[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 31 : [Special] Harry Potter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


[Special] Harry Potter


                ในลอนดอนเวลาหัวค่ำ  ที่ร้านขายเหล้าขายอาหารที่เล็กดูสกปรกและซอมซ่อที่แทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลย  แต่ใครจะรู้ว่าเวลาช่วงใกล้สิ้นปีภายในร้านแห่งนี้  หรือที่รู้จักกันในชื่อ  ร้านหม้อใหญ่รั่ว  กลับคลาคล่ำไปด้วยพ่อมดแม่มด  ไม่มีมักเกิ้ลคนใดที่จะหยุดชำเลืองมองเสียด้วยซ้ำ  แต่แล้วที่อีกฟากหนึ่งของถนนที่ซอกตึก  มีเสียง  เปรี้ยง!  เล็กๆดังขึ้น  พร้อมๆกับที่ปรากฏร่างของชายหนุ่มวัยยี่สิบปี  เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินเข้มที่ดูแปลกตา  ชายหนุ่มคนนี้ก้าวยาวๆออกจากซอกตึกอย่างระแวดระวัง  และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีมักเกิ้ลคนไหนสังเกตเห็น  เขาก็รีบเดินก้าวยาวๆตรงไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  สองมือกระชับเสื้อคลุม  และก่อนที่เขาจะผลักประตูเข้าไปในร้านนั้น  เขาก็เปลี่ยนใจเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกร้านขายแผ่นเสียงที่อยู่ติดกัน 

                “ให้ตายเถอะ  ทำไมผมฉันมันถึงได้ยุ่งแบบนี้นะ”  เขาพึมพำขณะมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกร้าน  ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบผมสีดำที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลาอย่างหงุดหงิด  แว่นตาทรงกลมถูกเช็ดจนสะอาดวางอยู่บนดั้งที่เผยให้เห็นดวงตาสีเขียวใสที่มองตอบกลับมาจากกระจกร้าน  หลังจากที่พยายามลูบผมแต่มันก็ยังยุ่งอยู่ดี  ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้และหมุนตัวเดินยังประตูร้านหม้อใหญ่รั่ว  เสียงผู้คนดังจ้อกแจ้กลอดออกมาทันทีที่ประตูถูกเหวี่ยงเปิดออก  ดวงตาสีเขียวกวาดตามองหาเพื่อน 

                “แฮร์รี่!”  เสียงแหลมดังขึ้นที่มุมสุดของร้าน  ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวผมฟูในชุดเสื้อคลุมสีม่วงเข้มกำลังโบกมือมาให้เขา  ข้างๆเธอมีชายหนุ่มผมแดงสวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดนกเพิ่งเงยหน้าจากวัตถุสี่เหลี่ยมในมือด้วยใบหน้าที่ดูอารมณ์ไม่ดี 

                “นายมาช้า”  ชายหนุ่มผมแดงบอกทันทีที่แฮร์รี่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา  “แม้ด-อาย  รั้งตัวไว้อีกแล้วล่ะสิ”

                “ฮื่อ  แม้ด-อายยังใช้งานฉันหนักตามเคย  นี่ฉันเพิ่งลากตัวผู้เสพความตายมาได้สองคน  ตอนนี้โดนเขาสอบสวนอยู่”  แฮร์รี่ตอบ  ดวงตาสีเขียวใสเริ่มมองรอบๆโต๊ะ  ก่อนที่คิ้วสีเข้มจะขมวด  “แล้วเฟริน่าล่ะ”

                “เธอกำลังจะมาในอีกห้านาที”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบ  “ปีใหม่นี้แม้ด-อายให้นายหยุดบ้างหรือเปล่า  สคริมเจอร์ให้รอนหยุดล่ะ” 

                “ได้หยุดล่ะ  โชคดีเป็นบ้าที่ฉันลากเจ้าสองคนนั่นมาได้”  แฮร์รี่ตอบและเริ่มจ้องไปที่ประตูร้านหม้อใหญ่รั่วอย่างคาดหวัง

                “ฉันก็นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะได้หยุด  เป็นมือปราบมารนี่ไม่ง่ายเลยนะ”  รอนพึมพำและเลื่อนสายตาไปยังวัตถุสี่เหลี่ยมในมือ  ก่อนจะเริ่มพูดเสียงหงุดหงิด  “ไอ้นี่มันเข้าใจยากจริงๆ  ให้ตาย  พวกมักเกิ้ลทนใช้ของแบบนี้ไปได้ยังไง  ดูสิ  มันขึ้นอะไรเยอะแยะ  แล้วฉันก็กดอะไรไม่ได้เลย   เฮอร์ไมโอนี่” 

                เฮอร์ไมโอนี่มองรอนที่กำลังพยายามฝึกใช้โทรศัพท์มือถืออย่างรำคาญ  “เอามานี่  นายเปิดอะไรเยอะแยะมันก็ต้องค้างสิ”  เธอบ่นและถึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือของเขา 

                “ฉันว่าเราติดต่อกันทางนกฮูกเหมือนเดิมยังจะดีกว่าซะอีก”  รอนบ่นพลางยื่นหน้าไปดูหญิงสาวผมฟูที่กำลังกดเครื่องมือสื่อสารอย่างชำนาญ

                “กว่าจะติดต่อกันได้  ก็ไม่ทันกันพอดี  นายต้องหัดใช้โทรศัพท์มือถือ  รอน  ฉันสงสารแอรัลเต็มแก่แล้ว”  เฮอร์ไมโอนี่พูดและยัดวัตถุสี่เหลี่ยมใส่มือของเขา  และหันมาสนใจมือปราบมารผมยุ่งอีกคนที่ดวงตาของเขาเอาแต่จับจ้องไปที่ประตูร้าน  หญิงสาวผมฟูกระแอมเพื่อดึงเขาออกจากความคิด  แต่เมื่อเขายังไม่ละสายตามาจากประตูร้าน  เธอจึงกระแอมเสียงดังขึ้นกว่าเดิมและเรียกชื่อเขา

                “อะไร”  แฮร์รี่หันมาถาม  แต่เมื่อเห็นสายตาของเพื่อนทั้งสองที่มองเขาด้วยสายตารู้ทันและยิ้มกริ่ม  ใบหน้าของชายหนุ่มก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ 

                “เมื่อไหร่นายจะบอกเธอ”  รอนถามพลางยัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้อคลุม

                “นายคิดว่าเฟริน่าจะรู้หรือไงว่านายรู้สึกยังไงกับเธอ  วันหยุดปีใหม่นี้นายควรจะรีบบอกให้เธอรู้  แฮร์รี่”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  หญิงสาวยกวิสกี้ไฟขึ้นจิบเพื่อขับไล่ความหนาวในช่วงสิ้นปี

                “พูดน่ะมันง่าย  ฉันเป็นเพื่อนสนิทเฟริน่านะ  ถ้าฉันบอกไปแล้วเธอไม่คิดอย่างเดียวกับฉันล่ะ  คงมองหน้ากันไม่ติดแน่”  แฮร์รี่ถอนหายใจพลางพยายามลูบผมสีดำที่ยุ่งเหยิงอีกครั้ง  เฮอร์ไมโอนี่หันไปสบตากับรอนอย่างมีเลศนัย  “อะไร”

                “เราสองคนคิดอยู่แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้”  รอนหัวเราะและยกวิสกี้ไฟขึ้นดื่ม

                “ใช่  เราก็เลยคิดว่าจะช่วยนายล่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างกระตือรือร้น  มือปราบมารแว่นกลมจ้องมองใบหน้าเพื่อนทั้งสองอย่างไม่ไว้วางใจ  “อย่ามองเราแบบนั้น  พนันกันได้ว่ามันจะต้องไปได้สวย”

                “จะทำอะไรล่ะ”  แฮร์รี่รีบถาม  แต่ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะตอบ  เสียงของหญิงสาวอีกคนก็ดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา

                “หวัดดี  ขอโทษทีที่มาสาย”  หญิงสาวผมสีน้ำตาลสว่างใบหน้าสะสวยทิ้งตัวลงนั่งข้างๆแฮร์รี่  เธออยู่ในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนเข้ากันกับสีผมของเธอ 

                “ทำไมเธอถึงมาสายล่ะ  เฟริน่า”  รอนถาม  หญิงสาวเจ้าของชื่อกลอกตาอย่างเบื่อๆ

                “มีเด็กถูกสกรู๊ตปะทุไฟเล่นงานตอนฉันกำลังจะออกเวรพอดีน่ะสิ  โอ๊ย  วุ่นวายจริงๆ  ฉันล่ะงงว่าทำไมพ่อแม่ของเด็กถึงได้เลี้ยงเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นให้เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กห้าขวบ”  เธอบ่น  “แถมวันนี้ที่โรงพยาบาลเซนต์มังโกยังมีจับฉลากของขวัญอีก  พวกเธอต้องไม่เชื่อแน่ว่าเขาให้ใครเป็นพิธีกร”

                “ใคร”  เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างสนใจ

                “ล็อกฮาร์ต”  เฟริน่าตอบ  รอนถึงกับอ้าปากค้าง  ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ตาโต

                “เขากลับมาจำทุกอย่างได้แล้วหรือ”  แฮร์รี่รีบถาม

                “เปล่า  แต่อาการก็ดีขึ้น  และเขาไม่ยอมท่าเดียว  ถ้าทุกคนไม่ให้เขาเป็นพิธีกร”  เฟริน่าตอบพลางหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น

                “ทำไมพวกเธอทั้งคู่ไม่สั่งเครื่องดื่มล่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่แนะนำ  หญิงสาวผมฟูแอบหลิ่วตาให้แฮร์รี่ 

                “เธออยากดื่มอะไรล่ะ  เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”  แฮร์รี่รีบหันไปถามเฟริน่า  แต่หญิงสาวกลับลุกขึ้นยืน

