[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 29 : PART 2 of HP --- Meeting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


Meeting



               ในเช้าวันเสาร์เฟริน่าตื่นมาด้วยความรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ใครจะเป็นรายต่อไป  เด็กหญิงไม่กล้าสบตากับคอลินเลยตอนที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นรวมไปพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่และรอน  เด็กชายร่างเล็กจิ๋วที่กำลังจะเคราะห์ร้ายในคืนนี้กำลังตรวจกล้องถ่ายรูปของตัวเอง  และยืนคุยกับจินนี่ด้วยดวงตาเป็นประกายตื่นเต้น  เฟริน่าทันได้ยินว่าวันนี้เขาจะเก็บภาพแฮร์รี่บนไม้กวาดให้ได้มากที่สุด  ในขณะที่จินนี่มีใบหน้าซีดเซียวและดูอ่อนเพลียได้แต่จ้องเหม่อไปที่รอยขาดของพรมบนพื้นห้อง  เวลาใกล้จะสิบเอ็ดนาฬิกา  เด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนต่างเดินลงไปที่สนามควิดดิช  มีเสียงนักเรียนคุยกันอย่างตื่นเต้น  และมีเสียงโห่ร้องไล่เด็กบ้านกริฟฟินดอร์มาจากเด็กบ้านสลิธีริน  พวกนั้นกำลังพูดถึงไม้กวาดนิมบัสสองพันหนึ่ง  และกำลังพนันกันว่านักกีฬาควิดดิชจากบ้านกริฟฟินดอร์จะถูกสอยร่วงจากไม้กวาดภายในเวลากี่นาที  รอนเกือบกระโจนเข้าไปหาแครบกันกอยล์ที่พูดถึงเฟร็ดและจอร์จว่า  สองฝาแฝดต้องร่วงจากไม้กวาดคลีนสวิปห้าเก่าๆภายในสามนาทีแรกแน่ๆ   โชคดีที่เฮอร์ไมโอนี่และเฟริน่ารั้งเสื้อคลุมเขาไว้ได้ทัน  ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาลูกสมุนของเดรโกซึ่งหักข้อนิ้วและจ้องมองเด็กชายผมแดงด้วยใบหน้าโง่ๆที่แทบไม่มีคอ  วันนี้อากาศร้อนและชื้นมาก  และท้องฟ้าก็มีทีท่าว่าฝนอาจจะตกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  เด็กๆทั้งสามรีบตรงไปหาแฮร์รี่ที่ห้องเปลี่ยนชุดและอวยพรให้เขาโชคดี 

                “นายจะต้องโชคดี  เราจะชนะ”  เฟริน่าบอกกับแฮร์รี่ที่ตอนนี้ตื่นเต้นเป็นกังวล

                “ฉันไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้นนะ  วู้ดจะว่ายังไงถ้าวันนี้เราแพ้”  แฮร์รี่ถอนหายใจ  เขาชำเลืองมองไปยังกัปตันบ้านกริฟฟินดอร์ที่เพิ่งเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคลุมสีแดงเสร็จ

                “นายต้องชนะ  เพราะนายเป็นสุดยอดซีกเกอร์”  เฮอร์ไมโอนี่พูด

รอนตบบ่าแฮร์รี่  “มัลฟอยไม่มีทางคว้าลูกสนิชได้ก่อนนายแน่ๆ  เขากับไม้กวาดโง่ๆของเขาจะสู้นายที่เคยลงสนามมาก่อนได้ยังไง  นายเชี่ยวสนามกว่าเขาตั้งเยอะ   พนันกันได้ว่า  เขาต้องทำพลาด  อย่าลืมสิว่านี่มันครั้งแรกของเขา”

“ฉันก็หวังอย่างนั้นแหละ”  แฮร์รี่บอก  แล้ววู้ดก็เรียกให้ซีกเกอร์ประจำทีมเข้ามาเปลี่ยนชุด  เฟริน่ากอดแฮร์รี่หนึ่งครั้ง  และไม่ลืมที่จะจูบแก้มเขา  เด็กชายแว่นกลมหน้าแดงก่ำพลางก้มหน้าก้มตา  เขาพูดอ้อมแอ้มบอกกับเธอว่าเขาจะคว้าชัยชนะมาให้เธอเสียงเบา  ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด

“เขาดูกังวล”  รอนพูด  ตอนนี้ทั้งสามกำลังไหลไปตามคลื่นของนักเรียนไปยังอัฒจันทร์   แล้วเฟริน่าก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่  เด็กหญิงหันไปรอบๆและทันเห็นดวงตาโปนสีเขียวฉ่ำเยิ้ม  ใบหูใหญ่เหมือนค้างคาว  พร้อมจมูกแหลมๆที่แอบจ้องมาที่เธอใกล้กับทางขึ้นอัฒจันทร์  และเพียงพริบตาเดียวมันก็หายไปแล้ว  เฟริน่าพยายามมองหามันอีกครั้ง  เด็กหญิงเชื่อว่านั่นต้องเป็นด๊อบบี้แน่ๆ 

“แฮร์รี่ทำได้น่า”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  และเดินขึ้นบันได  “ฟังดูสิ  แม้แต่เรเวนคลอกับฮัฟเฟิลพัฟยังเชียร์กริฟฟินดอร์เลย”  ตอนนี้ทั้งสามขึ้นมาถึงข้างบน   และเดินไปยังที่นั่งที่ว่างอยู่  เสียงเชียร์ดังกระหึ่มรอบๆตัวทั้งสามกลบเสียงโห่ไล่ของบ้านสลิธีริน

“ไม้กวาดดีกว่าแล้วยังไงล่ะ  ประสบการณ์สำคัญกว่า”  เฟริน่าทิ้งตัวลงนั่งตรงที่ว่างพร้อมกับเพื่อนทั้งสอง  เธอยังคงกวาดตามองหาเอลฟ์ประจำบ้านตัวนั้นอยู่  และนึกสงสัยว่ามันจ้องมองเธอทำไม  “ฉันรู้ว่าวันนี้เราจะชนะ”

“เออ  ดูเธอมั่นใจดีจริงๆ  ฉันเองก็อยากจะเชื่อแบบนั้น  แต่ฉันได้ยินมาจากเฟร็ดและจอร์จว่า  ไม้กวาดของพวกนั้นเร็วจนแทบมองไม่ทัน”  รอนพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด 

“นายไม่มั่นใจในตัวแฮร์รี่หรือไง”  เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว 

“โอ๊ย  ฉันเชื่อว่าแฮร์รี่ทำได้อยู่แล้ว  แต่คนอื่นๆในทีมน่ะสิ”  รอนพูด

“นายลืมไปหรือว่าเปล่าว่าผู้เล่นสลิธีรินน่ะ  ก็เหมือนโทรลล์ที่อยู่บนไม้กวาดดีๆแค่นั้นเอง  พวกนั้นไม่มีทางชนะหรอก”  เฟริน่าบอก 

“จริงของเธอ”  แล้วเสียงของรอนก็ถูกกลบด้วยเสียงเชียร์ที่ดังขึ้นอีกระลอกเมื่อตอนนี้ที่สนามทีมจากทั้งสองบ้านออกมายืนประจันหน้า  โดยมีมาดามฮูชบอกให้กัปตันของทั้งสองทีมจับมือกัน  แล้วไม้กวาดทั้งสิบสี่ด้ามก็ลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว  เสียงเชียร์ยิ่งดังมากยิ่งขึ้น  เฟริน่าเห็นร่างของเด็กชายผมยุ่งลอยขึ้นไปสูงกว่าใครและเริ่มมองหาลูกสนิช  ในขณะที่เดรโกพุ่งขึ้นมาอย่างเร็วและพูดอะไรบางอย่างกับแฮร์รี่   และในนาทีนั้นเองลูกบลัดเจอร์ก็พุ่งตรงไปยังแฮร์รี่  แต่เขาหลบได้อย่างหวุดหวิด  เฟริน่าได้ยินเสียงเพื่อนทั้งสองอุทานด้วยความตกใจ  เด็กหญิงละสายตาจากเหตุการณ์บนฟ้า  เธอพยายามกวาดตามองหาเอลฟ์ประจำบ้านที่อาจอยู่ใกล้ๆกับสนาม 

“เฮ้!  มันพุ่งกลับมาหาเขาอีกแล้ว  ดูสิ”  รอนร้อง  เฟริน่ามองกลับขึ้นไปอีกครั้ง  เธอเห็นแฮร์รี่กำลังถูกลูกบลัดเจอร์ไล่กวด  มันกำลังพยายามพุ่งชนเพื่อให้เขาตกจากไม้กวาด  จอร์จพยายามหวดมันไปหาเดรโก  แต่มันก็เปลี่ยนทิศพุ่งมาหาแฮร์รี่อีกครั้ง

“ใครสักคนต้องเสกคาถาให้มันทำร้ายแฮร์รี่แน่ๆ”  เฮอร์ไมโอนี่ร้องอย่างตื่นกลัว  ตอนนี้แฮร์รี่บินตรงดิ่งไปอีกฟากของสนามที่เฟร็ดรออยู่  แฮร์รี่ก้มหลบ  และเฟร็ดก็หวดใส่ลูกบลัดเจอร์เต็มแรงให้มันไปห่างๆ   แต่แล้วมันก็พุ่งกลับเข้ามาหาซีกเกอร์ทีมกริฟฟินดอร์อีกครั้ง

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง  ไม่อย่างนั้นแฮร์รี่ตกจากไม้กวาดแน่”  รอนร้อง  เขาชักไม้กายสิทธิ์ออกมา  แต่เด็กหญิงทั้งสองรีบห้ามเขาไว้

“ฉันเอง”  เฮอร์ไมโอนี่ควานเข้าไปในเสื้อคลุมและหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา  แล้วฝนก็เริ่มตกลงมา  เสียงลี  จอดันดังแข่งกับเสียงสายฝนว่าตอนนี้สลิธีรินนำไปหกสิบต่อศูนย์แล้ว  เฟริน่าได้ยินเสียงรอนสบถ

“เร็วเข้า!  เฮอร์ไมโอนี่”  เด็กชายผมแดงร้องอย่างร้อนใจโดยไม่ละสายตาจากสนามแข่ง  ตอนนี้ลูกบลัดเจอร์พยายามพุ่งเข้าใส่แฮร์รี่อย่างบ้าคลั่ง  ร่างของสองฝาแฝดวีสลีย์บินขนาบข้างซีกเกอร์ประจำบ้าน  ทั้งคู่พยายามหวดไล่ให้มันไม่พุ่งเข้าชนแฮร์รี่  “เร็วๆสิ  เฮอร์ไมโอนี่”  รอนเร่ง  เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงผมฟูยังไม่ร่ายคาถาใส่สักที

“เดี๋ยวสิ!  มันบินเร็วมาก  ฉันกำลังเล็งอยู่  เดี๋ยวพลาดไปโดนแฮร์รี่กับพี่ชายนายพอดีหรอก!”  เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนแข่งกับเสียงสายฝนและเสียงเชียร์รอบข้าง

