[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 30 : PART 2 of HP --- Draco Dormien Numquam Titillandus (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


Draco Dormien Numquam Titillandus



               “เฟริน่า  เฟริน่า”  เสียงแหลมเล็กของเฮอร์ไมโอนี่เรียกชื่อเธอพร้อมกับเขย่าตัวเธอให้ตื่น

                “มีอะไร  เฮอร์ไมโอนี่”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างถามเสียงงัวเงีย  เธอพยายามพลิกตัวหลบให้พ้นจากมือของเด็กหญิงผมฟูที่ตามมาเขย่าตัวเธอ

                “ตื่นได้แล้ว  เราไปหาแฮร์รี่ที่ห้องพยาบาลกันเถอะ”  คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เฟริน่ารีบผุดลุกขึ้นนั่ง 

                “โอ้  งั้นเธอลงไปรอที่ห้องนั่งเล่นรวมก่อน  เดี๋ยวฉันตามไป”  เฟริน่าบอก  เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า 

                เมื่อคืนนี้หลังจากที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเรียนห้องหนึ่งกับเด็กชายบ้านสลิธีริน  เธอก็นอนแทบไม่หลับ  ในใจก็นึกพะวงไปถึงคอลินที่เดินไปห้องพยาบาลคนเดียวในความมืด  กว่าเธอจะเริ่มง่วงก็ตอนที่ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว  แต่เด็กหญิงก็ไม่สามารถหลับได้  เธอต้องรีบกลับไปที่หอคอยกริฟฟินดอร์ก่อนที่ใครจะรู้ว่าเมื่อคืนนี้เธอหายไปไหนมา  เด็กชายมัลฟอยตื่นหลังจากที่เธอเดินไปปลุกเขา  แล้วเด็กทั้งสองก็แยกกันตรงหน้าห้องเรียน  เฟริน่าล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงชั่วโมง  เธอก็ถูกเด็กหญิงผมฟูปลุกให้ตื่น

                “สีหน้าเธอแย่มาก  เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง”  รอนถาม

                “ฉันตื่นขึ้นมากลางดึกน่ะ  จากนั้นก็นอนไม่หลับ  เพิ่งหลับอีกทีตอนฟ้าสว่างแล้ว”  เฟริน่าพูดปดพลางปีนออกจากช่องหลังรูปภาพ  

                เด็กๆทั้งสามเดินไปตามระเบียงทางเดิน  และเห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลกับศาสตราจารย์ฟลิตวิกกำลังคุยกันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด 

                “คอลิน  ครีฟวีย์ อีกราย”  เสียงของอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์พูด  ใบหน้าที่เคร่งขรึมดูซีดเผิอด  ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน  “ตอนฉันเห็นเขาตัวแข็งเป็นหิน  ฉันตัวสั่นเลย  โชคดีที่อัสบัสบังเอิญเดินลงมาเอาช็อกโกแลตร้อนข้างล่าง” 

                “ใครกันที่เป็นคนทำ”  ศาสตราจารย์ฟลิตวิกที่ร่าเริ่งตลอดเวลาดูเครียดอย่างที่เด็กทั้งสามไม่เคยเห็นมาก่อน

                “ฉันคิดว่าเราควรรีบทำน้ำยาสรรพรสแล้วล่ะ  เราต้องเค้นความจริงจากสเนป  ฉันพนันได้ว่าเขายังไม่ยอมบอกความจริงกับดัมเบิลดอร์ทั้งหมด”  รอนพูด  เมื่อทั้งสามเดินออกมาห่างจากศาสตราจารย์ทั้งสองแล้ว

                “แล้วถ้าเราแปลงร่างเป็นดัมเบิลดอร์  เขาจะยอมบอกเราหรือ”  เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างกังวลใจ  “ขนาดดัมเบิลดอร์ตัวจริง  เขายังไม่ยอมบอกทั้งหมด”

                “พอเถอะน่า  ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่เขาน่ะ”  เฟริน่าพูดอย่างหงุดหงิดที่วกกลับมาเรื่องนี้อีก

                “งั้นเธอคิดออกหรือไงว่านอกจากสเนปเราควรสงสัยใคร  ฉันล่ะเริ่มสงสัยนักเชียว   ถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจเปิดห้องแห่งความลับก็จริง  งั้นเขาไปทำอะไรที่นั่น  แล้วเขาหาห้องนั้นเจอได้ยังไง”  รอนว่า  และรีบพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้เฟริน่าพูดแทรก    “  --  อีกอย่าง  --  ทำไมดัมเบิลดอร์รู้เรื่องแล้วยังไม่ยอมทำอะไรสักอย่างกับรอยปรินั่น  เขาซ่อมให้ประตูนั่นปิดเหมือนเดิมไม่ได้หรือไง  หรือว่าดัมเบิลดอร์ปิดรอยปรินั่นแล้ว  แต่เขาหาสัตว์ร้ายนั่นไม่เจอ  แต่จริงๆฉันคิดว่าไม่มีอะไรที่ดัมเบิลดอร์ทำไม่ได้หรอก  นอกเสียจากว่าสเนปจะไม่บอกความจริงกับเขาทั้งหมด  แล้วถ้าเรา  --  ฉันหมายถึงว่าดัมเบิลดอร์ตัวปลอม  --  เค้นความจริงกับสเนปอีกครั้ง  --  เค้นความจริงแบบไม่ใจดี  เธอก็เห็นว่าเขาใจดีกับสเนปเกินไป  --  บางทีสเนปอาจยอมบอกทั้งหมด  แล้วเราจะได้ไปบอกดัมเบิลเดอร์ตัวจริง” 

“รอน!”  เฟริน่าจ้องมองรอนอย่างโกรธจัด

“บางทีเขานั่นแหละที่เปิดห้องแห่งความลับนั่น  แต่โกหกดัมเบิลบดอร์ว่าเขาไม่ตั้งใจ  แต่จริงๆเขาควบคุมสัตว์ประหลาดนั่นทำร้ายคนอื่น”

“ฟังนะ  รอน”  เฟริน่าพูดอย่างหมดความอดทน  “แล้วเรื่องคุณนายนอร์ริสล่ะ  นายก็รู้ว่าฟิลช์สนิทกับเขามากที่สุดในบรรดาศาสตราจารย์ทั้งหมด  แล้วเขาจะทำร้ายคุณนายนอร์ริสทำไม” 

“บางทีเขาอาจแค่อยากหาตัวอะไรก็ตามมาทดสอบ”  รอนตอบ

                “เฟริน่า”  เฮอร์ไมโอนี่เรียกชื่อเธอด้วยเสียงอ่อยๆ  “เธออย่าโกรธฉันนะ  แต่ฉันเห็นด้วยกับรอน  แฮร์รี่เองก็เห็นด้วย”

                “เฮอร์ไมโอนี่!”  เฟริน่าร้อง  “อะไรกันเนี่ย  ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่เขา  ทำไมทุกคนชอบมองเขาแง่ร้ายนะ  ให้ตาย”

                “มีอะไรกัน  พวกเธอสามคนดูเคร่งเครียดกันจัง”  เสียงพรีเฟ็คจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟดังขึ้น  เขากำลังถือหนังสือเล่มหนามาด้วยสามเล่ม

                “เปล่า  ไม่มีอะไรหรอก”  รอนรีบพูด

                “แล้วนั่นนายถือหนังสืออะไรมาตั้งเยอะน่ะ”  เฟริน่ารีบเปลี่ยนเรื่อง

                “ทำไมมีแต่ตำราวิชาปรุงยาทั้งนั้นเลยล่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่ที่อ่านสันปกหนังสือด้วยความสนใจ

                “เอ่อ  --  คือฉันคิดว่าฉันอาจไม่ได้ ว.พ.ร.ส. จากวิชาปรุงยาน่ะสิ”  เซดริกพูดอย่างกังวล  เฟริน่าสังเกตว่าใบหน้าอันหล่อเหลานั้นดูเหมือนจะอดหลับอดนอนมาหลายวัน

                “ทำไมล่ะ  นายเคยบอกฉันว่านายไม่มีปัญหากับวิชาปรุงยานี่นา”  เฮอร์ไมโอนี่สงสัย

                “ฉันเคยคิดแบบนั้น  แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันคงคิดผิดไป  ศาสตราจารย์สเนปตำหนิฉันทุกชั่วโมงเลยเรื่องยาในหม้อของฉัน  ฉันเลยต้องขยันวิชานี้หน่อย”  เซดริกบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “นายโชคร้ายแล้วล่ะที่โดนสเนปเกลียดขี้หน้า  ใครที่โดนเขาเกลียดขี้หน้าจะโดนเขาเล่นงานเป็นพิเศษ  ดูอย่างแฮร์รี่กับเนวิลล์สิ”  รอนตบบ่าเซดริกอย่างเห็นใจ

                “แล้วเขายังสั่งงานฉันเป็นพิเศษด้วย  เขาสั่งให้ฉันเขียนเรียงความยาวสี่ฟุต  --  “  (รอนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ)  “  --  ฉันเลยต้องรีบมายืมหนังสือน่ะ  ตอนนี้ฉันเขียนไปได้แค่สองฟุตกว่าๆเอง  ถ้าฉันทำไม่ทันภายในสัปดาห์นี้  เขาต้องหักคะแนนฉันแน่ๆเลย” 

                “โอ้”  เฟริน่าไม่รู้จะพูดแก้ตัวอะไรให้เซเวอร์รัสดี  ในเมื่อสิ่งที่เขาทำกับพรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลฮัพนั้นร้ายกาจมากจริงๆ  “แล้วเขาได้ให้เหตุผลหรือเปล่าว่าทำไมนายถึงต้องเขียนเรียงความยาวเป็นพิเศษ”

                “เอ่อ  --  เขาให้เหตุผลกับฉันว่า  --  “  เซดริกยิ้มแหยๆ  และพูดเสียงค่อยลงอย่างขัดเขินว่า  “  --  อยากให้ฉันใส่ใจบทเรียนมากกว่านี้  ดีกว่าเอาเวลาไปนั่งฟุ้งซ่านเรื่อง  --  เรื่อง  --  ความรักน่ะ  --  “

                “นั่นเป็นเหตุผลที่แปลกมาก”  เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว 

                “สเนปคงเกลียดคนมีคู่น่ะ  เขาไม่เคยได้รับความรักมาก่อน  เลยอิจฉานาย”  รอนว่าอย่างฉุนๆ  “บางทีคนเราก็ไม่ได้โชคดีไปซะทุกอย่าง  แต่ครั้งนี้ฉันขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน” 

                “ฮื่อ  ขอบใจมากรอน”  เซดริกส่งยิ้มให้

                “ฉันก็ขอให้นายโชคดี”  เฟริน่าและเฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างเห็นใจ

                “ขอบใจ  ฉันคงต้องรีบไปแล้วล่ะ  ไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว”  แล้วเซดริกก็เดินจากไป  รอนมองตามหลังด้วยความสงสาร

                “เซดริกผู้น่าสงสาร”  รอนส่ายหัว  ก่อนจะหันมามองหน้าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างอย่างเอาเรื่อง  “ไหมล่ะ  สเนปของเธอ   ถึงฉันจะไม่ได้ชอบเซดริกอะไรมากมาย  แต่ฉันต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่งเชียวล่ะ  แล้วดูสิ่งที่สเนปผู้น่ารักของเธอทำกับเขาสิ  เรียงความยาวสี่ฟุต!  นั่นบ้าไปแล้ว  ใครกันจะเขียนเรียงความได้ยาวถึงขนาดนั้น  ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าสเนปมีความเก็บกดอะไรเรื่องความรักหรือเปล่า  เขาถึงได้เที่ยวใช้อำนาจการเป็นศาสตราจารย์รังแกเด็กนักเรียนไปทั่ว  ยกเว้นก็พวกสลิธีรินล่ะ   โดยเฉพาะมัลฟอย  สเนปน่ะร้าย  --  “

                “คุณวีสลีย์”  เสียงเยียบเย็นดังขึ้นที่ด้านหลัง  รอนที่กำลังพูดรีบหุบปากฉับ  เด็กชายผมแดงทำหน้าเหมือนกับว่าวาระสุดท้ายได้มาถึงแล้ว  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบหมุนตัวกลับไป  และทำสีหน้าที่เขาคิดว่าอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินจะสงสารเขามากที่สุด  สเนปใช้ดวงตาสีดำที่ดูมุ่งร้ายจับจ้องมาที่รอน  “เธออยากให้ฉันใช้อำนาจการเป็นศาสตราจารย์กับเธอหรือเปล่า”

