[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 20 : PART 2 of HP --- Occlumency

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    9 ม.ค. 61

               

Occlumency


               “เฟริน่า   เฟริน่า”  เสียงเนวิลล์ดังขึ้น  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างค่อยๆลืมตา   เธอหันมองเพื่อนร่วมบ้านสองคน

                “เราใกล้จะถึงฮอกวอตส์ในอีกสิบนาทีนี้แล้ว”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  ตอนนี้เด็กหญิงผมฟูอยู่ในชุดเครื่องแบบของโรงเรียนแล้ว  เฟริน่าบิดขี้เกียจ  ก่อนจะคลำมือเข้าไปในเสื้อคลุม  และเมื่อเธอไม่พบสิ่งที่ตามหา  เด็กหญิงก็รีบกวาดตามองไปรอบๆอย่างตกใจ 

                “หาอะไรอยู่”  เด็กชายหน้ากลมถาม

                “หาหนังสือน่ะ  โอ๊ย  ถ้าหายไปลาเวนเดอร์ต้องฆ่าฉันแน่ๆเลย”  เฟริน่าพูดอย่างร้อนรน  เธอเริ่มก้มลงไปหาใต้ที่นั่ง  เฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามขมวดคิ้ว  พร้อมกับพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

                “อย่าบอกนะที่เธอไปห้องน้ำมา  เพราะเธอไปยืมหนังสือเล่มนั้นจากลาเวนเดอร์มาน่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่ถามเสียงเขียว  เฟริน่าที่ยังพยายามก้มๆเงยๆมองหาหนังสือสีหวานตอบโดยไม่เงยหน้า

                “ฉันเปล่านะ  ฉันถูกลาเวนเดอร์เจอตัว  แล้วเธอก็ยัดหนังสือใส่มือฉันทันที  แล้วฉันก็จำได้ว่าฉันซ่อนมันไว้ในเสื้อคลุมนะ  แต่พอตื่นมาอีกทีมันก็หายไปแล้ว”  เฟริน่าบ่น  เนวิลล์ที่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกเวลาของหายดีก็กำลังช่วยเธอหา

                “หนังสือมันหน้าตาเป็นยังไงล่ะ”  เนวิลล์ถาม  เขาดึงเบาะรองนั่งขึ้นมา  และก้มลงไปหาใต้ที่นั่งอีกหน

                “มันเป็นหนังสือนิยายสีชมพู  มีตัวหนังสือสีทอง   เนวิลล์  นายต้องอย่าบอกใครเรื่องนี้นะ  ถ้าลาเวนเดอร์รู้เข้า  ฉันต้องตายแน่ๆเลย”  เด็กหญิงหันไปกำชับกับเพื่อนร่วมบ้าน  เนวิลล์พยักหน้าด้วยท่าทางขึงขัง 

                “รู้มั้ย  เธอควรดีใจนะที่มันหายไปน่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่บ่น  แต่ก็ยังช่วยหาหนังสือเล่มนั้น  

                “ฉันจะดีใจต่อเมื่อฉันไม่ใช่คนที่ทำมันหายนะ  เฮอร์ไมโอนี่”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพูดอย่างหัวเสีย  เด็กๆทั้งสามคนพยายามช่วยกันหาจนกระทั่งรถไฟมาถึงฮอกวอตส์  

                “ฉันว่าเธอลืมมันไว้ที่ห้องน้ำหรือเปล่า”  เนวิลล์ถาม  ตอนนี้ทั้งหมดเดินลงจากรถไฟไปยังทางเดิน 

                เฟริน่าส่ายหน้า  “ฉันยังไม่ทันได้เข้าห้องน้ำเลย  พอลาเวนเดอร์ยัดหนังสือมาให้ฉัน  ฉันก็รีบซ่อนในเสื้อคลุมกลับมาที่ตู้  แล้วก็เผลอหลับไป”   เธอเริ่มกัดเล็บอย่างกังวล  ตอนนี้พวกเขาเดินมาจนถึงรถลากที่เธสตรอลลากแล้ว   เฟริน่าไม่มีเวลามาชื่นชนรถลากที่มองดูเหมือนลากไปด้วยตัวเอง  

                “เดี๋ยวก็เจอ  เฟริน่า  บางทีเธออาจเก็บมันลงหีบไปแล้วก็ได้”  เนวิลล์พยายามปลอบใจเธอ  เด็กๆทั้งสามก้าวขึ้นรถลากคันหนึ่ง  บนนั้นมีเด็กชายจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่มีผมหยิกๆนั่งอยู่   “หวัดดี  พวกเราขอนั่งด้วยคนนะ” 

                “ได้สิ”  เด็กชายคนนั้นบอก  “ผมจำพวกคุณได้  คุณคือเฮอร์ไมโอนี่  เกรนเจอร์  ผู้เป็นที่หนึ่งทุกวิชา”  คำพูดของเขาทำให้เด็กหญิงผมฟูหน้าเป็นสีชมพูด้วยความปลาบปลื้ม  แล้วเด็กชายคนนั้นก็เลื่อนสายตามามองเฟริน่า  “ส่วนคุณคือ  เฟริน่า  โพสันที่เป็นเพื่อนสนิทของแฮร์รี่และคุณ -- “  เมื่อเขามองหน้าเนวิลล์  เขาก็หยุดเงียบไป

                “ฉันเนวิลล์  ลองบัตท่อม”  เนวิลล์บอก  “แล้วนายคือใครล่ะ”

                “ผมชื่อ  จัสติน  ฟินซ์-เฟล็ทขลีย์”  เขาแนะนำตัว

                “หวัดดี   ฉันไม่นึกมาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกรู้จักในฐานะเพื่อนสนิทของแฮร์รี่”  เฟริน่าพูด  เด็กหญิงอดประหลาดใจไม่ได้  ตอนแรกเธอไม่นึกว่าจะมีใครรู้จักเธอเสียอีก   จัสตินหัวเราะ  ก่อนจะเริ่มตั้งคำถาม

                “แล้วแฮร์รี่  พอตเตอร์ล่ะ  ผมยังไม่เห็นเขาเลย  และรอน  วีสลีย์เพื่อนของเขาอีกคน”  

                “นั่นสิ  ฉันเดินหาพวกเขาทุกตู้แล้ว  แต่ไม่เจอเลย”  เฮอร์ไมโอนี่พูด   “เธอไม่เห็นตอนสองคนนั้นขึ้นรถไฟใช่มั้ย  เฟริน่า” 

                “ฉันไม่เห็น  ฉันมาพร้อมกับจินนี่น่ะ”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างตอบ 

                “หวังว่าพวกเขาคงไม่ตกรถไฟนะ”  จัสตินพูดอย่างเห็นใจ

                “ฉันว่าไม่หรอก  ถ้าตกรถไฟจริงๆ  สองคนนั้นต้องแย่แน่ๆ”  เนวิลล์พูดอย่างกังวล

                “เดี๋ยวเราก็เจอพวกเขาเองแหละ  บางทีอาจจะในห้องโถงใหญ่ก็ได้”  เฟริน่าเริ่มคิดว่า บางทีถ้าสองคนนั้นมาถึง  เธอจะรีบลากให้พวกเขาเข้ามานั่งที่ห้องโถง  เธอไม่ได้ต้องการช่วยให้พวกเขาไม่ต้องถูกกักบริเวณ  พวกเขาต้องกักบริเวณอยู่แล้วเมื่อข่าวเรื่องรถเหาะได้นั่นถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์   แต่เธอไม่อยากให้เด็กชายทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับเซเวอร์รัส  เธอไม่อยากให้แฮร์รี่ต้องเกลียดอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินเลย    และเมื่อรถลากมาถึงปราสาทฮอกวอตส์  เด็กทั้งสี่ก็ลงจากรถลาก 

                “แล้วเจอกันในชั่วโมงวิชาใดวิชาหนึ่ง”   จัสตินโบกมือลาเด็กทั้งสาม  เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงห้องโถงใหญ่แล้ว  เด็กทั้งสามก็เดินมานั่งที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ 

                “ฉันยังไม่เห็นแฮร์รี่กับรอนเลย”  เฮอร์ไมโอนี่พยายามมองหา

                “นั่นสิ  ฉันก็ไม่เห็น”  เนวิลล์บอก

                “เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำก่อนนะ  ตอนอยู่บนรถไฟยังไม่ได้เข้าเลย”  เฟริน่าบอกกับเพื่อนทั้งสอง

                “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย”  เด็กหญิงผมฟูถาม

                “ไม่ต้องหรอก  เดี๋ยวฉันก็มา”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างบอก 

เฟริน่ารีบเดินออกจากห้องโถง  และทันเห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินเข้าไปยังห้องที่พวกเด็กปีหนึ่งรออยู่   และเมื่อพ้นจากสายตาเด็กนักเรียนในห้องโถงแล้ว   เธอก็รีบวิ่งอย่างเร็วจี๋ตรงไปยังประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ด้านหน้า  เธอดึงประตูให้เปิดออก  มีเสียงฟาดหนักๆดังสนั่นที่ข้างนอก  เฟริน่าพนันได้ว่านั่นต้องเป็นเสียงต้นวิลโลว์จอมหวดแน่นอน  เด็กหญิงวิ่งออกไปที่สนาม  ตรงไปยังต้นวิลโลว์จอมหวด  และที่นั่น  เธอเห็นรถฟอร์ดแองเกลียที่สภาพยับเยิน  แล้วประตูรถก็เปิดอ้าออก  พร้อมๆกับที่ร่างของแฮร์รี่และรอนเด้งออกมาจากรถ  ตามมาด้วยหีบและกรงเฮ็ดวิกที่ถูกดีดออกมาจากกระโปรงหลัง   เจ้านกฮูกสีขาวร้องอย่างโกรธจัด  และบินออกจากกรงทันทีที่ประตูกรงเปิดอ้า   แล้วรถที่มีควันไอน้ำขึ้นโขมงก็แล่นหายไปในความมืด

