[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 17 : PART 2 of HP --- The Burrow

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


The  Burrow


               ปิดเทอมหน้าร้อนเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าเบื่อ  เฟริน่ากำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น  และในมือมีรีโมท  เด็กหญิงวัยย่างจะสิบสองปีกำลังกดเปลี่ยนช่องดูรายการโทรทัศน์ของมักเกิ้ลอย่างเบื่อหน่าย  ไม่มีรายการอะไรน่าสนใจเลยสักนิด  เธอตัดสินใจปิดโทรทัศน์  โยนรีโมทลงบนโซฟาอีกตัว  แต่มันก็กระเด้งไปถูกแมวขนสีขาวตัวหนึ่งที่กำลังขดตัวนอนอยู่  มันส่งเสียงขู่ฟ่อใส่เธออย่างไม่พอใจ  แต่เฟริน่าไม่ได้สนใจ  เธอทิ้งตัวพิงพนักโซฟา  

...ถ้าเพียงแต่เธอได้ทำงานพิเศษ  มันคงจะดีมากกว่านี้   เด็กหญิงไม่เคยชินกับการนั่งนิ่งไปวันๆ  เมื่อครั้งที่เธออาศัยอยู่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า  ที่นั่นมีงานให้เธอทำไม่ขาดมือ  และเมื่อเธอโตขึ้นมาอีกหน่อย  มาดามโรตาก็อนุญาตให้เธอทำงานพิเศษได้  อย่างเช่นการส่งหนังสือพิมพ์  มันค่อนข้างจะสนุก  ถึงแม้ว่ามันจะแย่ถึงขั้นเลวร้ายในตอนหน้าหนาวก็ตาม 

                เฟริน่าถอนหายใจ  นึกไปนึกมาเธอก็ยังหงุดหงิดเซเวอร์รัสไม่หาย  ถ้าไม่ใช่เพราะเขา..  แต่ก็อีกนั่นแหละจะโทษชายจมูกงุ้มก็ไม่ได้  ในเมื่อตอนนี้โวลเดอมอร์เริ่มสงสัยในตัวเธอ  จริงอย่างที่อาจารย์ใหญ่ว่า  เธอไม่ควรออกไปไหนมาไหนนอกสายตามิสซิสฟิก  ดังนั้น  เธอจึงทำได้เพียงอยู่ติดบ้าน  ช่วยหญิงชราทำความสะอาด  และดูแลบรรดาลูกๆของหล่อน   แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรมาหยุดให้เธอไปเฝ้าดูแฮร์รี่  เธอสังเกตว่าเขาสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว  อาจสูงกว่าเธอด้วยซ้ำ  แต่เหตุผลอันดับแรกเลยที่เธอย่องไปบ้านเลขที่สี่บ่อยไม่ใช่แฮร์รี่  แต่เป็นเจ้าเอลฟ์ประจำบ้านของตระกูลมัลฟอยต่างหาก  เธอยอมรับว่าเธอค่อนข้างอย่างรู้อยากเห็นว่ามันหน้าตายังไง   จะเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่  แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง  เมื่อมันซ่อนตัวเองเสียมิดชิด

                ช่วงเวลาที่เธอเตร่อยู่แถวนั้น  เธอก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง  ดัดลีย์และแก๊งเด็กเกเรของเขานั่นเอง  เด็กหญิงไม่อยากให้เจ้าหมูอ้วนดัดลีย์รู้ว่าเธออาศัยอยู่ใกล้ๆนี่   ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเธอก็ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวที่ปกปิดความลับนี้    และนอกจากจะตามดูชีวิตของแฮร์รี่  (ที่ค่อนข้างไม่มีอะไรนอกจากได้ยินการโต้เถียงเรื่องที่เวอร์นอนไม่อนุญาตให้แฮร์รี่ปล่อยเฮ็ดวิกออกไปบิน  ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจอีก)   เธอยังต้องคอยตอบจดหมายจากเพื่อนๆ  

               เซดริกส่งจดหมายมาสัปดาห์ละสามครั้งอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด  เขาเขียนมาเล่าเรื่องที่เขาไปเที่ยวอเมริกา  เด็กชาย...  ไม่สิ  ตอนนี้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มไปแล้วแนบรูปถ่ายตัวเองที่ไปเที่ยวมาพร้อมกับจดหมาย  เขายืนอยู่ในนิวยอร์ค  ใบหน้าเริ่มคมชัดเป็นหนุ่ม  และหล่อเหลามากขึ้นด้วย  เขายืนยิ้มกว้างและโบกมือให้เธอจากในรูป  เฟริน่าซึ่งไม่ได้ไปไหนเลย  และไม่มีอะไรจะเขียนเล่าให้เขาฟังมากนัก  จึงได้แต่เขียนเล่าชีวิตประจำวันอันน่าเบื่อ   เธอเขียนบ่นให้เขารับรู้ว่าเธอไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยนอกจากอยู่บ้านเลี้ยงแมวอีกหลายตัว  และเด็กหนุ่มจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็ใจดีมากที่ยินดีจะเล่าเรื่องสนุกๆที่เขาไปพบเจอมาให้เธอได้อ่านแก้เบื่อ   นับว่าจดหมายของเขาช่วยชีวิตเธอไว้เลยทีเดียว

                ส่วนจดหมายของเนวิลล์นั้น   เด็กชายหน้ากลมมักเขียนมาบ่นเรื่องเขาทำของหาย  ไม่ก็เรื่องคุณยายของเขาเอ็ดอะไรเขาบ้างซะมากกว่า  และเฟริน่าก็มักเขียนตอบกลับไปเชิงปลอบใจ  หรือไม่ก็พยายามช่วยเขาคิดว่าของที่เขาทำหายน่าจะไปอยู่ตรงไหน   และหลังจากนั้นอีกวันจดหมายฉบับต่อมาของเด็กชายหน้ากลมก็จะตอบกลับมาว่า   เขาเจอของที่หายไปด้วยความช่วยเหลือเล็กๆของเธอ  เฟริน่ารู้สึกมีความสุขมากที่ได้คุยกับเนวิลล์  เพราะเขามักมีปัญหามาให้เธอได้ขบคิดตลอดเวลา  แต่น่าเสียดายที่จดหมายของเนวิลล์ไม่ได้สม่ำเสมอเหมือนกับเซดริก  เด็กชายหน้ากลมส่งจดหมายมาสัปดาห์เว้นสัปดาห์  แต่ถ้าช่วงไหนเขากลุ้มใจเรื่องของหาย  จดหมายของเขาก็จะมาถึงมือเธอแทบทุกวัน

                สำหรับเฮอร์ไมโอนี่นั้น  เธอได้รับจดหมายวันเว้นวัน  เด็กหญิงผมฟูมีเรื่องเล่าให้เธอฟังเยอะแยะมาก  ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังสือที่ไปอ่านเจอและเห็นว่าน่าสนใจ  จดหมายเฮอร์ไมโอนี่ยาวที่สุดในบรรดาเพื่อนๆทุกคน  ก็แน่ล่ะ  จะไม่ให้ยาวได้ยังไง  ในเมื่อเพื่อนผมฟูผู้น่ารักขอองเธอเขียนเล่าอธิบายเกี่ยวกับหนังสือ  จนบางครั้งเฟริน่าก็อดสงสัยไม่ได้ว่า  เฮอร์ไมโอนี่ลอกจากหนังสือใส่จดหมายหรือเปล่า  แต่ถึงอย่างนั้นทั้งเธอและเฮอร์ไมโอนี่ก็ถกเถียงกันเรื่องหนังสือเหล่านั้นทางจดหมายเสมอ  และมันไม่เคยน่าเบื่อเลย  เพราะทั้งเฟริน่ากับเฮอร์ไมโอนี่มักเห็นไปในทางเดียวกัน