                “ไม่ครับ”  รอนตอบ  ใบหน้าของเด็กชายผมแดงซีดเผือด  เฟริน่ากับเฮอร์ไมโอนี่ชำเลืองมองรอนอย่างเห็นใจ

                “หักกริฟฟินดอร์ยี่สิบคะแนน  ฐานนินทาอาจารย์”  สเนปปรายตามายังเด็กหญิงทั้งสอง  ก่อนจะเดินไปอีกทาง

                “ให้ตาย”  รอนชะเง้อคอมองตามหลังศาสตราจารย์วิชาปรุงยาที่เสื้อคลุมสีดำยาวสะบัดไล่หลัง  “ตั้งยี่สิบคะแนนแน่ะ  ฉันไม่น่านินทาให้เขาได้ยินเลย”

                “นายควรพูดว่า  นายไม่ควรนินทาเขาต่างหากล่ะ  รอน”  เฟริน่าแก้

                “เออ  ฉันรู้ว่าต่อให้เขาร้ายกาจยังไง  เขาก็ยังเป็นสเนปผู้น่ารักของเธออยู่ดี”  รอนว่า

                “อย่าพูดแบบนั้นนะ”  เฟริน่าถลึงตาใส่รอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

                “เรากลับมาที่เรื่องน้ำยาสรรพรสกันเถอะ”  เฮอร์ไมโอนี่ว่า  “เอาเป็นว่าเราต้องรีบปรุงน้ำยาสรรพรส  ฉันมีความคิดดีๆว่าเราควรไปทำที่ห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญและซ่อนหม้อในนั้น  มาเถอะกลับไปเอาของที่ต้องใช้กัน”

เด็กๆทั้งสามเดินกลับไปยังหอคอยกริฟฟินดอร์  เพื่อเอาเครื่องปรุงยาและหม้อใหญ่  จากนั้นก็รีบออกมาและตรงไปยังห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ

                “ฉันว่ายิ่งเรารู้ความจริงเร็วเท่าไหร่  เราก็ยิ่งหยุดเรื่องร้ายๆนี่ได้เร็วเท่านั้น”  รอนพูดเสียงค่อย  “แต่เรายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่เลย”

                “ฉันคิดว่าแฮร์รี่คงรู้แหละว่าจะหาพวกเราได้ที่ไหน”  เฟริน่าตอบ

 เมื่อพวกเขาเดินใกล้ถึงห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ   ทั้งสามก็ช่วยกันดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น  ก่อนจะรีบเปิดประตูและเข้าไปข้างใน  เฮอร์ไมโอนี่ตรงไปที่ห้องส้วมเล็กๆ  เธอเปิดกระเป๋าใบใหญ่ที่กอดมาตลอดทางและหยิบหม้อใหญ่เก่าๆออกมาตั้งบนโถส้วม  รอนล็อกประตู  เฮอร์ไมโอนี่เสกไฟกันน้ำใต้หม้อ   ระหว่างที่เด็กๆทั้งสามกำลังเตรียมเครื่องปรุงยา  เสียงเปิดประตูนอกห้องส้วมก็ทำให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่ตกใจ  เด็กหญิงผมฟูรีบกดชักโครก

                “ฉันเอง”  เสียงแฮร์รี่ดังขึ้น  ตามมาด้วยเสียงปิดประตูตามหลัง  เฮอร์ไมโอนี่อุทานอีกครั้งเมื่อเธอเดินชนหม้อยา  ขณะกำลังเดินมาที่ประตูเพื่อมองออกไปทางรูกุญแจ

                “แฮร์รี่!”  เธอร้อง  “เธอทำให้เราตกใจแทบตายแน่ะ  เข้ามาสิ  แขนเป็นยังไง”

                “ดีแล้ว”  แฮร์รี่ตอบ  แล้วเขาก็เบียดเข้ามาในห้องส้วมแคบๆนี้และล็อกประตูด้วยความยากลำบาก

                “เราออกมาจากหอตั้งใจว่าจะไปหานาย  แต่เราเปลี่ยนใจว่าจะเริ่มทำน้ำยาสรรพรสก่อน”  รอนอธิบาย  “เราตัดสินใจว่าในนี้เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่จะซ่อนหม้อต้มยาได้”

                “เรารู้แล้ว  เราได้ยินศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอกศาสตราจารย์ฟลิตวิกเมื่อเช้า   เพราะเหตุนี้ไงเราถึงตัดสินใจว่าต้องรีบต้มยา  -- 

                “เราจะได้เค้นความจริงทั้งหมดจากสเนปยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”  รอนขบฟัน  เขายังเจ็บใจที่โดนสเนปหักคะแนนยี่สิบคะแนน  “นายรู้ไหมว่าฉันคิดอะไร  สเนปต้องอารมณ์เสียมากๆ  --  “  (เฟริน่าฉีกกระจุกหญ้าปมออกเป็นชิ้นเล็กๆอย่างแรงกว่าปกติ  และจงใจเขวี้ยงใส่ลงไปในน้ำยาอย่างระบายอารมณ์)  “  --  หลังจากเกมควิดดิช  ก็เลยระบายเอากับคอลิน”

                “แล้วมีอีกเรื่อง”  แฮร์รี่บอก  “ด๊อบบี้มาหาฉันเมื่อกลางดึกล่ะ”  เฟริน่าเงยหน้าจากหม้อใหญ่อย่างสนใจ  ในขณะที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่มีสีหน้าพิศวง  แล้วแฮร์รี่ก็เล่าเรื่องทุกอย่าง  แต่เอลฟ์ไม่ได้พูดถึงเฟริน่าตอนที่เธอกระโจนไปคว้าตัวมัน  เพื่อถามว่ามันจ้องมองเธอทำไม

                “ห้องแห่งความลับเคยถูกเปิดมาก่อนแล้วหรือ”  เฮอร์ไมโอนี่ถาม

                “เป็นอันแน่นอน”  รอนบอกอย่างเสียงมีชัย  “ตอนที่สเนปยังเรียนอยู่ที่นี่  เขาต้องเคยเปิดห้องแห่งความลับ  และตอนนี้เขากลับมาเป็นศาสตราจารย์ที่นี่   เขาจึงเปิดห้องอีกครั้ง  เห็นชัดๆเลย  แหม  แต่อยากให้ด๊อบบี้บอกนายจริงๆว่าสัตว์ประหลาดอะไรที่อยู่ในนั้น  ฉันอยากรู้ว่ามันทำได้ยังไงถึงไม่มีใครเห็นมันย่องออกมาสำรวจรอบๆโรงเรียนได้”  เฟริน่าส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เด็กชายผมแดง  แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่เห็น

                “มันอาจล่องหนหายตัวได้มั้ง”  เฮอร์ไมโอนี่ว่า  พลางกดปลิงให้จมลงไปอยู่ก้นหม้อ  “หรืออาจปลอมตัวได้  แล้วแกล้งทำเป็นชุดเกราะหรืออะไรอย่างนั้น  ฉันเคยอ่านเจอเรื่องผีกูลที่เปลี่ยนร่างให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้  คล้ายๆกิ้งก่าเปลี่ยนสีเวลาโกรธ...”

                “เธออ่านหนังสือมากไปแล้ว  เฮอร์ไมโอนี่”  รอนตอบ  เขาเทแมลงวันปีกลูกไม้ลงบนปลิงและขยี้ถุงแมลงเปล่าๆ

                เฟริน่าเงยหน้าจากหม้อต้มยาและถามเพื่อนทั้งสาม  “แล้วตกลงใครจะแปลงร่างเป็นดัมเบิลดอร์” 

                “เออ  นั่นสิ”  รอนถามและมองกลับไปกลับมา

                “ฉันไม่เก่งเรื่องเค้นความจริง”  เฮอร์ไมโอนี่รีบพูด 

                “รู้มั้ย  เราน่าจะล้มเลิกแผนนี้นะ”  เฟริน่าพึมพำ  แต่ไม่มีใครสนใจเธอ

                “ฉันเอง”  แฮร์รี่บอก  “แต่เราต้องหาเสื้อผ้าของดัมเบิลดอร์มา”  เฟริน่าพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  เมื่อได้ยินสิ่งที่แฮร์รี่พูด

                “งั้นเราต้องแปลงร่างเป็นใครสักคนเพิ่มขึ้นมา  เพื่อกันไม่ให้นักเรียนคนอื่นหรือใครก็ตามเข้าไปในห้องทำงานของสเนปตอนที่แฮร์รี่เค้นความจริง”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  เธอขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

                “คิดออกมั้ยว่าเราจะแปลงร่างเป็นใครเพิ่มขึ้นมา  ใครสักคนที่สามารถทำให้ทั้งนักเรียนและอาจารย์ไม่อยากเข้าใกล้คุกใต้ดินในเวลานั้น”  แฮร์รี่ถาม

                “อาร์กัส  ฟิลช์”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบทันควัน  เด็กชายผมแดงทำหน้าสะอิดสะเอียน 

                “ใครจะกล้าดื่มน้ำยาสรรพรสที่มีเส้นผมของฟิลช์”  รอนว่าพลางตัวสั่น

                “ก็นายไงล่ะ  รอน”  เฟริน่าตอบ  “นายเป็นคนคิดแผนการนี้ขึ้นมาเอง  นายก็ดื่มน้ำยาสรรพรสที่มีรสชาติของฟิลช์เข้าไปสิ” 

                รอนรีบส่ายหัว  “ไม่มีทาง!”   เด็กชายผมแดงทำหน้าบึ้ง  “คิดดูตอนที่ไปเอาเส้นผมของฟิลช์  มันยากลำบากจะตาย  เขาคอยระวังตัวตลอดเวลาเลยตั้งแต่เกิดเรื่องกับคุณนายนอร์ริส  อีกอย่าง  แค่เขาเห็นนักเรียนในรัศมี  เขาก็สั่งลงโทษโดยที่เรายังไม่ทันอ้าปากด้วยซ้ำ”

                “ถูกของรอน  ฉันว่าการขโมยผมของฟิลช์ยากเกินไป”  แฮร์รี่เห็นด้วย

                “พวกนายสองคนกล้าพูดได้ยังไง  ทั้งๆที่เราเพิ่งขโมยผมของดัมเบิลดอร์มาแท้ๆ”  เฮอร์ไมโอนี่ที่โบกไม้กายสิทธิ์เหนือหม้อต้มยาว่า  “ฉันว่าฟิลช์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด  อย่างที่นายพูดไงรอน  ไม่มีนักเรียนคนไหนอยากเข้าใกล้เขา  เพราะช่วงนี้เขาค่อนข้างโมโหร้าย”

                “งั้นเธอก็คงลืมไปอย่าง  เฮอร์ไมโอนี่  พวกอาจารย์ยังกล้าคุยกับเขา  แล้วถ้าสมมติว่ามักกอนนากัลเดินมาที่คุกใต้ดิน  เธอคิดว่าคนอย่างฟิลช์จะไล่มักกอนนากัลได้หรือไง”  คำพูดของรอน  ทำให้ทุกคนหยุดคิด

                “งั้นนายนึกออกหรือไงว่าใครที่จะไล่ได้ทั้งนักเรียนและพวกอาจารย์ให้ออกไปห่างๆจากคุกใต้ดิน”  เฟริน่าถามอย่างสนใจ 




__________________________30%________________________

 

               รอนดีดนิ้ว  “ล็อกฮาร์ตไง!” 