“พวกสลิธีรินต้องแอบทำอะไรกับลูกบลัดเจอร์แน่ๆ”  รอนคำรามอย่างโกรธจัด  แล้วในตอนนั้นเองจอร์จก็พยายามส่งสัญญาณไปยังกัปตันทีมของเขาพร้อมกับหวดลูกบลัดเจอร์ที่เกือบจะพุ่งใส่หน้าแฮร์รี่ไปอย่างเฉียดฉิว  วู้ดรีบส่งสัญญาณขอเวลานอกไปยังมาดามฮูช

“ให้ตายเถอะ!  มาดามฮูชไม่เห็นหรือไงว่าลูกบลัดเจอร์มันมีอาการแปลกๆ”  เฟริน่าร้องอย่างหัวเสีย  เธอนึกโมโหที่ไม่มีกรรมการคนไหนคิดที่จะสอบสวนหรือหาทางหยุดลูกบลัดเจอ์นั่นเลยหรือยังไงกัน  ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ชัดๆว่ามันพุ่งมาเล่นงานแฮร์รี่อยู่คนเดียว  ตอนนี้ที่พื้นสนามวู้ดกำลังยืนคุยกับทีมกริฟฟินดอร์  มีเสียงโห่ไล่จากบ้านสลิธีรินอย่างไม่พอใจที่ทีมกริฟฟินดอร์ขอเวลานอกกะทันหัน  แล้วมาดามฮูชก็เดินตรงมาที่ทีมกริฟฟินดอร์  ในขณะที่ทีมบ้านสลิธีรินโห่เยาะเย้ยและชี้นิ้วมาทางแฮร์รี่

“พนันกันได้ว่าพวกนั้นต้องทำอะไรบางอย่างกับลูกบลัดเจอร์แน่ๆ  คงรู้ว่ามัลฟอยไม่มีทางชนะแฮร์รี่น่ะสิ”   รอนว่า  เด็กชายผมแดงพยายามชะเง้อคอมองเหตุการณ์ที่สนามให้ชัดๆ  ฝนที่ยังตกกระหน่ำราวกับฟ้ารั่วทำให้ทุกคนเปียกชุ่มและเริ่มหนาวสั่น  แล้วมาดามฮูชก็เดินมาถึงทีมกริฟฟินดอร์  หล่อนคุยกับวู้ด  จากนั้นก็เป่านกหวีดเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันกำลังจะเริ่มต่อ  เฟริน่ากำหมัดแน่นจ้องมองไปที่กรรมการ  พวกเขาไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรือไง  หรือพวกเขาไม่เห็นว่าลูกบลัดเจอร์นั่นเล่นงานแฮร์รี่อยู่เพียงคนเดียว  เฮอร์ไมโอนี่ที่เผลอลดไม้กายสิทธ์ตอนที่ทีมกิฟฟินดอร์ขอเวลานอก  ก็รีบยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาใหม่

“พวกนายรอตรงนี้นะ   เดี๋ยวฉันมา!”  เฟริน่ารีบเบียดแทรกนักเรียนคนอื่นๆออกไปโดยไม่รอฟังเสียงเพื่อนทั้งสอง  เด็กหญิงกระโจนลงบันไดไปหลายขั้น  และลงมายืนที่พื้นสนามหญ้า  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวกวาดตามองไปยังพื้นสนามข้างอัฒจันทร์  ถ้าเธอไม่ได้ตาฝาด  ก่อนลงมาเธอเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ  ใบหูใหญ่คล้ายค้างคาว  และถ้าเธอมองไม่ผิดอีกเหมือนกัน  เจ้าสิ่งนั้นมีดวงตาโปนขนาดใหญ่สีเขียว  จมูกของมันแหลมยาว  และที่สำคัญมันสวมสิ่งที่ดูคล้ายปอกหมอนเก่าๆ  มันยืนแอบอยู่ที่ห้องเปลี่ยนชุดของทีมสลิธีริน  ดวงตาโปนๆของมันกำลังจ้องมองไปบนท้องฟ้าที่แฮร์รี่กำลังหนีการไล่ล่าจากลูกบลัดเจอร์  เฟริน่าเห็นมือผอมๆนิ้วยาวหุ้มกระดูกของมันยกขึ้นมาระดับสายตา  มันกำลังใช้เวทมนต์บังคับวิถีของลูกบลัดเจอร์ตาไม่กระพริบ 

โครม!

มีเสียงดังเล็กๆขึ้นที่ด้านบนใกล้ๆ  เฟริน่าถอนสายตาจากเอลฟ์ประจำบ้าน  เธอเห็นร่างของเด็กชายหัวแผลเป็นที่เสียศูนย์  เขาเอียงไปข้างหนึ่งบนไม้กวาด  แขนข้างขวาตกห้อยต่องแต่งอย่างน่าประหลาดที่ดูรู้ว่ากระดูกแขนคงหักเรียบร้อย  และเมื่อลูกบลัดเจอร์หวนมาจะโจมตีแฮร์รี่อีกเป็นครั้งที่สอง  เด็กหญิงก็รีบวิ่งกระโจนไปคว้าตัวเอลฟ์   เธอต้องการที่จะเค้นความจริงจากมันว่ามันจ้องมองเธอทำไม 

“ด๊อบบี้!” 

เฟริน่าคว้าปลอกหมอนเก่าๆที่มันสวมไว้ได้ทันก่อนที่มันจะหนี  เจ้าเอลฟ์ใช้ดวงตาโปนเบ้อเริ่มของมันจ้องหน้าเธอด้วยความตื่นตกใจกลัวพลางรีบสะบัดตัวให้หลุด  และก่อนที่เด็กหญิงจะเอ่ยปากสั่งให้มันหยุด  ก็มีเสียง  เปรี้ยง!   แล้วมือของเธอก็คว้าแค่อากาศ  เธอรีบหันกลับไปมองบนฟ้าอีกครั้ง  แฮร์รี่กำลังบินตรงดิ่งไปหาเด็กชายบ้านสลิธีรินที่กำลังหนีไปให้พ้นทาง  และวินาทีนั้นเธอก็เห็นเด็กชายแว่นกลมเป็นยื่นมือข้างที่ยังใช้การได้ไปคว้าลูกกลมๆสีทอง  ก่อนที่เขาจะเสียศูนย์อีกครั้งและพุ่งไถลลงสู่พื้นดิน  ร่างของเด็กชายหัวแผลเป็นเปียกชุ่มและเปรอะไปด้วยโคลนกระเด็นกลิ้งตกจากไม้กวาด  มีเสียงร้องด้วยความยินดีดังกึกก้อง  เมื่อทุกคนเห็นซีกเกอร์บ้านกริฟฟินดอร์จบเกม 

“แฮร์รี่!  แฮร์รี่!”  เฟริน่ารีบพุ่งตรงไปยังร่างของเด็กชายผมยุ่ง  มือข้างหนึ่งของเขากำลูกสนิชไว้แน่น  ส่วนอีกข้างอยู่ในท่าทางแปลกๆ  เด็กหญิงโน้มตัวไปใกล้เพื่อบังสายฝนที่โปรยปรายลงมากระทบใบหน้าของเขาจนเปียกชุ่ม  มือของเธอปาดเม็ดฝนที่เกาะบนกระจกแว่นตาทรงกลม  ดวงตาสีเขียวใสของแฮร์รี่จ้องเธอตอบกลับมา  แม้จะดูอ่อนล้า  แต่ก็เต็มไปด้วยความยินดี

“เป็นไงล่ะ!”  เขาพูดแผ่วเบา  “เราชนะแล้ว” 

“ฉันบอกนายแล้วว่าเราจะต้องชนะ”  เธอพึมพำบอกเขา  พลางดึงมือของเขาข้างที่กำลูกสนิชมากุมไว้  แฮร์รี่ยัดลูกสนิชใส่ในมือของเธอ  และก่อนที่เขาจะหมดสติไป  เธอก็ได้ยินเสียงของเขากระซิบเบาๆคลอไปกับสายฝนว่า

“ฉันชนะเพื่อเธอเลยนะ...” 

เสียงร้องตะโกนถามถึงแฮร์รี่ของสองฝาแฝดดังขึ้น  ทั้งคู่แข่งกันร่อนไม้กวาดลงมาที่พื้นสนามใกล้ๆ  เด็กชายวีสลีย์ทั้งสองรีบพุ่งตรงมาหยุดอยู่ข้างๆ  พวกเขากำลังจ้องมองใบหน้าที่หมดสติของซีกเกอร์ประจำบ้านอย่างเป็นกังวล

“เขาแค่แขนหัก  เราต้องรีบพาเขาไปที่ห้องพยาบาล”  เฟริน่าตอบ  ตอนนี้ทีมกริฟฟินดอร์ที่เหลือทุกคนรีบร่อนไม้กวาดลงมาและต่างเข้ามามุงดูแฮร์รี่ที่นอนอยู่บนพื้น  สีหน้าทุกคนดีใจผสมปนเปไปกับความกังวล

“แฮร์รี่!  แฮร์รี่!  ถอยหน่อย!”  เสียงรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่วิ่งแข่งกันลงมาจากอัฒจันทร์เบียดแทรกวงล้อมเข้ามาดูเด็กชายหัวแผลเป็น  ใบหน้าของทั้งสองซีดขาวราวกับกระดาษ  เฮอร์ไมโอนี่ริมฝีปากสั่นระริก  เธอจ้องมองแฮร์รี่ด้วยความกังวลและตื่นกลัว

“เอ้า!  หลีกทางให้ฉันหน่อย  เด็กๆ  ฉันจัดการเอง  ฉันจัดการเอง”  เสียงของบุคคลที่น่ารำคาญดังขึ้น  แล้วพ่อมดในชุดสีเขียวมรกตอวดฟันสีขาวก็พุ่งแทรกเข้ามากลางวงล้อม  “ไม่ต้องห่วงเด็กๆ  มีฉันอยู่ทั้งคน  แฮร์รี่จะไม่เป็นอะไร  ฉันจัดการได้สบายมาก  อย่าห่วงเลย”  เขาพูด  แต่สีหน้าของทุกคนต่างมองเขาราวกับเขาเป็นตัวอะไรก็ตามที่ไม่สมควรโผล่มา  แต่ล็อกฮาร์ตกลับเข้าใจว่านั่นคือสายตาที่เป็นกังวล 

“ไม่ต้องหรอกค่ะ  เราจะพาเขาไปห้องพยาบาลเอง  คุณไม่ต้องช่วยหรอก  ขอบคุณ”   เฟริน่าจ้องมองล็อกฮาร์ตตาขวาง  เธอยังโน้มตัวอยู่เหนือใบหน้าของแฮร์รี่ไม่ยอมขยับไปไหน

“โอ้  แม่หนูน้อย  ฉันคิดว่าฉันรับมือได้  ฉันไม่ได้จะอวดว่าฉันเก่งกว่ามาดามพอมฟรีย์หัวหน้าพยาบาลหรอกนะ  แต่ฉันสามารถต่อกระดูกของเขาได้ภายในพริบตาเดียว”  ล็อกฮาร์ตไม่ฟังเธอ  เขาผลักเด็กหญิงออกไปให้พ้นทาง  รอนจ้องมองพ่อมดจอมขี้โม้อย่างโกรธๆ  เฮอร์ไมโอนี่รีบตรงเข้าไปดึงเฟริน่าให้ลุกขึ้น  ล็อกฮาร์ตก้มดูแฮร์รี่ใกล้ๆ  แล้วเสียงของเด็กชายแว่นกลมที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็ดังขึ้น

“โอ๊ย  ไม่นะ  อย่าใช่อาจารย์เลย”  เขาครางด้วยความหวาดกลัว

“เขาไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังพูดอะไร”  ล็อกฮาร์ตพูดเสียงดังกับทุกคนที่มุงอยู่รอบๆ  “ไม่ต้องกังวลนะ  แฮร์รี่  ฉันจะซ่อมแขนของเธอเอง”

อย่าฮะ!”  แฮร์รี่ร้อง  “เอาไว้อย่างนี้เถอะฮะ  ขอบคุณ...”

