[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 47 : PART 3 of HP --- The Wizengamot

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    9 ก.พ. 61


The  Wizengamot

***************


          ภายในห้องกว้างๆที่มีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่กลางห้อง  เฟริน่าเห็นบรรดาพ่อมดแม่มดประมาณห้าสิบคนนั่งล้อมโต๊ะตัวนั้น  ทุกคนต่างมีสีหน้าสงสัย   และพ่อมดชราคนหนึ่งที่มีผมเป็นปุยสีขาวที่นั่งใกล้ประตูที่สุดก็ส่งยิ้มกว้างมาให้อาจารย์ใหญ่พลางร้องทักเสียงดังอย่างกระตือรือร้น

                “สวัสดี  อัสบัส!   ผมกำลังพูดถึงคุณให้เคร้าช์ฟังอยู่พอดีเลย”  

                “สวัสดี  เอลฟายอัส  สวัสดี  คุณ  เคร้าช์  ดัมเบิลดอร์เอ่ยยิ้มๆ 

                หลังจากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็เริ่มทักทายทุกคนพลางเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ  เฟริน่าไม่ได้เดินตามไปด้วย  แต่หยุดยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะ  เด็กหญิงรู้สึกอึดอัดที่สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่เธอ

                ชายที่สูงวัย  แต่อายุน้อยกว่าเอลฟายอัส  เขาดูแข็งขรึม  แต่งตัวในชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีดำเนี้ยบ  เส้นผมสีเทาทุกเส้นถูกหวีจนเรียบ  แม้แต่รอยแสกของบนหนังศีรษะยังตรงแน่วราวกับใช้ไม้บรรทัดตีเส้นไว้ดูแปลกพิกล  เหนือริมฝีปากมีหนวดทรงแปรงสีฟันที่ถูกเล็มแต่งให้ตรงไร้ที่ติผิดธรรมชาติ  เขากำลังจ้องมองมาที่เธออย่างสงสัยใคร่รู้ไม่ต่างจากคนอื่นๆในห้อง 

                “เด็กคนนี้หรือที่จะยื่นฎีกา   ดูท่าจะเป็นเรื่องสำคัญถึงได้เรียกสมาชิกมาจนครบ”  เคร้าช์เอ่ยพลางขยับนั่งตัวตรงเพื่อมองเฟริน่าให้ถนัดขึ้น

                “สำคัญแน่นอน”  ดัมเบิลดอร์ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น 

                “แต่เด็กคนนี้ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย  เธอต้องมีผู้แทนในการยื่นฎีกา”  แม่มดคนหนึ่งที่มีผมหยิกเป็นฝอยพูดขึ้น  แล้วทุกคนในห้องก็เริ่มพึมพำเห็นด้วย 

                ดัมเบิลดอร์กวาดตามองสมาชิกทุกคนก่อนจะประกาศว่า   “ผมเองที่เป็นผู้แทนของเธอ”

                สีหน้าของสมาชิกบางคนดูประหลาดใจ  บางคนขมวดคิ้ว  บางคนดูไม่ชอบใจในคำพูดของอาจารย์ใหญ่

                “อย่างนี้ก็เท่ากับว่าประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตยื่นฎีกาเองน่ะสิ”  เคร้าช์ทักท้วงด้วยท่าทางเคร่งขรึม   ซึ่งมีเสียงพึมพำอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเคร้าช์ตามมารอบๆโต๊ะ

                “คุณเข้าใจผิดแล้ว  เคร้าช์”  ดัมเบิลดอร์พูดด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนกับเสียงคัดค้านจากสมาชิกคนอื่นๆ  “ผมทำหน้าที่ยื่นในฐานะผู้แทน  ไม่ใช่ในฐานะประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อต

                “แต่ผมว่ามันก็เหมือนจะเป็นฐานะเดียวกัน  อย่างนี้คนอื่นอาจครหาเอาได้นะ  ดัมเบิลดอร์”  พ่อมดอีกคนที่นั่งอยู่เกือบปลายโต๊ะบอก

                “ไม่เหมือนกันสักหน่อย”  โดจสั่นหัวอย่างแรงจนผมสีขาวเป็นปุยสั่นไหวตาม  “อัสบัสเพียงแค่ยื่นฎีกาในฐานะผู้แทน  ส่วนเรื่องการไต่สวนก็เป็นเรื่องระหว่างที่ประชุมศาลสูงวิเซ็นกาม็อตกับเด็กผู้หญิงคนนี้” 

                “ฉันเห็นด้วยกับโดจว่าการไต่สวนเป็นเรื่องระหว่างที่ประชุมกับเด็กคนนี้  อัสบัสเพียงแค่ทำหน้าที่แทนตอนยื่นเท่านั้น”  แม่มดที่มีคางสี่เหลี่ยมกว้างพูดขึ้น  หล่อนมีผมสั้นสีเทาและสวมแว่นตาข้างเดียวดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามมาก  เฟริน่ารู้ได้ในทันทีจากแว่นตา  แม่มดคนนี้ต้องเป็นอะมีเลีย  โบนส์  หัวหน้ากองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์แน่นอน  และทันทีที่หล่อนพูดจบก็มีเสียงพึมพำเห็นด้วยตามมาหลายเสียง

                “งั้นเรามาดูกันว่าเด็กคนนี้จะยื่นฎีกาเรื่องอะไร”  แม่มดสูงอายุอีกคนพูดขึ้น  จากนั้นสายตาทุกคู่ก็จ้องมองมายังเฟริน่าจนเธอรู้สึกอึดอัด  เด็กหญิงเปิดกระเป๋าและหยิบม้วนกระดาษออกมา

                “หนูต้องการยื่นฎีกาขอให้รื้อฟื้นคดีของ ซิเรียส  แบล็ก  ขึ้นมาพิจารณาใหม่ค่ะ”  ทันทีที่เฟริน่าพูดจบ  บางคนก็สั่นหัวแรงๆ  บางคนทุบโต๊ะเสียงดัง  บางคนมีสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง

