนั้นเองเธอก็นึกอะไรออก  พลางรู้สึกอยากเตะตัวเองที่ตกใจกลัวจนลืมเสียสนิท  “แฮร์รี่   ถ้านายหลุดออกไปได้เมื่อไหร่  จับตัว  --

“กระซิบอะไรกัน!”  ควีเรลล์ร่ายคาถา   “ริกตัสเซมปรา!”   มีแสงสีเงินพุ่งมาหาทั้งสอง  เฟริน่ารีบกระโจนเข้าไปบังไว้  เธอจะให้แฮร์รี่เป็นอะไรไปไม่ได้  ไม่อย่างนั้นโอกาสรอดของทั้งคู่จะเหลือเป็นศูนย์   ทันทีที่แสงสีเงินนั่นถูกตัวเธอ  เด็กหญิงก็รู้สึกจุกจนตัวงอ   เจ็บไปหมดจนพูดไม่ออกและเริ่มหายใจหอบ

“เฟริน่า!”   แฮร์รี่ตกใจ  เขาไม่นึกว่าเธอจะทำอะไรบ้าๆ  ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเจ็บปวดและซีดเซียว   เด็กชายรู้สึกโกรธที่เขาช่วยอะไรเธอไม่ได้เลยในเมื่อเขาถูกมัดไว้แบบนี้  ที่เขาทำได้ในตอนนี้มีเพียงต้องพูดถ่วงเวลาไว้จนกว่าดัมเบิลดอร์จะมาตามที่เธอบอก

“ฉันเห็นศิลา..  ฉันกำลังนำศิลามอบให้เจ้านาย..  แต่มันอยู่ที่ไหนล่ะ”  ควีเรลล์เลิกสนใจเด็กทั้งสอง     

“แต่สเนปดูจะเกลียดชังผมมากมาตลอดเลยนะ” 

“อ๋อ  ข้อนั้นแน่นอน”  ควีเรลล์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

ระหว่างที่เขาไม่สนใจที่จะมองเด็กทั้งสอง  อาการจุกที่เฟริน่าได้รับก็ค่อยๆดีขึ้น  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังจุกอยู่มาก   เฟริน่าพยายามฝืนขยับตัวเองไปหาไม้กายสิทธิ์ของเธอที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล  เธอส่งสายตาให้แฮร์รี่พูดถ่วงเวลาต่อไปเรื่อยๆ

“สวรรค์โปรด  ใช่สิ  เขาเรียนที่ฮอกวอตส์รุ่นเดียวกับพ่อของเธอ  เธอไม่รู้หรือ  พวกเขาเกลียดกันจะตายไป  แต่เขาไม่เคยอยากให้เธอตายหรอกนะ”

“แต่ผมได้ยินเสียงคุณสะอื้นเมื่อสองสามวันก่อน  --  ผมคิดว่าสเนปกำลังข่มขู่คุณ...”

ควีเรลล์หันกลับมายังเด็กทั้งสอง  ใบหน้ากระตุกอีกครั้ง  และเริ่มบิดเบี้ยวแปลกๆด้วยความโกรธ  เฟริน่ารีบหยุดการกระทำทุกอย่าง

“นั่นเธอคิดจะทำอะไรน่ะ  นังเด็กหน้าโง่!”   เขาตวาด  ดวงตาวาวโรจน์ดูน่ากลัวอย่างร้ายกาจ  แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรเธอ  แฮร์รี่ก็รีบโพล่งออกมา

“งั้นก็แสดงว่าวันนั้นที่ผมเจอคุณที่ตรอกไดแอกอน  คุณเป็นคนที่เข้าไปปล้นธนาคารกริงกอตส์ล่ะสิ!”   คำพูดของเด็กชายหัวแผลเป็นช่วยหยุดความคิดที่จะทำร้ายเด็กหญิง  เขาชะงักฝีเท้าลง  ใบหน้าเริ่มดูหวาดกลัว

“ใช่  ฉันเอง   ฉันพยายามทำตามคำบัญชาของเจ้านาย  ท่านเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ ส่วนฉันนั้นอ่อนแอ  ท่านอยู่กับฉันตลอดเวลา  คอยจับตาดูฉัน   ฉันพบท่านตอนเดินทางไปรอบโลก  ตอนที่ฉันยังเป็นเด็กหนุ่มโง่ๆ  และเต็มไปด้วยความคิดที่น่าขันเกี่ยวกับความดีความเลว  ลอร์ดโวลเดอมอร์แสงให้ฉันเห็นว่าฉันน่ะเข้าใจผิดมากแค่ไหน  ไม่มีทั้งความดีความชั่ว  มีแต่อำนาจ  และคนที่อ่อนแอเกินกว่าจะแสวงหา...  ตั้งแต่นั้น  ฉันก็รับใช้สวามิภักดิ์ต่อท่านอย่างซื่อสัตย์  แม้ว่าวันนั้นที่เธอพบฉัน  ฉันจะทำผิดพลาดก็ตาม  หรือทำให้ท่านผิดหวังหลายครั้งหลายครา  ท่านต้องรุนแรงกับฉันบ้าง”   ชายโพกหัวตัวสั่น  เขายังคงจับตาดูเด็กทั้งสอง  “ท่านไม่ให้อภัยความผิดง่ายๆหรอกนะ  ตอนที่ทำพลาดเรื่องขโมยศิลาอาถรรพ์ที่ธนาคารกริงกอตส์   ท่านโกรธมาก  และลงโทษฉัน  ตัดสินใจว่าต้องคอยจับตาดูฉันอยู่ใกล้ๆ...”

“คุณมันก็แค่หมากตัวหนึ่งของเขาเท่านั้น  ไม่มีอำนาจที่ไหนยั่งยืน  สิบปีที่แล้วที่เขาหายตัวไป  หายไปไหนล่ะ  มัวแต่หนีหัวซุกหัวซุนอยู่ในป่า  เนี่ยน่ะหรืออำนาจ  คุณไม่ควรร่วมมือกับเขา  ขนาดตัวเขาเองยังสูญเสียอำนาจเพราะเด็กผู้ชายตัวเล็กๆเลย”  เฟริน่าพูด   อาการจุกหายไปแล้ว  หนทางที่จะให้แฮร์รี่จับตัวควีเรลล์ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยในตอนนี้  เมื่อทั้งคู่ยังถูกมัดอยู่แบบนี้ 

สีหน้าของควีเรลล์เริ่มเกิดอาการลังเล  เขาเริ่มคิด  คิ้วขมวดจนเกิดร่องลึก  เขากำลังไขว้เขว   แฮร์รี่เองก็สังเกตเห็น   เขาจึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้

“ใช่”  แฮร์รี่เสริม  “มีแต่ความดีความชั่วที่ยั่งยืน   ไม่มีหรอกอำนาจ  คุณควรกลับตัวตอนที่ยังมีโอกาส   อย่าร่วมมือกับโวลเดอมอร์”

คราวนี้ควีเรลล์สบถ   ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนเขากำลังต่อสู้ดิ้นรนอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ  แล้วเสียงแหลมและเย็นยะเยือกก็ดังออกมาจากตัวของควีเรลล์   สีหน้าชายโพกหัวดูน่ากลัวขึ้นอีกครั้ง  เฟริน่ารู้ว่าโวลเดอมอร์นั่นเองที่ยึดร่างของเขา  และกำลังควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจของควีเรลล์  แต่เมื่อชายโพกหัวเริ่มต่อต้าน  โวลเดอมอร์ก็คงจะทำร้ายเขาจากภายใน

“ขอโทษครับเจ้านาย...  ผมผิดไปแล้ว...”  เขาสะอื้นไห้  ก่อนจะหันดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์มาที่เธอกับแฮร์รี่อีกครั้ง   และหันกลับไปที่กระจกต่อ   “ผมจะพยายามขโมยศิลาอาถรรพ์มาให้ได้..  แต่เจ้านาย..  มันอยู่ในกระจกหรือ   ผมควรทำยังไง  ต้องทุบมันให้แตกหรือเปล่า”  

เฟริน่าเห็นสีหน้าแฮร์รี่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก   เด็กชายเองก็กำลังคิดหาวิธีเอาศิลาอาถรรพ์มาไว้เองอยู่เหมือนกัน  เพื่อขัดขวางแผนการของโวลเดอมอร์

“กระจกทำอะไรได้ล่ะเจ้านาย..  มันใช้งานยังไง..  ช่วยผมด้วยเถิดเจ้านาย..”   ควีเรลล์สะอื้น

“ใช้เด็กสองคนนั้น..   ใช้มันสองคน..”  เสียงนั้นดังออกมาจากตัวของควีเรลล์อีกครั้ง

“มานี่ซิ!   แกทั้งสองคน”  ควีเรลล์หันมาทางเด็กทั้งสองที่ร่างถูกเชือกมัดอยู่กับพื้น   เขาตบมือทีหนึ่ง  เชือกที่รัดทั้งคู่ก็หล่นลงไปกองกับพื้น  ชายโพกหัวรีบดีดนิ้ว  แล้วไม้กายสิทธิ์ของเด็กหญิงก็ลอยหวือข้ามห้องไปอยู่ในมือของเขา  “อย่าตุกติกนังเด็กโง่”  

“ให้ผมทำ!  แล้วปล่อยเธอไป”   แฮร์รี่ก้าวมายืนข้างหน้าเด็กหญิง   เด็กชายพูดด้วยเสียงสั่นๆแต่เด็ดเดี่ยว   “ผมจะช่วยคุณก็ได้  แต่ปล่อยเธอไปก่อน”

“เฮอะ!  แกคิดว่าแกมีสิทธิต่อรองกับฉันอย่างนั้นหรือ  พอตเตอร์  มานี่!  ทั้งสองคนเลย”  ควีเรลล์ตวาด 

“แฮร์รี่นายต้องจับตัวเขา”  เฟริน่ากระซิบ

“อะไรนะ”  แฮร์รี่ถามอย่างไม่เข้าใจ

“พวกแกกระซิบอะไร!”   ควีเรลล์คำรามอย่างดุร้าย  “ถ้าคิดจะลองดีกับฉันอีกแค่เพียงครั้งเดียว  แกได้ทรมานอย่างแสนสาหัสแน่”  

เด็กชายและเด็กหญิงค่อยๆก้าวไปข้างหน้าด้วยขาสั่นๆ   ทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้ากระจก

“มองดูกระจกแล้วบอกฉันว่าแกสองคนเห็นอะไร”  เขาสั่งเสียงแข็งกระด้าง   และก้าวมายืนข้างหลังทั้งคู่   มีกลิ่นแปลกๆออกมาจากผ้าโพกหัวนั่น  ทั้งสองหลับตาลง  และลืมตาขึ้นมองเข้าไปในกระจกอีกครั้ง

เฟริน่าเห็นเงาตัวเอง  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอส่องกระจกเงาแห่งแอริแซด   และเมื่อเธอลืมตา  เธอเห็นตัวเองและแฮร์รี่ที่มีใบหน้าซีดเผือด  จากนั้นใบหน้าของเขาและเธอก็เปลี่ยนไปกลายเป็นส่งยิ้มมาให้  เงาของแฮร์รี่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและดึงหินสีแดงก่ำเหมือนเลือดออกมา  เงานั้นหลิ่วตาให้แฮร์รี่แล้วสอดหินกลับใส่ลงในกระเป๋า  ในขณะที่เงาของเฟริน่า  หลิ่วตาให้เธอและล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม  มีไม้กายสิทธิ์ของเธออยู่ในมือ 

บ้าน่า!

เธอคิด  อยากจะหันกลับไปมองชายโพกหัวที่ยืนอยู่ด้านหลังว่าไม้กายสิทธิ์ของเธอยังอยู่ในมือของเขาหรือเปล่า   แล้วเงาของเธอก็เก็บไม้กายสิทธิ์เข้าไปในเสื้อคลุมเหมือนเดิม  เด็กหญิงรู้สึกถึงแท่งไม้แข็งๆ   ที่เอวๆ   ทำให้ร่างที่หนาวสะท้านของเธออุ่นขึ้น  แฮร์รี่หันมาสบตาเธอ  เฟริน่าไม่รู้ว่าเขาเห็นว่าเงาของเธอทำอะไร  ใช่แบบเดียวกับที่เธอเห็นเงาของเขาว่าทำอะไรหรือเปล่า   แต่จากแววตาของเขา  เธอคิดว่าเขาคงเห็นเหมือนกัน

“ว่าไงล่ะ”  ควีเรลล์ถามอย่างทนไม่ไหวด้วยน้ำเสียงละโมบ  “พวกแกเห็นอะไร” 

“ผมเห็นตัวเองจับมือกับดัมเบิลดอร์    ผม  --  ชนะได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นให้กริฟฟินดอร์”

“แล้วแกล่ะนังเด็กโง่!”   สีหน้าของควีเรลล์ดูผิดหวังคำตอบของแฮร์รี่

“หนูเห็นตัวเองได้จับมือกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล  เธอเอาผลสอบให้หนูดู  และหนูได้คะแนนเต็มทุกวิชา”

ควีเรลล์สบถอย่างหัวเสีย  ดูหงุดหงิดงุ่นง่านกับคำตอบของเด็กทั้งสอง  

“ไม่ได้เรื่อง!   พวกแกไร้ประโยชน์สิ้นดี!   ออกไปให้พ้น!”   เขาสั่ง  

และเมื่อเฟริน่ากับแฮร์รี่ถอยออกไปห่างได้ห้าก้าว   เสียงแหลมๆที่ดังออกมาจากใต้ผ้าโพกหัวนั่นก็กรีดร้องอีกครั้ง

“พวกมันโกหก..  พวกมันโกหก..”  เสียงนั้นดูโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด  เฟริน่ารีบล้วงมือลงไปคว้าไม้กายสิทธิ์ไว้   ไม่มีเวลาคิดแล้ว

“อินคาเซอรัส!”   เชือกหลายเส้นพุ่งออกมากลางอากาศเหมือนงูตัวหนาและพุ่งเข้าไปรัดรอบตัวควีเรลล์ไว้   ร่างของเขาล้มลงกระแทกกับพื้น   ควีเรลล์ดื้นรน   “แฮร์รี่จับตัวเขาไว้!  จับตัวเขา!”  เธอร้อง     

ถึงแฮร์รี่จะไม่เข้าใจว่าทำไม   แต่เด็กชายก็พุ่งเข้าไปหาชายโพกหัว   แล้วก็มีแรงกระแทกบางอย่างที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามา   ร่างของแฮร์รี่กระเด็นครูดไปกับพื้น

“แก!   นังเด็กสารเลว!  แกเอาไม้กายสิทธิ์ไปตอนไหน!”  ควีเรลล์ที่หลุดออกจากเชือกเหล่านั้นพูดอย่างโกรธจัด   เขาพุ่งเข้ามาบีบคอเธอไว้แน่น   มือเย็นๆของเขาที่รวบคอเธอ  ทำให้เฟริน่ารู้สึกเหมือนมีคีมอันใหญ่กำลังจะขยี้คอเธอให้แหลก   และเธอไม่สามารถเปร่งเสียงร่ายคาถาได้เลย

“ปล่อยเธอนะ!”  แฮร์รี่พุ่งเข้ามาผลักชายโพกหัวออกไปให้พ้นทาง  มีเสียงร้องเจ็บปวดโหยหวนของควีเรลล์   เด็กชายรีบดึงมือเธอขึ้น   เฟริน่ากุมคอที่แดงของตัวเอง   และไอสำลัก  รู้สึกแสบคอเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้  แฮร์รี่วิ่งพาเธอหนีออกไปอีกฝากหนึ่งของห้อง  ควีเรลล์พุ่งเข้าไปขวางทั้งคู่ไว้ที่ประตู  สีหน้าดำคล้ำและดูเกรี้ยวกราด   เขากุมไหล่ที่แฮร์รี่ผลักเขาไว้

“ฉันไม่รู้นะว่าแกทำมันได้ยังไงนังเด็กสารเลว!   แล้วแก  พอตเตอร์!   แกทำอะไรกับฉัน”

“ให้ฉันพูดกับพวกมันเอง..  เผชิญหน้ากันเลย...”   เสียงโวลเดอมอร์ดังขึ้นอีกครั้ง

“แต่เจ้านาย   ท่านยังไม่แข็งแรงพอ!