                “แฮร์รี่!  รอน!”  เด็กหญิงรีบวิ่งไปหาทั้งสอง

                “เฟริน่า  เธอรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่  เธอต้องไม่เชื่อแน่ว่าเจ้าต้นไม้นั่นพยายามฆ่าเรา”  รอนรีบบอก  เด็กชายผมแดงชี้ไปที่ต้นวิลโลว์จอมหวดที่โบกสะบัดกิ่งก้านยักษ์ไปมาอย่างเกรี้ยวกราด 

                “พวกนายรีบเข้าไปในปราสาทเถอะ  เร็วเข้า!”   เธอพูด  จากนั้นเด็กชายทั้งสองที่ร่างกายฟกช้ำก็ลากหีบตามเธอเข้าไปยังประตูโอ๊กบานใหญ่ด้านหน้า  

                “เฟริน่า  ฉันว่างานเลี้ยงรับเปิดเทอมคงเริ่มแล้วล่ะ”  รอนบอกอย่างหมดแรง  เขาทิ้งหีบไว้ที่เชิงบันไดหน้า  แล้วเดินไปตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สว่างไสว  “ดูสิ  --  แฮร์รี่  เฟริน่า  --  “

                “รอน  อย่าเพิ่งดูน่า  พวกนายต้องรีบเอาหีบไปเก็บก่อน  เชื่อฉันสิ  ถ้าพวกนายไม่อยากเดือดร้อนน่ะ”  เฟริน่ามองไปรอบๆ  และหวังว่าเซเวอร์รัสคงยังจะไม่มาปรากฏตัวในตอนนี้

                “แต่ฉันอยากดูจินนี่ก่อน”  รอนว่า  เขาและแฮร์รี่ยังคงยืนมองที่หน้าต่าง  เฟริน่ากลอกตาอย่างหงุดหงิด

                “ถ้าพวกนายไม่อยากเดือดร้อนเพราะใครมาเจอในสภาพนี้  ก็รีบลากหีบไปที่หอกริฟฟินดอร์ได้แล้ว”  เธอดึงแขนแฮร์รี่ออกมา  

                “เดี๋ยวก่อน  --“  แฮร์รี่ซึ่งยังจ้องมองเข้าไปในห้องโถงพูดขึ้น  “มีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งที่โต๊ะอาจารย์...  สเนปอยู่ไหนล่ะ” 

                “ศาสตราจารย์สเนป  แฮร์รี่”  เธอแก้  รู้สึกเสียวสันหลังว่าเซเวอร์รัสคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนี้แล้ว  “โอ๊ย  พวกนายทั้งคู่อยากเดือดร้อนจริงๆใช่มั้ย”

                “ก็ได้ๆ  เธอนี่ยุ่งจริงๆ!”  รอนว่าอย่างหงุดหงิด  เด็กชายผมแดงหันกลับมาลากหีบเดินเคียงคู่ไปกับแฮรรี่  เฟริน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก  “เขาคงป่วยมั้ง!  รอนพูดอย่างมีความหวัง

                “อย่าพูดถึงศาสตราจารย์สเนปลับหลังแบบนี้นะ  รอน”  เฟริน่าปรามเขา  แต่เด็กชายทั้งสองดูจะเกลียดอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินจนไม่ยอมสนใจฟังเธอ

                “เขาอาจลาออกไปแล้ว”  แฮร์รี่บอก  และหัวเราะ  “เพราะเขาพลาดไม่ได้รับเลือกให้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอีกหน!

                “พวกนาย  พอได้มั้ย  เราไม่ควรพูดถึงศาสตราจารย์สเนปลับหลังแบบนี้นะ  ฉันขอร้องล่ะ!”  เฟริน่าพยายามหยุดแฮร์รี่และรอนที่ร่วมกันหัวเราะ  “รีบไปเถอะ  เร็วเข้าสิ  พวกนายเดินช้ากันจริงๆ”

                “เธอเป็นอะไร  ดูรีบร้อนซะยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก”  รอนพูด   “เธอเป็นอะไรกับสเนป  --  หยุด!  ฉันจะเรียกเขาแบบนี้  ไม่ว่าเธอจะพูดแบบไหน  ใครๆก็เกลียดเขายกเว้นเธอ  และฉันคิดว่าที่เขาไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะ  เพราะบางทีเขาอาจถูกไล่ออก!

                “รอน!  หยุดเดี๋ยวนี้นะ”  เธอร้อง

                “หรือบางที”   เสียงเยียบเย็นดังมาจากข้างหลังเด็กทั้งสาม  “เขาอาจจะกำลังคอยฟังว่าทำไมพวกเธอสองคนถึงไม่มากับรถไฟของโรงเรียน  และอีกคนทำไมถึงไม่อยู่ร่วมงานเลี้ยงรับเปิดเทอม”

                เด็กๆทั้งสามรีบหมุนตัวกลับไป  และเฟริน่าเห็นเซเวอร์รัสกำลังยืนยิ้มอยู่  เป็นยิ้มที่ทำให้เธอรับรู้ว่าเธอเดือดร้อนแน่

                “ศาสตราจารย์คะ  คือ  --

                “ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอพูด  คุณโพสัน”  เขาพูดโดยไม่สบตาเธอ  แต่กำลังจ้องมองเด็กชายทั้งสองคนอยู่   “ตามฉันมา”  เขาสั่ง  และเดินไปอีกทาง  ชายผ้าคลุมสีดำสะบัดไล่หลัง  เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสามคนเดินคอตกตามหลังไป  ในใจก็นึกว่าพวกเขากำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว  เฟริน่ารู้ว่าพวกเธอจะไม่ถูกไล่ออก  แต่ต้องถูกกักบริเวณแทน   แฮร์รี่ต้องถูกกักบริเวณกับล็อกฮาร์ต  รอนต้องไปขัดถ้วยรางวัลในห้องรางวัลกับฟิลช์โดยห้ามใช้เวทมนต์  แต่เธอล่ะ...  เฟริน่าคิดไม่ออกเลยว่าดัมเบิลดอร์จะรู้สึกอย่างไรที่เด็กในอุปการะมาวันแรกก็หาเรื่องใส่ตัวให้ถูกกักบริเวณ  ทั้งๆที่เธอมีหน้าที่เพียงจับตาดูจินนี่เท่านั้น   และดูจากท่าทางของเซเวอร์รัสแล้ว  เขาคงไม่ช่วยอะไรเธอแน่ๆ

                เด็กทั้งสามเดินตามอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินไปยังคุกใต้ดินที่ทั้งหนาวและมืด  และเซเวอร์รัสก็เปิดประตูห้องโถงลงไปสู่คุกใต้ดิน  และชี้นิ้วให้เข้าไปในห้องทำงานของเขา  เฟริน่าอดที่จะตัวสั่นเทาไปพร้อมกับเด็กชายทั้งสองไม่ได้

                “เป็นอันว่า”  เขาพูดเสียงนุ่มนวลที่เคลือบยาพิษไว้  “รถไฟไม่ดีพอสำหรับแฮร์รี่  พอตเตอร์ผู้มีชื่อเสียง   และวีสลีย์เพื่อนคู่หูผู้ซื่อสัตย์  เพราะต้องการมาถึงให้เอิกเกริกใช่ไหม  หนุ่มๆ” 

                “ไม่ใช่ครับ  แต่แผงกั้นประตูที่คิงส์ครอสมัน  --

                “เงียบนะ!”  สเนปส่งเสียงเย็นๆ  “แล้วพวกเธอทำอะไรกับรถนั่น”

                “ศาสตราจารย์คะ  คือ  --

                “ฉันบอกให้เงียบ  เธอนี่มันจุ้นจ้านจริงๆ”  เซเวอร์รัสสั่งเสียงเย็นเฉียบ  เฟริน่าก้มหน้านิ่ง  เธอไม่กล้าพูดอะไรอีก  เมื่อเห็นสีหน้าของเขา   แล้วสเนปก็คลี่หนังสือพิมพ์อีฟนิ่งพรอเฟ็ตฉบับวันนี้ออก  “มีคนเห็นพวกเธอ” 

                เฟริน่าชำเลืองมองไปที่แฮร์รี่และรอน  ทั้งคู่มีสีหน้าซีดเผือด  เมื่อเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์

รถฟอร์ดแองเกลียบินได้ทำให้พวกมักเกิ้ลงุนงง”  สเนปจงใจอ่านออกมาดังๆ  “  มักเกิ้ลสองคนในลอนดอนเชื่อว่าพวกเขาเห็นรถเก่าๆคันหนึ่งบินอยู่เหนือหอคอยตึกที่ทำการไปรษณีย์...   เมื่อตอนเที่ยงที่นอร์โฟล์ก  มิสซิสเฮ็ตตี้  เบลิสเห็นขณะตากผ้าอยู่...  และมิสเตอร์แองกัส  ฟลีต  ที่เมืองพีเบิ้ลส์ได้รายงานเรื่องนี้กับตำรวจ...  มีมักเกิ้ลหกหรือเจ็ดคนทั้งหมด  ฉันจำได้ว่าพ่อของเธอทำงานที่กองการใช้สิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ลในทางที่ผิดไม่ใช่หรือ” 

