[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 41 : PART 2 of HP --- The Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


The  Truth



               แฮร์รี่นึกไม่ออกว่าดัมเบิลดอร์กลับมาที่ฮอกวอตส์ตอนไหน  แต่เมื่อเขาเห็นดัมเบิลดอร์พยุงเฟริน่าและเสกเปลให้จินนี่นอนเดินฝ่ากลุ่มเขม่าฝุ่นสีเทาออกมา  เขาก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  หัวเข่าข้างหนึ่งของเฟริน่าแตกมีเลือดไหล  เดรโกวิ่งตามมาหลังมาติดๆ

                “เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ”  ดัมเบิลดอร์บอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกที

                “แล้ว  --  เอ่อ  --  “  เด็กชายมัลฟอยถามพลางชำเลืองมองอย่างหวาดๆไปที่ข้างหลังของอาจารย์ใหญ่

                “เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลัง  คุณมัลฟอย”  อาจารย์ใหญ่พูดอีกครั้ง  เดรโกหน้าแดง  เขายังคงกำดาบก็อดดริก  กริฟฟินดอร์และหมวกคัดสรรไว้ในมือ 

แฮร์รี่ได้ยินเสียงร้องประหลาดดังขึ้น  ฟอกซ์บินมาและใช้อุ้งเท้าของมันคว้าเข้าที่เปลของจินนี่และพาเด็กหญิงผมแดงที่ยังไม่ได้สติออกไปนอกห้องก่อน  ดัมเบิลดอร์เดินนำเด็กทั้งสามก้าวข้ามขดหางของบาซิลิสก์ที่นอนตายแข็งทื่อ  ผ่านห้องโถงมืดสลัวที่มีเสียงดังก้องสะท้อนและกลับสู่อุโมงค์  บานประตูหินที่มีงูสองตัวพันกันปิดตามไล่หลังพร้อมเสียงขู่ฟ่อแผ่วเบา

ตลอดระยะเวลาที่เดินย้อนกลับไปตามอุโมงค์ที่มืดสลัว  แฮร์รี่ได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของอาจารย์ใหญ่พลางนึกสงสัยว่าทำไมดัมเบิลดอร์ถึงไม่พูดอะไรเลย  แฮร์รี่คิดว่าตัวเองเห็นจอมมารหนุ่มหลบหนีไปได้สำเร็จก่อนที่ก้อนหินจะถล่มลงมา   เสียงฝีเท้าดังก้องสะท้อนไปมาในความมืด  และเมื่อเดินไปได้สักครู่หนึ่ง  แฮร์รี่ก็เห็นรอนนั่งคอยอยู่บนก้อนหินอย่างกระวนกระวายใจ  เด็กชายหัวแผลเป็นเพิ่งเห็นว่ากำแพงหินถล่มในตอนแรกถูกย้ายออกไปจนเป็นช่องกว้างๆ  เขานึกไม่ออกว่าดัมเบิลดอร์ใช้เวทมนต์แบบไหนโดยที่ไม่ทำให้เพดานที่มีรอยร้าวพังลงมา 

“แฮร์รี่!”  รอนตะโกนและรีบวิ่งตรงมา  แล้วเด็กชายผมแดงก็รีบเดินสงบเสงี่ยมเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าดัมเบิลดอร์ก็อยู่ตรงนี้ด้วย 

“แล้วศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตล่ะ  คุณวีสลีย์”   ดัมเบิลดอร์ถาม

“เอ่อ  ผมให้เขาตามจินนี่กับนกนั่นไปแล้วฮะ”  รอนตอบ   และเมื่อเขาเพ่งสายตาและเห็นเฟริน่า  เด็กชายผมแดงก็ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ  “โอ๊ย!  เฟริน่า  ฉันนึกว่าเธอจะแย่เสียแล้วตอนที่ฉันเห็นจินนี่คนเดียว  --  อ้าว  นายยังอยู่อีกเหรอ”  รอนถามด้วยน้ำเสียงเสียดายปนผิดหวังเมื่อเห็นเด็กชายบ้านสลิธีริน

“ทำไม  นายมีปัญหาอะไรกับฉันหรือไง  วีสลีย์”  เดรโกถามเสียงเหยียดๆ

“แล้วนั่นนายได้ดาบมาได้ยังไง”  รอนถามพลางจ้องมองดาบสีเงินที่ทอแสงเป็นประกาย  และก่อนที่เด็กชายผมบลอนด์จะตอบ  เสียงร้องของฟอกซ์ก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อมันบินกลับเข้ามา 

“ฉันคิดว่าเราคงต้องมีเรื่องคุยกันอีกยาวเชียวล่ะ”  ดัมเบิลดอร์บอกพลางจ้องมองใบหน้าเด็กๆทั้งสี่  เด็กชายทั้งสามรีบก้มหน้านิ่งเมื่อนึกถึงกฎของโรงเรียนหลายข้อที่พวกเขาเพิ่งแหก  ในขณะที่เด็กหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด  “เราคงต้องจับมือกันเป็นทอดๆเพื่อขึ้นไปข้างบน”

“เอ่อ  --  เราจะขึ้นไปได้ยังไงพร้อมกันทั้งหมดฮะ  ในเมื่อพวกเราห้าคนรวมกันหนักเกินกว่าที่นกจะดึงขึ้นไปถึงข้างบนได้”  รอนถามเมื่อเห็นขนาดตัวของนกฟีนิกซ์ชัดๆ

“ฟอกซ์  เป็นนกวิเศษ  คุณโรนัลด์”  อาจารย์ใหญ่ตอบ  เขาเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปจับที่หางยาวสีทองของฟอกซ์  และเฟริน่าจับมืออีกข้างของเขา  แฮร์รี่เห็นสีหน้าของเด็กชายผมแดงและศัตรูต่างบ้านจึงตัดสินใจให้รอนจับมือเฟริน่า  และเขาจับต่อจากรอน  เดรโกคืนดาบกับหมวกคัดสรรให้แฮร์รี่   เขาจึงเสียบดาบและหมวกคัดสรรไว้ที่เข็มขัดและจับมือเด็กชายต่างบ้านไว้

ความรู้สึกเบาหวิวแผ่ซ่านไปทั่วอย่างน่าประหลาด  และวินาทีต่อมาพวกเขาก็เหาะหวือขึ้นไปข้างบนตามท่อน้ำ  การบินที่สนุกนี้จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อทั้งหมดกลับมายืนบนพื้นห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ 

แฮร์รี่หัวใจหล่นวูบเมื่อเห็นศาสตราจาร์สเนปยืนคอยอยู่  ดวงตาสีดำขลับจ้องมองมาที่ทุกคน  และเลื่อนมาจับจ้องที่ใบหน้าของแฮร์รี่  เด็กชายหัวแผลเป็นกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว  แต่วินาทีต่อมาสเนปก็หันไปจ้องมองใบหน้าของเฟริน่าเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันไปทางดัมเบิลดอร์

“มาดามพอมฟรีย์กำลังแจกน้ำยาชุบชีวิตอยู่ครับ”  สเนปรายงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล  ดัมเบิลดอร์พยักหน้า

“ช่วยดูแลคุณเกรนเจอร์และคุณเคลียร์วอเตอร์เป็นพิเศษด้วยนะ”  แฮร์รี่เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนของดัมเบิลดอร์เป็นประกายระยับ  จากนั้นสเนปก็พยักหน้าและเดินออกไปจากห้องน้ำ

“พวกเธอทุกคนตามฉันมา”   ดัมเบิลดอร์บอกและเดินตามฟอกซ์ที่บินนำหน้าออกจากห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญไปสู่ระเบียงทางเดิน  และเพียงไม่กี่อึดใจมันก็พามาถึงหน้าห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัล  ดัมเบิลดอร์เคาะประตู  แล้วผลักบานประตูเปิดออก

แฮร์รี่เชื่อว่านี่ต้องเป็นภาพที่แปลกประหลาดเอามากๆ  เมื่อเนื้อตัวของเด็กทั้งสี่คนเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนเลนและเมือก  และในกรณีของแฮร์รี่มีเลือดด้วย  ยกเว้นเพียงแต่ดัมเบิลดอร์ที่ยังไร้รอยขีดข่วนและดูทรงภูมิเหมือนเดิม

“จินนี่ล่ะคะ”  นางวีสลีย์รีบผุดลุกขึ้นยืนใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาอยู่หน้าเตาผิง  ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อไม่เห็นเด็กหญิงผมแดง  นายวีสลีย์เองก็รีบผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน  เขามีใบหน้าซีดเผือด

“ฉันคิดว่าเซอเวอร์รัสคงจะพาตัวจินนี่  วีสลีย์ไปที่ห้องพยาบาลทันทีที่เห็นอาการของเธอ”  ดัมเบิลดอร์ตอบ  แฮร์รี่เห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลยกมือกุมหน้าอกไว้และพยายามหายใจยาวๆอยู่ข้างเตาผิงเช่นกัน  และในเวลาเดียวกันนางวีสลีย์ก็รวบตัวแฮร์รี่และรอนเข้าไปกอดแน่นๆจนเด็กชายทั้งสองเกือบหายใจไม่ออก

“เธอช่วยชีวิตจินนี่ไว้!  เธอช่วยชีวิตจินนี่ไว้!”  นางวีสลีย์ปล่อยโฮ  จากนั้นเธอก็ปล่อยเด็กชายทั้งสองจากอ้อมกอดและหันไปรวบตัวเฟริน่ามากอดรัดไว้แน่นอีกคน  “โธ่!  เด็กน้อยที่น่าสงสาร!” 

แฮร์รี่เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างดูตกใจอย่างนึกไม่ถึงว่านางวีสลีย์จะห่วงใยเธอไปด้วย  ใบหน้าของเธอดูขัดเขินและกอดนางวีสลีย์ตอบ  

“เราสองคนขอตัวไปดูจินนี่ก่อนนะครับ”  นายวีสลีย์บอกกับอาจารย์ใหญ่ที่พยักหน้าเบาๆ  แล้วนางวีสลีย์ก็พยุงเฟริน่าให้นั่งลงหน้าเตาผิง   จากนั้นสองสามีภรรยาวีสลีย์ก็รีบก้าวออกจากห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัลไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งไว้ให้ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบ  แฮร์รี่เห็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์จ้องมองใบหน้าที่เปื้อนโคลนของเด็กแต่ละคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า

“ฉันคิดว่าพวกเธอทั้งสี่เพิ่งจะ  --  ไม่สิ  ไม่รวมคุณโพสัน  มีแค่พอตเตอร์  วีสลีย์  และ  --  “  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจ้องมองใบหน้าสีซีดของเด็กชายสลิธีรินอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก  “  --  มัลฟอย”

ดัมเบิลดอร์เดินไปนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานเงียบๆ  โดยมีฟอกซ์บินไปเกาะบนบ่าของเขา  

“ฉันคิดว่าฉันอยากจะรู้ว่าพวกเธอทำได้ยังไง”  อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนสำลัก

แฮร์รี่ลังเลใจแล้วจึงเดินไปที่โต๊ะ  วางหมวกคัดสรร  ดาบที่ประดับด้วยทับทิมลงบนโต๊ะ  แล้วเขาก็เริ่มต้นเล่าเรื่องทุกอย่างรวมสิบห้านาที  ตั้งแต่เขาได้ยินเสียงประหลาดที่ไร้ร่าง  เล่าเรื่องที่ในที่สุดเฮอร์ไมโอนี่พบว่าเสียงที่เขาได้ยินเป็นเสียงของบาซิลิสก์ในท่อน้ำ  เขาเล่าเรื่องรอนกับเขาติดตามแมงมุมเข้าไปในปา  และอาราก๊อกบอกพวกเขาว่าเหยื่อคสุดท้ายของบาซิลิสก์ตายที่ไหน  ทำให้เดาได้ว่าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญคือเหยื่อรายนั้น  และทางเข้าสู่ห้องแห่งความลับน่าจะอยู่ในห้องน้ำของเธอ...

“ดีมาก”  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดขึ้นในที่สุดเมื่อแฮร์รี่หยุดพัก  “ตกลงเธอกับวีสลีย์พบทางเข้า  --  หลังจากที่ทำผิดกฎของโรงเรียนเป็นร้อยๆข้อไปตลอดทาง  ฉันต้องขอเสริมสักหน่อย  --  เธอทำยังไงถึงรอดชีวิตก่อนที่ท่านอาจารย์ใหญ่จะไปถึงที่นั่น  แล้วมัลฟอยไปร่วมทำผิดกฎกับพวกเธอสองคนตอนไหน”

แฮร์รี่จึงต้องเริ่มเล่าต่อไปทั้งที่เสียงเริ่มแหบแห้งเพราะพูดมาหลายนาทีแล้วว่า  ฟอกส์มาทันเวลาพอดี  และหมวกคัดสรรมอบดาบให้เขา  เรื่องสมุดบันทึกของริดเดิ้ลครอบงำจินนี่  รวมถึงเล่าว่าริดเดิ้ลเอาเฟริน่าไปซ่อน   และเขายังเล่าว่าทอม  ริดเดิ้ลบอกว่าตัวเองคือลอร์ดโวลเดอมอร์   สีหน้าของศาสตราจารย์มักกอนนากัลซีดขาวราวกับกระดาษเมื่อได้ยินชื่อเจ้าแห่งศาสตร์มืด  แต่หล่อนก็ยังพยายามเก็บอาการตัวสั่นไว้ได้เป็นอย่างดี  แฮร์รี่เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนของดัมเบิลดอร์เป็นประกายอยู่หลังแว่นตาพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่แฮร์รี่รู้ว่าพวกเขาจะไม่เดือดร้อน  เขาจึงเล่าต่อไปจนถึงตอนที่อาจารย์ใหญ่โผล่มาช่วยพวกเขา  และขณะที่แฮร์รี่กำลังจะเล่าถึงการต่อสู้ระหว่างดัมเบิลดอร์กับจอมมารหนุ่มในตอนสุดท้ายก่อนเพดานจะถูกระเบิดถล่มลงมา  พ่อมดชราก็รีบพูดขัดขึ้น

“แน่ล่ะ  เขาอาจเคยเป็นเด็กนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ฮอกวอตส์เคยมีมาก็ได้  น้อยคนนักที่จะรู้ว่าลอร์ดโวลเดอมอร์แต่เดิมมีชื่อว่า  ทอม  ริดเดิ้ล  ตัวฉันเองเคยสอนเขาเมื่อห้าสิบปีก่อนที่ฮอกวอตส์นี่  เขาหายไปหลังจากจบจากโรงเรียนแล้ว  --  ท่องเที่ยวเดินทางไปไกลลิบ  --  จมดิ่งลงไปในศาสตร์มืด  คบค้าสมาคมกับพวกที่เลวร้ายที่สุดในหมู่พ่อมด  ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเวทมนต์คาถาที่อันตรายร้ายแรงหลายครั้งหลายหน  แล้วกลับมาปรากฏตัวในฐานะลอร์ดโวลเดอมอร์  แทบไม่มีใครจำเขาได้แล้วตอนนั้น  แทบไม่มีใครจะเชื่อมโยงลอร์ดโวลเดอมอร์กับเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาฉลาดเฉลียวที่เคยเป็นประธานนักเรียนที่นี่”

“อาจารย์ฮะ  แล้วตกลงโวลเดอมอร์เขาทำสำเร็จ  --  ผมหมายถึงว่าเขากลับมา  --  “  แฮร์รี่ถามอย่างอดทนรอไม่ไหว  เด็กชายคิดว่าเขาเห็นริดเดิ้ลหนีไปได้  ถึงจะมีเขม่าฝุ่นปกคลุมจนมองไม่ชัดเจนนักก็ตาม  และเขาไม่อาจทำใจให้สงบได้เลยเมื่อนึกถึงว่าจอมมารหนุ่มจะหวนกลับมา

“รู้มั้ย  ฉันเห็นเขาได้รับผลกระทบจากการฟื้นคืนชีพที่ไม่สมบูรณ์”  ดัมเบิลดอร์พูดด้วยดวงตาเป็นประกายกล้าอยู่ภายใต้แว่นตาของเขา  “เขายังไม่ได้รับการถ่ายทอดจิตวิญญาณของจินนี่อย่างสมบูรณ์  ฉันไม่กล้าพูดหรอกว่าเขาทำสำเร็จ”  คำตอบของอาจารย์ใหญ่ทำให้เด็กๆทั้งสี่ดูโล่งอก

“แล้วทำไมคนที่อาจารย์ก็รู้ว่าใครถึงเลือก  --  เอ่อ  --  จินนี่ล่ะฮะ”  รอนถามอย่างหวาดๆ

“ฉันคิดว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นคงมีใครเผลอลืมเอาไว้รวมกับของของจินนี่  และน้องสาวของเธอคงไม่รู้”  ดัมเบิลดอร์ตอบ  และเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเด็กชายผมแดงดูตื่นกลัว  อาจารย์ใหญ่จึงรีบพูดต่อไปด้วยเสียงหนักแน่น  “นี่เป็นเรื่องลำบากร้ายกาจมากสำหรับมิสวีสลีย์  จะไม่มีการลงโทษใดๆทั้งสิ้น  พ่อมดแม่มดที่อายุมากกว่าเธอและฉลาดกว่าเธอก็ยังถูกโวลเดอมอร์หลอกล่อได้สำเร็จมาแล้ว” 

ดัมเบิลดอร์ละสายตาจากเด็กๆและหันไปทางศาสตราจารย์มักกอนนากัล

“คุณรู้ไหม  มิเนอร์ว่า  ผมว่าเรื่องทั้งหมดนี่สมควรจะมีการฉลองกันนะ  ผมขอให้คุณช่วยบอกทางโรงครัวหน่อยได้ไหม”

“ได้แน่นอนค่ะ”  อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ตอบฉับพลันและขยับตรงไปที่ประตู  “ฉันจะให้คุณจัดการกับ  พอตเตอร์  วีสลีย์  และมัลฟอยเองนะคะ”

“ได้แน่นอน”  ดัมเบิลดอร์ตอบ

ศาสตราจารย์วิชาแปลงร่างเดินออกไป  แฮร์รี่  รอน  และมัลฟอยมองมาทางดัมเบิลดอร์อย่างไม่แน่ใจ  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหมายถึงอะไรกันแน่ที่ว่าให้จัดการกับพวกเขาทั้งสาม  แน่นอน  --  แน่นอน  --   พวกเขาคงไม่ถูกลงโทษหรอกนะ