“ฉันมีกำลังพอ..  สำหรับงานนี้...”

ควีเรลล์ย่างเข้ามาใกล้เด็กทั้งสอง  และถอดผ้าโพกหัวออก   เฟริน่ารู้สึกตัวแข็งทื่อ   เธอยังคงไอสำลักไม่หยุด  เด็กหญิงพยายามกลืนน้ำลาย  แต่กลับรู้สึกเหมือนของมีคมบาดลึกในหลอดอาหารของตัวเองแทน   เธอหันไปหาแฮร์รี่  เด็กหญิงเห็นไหล่ควีเรลล์ที่เป็นแผลพอง   เธออยากให้แฮร์รี่พุ่งเข้าไปจับตัวควีเรลล์อีกครั้ง   แต่เด็กชายกำลังตื่นตะลึงกับใบหน้าอีกหน้าที่อยู่ด้านหลังหัวของควีเรลล์เกินกว่าจะสนใจเธอ  เด็กหญิงมองตามไป   เธอแทบอยากจะกรีดร้อง  แต่ก็ไม่มีเสียงเปร่งออกมาอีกเช่นกัน  

ใบหน้าที่ขาวซีดเหมือนช๊อกดูน่าขยะแขยง  ดวงตาแดงก่ำฉายแสงอย่างน่ากลัว  และรูจมูกเล็กๆเป็นรอยแยกบางๆเหมือนงู   มันดูน่าสะอิดสะเอียนอย่างร้ายกาจ   ดูราวกับผิวหนังบนหัวของควีเรลล์มีรอยแยกประหลาดๆจากการโดนมีดกรีดลึกให้เป็นจมูกและปาก   และใครสักคนฝังลูกตาสีแดงเป็นประกายดุร้ายลงบนกะโหลกของเขา  ดูราวกับดวงตาผุดขึ้นมาจากหนังศีรษะ  และเมื่อรอยแยกที่ดูคล้ายปากขยับพูด   หนังศีรษะที่ห่อหุ้มกะโลหกไว้ของควีเรลล์ดูเหมือนจะกระตุกแปลกๆ    และมันทำให้เธอขนลุกและตัวสั่น 

“แฮร์รี่  พอตเตอร์..”  ใบหน้านั้นส่งเสียงกระซิบเสียงแผ่วเบา  และเมื่อดวงตาสีแดงเลื่อนมาที่เธอ  เธอก็รู้สึกเหมือนโวลเดอมอร์กำลังจะพยายามอ่านใจเธอ  เด็กหญิงรีบเบือนหน้าหนี   และหลับตาแน่น  ทั้งหวาดกลัวและขยะแขยงเกินกว่าจะทนมองจอมมารที่ใช้ควีเรลล์เป็นฮอร์ครักซ์ชั่วคราวต่อไปได้   “เธอ  แม่สาวน้อยแสนฉลาด   เฟริน่า  โพสัน”

เฟริน่ารู้สึกถึงแรงบีบที่มือเธอ  แฮร์รี่ดูจะตกใจกลัว  เขาบีบมือเธอเสียแน่นจนมือเธอเจ็บไปหมด 

“ดูซิว่าฉันกลายเป็นอะไรไปแล้ว”   เสียงนั้นพูด   “เหลือแค่เงาและหมอกควันเท่านั้น..   ฉันมีรูปร่างขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อฉันใช้ร่างร่วมกับคนอื่น..”

“ใช่  และมันน่าขยะแขยงมาก”  เฟริน่าโพล่งออกไปอย่างทนไม่ไหว  เธอพยายามไม่มองไปที่ใบหน้าที่สองของควีเรลล์   รู้สึกตัวสั่น

“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมีอำนาจ  สาวน้อย”   โวลเดอมอร์พูด  “อย่าหลบตาฉัน”

“ไม่  ฉันไม่มองแกหรอก  แกน่าขยะแขยงเกินไป”   เธอพูดด้วยเสียงสั่นๆ   จากนั้นก็มีเสียงคำรามครืดคราด  

“ทำตามคำสั่งเจ้านายเดี๋ยวนี้!”   ควีเรลล์หันใบหน้าของเขามาแทน   เขาใช้มนต์กับเธอ  บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมาและเปิดตา

“ดัมเบิลดอร์ไม่ได้สอนเด็กนักเรียนของเขาหรือว่ามารยาทที่ดีต้องสบตาผู้พูดด้วย”   เสียงของโวลเดอมอร์ดังขึ้น  

ควีเรลล์หันหัวที่มีใบหน้าน่ากลัวนั่นกลับมาอีกครั้ง  เด็กหญิงอยากจะหันหน้าหนี   ไม่อยากมอง   อยากจะหลับตา   แต่เธอก็ทำไม่ได้  ในหัวของเธอมีแต่เสียงกระซิบขู่ให้เธอเงยหน้าและลืมตา   เธอรู้ว่าเธอถูกคาถาสะกดใจ   และเด็กหญิงก็พยายามต่อต้านมันอย่างสุดฤทธิ์  แต่ไม่สำเร็จ   เธอต้องบอกแฮร์รี่  ต้องบอกให้เขาจับตัวควีเรลล์อีกครั้ง  แต่เธอไม่สามารถขยับปากได้เลย

“ฉันตกอยู่ในสภาพนี้ก็จริงอยู่   สาวน้อย  แต่มีคนมากมายที่เต็มใจให้ฉันเข้าไปอยู่ในหัวใจและความคิดของพวกเขา...   เลือดของยูนิคอร์นช่วยให้ฉันแข็งแรงขึ้น   เมื่อสัปดาห์ก่อน..  เธอกับแฮร์รี่  พอตเตอร์ได้เห็นควีเรลล์ที่ซื่อสัตย์ดื่มเลือดยูนิคอร์นให้ฉันในป่า..   และฉันอดประหลาดใจไม่ได้ที่เธอรู้ว่าฉันเป็นใคร..  เธอฉลาดและรู้มากอย่างที่ฉันไม่คิดว่าจะพบจากเด็กคนไหนมาก่อน..  และถ้าเธอมาร่วมมือกับฉัน..  ให้ฉันได้ยาชุบชีวิต  ฉันก็จะสามารถสร้างร่างของฉันขึ้นเองได้...  ตอนนี้..   ทำไมเธอกับแฮร์รี่  พอตเตอร์ไม่ส่งศิลาอาถรรพ์ในกระเป๋ามาให้ฉันล่ะ”

แฮร์รี่ก้าวถอยหลัง   เขาดึงมือเด็กหญิงให้ตามเขามาด้วย  แต่เธอไม่ขยับ   เพราะอยู่ใต้อำนาจของคาถาสะกดใจอยู่   เฟริน่ายังคงพยายามดิ้นรนไม่ฟังคำสั่งของเสียงกระซิบในหัว   

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย”   โวลเดอมอร์เริ่มเกรี้ยวกราด  “รักษาชีวิตของพวกแกเอาไว้ดีกว่า  มาเป็นพวกฉัน..  ไม่งั้นพวกแกจะต้องพบจุดจบเหมือนพ่อแม่ของแกแฮร์รี่  พอตเตอร์..  พวกมันร้องขอความเมตตาก่อนตาย..”

โกหก!”   เสียงของแฮร์รี่ตะโกน   เฟริน่าพยายามดึงสติออกมาจากอำนาจมนต์สะกดนั่น   เธอได้ยินเสียงจอมมารและแฮร์รี่จากที่ไกลๆในหัว  แต่ยิ่งเธอต่อต้านมากเท่าไหร่  หูของเธอกลับได้ยินเสียงกระซิบให้เธอจ้องมองใบหน้าของโวลเดอมอร์แทน   เธอเห็นควีเรลล์เดินถอยหลังมาเพื่อให้จอมมารคุยกับแฮร์รี่ได้ถนัด  แต่แล้วเมื่อเธอเห็นจอมมารเริ่มจะหมดความอดทนและพยายามจะข่มขู่แฮร์รี่   ไอเย็นในอกของเธอก็ผุดขึ้นมา  ทุกอย่างเหมือนกำลังระเบิดอยู่ภายในตัว   เฟริน่าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ  แต่อยู่ๆเสียงกระซิบที่ออกคำสั่งก็หายไป   เธอขยับตัวได้อีกครั้ง 

“ดิฟฟินโด!”   เธอชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ร่างของควีเรลล์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเธอหลุดออกจากการควบคุมของเขาแล้ว   ร่างของควีเรลล์ถูกสิ่งที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าอย่างแรง   แฮร์รี่ดึงมือเธอออกวิ่งกระโจนไปที่ทางประตูที่มีเปลวไฟสีดำลุกโชติช่วง  เมื่อเห็นว่าควีเรลล์กระเด็นออกไปพ้นทาง    

จับพวกมัน!   จับพวกมันไว้!  ศิลาอยู่ที่พอตเตอร์   ศิลาอยู่ที่มัน!

เสียงเกรี้ยวกราดของจอมมารดังไล่หลังทั้งคู่   แล้ววินาทีต่อมา   เฟริน่าก็เหมือนร่างกายทั้งร่างถูกรวบติดเข้าด้วยกัน  เธอล้มลงกระแทกกับพื้น  รู้สึกเจ็บระบมและขยับตัวไม่ได้  ไม้กายสิทธิ์ร่วงหลุดออกจากมือ   แฮร์รี่เองก็ล้มลง   แต่ยังขยับตัวได้   เด็กหญิงเห็นชายโพกหัวพุ่งเข้ามาหา   แต่เมื่อเขาสัมผัสถูกตัวของเด็กชายหัวแผลเป็น   เขาก็ล้มลงนอนงอตัวอยู่บนพื้น  นิ้วของเขาพองแดง  

สำเร็จ!

โวลเดอมอร์ยังคงกรีดเสียงออกคำสั่งกับฮอร์ครักซ์ชั่วคราวต่อไป  ควีเรลล์ลุกขึ้นอีกครั้งและกระโจนขึ้นไปอยู่บนตัวแฮร์รี่  เขาบีบคอเด็กชาย  สีหน้าบ่งบอกว่าโกรธจัด  แต่เพียงพริบตาเดียวสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวและเจ็บปวด   เขาร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน   พร่ำบอกแต่ว่าเขาไม่สามารถแตะต้องตัวแฮร์รี่ได้เลย  เขาปล่อยมือออกจากคอแฮร์รี่ราวกับมันเป็นของร้อน 

“ฆ่ามันสิ  ไอ้โง่   จะได้จบเรื่องกัน”  โวลเดอมอร์ดูคุ้มคลั่งและเสียสติกรีดเสียง

                แฮร์รี่จับไปที่ใบหน้าของควีเรลล์ไว้แน่น   ชายโพกหัวที่เป็นดั่งฮอร์ครักซ์ชั่วคราวกรีดเสียงโหยหวนอย่างทรมานลั่นห้อง   ใบหน้าบวมพอง  เด็กชายจับเข้าที่แขนของควีเรลล์  แฮร์รี่คงรู้แล้วว่าจะจัดการยังไง   เฟริน่านึกดีใจที่เนื้อเรื่องไม่ได้ผิดแปลกไปเสียทั้งหมด   ควีเรลล์ยังคงแตะต้องตัวแฮร์รี่ไม่ได้   เสียงโวลเดอมอร์ดังแข่งกับเสียงร้องโหยหวน  เธอเห็นแฮร์รี่พยายามต่อสู้กับควีเวลล์ต่อไป

                “แฮร์รี่!  แฮร์รี่!”   เสียงของดัมเบิลดอร์ดังขึ้นที่หน้าประตู   เฟริน่าไม่สามารถเห็นได้ว่าพ่อมดชราเข้ามาในตอนไหน   เขาตรงเข้าไปยังเด็กชายที่ยังพยายามดื้นรนเอาชนะควีเรลล์  และแฮร์รี่ก็สลบไป 

ดัมเบิลดอร์ดึงตัวควีเรลล์ออกจากแฮร์รี่  เขาทำอะไรบางอย่างกับชายโพกหัวที่เฟริน่าไม่เห็น  เพราะเธอล้มนอนตะแคงขยับตัวไม่ได้   ครู่ต่อมาร่างของชายจมูกงุ้มก็ปรากฏตัวขึ้น  เขาขู่ฟ่อใส่ควีเรลล์และนำตัวออกไป   เฟริน่าอยากจะบอกอาจารย์ใหญ่เหลือเกินว่าเธอโดนคำสาปมัดร่างเอาไว้  และปวดเมื่อยตัวไปหมด  

“เธอกล้าหาญมาก”  ดัมเบิลดอร์พูดเมื่อหันมาหาเธอ  เขาชักไม้กายสิทธิ์ออกมา  โบกเบาๆในอากาส  แล้วเฟริน่าก็รู้สึกว่าร่างกายขยับได้อีกครั้ง   เด็กหญิงขยับลุกขึ้นอย่างยากลำบาก  พ่อมดชราเดินตรงเข้ามาจับแขนเธอไว้  ดวงตาสีฟ้าใสฉายประกายชื่นชม

“หนูคิดว่าจะตายซะแล้ว   ทำไมศาสตราจารย์มาช้าจัง”  เธอพยายามบีบนวดตัวเอง   ยังรู้สึกเจ็บระบมไม่หาย

“เธอไม่ตายหรอก  เพราะเธอกล้าหาญและฉลาด”   เขาชื่นชมเธอ  และพาเธอเดินก้าวข้ามไฟสีดำออกไปจากห้อง   ในห้องที่มีขวดน้ำยานั้น  เธอเห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัล  ใบหน้าของหล่อนแดงก่ำดูโกรธเกรี้ยวและตกใจที่เห็นเธอ

“ฉันไม่นึกว่าเธอจะกล้าทำผิดกฎโรงเรียน   ฉันห้ามพวกพอตเตอร์แล้ว  แต่ฉันไม่เห็นเธอในกลุ่มของเขา”   อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์คงกำลังจะสั่งกักบริเวณหรือหักคะแนนเธอ   ถ้าดัมเบิลดอร์ไม่เอ่ยตัดบทขึ้นมา

“มิเนอร์ว่า  ฉันไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้ที่เพิ่งช่วยคนแก่ที่หละหลวมอย่างพวกเราปกป้องศิลาอาถรรพ์กับแฮร์รี่ควรถูกลงโทษหรอกนะ  ฉันว่าบางทีเราน่าจะทำเป็นหูตึงและดวงตาฟ่าฟางให้สมวัยกันหน่อยจะดีมั้ย”  คำถามของดัมเบิลดอร์ดูจะทำให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลผู้เข้มงวดต้องกลืนน้ำลาย   หล่อนทำหน้าเหมือนกลืนยาขมๆหม้อใหญ่เข้าไปจริงๆ    อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์สูดลมหายใจลึกๆ  ใบหน้ายังคงแดงก่ำแต่ระงับอารมณ์โกรธไว้ได้

“ค่ะ  ท่านอาจารย์ใหญ่”  หล่อนพูดขึ้นในที่สุด  และก้าวออกจากห้องนั้นไป

“นัดครั้งที่แล้วที่ฉันเรียกเธอไปพบ   และปรากฏว่าเธอปล่อยให้ฉันรอเก้อ  เห็นทีจะได้ชำระสะสางกันเสียที   เราทั้งคู่น่าจะไปนั่งคุยกันในห้องทำงานของฉันนะ  เจ้าฟอกซ์เองตอนนี้รออยู่ที่กับดักมาร  มันต้องดีใจมากแน่ๆที่เห็นเธอ”

“ชำระสะสางหรือคะ”  เฟริน่าทวนคำ  เธอลืมไปว่าเซเวอร์รัสฟ้องดัมเบิลดอร์เรื่องที่เธอตั้งใจหางานพิเศษทำช่วงปิดเทอมเสียสนิท   และหวังเอาไว้ว่าอาจารย์ใหญ่ก็คงลืม  แต่เขาไม่เคยลืมเลย  