“เขาก็บอกอยู่ว่าอย่า  คุณก็ควรจะเชื่อเขานะคะอาจารย์”  เฟริน่าพูดเสียงเขียว  แต่ล็อกฮาร์ตแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูด  จากนั้นก็มีเสียงกดชัตเตอร์  แล้วคอลินก็กระโดดไปมา  เขาใช้กล้องเก็บภาพทุกช็อตอย่างกระตือรือร้น

“นี่ต้องเป็นภาพและข่าวที่ดีที่สุด”  คอลินร้อง 

“ฉันไม่อยากได้รูปถ่ายตอนนี้หรอกนะ  คอลิน”  แฮร์รี่บอกเสียงดังลั่นอย่างหงุดหงิด  และพยายามลุกขึ้นนั่ง

“นอนลงไป  แฮร์รี่”  ล็อกฮาร์ตบอกเสียงนุ่มนวล  “มันเป็นคาถาง่ายๆที่ฉันเสกนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว”  เฟริน่าได้ยินเสียงรอนพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ  ส่วนเฮอร์ไมโอนี่มีท่าทางกะตือร้นและตั้งใจรอดูว่าล็อกฮาร์ตจะเสกคาถาอะไร

“ให้ผมไปห้องพยาบาลไม่ได้เหรอฮะ”  แฮร์รี่กัดฟันถาม

“ให้เขาไปดีกว่าฮะ  อาจารย์”  วู้ดพูด  เขายังคงยิ้มกว้างที่ทีมกริฟฟินดอร์ชนะเพราะแฮร์รี่  “จับลูกสนิชได้เยี่ยมมากเลย  แฮร์รี่  ตื่นตาตื่นใจจริงๆ  สุดฝีมือของนายเลยล่ะ  ฉันว่า”

“เรารีบพาเขาไปห้องพยาบาลดีกว่า”  เฟริน่าก้าวเข้ามา  แต่ล็อกฮาร์ตกลับพูดใส่เธอว่า

“ถอยออกไป”  แล้วเขาก็รีบม้วนแขนเสื้อคลุมขึ้น  เฟริน่าพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  ถ้าไม่ติดว่าดัมเบิลดอร์สั่งว่าให้เรื่องดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็นเพื่อไม่ให้โวลเดอมอร์วัยสิบหกปีในสมุดบันทึกสงสัย  เธอคงสาปให้ล็อกฮาร์ตกินทากไปแล้ว

“ไม่  --  อย่า  --  “  แฮร์รี่บอกเสียงอ่อยๆ  แต่ล็อกฮาร์ตกำลังควงไม้กายสิทธิ์  และชี้ไปที่แขนของเขา  วินาทีต่อมา  แขนของแฮร์รี่ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็นถุงมือสีเนื้อหยุ่นๆโดยไล่มาจากไหล่จนถึงปลายนิ้ว  มีเสียงรอนอุทานเบาๆ  ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่สูดลมหายใจลึกๆ  เสียงกดชัตเตอร์อย่างบ้าคลั่งดังมาจากกล้องของคอลินพร้อมกับเสียงก๊องแก๊งเมื่อยามที่เขากระโดดไปมาเพื่อเก็บภาพทุกมุม

“อ้อ  ใช่แล้ว  บางทีก็เป็นแบบนี้ได้”  ล็อกฮาร์ตพูด  “แต่ประเด็นคือกระดูกไม่  -- 

“คุณเลาะกระดูกเขาออกต่างหากล่ะ!”  เฟริน่าร้องอย่างหมดความอดทน  เธอก้าวเข้ามาและผลักล็อกฮาร์ตออกไปให้พ้นทาง  เด็กหญิงประคองแฮร์รี่    เธอยกแขนข้างที่ยังมีกระดูกของเขาพาดบ่าของเธอไว้  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวจ้องมองล็อกฮาร์ตอย่างหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง  รอนรีบตรงเข้ามาช่วยประคองแฮร์รี่อีกข้าง   ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่พูดพึมพำว่าไม่เป็นอะไร  มาดามพอมฟรีย์ต้องมีทางรักษาแน่  และล็อกฮาร์ตแค่ทำผิดพลาดไปก็เท่านั้น

รอนก่นด่าล็อกฮาร์ตไปตลอดทางที่กลับไปปราสาท  ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่พยายามแก้ตัวให้พ่อมดจอมทึ่มด้วยเสียงอ่อยๆ  เมื่อถึงห้องพยาบาล  มาดามพอมฟรีย์ดูไม่ชอบใจเอามากๆ  หล่อนบ่นว่าแฮร์รี่ควรมาหาเธอในทันที  และถ้ากระดูกหัก  หล่อนสามารถต่อให้ใหม่ได้ภายในเวลาวินาทีเดียว  แต่การปลูกกระดูกใหม่จะเจ็บมากและต้องใช้เวลา  แฮร์รี่จึงต้องค้างคืนที่ห้องพยาบาล 

“คุณวีสลีย์  ช่วยคุณพอตเตอร์เปลี่ยนเสื้อนอนด้วย”  มาดามพอมฟรีย์สั่ง  และเดินหายเข้าไปในห้องทำงานเพื่อหยิบขวดยาปลูกกระดูก 

รอนดึงม่านปิดรอบเตียง  เฟริน่าและเฮอร์ไมโอนี่ยืนรออยู่นอกม่าน   เด็กชายทั้งสองต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะยัดแขนนุ่มๆที่เหมือนยางของเด็กชายหัวแผลเป็นเข้าไปในแขนเสื้อ

“ไม่รู้ทำไมเธอถึงยังเข้าข้างล็อกฮาร์ตอยู่ได้ถึงเดี๋ยวนี้นะ  เฮอร์ไมโอนี่”  เสียงของรอนดังผ่านม่านออกมา  “ถ้าแฮร์รี่ต้องการถอดกระดูก  เขาคงบอกแล้ว”

“ใครๆก็ทำพลาดกันได้น่า”  เด็กหญิงผมฟูตอบ  “เธอไม่ปวดแขน  --  “

“เฮอร์ไมโอนี่  เขาไม่ได้ทำพลาด  แต่เขาทำไปเพราะเขาโง่มากกว่า”  เฟริน่าพูดอย่างหงุดหงิด  มีเสียงรอนตอบรับอย่างเห็นด้วยดังลอดออกมา  แล้ววินาทีต่อมารอนก็ดึงม่านเปิดออก  แฮร์รี่นอนอยู่บนเตียง  แขนที่ไร้กระดูกดูนุ่มนิ่มน่ากลัวและกระเด้งไปมาราวกับปลาไหล  มาดามพอมฟรีย์เดินกลับมาพร้อมกับขวดยาใบใหญ่ที่ติดป้ายว่า  ปลูกกระดูก  หล่อนเตือนว่าการปลูกกระดูกใหม่จะเจ็บมาก  และรินยาใส่แก้วมีพวยเล็กๆที่ปากจนเต็ม  มันส่งควันลอยขึ้นมา  แฮร์รี่กลั้นใจกลืนมันลงไป  เขาไอและสำลักเล็กน้อยจนยากระเด็นออกมา   แล้วมาดามพอมฟรีย์ก็บ่นเรื่องกีฬาที่แสนอันตรายและอาจารย์ที่ไม่มีสมรรถภาพก่อนเดินจากไป 

                “ยังไงเราก็ชนะล่ะ  แล้วที่นายจับได้นั่นก็แน่มาก  --  ต้องดูหน้ามัลฟอย  --  เขาเหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้เลย”  รอนบอกมีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าตกกระ

                “ฉันบอกแล้วว่าทีมสลิธีรินก็แค่โทรลล์บนไม้กวาดดีๆนี่เอง”  เฟริน่าพูด

                “ฉันอยากรู้ว่าเขาจัดการลูกบลัดเจอร์ได้ยังไง  ให้เล่นงานแต่นายน่ะ  อีกอย่างพอนายโดนมันพุ่งชนจนกระดูกหัก  และมันทำท่าจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง  อยู่ๆมันก็เปลี่ยนใจไปพุ่งใส่มาร์คัส  ฟลินต์แทน  แล้วก็ไม่ตามนายอีกเลย”  เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างมืดแปดด้าน  “แล้วเธอไปไหนมา  ฉันเห็นเธอพรวดพราดวิ่งลงอัฒจันทร์ไปทางห้องเปลี่ยนชุดของทีมสลิธีริน”

                “อ้อ  ฉันแค่ไปดูน่ะ  เผื่อว่าจะพบอะไรที่พวกนั้นใช้ทำกับลูกบลัดเจอร์”  เฟริน่าพูดปด

                “แล้วเธอเจออะไรมั้ย”  รอนถาม

                “ไม่เจอเลย  ฉันเลยคิดว่าไม่น่าใช่ฝีมือพวกเขานะ”  เฟริน่าตอบ

                “ถ้าไม่ใช่พวกนั้นแล้วจะเป็นใคร  พวกนั้นอยากจะชนะเราจะตาย”  แฮร์รี่ว่า

                “รู้มั้ย  ถ้าเมื่อปีที่แล้วไม่ใช่ควีเรลล์ที่เป็นคนสาปไม้กวาดของนาย  แล้วสเนปเป็นคนช่วยแก้คำสาปให้  ฉันต้องคิดว่าคราวนี้เป็นฝีมือของเขาอย่างแน่นอน”  รอนว่า  “แต่เขาอาจจะรู้ว่าทีมสลิธีรินเป็นคนทำก็ได้”

                “ใช่  บางทีเราน่าจะถามเขาตอนที่แปลงร่างเป็นดัมเบิลดอร์ไปถามเขาน่ะ”  แฮร์รี่ซบหน้าลงกับหมอน  เฟริน่ากำลังจะถามว่าใครที่จะเป็นคนแปลงร่างเป็นอาจารย์ใหญ่  ประตูห้องพยาบาลก็เปิดออกดึงความสนใจไป  และนักกีฬาทีมกริฟฟินดอร์ที่เหลือก็กรูกันเข้ามา  ทั้งชุดของพวกเขาเต็มไปด้วยโคลนและเปียกชุ่ม  พวกเขาหอบขนมมามากมายเพื่อฉลองชัยชนะ  จอร์จเอ่ยชมการจับลูกสนิชของแฮร์รี่  พร้อมทั้งเล่าว่าเขาเห็นมาร์คัสตะโกนด่ามัลฟอยเรื่องลูกสนิชลอยอยู่บนหัวแต่ไม่เห็น   แล้วมาดามพอมฟรีย์ก็พรวดพราดเข้ามาตะเบ็งเสียงไล่ทุกคนออกไป