“ดูเหมือนฉันจะจำได้ว่าเคยบอกเธอสองคนว่าฉันคงต้องไล่พวกเธอออก ถ้าพวกเธอละเมิดกฎของโรงเรียนอีก”  อาจารย์ใหญ่มองใบหน้าของแฮร์รี่และรอน  (ที่อ้าปากค้างอย่างเสียขวัญขึ้นมาทันที่)   เด็กชายบ้านสลิธีรินยิ้มเยาะใส่เด็กชายบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสอง  “ส่วนเธอมัลฟอย  --  ”  คราวนี้สีหน้าของเดรโกเปลี่ยนมาเป็นซีดเผือด  “เธอเองก็เผลอทำผิดกฎร้ายแรงเหมือนกับพอตเตอร์และวีสลีย์เช่นเดียวกัน”  แฮร์รี่กับรอน  (ที่หุบปากลงแล้ว)  หันมาแอบยิ้มเยาะใส่เด็กชายผมบลอนด์บ้าง

“ในกรณีของเธอสองคน”  อาจารย์ใหญ่กลับมาจ้องมองแฮร์รี่และรอนที่รีบหุบยิ้มก้มหน้านิ่ง  “ซึ่งแสดงว่าแม้แต่คนที่ดีที่สุดบางครั้งก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองเหมือนกัน”  ดัมเบิลดอร์กล่าวและหันมามองหน้าเด็กชายมัลฟอยบ้าง  “เธอสามคนจะได้รับรางวัลทำความดีพิเศษให้แก่โรงเรียนของเรา  และ  --  ให้ฉันคิดก่อนซิ  --  ใช่  --  ฉันว่าเธอทั้งสามทำคะแนนให้บ้านกริฟฟินดอร์และบ้านสลิธีรินคนละสองร้อยคะแนน”

ใบหน้าของรอนกับเดรโกเป็นสีชมพูและอ้าปากค้างด้วยความตกใจ  และพวกเขาทั้งสองก็รีบหุบปากลงเมื่อหันไปมองหน้ากันและกัน

ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืนพลางก้าวยาวๆไปที่ประตูห้องและเปิดออก  “คุณวีสลีย์  คุณมัลฟอย  ไปนอนพักซะ  และบางทีดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ  ถ้วยใหญ่ๆสักหน่อยด้วย  ฉันพบว่ามันทำให้ฉันสดชื่นขึ้นเสมอ”  เขาเสริม  ก้มลงมองเด็กชายสองคนที่หันไปมองแฮร์รี่และเฟริน่าด้วยสีหน้าสงสัย  “และที่ห้องพยาบาลตอนนี้  คุณโรนัลด์  จินนี่กับพ่อแม่ของเธอก็อยูที่นั่น  ทำไมเธอไม่ไปดูน้องสาวของเธอหน่อยล่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง  และบางทีศาตราจารย์ล็อกฮาร์ตอาจต้องการคนดูแลสักหน่อย  สำหรับคนที่เพิ่งถูกดาบตัวเองจนจำอะไรไม่ได้  เอ้อ  --  คุณมัลฟอย  มาดามพอมฟรีย์และศาสตราจารย์สเนปกำลังช่วยกันแจกน้ำแมนเดรก  พวกเขาคงต้องการคนช่วย  ฉันกล้าพูดว่าเหยื่อของบาซิลิสก์ทั้งหมดจะฟื้นขึ้นในไม่ช้าแล้ว”

“งั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็ปลอดภัยสิฮะ!”  รอนร้อง  หน้าชื่นขึ้นมาทันที

“รับรองไม่มีอันตรายใดๆหลงเหลืออยู่หรอก”  ดัมเบิลดอร์ตอบ

“แล้วเฟริน่าล่ะครับ”  เดรโกหันมาทางเด็กหญิงคนเดียวในห้อง  “ผมคิดว่าเธอเองก็ควรจะไปห้องพยาบาลเหมือนกัน  เธอหัวเข่าแตก”

“เดี๋ยวให้แฮร์รี่พาไปทีหลัง  เพราะฉันมีเรื่องคุยกับแฮร์รี่และเฟริน่านิดหน่อย...”

รอนชำเลืองมองดูดัมเบิลดอร์   แฮร์รี่และเฟริน่าอย่างสงสัย  ในขณะที่เดรโกดูไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็เดินไปที่ประตูแต่โดยดี  เด็กชายทั้งสองปิดประตูตามหลัง

“นั่งลงสิ  แฮร์รี่”  ดัมเบิลดอร์เดินข้ามห้องไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ข้างเฟริน่า 

แฮร์รี่นั่งลงพลางหันไปมองเฟริน่าอย่างรู้สึกกังวลใจ

“ก่อนอื่น  แฮร์รี่  ฉันต้องขอบใจเธอ  เธอต้องแสดงความจงรักภักดีต่อฉันอย่างแท้จริงในห้องข้างล่างนั้น  ไม่มีอะไรนอกจากสิ่งนั้นที่จะเรียกฟอกส์ไปหาเธอได้” 

อาจารย์ใหญ่ลูบนกฟินิกซ์เบาๆบัดนี้มันเกาะอยู่บนเข่าของเขา  เด็กชายหัวแผลเป็นยิ้มเขินๆ  เมื่อดัมเบิลดอร์มองดูเขา

“แล้วเธอก็ได้พบทอม  ริดเดิ้ล  ฉันคิดว่าเขาคงสนใจเธอมาก...”  คำพูดของอาจารย์ใหญ่ทำให้แฮร์รีพูดถึงสิ่งที่รบกวนใจเขา

“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ฮะ...  ริดเดิ้ลบอกว่าผมเหมือนเขา  เขาบอกว่าเหมือนกันอย่างน่าประหลาด...”

“แล้วเธอคิดอย่างไรล่ะ” 

“ผมไม่คิดว่าผมเหมือนเขาครับ!”  แฮร์รี่พูดเสียงดัง  “ผมหมายความว่าผม  --  ผมอยู่บ้านกริฟฟินดอร์  ผม...  ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ”  แฮร์รี่ตัดสินใจแล้วว่าเขาอยากจะพูดเรื่องนี้เหลือเกิน  “หมวกคัดสรรบอกผมว่าผม  --  ผม  --  จะทำได้ดีทีเดียวถ้าอยู่บ้านสลิธีริน  ทุกคนคิดว่าผมเป็นทายาทของสลิธีรินอยู่พักหนึ่ง...  เพราะผมสามารถพูดภาษาพาร์เซลได้”

“เธอพูดภาษาพาร์เซลได้  แฮร์รี่  ลอร์ดโวลเดอมอร์  --  ที่เป็นเถือกเถาเหล่ากอที่เหลืออยู่คนสุดท้ายของซัลลาซาร์  สลิธีริน  --  สามารถพูดภาษาพาร์เซลได้  ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด  เขาถ่ายทอดพลังอำนาจบางอย่างของเขาให้เธอในคืนที่เขาทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เธอด้วย  ไม่ใช่สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำหรอกนะ  ฉันแน่ใจ...”  และเมื่อดัมเบิลดอร์เห็นสีหน้าที่ดูงุนงงของเด็กชายแว่นกลมจึงรีบพูดต่อไปทันทีว่า  “มันดูจะเป็นเช่นนั้นแน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้น  ผมก็ควรไปอยู่บ้านสลิธีริน”  แฮร์รี่เอ่ยอย่างสิ้นหวัง  “หมวกคัดสรรสามารถเห็นอำนาจของสลิธีรินในตัวผม  และมัน  --  “

“ส่งเธอไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์”  อาจารย์ใหญ่พูดเสียงราบเรียบ  “ฟังฉันให้ดีนะแฮร์รี่  เธอบังเอิญมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ซัลลาซาร์  สลิธีรินให้ความสำคัญมากในตัวลูกศิษย์ที่เขาคัดสรรเอง  พรสวรรค์ที่หายากของเขา  การพูดภาษาพาร์เซลได้  การมีไหวพริบคล่องตัว...  ความตั้งใจแน่วแน่...  การไม่ยึดมั่นตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับ  แต่หมวกคัดสรรก็จัดให้เธอไปอยู่กริฟฟินดอร์  เธอก็รู้ว่าทำไม  คิดสิ”

“มันให้ผมไปกริฟฟินดอร์  เพราะผมขอไม่ไปอยู่สลิธีรินครับ”  แฮร์รี่บอกอย่างจำนน

ถูกต้องที่สุด”  ดัมเบิลดอร์ตอบ  “นี่ล่ะคือสิ่งที่แตกต่างจากทอม  ริดเดิ้ล  การเลือกของเราเองนั่นแหละ  แฮร์รี่  ที่จะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนอย่างไร  ยิ่งไปเสียกว่าความสามาถของเรามากนัก”  แฮร์รี่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้  รู้สึกงุนงงอย่างพูดไม่ออก  แล้วเขาก็รู้สึกมือนุ่มๆของเฟริน่าที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆมาเป็นเวลานานเลื่อนมาแตะหัวเข่าของเขาไว้  เด็กชายผมยุ่งหันไปมองเธอ  และเห็นเธอส่งยิ้มให้กำลังใจเขา 

“ถ้าเธอต้องการเครื่องพิสูจน์  แฮร์รี่”  ดัมเบิลดอร์เอ่ยขึ้นต่อไป  “ว่าเธอสมควรอยู่บ้านกริฟฟินดอร์  ฉันขอแนะนำให้เธอดูสิ่งนี้ใกล้ๆ”

แฮร์รี่รับดาบเงินที่เปื้อนเลือดมาจากอาจารย์ใหญ่  เขาพลิกดูอย่างมึนงง   ท่ามกลางแสงไฟจากเตาผิง  เม็ดทับทิมส่องแสงวูบวาบบาดตา  แล้วเขาก็เห็นชื่อที่สลักอยู่ใต้ด้ามของดาบเล่มนั้น

ก็อดดริก  กริฟฟินดอร์

“มีแต่เด็กกริฟฟินดอร์ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะดึงดาบเล่มนี้ออกจากหมวกได้  แฮร์รี่”  พ่อมดชราตอบเรียบๆ

ชั่วครู่ที่ห้องตกอยู่ในความเงียบ  ไม่มีเสียงคุยกัน  แล้วดัมเบิลดอร์ก็เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะของศาสตราจารย์มักกอนนากัลหยิบปากกาขนนกและขวดหมึกออกมา  แฮร์รี่เห็นอาจารย์ใหญ่ลงมือเขียนจดหมายอย่างรวดเร็ว  และเมื่อเขาเขียนเสร็จและพับใส่ซองแล้ว  เขาก็หยิบจดหมายและมาหยุดตรงหน้าแฮร์รี่ 

“ก่อนที่เธอจะต้องการอาหาร  การนอนหลับพักผ่อน  และลงไปร่วมงานเลี้ยงที่ห้องโถงใหญ่  ฉันมีอะไรอยากให้เธอช่วยสักหน่อย  นี่เป็นจดหมายถึงอัซคาบัน...  เราต้องการคนดูแลสัตว์ของเรากลับมา  เธอช่วยเป็นธุระไปที่โรงนกฮูกและส่งจดหมายให้ฉันที  แล้วเดี๋ยวฉันจะพาเฟริน่าไปที่ส่งที่ห้องพยายาบาลเอง  --  ”  และดัมเบิลดอร์ก็รีบพูดเสริมต่อไป  เมื่อเห็นแฮร์รี่กำลังจะพูด  “  --  ฉันอยากให้เฟริน่าช่วยฉันร่างโฆษณาลงเดลี่พรอเฟ็ตด้วย  เราต้องการครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่  ตายล่ะ  ดูเหมือนเราจะใช้ครูวิชานี้เปลืองมากนะ  จนฉันรู้สึกปวดหัวเลย  และเฟริน่าคงจะช่วยฉันคิดออกว่าจะร่างยังไงให้เรามีคนมาสมัคร  จริงไหม”

แฮร์รี่ลุกขึ้นยืน  เขามองหน้าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก่อนจะเดินไปที่ประตู  ทว่า  เขาเพิ่งจับลูกบิดเมื่อประตูเปิดผางออกอย่างแรงจนมันกระแทกกำแพงและกระเด้งกลับไป




 

เฟริน่าเห็นชายผมบลอนด์สีเดียวกับเดรโกยืนอยู่ที่หน้าประตู

ลูเซียส  มัลฟอย

สีหน้าของเขาดูเกรี้ยวกราดมาก  และเธอเห็นด๊อบบี้ยืนตัวงออยู่ใต้แขนของเขา  เอลฟ์ประจำบ้านมีผ้าพันแผลพันไว้หนาเตอะ

“สวัสดี  ลูเซียส”  ดัมเบิลดอร์ทักทายอย่างมีมารยาท

เฟริน่าเห็นลูเซียสเกือบผลักแฮร์รี่ล้มลงเมื่อเขาเดินเข้ามาในห้อง  มีเอลฟ์ประจำบ้านเดิมตามหลังและหมอบอยู่ที่ชายเสื้อคลุมของนายมัลฟอยที่มองดูน่าสงสารด้วยสีหน้าหวาดหวั่น  ด๊อบบี้ใช้ดวงตาสีเขียวฉ่ำเยิ้มของมันมองมาที่เด็กหญิงคนเดียวในห้อง  ก่อนจะก้มหน้าหมอบเหมือนเดิม

“อ้อ!”  เสียงยานคางของนายมัลฟอยทำให้เฟริน่าถอนสายตาจากด๊อบบี้  เธอเห็นเขาใช้ดวงตาเยียบเย็นจับจ้องที่พ่อมดชรา  “คุณกลับมาแล้ว  คณะกรรมการสั่งพักงานคุณ  แต่คุณยังเห็นว่าเหมาะสมที่จะกลับมาที่ฮอกวอตส์นี่อีกนะ”

“ลูเซียส  รู้ไหม”  เฟริน่าเห็นอาจารย์ใหญ่ยิ้มอย่างเยือกเย็นสุขุม  “กรรมการที่เหลืออีกสิบเอ็ดคนติดต่อผมวันนี้  บอกตรงๆนะ  ผมรู้สึกเหมือนถูกลมพายุนกฮูกพัดผ่านเลย  พวกกรรมการได้ข่าวว่าลูกสาวของอาเธอร์  วีสลีย์และเฟริน่า  โพสันถูกฆ่าและต้องการให้ผมกลับมาที่นี่ทันที  ดูเหมือนว่าในที่สุดพวกรรมการจะคิดว่าผมเป็นคนที่เหมาะที่สุดสำหรับงานนี้  และเรื่องที่พวกเขาเล่าให้ผมฟังก็แปลกมาก  หลายคนดูจะคิดว่าคุณขู่จะสาปครอบครัวของพวกเขา  ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ผมพักงานในตอนแรก”

เฟริน่าหันไปสบตากับแฮร์รี่  แล้วเด็กทั้งสองก็แอบอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของนายมัลฟอยดูซีดเผือดลงไปถนัดตา  แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“อ้อ  --  แล้วคุณยุติการทำร้ายนั้นได้หรือยังล่ะ”  ชายผมบลอนด์ถามเสียงเย้ยหยัน  “คุณจับคนทำผิดได้หรือยัง”

“ได้แล้ว”  ดัมเบิลดอร์ตอบยิ้มๆ

งั้นเรอะ”  ลูเซียสพูดเสียงห้วน  “ใครล่ะ”  เฟริน่าพนันได้ว่าเขาคงเตรียมที่จะเล่นงานอาเธอร์  วีสลีย์เรื่องที่จินนี่เป็นคนเปิดห้องแห่งความลับอยู่แน่ๆ

“คนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วนั่นแหละ  ลูเซียส  แต่หนนี้  ลอร์ดโวลเดอมอร์กระทำผ่านคนอื่น  โดยใช้สมุดบันทึกและผมได้ทำลายมันทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว”  คำตอบของดัมเบิลดอร์ในตอนท้ายทำให้เฟริน่าขมวดคิ้ว  เธอจำได้ว่าจอมมารหนุ่มหยิบมันไปด้วย 

แล้วเฟริน่าก็เห็นด๊อบบี้จับจ้องอยู่ที่แฮร์รี่  มันชี้ไปที่นายมัลฟอย  แล้วใช้กำปั้นทุบหัวตัวเองแรงๆ

“อ้อ  เข้าใจล่ะ...”  ลูเซียสบอกช้าๆ

“เป็นแผนที่ฉลาดมาก”  พ่อมดชราพูดพลางไม่ละสายตาไปจากนายมัลฟอย  เฟริน่าเห็นดวงตาของดัมเบิลดอร์ลุกเป็นไฟอีกครั้ง  “เพราะถ้าแฮร์รี่  รอนเพื่อนของเขา  และเดรโกลูกชายของคุณ  --  “  เฟริน่าเห็นดวงตาที่เย็นเยียบของนายมัลฟอยฉายประกายตกใจระคนเกรี้ยวกราดแวบหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อลูกชายของตัวเองก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว  “  --  ไม่พบเรื่องนี้เข้าและเห็นว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นทำอะไรบ้าง  มิสวีสลีย์คงต้องรับความผิดทั้งหมดไป  ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้ทำไปเพราะถูกบังคับ...  และมิสโพสันอาจต้องตกเป็นเหยื่อเรื่องนี้อีกคน”

นายมัลฟอยไม่พูดอะไรสักคำ  สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย  ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก

“เดรโกลูกชายผมเป็นเด็กฉลาด”  เขาพูด  เฟริน่าไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กชายผมบลอนด์ที่เข้ามาขัดขวางแผนการของพ่อตัวเองโดยไม่รู้ตัว  เด็กหญิงคิดว่าเดรโกต้องเดือดร้อนหนักมากแน่ๆเมื่อกลับไปคฤหาสน์มัลฟอย

“ใช่  เดรโกเป็นเด็กฉลาด  ผมคิดว่าคุณคงคิดเหมือนกับผม  เขาทำเรื่องนี้ไปเพราะความไร้เดียงสาของเด็ก”  ดัมเบิลดอร์พูดด้วยเสียงหนักแน่น  “และผมหวังว่าคุณคงไม่ทำให้ลูกชายของคุณต้องพลอยเดือดร้อนไปกับคุณด้วยนะ” 

“คุณหมายความว่ายังไง”  นายมัลฟอยถามเสียงกระชาก  ดวงตาลุกโชนจ้องมองใบหน้าชราของอาจารย์ใหญ่

“คิดดูสิ  จะเกิดอะไรขึ้น...  พวกวีสลีย์เป็นครอบครัวเลือดบริสุทธิ์ที่สำคัญมากครอบครัวหนึ่ง  คิดดูว่าจะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นกับอาเธอร์  วีสลีย์และกฎหมายป้องกันพวกมักเกิ้ลของเขา   ถ้าเรื่องราวปรากฏออกมาว่าลูกสาวของเขาเองเป็นคนทำร้ายและฆ่าพวกที่เกิดจากพ่อแม่มักเกิ้ล  โชคดีมากที่พบสมุดบันทึกเล่มนั้นเข้าก่อนและความทรงจำของริดเดิ้ลก็ถูกลบไปจากสมุดแล้ว  ใครจะรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรถ้า...”