                แล้วสมาชิกแห่งศาลสูงวิเซ็นกาม็อตก็เริ่มถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่ง  บางคนหันไปถามสมาชิกข้างๆให้แน่ใจว่ามีใครได้ยินชื่อ  ซิเรียส  แบล็ก  บ้าง   เกิดเสียงหึ่งๆราวกับฝูงผึ้งแตกรังดังขึ้นในห้อง

                ดัมเบิลดอร์กระแอมให้คอโล่งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนมาที่เขาคนเดียว

                “ผมคิดว่าเราควรเริ่มพิจารณาฎีกาก่อนที่จะตัด  -- 

                เสียงประตูห้องถูกผลักอย่างแรงดังกลบเสียงพูดคุยหึ่งๆ  และเมื่อเฟริน่าหมุนตัวไป  เธอก็เห็นพ่อมดร่างอ้วนเตี้ยผึ่งผายสวมหมวกทรงกลมสีเขียวมะนาวที่มีไรผมสีเทาลอดออกมาใต้หมวก  เขาสวมเสื้อผ้าที่ดูไม่เข้ากันสักอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสูทลายตารางหมากรุกสีขาวดำ  เนกไทสีม่วงสว่างแสบตา  เสื้อคลุมตัวนอกสีส้มแสด  และรองเท้าบู๊ตหัวแหลมสีฟ้าน้ำทะเล  ข้างหลังของเขาเป็นแม่มดเตี้ยม่อต้อ  หล่อนมีผมสั้นเป็นลอนที่ไม่เข้ากับใบหน้ากว้างๆและคอสั้นๆ  ดวงตากลมโตที่โปนออกกับปากกว้างห้อยย้อย ทำให้แม่มดคนนี้หน้าตาเหมือนคางคกชัดๆ  มีโบกำมะหยี่สีดำอันเล็กติดอยู่บนกลุ่มผมเหนือหน้าผาก  หล่อนสวมเสื้อผ้าทุกชิ้นสีชมพูอ่อนที่ดูเลี่ยนน่าขัน  ทั้งพ่อมดและแม่มดที่มาใหม่เผยอริมฝีปากหายใจหอบราวกับเพิ่งวิ่งมาที่นี่อย่างเร็วจี๋  สีหน้าทั้งสองดูตื่นตกใจ 

                “สวัสดี  ฟัดจ์  สวัสดี  อัมบริดจ์  ดัมเบิลดอร์ทักทาย  ดวงตาสีฟ้าอ่อนจ้องมองทั้งคู่อย่างไม่ประหลาดใจนัก   ราวกับพ่อมดชรารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องปรากฏตัวขึ้นไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง

                พ่อมดที่ชื่อฟัดจ์กระแอมให้คอโล่งและจับเสื้อคลุมให้เข้าที่พลางเดินมาหยุดที่ปลายโต๊ะ  มีอัมบริดจ์เดินตามมาติดๆ  ทั้งคู่ไม่ได้มองมายังเฟริน่าด้วยซ้ำ  เพราะสายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์

                “เอ่อ  --  ผมเพิ่งรู้  --  วันนี้ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตมีประชุมสำคัญ”   ฟัดจ์เอ่ยด้วยท่าทางเป็นงานเป็นการเพื่อกลบท่าทางเหนื่อยหอบของเขา

                ดัมเบิลดอร์พยักหน้าช้าๆและตอบว่า  “ใช่  เป็นการประชุม  ไม่ใช่การพิจารณาคดี  ผมเลยไม่คิดว่าต้องแจ้งให้รัฐมนตรีกับปลัดกระทรวงอาวุโสทราบ”

                “แต่คุณกลับแจ้งหัวหน้ากองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์”  อัมบริดจ์พูดด้วยเสียงแหลมสูงที่เฟริน่าอดนิ่วหน้าไม่ได้   เสียงหล่อนแหลมไม่เข้ากับใบหน้าเลยสักนิด

                “ฉันบังเอิญเจอโดจโดยบังเอิญ  และเขาชวนฉันมาร่วมประชุมด้วย”  อะมีเลีย  โบนส์พูดด้วยท่าทางน่าเกรงขาม  เฟริน่าเห็นสีหน้าของอัมบริดจ์ฉายชัดว่าไม่พอใจก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว

                “อ้อ  งั้นฉันกับอัมบริดจ์คงไม่ได้พลาดอะไรไปใช่ไหม”  ฟัดจ์ถามและเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่

                “ไม่เลย  คุณกับอัมบริดจ์มาทันเวลาพอดี”   ดัมเบิลดอร์ตอบด้วยท่าทางยินดีเป็นอย่างยิ่ง

                “งั้น  ไหนล่ะฎีกาที่จะยื่น”   ฟัดจ์ถามและมองไปยังสมาชิกทุกคน

                “เธอกำลังจะยื่น”   เคร้าช์ตอบพลางละสายตาจากรัฐมนตรีมายังเฟริน่าอีกครั้ง

                ฟัดจ์และอัมบริดจ์ต่างจ้องมองมายังเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างด้วยสีหน้าเคลือบแคลงใจ

                “เดี๋ยวนะ  เด็กผู้หญิงคนนี้น่ะหรือ!   ฟัดจ์ร้องและจ้องมองเฟริน่าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเสียมารยาท  “บอกมาซิว่าเธอคือใคร”

                เฟริน่าไม่ชอบใจท่าทางของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์เอาเสียเลย  แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหญิงก็พยายามรักษาความสงบเยือกเย็นของตัวเองเอาไว้ 

                “โพสัน,   เฟริน่า  โพสันค่ะ”   เธอตอบ   “เป็นนักเรียนจากฮอกวอตส์กำลังจะขึ้นปีที่สาม”

                “แล้วเธอต้องการยื่นฎีกาเรื่องอะไร”  อัมบริดจ์ถามบ้าง

                “หนูต้องการยื่นฎีกาขอให้มีการรื้อฟื้นคดี  ซิเรียส  แบล็ก  ขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง”

                ฟัดจ์มีท่าทีตกใจ  ใบหน้าอวบอูมดูซีดลงถนัดตา  เขาหันไปสบตากับอัมบริดจ์ก่อนจะเลื่อนไปจ้องมองหน้าของดัมเบิลดอร์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ

                “ผม  --   ดัมเบิลดอร์   เด็กคนนี้ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่จะยื่นฎีกาด้วยตัวเอง”  ฟัดจ์พูดขึ้นมาอย่างรัวเร็ว

                อาจารย์ใหญ่ยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยอย่างแช่มชื่นว่า  “อ้อ  เรื่องนั้นผมรู้ดี  ดังนั้น  ผมจึงอาสาเป็นผู้แทนของคุณโพสันในการยื่นฎีกาครั้งนี้”

                คำพูดของดัมเบิลดอร์ทำให้ฟัดจ์เบิกตาโตและอ้าปากค้าง  เฟริน่าเห็นเหงื่อผุดที่ขมับของเขา  ในขณะที่อัมบริดจ์ขยับตัวบนเก้าอี้อย่างไม่สบายใจนัก

                “ดิฉันไม่คิดว่า  การที่ประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตยื่นฎีกาแทน  จะเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรอกนะคะ”  อัมบริดจ์พูดด้วยเสียงกระเส่าแหลมๆที่เฟริน่าพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ขมวดคิ้วใส่   แล้วแม่มดหน้าเหมือนคางคกก็เริ่มส่งยิ้มให้กับสมาชิกวิเซ็นกาม็อตทุกคน  “มันออกจะน่าครหาไปสักหน่อยว่าไหมคะ”

                “โอ้!  ไม่เลยอัมบริดจ์  คุณต้องแยกให้ออกสิ  ขั้นตอนการยื่นฎีกาก็ส่วนการยื่น  ส่วนขั้นตอนการไต่สวนว่าจะรับฎีกาหรือไม่ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง”  คำพูดของโดจทำให้เฟริน่ารู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง  เธอรู้สึกชอบพ่อมดชราที่เป็นเพื่อนของดัมเบิลดอร์ขึ้นมาในทันที

                “ผมเห็นด้วยกับโดจนะ”  เคร้าช์พูดขึ้นบ้าง  

                เฟริน่าเห็นรอยยิ้มอัมบริดจ์ดูเจื่อนลง  แต่ถึงอย่างนั้นแม่มดหน้าคางคกก็รีบหันไปยังสมาชิกคนอื่นๆ  หล่อนทำราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่โดจและเคร้าช์เพิ่งพูดไป

                “สมาชิกศาลสูงวิเซ็นกาม็อตที่ทรงเกียรติท่านอื่นคิดเหมือนกับดิฉันหรือเปล่าคะว่า  การที่ประธานศาลสูงฯยื่นฎีกาเองแบบนี้  มันดูไม่สมควรเท่าไหร่  ใครๆอาจคิดได้ว่า ซิเรียส  แบล็กได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ”

                ฟัดจ์กระแอมและเริ่มพูดขึ้นบ้างว่า  “ผมคิดว่าคุณควรมีคำอธิบายที่ดี  ดัมเบิลดอร์  ผมได้รับรายงานว่าช่วงก่อนหน้านี้คุณไปเยี่ยมแบล็กที่อัซคาบันเสียหลายครั้ง  ผมคิดว่าเรื่องนี้ออกจะมีลับลมคมในที่ไม่บริสุทธิ์

                คำพูดของฟัดจ์ทำให้สมาชิกศาลสูงฯพึมพำ  ทุกคนต่างจ้องมองใบหน้าที่เหี่ยวย่นของประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตที่หัวโต๊ะอย่างเคลือบแคลงใจ  หัวใจในอกของเฟริน่าเต้นรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นเป็นกังวล  แต่อาจารย์ใหญ่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก  กลับกันเขายิ้มบางๆออกมาราวกับรู้อยู่แล้วว่าฟัดจ์จะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

                “อ้า...  ผมไม่คิดว่าการที่ผมไปพบแบล็กที่คุกอัซคาบันจะส่อว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในที่ไม่บริสุทธิ์   พ่อมดชรายอมรับด้วยน้ำเสียงเนิบๆ  สมาชิกคนอื่นๆยังคงจ้องมองเขาต่อไป

                เคร้าช์ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก  “ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องออกจะไม่สมควรอย่างที่ฟัดจ์ว่าไว้นะ  ดัมเบิลดอร์”

                “คุณเคร้าช์  ผมคิดว่าเราอย่าเพิ่งด่วนสรุปแบบนั้น  อัสบัสต้องมีคำอธิบายเรื่องนี้อยู่แล้ว”  โดจพูดขึ้นมาก่อนจะมองใบหน้าสมาชิกทุกคนรอบๆโต๊ะ  

                ดัมเบิลดอร์หัวเราะน้อยๆพลางหันไปยังฟัดจ์และพูดว่า  “การที่คุณได้รับรายงานว่าผมเดินทางไปพบแบล็กที่อัซคาบันนั่นเป็นสิ่งที่คุณตรวจสอบได้อยู่แล้ว  อย่างนี้จะเรียกว่าผมมีลับลมคมในที่ไม่บริสุทธิ์ได้อย่างไร  ฟัดจ์  ผมไม่ได้แอบไปเสียหน่อย!

                คำตอบของอาจารย์ใหญ่ทำให้ใบหน้าของรัฐมนตรีเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเขียวแปลกๆ  ราวกับเขาถูกตบหน้าอย่างแรงเมื่อดัมเบิลดอร์ยกคำพูดว่าเขาได้รับรายงานกลับมาเล่นงานเขาแทน  แต่ถึงอย่างนั้นอัมบริดจ์ก็รีบกระแอมเพื่อดึงความสนใจทุกคนมาและเริ่มพูดรัวเร็วแบบเด็กสาวว่า

                “แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สมควรอยู่ดี  ฎีกานี้ออกจะเป็นการกล่าวหาว่ากระทรวงเวทมนตร์ทำงานผิดพลาดจับคนบริสุทธิ์เข้าอัซคาบันถึงสิบสองปี   และที่สำคัญคดีนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลาถึงสิบสองปี  ซึ่งปกติฎีกาขอรื้อคดีขึ้นมาใหม่มักจะไม่ผ่านความเห็นจากที่ประชุมศาลสูงวิเซ็นกาม็อต”