“ใช่  ชำระสะสาง”   ดัมเบิลดอร์ย้ำ  ยกยิ้มที่มุมปาก  ดวงตาเป็นประกายระยับมองลงมาผ่านจมูกหักๆของเขา   “มาเถอะ  ครั้งนี้เธอคงเบี้ยวนัดฉันไม่ได้อีกแล้ว”   เฟริน่าเดินคอตกตามหลังชายชราที่ฮึมฮัมเพลง   ทั้งสองเดินทะลุผ่านออกไปแต่ละห้องจนถึงกับดักมาร   ศาสตราจารย์คนอื่นๆในโรงเรียนต่างมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนชื่นชม  เธอแอบเห็นศาสตราจารย์ฟลิตวิกโบกมือและส่งยิ้มให้ตอนเธอเดินผ่าน  เด็กหญิงยิ้มและโบกมือตอบกลับไป 

ที่ช่องใต้ประตูกลนกฟินิกซ์ขนสีแดงแสนสวยกำลังรออยู่   มันบินสยายปีกอยู่บริเวณนั้น  และเมื่อเห็นทั้งคู่   ฟอกซ์ก็บินมาเกาะไหล่ของ ดัมเบิลดอร์   ดวงตาของมันจับจ้องมาที่เด็กหญิง   ดัมเบิลดอร์ลูบหัวมันหนึ่งที  และหันมามองเธอผ่านแว่นพระจันทร์ครึ่ง  มือข้างหนึ่งจับปลายหางของฟอกซ์ไว้  และมืออีกข้างยื่นมาหาเธอ  เด็กหญิงคว้ามืออาจารย์ใหญ่ไว้   จากนั้นวินาทีต่อมา  เธอก็รู้สึกว่าเท้าไม่ได้แตะพื้นอีกต่อไป  สายลมโบกพัดผ่านผม   และเพียงอึดใจเดียวร่างของเธอและพ่อมดชราก็ขึ้นมาอยู่บนพื้นเหนือประตูกล   มีเสียงเพลงบรรเลง   และปุกปุยกำลังหลับสนิท   คราวนี้เจ้าฟอกซ์ที่ดัมเบิลดอร์ปล่อยมือออกจากปลายหางแล้ว  ก็บินนำหน้าทั้งสองตรงไปยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่   มันบินวนอยู่เหนือรูปปั้นสัตว์ประหลาดน่าเกลียด 

________________________50%________________________

“เบอร์ตี้บอร์ตรสขี้หู”   ดัมเบิลดอร์พึมพำบอกรหัส  รูปปั้นสัตว์ประหลาดนั่นกระโดดออกไปด้านข้าง  ฟอกซ์บินโฉบนำหน้าเข้าไปในห้องทำงาน  เฟริน่าเห็นมันบินไปเกาะขอนไม้บนโต๊ะ    อาจารย์ใหญ่เคลื่อนตัวไปนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน  “นั่งสิ”   เขาบอกกับเธออย่างอ่อนโยน  บนโต๊ะมีคุกกี้  ทาร์ตน้ำตาลข้น  เค้กวนิลา  และกาน้ำชาที่เริ่มรินของเหลวสีเข้มใส่ถ้วยสองใบด้วยตัวเอง   พ่อมดชราเลื่อนถ้วยใบหนึ่งมาตรงหน้าของเธอ  

เฟริน่ารู้สึกกระอักกระอ่วน   เมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าใสนั่นจับจ้องอยู่ที่เธอ   ถึงจะดูใจดี  แต่เธอก็รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่เซเวอร์รัสมาฟ้องเขา

“ดื่มสิ   และกินขนมพวกนี้ด้วย  พวกเอลฟ์ประจำบ้านทำกันอย่างสุดฝีมือ  หลังจากที่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นที่ใต้ประตูกลนั่น”  ดัมเบิลดอร์บอก   เขาเลื่อนจานขนมต่างๆมาให้เธอ   เฟริน่าที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอหิวมากแค่ไหนก็คว้าขนมเหล่านั้นใส่ปาก   เธอกินขนมเสียหลายชิ้น  ความหิวทำให้ลืมไปว่าตัวเองมาอยู่ที่ห้องนี้ด้วยเรื่องอะไร   ระหว่างนั้นมีนกฮูกบินมากระแทกเข้าที่หน้าต่าง   ดัมเบิลดอร์โบกไม้กายสิทธิ์   และนกฮูกก็ร่อนผ่านหน้าต่างที่เปิดเข้ามา  มันหย่อนจดหมายลงบนโต๊ะ   และรีบบินจากไป   พ่อมดชราเปิดจดหมายออกอ่าน   สีหน้าของเขาในยามนี้ยากจะคาดเดาว่าเขาคิดอะไรอยู่   และเมื่อเฟริน่ากินเค้กวนิลาสองชิ้นจนหมด  พร้อมกับดื่มชาแล้ว   เธอก็เริ่มรู้สึกมวนท้อง  และคิดได้ว่าเธอไม่น่ากินเยอะเกินไป   รู้สึกจุกท้องอยู่หน่อยๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า   เธอยังไม่ได้ชำระสะสางปัญหาเลย

“เอ่อ”  เธอเอ่ยตัดความเงียบ  ไม่รู้จะเริ่มยังไงอย่างคนมีชนักติดหลัง   ชายชราวางจดหมายลง  และเก็บให้พ้นจากสายตาของเธอ

“ขอบใจนะ  ที่เธอช่วยแฮร์รี่”   ดัมเบิลดอร์เอ่ยเสียงเนิบๆอย่างใจดี  เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เซเวอร์รัสมาฟ้อง  เฟริน่าลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ค่ะ  จริงๆ  หนูถูกรอน  วีสลีย์บังคับต่างหาก”  เธอบอกพลางก้มลงมองมือตัวเอง   เธอรู้ว่าตัวเองกำลังพูดปดครึ่งหนึ่ง   เพราะถึงแม้ตอนแรกเธอจะถูกรอนบังคับ  แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆ  เธอเองนี่แหละที่กระโจนเข้าไปพัวพันกับเรื่องทั้งหมดด้วยความเต็มใจ

“ฉันคงต้องมอบรางวัลให้กับคุณวีสลีย์เสียหน่อยที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้เธอช่วยแฮร์รี่ได้  เขาเป็นพ่อมดที่เก่งยิ่งกว่าตัวฉันเสียอีกที่ไม่สามารถกล่อมให้เธอช่วยแฮร์รี่ได้”  แล้วเด็กหญิงก็ได้ยินเสียงดัมเบิลดอร์หัวเราะคำพูดตัวเอง  เธอเงยหน้าขึ้น  และทันเห็นพ่อมดชราเช็ดน้ำตาหลังจากที่หยุดหัวเราะสำเร็จแล้ว

“จริงๆแล้วหนูเอง...  หนูเองก็เต็มใจค่ะ...”   เธอบอกเสียงอ่อยๆ   รู้สึกว่าในท้ายที่สุดแล้วนิสัยเดิมที่ติดตัวมาก็ทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายตัวเองเสียหลายอึก  และล่าสุดนี้ก็เป็นอึกที่ทั้งขมและอึกใหญ่มากๆด้วย

“ฉันบอกแล้วว่าเธอน่ะมีความกล้าหาญ  และหมวกคัดสรรก็เห็นมันในตัวเธอ  มันจึงคัดให้เธอไปอยู่กริฟฟินดอร์”   ดัมเบิลดอร์เอ่ยอย่างอารมณ์ดี  เขาส่งคุกกี้ที่ยังเหลืออยู่เข้าปาก

                เกิดความเงียบชวนน่าอึดอัด   เฟริน่าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี   ในเมื่อตลอดปีที่เธอรอดชีวิตมาได้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า  จริงๆแล้วเธออาจจะไม่ตายอย่างที่เธอคิดเองเออเองมาตลอดก็ได้   และเธอก็เห็นถึงความกล้าหาญของเด็กทั้งสามคนนั้น  

รอนถึงจะงี่เง่าและทำตัวร้ายกาจกับเธอ  แต่เขาก็กล้าหาญที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างแฮร์รี่   เขายอมเสียสละตัวเขาเองเพื่อช่วยเธอ  ในขณะที่ตลอดทั้งปีเธอเอาแต่ทำตัวขี้ขลาด   ตอนนี้เธอเริ่มรู้แล้วว่าระหว่างรอนกับเธอ  ใครงี่เง่ากว่ากัน

เฮอร์ไมโอนี่  เพื่อนผมฟูผู้น่ารักและฉลาดก็ดีกับเธอมาก  ออกรับและเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเธอทุกครั้งที่เจอหน้าพาร์กินสัน   รวมทั้งยืนหยัดเชื่อมั่นในตัวเธอว่าเธอเป็นคนดี  แล้วอย่างนี้เธอจะทอดทิ้งเพื่อนดีๆแบบนี้ไปได้ยังไงกัน

และแฮร์รี่   เด็กชายผู้ที่เรื่องยุ่งวุ่นวายติดตามตัวเขาราวกับเงาตามตัว   เขาช่างกล้าหาญ   เขาเชื่อมั่นในตัวเธอ   และพร้อมที่จะดูแลและปกป้องจริงๆอย่างที่เขาบอก  (ถึงแม้สิ่งวุ่นวายที่เขาปกป้องเธอ   มันจะมาจากเขาเองก็ตาม)   แต่เธอกลับเอาแต่ขี้ขลาด  ปฏิเสธมิตรภาพและความหวังดีอันใสซื่อบริสุทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า   รวมทั้งเขายังมองว่าเธอเป็นคนสำคัญของเขาอีก  อย่างนี้เธอจะทนเห็นแก่ตัวหาทางเอาตัวรอดคนเดียวได้ยังไง  

“จริงๆแล้วหนูไม่ได้กล้าหาญหรอกค่ะ..”   เธอพูดเสียงค่อย  รู้สึกขมปร่าที่ลิ้น  “หนูขี้ขลาดมาตลอดต่างหาก..”

“ฉันไม่คิดว่าการตัดสินใจของเธอในตอนแรกที่ฉันขอให้เธอช่วยเรียกว่าขี้ขลาดหรอกนะ”  ดัมเบิลดอร์เอ่ยช้าๆอย่างอ่อนโยน   “ฉันมองว่ามันเป็นความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่ไม่ว่าใครก็สามารถผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น  อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นหรือเปล่า”

เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง  แต่หนนี้ไม่ได้ชวนน่าอึดอัดอีกต่อไป   เฟริน่าละสายตาจากมือตัวเองที่บีบกันไปมาอย่างรู้สึกผิด  เธอใช้ดวงตาสีฟ้าอมเขียวจดจ้องไปที่ดวงตาสีฟ้าใสที่เป็นพราวระยับอย่างหยั่งรู้

“เป็นอันว่าเธอตกลงจะช่วยแฮร์รี่แล้วใช่มั้ย”  ดัมเบิลดอร์ถามอย่างไม่อ้อมค้อม

“ใช่ค่ะ  หนูอยากแก้ไขข้อผิดพลาดของหนู”  เธอตอบ  ไม่ละสายตาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอมุ่งมั่นและจริงจังมากแค่ไหน   พ่อมดที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคยิ้มน้อยๆ   จากนั้นเขาก็เอนพิงพนักเก้าอี้  ดวงตาสีฟ้าใสยังคงมองลอดผ่านแว่นครึ่งพระจันทร์มาที่เธอ

“งั้นปีหน้า   เรื่องสมุดบันทึกที่เป็นฮอร์ครักซ์นั่น”  ดัมเบิลดอร์เอ่ย  เฟริน่าขยับตัวตั้งใจฟัง   “ฉันเดาเอาว่าตอนนี้โวลเดอมอร์คงยังไม่รู้ว่าเรารู้เรื่องที่เขาทำฮอร์ครักซ์ไว้แล้ว   และฉันเองที่ฟังจากที่เธอเล่า  ฉันได้สืบหาฮอร์ครักซ์  แต่อย่างที่เธอรู้  แหวนตระกูลเพฟเวอเรลล์   โวลเดอมอร์ใช้มนต์ดำปกปักรักษามันอยู่  และมันช่วยไม่ได้เลยที่ฉันจะต้องหาวิธีผ่านมันเข้าไปโดยไม่ให้ถูกสาป  ล็อกเก็ตยังคงอยู่กับครีเชอร์ในบ้านของตระกูลแบล็ก   และถ้วยฮัฟเฟิลพัฟยังคงอยู่ที่ธนาคารกริงกอตส์ในห้องนิรภัยของเบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์  แล้วอะไรอีกนะ  อ้าใช่...  รัดเกล้าของเรเวนคลอ” 

ดัมเบิลดอร์โบกไม้กายสิทธิ์  แล้วซากรัดเกล้าแตกๆหักๆก็ลอยข้ามห้องมาวางบนโต๊ะ 

“ฉันทำลายมันไปแล้วหนึ่งชิ้น  แต่สามชิ้นที่บอกไปก่อนหน้านี้  ฉันยังคงหาทางที่จะได้มันมาอยู่  สำหรับนากินี  งูตัวนั้น   ฉันเพียรพยายามค้นหามัน  แต่ช่างโชคร้ายนัก   เมื่อหน้าที่อาจารยใหญ่และหน้าที่อื่นบีบรัดตัว   ฉันจึงไม่สามารถมีเวลาให้กับเรื่องนี้เพียงพอ  ดังนั้น...”   เขาหยุดพูดไปแค่นั้นและลูบเคราสีเงินอย่างครุ่นคิด

“ดังนั้น...”  เด็กหญิงทวนคำ

“...ถ้าเป็นไปได้   ฉันว่าเราควรต้องทำเรื่องนี้กันอย่างระมัดระวัง   เราจะให้โวลเดอมอร์รู้ไม่ได้เป็นอันขาดว่าเรารู้อะไรมาบ้าง   ฉันจึงอยากขอให้เธอช่วยจับตาดูจินนี่  วีสลีย์ไว้”

“แค่จับตาดูหรอคะ  ทำไมเราไม่เอาสมุดบันทึกนั่นมาและทำลายมันไปเลยล่ะคะ  แบบนั้นมันไม่ง่ายกว่าหรือ  ทุกคนในปราสาทจะได้ไม่ถูกสาปเป็นหิน   แถมแฮร์รี่ก็จะไม่  --

“ฉันบอกเธอแล้ว  ว่าเราต้องทำเรื่องนี้กันอย่างระมัดระวัง  เฟริน่า ถ้าเราใจร้อนบุ่มบ่ามเกินไป   เดี๋ยวอะไรๆที่เธอรู้มามันจะผิดที่ผิดทางไปเสียหมด   ตอนนี้เราได้เปรียบโวลเดอมอร์อยู่หลายก้าว  ฉันจึงคิดว่าเราควรปล่อยมันไปก่อน   ระหว่างนี้ฉันจะพยายามรวบรวมข้อมูลทุกอย่างและจัดการกับฮอร์ครักซ์ชิ้นอื่นๆ   ฉันไม่อยากให้โวลเดอมอร์รู้ว่าเรารู้อะไร  เดี๋ยวเขาจะหาทางเอามันไปซ่อน  หรือไม่ก็แอบทำเพิ่มอีกชิ้นโดยที่เราไม่รู้”   เหตุผลทั้งหมดที่อาจารย์ใหญ่ยกมาทำให้เธอเถียงไม่ออก

“จริงด้วยค่ะ   งั้นหนูจะจับตาดูจินนี่เอง”

“และถ้าสมมติว่า   เธอเห็นว่าอะไรมันเริ่มไม่เข้าท่า   เธอควรรีบบอกฉันทันที”   ดัมเบิลดอร์บอกอย่างเป็นงานเป็นการ

“ค่ะ”  เธอรับคำ  หลังจากนั้นชายชราก็เริ่มนั่งจมกับความคิดของตัวเอง  เฟริน่าไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่   แต่เธอมีอีกเรื่องที่อยากจะถามเขา   “หนูมีอีกเรื่องที่อยากจะ..  อยากจะ..”