“โธ่  ศาสตราจารย์คะ  เราอย่าพูดเรื่อง  --“ 

“ถ้าเธอพูดอีกหนเดียว  คุณโพสัน  บ้านกริฟฟินดอร์จะถูกหักห้าสิบคะแนน  --  และฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าเธออกไปจากงานเลี้ยงรับเปิดเทอมทำไม  นี่เธอยังไม่รู้อีกหรือว่าตัวเองกำลังเดือดร้อน  ถ้าคิดว่าเธอเพียงแค่ช่วยปกปิดความผิดให้เพื่อนสองคนของเธอให้พ้นผิด  แล้วเธอจะได้รับโทษเบากว่าเพื่อนของเธอล่ะ  ฉันขอยืนยันว่าเธอคิดผิด  และถ้าเธอยังทำตัวไร้มารยาทพูดแทรกฉันอีกเพียงครั้งเดียว   ฉันขอรับรองกับเธอเลยว่า  เธอจะต้องได้รับโทษหนักกว่าสองคนนี้เป็นแน่  คุณโพสัน”

“แต่  --

“กักบริเวณ!”   ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาประกาศเสียงเฉียบขาด  ดวงตาสีดำขลับจ้องมองที่ใบหน้าของเด็กหญิง  จากนั้นเขาก็เหยียดยิ้มชั่วร้ายออกมา  “กักบริเวณเธอตลอดทั้งปี  คุณโพสัน” 

อะไรนะครับ!”  แฮร์รี่ตะโกน  ในขณะที่รอนอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อว่าตัวเองเพิ่งได้ยินอะไร  สเนปปรายตาไปมองเด็กชายหัวแผลเป็น

“เธอคงสะใจแล้วสินะ  พอตเตอร์  ที่สามารถนำความเดือดร้อนมาให้เพื่อนของเธอได้”  อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินพูดอย่างร้ายกาจ  เฟริน่าเห็นแฮร์รี่กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว  ดวงตาสีเขียวใสที่จ้องมองชายจมูกงุ้มเต็มไปด้วยความเกลียดชัง  และเด็กหญิงรู้ว่าสเนปก็รับรู้ได้ถึงความเกลียดชังนั้นเช่นกัน 

“นี่มันไม่ยุติธรรม  คุณจะสั่งกักบริเวณเฟริน่าแบบนี้ไม่ได้นะ!”  แฮร์รี่พูดอย่างโกรธจัด  แต่สเนปกลับส่งยิ้มเยาะอย่างสะใจ  ดวงตาสีดำขลับจับจ้องใบหน้าของเด็กชายหัวแผลเป็นอย่างเกลียดชังเช่นกัน  ในขณะที่รอนอ้าปากและหุบปาก  อ้าปากและหุบปากอย่างอับจนคำพูด

“ช่างเถอะ  แฮร์รี่  ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”  เธอพยายามจับมือแฮร์รี่ไว้  และกระซิบบอกให้เขาใจเย็น  แต่เด็กชายแว่นกลมดูจะโกรธมากจนไม่ฟังอะไร

“ผมจะถามศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ว่า  การกักบริเวณตลอดทั้งปีสามารถทำได้ด้วยหรือครับ”  แฮร์รี่พูดอย่างท้าทาย  แต่สเนปกลับยิ้มกว้าง  เป็นยิ้มที่ชวนขนลุกและมีชัยชนะ  และชายจมูกงุ้มก็พูดต่อไปโดยไม่ละสายตาจากแฮร์รี่

“คุณโพสัน  ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป   เธอจะต้องลงมาที่คุกใต้ดิน  มาที่ห้องทำงานฉันหลังอาหารค่ำอย่าสาย  อย่าขาด  และเธอต้องปฏิบัติตามคำสั่งของฉันตลอดทั้งปี”  คำสั่งอันเฉียบขาดของเซเวอร์รัสทำให้เฟริน่ารู้สึกว่าเธอคงเดือดร้อนเข้าแล้วจริงๆจากการที่เธอเอาแต่พูดแทรก  เพราะคิดว่าเขาคงเมตตาเธอบ้าง  แต่เปล่าเลย 

“ค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอรับคำเบาๆ  แฮร์รี่ตวัดสายตามามองเธอ

“เธอไปรับปากเขาทำไม!”  เขาถาม

“คุณพอตเตอร์  เธอลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเธอเองกับวีสลีย์ยังมีความผิดอยู่”  สเนปเตือนความจำ   เขากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างสะใจที่ทำให้แฮร์รี่โกรธถึงขีดสุดได้

“เอ่อ  --  ศาสตราจารย์ครับ”  รอนเริ่มพูดบ้างเมื่อหาเสียงตัวเองเจอ   “เราจะถูกไล่...”

 “ช่างโชคร้ายที่สุดก็ตรงที่เธอไม่ได้อยู่บ้านของฉัน”  สเนปกล่าวต่อไปโดยไม่สนใจรอน  “...และการตัดสินใจว่าจะไล่พวกเธอออกหรือไม่  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน  ฉันต้องไปตามผู้ที่มีอำนาจจัดการเรื่องนี้มา  พวกเธอคอยอยู่ที่นี่”  แล้วอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินก็เดินออกจากห้องไป  และเมื่อประตูปิดลง  บรรยากาศในห้องทำงานที่คุกใต้ดินก็ดูจะยิ่งเย็นเฉียบมากยิ่งขึ้น 

แฮร์รี่เดินไปมาอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน   มือของเขายังคงกำแน่นด้วยความโกรธ

“แฮร์รี่  ฉันไม่เป็นอะไรหรอก  จริงๆนะ”  เฟริน่าเดินไปหยุดอยู่ใกล้กับเขา  เด็กชายผมยุ่งมองสบตาเธอ 

“เธอไม่น่า  --  ไม่สิ  --  เขาต่างหาก  สเนปจงใจกักบริเวณเธอชัดๆ  แล้วกักบริเวณตลอดทั้งปีด้วย  นี่มันเกินไป!”  ใบหน้าของแฮร์รี่ในยามนี้แดงก่ำ  เด็กหญิงไม่เคยเห็นเขาโกรธมากเท่านี้มาก่อน   เธอจับมือของเขาไว้  พยายามสอดประสานนิ้วกับเขา  เพื่อให้เลิกกำมือจนข้อนิ้วขาวสักที  ในที่สุดแฮร์รี่ก็ยอมแพ้  เขาสอดประสานนิ้วกับเธอ  และบีบมือเธอเบาๆ   

“ไม่เอาน่า  นายก็รู้  มันก็แค่กักบริเวณ”  เธอพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ  ไม่อยากให้เด็กชายตรงหน้าเกลียดเซเวอร์รัสไปมากกว่านี้

“ฉันรู้  แต่ยังไงมันก็คือการลงโทษอยู่ดี  และเธอต้องมาโดนลงโทษก็เพราะพยายามช่วยฉันกับรอน  โธ่  เฟริน่า  ฉันไม่น่าทำให้เธอเดือดร้อนเลย”

“รู้อะไรมั้ย  บางทีฉันก็ตั้งใจทำให้ตัวเองเดือดร้อน  นายก็รู้” 

“แต่เธอก็ต้องมาโดนลงโทษเพราะพวกเราจริงๆนั่นแหละ”  รอนพูดขึ้นมาบ้าง  ใบหน้าขาวซีดของเขาตัดกับผมสีแดง  “ฉันบอกเธอแล้วว่าสเนปน่ะไม่ใช่คนดีนักหรอก”

“รอน  นายลืมหรือเปล่าว่ากำลังนินทาเจ้าของห้องทำงาน  ถ้าเขามาได้ยินนะ  นายเดือดร้อนหนักแน่”  เฟริน่าบอก  รอนดูจะตกใจ  เขารีบหันไปรอบๆห้องราวกับกลัวว่าร่างของอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินจะผุดขึ้นมาจากพื้น

ประตูห้องทำงานเปิดออกอีกครั้งเซเวอร์รัสเดินเข้ามาพร้อมกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล  เฟริน่าเห็นใบหน้าของหล่อนนิ่ง  ปากเม้มแน่นจนแทบมองไม่เห็นริมฝีปาก  ซึ่งดูรู้ว่าโกรธมากแค่ไหน   อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์มองผ่านแว่นมายังเด็กทั้งสาม  หล่อนชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่เตาผิง  แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ

“นั่ง”  เธอสั่ง  แล้วทั้งสามก็รีบนั่งบนเก้าอี้ข้างเตาผิง  เฟริน่าลอบมองสำรวจใบหน้าของศาสตราจารย์วิชาปรุงยา  เขากำลังจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว     สีหน้าดูกระหยิ่มยิ้มย่องและมีความสุขเป็นที่สุด   เด็กหญิงกลืนน้ำลายพลางคิดว่าเธอต้องโดนเขาเล่นงานแน่ๆ  ก็ในเมื่อเขาไม่เคยทำตัวน่ารักกับเธอเลยสักครั้ง  แล้วเสียงแหลมๆของศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ดึงความสนใจไป   เฟริน่าถอนสายตาจากใบหน้าของสเนปกลับมาที่หล่อน

“อธิบายมาซิ”   ดวงตาของอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์กำลังมองที่ทั้งสามราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ  เฟริน่ารู้ได้ในทันทีว่าถ้าเผลอพูดอะไรผิดไปเพียงนิดเดียวต้องเดือดร้อนหนักแน่  รอนเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น  แล้วศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ถามเด็กชายทั้งสองว่าทำไมไม่ส่งจดหมายมาทางนกฮูก  ซึ่งทำให้แฮร์รี่และรอนตอบไม่ออก 