                ดัมเบิลดอร์ยิ้มๆ  ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายวิบวับ 

“ผมเพิ่งรู้ว่าคำตัดสินว่าจะรับหรือไม่รับฎีกานั้นจะออกมาเร็วตั้งแต่ยังไม่ทันได้ยื่น  แถมมาจากคำตัดสินของปลัดกระทรวงอาวุโสขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีเองเสียด้วย”  คำพูดของพ่อมดชราทำให้สมาชิกทุกคนมีสีหน้าแดงก่ำ  แล้วแม่มดคนหนึ่งที่หลังค่อมก็โพล่งออกมาอย่างไม่ชอบใจ

                “นี่เป็นเรื่องภายในศาลสูงวิเซ็นกาม็อต!  อัมบริดจ์  คุณมาคิดแทนพวกเราไม่ได้!

            และก่อนที่อัมบริดจ์จะเผยอริมฝีปากเพื่อตอบโต้

                “ปกติรัฐมนตรีกับปลัดกระทรวงอาวุโสขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีมีอำนาจมาเข้าร่วมฟังการพิจารณาและการไต่ส่วนเฉพาะคดีที่สำคัญ  แต่ไม่น่าจะรวมถึงขั้นตอนการประชุมของศาลสูงวิเซ็นกาม็อตว่าจะรับฎีกาหรือไม่   นี่ออกจะหยาบคายอยู่สักหน่อยนะ  อัมบริดจ์  เป็นการก้าวก่ายบทบาทของศาลสูงมากเกินไป!  โดจพูดอย่างเผ็ดร้อนด้วยใบหน้าแดงก่ำที่ฉายชัดว่าไม่ชอบใจกับคำพูดของแม่มดหน้าคางคกมาก

                รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าของอัมบริดจ์อย่างรวดเร็ว  ฟัดจ์ที่รู้ว่าอัมบริดจ์ทำพลาดเสียแล้วที่ทำให้สมาชิกศาลสูงแต่ละคนเริ่มไม่พอใจจึงรีบกระแอม  ใบหน้าของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ

                “แล้วตกลงคุณไปพบแบล็กที่อัซคาบันทำไมเสียหลายครั้ง  คุณยังไม่ตอบคำถามนี้กับผมและสมาชิกทุกคนเลย”  รัฐมนตรีพยายามดึงหัวข้อนี้กลับมากู้สถานการณ์อีกครั้ง  บรรดาพ่อมดแม่มดที่นั่งล้อมรอบโต๊ะอยู่ต่างหยุดพึมพำและจ้องมองไปที่หัวโต๊ะอีกครั้ง 

                แว่นตาของประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตครึ่งเสี้ยวพระจันทร์เป็นประกายล้อกับแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่างต้องมนตรา

                “ผมได้รับทราบจากคุณโพสันว่าเธอพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ได้ว่าซิเรียส  แบล็กเป็นผู้บริสุทธิ์  และเธอยังขอให้ผมเป็นผู้แทนในการยื่นฎีกาครั้งนี้  ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลยที่ผมจะต้องเดินทางไปพบแบล็กเพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเด็กผู้หญิงคนนี้กับนักโทษที่อาจเป็นผู้บริสุทธิ์   และผมไปที่นั่นในฐานะผู้แทนของผู้ฎีกาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”

                คำตอบของดัมเบิลดอร์ทำให้คิ้วของฟัดจ์ขมวดเป็นปมอย่างไม่ชอบใจนัก  สมาชิกคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลที่ชายชรายกมาตอบ

                “งั้นก็เอาเป็นว่า  เรื่องที่ดัมเบิลดอร์ไปอัซคาบันเพื่อพบแบล็กไม่ใช่เรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือลับลมคมในอันไม่บริสุทธิ์”  อะมีเลีย  โบนส์ที่นั่งฟังเงียบๆมานานสรุปด้วยท่าทางเคร่งขรึม

                “ไม่ๆ!  ผมคิดว่าดัมเบิลดอร์ยังตอบคำถามของผมไม่หมด”   ฟัดจ์ยังพูดอย่างดื้อรั้นต่อไป  เขาจ้องมองมาที่เฟริน่าด้วยสายตาใจดีราวกับลุงมองดูหลานสาวคนโปรด   “คุณโพสัน   เธอเอาเวลาที่ไหนไปแสวงหาพยานหลักฐานที่ว่านั่น  เด็กอายุน้อยๆเช่นเธอน่าจะเอาใจใส่อยู่กับการเรียนมิใช่หรือ  คนที่พบพยานหลักฐานเป็นคนอื่นที่เขาไม่อาจยื่นฎีกาได้ในนามของตนเองใช่ไหม”

                เฟริน่านึกไม่ถึงว่ารัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์พยายามจะพูดชี้นำให้เธอตอบออกมาว่า  เธอเป็นเพียงหุ่นเชิดของดัมเบิลดอร์ในการยื่นฎีกาครั้งนี้   ช่างเป็นการกระทำที่ร้ายกาจมากๆ  เด็กหญิงรู้สึกถึงความโกรธที่พุ่งพล่านอยู่ในอก  เขากล้ากล่าวหาดัมเบิลดอร์เป็นนัยๆได้อย่างไรว่าอาจารย์ใหญ่มีเจตนาจะยื่นฎีกานี้ด้วยตนเองตั้งแต่แรก   ฟัดจ์คิดว่าเธอโง่หรืออย่างไรถึงได้พยายามพูดจาหลอกล่อแบบนั้น    ถ้าทุกคนเข้าใจผิดว่าดัมเบิลดอร์เป็นตัวตั้งตัวตีจะยื่นฎีกาเสียเอง  พ่อมดชราย่อมถูกมองว่ามีจิตใจเอนเอียงและให้อภิสิทธิ์แก่ซิเรียส  แบล็ก  ผลในท้ายที่สุดย่อมทำให้ฎีกานี้ไม่ผ่าน  และดัมเบิลดอร์ยังต้องเสียชื่อเสียงอีกด้วย