                “เราไปด้วยกันเถอะ”  เธอตอบ 

                แล้วทั้งสองก็ลุกออกจากโต๊ะเดินตรงไปยังคนคุมบาร์แก่ๆหัวล้านที่มองดูเหมือนลูกตาลแห้งๆ  แฮร์รี่หันกลับไปมองยังเพื่อนทั้งสองที่ส่งสายตาให้กำลังใจเขามาจากโต๊ะ

                “เธออยากดื่มอะไร”  มือปราบมารหนุ่มถาม

                “เอ้กน็อก  แล้วนายล่ะ”  เธอถาม

                “แบบเดียวกับเธอ”  แฮร์รี่ตอบอย่างประหม่า  แล้วเขาก็หันไปบอกกับคนคุมบาร์ 

ทั้งสองยืนรออยู่ตรงนั้นเพื่อรอเครื่องดื่ม  แฮร์รี่ชำเลืองมองไปที่โต๊ะ  และเห็นเฮอร์ไมโอนี่กำลังพยายามบอกให้เขาถามเฟริน่าเรื่องวันหยุดปีใหม่  ชายหนุ่มวัยยี่สิบไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเขาถึงต้องถาม  แต่เขาก็สะกิดเรียกหญิงสาวผมสีน้ำตาลสว่างข้างตัว 

“ปีใหม่นี้เธอได้หยุดหรือเปล่า” 

“ได้สิ  ฉันล่ะดีใจจริงๆที่ผู้บำบัดได้หยุดนะ  ไม่งั้นฉันต้องประสาทแน่”  เธอถามพลางกระชับเสื้อคลุมมากขึ้น  เมื่อมีใครสักคนเปิดประตูร้านและมีลมหนาวพัดเข้ามา  แฮร์รี่ดึงผ้าพันคอของเขาออกและนำมาพันที่คอของเธอ

“นายไม่หนาวหรือ”  เธอถามอย่างประหลาดใจ

“ไม่หนาวหรอก  ฉันร้อนจะตาย”  เขาพูดปด 

“ขอบคุณนะ  นายน่ารักเสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆ”  แล้วเธอก็หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นว่าเขาหน้าแดง  “ท่าทางนายคงจะร้อนน่าดู” 

“นั่นสิ”  แฮร์รี่หัวเราะแห้งๆและลูบต้นคอตัวเองอย่างขัดเขิน  และหางตาของเขาก็เห็นเฮอร์ไมโอนี่โบกไม้โบกมือเรียกเขา  มือปราบมารวัยยี่สิบแอบชำเลืองมองและเห็นว่าหญิงสาวผมฟูกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง  เขาเลิกคิ้วอย่างงุนงง  หญิงสาวผมฟูกลอกตาอย่างรำคาญ  และพูดแบบไร้เสียงช้าๆอีกครั้ง

ชวนเธอเดทช่วงวันหยุดปีใหม่สิ

ไม่มีทาง  แฮร์รี่รีบตอบแบบไร้เสียงกลับไปและไม่ลืมส่ายหน้า  รอนพยายามบอกให้เขาทำอย่างที่เฮอร์ไมโอนี่บอก  แต่แฮร์รี่ได้แต่ส่ายหัว  เขาไม่อยากเสี่ยงที่จะถูกเฟริน่าปฏิเสธ 

“มีอะไร”  เสียงหญิงสาวข้างตัวถาม  และเมื่อดวงตาสีฟ้าอมเขียวหันกลับไปมองยังโต๊ะ  แฮร์รี่ก็เห็นเพื่อนทั้งสองหันกลับไปสนใจแก้ววิสกี้ไฟเหมือนเดิม 

“เปล่าหรอก”  แฮร์รี่รีบตอบ  รู้สึกหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่พยายามบอกให้เขาทำ  แฮร์รี่ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เขารู้ใจตัวเองว่าแอบชอบเพื่อนสนิท  ไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่อยากเอ่ยปากขอเธอเดท  แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอ  เพราะเขากลัว...  กลัวว่าสักวันหนึ่งถ้าเธอรู้ว่าหัวใจของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว  หญิงสาวอาจจะหนีหายจากเขาไปเลยก็ได้  เขากลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าเธออีก  เพียงแค่คิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเลวร้าย  เขาก็เจ็บแปลบในอกแล้ว  ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เขาจึงทำได้เพียงเฝ้าแอบรักเธออยู่ข้างเดียว  คอยห่วงใยและตามไปรับไปส่งเธอทุกครั้งเท่าที่ทำได้แบบไม่ให้เธอรู้ตัว  และให้เธอเข้าใจว่าเขาทำไปในฐานะเพื่อนที่แสนดี  แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย...   รวมถึงบางครั้งก็คอยกันผู้ชายคนอื่นไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวาย  เขารู้ว่าการทำแบบนี้ออกจะดูเห็นแก่ตัวหน่อยๆ  แต่เพียงแค่คิดว่าเธอจะต้องแต่งงานไปกับใครที่ไม่ใช่เขา  แฮร์รี่ก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว 

“แล้วมือปราบมารผู้มีชื่อเสียงได้หยุดบ้างหรือเปล่า”  เธอถามล้อๆ  แฮร์รี่กลอกตาให้กับฉายาที่เธอถือวิสาสะตั้งให้เขา

“ไม่เอาน่า  เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบฉายานั่นเลย  เฟริน่า”  เขาบ่นและพูดต่อไปว่า  “ฉันเพิ่งลากผู้เสพความตายมาได้สองคนล่ะ  แม้ด-อายเลยให้ฉันมีวันหยุด”

“ว้าว  นั่นมันยอดมาก”  เธอร้องอย่างตื่นเต้น  “ปีที่แล้วนายทำงานข้ามปีเลยฉันจำได้”

“ฮื่อ  ใครมีหัวหน้าเป็นแม้ด-อายควรทำใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีโอกาสได้หยุด”  แฮร์รี่หัวเราะเมื่อเธอเบ้หน้า

“งั้นเราก็คงเหมือนกัน  ผู้บำบัดก็แทบไม่มีโอกาสได้มีวันหยุดดีๆแบบนี้  แต่ปีนี้ที่ได้หยุด  เพราะผู้เสพความตายแทบจะโดนกวาดล้างจนเกลี้ยงเลยไม่มีใครได้รับความเสียหายที่พวกนั้นก่อ  อย่างนี้ฉันคงต้องขอบคุณนายสินะ”  เธอรับถ้วยเอ้กน็อกมาจากชายคุมบาร์และส่งให้แฮร์รี่แก้วหนึ่ง  “แล้วอย่างนี้วันหยุดยาวนายจะทำอะไร”  คำถามของเธอทำให้ชายหนุ่มหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงคำพูดของเฮอร์ไมโอนี่

“ยังไม่รู้เลย  แล้วเธอล่ะ”  เขาถาม  เฟริน่ายักไหล่  ตอนนี้ทั้งสองเดินฝ่าฝูงชนกลับมาที่โต๊ะแล้ว

“ยังไม่รู้เหมือนกัน”   เธอตอบพลางทิ้งตัวลงนั่ง

“คุยอะไรกันอยู่”  เฮอร์ไมโอนี่แกล้งถาม  “เรื่องวันหยุดหรือ”

“ฮื่อ  ฉันกำลังคุยกับแฮร์รี่ล่ะว่าเราทั้งคู่ยังไม่มีแผนสำหรับวันหยุดปีใหม่”  เฟริน่าตอบพลางยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ  “แล้วเธอกับรอนล่ะ  วันหยุดยาวทำอะไร”

“ฉันว่าจะสะสางงานสำหรับปีหน้า”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบ  คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มผมแดงข้างตัวกลอกตา

“เฮอร์ไมโอนี่  เธอลืมไปหรือเปล่าว่าแม่ของฉันชวนเธอไปเที่ยวที่อียิปต์น่ะ”  รอนว่าอย่างหงุดหงิด

“อ้อ  จริงด้วย  ฉันเกือบลืมไปแน่ะว่าฉันสนใจจะทำเรื่องสฟิงซ์”  หญิงสาวผมฟูหัวเราะคิกคัก  จากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็นั่งคุยกันเรื่องกฎหมายห้ามการนำเข้าสฟิงซ์รวมถึงเรื่องมังกรด้วย

“ทำไมนายไม่ชวนเธอเดท”  รอนกระซิบ  แฮร์รี่แกล้งยกแก้วเอ้กน็อกขึ้นมาใกล้ปากและกระซิบตอบกลับไปว่า

“นายจะบ้าหรือไง  ฉันก็บอกแล้วไงว่าถ้าเฟริน่าไม่ได้คิดแบบเดียวกับฉัน  ฉันมีหวังมองหน้าเธอไม่ติด  อย่าลืมสิว่าฉันเป็นแค่เพื่อสนิทนะ”  แล้วแฮร์รี่ก็ได้ยินเสียงรอนพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  และชายหนุ่มผมยุ่งก็เห็นเพื่อนผมแดงแอบเตะขาเฮอร์ไมโอนี่เบาๆที่ใต้โต๊ะ  ก่อนจะพยักพเยิดมาทางแฮร์รี่อย่างรำคาญ  หญิงสาวผมฟูยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย  ก่อนจะกระแอมและเปลี่ยนหัวข้อสนทนากับเฟริน่ากระทันหัน

“เฟริน่า  ไหนๆวันหยุดยาวนี้เธอก็ไม่มีแผน  และแฮร์รี่ก็ไม่มีแผน  ทำไมเธอทั้งคู่ไม่ใช้เวลาวันหยุดยาวที่บ้านของแฮร์รี่ด้วยกันล่ะ  ฉันว่ามันคงสนุกดีนะ”  คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้แฮร์รี่ที่กำลังจิบเอ้กน็อกสำลักทันที  รอนลูบแผ่นหลังเพื่อนแว่นกลมอย่างขบขัน