และก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น  คราวนี้เฟริน่าขยับตัวอย่างไม่สบายใจ  เธอรีบก้มหน้านิ่งเมื่อรู้ว่าใครที่เคาะประตูห้อง  สเนปเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้ามีความสุขมากกว่าปกติ   เด็กหญิงพยายามก้มหน้าให้ต่ำที่สุด  เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงเอาไว้  พลางเริ่มรู้สึกแย่ขึ้นเรื่อยๆ  เธอเองก็รับรู้ได้ว่าทั้งแฮร์รี่และรอนก็กำลังรู้สึกตื่นกลัวแบบเดียวกับเธอ  แต่เฟริน่ารู้ว่าในท้ายที่สุดแล้วเด็กชายทั้งสองจะไม่ถูกไล่ออก  แต่เธอนี่สิ  ดัมเบิลดอร์อุปการะเธอ  และมอบหมายหน้าที่ให้เธอ  แต่เธอกลับทำเรื่องยุ่งตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอม  ทั้งที่ในเวลานี้เธอควรนั่งอยู่ในห้องโถงและจับตาดูจินนี่ไว้ 

แม้ว่าจะมีเสียงประตูเปิด  แต่กลับไม่มีใครพูดอะไร  มีแต่ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมในห้องทำงานมืดๆนี้  แล้วเสียงแหบชราก็เอ่ยตัดความเงียบนั้น

“โปรดอธิบายว่า  ทำไมพวกเธอถึงทำเช่นนั้น”  น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความผิดหวัง  เฟริน่ารู้ว่าดัมเบิลดอร์รู้เรื่องทุกอย่าง  รู้ว่าจะต้องมีสถานการณ์นี้เกิดขึ้น  แต่เขาไม่รู้ว่าเธอจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วย  ถึงเธอจะอยากช่วยแฮร์รี่  แต่การกระทำของเธอมันอยู่นอกเหนือคำสั่งของเขา  และเธอก็ไม่แปลกใจเลยที่น้ำเสียงของดัมเบิลดอร์เจือไปด้วยความผิดหวัง  และเธอมั่นใจมากว่า  ความผิดหวังนั้นส่งตรงมาที่เธอ  ไม่ใช่เด็กชายทั้งสอง  แล้วเธอก็ได้ยินเสียงแฮร์รี่เริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างยกเว้นเรื่องที่ว่านายวีสลีย์เป็นเจ้าของรถคันนั้นให้ดัมเบิลดอร์ฟัง   หลังจากที่เล่าจบ  รอนก็บอกด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังว่าเขากับแฮร์รี่จะไปเก็บของ  แต่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเอ็ดเสียงดัง  แล้วรอนก็ถามว่าพวกเขาถูกไล่ออกไม่ใช่หรือ

“ยังไม่ใช่วันนี้  คุณวีสลีย์”  ดัมเบิลดอร์ตอบ  “แต่ฉันต้องบอกให้เธอรู้ตัวไว้ว่าที่เธอสองคนทำไปนั้นร้ายแรงมากนะ  ฉันต้องเขียนจดหมายถึงครอบครัวของเธอคืนนี้  ฉันขอเตือนว่า  ถ้าเธอทำอะไรทำนองนี้อีกหน  ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไล่เธอออก”

“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ”  เสียงแฮร์รี่พูดต่อขึ้นมาทันที  ก่อนที่สเนปจะพูด  “ผมมีเรื่องอยากจะถาม”  เฟริน่าหันไปมองใบหน้าด้านข้างของแฮร์รี่ที่ซีดเผือด  เธอเพิ่งเห็นว่าเขากล้าสบตากับชายชราแล้ว  ดัมเบิลดอร์ไม่ตอบอะไร  เด็กชายหัวแผลเป็นจึงถามต่อไปว่า  “ศาสตราจารย์สเนปมีสิทธิกักบริเวณนักเรียนตลอดทั้งปีด้วยหรือครับ”   เฟริน่าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยว่าในสถานการณ์ชวนหมิ่นเหม่ที่แฮร์รี่อาจถูกไล่ออกนี้  เขากลับกล้าถามคำถามที่ท้าทายเซเวอร์รัส  เด็กหญิงลอบมองเสี้ยวหน้าของอาจารย์ประจำบ้านสริธีรินและพ่อมดชรา

“อะไรนะ!”  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลดูจะตกใจในสิ่งที่ได้ยิน  หล่อนหันขวับไปมองดัมเบิลดอร์และสเนป

“เธอกำลังหมายถึงใคร  แฮร์รี่  ที่ว่าถูกกักบริเวณตลอดทั้งปี”  ดัมเบิลดอร์ถาม  สีหน้าของเขาอ่านยากว่าคิดอะไรอยู่  เฟริน่ารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆจุกอยู่ในอก  และนึกอยากให้แฮร์รี่เลิกพูดเรื่องนี้เสียที

“ผมหมายถึงว่า”  แฮร์รี่หยุดพูดไป  เขามองไปยังสเนป  ก่อนหันมาสบตากับอาจารย์ใหญ่  “ศาสตราจารย์สเนปสั่งกักบริเวณเฟริน่าตลอดทั้งปีครับ  ผมก็เลยสงสัย” 

                “จริงหรือศาสตราจารย์สเนป”  อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ลุกขึ้นยืนและหมุนตัวไปหาสเนป

                “จริง”  เซเวอร์รัสตอบโดยไม่หลบสายตาของศาสตราจารย์มักกอนนากัล

                “ถ้าเป็นเช่นนั้น  ฉันก็คิดว่า  คุณโพสัน  ก็สมควรที่จะต้องถูกลงโทษ  เพราะพยายามปกปิดความผิดอันร้ายแรงนี่ของเธอสองคน”  ดัมเบิลดอร์ตอบ  

               เกิดความเงียบขึ้นอีกครับ  แฮร์รี่ดูเหมือนจะต้องจำใจยอมรับ  แม้ว่ามันจะยากมากสำหรับเขาก็ตาม  

               “คุณโพสัน” 

                เฟริน่าสะดุ้ง  เธอไม่นึกว่าดัมเบิลดอร์จะหันมาคุยกับเธอตรงๆ 

                “คะ”  เฟริน่าต้องหันไปสบตากับอาจารย์ใหญ่อย่างช่วยไม่ได้  ดวงตาสีฟ้าใสที่ก้มลงมองเธอผ่านแว่นพระจันทร์ครึ่งเป็นประกายระยับบางอย่าง

                “ตามฉันมาที่ห้องทำงาน”  ดัมเบิลดอร์พูดแค่นั้น  ก่อนจะหันไปหาอาจารย์ประจำบ้านสริธีริน  “และเซเวอร์รัส  มาเถอะ  ผมคิดว่าการที่คุณสั่งกักบริเวณเด็กคนนี้ตลอดทั้งปี  คุณคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างสินะ  งั้นผมอยากให้คุณช่วยมากับผมที่ห้องทำงานด้วย”  ดัมเบิลดอร์เดินออกจากประตูไปและตามหลังด้วยสเนป

                เฟริน่าลุกขึ้น  เธอเห็นแฮร์รี่กับรอนจ้องมองเธอด้วยใบหน้าซีดเผือดกว่าเก่า  และเด็กหญิงเองก็มั่นใจว่า  ใบหน้าของเธอก็คงไม่ต่างจากเด็กชายทั้งคู่   เธอเดินคอตกตามผู้ใหญ่สองคนไปเรื่อยๆ  ในใจก็เริ่มคิดว่าดัมเบิลดอร์จะโกรธเธอมากแค่ไหน   เด็กหญิงรู้สึกเท้าหนักอึ้ง  และนึกอยากให้ระเบียงทางเดินที่นำไปสู่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ยืดออกไปยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  แต่เธอก็ทำได้แค่หวัง  เมื่อตอนนี้เธอมาหยุดยืนอยู่หน้ารูปปั้นสัตว์ประหลาด 

                “ขนมทาร์ตคัสตาร์ด!”  ดัมเบิลดอร์บอกรหัส  แล้วรูปปั้นสัตว์ประหลาดก็กระโดหลบออกไปด้านข้าง  เฟริน่าเดินตามหลังสเนปเข้าไปในห้องทำงาน  อาจารญ์ใหญ่ตรงเข้าไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน   แล้วเซเวอร์รัสกับเธอก็ไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ  “นั่งก่อนสิ”  ทั้งสองทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้  เฟริน่ารู้สึกมือเย็นไปหมด  เธอไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเธออยู่  แต่ดัมเบิลดอร์ก็ไม่ปล่อยให้เธอสงสัยนาน

                “เฟริน่า  ฉันคิดว่าเธอน่าจะยังจำได้เรื่องที่เราคุยกันเมื่อปีก่อน  มาตรการป้องกัน”   ดัมเบิลดอร์พูดอย่างไม่อ้อมค้อม  หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดทำให้เด็กหญิงรู้สึกโล่งใจที่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแบบที่เธอคิด

                “จำได้ค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอพูด  และอดสงสัยไม่ได้ว่าเซเวอร์รัสมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย  ทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงต้องให้เขาเข้ามานั่งฟัง   “ศาตราจารย์คะ  --  เอ่อ  -- “  เธอลอบมองไปที่ใบหน้าด้านข้างของชายจมูกงุ้มที่นั่งนิ่งไม่พูดอะไรตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้

                “เซเวอร์รัสรู้เรื่องทุกอย่าง  และเราจำเป็นต้องให้เขาช่วย”  ดัมเบิลดอร์พูดราวกับรู้ใจว่าเธอกำลังจะถามอะไร   

               เฟริน่าอ้าปากค้าง  เธอรีบหันไปมองสีหน้าของเซเวอร์รัส  อยากรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรที่รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวละครในวรรณกรรม  แต่สีหน้าของเขากลับดูปกติดี  ไร้อารมณ์และเย็นชาเหมือนอย่างเคย   