 

“เฟริน่า  ฉันเห็นเธอจิ้มไก่ในจานจนมันพรุนไปหมดแล้ว  ทำไมเธอไม่กินมันสักที”  เนวิลล์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆถามเธอ 

“อ้อ  พอดีฉันไม่ค่อยหิวน่ะ”  เด็กหญิงผลักจานออกไปให้พ้นทาง  และหยิบถ้วยน้ำฟักทองแช่แข็งมาดื่มแทน  คืนนี้ดัมเบิลดอร์อยู่ที่ฮอกวอตส์  ชายชรากำลังนั่งฟังล็อกฮาร์ตที่พูดไม่หยุด  โดยมีสายตาตำหนิของศาสตราจารย์มักกอนนากัลส่งไปให้พ่อมดจอมทึ่มอย่างเจาะจง  เฟริน่าเดาได้ว่าหล่อนยังคงเคืองล็อกฮาร์ตที่เลาะกระดูกแขนของซีกเกอร์ทีมกริฟฟินดอร์

“ถ้าเธอกังวลเรื่องแฮร์รี่   ฉันว่าเขาปลอดภัยแล้วล่ะ  การปลูกกระดูกถึงจะเจ็บ  แต่เขาต้องทนได้น่า”  เฮอร์ไมโอนี่บอก 

“พรุ่งนี้เขาก็ออกจากห้องพยาบาลแล้ว”  รอนเสริมเมื่อเงยหน้ามาจากอาหารในจาน  เฟริน่าเพียงพยักหน้าเบาๆ   เพื่อนทั้งสองไม่รู้ว่า  เรื่องที่เธอกังวลจริงๆนั้นคือการนัดพบปะที่หอดูดาวมากกว่า  รวมทั้งคืนนี้คอลินจะถูกสาปเป็นรายต่อไป   ระหว่างที่เธอรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งนั่งจ้องมองขนมที่ปรากฏขึ้นมาแทนอาหารไม่นาน  เวลาก็เดินมาอย่างรวดเร็ว  เมื่อทุกคนลุกออกจากโต๊ะตัวยาว  และเด็กนักเรียนในห้องโถงก็เริ่มเคลื่อนตัวกลับหอคอยบ้านของตัวเอง  เฟริน่าเห็นคอลินเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่  และแยกไปทางอื่นโดยมีจินนี่เดินตามไปด้วย  เฟริน่ากำลังจะเดินตามไป  แต่เฮอร์ไมโอนี่ดึงเธอไว้  และชวนคุยถึงหนังสือที่อ่านค้างเมื่อหลายวันก่อน   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างจึงต้องจำใจเดินขึ้นหอคอยกริฟฟินดอร์  และรีบบอกลาเพื่อนทั้งสองว่าเธออยากนอนพัก   

เมื่อปีนขึ้นเตียงแล้ว  เฟริน่าก็คิดหาทางที่จะแอบออกไปยังหอดูดาวจุดนัดพบโดยที่ไม่ให้เพื่อนทั้งสองรู้   ในหอนอนที่ไม่มีใครอยู่  เด็กหญิงกระโดดลงจากเตียง  เธอคว้าหมอนมาวางและนำผ้าห่มมาคลุมทับไว้อีกที  ไม่ลืมโยนอาหารให้อันโดรส  เด็กหญิงเปิดหีบและหยิบดอกไม้ไฟฟิลิบัสเตอร์ยัดใส่กระเป๋าบางส่วน  อีกส่วนเธอถือติดมือและย่องออกจากหอนอน  ที่ห้องนั่งเล่นรวมมีสมาชิกกริฟฟินดอร์รวมตัวกันแน่นขนัด  เธอเห็นรอนนั่งทำการบ้าน  เฮอร์ไมโอนี่กำลังอ่านหนังสือ  เฟริน่าค่อยๆย่องผ่านทั้งคู่  เด็กหญิงกระโดดหลบหลังเก้าอี้วมตัวหนึ่ง  เธอหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาและจุดดอกไม้ไฟฟิลิบัสเตอร์  ก่อนจะรีบขว้างดอกไม้ไฟออกไปที่มุมหนึ่งของห้องห่างจากช่องข้างหลังรูปภาพ  เสียงฟู่และระเบิดของดอกไม้ไฟดังสนั่นเรียกความสนใจเด็กกริฟฟินดอร์ทุกคนให้หันไปมอง  แล้วเฟริน่าก็รีบกระโจนออกจากหลังเก้าอี้นวม  เธอพุ่งตัวผ่านเชมัสและดีนที่ส่งเสียงหัวเราะชอบใจและกำลังมองดูดอกไม้ไฟที่พวกเขาไม่รู้ว่าใครจุด  และเมื่อพ้นเด็กชายทั้งสองเธอก็รีบปีนออกจากช่องข้างหลังรูปภาพออกไปสู่ทางเดินสลัวๆ




 

เดรโกเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน  นานๆครั้งเขาก็ชำเลืองมองไปยังทางเดินสลัวๆที่เขาแอบรู้มาว่านั่นคือทางที่นำไปสู่หอคอยกริฟฟินดอร์  เด็กชายบ้านสลิธีรินแอบเพื่อนร่วมบ้านออกมารอใครคนหนึ่งมาร่วมเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว  เขามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง  ความคิดที่ว่าอะไรก็ตามที่สาปแมวของภารโรงและอาจกำลังจ้องมองเขาอยู่ในความมืด  ก็ทำให้เขาเกือบเปลี่ยนใจหนีกลับหอสลิธีรินเสียหลายครั้ง  ไม่ใช่ว่าเขาไม่กลัวที่ต้องมายืนรออยู่ตรงนี้  เขากลัวมากเลยทีเดียว  เดรโกยอมรับว่าเขาไม่ใช่คนที่กล้าหาญ  เขาไม่ชอบทำอะไรที่เสี่ยงตายหรือทำให้พ่อของเขาไม่พอใจ  แต่เวลานี้เขากลับต้องทำใจแข็งและพยายามลืมเรื่องร้ายๆที่คุณนายนอร์ริสถูกสาปให้กลายเป็นหิน 

“เลือดของฉันบริสุทธิ์  เลือดของฉันบริสุทธิ์  เลือดของฉันบริสุทธิ์...”  เขาพึมพำท่องคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้กำลังใจตัวเอง  เด็กชายผมบลอนด์พยายามไม่สนใจเงาของชุดเกราะที่ทอดยาวบนพื้นที่ดูน่าขนลุกกว่าทุกที  หรือเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านตามรอยแตกของกำแพง   แต่กระนั้นเขาก็ยังคอยฟังเสียงแปลกๆที่อาจเป็นอะไรก็ตามที่ว่ากันว่าอยู่ในห้องแห่งความลับที่อาจกระโจนมาทำร้ายเขาจากข้างหลังก็ได้  และขณะที่เดรโกยังคงเดินวนไปวนมาและพึมพำคำเดิมๆ  เขาก็เห็นใครบางคนกำลังสาวเท้ามาทางนี้อย่างเร่งร้อน  และภายใต้แสงจันทร์  เขาก็เห็นใครคนนั้น  คนที่เป็นสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่เขาต้องออกมายืนรอตรงนี้  ใครคนนั้นที่ทำให้เขาต้องกล้าทำอะไรบ้าๆอย่างเสี่ยงตายหรือถ้าพ่อของเขารู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ๆ  และเมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้  เธอก็จ้องมองเขาอย่างแปลกใจ 

“นายมาทำอะไรตรงนี้  มัลฟอย”  เธอถาม  เด็กชายเจ้าของชื่อรีบกระแอม  ใบหน้าร้อนขึ้นมาเสียทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ

“ฉันมารอเธอ”  เขาตอบ  พยายามไม่มองไปที่ใบหน้าเล็กๆนั่น

“รอฉัน”  เธอทวนคำ  “นายมารอฉันทำไม  จุดนัดพบปะอยู่ที่หอดูดาวนะ  นายควรล่วงหน้าไปเลย  ทำไมต้องเดินจากคุกใต้ดินมาที่นี่ให้เสียเวลาด้วย”  เธอพูด

“เธอนี่นะ –  ไม่รู้หรือไงว่าออกมาเดินคนเดียวแบบนี้น่ะ  --  ลืมไปหรือไงว่าเธอไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์เหมือนฉัน”  เขาพูดอย่างหงุดหงิด  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์มองเขาอย่างไม่ชอบใจนัก  เธอเริ่มออกเดินต่อไปโดยไม่สนใจที่จะหยุดรอ  เด็กชายบ้านสลิธีรินรีบเดินตามเธอไม่ห่าง 

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นน่ะ  มันไม่สนใจเลือดบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์หรอกนะ  แล้วจริงๆนายก็ไม่ควรเอาตัวเองมาเสี่ยงด้วย  นายไม่ได้ชอบแฮร์รี่อยู่แล้ว  นายจะมาสมัครเข้ากลุ่มแฟนคลับทำไม”  เธอว่า  และมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ  เดรโกที่ยังคงพยายามเดินเคียงคู่ไปกับเธอได้แต่หน้าแดง  เขานึกขอบคุณที่คืนนี้แสงจันทร์ไม่ได้สว่างมากนัก  ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ถามว่าเขาเป็นไข้หวัดอีกหรือเปล่าแน่ 

“นั่นมันเรื่องของฉัน  ฉันเป็นคนออกเงินค่าสมัครไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย”  เขาตอบเธอ  และเดินเลี้ยวมุมห้องตามเธอไปเรื่อยๆ  เด็กชายผมบลอนด์ได้ยินเสียงเธอพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

“นายมีแผนการอะไร”  เธอถาม

“อะไรนะ”

“ฉันถามว่านายมีแผนการอะไร  ต้องการอะไรจากฉันหรือแฮร์รี่”  คำถามที่ชวนให้เด็กชายบ้านสลิธีรินโมโหหลุดออกมาจากปากของเธอ  เดรโกนิ่วหน้า

“ทำไมเธอต้องคิดว่าฉันมีแผนการด้วย  ฉันไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายสักหน่อย”  เด็กชายมัลฟอยพูดด้วยเสียงหงุดหงิด  ทั้งสองกำลังเดินขึ้นบันได 

“แล้วทุกทีที่เราเจอกัน  นายเคยหยุดทำตัวร้ายกาจใส่ฉันบ้างหรือเปล่าล่ะ”  เธอย้อนถาม  และหยุดเดินพลางกวาดสายตามองอย่างระแวดระวัง  และเมื่อทางเดินปลอดคน  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ก็ออกเดินต่อไป