“แฮร์รี่”  เฟริน่าร้องพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปากให้เขา  แฮร์รี่รู้สึกว่าหน้าของเขาร้อนเป็นไฟ  เขาแอบถลึงตาใส่เฮอร์ไมโอนี่  แต่หญิงสาวผมฟูแกล้งทำเป็นไม่เห็น

“ฉันเห็นด้วยกับเฮอร์ไมโอนี่นะ”  รอนรีบเสริม  เมื่อเห็นว่าแฮร์รี่หายสำลักแล้ว  เขารีบเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อไม่มองว่าแฮร์รี่กำลังถลึงตาใส่เขาอีกคน

“นายคิดว่าไง  แฮร์รี่”  เฟริน่าหันมาถามทำให้ชายหนุ่มหัวแผลเป็นรู้สึกตื่นเต้นและเริ่มพูดตะกุกตะกัก

“เอ่อ  --  แล้วแต่เธอเลย  --  แต่  --  เธอไม่อยากก็ไม่เป็นไรนะ  --  บางทีฉันอาจทำให้เธอเบื่อก็ได้  --  นั่นแหละ  --  ฉันให้เธอตัดสินใจ  เฟริน่า   --  ”  แฮร์รี่จ้องแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับอยู่ๆมันก็น่าสนใจขึ้นมา  หัวใจในอกเต้นแรงด้วยความกลัวว่าเธอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“เออ  แต่ฉันอาจทำให้นายเบื่อฉันแทนก็ได้นะ”

“ไม่หรอก!”  เขารีบโพล่งออกมาก่อนที่จะหยุดตัวเองไว้ได้ทัน  แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูตกใจของหญิงสาวนักบำบัด  แฮร์รี่ก็รู้ตัวว่าเผลอทำอะไรโง่เง่าออกไป  เขารีบกระแอม  “เอ่อ  --  ไม่หรอก  เฟริน่า  จริงๆนะ” 

“งั้นก็ตกลงตามนี้นะ”  เฮอร์ไมโอนี่ตัดบท  “อย่าลืมส่งจดหมายมาบ้างล่ะแฮร์รี่  ว่าวันหยุดยาวเป็นยังไงบ้าง”  แฮร์รี่เห็นสายตาที่เป็นประกายของหญิงสาวผมฟูที่บ่งบอกว่าอยากรู้ผลลัพธ์เต็มที  จนเขาอดไม่ได้ที่จะแอบกลอกตาใส่เธอ

 



ชายหนุ่มวัยยี่ปีกำลังวิ่งพล่านไปทั่วบ้านของตัวเองที่ตั้งอยู่ในก็อดดริก  ฮอลโลว์  บ้านที่เขานำทองในธนาคารกริงกอตส์ไปซื้อเมื่อเริ่มทำงานเป็นมือปราบมาร  ตอนนี้แฮร์รี่กำลังพยายามเก็บกวาดบ้านที่รกๆด้วยเวทมนต์   เขาเหลือบมองนาฬิกาและเห็นว่าอีกสิบนาทีเฟริน่ากำลังจะมาที่บ้าน 

“โอ๊ย  ยังไม่ได้ตกแต่งบ้านสำหรับฉลองวันปีใหม่เลย”  แฮร์รี่พึมพำ   และเมื่อเขามองไปรอบๆตัว  ชายหนุ่มก็ต้องเริ่มกุมขมับ  ไม้ขนไก่กำลังปัดฝุ่นบนพื้น  ในขณะที่ไม้กวาดกำลังปัดกวาดบนกำแพงแทน  ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมทุกอย่างมันถึงได้ดูผิดที่ผิดทางแบบนี้  เขาพยายามใช้ไม้กายสิทธิ์เสกตาม  หนังสือ ทำความสะอาดง่ายๆ  เนรมิตบ้านให้ดูใหม่ภายในสิบนาที โดยสโกเวอร์  แต่มันกลับไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ  และตอนนี้เขาก็เห็นไม้ถูพื้นกำลังถูบนเพดานแทน  มือปราบมารผมยุ่งคำรามอย่างหัวเสีย  แต่ก่อนที่เขาจะทันได้แก้ไขสถานการณ์ชวนปวดหัว  เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น    

“ให้ตาย”  เขาพึมพำ  ก่อนจะรีบเดินอย่างลนลานไปหยุดอยู่ที่ประตูบ้าน  ในสมองพยายามคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์น่าอับอาย  แต่เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง  แฮร์รี่ก็ต้องรีบเปิดประตู 

“หวัดดี  แฮร์รี่”  เฟริน่าส่งยิ้มกว้างให้เขา 

“ฮื่อ  หวัดดี”  แฮร์รี่รีบก้าวออกมายืนนอกบ้านกับเธอและไม่ลืมที่จะปิดประตูบ้านเพื่อไม่ให้เธอเห็นสภาพที่ยุ่งเหยิงข้างใน  เฟริน่าขมวดคิ้ว

“ทำไมเราไม่เข้าไปในบ้านล่ะ”  เธอถาม  และเมื่อดวงตาสีฟ้าอมเขียวมองลงไปที่พื้น  เธอก็หัวเราะคิกคัก

“อะไร”  ชายหนุ่มสงสัยและเมื่อเขามองตาม  แฮร์รี่จึงพบว่าเขาเดินเท้าเปล่าออกมา  ชั่ววินาทีนั้นมือปราบมารแว่นกลมรู้สึกอยากหายตัวไปเสียเดี๋ยวนั้นด้วยความอับอาย

“แฮร์รี่  เรา  --  “

โครม!

อะไรบางอย่างหล่นกระแทกกับพื้นเสียงดังมาจากในบ้าน  แฮร์รี่หลับตาลงอย่างรู้ชะตากรรม  เฟริน่าเลิกคิ้วสูง

“เสียงอะไรน่ะ”  เธอสงสัย  แล้วแฮร์รี่ก็ต้องจำใจเปิดประตูบ้านให้เฟริน่าเดินเข้าไปเห็นสภาพอันเละเทะ  โทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นถูกไม้ถูพื้นกระแทกตกจากตู้ลงมาคว่ำอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น  ก่อนที่ไม้ถูพื้นจะกลับไปถูเพดานห้องต่อ  เฟริน่าอ้าปากค้างเมื่อเห็นอุปกรณ์ทำความสะอาดทั้งหลายต่างอยู่ผิดที่ผิดทาง

“ก็  --  นั่นแหละ  --  อย่างที่เธอเห็น  --  ฉันพยายามแล้ว”   แฮร์รี่รีบดึงแขนเฟริน่าหลบจานที่เต็มไปด้วยฟองร่อนข้ามห้องมายังเธอ

เพล้ง!

“แฮร์รี่  นายไม่เคยทำความสะอาดบ้านเลยหรือไงเนี่ย”  เฟริน่าถาม  เธอมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา  ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างอับอาย  หญิงสาวพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  เธอควานไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเอวและโบกสะบัดเพียงนิดเดียว  ไม้กวาดก็ร่อนจากกำแพงมากวาดเศษจานที่แตกบนพื้น  ไม้ขนไก่ก็กระเด้งตัวขึ้นไปที่โต๊ะและเริ่มปัดฝุ่น  ไม้ถูพื้นดิ่งลงมาจากเพดานพุ่งไปบิดน้ำแฉะๆออกจากผ้า  ส่วนจานชามก็เริ่มล้างตัวเองอย่างที่มันควรจะเป็น  แฮร์รี่อ้าปากค้าง

“เธอทำได้ยังไง”  เขาถามเธอก่อนจะรีบเดินไปหยิบ  หนังสือ ทำความสะอาดง่ายๆ  เนรมิตบ้านให้ดูใหม่ภายในสิบนาที โดยสโกเวอร์  ขึ้นมาพลิกดูอีกรอบ

“นายอาจออกเสียงผิด  หรือโบกไม้กายสิทธิ์ไม่ถูกต้อง”  เธอตอบพลางถอดเสื้อคลุมออกและเดินไปแขวนที่เสาข้างประตูห้อง  แฮร์รี่เห็นหญิงสาวม้วนแขนเสื้อขึ้น

“ไม่ๆ  ไม่ต้อง  เดี๋ยวฉันทำเอง”  เขารีบร้องห้ามเธอ

“เถอะน่า  ดูจากสภาพก่อนหน้านี้แล้ว  ฉันว่างานบ้านคงไม่เสร็จในวันนี้แน่  ถ้าปล่อยให้นายทำเอง”  เธอบอกพลางหัวเราะคิกคัก 

“งั้นฉันเอากระเป๋าเธอขึ้นไปเก็บนะ”  เขาอ้อมแอ้มตอบเธอ 



 

ท้องฟ้าโพล้เพล้ในยามเย็นทำให้อากาศหนาวมากขึ้นกว่าเดิม  แฮร์รี่จุดไฟในเตาผิง  หลังจากที่เขายืนเงอะๆงะๆมองดูเฟริน่าทำความสะอาดบ้านให้เขาหลายชั่วโมง  (รวมทั้งเสื้อผ้าของเขาที่วางกองไว้เต็มตะกร้าที่หญิงสาวบ่นแล้วบ่นอีกว่าทำไมเขาถึงปล่อยให้มันสูงกองพะเนินแบบนั้น  ซึ่งถูกซักทำความสะอาดและอบแห้งก็ถูกพับเก็บเรียบร้อยใส่ตู้เสื้อผ้า  ยกเว้นชั้นในของเขาที่รีบแยกออกมาก่อนแบบพยายามไม่ให้เธอเห็น)  ตอนนี้กลิ่นหอมๆของอาหารลอยออกมาจากในครัว 

“เธอแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ฉันช่วยน่ะ”  แฮร์รี่เดินเข้ามาในครัว  และเห็นเธอกำลังอบไก่งวงตัวใหญ่ในตู้อบที่เขาไม่เคยใช้  รวมทั้งมีพายไส้เนื้อแกะ  ซุปเห็ดและสลัดผัก  ทั้งยังมีเค้กบราวนี่  ขนมทาร์ตน้ำตาลข้นของโปรดของเขา  ที่หญิงสาวกำลังยืนโบกไม้กายสิทธิ์อยู่