                จดหมายจากรอนส่งมาน้อยมากและสั้นกว่าใครทุกคน  เหตุผลหลักก็เพราะแอรัล  นกฮูกที่ดูไม่อยู่กับร่องกับรอย   มีครั้งหนึ่งมันหล่นปุลงกลางโต๊ะอาหาร  ทำให้มิสซิสฟิกหวีดร้อง  จากนั้นหญิงชราก็บ่นเสียยืดยาวว่าถึงเวลาที่พวกวีสลีย์ควรเปลี่ยนนกฮูกตัวใหม่ได้แล้ว  เพราะนี่เหมือนเป็นการทารุณกรรมสัตว์ดีๆนี่เอง   จดหมายส่วนใหญ่ของเด็กชายผมแดงจะส่งมาถามว่าเธอจะมาเที่ยวบ้านโพรงกระต่ายเมื่อไหร่  และจดหมายของเขามักจบลงด้วยการบรรยายความอร่อยของขนมฝีมือนางวีสลีย์เพื่อหลอกล่อเธอให้ไปเที่ยวที่บ้านเร็วๆ   และแผนการเอาขนมมาหลอกล่อของเขาก็ค่อนข้างสำเร็จอย่างดงาม  เมื่อในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าจะไปบ้านของเขาในวันเกิดของแฮร์รี่ 

                แต่สิ่งเดียวที่จดหมายของรอนและเฮอร์ไมโอนี่เหมือนกันคือ  ทั้งสองมักถามเสมอว่าเธอติดต่อแฮร์รี่ได้บ้างมั้ย  เธอต้องเขียนโป้ปดไปว่าเธอติดต่อเขาไม่ได้เลย  ซึ่งจริงๆแล้ว  บ้านมิสซิสฟิกอยู่ใกล้บ้านพวกเดอร์สลีย์ถัดไปแค่สองซอยเท่านั้น   แต่แน่ล่ะ  เธอไม่ได้บอกทั้งคู่หรอก  

                จดหมายของลาเวนเดอร์  (ที่ช่วงนี้ติดนิยายบางอย่างที่เฟริน่าเห็นชื่อเรื่องก็ถึงกับต้องเบ้หน้า  เพราะเด็กหญิงร่วมหอนอนเขียนเพ้อๆมาหาเธออยู่สองสามครั้ง)  ปาราวตี  เชมัส  และดีนก็ไม่มีอะไรมากนอกจากถามถึงสารทุกข์สุขดิบและเล่าเรื่องวันหยุดสั้นๆ  ซึ่งจดหมายของพวกเขานานๆทีจะส่งมาสักครั้ง

                นอกจากจดหมายของเพื่อนๆแล้ว  เฟริน่ายังส่งจดหมายหาดัมเบิลดอร์  เธอแค่ส่งไปทักทาย  และเขียนรายงานเรื่องของตัวเองกับแฮร์รี่   และถามว่าเขาเป็นยังไงบ้าง  ซึ่งอาจารย์ใหญ่ก็มักตอบมาสั้นกระชับและได้ใจความเสมอว่าเขาสุขสบายดี  และกำลังทำงานสำคัญอยู่  ซึ่งเฟริน่าก็ไม่กล้าถามว่ามันคืองานอะไร  เพราะกลัวจดหมายถูกดักกลางทาง

                จดหมายจากเซเวอร์รัสนั้นร้ายกาจมาก  เธอเขียนจดหมายไปหาเขาเล่าเรื่องของตัวเองพร้อมกับบ่นถึงความน่าเบื่อที่ต้องติดแหง็กอยู่ในบ้านด้วยความยาวเกินสองฟุต  และหลังจากที่เฝ้ารอจดหมายตอบกลับของเขานานเป็นสัปดาห์จนเธอเลิกหวังว่าเขาจะตอบ  แต่เมื่อในวันที่ได้รับจดหมายจากเขา  ขณะเธอเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้นดีใจ  เซเวอร์รัสกลับเขียนตอบเพียงสั้นๆว่า  ดี  สมน้ำหน้า’  เด็กหญิงพนันได้ว่าตอนที่เขาเขียน  เขาจะต้องยิ้มเยาะใส่จดหมายอย่างแน่นอน  ซึ่งทำให้เธอหัวเสียไปหลายวัน  และไม่กล้าเขียนจดหมายไปหาเขาอีก

                  



                ในเช้าวันเกิดของแฮร์รี่  เฟริน่าที่เก็บของใส่หีบเรียบร้อยแล้ว   เด็กหญิงก็ขนทุกอย่างไปที่หน้าเตาผิง  มิสซิสฟิกมองเธอด้วยตาละห้อย 

                “เธอน่าจะอยู่ถึงเปิดเทอมเลย”  หญิงชราพยายามเกลี้ยกล่อมมาเป็นชั่วโมงแล้ว

                “โธ่  คุณก็รู้ว่าหนูมีงานต้องทำ  เหมือนกับที่คุณทำนั่นแหละค่ะ”  เฟริน่าพูด  อดรู้สึกผิดหน่อยๆไม่ได้ที่ต้องทิ้งให้มิสซิสฟิกอยู่คนเดียวกับบรรดาลูกๆของหล่อน  หญิงชราเม้มปากแน่นจนซีด

                “เอาเถอะ  ฉันเข้าใจ  มันเป็นงานที่ท่านอาจารย์ใหญ่สั่งสินะ  ถึงฉันจะไม่รู้รายละเอียดก็เถอะ  โชคดีหนูน้อย”

                “ค่ะ  ไว้วันหยุดยาวเจอกันนะคะ”  เธอตรงเข้าไปกอดหญิงชราเร็วๆ  และโยนผงฟลูเข้าไปในเตาผิง   ไฟเปลี่ยนเป็นสีมรกต  เฟริน่าก้าวเท้าเข้าไปในนั้นพร้อมกับลากหีบสัมภาระไปด้วย  รู้สึกถึงไฟอุ่นๆลามเลียอยู่รอบๆราวกับสายลม   พยายามไม่ทำให้ตัวเองกลืนขี้เถ้าเข้าไป  เพราะกลัวจะออกเสียงเพี้ยน   เด็กหญิงเก็บแขนขาแนบชิดลำตัวและหลับตาไว้ 

                “บ้านโพรงกระต่าย!”  

                เพียงชั่วอึดใจเดียว เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเหวี่ยงและดูดไปตามท่อขนาดใหญ่   โชคดีที่เธอทำให้ตัวเองท้องว่างก่อนเดินทางด้วยผงฟลู  ไม่อย่างนั้นบางทีอาหารที่อยู่ในท้องอาจจะพุ่งออกมา  หลังจากที่ถูกเหวี่ยงไปมาแบบนี้    

                “เธอมาแล้ว!”   เสียงรอนร้องอย่างดีใจ   แล้วแขนยาวเก้งก้างของเด็กชายผมแดงก็เข้ามาช่วยขนของ  เฟริน่าก้าวออกจากเตาผิง  พยายามทรงตัวไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น  รู้สึกหัวหมุนหน่อยๆ   เด็กหญิงไอสำลักขี้เถ้าของเตาผิง   มีมือใครสักคนคว้าตัวเธอเอาไว้ก่อนร่วงลงไปกองที่พื้นห้อง

                “คงเดินทางครั้งแรกล่ะสิ  ก็แบบนี้ล่ะ”  เสียงเฟร็ดไม่ก็จอร์จพูดขึ้น   เขานั่นเองที่คว้าเธอเอาไว้  จากนั้นฝาแฝดวีสลีย์กับรอนก็ช่วยกันหิ้วหีบและสัมภาระของเธอขึ้นไปชั้นบน

                “สวัสดีเฟริน่า”  หญิงร่างเตี้ยเจ้าเนื้อที่มีใบหน้าใจดีและผมสีแดงส่งยิ้มให้เธอ

                “สวัสดีค่ะคุณนายวิสลีย์”  เด็กหญิงยังสำลักขี้เถ้าต่อไป  แล้วรอนก็กลับเข้ามาในห้องครัวอีกครั้ง

                “ฉันยังไม่ได้จดหมายจากแฮร์รี่สักฉบับเลย”  รอนบอกทันที  เมื่อเธอนั่งลง

                “ฉันก็ไม่ได้สักฉบับเหมือนนายนั่นแหละ”  เธอตอบ  จากนั้นนางวิสลีย์ก็นำชาร้อนๆมาให้เฟริน่าหนึ่งถ้วย

                “ดื่มซะที่รัก  มันจะช่วยให้คอเธอโล่งขึ้น”  หล่อนบอก  “แล้วเธอทานมื้อเช้ามาหรือยัง”