ดัมเบิลดอร์ที่โดนเธอดึงออกจากความคิดหันมาสบตา   เขาหยุดรอให้เธอพูดออกมาให้จบ  แต่เมื่อเด็กหญิงไม่กล้าเอ่ยออกมา  เขาจึงขยับตัว  และรินน้ำชาให้เธออีกถ้วย

“ถ้าเธอพร้อมที่จะพูดเมื่อไหร่   ก็บอกฉันได้นะ”   เขาบอกอย่างเบิกบานใจ  พร้อมกับเลื่อนถ้วยชามาให้เธออีกครั้ง

“แล้ว...   แล้วเรื่องซีเรียส  แบล็กล่ะคะ”   เธอถามเสียงเบาหวิว 

“ซีเรียส  แบล็ค”   ดัมเบิลดอร์ทวนชื่อนี้

“ใช่ค่ะ   เขาน่าสงสารมากเลยที่ต้องติดอยู่ในคุกอัซคาบัน”   เธอพูด   รู้สึกหน้าร้อน  เมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าใสกำลังพินิจพิจารณาเธอ   ดัมเบิลดอร์หัวเราะเบาๆ

“รู้มั้ย”   ชายชราบอกยิ้มๆ   เขาหยิบคุกกี้อีกชิ้นใส่ปาก   ค่อยๆเคี้ยว  สายตายังคงจับจ้องมาที่เธอ  และเมื่อเขากลืนขนมหวานลงคอแล้ว  เขาก็พูดต่อไปว่า   “เราหาทางช่วยเขาได้  แต่...  ปีหน้าเธอจะยุ่งกว่าที่เธอจะจินตนาการออกซะอีก”

“ยังไงคะ”  เธอถาม

“ฉันขอเดาอีกครั้งนะว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นที่ใต้ประตูกลนั่น   โวลเดอมอร์คงเริ่มสงสัยว่าเธอเป็นใครไม่มากก็น้อยล่ะนะ”   พ่อมดชราบอก   เขายกชาขึ้นจิบ   หลับตาดื่มด่ำกับกลิ่นชาหอมๆ   เด็กหญิงรอดูจนเขาลืมตาอีกครั้ง   ชายชราวางถ้วยชาลง   “ฉันอยากให้เธอเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในนั้น  และโวลเดอมอร์มีท่าทียังไงกับเธอบ้าง”

เฟริน่าเล่าเรื่องตั้งแต่ที่เธอถูกรอนบังคับจนกระทั่งถึงตอนที่ดัมเบิลดอร์เข้ามาพบเธอกับแฮร์รี่   ตลอดที่เล่า   ดัมเบิลดอร์เพียงยิ้มน้อยๆ  และตั้งใจฟัง  นานๆครั้งก็พยักหน้า   และเมื่อเธอเล่าจบ  พ่อมดชราก็เอ่ยขึ้นมาในทันที

“อย่างที่ฉันคิด  เขาสงสัยว่าเธอเป็นใคร  เห็นทีฉันต้องทำอะไรสักอย่าง  ไม่อย่างนั้นถ้าความรู้ของเธอรั่วไหลไปถึงเขามันจะกลายเป็นหายนะ”  

“เขาจะมาฆ่าหนูหรือคะ”   เฟริน่าถามอย่างหวาดๆ  ความคิดว่าจะถูกใบหน้าสยดสยองนั่นหมายหัวทำให้เธอไม่ค่อยมีความสุขนัก

“อาจจะใช่หรืออาจจะไม่   แต่ฉันคิดว่าอาจจะไม่มากกว่า”   ดัมเบิลดอร์พูด  

“แล้วเขาจะทำอะไรกับหนูคะ   ถ้าเขารู้ว่าหนูเป็นใคร”   เฟริน่าถามต่ออย่างอดทนไม่ไหว

“เราต้องมีมาตรการป้องกัน”   ดัมเบิลดอร์พูดยิ้มๆ  ดวงตาเป็นประกายขบขันราวกับมีเรื่องสนุกสนานรอเขาอยู่   เด็กหญิงเลิกคิ้ว   บางครั้งเธอก็เริ่มคิดว่าพ่อมดชราตรงหน้าดูจะบ๊องๆสักหน่อยอย่างที่เพอร์ซี่เคยว่าไว้  บ๊องๆ   แต่ฉลาดเฉลียว

มาตรการป้องกัน”   เธอทวนคำอย่างไม่แน่ใจว่าอะไรกำลังรอเธออยู่กันแน่ 

“ฉันจะบอกกับเธอทีหลัง  เฟริน่า  รอฉันได้รับคำยืนยันเสียก่อน”   อาจารย์ใหญ่หัวเราะน้อยๆอย่างนึกสนุก  “ส่วนเรื่องไม้กายสิทธิ์นั่น   เธอคงสงสัยว่าฉันทำมันได้ยังไง   ฉันก็ทำอย่างที่ทำกับศิลาอาถรรพ์นั่นแหละ”

“แต่ตอนนั้นมันอยู่ในมือควีเรลล์นะคะ”  เฟริน่าไม่สนใจเรื่องมาตรการป้องกัน   และกระโจนเข้าสู่หัวข้อใหม่ในทันที

“เธอคงไม่รู้หรอกว่าไม้กายสิทธิ์มีความภักดีต่อเจ้าของมากแค่ไหน   เอาเป็นว่า  สิ่งที่เกิดขึ้น  มันมาจากความต้องการของไม้กายสิทธิ์เธอเอง  สุดท้ายมันจึงหนีจากควีเรลล์มาหาตัวเธอ”   คำตอบที่ดูไม่กระจ่างสักเท่าไหร่  ทำให้เด็กหญิงอดขมวดคิ้วไม่ได้  

ระหว่างที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด   และตั้งใจจะถามถึงเรื่องไม้กายสิทธิ์ต้องคำสาปของเธออยู่นั้น  ดัมเบิลดอร์ก็เริ่มพูดเรื่องใหม่ขึ้นมา

“อีกเรื่อง”   เขาเริ่ม   ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ 

                “อะไรหรือคะ”   เธอถาม  นึกสงสัยว่าคืนนี้ช่างเป็นคืนที่วุ่นวายเสียจริง  มีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น

                “เซเวอร์รัสมาบอกฉันเรื่องเกี่ยวกับเธอ”   คำพูดของเขาทำให้เฟริน่ารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆจุกในอก   เด็กหญิงขยับตัวอย่างอึดอัด   เตรียมตัวโดนดุจากผู้อุปการะของเธอ   ดวงตาสีฟ้าอมเขียวหลุบลงมองมือตัวเอง  “ฉันไม่อาจอนุญาตให้เธอทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมหรอกนะ  ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่โวลเดอมอร์เริ่มสงสัยในตัวเธอด้วยแล้ว  เธอยิ่งไม่ควรออกไปไหนมาไหนโดยไม่อยู่ในสายตาของมิสซิสฟิก”  

                “ค่ะ”  เธอรับคำ   รู้สึกไม่สบายใจ

                “ฉันไม่ดุเธอหรอก  และฉันเข้าใจดีว่าเธอหวังดีกับฉัน   แต่ในเมื่อฉันอุปการะเธอแล้ว...”   ดัมเบิลดอร์หยุดพูดไป

                ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง  มีเพียงเสียงฟอกซ์ขยับตัวเบาๆ

“...ได้โปรด...  อย่าปฏิเสธน้ำใจของฉันเลยนะ...”  คำพูดอันอ่อนโยนนั้นทำให้เด็กหญิงรู้สึกอุ่นวาบ  เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาจารย์ใหญ่   ใบหน้าชราและดวงตาสีฟ้าใสนั่นเต็มไปด้วยความห่วงใย   เมตตา  สงสาร  และถ้าเธอไม่ได้ตาฝาดเธอเห็นความเศร้าสร้อยฉายอยู่ในดวงตาคู่นั้น  แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว 

                “ค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอรับคำพร้อมกับยิ้มกว้าง  รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่มีใครสักคนสนใจดูแลและห่วงใยเธอจริงๆ

                “ฉันคิดว่าตอนนี้เหมือนตัวเองจะได้ยินคำบ่นสาปแช่งฉันอยู่ไกลๆ”  ดัมเบิลดอร์พูดยิ้มๆ

                “ใครกันคะที่กล้าบ่นสาปแช่งศาสตราจารย์!”   เฟริน่าถาม   “หรือว่าจะเป็นโวลเดอมอร์”

                “เขาคงบ่นสาปแช่งฉันทุกนาทีที่มีโอกาส   แต่คนที่ฉันพูดถึงคือป๊อปปี้  หล่อนคงอยากรู้แล้วว่าเด็กน้อยที่เพิ่งผ่านประสบการณ์อย่างโชคโชนกับจอมมารนั่นอยู่ที่ไหน  ทำไมอาจารย์ใหญ่อย่างฉันถึงได้กักตัวเด็กคนนั้นเอาไว้  ไม่ยอมปล่อยไปห้องพยาบาลสักทีน่ะสิ”   ดัมเบิลดอร์ใช้นิ้วแคะหูตัวเอง  “ฉันว่าฉันได้ยินอีกแล้ว   อ่า  เธอควรรีบไปที่ห้องพยาบาลเถอะ   ก่อนที่ป๊อปปี้จะมาที่นี่   เพื่อลากเธอไป  และบางทีอาจใช้ไม้กายสิทธิ์สาปอาจารย์ใหญ่ที่ไร้ความรับผิดชอบก็ได้”   คำพูดของเขาทำให้เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ   ดัมเบิลดอร์หัวเราะเบาๆตามเธอ   เด็กหญิงลูบหัวฟอกซ์หนึ่งที   และขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าออกจากห้อง   เธอก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ 

                “ศาสตราจารย์คะ”  เธอหันกลับมา  ดัมเบิลดอร์ที่กำลังจะจัดการกับทาร์ตน้ำตาลข้นชะมักมือลง

                “ว่าไง” 

                “เอ่อ  ตอนที่หนูเห็นศาสตราจารย์ดึงควีเรลล์ออกจากแฮร์รี่  และเซเวอร์รัสพาเขาออกไป  เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือคะ   เขาตายอย่างน่าเวทนาหรือเปล่า  หนูจำได้ว่าร่างกายของเขาจะต้องถูกเผาไหม้อย่างแสนสาหัสจากการสัมผัสแฮร์รี่   ส่วนโวลเดอมอร์หนีไปทิ้งให้เขาตายลงอย่างเจ็บปวดทรมาน  แต่หนูกลับเห็นศาสตราจารย์ทำอะไรบางอย่างกับเขา  และเห็นเซเวอร์รัสพาตัวเขาออกไป  และ...   และโวลเดอมอร์จะไม่สงสัยในความภักดีของเซเวอร์รัสหรือคะ”  เธอถามอย่างอยากรู้ 

                “เธอคงรู้ใช่มั้ยว่าโวลเดอมอร์ใช้ร่างของควีเรลล์เป็นฮอร์ครักซ์ชั่วคราว”   ดัมเบิลดอร์ถาม  เด็กหญิงพยักหน้า  “ฉันว่าเธออย่ารู้เลยดีกว่าว่าเขาทรมานก่อนตายมากแค่ไหน   ชายที่ดื่มเลือดยูนิคอร์น   และอุทิศร่างกายตัวเองเป็นฮอร์ครักซ์ชั่วคราวนั่น  รวมทั้งสิ่งที่แฮร์รี่ได้ทำกับเขา  เขาตายแบบที่เธอว่าไว้จริงๆ...  ฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ที่เธออยากรู้รายละเอียดสักเท่าไหร่หรอก  และสิ่งที่เธอเห็นที่ฉันทำกับเซเวอร์รัสพาเขาออกไป  เพราะฉันคิดว่าอาจจะยื้อชีวิตควีเรลล์ได้ก็เท่านั้น  แต่เปล่าเลย...   จากจดหมายที่เซเวอร์รัสส่งมาเมื่อครู่  ควีเรลล์อ่อนแอมาก ร่างกายได้รับความเสียหายเกินเยียวยา   ในที่สุดเขาก็ตายลงอย่างเจ็บปวด   และโวลเดอมอร์หนีไป  อันที่จริงเขาหนีไปตั้งแต่ตอนที่เห็นฉันเข้ามาในห้องแล้วล่ะ   แต่เธออาจไม่สังเกตเห็น   ส่วนเรื่องความภักดีของเซเวอร์รัสกับโวลเดอมอร์นั้น  เขาเลือกที่จะไม่ใจเซเวอร์รัสเอง  แต่กลับเลือกใช้ควีเรลล์  มันจึงไม่แปลกที่เซเวอร์รัสจะไม่ให้ความช่วยเหลือเขา   เอาล่ะ   รีบไปที่ห้องพยาบาลเถอะ   ร่างกายของเธอควรได้รับการพักผ่อน” 

                “ค่ะ  ศาสตราจารย์” 

 



                หลังจากที่เฟริน่ามาที่ห้องพยาบาลทั้งเฮอร์ไมโอนี่และรอนก็รีบลุกออกจากเตียงโผมาหาเธอ  มาดามพอมฟรีย์ดูโกรธเกรี้ยวที่เห็นเด็กๆทั้งสามเสียงดัง   นอกจากทั้งสามแล้วอีกเตียงหนึ่งมีร่างของเด็กชายหัวแผลเป็นนอนอยู่

                “โอ๊ย  เฮอร์ไมโอนี่  ฉันระบมไปหมดทั้งตัวเลย  เธอกอดฉันแน่นเกินไปแล้ว”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างร้อง

                “ฉันเห็นแต่แฮร์รี่  และไม่เห็นเธอ  ฉันก็เลยคิดว่า..”  เฮอร์ไมโอนี่สูดจมูก

                “ฉันบอกเธอแล้ว  เฮอร์ไมโอนี่  ว่าเฟริน่าไม่เป็นอะไรหรอก  ไหมล่ะ  เธอก็ไม่ยอมเชื่อ”  รอนว่า  เด็กชายผมแดงมีผ้าพันแผลแปะอยู่ที่หัว   “แล้วเธอหายไปไหนมา  เรากังวลแทบแย่  นึกว่าเธอถูกส่งไปโรงพยาบาลเซนต์มังโกซะอีก” 

                “ฉันหลงทางน่ะ”  เธอพูดปด

                “หลงทางเนี่ยนะ!”   เฮอร์ไมโอนี่กลอกตา 

                “เธออยู่ใกล้เนวิลล์มากเกินไปแล้ว”  รอนว่า

                “เฮ้!”   เฟริน่าร้อง  แล้วใบหน้าของเด็กชายผมแดงก็เริ่มกลายเป็นสีแดงเหมือนกับผมของเขา

                “ไม่รู้ล่ะ  เธออยู่ใกล้เนวิลล์มากเกินไป  ต่อไปนี้เธอต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเราเข้าใจมั้ย   ถ้าเธอหลงทาง  ฉันนี่แหละจะนำทางให้เธอเอง”  รอนพูด  ใบหน้าเริ่มแดงมากขึ้นราวกับเนื้อสุก

                “ในที่สุดนายก็ยอมรับแล้วสินะรอน  ว่าเฟริน่าเป็นคนดี”  เฮอร์ไมโอนี่ว่า

                “เฉยเถอะน่าเธอน่ะ”  รอนว่า

                “แล้วตกลงเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น  ตอนนี้ฉันเริ่มได้ยินข่าวลือ-“  เฮอร์ไมโอนี่ยังพูดไม่ทันจบ  มาดามพอมฟรีย์ก็เดินมาหาเด็กทั้งสามด้วยดวงตาเขียวปั๊ด