“นายแน่ใจนะว่าเคยใช้ของพวกนี้น่ะ  แฮร์รี่”  เธอถามพลางชี้ไปยังหม้อที่กำลังคนซุปเห็ดที่เดือดปุดๆเอง

“แค่คนซุปเอง  ฉันเคยทำเถอะ  เธอก็รู้ว่าพวกเดอร์สลีย์ไม่เคยปล่อยให้ฉันอยู่ว่างๆ”  แฮร์รี่ตอบ  และเดินไปหยุดอยู่เหนือหม้อ

“งั้นฉันฝากนายช่วยดูไก่งวงด้วยนะ  ถ้าเสร็จแล้ว  นายก็เอาออกมาวางบนโต๊ะได้เลย”  เฟริน่าบอกพลางถอดผ้ากันเปื้อนส่งให้เขา

“แล้วเธอจะไปไหน”  เขาถาม

“ฉันจะไปอาบน้ำ   เดี๋ยวมา” 

มื้อค่ำในวันนั้นแฮร์รี่ไม่เคยมีความสุขและหัวใจชุ่มชื่นมากเท่านี้มาก่อน  เขาได้นั่งมองหน้าหญิงสาวที่เขาตกหลุมรักมาหลายปีโดยไม่ต้องเคอะเขิน  และเธอเองก็ดูมีความสุขดี 

“...แล้วพอฉันเดินออกจากห้องผู้ป่วยพิเศษ  แม๊กกี้ก็บอกว่าฉันน่ะลืมไม้กายสิทธิ์ตัวเองไว้ในนั้น  ตอนฉันวิ่งกลับไปเอาและเห็นล็อกฮาร์ตถือมันอยู่ในมือ  ฉันหัวใจแทบร่วง  นึกกลัวว่าเขาจะเอามันไปสาปใคร  เพราะเขาชี้ไปที่เตียงผู้ป่วยอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ  ถ้าเกิดอะไรขึ้น  ฉันคงรับผิดชอบไม่ไหว”  เฟริน่ากลอกตา  เธอยกไวน์ขึ้นดื่ม  “แล้วงานมือปราบมารล่ะ  ที่นายบอกว่าจับตัวผู้เสพความตายได้สองคน  มีอะไรน่าสนใจบ้าง”

“ให้ทายว่าหนึ่งในนั้นคือใคร”  แฮร์รี่ถามพลางหั่นไก่และใส่ในจานเธอ

“ฉันจะไปเดาถูกได้ยังไง”  เฟริน่าขมวดคิ้ว

“สแตน  ซันไพก์”  แฮร์รี่เฉลย 

“ตกลงไอ้หมอนี่ไม่ได้ถูกคาถาสะกดใจใช่มั้ย  ฉันก็ว่าอยู่แล้วเชียว”  หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด  แล้วแฮร์รี่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอื้อมมือไปคลึงที่หัวคิ้วของเธอ  เฟริน่าร้องเสียงหลงพลางดึงมือเขาออก  มือปราบมารวัยยี่สิบหัวเราะ

“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบให้เธอขมวดคิ้วน่ะ  ฮึ”  เขาพูดยิ้มๆ

“ไม่ขมวดคิ้วไม่ได้หรอก  ฉันเคยบอกนายว่าจริงๆแล้วสแตน  ซันไพก์เป็นคนทะเยอทะยาน    นายก็เถียงฉันว่าเขาเป็นคนดี”  เธอพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ  “แล้วเขาสารภาพว่าอะไรบ้างล่ะ”

“ฉันไม่รู้  เพราะแม้ด-อายรับหน้าที่สอบสวนเขาต่อ”  แฮร์รี่ตอบและหยิบทาร์ตน้ำตาลข้นมากิน  “ฉันไม่ได้กินทาร์ตน้ำตาลข้นมาตั้งแต่เรียนจบจากฮอกวอตส์  เธอทำรสชาติใกล้เคียงกับพวกเอลฟ์ประจำบ้านเลย”

“ไม่ใกล้เคียงได้ยังไง  ก็ในเมื่อด๊อบบี้เป็นคนสอนฉันเอง”  เฟริน่าพูด  “จริงสิ  นายน่าจะจ้างด๊อบบี้มาทำความสะอาดให้นะ  รู้มั้ยว่าฉันเจอซากแมงมุมที่ตายแล้วตั้งหลายตัว  หยากไย่เต็มไปหมด  ไม่เข้าใจเลยว่านายอยู่ไปได้ยังไง  แฮร์รี่  หรือไม่นายก็ควรที่จะคิดหาใครสักคนมาอยู่ที่นี่  เพื่อดูแลบ้าน  อย่างแฟนไง  ทำไมจนป่านนี้นายยังไม่มีแฟน”  คำถามของเธอทำให้แฮร์รี่สำลักขนม  เขาต้องรีบดื่มน้ำเข้าไปเพื่อไม่ให้มันติดอยู่ที่คอ  หญิงสาวลูบแผ่นหลังของเขา 

“เอ้อ  --  เรื่องนั้น  --  ฉันกำลังคิดว่าจะเอ่ยปากกับด๊อบบี้ล่ะ  --  จริงๆนะ  --  เธอก็รู้  --  “  แฮร์รี่ตอบเบี่ยงเบนไปเรื่องของเอลฟ์ประจำบ้านแทน

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ”  เธอหั่นเค้กบราวนี่มาใส่จานให้เขา  “แล้วตกลงทำไมนายยังไม่มีแฟน  หรือมีแล้ว แต่ไม่บอกฉัน”  เธอวกกลับเข้ามาเรื่องนี้อีก  ชายหนุ่มแว่นกลมขยับตัวอย่างอึดอัด  เขาไม่อาจตอบคำถามของเธอได้ว่าทำไมจนถึงตอนนี้เขายังไม่มีแฟน

“แล้วเธอล่ะ  เธอเองก็ยังไม่มีแฟนเหมือนกันนั่นแหละ”  เขาเสมองไปทางอื่น  พยายามทำตัวให้ดูไม่มีพิรุธว่าเขาตั้งใจรอฟังคำตอบของเธออย่างเต็มที่  แต่เมื่อเขาชำเลืองมองไปยังเธอ  แฮร์รี่ก็เห็นว่าเฟริน่ากำลังหรี่ตามองเขาอยู่  “อะไร”  เขาเผลอปัดส้อมหล่นลงบนพื้น  ชายหนุ่มรีบก้มลงไปเก็บอย่างเงอะๆงะๆ  หัวใจในอกเต้นแรงอย่างนึกกลัวว่าเธอกำลังสงสัยเขา

“ฉันคงจะมีแฟนอยู่หรอก  ถ้าไม่มีใครก็ไม่รู้เอาแต่กันคนโน้นคนนี้ออกไป”  เธอพูด  แฮร์รี่รีบเงยขึ้นมาวางส้อมบนโต๊ะพลางคว้าแก้วไวน์มาดื่มรวดเดียวจนหมด

“ก็พวกนั้นมันไม่น่าไว้ใจนี่  เธอก็รู้  ฉันพยายามช่วยเธออยู่นะ”   เขาอ้อมแอ้มตอบแบบไม่เต็มปากเต็มคำ  ชายหนุ่มผมยุ่งรู้ดีแก่ใจว่าเขาทำไปทั้งหมดนั่นเพราะอะไร  เฟริน่าเปลี่ยนมาพิงพนักเก้าอี้และกอดอก  แฮร์รี่เห็นดวงตาสีฟ้าอมเขียวกำลังจ้องมองเขาแบบจับผิด  เขารีบก้มหน้าก้มตากินทาร์ตน้ำตาลข้นต่อไปเพื่อหลบสายตาคู่นั้น  “ทำไม  เธอชอบพวกนั้นหรือไง”

แฮร์รี่ได้ยินเสียงเธอถอนหายใจ  “เปล่าหรอก  ฉันก็ไม่ชอบอะไรพวกนั้นมากมาย  ต้องขอบใจนายต่างหากล่ะที่ช่วยกันพวกนั้นออกไป” 

“อ้อ”  เขาเงยหน้าขึ้นมาและเห็นเธอกำลังใช้ส้อมเขี่ยถั่วอัลมอนด์อย่างใจลอย  มือปราบมารหนุ่มกระแอมก่อนจะถามคำถามที่เขาเองก็อยากรู้มานาน  “แล้วเธอชอบผู้ชายแบบไหน”

“ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย”  เธอขมวดคิ้วพลางตักเค้กบราวนี่เข้าปาก  ดวงสีฟ้าอมเขียวยังจับจ้องที่ใบหน้าของเขาอย่างสงสัย  แฮร์รี่รีบหลบสายตาเธอไปยังขวดไวน์  เขาคว้ามันมารินให้ตัวเอง

“ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ  แต่ถ้าเธอไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร”  เขาทำสุ้มเสียงให้ฟังดูเหมือนว่าเขาไม่ได้อยากรู้เรื่องนี้มากนัก  ทั้งๆที่เสียงในหัวใจมันตรงกันข้ามเลย

“แล้ว  --   “  คำพูดของเฟริน่าต้องหยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น  หญิงสาวมองเบอร์ที่โทรมา  ก่อนจะรีบเดินออกไปรับข้างนอกบ้าน  แฮร์รี่ได้แต่มองตามอย่างสงสัย  ขณะที่เขากำลังรบรากับตัวเองในใจระหว่างมารยาทที่ดีกับความอยากรู้อยากเห็น  ในที่สุดหญิงสาวก็เดินกลับมา  สีหน้าของเธออ่านยากว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“มีอะไรหรือเปล่า”  แฮร์รี่ถาม