นายมัลฟอยสูดหายใจลึกๆและพูดอย่างฝืนๆว่า

“โชคดีมาก”

เฟริน่าเห็นด๊อบบี้ยังคงชี้มือชี้ไม้ไปที่  ลูเซียส  มัลฟอย  แล้วทุบหัวตัวเอง  เด็กหญิงอ่านสีหน้าของแฮร์รี่ออก  ดูเหมือนเขาจะเริ่มเข้าใจว่าเอลฟ์ประจำบ้านกำลังจะสื่อว่าอะไร  เขาพยักหน้าให้ด๊อบบี้ที่น่าสงสาร  แล้วเจ้าเอลฟ์ประจำบ้านก็หันดวงตาเบ้อเริ่มของมันมาจ้องหน้าเธอ  ก่อนจะรีบถอยหลังไปอยู่ที่มุมห้องพลางบิดหูตัวเองเป็นการลงโทษ

“คุณไม่อยากรู้หรือว่าจินนี่ได้สมุดบันทึกมาได้ยังไง  คุณมัลฟอย”  แฮร์รี่ถามเสียงเย็น

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ายัยเด็กโง่คนนั้นได้สมุดมาได้ยังไง”  ลูเซียสหันไปมองเด็กชายแว่นกลมและตอบเสียงกระด้าง

“เพราะคุณเป็นคนให้เธอน่ะสิ  ที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก  คุณหยิบตำราแปลงร่างเล่มเก่าๆของเธอขึ้นมา  แล้วสอดสมุดบันทึกเล่มนั้นเข้าไปข้างใน  ใช่ไหมล่ะฮะ”

เฟริน่าไม่เคยรู้สึกสะใจมากเท่านี้มาก่อนเมื่อเห็นมือของนายมัลฟอยกำแน่น  แล้วคลายออก

“พิสูจน์สิ”  เขาขู่

“ไม่มีใครทำได้หรอก  ทำไม่ได้แล้ว”  ดัมเบิลดอร์จ้องหน้านายมัลฟอย  “ในเมื่อตอนนี้สมุดเล่มนั้นถูกทำลายไปแล้ว  คุณต้องขอบคุณที่ลูกชายของคุณมีส่วนช่วยในเรื่องนี้  เพราะถ้าสมุดเล่มนั้นยังอยู่  ผมคิดว่า...  การที่คุณเที่ยวแจกของเก่าๆของลอร์ดโวลเดอมอร์สมัยที่เขาเรียนหนังสือที่นี่ให้ใครๆ  ถ้ามีของพวกนี้ตกไปอยู่ในมือผู้บริสุทธิ์อีกล่ะก็  ผมคิดว่าอาเธอร์  วีสลีย์คนหนึ่งล่ะ  ที่จะทำให้แน่ใจว่ามันจะย้อนรอยกลับไปหาคุณได้แน่ๆ...  ดังนั้นคุณต้องขอบใจลูกชายคุณมากๆ  ลูเซียส  นั่นแหละที่ผมพยายามจะบอกคุณตั้งแต่แรก”

ลูเซียส  มัลฟอยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง  ตอนนี้เฟริน่าเข้าใจแล้วว่าดัมเบิลดอร์พยายามช่วยไม่ให้เดรโกต้องเดือดร้อนที่เข้ามายุ่งเรื่องนี้  ถึงจะทำให้เนื้อเรื่องของวรรณกรรมผิดที่ผิดทางไปบ้าง  แต่เด็กชายบ้านสลิธีรินคนนั้นก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วย  ซึ่งแตกต่างจากพ่อของเขาโดยสิ้นเชิง  แล้วนายมัลฟอยก็สะบัดตัวหันไปทางด๊อบบี้แทน

“กลับกันได้แล้ว  ด๊อบบี้!

ลูเซียสกระชากประตูเปิดออก  มีเอลฟ์ประจำบ้านวิ่งตามไป  แต่ก่อนที่เขาจะเตะมันดังป้าป  เฟริน่าที่รออยู่ก่อนแล้วก็รีบฝืนวิ่งไปรั้งเสื้อคลุมของเขาไว้ก่อนที่จะทำร้ายเอลฟ์ที่น่าสงาร  นายมัลฟอยหันดวงตาเย็นเยียบมายังเธอ  เขากระชากชายเสื้อคลุมออกจากมือเล็กๆของเด็กหญิง  สีหน้าฉายชัดว่ารังเกียจ

“เธอมาจับเสื้อคลุมฉันทำไม”  เขาถามเสียงประด้าง

“อย่าทำร้ายด๊อบบี้นะ  คุณทำอย่างกับเขาไม่มีชีวิต”  เธอว่าเขาและจ้องเขม็งไม่คิดที่จะหลบสายตา 

“ไม่ใช่เรื่องของเด็กเลือด  --  เด็กอย่างเธอ”  เขาพูดลอดไรฟันและหันกลับไปเตะเอลฟ์ประจำบ้านจนมันร้องเสียงหลงอย่างเจ็บปวดไปตลอดระเบียงทางเดิน  เฟริน่าพยายามฝืนวิ่งตามออกไป  และแฮร์รี่ก็วิ่งตามเธอออกมา  เธอคิดว่าทุกอย่างต้องแย่แน่ๆถ้าด๊อบบี้ไม่เป็นอิสระในตอนนี้  มันจะส่งผลต่อแฮร์รี่อย่างมากในภายหลัง  ดังนั้นเด็กหญิงคิดว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่าง 

“แฮร์รี่  กลับไปขอกล่องเปล่าสักใบจากศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์มาที”  เธอหันไปกระซิบกับเด็กชายผมยุ่ง  เขาเองก็เหมือนจะคิดในสิ่งเดียวกับเธอ  แฮรี่รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัล  ก่อนจะออกมาพร้อมกับกล่องใบเล็กสกปรกใบหนึ่งติดมือมาด้วย  เธอเห็นเด็กชายหัวแผลเป็นรีบถอดถุงเท้าสกปรกเป็นเมือกออกมาและยัดใส่ลงกล่องนั่น  เด็กทั้งสองวิ่งไปตามระเบียงทางเดินมืดสลัวไปจนถึงมุมไกลมุมหนึ่งที่แว่วเสียงร้องเจ็บปวดของด๊อบบี้ลอยมาตามลม  และทั้งสองก็วิ่งมาทันที่หัวบันได

“คุณมัลฟอย!”  เด็กทั้งสองร้องเรียกชายผมบลอนด์พร้อมกันพลางหายใจหอบ  แฮร์รี่เป็นฝ่ายยื่นให้

“ผมมีอะไรให้คุณ”  แฮร์รี่ยัดกล่องสกปรกๆใส่มือนายมัลฟอย  เขารับไปและเปิดมันออก  และเมื่อเห็นถุงเท้าเหม็นๆ  ดวงตาสีจางๆก็ฉายประกายโกรธสุดขีด  เขาโยนทั้งกล่องทิ้งลงข้างๆ  แล้วจ้องเขม็งมาที่เด็กทั้งสอง

“พวกแกสองคนจะต้องพบจุดจบที่ทรมาน  แก  แฮร์รี่ พอตเตอร์  เหมือนกับพ่อแม่ของแก  และเธอยัยเด็กเลือดสีโคลนสกปรก  ระวังตัวเอาไว้ให้ดี”  เขาพูดลอดไรฟันเสียงฟ่ออย่างดุร้าย  “พวกนั้นเป็นคนโง่ที่ชอบแส่ไม่เข้าเรื่องเหมือนกัน”  และเขาก็หมุนตัวกลับเดินต่อไป

“มาซิ  ด๊อบบี้  ฉันสั่งให้มาไง!

แต่ด๊อบบี้ไม่ขยับ  มันหยิบกล่องสกปรกขึ้นมาและชูถุงเท้าแสนสกปรกที่เต็มไปด้วยเมือกน่าขยะแขยงจนเฟริน่าอดเบ้หน้าไม่ได้  เอลฟ์ประจำบ้านมองดูมันราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

“เจ้านายให้ถุงเท้าด๊อบบี้”  ด๊อบบี้บอกอย่างอัศจรรย์ใจ  “เจ้านายให้ถุงเท้าด๊อบบี้”

“อะไรกันวะ”  ลูเซียสตวาด  “แกพูดอะไรของแก”

เฟริน่าและแฮร์รี่ยืนหัวเราะคิกคักที่เห็นเอลฟ์ประจำบ้านยังคงชื่นชมถุงเท้าสกปรกไม่เลิก 

“  --  ด๊อบบี้เป็นอิสระแล้ว”

แกสองคนทีเดียวทำให้ฉันเสียคนใช้ไป!”   แต่ด๊อบบี้รีบกระโดดมายืนขวางหน้าเด็กทั้งสองไว้และรีบตะโกนสุดเสียงอย่างปกป้องว่า

“คุณต้องไม่ทำร้ายแฮร์รี่  พอตเตอร์  และเฟริน่า  โพสัน!”  เกิดเสียงระเบิดดังลั่น  แล้วเด็กทั้งสองก็เห็นลูเซียสกระโจนไปข้างหลัง  เขากลิ้งลงบันไดไปหลายตลบทีละสามขั้นลงไปกองอยู่ที่เชิงบันได  แฮร์รี่กับเฟริน่าแอบนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บแทนไม่ได้  และเมื่อเขาลุกขึ้นยืน  ใบหน้าก็ฟกช้ำดำเขียว  และดึงไม้กายสิทธิ์ออกมา  แต่ด๊อบบี้ยกนิ้วยาวๆขึ้นขู่

“คุณไปได้แล้ว”  มันพูดเสียงเหี้ยม  ชี้นิ้วไปที่นายมัลฟอย  “คุณต้องไม่แตะต้องแฮร์รี่  พอตเตอร์และเฟริน่า  โพสัน  คุณไปเดี๋ยวนี้เลย”  เฟริน่าเห็นลูเซียสเดือดดาลมากที่อดีตทาสรับใช้ทำร้ายเขา  แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเหวี่ยงผ้าคลุมพันตัวและรีบเดินจากไป

เอลฟ์ประจำบ้านหันมาทางเด็กทั้งสอง  ดวงตาสีเขียวฉ่ำเยิ้มจ้องมองแฮร์รี่ทีและจ้องมองเฟริน่าทีอย่างชื่นชมยินดี  ปากก็พร่ำบอกว่าทั้งสองทำให้ด๊อบบี้เป็นอิสระ  แล้วแฮร์รี่ก็พูดอย่างถ่อมตัวว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาทำให้ด๊อบบี้ได้  แต่ให้เอลฟ์สัญญาว่าจะไม่พยายามช่วยชีวิตเขาอีก

เฟริน่ายืนมองฉากตรงนั้นด้วยหัวใจอิ่มเอมและมีความสุข  เธอเห็นดวงตาของเอลฟ์ประจำบ้านสว่างไสวและมีรอยยิ้มกว้างระบายอยู่บนใบหน้า  เธอได้ยินเด็กชายแว่นกลมถามด๊อบบี้ที่เคยบอกใบ้เรื่องห้องแห่งความลับว่าทำไมเอลฟ์ถึงบอกว่าไม่ใช่โวลเดอมอร์  ทั้งๆที่แฮร์รี่เคยถามว่าเกี่ยวับจอมมารหรือไม่  แต่ด๊อบบี้ตอบว่าเพราะจอมมารใช้ชื่อเดิมก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชื่อใหม่  แฮร์รี่ยิ้มเจื่อนๆเมื่อได้ฟังคำตอบ  ในขณะที่เฟริน่าพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้กลอกตากับวิธีบอกใบ้ของด๊อบบี้  แต่ก่อนที่เอลฟ์จะจากไป  เฟริน่าก็นึกขึ้นได้ว่า  เธอเองก็มีเรื่องที่สงสัยเช่นกัน

“เดี๋ยวก่อน  ด๊อบบี้”  เธอรีบถามเมื่อเห็นว่าเอลฟ์เลิกกอดแฮร์รี่และกำลังจะมากอดเธอ  ด๊อบบี้เงยหน้าใช้ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าของเธอ  “ฉันมีเรื่องสงสัยที่สนามควิดดิช  ตอนนั้นคุณจ้องฉันทำไม”

ด๊อบบี้ยิ้มระรื่นก่อนจะรีบตอบด้วยเสียงแหลมสูง  “ด๊อบบี้จำเฟริน่า  โพสันได้ครับ  เขาเห็นเฟริน่า  โพสันไปด้อมๆมองๆที่บ้านของแฮร์รี่  พอตเตอร์ตอนหน้าร้อนแทบทุกวันเลย!” 

เฟริน่ารู้สึกหน้าชา  เธอไม่นึกมาก่อนเลยว่าความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองจะย้อนกลับมาเล่นงาน  และเรื่องนี้จะโทษด๊อบบี้ไม่ได้  ก็เธอเองที่แอบไปเฝ้ามองแฮร์รี่และเฝ้ารอคอยอยากเห็นด๊อบบี้ตัวเป็นๆเอง   เด็กหญิงรู้สึกได้ว่าเธอกำลังโดนเด็กชายผมยุ่งจ้องเขม็ง

“ทุกวันเลยเหรอ   ด๊อบบี้”  แฮร์รี่ถามเอลฟ์ประจำบ้านโดนไม่สะสายตาไปจากใบหน้าเล็กๆของเด็กหญิงข้างตัว

“ใช่ครับ  ทุกวันเลย  แรกๆด๊อบบี้สงสัยมากครับ  เขาสงสัยว่าเฟริน่า  โพสันคือใคร  เขาจึงแอบตามเธอไปครับ  และเขาก็ได้เห็นว่าเธออยู่บ้านไม่ไกลจากแฮร์รี่  พอตเตอร์เลย  แต่ด๊อบบี้สงสัย  เขาสงสัยว่าทำไมเฟริน่า  โพสันถึงต้องหลบๆซ่อนๆไม่ให้แฮร์รี่  พอตเตอร์เห็นด้วย” 

เฟริน่ารู้สึกอยากให้ด๊อบบี้หยุดพูดเสียที  เด็กหญิงคิดว่าเธอแย่แน่ๆ  ถ้าแฮร์รี่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธออาศัยอยู่กับมิสซิสฟิก  เขาต้องโกรธเธอมากแน่ๆที่ปิดบังเขา

“ขอบคุณมากฮะ”  แฮร์รี่พูดกับเอลฟ์ประจำบ้าน

“ด๊อบบี้ยินดีรับใช้แฮร์รี่  พอตเตอร์ครับ”  มันโค้งต่ำจนปลายจมูกแตะพื้น  ก่อนวิ่งเข้ามากอดเอวเฟริน่า  ดวงตาฉ่ำเยิ้มกลมโตจ้องมองเธออย่างชื่นชม  โดยที่เอลฟ์ไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กับเธอแล้ว 

“แฮร์รี่  พอตเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่มีเพื่อนที่ดีมากครับ  ด๊อบบี้เพิ่งรู้ว่าเฟริน่า  โพสันเป็นเพื่อนสนิทในตอนหลัง  และด๊อบบี้ตื้นตันใจจริงๆที่เธอก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้แฮร์รี่  พอตเตอร์”  มันสะอื้นไห้ 

“ฉันไม่ได้ยิ่งใหญ่หรอก  จริงๆนะ”  เด็กหญิงยิ้มฝืนๆ

“ลาก่อน  แฮร์รี่  พอตเตอร์  ลาก่อน  เฟริน่า  โพสัน”

เสียง  เปรี้ยง!  ดังขึ้น  และด๊อบบี้ก็หายวับไป

เฟริน่ารีบก้มลงมองปลายเท้าตัวเองเพื่อหลบสายของแฮร์รี่

“เอ้อ  --  แฮร์รี่  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนายนะ  คือ  --  มันก็เหมือนเรื่องอื่นๆที่ฉันกำพร้านั่นแหละ  --  ฉันไม่อยากให้นายรู้ว่าฉันเป็นเด็กกำพร้า  --  ถ้านายจะโกรธ  ฉันก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรอกนะ  แต่ฉันขอบอกว่าฉันมีเหตุผลที่นายเองคงไม่เข้าใจ  และ  --  และ  ฉันขอโทษ...”  เธอรีบพูดรัวเร็ว  และลงท้ายด้วยเสียงอ่อยๆ  เด็กหญิงยังคงยืนนิ่งก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองต่อไป  เธอนึกไม่ออกว่าดัมเบิลดอร์จะพูดว่ายังไง  เมื่อความลับเรื่องมิสซิสฟิกเกี่ยงข้องกับโลกเวทมนต์แตกเพราะความโง่เง่าของตัวเธอเอง 

เงียบกันไปสักพักไม่มีใครพูดอะไร  แต่แล้วขณะที่เฟริน่าคิดว่าแฮร์รี่คงไม่ให้อภัยเธอแล้ว  อยู่ๆเด็กช่ายผมยุ่งก็ดึงเธอเข้ามากอดรัดแน่นๆ

“ฉันจะไม่โกหกหรอกนะว่าฉันไม่โกรธเรื่องที่เธอโกหกฉันมาตลอดหลายปี  แต่ฉันคิดว่าเธอคงมีเหตุผลของเธอ  และฉันไม่อยากทำให้เธอรู้สึกแย่เหมือนตอนฉันทำที่หน้าธนาคารกริงกอตส์”  เขาพูดเสียงกระซิบ  และค่อยดันตัวเธอออกช้าๆ  ดวงตาสีเขียวใจจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ  “ปิดเทอมหน้าร้อนนี้ฉันจะไปเที่ยวบ้านเธอนะ  ได้มั้ย”

เฟริน่ากลืนน้ำลายและรู้สึกมีก้อนแข็งๆจุกอยู่ที่อก  เธอนึกไม่ออกว่าตัวเองควรจะตอบว่ายังไงดี

“คือ  แฮร์รี่  --  เอ่อ  --  คนที่อุปการะน่ะ  --  เขาคงไม่อนุญาตหรอก  ฉันคิดว่านะ”  คำตอบของเธอทำให้ใบหน้าของเด็กชายหัวแผลเป็นเศร้าหมองและผิดหวัง  เฟริน่าจึงรีบพูดต่อไปว่า  “แต่เดี๋ยวฉันจะลองขออนุญาตดูก่อน  ถ้าไม่เป็นอะไร  ฉันจะเดินไปรับนายที่บ้านพวกเดอร์สลีย์เอง” 