แต่เวลานี้...  เฟริน่ารู้ดีว่าเธอกำลังยืนอยู่ต่อหน้าที่ประชุมศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  เธอไม่ควรแสดงออกถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำ  ดังนั้น  เฟริน่าจึงสูดลมหายใจลึกๆเพื่อกล้ำกลืนความโกรธไว้ภายในและตอบด้วยท่าทางสุขุมว่า

                “ไม่ค่ะ  หนูเป็นคนพบหลักฐานชิ้นสำคัญด้วยตัวเองทั้งหมด  ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เพิ่งรับรู้ภายหลังเมื่อหนูขอให้เขาช่วยเป็นผู้แทนยื่นฎีกานี้  เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าหนูยังไม่บรรลุนิติภาวะที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง”

                ฟัดจ์พ่นลมหายใจดังพรืดอย่างไม่พอใจในคำตอบ  แล้วอัมบริดจ์ก็เริ่มกลับมายิ้มอีกครั้งที่ทำให้ปากตกห้อยดูน่าเกลียดคล้ายแสยะยิ้มมากกว่ายิ้มหวานจริงๆ

                “คุณโพสัน  ฉันมีเรื่องที่ไม่เข้าใจอยู่สักหน่อย  หวังว่าเธอคงตอบคำถามฉันได้นะจ้ะ”

                เฟริน่ามองแม่มดหน้าคางคกอย่างระมัดระวัง  เด็กหญิงจำนิสัยของอัมบริดจ์ได้จากหนังสือว่า  แม่มดเตี้ยม่อต้อคนนี้ชอบทำให้ใครก็ตามที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับหล่อนต้องอับอายขายหน้า

                “ค่ะ  หนูยินดีที่จะตอบคำถาม  -- 

                ดัมเบิลดอร์กระแอมขัดขึ้น   “เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนยื่นฎีกา  ผมต้องขอย้ำเตือนให้ทุกๆคนในที่นี้ทราบ  การซักถามคุณโพสันเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง  ซึ่งถ้าจะให้พูดกันคืออยู่ในอำนาจที่ประชุมของศาลสูงวิเซ็นกาม็อต”

                คำพูดของพ่อมดชราเรียกให้สมาชิกทุกคนกลับมาไม่พอใจปลัดกระทรวงเวทมนตร์อาวุโสอีกครั้งที่หล่อนพยายามทำเกินหน้าที่และเป็นการแทรกแซงศาลสูงวิเซ็นกาม็อต 

                ฟัดจ์ขยับตัวอีกครั้งอย่างไม่สบายใจนัก  “ผมกับอัมบริดจ์ไม่เคยคิดที่จะก้าวก่ายอำนาจที่ประชุมของศาลสูงอยู่แล้ว  เราสองคนเพียงแต่แค่สงสัยและอยากให้ความจริงกระจ่างก่อนที่จะมีการประชุมว่าจะรับหรือไม่รับฎีกาเท่านั้นเอง”

                “ผมก็หวังว่าคุณทั้งคู่จะรู้บทบาทของตัวเองดี”  โดจพูดพลางหรี่ตามองฟัดจ์และอัมบริดจ์อย่างไม่พอใจ

                “ถ้าเป็นเช่นนั้นผมขอสรุปเลยแล้วกัน”  ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืนที่หัวโต๊ะ  เขาใช้ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองทุกๆคนและพูดขึ้นต่อไปว่า  “ผมอัสบัส  ดัมเบิลดอร์  ในฐานะผู้แทน  -- 

                “เดี๋ยวสิ!  ไหนล่ะพยานหลักฐานที่แนบมาพร้อมกับฎีกาล่ะ  มันเป็นธรรมเนียมมิใช่หรือที่จะยื่นพยานหลักฐานพร้อมกับฎีกาน่ะ”  ฟัดจ์ร้อง

                “ผมคิดว่าคุณควรทำความเข้าใจเสียใหม่นะ  รัฐมนตรีฟัดจ์”  ดัมเบิลดอร์หันมาจ้องมองฟัดจ์จนรัฐมนตรีรู้สึกเหมือนถูกมองอย่างแทงทะลุ   เฟริน่าเห็นฟัดจ์รีบหลบสายตาของอาจารย์ใหญ่   “ไม่มีกฎหมายฉบับไหนระบุว่าการยื่นฎีกาต่อที่ประชุมของศาลสูงวิเซ็นกาม็อตต้องนำพยานหลักฐานติดมาด้วยทุกครั้ง  และถ้าคุณต้องการให้ผมย้ำอีกครั้งว่าขั้นตอนการยื่นเป็นอำนาจของศาลสูงวิ  -- 

                “ผมเข้าใจแล้ว  คุณไม่ต้องย้ำบ่อยนักก็ได้!  ฟัดจ์โพล่งอย่างหงุดหงิด

                “ขอบคุณมาก  ฟัดจ์!  ที่ในที่สุดคุณก็เข้าใจอำนาจหน้าที่ของวิเซ็นกาม็อตจริงๆเสียที”   โดจพูดอย่างประชดประชัน

                “งั้นเราควรยุติเรื่องวันนี้เสียที”  แม่มดอีกคนร้องบอกพลางจ้องมองรัฐมนตรีกับปลัดกระทรวงอาวุโสอย่างรำคาญใจ

                “ขอบคุณมาก  มาร์ชแบงส์”  ดัมเบิลดอร์หันไปบอกกับแม่มดคนนั้น

                “ไม่เป็นไร   อัสบัส  เรื่องนี้ควรอยู่ในอำนาจตัดสินใจของวิเซ็นกาม็อตอยู่แล้ว”  มาร์แบงส์พูด