               “เฟริน่า”  เสียงของอาจารย์ใหญ่ดึงเธออกจากความคิด  เด็กหญิงเพิ่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทที่เผลอจ้องหน้าของเซเวอร์รัส   เธอรู้สึกหน้าร้อน  และรีบก้มหน้า

                “ไร้มารยาท”  เธอได้ยินเซเวอร์รัสพูดแดกดัน 

                ดัมเบิลดอร์หัวเราะเบาๆ  “ขอโทษทีนะที่ฉันไร้มารยาท  แค่อยากจะให้เฟริน่าคุยเรื่องมาตรการป้องกันน่ะ  เซเวอร์รัส” 

                “ผมหมายถึงเด็กคนนี้ต่างหากที่ไร้มารยาท”  เฟริน่าไม่โกรธที่อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินพูดใส่เธอ  เพราะเธอเองก็เป็นแบบที่เขาว่าไว้จริงๆ

                “เอาล่ะๆ  เรามาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า”  ดัมเบิลดอร์ยังคงหัวเราะอย่างสนุกสนาน 

เฟริน่ารีบขยับตัวตั้งใจฟัง  เธอเห็นดวงตาสีฟ้าใสของดัมเบิลดอร์เต็มไปด้วยความขบขันอย่างถึงที่สุด  เด็กหญิงไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงได้ดูเบิกบานใจและสนุกสนานมากมายขนาดนี้  ต่างกับเซเวอร์รัสที่มุมปากตกลงเรื่อยๆ  คิ้วขมวดจนเกิดร่องลึก  และดูหงุดหงิดรำคาญใจมากกว่าปกติ 

“ที่ฉันจะพูดก็คือ  เพื่อไม่ให้ความรู้ของเธอที่อาจสุ่มเสี่ยงรั่วไหลไปยังโวลเดอมอร์  ฉันจึงจำเป็นต้องให้เธอเรียน  การสกัดใจ” คำพูดของดัมเบิลดอร์ที่ฟังดูสบายๆ  แต่กลับทำให้เด็กหญิงตื่นตระหนก

การสกัดใจ”  เธอทวนคำ  อาจารย์ใหญ่พยักหน้าและยิ้มน้อยๆ  แล้วดวงตาสีฟ้าใสที่ยังคงเต็มไปด้วยความขบขันก็เลื่อนไปยังเซเวอร์รัส 

“...และหลังจากที่ฉันได้บอกเธอว่าเราควรมีมาตรการป้องกัน  ฉันก็ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเซเวอร์รัส  และขอให้เขาช่วยสอนการสกัดใจให้เธอแต่เนิ่นๆ  เพราะยิ่งเธอเก่งด้านการสกัดใจมากเท่าไหร่  เราก็จะยิ่งรักษาความรู้ของเธอได้มากเท่านั้น  และด้วยความช่วยเหลืออันแสนวิเศษนี้ของเซเวอร์รัส   ฉันเชื่อว่าเธอจะสามารถสกัดใจได้ในที่สุด  ดังนั้น  เธอจึงจำเป็นต้องเรียนกับเขาทุกเย็นหลังอาหารค่ำ  แต่การจะสกัดใจได้เก่งนั้นขึ้นอยู่กับผู้เรียนว่าฝึกฝนมากแค่ไหน  จึงไม่สามารถบอกได้ว่าเธอต้องเรียนไปถึงเมื่อไหร่  ซึ่งอาจจะกินเวลาตลอดทั้งปี  อย่างที่เซเวอร์รัสบอกก็ได้   เพราะเธอยังเด็ก”  

คำอธิบายของอาจารย์ใหญ่ดูจะกระจ่างแจ้งหมดทุกอย่าง  ตอนนี้เฟริน่าเข้าใจแล้วว่าทำไมเซเวอร์รัสถึงสั่งกักบริเวณเธอตลอดทั้งปี  ที่แท้เขาก็หวังดีกับเธอนี่เอง  เด็กหญิงรีบหันกลับไปมองสเนปอีกครั้งพร้อมกับยิ้มกว้าง

“ที่แท้คุณก็เป็นห่วงหนูนี่เอง  เซเวอร์รัส  หนูก็นึกว่า  -- 

“โปรดอย่าเข้าใจอะไรผิดๆ  คุณโพสัน  ฉันแค่ทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์ใหญ่”  อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินหันมาขู่ฟ่อใส่เธอ  แต่ถึงอย่างนั้นเฟริน่าก็ยังยิ้มกว้าง  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวเป็นประกายยินดีและตื่นเต้น

“แล้วเราจะเริ่มเรียนกันสัปดาห์หน้าหรือคะ  ทำไมไม่เริ่มสัปดาห์นี้เลยล่ะคะ  ตอนนี้เลยก็ได้”  เธอถามเขาแทบไม่หยุดหายใจ  สเนปพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  คิ้วเข้มสีดำขมวดกัน

“ฉันบอกว่าสัปดาห์หน้าก็คือสัปดาห์หน้า  คุณโพสัน”  เขาพูดเสียงเหยียดๆใส่เธออย่างรำคาญ  แล้วเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของพ่อมดชราก็ดึงทั้งคู่ออกจากการสนทนา

                “งั้นก็ตกลงตามนี้  ถ้าเธอเรียนสำเร็จ  การลงโทษกักบริเวณปลอมๆนี่ก็จะสิ้นสุดลง  นอกเสียจากว่าศาสตราจารย์สเนปจะยังไม่อยากให้เธอเรียนการสกัดใจสำเร็จ”   เฟริน่ามองดัมเบิลดอร์ที่อมยิ้มอย่างขบขันอย่างไม่เข้าใจนัก  เด็กหญิงเลื่อนสายตาไปยังชายจมูกงุ้มที่นั่งอยู่ข้างๆ  สีหน้าของเขาที่ดูหงุดหงิดอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

                “ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว  งั้นผมขอตัว”  เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  สะบัดชายผ้าคลุมสีดำและก้าวยาวๆออกจากห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ไป  ดวงตาสีฟ้าใสของดัมเบิลดอร์มองตามแผ่นหลังของสเนป   และเมื่อประตูห้องปิดลงเขาก็เลื่อนมาสบตาเธอ

                “ฉันเดาว่าเธอคงสนุกกับการสกัดใจกับเซเวอร์รัสน่าดู”  ดัมเบิลดอร์พูด  เขาโบกไม้กายสิทธิ์  แล้วจานใส่แซนวิชก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ  “กินซะสิ  ฉันจำได้ว่าเธอแอบหนีงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมออกมาจนไม่ได้กินอะไรเลย”  เฟริน่าที่เริ่มรู้สึกหิวมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้รีบหยิบแซนวิชมากิน  เด็กหญิงรีบเคี้ยวและรีบกลืนลงคอ

                “หนูก็คิดว่าอย่างนี้แหละค่ะ  คงสนุกน่าดู  ถ้าเขาเลิกทำตัวร้ายกาจใส่หนูสักที”  เธอบ่นพึมพำ  อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ที่เซเวอร์รัสชอบใจร้ายกับเธอ 

                “เขาก็มีวิธีแสดงออกที่ไม่เหมือนใครแบบนี้แหละ  ฉันหวังว่าเธอคงเข้าใจ”  ดัมเบิลดอร์อมยิ้ม  เฟริน่าถอนหายใจ

                “ค่ะ  หนูเข้าใจ  แต่การทำให้เขาเลิกทำตัวใจร้ายกับหนูก็ยากเหลือเกิน” 

                เฟริน่านั่งกินแซนวิชต่อไปเงียบๆอีกสักพัก  แล้วเด็กหญิงก็ขอตัวกลับ  ระหว่างอยู่บนระเบียงทางเดินเธอก็เริ่มทบทวนเนื้อเรื่องตอนที่แฮร์รี่เรียนการสกัดใจกับเซเวอร์รัส  พอมาคิดๆดูแล้วการให้อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินบุกรุกเข้ามาเห็นความทรงจำของเธอมันไม่น่าจะใช่เรื่องสนุกเลย  แต่เธอไม่มีทางเลือก  เพราะจริงอย่างที่ดัมเบิลดอร์พูด  เธอต้องมีมาตรการป้องกัน   เธอเดินมาจนถึงภาพวาดสุภาพสตรีอ้วน 

                “รหัสผ่าน”  หล่อนถามเมื่อเฟริน่าเข้ามาใกล้   เด็กหญิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่รู้รหัสผ่าน  เธอพยายามนึกว่าตอนที่เธออ่านในหนังสือ  เฮอร์ไมโอนี่ใช้รหัสผ่านอะไร 

                “นกแวดเดิ้ล”   เฟริน่าบอกรหัสผ่าน  แล้วรูปภาพก็เหวี่ยงเปิดออก  เด็กหญิงรีบปีนผ่านช่องเข้าไป   และในห้องนั่งเล่นรวมที่มีเพียงแสงจากเตาผิง  เธอเห็นแฮร์รี่  รอน  และเฮอร์ไมโอนี่กำลังนั่งรอเธออยู่บนเก้าอี้นวมใกล้เตาผิง  สีหน้าเด็กทั้งสามดูกังวลและซีดเผือด  และเมื่อพวกเขาเห็นเธอ  เฮอร์ไมโอนี่ก็ถลามากอดเธอเป็นคนแรก

                “เฟริน่า  ดัมเบิลดอร์ว่ายังไงบ้าง  หวังว่าเขาคงไม่ไล่เธอออกนะ”  เด็กหญิงผมฟูรีบถาม

                “ไม่  ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ไล่ฉันออก”  เฟริน่ารีบพูดให้เพื่อนสบายใจ  เด็กหญิงทั้งสองเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวโปรด  แฮร์รี่และรอนมีสีหน้าโล่งใจ    ก่อนที่สีหน้าของแฮร์รี่จะเปลี่ยนมาเป็นโกรธแทน