                “เรียบร้อยแล้วค่ะ”  เฟริน่าตอบ   ตอนนี้เธอกวาดตามองไปรอบๆห้องครัว  มันค่อนข้างเล็กและมีข้าวของที่ไม่เป็นระเบียบอยู่สักหน่อยจนออกจะแออัดไปสักนิด  บนผนังมีนาฬิกาที่ไม่มีตัวเลขที่มีเข็มเพียงอันเดียว  และมีตัวหนังสือเขียนอยู่บนขอบ  อย่างเช่น  เวลาให้อาหารไก่  เวลาชงชา  นอกจากนี้ยังมีหนังสือทำอาหาร  อย่างเสกเนยของคุณเอง  เวทมนต์สำหรับการอบขนม  อาหารงานเลี้ยงในหนึ่งนาที   ราวเนรมิตร!  ซึ่งทำให้เด็กหญิงตาวาวทันที  เพราะเธอจะไม่ต้องกังวลว่าจะทำมันไหม้หรือทำมีดบาดนิ้ว   (ถึงฝีมือการทำอาหารของเธอจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก  แต่มันคงจะดีกว่าถ้าใช้แค่ไม้กายสิทธิ์โบกเบาๆ  แล้วผักก็เริ่มหั่นตัวเองพร้อมกับโดดลงหม้อ  หรือแพนเค้กกลับตัวเองได้ส่งกลิ่นหอมแทนยืนหน้ามันนานๆอยู่หน้าเตา)   มีเสียงวิทยุเก่าๆดังขึ้น  มันกำลังจะเล่นเพลงที่ผู้ประกาศบอกว่าเป็นของแม่มดนักร้องชื่อเซเลสทิน่า  วาร์เบ็ก   แต่ถึงห้องครัวจะรกๆมันก็ดูอบอุ่นดี  แล้วเมื่อสายตาเธอเลื่อนกลับมาที่รอน  ใบหูของเขาก็เป็นสีแดงก่ำ  “แล้วฉันนอนที่ไหนล่ะ”

                “เธอนอนห้องเดียวกับจินนี่น่ะ”  รอนตอบดูกระอักกระอ่วน   “แบบว่าบ้านฉันมัน  --  ค่อนข้างเล็กหน่อยนะ  แบบไม่ค่อยมีอะไรหรอก”  เขาพูดเสียงเบาหวิว

                “โอ๊ย  รอน  นี่มันวิเศษที่สุด  ถ้าให้เปรียบเทียบกับคฤหาสน์ของพวกมัลฟอยนะ  บ้านนายชนะกินขาดกว่าเป็นไหนๆ”   เธอพูด  มองไปรอบๆอีกครั้งอย่างตื่นเต้น  แล้วใบหน้าตกกระของรอนก็กลายเป็นสีแดงพร้อมกับยิ้มกว้าง

                “แม่คะ  หนูหาถุงเท้าไม่เจอ!”  เสียงแหลมเล็กๆดังขึ้นที่ประตูห้องครัว  เฟริน่าหันไปและเห็นเด็กหญิงผมยาวสีแดงดวงตาสีน้ำตาลสดใสในชุดนอนยาว  และจินนี่ก็หันมามองเธอ

                “หวัดดี”  เฟริน่าทักก่อน

                “หวัดดี!  เธอคือเฟริน่าใช่มั้ย!”  จินนี่รีบพุ่งมาทิ้งตัวลงข้างๆเธอ  ดวงตามีประกายตื่นเต้น

                “ใช่  มีอะไรหรือเปล่า”  เธอถาม  อดสงสัยไม่ได้จึงหันไปมองรอน  เด็กชายผมแดงหัวเราะ

                “ฉันเล่าเรื่องวีกรรมของพวกเราเมื่อปีที่แล้วน่ะ  แล้วจินนี่ก็อยากรู้จากปากเธอไม่ก็แฮร์รี่มากว่าอะไรเกิดขึ้นในนั้น  ตอนที่เธอเผชิญหน้ากับคนที่เธอก็รู้ว่าใคร” 

                “เล่าให้หนูฟังได้มั้ยคะ”  จินนี่ขอร้อง  ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกาย

                “โอ้  เอ่อ   ได้สิ  แต่เธออยากฟังเรื่องน่ากลัวๆแบบนั้นไปทำไมกัน”  เฟริน่านึกสงสัย   แล้วเด็กหญิงผมแดงก็เริ่มหน้าอมชมพู

                “หนูอยากฟังว่าพี่กับแฮร์  --  แฮร์รี่ทำอะไรบ้างน่ะค่ะ”  จินนี่บอกอย่างเขินอาย

                “อ้อ  ฉันเข้าใจละ”  เฟริน่าหัวเราะคิกคัก   “งั้นเราคงต้องหาที่เงียบๆเล่าแล้วล่ะ”

                “เฮ้!  ได้ไง  เธอจะไปขลุกอยู่กับจินนี่ไม่ได้นะ  ฉันมีอะไรสนุกๆอยากให้เธอเห็นตั้งเยอะแยะ”  รอนว่า

                “ไม่เอา!   พี่ก็ไปเล่นกับเฟร็ด  จอร์จสิ”  จินนี่ว่ากลับ

                “พวกเธอทั้งคู่หยุดเดี๋ยวนี้นะ  ทำอะไรกัน  พวกเธอไม่คิดที่จะให้เฟริน่าหายใจหายคอกันเลยหรือไง  และจินนี่  ถุงเท้าลูกน่ะ  แม่เห็นอยู่ในลิ้นชักอันล่างสุด   ลองไปหาดูใหม่  ถ้าหาไม่เจออีก  มาช่วยแม่หาที่ตระกร้าเสื้อผ้าข้างล่างนี่”  นางวีสลีย์บอก   จินนี่แลบลิ้นใส่รอน  และเดินปังๆขึ้นบันไดไป 

                “เฟริน่า  ฉันทำทาร์ตผลไม้รวมไว้  เธอสนใจสักชิ้นมั้ย”  นางวีสลีย์ถามอย่างใจดี

                “ขอบคุณมากเลยค่ะ”  เธอบอก  “เอ่อ  หนูช่วยดีกว่าค่ะ”

                “ไม่ต้องหรอก  เธอเป็นแขกของเรา  นั่งอยู่นี่แหละ  รอน  มาช่วยแม่ในครัว”  หล่อนหันไปสั่งเด็กชายผมแดง

 



                เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่เฟริน่ามาอาศัยอยู่บ้านโพรงกระต่าย  เธอค่อนข้างชอบสวนๆรกที่มีสระน้ำสีเขียวที่เต็มไปด้วยกบของวีสลีย์มาก   ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งจะมีโนมสองตัวแอบย่องมาฝังเขี้ยวเข้าที่นิ้วของเธอตอนเผลอก็ตาม   รอน  เฟร็ด   และจอร์จชวนเธอไปเล่นควิดดิชที่ทุ่งเล็กๆล้อมรอบด้วยต้นไม้หนาทึบ  ซึ่งช่วยบังไม่ให้คนอื่นเห็นว่าพวกเขากำลังขี่ไม้กวาดกันอยู่  ไม้กวาดของรอนรุ่นดาวตกที่เขาบอกว่าผีเสื้อยังบินเร็วกว่า  ช้ามากจริงๆอย่างที่เขาบอก   ทำให้เธอต้องผลัดมาใช้ไม้กวาดคลีนสวีปห้าของเฟร็ดแทน   ซึ่งมันสนุกมากสำหรับเธอ   การได้ถูกลมเย็นๆพัดใส่ใบหน้าทำให้รู้สึกดีและลืมเรื่องที่เธอจะต้องทำในปีสอง  นอกจากเธอจะเล่นกับเด็กชายทั้งสามของตระกูลวีสลีย์แล้ว   เธอยังต้องเล่าเรื่องแฮร์รี่ให้กับจินนี่ฟัง  พอเด็กหญิงผมแดงรู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่มาตั้งแต่อายุแปดขวบก็รบเร้าให้เธอเล่าให้ละเอียดที่สุด  เฟริน่าไม่ได้ปฏิเสธ  แต่เธอก็ไม่ได้เล่าทั้งหมด  และไม่กล้าลงรายละเอียด  เพราะกลัวว่าจินนี่จะเขียนเล่าให้จอมมารวัยสิบหกฟัง   และจดหมายของเซดริกก็ส่งมาหาเธอในเช้าวันที่สาม  เฟริน่ารีบเขียนเล่าว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน  และไม่ลืมที่จะเขียนไปบอกเฮอร์ไมโอนี่ด้วยเช่นกัน   