แล้วเด็กชายผมยุ่งก็ยิ้มกว้าง  ดวงตาสีเขียวใสเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นยินดี

“จริงๆนะ!  เธอห้ามโกหกให้ฉันดีใจเชียวนะ”  เขาร้องถาม

“ฮื่อ  คราวนี้ฉันไม่โกหกนายหรอก  แต่ต้องรอให้ฉันได้รับอนุญาตก่อนนะ”  เธอตอบพลางนึกสงสัยว่าพ่อมดชราจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้  แล้วแฮร์รี่ก็ดึงเธอเข้ามากอดแน่นๆอีกครั้ง

“ฉันดีใจที่สุดเลย  เฟริน่า!“  เขาร้อง  “ต่อไปนี้ปิดเทอมหน้าร้อนของฉันก็ไม่เลวร้ายอีกต่อไปแล้ว  ต่อให้มีพวกเดอร์สลีย์เป็นสิบคนก็เถอะ”  คำพูดของเขาเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กหญิงได้เป็นอย่างดี  แล้วแฮร์รี่ก็รีบดันตัวเธอออก

“จริงสิ  ดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาอยากให้เธอช่วยร่างประกาศหาอาจารย์วิชาป้องตัวจากศาสตร์มืด  เขาเพิ่งบอกว่าอย่าลืมบอกเธอ  ฉันเองก็ต้องรีบไปโรงนกฮูกส่งจดหมายให้เขารีบปล่อยตัวแฮกริดแล้วล่ะ” 

“ฮื่อ”  เธอพยักหน้า  แล้วเด็กทั้งสองก็เดินแยกกันไป 

เฟริน่าเดินครุ่นคิดไปตลอดทางว่าเธอจะบอกเรื่องที่แฮร์รี่รู้ว่าเธอมีบ้านอยู่ใกล้กับเขาว่ายังไงดีที่จะไม่ทำให้อาจารย์ใหญ่โมโหเธอ  และเมื่อประตูห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัลปรากฏสู่สายตา  เธอก็เคาะประตูห้องและรีบผลักเข้าไป  ดัมเบิลดอร์ยังอยู่หลังโต๊ะทำงานโดยมีฟอกส์เกาะอยู่บนบ่า  เด็กหญิงปิดประตูไล่หลัง  และเดินไปทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงาน

“ฉันอยากให้เธอเล่าเรื่องตอนที่ทอม   ริดเดิ้ลบังคับเธอลงไปที่ห้องแห่งความลับกับเขา”  พ่อมดชราเข้าเรื่องทันที

ดังนั้น  เฟริน่าจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมด  ตั้งแต่มาดามพินซ์ที่น่าจะโดนสะกดใจ ไปจนถึง ริดเดิ้ลพูดถึงเรื่องที่จินนี่เขียนสมุดบันทึก  เขาให้เธอเห็นภาพแปลกๆถึงบ้านไม้หลังหนึ่ง  และเขาพยายามค้นหาว่าสิ่งนั้นคืออะไร รวมทั้งเขาพยายามบีบบังคับให้เธอไปกับเขา  และกักขังเธอไว้ในรูปสลักสลิธีริน  จนกระทั่งแฮร์รี่และเดรโกโผล่มาเพื่อช่วยเธอ  และจบลงที่อาจารย์ใหญ่ต่อสู้กับริดเดิ้ล

และเมื่อเด็กหญิงเล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว  ดัมเบิลดอร์ที่นั่งหลับตากุมมือเหี่ยวย่นประสานกันอยู่บนโต๊ะก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา  เฟริน่าอยากจะรู้ว่าพ่อมดชราคิดว่าเรื่องที่ริดเดิ้ลพยายามบอกเธอมันคืออะไร  และจอมมารหนุ่มคิดขึ้นมาเองเพื่อหลอกเธอ  หรือมันคือเรื่องจริง  แต่ดัมเบิลดอร์ยังคงนั่งนิ่งไม่พูด  ดวงตาสีฟ้าใสดูหม่นหมอง

“เธอคงสงสัยใช่มั้ยว่าสิ่งที่ริดเดิ้ลพูดและแสดงให้เธอดูมันคืออะไร”  เขาเอ่ยขึ้นในที่สุดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ค่ะ  ศาสตราจารย์  --  มันดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก  เขาบอกว่า  --  มันติดตัวหนูมา  มันคืออะไรหรือคะ”  เธอถามพลางจ้องหน้าชายชราที่บัดนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเรียบเฉยราวกับรูปสลัก

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”  ดัมเบิลดอร์ตอบ 

“แล้ว  --  แล้วศาสตราจารย์รู้หรือเปล่าคะว่าหนูมีมัน”  เธอถาม

ชายชราละสายตาจากเธอไปที่เตาผิง  ก่อนจะเอ่ยว่า

“ใช่  ฉันรู้”

“แล้วทำไมศาสตราจารย์ถึงไม่เคยบอกหนูล่ะคะ!”  เฟริน่าถามเสียงดังอย่างลืมตัว  “หนูขอโทษค่ะที่เสียงดังไปหน่อย”

“เฟริน่า...”   พ่อมดชราเอ่ยช้าๆและหันกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง   “ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอมีติดตัวมันคืออะไร  นั่นแหละจึงเป็นสาเหตุที่ฉันไม่ได้บอกกับเธอ”   

เฟริน่านั่งก้มหน้ามองมือตัวเอง   เด็กหญิงเผลอกัดริมฝีปากแน่น  เธอนึกสงสัยว่าถ้าขนาดดัมเบิลดอร์ยังบอกว่าไม่รู้เลย  แล้วเธอจะหาคำตอบได้จากที่ไหน

“แต่ฉันรับรองว่าเธอไม่ต้องร้อนใจเรื่องนี้ไป  มันไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นหรอก  และฉันคิดว่าเธอควรปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”  อาจารย์ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  เฟริน่าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ร่วงโรยไปตามวัยและเห็นดัมเบิลดอร์ทอดสายตามองเธอด้วยความเมตตา  “ฉันอยากให้เธอใส่ใจเรื่องเรียนมากกว่าในตอนนี้  อะไรที่ทอม  ริดเดิ้ลพยายามที่จะบอกกับเธอ...  เฟริน่า  เธอก็รู้ดีว่าเขามีวิธีหลอกล่อผู้คนให้หลงเชื่อในคำพูดของเขา”

“แต่สิ่งที่เขาให้หนูเห็น  --  สิ่งที่อยู่ในบ้านหลังนั้น  มัน  --  ตอนที่มันพยายามจะพังประตูออกมา  หนูรู้สึกกลัวมากเลยค่ะ  ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามแต่  หนูไม่อยากให้มันพังประตูออกมาได้เลย  ศาสตราจารย์คิดว่ามันมีสิทธิที่จะหลุดออกมาหรือเปล่าคะ”  เธอถามอย่างกระวนกระวาย 

ดัมเบิลดอร์ทอดสายตามองเธอ  เขาไม่ตอบเธอในทันที  แต่ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปที่มุมห้อง  แล้วเฟริน่าก็เห็นเขายกกาน้ำมาที่เตาผิงและเริ่มต้มน้ำ  เด็กหญิงมองตามทุกการกระทำพลางนึกสงสัยว่าทำไมเขาไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์เหมือนทุกที  ดัมเบิลดอร์เดินกลับไปที่มุมห้องอีกครั้ง  พ่อมดชราหยิบถ้วยมาสองใบ  จากนั้นเขาก็เปิดกระปุกใบหนึ่งและตักผงสีน้ำตาลเข้มใส่ถ้วย   เฟริน่าเห็นเขายกถ้วยสองใบมาที่โต๊ะทำงาน  ก่อนจะเดินไปที่กาต้มน้ำ   ดัมเบิลดร์หยิบไม้กายสิทธิ์มาแตะที่กาน้ำ  มีเสียงฟู่ๆเบาๆ  แล้วชายชราก็ยกกาน้ำมา  และเทน้ำร้อนใส่ถ้วยทั้งสองใบ  เขายังคงไม่พูดอะไร  แต่ง่วนอยู่กับการชงช็อกโกแลตร้อน

“เรื่องนี้เธอก็ไม่ต้องกังวลใจไป”  เขาเอ่ยขณะใช้ช้อนคนช็อกโกแลตร้อนในถ้วย  “ตราบใดที่เธอยังพกไม้กายสิทธิ์ไว้กับตัว”

“หมายความว่ายังไงคะ”  เฟริน่ารีบถาม  ตอนนี้ดัมเบิลดอร์เดินกลับมานั่งลงหลังโต๊ะทำงาน  เขาเลื่อนถ้วยมาตรงหน้าเธอ

“ดื่มซะก่อน  แล้วฉันจะอธิบายให้เธอฟัง”  เขาบอกกับเธอ 

เด็กหญิงทำตามอย่างไม่อิดเอื้อน  และทันทีที่รสหอมหวานสัมผัสกับลิ้น  เธอก็ดื่มเข้าไปเสียหลายอึก  ความอุ่นของช็อกโกแลตร้อนทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและสบายตัว  เฟริน่าวางถ้วยที่ช็อกโกแลตพร่องไปครึ่งหนึ่ง  และเริ่มจ้องหน้าอาจารย์ใหญ่อย่างตั้งใจฟัง

ดัมเบิลดอร์จ้องมองเธอ  เขาไม่ได้แตะช็อกโกแลตร้อนของตัวเองเลย 

“เอาล่ะ  สิ่งที่ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร  มันมีพลังอำนาจมาก  และการที่เธอจะควบคุมมัน  --  ถ้าเธอจำได้เมื่อตอนที่โอลิแวนเดอร์บอกกับเธอเรื่องความเป็นมาของไม้กายสิทธิ์เมื่อปีที่แล้ว  เขาบอกว่ามันทำมาจากต้นไม้กินคน  เธอจำได้ใช่ไหม”

“จำได้ค่ะ  คุณโอลิแวนเดอร์บอกว่ามันเป็นไม้กายสิทธิ์ต้องคำสาป  และ  --  เอ่อ  มันดื่มกินพลังชีวิตของพ่อมดแม่มดที่เป็นเจ้าของ  และไม่เคยมีใครอายุยืนเมื่อครอบครองมัน  แต่หนูไม่มีทางเลือกจริงๆค่ะ  หนูยังเผลอทำลายไม้กายสิทธิ์สามอันไปโดยไม่ตั้งใจ  ตอนนั้นไม่มีไม้กายสิทธิ์ในร้านยอมเลือกหนูเลย  มีแต่มันเท่านั้น”  เธอพูดด้วยน้ำเสียงอย่างยอมจำนน  “ศาสตราจารย์คะ  แล้วหนูจะอายุสั้นเหมือนเจ้าของคนก่อนๆมั้ยคะ  หนูเคยลองคิดว่าถ้ามันเลือกหนู  บางทีมันอาจจะไม่ทำแบบนั้นเหมือนที่เคยทำกับเจ้าของคนก่อนใช่มั้ยคะ  หนูยังจำคำพูดของคุณโอลิแวนเดอร์ได้อยู่เลย  เขาบอกว่ามันร้อนใจมาก  ถ้าหนูไม่ยอมเป็นเจ้าของมัน”  เฟริน่าถามถึงเรื่องที่เธอคับข้องใจมานาน  ดัมเบิลดอร์ตั้งใจฟังเธอทุกคำพูด  เขายกยิ้มที่มุมปาก

“เธอเป็นคนที่เก็บรายละเอียดและความจำดีจริงๆ”  เขาชม  เฟริน่าขยับตัวบนเก้าอี้อย่างขัดเขิน  “ใช่  มันดื่มกินพลังชีวิตคนที่เป็นเจ้าของ  และตอนนี้มันก็ทำกับเธอเหมือนกับที่มันเคยทำ”

คำตอบของพ่อมดชราทำให้เฟริน่าเบิกตาโตด้วยความขวัญเสีย

“งั้น  --   งั้น  หนูควรรีบทิ้งมันไปให้ไกลเลยใช่มั้ยคะ”  เธอถาม  ดัมเบิลดอร์หัวเราะน้อยๆ

“ฉันขอโทษทีที่ฉันพูดไม่ชัดเจนจนทำให้เธอต้องตกใจกลัว  เฟริน่า”  เขายิ้มน้อยๆให้เธอ 

“ยังไงหรือคะ”  เธอละล่ำละลักถาม

“ฉันขอถามเธอก่อนว่า  เธอรู้สึกอย่างไรเมื่อได้อยู่ใกล้ไม้กายสิทธิ์ตัวเอง  โดยเฉพาะเวลาที่เธอสัมผัสมัน”  พ่อมดชราถามและจ้องมองที่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอกซเรย์ 

“มันทำให้หนูรู้สึกอุ่นดีค่ะ  บางครั้งหนูก็รู้สึกหนาวขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ  แต่พอหนูแตะมัน  หนูก็รู้สึกร่างกายอบอุ่นทันทีเลย  มันหมายความว่ายังไงหรือคะ”

ดัมเบิลดอร์ขยับตัวตรง  ก่อนจะเริ่มพูดช้าๆ  “ไม้กายสิทธิ์ของเธอมันดื่มกินพลังของสิ่งที่ติดตัวเธอมาแทนที่จะกินจิตวิญญาณของเธอ  ดังนั้น  เวลาที่เธอรู้สึกหนาว  นั่นคืออาการที่เจ้าสิ่งที่ติดตัวเธอมามันพยายามจะพังประตูออกมา  แต่ไม้กายสิทธิ์ของเธอข่มมันไว้  และฉันขอถามอีกสักคำถาม...  ตอนที่เธอเข้าไปในร้านคุณโอลิแวนเดอร์  เธอรู้สึกอย่างไร”

เฟริน่านึกทบทวนเหตุการณ์วันนั้น 

“หนูรู้สึกอยากออกไปจากร้านให้เร็วที่สุดเลยค่ะ  มันเหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามบอกกับหนูแบบนั้น”

ดัมเบิลพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“แล้วเกิดอะไรขึ้นอีก”

“ตอนเลือกไม้กายสิทธิ์  หนูทำไม้พังไปตั้งหลายอันค่ะ  อันแรกไม้หัก  อันที่สองมันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ  และอันที่สามมันลุกเป็นไฟและเผาไม้กายสิทธิ์เป็นจุณเลยล่ะค่ะ  ขนาดคุณโอลิแวนเดอร์พยายามดับไฟแล้ว  มันก็ไม่ยอมหยุด”  เธอตอบ  เด็กหญิงยังจะเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดีและรู้สึกขนลุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ฉันขอเดานะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้น  เจ้าสิ่งที่ติดตัวเธอมา  มันไม่ต้องการให้เธอถือครองไม้กายสิทธิ์สักอัน  มันถึงได้พยายามทำให้เธออยากออกจากร้าน  และทำลายไม้กายสิทธิ์ทุกอันที่เธอเลือก  แต่มีเพียงไม้กายสิทธิ์ของเธออันนี้  มันมีพลังอำนาจและ  --  ถ้าฉันจำไม่ผิด  ตะกละตะกรามใช่มั้ย  --  ที่ฉันจะบอกกับเธอก็คือ  ไม้กายสิทธิ์ของเธอข่มสิ่งนั้นและดื่มกินพลังของมัน”

คำอธิบายที่ฟังดูน่าพิศวงแต่กลับกระจ่างแจ้งถึงเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในวันนั้น  แล้วเฟริน่าก็นึกถึงมือของจอมมารหนุ่มที่เลือนลางอย่างรวดเร็ว

“งั้นก็แปลว่าที่มือของริดเดิ้ลเป็นแบบนั้นก็เพราะเขาครอบครองไม้กายสิทธิ์ของหนูนานเกินไปและใช้เวทมนต์ผ่านไม้ของหนู  มันเลยดื่มกินจิตวิญญาณจากตัวเขาใช่มั้ยคะ”  เธอร้องถามอย่างตื่นเต้นที่ได้พบความจริงของข้อสงสัย

ดัมเบิลดอร์ยิ้มและพยักหน้า

“ถูกต้องที่สุด  เขาถือมันไว้นานเกินไปและยังใช้ร่ายคาถา  มันจึงเริ่มดื่มกินจิตวิญญาณของเขา  และตอนนี้เธอคงเข้าใจแล้วใช่มั้ยว่าทำไมไม้กายสิทธิ์ต้องคำสาปถึงเลือกเธอ  เพราะมันรู้สึกถึงสิ่งที่ติดตัวเธอมา  และมันคงไม่อยากเสียอาหารอันโอชะของมันไป”

เฟริน่ากลืนน้ำลายอย่างหวาดๆเมื่อได้รู้ว่าทำไมมันถึงเลือกเธอ  ไม่ใช่เพราะว่าเธอมีอำนาจวิเศษอะไร  แต่มันอยากกินพลังของสิ่งที่ติดตัวเธอมาต่างหาก  ความจริงที่ได้รู้นี้ไม่ได้ช่วยให้เธอหายกลัวมันเลยสักนิด  แต่ถ้าให้เธอเลือกระหว่างครอบครองไม้กายสิทธิ์ต้องคำสาปไว้กับปล่อยเจ้าสิ่งนั้นหลุดออกมาจากหลังประตูบานนั้น  เธอเลือกยอมถือครองไม้กายสิทธิ์ต้องคำสาปดีกว่า

“ศาสตราจารย์คะ  หนูมีอีกเรื่องค่ะ”  เธอมีเรื่องที่ยังอยากจะถามเขา

“ว่ามาสิ”  ดัมเบิลดอร์หันไปยกช็อกโกแลตที่ตอนนี้หายร้อนขึ้นมาจิบ

“ถ้าสมมติว่าริดเดิ้ลพาหนูไปกับเขาสำเร็จ  อะไรจะเกิดขึ้นหรือคะ  เขาจะฆ่าหนูหรือเปล่า  แล้วตกลงที่ศาสตราจารย์บอกว่าการฟื้นคืนชีพของเขาไม่สมบูรณ์  ตกลงเขาจะไม่รอดใช่หรือเปล่าคะ  แต่หนูจำได้ว่าเขาเอาสมุดบันทึกไปด้วย  เศษเสี้ยววิญญาณจะไม่สูญสลายไปถ้าภาชนะที่มันสิงสู่ไม่ถูกทำลายนี่คะ”