                “พวกเธอ   แยกย้ายกลับไปที่เตียงของตัวเอง  และเธอคุณโพสัน   ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเธอถึงมาช้านัก  ตามฉันมานี่ให้ไวเลย”  หล่อนบอก   และดึงแขนเฟริน่าให้ห่างจากเพื่อนทั้งสองที่กระโดดขึ้นเตียงของตัวเอง  เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเหยๆให้  ในขณะที่รอนโบกมือ  เขาพูดแบบไร้เสียงว่า  แล้วเจอกัน  เฟริน่า

      


         

                เฟริน่าต้องถูกกักตัวอยู่ห้องพยาบาลถึงสองวัน  และไม่ได้รับอนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยม  หลายครั้งที่เธอเห็นเฮอร์ไมโอนี่และรอนมองเข้ามาทางประตูตาละห้อย   เด็กทั้งสองออกจากห้องพยาบาลตั้งแต่วันแรก  เพราะถูกไล่ให้ออกไป  เนื่องจากมายุ่งวุ่นวายกับเธอ  นอกจากเฮอร์ไมโอนี่และรอนที่ขยันมาเยี่ยมเธอกับแฮร์รี่  (ทั้งคู่แอบมองเข้ามาทางประตู)  ยังมีเนวิลล์กับเซดริกที่ก็ถูกสั่งห้ามเข้าเยี่ยมเช่นกัน   เด็กชายทั้งคู่ได้แต่ยืนมองเธอจากประตู   ตอนนี้ทั้งเธอและแฮร์รี่ต่างได้รับของขวัญเป็นกองภูเขาขนาดย่อม   เฟริน่าไม่ได้กินมันทั้งหมด   เพราะตั้งใจจะเอาไปแบ่งให้เพื่อนๆของเธอทีหลัง   และนึกดีใจที่มาดามพอมฟรีย์ไม่อนุญาตให้เฟร็ดและจอร์จส่งที่นั่งรองโถส้วมมาให้เธอเป็นของขวัญ

และเมื่อเธอได้รับการปล่อยตัวออกจากห้องพยาบาล  ข่าวลือเรื่องที่เกิดขึ้นใต้ประตูกลก็ถาโถมเข้าใส่เธอทันที  เด็กหญิงไม่เคยได้รับความสนใจมากขนาดนี้มาก่อน  (ถึงแม้ว่าเธอจะเคยเล่นละครเวทีบ่อยแค่ไหน   แต่การได้รับความสนใจเพราะเรื่องจอมมาร  และให้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น  มันก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย  เมื่อต้องนึกถึงใบหน้าน่ากลัวนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า)  รอนทำตัวดีกับเธอมากขึ้น  เขาไล่เด็กคนอื่นที่มากวนใจถามเธอเรื่องในวันนั้น  เฮอร์ไมโอนี่ดูจะมีความสุขมากที่เธอมารวมกลุ่มด้วย   ในขณะที่เนวิลล์ดูจะเศร้าๆ   แต่เมื่อดีนกับเชมัสดึงเขาเข้ากลุ่ม  เด็กชายหน้ากลมก็หายเศร้าในทันที   เซดริกยังคงแวะเวียนมาหาเธอที่โต๊ะกริฟฟินดอร์    เขานำหนังสือที่เขาพบในห้องสมุดและน่าสนใจมาฝากเธอ  รวมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการเรียนปีสอง  ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ดูจะปลาบปลื้มมากที่ได้รับคำแนะนำ  เด็กหญิงผมฟูจดทุกคำพูดของเซดริกชนิดที่เรียกว่าคำต่อคำ   ในขณะที่รอนเบ้หน้า  และไม่อยากร่วมวงสนทนาเรื่องเรียนสักเท่าไหร่   การแข่งควิดดิชกริฟฟินดอร์แพ้เรเวนคลออย่างย่อยยับ  เพราะขาดซีกเกอร์มือดีอย่างแฮร์รี่

แฮร์รี่ฟื้นขึ้นมาในวันที่สาม  สร้างความโล่งใจให้เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเป็นอันมาก   เฟริน่าไม่ได้ประหลาดใจนัก  แต่ก็อดโล่งใจร่วมไปกับเพื่อนทั้งสองไม่ได้  ทั้งสามได้รับอนุญาตอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่จากมาดามพอมฟรีย์ให้เข้าไปเยี่ยมแฮร์รี่ได้ 

และถึงแม้ว่าเฟริน่าจะเล่าเรื่องให้เพื่อนทั้งสองฟังทั้งหมดแล้ว  แต่เมื่อทั้งคู่ได้ฟังที่แฮร์รี่เล่า  ก็ยังอดตื่นเต้นอีกครั้งไม่ได้   รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเหมือนดัมเบิลดอร์จงใจให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้   แต่แฮร์รี่บอกว่าอาจารย์ใหญ่คงไม่ทำแบบนั้นหรอก  ถึงเขาจะดูเป็นคนแปลกๆก็ตาม  ซึ่งเฟริน่าก็แอบไขว้นิ้วไว้   แล้วมาดามพอมฟรีย์ก็ส่งเสียงเขียวไล่เด็กๆทั้งสามออกไปจากห้อง



 

“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร”  เสียงยานคางดังขึ้น  ระหว่างที่เฟริน่าเพิ่งกลับออกจากห้องน้ำ  เด็กหญิงกำลังจะเข้าไปร่วมงานเลี้ยงสิ้นปี

“อะไรของนายอีกล่ะ”  เธอถามอย่างรำคาญ  นึกสงสัยว่าเดรโกเป็นอะไรนักหนาถึงชอบหาเรื่องเธอไม่หยุด

“ฉันนึกว่าจะได้จัดงานฉลองงานศพให้เธอกับพอตเตอร์ซะอีก”  เด็กชายบ้านสริธีรินพูดเหยียดๆ

“เสียใจด้วยนะที่แฮร์รี่กับฉันไม่ตายน่ะ  สวัสดี  ลาก่อน”  เธอเดินหันหลังกลับ  แต่มือของเธอก็ถูกคว้าเอาไว้  “อะไรอีกล่ะ  จะลากฉันไปฟ้องอาจารย์คนไหนอีก”   เธอหันไปถาม  เดรโกปล่อยมือเธอ  ก่อนจะมองเธออย่างดูแคลน

“ฉันว่าเธออย่ายุ่งกับเจ้าพอตเตอร์จะดีกว่า”   เขาพูด

“ทำไม”

“เห็นกันอยู่ชัดๆว่าเจ้านั่นพาเธอไปหาที่ตาย!”   เดรโกว่า 

“ฉันเต็มใจ  แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับนาย”  เธอบอก  เด็กชายผมบลอนด์มองเธออย่างโกรธๆ

“เออ  ดี  คอยดูเถอะ  พอตเตอร์จะทำให้เธอเดือดร้อน   พนันกันได้เลยว่า  เธอจะต้องเดือดร้อนเพราะมันเข้าสักวัน”   เขาขู่เธอ

“นั่นมันเรื่องของฉัน”   เธอพูดเรียบๆ  และหันหลังกลับนึกอยากไปให้พ้นๆ  “โอ๊ย!”   ปอยผมของเธอถูกกระตุกอีกครั้ง  และเมื่อเธอหันกลับไป  เดรโกก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว   “ไอ้บ้า!”  

 

แฮร์รี่เดินเข้ามาร่วมงานเลี้ยงในห้องโถง   เขาพยายามไม่สนใจคนอื่นๆที่พยายามลุกขึ้นยืน  เพื่อมองดูเขา  เด็กชายรีบทิ้งตัวลงนั่งข้างรอนทันที    เขาเห็นเฟริน่านั่งอยู่ตรงข้ามข้างๆเฮอร์ไมโอนี่  ทั้งสองกำลังคุยเรื่องวิชาเรียนในปีสอง

“รู้มั้ย  ตอนนี้เฟริน่ายอมมาอยู่กลุ่มเดียวกับเราแล้วนะ”  รอนกระซิบบอกแฮร์รี่ 

“จริงสิ!”  เด็กชายผมยุ่งร้องอย่างประหลาดใจ

“อะไรของนาย  เป็นอะไร  ร้องซะเสียงดัง”   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างถาม

“ตกลงเธอยอมเป็นเพื่อนกับฉันแล้วหรือ”  แฮร์รี่ถาม  และเมื่อเห็นเธอพยักหน้ายิ้มๆ  หัวใจของเขาก็พองโตอย่างมีความสุข   แล้วก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ  ดัมเบิลดอร์ก็เดินเข้ามาเพื่อมอบรางวัลบ้านดีเด่น  เขาประกาศอันดับคะแนนของแต่ละบ้าน  และเมื่อบ้านสริธีรินได้อันดับหนึ่ง  แฮร์รี่ก็เห็นภาพสะอิดสะเอียน  มัลฟอยกระแทกถ้วยกับโต๊ะ  และส่งรอยยิ้มเยาะมาทางนี้  มีเสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากบ้านนั้น

“โอ๊ย  ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อลบรอยยิ้มนั่น”  รอนคำราม

“อย่าไปสนใจเขาเลย”  เฮอร์ไมโอนี่พยายามบอกเด็กชายทั้งสอง  ในขณะที่เฟริน่าหัวเราะคิกคัก

“เธอหัวเราะทำไม”  แฮร์รี่ขมวดคิ้ว

“ไม่มีอะไรหรอก”  เธอยังคงหัวเราะไม่หยุด

“ใช่  ใช่  ทำได้ดีมากสริธีริน”  ดัมเบิลดอร์กล่าว  “อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ที่ต้องนำมาคิดคะแนนด้วย” 

แฮร์รี่เห็นเดรโกหุบยิ้มทันที  ดวงตาสีซีดจ้องไปที่อาจารย์ใหญ่อย่างไม่พอใจ  ดัมเบิลดอร์กระแอมเล็กน้อย

“ฉันมีคะแนนนาทีสุดท้ายจะแจก...  ดูสักหน่อย...  อ้อ...  คนแรก  --  ให้คุณโรนัลด์  วีสลีย์...”

รอนหน้าแดงจัดจนเป็นสีเดียวกับผมตัวเอง

“...สำหรับความสามารถในการเล่นหมากรุกได้ดีที่สุดในฮอกวอตส์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาหลายปีแล้ว  และการเสียสละตัวเองเพื่อเพื่อนที่น่ายกย่อง  ฉันให้คะแนนบ้านกริฟฟินดอร์ห้าสิบคะแนน”   แล้วเสียงเฮของเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ก็ดังสนั่น  เพอร์ซี่รีบบอกพรีเฟ็คคนอื่นว่ารอนเป็นน้องชายของเขาอย่างภูมิใจ  เขาบอกกับคนอื่นๆว่า  รอนเดินหมากรุกชนะหมากยักษ์ของมักกอนนากัลได้

“คนที่สอง  --  “  ดัมเบิลดอร์พูด  เสียงดีใจของทุกคนเงียบลง  “ให้แก่คุณเฮอร์ไมโอนี่  เกรนเจอร์  สำหรับความสามารถในการใช้หลักตรรกศาสตร์ได้อย่างเยือกเย็นเมื่อเผชิญหน้ากับเปลวไฟร้อนๆ  และความห่วงใยเพื่อนๆ  ฉันให้คะแนนกริฟฟินดอร์ห้าสิบคะแนน”    เฮอร์ไมโอนี่หน้าเป็นสีแดงและน้ำตาไหลอาบแก้มที่ได้รับคำชมสุดแสนวิเศษของอาจารย์ใหญ่  และเสียงเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ก็โห่ร้องยินดีอีกครั้ง

“คนที่สาม  --“  เสียงในห้องโถงเงียบลงอีกครั้ง  “ให้แก่คุณเฟริน่า  โพสัน   สำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องในท้ายสุดที่จะยอมรับว่าตัวเองนั้นมีความกล้าหาญ  ฉันให้คะแนนกริฟฟินดอร์ห้าสิบคะแนน”   ใบหน้าของเฟริน่าเป็นสีแดง   แฮร์รี่เห็นเธอหันไปยังโต๊ะสริธีริน   และยักคิ้วใส่มัลฟอย  เด็กชายต่างบ้านถลึงตากลับมาใส่เธอ  ตอนนี้คะแนนเท่าบ้านสริธีรินแล้ว  และเมื่อความคิดของทุกคนที่จะได้รู้ว่าปีนี้สริธีรินจะเสียแชมป์ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นให้กับกริฟฟินดอร์  เด็กๆหลายโต๊ะก็เริ่มคุยกันอย่างยินดีเป็นที่สุด

“คนที่สี่  --“  เสียงคุยกันเงียบลง  “ให้แก่คุณแฮร์รี่  พอตเตอร์   สำหรับการควบคุมตนเองและความกล้าหาญที่โดดเด่น  ฉันให้คะแนนกริฟฟินดอร์ห้าสิบคะแนน  และคนสุดท้าย  --“   อาจารย์ใหญ่รีบพูด  ก่อนที่เด็กทั้งสามบ้านยกเว้นสริธีรินจะโห่ร้องด้วยความยินดี   “ใช่ๆ   ความกล้าหาญทุกรูปแบบ  ต้องใช้ความแกร่งกล้าอย่างมากที่จะยืนหยัดต่อสู้ศัตรู  แต่ต้องมีความกล้ามากกว่านั้นที่จะยืนหยัดต่อเพื่อนของเรา  ฉันให้คะแนนสิบคะแนนแก่คุณเนวิลล์   ลองบัตท่อม”  คราวนี้ทุกคนโห่ร้องยินดีดังกึกก้องกัมปนาท  เด็กบ้านกริฟฟินดอร์กระโดดโลดเต้น  เฮอร์ไมโอนี่กระโดดกอดเฟริน่า   ในขณะที่รอนและแฮร์รี่ชกมือไปในอากาศสะใจเป็นที่สุดที่ได้เห็นสีหน้าโกรธจัดจากเด็กบ้านสริธีริน  โดยเฉพาะจากมัลฟอย 

“นายทำดีมากเนวิลล์!”  ใครสักคนร้องขึ้น  แล้วทุกคนก็รุมกอดเด็กชายหน้ากลมที่ยังงุนงง  ใบหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองได้รับคำชมจากอาจารย์ใหญ่

“เอาล่ะ”   ดัมเบิลดอร์ปรบมือเปลี่ยนธงจากสีเขียวเป็นสีแดง  

แฮร์รี่มองไปยังสเนปที่ส่งสายตาเกลียดชังมาให้เขาอย่างสุดชีวิต  แต่เด็กชายผมยุ่งไม่สนใจอีก   เขาหันไปกระโดดกอดทุกๆคนที่อยู่ใกล้   และโถมตัวข้ามโต๊ะไปดึงเฟริน่ามากอดไว้   ไม่มีอะไรดีเท่านี้อีกแล้ว  มันช่างเป็นคืนที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลย



 

ผลสอบออกหลังจากนั้นไม่นาน  เฟริน่าได้คะแนนดีรองจากเฮอร์ไมโอนี่เลย  เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง   ความทุ่มเทช่วงก่อนสอบได้รับผลสำเร็จอย่างงดงาม   ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ได้ที่หนึ่งของชั้นปีหนึ่ง   เนวิลล์ทำคะแนนออกมาได้ดีกว่าที่เขาคาดไว้ในหลายๆวิชา  เด็กชายหน้ากลมรู้สึกขอบคุณเธอเป็นอย่างมากที่ช่วยเขาทบทวนบทเรียนก่อนสอบ   แฮร์รี่กับรอนคะแนนดีกว่าที่ทั้งคู่คาดคิด   แล้วช่วงเวลาปิดเทอมก็ดำเนินมาถึง  เด็กๆทุกคนเก็บของลงหีบ  และนั่งรถไฟกลับไปยังชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่  ที่นั่นมีพ่อมดยืนเฝ้าอยู่ตรงที่กั้นตรวจตั๋วและค่อยๆปล่อยพวกเขาผ่านประตูไปทีละคนสองคน  เพื่อไม่ให้ดึงดูดมักเกิ้ล  