                แล้วในเช้าวันหนึ่ง  อาเธอร์  วีสลีย์ที่เพิ่งกลับจากการไล่ล่าพ่อมดที่เสกเวทมนต์ใส่ฝารองนั่งโถส้วมที่เที่ยวไล่งับก้นมักเกิ้ลที่น่าสงสาร  ก็บอกกับทุกคนว่าแฮร์รี่ได้รับจดหมายเตือนจากทางการเรื่องใช้เวทมนต์ต่อหน้าพวกมักเกิ้ล  ซึ่งทำให้ทุกคนไม่สบายใจเอามากๆว่าเกิดอะไรขึ้น  เพราะแฮร์รี่ไม่ตอบจดหมายของรอนเลยตั้งแต่ปิดเทอม

                “ฉันว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับแฮร์รี่แน่ๆ”  รอนกระซิบ  “เธอก็รู้นี่พวกมักเกิ้ลที่แฮร์รี่อยู่ด้วยน่ะ  ใช่มั้ย  ฉันจำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาก็มัลฟอยดีๆนี่เอง  ฉันว่าเขาต้องทำอะไรให้แฮร์รี่โกรธแน่ๆ  จนทำให้เผลอใช้คาถา”

                “แล้วนายจะทำยังไงล่ะ”  เฟริน่ากระซิบถาม  ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในสวน  กำลังนั่งดูโนมสู้กันเองอย่างดุเดือดอยู่

                “เธอรู้จักใช่มั้ยว่าบ้านแฮร์รี่อยู่ที่ไหน”   รอนกระซิบ  เขาลอบมองกลับเข้าไปในบ้าน  และเมื่อเห็นว่านางวีสลีย์กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของว่างตอนบ่าย  เด็กชายผมแดงก็ละสายตากลับมาที่เธออีกครั้ง

                “แน่นอน  นายมีแผนอะไรล่ะ  ว่ามาเลย”  เธอกระซิบ

                “ฉันว่าจะไปรับเขามาล่ะ  มันแปลกๆอยู่นะที่เขาไม่ตอบจดหมายเลยสักฉบับ  ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขา”  รอนบอก   “แล้วฉันว่าจะขอให้เฟร็ดกับจอร์จช่วยล่ะ  สองคนนั้นมีความคิดดีๆเสมอๆ  เรื่องทำอะไรแผลงๆต้องยกให้สองคนนั้นเลย”

                “เอาสิ  แต่..”  เฟริน่าหันไปมองข้างหลังว่าจินนี่อยู่ใกล้บริเวณนี้หรือเปล่า  และเมื่อไม่เห็นเด็กหญิงผมแดงอยู่ใกล้ๆ  “..ถ้าแม่นายรู้  ฉันจะตายมั้ยเนี่ย   แล้วนายจะแก้ตัวเรื่องที่แฮร์รี่มาที่นี่ยังไง”   เธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงพวกเขาต้องถูกจับได้  แต่ก็ยังนึกอยากให้รอนมีแผนสำรองหรือข้อแก้ตัวดีๆเผื่อเอาไว้

                “เฮ้!  เธอไม่ตายหรอก  พวกเราจะไม่ถูกจับได้” รอนยืนยัน  “ส่วนเรื่องแก้ตัวเดี๋ยวค่อยคิดเอาละกัน”

                “งั้นนายบอกเฟร็ดกับจอร์จหรือยังล่ะ”  จังหวะนั้น  เธอได้ยินเสียงจินนี่ลงมาจากชั้นบน  เฟริน่าสะดุ้งเล็กน้อย  และหันไปมอง  กลัวว่าจินนี่จะมาได้ยินว่าเธอกับรอนกำลังวางแผนอะไรอยู่

                “ถ้าเธอตกลงว่าจะไปด้วย  ฉันจะได้บอกสองคนนั้น”  รอนกระซิบ  และรีบลุกขึ้นยืน  เมื่อเห็นนางวีสลีย์มองมาทางนี้  เด็กชายผมแดงชำเลืองมองมาที่เธอ  เฟริน่าพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ  รอนแกล้งกระแอมฟังได้ว่าตกลงตามนี้   แล้วเด็กชายผมแดงก็เดินกลับเข้าบ้านไป 

             


  

                เฟริน่ารีบกินมื้อค่ำ  ก่อนจะบอกนางวีสลีย์และจินนี่ว่าวันนี้เธออยากเข้านอนเร็ว  เพราะรู้สึกง่วง  สีหน้าของจินนี่แสดงออกว่าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด  เพราะเด็กหญิงผมแดงจะไม่ได้ฟังเรื่องเล่าของแฮร์รี่   หลังจากที่เธอแกล้งหลับ  และได้ยินเสียงจินนี่ปีนกลับขึ้นเตียงแล้ว  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก็พยายามเงี่ยหูฟังเสียงลมหายใจของจินนี่  และเมื่อเธอได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ  เฟริน่าก็คว้าเสื้อคลุมและค่อยๆเปิดประตูย่องลงบันไดมา  เธอพุ่งตัวออกจากบ้านไปที่โรงรถที่โย้เย้จวนพังในลานเล็กๆ  และในแสงจันทร์นั้น   เธอเห็นเด็กชายสามคนแห่งตระกูลวีสลีย์ยืนรออยู่ใกล้กับรถยนต์ฟอร์ดแองเกลียเก่าๆสีฟ้าอมเขียวข้างๆโรงจอดรถ

                “เรานึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว”  รอนว่า  เขามองเข้าไปในบ้านบ่อยๆ

                “โทษที  ต้องรอให้จินนี่หลับน่ะ  พวกนายก็รู้”  เฟริน่าพูด

                “เออ  งั้นเราต้องช่วยกันเข็นรถออกไปห่างๆก่อน  ขืนขับออกไปจากตรงนี้  แม่ต้องได้ยินเสียงมันแน่ๆ”  จอร์จบอก  แล้วเด็กๆทั้งสี่ก็วิ่งไปที่ท้ายและช่วยกันเข็นรถออกมาให้ห่างจากบ้าน   และจากนั้นทั้งสี่ก็เปิดประตูกระโดดขึ้นรถ  เฟร็ดกับจอร์จนั่งหน้า  ในขณะที่รอนกับเฟริน่านั่งหลัง  

                “ดูให้ดีว่าไม่มีใครกำลังมองเราอยู่”  เฟร็ดบอก  เด็กๆทั้งสี่กวาดตามองรอบๆโดยอาศัยแสงจันทร์  และเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครมองอยู่  เฟร็ดเคาะไม้กายสิทธิ์เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์   จากนั้นเขาก็กดปุ่มสีเงินเล็กๆที่แป้นบังคับด้านหน้า   รถยนต์หายวับไป  รวมทั้งพวกเด็กๆด้วย  เฟริน่ามองไปรอบๆ  เธอไม่เห็นคนอื่นๆหรือรถเลย  เห็นแต่พื้นหญ้าในสวน  เธอยกแขนขึ้นมา  พยายามเพ่งสายตาโดยใช้แสงจันทร์  แต่กลายเป็นว่าเธอมองทะลุแขนตัวเองไปที่พื้นหญ้าข้างล่าง

                “พร้อมนะ”  เสียงฝาแฝดสักคนถาม

                “ฮื่อ  เอาเลย”  เสียงรอนที่นั่งข้างๆเธอตอบ  แล้วรถก็เริ่มสั่น  มีเสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำๆ   แล้วเธอก็เห็นพื้นหญ้าในสวนรวมทั้งบ้านของรอนห่างไกลออกไปเรื่อยๆ  เมื่อรถกำลังลอยตัวขึ้นสูง  อากาศเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่างรถที่ยังล่องหนอยู่   

                “เอาล่ะ  เฟริน่า  บอกทางเลย”  เสียงฝาแฝดสักคนบอกเธอ

                การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่นเมื่อมันล่องหน  ไม่มีทางที่มักเกิ้ลสักคนจะมองเห็น  ดังนั้นมันจึงง่ายมากที่จะบินลงต่ำเพื่อมองหาชื่อถนน  เฟริน่าคอยบอกทางให้กับสองฝาแฝด  มีครั้งหรือสองครั้งที่รถบินโฉบไปใกล้กับอาคารอย่างน่าหวาดเสียง  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีการชนหรือกระแทกกับอะไรทั้งนั้น

                “พวกนายดูจะบังคับรถยนต์คันนี้คล่องมากเลยนะ”  เด็กหญิงพูด  เธอรู้อยู่แล้วว่าสองฝาแฝดแอบเอาไปขับมาหลายครั้ง