                “ไม่ได้นะ  นั่นเป็นความคิดที่แย่มาก”  เฮอร์ไมโอนี่ว่ารอนเสียงเขียว

                “เฮอร์ไมโอนี่  ถ้าเธอไม่แกล้งปิดตาตัวเอง  เธอคงเห็นว่าทั้งนักเรียนและอาจารย์ต่างก็ยี้เขากันทั้งนั้น  เวลาเขาเดินไปไหนไม่มีใครอยากอยู่ใกล้เขานานๆสักคน  มีแต่จะเดินหนีไม่อยากฟังเรื่องขี้โม้ของเขา  ฉันว่าล็อกฮาร์ตนี่แหละ  เหมาะที่สุด”

                “เอ้อ  ฉันเห็นด้วยกับรอนนะ  เฮอร์ไมโอนี่”   แฮร์รี่เริ่ม  ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าอยู่เหนือหม้อต้มยา  “เธอจำคืนวันฮัลโลวีนได้มั้ย  ที่คุณนายนอร์ริสถูกสาป  แม้แต่คนอย่างมักกอนนากัลยังไม่อยากเข้าใกล้ล็อกฮาร์ตเลย  ฉันว่าล็อกฮาร์ตนี่แหละเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด   แถมการขโมยเส้นผมเขามายังง่ายยิ่งกว่าฟิลช์ซะอีก  เพราะเขาไม่เคยระวังตัวเลย” 

                “งั้นเอาตามนี้แหละ”  รอนรีบพูดตัดบท  เมื่อเขาเห็นเด็กหญิงผมฟูกำลังจะอ้าปากค้าน

                “งั้นใครจะแปลงร่างเป็นล็อกฮาร์ต”  เฟริน่าถาม

                “ฉันหรือเธอก็ได้”  รอนยักไหล่

                “ฉันคงทนอยู่ในร่างของเขาไม่ได้สักวินาทีเดียวแน่ๆ  นายแปลงร่างเป็นเขาเถอะ  รอน”  เฟริน่าเบ้หน้า  “อี๋!  แค่คิดว่าน้ำยาสรรพรสจะมีรสชาติของล็อกฮาร์ต  ฉันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว”

                “แล้วอย่างนี้เราก็ต้องเริ่มคิดหาทางขโมยเส้นผมเขามา  และเสื้อผ้าของเขาด้วย”  แฮร์รี่พูด 

                “นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”  เฮอร์ไมโอนี่พึมพำอย่างไม่เห็นด้วย 

                “ใช่  ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”  เฟริน่าพึมพำอย่างเห็นด้วย

                “แล้วเราจะทำยังไงไม่ให้ดัมเบิลดอร์ตัวจริงโผล่มาตอนที่ฉันกำลังเค้นความจริง  และล็อกฮาร์ตตัวจริงด้วย”  แฮร์รี่ถาม  เขามองไปยังเด็กหญิงทั้งสอง  เฟริน่าไม่ตอบ  เห็นได้ชัดว่ายังไงก็ไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้  เฮอร์ไมโอนี่จึงเป็นคนตอบ

                “ฉันคงต้องเอายานอนหลับใส่ลงในขนมให้ดัมเบิลดอร์กับล็อกฮาร์ตตัวจริงกิน”

                “เฮอร์ไมโอนี่  นี่เธอจะวางยาอาจารย์ใหญ่งั้นรึ!”  เฟริน่าร้องอย่างไม่อยากจะเชื่อ

                “ไม่หรอก”  เฮอร์ไมโอนี่รีบพูดหน้าเป็นสีชมพู  “เราอาจวางยาแค่ล็อกฮาร์ต  ส่วนดัมเบิลดอร์  เราอาจใช้ใครสักคนเบี่ยงเบนไม่ให้เขาบังเอิญเดินมาที่คุกใต้ดิน” 

                “ใครจะเบี่ยงเบนดัมเบิลดอร์ล่ะ”  เฟริน่าถาม  “ฉันไม่ทำหรอกนะ”

                “งั้นฉันเอง”  เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างไม่สบายใจ  “ฉันอาจจะชวนดัมเบิลดอร์คุยเรื่องหนังสือที่ฉันเคยอ่าน”

                “งั้นให้เฟริน่าคอยให้สัญญาณกับเฮอร์ไมโอนี่เวลาที่เราเค้นความจริงกับสเนปสำเร็จ”  รอนบอก

 




                ข่าวเรื่องที่คอลิน  ครีฟวีย์ถูกทำร้ายแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในเช้าวันจันทร์  บรรยากาศดูตึงเครียดและหวาดกลัว  มีข่าวลือและข้อสงสัยกระซิบกระซาบไปทั่ว  นักเรียนปีหนึ่งที่หวาดกลัวต่างไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มไม่ยอมไปไหนตามลำพัง  รูนีย์บอกกับเฟริน่าด้วยน้ำตาซึมว่า  สมาชิกคนอื่นลงความเห็นให้งดการพบปะลง  เพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับคอลินหัวหน้ากลุ่มนั้น  เกิดในวันที่พวกเขานัดพบปะกันพอดี  จึงเป็นที่หวาดกลัวของสมาชิกมาก  เฟริน่าอดเสียดายไม่ได้  แต่เมื่อนึกถึงความปลอดภัยของเด็กปีหนึ่งเธอจึงต้องเห็นด้วย

                จินนี่ดูโศกเศร้ามาก  เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคอลินที่เธอนั่งติดกับเขาในชั้นเรียนคาถา  ฝาแฝดวีสลีย์พยายามทำให้เด็กหญิงผมแดงร่าเริงหลากหลายวิธีแต่ก็ไม่ได้ผล  ทั้งคู่ผลัดกันเสกขนหรือฝีคลุมตัวเอง  และกระโดดใส่เธอจากหลังรูปปั้น  แต่เมื่อเพอร์ซี่ที่โกรธจนตัวพองขู่ว่าจะเขียนจดหมายไปบอกนางวีสลีย์ว่าจินนี่ฝันร้ายทุกคืน  ฝาแฝดวีสลีย์ก็เลิกทำทันที

                ระหว่างนั้นมีนักเรียนบางคนหัวใสขายเครื่องรางของขลังและเครื่องป้องกันภัยต่างๆลับหลังอาจารย์  เนวิลล์ซื้อต้นหอมต้นใหญ่กลิ่นแรง  แก้วคริสตัลแหลมๆสีม่วง  และหางเน่าๆของตัวนิวท์  สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำตัวยาวบางที่มีขาสั้นคล้ายกบ  ทั้งๆที่เฟริน่าพยายามบอกเขาว่าเขาไม่ได้เกิดจากมักเกิ้ล  และเขาเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์  จึงไม่ตกเป็นเป้าหมาย  แต่เด็กชายหน้ากลมก็ยังหวาดกลัว  แล้วบอกกับเธอและทุกคนว่าเขาเคยเกือบจะเป็นสควิป  และเขายังพยายามแบ่งต้นหอมต้นใหญ่นั่นมาให้เธอ 

                “เธอควรพกติดตัวไว้  เฟริน่า  เธอกับเฮอร์ไมโอนี่เกิดจากมักเกิ้ลนะ”  เนวิลล์คะยั้นคะยอให้เธอรับต้นหอมที่มีกลิ่นแรงอย่างร้ายกาจ

                “ฉันไม่เป็นไรหรอก  เนวิลล์”  เธอพยายามปฏิเสธครั้งที่สามแล้ว  “แล้วเจ้าอันโดรสก็ไม่ชอบกลิ่นอะไรแรงๆด้วย  เดี๋ยวมันจะไม่สบาย” 

                “โอ้  งั้นเป็นหางตัวนิวท์มั้ย”  เด็กชายหน้ากลมยังไม่ยอมแพ้

                “อย่าเลย  ฉันมั่นใจว่าถ้าเราไม่ออกไปเดินระเบียงกลางคืนก็คงไม่มีอันตรายเกิดขึ้นหรอก”  เธอตอบ  เนวิลล์จึงยอมแพ้ในที่สุด  เขาเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเชมัสและดีน  เฟริน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก  เด็กหญิงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้นวมและหยิบการบ้านวิชาแปลงร่างกับวิชาปรุงยาออกมาทำ




               

                เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคม  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลรวบรวมรายชื่อคนที่จะอยู่โรงเรียน  เด็กๆทั้งสี่เซ็นชื่อในรายชื่อนั้น  เฟริน่าไม่ลืมที่จะเขียนจดหมายไปบอกมิสซิสฟิกและเขียนขอโทษว่าเธอมีธุระที่ต้องทำในช่วงวันหยุดยาว  หญิงชราคงจะโกรธมาก  เพราะหลังจากนั้นอันโดรสก็บินกลับมาโดยไร้จดหมายตอบกลับ  เฟริน่าจึงซื้อเสื้อคลุมกันหนาวตัวใหม่ให้หล่อนไว้เป็นของขวัญวันคริสต์มาส  และหวังว่ามันจะช่วยให้มิสซิสฟิกหายโกรธเธอ  นอกจากนั้น  เด็กหญิงยังได้เตรียมของขวัญให้กับคนอื่นๆล่วงหน้า   เธอสั่งซื้อถุงมือขนสัตว์อย่างหนาให้ดัมเบิลดอร์   เสื้อคลุมสีดำตัวใหม่เอี่ยมให้เซเวอร์รัส  ชุดหมึกล่องหนและหมึกเปลี่ยนสีได้ให้แฮร์รี่  อัลบั้มรูปภาพของทีมแคนนอนส์ให้รอน  หนังสือคาถาง่ายๆที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นให้เฮอร์ไมโอนี่  ปากกาขนเหยี่ยวเพริกรินแสนสวยให้เนวิลล์  เชมัส  และดีนคนละด้าม  ส่วนของเซดริกเธอซื้อเป็นเสื้อกันหนาวเนื้อนุ่มสีน้ำเงิน  เธอหมดเงินไปมากโข  แต่โชคดีที่เธอได้รับชุดหนังสือล็อกฮาร์ตจากแฮร์รี่  เงินตรงส่วนนั้นเธอจึงเก็บมาใช้ซื้อของขวัญแทน

ระหว่างนี้น้ำยาสรรพรสเพิ่งปรุงไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น  น้ำยาที่สมบูรณ์ยังคงต้องการผงจากเขาไบคอร์น  และคราบงูเขียวพิษบูมซะแลง  ซึ่งทั้งสามเสนอให้เฟริน่าเป็นคนขโมยมันมาจากตู้เก็บของส่วนตัวของสเนปตอนที่เธอถูกกักบริเวณ  เด็กหญิงไม่สบายใจและปฏิเสธ  แต่หลังจากที่ถูกเฮอร์ไมโอนี่เกลี้ยกล่อมอยู่นาน    และเพื่อนผมฟูของเธอบอกว่ายังดีกว่าให้พวกเขาสร้างความวุ่นวายในชั้นเรียนวิชาปรุงยาเพื่อแอบขโมยมา  เฟริน่าก็ตกปากรับคำว่าจะลองดู

                ดังนั้น  ในชั้นเรียนการสกัดใจ  เธอจึงเอ่ยเรื่องนี้กับเซเวอร์รัส

                “ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย”  เซเวอร์รัสเหยียดยิ้มอย่างรังเกียจ  เขากำลังนั่งให้คะแนนน้ำยารักษาหนองของเด็กปีหนึ่งอยู่  บนโต๊ะของเขาจึงเต็มไปด้วยขวดน้ำยาสีน้ำเงินเข้มและสีอื่นๆที่ดูข้นขลักและน่ากลัว  “เจ้าพอตเตอร์จอมอวดดีกับเพื่อนๆของเขาอยากจะได้เครื่องปรุงยาจากฉันงั้นหรือ  ฉันไม่ให้หรอก”   เขาละสายตาจากกระดาษให้คะแนนมายิ้มเยาะใส่หน้าเธอ

เฟริน่ารู้สึกหน้าเสีย  เธอเริ่มคิดว่าไม่น่าบอกเขาตรงๆตั้งแต่แรกเลย  แต่เด็กหญิงเชื่อว่า  ต่อให้เธอไม่บอก  เขาก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าเด็กๆวางแผนที่จะก่อกวนในชั้นเรียนปรุงน้ำยาที่ทำให้ตัวพอง

                “เซเวอร์รัสคะ  ได้โปรดเถอะค่ะ”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพยายามขอร้องเขา  เธอส่งสายตาละห้อยไปให้อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินและหวังว่าเขาจะเมตตาเธอ

                “ไม่มีทาง”  ชายจมูกงุ้มพูดด้วยเสียงเฉียบขาด  สายตาเลื่อนกลับไปยังน้ำยาขวดใหม่ที่มีสีน้ำเงินเข้ม  เขาเปิดจุกขวดและดม  จากนั้นก็ลากปลายปากกาขนนกให้คะแนน  “แล้วอย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้แผนการขโมยเครื่องปรุงยาไปจากตู้เก็บของส่วนตัวของฉันเชียวนะ  ถ้าฉันจับได้ล่ะก็  คนคนนั้นต้องถูกไล่ออกสถานเดียว”

                ดังนั้นการขอเครื่องปรุงยามาตรงๆจึงเป็นอันล้มเหลว  เฟริน่าต้องพูดปดกับเพื่อนๆทั้งสามว่าเธอไม่สามารถขโมยมาได้เลย  เพราะเซเวอร์รัสคอยจับตาเธออยู่  เรื่องนี้ทำให้รอนหัวเสียมาก  และเฮอร์ไมโอนี่ก็วางแผนให้แฮร์รี่กับรอนก่อกวนในชั้นเรียนด้วยการใช้ดอกไม้ไฟฟิลิบัสเตอร์  ส่วนเด็กหญิงผมฟูและเฟริน่าจะเข้าไปขโมยมาแทน  เฟริน่ารู้สึกไม่สบายใจกับแผนนี้มาก   เด็กหญิงเชื่อว่าเซเวอร์รัสต้องไล่แฮร์รี่ออกแน่นอน  ถ้าเขาเป็นคนก่อกวนในชั้นเรียน  และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างจึงอาสาก่อกวนแทน  เรื่องนี้ทำให้รอนอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเธอซึ่งคอยปกป้องสเนปเสมอจะยอมก่อกวนชั้นเรียนวิชาปรุงยา