“ฉันขอตอบคำถามข้อแรกก่อน  ถ้าริดเดิ้ลพาเธอไปสำเร็จอะไรจะเกิดขึ้น  เอาอย่างนี้นะ  เฟริน่า”  เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ฉันจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เขาพาเธอไปสำเร็จ  ตอนที่เซเวอร์รัสรีบมาบอกฉันว่าเธอถูกพาตัวไปห้องแห่งความลับ  ฉันก็รีบมาทันทีเท่าที่จะทำได้  ฉันจัดการส่งฟอกส์ให้ล่วงหน้ามาก่อนและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฮร์รี่จะทำลายสมุดบันทึกเล่มนั้นสำเร็จ  แต่พูดตามความจริงแล้ว   ฉันก็ยังมีความกลัว  เมื่อรู้ว่าเขายังไม่ยอมปล่อยเรื่องของเธอผ่านไป  และเท่าที่ฟังจากสิ่งที่เธอเล่า  เขาค่อนข้างสนใจสิ่งที่ติดตัวเธอมาก...  อาจจะเรียกว่ามากกว่าที่เขาสนใจในตัวแฮร์รี่เสียอีก  เขาเป็นพวกหิวกระหายและบ้าในอำนาจ  และเขาคงสัมผัสได้ว่าเจ้าสิ่งนั้นมันมีพลังมาก  และเขาคงต้องการใช้ประโยชน์จากมัน 

“และที่เธอถามฉันอีกว่าเขาจะฆ่าเธอหรือเปล่า  ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะมีวิธีไหนที่จะช่วงชิงสิ่งนั้นไปจากเธอ  แต่ตราบใดที่เขายังเอาสิ่งนั้นไปจากเธอไม่ได้  เขาจะไม่มีวันฆ่าเธอ  เขาต้องทำให้แน่ใจว่าเขาจะได้สิ่งนั้นมาอยู่ในมือตัวเองจริงๆ   เขาถึงจะฆ่าเธอในภายหลัง

“และสำหรับคำถามอีกข้อที่เธอถามฉันว่าริดเดิ้ลจะรอดหรือเปล่า  และเรื่องสมุดบันทึกนั่นที่เขานำไปด้วย  เธอเข้าใจถูกต้องเรื่องฮอร์ครักซ์  เศษเสี้ยงวิญญาณที่สิงสู่ในภาชนะจะไม่สูญสลายไป  ถ้าภาชนะนั้นไม่ถูกทำลายจนเสียหายและไม่อาจซ่อมแซมได้  และอย่างที่เธอรู้  เขานำสมุดบันทึกติดตัวไปด้วย  ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสรอด”

เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะเริ่มบีบมือตัวเองจนแดงช้ำเมื่อได้ฟังคำตอบ 

“อีกเรื่องค่ะ  หนูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีโครงร่างที่ชัดเจนเร็วนัก  ทั้งๆที่หนูจำได้ว่าในหนังสือบรรยายถึงตอนที่เขาเจอแฮร์รี่ในห้องแห่งความลับ  เขาต้องมีรูปร่างพร่ามัวไม่ชัดเจน  หนูไม่เข้าว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ค่ะ”

“เอาอย่างนี้นะ  เฟริน่า  เท่าที่ฉันฟังจากที่เธอเล่าทั้งหมด  ตั้งแต่เขาเริ่มสนใจในตัวเธอ  เขาก็คงคิดหาทางที่จะได้พบเธอมาตลอด  และเขาคงใช้พรสวรรค์ของเขากล่อมจินนี่  วีสลีย์จนเชื่อใจและถ่ายทอดจิตวิญญาณมากกว่าปกติ  ถ้าจะพูดให้ฟังง่ายๆก็คือ  เขาเร่งวิธีการฟื้นคืนชีพของตัวเองขึ้นมา  ยิ่งจินนี่ไว้ใจเขามากเท่าไหร่  เขาก็ยิ่งมีโอกาสฉกฉวยจิตวิญญาณของจินนี่ได้มากเท่านั้น  และจินนี่คงจะมีความลับมากมายจริงๆ  ซึ่งนั่นก็รวมถึงเรื่องที่เด็กน้อยคนนั้นอิจฉาเธออยู่ด้วย  นั่นคงเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ผิดที่ผิดทางอย่างที่มันควรจะเป็น  อย่างที่เธอรู้  เขากระหายในพลังอำนาจและพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา  เขาถึงขนาดกระทำการอุกอาจพยายามลักพาตัวเธอถึงสองครั้ง” 

“งั้นเราจะทำยังไงกันดีคะ  เท่ากับว่าตอนนี้มีจอมมารถึงสองคนที่มีโอกาสฟื้นคืนชีพ”  เฟริน่าถามอย่างไม่สบายใจนักกับความจริงที่เลวร้ายนี้

“ใช่  เธอพูดถูก  ตอนนี้เท่ากับว่าเรามีจอมมารถึงสองคนที่มีโอกาสฟื้นคืนชีพได้สมบูรณ์  ซึ่งวิญญาณต้นหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าที่อัลเบเนีย”

“งั้นเราควรมุ่งหน้าไปทำลายลอร์ดโวลเดอมอร์ที่ป่าอัลเบเนียเลยดีมั้ยคะ”  เธอถาม

“ไม่ได้หรอก  สายของฉันไม่ได้ยืนยันสถานที่แน่ชัด  ถ้าเราค้นหา  ฉันเกรงว่าทอม  ริดเดิ้ลจะล่วงรู้ที่อยู่ของวิญญาณต้น”

“งั้นเราควรทำยังไงดีคะ”

“ฉันรู้ว่าเธอหวาดกลัวเรื่องอะไร  เธอคงกำลังหวาดกลัวว่าพวกเขาจะร่วมมือกันใช่มั้ย  บอกตามตรงนะ  ฉันว่ามันมีโอกาสน้อยมากที่วิญญาณต้นกับเศษเสี้ยววิญญาณจะร่วมมือกัน  --  แต่ก็ไม่ได้หมายความฉันไม่หวั่นใจเรื่องที่วิญญาณทั้งสองชิ้นจะเจอกันหรอกนะ  แต่เรื่องที่พวกเขาจะร่วมมือกัน  ฉันว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้  และที่สำคัญเธอคงรู้เรื่องการเอาชิ้นส่วนวิญญาณที่แยกไปกลับคืนมา  มันเป็นขั้นตอนที่เจ็บปวดมาก  และความเจ็บปวดนั้นอาจทำลายเขาได้เลย  ทั้งวิธีการกลับคืน  ลอร์ดโวลเดอมอร์ต้องสำนึกผิด  คือรู้สึกสำนึกถึงสิ่งที่เขาทำลงไป  แล้วเธอคิดจริงๆหรือว่าคนอย่างเขาจะพยายามสำนึกผิดเพื่อนำเศษเสี้ยววิญญาณริดเดิ้ลวัยสิบหกกลับมารวมกับเขา  แล้วเธอคิดหรือว่าริดเดิ้ลในวัยสิบหกปีจะยอมกลับไปรวมกับวิญญาณต้น”

“เรื่องเอาเศษเสี้ยววิญญาณริดเดิ้ลที่แยกไปกลับคืนมา  หนูไม่คิดหรอกค่ะว่าลอร์ดโวลเดอมอร์จะพยายาม  แต่  --  ศาสตราจารย์คะ   ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ  หนูคิดว่าถ้าวิญญาณทั้งสองส่วนของเขาเจอกัน  และร่วมมือกัน  โอกาสที่เขาจะกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้งยิ่งมีสูงกว่าพึ่งพาผู้เสพความตายเสียอีก”

“เธอยังไม่รู้จักลอร์ดโวลเดอมอร์ดีพอ  เฟริน่า”

เด็กหญิงขมวดคิ้ว  นึกสงสัยว่าทำไมพ่อมดชราดูมั่นใจนัก  แล้วดัมเบิลดอร์ก็เริ่มพูดขึ้นต่อไปว่า

“จำได้มั้ย  เขามีนิสัยประหลาดที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองคนเดียว  และเธอคิดหรือว่าพวกเขาจะยอมร่วมมือกัน  เธอคิดจริงๆหรือว่าเขาจะยอมให้มีเจ้าแห่งศาสตร์มืดทีเดียวถึงสองคน  มันต้องมีวิญญาณชิ้นใดชิ้นหนึ่งถูกอีกชิ้นกำจัด  ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นเศษเสี้ยววิญญาณของเขาเองก็เถอะ  ลอร์ดโวลเดอมอร์ไม่มีทางสนใจหรอก  เขาคงกำจัดอีกชิ้นทันที  เพราะเขาต้องการทำเรื่องทุกอย่างเองคนเดียว  และเขาไม่เสียดายเศษเสี้ยววิญญาณที่เขาทำลายด้วย  เพราะเขาคิดว่าตัวเองยังมีฮอร์ครักซ์ที่แอบทำไว้อีกหลายชิ้น  และที่สำคัญ...   เศษเสี้ยววิญญาณริดเดิ้ล  เขาไม่รู้ว่าวิญญาณต้นซ่อนตัวอยู่ในป่าอัลเบเนีย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้ว่าตัวของเขาเองในอนาคตจะไม่ทำฮอร์ครักซ์ไว้ถึงเจ็ดชิ้น  เขาวางแผนการที่จะมีฮอร์ครักซ์ถึงเจ็ดชิ้นมาตั้งแต่สมัยเขารู้เรื่องฮอร์ครักซ์  ก่อนจะทำชิ้นแรกขึ้นมาเสียอีก  และถ้าเธอจำได้ดี  ริดเดิ้ลมีความทรงจำถึงช่วงอายุสิบหก  ดังนั้นเขาจึงยังไม่รู้ว่าตัวของเขาเองในอนาคตได้นำฮอร์ครักซ์ไปซ่อนที่ไหนบ้าง  แต่ที่ฉันพูดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ออกตามหาหรืออะไรหรอกนะ  ฉันคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นของเขา  คงนำเขาออกค้นหาว่าตัวเขาเองในอนาคตได้ดำเนินแผนการที่วางเอาไว้ไปถึงไหนบ้าง  ในไม่ช้าเขาจะต้องรู้ว่ามีฮอร์ครักซ์ซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง”

“แล้วถ้าเขารู้  เขาจะทำยังไงหรือคะ”

“ฉันไม่แน่ใจนัก  แต่ถ้าให้ฉันเดา  เขาคงหาทางป้องกันมันอย่างแน่นหนา  แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้หรอก  ตราบใดที่เขายังฟื้นคืนชีพไม่สมบูรณ์พร้อม  ริดเดิ้ลในตอนนี้คงต้องออกหาใครสักคนเพื่อช่วงชิงจิตวิญญาณมาเป็นของตัวเอง  และเธออย่าลืมว่าเขาถูกไม้กายสิทธิ์ดื่มกินจิตวิญญาณไป  มันคงสร้างผลกระทบต่อเขาไม่ใช่น้อย”

“งั้นแปลว่าตอนนี้เราก็ยังได้เปรียบอยู่  ศาสตราจารย์คิดว่าเราควรออกตามหาตัวเขาให้เจอและเอาสมุดบันทึกมาทำลายเลยดีมั้ยคะ”

“การตามหาตัวเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เฟริน่า  เธอต้องอย่างลืมว่าเขายังเป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ยังต้องอาศัยภาชนะ  เขาสามารถเข้าๆออกๆสมุดบันทึกได้  และตอนนี้ฉันเชื่อว่าเขาคงหนีไปซ่อนตัวไกลแล้ว  แต่ไม่ช้าหรอก  เขาจะกลับมาใหม่”

เฟริน่ากลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก  เมื่อเห็นสีหน้าของดัมเบิลดอร์เปลี่ยนมาเคร่งขรึมและจ้องมองเธออยู่

“เขาจะกลับมาลักพาตัวหนูไปอีกใช่มั้ยคะ”  เธอถามพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นแต่ไม่สำเร็จ

“ใช่”  ชายชราตอบอย่างขรึมๆ  “และนี่แหละเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าเขาจะไม่ออกตามหาฮอร์ครักซ์ชิ้นอื่นๆในตอนนี้  เพราะเขาสนใจเรื่องของเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด  อย่างที่บอกอาจจะมากกว่าที่เขาสนใจเรื่องแฮร์รี่ด้วย”

เฟริน่าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตของเธอจะพลิกผันไปมากขนาดนี้  แฮร์รี่ถูกจอมมารในปัจจุบันหมายหัว  ในขณะที่เธอถูกจอมมารในอดีตหมายตา  เด็กหญิงพยายามปลอบใจตัวเองว่าเธอยังโชคดีกว่าแฮร์รี่นักตรงที่จอมมารที่หมายหัวเธอนั้นยังไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่น่ากลัว  และเขาเพียงแค่ต้องการลักพาตัวเธอเท่านั้น  ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะฆ่าเธอทิ้งหลังจากช่วงชิงสิ่งที่ติดตัวเธอมาสำเร็จมันยังอีกยาวไกลเกินกว่าที่จะนึกถึง

“เฟริน่า...”  เสียงแหบชราแต่อ่อนโยนของอาจารย์ใหญ่ดึงเธออกจากความคิด  เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นไปและเห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนนั้นกำลังทอดมองเธอด้วยความรักและห่วงใย  “เธอไม่ต้องกังวลใจไป  ตราบใดที่ฉันยังอยู่  ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จ” 

เฟริน่ารู้สึกถึงความเมตตาและความอบอุ่นส่งผ่านทางน้ำเสียงของชายชรา  มันเป็นแบบนี้เอง...  ความรู้สึกมีคนคอยห่วงใย  รักและเอ็นดูมันเป็นอย่างนี้นี่เอง  เด็กหญิงจินตนาการมาตลอดว่าถ้ามีใครสักคนอุปการะและดูแลเธอเหมือนครอบครัว  เธอคงมีความสุขไม่น้อย  และพ่อมดชราก็มักทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นอยู่บ่อยครั้ง  เด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันกับความห่วงหาอาทรที่เขามอบให้เธอเสมอมา

“ขอบคุณค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอส่งยิ้มกว้างให้กับเขา  ดัมเบิลดอร์ลูบหัวเธอเบาๆ   “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับมาดามพินซ์คะ  หนูคิดว่าเธอน่าจะโดนสะกดใจใช่มั้ยคะ”

“ใช่  มาดามพินซ์โดนสะกดใจ  ตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรแล้ว  และตื่นมาโดยจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย  แต่ไม่ต้องเป็นห่วง  เธอกลับไปทำหน้าที่ต่อเหมือนเดิมแล้วล่ะ”

เฟริน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก  เธอไม่นึกโกรธที่บรรณารักษ์ห้องสมุดทำรุนแรงกับเธอ  เด็กหญิงเห็นฟอกส์ยืนส่ายโอนเอนอยู่บนบ่าของอาจารย์ใหญ่  มันกำลังใช้ดวงตาสีดำเหมือนลูกปัดจ้องมองเธอ 

“ฉันคิดว่าถึงเวลาที่เธอต้องไปห้องพยาบาลเสียแล้วล่ะ  ฉันมั่นใจว่าแฮร์รี่คงกระวนกระวานใจน่าดูว่าทำไมเธอถึงช่วยฉันร่างโฆษณาประกาศหาครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดนานนัก”  อาจารย์ใหญ่หัวเราะน้อยๆ  “รวมทั้งคุณมัลฟอยและวีสลีย์ด้วย  เขาต้องกำลังคิดว่าฉันเป็นตาแก่ที่ชอบใช้แรงงานเด็กอยู่แน่ๆ”

คำพูดของดัมเบิลดอร์ทำให้เฟริน่าอดหัวเราะคิกคักไม่ได้  แต่เธอก็รีบหยุดหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญได้อีกเรื่อง

“แย่แล้วค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอร้องด้วยความตกใจ

“อะไรหรือ”  ดัมเบิลดอร์ถามหลังจากที่เขาจ้องมองช็อกโกแลตที่เย็นแล้วในถ้วยอย่างเสียดาย

“เฮอร์ไมโอนี่กับเคลียร์วอเตอร์น่ะค่ะ  คือ  ที่ศาสตราจารย์เคยบอกให้หนูโกหกว่าวันนั้นหนูถูกทิ้งให้รอที่ห้องสมุด  แต่ถ้าสองคนนั้นฟื้น  พวกเธอต้องบอกแฮร์รี่กับคนอื่นแน่ว่าจริงๆแล้ววันนั้นเกิดอะไรขึ้น”  เฟริน่าคิดว่าเธอแย่แน่ๆถ้าถูกจับได้ว่าโกหก

“อ้อ  ไม่ต้องห่วง  เรื่องนั้นฉันให้เซเวอร์รัสจัดการแล้วล่ะ”  อาจารย์ใหญ่ยกยิ้มที่มุมปาก

“ยังไงหรอคะ”  เธอสงสัย

“เธอคงเคยได้ยินงานของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงเวทมนต์ใช่มั้ย  การปรับเปลี่ยนความทรงจำ  ฉันคิดว่าเซเวอร์รัสคงช่วยปรับเปลี่ยนความทรงจำเล็กๆน้อยๆกับคุณเกรนเจอร์และคุณเคลียร์วอเตอร์แล้วล่ะ”

คำตอบของชายชราทำให้เด็กหญิงถอนหายใจอย่างโล่งอก  แต่เมื่อเธอได้ยินชื่อของอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน  เธอก็อดถามอีกเรื่องไม่ได้ 

“แล้วเซเวอร์รัสก็รู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ  หนูหมายถึงเรื่องของหนูน่ะค่ะ” 

“เขารู้  และฉันเองที่คอยกำชับเขาเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเธอ”  ดัมเบิลดอร์ตอบ

“ศาสตราจารย์คะ  อีกเรื่องค่ะ  เรื่องสุดท้ายแล้วจริงๆ”  เธอรีบพูด

พ่อมดชราหัวเราะน้อยๆ  “ว่ามาสิ”