“เดี๋ยวฉันคงต้องขอตัวออกไปข้างนอกสักชั่วโมง”  เธอตอบ 

“ให้ฉันไปส่งเถอะ”  เขารีบลุกจากเก้าอี้ 

“ไม่ต้องหรอก  คือ  มันเป็นธุระส่วนตัวนิดหน่อยน่ะ  ฉันไปไม่นานหรอก  จริงๆนะ”  หญิงพูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนพลางเดินไปหยิบกระเป๋า

“แน่ใจนะว่าเธอไม่อยากให้ฉันไปส่งเธอ  ตอนนี้มันดึกแล้วด้วย  ฉันแค่ไปส่งเธอ  แล้วรออยู่ห่างๆก็ได้  พอเธอเสร็จแล้วฉันค่อยรับเธอกลับพร้อมกัน”  เขาเดินตามเธอมาถึงประตูบ้าน

“ไม่เป็นไรจริงๆ  เดี๋ยวฉันมา”  เธอยังคงปฏิเสธและคว้าเสื้อคลุมมาสวมและเปิดประตูบ้านออกไป 

ทันทีที่แฮร์รี่ได้ยินเสียง  เปรี้ยง!   ชายหนุ่มก็รีบคว้าเสื้อคลุมและอุปกรณ์ในการแกะรอยการหายตัวที่แม้ด-อายให้เขาไว้ใช้เวลาทำงาน  เขารีบเปิดอุปกรณ์แกะรอยและพบว่าหญิงสาวหายตัวไปที่หมู่บ้านฮอกส์มี้ด

“ไปทำอะไรที่นั่น”  เขาขมวดคิ้ว  แต่ก็เปิดประตูบ้านและรีบหายตัวตามเธอไป 

กระท่อมหลังคามุงตับหญ้าเล็กๆหลายหลังปรากฏสู่สายตา  มีเกร็ดหิมะปกคลุมอยู่บนหลังคาและตามกรอบประตู  กระจกหน้าต่างขึ้นฝ้าขาว  แต่ยังมีแสงไฟสีอ่อนนวลตาลอดออกมา  มือปราบมารหนุ่มกวาดตามองผ่านแว่นทรงกลม  เขารีบสาวเท้าเดินหานักบำบัดสาวที่เพิ่งหายตัวมาก่อนเขา   อากาศหนาวเย็นทำให้ชายหนุ่มต้องกระชับเสื้อคลุม  เขาผลักประตูเข้าไปในร้านไม้กวาดสามอัน  และเมื่อไม่พบหญิงสาว  เขาก็เดินออกจากร้านและเริ่มเดินหาต่อไปเรื่อยๆ 

“หายไปไหนนะ”  แฮร์รี่พึมพำอย่างหงุดหงิด  เขาหยิบอุปกรณ์แกะรอยขึ้นมาอีกครั้งและเขย่ามันเบาๆ  เขาแน่ใจว่ามันไม่ได้เสีย  เพราะครั้งก่อนที่เขาใช้ตามล่าตัวสแตน  ซันไพก์มันยังใช้การได้อยู่  และขณะที่เขากำลังเดินฝ่าลมหนาวที่ทำให้แทบจะก้าวขาไม่ออก  แฮร์รี่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เดินขึ้นไปดูที่เพิงโหยหวน  มือปราบมารหนุ่มรีบเดินย้อนกลับไปยังเส้นทางที่มืดและปราศจากแสงไฟ  ยิ่งเขาเดินขึ้นไปใกล้เพิงโหยหวนมากเท่าไหร่  ลมเย็นๆก็ยิ่งพัดบาดผิวหน้าของเขามากขึ้นเท่านั้น  แฮร์รี่กอดตัวเองไว้  นึกสงสัยว่านี่เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่  ถ้าเฟริน่ารู้ว่าเขาแอบสะกดรอยตามเธอมา  หญิงสาวคงต้องโกรธเขามากแน่ๆ  ชั่วขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนใจเดินกลับ  ดวงตาสีเขียวใสก็เห็นเงาสองเงาในความมืด  แฮร์รี่หยุดเดินและเพ่งมองว่าเขาไม่ได้กำลังตาฝาดไป 

“นั่นเนวิลล์นี่”  มือปราบมารหนุ่มพึมพำ  และเมื่อเขาเพ่งมองไปเรื่อยๆจึงเห็นว่าใครกำลังยืนคุยอยู่กับศาสตราจารย์วิชาสมุนไพรศาสตร์  เฟริน่ากำลังยืนคุยอยู่กับเนวิลล์  แฮร์รี่รีบมองหาที่ซ่อนตัวและไม่ลืมที่จะเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่

“  --  เธอรู้มั้ยว่าฉันต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน”  เนวิลล์พูดด้วยสีหน้าประหม่า   “แต่ฉันตัดสินใจแล้ว  ฉันจะไม่ยอมให้เวลาล่วงเลยเสียเปล่าไปอีก” 

แฮร์รี่เห็นศาสตราจารย์หนุ่มล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมและหยิบกล่องเล็กๆออกมา  เนวิลล์เปิดกล่องนั้นออก  และในความมืดที่มือปราบหนุ่มกำลังจ้องสิ่งที่เนวิลล์หยิบออกมา  มันส่องประกายล้อกับแสงจันทร์   และวินาทีต่อมา  แฮร์รี่ก็หัวใจหล่นวูบ  เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“แต่งงานกับฉันนะ”  เนวิลล์เอ่ย  แฮร์รี่หันไปจ้องมองเฟริน่าอย่างคาดหวังว่าเธอจะปฏิเสธ 

“นี่มันวิเศษมาก  เนวิลล์”  เธอปิดปากตัวเอง  “โอ้  ฉัน  --  ฉันตกลง”  เสียงของเธอช่างแผ่วเบาและลอยมาตามสายลมเย็นๆ  มือปราบหนุ่มรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นเพราะถูกแช่แข็ง  มันไม่ใช่เพราะอากาศในคืนนี้  แต่มันเป็นเพราะคำตอบของหญิงสาวที่เขาเฝ้าแอบรักมาตลอดหลายปีต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ  ทุกครั้งที่หัวใจเต้นกระแทกอกเขารู้สึกเจ็บแปลบและอยากให้มันหยุดเต้นเสียเดี๋ยวนั้น  ชายหนุ่มไม่อาจทนยืนฟังได้อีกต่อไป  เขาเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงลงไปยังหมู่บ้านเบื้องล่าง  มือกุมอกซ้ายอย่างเจ็บปวด 

จบแล้ว...  ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว...

แฮร์รี่ได้แต่คิดคำนึง  รู้สึกลิ้นขมปร่า  ดวงตาเหมือนจะร้อนขึ้นมา  ชายหนุ่มพยายามกล้ำกลืนฝืนน้ำตาที่กำลังจะไหลอยู่รอมร่อ  เขารีบหายตัวกลับไปยังก็อดดริก  ฮอลล์โลว์ 

แฮร์รี่ไม่เคยนึกว่าเขาจะสามารถเกลียดเนวิลล์ได้มากเท่านี้มาก่อน  เขาเคยนึกสงสารศาสตราจารย์หนุ่มเรื่องพ่อแม่  แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกเกลียด  และไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนวิลล์จะเป็นคนที่ทึ่มเหมือนกับที่ใครๆเคยพูด  ลองบัตท่อมผู้แสนซุ่มซ่าม  ทำอะไรก็ล้มเหลวและขี้กลัว  ทำไมคนๆนี้ถึงได้มีโอกาสสวมแหวนแต่งงานให้กับเฟริน่า  หญิงสาวที่มือปราบหนุ่มเฝ้าถวิลหาแม้ยามหลับ  แฮร์รี่นึกสงสัยว่าเนวิลล์มีอะไรดี  เขามั่นใจว่าเขาดีกว่าศาสตราจารย์วิชาสมุนไพรศาสตร์หลายเท่า  ขนาดโวลเดอร์มอร์ยังเลือกเขาเป็นศัตรูตามคำทำนาย  เขาทำลายฮอร์ครักซ์หลายชิ้นมากกว่าเนวิลล์ที่ทำลายเพียงแค่นากินี  เขาฝ่าฟันและเสี่ยงอันตรายมาตั้งมากมาย  ในขณะที่เนวิลล์แม้แต่จะจำรหัสผ่านเข้าหอคอยก็ยังทำไม่ได้  ชายหนุ่มยืมก้มหน้าอยู่ที่ขอบอ่างล้างจาน  น้ำตาไหลอาบแก้ม  เขารีบเช็ดน้ำตากับแขนเสื้อเมื่อได้ยินเสียงประตูบ้าน 

“โอ้  แฮร์รี่  เดี๋ยวฉันล้างจานเอง”  เสียงเฟริน่าดูสดใสมากกว่าปกติ

“ไม่เป็นไร  ฉันทำเอง  เธอขึ้นไปพักผ่อนเถอะ”  เขาพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น

“ฮื่อ  ขอบใจนะ”  น้ำเสียงของเธอดูโล่งอก  “แฮร์รี่  พรุ่งนี้ฉันคงอยู่กับนายไม่ได้นะ  คือ  --  ฉัน  --  “

“ไม่เป็นไร  ถ้าเธอมีธุระอะไร  เธอก็ทำเถอะ  ฉันอยู่คนเดียวได้”  เขารีบพูดเมื่อรู้ว่าเธอคงอยากฉลองปีใหม่กับเนวิลล์มากกว่าเขา

“อ้อ  --  ฉันขอโทษจริงๆนะ  --  “  เธอพูดด้วยสุ้มเสียงไม่แน่ใจ 

“ฮื่อ”  แฮร์รี่ตอบสั้นๆ  ในใจพยายามจดจ่ออยู่กับฟองน้ำล้างจาน  แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเธอเดินขึ้นบันไดไป



 