                “รู้มั้ย  เรากำลังทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำขวัญประจำโรงเรียนล่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่พูด  หลังจากฟังแผนการของเฟริน่าทั้งหมดแล้ว

                “โรงเรียนเรามีคำขวัญด้วยเรอะ”  รอนถามอย่างประหลาดใจ  เฮอร์ไมโอนี่มองหน้ารอนอย่างตำหนิ

                “คนแบบไหนกันที่ไม่รู้ว่าโรงเรียนตัวเองมีคำขวัญว่าอะไร”  เฟริน่าว่าเสียงเขียว

                “แล้วมันคืออะไรล่ะ”  แฮร์รี่ถาม  เขาเองก็ไม่เคยจำว่าโรงเรียนมีคำขวัญว่าอะไร

                “ดราโก  ดอเมียนส์  นันควอม  ทิทิลแลนดัส  แปลว่า  อย่าแหย่มังกรหลับ”   เฮอร์ไมโอนี่ตอบ

                แล้วในชั่วโมงชั้นเรียนวิชาปรุงยาก็มาถึง  เซเวอร์รัสประกาศกับนักเรียนทุกคนว่าวันนี้จะให้ทดลองปรุงน้ำยาทำให้พองตัว  เฟริน่าเห็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินเอาแต่จ้องมองอย่างดุร้ายมาที่แฮร์รี่  เขาเดินโฉบมายืนอยู่เหนือหม้อต้มยาของเด็กชายหัวแผลเป็นบ่อยๆ 

                “สมองทึบ  เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงอันโด่งดังไม่ช่วยอะไร  ถ้าพอตเตอร์นั้นไม่มีปัญญาที่จะปรุงน้ำยาง่ายๆ  หักกริฟฟินดอร์ห้าคะแนน  สำหรับความสมองนิ่ม”   สเนปเหยียดยิ้มเยาะใส่  และหันไปด่าว่าร้ายหม้อต้มยาของเนวิลล์ต่อ  เฟริน่าเห็นแฮร์รี่จ้องมองสเนปอย่างโกรธแค้น  แต่รอนก็แอบเตะขาเขาหลังหม้อต้มยาให้เด็กชายผมยุ่งอยู่เฉยๆไว้  ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ชำเลืองมาที่เธออยู่บ่อยๆ   เด็กหญิงผมฟูเองก็สังเกตได้ว่าวันนี้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาดูจะใส่ใจเด็กๆทั้งสี่เป็นพิเศษ  พวกเขาจึงแทบไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนได้เลย  แต่เฟริน่าก็แอบกระซิบอยู่เหนือหม้อต้มยาให้เพื่อนผมฟูใจเย็น  และดำเนินตามแผนการต่อไป

                ระหว่างที่เซเวอร์รัสกำลังเล่นงานเนวิลล์   เฟริน่าก็แอบใช้ไม้กายสิทธิ์ของเธอที่หลังหม้อต้มยาเสกให้ตัวซาลาแมนเดอร์ที่เธอขอมาจากเฟร็ดและจอร์จให้มันลอยเข้าไปอยู่ในกระเป๋าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ฟิลิบัสเตอร์ที่แอบวางอยู่ใต้โต๊ะที่พาร์กินสันนั่งอยู่  (แน่ล่ะ   ตอนวางกระเป๋านั้น  เป็นช่วงเวลาที่นักเรียนทุกคนกำลังกรูกันเข้ามาเมื่อต้นชั่วโมง  เซเวอร์รัสจึงไม่สังเกตเห็น  และช่างโชคร้ายที่เด็กหญิงหน้างอดันเลือกที่นั่งที่เป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว)  และทันทีที่ตัวซาลาแมนเดอร์ย้ายเข้าไปอยู่ในกระเป๋าแล้ว  ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  เก้าอี้ที่พาร์กินสันนั่งกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศพร้อมๆกับที่มีดาวนับหมื่นพุ่งกระจายออกมาเต็มห้อง  ร่างของพาร์กินสันผู้โชคร้ายลอยไปกระแทกกับหม้อต้มยาของเธอ  ทำให้น้ำยาที่ทำให้พองตัวหกกระจาย   แรงระเบิดของดอกไม้ไฟทำให้หม้อต้มยาของเด็กสลิธีรินทุกคนที่อยู่ในรัศมีระเบิดกระจายออก  เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสี่ที่รู้อยู่แล้วต่างรีบมุดลงไปใต้โต๊ะทันก่อนที่จะโดนน้ำยาเหล่านั้น  เฮอร์ไมโอนี่อาศัยช่วงโกลาหลที่ดวงดาวหลากสีสันกระเด้งกระดอนไปทั่วทั้งห้องจนมองอะไรแทบไม่เห็นพุ่งออกไปจากห้องเรียน  มีเสียงของเซเวอร์รัสคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวผสมปนเปไปกับเสียงร้องของเด็กๆ   อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินมองอะไรแทบไม่เห็นเมื่อกลุ่มดาวนับร้อยพากันกระเด้งกระดอนไปหาเขา  สเนปพยายามโบกไม้กายสิทธิ์เพื่อกำจัดดาวเหล่านั้น  แต่เมื่อกำจัดไปได้เพียงบางส่วน  เฮอร์ไมโอนี่ก็รีบวิ่งกลับมา  เด็กหญิงผมฟูแอบยกนิ้วให้เธอ 

                “เงียบ!  เงียบ!”  เสียงอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินคำราม  “ใครถูกน้ำยากระเด็นใส่   เดินออกมาหน้าชั้น  มาดื่มน้ำยาแก้  แล้วพอตเตอร์  วีสลีย์  เกรนเจอร์  โพสัน  ห้ามขยับไปไหนนั่งอยู่ตรงนั้น”  เฟริน่าแอบเห็นใบหน้าของแพนซี่บวมเป่งไปข้างหนึ่งอย่างน่ากลัว  เด็กหญิงบ้านสลิธีรินปิดหน้าเดินตัวเอียงไปที่หน้าชั้นด้วยใบหน้าที่แดงจัดด้วยความอับอาย   แครบมีใบหูที่ใหญ่กว่าหัวของตัวเอง  กอยล์นั้นมีหัวที่โตเกินกว่าคอของเขาจะรับน้ำหนักไหว   และเดรโกโดนน้ำยากระเด็นเข้าที่แขนข้างหนึ่ง

                เด็กๆทั้งสี่พยายามนั่งให้สงบเสงี่ยมและดูไม่รู้เรื่องรู้ราวมากที่สุดเมื่อร่างของศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเดินมาที่พวกเขาอย่างรวดเร็ว  ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด 

                “หยิบกระเป๋าของพวกเธอขึ้นมา”  เขาสั่งเสียงเฉียบขาด เด็กๆทั้งสี่มองหน้ากัน  และค่อยๆดึงกระเป๋าที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาบนโต๊ะ  “เททุกอย่างที่อยู่ในกระเป๋าออกมาให้หมด” 

นักเรียนหลายคนที่ยังมีสภาพร่างกายดีอยู่ต่างชะเง้อคอมองอย่างฉงนว่าทำไมศาสตราจารย์วิชาปรุงยาถึงเพ่งเล็งเด็กทั้งสี่   และเมื่อเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสี่เทของทุกอย่างในกระเป๋าลงบนโต๊ะ  เซเวอร์รัสก็เริ่มต้นใช้ไม้กายสิทธิ์ของเขาคุ้ยเขี่ยดูว่าแต่ละกองนั้นมีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง  แต่เมื่อเขาไม่พบหลักฐานที่จะเอาผิด  ดวงตาสีดำก็จับจ้องมาที่ทั้งสี่อย่างมุ่งร้าย

“ถ้าฉันจับได้ว่าพวกเธอคนใคนหนึ่งก่อเรื่องพวกนี้ล่ะก็  พวกเธอจะต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน  ไม่ว่าเธอคนนั้นจะรู้เรื่องมากแค่ไหนก็ตาม”  เซเวอร์รัสส่งสายตาเกรี้ยวกราดมาให้เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างมากเป็นพิเศษ  แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้นช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันเวลา

“เขารู้ว่าเป็นพวกเรา”  แฮร์รี่บอกหลังจากที่ทั้งสี่ปีนขึ้นบันไดออกมาจากคุกใต้ดินและกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ 

“โชคดีที่เฟริน่าบอกให้ฉันเอาเครื่องปรุงยาที่ขโมยออกไปซ่อนไว้นอกห้องเรียนก่อน  ฉันแทบคิดไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้น  หากว่าตอนที่สเนปสั่งให้เราทุกคนเทกระเป๋าแล้วพบเครื่องปรุงยาที่เราขโมยมา”  เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางตัวสั่น

“ถึงเขาจะสงสัยเรา  แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานที่จะไล่พวกเราออก  เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก”   รอนพูดอย่างสบายใจ  และเมื่อทั้งสี่สำรวจรอบๆแล้วว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆกับห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ  พวกเด็กๆก็รีบเปิดประตูเข้าไปในนั้น

“ฉันก็ภาวนาว่าเขาจะไม่คิดว่าเป็นฝีมือฉัน  เห็นตอนที่เขาจ้องมองฉันมั้ย  ฉันว่าฉันแย่แน่ๆ”  เฟริน่าพึมพำ  เด็กหญิงรู้สึกว่าเซเวอร์รัสรู้ว่าเธอเป็นคนที่คิดแผนการนี้ขึ้นมา  และพนันกันได้เลยว่าในชั้นเรียนการสกัดใจ  เธอต้องโดนเขาเล่นงานอย่างแน่นอน

เฮอร์ไมโอนี่โยนเครื่องปรุงยาที่ขโมยมาใส่หม้อต้มยาและเริ่มคน 

“มันจะใช้ได้ในอีกสองอาทิตย์”  เธอบอกอย่างมีความสุข  “และฉันส่งใบสั่งซื้อเสื้อผ้าที่พบในเดลี่พรอเฟ็ตไปเรียบร้อยแล้ว  ส่วนแว่นตาของนาย  แฮร์รี่  ฉันคงต้องเสกให้มันเปลี่ยนเป็นทรงพระจันทร์ครึ่งสักหน่อยในวันนั้น”

“ศาสตราจารย์สเนปจับได้แน่  เรื่องเสื้อผ้า  มันต้องคนละสีกับวันที่ดัมเบิลดอร์ใส่อยู่แล้ว  ล้มเลิกแผนการเถอะ”  เฟริน่ายังพยายามเกลี้ยกล่อมทั้งสาม  แม้ว่าเธอจะร่วมมือขโมยเครื่องปรุงยา  แต่ที่เธอทำไป  เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆถูกไล่ออก

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง  “เด็กหญิงผมฟูบอกเสียงใส  “ฉันรู้วิธีที่จะเสกเปลี่ยนลวดลายและสีผ้า” 

เฟริน่ากลอกตา  เป็นอันว่าตอนนี้แผนการบ้าๆนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป




 

แล้วสัปดาห์ถัดมาก็มาถึง  นี่เป็นครั้งแรกของชั้นเรียนการสกัดใจที่เฟริน่านึกไม่อยากให้มันมาถึงเร็ว  เด็กหญิงเดินอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่งไปยังคุกใต้ดิน  เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าวันนี้เธอจะต้องรับศึกหนักอะไรบ้าง  แต่เธอก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะไม่เจอหน้าสเนปที่อาจกำลังแยกเขี้ยวรอเธออยู่ที่คุกใต้ดินได้  และเมื่อเธอกำลังเดินไปยังประตูห้องโถงที่มีบันไดนำไปสู่คุกใต้ดิน  เธอก็เห็นเด็กชายผมบลอนด์ยืนเตร่อยู่แถวนั้น  เฟริน่าไม่ได้สนใจมองเขา  ตั้งแต่วันนั้นเธอกับเขาก็ไม่ได้พูดกันอีก  เหตุผลหลักๆ  ก็เพราะเธอวุ่นวายอยู่กับน้ำยาสรรพรสจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่น

“เธอยังต้องถูกกักบริเวณอีกรึ”  เสียงยานคางของเขาเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเธอเดินมาใกล้

“ฮื่อ  ทำไม   นายมีอะไรจะคุยกับศาสตราจารย์สเนปหรือไง”  เฟริน่านึกดีใจที่อย่างน้อยมีอะไรมายืดเวลาที่เธอจะไม่ต้องอยู่กับเซเวอร์รัสแค่สองคนในห้องทำงาน