“ต่อไปนี้ฉันจะหยุดก็ได้”  เขาพึมพำตอบเธอพลางเสมองไปทางอื่น  แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ยิน  เด็กหญิงต่างบ้านรีบดึงแขนเขาเข้าไปหลบหลังรูปปั้น   “อะไร  --  “  เธอรีบเอามือปิดปากเขาพร้อมกับถลึงตาใส่  เดรโกจ้องมองเธออย่างไม่พอใจกลับไป  แต่ก็ยอมปิดปากเงียบ  ทั้งสองเงี่ยหูฟัง  และได้ยินเสียงอาร์กัส  ฟิลช์  ภารโรงประจำปราสาทเดินพึมพำสาปแช่งเด็กนักเรียนทุกคน  ฟิลช์ยังคงผูกใจเจ็บที่ไม่รู้ว่าใครทำให้คุณนายนอร์ริสกลายเป็นหิน  แสงตะเกียงในมือแห้งเหี่ยวของภารโรงค่อยๆผ่านเข้ามาใกล้กับรูปปั้นที่เด็กทั้งสองซ่อนตัวอยู่  เด็กชายผมบลอนด์รู้สึกได้ถึงร่างนุ่มนิ่มหอมหวานราวกับขนมเบียดเข้ามาหาตัวเขาเมื่อแสงตะเกียงดูจะใกล้มาทางนี้   และโดยไม่ทันคิดวงแขนของเด็กชายมัลฟอยก็โอบรัดตัวเด็กหญิงต่างบ้านและดึงเธอเข้ามาแนบชิดเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาที่จ้องจับผิดของฟิลช์  เด็กหญิงหันมามองหน้าเขา  และมันช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะต้องเกิดหน้าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง  หัวใจในอกเต้นแรงราวกับมันกำลังจะระเบิด  เมื่อพบว่าเวลานี้ใบหน้าของเธออยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก  แต่เด็กทั้งสองก็ไม่พูดอะไร  ต่างเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของฟิลช์

“อย่าให้ฉันเจอ  อย่าให้ฉันจับได้เชียว  เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ที่บังอาจทำร้ายสุดที่รักของฉัน”  เสียงฟิลช์บ่นพึมพำ  ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นภายใต้แสงสลัวจากตะเกียง  เขาหยุดยืนไม่ห่างจากรูปปั้น   เดรโกยังคงพยายามโอบกอดเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์เอาไว้แน่น  ซึ่งเขาก็ตอบไม่ได้ว่าที่เขาทำไปแบบนั้นเพราะเกิดจากความกลัวว่าจะถูกจับได้  หรือเกิดจากความหอมและความนุ่มนิ่มของเธอที่ทำให้เขาอดใจไม่อยู่ต้องรั้งตัวเธอมาใกล้เพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน   เด็กหญิงต่างบ้านหันหน้าไปในทิศทางที่ฟิลช์ยืนอยู่  ทำให้เดรโกรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้จ้องหน้าเธอใกล้ๆ  แต่เขาก็ไม่นึกเสียใจที่ตอนนี้ปลายจมูกของเขาฝังอยู่ในกลุ่มเรือนผมสีน้ำตาลสว่างของเธอ 

เสียงฝีเท้าและแสงตะเกียงของฟิลช์ค่อยๆห่างไปเรื่อยๆ  และเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วนอกจากลมด้านนอกของปราสาท  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ก็ขยับตัว  เด็กชายมัลฟอยค่อยๆคลายวงแขนอย่างอ้อยอิ่ง   เขาเห็นเธอเดินออกจากหลังรูปปั้นไปก่อน  ดวงตาสีฟ้าอมเขียวกวาดตามองอย่างระมัดระวังอีกครั้งให้แน่ใจ  แล้วจึงหันมาบอกกับเขา

“ทางสะดวก  รีบไปเถอะ  เราเลยเวลานัดพบมามากพอแล้ว”  เธอพูด  เด็กชายบ้านสลิธีรินพยักหน้า  และเดินออกมาจากหลังรูปปั้น  เด็กทั้งสองเดินคู่กันไปในความมืด  เดรโกอดไม่ได้ที่จะลอบมองเธอบ่อยๆ  เขายังรู้สึกถึงกลิ่นวนิลาติดอยู่ที่ปลายจมูก  ระหว่างที่เขายังเอาแต่จ้องมองเธอ  เด็กชายบ้านสลิธีรินก็เห็นเธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมและหยิบกระจกบานเล็กๆแบบที่เขาเคยเห็นพาร์กินสันใช้ออกมา  เด็กหญิงเอามันออกมาส่องตามมุมต่างๆ  และเมื่อถึงทางแยกเธอก็ส่องกระจกออกไป  และเมื่อแน่ใจ  เธอจึงเดินต่อไป

“เธอทำอย่างนั้นทำไม”  เขาสงสัย 

“ก็ส่องไว้ก่อนไงว่ามีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า”  คำตอบของเธอไม่ได้ช่วยให้เขาหายสงสัย  แต่ก่อนที่เขาจะถามต่อ  ทั้งสองก็มาถึงบันไดที่นำไปสู่หอดูดาวแล้ว  “รีบตามมาเร็วเข้า”  เธอหันมาเร่ง  และมือเล็กๆของเธอก็ผลักบานประตูให้เปิดออก  เด็กทั้งสองเดินขึ้นบันไดอย่างเร็ว  และเมื่อถึงด้านบนที่มีประตูอีกบาน  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ก็เปิดประตูออกไป  และที่นั่นก็มีเด็กปีหนึ่งนับสิบคนนั่งรออยู่แล้ว  ทุกคนต่างมีหนังสือพิมพ์เล่มบางๆในมือ  และจ้องมองมาที่เด็กชายบ้านสลิธีรินด้วยสีหน้าตื่นตกใจ 

“ผมนึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้ว”  เด็กชายตัวเล็กจิ๋วบ้านกริฟฟินดอร์พูดขึ้น  เขารีบวิ่งมายังทั้งสอง  ในมือมีหนังสือพิมพ์อีกหกฉบับ  “นี่หนังสือพิมพ์ฮะ”  เขายื่นให้เดรโกด้วยฉบับหนึ่ง  แต่เด็กหญิงต่างบ้านคว้ามันไปก่อนถึงมือเขา

“นายคงไม่อยากได้หรอก”  เธอพูด

“ได้ไง  ฉันก็จ่ายค่าสมาชิกเหมือนกับเธอนะ”  เดรโกท้วง  แต่เธอไม่สนใจและหันไปคุยกับเด็กชายที่ชื่อคอลินแทน

“ยังมากันไม่ครบหรือ” 

“ยังฮะ  เพราะตอนนี้พรีเฟ็คบ้านเรเวนคลอตรวจเข้มเลย  เด็กจากบ้านนั้นจึงยังไม่มาฮะ”  คอลินตอบ  “ตอนนี้เราเพิ่งแจกหนังสือพิมพ์ไปเท่านั้น  อีกเดี๋ยวเราจะต้องมาแลกเปลี่ยนข่าวสารกันว่าแต่ละบ้านเกิดอะไรขึ้นบ้าง  หลังจากที่ใครหลายๆคนคิดว่าแฮร์รี่เป็นทายาทสลิธีริน 

“เฮอะ  อย่างไอ้หัวแผลเป็นเนี่ยนะจะเป็นทายาทสลิธีรินที่สูงส่ง”  เดรโกพูดอย่างเหยียดๆ  เขากอดอกและเชิดหน้าอย่างไม่พอใจ  คอลินถลึงตาใส่เขา  เด็กชายคนนี้ส่วนสูงยังไม่ถึงไหล่ของเขาเสียด้วยซ้ำ  แต่กลับไม่กลัวเขาเลยสักนิด

“มัลฟอย!”  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์หรี่ตามองเขาอย่างไม่พอใจ  “ถ้านายมาที่นี่เพื่อจะทำเสียเรื่อง  เชิญนายกลับไปได้เลยนะ”   คอลินฉีกยิ้มกว้างอย่างท้าทายใส่เด็กชายบ้านสลิธีริน 

“ฉันก็แค่แสดงความคิดเห็นในฐานะสมาชิกคนหนึ่งเท่านั้น  ทำไมฉันจะทำไม่ได้”  เดรโกขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“แต่ถ้าการแสดงความคิดเห็นของนายมันจะทำให้เสียเรื่อง  ก็อย่าแสดงมันออกมา”  เธอว่า  จากนั้นเธอก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆกับเด็กหญิงผมแดงตระกูลวีสลีย์ 

“ผมยินดีคืนเงินให้คุณ  ถ้าคุณอยากจะออกจากการเป็นสมาชิก”  คอลินพูดด้วยเสียงแหลมอย่างไม่พอใจ  เดรโกถลึงตาใส่เด็กชายปีหนึ่ง

“ฉันไม่มีวันออกหรอก  เจ้าทึ่ม!”  เขาพูดและเดินปังๆไปทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆกับอดีตศัตรูต่างบ้าน  เธอกำลังชวนจินนี่  วีสลีย์คุยอยู่  แต่สีหน้าของน้องสาววีสลีย์ดูอึดอัดและไม่อยากคุยกับเธอมากเท่าไหร่ 

“จินนี่  วันนี้ฉันไม่เห็นเธอที่อัฒจันทร์เลย  ฉันนึกว่าเราจะได้นั่งเชียร์แฮร์รี่ใกล้กันเสียอีก  แข่งนัดหน้าเรามานั่งเชียร์แฮร์รี่ด้วยกันดีมั้ย” 

“มะ  --  ไม่เป็นไรค่ะ  --  หนูนั่งกับเพื่อนแล้ว”  จินนี่ตอบเสียงเบาหวิว  ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา  ระหว่างที่เดรโกนั่งฟังเด็กหญิงทั้งสองนั่งคุยกันอย่างเบื่อหน่าย  เขาก็คว้าหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ขึ้นมาดู  หน้าแรกมีรูปแฮร์รี่  พอตเตอร์กับแขนที่ไร้กระดูก   ในรูปเด็กชายแว่นกลมกำลังพยายามต่อสู้ดิ้นรนให้พ้นจากล็อกฮาร์ตที่ยิ้มอวดฟันขาวทุกซี่  และอีกรูปซีกเกอร์บ้านกริฟฟินดอร์กำลังถูกลูกบลัดเจอร์ไล่กวด  ในข่าวมีกล่าวเชยชมการจับลูกสนิชที่สุดยอดน่าชื่นชม  และในนั้นก็มีชื่อมัลฟอยด้วย

 

...มัลฟอยเด็กบ้านสลิธีรินศัตรูหมายเลขหนึ่งพ่ายแพ้อย่างหมดรูป  ทั้งยังถูกกัปตันทีมสลิธีริน  มาร์คัส  ฟลินต์ก่นด่าดังลั่นสนาม  เพราะไม่เห็นลูกสนิชที่บินอยู่เหนือหัว  เป็นซีกเกอร์ที่งี่เง่ามาก...