                “ดัมเบิลดอร์เล่นงานสเนปหรือเปล่าที่เขาสั่งกักบริเวณเธอตลอดทั้งปี”  เด็กชายหัวแผลเป็นถาม   เฟริน่าส่ายหน้า  “ทำไมล่ะ!  ฉันไม่คิดว่าดัมเบิลดอร์จะเห็นด้วยกับวิธีสกปรกของสเนปหรอกนะ”

                “แฮร์รี่!”  เธอร้องเมื่อได้ยินเขาพูดจาร้ายกาจถึงเซเวอร์รัส 

                “เฟริน่า  เธอเลิกเข้าข้างสเนปสักที  เขาเพิ่งสั่งกักบริเวณเธอตลอดทั้งปีนะ”  รอนว่า  เด็กหญิงเจ้าของชื่อกลอกตา

                “ฉันว่านี่มันไม่ยุติธรรมไปหน่อยนะ”  เฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วย  “ดัมเบิลดอร์ไม่ควรเข้าข้างสเนป”

                “ช่างเถอะ  ฉันว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก  ฉันไม่เป็นไรจริงๆ”  เฟริน่ารู้ว่าเพื่อนๆของเธอเป็นห่วง  “บางทีเราน่าจะเข้านอนกันดีกว่ามั้ย  ฉันยังไม่อยากตื่นสายในวันแรกหรอกนะ” 

                “ตกลง  ฉันล่ะดีใจมากจริงๆที่เธอไม่ถูกไล่ออก  เพราะการกระทำโง่ๆ”  เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเข้มๆและปรายตาไปยังเด็กชายทั้งสอง

                “อย่าเริ่มบ่นเรา  เฮอร์ไมโอนี่”  รอนว่าอย่างหงุดหงิด  “เราฟังมักกอนนากัลมามากพอแล้ว  ไม่ต้องการให้เธอมาบ่นเราเพิ่มหรอก”  เด็กชายผมแดงเดินปังๆไปยังหอนอนชาย

                “นายก็สมควรโดนอยู่แล้วล่ะ  รอน”  เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหงุดหงิด  “ไปกันเถอะ  เฟริน่า” 

                “เดี๋ยวฉันตามไป”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างบอก  เธอเพิ่งนึกได้ว่า  เธอยังไม่อยากเผชิญหน้ากับลาเวนเดอร์ในตอนนี้  เพราะเด็กหญิงยังนึกไม่ออกว่าหนังสือเล่มนั้นมันหายไปไหน   “นายไม่นอนหรือไง”  เธอถาม  เมื่อเห็นแฮร์รี่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ   แฮร์รี่ส่ายหน้า                 

                “ไม่ล่ะ  ฉันจะนั่งอยู่กับเธอ”  เขาพูดอย่างรู้สึกผิด  เฟริน่าถอนหายใจ  จริงๆแล้วนี่มันไม่ใช่ความผิดของเขา  มันเป็นเพียงการกักบริเวณปลอมๆเท่านั้น  แต่เธอไม่สามารถบอกเด็กชายตรงหน้าได้

                “โธ่  แฮร์รี่  อย่าโทษตัวเองเลย  จริงๆนะ  มันไม่ได้เลวร้ายหรอก  แล้วดัมเบิลดอร์ก็ไม่ได้ตำหนิฉันด้วย”  เธอพยายามพูดให้แฮร์รี่สบายใจขึ้น  “แล้วเรื่องที่ฉันจะต้องถูกกักบริเวณกินเวลานานนั่นน่ะ  ฉันคิดว่ามันน่าสนุกดีออก   ฉันจะได้ใช้เวลาสำรวจตู้เก็บยาของศาสตราจารย์สเนปสักหน่อย  มันคงเข้าท่าดี”  แฮร์รี่ถอนหายใจ  เขาดึงมือเธอมาแนบกับแก้มของเขา

                “ถ้าสเนปทำอะไรเธอ  หรือแกล้งเธอ  เธอต้องรีบบอกฉันนะ  เฟริน่า”  เขาบอก  

                “โอ้  แล้วถ้าฉันบอกนาย  นายจะทำยังไงล่ะ  สาปเขางั้นสิ”  เธอเลิกคิ้วพลางอมยิ้มอย่างขบขัน

                “นี่ฉันพูดจริงๆนะ  ถ้าเขาทำอะไรให้เธอไม่สบายใจ  ฉันจะทำให้เขาต้องเสียใจแน่ๆ”  เด็กชายผมยุ่งยืนยัน

                “ตกลงๆ  งั้นฉันไปนอนแล้ว  ราตรีสวัสดิ์”  เธอจูบแก้มเขา  ใบหน้าของเด็กชายผมยุ่งเป็นสีชมพู  แล้วเธอก็เดินขึ้นหอนอนไป  ทิ้งให้เด็กชายอีกคนหัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะได้รับสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้ม 

 



                เดรโก  มัลฟอยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวหนึ่งใกล้กับเตาผิงในห้องนั่งเล่นของบ้านสริธีรินที่ปราศจากผู้คน  ดวงตาซีดจ้องมองไปยังเปลวไฟในเตาผิง  เขากำลังนึกถึงเหตุการณ์ตอนมื้อค่ำในห้องโถงใหญ่  

                หลังจากที่เขากวาดตามองไปยังโต๊ะกริฟฟินดอร์  เพื่อรอดูผลงานของตัวเอง  หวังว่าจะได้เห็นเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลสว่างพร้อมกับใบหน้าเปื้อนน้ำตา  แต่เขากลับไม่เห็นเธอเลย  ความรู้สึกเจ็บใจก็เข้ามาแทนที่ในทันที   แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่า  บางทีเธออาจหนีไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำก็ได้  ก็ทำให้เด็กชายบ้านสริธีรินคลี่ยิ้มอย่างสะใจ  และขณะที่คิดว่าจะได้ฉลองชัยชนะ  กลับมีข่าวลือว่าพอตเตอร์  และยาจกวีสลีย์ขับรถเหาะได้มาที่โรงเรียน  แถมเด็กหญิงที่เขาเฝ้ามองหามาตั้งแต่งานเลี้ยงรับเปิดเทอมเริ่ม  ก็ทำให้เขารู้ว่าที่เขาไม่เห็นเธอ  เพราะเธอกำลังอยู่กับพวกพอตเตอร์  และพยายามช่วยให้พวกพอตเตอร์พ้นผิด  ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเจ็บใจ  ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกอะไร  ทั้งที่เขาแอบขโมยหนังสือมาซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้   

                ตอนนี้ห้องนั่งเล่นรวมไม่มีใครแล้ว  เดรโกหยิบหนังสือสีหวานขึ้นมา  อดไม่ได้ที่จะต้องเบ้หน้าอีกครั้งเมื่อเห็นชื่อของมัน

                “ไอ้หนังสือนี่มีอะไรดีนักหนา  ฉันล่ะอยากรู้นักเชียว”  เดรโกพูดอย่างดูแคลน  เขาลองสุ่มเปิดหนังสือไปสักหน้า  และเริ่มต้นอ่านมัน


               ...โทมัสเดินเข้าไปในสวนกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย  และที่ม้านั่งสีขาวสะอาดตรงมุมสวนนั้นเอง  ชายหนุ่มก็เห็นหญิงสาวในชุดสีครีมนวลตา  ชั่ววินาทีนั้นเหมือนโลกจะหยุดหมุน  เขาแทบไม่อาจละสายตาไปจากหญิงสาวคนนั้นได้เลย  ดวงตาได้แต่จ้องมองอย่างตกตะลึงประหนึ่งจะลืมหายใจ  โอ้  เคราเมอร์ลิน  เธอช่างเป็นหญิงสาวที่งดงาม  เรือนผมสีน้ำตาลที่ดูเจิดจ้าและปอยผมที่ระอยู่ข้างแก้มเนียนอมชมพู  ไหนจะริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่ชวนให้สัมผัสนั่น  หัวใจของชายหนุ่มเต้นผิดจังหวะ  เขาอยากรู้จักเธอเสียเหลือเกิน  และทันใดนั้น  หญิงคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา  และเขาก็ต้องหายใจสะดุดอีกครั้ง  เธอกำลังยิ้มให้เขา  

               “สวัสดีโทมัส  ฉันชื่ออลิซเบธ  พี่สาวบอกฉันว่า  ฉันจะเจอคุณได้ที่นี่  ดีใจจริงๆที่เราพบกันสักที”  เธอรีบลุกขึ้นและก้าวเดินมาใกล้เขา  แล้วเธอก็สะดุด  แต่ก่อนที่เธอจะล้มลง  เขาก็รีบคว้าเอวเธอเอาไว้  ใบหน้าของเขาและเธออยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว  เขาจ้องมองดวงหน้าของเธอไม่วางตา  และใบหน้าของเธอก็เริ่มขึ้นสีระเรื่อ  โอ้  เขาอยากสัมผัสริมฝีปากของเธอจริงๆ  ชายหนุ่มค่อยๆเลื่อนใบหน้าไปใกล้  แล้วเขาก็ลืมทุกอย่าง  เมื่อริมฝีปากของเขาแนบสนิทกับริมฝีปากของเธอ  พลันรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมหวาน...


                ปัป!