“เปล่า  ฉันไม่ได้มารอพบศาสตราจารย์สเนป”  เขากอดอกและชำเลืองมองเธอ 

“งั้นนายมายืนทำอะไรตรงนี้”  เฟริน่าถาม  เธอผลักประตูเปิดออกและเดินลงบันไดไปยังห้องทำงานที่คุกใต้ดิน  เด็กชายมัลฟอยเดินตามเธอลงมาด้วย

“เธอกลับยังไง”  เขาถามดื้อๆขึ้นมา

“อะไรนะ”  เธอหันไปถามเขา  ตอนนี้ทั้งสองหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของเซเวอร์รัสแล้ว  เฟริน่าเห็นเดรโกมีท่าทีอึกอัก  แก้มของเขากลายเป็นสีชมพู

“ฉันจำได้ว่าเธอถูกกักบริเวณ  แล้วศาสตราจารย์สเนปก็ไม่เคยปล่อยให้นักเรียนที่ถูกกักบริเวณออกไปจากห้องจนกว่าเขาจะพอใจ  และ  --  มันก็ดึกมาก  --  นั่นแหละ  --  กว่าเธอจะถูกกักบริเวณเสร็จ  มันก็ดึกมากแล้ว  --  “   เขาตอบพลางชำเลืองมองเธอ  แต่เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างจ้องมองเขาอยู่  เด็กชายบ้านสลิธีรินก็เป็นฝ่ายหลบตาไป

“มันก็จริง  แล้วยังไงล่ะ”  เฟริน่าถามอย่างสงสัย  “นายเองก็ไม่ควรออกมาเดินดึกๆ  จำวันนั้นได้ใช่มั้ย  นายคงไม่อยากเจอตัวอะไรอย่างที่เราเจอกันในวันนั้นหรอกนะ”

“เอ้อ!  ทำไมฉันจะไม่อยากเจอ   ฉันไม่ใช่พวกชี้ขลาดสักหน่อย”  เดรโกรีบยืดตัวพลางเชิดหน้าขึ้น  “ฉันน่ะเลือดบริสุทธิ์นะ  เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นทำอะไรพวกเลือดบริสุทธ์ไม่ได้หรอก  ถ้าวันนั้นเธอไม่มีฉันอยู่ด้วยนะ  เธอเสร็จมันไปนานแล้ว”  คำพูดอวดอ้างของเขาทำให้เฟริน่ากลอกตาอย่างรำคาญ

“เออ  งั้นฉันขอขอบใจนายมากๆก็แล้วกัน  ฉันไปล่ะ  สายมากแล้ว  เดี๋ยวศาสตราจารย์สเนปจะว่าฉัน”  เธอเปิดประตูห้องทำงานโดยไม่รอฟังว่าเด็กชายต่างบ้านจะพูดอะไร  แต่เมื่อประตูถูกเหวี่ยงเปิดออก  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ก็พบว่าห้องทำงานว่างเปล่า  ชายจมูกงุ้มไม่ได้ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานเหมือนทุกที 

“ศาสตราจารย์สเนปไม่อยู่นี่”  เสียงเดรโกดังขึ้นที่ใกล้ๆหูของเธอ  เฟริน่ารีบก้าวเข้าไปในห้อง  โดยมีเด็กชายผมบลอนด์ตามเข้ามาด้วย

“นายตามเข้ามาทำไม”  เด็กหญิงขมวดคิ้ว  เมื่อเห็นเขาเดินไปนั่งข้างเตาผิง

“ฉันจะรอเธอจนกว่าเธอจะกักบริเวณเสร็จ”  เขาตอบพลางนั่งกอดอก ดวงตาสีซีดมองไปยังส่วนอื่นของห้องที่ไม่ใช่ใบหน้าของเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์

“นายจะนั่งรอฉันทำไม  มีอะไรจะพูดก็รีบๆพูดมา”  เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด  แต่เด็กชายบ้านสลิธีรีนแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน  เขากำลังนั่งจ้องมองเข้าไปในเตาผิง  เฟริน่าเห็นเขาทำเป็นเมิน  เธอจึงกระแอมเสียงดัง

“อะไรของเธอ  เจ็บคอหรือไง  ทำไมไม่หาน้ำดื่ม”  เดรโกว่า  ดวงตาสีซีดสบตาเธอเพียวชั่ววินาที  ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตาไปที่ตู้เก็บขวดยาแทน 

“ฉันว่าศาสตราจารย์สเนปไม่อนุญาตให้ใครมานั่งรอฉันหรอก  ทางที่ดีนายรีบกลับหอนอนไปซะเถอะ”  เฟริน่าพยายามไล่ศัตรูต่างบ้านให้กลับไปก่อนที่เซเวอร์รัสจะเข้ามา

“ศาสตราจารย์สเนปไม่ว่าหรอกถ้าฉันจะนั่งรอตรงนี้  อย่าลืมสิว่าฉันเป็นนักเรียนคนโปรดของเขาเชียวนะ”  เด็กชายผมบลอนด์พูดอย่างอวดๆ  เฟริน่าเบ้ปากอย่างหมั่นไส้

“งั้นเราก็มารอดูกันว่านายเป็นนักเรียนคนโปรดของเขาจริงหรือเปล่า”  เด็กหญิงเลิกสนใจ  เธอเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่หน้าโต๊ะทำงาน  เด็กทั้งสองต่างนั่งเงียบๆโดยไม่ได้คุยกัน  ห้องทำงานทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ  มีเพียงเสียงฟู่เบาๆดังมาจากเตาผิงเป็นระยะๆ  ระหว่างที่เฟริน่ากำลังนั่งคิดหาวิธีทำให้เซเวอร์รัสโกรธเธอน้อยลง  เสียงยานคางของเด็กชายอีกคนในห้องก็เอ่ยตัดความเงียบ

“เธอต้องกักบริเวณตลอดทั้งปีจริงๆหรือ”

เฟริน่าหมุนตัวไปมองหน้าเด็กชายต่างบ้าน  เขากำลังจ้องมองเธออย่างไม่วางตา  อ่านไม่ออกว่าดวงตาสีซีดคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่

“ฮื่อ  คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ”  เธอตอบ  แล้วอยู่ๆเขาก็หลบสายตาเธออีกครั้ง  ก่อนที่แก้มสีซีดจะขึ้นสีชมพูระเรื่อ

“เธออยากให้ฉันบอกพ่อฉันรึเปล่า  --  คือ  พ่อฉันน่ะสนิทกับศาสตราจารย์สเนป  --  แล้ว  --  ฉันอาจบอกกับพ่อให้ช่วยพูดให้เขาเลิกกักบริเวณเธอได้นะ  --  “  คำพูดของเขาทำให้เฟริน่าอดเลิกคิ้วขึ้นสูงไม่ได้  เธอเพิ่งรู้ว่าตัวละครอย่างเดรโก  มัลฟอยจริงๆแล้วก็มีน้ำใจเหมือนกัน

“ขอบคุณนะ  แต่ไม่เป็นไรหรอก”  เธอตอบ  และก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดอะไรออกไป 

เสียงกุกกักที่ประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น  และใครบางคนก็ผลักประตูเข้ามา  เด็กทั้งสองต่างหันไปยังผู้ที่มาใหม่




 

“โอ๊ย  แฮร์รี่  นายเดินไปเดินมาจนฉันชักจะเวียนหัวแล้วนะ”  รอนบ่นพลางเงยหน้าขึ้นมาจากเรียงความวิชาแปลงร่างที่เขาเขียนไปไม่ถึงครึ่ง 

“แฮร์รี่  นายเขียนเรียงความเสร็จแล้วหรือ  ไหนมาให้ฉันตรวจสิ”  เฮอร์ไมโอนี่ลดหนังสือเล่มหนาลง 

“ขอบใจมาก  เฮอร์ไมโอนี่  แต่ฉันยังทำไม่เสร็จหรอก  และรอน  ที่ฉันเดินไปเดินมา  เพราะฉันอดห่วงเฟริน่าไม่ได้  นายก็รู้  --  เรื่องคอลิน  --  ฉันว่าจะไปรับเธอกลับหอคอยคืนนี้  ไม่ว่าเฟริน่าจะพูดยังไงก็ตาม”  แฮร์รี่ไม่อยู่รอฟังเพื่อนทั้งสอง  เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเขาจะไปรอเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างที่คุกใต้ดิน   เด็กชายเดินเข้าไปในหอนอนและหยิบผ้าคลุมล่องหนออกมายัดใส่กระเป๋า  และเมื่อเขาเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นรวม  เฮอร์ไมโอนี่กับรอนก็กระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม

“เราจะไปกับนายด้วย”  เฮอร์ไมโอนี่บอก

“เธอนั่นแหละอยู่ที่นี่  เฮอร์ไมโอนี่”  รอนพูด 

“แต่เฟริน่าก็เพื่อนฉันเหมือนกันนะ  ฉันไม่นั่งรอตรงนี้หรอก”  เฮอร์ไมโอนี่ยัดหนังสือใส่กระเป๋า  “นายนั่นแหละ  รอน  นายยังทำการบ้านไม่เสร็จอีกตั้งหลายวิชา”

“เออ  ฉันรู้  แต่เธออย่าลืมสิว่าเธอเองก็เป็นเป้าหมายการกวาดล้างนี้ไม่ต่างกัน  ฉันว่าเธออยู่ที่นี่แหละดีแล้ว”  รอนพูดพลางเริ่มเก็บม้วนกระดาษเรียงความ

“ฉันจะไปเองคนเดียว  รอน  การบ้านวิชาปรุงยากับประวัติศาสตร์เวทมนต์  นายยังไม่เริ่มเขียนเลยนี่  ส่วนเธอ  เฮอร์ไมโอนี่  ถูกของรอน  เธอเองก็เป็นเป้าหมายการกวาดล้างนี่เหมือนกัน”  แฮร์รี่ตัดบทโดยการหมุนตัวเดินไปที่ช่องหลังรูปภาพ 

แสงไฟจากคบเพลิงที่ใกล้มอดเต็มที  ทำให้ระเบียงทางเดินดูมืดสลัว  แฮร์รี่กวาดตามองอย่างระแวดระวังก่อนจะหยิบผ้าคลุมล่องหนออกมาคลุม  เด็กชายผมยุ่งเดินไปตามทางเดินและลงบันไดไปเรื่อยๆ  ในหัวก็นึกถึงเสียงประหลาดที่เขาได้ยินเพียงคนเดียว 

“หวังว่าคืนนี้ฉันคงไม่ได้ยินเสียงนั่นอีกนะ”  เขาพูดกับตัวเอง  ดวงตาสีเขียวใสมองทะลุผ่านผ้าคลุมล่องหน  ตอนนี้เด็กชายแว่นกลมเพิ่งเดินผ่านฟิลช์ที่เดินถือตะเกียงปากบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง  ดวงตาโปนที่แดงก่ำฉ่ำเยิ้มที่มองดูก็รู้ว่าภารโรงประจำปราสาทยังคงเสียใจเรื่องคุณนายนอร์ริส  และเมื่อแฮร์รี่เดินเลี้ยวหัวมุมห้องกำลังจะลงบันได  เขาก็เจอเข้ากับเพอร์ซี่  เด็กหนุ่มผมแดงเดินเคียงคู่มากับเด็กสาวบ้านเรเวรคลอ  ซึ่งเป็นพรีเฟ็คเช่นกัน

“เพิร์ซ  นายเดินมาส่งแค่นี้ก็พอแล้ว  เดี๋ยวฉันเดินกลับเอง”  พรีเฟ็คประจำบ้านเรเวนคลอบอก

เพอร์ซี่ส่ายหน้า  ก่อนจะพูดด้วยเสียงจริงจังว่า  “ไม่ได้หรอกเพน  ฉันจะปล่อยให้เธอเดินกลับหอคอยคนเดียวมืดๆได้อย่างไร  เธอก็รู้  --  “

พรีเฟ็คสาวหัวเราะคิกคักจนหน้าแดง  “นายกังวลเกินไปแล้ว”    

แฮร์รี่เห็นสายตาพรีเฟ็คบ้านกริฟฟินดอร์มองใบหน้าของเด็กสาวจากบ้านเรเวนคลอด้วยแววตาลึกซึ้ง  เด็กชายก็รู้สึกตัวว่าเขามาเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเห็นเข้าให้ของทั้งคู่  เขาพยายามจะเดินผ่านไป  แต่พรีเฟ็คทั้งสองก็เดินปิดทาง  ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้เลยที่เขาต้องเดินตามหลังคนทั้งสอง