                “เฟร็ดกับจอร์จแอบเอามันไปขับบ่อยๆโดยที่แม่ไม่รู้ล่ะ”  เสียงรอนที่อยู่ข้างๆดังขึ้น

                “ฉันก็ว่าอยู่แล้วเชียวว่าทำไมตอนบินผ่านอาคาร  พวกนายถึงได้กล้าบินโฉบไปใกล้มันขนาดนั้น  รู้มั้ยว่าพวกนายเกือบทำฉันหัวใจวายตาย”  เฟริน่าบ่น   มีเสียงหัวเราะสองเสียงประสานกันจากด้านหลัง

                “บินตรงๆธรรมดามันจะไปสนุกอะไร”  เสียงแฝดสักคนบอก  จากนั้นเฟร็ดก็บังคับรถยนต์โฉบไปใกล้กับหลังคาบ้านหลังหนึ่ง

                “เฮ้!  ฉันบอกว่าอย่าทำแบบนั้นไงเฟร็ด!”   เธอว่า

                “เธอต้องฝึกบ่อยๆ”  เสียงแฝดคนหนึ่งพูด

                “จะได้ชิน”  เสียงแฝดอีกคนเสริม  แล้วพวกเขาก็หัวเราะประสานเสียงกัน

                “นั่นไงล่ะ!”  เฟริน่าร้อง  เมื่อเห็นว่านี่เป็นย่านลิตเติล  วิงจิง   “บ้านหลังที่สี่  ที่มีป้ายเขียนว่าซอยพรีเว็ตนั่นแหละ  ห้องแฮร์รี่อยู่ชั้นที่สอง  หน้าต่างที่มีลูกกรง”

                “ลูกกรง!”  เสียงทั้งสามทวนคำ

                “พวกนายไม่เห็นหรือไงว่าหน้าต่างบานอื่นไม่มีลูกกรง  มีแต่บานนั้นบานเดียว  และพวกนายก็รู้ว่าพวกเดอร์สลีย์เอ็นดูแฮร์รี่มากแค่ไหนกัน  พวกเขาคงไม่ติดลูกกรงที่หน้าต่างห้องดัดลีย์ลูกชายตัวเองหรอก  นั่นต้องเป็นห้องแฮร์รี่แน่ๆ”   เฟริน่าบอกอย่างโกรธๆ  เมื่อตอนนี้ห้องหนึ่งที่มีลูกกรงติดอยู่ราวกับห้องของนักโทษค่อยๆปรากฏสู่สายตา

                “ให้ตาย”  รอนว่า   เมื่อเห็นลูกกรงนั่น  คราวนี้รถยนต์จอดเทียบชิดกับหน้าต่างที่มีลูกกรงบานที่ด้านในมีกระจกปิดอยู่  เฟร็ดกดปุ่มล่องหนอีกครั้ง  เกิดเสียงดังป๊อป  แล้วรถยนต์กับเด็กๆทั้งสามก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง  เฟริน่าเห็นรอนยื่นตัวออกไปจากหน้าต่างรถ  เด็กชายผมแดงจ้องมองเข้าไปในห้องผ่านลูกกรง  “ดูเหมือนแฮร์รี่จะหลับอยู่”  รอนว่า

                “งั้นนายก็ทำอะไรสักอย่างเจ้าทึ่ม!  เดี๋ยวพวกมักเกิ้ลก็มาเห็นกันพอดี”  จอร์จว่า   แล้วเฟริน่าก็เห็นรอนยื่นมือไปจับลูกกรงและเขย่าอย่างแรง   เขาเขย่าอยู่อย่างนั้น  จากนั้นกระจกด้านในห้องก็เลื่อนเปิดขึ้น  เด็กหญิงเห็นใบหน้าของเด็กชายผมดำยุ่งๆสวมแว่นกลม   เขามองลอดผ่านลูกกรงสีหน้าดูงุนงงและตกตะลึงอย่างที่สุดมองออกมา

                “รอน!”   เสียงแฮร์รี่ครางแผ่ว  “รอน  นายมายัง  --  นี่อะไร  --“   สีหน้าของแฮร์รี่เมื่อเห็นรถยนต์เก่าๆที่ลอยอยู่นอกหน้าต่างดูจะทำให้เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ   เด็กชายวัยสิบสองปีอ้าปากค้าง

                “แฮร์รี่!”   เฟริน่าร้อง   เธอยื่นหน้าข้ามไหล่รอนมาหาเขา

                “เฟริน่า!”  แฮร์รี่อ้าปากค้างดูตกใจอีกครั้ง 

                “สบายดีไหมแฮร์รี่”  เฟร็ดถาม

                “เกิดอะไรขึ้น”  รอนถาม  “ทำไมนายไม่ตอบจดหมายฉัน  ฉันชวนนายมาบ้านตั้งสิบสองหนแล้ว  และพ่อกลับบ้านมาบอกว่านายได้รับจดหมายเตือนจากทางการเรื่องใช้เวทมนต์ต่อหน้าพวกมักเกิ้ล..”

                “ไม่ใช่ฉันสักหน่อย  --  ว่าแต่พ่อนายรู้ได้ยังไง“

                “พ่อฉันทำงานที่กระทรวง”  รอนตอบ  “นายรู้ไม่ใช่หรือว่าเราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เวทมนต์นอกโรงเรียน  -- 

                “หลุดออกมาจากปากนายนี่ฟังพิกลๆแฮะ”  แฮร์รี่ว่า  เขาจ้องดูรถยนต์ลอยฟ้า

                เด็กชายทั้งสองคุยกันสักพัก  โดยที่แฮร์รี่พยายามอธิบายว่าเขาไม่ได้ใช้เวทมนต์ต่อหน้าพวกเดอร์สลีย์

                “ผูกไอ้นี่ไว้กับลูกกรง”  เฟร็ดโยนปลายเชือกเส้นหนึ่งให้แฮร์รี่  เด็กชายหัวแผลเป็นผูกเชือกรัดรอบลูกกรงซี่หนึ่งจนแน่น  ปากก็พึมพำว่าถ้าพวกเดอร์สลีย์รู้เขาตายแน่  จากนั้นเฟร็ดก็เร่งเครื่องยนต์

                “ไม่ต้องห่วง”  เฟร็ดบอก  “ถอยหลังไป”  แฮร์รี่ถอยออกไปห่างๆ  เฟริน่าได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆ  แล้วลูกกรงก็หักหลุดออกจากหน้าต่างตามแรงดึงของรถยนต์  โดยที่ปลายเชือกที่มัดลูกกรงไว้ห้อยต่องแต่งอยู่ในอากาศ   รอนสาวเชือกขึ้นมาไว้ในรถ  และรถยนต์ก็ถอยหลังกลับมาที่หน้าต่างอีกครั้ง

                “รอน  เราต้องเอาสัมมภาระของแฮร์รี่ไปด้วย”  เฟริน่ารีบพูด

                “เออ  จริงด้วย  ไหนล่ะของของนาย”  รอนถาม  มองเข้าไปในห้อง

                “ใส่กุญแจไว้ในห้องใต้บันได  แล้วฉันก็ออกจากห้องนี้ไปไม่ได้  --

         “บ้าจริง!  นี่เขาทำแบบนั้นกับนายจริงๆหรอเนี่ย”   เฟริน่ารู้สึกโกรธ  เธอนึกอยากจะโทรแจ้งสังคมสงเคราะห์ขึ้นมาเสียจริงๆ   ถึงจะรู้ว่ามันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว  แต่เอาเข้าจริงๆ  เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม  

เฟร็ดกับจอร์จปีนเข้าไปในห้องของแฮร์รี่   จอร์จสะเดาะกุญแจ  แล้วร่างของฝาแฝดวีสลีย์ก็หายเข้าไปในทางเดินมืดๆ  โดยมีแฮร์รี่กระซิบเตือนเสียงลั่นของบันไดขั้นสุดท้าย  เด็กชายผมยุ่งกวาดของทุกอย่างส่งให้รอน  และรอนส่งให้เธอ   จากนั้นเขาก็รีบไปช่วยฝาแฝดวีสลีย์หิ้วหีบ  แฮร์รี่กับจอร์จพยายามดันหีบออกมานอกหน้าต่าง  มีเฟร็ดปีนกลับเข้ามาในรถช่วยรอนกับเฟรีน่าดึงหีบเข้ามาในรถยนต์   เด็กๆพยายามช่วยกันจัดการกับหีบใบนั้นให้เงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้  และเมื่อหีบทั้งใบเข้ามาอยู่ในเบาะหลังรถแล้ว