ช่วงวันหยุดปีใหม่ผ่านไป  แฮร์รี่ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่งานไล่ล่าผู้เสพความตายที่ยังไม่ถูกจับกุม  เขาพยายามไม่สนใจบทสนทนาเรื่องงานแต่งงานของเนวิลล์ที่กำลังจะจัดขึ้น  ยามใดที่รอนหรือเพื่อนมือปราบมารคนอื่นพูดถึงงานแต่งงานของศาสตราจารย์หนุ่มที่จะจัดในเดือนกุมภาพันธ์ช่วงวาเลนไทน์  ชายหนุ่มหัวแผลเป็นมักจะเดินเลี่ยงออกมา  เพราะเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถฟังเรื่องบาดหูแบบนั้นโดยที่น้ำตาไม่ไหลได้หรือไม่   แฮร์รี่เลี่ยงที่จะพบหน้าเฟริน่า  หญิงสาวส่งจดหมายมาหาเขา  มีครั้งหนึ่งอันโดรสจิกมือเขาด้วยความโกรธที่เขาเมินมันกับจดหมาย  แต่แฮร์รี่ไม่สนใจ  เขาไล่มันออกไปจากห้องทำงาน  ชายหนุ่มผมยุ่งเลิกที่จะติดต่อกับเธอ  เพราะเขาเห็นได้ชัดจากเฮอร์ไมโอนี่กับรอนที่ดูจะตื่นเต้นเรื่องงานแต่งงาน  ไม่ต้องเดาเลยว่าหญิงสาวผมสีน้ำตาลสว่างคงอยากเชิญเขาไปงานแต่งงานของเธอ  และแฮร์รี่ไม่อยากไป  เขาไม่กล้าเปิดจดหมายออกอ่าน  เพราะกลัวว่ามันจะแนบมาพร้อมกับการ์ดแต่งงาน  รวมทั้งจดหมายของเนวิลล์ที่ส่งมาหาเขา  มือปราบมารหนุ่มรีบเผามันทิ้งเป็นจุณด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าแม้-อายได้รับการ์ดงานแต่งงานจากเนวิลล์ที่เพิ่งมาส่งพร้อมกับจดหมายของเขา

ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ที่แสนขมขื่น  แฮร์รี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเมื่อตระหนักได้ว่าวันแต่งงานของเฟริน่าใกล้เข้ามาทุกที  แล้วเขาก็เผลอใจลอยจนถูกคำสาปที่ผู้เสพความตายคนหนึ่งสาปใส่  มือปราบมารหนุ่มต้องเจ็บหนัก  แม้ด-อายสั่งให้เขาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเซนต์มังโก  แต่แฮร์รี่ปฏิเสธ  เขายังคงมาทำงานทั้งที่ยังบาดเจ็บจนหัวหน้ามือปราบมารต้องเปลี่ยนให้เขาได้หยุดพักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ 

คืนที่สองนับจากวันที่แฮร์รี่ได้รับอนุญาตให้หยุดพักผ่อน  เขาหายตัวไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  นึกอยากออกไปอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าดีกว่าเก็บตัวจมอยู่กับความเศร้าและจินตนาการอันแสนหดหู่ถึงงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามาทุกที  เขานึกดีใจระคนเสียใจที่เฟริน่าเลิกส่งอันโดรสมาหาเขาสักที   ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไปในร้านและนั่งลงที่บาร์  เขาสั่งวิสกี้ไฟมานั่งดื่มคนเดียว  แฮร์รี่นั่งมองบรรดาพ่อมดแม่มดที่นั่งสังสรรค์  เสียงคุยจ้อกแจ้กช่วยให้เขาลืมความเศร้าไปชั่วขณะ  ระหว่างที่เขากำลังนั่งดื่มวิสกี้ไฟเป็นแก้วที่สี่  เสียงอะไรบางอย่างกระแทกกับเก้าอี้ก็ดังขึ้นข้างๆเขา  และก่อนที่แฮร์รี่จะรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากอะไร  ฝ่ามือใหญ่เทอะทะก็ตบลงบนแผ่นหลังจนหน้าของเขาคะมำพร้อมกับเสียงร้องทักอย่างดีใจที่แสนคุ้นเคย

“แฮร์รี่สวรรค์โปรด  ฉันไม่ได้เจอเธอนานเท่าไหร่แล้ว”  แฮกริดร้องและหัวเราะ  ในมือมีถังขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอ้กน็อก  มันดูเล็กไปถนัดตาเมื่ออยู่ในมือของผู้รักษากุญแจ

“หวัดดีฮะ  แฮกริด”  แฮร์รี่ยืดตัวตรงพลางเอื้อมมือไปนวดหน้าผากที่กระแทกเข้ากับแก้ววิสกี้

“เธอหายไปเล้ย  --   เฟริน่าเป็นห่วงเธอใหญ่  --  บอกติดต่อเธอไม่ได้  --  ว่าไงล่ะ  ฮึ  --  แม้ด-อายใช้งานเธอหนักหรือไง  ทำไมไม่รู้จักตอบจดหมายเพื่อนสนิทตัวเองบ้าง  --  “  คำพูดว่าเพื่อนสนิททำให้แฮร์รี่รู้สึกเจ็บแปลบที่อก  ชายหนุ่มแว่นกลมเบือนหน้าไปทางอื่นรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆจุกอยู่ในอก

“ช่วงนี้ผมได้เบาะแสผู้เสพความตายหลายคนฮะ  ผมเลยอยากรีบจับกุมพวกนั้นให้หมด”  แฮร์รี่ตอบพลางดื่มวิสกี้ไฟ

“อ่า  --  ไม่เอาน่า  --  เธอเครียดเกินไป๊!  แฮร์รี่  ตอบจดหมายเฟริน่าบ้างสิ  --  เอ้อ  เธอได้รับการ์ดเชิญไปงานแต่งเนวิลล์หรือเปล่า  --  “  แฮร์รี่เห็นแฮกริดล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ทและหยิบกระดาษแข็งสีชมพูออกมา  “ให้ตาย  --  ฉันนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะได้รับเชิญไปงานแต่งงานนะเนี่ย  --  แหม  ฉันนี่ถามแปลก  เนวิลล์ต้องเชิญเธออยู่แล้ว  ไม่มีทางพลาดร็อกจริงมั้ย  --  “  แฮกริดดื่มเอ้กน็อกเสียงดังเอื้อก  ก่อนจะพูดต่อไปอย่างอารมณ์ดี  “เฟริน่าน่ะ  --  ฉัน  --  “

“แฮกริดฮะ  ผมว่าผมจะกลับแล้ว  พอดีผมมีงานที่ต้องสะสางอีก”  มือปราบหนุ่มเอ่ยแทรกอย่างหงุดหงิด  แฮกริดดูประหลาดใจ

“เธอดูหงุดหงิด  ทะเลาะอะไรกับเฟริน่าหรือเปล่า”  ผู้รักษากุญแจถามอย่างไม่สบายใจ

“เปล่าฮะ  แต่ผมต้องรีบกลับแล้วจริงๆ  คุณก็รู้ว่าผมเพิ่งได้รับบาดเจ็บที่โดนผู้เสพความตายสาป  และแม้ด-อายอนุญาตให้ผมหยุดพักผ่อน”

“ทำไมเธอไม่ไปโรงพยาบาลเซนต์มังโกล่ะ  แฮร์รี่”  แฮกริดถามอย่างเป็นห่วง  “น่าจะให้เฟริน่าช่วยตรวจร่างกายเธอหน่อยนา”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ  ผมสบายดี”  แฮร์รี่ตอบโดยไม่สบตาแฮกริด  เขาล้วงเอาถุงเงินออกมาและวางเหรียญทองแกลเลียนลงบนบาร์พลางก้าวเท้าออกจากร้าน  เขาไม่อยากได้ยินเรื่องงานแต่งงานและชื่อหญิงสาวให้หัวใจยิ่งเจ็บปวดอีก

มือปราบมารหนุ่มหายตัวกลับมายังบ้าน  เขาปีนขึ้นเตียงฟุบหน้าลงกับหมอน  แล้วน้ำตาของเขาก็เริ่มไหลเมื่อมองไปยังปฏิทิน  วันวาเลนไทน์กำลังใกล้เข้ามา  เขาเบือนหน้าหนีรู้สึกหายใจลำบากขึ้นทุกทีเมื่อนึกถึงหญิงสาวในชุดแต่งงานและข้างๆเธอเป็นศาสตราจารย์หนุ่มจอมทึ่ม  แฮร์รี่พยายามข่มตาหลับ  แต่เขาก็หลับไม่ลง  ระหว่างที่เขาพลิกตัวเพื่อหาท่านอนที่สบาย  เสียงกริ่งประตูบ้านก็ดังขึ้น   มือปราบมารหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งพลางนึกสงสัยว่าใครกันมาหาเขาในยามค่ำแบบนี้  เสียงกริ่งดังขึ้นอีกหลายครั้งบ่งบอกว่าใครก็ตามที่ยืนอยู่นอกบ้านกำลังอยู่ในอารมณ์เร่งร้อน  แฮร์รี่เดินลงบันไดมา  และเมื่อประตูถูกเหวี่ยงเปิดออก  เขาก็เห็นคนที่เขาทั้งโหยหาและไม่อยากพบหน้าที่สุดในตอนนี้

“แฮร์รี่  นายเป็นอะไร  --   ให้ตาย   นายไม่ตอบจดหมายฉันเลย  --  แล้วถ้าแฮกริดไม่บอกฉันว่านายได้รับบาดเจ็บ  --  “ 

“ไม่  ฉันสบายดี  แฮกริดคงพูดเกินจริง”  แฮร์รี่รีบพูดตัดบท  เขานึกอยากให้เธอรีบกลับไปเสียที  แต่เฟริน่าดูจะไม่ได้สังเกตว่าเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์รับแขก  เธอเดินเข้ามาในบ้านพลางถอดเสื้อคลุม

“ฉันต้องตรวจดูนายสักหน่อย  มานี่สิ”  เธอเดินเข้าไปนั่งรอเขาในห้องนั่งเล่นก่อนที่เขาจะทันห้าม  แฮร์รี่ถอนหายใจพลางปิดประตูลง  เขาเดินตามเธอไปยังห้องนั่งเล่น  และเมื่อเธอก้าวเข้ามาหาเขา  แฮร์รี่ก็รีบยกมือห้ามเธอไว้  เขาไม่นึกอยากให้เธอสัมผัสตัว  เพียงแค่นึกว่าเธอกำลังจะเป็นของคนอื่นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  เขาก็รู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาอีกครั้ง  ท้องรู้สึกโหวงไปหมดและทรมาน...