 

“นี่มันอะไรกัน!”  เด็กชายที่มีชื่ออยู่ในข่าวตวาด  เด็กปีหนึ่งหลายคนสะดุ้งตัวลอย   “ทำไมแกเขียนถึงฉันแบบนี้!”  เขาหันไปหาเด็กชายตัวเล็กที่กำลังมองเขาอย่างท้าทาย

“ผมเขียนความจริงฮะ”  คอลินตอบอย่างไม่หวาดกลัวเด็กชายผมบลอนด์ที่กำลังจ้องมองเขาอย่างโกรธจัด

“มีอะไร”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างถาม

“เธอดูเอาเองสิ!”  เขายัดหนังสือพิมพ์ใส่มือเธอ  เธอรับไปอย่างงุนงง  หลังจากที่กวาดสายตาอ่านข่าวแล้ว  เธอก็พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด   ก่อนจะดึงแขนเขาเดินไปยืนคุยห่างๆ

“นายควรรู้อยู่แล้วว่าจะโดนแบบนี้  รู้มั้ยว่าที่นี่คือแฮร์รี่  พอตเตอร์แฟนคลับ  การที่นายตั้งตัวเป็นศัตรูกับแฮร์รี่น่ะ  ไม่มีใครชอบหรอกนะ”  เธออธิบายอย่างใจเย็น

“เฮอะ  สรุปฉันผิดอีกสินะ”  เขากอดอก  พยายามไม่มองไปยังกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่จะทำให้เขายิ่งโกรธมากขึ้น  “ไอ้หัวแผลเป็นนั่นมีดีอะไร  ก็แค่มีแผลเป็นสายฟ้าโง่ๆ  เขาไม่ได้ทำอะไรสักนิด”

“รู้มั้ย”  เธอพูดขึ้นมาอีกครั้ง  “การที่นายพูดแบบนี้  มันเหมือนนายกำลังอิจฉาแฮร์รี่”

“อิจฉาเรอะ!”  เขาหันมาจ้องหน้าเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์อย่างโกรธจัด  “ทำไมฉันต้องอิจฉา  เจ้าพอตเตอร์มีอะไรดีกว่าฉัน  ไม้กวาดฉันก็ใหม่กว่า  บ้านฉันก็รวยกว่า  ตระกูลฉันก็เลือดบริสุทธิ์  แล้วยังจะ  -- 

                “พอเถอะ  มัลฟอย  ฉันพูดตรงๆนะ  ฉันไม่ชอบเวลาที่นายทำแบบนี้เลย  แล้วอีก  --  “

                “เธอชอบมัน  เธอชอบไอ้หัวแผลเป็น”  เดรโกพูดด้วยเสียงขมขื่น  เฟริน่าเห็นเขากำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ  “เธอมาเข้ากลุ่มงี่เง่านี่  เพราะเธอชอบมัน”

                เฟริน่าถอนหายใจ  “ที่ฉันมาเข้ากลุ่ม  มันไม่ใช่แบบที่นายคิด  เอาเป็นว่าฉันมีเหตุผลของฉันก็แล้วกัน”  เด็กหญิงไม่อยากทะเลาะกับเด็กชายมัลฟอยอีก  เธอจึงหมุนตัวกลับ  แต่คำถามของเขาก็ทำให้เธอต้องหันกลับมาอีกครั้ง

                “แล้วเธอเกลียดฉันหรือเปล่า”  เดรโกก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง 

                “ฉันไม่เกลียดนายหรอกนะ  แต่ฉันแค่ไม่ชอบนิสัยของนายเท่านั้นแหละ” 

 




                หลังจากที่เฟริน่าอยู่คุยกับจินนี่เพียงครึ่งชั่วโมง  น้องเล็กของบ้านวีสลีย์ก็กลับไปก่อน  เฟริน่าแอบเห็นสมุดบันทึกอยู่ในกระเป๋า   สีหน้าของจินนี่ดูซีดเซียวและโศกเศร้ากว่าทุกที  นี่คงเป็นผลของการที่จินนี่มีความผูกพันทางอารมณ์กับฮอร์ครักซ์มากเกินไป  จึงทำให้อ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ   ในขณะที่เด็กชายผมบลอนด์นั่งข้างเธออย่างเงียบๆมาตั้งแต่ตอนที่เขาถามว่าเธอเกลียดเขาหรือเปล่า  และในที่สุด  เมื่อเวลาเดินมาจนถึงสี่ทุ่ม  เด็กๆทุกคนก็ร่ำลาและแยกกันเดินกลับไปยังหอคอยบ้านของตัวเอง  คอลินที่นำพวงองุ่นติดตัวมาด้วย  บอกกับทุกคนว่าเขาจะนำมันไปเป็นของฝากแฮร์รี่ที่ห้องพยาบาล  เฟริน่าจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆของคอลินอย่างไม่สบายใจเมื่อเขาเดินไปยังระเบียงทางเดินที่นำไปสู่ห้องพยาบาลเพียงลำพัง 

                “เราควรรีบกลับ”  เด็กหญิงบอกกับเดรโก  

                “ฉันจะไปส่งเธอก่อน”  เด็กชายผมบลอนด์บอก

                “ไม่ต้องหรอก  นายรีบไปซะ  นี่มันดึกมากแล้ว  และคืนนี้มันก็อันตราย  -- 

                “ฉันเลือดบริสุทธิ์  สัตว์ประหลาดนั่นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”  เดรโกเบือนหน้าไปทางอื่น  เฟริน่าถอนหายใจในความดื้อร้นของศัตรูต่างบ้าน  “แต่เธอสิ  เกิดจากมักเกิ้ล  ถ้าเธอเดินไปคนเดียว  เธอต้องถูกสาปเป็นรายต่อไปแน่ๆ”

                “โอ๊ย  มัลฟอย  ทำไมนายถึงได้เข้าใจยากแบบนี้นะ”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพูดอย่างหงุดหงิด  “ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว  ถ้านายโดนสาปตอนกลับคุกใต้ดิน  อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน”   เธอเดินนำหน้าไปอย่างหัวเสีย 

                “รู้อะไรมั้ย  ฉันไม่มีวันโทษเธอหรอกน่า”  เขาพึมพำและเดินมาคู่กับเธอ  ดวงตาซีดจ้องมองใบหน้าของเธอ

                “นายเป็นอะไร  ฉันเห็นนายชอบเอาแต่จ้องหน้าฉัน”  เฟริน่าสงสัย  แล้วเดรโกก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่นพร้อมกับกระแอม 

                “ใครจ้องหน้าเธอ  ฉันแค่บังเอิญหันไปหาเธอ   แล้วเธอก็หันมาพอดี”  เขาตอบและยังคงหลบสายตา  แล้วภายใต้แสงจันทร์สลัวๆที่ส่องลอดเข้ามายังระเบียงทางเดิน  เฟริน่าคิดว่าตัวเองเห็นแก้มสีซีดของเด็กชายบ้านสลิธีรินกลายเป็นสีชมพู

                “ถ้านายเป็นไข้  พรุ่งนี้นายควรไปห้องพยาบาลนะ  หน้านายดูแดงๆ” 

                “ยุ่งน่า!”  เขาพูดอย่างโมโหและมองเธอตาขวาง   เฟริน่ากลอกตา 

                “ตามใจนายเลย  วันหลังฉันจะไม่พูดอีก”  เฟริน่าพูดด้วยเสียงรำคาญ  เธอล้วงกระจกบานเล็กๆออกมา  และเริ่มส่องตามซอกต่างๆ  และเมื่อถึงทางแยก  เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหนือขึ้นไปบนเพดาน  มันเป็นเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว  เสียงนั้นเบามากจนเกือบจะไม่ได้ยิน   เด็กหญิงกลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก  และที่ทางแยกข้างหน้า  เธอเห็นเงาอะไรบางอย่างที่มีโครงร่างมหึมา   มันอยู่นิ่งราวกับรอให้เหยื่อเดินเลี้ยวมาทางนี้  และเธอไม่ต้องคิดอีกแล้วเมื่ออยู่ๆมันก็เริ่มเคลื่อนไหวแปลกๆ  เด็กหญิงรีบดึงแขนเดรโกพุ่งเข้าไปหลบในชั้นเรียนใกล้ๆ  เธอรีบปิดประตูห้องไล่หลังและล็อกกลอน 

                “อะไร”  เด็กชายบ้านสลิธีรินจ้องมองเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและไม่เข้าใจ

                “เงียบนะ”  เธอกระซิบบอกเขา  เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองตัวสั่น  เธอยังได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก  มันคงไม่กล้าบุกเข้ามา  เธอเชื่อว่าโวลเดอมอร์วัยสิบหกคงไม่ต้องการให้การกำจัดศัตรูของทายาทเอิกเริกแน่ๆ  ในเมื่อตอนนี้ดัมเบิลดอร์ยังอยู่ที่ฮอกวอตส์  เฟริน่ารีบถอยห่างจากประตูและไปยืนข้างเด็กชายต่างบ้าน

                “นั่นเสียงอะไร”  เขาถามเสียงสั่น  เฟริน่าเห็นเหงื่อเย็นๆผุดบนใบหน้าของเดรโก  เธอส่ายหัว  ก่อนจะรีบลากเขาเข้ามาหลบหลังโต๊ะเรียน

                “ไม่ว่ามันจะเป็นเสียงอะไร  เราจะปลอดภัยถ้าเราอยู่ในนี้”  เธอกระซิบตอบเขา 

                “แล้วมันจะไม่บุกเข้ามาหรือไง”  ดวงตาสีซีดเบิกกว้างด้วยความกลัว

                “ตราบใดที่ดัมเบิลดอร์ยังอยู่ในปราสาท  มันจะไม่กล้าบุกเข้ามา”  เธอตอบ  เด็กชายผมบลอนด์นั่งตัวสั่นอยู่ข้างเธอ  “เฮ้  นายตัวสั่นนี่”

                “เปล่านะ”  เขารีบพูดและกวาดตามองไปรอบๆราวกับกลัวว่าตัวอะไรก็ตามจะผุดขึ้นมาจากพื้นห้อง  “เลือดของฉันบริสุทธิ์  มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก  เธอต่างหากล่ะที่มันจะทำ”

                เฟริน่ากลอกตา  “งั้นนายก็ลองเดินออกไปสิ  จะได้รู้กันไปเลยว่ามันจะสาปนายหรือไม่สาปนาย  มัลฟอย”

                “ทำไมฉันต้องพิสูจน์ด้วย”  เด็กชายมัลฟอยรีบบอก

                “งั้นก็เลิกพูดว่าเลือดนายบริสุทธิ์ได้แล้ว  เมื่อกี้นายก็เห็นแล้วนี่  ขนาดนายยืนอยู่ตรงนั้น  มันยังไม่สนใจเลย”  เธอว่าอย่างหมั่นไส้

                “เธอพูดอย่างกับเธอรู้จักมันดีงั้นแหละ”  เดรโกสงสัย

                “ฉันอ่านหนังสือและเดาเอาน่ะ  ฉันเป็นคนที่เดาอะไรแม่น”  เด็กหญิงพูดปด  “สงสัยคืนนี้เราคงต้องติดอยู่ในนี้แล้วล่ะ  นายอยากจะกลับไปก่อนก็ได้นะ  เพราะฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกประตูแล้ว”

                เด็กชายมัลฟอยหรี่ตามองเธออย่างไม่พอใจ  “ฉันออกไปฉันก็ตายน่ะสิ”

                “อ้อ  ก็นึกว่าเลือดบริสุทธิ์อย่างนายจะไม่กลัวซะอีก”  เธอพูดและเดินไปนั่งพิงโต๊ะที่อยู่ตรงข้าม  “ถ้านายกลัวชุดนายเปื้อนก็ขึ้นไปนอนบนโต๊ะซะ”