“แฮร์รี่อย่าลืมเฮ็ดวิก”  เฟริน่ารีบพูดก่อนที่เขาจะปีนข้ามมา  เพราะเธอไม่อยากให้พวกเดอร์สลีย์ตื่นขึ้นมาเห็นเธอ

“จริงด้วย  ฉันเกือบลืมไปแน่ะ”  แฮร์รี่เดินข้ามห้องไปคว้ากรงนกฮูกมา  เขาส่งให้รอน  เฟริน่ารับกรงเฮ็ดวิกมาวางไว้บนตัก  จากนั้นแฮร์รี่ก็ปีนเข้ามาในรถยนต์  ไม่มีเดอร์สลีย์สักคนที่จะได้ยินเสียงและตื่นขึ้นมาขัดขวางการหลบหนีอันบ้าบิ่นนี่ 

“งั้นไปกันเลย”   เฟร็ดพูดยิ้มกว้าง   เขาขับรถลอยขึ้นสูงไปหาดวงจันทร์บนท้องฟ้า   เฟริน่าบอกให้รอนช่วยเปิดกรงนกฮูกที่ถูกล๊อกไว้ออก  เฮ็ดวิกร้องอย่างดีใจ  มันกระพือปีกขาวบริสุทธิ์และโผบินออกไปจากรถทันทีที่ประตูกรงเปิดออก   และบินร่อนอยู่ข้างหน้าต่าง

“มันคงดีใจที่ได้กางปีกอีกครั้ง  มันแทบไม่ได้ทำอย่างนั้นมาสักชาตินึงแล้ว   พวกเดอร์สลีย์สั่งไม่ให้ฉันปล่อยมันออกไป”  แฮร์รี่พูด   เขามองไปที่นกฮูกของตัวเองที่ร่อนไปมาในอากาศ  ดูท่ามันจะมีความสุขมาก 

แล้วแฮรรี่ก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดรวมถึงเอลฟ์ประจำบ้านที่ชื่อว่าด๊อบบี้  ทุกคนบนรถเริ่มถกเถียงกันว่ามันแปลกพิกล  และบางทีเอลฟ์ประจำบ้านอาจถูกใครส่งมาแกล้งเพื่อไม่ให้แฮร์รี่กลับไปที่ฮอกวอตส์   แฮร์รี่กับรอนสันนิษฐานว่าเป็นเดรโก  มัลฟอย  ฝาแฝดวีสลีย์ยังเล่าอีกด้วยว่าตระกูลมัลเคยสนับสนุนโวลเดอมอร์มาก่อน   และเฟร็ดยังบอกอีกว่าพ่อมดที่จะมีเอลฟ์ประจำบ้านได้ต้องเป็นตระกูลที่เก่าแก่และร่ำรวย   ระหว่างที่ฟังเด็กชายทั้งสี่ถกเถียงกันเฟริน่าก็แอบไขว้นิ้วตัวเองตลอดเวลา  และร่วมแสดงความคิดไปกับพวกเขาด้วย

“ยังไงฉันก็ดีใจที่ไปรับเอาตัวนายมาได้ล่ะ   โชคดีที่เฟริน่าอยู่ที่บ้านฉัน  เรา  --  ”  รอนเอ่ยขึ้น

“บ้านนาย!”  แฮร์รี่มองหน้ารอนและมองเธอสลับไปมา

“อ้อ  นายก็รู้ว่ารอนก็ชวนฉันไปที่บ้านช่วงหน้าร้อน  ฉันไปพักที่นั่นก่อนนายสามสี่วันเอง  แล้วพอพ่อของรอนบอกว่านายได้รับจดหมายเตือน  รอนก็คิดแผนที่จะมาดูว่านายเป็นอะไรหรือเปล่า”  เฟริน่าตอบ

“ฉันจำได้ว่าเฟริน่ารู้ว่านายอยู่ที่ไหน   ฉันเลยขอให้เธอช่วยบอกอีกที  แบบว่าเผื่อไว้ก่อนไง  จะได้ไม่หลงทางเสียเวลา”  รอนพูดบ้าง

“นั่นแหละ  แล้วรอนก็มาบอกเราสองคน”   เฟร็ดบอก

“เราก็เลยวางแผนเอารถของพ่อออกมาขับ”  จอร์จเสริม

                จากนั้นรอนก็เริ่มเล่าว่า  เขาคิดว่าที่ไม่ได้รับจดหมายจากแฮร์รี่เป็นความผิดของแอรัลนกฮูกบ้านของเขา  และเพอร์ซี่ไม่ยอมให้ยืมนกฮูกของเขาที่ชื่อเฮอร์มีส  แล้วจอร์จก็เริ่มบ่นว่าพี่ชายพรีเฟ็คเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องและส่งจดหมายเยอะแยะ  รวมทั้งรอนเล่าว่าพ่อของเขาทำงานที่กระทรวงเวทมนต์  กองการใช้สิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ลในทางที่ผิด  และพ่อของเขาคลั่งไคล้ของทุกอย่างที่เกี่ยวกับมักเกิ้ล  ในโรงเก็บของที่บ้านจึงเต็มไปด้วยของใช้ของมักเกิ้ล  

เฟริน่ามองออกไปนอกหน้าต่างรถระหว่างที่พวกเขาคุยกัน  และเริ่มนึกเสียวสันหลังว่านางวีสลีย์จะรู้สึกยังไง  ถ้าเห็นว่าเธอร่วมขบวนการเอารถออกไปขับตอนกลางคืน  เธอพยายามนึกหาข้อแก้ตัวดีๆ  แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่าง  เฟร็ดค่อยๆลดระดับความสูงของรถ   จึงทำให้ทิวทัศน์เบื้องล่างเห็นชัดขึ้น  ทุ่งนาสีคล้ำๆและต้นไม้ขึ้นเบียดแน่นเป็นหมู่  และรถก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย  เมื่อมันถึงพื้น   และเฟร็ดนำรถเข้าไปจอดข้างๆโรงรถที่โย้เย้จวนจะพังเหมือนเดิม

“เราตายแน่ๆ”  เฟริน่าพึมพำ  เธอเห็นจากไกลๆแล้วว่านางวีสลีย์เห็นพวกเธอ  ส่วนเด็กผู้ชายทั้งสี่ก็กำลังคิดหาคำแก้ตัวโดยที่ไม่รู้ว่าถูกจับได้แล้ว 

“เอาล่ะ  เราขึ้นไปข้างบนอย่างเงียบกริบเลยนะ”  เธอได้ยินเสียงเฟร็ดบอก  “แล้วคอยจนแม่เรียกเรามากินอาหารเช้า  รอน  นายต้องเดินลงบันไดมาบอกแม่ว่า  .แม่ฮะ  ดูซิใครมาเมื่อคืน     แม่ก็จะดีใจมากเลยที่เห็นแฮร์รี่  แล้วไม่มีทางที่ใครจะรู้ว่าเราเอารถ  --

“โอ๊ย!  พวกนาย  ไม่ทันแล้ว  ดูนั่น!”  เฟริน่าไม่อาจทนฟังเฟร็ดพูดจนจบประโยคได้อีกต่อไป  เมื่อเธอเห็นสีหน้าของนางวีสลีย์ที่เดินฉับๆตัดสวนมาอย่างไว  ใบหน้าที่ใจดีดูโกรธเกรี้ยวมากราวกับจะจับพวกเขากินเสียอย่างนั้น   เสียงเด็กผู้ชายสี่คนข้างหลังเงียบสนิท  เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าพวกเขาต้องหน้าซีดจนเป็นสีเขียวคล้ำทุกคน  รวมทั้งเธอในตอนนี้ด้วย

“ฮ้า!”  เฟร็ดร้องขึ้นในที่สุด

“ตายแน่”  จอร์จบอก

“ใช่  ตายแน่!”  เธอเสริมอย่างเห็นด้วย  เมื่อคิดข้อแก้ตัวไม่ออกสักนิด

แล้วนางวีสลีย์ก็เดินมาหยุดตรงหน้าเด็กๆที่มีชนักติดหลัง  มือเท้าสะเอว  จ้องดูใบหน้าทุกคนที่ก้มหน้าสีหน้าบ่งบอกว่ารู้ตัวว่าเพิ่งทำผิด   เฟริน่ารู้สึกไม่สบายใจที่ทำตัวเป็นแขกที่ไม่ดี   ทั้งๆที่นางวีสลีย์ดีกับเธอมาก   