รอนกำชับให้เพื่อนๆทั้งสามของเขามาพักที่บ้านโพรงกระต่ายในหน้าร้อนนี้   เขาย้ำแล้วย้ำอีกจนเฮอร์ไมโอนี่อดกลอกตาไม่ได้   มีเสียงร้องของจินนี่  วีสลีย์   เฟริน่าส่งยิ้มให้เด็กหญิงผมแดงตัวเล็กที่เอาแต่จ้องหน้าแฮร์รี่ไม่สนใจใคร   เด็กๆหยุดคุยกับนางวีสลีย์  และเฟริริน่าก็ขอตัวแยกออกไปเมื่อเห็นพวกเดอร์สลีย์   เธอยังไม่อยากให้ครอบครัวนี้รู้ว่าเธอเป็นแม่มด  แฮร์รี่กำลังจะเรียกเธอ  แต่ก็ถูกลุงเวอร์นอนขัดขึ้น   เด็กหญิงพยายามเดินให้ห่าง  และลอบมอง   เธอเห็นดัดลีย์จ้องมองไปที่แฮร์รี่อย่างหวาดๆ  ในขณะที่ลุงเวอร์นอนที่มีใบหน้าสีม่วงและแดงก่ำดูไม่พอใจเอามากๆตวาดใส่แฮร์รี่ให้เขารีบเดินตามมา

“หวังว่าหน้าร้อนนี้คงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นนะ”  เธอพึมพำ  และเริ่มคิดว่า   ถ้าเธอไม่ได้ทำงานพิเศษ  เธอจะทำอะไรดี   และอดนึกสงสัยในคำพูดของอาจารย์ใหญ่ไม่ได้   มาตรการป้องกัน ที่ว่านั่นมันคืออะไร  ทำไมพ่อมดชราทำราวกับจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้น   เด็กหญิงถอนหายใจ  เธอรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะถามเขา  เพราะถึงยังไงเมื่อเปิดเทอม  เธอก็ได้รู้อยู่ดี  ว่าดัมเบิลดอร์กำลังจะเล่นสนุกอะไร   และหวังว่ามันคงไม่ทำให้เธอเดือดร้อนจนเกินไป



_____________________________________________

กลับมาจากธุระไรท์ก็รีบพุ่งมาหน้าคอมทันทีเลยค่ะ  นี่พยายามปั่นมาลง  แต่ยังไม่เสร็จดี  เหนื่อยมาก  ว่าจะไปสลบแล้ว  ตอนแรกว่าจะลงรวดเดียวจบพรุ่งนี้  แต่คิดอีกที  ลงไปก่อนสักครึ่งหนึ่งก่อนดีกว่า  

พรุ่งนี้สัญญาว่าจะลงส่วนที่เหลือนะคะ   วันนี้รีบลงมาก  พยายามตรวจคำผิดแล้วน้าาา  ถ้ามีก็มองข้ามๆกันไปบ้างเถอะค่ะ  

ปล.  เรือสเนปและเรือแฮร์รี่ยังเหนียวแน่นต่อไป

ปล. 2  มัลฟอยน้อยไม่สามารถมีบทตอนที่แล้วได้่จริงๆ  แต่ตอนนี้จะมีบทหรือเปล่าต้องรออ่านส่วนที่เหลือค่ะ  จะบอกว่าเซดริกน่ารักมากก  ไรท์จะโดดเข้าเรือเซดริกละ  เอ้ยยย  ยังๆๆ   555  เรือแฮร์รี่ตอนนี้ฉิวๆเแล่นไว  แต่ๆๆๆ   เดี๋ยวจะมีช่วงแห่งความยากลำบากระทมขมขื่นสำหรับเรือแฮร์รี่ค่ะ   งือออ   ถึงตอนนั้นขึ้นมาจริงๆ  ไรท์ก็ชักเริ่มจะหวั่นๆว่าเรือแฮร์รี่จะยังเหลือลูกเรืออยู่รึเปล่า  เพราะ..  เขาทำตัวเอง  อ่าาาา...   พอดีกว่า   ส่วนป๋าเนป  จะใจดีหรือร้ายกาจ  ต้องรอดูค่ะ  แต่ก็นะ  ป๋าแกมีวิธีแสดงออกแปลกๆ  ขอบคุณที่ยังรออ่านค่ะ  ไรท์มีความสุขมากที่มีคนรอ

ปล.  3  เล่มสองหนูรอนจะน่ารักมากขึ้นแน่ๆ  บอกเลยยย

ปล.  4  พยายามไม่อยากหยุดอัพเลยค่ะ  ยิ่งเข้ามาเห็นมาอ่านเม้น  กำลังใจมาท่วมท้นมากๆ  พยายามหาเวลามาแต่งสุดๆ  แต่ก่อนลงก็ต้องกรองต้องตรวจคำผิดค่ะ  เลยอาจมีลงช้าบ้าง  เล่มสองป๋าจะซึน  เดรกก็จะซึน   แต่คุณชายเขาทำตัวเองค่ะ   555   ช่ายย  เซดกับแฮร์รี่ฟินแบบอบอุ่น  น่ารักกกก

ปล.  5  เล่มสองรอนจะยิ่งน่ารักมากขึ้นนะ  แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็จะโมโหรอน  เธอรู้สึกเหมือนโดนรอนแย่งเพื่อนไปค่ะ  รอนกับเฮอร์ไมโอนี่มีทะเลาะกันแน่ๆ  แต่เฟริน่าคนกลางจะเข้าข้างรอนนิดๆ  แต่ก็พยายามรักษาน้ำใจเด็กหญิงผมฟูอยู่นะ  มันมีประเด็นค่ะ  และมันจำเป็นจริงๆที่เฟริน่าต้องเห็นดีเห็นงามกับรอนอย่างช่วยไม่ได้  555  แต่รอนจะมาในบทแนวพระเอกหรือเปล่า  คงไม่น่าใช่นะ  อิอิ

ปล.  6  ไหงเป็นงั้นไป  โดดไปเรือคุณชายซะแล้ว  แต่เรือแฮร์รี่หวานตอนนี้  อีกเดี๋ยวเล่มสองเรือแฮร์รี่จะมีการกระทบกระเทียบกับเรืออีกลำสองลำค่ะ  หรืออาจจะสามลำ  ไรท์ยังไม่ได้วางรายละเอียด  ตอนนี้สารภาพว่ากำลังอ่านเล่มสองอยู่ค่ะ  เพื่อเก็บรายละเอียด  แต่มีกระทบกระเทียบแน่ๆ   ขอบคุณที่เม้นนะคะ   ^^

ปล.  7  แงงงง  อย่าเกลียดรอนเลยค่ะ  เขาเผลอทำตัวงี่เง่า  แต่เขากลับใจแล้วน้าาา

ปล.  8  อัมบริดจ์  ชื่อนี้ต้องห้ามสำหรับไรท์มากกก  คือแบบอยากสปอยมาก  ณ  จุดๆนี้  แต่เราสปอยไม่ได้เลยสักนิด  เดี๋ยวมันไม่สนุก  บอกใบ้นิดหน่อยก็แล้วกัน  นางจะร้ายกาจสุดๆ  ร้ายยิ่งกว่าในหนังสือ  แต่ไม่ใช่ร้ายแบบพาร์กินสันแบบจิกกัดแน่นอนค่ะ  เรายังพยายามรักษาคาแรคเตอร์นางในหนังสือไว้อย่างเหนียวแน่น  แล้วคอลีเนียส  ฟัดจ์จะรังแกเด็กค่ะ  เอาเป็นว่าสองคนนี้ร่วมหัวกันรังแกเฟริน่าค่ะ  โง้ยยยย  พอๆ  เดี๋ยวจะเผลอเอ่ยชื่อใครบางคนที่เป็นประเด็นแทรกมา  เดี๋ยวคนอ่านจะรู้หมด  ว่าใครกันที่เป็นประเด็นให้ผู้ใหญ่สองคนรุมรังแกเด็ก!!

ปล.  9  เรือซีเรียสใกล้เข้ามาทุกทีค่ะ  แล้วจะมาแบบคาดไม่ถึงด้วย  อิอิ


มาต่อครึ่งหลังแล้วน้าาา  มาช้าไปหน่อย  คือมันแต่งยากมากค่ะ  ไรท์ต้องเช็คข้อมูลกับหนังสือเรื่องฮอร์ครักซ์กับเรื่องควีเรลล์นิดๆหน่อยๆให้แน่ใจก่อนลง   ค่อนข้างขลุกขลัก  เพราะตอนที่อ่านแฮร์รี่มันก็นานมาก  หลายปีแล้ว  อาจมีลืมๆไปบ้าง   เลยต้องค้นข้อมูลค่ะ  เพื่อความชัวร์  แถมมาเจอตัวละครดัมเบิลดอร์อีก   พ่อมดคนนี้เป็นอะไรที่แต่งยากมาก  ต้องนั่งทางในนึกว่าจะแต่งยังไงให้ดูเป็นดัมเบิลดอร์ดี  บอกตามตรงว่าถึงบทท่านอาจารย์ใหญ่จะแต่งยาก  แต่ไรท์กลับชอบมากๆเลยค่ะ  เพราะเขาเป็นตัวละครที่ค่อนข้างซับซ้อน  เวลาไรท์จะเริ่มเขียนไดอะล็อกของดัมเบิลดอร์จะต้องนั่งนึกก่อนเลยว่าจะให้ตัวละครตัวนี้พูดเรื่องอะไร  พอได้หัวข้อที่จะให้เขาพูดแล้ว  ขั้นต่อไป  ไรท์ก็จะเริ่มนั่งทางในค่ะ  ว่าปกติเขามักมีท่าทางอารมณ์แบบไหนกับเรื่องที่จะพูด  และตัวละครอีกตัวที่เขาจะพูดด้วยคือใคร  นั่นแหละ  พอนึกออก  ไดอะล็อกก็จะมาเลยค่ะ  แล้วไรท์ก็จะเริ่มพิมพ์ๆ  อ่านทวน  แล้วก็ลบๆแก้ๆ  แล้วก็พิมพ์ใหม่  อ่านทวนอีกครั้ง  ตอนอ่านก็จะนึกภาพตามทุกครั้ง  ดูเป็นขั้นเป็นตอนมาก  แต่ชอบนะ  มันสนุกดี  และเลือกมุกขำๆหรืออะไรที่ดูบ๊องๆใส่เข้าไปด้วย   

จะบอกว่าตอนนี้เล่มสองไรท์ยังอ่านไม่ถึงครึ่งเล่มเลย   มันต้องทวนความจำไง  เพราะอย่างที่บอก  อ่านมาหลายปีแล้ว  กลัวแต่งผิดๆถูกๆ  อยากให้ฟิคมันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  ตอนที่ตั้งใจว่าจะแต่งฟิคนี้  ไรท์ตั้งกฎกับตัวเองไว้ค่ะว่าต้อง

ข้อแรก  ต้องพยายามคงคาแรกเตอร์ตัวละครตามหนังสือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้    ข้อสอง  เนื้อเรื่องต้องตามทามไลน์ในหนังสือ   ข้อสาม  ไรท์ตั้งใจจะบิดเนื้อเรื่องไม่ให้เหมือนในหนังสือ   ไม่งั้นบางทีมันจะน่าเบื่อ  คือไรท์อ่านฟิคแฮร์รี่ของต่างประเทศมาพอสมควร  ในฟิคต่างประเทศบางฟิค  เขาเหมือนในหนังสือเป๊ะมากจนเกินไป  ไรท์ก็จะเริ่มสแกนหาฟิคเรื่องใหม่ทันที  แล้วหาฟิคที่เขาบิดเนื้อเรื่อง  หรือไม่ก็เปลี่ยนเนื้อเรื่องไปเลย   เอาจริงๆ  ถ้าเปลี่ยนไปเลย  บางทีไรท์ก็ชอบ  บางเรื่องก็ไม่ชอบ  แต่ก็อ่านอยู่ดีนั่นแหละ  แต่ฟิคเรื่องไหนที่บิดเนื้อเรื่องล่ะจะชอบมากกกก  อ่านติดลมจนวางไม่ลงก็มี  คือตอนนี้มีฟิคสองสามเรื่องที่ติดงอมแงม  แต่ยังอ่านไม่จบสักเรื่อง  เพราะดันหนีมาแต่งฟิคตัวเอง  ฮาาา   เอาเถอะ  ส่วนข้อสี่  พยายามจะให้ตอนหนึ่งมีเรือหลายๆลำ  ไม่ใช่ลำใดลำหนึ่งแล่นเพียงลำเดียว  ไม่รู้จะคงข้อนี้ไว้ได้ต่อไปเรื่อยๆหรือเปล่า  ตรงนี้ล่ะที่ค่อนข้างยาก   เอาจริงๆมันก็ยากทุกข้อนั่นแหละ   ข้อห้า  (เยอะจริง)   สำนวนภาษา  พยายามให้มีกลิ่นอายแฮร์รี่  ซึ่งรู้ตัวดีว่าทำได้บ้าง  ทำไม่ได้บ้างแน่ๆ  แต่ก็พยายามที่สุดเท่าที่จะทำได้   

บ่นมายาวเหยียด  วันนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะลงตอนของเล่มสองได้หรือเปล่า  กำลังพยายามอยู่ค่ะ   งือออออ   

ปล.  คีย์บอร์ดคอมตัว  น  ไม่รู้เป็นอะไรค่ะ  กดแล้วไม่ค่อยยอมขึ้น  แต่พยายามตรวจคำผิดอยู่นะคะ  ถ้ามันหายก็นั่นแหละ  เพราะคีย์บอร์ด    อีกเรื่องค่ะ  หลังจากที่มีหลายปล.มาหลายตอน  ไรท์เริ่มคิดได้ว่า  ใส่ชื่อรีดเดอร์ดีกว่าปล.  ต่อไปจะใส่ชื่อ  แล้วตอบเม้นนะคะ  จะได้ไม่สับสนว่าไรท์ตอบใครบ้าง  

BioloGyy  เรือซีเรียส  อดทนหน่อยนะคะ  ถ้ามาแล้ว  ไรท์สัญญาว่า...  โง้ยยยยย  ช่างมันเถอะ  แต่มาแล้วมันจะเข้มข้นจริงๆ  มาแบบคาดไม่ถึงด้วย  โอ๊ยยยยย  

น้ำส้มจันทรา อัมบริดจ์โดนเกลียดแน่นอนค่ะ  นางจะร้ายกาจ  นางจะมาแบบ...  (ปิดปากตัวเอง)  เอาเป็นว่า  คาดเดากันต่อไป  ว่านางจะเปิดตัวแบบไหน   ไหงไรท์เห็นมีคนกำลังต่อเรือรอนขึ้นมาซะได้ล่ะนั่น

MIW001     ขอบคุณที่ชอบมากๆเลยค่าาา  ไรท์ก็เริ่มลงเรือไม่ถูกเหมือนกัน  เรือเดรโกคนแน่นมากจริงๆ  คุณชายเสน่ห์แรงเกิ๊นน   ว่าแต่จะย้ายไปอยู่เรือไหนคะ  55555   ช่วงนี้หลายคนย้ายไปย้ายมาเลือกเรือไม่ถูก  หรือหาทางกลับเรือเดิมไม่ถูกก็มี   ไรท์ชอบช่วงเวลาวัยเยาว์มาก  มันน่ารักดีค่ะ  ผูกพันธ์แบบเด็กๆ  มีความทรงจำที่หล่อหลอมร่วมกันมา  แฮร์รี่จึงมีปฏิกิริยากับเฟริน่าที่ต่างจากโชแชงและจินนี่ค่ะ  และไรท์ก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรกด้วย   อย่างคุณชายไม่ใช่แค่กวนประสาทนะ  เข้าขั้นเลี้ยงปุกปุยไว้ในปากเลยล่ะค่ะ 5555

Kyungsooyaaa     แฮร์รี่เขาทำไป  เพราะความเข้าใจผิด  และมีคนปั่นหัวเขาค่ะ  มีคนใส่ร้ายป้ายเฟริน่า  ให้อภัยแฮร์รี่ล่วงหน้าเถอะค่ะ  แงงงง   ชอบแนวดาร์กๆของคุณชายหรือเนี่ย  ไม่รู้เล่มสองจะเรียกว่าดาร์กหรือเปล่า  แต่วางบทไว้คร่าวๆแล้ว  รออ่านดีกว่าว่าจะดาร์กหรือไม่  ส่วนป๋าเนป  อย่าไปไฝว์กับเขาเลย  เพราะเดี๋ยวจะมีซีเรียสมาไฝว์กับเขาเองงง  ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ

CholaratMooisri   ไม่เป็นไรค่ะ  ไรท์เข้าใจอารมณ์อ่านติดลม  เคยเป็นมาก่อน   เลยมาเม้นตอนล่าสุดแทน  ตอนนี้ไรท์ก็เข้าใจว่าไม่สามารถเลือกเรือกันได้  ตอนนี้ทุกคนจึงรวมกันอยู่ที่เรือรวมมิตร  5555   เรือรวมมิตรแน่นขนัดเชียว  แน่นกว่าเรือเดรโกลำเดียวโดดๆซะอีก   มีหลายคนบ่นรอเรือซีเรียสกันเยอะเลย   ถ้าเรือซีเรียสมา  จะไม่ทำให้ผิดหวังเลย  บทพี่เท้าปุยจะมาอย่างเยอะ  บอกเลยยยย   สำหรับคางคกสีชมพูนั่น  ขนาดไม่มายังโดนเกลียดขนาดนี้  ถ้ามาจะโดนเกลียดขนาดไหนล่ะนั่น  บางทีฟัดจ์อาจโดนเกลียดคู่ไปกับนางเลยก็ได้นะคะ  ขอบคุณที่ติดตามค่ะ 

iemmei25    เรือเซดริกมาแรงกว่าเรือแฮร์รี่ซะอีก  ดีใจที่ชอบค่ะ  อิอิ  อ่านทั้งวันจนลืมทำงานเลย  โอ้วว  เดี๋ยวบทจะมาเรื่อยๆค่ะ  พยายามไม่ให้หายไป    ชอบป๋าเนปนิสัยแบบนี้ล่ะ  ร้ายกาจแต่ห่วงใย  (หรือเปล่า?)