                “ถ้าอย่างนั้น”   พ่อมดชราหยุดพูดเล็กน้อยและกวาดตามองบรรดาพ่อมดแม่มดทุกคนในห้อง   “ผมอัสบัส  ดัมเบิลดอร์  ในฐานะผู้แทนของเฟริน่า  โพสัน  ผู้ฎีกาซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ  ขอยื่นฎีกาต่อที่ประชุมของศาลสูงวิเซ็นกาม็อตในปัญหาที่ว่าด้วย การรื้อฟื้นคดีของ  ซิเรียส  แบล็กขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง  เพื่อให้สมาชิกแห่งศาลสูงทุกท่านโปรดประชุมกันลงความเห็นว่าสมควรที่จะรับฎีกานี้ไว้พิจารณาหรือไม่”

                เอลฟายอัส  โดจลุกขึ้นยืนบ้างและกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจังว่า

                “ผม  เอลฟายอัส  โดจ  ที่ปรึกษาพิเศษแห่งศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  ขอเป็นตัวแทนสมาชิกศาลสูงวิเซ็นกาม็อตทุกท่านในการรับฎีกาที่ยื่นต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาว่าเห็นสมควรที่จะรับฏีกาในปัญหาที่ว่าด้วย การรื้อฟื้นคดีของ  ซิเรียส  แบล็กขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหรือไม่  ของเฟริน่า  โพสัน  ผู้ฎีกาซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ  ซึ่งกระทำโดยนาย อัสบัส  ดัมเบิลดอร์  ผู้แทนของเธอ”

 



                เฟริน่าก้าวเดินออกจากห้องประชุมศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  เมื่อห้านาทีก่อนเธอเพิ่งจัดแจงยื่นม้วนกระดาษที่อัดแน่นไปด้วยตัวหนังสือต่อเอลฟายอัส  โดจ   เด็กหญิงรู้สึกเหมือนขาไร้เรี่ยวแรง  เมื่อนึกถึงการประชุมของศาลสูงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้  และเธออาจถูกเรียกตัวมาไต่สวนกับฎีกาในภายหลัง  หากเสียงของสมาชิกส่วนใหญ่ต้องการข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในการตัดสินว่าจะรื้อคดีของซิเรียสขึ้นมาหรือไม่  

                เด็กหญิงออกมายืนรอตรงหน้าต่างต้องมนตรา  เธอเห็นดัมเบิลดอร์ยืนคุยกับสมาชิกหลายคนด้วยท่าทางเคร่งขรึม   ในขณะที่ฟัดจ์และอัมบริดจ์พยายามจะเข้าไปร่วมบทสนทนาด้วย  แต่เมื่อทั้งคู่เห็นสีหน้าไม่ต้อนรับของสมาชิกที่เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอใจที่รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงอาวุโสพยายามแทรกแซงอำนาจศาลสูงหลายครั้ง  ทั้งสองจึงต้องยอมแพ้ 

                ในขณะที่ฟัดจ์และอัมบริดจ์ซึ่งมีสีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจเดินผ่านเฟริน่า  ฟัดจ์ก็หันมาจ้องมองเด็กหญิงและพยายามยิ้มแบบฝืนๆ

                “คุณโพสัน  เธอช่างเป็นเด็กที่กล้าหาญเสียนี่กระไร”  เขาเอ่ยชมที่เฟริน่าคิดว่าฟังดูประชดประชันเสียมากกว่า

                “เธออยากไปดื่มชากับพวกเราไหมจ้ะ”  รอยยิ้มกลับมาฉาบบนใบหน้ากางกว้างของอัมบริดจ์อีกครั้ง

                “ไม่เป็นไรค่ะ  ขอบคุณมาก”  เฟริน่ารีบตอบ

                “เธอไม่ควรปฏิเสธไมตรีของพวกเรา  ฉันคิดว่าบางทีเราอาจคุยเรื่องความเข้าใจผิดของเธอได้”  คำพูดของฟัดจ์ทำให้เฟริน่าอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้เมื่องุนงงว่าเขาหมายความว่าอย่างไรที่ว่า  เธอเข้าใจผิด

                อัมบริดจ์หัวเราะคิกคักเสียงใสแบบเด็กสาวที่ชวนให้เฟริน่าขนลุก

                “เราทั้งสองอาจช่วยเธอได้  ไหนบอกฉันกับท่านรัฐมนตรีมาซิว่า  เธอไม่ได้เต็มใจที่จะยื่นฎีกาฉบับนี้เลย  เห็นได้ชัดว่าดัมเบิลดอร์คงจะพยายามกล่อมให้เธอเป็นหุ่นเชิดให้เขาทำลายชื่อเสียงกระทรวงเวทมนตร์น่ะ” 

                ประโยคน่าเกลียดที่หลุดออกมาจากปากห้อยย้อยของโดโลเรส  อัมบริดจ์ทำให้ความโกรธของเฟริน่าปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  

                “คุณกล้าพูดออกมาได้อย่างไรคะ”  เฟริน่าถามพลางจ้องมองใบหน้าเหมือนคางคกของอัมบริดจ์โดยไม่คิดที่จะปิดบังโทสะไว้อย่างที่พยายามทำเมื่อครั้งอยู่ในห้องประชุม  น่าแปลกที่รอยยิ้มของอัมบริดจ์ไม่ได้เจื่อนลง  กลับกันหล่อนยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น

                “ฉันกล้าพูดออกมาได้อย่างไรน่ะหรือ”  หล่อนทวนคำด้วยเสียงแหลมสูงแบบเด็กสาวที่เสียดแทงหู   “เด็กน้อยอย่างเธอ  อายุสิบสามปีหรือยังอันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจ  บางทีถ้าดัมเบิลดอร์เป็นคนหาหลักฐานพบและขอให้เธอเป็นหุ่นเชิดของเขา  มันก็ฟังดูไม่ยุติธรรมกับเธอสักหน่อยนะสำหรับเด็กอย่างเธอน่ะ  คุณโพสัน  ถ้าเธอบอกความจริงกับฉันและท่านรัฐมนตรี  บางที  เราอาจช่วยเธอออกจากสถานการณ์นี้ได้”

                “สถานการณ์แบบไหนคะที่คุณกำลังพูดถึงอยู่”  เฟริน่าย้อนถาม

                ฟัดจ์หันไปสบตาอย่างมีคำถามกับอัมบริดจ์  เห็นได้ชัดว่ารัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ดูจะไม่เข้าใจคำพูดของหล่อนเช่นกัน