“ว่าไง”  เธอเอ่ยเสียงเขียว  จ้องหน้าเด็กๆที่ยืนเรียงกัน

“อรุณสวัสดิ์ฮะแม่”  จอร์ตอบด้วยเสียงสดใสพยายามเอาชนะใจคนฟัง

“พวกเธอรู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงมากแค่ไหน”  นางวีสลีย์พูดกระซิบแต่ฟังแล้วน่ากลัว   เด็กๆทุกคนก้มหน้านิ่งเตรียมรอระเบิดชุดใหญ่ที่กำลังจะลงในอีกไม่ช้า  เฟริน่าเองก็หลบสายตา  เธอบีบมือไปมาจนแดงด้วยความรู้สึกผิดอย่างจับใจ

“ขอโทษฮะแม่  แต่แม่ฮะ  เราต้อง  --

“เหลือแต่เตียงว่างเปล่า!  ไม่มีโน้ตทิ้งไว้!  รถยนต์หายไป...  อาจไปชนอะไรก็ได้...  แม่เป็นห่วงแทบบ้า...  พวกเธอสนใจบ้างหรือเปล่า...   ไม่เคยเล้ยในชีวิต...  แล้วเธอเฟริน่า”   หลังจากที่นางวีสลีย์แจกลูกระเบิดให้กับเด็กชายผมแดงทั้งสาม  หล่อนก็หันมามองเด็กหญิงคนเดียวในกลุ่ม   “จินนี่ตกใจมาก 

“แม่ฮะ  ผมบังคับเธอเองฮะ”  รอนรีบโพล่งออกไป   เด็กชายผมแดงใช้ศอกกระทุ้งสีข้างจอร์จที่ยืนติดกัน   เด็กหญิงมองใบหน้าด้านข้างของรอนอย่างตื่นๆ  เขาเองก็ดูหวาดกลัวแม่ของเขาอยู่เหมือนกัน  เฟริน่ารู้ว่ารอนคงไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อน  เธอกำลังจะอ้าปากพูด   แต่เด็กชายผมแดงแอบเตะเท้าเธอตอนที่สายตาอันดุร้ายของนางวีสลีย์เลื่อนไปยังจอร์จที่เริ่มพูดขึ้นมาบ้าง

“ใช่ฮะ  พวกเราบังคับเธอเอง”  จอร์จยืนยัน

“เพราะเราไม่รู้ว่าบ้านของ  --“  เฟร็ดไม่สามารถพูดจนจบประโยค

“นี่มันเป็นการกระทำที่แย่มาก...  พวกเธอกล้าดียังไงถึงได้ไปบังคับเฟริน่า...   ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาจากการกระทำโง่ๆนี่...   พวกเธอคอยจนพ่อกลับมาบ้านก็แล้วกัน  เราไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้กับบิล  ชาลี  หรือเพอร์ซี่เลย...”

“เพอร์ซี่ผู้สมบูรณ์แบบ”  เฟร็ดพึมพำ

เธอก็ควรทำตามอย่างเพอร์ซี่บ้างสิ!”  นางวีสลีย์ตะโกนจนเฟริน่าสะดุ้งด้วยความตกใจ  หล่อนใช้นิ้วจิ้มอกเฟร็ด  “พวกเธออาจไปตาย  อาจมีคนเห็น  อาจทำให้พ่อต้องถูกออกจากงาน   แล้วอาจทำให้เฟริน่าได้รับอันตรายไปกับพวกเธอด้วย  --     เฟริน่าทนยืนฟังนางวีสลีย์บ่นว่าเด็กชายทั้งสามจนขาแข็งไปหมด   เธอไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าหล่อนจะใจเย็นลงและปล่อยพวกเธอที่เริ่มง่วงจนตาแทบปิดกลับขึ้นเตียงสักที    แต่หลังจากที่ผ่านไปร่วมชั่วโมงและเสียงของนางวีสลีย์เริ่มแหบ  ในที่สุดการอบรมอันแสนน่ากลัวและยาวนานก็สิ้นสุดลง  เมื่อหล่อนหันไปหาแฮร์รี่ที่ยืนแอบอยู่ด้านหลัง 

“ฉันดีใจที่ได้เจอเธอ  แฮร์รี่ที่รัก”  นางวีสลีย์บอก  “และเฟริน่า  ฉันต้องขอโทษแทนเจ้าพวกเด็กไร้ความรับผิดชอบนี่ด้วย”   เฟริน่าไม่กล้ารับคำขอโทษจากหล่อนเลย   “เข้ามาข้างในสิ  มากินอาหารเช้ากัน”   แล้วหล่อนก็เดินนำหน้ากลับเข้าบ้าน   แฮร์รี่และเฟริน่าชำเลืองไปยังเด็กชายทั้งสาม  รอนส่งสายตาให้กำลังใจทั้งคู่  ในขณะที่ฝาแฝดวีสลีย์พยักหน้า   จากนั้นแฮร์รี่และเฟริน่าจึงเดินตามนางวีสลีย์กลับเข้าบ้าน



___________________________________

เอาเล่มสองตอนแรกมาส่งแล้วค่ะ   ยังไม่ค่อยมีฉากฟินเท่าไหร่  เรายังคงเดินตามทามไลน์กันต่อไป  เพียงแต่สลับเหตุการณ์กับแฮร์รี่  ตอนต่อไปยังไม่ได้เริ่มเลยค่ะ  เล่มสองยังอ่านไม่จบ  พยายามอยู่  พอดีช่วงนี้ใกล้สิ้นปี  ไรท์ต้องรีบปั่นงานค้างให้เสร็จ  ไม่งั้นไรท์แย่แน่นอน  

ดังนั้น  งดลงฟิคอาจจะสองวันนะคะ  ฮืออออ   โดนทวงงานแล้วล่ะค่ะ   แย่แน่เลยยย   เอาตอนแรกไปอ่านก่อนน้าาาา   

ปล.  จดหมายสเนปร้ายกาจจริงๆ  หนูเฟอุตส่าห์เขียนไปตั้งสองฟุต  สเนปตอบมาคำสั้นๆแต่แสนสาหัสจริงๆ   5555  ทำไมเป็นคนแบบนี้ล่ะนั่น!   วิธีแสดงความเป็นห่วงเป็นไงค่อนข้างโหดร้ายนะ

_WUYUQING       นั่นไง  สงสัยตอนจบของฟิค  ไรท์คงได้ทำบาปแหงๆๆ   แงงงง  เรือครัมคงไม่สามารถมีแพได้แล้วล่ะค่ะ   เพราะไรท์ตั้งใจไว้แล้วว่าให้เขาชอบเฮอร์ไมโอนี่แน่นอน  อยากให้เฮอร์ไมโอนี่มีผู้ชายมารุมจีบนะ  คงสนุกไม่ใช่น้อย  555   ที่บอกไว้ก่อน  เพราะไรท์ไม่อยากให้ความหวังใครไง  อย่าว่าไรท์เลยนะ  แฮะๆๆ   ขอบคุณที่มองเห็นถึงความพยายามของไรท์ค่ะ  ดีใจจังเลย  ไม่มีอะไรที่ไรเตอร์จะมีความสุขเท่ากับได้รับคำชมแบบนี้แล้วล่ะ  ฮือออ   ขอบคุณที่คอยเม้นและให้กำลังใจนะคะ  ส่วเรื่องมาตรการป้องกันคืออะไร  มันจะเป็นยังไง  ใกล้จะได้รู้เข้าไปทุกทีแล้วล่ะค่ะ  อิอิ

บันทึกลับของจินนี่  เรือลำนี้ช่างมีผู้โดยสารท่านนี้เหนียวแน่นมากจริงๆ  อยากจะบอกว่าระดับความมีบทของเซดริกและความหล่อจะค่อยๆไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ  อิอิ   แล้วเรื่องบทครัมกับเฮอร์ไมโอนี่เนี่ย  อย่าลืมสิว่าหนูเฟเป็นเพื่อนสนิทกับเธอ  รับรองเราจะได้เห็นฉากในห้องสมุดที่ครัมเฝ้าแอบมองและติดตามเฮอร์ไมโอนี่แน่นอนนน  5555