                เด็กชายบ้านสริธีรินปิดหนังสือลงอย่างแรงและโยนหนังสืออกไปห่างๆ  เขาจ้องมองมันอย่างขยะแขยง  และรู้สึกคลื่นไส้ 

                “อี๋!   ยัยปีศาจ  เธออ่านมันเข้าไปได้ยังไง”   เขาพูดพลางตัวสั่น  เด็กชายผมบลอนด์พยายามนึกถึงใบหน้าของศัตรูเมื่อยามอ่านหนังสือชวนขนลุกนั่น  แต่นึกเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออก   “ฉันน่าจะเอารสนิยมห่วยๆของเธอไปประจานซะ  เด็กผู้หญิงอะไรแก่แดดชะมัด!   ตัวแค่นี้คิดถึงเรื่องจูบ  แหวะ!  สยอง”  เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม  ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว  และเห็นทีเขาต้องรีบไปเข้านอน  ก่อนที่พรุ่งนี้เขาจะตื่นสาย  เดรโกตั้งใจจะทิ้งหนังสือเล่มนั้นไว้  ไม่อยากถือไปด้วยให้ขนลุก  แต่เมื่อเด็กชายผมบลอนด์เดินไปได้สามก้าว  เขาก็ต้องเดินกลับมา  และคว้าหนังสือเล่มนั้นเอามาซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม  “เฮอะ  ฉันไม่ได้คิดจะคืนเธอหรอกนะ  ไว้ฉันจะเผามันทิ้งต่อหน้าเธอ”   เขาพูดอย่างหงุดหงิด  และเดินไปเข้าหอนอนชาย



__________________________________________

วันนี้มาลงตอนใหม่ดึกหน่อยนะคะ  ขอโทษจริงๆ  ไรท์โดนโปรเจคทำร้ายมาค่ะ  สูบพลังชีวิตสุดๆ  แต่ก็พยายามเอาตอนใหม่มาลง  ช่วงนี้งานรุมเร้ามากกกก  มีโปรเจคสิ้นปี  แงงงง   ดังนั้นช่วงมรสุมนี้  ไรท์ขอลงวันละตอนไปก่อนนะคะ  โปรเจคมันมีปัญหาด้วยแหละค่ะ  ปวดหัวเลย  เดี๋ยวว่าจะไปงีบสักพักแล้วตื่นมาทำงานต่อ

ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วน้าาา  ว่ามาตรการป้องกันคืออะไร  ไหนใครเรือป๋าเนป  ได้เจอป๋าบ่อยๆแน่  555  ส่วนหนูเดรนั้น  ขโมยหนังสือไปไม่พอ  ยังแอบเอาไปอ่านอีกแน่ะ  แถมยังว่าหนูเฟว่าแก่แดดด้วยนะ  เด็กอะไรนิสัยไม่ดีเลย  ตัวเองไปเอาของเขามาแท้ๆ  พออ่านแล้วยังไปวิจารย์เขาอีก  ทั้งๆที่ไม่ได้รู้ตัวเล้ยยย  ว่าหนูเฟน่ะเกลียดหนังสือเล่มนี้จะตาย  แล้วเมื่อไหร่หนูเฟจะรู้สักทีว่าใครคือคนร้ายที่แท้จริงขโมยหนังสือไปนะ  รออ่านตอนหน้าค่ะ  รับรอง   อิอิ  เอาเป็นว่าคุณชายน่ะ  จะได้รับบทเรียนค่ะ  แต่บทเรียนแบบไหน  ต้องรอกันน้าาาา  ตอนหน้าบทเรียนแรกของหนูเดรกำลังจะเริ่มต้นค่ะ  บทเรียนของคนขี้ขโมยและปากเสีย  

ปล.  พยายามตรวจคำผิดด้วยสมองเบลอๆนิดหน่อยค่ะ  ไปงีบก่อน  ปวดหัวสุดๆ  

น้ำส้มจันทรา   เดี๋ยวแพนซี่จะถูกเกลียดอีกแน่นอนค่ะ  เด็กหญิงหน้างอคนนี้จะเผยความร้ายกาจและเป็นคู่ปรับกับหนูเฟไปจนถึงอนาคตเลยล่ะ

gingkornkaew21   เย้~~  เรือหนูรี่ยังอยู่  ตอนนี้ไรท์เริ่มห่วงเรือหนูรี่หน่อยๆ  รายงานตัวคนน้อยมาก  ส่วนใหญ่ป๋าเนปกับเดรมาแรงสุดๆ

ธนพล คุณคำพระ  เขาจะได้รับบทเรียนสำหรับการกระทำครั้งนี้แน่ๆค่ะ  สาสมกับสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ปีหนึ่ง  แบบ  โอ๊ยยยย  เอาเป็นว่าตอนหน้าก็จะได้รู้ว่าบทเรียนอะไร  ใครเรือหนูเดรนี่  สงสัยต้องมองลมฟ้าอากาศให้ดีค่ะ  ว่าเรือจะเผชิญสภาพอากาศแบบไหน  อิอิ

khatlovele   ช่ายยยย  ขโมยไปเลย   เดี๋ยวเดรจะรู้ซึ้งของการเป็นขโมย  เพราะเดี๋ยวอาจโดนหนูเฟ...  อุ๊บ! 

Kyungsooyaaa   เรือหนูเดรช่วงนี้ต้องตรวจดูลมฟ้าอากาศให้ดีค่ะ  ตอนหน้าจะเผชิญอากาศแปรปรวนสุดๆ  บทเรียนจะราคาแพงหรือเปล่าน้าาา 

tamarthit    หนูเฟคงได้รับอิทธิพลมาจากแฮร์รี่หน่อยๆ  นิสัยทำตัวเป็นฮีโร่สุดๆ   เป็นผู้โดยสารเรือเดร  พรุ่งนี้เกาะเรือแน่นๆนะคะ  ท้องฟ้าตอนนี้ดูจะเริ่มมีบรรยากาศแปลกๆซะแล้วล่ะค่ะ  5555

iemmei25   ใช่เลยค่ะ  จินนี่ทำตัวน่าสงสัยมาก  แต่เดี๋ยวจะค่อยๆได้รู้กันไปค่ะ  ว่าเธอเป็นอะไร

CholaratMooisri   หุหุ  ตีกันตายจริงๆค่ะ  แต่....  มันมีจุดเปลี่ยนๆ  อิอิ  ส่วนรู้ใจตอนไหนน่ะหรือ  อย่าเพิ่งกังวล  ใครเป็นผู้โดยสารเรือลำนี้กังวลสภาพอากาศที่จะแปรปรวนในตอนหน้าดีกว่าค่ะ  5555  แปรปรวนหนักซะด้วยนะเนี่ย  ชอบโมเม้นหนูเฟกับหนูรี่จริงๆนั่นแหละค่ะ  ออกแนวมุ้งมิ้ง  ก็นะเป็นเพื่อนกันมาสี่ปีได้แล้วล่ะ  สนิทกันสุดๆ  ส่วนจินน่าเธอเป็นอะไร  จะค่อยๆเฉลยออกมาค่ะ  ไรท์ก็เกลียดแพนซี่เหมือนกัน  รู้สึกว่าเธอเป็นตัวละครที่น่ารำคาญมาก

ลันลัน  ไรท์ก็ว่าจะให้มีตอนจบแบบเดียวนะคะ  แต่ถึงตอนนั้น  ไรท์เชื่อว่าต้องมีคนอยากให้จบสองแบบแน่นอน  5555  ขนาดไรท์เองยังตัดสินใจไม่ได้เลย  รู้สึกว่าตัวเองหลายใจจัง

minilove  เหมือนไรท์เลยค่ะ  นึกออกเลยว่าหนูเดรทำหน้ายังไง  พรุ่งนี้เกาะเรือแน่นๆนะ  บทเรียนราคาแพงของเด็กขี้ขโมยกำลังจะทำให้เรือ...

maylodyza   แต่พรุ่งนี้ไม่รู้ใครขอบคุณใครค่ะ  หนูเดรอาจโดนขโมยกลับก็ได้นะ  กิกิ

Milca12   เรือป๋าเนปยังว่างอยู่มั้ยเอ่ย  เขยิบๆให้ผู้โดยสารอีกท่านหน่อยค่ะ  รู้สึกช่วงนี้ป๋าเนปฮอตจัง  เล่มสองนี่ใครเรือป๋าคงได้เห็นบทป๋าบ่อยๆแน่

_WUYUQING   งั้นไรท์ไม่ควรสปอยสินะ  เอาเป็นว่าตามทามไลน์แต่บิดเนื้อเรื่องค่ะ  ไรท์ชอบแต่งแบบคาดเดาไม่ถึง  แต่เดี๋ยวใกล้ๆก็จะเริ่มคาดเดาได้ว่าเนื้อเรื่องจะเดินไปในทิศทางไหนเองงงง   เล่มสามก็จะเริ่มรู้ว่าไรท์เป็นคนชอบบิดเนื้อเรื่องแบบไหน  หุหุ  ดีใจด้วยค่าาา  สอบเสร็จแล้วววว  เที่ยววว  อ่าววว  เรียนพิเศษหรอคะ  สู้ๆๆน้าา  ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่าา  โชคดีที่โปรเจคนี้เราไม่ได้ทำคนเดียว  เรามีเพื่อนร่วมชะตากรรมอยู่หลายคน  พากันปวดหัวทุกคนค่ะ  5555

AiLove   ลงเรือเดร  พรุ่งนี้ต้องเกาะแน่นๆค่ะ    เกาะแน่นๆ  5555

conanjung13    ธนพล คุณคำพระ   ByunAnt   ไหงเรือเฮอร์ไมโอนี่ถูกต่อขึ้นมาได้ล่ะนั่น  ไรท์ตกใจค่ะ  มีตรงไหนให้ฟินกันคะ  สงสัยจริงๆนะ  อยากรู้ๆ  กระซิบบอกหน่อย  อยากฟินมั่ง  เอ๊ยย  ไม่ใช่แล้ว  555  