                “จุ๊ๆ  เธอไม่คิดหรือว่าการที่เธอตั้งตัวเป็นศัตรูกับกระทรวงเวทมนตร์จะส่งผลเสียต่อเธอในอนาคตน่ะ  คุณโพสัน  บางทีการคัดเลือกนักเรียนที่จบจากฮอกวอตส์เข้าทำงานในตำแหน่งดีๆที่กระทรวงเวทมนตร์อาจมีการคำนึงว่าเด็กจบใหม่เคยตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับที่นี่หรือเปล่า  นั่นแหละจ้ะที่ฉันพยายามจะบอก” 

                ฟัดจ์อ้าปากค้างอย่างประหลาดใจ  และรีบหุบปากพลางกระแอมก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างกับอัมบริดจ์  แต่หล่อนกลับหัวเราะคิกคักราวกับเขาเพิ่งพูดเรื่องจี้เส้นให้เธอฟัง

                “ให้ดิฉันจัดการเรื่องนี้เองค่ะท่าน  เรื่องนี้ท่านควรไว้ใจดิฉัน”  อัมบริดจ์บอกก่อนจะหันมาฉีกยิ้มที่ยิ่งทำให้ปากตกห้อยน่าเกลียดมากขึ้น  “ว่าไงล่ะจ๊ะ  เธออยากทำงานในตำแหน่งไหน  ถ้า  -- 

                “น่ารังเกียจมากค่ะ!  เฟริน่าแทรกขึ้นมาอย่างโกรธจัด  รอยยิ้มของอัมบริดจ์ดูเจื่อนลง  ดวงตาโปนๆของหล่อนฉายประกายตกใจอย่างนึกไม่ถึงว่าจะโดนเด็กหญิงต่อว่า

                “ประธานโทษนะ”  อัมบริดจ์กระพริบตาและพยายามยิ้มต่อไป  “เธอหมายความว่าอย่างไรที่ว่า  น่ารังเกียจน่ะ”

                “หมายถึงจิตใจของคุณน่ะสิคะ  น่ารังเกียจ!  ถ้าคุณไม่กลัวว่ามันคือเรื่องจริงที่ว่ากระทรวงเวทมนตร์ทำงานผิดพลาดส่งคนบริสุทธิ์เข้าอัซคาบันถึงสิบสองปี  คุณคงไม่ยื่นข้อเสนอน่ารังเกียจแบบนี้หรอก  คุณคิดได้อย่างไรถึงได้กล้าพูดแบบนี้กับหนู”    เฟริน่าถามอย่างมีโทสะ 

                ฟัดจ์เลื่อนสายตาจากอัมบริดจ์มายังเฟริน่า  คิ้วของเขาขมวดเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิงตัวเล็ก

                “เธอควรรักษามารยาทในการพูดกับผู้ใหญ่นะ  คุณโพสัน  นี่ออกจะหยาบคาย  -- 

                “หนูไม่เห็นว่าการที่เราพูดถึงสิ่งที่ใจคิดเป็นเรื่องที่หยาบคายนะคะ   ในเมื่อผู้ใหญ่คนนั้นไม่ยอมรับความจริงว่ากระทรวงเวทมนตร์ทำเรื่องผิดพลาด  ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องรับโทษที่เขาไม่ได้ก่อนานถึงสิบสองปี  แถมผู้ใหญ่คนนั้นยังพยายามยื่นข้อเสนอน่ารังเกียจให้เรื่องนี้เงียบไปอีก  หนูเพิ่งทราบว่าผู้ใหญ่แบบนี้สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีมารยาทนะคะ”

                ใบหน้าอวบอูมของพ่อมดร่างอ้วนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็ว  เขาอ้าปากค้างอย่างตกใจระคนโกรธจัดที่ถูกเด็กหญิงตอกหน้าด้วยคำพูดแทงใจดำอย่างแรง  เขาหันไปมองอัมบริดจ์อย่างขอความช่วยเหลือ  แต่แม่มดหน้ากางกว้างได้แต่อึ้งกับคำพูดของเด็กหญิงตัวเล็กไม่แพ้กัน  ทั้งคู่ดูจะอับจนหาเสียงของตัวเองไม่เจอไปชั่วขณะ

                “บางทีเราน่าจะกลับกันได้แล้วนะ”  เสียงแหบชราของดัมเบิลดอร์ดังขึ้นที่ด้านหลังพร้อมกับที่เฟริน่ารู้สึกถึงฝ่ามือเหี่ยวย่นของอาจารย์ใหญ่แตะเบาๆบนไหล่   เฟริน่าเงยหน้าขึ้นไปและเห็นพ่อมดชราส่งยิ้มให้เธอ  ดวงตาสีฟ้าอ่อนมีประกายขบขันที่เด็กหญิงรู้ว่าเขาน่าจะได้ยินบทสนทนาอันเผ็ดร้อนระหว่างเธอกับฟัดจ์และอัมบริดจ์เมื่อครู่นี้

                “ค่ะ  ศาสตราจารย์”   เฟริน่ารับคำ  เธอขมวดคิ้วใส่รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงอาวุโสอีกครั้งก่อนจะเดินผ่านทั้งสองไปยังลิฟต์ที่ตอนนี้มีบรรดาสมาชิกแห่งศาลสูงวิเซ็นกาม็อตบางส่วนยืนล้อมอยู่

                “ฉันชอบคำพูดของเธอทุกคำเลยนะ”  ดัมเบิลดอร์พึมพำที่เฟริน่าได้ยินเพียงคนเดียว  ชายชราหลิ่วตาให้กับนิสัยหัวขบถของเด็กหญิง

                “สวัสดี  เฟริน่า”  เอลฟายอัส  โดจที่ยืนรอลิฟต์อยู่เช่นกันส่งยิ้มมาให้เธอ  เขาจ้องมองลงมาด้วยสีหน้าสนใจใคร่รู้ไม่ต่างจากพ่อมดแม่มดคนอื่นๆที่ยืนรอลิฟต์อยู่