Rairii  คุณชายขี้ซึนจริงๆ  ซึนจนทำให้หนูเฟต้องปวดหัว  5555

CholaratMooisri   แงงงง   สละเรือครัมด่วนค่ะ  เรือลำนี้แล่นอยู่เหนือน่านน้ำมหาสุทรที่ชื่อว่าเฮอร์ไมโอนี่ค่ะ   ขอบคุณที่ติดตามค่าาา

อายามิ  โนะ  นาเดชิโกะ    ไรท์ก็กลัวๆอยู่ว่าตัวละครตัวเองจะกลายเป็นแมรี่ซูอยู่เหมือนกัน   ขอบคุณที่ชอบภาษาและการบรรยายค่ะ  จะพยายามทุ่มเทและรักษาสำนวนภาษาแบบนี้ไปเรื่อยๆต่อไปแน่นอน  เรื่องครัมกับเฮอร์ไมโอนี่จะคบกันหรือเปล่า  อะแฮ่มมม  ต้องรออ่านค่ะ

conanjung13   เราจะตอบว่ายังไงดีล่ะ  เอาเป็นว่ารออ่านดีกว่าค่ะ  เดี๋ยวไม่กี่ตอนก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร  555  แต่ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องหนักๆค่ะ  ออกจะตลกมากกว่าด้วยซ้ำ

iemmei25   ขอบคุณมากๆๆที่ชอบนะคะ   เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นจากเดิมค่ะ  เพราะหนูเฟรับปากตกลงแล้วนี่นา  อย่าต่อเรือครัมเลยค่ะ  เขาไปแล่นอยู่ท่ามกลางผืนน้ำของเด็กหญิงผมฟููนู่นแน่ะ

没有   ฟิคสนุกๆหรอคะ  เดี๋ยวต้องหาก่อนน้า  มันอยู่ในมือถืออีกเครื่อง  ตอนนี้เอาไปส่งซ่อมอยู่ค่ะ  ยังไม่ได้เครื่องคืนเลย  แง่ววว

CS_Rabbit   เดี๋ยวเขาจะละมุนขึ้นเรื่อยๆ  อิอิ

Rilamiru   หั่นเป็นสองท่อนเลย  โอ้ววว   เรือรวมมิตรยังพอมีที่ให้ผู้โดยสารอีกท่านขึ้นไปเบียดหรือเปล่าคะเนี่ย

foreverone   เรือหนูเดรยังไม่แตกค่าาาา  ออกจะแข็งแรงทนทานปะทะเรือหนูรี่แน่นอน   โอ้ววว

11563719  เรือจอมมารวัยสิบหกควรสละด่วนเลยค่าาา  เพราะไม่มีแน่นอนค่ะ  ขอโทษน้าาา   รีบหาเรือสำรองค่ะ  ยังมีที่ว่างอีกเยอะเลย  อิอิ

lnlning    เข้าใจค่ะ  5555  เลือกค่อนข้างยาก  โอ๊ะ  โอ  รีเควสรักแบบครอบครัว  อ่าาาา   ไรท์วางพล็อตเรื่องมาไกลจนถึงเล่มห้าแล้วล่ะค่ะ  มีการจัดสรรบทบาทของแต่ละคนทุกตัวไว้เรียบร้อยแล้ว  จะมีผู้โดยสารที่สมหวัง  และผิดหวังกันไปอย่างแน่นอน

panitin    ขอตอบเรื่องบทอันนาตรงนี้นะคะ  อันนาบทมาไกลได้สุดแค่ตอนผลักหนูเฟค่ะ  ไม่สามารถมาไกลกว่านี้ได้  สำหรับเวทมนต์โบราณนั่น  ดีใจจังที่มีคนสังเกตและสนใจ  ตรงนี้ยังเป็นปริศนาที่ต้องไขกันต่อไปค่ะ  แต่ใครใช้กับเฟริน่าหรือเฟริน่าใช้เอง  แล้วมันหายไปไหน  ไรท์ยังไม่สามารถเปิดเผยได้น้าาา  แต่เดี๋ยวมีเฉลยแน่นอน  ต้องรอให้เนื้อเรื่องเดินไปไกลกว่านี้สักหน่อย  แต่ปมต่างๆจะค่อยๆเผยออกมาเองว่าเวทมนต์โบราณนั่นคืออะไร  

น้ำส้มจันทรา  หนูรอนเป็นได้แค่เพื่อนจริงๆค่ะ  เป็นเพื่อนแบบที่ร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน  555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2246 Lisamavan (@Lisamavan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:28
    พึ่งมาอ่านวันนี้ค่ะ อ่านได้แค่นี้ สนุกมากๆเลย ไปนอนล่ะ พรุ่งนี้มาอ่านใหม่ ฝันดีค่ะไรท์
    #2246
    1
    • #2246-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 17)
      9 เมษายน 2562 / 13:36
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เอ๊ะ! หรือหลวมตัวเข้ามา 555555
      #2246-1
  2. #159 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 13:22
    รอนเอ้ย นายคิดให้ดีๆนะ ถ้านายจะชอบเฟอ่ะ คู่แข่งเยอะนะ 5555
    #159
    0
  3. #158 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 11:15
    โหยไม่เป็นไรเลยค่ะ ครัมนี่มีหรือไม่มีเรือเราไม่ซี แบ่งให้หนูเฮอร์เขาบ้างก็ดีเหมือนกัน หนูเฟจะเก็บหมดไม่ด้าย555555
    แงงงง ไรท์จะล่มเรือจริงๆหรอ เรายังยืนยันคำเดิมว่าอยากให้จบหลายๆแบบนะคะ ไหนๆในเนื้อหาก็ฟินกับทุกคนเฉลี่ยๆกันอยู่แล้ว ต่างกันแค่ตอนจบก็โอเคนาาา
    แบบนี้จะได้ไม่มีเรือไหนต้องล่มไงงงง555555
    สู้ๆงับบบ
    #158
    0
  4. #156 Aiko cg (@0897122652) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 10:43
    เกาะเรือเท้าปุยอย่างเหนืยวแน่นและมั่นคง
    #156
    0
  5. #155 funny bird (@kam20180) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 08:50
    #ทีมล่มเรือสเนป
    #155
    0
  6. #154 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:34
    สนุกจริงจังมาก อ่านไปยิ้มไป หายปวดหัวจากงานเยย ขอบคุณไรต์มากน้าา นี่ชอบคู่ครัมกะเฮอร์อยู่เหมือนกัน มันกะจะฟินหน่อยๆ รอน้าาาา อิอิ
    #154
    0
  7. #153 Gummy2020 (@xxxx-xxxxx-x) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 23:11
    สนุกมากค่ะ ต่อเร็วๆนะคะ
    #153
    0
  8. #152 burun2 (@burun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:59
    จอมมารลูกค่าตัวแพงงงงงงงงง
    #152
    0
  9. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:54
    แอบจินตนาการป๋าเนปอ่านจดหมายยาว2ฟุต แล้วเขียนตอบมาแค่คำสั้นๆบรรทัดเดียว. โอ๋ โหดร้ายยยย. ( ไม่ได้แอบกลั้นเสียงหัวเราะไว้เลยจริงจริงน่ะ. ............... ฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ )
    #151
    0
  10. #149 CholaratMooisri (@CholaratMooisri) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:30
    โอเคค่ะ รอนะคะ ปล.ป๋าเนปมาไม่ถึงบรรทัดก็เอาใจเราไปแล้ว ชอบในความร้ายกาจของป๋าา แงงงอย่าให้ป๋าตายนะคะะะ
    #149
    0
  11. #148 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:20
    ป๋าแกเสมอต้นเสมอปลายดีจิงๆคะ เลือกไม่ได้จิงๆว่าจะโดดไปเรือลำไหนดี
    #148
    0
  12. #147 iemmei25 (@iemmei25) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:56
    อัพเร็วมากแล้วก็สนุกมากด้วยค่ะ รอตอนต่อไปนะค้า ตอนนี้ก็ยังชอบเซดริกมากค่ะ จะเกาะเรือนี้ตลอดปายย รึเปล่านะอิอิ
    #147
    0
  13. #145 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:39
    คงต้องตัดใจจากเรือรอนแล้วล่ะ ไม่เป็นไปเรือป๋าซีกับป๋าเนปก้อได้ถึงจะแอบเชียร์หนูรี่อยู่ก้อเถอะ ปล.จดหมายป๋าเนปร้ายกาจมาก
    #145
    0