“คือ  ตอนปิดเทอมหน้าร้อนที่ผ่านมา  หนู  --  เอ่อ  --  “เฟริน่าพยายามคิดหาคำพูดดีๆที่จะไม่ทำให้ดัมเบิลดอร์โกรธเรื่องที่เธอทำความลับแตก  “  --  หนูแอบเฝ้าดูแฮร์รี่อยู่ห่างๆค่ะ  คือ  หนูช่วยมิสซิสฟิกทำตามหน้าที่น่ะค่ะ  จริงๆนะคะ  แต่ทีนี้  --  “ เธอยิ้มแหยๆและรีบก้มหน้ามองมือตัวเอง  เมื่อเห็นว่าดัมเบิลดอร์ยังคงจ้องมองเธออย่างตั้งใจฟัง  “  --  ด๊อบบี้น่ะค่ะ  เขาเห็นหนู  และเมื่อครู่นี้เขาก็บอกกับแฮร์รี่ว่าหนูคอยมาด้อมๆมองๆแฮร์รี่บ่อยๆ  แถม  --  เอ่อ  --  ด๊อบบี้แอบตามหนูไปที่บ้านและบอกกับแฮร์รี่ด้วยค่ะว่าบ้านที่หนูอยู่นั้นไม่ห่างจากบ้านแฮร์รี่เลย  แล้วที่นี้  --  “  เฟริน่าชำเลืองมองอาจารย์ใหญ่อย่างหวาดๆ  แต่ชายชรากำลังยิ้มให้เธออย่างใจดี  “  --  แฮร์รี่ก็เลยขอมาเที่ยวที่บ้านตอนปิดเทอมหน้าร้อนนี้น่ะค่ะ  แต่เขายังไม่รู้นะว่าหนูอยู่กับมิสซิสฟิก  เขารู้เพียงแค่บ้านหนูอยู่ใกล้กับเขาค่ะ”

“งั้นก็ให้เขามาสิ  ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นอีกต่อไปที่จะปิดแฮร์รี่เรื่องมิสซิสฟิก  เพราะเขาเพียงแค่รู้ว่ามีคนใกล้บ้านที่เกี่ยวข้องกับผู้วิเศษเท่านั้น  ไม่ได้รู้ว่าถูกจับตาดูความปลอดภัยของเขาอยู่  ฉันคิดว่าดีเสียอีก  ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น  เขาจะได้มีที่ปลอดภัยอีกแห่ง”

“ขอบคุณค่ะ  ศาสตราจารย์”  เธอพูดด้วยความดีใจ และรีบลุกขึ้นยืน  แต่แล้วเธอก็รีบทิ้งตัวลงใหม่  “ศาสตราจารย์คะ  มีอีกเรื่องค่ะ”  เด็กหญิงเห็นดัมเบิลดอร์หัวเราะเมื่อเห็นเธอยิ้มแหยๆ

“มีอะไรกวนใจเธออีกงั้นหรือ”

“จินนี่ค่ะ  ในเมื่อริดเดิ้ลเอาสมุดบันทึกไปด้วย   แถมเขายังช่วงชิงจิตวิญญาณของจินนี่ไปตั้งมากมาย  จินนี่จะเป็นยังไงคะ”  เธอถามอย่างกลัวๆ

“จินนี่  วีสลีย์คงต้องรักษาตัวไปอีกนานเลยล่ะ  ฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวคงต้องมีการส่งตัวแม่หนูน้อยที่น่าสงสารคนนั้นไปที่โรงพยาบาลเซนต์มังโก  นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก  ฉันคิดว่าจินนี่คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”  ดัมเบิลดอร์ตอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“มันจะแย่มากเลยหรือคะ”

“ฉันจะไม่โกหกเธอหรอกนะ  แต่มันจะแย่มากจริงๆ  จินนี่จะอ่อนแอทั้งทางจิตใจและร่างกาย  เธอใกล้ชิดและมีความผูกพันกับฮอร์ครักซ์มากเกินไป  มันจึงส่งผลเสียหายอย่างมาก” 

“แล้วเราไม่มีทางรักษาให้หายได้หรือคะ”

ดัมเบิลดอร์สั่นหัวช้าๆ  “ไม่มีอะไรทดแทนจิตวิญญาณที่จินนี่สูญเสียไปได้  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเยียวยาเลย  คงทำได้เพียงประคับประคองอาการเธอไปเท่านั้น  เซเวอร์รัสคงต้องปรุงยาบางชนิดให้จินนี่ดื่ม”

“แต่จินนี่จะไม่  --  จะไม่  --  “

“ไม่  จินนี่จะไม่ตาย  แค่อ่อนแอลงเท่านั้น”  

ความจริงอันน่าเศร้านี้ทำให้ความอยากอาหารของเฟริน่าลดลงอย่างรวดเร็ว  เด็กหญิงนั่งอยู่เงียบๆและจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเศร้าหมอง

“เธอควรรีบไปห้องพยาบาลได้แล้วล่ะ  และอย่าลืมลงไปร่วมงานเลี้ยงฉลองด้วยนะ”  เสียงแหบชราของดัมเบิลดอร์ดึงเธอออกจากความรู้สึกหดหู่

“หนู  --  หนูคงกินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ”  เธอตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“เฟริน่า  ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ”  พ่อมดชราบอกอย่างนุ่มนวล  และเมื่อเขาเห็นว่าเด็กหญิงยังคงนั่งนิ่งเงียบ  เขาจึงเอ่ยต่อไปว่า    “รู้อะไรมั้ย  ไม่มีเวทมนต์บทใดที่จะเยียวยาผู้ป่วยได้ดีไปมากกว่าความรัก  จินนี่โชคดีมากที่มีครอบครัวที่รักเธอ  และฉันเชื่อว่าความรักจะเยียวยาจินนี่ให้กลับมาดีขึ้นในที่สุด”




________________________________________________

ก่อนอื่นเลย  ไรท์อยากขอขอบคุณรีดที่กดแนะนำฟิคเรื่องนี้นะคะ  หลังจากที่ได้คุยกับ  Achyls  ถึงเพิ่งรู้ว่ามีหน้านิยายแนะนำด้วย  ไม่เคยเห็นมาก่อน  ก็เลยลองกดเข้าไปดูบ้าง  และเห็นฟิคตัวเองในนั้น  ไรท์ขอบคุณรีดที่กดแนะนำนะคะ  ดีต่อใจไรท์มากกกกกกกก  (กอไก่ล้านตัวยาวไปถึงอีกจักรวาลหนึ่ง)   //จะพยายามต่อไปค่ะ  รู้สึกฮึกเหิม  ปกติเข้าเด็กดีมาก็กดค้นหานิยายอย่างเดียว  ไม่เคยเห็นว่ามีแนะนำด้วย  เอาจริงๆ  ไม่เคยมองปุ่มอะไรในเว็บเด็กดีนอกจากปุ่มค้นหานิยาย  แต่พอมาแต่งฟิค  ไรทก็จะเห็นอีกปุ่มที่สองคือปุ่มแต่งนิยาย  ฮาาาา  ไม่เคยสนใจปุ่มอื่นเลย





          ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายก็จบเล่มสองแล้วค่ะ  อยากจะบอกว่าตอนที่เพิ่งอัพนี่ก็เหนื่อยไม่แพ้กันเลย  โฮฮฮฮฮฮ  รู้สึกเหมือนโดนสูบพลังชีวิต  ต้องนั่งนึกว่าจะให้หนูเฟถามอะไรบ้าง  แล้วดัมเบิลดอร์ตอบอะไรบ้าง    เรื่องต้นไม้กินคนนี่มีอยู่จริงๆนะคะ  เขาว่ากันว่าอยู่บนเกาะมาดากัสการ์  เป็นตำนานอาถรรพ์ประจำเกาะของชนเผ่าเลยก็ว่าได้  ขอยกรูปมาให้ดูก่อน  

ต้นไม้กินคน Ya-te-veo ("I see you") ในความเชื่อของอเมริกากลาง จาก Land and Seaโดย J.W. Buel พ.ศ. 2430



  

               ตำนานต้นไม้ปริศนาเริ่มมาจากนักเดินทางชาวเยอรมันชื่อ  คาร์ล  ลิซ  ในช่วงศตวรรษที่  19  เขาเล่าถึงต้นไม้ปริศนาบนเกาะมาดากัสการ์ในจดหมายว่า  ชาวปิ๊กมี่เผ่าหนึ่งมักมีพิธีกรรมบูชาต้นไม้ประหลาด  โดยในพิธีกรรมนั้นพวกชาวบ้านจะนำคนที่เป็นเหยื่อมาบูชายัณต้นไม้ดังกล่าว  ก่อนที่ต้นไม้จะรัดเหยื่อจนขาดใจตายไป  แล้วพวกชาวบ้านก็จะมาดื่มกินน้ำจากต้นไม้ต้นนั้น  โดยน้ำที่ออกมาต้นไม้มีสีเหมือนน้ำผึ้งผสมเลือด  ทำให้มึนเมา  พอคาร์ล  ลิซกลับไปสำรวจที่ต้นไม้อีกครั้ง  ก็พบเพียงหัวกะโหลกใต้ต้นไม้เท่านั้น  บรื๋ออออออ  ขนลุกมากค่ะ  แล้วเรื่องที่เล่าในจดหมายของคนนี้เขาก็ดังจนได้ตีพิมพ์ราวๆปี 1878   มีคนสนใจมากจนนำไปแปลหลายภาษา  แล้วก็มีคนสนใจและสงสัยว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า  และมันอยู่ตรงไหนของเกาะ  แต่นักพฤกษาบางกลุ่มก็ออกมาโต้แย้งว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลค่ะ  ต้นไม้นี้ไม่มีอยู่จริง  แล้วก็หาว่าคาร์ล  ลิซเนี่ยโกหก  ประเด็นก็เลยจบ  แต่ต่อมาในปี  1920  หนังสือพิมพ์อเมริกันวีคลี่ก็เขียนปลุกเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่  คนที่อ่านและชื่นชอบความลี้ลับของต้นไม้ก็เดินทางไปค้นหา  แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ  แต่ทว่าสิ่งที่ทุกคนไปสำรวจและได้สอบถามคนที่อาศัยอยู่บนเกาะ  โดยชนเผ่าทุกคนต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเคยพบต้นไม้กินคนนี่ค่ะ  //โอ๊ยยย  จะเป็นลม  น่ากลัว    แต่นักพฤกษาก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้น่ะไม่จริง    และท้าเลยค่ะว่าใครพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริงจะให้เงินรางวัลหนึ่งหมื่นเหรียญเลยทีเดียว    และเล่ากันว่า  คนที่ชื่อ  แอล  เฮิร์สเนี่ยถ่ายรูปต้นไม้มาให้เหล่านักพฤกษาศาสตร์ดู  แต่ปรากฏว่าเป็นของปลอมซะงั้น  จึงทำให้เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาลี้ลับต่อไป  ข้อมูลจาก  เว็บใต้รูปเลยค่ะ    
               ตอนไรท์คิดพล็อตฟิคใหม่ๆ  ไรท์ก็นึกเลยค่ะว่าไม้กายสิทธิ์หนูเฟเนี่ยต้องไม่เหมือนใคร  แล้วอยู่ๆต้นไม้กินคนก็แวบเข้ามาในหัว  แล้วก็เริ่มค้นข้อมูล  ตอนแรกไรท์นึกถึงต้นไม้ที่มันเป็นฝักล่ะ  แบบมีง่ามไว้ดักแมลงไรงี้  แต่พอค้นจริงๆ  ดันเจอว่ามีตำนานต้นไม้กินคน  ก็เลยค้นต่อ  ตอนอ่านคนเดียวเนี่ย  ในห้องเงียบๆตอนตีสองตีสามค่อนข้างวังเวงมากค่ะ  ตอนเช้าทำงานไม่ว่าง  แล้วพล็อตดันมาแล่นเอาตอนมืดๆ  เลยต้องลงมือค้น  เห็นภาพแล้วน่ากลัวมากกกก  สยอง  นั่นแหละค่ะที่มาของไม้กายสิทธิ์หนูเฟ  ส่วนแกนกลางยังไม่เฉลยนะคะ  คงเฉลยปมทีละนิดทีละหน่อย  เดี๋ยวไม่สนุก  
               ตอนนี้สงสารจินนี่มากกกก  แต่ไรท์พยายามค้นนะเรื่องฮอร์ครักซ์เนี่ย  แล้วมันไม่มีกรณีเดียวกับจินนี่ให้อ่านว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ถ้าถูกขโมยจิตวิญญาณ  รีดคงสงสัยใช่ไหมว่า  แล้วทำไมไรท์ถึงไม่แต่งให้จินนี่หายดี  แบบป๋าเนปปรุงยาให้หนูจินนี่กินแล้วหาย  คำตอบคือ  ลองคิดดูนะคะว่าสิ่งที่จินนี่สูญเสียไปคือจิตวิญญาณค่ะ  ถ้ามันหามาทดแทนง่ายขนาดนั้น  ป่านนี่พี่ทอมคนโฉดหรือโวลเดอมอร์คงหายาวิเศษหรือคาถามาใช้แล้วล่ะค่ะ  ดังนั้น  งานมโนของไรท์ก็มาอีกแล้วค่ะ  ท่านผู้ชม  เคยมีคนถามป็าเจเคในทวีตว่า  ถ้ามีโอกาส  ป้าเจเคอยากทำฮอร์ครักซ์เป็นของตัวเองไหม  ป้าเจเคตอบว่าไม่อยากค่ะ  เพราะมันชั่วร้าย  และวิธีการก็นะ  ฆ่าคนเพื่อฉีกวิญญาณมาทำ  ไรท์ก็เลยคิดเอาจากที่ป็าเจเคตอบ  ถ้ามีหนทางอื่นที่เราสามารถเป็นอมตะได้  โดยไม่ต้องทำฮอร์ครักซ์  คงมีคนทำไปแล้ว  ถ้ามีหนทางอื่นที่สามารถสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องฉกชิงมาจากใคร  พี่ทอมคนโฉดคงทำไปแล้ว  ดังนั้นไรท์เลยมโนเอาว่า  ถ้าใครสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว  ก็คงหามาทดแทนใหม่ไม่ได้อีก  แล้วไรท์ก็เปรียบเรื่องผลข้างเคียงของดัมเบิลดอร์ที่ไปลองใช้แหวนที่พบในบ้านตระกูลก๊อนแล้วมือข้างหนึ่งแห้งเกรียมรักษาไม่หาย  เลยโดนป๋าเนปดุ  ดัมเบิลดอร์เลยต้องกินยาที่ป๋าปรุง  แต่ถึงอย่างนั้นก็ช่วยได้เพียงให้ดัมเบิลดอร์มีชีวิตอยู่แค่ปีเดียว  ความเสียหายจากฮอร์ครักซ์นี่ร้ายแรงมากจริงๆ  ไรท์ก็เลยเอามาเทียบกรณีจินนี่ค่ะ  ผลก็เลยจำเป็นต้องแต่งว่าหนุูจินนี่เนี่ยไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม  เพราะเธอสูญเสียจิตวิญญาณไป  และดันใกล้ชิดทางอารมณ์มีความผูกพันธ์กับฮอร์ครักซ์จนตัวเองอ่อนแอ  ส่งผลกระทบเสียหายทั้งต่อจิตใจและร่างกาย  ดังนั้นรีดอย่าเพิ่งคิดว่า  ไรท์ไม่ชอบจินนี่หรือเปล่า  ถึงได้ให้หนูจินนี่ไม่มีทางหายดี  คำตอบคือไม่ใช่นะคะ  ไม่ชอบ  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไรท์เกลียดจินนี่นาาา   และพี่ทอมคนโฉดจำเป็นต้องรอดค่ะ  ถ้าขาดจิตวิญญาณหนูจินนี่ไปแล้ว  พี่ทอมคนโฉดสูญสลายแน่นอน  แต่ก็นะ  ไรท์ยังคิดว่า  ในเมื่อดัมเบิลดอร์ยังมีชีวิตมาได้ปีหนึ่งหลังจากกินยาที่ป๋าเนปปรุงเลย  ไรท์ก็เลยคิดว่าจินนี่คงต้องกินยานั่นแหละค่ะ   แต่จินนี่ไม่ตายนะบอกเลย  ไรท์ทำไม่ลงหรอก  สงสารครอบครัววีสลีย์  ขนาดตอนอ่านต้นฉบับแล้วรู้ว่าเฟร็ดตาย  ไรท์ยังร้องไห้เลยล่ะค่ะ  แงงงงง  เราเปลี่ยนเรื่องดีกว่า   
ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.muggle-v.com/1548 
                    สำหรับ  วิญญาณต้น  หลายคนอาจงงๆได้  มันหมายถึงว่าวิญญาณหลักนั่นแหละค่ะ  ส่วนวิญญาณเศษเสี้ยวคือส่วนที่ถูกฉีกและถูกร่ายคาถาห่อหุ้มและซุกซ่อนใส่ภาชนะ  เช่นสมุดบันทึก  เป็นต้น  ดังนั้นที่แฮร์รี่เจอตอนปีหนึ่งกับที่ซ่อนอยู่ในป่าเนี่ยคือวิญญาณต้นนะ  ส่วนพี่ทอมคนโฉดเป็นแค่เศษเสี้ยววิญญาณค่ะ   ดังนั้นถ้าจะรวมกัน  พี่ทอมคนโฉดคงได้กลายเป็นโวลเดอมอร์ที่ไร้จมูกแน่ๆ  และไรท์เองก็คิดนะว่า  อย่างพี่ทอมคนโฉดคงไม่ยอมแน่  คงรู้สึกเหมือนถูกวิญญาณต้นกลืนกินน่ะ  ไม่มีอิสระทำอะไรด้วยตัวเอง  แถมการนำชิ้นสวนวิญญาณกลับคืนมา  อย่างที่ดัมเบิลดอร์อธิบายให้หนูเฟฟังนั่นแหละค่ะ  โวลเดอมอร์ไม่มีทางสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำไปหรอก
                    อีกเรื่อง  ไรท์ว่าตอนทีแล้วดัมเบิลดอร์เท่มากจริงๆนั่นแหละ  คือรักเลยตัวละครตัวนี้   ทั้งรักและเทิดทูนนนนนน  กรี๊ดหนักมาก  ถถถถถ
เห็นหลายคนใช้ #พี่ทอมคนโฉด  น่ารักมาก  อ่านแล้วฮาสุดๆ  ส่วน  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์  กับ  #ดัมเบิลดอร์พระเอก ไรท์ก็ชอบนาาา  ไว้ติดแฮชแท็กเวลาพูดถึงท่านอาจารย์ใหญ่   ขออนุญาตผู้ริเริ่ม   Aiko cg /  Lianna-milky / [:: - Oni' [N a N a H o] Neko" - ::] 
สำหรับใครประสบปัญหาเรือรวมมิตรล้น หรือใจจริงไม่อยากไปเรือรวมมิตร  แต่อยากเหยียบแค่สองเรือ  ไม่เกินสามเรือ    Lianna-milky  มีทางออกให้เราค่ะ  ทำฮอร์ครักซ์ของตัวเองแยกกระจายไปซุกซ่อนตามเรือต่างๆที่เราหมายตาเอาไว้  ฮาาาาาา  เป็นความคิดที่ดีค่ะ  ขออนุญาตฉีกวิญ  --  เอ๊ย  --  นำไปใช้ค่ะ  ใครใคร่นำไปใช้ก็รักษาฮอร์ครักซ์และซ่อนกันไว้ให้ดีๆนะคะ  โดยเฉพาะใครเรือป๋าเนป  แต่อยากไปเรือป๋าซีเรียส  ทำฮอร์ครักซ์แอบไปซ่อนบนเรือป๋าซีเรียส  แต่อย่าให้ป๋าเนปรู้  หรือใครเรือป๋าซีเรียส  แต่อยากไปเรือป๋าเนป  ก็ทำฮอร์ครักซ์ไปซุกซ่อนที่เรือป๋าเนป  แต่อย่าให้ป๋าซีเรียสรู้  เย้!!! 
ปล. พรุ่งนี้งดอัพฟิคนะคะ  ไรท์ไม่สบายค่ะ  ขอพักรักษาตัวก่อน  แถมต้องสะสางงานด้วยค่ะ  ปวดหัวมากๆ  ช่วงนี้งานค่อนข้างทำให้ไรท์เครียดๆด้วยล่ะค่ะ  