“ฉันสบายดี”  เขาพูดเสียงแผ่วอย่างคนหมดแรง  ชายหนุ่มพยายามไม่สบตาเธอ

“แฮร์รี่  นายเป็นอะไร”  เฟริน่าถามอย่างเป็นห่วง  เธอไม่สนใจที่เขายกมือขึ้นห้าม  หญิงสาวเดินเข้ามาประชิดตัวเขา  เธอประคองใบหน้าของเขาให้ขึ้นมาสบตากับเธอ  “สีหน้าของนายดูแย่มาก  มีอะไรหรือเปล่า  นายบอกฉันได้นะ  เราเป็นเพื่อนกันนี่”  คำว่าเพื่อนที่หลุดออกจากปากของเธอทำให้แฮร์รี่เจ็บแปลบอีกครั้ง  เขาดึงมือเธอออกและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น

“ไม่มีอะไรจริงๆ  เธอรีบกลับไปเถอะ”  เขาพึมพำตอบเธอและก้าวถอยห่าง

“แฮร์รี่  นายเป็นอะไรกันแน่!  จดหมายนายก็ไม่ตอบ  นายหายเงียบไปเลย  โรงพยาบาลนายก็ไม่ยอมไป  เราไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนะ”  น้ำเสียงของเธอดูโกรธจัด  “นายเป็นบ้าอะไร  เก็บตัวเงียบ  มีอะไรหรือเป็นอะไรก็ไม่ยอมบอก  นายรู้มั้ยว่าฉันห่วงนายแทบบ้า  ฉันอยากมาหานายใจแทบขาดแต่งานมันรัดตัว  ถ้าวันนี้ฉันไม่โกหกหัวหน้าฉันจะมีโอกาสได้เห็นหน้านายมั้ย  ฉัน  --  ฉันคิดไม่ออกจริงๆว่านายทำอย่างนี้ทำไม  นายเคยบอกว่าฉันเป็นคนสำคัญ  แต่ตอนนี้นายเห็นงานสำคัญกว่าฉันแล้วงั้นสิ  --  “

“ไม่!”  เขารีบบอกเธอ  “ฉันไม่เคยเห็นงานสำคัญกว่าเธอเลย”

“งั้นเป็นเพราะอะไรล่ะ  ทำไม  --  “

“ก็เพราะฉันว่าฉันทนเห็นเธอไม่ได้อีกต่อไป!  ฉันกำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!”  แฮร์รี่โพล่งแทรกขึ้นมาอย่างอดทนไม่ไหว   ยิ่งเขาเห็นเธอ  เขาก็ยิ่งนึกถึงเนวิลล์  และพาลโกรธตัวเองที่เป็นได้แค่เพื่อน  ไม่มีสิทธิอะไรในตัวเธอเลย     

เฟริน่าจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจและสับสน   “อะไรนะ  --  “

“ฉัน  --  ฉัน  --  เพียงแค่ฉันเห็นเธอ  ฉันก็รู้สึก  --  ฉันไม่เคยสำคัญสำหรับเธอไปมากกว่าเพื่อน  ฉันมันก็แค่เพื่อน  --  เธอคงไม่รู้หรอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเธอเลย  ไม่เลย...  เธอรู้มั้ย   ฉันรักเธอหมดหัวใจ  รักอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะสามารถรักผู้หญิงคนหนึ่งได้  ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน  แล้ว  --  แล้วถ้าเธอจะให้ฉันรู้สึกกับเธอแบบเพื่อน  ฉันทำไม่ได้  ก็เพราะฉันรักเธอไปแล้วทั้งใจ  --  ตลอดหลายปีที่ฉันต้องแอบรักเธอ  เธอเคยรู้บ้างมั้ยว่ามันทรมานแค่ไหน  จะพูดก็ไม่ได้  ต้องรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว  ต้องซ่อนความรู้สึกไว้  --  ทำไมฉันต้องคอยกันคนโน้นคนนี้น่ะหรือ  เพราะฉันหวงเธอ  ฉันมันไม่ใช่เพื่อนที่แสนดีแบบที่เธอคิดหรอก  ฉันทำไปเพื่อตัวเองทั้งนั้น  แต่  --  แต่ตอนนี้มันไม่มีประโยชน์แล้ว  ฉันรู้ดี  --  ฉันควรรู้ว่าวันนี้มันต้องมาถึงสักวัน  วันที่เธอต้องเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน  --  แต่แค่ฉันนึกถึงว่าเธอใส่ชุดแต่งงานไปกับผู้ชายคนอื่น  --  ฉัน  --  ฉันก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว  --  นี่ล่ะ  เหตุผลที่ฉันต้องหลบหน้าเธอ”   ชายหนุ่มหายใจหอบตามอารมณ์  เขาพูดออกไปหมดแล้ว  ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ความรู้สึกของเพื่อนคนหนึ่งที่เปลี่ยนไปแล้ว  เปลี่ยนไปเป็นรัก...  รักที่ไม่อาจทนเก็บซ่อนได้อีกต่อไป

หญิงสาวพูดไม่ออก  เธอได้แต่จ้องมองใบหน้ามือปราบมารหนุ่มอย่างตกตะลึง 

“ฉันเข้าใจ  ถ้าเธอจะไม่ได้รู้สึกอย่างเดียวกับที่ฉันรู้สึก  ฉันไม่นึกโทษเธอหรอก  มัน  --  มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยที่เธอจะไม่ได้รักฉัน  ฉันเอง  --  ฉันผิดเองที่เผลอใจไปรักเธอจนหมดหัวใจ  ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรพูดกับเธอถึงความรู้สึกที่ฉันเก็บซ่อนมาตลอด  แต่  --  ในเมื่อเธอกำลังจะแต่งงาน  ฉันก็ขอพูด  ฉันอยากให้เธอได้รู้  --  เธอจะทำเป็นลืมไป...  ทำเป็นลืมว่าฉันเคยพูดอะไรไปก็ได้  ฉัน  --  ฉันไม่โกรธเธอหรอก”  แฮร์รี่พูดเสียงแผ่วในตอนท้าย  เขาก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง  ไม่อาจทนมองหน้าเธอได้อีก 

“ทำไม  --  “  แฮร์รี่ได้ยินเธอพูดเสียงสั่นๆ  “ทำไมนายไม่บอกฉันก่อนหน้านี้”

“ฉันกลัวว่าถ้าฉันบอกเธอ  เธอจะเปลี่ยนไป  --  ฉันต้องทำยังไงล่ะ  ฉันอยากบอกรักเธอ  แต่ฉันก็กลัว...  กลัวเธอหนีไป...  ฉันไม่รู้เลยว่าการที่ฉันรักเธอแบบนี้มันจะผิดมั้ย  แต่ทำยังไงได้ล่ะ  ก็คนมันรักไปแล้ว  --  ฉันกลัวตัวเองจะเสียเธอไปตลอดกาล...  แต่ตอนนี้  --  อย่างที่ฉันบอก  ทุกอย่างไม่มีประโยชน์อีกต่อไป  ในเมื่อเธอกำลังจะแต่ง  --  “  แฮร์รี่ไม่อาจพูดจนจบประโยค  เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามากอดและเขย่งปลายเท้าขึ้นมาจูบ

แฮร์รี่รู้ว่าการทำแบบนี้มันผิด  การจูบผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานกับผู้ชายอื่น  เขาไม่ควรจูบเธอ  แต่ตอนนี้เขาขอใช้หัวใจคิดแทนสมอง  เขาโอบกอดเธอไว้และจูบเธออย่างที่เขาอยากทำมาตลอด  ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงจูบเขา  แต่ตอนนี้แฮร์รี่อยากจะลืม...  ลืมว่าผู้หญิงในอ้อมกอดกำลังจะแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...  เขาอยากอยู่แบบนี้และคิดแต่ว่าเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น  แฮร์รี่ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เหมือนอยู่ในความฝันนี้ผ่านไปนานแค่ไหน  แต่เมื่อเขาค่อยๆถอนจูบออกอย่างช้าๆ  เขาก็พักหน้าผากตัวเองไว้กับหน้าผากเธอ  ทั้งสองต่างหายใจหอบ

“ฉันไม่ควรจูบเธอ  ฉันไม่ควรเลย”  เขากระซิบ  หัวใจในอกเต้นแรงด้วยความรู้สึกผิดผสมปนเปไปกับความรู้สึกรักและอยากเป็นเจ้าของเธอคนเดียว

“ทำไมล่ะ”  เธอกระซิบถาม

“เพราะเธอกำลังจะแต่งงาน”  เขาตอบเธออย่างรู้สึกผิด  แล้วหญิงสาวก็ดันตัวเขาออกพลางจ้องมองเขาอย่างงุนงง

“ใครแต่งงาน”  เธอสงสัย

“ก็เธอกับเนวิลล์ไง”  เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

“บ้าแล้ว!”  เธอร้อง  “ฉันเนี่ยนะแต่งงานกับเนวิลล์” 

แฮร์รี่อ้าปากค้าง   “แต่ฉันเห็นเนวิลล์ขอเธอแต่งงานที่เพิงโหยหวน  แล้วเธอก็ตอบ  --  “

“นี่นายแอบสะกดรอยตามฉันงั้นหรือ  แฮร์รี่!”  หญิงสาวทุบอกเขาอย่างโกรธจัดจนแฮร์รี่ต้องรีบหลบมือเธอเป็นพัลวันพลางร้องเสียงหลง 

“โอ๊ย  เจ็บนะ  เฟริน่า!