Daw  Prdz  KS  ไรท์เองก็เริ่มสับสนตามคนอ่านละว่าใครจะเป็นพระเอกดี  แต่มีแน่นอนค่ะ  คนที่ชนะใจหนูเฟในท้ายที่สุด  กิกิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2332 kwang0206 (@kwang0206) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:55
    ฟินค่าาาาา.ลงเรือเซปค่ะ
    #2332
    1
    • #2332-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 20)
      25 มิถุนายน 2562 / 03:13
      ตอนนี้ลงเนือป๋าเนป คงไม่เปลี่ยนใจไปพี่ทิมนะคะ 55555
      #2332-1
  2. #2309 mr.nothing (@kim-yoosong) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 00:17
    เนี่ยยย เพราะงี้เลยชอบเดรไงงงง. ส่วนตัวคิดว่าเฟไม่ควรจุ๊บแฮร์รี่นะคะ เป็นเพื่อนกันแค่กอดจับมืออะไรอย่างงี้น่าจะไม่แปลก แต่ไม่น่าจะถึงขั้นจุ๊บกันบ่อยๆนะ. เอ๊ะหรือเราหวงแทนเดร 55555
    #2309
    1
    • #2309-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 20)
      25 มิถุนายน 2562 / 02:43
      5555 เดรน้อยน่ารักตรงนี้แหละ ปากร้าย เพราะพยายามปิดบังความรู้สึก ส่วนเรื่องกอดเรื่องจุ๊บ น่าจะติดมาจากตอนอยู่กับมาดามโรตาค่ะ เพราะต้องดูแลเด็กๆที่นั่น มีกอดมีจุ๊บบ้าง พอมาเจอแฮร์รี่ และเห็นว่ากำพร้า เลยเผลอใช้นิสัยตรงนั้น อืมมม ไว้ไรท์น่าจะเพิ่มเรื่องตรงนั้น เพื่ออธิบายค่ะ ให้เห็นภาพ
      #2309-1
  3. #2096 -PINPYPEPO (@-PINPYPEPO) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:24
    อ่านแล้วหงุดหงิดเว่อ ไม่อยากให้เฟริน่ามาเปลี่ยนเนื้อเรื่องเลยอ่ะ
    #2096
    1
    • #2096-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 20)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:56
      ง่าาาาาา
      #2096-1
  4. #1245 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:57
    ลงเรือสเนปทันไหมคะ โง้ยยย ปีนี้อยู่ด้วยกันทั้งปีเลออ แค่นี้ก็เขินแร้วว /ปิดหน้าปิดตา 55555555 เราว่าเฟริน่าเลิกจุ๊บๆ แฮร์รี่ได้แล้วนะ แฮร์รี่หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย แล้วเดรโกก็น่ารักเหลือเกิ๊นน โผล่มาแค่นีก็ยังน่ารัก โอ้ย 555555555 พ่อหนุ่มซึนๆ ของพี่
    #1245
    1
    • #1245-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 20)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:59
      ลงเรือป๋าเนปยังทันค่ะ ลงได้เรื่อยๆ ต่อเรือได้เรื่อยๆ 555 เฟริน่าคงจุ้บแฮร์รี่เหมือนกับที่เธอเคยทำกับน้องๆที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าค่ะ แต่จุ้บแบบไม่คิดอะไรไง เดรโกคือตลกและน่ารักมากจริงๆ
      #1245-1
  5. #787 puttaraksa jankeaw (@hongju) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 19:43
    เราเข้าใจความรู้สึกนายนะเดร
    #787
    0
  6. #238 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ใช่... สยองจริงๆ ขนาดเรายังอ่านข้ามๆเลย...
    #238
    0
  7. #223 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:31
    เจ้าเดร...แอบเปิดนิยายรักหวานแหววอ่านซะงั้น...
    ถ้าเอ็งอ่่านจนติดขึ้นมานี่จะฮาให้ดู 555++
    #223
    0
  8. #210 Bjakx (@0872160144) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:12
    เดียวนายก็ได้คิดเลอะน่าไม่ต้องไปว่าเค้าโฮะๆ(พยายามต่อไปเด้อไรท์)
    #210
    0
  9. #198 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 18:38
    เดรกก ทำไมไปแกล้งหนูเฟอย่างงั้นล่ะ นิสัยไม่ค่อยดีเลยนะะ โดนแกล้งครั้งนี้หวังว่าหนูเฟจะเอาคืนให้เจ็บแสบสุดๆไปเลยย555555
    แพนซี่!! อย่าทำให้ฉันเกลียดเธอไปมากกว่าเลยนะ!!
    ป๋าเนปนี่ก็ปากแข็งให้ตลอดแล้วกัน เช๊อะ /สะบัดบ๊อบ แฮร์รี่นี่โดนหนูเฟหอมแก้มไปกี่รอบแล้วเนี่ยย แล้วเมื่อไหร่หนูเฟของเราจะหอมแก้มเดรโกบ้าง ทำหน้าคุ่นคิด /เดี๋ยวๆเมื่อกี้นี้ยังบอกให้เอาคืนอยู่เลยไม่ใช่หรอ55555
    ปล.1 อ่านรวดเดียวเลยค่ะ ฮือออ????
    ปล.2 ไรเตอร์~~~เก๊าไม่ค่อยได้มาเม้นเลยง่าา เก๊าก๋อโต๊ดดด เก๊าติดสอบยาวเลยยย ฮืออออ ไหนจะมีงานต่างๆนาๆอีก มรสุมรุมเร้ามากเลยค่ะช่วงนี้ ขอโทษน้าาาาา????????
    ปล.3รอติดตามตอนต่อไปค่าาา
    #198
    0
  10. #197 ' Lolita ❤ (@valkyre) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 15:13
    เชียร์ทั้งเดรโกทั้งสเนปแล้วค่ะ ฮึ้ยยย ทำไมต้องน่ารัก *ทุบหมอนปั้กๆ*
    #197
    0
  11. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 10:44
    เอาจริงๆไม่ค่อยชอบรุ่นเดียวกันเท่าไหร่. คนแก่กว่ามันเร้าใจกว่ากันเยอะ แต่ยังไม่ตัดสินใจลงเรือใครแล้วกัน ขอรอผู้เข้าแข่งขันทุกคนลงสนามให้ครบก่อนดีกว่าแล้วค่อยตัดสินใจ ไม่อยากสละเรือกลางทางอิๆ ( ตอนนี้เชียร์ป๋าเนปมากกกกก แต่หนูยังไม่ลงเรือนะค้าาาา เชียร์จากบนฝั่งนี้แหละ 5555555 )
    #194
    0
  12. #192 Aiko cg (@0897122652) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 09:48
    รอออออ
    #192
    0
  13. #189 ธนพล คุณคำพระ (@golfzsz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 05:44
    น่าให้บาซิลิส เดร๊กรอนไปก็ดี
    #189
    0
  14. #188 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 05:34
    แงงงงงงง ป๋าเนปน่ารักเกินไปปปปป
    ขนาดดัมเบิลดอร์ยังเอ็นดูเลยอ่ะฮือ;-;
    คุณชายนี่ก็ซึนเหลือเกิน เรือคนอื่นเขาแล่นฉิวแล้วเดรก ทำไมนายไม่ถอนสมอซักทีห้ะะะ
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ จะพยายามค่า อิอิ
    งานแฮร์รี่ที่สยามไรท์ไปมั้ยอ่า เจมส์กับโอลิเวอร์มาเปิดงานด้วย อยากไปแงงงงง T T
    #188
    0
  15. #187 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 05:34
    แงงงงงงง ป๋าเนปน่ารักเกินไปปปปป
    ขนาดดัมเบิลดอร์ยังเอ็นดูเลยอ่ะฮือ;-;
    คุณชายนี่ก็ซึนเหลือเกิน เรือคนอื่นเขาแล่นฉิวแล้วเดรก ทำไมนายไม่ถอนสมอซักทีห้ะะะ
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ จะพยายามค่า อิอิ
    งานแฮร์รี่ที่สยามไรท์ไปมั้ยอ่า เจมส์กับโอลิเวอร์มาเปิดงานด้วย อยากไปแงงงงง T T
    #187
    0
  16. #186 CholaratMooisri (@CholaratMooisri) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 23:37
    เรือป๋าอย่างเหนียวแน่นค่ะ แถมปีนี้เจอกันตั้งปี หุหุ กับหนูรี่เค้าก็น่ารักกันงี้เป็นเรื่องธรรมดาสินะคะ เหนือสิ่งอื่นใดขอให้หนูเดรรอดจากฝีปากและฤทธิ์มือหนูเฟเถอะค่ะ 555555
    #186
    0
  17. #185 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:38
    หนูรี่เค้าโดนจุ้บแก้มแล้วตอนนี้ ภาวนาว่าหนูเดรจะไม่โดนตบในตอนหน้า555. มรสุมใดเล่าจะน่ากลัวเท่าฝ่ามือเทอออ
    #185
    0
  18. #184 Daw Prdz KS (@doddydoody) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:38
    เรือป๋าก็แล่นเรื่อยๆเอื่อยๆแต่ก็ดูจะไปได้ไกล เรือหนูรี่ก็ออกตัวแรงแต่สาวเจ้าก็ไม่รู้ตัว(หนูรี่ก็ยังใส) เรือเดรกก็คงเจอพายุเข้าเรื่อยๆ แต่เอาจริงๆก็อยู่เรือป๋าอ่ะนะ คนแก่กว่านี่มันเร้าใจจริงๆค่ะ555555555555
    #184
    0
  19. #183 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:23
    นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว ตอนนี้มีทั้งหนูรี่กับป๋าเนปกริ๊ดดดดดดความซึนอย่าบ่ใครเชียวนะพ่อคู๊นนนนน/ปล.เมื่อวานให้เค้านอนรอตั้งนาน ชิ!!
    #183
    0