                “แล้วเธอล่ะ”  เด็กชายบ้านสลิธีรินชำเลืองมองไปที่เธอ  แล้วเขาก็หน้าแดงอีกครั้ง  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้เขาต้องนอนห้องเดียวกับเด็กหญิงตรงหน้า  แค่คิดหัวใจของเด็กชายผมบลอนด์ก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่

                “ฉันคงนอนพื้นแหละ  ฉันนอนไหนก็ได้”  เฟริน่ากวาดตามองหาที่ว่าง

                “ฉัน  --  ฉันจะนอนพื้นกับเธอด้วย”  เขาพูดออกมา  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างหันมามองหน้าเขาราวกับไม่อยากเชื่อว่าตัวเองได้ยินอะไร

                “นายจะบ้าหรือไง  นายหวงชุดตัวเอง  ฉันจำได้ว่านายยังไม่อยากให้ฉันไปเข้าใกล้นายเลย  นายบอกชุดของฉันจะทำให้ชุดนายเปื้อน  นายจำได้มั้ย”  เธอว่าอย่างไม่เข้าใจ

                “ก็  --  ก็แล้วไงล่ะ  --  เออ  ฉันพูดก็จริง  แต่  --  ตอนนี้ชุดฉันมันก็เปื้อนอยู่แล้วนี่  เธอลากฉันไปหลบตรงนู้นทีตรงนี้ที  ชุดมันก็เลยเปื้อน”  เขาตอบ  ใบหน้าของเด็กชายมัลฟอยยิ่งแดงก่ำมากขึ้น

                “แต่นายเป็นไข้นี่  ฉันเพิ่งหายไข้หวัดไม่นาน  ฉันไม่อยากติด”  เฟริน่าถลึงตาใส่เขา  เดรโกอ้าปากและหุบปาก  เขาเลื่อนมือสีซีดมาแตะที่แก้มตัวเอง

                “ยุ่งน่า!  เออ  ฉันเป็นไข้แล้วยังไง  เธอไม่ติดไข้จากฉันหรอก  เชื่อฉันสิ  แล้วฉันก็ไม่อยากนอนคนเดียว  เธอไม่กลัวหรือไง”  เด็กชายบ้านสลิธีรินบอก

                “มีใครบ้างที่จะไม่ติดไข้จากคนอื่น  แล้วนายไม่ต้องมาทำเป็นสำออยว่ากลัวเลยนะ  ฉันรู้ทันนายหรอก  นายคงคิดจะแอบแกล้งอะไรฉันล่ะสิ”  เธอพูดอย่างหงุดหงิด  “โอ๊ย  จริงๆเลยนะ  งั้นนายก็นอนพื้นไปซะ  ฉันจะนอนบนโต๊ะ  --  หยุด!  ห้ามตามฉันมานอนบนโต๊ะด้วย  --  “




__________________________________________
เมื่อคืนนี้แข็งใจพิมพ์ให้จบ  ตอนแรกว่าจะลงเพียงครึ่งหนึ่งก่อน  แต่ไปๆมาๆก็พิมพ์จนจบตอนค่ะ  ไรท์ขอประกาศงดอัพฟิคชั่วคราวนะคะ  ลากลับต่างจังหวัดหลายวันเลย  ช่วงนี้งานก็น้อยลง  อย่างเมื่อวานก็อัพไปสองสามตอน   และเมื่อคืนตอนเกือบเที่ยงคืนก็แพคของใส่กระเป๋าเตรียมออกเดินทางวันนี้  เสร็จแล้วก็มาพิมพ์ฟิค  พอตีหนึ่งกว่าๆก็เริ่มง่วงและพิมพ์ได้ช้าลงๆ  สมองตื้อตันมากค่ะยอมรับเลย  ตอนแรกว่าจะพอละ  สงสัยได้อัพพรุ่งนี้ครึ่งเดียวแน่ๆ  แต่พอเห็นว่าจะไม่ได้อัพอีกหลายวัน  ก็เลยแข็งใจพิมพ์ให้จนจบตอนเลยตีสามมานิดๆ  ไม่อยากให้ค้าง   เช้านี้ตื่นมาก็รีบตรวจคำผิด  (แอบตื่นสายล่ะ  55)  โง้ยยยยย  อวยพรวันปีใหม่ล่วงหน้าเลยละกันนะ  สุขสันต์วันปีใหม่ขอให้เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยกันทุกคนนะคะ  

ปล.  ช่วงนี้ก็อย่าลืมไปโหวตบทพี่ทอมกันนะ  เอาจริงๆใจไรท์น่ะ  ไปได้ทั้งสองแบบเลย  แบบแทรกเนื้อเรื่องหลักกับแบบแยกก็ได้  ตอนนี้ปิ๊งพล๊อตที่จะเอาไปแทรกเนื้อเรื่องหลักได้แล้วล่ะค่ะ  (คิดไวจัง  ทีงานล่ะคิดช๊าาาาช้าาาา  5555)  ฉะนั้น  ใครที่อยากให้แทรกบทพี่ทอมเข้าไปในเนื้อเรื่องหลัก  สบายใจได้  มีพล็อตเรียบร้อยแล้วววว  เย้ๆๆๆ    ส่วนใครที่อยากให้บทพี่ทอมแยก  ก็มีพล็อตแบบคร่าวๆค่ะ  ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่เคารพการตัดสินใจของไรท์  น่ารักจังเลยยยยย  //จุ้บๆๆ    แต่ไรท์ก็อยากให้รีดมีส่วนร่วมด้วยล่ะค่ะ  แหะๆๆ  

ปล. 2  ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ตอบใครเลยยย  เก๊าขอโทดดด  ช่วงนี้รีบแต่งรีบอัพลงค่ะ  แต่ยังอ่านเม้นทุกคนอยู่นาาา  บอกเลยว่าทุกคนน่ารักกันมากๆเลย   เลิฟฟฟฟฟฟฟ

ปล.  3  หนูรี่ของไรท์  แหมๆๆ  แข่งควิดดิชชนะเพื่อหนูเฟ  น่ารักนะเนี่ยยย  ส่วนเดรโก  กลัวนะ  แต่ก็ยอมฝืนความกลัวมารับมาส่งหนูเฟ  มีความสุภาพบุรุษสูงนะคะ  หลังจากที่ปากเลี้ยงปุกปุยมานานหลายตอน  จนผู้โดยสารเรือเดรเริ่มหวั่นๆว่าตกลงจะไปรักหนูเฟได้ยังไง   ความน่ารักของหนูเดรจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ  แต่จะมีความซื่อบื้อนิดหน่อย  แต่แฮร์รี่จะซื่อบื้อมากกว่า  จริงสิ  พูดถึงเรื่องซื่อบื้อ   ขอตอบรีดเดอร์ที่ว่าหนูรี่เรื่องหักหน้าเซดริกนะคะ  

(อาจยาว  ใครไม่อยากอ่านก็ไม่เป็นไรนะ  เป็นความเห็นของไรท์ล้วนๆ)    

          เท่าที่อ่านหนังสือแฮร์รี่มา  ป้าเจเคเขียนให้เห็นความหึงแค่สองช่วงเอง  
          ช่วงแรก  หึงที่โชไปงานกับเซด  
          ช่วงที่สอง  หึงจินนี่ที่เดทกับดีน
          ถ้าใครสังเกตดีๆ  แฮร์รี่เอาความโกรธไปลงที่คู่แข่ง  ไม่เคยลงผู้หญิง  ใครจำตอนที่เซดหวังดีมาบอกแฮร์รี่เรื่องไขปริศนาไข่ทองคำได้  จะเห็นว่าแฮรรี่แสดงออกว่าไม่พอใจและไม่อยากคุยกับเซด  ไรท์เลยสรุปเอาว่า  คาแรกเตอร์หนูรี่เวลาหึง  ลงที่คู่แข่งค่ะ  
          ลงที่คู่แข่งอย่างไร  เขาทำซึ่งหน้าๆค่ะ  หนูรี่ไม่ใช่พวกแทงข้างหลัง  สังเกตได้จากแสดงออกใส่เซดซึ่งๆหน้าว่าไม่ชอบเซดนั่นแหละ  แต่หนูรี่ก็ไม่เคยไปยุโชหรือจินนี่ลับหลังเซดกับดีนเลยนะ  แบบแอบเอาเรื่องไม่ดีไปยุผู้หญิงลับหลังคู่แข่ง  (ถ้าเป็นเดรโกล่ะ  เขาทำแน่นอน)   นิสัยแฮร์รี่ออกไปในทางแฟร์  ไม่เอาเปรียบใคร   ไรท์เลยสรุปว่า  คาแรกเตอร์หนูรี่เวลาหึง  ลงที่คู่แข่งซึ่งๆหน้าค่ะ
          ลงซึ่งๆหน้าอย่างไร  เคยได้ยินมั้ยคะว่า  คบกันได้เพราะนิสัยเหมือนกัน  อย่าลืมนาาาาว่าแฮรืรี่มีใครเป็นเพื่อนสนิท  แต่นแต๊นน  รอนนั่นเอง  ไรท์สังเกตจากตอนที่ไปเดทกับโชค่ะ  โชอยากให้แฮร์รี่จูบเธอเหมือนโต๊ะข้างๆ  ส่วนแฮร์รี่นั้นก็ซื่อบื้ออออ  แถมทั้งพ่วงมาด้วยความขี้อายสุดๆ  แล้วยังไปบอกโชอีกแน่ะว่าเดี๋ยวต้องไปหาเฮอร์ไมโอนี่ต่อ   โชก็เลยโกรธ  (ผู้หญิงน่ะเวลางอลหรือมีความต้องการอะไรที่อยากให้ผู้ชายทำให้มักไม่ยอมบอกผู้ชายตรงๆ  ชอบให้ผู้ชายเดาเอาเอง  ถ้าผู้ชายคนนั้นซื่อบื้อแบบสุดๆ  ยิ่งแย่ใหญ่เลยล่ะค่ะ  แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่เป็นแบบนั้นนะ  แต่โชเนี่ยจัดเป็นผู้หญิงประเภทนี้เลย  แฮร์รี่เลยโชคร้ายสุดๆก็ว่าได้)  แล้วความซื่อบื้อนั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากรอน  เขาเลยทำอะไรที่ไม่เข้าท่าออกมา   ไรท์ก็เลยสรุปเอาว่า  คาแรกเตอร์หนูรี่เวลาหึงและลงใส่คู่แข่ง  จะต้องทำตัวซื่อบื้อที่ผู้หญิงไม่ชอบ  แต่แฮร์รี่ไม่รู้ตัวเพราะความซื่อบื้อของตัวเองไง    
          ฉะนั้น  เขาต้องเผลอทำอะไรซื่อบื้อที่คนอ่านรู้สึกว่า  ทำไมงี่เง่าแบบนี้  แล้วไอ้ความซื่อบื้อเนี่ย  มันก็นำพาแฮร์รี่ไปสู่การกระทำที่แย่ๆ  อย่างนิสัยเสีย  เวลาหึงก็เลยเผลอทำอะไรเป็นเด็กๆ  อย่างหักหน้าเซด  ทำอะไรเป็นเด็กจริงๆ  (ส่วนหนึ่งเพราะอายุแค่สิบสองด้วยล่ะ  แต่ถ้าโตกว่านี้  ไรท์คงต้องปรับบทแฮร์รี่ให้โตตามอายุด้วยค่ะ)  และไม่รู้เลยว่าทำแบบนั้นน่ะ  ผู้หญิงเขาไม่ชอบ  คือสรุป  ซื่อบื้อและทำอะไรไม่เข้าท่าออกมานั่นเอง  (อย่างรอนไง  พอหึงเฮอร์กับครัม  ก็ว่าๆครัม  หาจุดบกพร่องของครัมมาว่า  มันเป็นการกระทำที่แย่มากและไม่เข้าท่ามากๆ  เพราะไม่รู้อีกเช่นกันว่าการทำแบบนั้นน่ะ   เฮอร์ไม่ชอบ  คนอ่านก็เลยเกลียดรอน)  
               สรุป  (ลงที่คู่แข่ง)  +  (ลงซึ่งหน้าไม่มีแทงข้างหลัง)  +  (แต่เวลาลงกับคู่แข่งต้องอย่าลืมว่าเขานั้นซื่อบื้อ)  =  คาแรกเตอร์แฮร์รี่เวลาหึง
   