MissJ17H   หนูเฟต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่แล้วค่ะ  น่าสงสาร  ไรท์ตั้งใจให้นางเอกฟิคเรื่องนี้เป็นแม่มดธรรมดาๆค่ะ  (เอ๊ะ  ธรรมดาจริงหรือ?  อุ๊บ!  ปิดปากตัวเอง)   ไรท์สังเกตจากแฮร์รี่ค่ะ  เขามีชื่อเสียง  แต่เขาธรรมดามาก  ไม่ได้เก่งเหมือร์เฮอร์ไมโอนี่  แต่ก็เก่งกว่ารอนน่ะนะ  555  หนูเฟเองก็เช่นเดียวกันค่ะ  แถมไม่มีชื่อเสียง  หรือฉลาดเท่าดัมเบิลดอร์    เธอได้เปรียบกว่าตัวละครอื่นๆแค่รู้เนื้อเรื่องแค่นั้น  ถ้าจะมีพลังวิเศษอะไรขนาดนั้น  มันก็ดูไม่สมจริง  เอาเป็นว่า  ไรท์เป็นคนที่นิสัยชอบยึดอะไรบนฐานแห่งความเป็นจริงค่ะ   นิยายที่ชอบรองจากแฮร์รี่นี่ก็แนวเชอร์ล็อก  อินเดียน่าโจนส์  คือตัวเอกจะธรรมดา  แต่มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดา  งงมั้ย  ช่างเถอะ  เรื่องป๋าเนปกับเดรถามไถ่อาการ  คงเห็นแล้วนะว่าเดรโกยังคงเลี้ยงปุกปุยไว้ในปาก  ส่วนป๋าแกยังไม่มีบท  ต้องรอดูเล่มสองค่ะ  งือออ   ส่วนดัมเบิลดอร์  พ่อมดชราคงไม่มีทางดุหนูเฟหรอกค่ะ  ออกจะเอ็นดู  จริงๆนะ  ไม่งั้นไม่รับอุปการะหรอก  บอกเลย  เซดริกยังคงอยู่เป็นเพื่อนหนูเฟอย่างเหนียวแน่นต่อไปแน่นอนค่ะ   ขอบคุณที่ติดตามมากๆเลยค่ะ  ไรท์ซาบซึ้งมากกกก  จะพยายามแต่งให้มันดีๆต่อไปะคะ  รักรีดเดอร์เช่นกันค่ะ

ลันลัน   ขอบคุณมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ  ดีใจมากๆ  คืออย่างที่บอก  พยายามแต่งให้มีกลิ่นอายแฮร์รี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ  ได้รับคำชมแบบนี้  ชื่นจายยยยมากจริงๆ  จะพยายามต่อไปนะคะ  5555  สำหรับรอนนั้น  สารภาพเลยดีมั้ย  คือตอนอยู่มัธยม  (ย้อนความไปไกล)   ช่วงนั้นติดแฮร์รี่มากกก  แล้วก็อยู่กลุ่มเพื่อนที่อ่านแฮร์รี่ด้วยนะ  ทีนี้เป็นโรงเรียนหญิงล้วน  มันมีละครที่ต้องเล่นค่ะ  แล้วกลุ่มไรท์เนี่ยก็เล่นละครแฮร์รี่  แล้วไรท์ก็ขอเล่นเป็นรอน  อย่าหัวเราะเลยนะคะว่าทำไมถึงอยากเล่นเป็นรอน  ตอนอ่านเล่มแรกชอบรอนมากๆ  เหตุผลหลักๆตอนนั้นอ่านนิตยสาร  เล่มโปรด  ของนานมีบุ๊คค่ะ  ใครทันบ้าง  แล้วมีบทสัมภาษณ์รูเพิร์ต  เขาเอาเงินค่าตัวไปซื้อบ้านให้ครอบครัวค่ะ  ตอนนั้นเลยปลื้มรอนไปเลย  คนอะไรรักครอบครัวจัง  5555   แต่ปัจจุบันนี้เราเทใจไปรักตัวละครหลายตัว  ไม่ใช่รอนคนเดียวแล้วล่ะค่ะ  ขอบคุณที่ชอบนะคะ  จะพยายามคงคาแรกเตอร์รอนต่อไป  จะพยายาม  ไม่รู้จะทำได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า  ฮาาาา

funny bird  และ  เอกภพไร้ขอบเขต   เป็นดัมเบิลดอร์จริงๆนั่นแหละ  เขามันเจ้าแผนการค่ะ  5555  ได้เห็นตอนเฟริน่าเจออัมบริดจ์แน่นอน  รอดูนางเปิดตัวเลยยย

Aiko cg    เรือรอนถูกต่อขึ้นได้อย่างไรกัน  แต่เล่มสองรอนจะน่ารักมากจริงๆ   แต่แบบเพื่อนค่ะ  5555  ออร่าพระเอกตอนหมากรุกพ่อมดส่งผลให้รอนมีเรือขึ้นมาซะงั้น  งือออ  มีแต่คนทวงเรือซีเรียส   แงงง  กดดันนิดๆละเนี่ย  

_WUYUQING  เรือรวมมิตรเยอะจังช่วงนี้  55555   ไรท์ไม่ได้ตั้งใจให้มีเรือรวมมิตรเลยนะ  หนูรอนเป็นแค่เพื่อนกับหนูเฟค่ะ  อิอิ  ไม่มีอะไรในกอไผ่  ส่วนครัม  หืมมม  ครัมคนนั้นน่ะหรือ  จะต่อเรือครัมขึ้นมาอีกลำดีมั้ยเนี่ย?   สำหรับคนที่จะเป็นประเด็นให้ผู้ใหญ่รังแกเด็ก  จะเป็นคนที่ทุกคนคาดไม่ถึงแน่นอนค่ะ  คาดไม่ถึงจริงๆ  อิอิ   แต่ไรท์สปอยไม่ได้หรอก  อันนี้ค่อนข้างต้องห้ามสักหน่อย  เดี๋ยวสปอยไปนิดเดียว  จะรู้หมดว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง   ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ       

Ying0934   เรือคุณชายคนเยอะมาก  เยอะพอๆกับเรือรวมมิตรแล้วนะเนี่ย  5555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

2,382 ความคิดเห็น

  1. #2244 ก.ล.ม. (@nulookplalovely) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:57
    เลิกอ่านค่ะปวดหัว ทำไมเรารู้สึกทุกคนไม่มีความเกรงใจอะไรเลย ยิ่งดับเบิลดอร์เรายิ่งขยะแขยงตัวเองรู้ทุกอย่างแต่ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเหมือนเดิมถ้าเป็นยังงั้นยิ่งไม่สมควรดึงคนนอกมาเจ็บปวดเพิ่มเลย เพราะถึงยังไงตัวเองก็ไม่คิดทำอะไรอยู่ดี ยิ่งพวกรอนเรายิ่งรู้สึกรำคาน เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แฮรี่ก็ไม่คิดจะทำอะไรเลยที่รอนข่มขู่คนที่ชื่อว่าเพื่อนแบบนั้น ยิ้งอ่านยิ่งเห็นความเห็นแก่ตัวมากกว่าความกล้าหาญของบ้านที่ตัวเองอยู่ สมควรเรียกว่าบ้านแห่งความเห็นแก่ตัวมากกว่านะคะ
    #2244
    1
    • #2244-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      25 มีนาคม 2562 / 14:52
      สำหรับความเห็นนี้ ไรท์จะขออธิบายเป็นส่วนๆนะคะ

      - ทำไมเรารู้สึกทุกคนไม่มีความเกรงใจอะไรเลย ยิ่งดับเบิลดอร์เรายิ่งขยะแขยงตัวเองรู้ทุกอย่างแต่ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเหมือนเดิมถ้าเป็นยังงั้นยิ่งไม่สมควรดึงคนนอกมาเจ็บปวดเพิ่มเลย เพราะถึงยังไงตัวเองก็ไม่คิดทำอะไรอยู่ดี ?

      ตรงนี้ไรท์ขออธิบายว่า แม้ดัมเบิลดอร์จะรู้ทุกอย่าง แต่ปล่อยให้เป็นไปตามเดิม ให้แฮร์รี่ประสบเคราะห์กรรมร้ายๆตามเดิม อืมมมม ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? อย่าลืมเรื่องคำทำนายนะคะ คนที่จะพิชิตโวลเดอมอร์คือแฮร์รี่เท่านั้น ดังนั้น หากเขาดูแลแฮร์รี่เหมือนไข่ในหิน ผลสุดท้ายแล้วแฮร์รี่จะเผชิญหน้าต่อสู้กับโวลเดอมอร์ได้หรือคะ การที่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งจะสามารถก้าวข้ามไปทำลายเจ้าแห่งศาสตร์มืด จำเป็นต้องประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ แม้ว่าจะโชคร้ายในสายตาคนนอกก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันจำเป็น ก็เหมือนกับการสอบค่ะ ถ้าเราเอาแต่อ่านอย่างเดียว แต่ไม่เคยฝึกทำข้อสอบเลย ถึงเวลาจริงๆเราคงไม่สามารถทำข้อสอบได้ ดังนั้น แม้ดัมเบิลดอร์จะรู้ทั้งหมด แต่ก็จำเป็นต้องปล่อยไปแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ เขาทำในแบบของเขา สังเกตได้ว่าเขาพยายามหาทางเอาฮอร์ครักซ์โวลเดอมอร์มาทำลาย อย่างรัดเกล้าเรเวนคลอ เขาก็นำมาทำลายไปแล้ว ซึ่งจริงๆเฮอร์ไมโอนี่ต้องเป็นคนทำลายในเล่มเจ็ด และดัมเบิลดอร์ก็มีหน้าที่ทั้งอาจารย์ใหญ่ หน้าที่ในกระทรวงเวทมนตร์ที่ต้องรับผิดชอบ เขาได้บอกหนูเฟว่า หน้าที่บีบรัดตัว... นั่นแหละค่ะ เขาทำค่ะ ทำหลายอย่างมากๆด้วย และมีอีกเรื่องที่เขาทำ ทั้งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สงสัยไหมคะว่าทำไมเขาต้องเดินทางออกนอกอังกฤษบ่อยๆ เพราะเขากำลังทำบางอย่างค่ะ
      สำหรับเฟนั้น ดึงเข้ามาให้เจ็บปวด ตรงนี้อย่างที่เคยอธิบายในเม้นที่แล้ว หากไรท์ตอบไป จะเป็นการสปอยเล่ม 5 ดังนั้น ตรงนี้ไม่สามารถตอบได้จริงๆค่ะ


      -ยิ่งพวกรอนเรายิ่งรู้สึกรำคาน เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แฮรี่ก็ไม่คิดจะทำอะไรเลยที่รอนข่มขู่คนที่ชื่อว่าเพื่อนแบบนั้น ยิ้งอ่านยิ่งเห็นความเห็นแก่ตัวมากกว่าความกล้าหาญของบ้านที่ตัวเองอยู่ สมควรเรียกว่าบ้านแห่งความเห็นแก่ตัวมากกว่านะคะ

      สำหรับเด็กสามคนที่บังคับเฟ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แถมข่มขู่ มองดูเหมือนเห็นแก่ตัว ตรงนี้ไรท์ไม่ขอปฏิเสธค่ะ อย่างที่รีดได้คอมเม้นก่อนหน้านี้ที่ว่าเฟรักชีวิตตัวเอง ต้องมองมุมแฮร์รี่บ้างว่าเขาก็รักชีวิตตัวเองเหมือนกันค่ะ และเขาก็มีความสงสัยเรื่องเฟกับสเนปด้วย พอรอน (ตามนิสัยของเขาที่รักเพื่อน) เกลี้ยกล่อมแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ให้บังคับเฟไปด้วย และยกเรื่องสเนปขึ้นมา ก็ทำให้แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ยอมทำตาม แต่มีข้อแม้ว่าไม่ขู่บังคับ สังเกตได้ว่าพอเฟไม่ยอมไป แต่รอนใช้ไม้กายสิทธิ์ขู่ แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ก็ร้องห้าม คือสองคนนี้ไม่ได้เห็นด้วยให้ใช้วิธีถึงขั้นนั้น แต่รอนที่ไม่อยากให้โวลเดอมอร์กลับมาสำเร็จ (ก็ครอบครัวผู้วิเศษใครๆก็กลัวกันทั้งนั้น) และจัดการฆ่าแฮร์รี่ จึงต้องข่มขู่เฟค่ะ แม้ว่าเขาเองจะไม่อยากทำก็ตาม แต่เพราะรอนคิดว่าเฟสนิทกับสเนป และคิดว่าหากเฟไปด้วย สเนปจะไม่กล้าทำอะไรพวกเขา ผลก็เลยกลายเป็นอย่างที่เห็น ทั้งนี้ทั้งนั้น นั่นคือเด็กอายุ 11 ปีค่ะ เทียบกับบ้านเราก็ ป. 5 ป.6 เองนะ 5555 บางครั้งการตัดสินใจทำอะไรลงไป ก็คงไม่คิดหน้าคิดหลังเท่าผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์หรอกค่ะ

      และที่สำคัญเลย หากไม่มีเหตุการณ์นี้ขึ้นมา เฟจะยอมถูกดึงเข้ากลุ่มแฮร์รี่เหรอคะ เฟคงไม่ยอมแน่ และคงไม่ยอมต่อไปเรื่อยๆจนจบเจ็ดปี ดังนั้นมันต้องมีสถานการณ์บางอย่างค่ะที่ทำให้เฟยอมรับว่า การที่เธอรักชีวิตตัวเอง (ไม่ผิดที่จะคิดแบบนั้น) และคิดว่าเธอต้องตายแน่ๆ แต่หลังจากประสบเหตุการณ์นั้นแล้วก็ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น อืมมม ไรท์ขอยกสิ่งที่เจเคพูดถึงเฮอร์ไมโอนี่มาท่อนหนึ่งแล้วกันนะคะ