“เธอก็รู้ว่าฉันเป็นห่วงเธอ  ถ้าฉันไม่ห่วง  ฉันคงไม่ดั้นด้นเดินมาส่งเธอหรอก  เพน”  เพอร์ซี่ขมวดคิ้ว 

“นายน่ารักจัง”  เด็กสาวจูบแก้มเพอร์ซี่ที่กลายเป็นสีชมพู  “แล้วทำไมถึงต้องเป็นห่วงฉันล่ะ”  แล้วเธอก็หัวเราะคิกคักอีกครั้ง  เมื่อใบหน้าของพรีเฟ็คหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกับสีผมของเขา

“เอ่อ  --    เธอก็รู้  ฉันไม่ทำแบบนี้หรอก  เฉพาะแค่กับเธอเท่านั้นล่ะ”  เพอร์ซี่เสมองไปทางอื่นพยายามไม่สบตาเด็กสาว

“งั้นมันเพราะอะไรล่ะ  ฉันอยากได้ยิน”  พรีเฟ็คสาวเอ่ยถามล้อๆ  แฮร์รี่ตั้งใจฟังว่าเพอร์ซี่จะตอบว่าอะไร  เพราะมันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เขารู้สึกเป็นห่วงเฟริน่า  และต้องดั้นด้นเดินออกจากหอคอยเพื่อมารับเธอ

พรีเฟ็คหนุ่มกระแอมให้คอโล่ง  “เธอก็รู้อยู่แล้วนี่  เพน”

“ไม่เอาน่าเพิร์ซ  ฉันอยากได้ยินนี่”  พรีเฟ็คบ้านเรเวนคลอเซ้าซี้ 

“ก็เพราะฉันรักเธอยังไงล่ะ”  คำตอบของเพอร์ซี่ทำให้แฮร์รี่หยุดฝีเท้าลง  และที่สุดทางเดิน  พรีเฟ็คทั้งสองก็เดินเลี้ยวมุมไปอีกทาง  แต่เด็กชายหัวแผลเป็นยังยืนนิ่งตรงนั้น  ในสมองของแฮร์รี่กำลังประมวลผลคำพูดของเด็กหนุ่มผมแดงกับความรู้สึกที่ตัวเขาเองมีต่อเฟริน่า

“บ้าน่า  เฟริน่าเป็นเพื่อนนายนะ  แฮร์รี่”  เด็กชายผมยุ่งส่ายหน้าพลางบอกตัวเอง  และเริ่มออกเดินต่อไป  

ก็เพราะฉันรักเธอยังไงล่ะ

คำพูดของพรีเฟ็คประจำบ้านกริฟฟินดอร์ดังก้องในหัวอีกครั้ง  แฮร์รี่พยายามสะบัดไล่เสียงนั่นออกไป  ตอนนี้เด็กชายแว่นกลมเริ่มคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านๆมา  บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเขามักมีอาการแปลกๆเวลาที่อยู่ใกล้กับเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  ทำไมเขาต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นเซดริกเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธอ  หรือทำไมหัวใจของเขาต้องเต้นแปลกๆทุกครั้งที่เธอจูบแก้มเขา  หรือแม้กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว  ทำไมเขาถึงอยากสัมผัสริมฝีปากของเธอ  ทำไมเขาถึงจูบแก้มเธอ  ทำไมเขาถึงอยากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่เด็ก...   และเมื่อแฮร์รี่นึกถึงกลิ่นหอมหวานวนิลา  รวมทั้งริมฝีปากนุ่มๆที่ประทับบนแก้ม   เขาก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ  และหวังเหลือเกินว่าสักวันริมฝีปากของเธอจะไม่ได้ประทับแค่บนแก้ม  แต่ย้ายมาประทับที่อื่น... 

แฮร์รี่เผลอเลื่อนนิ้วมาแตะที่ริมฝีปาก  แล้วเขาก็รู้สึกถึงความร้อนที่แล่นขึ้นไปบนผิวหน้า  เด็กชายรีบยกมือปิดใบหน้าที่แดงซ่านของตัวเองทั้งๆที่ไม่มีใครสามารถเห็นเขายืนหน้าแดงอยู่แล้วภายใต้ผ้าคลุมล่องหน  หัวใจในอกเต้นแรงอีกครั้ง  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาอยากให้ริมฝีปากของเพื่อนสนิทมาประทับที่ส่วนไหน   

“เธอเป็นเพื่อนสนิทนายนะ”  เขาพูดกับตัวเอง

หลังจากที่พยายามข่มหัวใจให้กลับมาเต้นอัตราปกติได้แล้ว  แฮร์รี่ก็พบว่าเขายืนอยู่หน้าประตูห้องโถงที่นำไปสู่คุกใต้ดิน  เด็กชายแว่นกลมเปิดประตูออกและเดินลงบันไดไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานของศาสตราจารย์ที่เขาชอบน้อยที่สุด  มีเสียงคุยกัน  และแฮร์รี่ก็เก็บผ้าคลุมล่องหนใส่กระเป๋าพลางผลักประตูเข้าไป

“แฮร์รี่!”   เฟริน่าเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้  “นายมาทำอะไรที่นี่”  แฮร์รี่ส่งยิ้มให้เธอ  นึกดีใจที่สเนปไม่อยู่  และเมื่อดวงตาสีเขียวใสหันไปเห็นคู่ปรับ  เขาก็ทำหน้าบึ้งตึงในทันที   นึกสงสัยว่าเด็กชายมัลฟอยมาทำอะไรที่นี่ 

“ฉันตั้งใจจะมารอเธอ  ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรนะเฟริน่า  แต่เรื่องที่เกิดกับคอลินทำให้ฉันอดห่วงเธอไม่ได้”  แฮร์รี่เดินตรงมาที่เธอ  เขาไม่ได้สนใจเด็กชายสลิธีรินที่กำลังส่งสายตาเกลียดชังมาที่เขา 

“นายกลับไปเถอะ  รีบกลับไปซะ  ถ้านายไม่อยากเดือดร้อน  เร็วเข้า  ก่อนที่ศาสตราจารย์สเนปจะมา”  แฮร์รี่รู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องพูดแบบนี้  แต่เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินกลับหอคอยคนเดียวมืดๆแน่

“ฉันไม่กลับหรอก  เธอก็รู้”  แฮร์รี่ชำเลืองมองไปทางเดรโก  ก่อนที่เขาจะหันมาสบตาเธออีกครั้งและในสมองคิดหาข้ออ้าง  “อย่าลืมสิ  เรื่องวันนั้นที่ชั้นเรียนวิชาปรุงยา  สเนปน่ะสงสัย  --  เธอก็รู้”  เขาพูดเสียงกระซิบ 

“เออ  ฉันรู้  แต่นายไม่ควรออกมาเดินข้างนอกตอนกลางคืน  มันอันตราย” 

“นายก็ได้ยินแล้วนี่  กลับไปซะ  ไอ้หัวแผลเป็น”  เด็กชายมัลฟอยพูดด้วยเสียงเหยียดๆ 

“ฉันไม่ได้ขอความเห็นนาย  มัลฟอย  หุบปากไปซะ!”  แฮร์รี่ว่า  อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ที่ศัตรูต่างบ้านมายุ่งเรื่องของเขา 

“ทำไม  ฉันจะพูดแล้วนายจะทำไม”  เดรโกลุกขึ้นยืนและจ้องมองแฮร์รี่

“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่  ถูกกักบริเวณหรือไง  ตอนนี้นายไม่ใช่นักเรียนคนโปรดของสเนปอีกแล้วงั้นหรือ”  แฮร์รี่จ้องมองคู่อริอย่างไม่พอใจ

“ฉันจะมาทำอะไรที่นี่  มันก็ไม่เกี่ยวกับนาย  พอตเตอร์”  เด็กชายมัลฟอยโต้กลับ

“พอเถอะน่า  แฮร์รี่อย่าไปทะเลาะกับเขาเลย”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างพยายามดึงแขนเด็กชายผมยุ่งไว้ไม่ให้กระโจนไปหาเดรโก

“เฮอะ  นายไม่ใช่นักเรียนคนโปรดของศาสตราจารย์สเนปยังกล้ามาที่นี่อีก  ไม่กลัวตัวเองเดือดร้อนหรือไง”  เด็กชายบ้านสลิธีรินยิ้มเยาะใส่แฮร์รี่

“มัลฟอย  หยุดนะ”  เฟริน่าปรามเด็กชายผมบลอนด์  และก่อนที่แฮร์รี่จะโต้กลับ  เสียงบุคคลที่เขาไม่อยากเจอหน้าก็ดังขึ้น

“ผมไม่นึกมาก่อนว่าคุณมีนักเรียนที่ถูกกักบริเวณอยู่ที่นี่ด้วย  ศาสตราจารย์สเนป”  เสียงล็อกฮาร์ตดังขึ้นเมื่อเขาถือวิสาสะผลักประตูห้องทำงานเข้ามา  ข้างหลังของเขา  แฮร์รี่เห็นสเนปทำสีหน้าเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคน  “เอ้า!  แฮร์รี่  แฮร์รี่  เราเจอกันอีกแล้ว  หนุ่มน้อย”  ล็อกฮาร์ตก้าวอย่างเร็วตรงไปโอบไหล่แฮร์รี่  จนไหล่ของเขากระแทกเข้ากับสีข้างของพ่อมดจอมหลงตัวเองอย่างแรง  ล็อกฮาร์ตกำลังยิ้มอวดฟันขาว

“วันนี้เธอกลับไปก่อน”  อาจารย์ประจำบ้านสลิธินบอกกับเฟริน่าด้วยเสียงต่ำอย่างหงุดหงิด  เขาไม่ได้สนใจแฮร์รี่และเดรโกที่อยู่ในห้องด้วย  “เอาไว้ค่อยมาสัปดาห์หน้า” 

“มีอะไรหรือคะ”  เด็กหญิงสงสัย  แต่สเนปไม่ตอบ  เขาพ่นลมหายใจอย่างรำคาญและเดินไปที่หลังโต๊ะทำงาน

“ฉันก็อยากจะบอกกับเธอนะ  เด็กนักเรียน”  ล็อกฮาร์ตพูดราวกับเขาเป็นคนสำคัญ  เขาหลิ่วตาให้เฟริน่า  ก่อนจะรีบพูดต่อไปแบบตื่นเต้นและเป็นความลับว่า  “แต่ฉันคงบอกกับพวกเธอไม่ได้หรอก  มันเป็นภารกิจสำคัญระหว่างฉันกับศาสตราจารย์สเนป  แต่เดี๋ยวพวกเธอก็จะได้รู้เอง  ดัมเบิลดอร์ไว้ใจฉันให้ทำงานนี้เชียวนะ  แล้วฉันก็ไม่ได้อยากจะอวดอ้างว่าตัวเองเก่ง  แต่ผู้วิเศษอย่างฉันน่ะ   --  “  เขาหัวเราะชอบใจอะไรบางอย่าง  แฮร์รี่แอบเห็นสเนปจ้องมองอย่างดุร้ายใส่แผ่นหลังของล็อกฮาร์ต  “  --  ฉันซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เลยได้รับการแต่งตั้ง  และศาสตราจารย์สเนปซึ่งมีความเชี่ยวชาญน้อยกว่าฉันในด้านนี้  --  อย่าถือสาผมเลยนะ  ศาสตราจารย์สเนป  --  “  ล็อกฮาร์ตหันไปหลิ่วตาให้สเนป  เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าสเนปกำลังแยกเขี้ยวใส่เขา  “  --  แต่ผมไม่อยากโกหกนักเรียน  --  เอาเป็นว่าตอนนี้ยังเป็นความลับ  --  แต่เดี๋ยวพวกเธอก็จะรู้  อย่าเพิ่งไปบอกใครล่ะว่าเจอฉันที่นี่  เดี๋ยวทุกคนจะแตกตื่นว่าฉันได้รับมอบหมายภารกิจอะไรจากอาจารย์ใหญ่”  แล้วเขาก็หัวเราะชอบใจอวดฟันสีขาวอีกครั้ง 

“พวกเธอรีบกลับไปยังหอนอนได้แล้ว”  อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินพูดด้วยสีหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินเบอร์ตี้บอร์ตรสอ้วกสิบเม็ด

และประตูห้องทำงานก็ปิดไล่หลังเด็กทั้งสาม 

“เจ้าทึ่มเอ๊ย!”  เด็กชายบ้านสลิธีรินพูดเสียงเหยียดๆทันที

“งั้นเราไปกันเถอะ”  แฮร์รี่คว้ามือเฟริน่ามาจูงไว้  เขารู้สึกหงุดหงิดแปลกๆที่เห็นเด็กชายบ้านสลิธีรินพยายามมายุ่งวุ่นวายกับเด็กหญิง  แฮร์รี่เห็นดวงตาสีซีดของเดรโกจ้องมองมือเล็กๆที่อยู่ในมือของเขา  แล้วศัตรูต่างบ้านก็กอดอกพลางพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