          นั่นแหละ  ใครที่เตรียมจะสละเรือหนูรี่  ก็สงสารเขาหน่อยนาาา  เขาก็เป็นแบบนี้ล่ะ  55555  แต่เขายังไม่แย่เท่ารอนนะ  (ต้องเปรียบเทียบกับรอนให้เห็นภาพ  ง่ะ  เราว่าร้ายรอนหรือเปล่าเนี่ย)   ไรท์ล่ะชื่นชมป้าเจเคมากจริงๆ  สามารถสร้างตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ที่ซับซ้อนและหลากหลายออกมาได้  ไรท์ชอบมากเวลาอ่านแฮร์รี่แล้วนั่งคิดว่าคนนั้นนิสัยยังไง  คนนี้นิสัยยังไง  แล้วมาคิดว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น  แล้วปฏิกิริยาของคนรอบข้างมีการโต้ตอบยังไง   มันสนุกดี  อาจมีไม่กี่คนที่อ่านวรรณกรรมแล้วเป็นแบบไรท์ก็ได้นะ  เอ๊ะ  หรือไม่มีเลย  ไรท์แปลกประหลาดอยู่คนเดียว  แงง  แต่มันติดมาหลังจากอ่านเชอร์ล็อค  โฮล์มส์ล่ะ  เพราะชอบวิเคราะห์เชอร์ล็อค  โฮล์มส์   เป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากกกกกก  แล้วพอมาอ่านแฮร์รี่ก็เลยชอบคิดวิเคราะห์คาแรกเตอร์ตัวละครตาม  ไรท์นี่คิดเยอะเนอะ  พอเถอะ  เดี๋ยวคนอ่านจะปวดหัวว่าไรท์พล่ามอะไรของไรท์  ตอนนี้เดินทางมาถึงครึ่งเล่มแล้ววว  ดีใจสุดๆ   ไปก่อนนะคะ  เที่ยวกันให้สนุกนาาาาาาา  เจอกันตอนหน้าค่ะ  
          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2232 เเบะเเบะ (@chiellxRadsans) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:22

    โอ้ยยย เดรกน่ารักเกินไปเเล้ว555
    #2232
    0
  2. #2005 EIEIKRIKRI (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 14:18

    เรือเดรกตลอดกาลค่ะฮรือออออ

    หวีดหลายรอบมากกับความน่ารักของเดรโก

    อยากให้นางเอกคู่กับเดรโกอ่ะ รู้สึกว่าเดรโกจะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อนางเอกเลย

    เราเรือเดรก เรือทอม เรือป๋าเนป แต่ไม่เรือแฮร์รี่อ่ะค่ะ-_-:

    #เขียนให้จบเรื่องนะคะไรท์คนเก่งของเค้าาาา

    #2005
    1
    • #2005-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 29)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:57
      อยากบอกว่าบทหนูเดรนี่มีส่วนสำคัญมากกกก เป็นตัวแปร แต่ดราม่าหน่อย เพราะติดเรื่องตระกูลเลือดบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องเปลี่ยนตัวเอง ต้องติดตามมมมม รับรอง หุหุ แฮร์รี่นกอีกแล้วววว อยากกลับมาแต่งมาก แต่ยุ่งมากเช่นกันค่ะ คงประมาณหลังมีนา 62 นะคะ
      #2005-1
  3. #1993 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 03:32
    กลับมาหากัปตันเดรกแล้วคร่าาาา 55555

    เราอยากจะ แหมมมม ให้กับกัปตันยาวๆแต่ไม่ได้สิเราต้องอวยกัปตัน เราอยากจะบอกเดรกว่า...ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่ 55555
    #1993
    1
    • #1993-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 29)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:47
      แหม่ๆๆๆๆ ถ้าได้อ่านตอนพิเศษเดรจะเป็นยังไงนะ?
      #1993-1
  4. #1926 love-trafalgar (@love-trafalgar) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:29
    หนูเดรโกลูกอาการเริ่มออกแล้วนะลูก ชอบอ่ะตอนนี้ยังเป็นเด็กชายเดรโก ละถ้าปีหลังๆจะเรียกว่าอะไรน้า เด็กหนุ่ม? ชายหนุ่ม? แหมๆ >< รู้แต่คุณชายพอโตขึ้นหล่อเเซ่บมาก แล้วถ้าทำให้เค้าชอบได้นะ ฟินขั้นสุดคร่า ><
    #1926
    1
    • #1926-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 29)
      25 กันยายน 2561 / 00:34
      ไรท์เป็นคนชอบเล่นคำค่ะ ต่อไปจากเด็กชาย เด็กหญิง ก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่ม เด็กสาวค่ะ คุณชายมัลฟอยเป็นเด็กหนุ่มเมื่อไหร่ มีเรื่องแซ่บแน่นอน 5555
      #1926-1
  5. #1393 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 10:41
    โอ้ยยย เดรโก เด็กน้อยยยยยยยยยยย น่าเกาคางจริงๆ
    #1393
    1
    • #1393-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 29)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:26
      เกาคาง?! 5555 เดรกลายเป็นแมวไปแล้ววว
      #1393-1
  6. #1253 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 06:38
    ฮืออมัลฟอยน่ารักมากๆๆๆๆๆ ทีมมัลฟอยนะคะ ทำดีกับเฟริน่าได้แล้วว เมื่อไหร่เฟจะรู้ว่าชอบล่ะคะหื้มมมม
    #1253
    1
    • #1253-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 29)
      4 มิถุนายน 2561 / 16:10
      น้องพยายามทำดีอยู่ค่ะ แต่ด้วยความที่ยังเด็ก เลยไม่กล้าออกตัวแรงมาก เดี๋ยวน้องจะมาเริ่มออกตัวแรงขึ้นตอนเล่ม 4 และแรงที่สุดตอนเล่ม 5-6 >///<
      #1253-1
  7. วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:10
    เชียร์เซเวอร์รัส เย้ๆ//ชูมือขึ้นโบกมือไปมา...
    #423
    0
  8. #400 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:16
    โหวดกะเค้าไม่ทัน แงงง ขอเรือพี่ทอมด่วนน ชอบมาก ขอบทให้พี่ทอมรักกะนางเถอะในเรื่องหลักเถอะ งื้ออออ ฟินนนน
    #400
    0
  9. #397 ploysira (@ploysira) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 22:33
    มัลฟอยดูซึนอ่ะ555
    ปล. #ขอเรือทอม พอดีคลั่งงง
    #397
    0
  10. #391 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 16:32
    ขอบคุณค่ะ รอนะคะ
    #391
    0
  11. #388 carrot0486705249 (@carrot0486705249) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 08:15
    เรือท่านทอมยังมีที่อยู่มั๊ยค๊าาาา ขอที่ให้เราหน่อยสิ! ฮ่วย!! ทำไมเรือเต็มเร็วแบบแน้!!! ไรท์ขยายเรือหน่อยโว้ยยยยย ปล.อย่าสนใจอีนี้ อีนี้มันบ้า
    #388
    0
  12. #387 Lee_JR (@i_tarn_i) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:51
    รอจ้าาาาาาาาาาาา สนุกมาก
    #387
    0
  13. #385 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 19:30
    ถถถถถ.คุณชายยยยย
    #385
    0
  14. #383 InGGy_IM (@InGInG) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 17:48
    เพิ่งเข้ามาอ่าน ตอนเเรกก็ลงเรือหนูแฮร์เป็นเรือที่ลงแล้วไม่ออกเลย จนสักพักเริ่มแยกร่างไปเรือสเนป ตอนแรกก็งงๆไม่เห็นมีโมเม้นท่านทอมเลยไมมีคนลงเรือแล้ว พออ่านตอนพิเศษไปตอนเดียวนี่รู้เลยนะคะ เรือหนูเดรเรือหนูแฮร์กับเรือสเนปคืออะไรไม่รู้จัก รู้จักแน่เรือท่านทอม
    #383
    0
  15. #376 CholaratMooisri (@CholaratMooisri) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 22:09
    เดรกโก หนูแก่แดดมากเลยนะลูกโธ่ๆๆ55555
    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันค่ะไรท์ เดินทางปลอดภัยและมีความสุขในปีหน้าและปีต่อๆไปนะคะ<3
    #376
    0
  16. #375 Bjakx (@0872160144) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 17:17
    ถือว่าดีๆโฮะๆ พยายามเข้าน่าา
    #375
    0
  17. #374 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 17:00
    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะไรท์ เดินทางปลอดภัยน้าาาา
    ตอนนี้หลงหนูเดรมาก โอ้ยทำไมน่าเอ็นดูแบบนี้แงงงงง
    ใจบางไปหมดแล้วเด้อ
    #374
    0
  18. วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 16:16
    สวัสดีปีใหมล่วงหน้านะคร้าาาาาาา ขอให้มีความสุขเด้อ
    #373
    0
  19. #372 Pitchayapak Uppakarat (@galaxypampam11) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 15:57
    เรือติดมอเตอร์แล้วจ้า
    #372
    0
  20. #371 burun2 (@burun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 14:33
    น้องทอม!!!!
    #371
    0
  21. #370 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 13:39
    เดินทางปลอดภัยและสวัสดีปีใหม่ค่าไรท์
    #370
    0
  22. #369 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 13:37
    ถถถ หนูเฟช่างไม่รุ้อะไรบ้างเลย กนูเดรก ปืนขึ้นไปนอนกอดเค้าเลยลูก พี่จะเฝ้าประตูกับบาซิลิสให้เอง
    #369
    0
  23. #367 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 11:26
    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันค่ะ
    #367
    0
  24. #366 หญิงปริศนา (@-rity-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 11:17
    คุณชาย น่ารักน่าหยิกมาก555
    #366
    0
  25. #365 minilove (@29102536) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 11:07
    ขำในความซึนของคุนชาย 5555
    #365
    0