      "...ตอนเรากำลังปรับปรุงต้นฉบับศิลาอาถรรพ์ บรรณาธิการของฉันอยากให้ฉันตัดฉากที่แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่สู้กับโทรลล์ออก และถึงแม้ว่าฉันจะยอมรับการตัดทอนเล็กๆน้อยๆ ที่เขาต้องการได้ ฉันเถียงคอเป็นเอ็นเพื่อให้ฉากนี้ยังอยู่ เฮอร์ไมโอนี่นั้นน่ารำคาญมากในช่วงแรกๆ ของศิลาอาถรรพ์ จนฉันรู้สึกว่ามันต้องการอะไรสักอย่างใหญ่โต (แล้วก็ใหญ่จริงๆ) เพื่อให้เธอเข้ากับแฮร์รี่และรอนได้..."
      [ตัดบางส่วนมาจาก Muggle-V https://www.muggle-v.com/2197 ขอบคุณมากจริงๆค่ะที่แปลบทความดีๆให้อ่าน]

      ไรท์เองก็พยายามหาเหตุการณ์บางอย่าง แม้ว่าจะไม่ใช่แบบเดียวกับเจเคที่ให้เฮอร์ไมโอนี่ถูกรอนกับแฮร์รี่มาช่วยก็ตาม แต่ไรท์ในฐานะนักเขียนคนหนึ่ง หากจะเขียนให้ฟิคเรื่องนี้มีอะไรน่าตื่นเต้น ก็จำเป็นต้องหาสถานการณ์ค่ะ เพื่อดึงเฟเข้ามา ไม่อย่างนั้นแล้ว ฟิคเรื่องนี้คงต้องน่าเบื่อมากแน่ๆค่ะ (สำหรับไรท์นะคะ)

      แต่สิ่งที่รีดแสดงความคิดเห็นมาก็ไม่ผิดค่ะ ทุกคนสามารถเห็นต่างกันได้ รีดอาจจะเห็นในมุมหนึ่ง ไรท์เห็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะที่จะเป็นแบบนั้น อย่างสเนปเนี่ย ก่อนที่จะรู้ความจริงว่าเขาทำอะไรบ้าง ทุกคนก็เกลียดเขากันถ้วนหน้า รวมทั้งไรท์ด้วย เพราะมองในมุมที่ตัวเองเห็น โดยลืมมองไปว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เขาทำมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่ เพียงแต่เจเคไม่ได้นำเสนอเดี๋ยวนั้น และมาเฉลยตอนหลัง ดังนั้นไรท์จึงคิดว่าความเห็นของรีดไม่ผิดค่ะ รีดมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาตามความรู้สึกที่ได้อ่าน มีสิทธิที่จะอ่านต่อหรือเลิกอ่านก็ได้ แต่ยังไงไรท์ก็ขอขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านนะคะ และอ่านจนจบเล่ม 1 ด้วย และขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นให้โอกาสไรท์ได้อธิบายค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ^^
      #2244-1
  2. #1909 Bright diamond (@pungpond0445) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 19:40
    แต่ละคนคือเด็กสุด ฉันปวดหัว
    #1909
    1
    • #1909-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      21 กันยายน 2561 / 20:54
      เด็กอายุ 11 ทั้งนั้นเลยค่ะ 5555
      #1909-1
  3. #1780 Easter_Elf (@Easter_Elf) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 21:05
    ไรต์สู้ๆนะคะ. อัพบ่อยๆนะ. รีดคนนี้จะแด้ดิ้นตาย >_<
    #1780
    1
    • #1780-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      14 กันยายน 2561 / 21:43
      555555 จะพยายามค่าาา
      #1780-1
  4. วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 16:54
    เราไม่เคยเม้นเลยแต่เราอยากให้กำลังใจไรท์มากค่ะ เราชอบภาษา วิธีเขียนของไรท์ รู้สึกว่าเราค่อยๆ โตไปกับตัวละครทุกคน ที่แต่ละคนก็มีพัฒนาการไม่เหมือนกัน ขอบคุณที่สร้างงานดีๆ มาให้อ่านนะคะ&#10084;&#65039;
    #1319
    3
    • #1319-2 ' :แป้งฮังห้าสาม;. (@panglovesnsd) (จากตอนที่ 16)
      13 มิถุนายน 2561 / 00:40
      สู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้&#9786;&#65039;
      #1319-2
    • #1319-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      14 มิถุนายน 2561 / 00:46
      จุ้บๆๆ //ปาหัวใจใส่ 555
      #1319-3
  5. #1231 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:54
    <p>ขอบคุณค่าา จบภาคเเรกไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของอัลบัส 5555</p>
    #1231
    1
    • #1231-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:46
      ปู่ดัมเบิลดอร์เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการเสมอ คิดอะไรไกลๆและล้ำลึกกว่าคนอื่น ซึ่งไรท์เองก็ต้องคิดหนักทำการบ้านเหมือนกันสำหรับบทบาทของดัมเบิลดอร์ เพื่อให้ตรงกับคาแรคเตอร์ต้นฉบับมากที่สุด แต่ถามว่าชอบมั้ยเวลาเขียนฉากที่มีตัวละครตัวนี้ ชอบบบบบบบมากค่ะ รองลงมาก็เซเวอรัส สเนป และตอนนี้บทซิเรียส แบล็คก็กลายเป็นตัวละครที่สามที่ไรท์ชอบ แต่ตอนนี้ังวนเวียนกับตอนพิเศษเซดริก ไว้ตอนพิเศษมา บทซิเรียสจะมากขึ้นค่ะ
      #1231-1
  6. #1126 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 12:03
    มาตราการป้องกันคือ หาวิธีทำให้เศษเสี้ยววิญญาณในสมุดมีกายเนื้ออีกครั้ง รุกจีบกุมหัวใจท่านลอร์ดเวอร์ชั่นหล่อ แค่คิดก็ดีล่ะ (แต่ก็นะโวลดี้คงกำจัดจุดอ่อนตัวเองในทันที)(แต่ไม่นะนางต้องเลือกหัวใจสิ) //พอเถอะรู้สึกเป็นไบโพล่ายังไงไม่รู้
    #1126
    1
    • #1126-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 16)
      17 เมษายน 2561 / 17:34
      มาเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว 55555
      #1126-1
  7. #893 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:41
    ขอบคุณค่ะ#อ่านเพลินเลย... สนุกมาก&#8203; ภาษาดีด้วยหาคำผิดแทบไม่เจอเลยล่ะค่ะ
    #893
    0
  8. #196 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 10:58
    =_=

    ว่าแต่อาจาร์ยใหญ่ ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเหรอ

    รู้อนาคตแล้วนะเธอ สนใจลงสนามบ้างไหม

    แหมมม 

    และแล้วนางเอกก็เข้าเนื้อเรื่องหลักจนได้ 


    แอบเสียดายนิดๆ แต่ช่างเถอะ ก็น่าลุ้นอยู่
    #196
    0
  9. #157 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 11:14
    สำนวนการเขียนถือว่าโอเคเลยครับ ผมชอบ
    หายากนะที่จะได้อ่านฟิคที่สำนวนการเขียนใกล้เคียงกับผู้แปลต้นฉบับ
    การบิดเนื้อเรื่องบางส่วนก็เป็นความคิดที่ดี
    ผมว่าน่าสนใจกว่าการเปลี่ยนเนื้อเรื่องทั้งหมดอีกนะ
    ไม่งั้นมันจะเหมือนกลายเป็นอีกเรื่องที่เราไม่คุ้นเคย
    ซึ่งก็จะขาดสเน่ห์ของเรื่องไปหลายอย่าง
    แต่ที่ไรท์เขียนฟิคนี้ ก็ยังสามารถรักษาเสน่ห์ของนิยายแฮรี่ไว้ได้มากกว่า90%ทีเดียว
    เก็บรายละเอียดค่อนข้างดี เช่น เครื่องหมายต่างๆในบทพูด ตัวหนา ตัวเอียง
    ไม่รู้สึกเหมือนอ่านฟิค แต่เหมือนอ่านแฮรี่ในมุมมองตัวละครอื่นมากกว่า
    ซึ่งผมว่ามีแฟนแฮรี่ไม่น้อยเลย ที่จินตนาการถึงประสบการณ์
    แบบหนูเฟนี่(ขอเรียกย่อๆว่าเฟนี่ละกัน) ซึ่งมันคงน่าตื่นเต้นและสนุกสนานมาก(ถ้าไม่ตายมะก้องด้องไปเสียก่อน) ถถถถ
    เราได้เห็นอีกมุมของรอน ซึ่งตามความเห็นผม ผมว่ารอนมันก็นิสัยแบบนี้มานานแล้วแหละ
    แค่เวลาดำเนินเรื่องปกติ รอนมักจะอยู่กับเพื่อนอย่างแฮรี่ และยังไม่ได้เกลียดน้ำหน้าใครที่ใกล้ตัวมาก
    จึงยังไม่ได้แสดงความร้ายกาจมากเท่าไร
    ไปร้ายกาจอีกทีก็ช่วงเล่มสามเป็นต้นไป
    แต่พอมีมุมมองของเฟนี่เข้ามา ซึ่งรอนก็ไม่ได้ชอบเฟนี่มาแต่แรก ติดจะระแวงมากด้วย
    เราเลยได้เห็นด้านแย่ๆของรอนที่ทำกับเฟนี่ออกมาเยอะ
    ผมอ่านบทของรอนในฟิคนี้ก็รู้สึกว่า เออ นี่มันรอน วีสลี่ย์จริงๆเลย
    เพราะสำหรับผม รอนไม่ใช่คนนิสัยดีอยู่แล้ว แต่เขาเป็นคนดี(งงล่ะสิ) รักเพื่อนฝูง เป็นคนคบได้
    ถือว่าไรท์มองตัวละครได้ขาดจริงๆ
    #157
    0
  10. #146 karts (@calos) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:47
    เรือเซดริก เรือสเนป เรือเดรโก เรือทอม
    #146
    0
  11. #139 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 20:16
    ตอนแรกๆในใจนี่ไปเกาะเรือซีเรียสตั้งแต่ยังไม่ออกเรือแล้วล่ะ แต่ทำไมไม่รู้เพราะเห็นความดีของรอนเข้าล่ะมั้ง
    #139
    0
  12. #137 lnlning (@lnlning) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 20:04
    เราเหยียบเรือหลานลำมาก เยอะจนคิดว่าไปอยู่เรือรวมมิตรดีไหม? แต่ก็นะ...เราอยากให้บางตัวเป็นความรักแบบครอบครัวมากกว่า

    ปล. ถ้าร่วงจากเรือเดรโกจะไปเกาะเรือรวมมิตรนะคะ
    #137
    0
  13. #136 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 19:39
    เรือป๋าทอมจ้า
    #136
    0
  14. #135 foreverone (@mintgd18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 19:33
    เราเกาะเรือเดรโกเหนียวแน่นนนน ต่อไห้เรือแตกก็จะใช้เสื้อชูใจนะฮิ้ววว
    #135
    0
  15. #133 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 16:44
    เรือเซดริกค่ะ น่ารักกกกก ละมุน~~
    #133
    0
  16. #131 iemmei25 (@iemmei25) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:20
    สนุกมากก เล่มสองเนื้อเรื่องคงยิ่งสนุกก็หนูเฟยอมช่วยแล้วนี่เนอะ อยากต่อเรือครัมมากค่ะ แต่อีกใจก็อยากเห็นบทครัมเฮอร์ที่ไรต์แต่งมากๆเลยอะ ติดตามนะค้า
    #131
    0
  17. #130 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:05
    จาก ปล.5 หนิ เป็นไปได้ว่าเพราะเกี่ยวกับน้องสาวของรอนหรือเปล่า ? หรือจะเป็นเพราะหนูของรอนนะ
    #130
    0
  18. #129 CholaratMooisri (@CholaratMooisri) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:51
    จบเล่ม1แล้ว ใช่ค่ะไรท์ตอนนี้ขออยู่ที่เรือรวมมิตรค่ะ เลือกไม่ถูกจริงๆ เรือครัมน่าสนใจจริงๆค่ะอยากได้หนุ่มๆมากระชุ่มกระชวยหัวใจจ รอตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #129
    0
  19. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:50
    ชอบมากเลยค่ะ มีไม่กี่เรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความสมเหตุสมผลของตัวละครเพราะเดี๋ยวนี้ตัวละครแมรี่ซูมาเยอะมากๆจนชักจะเบื่อแล้วค่ะ ชอบภาษาและการบรรยายมากเลยเห็นได้ชัดถึงความทุ่มเทของไรท์เลยค่ะ ติดตามนะคะ
    #128
    1
    • 11 ธันวาคม 2560 / 14:54
      เอาจริงๆยังไม่ได้เชียร์เรือลำไหนเป็นพิเศษ แต่แอบเชียร์เฮอร์ กับ ครัมน่ะค่ะ รู้สึกว่าถ้า2คนนี้คบกันต้องน่ารักมากแน่ๆ
      #128-1
  20. #127 Rairii (@green-ny) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:36
    คุณชายมีความห่วงแบบซึนๆ วรั๊ยย55555555
    #127
    0
  21. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:31
    เรือเซดริก!!!!!
    อยากให้ครัมมีบทคู่เฮอร์มาก หนุ่มกีฬากับสาวเนิร์ต
    #126
    0
  22. #125 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:24
    เรื่องเรือรวมมิตรนี่ห้ามกันไม่ได้จริงๆค่ะ เราทำใจเลือกคนใดคนหนึ่งแล้วทิ้งคนอื่นๆที่เหลือไม่ลงจริงๆนะ การทำร้ายคนหล่อมันเป็นบาปไรท์รู้มั้ย55555555
    แล้วก็เรือครัมเราว่าก็น่าต่อนะคะ แต่ก็อย่างว่า ถ้าเกิดได้เจอครัมแค่ปีเดียวก็ต่อเป็นแพแทนก็ได้ค่ะ ฟินนิดๆหน่อยๆให้ชุ่มชื่นหัวใจพอ555555
    โหยไรท์ทุ่มเทในการเขียนมากเลย แต่ไรท์ทำมันออกมาได้ดีจริงๆค่ะเรารับรองเลย เราอ่านแล้วอินมากๆ เขินตามตลอด ภาษาก็สวยเนื้อเรื่องดูสมเหตุสมผลดีอ่ะ นี่เป็นไม่กี่เรื่องที่เราต้องคอมเม้นทุกครั้งที่มาอ่าน555555
    ยังไงก็สู้ๆนะคะ คาดหวังกับตอนต่อไปนะ มาตรการป้องกันนี่อยากให้ส่งหนูเฟไปอยู่กับป๋าเนปจังเลยค่ะ ฮาาาา
    #125
    0
  23. #124 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 11:37
    รออออ#เรือเดรก
    #124
    0
  24. #123 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 08:57
    ไรท์กลับมาแล้วแงงงงง้
    ฟินทุกเรือจริงๆค่ะเง้อออ อยู่ทีมสนับสนุนให้รอนเป็นของหนูเฮอร์ต่อไปค่ะ ของหนูเฟขอเป็นครัมแทนจะดีกว่า เอ๊ะ(?)
    เอพูดแล้วสงสัยเลยว่าใครเป็นคนทำให้มีประเด็นกับอัมบริดจ์และคอนีเลียส เฝ้ารอเลยยยยย
    ปล.สู้เขานะคะ เป็นกำลังใจให้เด้อออ
    #123
    0
  25. #122 Aiko cg (@0897122652) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 08:28
    ยังรอเรือซีเรียสอยู่นะแต่ตอนนี้ขอกระโดดไปอยู่เรือรอนชั่วคราวได้ป่าว เดาว่าตอนต่อๆไปรอนจะทำตัวดีขึ้นมาก เห็นได้ชัดจากตอกเล่นหมากรุกออร่าพระเอกจับมากอ่ะ จากที่คอยแช่งหักกระดูกนางกลายเป็นว่าคอยเชียร์นางไปเลยอ่ะ555
    #122
    0