“นายมันนิสัยไม่ดี  ฉันบอกแล้วไงว่ามันเรื่องส่วนตัว!”  เธอร้องอย่างโกรธจัดด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“แล้วตกลงมันคืออะไรล่ะที่ฉันเห็นน่ะ  ก็เธอถูกเนวิลล์ขอแต่งงานนี่”  เขาคว้าข้อมือเธอไว้

เฟริน่ากลอกตา  “ที่นายเห็นน่ะ  เนวิลล์กำลังจะขอแฮนนาห์  อับบอตแต่งงานต่างหาก  และเขาขอให้ฉันมาช่วยเขาซ้อมขอแต่งงาน  โอ๊ย  จริงๆเลยนะ  ฉันจะทำยังไงกับมือปราบมารจอมซื่อบื้ออย่างนายดี  แฮร์รี่!” 

“อ่าว  งั้นก็แสดงว่า  --  เธอไม่ได้กำลังจะแต่งงาน  --  งั้น  --   โอ๊ย  ตายล่ะ”  แฮร์รี่ครางพลางปล่อยข้อมือเธอ  รู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนมังกรพ่นไฟใส่หน้า  ชายหนุ่มผมยุ่งยกมือปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอาย  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เขาเผลอสารภาพความรู้สึกในหัวใจออกไปตั้งมากมาย 

“ว่ายังไงล่ะ”  เสียงแหลมๆของหญิงสาวทำให้แฮร์รี่เลิกปิดหน้าตัวเอง  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบเบือนหน้าหนี  ใบหน้ายังร้อนผ่าว  เขารีบกระแอมให้คอโล่ง  รู้สึกตัวเองโง่เง่าขึ้นทุกทีเมื่อทำอะไรไม่ถูก

“เอ้อ  --  แล้วยังไงล่ะ”  เขาไม่รู้จะพูดอะไร

“นั่นสิ  ยังไงดีล่ะ”  เธอถามอีกครั้ง  แฮร์รี่ชำเลืองมองเธอ  และเมื่อเขาเห็นเธอกอดอกพลางจ้องมองเขาอยู่  มือปราบมารหนุ่มก็รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่เขาจะมัวอ้อมแอ้มอีกต่อไป  เขาหันมาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอพลางประคองใบหน้าเล็กๆของเธอไว้อย่างทะนุถนอม

“เฟริน่า  ฉันขอถามเธอในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง”  แฮร์รี่เริ่ม

 เฟริน่าจ้องหน้าเขาอย่างตั้งใจฟัง 

“ต่อไปนี้ฉันจีบเธอได้มั้ย”  คำถามสั้นๆแต่ทำให้หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู  คราวนี้เธอเป็นฝ่ายหลบสายตาด้วยความอาย

“ยังจะต้องถามอีกหรือไง”  เธอตอบเสียงแผ่ว  แล้วหญิงสาวก็ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ   เธอเงยหน้าขึ้นไปจ้องหน้าเขาอย่างฉุนๆ

“จริงด้วยสินะ  ฉันไม่น่าถามเลย  งั้น...”  เขาเว้นจังหวะการพูดไปเล็กน้อย  ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ชวนให้ใจสั่น  “...อันนี้ก็คงไม่ต้องถามด้วยมั้ง”  แล้วหญิงสาวก็หายใจสะดุด  เมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาโดยไม่ขออนุญาต  



__________________________________________

ตอนพิเศษแต่งให้ตามคำขอที่ตอบคำถามถูกของ  จีจี้   นะคะ  ส่วนของคนอื่นๆที่ตอบคำถามถูกรอไปก่อนนะคะ  แฮะๆๆ  แต่งให้ทุกคนแน่นอน  พรุ่งนี้คงไม่ได้อัพอะไรนาาาา  บอกไว้ก่อน  ไรท์ยังคงยุ่งเรื่องงานบุญประจำปีค่ะ  มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำมากกกก  (กอไก่ล้านตัว)  ฉะนั้น  อาจไม่อัพหลายวันค่ะ


  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2255 Parisa009 (@Parisa009) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:16
    แฮร์รี่! โอ้ยยย~ 555+ เกือบนกแล้วนะลูกกก! 5555
    #2255
    1
    • #2255-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 31)
      9 เมษายน 2562 / 13:58
      เกือบนกเพราะฟังไม่จบ 5555
      #2255-1
  2. #1395 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 11:42
    เกือบจะนกแล้วไหมล่ะ แล้วหงุดหงิดอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็เข้าใจผิด 55555
    #1395
    1
    • #1395-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 31)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:27
      555555
      #1395-1
  3. #1256 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:56
    วงวารหนูรี่ 5555555555555555 โถ่น่าสงสารจัง สุดท้ายแล้วก็ไม่นกนะคะ
    #1256
    1
    • #1256-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 31)
      4 มิถุนายน 2561 / 16:30
      เกือบนกอยู่ เพราะความซื่อบื้อของตัวเองงง
      #1256-1
  4. #1234 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 01:45
    <p>กะไว้เเล้วว่าเนวิลล์ต้องมามุกนี้ ฮาาา</p>
    #1234
    1
    • #1234-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 31)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:49
      จริงๆมีมุกอื่นด้วยนะ ต่คิดไปคิดมา ไรท์สงสารแฮร์รี่อ่ะ 5555 เอาแค่นี้พอละกันนะ
      #1234-1
  5. #1198 Bogummy (@-blackbunny-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:43
    โอ้ยยย จะตายแล้ว เขินมากกกกก
    #1198
    1
    • #1198-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 31)
      9 พฤษภาคม 2561 / 13:43
      555555 เขินจนต้องบิดหมอนนน
      #1198-1
  6. #445 นกฮูกน้อย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 20:11
    ชอบมากค่ะไรท์
    #445
    0
  7. #444 Flo675 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 17:17
    แฮรี่มาจีบเราเถอะ!!! เอ้ย ไม่ใช่ 555 อยากอ่านอีกอ่า ไรต์แต่งสั้นจัง ฮ่วย! ตอนพิเศษคราวหน้าขอยาวๆ เอาอีกๆๆ //เรือรี่ๆๆๆๆๆ
    #444
    0
  8. #443 SsosS (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 17:08
    ถถถถถถ หนูรี่ ไม่น่าหลงเศร้ามาตั้งนานเลย 5555

    ขอบคุณค่ะไรเตอร์ นี่มันแฮรี่แบบแฮรี่จิงๆอ่ะ ขอตอนต่อไปปปปปปด่วน แงงงงงง
    #443
    0
  9. #442 กี้จัง5001 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 17:01
    น่าร้ากกกกกกกกกกก ไม่ฟินหวานมาก แต่เราชอบบบบค่าาา เราชอบอ่ะ ผู้ชายขี้อายแบบแฮร์รี่ อยากอ่านอีกๆๆ เจาาาาาา ขอให้ไรท์มีเกมให้เล่นอีกเรวๆๆนะ และขอให้เราตอบถูกด้วย ฮ่าๆๆๆ (คำถามครั้งหน้าอย่ายากนะ เดี๋ยวเราตอบไม่ถูก 55555 จะได้อ่านตอนพิเศษของแฮร์รี่ต่อ)

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ เด้อ~~ &#128537;
    #442
    0
  10. #441 คำคมประจำวัน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:53
    เล่นเกมครั้งหน้า อยากได้ตอนพิเศษแฮรี่มากๆเลยค่ะ เอาตอนต่อจากตอนนี้นะคะ อยากเห็นแฮรี่จีบผู้หญิง คงจะน่ารักน่าดู

    บอกตามตรงนะคะ ถึงตอนพิเศษของแฮรี่จะไม่หวานมากเหมือนท่านทอม แต่เราก็ชอบนะคะ ชอบที่ไรท์เขียนให้คงตามคาแรกเตอร์แฮรี่ เพราะแฮรี่ในหนังสือก็ไม่ค่อยประสาเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว จะหวานฟินนเหมือนท่านทอมคงไม่ได้ แต่ถ้าให้เราเลือกระหว่างแฮรี่หวานฟินแต่ผิดคาแรกเตอร์ เราขอเลือกแบบตรงตามคาแรกเตอร์ค่ะ เหมือนได้อ่านแฮรี่จริงๆ

    ขอบคุณไรท์ที่เขียนตอนพิเศษดีๆของแฮรี่ให้อ่านค่ะ เราตัดสินใจอยู่เรือรี่เลย ชอบมากกก ผู้ชายขี้อายซื่อๆแบบหนูรี่เนี่ย หายากนะ 555

    ปล. สู้ๆนะคะ ถ้ามีเกมอีก เราจะขอตอนพิเศษแฮรี่แน่ๆ
    #441
    0
  11. #440 นักอ่านนิยาย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:43
    หนูรี่น่ารักจังเลยค่ะ คาแรกเตอร์แฮร์รี่เลย ออกจะโก๊ะๆ เอ๋อๆเรื่องผู้หญิง 555

    อ่านจบแล้วอยากให้มีตอนต่อไปเลยค่ะ อยากรู้ว่าเขาจะจีบเฟริน่าแบบไหน
    #440
    0
  12. #439 นักอ่านนิยาย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:39
    ......
    #439
    0
  13. #438 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 09:01
    โธ่ แฮร์รี่ เศร้าตั้งนานแน่ะ ไม่น่าเลยยย5555555
    #438
    0
  14. #437 Kyungsooyaaa (@Kyungsooyaaa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:13
    ถถถถ หนูรี่ ในที่สุดก้มีวันนี้
    #437
    0
  15. #436 burun2 (@burun) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:55
    กรีดร้องน้องรี่สายรุกแถมเอ๋ออีก55
    #436
    1
    • #436-1 SsosS (จากตอนที่ 31)
      29 ธันวาคม 2560 / 17:09
      เห็นด้วย แฮรี่สายรุกแบบเอ๋อๆ 5555
      #436-1
  16. #435 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:15
    แฮรี่ 55555
    เข้าใจผิดมานาน โธ่
    #435
    0