*************************************************************

chs219                              ตอบจากตอน  Dungeon  ตอนนี้เรือเซด  เดี๋ยวสักพักก็มีเรือสำรองผุดขึ้นมาหลายลำ  เชื่อสิ  555555

panitin                          ถ้าพี่ทอมไม่โหด  พี่ทอมจะได้ตำแหน่ง  #พี่ทอมคนโฉด หรือคะ   55555  เนื้อเปลี่ยนแน่นอนค่ะ  โดยเฉพาะเล่มสามเนี่ย  ไรท์ยังกังวลๆอยู่เลยว่าบิดเนื้อเรื่องต้นฉบับแบบนี้หลายจะชอบกันหรือเปล่า  เพราะเนื้อเรื่องจะหนักขึ้นกว่าเล่มหนึ่งเล่มสองอีกเยอะเลยล่ะค่ะ

flameee                        วรั้ยยยยยยย  พี่ทอมคนโฉดรู้คงดีใจน่าดูเลย  มีคนชอบความโหดของพี่เค้า  ฮาาาาา

Achyls                              พี่ทอมคนโฉดไม่มีทางฉุดสำเร็จหรอก  ดัมเบิลดอร์คนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอม   5555  นอกเสียจากว่าพี่ทอมคนโฉดจะยกขันหมากมา  #พี่ทอมคนโฉด

หญิงปริศนา                          ทีมซีเรียสเตรียมคิคแฮชแท็กนะคะ  แต่ป๋าซีเรียสจะมาแบบไหน ต้องรออ่านๆๆๆ   กิกิ  มาแบบหลายคนคาดไม่ถึงเชียวล่ะ  ถถถถถถถ  ปู่ทอมคนโฉดเลยหรอ  ก็ดีนะ  อุ๊ย!!  หลบคำสาปพิฆาตก่อน

gingkornkaew21               อะไรคือรอหายไปคะ  ช่วยขยายความหน่อยค่ะ  ไรท์งง  ฮาาาาา

岭飞                                 ดัมเบิลดอร์บอกออกมาแล้วล่ะว่าพี่ทอมคนโฉดจะหวนกลับมาฉุดหนูเฟอีก  น่าสงสารหนูเฟนะ  แต่พี่ทอมคนโฉดจะมาแบบไหน  ต้องรออ่านค่ะ

Fantastic-29645                  คิดเหมือนกันกับไรท์เลยค่ะ  ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะให้ใครเป็นพระเอกดี  ตอนนี้เลยขอนอนคิดบนเรือรวมมิตรไปก่อนชั่วคราวค่ะ  ขอบคุณที่ชอบค่าาาา  มาต่อแล้วนาาาา  พี่ทอมคนโฉดเก็บสมุดไว้กับตัวค่ะ  ส่วนเซดยังไม่มาในตอนนี้  เพราะตอนนี้หนูเฟคุยกับดัมเบิลดอร์  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์  #ดัมเบิลดอร์พระเอก  

ลันลัน                              ม่ายยยยยย  นี่คือขัดใจที่พี่ทอมคนโฉดรอดใช่หรือเปล่าคะ  หรือหมายถึงทำไมไรทืตัดจบแบบนั้น  ถถถถ

Nun300                            หนูเฟผู้มักตกระกำลำบากต้องสู้ชีวิต  เป็นนางเอกฟิคไรท์ต้องอดทน  โดนบาซิลิสก์พุ่งชนต้องไม่ตาย  เดี๋ยวๆๆ  ผิดละๆๆ   อันนั้นตายชัวร์  5555  ปริศนาน่าจะจางหายไปบางส่วนแล้วนาาาตอนนี้

จิ้งจอกกอดลูกโลก            เชียร์พี่ทอม  ต้อง  #พี่ทอมคนโฉดค่ะ  

Natacha_i-sen                  ฮาาาาาา  ที่แท้ก็ชอบผู้ชายสายโฉดนี่เองงงง

Aiko cg                            ทำไมไรท์เห็นหลายคนอยากให้พี่ทอมคนโฉดฉุดกันจังเลยเนี่ย  ฮาาาาาา  #ป๋าเนปคนซึน  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์  #ดัมเบิลดอร์พระเอก  #แฮร์รี่สายเนียนและกล้าหาญ  #เดรโกสายห่วงใย  #เซดริกผู้ยึดั่นในหน้าที่พรีเฟ็ค  ขอยืม  #ดัมเบิลดอร์พระเอกไปใช้นาาา  ชอบๆๆ

Rairii                               ได้คำตอบเรื่องจินนี่แล้วนาาาาาา  ดัมเบิลดอร์มาตอบเองเลยเชียว  ไรท์ก็ประทับใจเดรเหมือนกันค่ะ  แงงงง ไม่มีใครสนใจหนูรี่เลยที่ฆ่ายาซิลิสก์ตาย  น่าสงสาร  ถูกหนูเดรผูไม่มีอาวุธติดต่อแย่งซีซะงั้น  ฮาาาาา

Liana-milky                      ตอนนี้ป๋๋าเนปบทมาอย่างสั้น  เพราะป๋าเนปมีหลายอย่างต้องทำ  ตอนนี้บทดัมเบิลดอร?่มาเยอะมากกกก  ส่วนเดรโกน่าปลายปลื้มจริงๆ  หนูหายขี้ขลาดแล้วหรือลูก  ขอยืม  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์ไปใช้นาาา  น่ารักมากกก  
ปล.1  ทำไมตอนแรกถึงไม่ชอบเดรล่ะคะ  ตอนไรท์เปิดฟิคใหม่มีแต่คนอยากอ่านบทเดรเร็วๆ  ถถถถ
ปล.2  มาแล้วค่าาา  ขอบคุณที่รอนะคะ
ปล.3  ว่างเมื่อไหร่มาอ่านก็ได้ค่า  ขอแค่มาอ่านก็พอออ
ปล.4  รักรีดที่สุด  จุ้ฟๆๆ
ปล.5  อุ๊ยชอบความคิดสร้างฮอร์ครักซ์มากกก  ต่อไปทุกคนจะได้ไม่ประสบปัญหาแยกร่าง  ตอนนี้ฉีกวิญญาณสร้างฮอร์ครักซ์ใส่เรือแทนนน  ความคิดดีมากค่ะ  //ยกนิ้วให้

mikazu                             แต่งมาลงเลยค่ะฟิคคู่สั้นๆ  ลงในคอมเม้นนี่ล่ะ  //ทำตาปิ๊งๆๆ

ยิปโซฟิลล่า                      ขอบคุณที่ชอบค่าาา  ดีใจที่อ่านฟิคนี้แล้วสนุกนะคะ  ไรท์เห็นรีดสนุก  ไรท์ก็ชื่นจายยยยค่ะ  55555  ดัมเบิลดอร์มาตอบแล้วนาา  ว่าพี่ทอมฉุดหนูเฟไปทำไม  #พี่ทอมคนโฉดจอมโหดร้ายยยย

[:: - Oni' [N a N a H o] Neko" - ::]           #ดัมเบิลดอร์พระเอก  ไรท์ชอบมาก  อย่างนี้ต้องขอยืมไปใช้ค่ะ  5555  ปู่ต้องมาอยู่แล้ว  ออกจากรักและเอ็นดูหนูเฟ  //ชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ  ชูมือขึ้นโบกไปมา
                                                                 พี่ทอมควรอุ้มหนูเฟแบบไหนดีล่ะคะ  ถ้าแบบเถื่อนนี่ต้องอุ้มพาดบ่า  ฮาาา //ทำฮอร์ครักซ์เลยหรออ  น่ากลัวไปนะ  เดี๋ยวๆๆ  แฝงความนัยอะไรหรือเปล่าเนี่ย  ว้ายยยย  เขินนนน
                                                                 ฟินตอนหนูเดรเอาตัวเอากำบังหนูเฟเหมือนกันค่ะ  อร๊ายยย  ทุ่มเททท  กบฏพ่อหรอ  คงน่าจะเริ่มมีความคิดหน่อยแล้วล่ะมั้ง(?)  เดี๋ยวสักพักมีตีกันแน่ๆ  ระหว่างหนูรี่กับหนูเดร

~@Min...฿$*.*                  ใช่ค่ะ  เราควรเลิกไอใส่กัน  แต่หันมา แค่ก  อ่าว ไออีกละ  ต้องกินยาแก้ไอด่วน  ไรท์ต้องตอบทุกคนแน่นอนค่ะ  ที่ใส่ใจรีดทุกคน  เพราะรีดอุตส่าห์เม้นให้กำลังใจไรทื  น่ารักกันทุกคนเลยยยยยย  จุ้ฟๆๆๆ
                                        #พี่ทอมคนโฉด  สายโหดค่ะ  ต้องทาถูๆ  ยาหม่องตราบาซิลิสก์ถือลูกท้อ  --  แค่กๆ  ผิดเรื่องแล้ว
                                        นุ้งเดรมีความทุ่มเทททท  น่ารักกที่สุด  หลังจ่ากที่ทำให้ผู้โดยสารเรือเดรหวั่นๆมาตั้งแต่เล่มแรกว่าจะไปรักหนูเฟตอนไหน  
                                        ป๋าเนปแล่นไปในโซนนั้นหรอ  ไรท์ไม่เห็นรู้เลยนะเนี่ย  ต้องทอดสมอ   จะได้ไม่ต้องไปในโซนนั้น

hikakichi                            คาแรกเตอร์เดรโกเป็นคนขี้ขลาดอยู่แล้ว  ปากพูดอวดเก่ง  แต่พอเอาเข้าจริงๆก็ขี้ขลาด  ส่วนเรืองอยู่ๆเกิดความกล้าหาญทำอะไบ้าบิ่นขึ้นมา  เดรโกจะทำต่อเมื่อถูกกดดันค่ะ  แล้วเดรโกจะกล้าทำ  ถึงจะกลัวๆอยู่หน่อยๆ  สังเกตได้จากเล่มหกเลยค่ะ  ที่รับมอบหมายให้ฆ่าดัมเบิลดอร์กับหาทางให้พวกผู้เสพความตายเข้ามาในปราสาท  โดนกดดันสุดๆเลยต้องทำอะไรบ้าบิ่น  แต่ถึงทำก็ยังกลัวๆอยู่  นั่นแหละค่ะ  คาแรกเตอร์หนูเดรโกเขาล่ะ

_WUYUQING                    นุ้งเดรผู้กล้าหาญเมื่อยามจำเป็น  ฮาาาาาา  สงสัยที่ไม่ชอบพี่ทอม  คงเพราะรักเดียวใจเดียวกับเดรแน่ๆ  อย่าเพิ่งคิดเช่นนั้นว่าไรท์เอนเอียงไปทางพี่ทอมคนโฉด  เนื้อเรื่องยังอีกยาวไกลค่ะ  ยังไม่ได้คิดว่าจะให้ใครเป็นพระเอกค่ะ  ยังๆๆๆๆ  
ปล.  ใช่ค่ะ  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์  #ดัมเบิลดอร์พระเอก  รักกกกท่านอาตารย์ใหญ่มาเท่มากเลย  อิอิ

MissJ17H                           เกิดเป็นนางเอกฟิคไรท์ไม่มีทางสบายๆแน่นอน  //หลบรองเท้าหนูเฟที่เขวี้ยงมา
                                         หนูเฟคงเริ่มเห็นความดีในตัวเดรขึ้นมาตั้งแต่ให้กระเป๋าแล้วล่ะค่ะ  ยิ่งมาตอนนี้  น่าจะรู้สึกอะไรบางอย่างแล้วล่ะ  อาจจะชอบเดร  ดังนุ้งเดร  สู้ต่อไป!!
                                        พี่ทอมโดนไม้กายสิทธิ์หนูเฟกินพลังชีวิต  เข้าใจถูกต้องแล้วล่ะค่ะ  //hikakichi  เดาแม่นมาก
                                        ภูมิหลังหนูเดี๋ยวมีเฉลยแน่ๆ  ตอนนี้เฉลยทีบะปมไปก่อนค่ะ  ตอนนี้ก็เฉลยไปพอสมควรนาาา
                                        ทอมไม่กลัยมาฆ่า  แต่กลับมาฉุด  คนอัลไล  ไม่ยอมเข้าตามตรอกออกตามประตู  แย่จริงเชียว!!
                                        ต่อต้านไม่ต่อต้าน  ต้องดูว่าหนูเดรจะทำหรือเปล่า  ลูเซียสน่ะโหดร้ายนะคะ  
                                        ช่ายยยยค่ะ  ดัมเบิลดอร์รักและเอ็ดูหนูเฟมากกกกกกกกกกกกจริงๆ
ปล.1  ไรท์ชอบแต่งให้เดาทางไม่ออกค่ะ  จะได้ตื่นเต้ลลลลลลล  //สรุปคือโรคจิตนั่นเอง  
ปล.2  ขอบคุณที่ชมค่า  ว้ายยยยย  เค้าเขินเลยยยย
ปล.3  ขอบคุณที่ติดตามค่ะ  น่ารักจริงๆๆ

น้ำส้มจันทรา                      นุ้งเดรโตแล้วค่ะ ในที่สุด  นุ้งเดรก็โตแล้ว  ไม่งี่เง่า  พี่อมจับปล้ำเลยหรอ  ต้องรอดูว่าพี่ทอมจะหวนกลับมา(ฉุด)แบบไหน  55555   หนูเฟไม่บอบางแล้วนะนั่น  ฟัดกับดัดลีย์มาก่อน  ฮาาา  ดัมเบิลดอร์โกรธมากจริงๆ  ดังนั้น #พี่ทอมคนโฉด  ยกขันหมากมาขอขมาเร็วๆ  
ปล.1  แน่ใจค่ะว่าตอนแต่งฟังเพลงโรแมนติก  นี่ถ้าฟังเพลงร็อค...  ไม่อาจนึกสภาพได้
ปล.2  อุ๊ย  อัลไล  อย่าน้าาา  เค้ากลัวแล้วววว
#พี่ทอมคนโฉด  เรือนี่แล่นไปไวมาก

carrot0486705249               พี่ทอมไม่ไร้ดั้งแน่นอน  หน้าใสไร้สิว  หล่อเหลาเหมือนเดิมค่ะ #พี่ทอมคนโฉด

baifurn27                            อร๊ายยยย   ชอบโมเม้นนุ้งเดรเอาตัวเข้าบังเหมือนกันค่ะ  ฟิน  สงสารรี่เลย  อุตส่าห์ฆ่าบาซิลิสก์ไม่มีใครเหลียวแล  ต้องให้พี่ทอมมีจมูก  ไม่งั้นเดี๋ยวแยกไม่ออกว่าใครพี่ทอม  ใครโวลเดอมอร์

CS_Rabbit                          สงสารนุ้งรี่เหมือนกัน  จืดจางสุดๆๆ  เป็นคนเดียวท่ฆ่าบาซิลิสก์ตาย  แต่ทุกคนลืมหมด  ทุกคนต่างหันไปสนใจเดรแทน  ถถถถถ  รอบนี้  #พี่ทอมคนโฉด  ไม่สำเร็จ  รอบหน้าพี่ทอมจะฉุดใหม่  เอ๊ะ  จะฉุดแบบไหนนะ  ต้องรออ่านค่ะ  กิกิ  อะไรกันนน  พยายามแน่วแน่ที่จะทำให้ไรท์เขวเอนเอียงไปหาพี่ทอมคนโฉด  

pp-poppy                            #พี่ทอมคนโฉด  จะหวนกลับมาใหม่แน่นอน  ดัมเบิลดอร์ยังรู้เลย  แต่ตราบใดพี่ทอมคนโฉดยังไม่ยกขันหมาก  เข้าตามตรอกออกตามประตู  ดัมเบิลดอร์ไม่ยกหนูเฟให้หรอกนะ  อีกคนแล้ว  พยายามทำให้ไรท์เขววว  

Darklunaticjewel                  ยื้อทุกเรืองั้นไปเรือรวมมิตรเลยค่ะ  สบายใจ  ไม่ต้องแยกร่าง  555555  การโลภไม่ใข่สิ่งที่ผิดในฟิคเรื่องนี้  เพราะไรท์ก็โลภค่ะ  กิกิ

Yoon                                   แสดงการสร้างฮอร์ครักซ์นี่ถ้าเผลอเอาไว้ไกลหูไกลตานี่  ทำไปก็ไม่มีประโยชน์เลยนะคะ  โถ่วววววว  โวลเดอมอร์  น่าสงสารที่ไม่เห็นช่องโหว่นั้น แต่ก็ดี  ไรท์เลยหยิบช่องโหว่นั้นมาใช้เสียเลย  ตอนนี้มีจอมมารสองคนแล้ววว  วะฮ่าๆๆๆๆๆๆ  //เดี๋ยวๆ  จะหัวเราะทำไม!!  
ปล.  อุ๊ย  ไรท์ก็ดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้รีดมาเป้นเพื่อนคุยเพิ่มอีกหนึ่งคน  มาเถิดดด  เรามาคุยเรื่องงุ้งงิ้งง้องแง้งแว้วๆ  (ภาษาอัลไล!!)   แปลว่า  มาคุยแลกเปลี่ยนเรื่องแฮร์รี่กัน  ชอบๆๆๆๆ  ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้ค่าาาา  พยายามทุ่มเทอยู่นาาา  ขอบคุณที่ติดตามและให้กำลังใจด้วย  //ฮึกเหิมๆๆ  เรือรวมมิตรยังพอมีที่อยู่  แต่ใครเรือปป๋าเนป  เรือป๋าซีเรียส  จะขึ้นสองลำนี้พร้อมกันต้องคิดให้ดีๆๆ  55555 