“เธอเป็นคนแก่หรือไง  โพสัน  ถึงต้องมีคนคอยจูง”  เด็กชายผมบลอนด์เอ่ยลอยๆ  เฟริน่าขมงวดคิ้วที่เดรโกหาเรื่องเธอ

“เป็นอะไรของนาย  มัลฟอย”  เธอถาม

“อย่ายุ่งกับเธอนะ  มัลฟอย  ไปให้พ้น”  แฮร์รี่จ้องมองคู่อริอย่างเกลียดชัง  แต่เด็กชายบ้านสลิธีรินยิ้มเยาะใส่ทั้งคู่

“ระวังไว้ให้ดีเถอะ  โพสัน  เธอคิดจริงๆหรือว่าไอ้หัวแผลเป็นจะปกป้องเธอจากสัตว์ประหลาดได้  สายเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่  แล้วถ้าเธอยังหลงคิดว่าแผลเป็นโง่ๆนี่จะช่วยอะไรเธอได้  ฉันขอบอกเลยว่า  เธอน่ะคิดผิด”  เด็กชายมัลฟอยถ่มน้ำลายใส่พื้นใกล้กับที่แฮร์รี่ยืนอยู่

“มัลฟอย!”  เฟริน่าร้องอย่างโกรธจัด  แต่เด็กชายต่างบ้านไม่หยุดรอฟัง  เขาเดินกระแทกเท้าปังๆไปอีกทาง

“เรารีบไปกันเถอะ”  แฮร์รี่บอกและกระตุกมือเธอเบาๆให้เดินตามเขามา  และเมื่อพ้นจากสายตาที่ใครอาจมาเห็น  แฮร์รี่ก็หยิบผ้าคลุมล่องหนออกมาจากกระเป๋า 

ตลอดทางแฮร์รี่ได้แต่คิดคำนึงถึงคำพูดของเพอร์ซี่  และเด็กชายหัวแผลเป็นก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปที่ใบหน้าของเด็กหญิงข้างตัว  กลิ่นหอมของวนิลาลอยมาเตะจมูก  แฮร์รี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเขยิบเข้าไปยืนเบียดเธอจนไหล่กระทบกัน  หัวใจเต้นในอกแปลกๆเมื่อดวงตาสีเขียวใสของเขาสำรวจใบหน้าเล็กๆนั่น  เด็กชายส่ายหน้าและพยายามบอกตัวเองว่าที่เขามีความรู้สึกแปลกๆนี้ก็เพราะเขาสนิทกับเฟริน่ามากกว่าใคร  และเขาต้องไม่ลืมว่าเขากับเธอเป็นเพื่อนกัน

เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสองคอยเงี่ยหูฟังเสียงผิดแปลก  แต่ระเบียงทางเดินกลับโล่ง  แม้แต่เงาของภารโรงก็ไม่เห็น  และเมื่อทั้งคู่ปีนผ่านช่องด้านหลังรูปภาพ  ทั้งสองก็เข้ามาอยู่ในห้องนั่งรวมที่แสนสบายและอบอุ่น  รอนกำลังนั่งเขียนเรียงความวิชาแปลงร่างที่ความยาวขาดอีกหลายนิ้ว  ส่วนเฮอร์ไมโอนี่กำลังช่วยเขาตรวจเรียงความวิชาคาถา  และเมื่อทั้งสองเห็นแฮร์รี่กับเฟริน่า  เฮอร์ไมโอนี่ก็รีบถามเป็นคนแรกว่าสเนปเล่นงานเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างเรื่องที่ทั้งสี่ก่อกวนในชั้นเรียนหรือเปล่า  และแฮร์รี่ก็เล่าว่าเขาเจอล็อกฮาร์ตที่นั่น 

“ดัมเบิลดอร์เพี้ยนไปแล้วหรือไงที่ไปมอบหมายงานสำคัญให้ล็อกฮาร์ต  พนันกันๆได้ว่ามันต้องพังไม่เป็นท่า  --  “  (เฮอร์ไมโอนี่มองรอนตาขวาง)  “  --  แถมร่วมมือกับสเนปอีก  ฉันนึกไม่ออกเลยว่าสองคนนั้นจะสามัคคีกันทำงานแบบไหน”

“นั่นแหละ  ฉันเองก็อยากรู้  แต่ดูจากสีหน้าสเนปแล้ว  เขาไม่มีความสุขน่าดูที่ต้องทำงานร่วมกับล็อกฮาร์ต”   แฮร์รี่หัวเราะ  แล้วรอนก็หัวเราะตาม

“ฉันคิดว่ามันคงตื่นเต้นน่าดู”  เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยดวงตาเป็นประกาย  เธอส่งเรียงความวิชาคาถาที่ตรวจแล้วให้เด็กชายผมแดง

“โอ๊ย  เฮอร์ไมโอนี่  เมื่อไหร่เธอจะมองทะลุไอ้หน้าหล่อๆไปเห็นความงี่เง่าไม่ได้เรื่องของเขาสักที”  รอนว่าอย่างรำคาญ  เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงจัด  เธอลุกจากเก้าอี้นวม

“งั้นนายตรวจการบ้านของนายเองก็แล้วกัน”  เฮอร์ไมโอนี่หยิบกระเป๋าและหนังสือเดินปังๆขึ้นหอนอนหญิงไป  รอนมองตามเด็กหญิงผมฟู

“ฉันไม่เข้าใจเลย  ความหล่อนี่มันบังตาผู้หญิงได้ขนาดนี้เลยหรือไง”  รอนถอนสายตาจากประตูหอนอนหญิงมาที่เฟริน่า

เด็กหญิงกลอกตา  “พอเถอะน่า  รอน”

“ฉันขอลอกเรียงความของเธอได้มั้ย”  รอนถาม

“ไม่!  นายต้องทำการบ้านเองนะ  รอน”  เฟริน่ารีบปฏิเสธ

“เออ  ดี”  เด็กชายผมแดงพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  เขาเก็บการบ้านทั้งหมดยัดใส่กระเป๋า  และเดินปังๆเข้าหอนอนชายไป  เฟริน่ามองตามหลังตาขวาง

“ให้ตาย  นี่ฉันกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่นะ”  เธอบ่นอย่างหัวเสีย  แล้วแฮร์รี่ก็อดที่จะหัวเราะเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆเขาไม่ได้  “มีอะไรน่าตลกหรือไง  แฮร์รี่”

“ออกมาจากปากเธอนี่ฟังแล้วพิกลอยู่นะ เฟริน่า”  แฮร์รี่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะแต่ไม่สำเร็จ 

เฟริน่าเลิกคิ้วสูง  “ยังไง”

“ฉันยังจำได้นะที่เธอรับเงินค่าทำการบ้านน่ะ  ฮึ”  แฮร์รี่ตอบเมื่อหยุดหัวเราะสำเร็จแล้ว    

“อ้อ  อันนั้นไม่นับสิ”  เธอรีบพูดด้วยใบหน้าที่เธอพยายามทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว

“ไม่นับไม่ได้หรอก  รู้มั้ย”  เด็กชายผมยุ่งอดหมั่นเขี้ยวสีหน้าของเธอไม่ได้   เขาบีบจมูกเธอและจับส่ายไปมาจนใบหน้าของเด็กหญิงต้องหันตาม  เธอร้องเสียงหลงพลางดันมือเขาออกไป  แฮร์รี่หัวเราะ  เมื่อตอนนี้จมูกของเธอแดงไปหมด  เด็กหญิงมองเขาตาขวาง  ก่อนจะพยายามเอื้อมมือมาบีบจมูกเขาบ้าง  แต่เด็กชายรู้ทัน  เขารีบกระโดดลุกจากเก้าอี้นวม  และเมื่อเด็กหญิงกำลังจะกระโดดลุกจากเก้าอี้นวมตามเขามา  แฮร์รี่ก็รีบคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอและล็อกไว้กับพนักพิง 

“แฮร์รี่!  ปล่อยนะ”  เด็กหญิงร้องบอกอย่างโมโห

“อู้ฮู  เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอกลับมาเล่นงานฉันคืนหรือไง”  เด็กชายถามและหัวเราะเบาๆ  เขาโน้มใบหน้าไปใกล้  “เธอต้องสัญญากับฉันก่อนว่าถ้าฉันปล่อยเธอ  เธอจะไม่เล่นงานฉันกลับ”

“ไม่สัญญา!”  เธอยังจ้องเขาตาขวางที่แฮร์รี่รู้แน่ว่าเขาต้องโดนเธอเล่นงานกลับอย่างหนัก

“เธออยู่ในสถานะต่อรองได้  --  โอ๊ย!”  เขารีบปล่อยข้อมือเธอ  เมื่อถูกเตะแรงๆเข้าที่หน้าแข้ง  เด็กชายกระโดดโหยงกุมหน้าแข้งตัวเองไว้ 

“ดี  สมน้ำหน้า”  เธอหัวเราะคิกคัก   แฮร์รี่รีบทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมข้างๆเธอ

“เจ็บนะ  เฟริน่า”  เขาบ่น  พลางลูบบริเวณที่ถูกเตะ  “เธอเล่นแรงทุกทีเลย  แล้วครั้งนี้ก็เจ็บสุดๆ”   แฮร์รี่ยังคงใช้มือถูที่หน้าแข้งตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บ  เธอชำเลืองมองมาที่สีหน้าของเด็กชายที่กำลังนิ่วหน้า

“ขอโทษที  ก็นายเริ่มก่อนเอง”  เธอพูดอย่างไว้ตัว  เด็กชายผมยุ่งมองเธอพลางทำหน้าบึ้ง

“เจ็บไปหมดเลย”  แฮร์รี่พึมพำ    

“มีตรงไหนที่ไม่เจ็บบ้าง”  เธอถาม

“เจ็บไปหมดเลยต่างหากล่ะ”  เด็กชายแว่นกลมยืนยัน  แล้วเด็กหญิงก็ยื่นหน้ามาจูบแก้มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

“หายเจ็บหรือยัง”  เธอถามยิ้มๆ 

แฮร์รี่รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า  หัวใจเต้นแปลกไปจากปกติอีกครั้ง  เขาเผลออ้าปาก  และเมื่อรู้สึกตัว  เด็กชายก็รีบหุบปากตัวเอง  พลางรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำตัวเงอะๆงะๆที่ดูโง่และตลกสิ้นดี  อาการแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเขา  ทำให้เด็กชายแว่นกลมได้แต่คิดสงสัยตัวเอง  และก่อนที่เขาจะห้ามความต้องการบางอย่างที่อยู่ลึกภายในก้นบึ้งของหัวใจ  แฮร์รี่ก็เผลอพูดความต้องการนั้นออกไปอย่างมีความหวัง

“ยะ  --  ยัง  --  “  เขาอ้อมแอ้มตอบเธอ  แล้วเด็กหญิงก็จูบแก้มเขาอีกข้างอย่างที่เขาหวังเอาไว้

“หายเจ็บแล้วนะ”  เธอพูดยิ้มๆ 

แฮร์รี่รู้สึกหน้าร้อนมากกว่าเดิม  เขามั่นใจว่าตอนนี้หน้าเขาต้องแดงก่ำไม่ต่างจากเสื้อคลุมควิดดิชทีมกริฟฟินดอร์แน่ๆ   และที่สำคัญรอยยิ้มน่ารักๆของเธอ  ทำให้หัวใจของเขากำลังละลาย...

“ฮื่อ”  เขาตอบสั้นๆ  และรีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าแดงๆเอาไว้  เมื่อหัวใจของเขาเริ่มหวังมากกว่านั้น

“งั้นฉันไปนอนก่อนนะ  ราตรีสวัสดิ์”  เธอบอก

แฮร์รี่ก้มหน้าพูดกับเข่าตัวเอง  “ราตรีสวสดิ์”

เมื่อแฮร์รี่เห็นเธอเดินเข้าหอนอนหญิงไปแล้ว  เขาก็ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้พลางลูบแก้มตัวเอง  ใบหน้าของเด็กชายยังคงร้อนเป็นไฟ  เมื่อนึกจูบที่ประทับบนแก้ม  แต่แล้วเขาก็เผลอจินตนาการถึงสิ่งที่ชวนให้หัวใจยิ่งเต้นแรงมากขึ้นไปอีก  

ให้ตายเถอะ...   เขาจะบ้าอยู่แล้ว...