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2047 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:12
    รักเรื่องนี้จัง
    #2047
    1
    • #2047-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 41)
      26 มกราคม 2562 / 12:32
      ขอบคุณที่รักเรื่องนี้ค่ะ TvT
      #2047-1
  2. #1400 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:06
    ดูเรื่องจะวุ่นวายสุดๆ เลย โอ้โหห สุดยอดอะ ตอนนี้แบบ.. แบบหลายอย่างมากมาย. โอ้ยย อ่านต่อๆๆ
    #1400
    1
    • #1400-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 41)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:29
      ไรท์ชอบตอนนี้ที่สุดค่ะ เขียนยาก แต่ชอบนะ 5555
      #1400-1
  3. #1266 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 04:45
    พล็อตล้ำมากกรี๊สส ขอกระโดดกอดไรท์แน่นๆ สักทีได้ไหมคะ ฮืออ ชอบไอเดียไม้กายสิทธิ์มาก มันเข้าไปหมดทุกอย่างเลยอ่ะ ไม่มีโวลเดอร์มอร์สองคนด้วย อีกคนก็จะเป็น พี่ทอมคนโฉดให้เราฟินต่อ รักไรท์มากเลยนะคะ ทำไมเก่งอย่างงี้ ส่งใจไป <3 <3 <3
    #1266
    1
    • #1266-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 41)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:15
      ตอนแรกไรท์ตั้งใจให้สมุดบันทึกของทอมถูกทำลาย แต่พอรีดหลายคนอยากให้ทอมมีบทต่อไป ไรท์ก็เลยทำการบ้านเรื่องฮอร์ครักซ์ เปลี่ยนพล็อตครึ่งหลังหมด แต่ไอเดียเรื่องไม้กายสิทธิ์นี่คิดออกตั้งแต่วางพล็อตเรื่องแรกๆแล้วค่ะ ส่วนเรื่องมีทั้งทอมและโวลเดอมอร์เนี่ย สนุกแน่ๆ 55555 //หัวเราะด้วยเสียงชั่วร้าย ขอบคุณที่ชอบนะคะ 555 อยากให้ว่างยาวๆจริงๆ อยากมาแต่งต่อมากๆ ส่งใจไปให้เช่นกัน <3 <3 <3 <3 <3
      #1266-1
  4. #722 Yoon (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:15
    งี้ดดด ดีใจที่ไรต์ชอบที่เราคอมเมนไป~~ 5555 ตอนแรกนึกว่าจะดูแบบเป็นยัยเนิร์ดไปแล้ว แหะๆๆ เราจะคอยมาคุยแง้วๆงุ้งงิ้งๆ(เอ้อะ) ด้วยนะคะะ ชอบความที่ยังคงคาแรกเตอร์ของตัวละครไว้ชัดเจนดีมากเลยค่ะ ส่วนตัวชอบเรือทุกลำเลย ขอเกาะอยู่ขอบสนามเชียร์ก่อนละกัน 55555 แต่ของพีาทอมสำหรับเรายังแล่นไม่ฉิว คงเพราะเฮียแกโหดเกิ๊นนน รอวันที่พี่ท่านจะอ่อนลงนะ คงมีเสน่ห์หล่อละลายแน่นอนน (แค่นี้แม่ยกทีมพี่ทอมคนโฉดก็แรงติดไอพ่นเสริมมอเตอร์แล้ว 5555)
    #722
    1
    • #722-1 Yoon (จากตอนที่ 41)
      10 มกราคม 2561 / 00:20
      ปล. หายไวๆนะคะไรต์ จู่ๆช่วงนี้ฝนก็ตกซะงั้น พักผ่อนเยอะๆนะคะ
      #722-1
  5. #720 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 19:33
    อ้ายยยยยอย่าพูดความจริงสิคะเขิลลลน้าาาา≧∇≦

    แต่เราก็มาโซเล็กๆจริงๆนิเนอะคุคุ

    หวังว่าเฟจังจะเป็นมาโซนะ จะได้ไม่โกรธเวลาป๋าทอมทำไรหนุรุนแรง

    ปล.อย่าคิดเยอะน้อ

    ความคิดนี้อันเนื่องมาจากการที่ทอมฉุด? กระชาก? ลาก? ถู? หนุเฟในห้องแห่งความลับคะ

    สงสารหนุเฟเลือดออกเต็มโหมะเลย
    #720
    0
  6. #719 STORM_PRINCE (@fernny46) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 19:02
    สงสัยต้องทำฮอร์ครักซ์เพิ่มอีก>~< ปล.เรากลายเป็นคนหลายใจไปแล้วววว
    #719
    0
  7. #718 Darklunaticjewel (@Darklunaticjewel) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:22
    ปะ!!เราจะไปเรือรวมมิตรค่ะ!!ดีต่อใจจริมๆน้าาา=.,=ฮึๆ//รู้สึกเหมือนเป็นคนโรคจิต....555
    #718
    0
  8. #717 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:16
    ลืมมมม ตอนนี้นุ้งเดรน่าวงวารมากค่ะ ดีนะอาจารย์ใหญ่ช่วยไว้ เกือบโดนคุณพ่อจับตีก้นแล้วเชียวววว
    หนูเฟรู้มั้ยว่าตัวเองกำลังทำให้คุณพ่อสามีไม่ชอบขี้หน้าน่ะ เดี๋ยวชีวิตหลังแต่งงานก็ลำบากหรอกลูก5555555
    ตอนนี้หนูรอนกับหนูเดรก็ยังกัดกันเหมือยเดิม อย่าตีกันค่ะลูกๆ555555
    หายป่วยไวๆนะคะไรท์ นอนพักเยอะๆน้าาาา
    #717
    0
  9. #716 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:10
    ใช่แล้วค่ะไรท์เราเป็นคนรักเดียวใจเดียว รักเดรคนเดียวไม่นอกใจจจจ 1 2 3 4 5 6 7...//นั่งนับฮอร์ครักซ์ที่ทำไว้
    อย่ารีบเลือกเลยค่ะไรท์ให้เราทำใจก่อนดีล้าว555555 แต่รู้สึกสาวกพี่ทอมเรือจะติดเจ็ตแล้วนะคะเนี่ย กลัวแต่ไม่ยอมแพ้หรอก!! //หยิบไม้พายมาพายเรือนุ้งเดรต่อ
    ตอนที่แล้วอาจารย์ใหญ่กลายเป็นพระเอกเลยค่ะ ยอมติดแฮชแท็ก #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์ #ดัมเบิลดอร์พระเอก ให้เลยยยย
    ปล.เห็นคุณเม้นก่อนหน้าบอกว่าอยากได้เรืออาจารย์ใหญ่ นะ...นี่จะเอาจริงหรอคะ ชอบแก่ๆสินะคะเนี่ย5555555
    #716
    0
  10. #715 pp-poppy (@pp-poppy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:08
    หนูเฟเตรียมตัวเก็บกระเป๋าเร็วลูกกก เดียวพี่ทอมมารับจะได้ไปเลย อยู่กันก่อนเเล้วค่อยเเต่งก็ด้าย 55555 #พี่ทอมคนโฉด
    #715
    0
  11. #714 Aiko cg (@0897122652) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:54
    สงสัยเราต้องไปทำฮอร์ครักซ์บ้างแล้วจะได้อยู่ได้หลายๆเรือเหมือนที่ไรท์บอก 555

    สงสารเดรกน้อย(?)ขึ้นมาจับใจ กลับบ้านไปนายโดนพ่อเล่นแน่!!

    ก็อย่างที่บอกไปตอนที่แล้วค่ะ
    ดัมเบิลดอร์พระเอก!!!
    ใช่ค่ะตามที่กล่าวไปข้างต้นนี้ จึงเรียนมาให้ไรท์ทราบว่า
    ไรท์ไม่สนใจต่อเรืออาจารย์ใหญ่ให้รีดเดอร์ตาดำๆทั้งหลาย(หรือเราคนเดียวว้า)ได้ขึ้นไปโลดแล่นกันบ้างหรอคะ??555
    #714
    0
  12. #713 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 13:25
    แนะนำให้พี่ทอมแบกหนูเฟพาดบ่าไปเลยค่ะ 5555 ไม่งั้นเปลี่ยนมาฉุดเราแทนกะได้ แต่ฉุดทีมีจับปล้ำนะคะพี่ทอม -..- พระเอกต้องเป็นพี่ทอมเท่าน้านนน โฉดๆอย่างนี้ ชอบ อี้อี้ #พี่ทอมคนโฉด
    #713
    1
    • #713-1 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 41)
      9 มกราคม 2561 / 13:27
      ปล.ไรต์หายไวไวน้าาา อิอิ รีดเป็นห่วง ><
      #713-1
  13. #711 suriyakarn (@12345_678) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 13:17
    ขอบคุนค่ะ ยะฮู้ ปกติแล้วเราไม่เคยอ่านฟิคเลยค่ะ รู้สึกว่ามันไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหนเลย ก็แค่เลียนแบบหรือป่าว(ด้วยอคติ ืล้วนๆ)แต่พออ่านฟิคเรื่องนี้ บอกเลยค่ะว่าเปลื่ยนโลกใบใหม่เลยทีเดียว สนุกมาก เหมือนอ่านแฮรี่นิยายที่ชอบในอีกมิติหนึ่งเลย มีข้อมูลเกร็ดความรู้ในเรื่องที่เราไม่รู้อยู่ด้วย การเขียนฟิคไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขอบคุนไรต์มากค่ะ ติดตามต่อไปนะคะ สู้ๆ
    #711
    0
  14. #710 lnlning (@lnlning) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 12:58
    ตอนที่แล้วไม่ได้เม้นเพราะไม่สบายอะค่ะ เสียดาย ฮืออออ งั้นเม้นนี้รวมสองตอนเลยนะคะ

    1. พี่ทอมฉุดกระชากลากถูได้โหดมากค่ะ น้องเฟบาดเจ็บอยู่นะ#พี่ทอมคนโฉด
    2. ดัมเบิลดอร์เท่มากค่ะ เป็นพระเอกสุดของเรื่องนี้เลย ไรท์แต่งให้อาจารย์ใหญ่คนนี้ดูอบอุ่นมากเลย รักหนูเฟเหมือนลูกไรงี้ รีดรู้สึกว่ามองตัวละครนี้ในมุมมองที่ดีขึ้นเพราะก่อนหน้านี้มองว่าเขาเป็นตาแก่เจ้าแผนการและเห็นอกเห็นใจคนอื่นน้อยกว่านี้ ขอโทษด้วยนะคะ //ไหว้ดัมเบิลดอร์เป็นการขอโทษ
    3. เดรหนูเท่มากค่ะลูก มาถูกทางแล้วค่ะ เดี๋ยวสาวเจ้าก็เห็นความดีในตัวลูกเอง แต่ระวังโดนพ่อดุนะ//ฮา
    4. พี่ทอมเดินโซเซ side to side ไปแบบนี้ วิญญาณรีดจะติดตามไปดูแลรักษาพี่ทอมทั้งร่างกายและจิตใจเองค่ะ หึหึหึ
    5. ว่าด้วยเรื่องของการสร้างฮอร์ครัสไปวางบนเรือ ที่จริงรีดก็ลงหลายเรือนะแต่จะให้แยกวิญญาณเยอะขนาดนั้นก็คงจะไม่ดีงั้น โยนฮอร์ครัสไปที่เรือพี่ทอมและของเซดริก แล้วตัวรีดไปลงเรือหนูเดรละกันนะคะ อิอิ
    #710
    0
  15. #709 hikakichi (@hikakichi) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 12:50
    ถ้าจะให้ทอมยังมีชีวิตรอดต่อ จินนี่ก็คงกลับมาปกติทันทีไม่ได้น่ะครับ เนื้อเรื่องดูสมเหตุสมผลดี

    เอาจริงๆ ทอมที่หนีไปเนี่ยอายุวิญญาณยังวัยรุ่นอยู่เลย ไม่น่ามีพลังเวทมนตร์เท่าตอนเป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืด ถ้าสู้กันตรงๆน่าจะแพ้ดัมเบิ้ลดอร์ขาดลอย ที่น่ากลัวคือนิสัยกับความเจ้าเล่ห์เนี่ยแหละ

    เฟริน่านี่เหมือนมีบอสลับซ่อนอยู่ในตัวเลย ต้องเอาไม้กายสิทธิ์ต้องสาบมาคอยผนึกไว้

    ปล.หายไวไวนะครับ

    ปล.2 ไม่แน่ใจว่าวิญญานส่วนจอมมารไร้จมูกเนี่ย เรียกว่า “วิญญาณต้น” หรือ “วิญญาณหลัก” จะเข้าใจมากกว่ากันนะครับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มกราคม 2561 / 13:02
    #709
    0
  16. #708 ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ (@yuurei_hunter) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 12:19
    เป็นฟิคที่สนุกมากฮะ เพิ่งได้มาอ่านและติดตามจนทันตอนล่าสุดติดงอมแงมเลย สนุดมาก ชอบตัวละครทุกตัวเลย เชียร์แทบทุกคน ชอบที่มันฉีกออกจากเรื่อนต้น แต่ก็ดูไปอย่างมีหลักการ สนุก จะติดตามเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้คนเขียนน้า
    #708
    0
  17. #707 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 12:02
    รอพี่ทอมคนโฉดว่าจะมาสู่ขอ(ฉุด)หนูเฟยังไง ศึก วีรบุรษดับเบิ้ลดอร์vsพี่ทอมคนโฉด(พ่อตากับลูกเขย) ตราบใดที่พี่ทอมยังอยู่ดับเบิ้ลดอร์เตรียมอุ้มหลานได้เลย555+ ปล.นึกภาพออกเลยตอนที่พี่ทอมฉุดหนูเฟแล้วมีเพลงรักเปิดไปด้วย555+
    #707
    0
  18. #706 [:: - Oni' [N a N a H o] Neko" - ::] (@nanaho2553) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 12:01
    #ดัมเบิลดอร์พระเอก ที่แท้ทรูค่ะ 555555 ตลกแฮร์รี่ พอรู้ว่าหนูเฟอยู่บ้านใกล้ๆก็จ้องตาแป๋วเลย อย่ากินหัวน้องเขานะ/บังหนูเฟให้(?)

    วงวารมังกือน้อย จะโดนป่ะป๊างาบหัวแล้ว;v;)/กอดน้อง ป่ะป๊าคงคิดว่าเดรโกติดสถานะนารีพิฆาตแน่เลย55555

    เราไม่ชอบจินนี่เหมือนกันเลยค่ะ...ไม่รู้ว่าทำไมแต่เราไม่ชอบจินนี่ตั้งแต่ในหนังสือกับภาพยนต์แล้ว;v;)

    อันที่จริงเราอ่านฟิคเรื่องนี้แล้วบางทีก็เผลอคิดว่าเป็นนิยายวรรณกรรมออริจินัลเลยนะคะ/ปิดหน้า

    เราเองก็เขียนฟิคแฮร์รี่เหมือนกัน แต่เราเขียนแบบเอาหนุกๆ เขียนไปเรื่อยๆไม่คิดอะไร พอมาอ่านฟิคเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกถึงความตั้งใจของผู้เขียนจนเรารู้สึกละอายเลยค่ะ./////. เขียนดีมากจนเราต้องเปิดแอพขึ้นมาดูบ่อยๆว่าอัพรึยังทุกทีที่ว่างเลยค่ะ ถ้าวันไหนไม่อ่านนี่มีลงแดงได้เลย5555

    รักษาตัวดีๆนะคะ ไม่สบายก็พักผ่อนเยอะๆน้า
    #706
    0
  19. #705 Fantastic-29645 (@Fantastic-29645) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 11:32
    ชอบมากเลยไรท์ดัดแปลงได้น่าสนใจมากคือดีงามมากค่าาาาาาา
    อัปต่อไวๆนะไรท์ แต่เดรกจะโดนลูเซียสดุมั้ยเนี่ย??
    #705
    0
  20. #704 flameee (@flame_36556) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:43
    เป็นฟิคที่ดัดแปลงได้อย่างน่าประทับใจที่สุดเลยค่ะ ฉีกความทรงจำของเกี่ยวกับแฮร์รี่ที่ผ่านมาทั้งพล็อตเรื่องการดำเนินเรื่องการวางตัวละครทุกอย่าง ส่วนตัวเป็นแฟนนิยายแฮร์รี่อยู่แล้ว จากการที่อ่านฟิคมาหลายๆเรื่องเรื่องนี้เป็นเบอร์หนึ่งในใจเลยค่ะ สนับสนุนและเฝ้ารอตอนต่อๆไปนะคะ
    #704
    0
  21. #703 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:37
    พี่ทอมจะกลับมาสู่ขอหนูเฟจากดัมเบิลดอร์เมื่อไหร่คะ 555555 //หลบเกิบ
    โอ้ยยยย ลงเรือไหนก็ดีต่อใจ อยากลงทุกเรืออออ
    #703
    1
    • #703-1 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 41)
      9 มกราคม 2561 / 10:38
      ขอให้หายป่วยไวๆนะคะ ><
      #703-1
  22. #702 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:30
    ป๋าเนปมารอหนูเฟด้วย (-///-)
    #เรารักป๋าเนป #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์
    ป.ล.1 ที่ไม่ชอบเดรกอ่ะ เพราะมั่นไส้ คน-(ป๋าไม่นับ เราชอบของเรามานานล่ะ)
    ป.ล.2 เชิญยืมไอเดียต่างๆ ของเราได้ตามสบาย เราไม่กัดหรอก
    ป.ล.3 ชอบนิยายไรต์ที่สุด อัพเมื่อไรต้องอ่าน
    ป.ล.4 นิยายไรต์เป็นเรื่องแรก ที่เราเม้นเชียวนะ ปกติเราไม่ค่อยชอบเม้น กลัวขัดกับคนอื่น
    ป.ล.5 แฮร์รี่เนี่ยห่วงหนูเฟจังเลยนะ แถมชอบเนียนด้วย (เรามั่นไส้อ่ะ)
    ป.ล.6 เราเอาฮอครัส เราไปซ่อนไว้ในเรือซีเรียสนานแล้ว เพราะเราก็ชอบซีเรียสนะ แต่นิยมป๋ามากกว่า
    #702
    1
    • #702-1 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 41)
      9 มกราคม 2561 / 11:33
      ป.ล.7 ขอให้ไรต์หายป่วยไวๆนะคะ เราเป็นห่วง และรักไรต์ที่สุดนะคะ
      #702-1
  23. #701 Bumbimsai (@Bumbimsai) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:29
    มาต่ออีกเร็วๆได้ไหมค่ะ ค้าง
    #701
    0