______________________________________________________

ว้ายยยยย  หนูแฮร์รี่  รู้ตัวหรือยัง  รู้ตัวสักทีๆๆๆๆๆ  โอ๊ยยยยย  (ไรท์บ้าไปแล้วค่ะ  ปล่อยไรท์ไปเถอะ  5555)   ใครเรือหนูรี่มีลุ้นขึ้นมาบ้างแล้วเนอะ  หลังจากที่แล่นแบบหลงทิศหลงทางมาสักระยะแล้ว (?)  ฮิฮิ  เอ๊ะ  แล้วเขาจะรู้ใจตัวเองเมื่อไหร่  อย่าซื่อบื้อนานน้าาาา  เดี๋ยวเดรโกเลิกซึนจะรู้สึก  งื้ออออออ  


เฉลยยย  ล็อกฮาร์ต  นั่นเองง

รายชื่อผู้ตอบถูกกกกก

carrot0486705249  >>  ศาสตราจารย์ล็อกฮาตร์ค่าาาา แล้วก็อยากได้ตอนพิเศษของเชดริกค่ะ รักกกกก

ที่เอาเชดริกแล้วถ้าถูกนี่สเนปจะลงโทษเชดริกหนักกว่าเดิมมั้ยอ่ะ สงสาร5555   ตอบ  เป็นตอนพิเศษค่ะ  ไม่น่าโดนป๋าเนปเล่นงานนะ  555


lnlning   >>  ล็อกฮาร์ทล่ะมั้ง//ขอตอนของเดรโกค่ะ

หญิงปริศนา  >>  ล็อกฮาร์ตต่ะ แลดูทุกคนรังเกียจ555 ขนาดมักกอนนากัลยังจะเบะปากมองบน // ขอซีเรียส แบล็คนะคะ 


หมิงหมิง   >>  เส้นผมล็อกฮาร์ท ใครๆก็ยี๊ใส่เขา5555ตอนพิเศษขอทอม ริดเดิ้ล
เพราะเห็นมีคนเอาเดรโก เซดริกและซีเรียสไปแล้ว
เราเลยอยากได้ไม่ซ้ำกัน555
   กันต์  >>  เส้นผมล็อกฮาร์ท ผมว่าคนส่วนมากรำคาญที่เขาขี้โม้ตอนพิเศษ ด็อบบี้ ผมรักเขาครับตอนดูหนังไม่ค่อนมีบทเขาเลยทั้งๆที่เขาช่วยแฮรี่ไว้หลายครั้งเขาน่าสงสารมาก
ที่เลือกด็อบบี้เพราะมีคนเอาเดรโก เซดริก ซีเรียส และทอม ไปแล้ว
เราเองก็อยากได้ตอนพิเศษหลายๆคนครับ(ถ้าล็อกฮาร์ทถุก)

จีจี้   >>  ผมล็อกฮาร์ตตอนพิเศษ แฮรี่ จ๊ะ สุรัสวดี   >>  ผมของ ล็อคฮาร์ดตอนพิเศษ. ดั้มเบิ้ลดอร์ วาจิ   >>  เส้นผมของล็อคฮาร์ท ตอนพิเศษเอา หางหนอน เจ้าปีเตอร์ เพ็ตติกู (พิมถูกมั้ยไม่แน่ใจ)
...ข้าพเจ้า นายจันทร์เจ้า หางหนอน เท้าปุย และเขาแหลม...


สงสัยอ่ะ  สงสัยมากๆ  ทำไมถึงอยากได้ตอนพิเศษของปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ล่ะคะ  งงมากตอนอ่านเม้นนี้  แต่กล้าขอเราก็กล้าแต่งค่ะ  มีพล็อตแล้วด้วย  วะฮ่าๆๆๆๆ  (เดี๋ยวๆหัวเราะทำไม!!)       


สรุปตอนนี้ที่มีพล็อตแล้วนะคะ  
แฮร์รี่
เซดริก
เดรโก
ซีเรียส
ปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์
ทอม  ริดเดิ้ล


ส่วนด๊อบบี้มีพล็อตอยู่สองทางค่ะ  ไรท์ยังตกลงใจไม่ได้ว่าจะเอาแบบไหนดี  
ดัมเบิลดอร์  ไรท์ขอแจ้งก่อนนะคะว่าตัวละครตัวนี้ไรท์แต่งให้แน่นอน   แต่ติดเงื่อนไขนิดหนึ่งค่ะ  ป้าเจเคเขาบอกว่าท่านอาจารย์ใหญ่เป็นเกย์ค่ะ  ดังนั้น  ไรท์ต้องคงคาแรกเตอร์ตามป้าเจเคต่อไปนะคะ  ส่วนจะออกมาแบบไหนคิดไว้คร่าวๆเท่านั้น  ยังนึกไปออกเต็มร้อย  

ส่วนจะลงตอนไหน  ตอนนี้ตอนพิเศษที่ต้องแต่งมี  8  ตัวละคร  เย้!!!  ตายแน่  5555  อาจไม่สามารถลงรวดเดียวแปดตอนนะคะ  เพราะต้องค่อยๆแต่งไป  มีพล็อตก็จริง  แต่เป็นแค่โครงค่ะ  รายละเอียดต้องคิดอีกที  แต่กำลังแต่งอยู่  ไรท์ขอไม่ลงเรียงตามลำดับที่รีดเม้นตอบนะคะ  แบบนึกอันไหนออกก็เขียนอันนั้นก่อน  แถมตอนนี้ติดแต่งตอนหลักด้วย  จะทยอยลงตอนพิเศษนะคะ  ^^

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #1995 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:34
    โอ้ยยย แฮร์~ ขัดลูกเราทำไมมม~ ไม่เป็นไรนะลูกเดรก
    #1995
    1
    • #1995-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:47
      55555555 รักนี้มีอุปสรรค
      #1995-1
  2. วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 17:49

    ขอเรือเซดริกผู้อบอุ่น~!!!!!!! เรือทอมผูเหล่อร้าย~!!!! เรือสนิฟจอมซึน~!!!! และ!! เรือพี่มังกรสุดหล่อออ~

    #1981
    1
    • #1981-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:36
      สรุปตอนนี้สวามิภักดิ์ 4 เรือใช่มั้ยคะ ต้องทำฮอครักซ์แยกแล้วค่ะ 5555
      #1981-1
  3. #1971 Eyeee5928 (@Eye1704) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:04
    เรือเซดริกกกกกก อยากได้เซดเป็นพระเอกง่ะ เบื่อแฮร์รี่แล้ว อยากได้คนอื่น
    #1971
    1
    • #1971-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:28
      เรือพี่เซดทีฟินตอนล่าสุดแน่ๆค่ะ หุหุ
      #1971-1
  4. #1767 Natnicha_LINLIN (@Natnicha_LINLIN) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 14:31
    รำคาญแฮร์รี่ -_-
    #1767
    3
    • #1767-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      14 กันยายน 2561 / 21:33
      เง้อออออ อย่าเพิ่งรำคาญน้องงง
      #1767-1
    • #1767-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      15 กันยายน 2561 / 09:38
      5555555 เชียร์เซดต้องรีบมาอ่านตอนล่าสุด
      #1767-3
  5. #1520 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 14:00
    เรือป๋าเนปปปปปปปปปปปปปกปป
    #1520
    1
    • #1520-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      1 กรกฎาคม 2561 / 14:36
      ช่างเหนียวแน่นกับป๋าเนปจริงๆ 555
      #1520-1
  6. #1394 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 10:55
    สงสารเซดริก ตอนนี้แฮร์รี่รู้ตัวไปแล้วนะ เมื่อไหร่จะถึงคราเดรโกสักที งื้ออออออ
    #1394
    1
    • #1394-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:27
      แฮร์รี่ยางงงไม่รู้ตัวค่ะ 5555 เชียร์เดรใช่มั้ยคะเนี่ย?
      #1394-1
  7. #1255 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 17:40
    โอ้ยหัวใจพี่แทบจะหยุดเต้นตามแฮร์รี่ 555555555
    #1255
    1
    • #1255-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 30)
      4 มิถุนายน 2561 / 16:29
      555555 น้องรี่
      #1255-1
  8. #617 Daw Prdz KS (@doddydoody) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:29
    อ้อยยยย หนูเฟจะอ้อยเกินไปแล้วลูกกกกก
    #617
    0
  9. #434 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:16
    ว้าวววว รอค่า
    #434
    0
  10. #432 Nun300 (@Nun300) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:48
    อยากได้ตอนพิเศษดับเบิ้ลดอร์จัง
    #432
    0
  11. #430 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:52
    รำคาญ แฮรี่ รอน เฮอไมโอนี่มาก
    #430
    0
  12. #427 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:14
    โอ้โห ตอบถูกกันเยอะเลย เมื่อไหร่น้องเดรกจะเลิกซึนละรู้ตัวซักทีคะ
    #427
    0
  13. #422 วาจิ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:35
    เส้นผมของล็อคฮาร์ท ตอนพิเศษเอา หางหนอน เจ้าปีเตอร์ เพ็ตติกู (พิมถูกมั้ยไม่แน่ใจ)

    ...ข้าพเจ้า นายจันทร์เจ้า หางหนอน เท้าปุย และเขาแหลม...
    #422
    0
  14. #421 สุรัสวดี (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:25
    ผมของ ล็อคฮาร์ด

    ตอนพิเศษ. ดั้มเบิ้ลดอร์
    #421
    0
  15. #420 จีจี้ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:16
    ผมล็อกฮาร์ต

    ตอนพิเศษ แฮรี่ จ๊ะ
    #420
    0
  16. #419 กันต์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:09
    เส้นผมล็อกฮาร์ท ผมว่าคนส่วนมากรำคาญที่เขาขี้โม้

    ตอนพิเศษ ด็อบบี้ ผมรักเขาครับตอนดูหนังไม่ค่อนมีบทเขาเลยทั้งๆที่เขาช่วยแฮรี่ไว้หลายครั้งเขาน่าสงสารมาก

    ที่เลือกด็อบบี้เพราะมีคนเอาเดรโก เซดริก ซีเรียส และทอม ไปแล้ว

    เราเองก็อยากได้ตอนพิเศษหลายๆคนครับ(ถ้าล็อกฮาร์ทถุก)
    #419
    0
  17. #418 หมิงหมิง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:00
    เส้นผมล็อกฮาร์ท ใครๆก็ยี๊ใส่เขา5555

    ตอนพิเศษขอทอม ริดเดิ้ล

    เพราะเห็นมีคนเอาเดรโก เซดริกและซีเรียสไปแล้ว

    เราเลยอยากได้ไม่ซ้ำกัน555
    #418
    0
  18. #417 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:34
    อัมบริ***ผิดเรื่องๆ อืม...ศาสตราจารมักกอลนากัลค่ะ
    เอาตอนพิเศษของทอมค่ะชอบจอมมารวัยรุ่นมากๆเลย
    #417
    0
  19. #416 Nok_ptmtbb (@Nok_ptmtbb) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:37
    สเนปมั้งคะ? ยากได้ทอม แค่กๆอยากอ่านตอนพิเศษของทอม ชอบอันก่อนมากกก
    #416
    0
  20. #415 Animer-2546 (@Animer-2546) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:30
    ตอนพิเศษอยากให้มีของ ทอม ริดเดิ้ล อ่ะค่ะ 5555 แต่ถ้าไม่ได้ก็ขอเป็นของ เดรโก มัลฟอย แทนก็ได้ค่ะ
    #415
    0
  21. #414 Whiteofflower (@Whiteofflower) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:21
    ศจ.มักกอนนากัลคะ ขอเดรโกนะคะ
    #414
    0
  22. #413 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:53
    ชอบความหวงของป๋าเนปมากเลยค่ะ คำถามนี้ของตอบว่า ศจ.มักกอนนากัลค่ะ ไม่แน่ใจว่าใช่มั้ย แต่ขอให้ถูกที่เถ๊อะะะะ อยากอ่านตอนพิเศษของเดรโกค่ะะ อยากเห็นความซึนของคุณชายเขาาา5555555
    #413
    0
  23. #412 .second. (@forever_cara) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:07
    ไม่แน่ใจว่าใครเลยค่ะฮือ5555555
    เราจะยอมปล่อยตอนพิเศษให้ทุกคนไป55555 ชอบเรื่องนี้มากฮือ
    ชอบความหึงแล้วพาลของสเนปจริงจริ๊ง พ่อคุณทูนหัว
    น่ารักที่สุดดด
    #412
    0
  24. #411 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:12
    ดับเบิ้ลดอร์มั้ง ตอนพิเศษของทอมค่ะ
    #411
    0
  25. #410 Cursed Forever (@Cursed-Love) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:10
    ดัมเบิ้ลดอร์ ขอตอนพิเศษสเนปค่ะ //ขอให้ถูก
    #410
    0