                “สวัสดีค่ะ  คุณโดจ”  เฟริน่าก้มหน้าให้เขาเล็กน้อย 

โดจโบกมือพลางหัวเราะ  “เรียกฉันว่าเอลฟายอัสเถอะ  แม่หนู  บอกตามตรง  ฉันเพิ่งเคยเจอเด็กผู้หญิงมายื่นฎีกาขอรื้อฟื้นคดีให้นักโทษชื่อกระฉ่อนน่ะ”

“ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่เด็กตัวเล็กๆต้องมาพัวพันกับคดีในศาลมากกว่าจะสนใจเรื่องเรียนหรอกนะ”  เคร้าช์พูดขึ้นบ้าง    “แต่ถ้าสิ่งที่เธอกล่าวอ้างว่าแบล็กบริสุทธิ์จริง  การประกาศความจริงเพื่อให้เรื่องนี้เกิดความยุติธรรม  ฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรกระทำอยู่เหมือนกัน”

“บางทีฉันคงต้องขออนุญาตเข้าร่วม  หากมีการไต่สวนฎีกาฉบับนี้”  อะมีเลีย  โบนส์เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย  หล่อนจ้องมองและส่งยิ้มลงมายังเด็กหญิง   “เธออยู่ชั้นปีเดียวกับซูซาน  โบนส์ใช่ไหม”

“ค่ะ  มาดามโบนส์  แต่หนูอยู่บ้านกริฟฟินดอร์”  เฟริน่าตอบอย่างสุภาพ

“ข้อนี้ฉันไม่แปลกใจนัก”  หล่อนบอกยิ้มๆ  และเมื่อเสียงประตูลิฟต์ดังเคร้งคร้าง  พ่อมดแม่มดที่ยืนรอก็ก้าวเข้าไปข้างใน  เฟริน่าเดินไปยืนอยู่ข้างหน้าระหว่างระหว่างดัมเบิลดอร์และเอลฟายอัส  ครั้งนี้เธอยืนอยู่ตรงหน้าประตูลิฟต์เลย  และเมื่อประตูลูกกรงสีทองเลื่อนปิด  เสียงผู้หญิงจืดชืดก็ดังขึ้นอีกครั้งผสมไปกับเสียงกระพือปีกของเรือบินได้  ลิฟต์สั่นสะเทือนเล็กน้อย

“ชั้นสาม  กองอุบัติเหตุและความหายนะเนื่องด้วยเวทมนตร์  ที่รวมอยู่ด้วยมีหน่วยกู้ภัยวิเศษ  สำนักงานใหญ่ผู้ลบความทรงจำ  และคณะกรรมกาข้อแก้ตัวที่เหมาะสมสำหรับมักเกิ้ล”

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก  เฟริน่าก็เห็นพ่อมดแม่มดบางคนในชุดสูท  บางคนก็สวมใส่เสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์  บางคนก็ใส่ชุดเสื้อกันฝน  หรือบางคนก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำ  เด็กหญิงเดาได้ว่าพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องคอยพบเจอกับเหล่ามักเกิ้ลเพื่อแก้ตัวยามที่เกิดเรื่องแปลกประหลาดเกี่ยวกับเวทมนตร์ขึ้น  ดังนั้น  พวกเขาจึงต้องสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนมักเกิ้ลทั่วไป  โชคร้ายที่ลิฟต์แน่นขนัดไปด้วยบรรดาสมาชิกแห่งศาลสูงจึงไม่มีที่ว่างพอให้เจ้าหน้าที่ชั้นสามเบียดเข้ามาได้  แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อทุกคนจากชั้นนี้เห็นดัมเบิลดอร์  สายตาก็เริ่มจับจ้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น  เฟริน่าคิดว่าข่าวเรื่องดัมเบิลดอร์ยื่นฎีกาขอรื้อฟื้นคดีซิเรียส  แบล็ก  คงแพร่กระจายไปเรียบร้อยแล้ว  

เรือบินสามลำพุ่งออกจากประตูลิฟต์พร้อมกันกับที่บันทึกบินได้อีกสิบกว่าลำบินเบียดเข้ามาทำให้โคมไฟในลิฟต์ถูกกระดาษเหล่านั้นบดบังจนลิฟต์มืดสลัว  เฟริน่าได้ยินเอลฟายอัสกำลังพูดเรื่องบทความหนังสือพิมพ์เมื่อสัปดาห์ก่อนให้ดัมเบิลดอร์ฟัง  แล้วประตูลิฟต์ก็ปิดลงและเริ่มสั่นอีกครั้ง

“ชั้นสี่  กองออกระเบียบและควบคุมสัตว์วิเศษ  ที่รวมอยู่ด้วยมีแผนกสัตว์  แผนกสิ่งมีชีวิตชั้นสูง  และแผนกวิญญาณ   สำนักงานก๊อบลินสัมพันธ์และสำนักที่ปรึกษาเรื่องสัตว์รบกวน”

เฟริน่าเห็นพ่อมดคนหนึ่งกำลังดึงสายจูงนกยูงตัวหนึ่งไม่ให้ไปกัดแม่มดที่ยืนอยู่ข้างๆ  เด็กหญิงนึกประหลาดใจว่าปกตินกยูงไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้ายขนาดนั้น  มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆถึงได้ถูกส่งตัวมาที่กองนี้  แต่เด็กหญิงก็ไม่ได้สงสัยนานนักเมื่อนกยูงตัวนั้นโก่งคอและพ่นลูกไฟดวงเล็กๆออกมาใส่บรรดาพ่อมดแม่มดที่ยืนใกล้ๆ  พวกเขาหวีดร้องและรีบกระโดดออกห่างจากนกยูงตัวนั้น  บรรยากาศชั้นนี้ดูสับสนวุ่นวายและสกปรก  มีกลิ่นมูลสัตว์เล็กน้อย   มีสิ่งมีชีวิตวิเศษอื่นๆขู่คำรามเสียงต่ำๆ  เด็กหญิงเห็นแม่มดเมื่อเช้านี้ที่หอบห่อผ้าซึ่งเต็มไปด้วยหนูตะเภามีจะงอยปากและปีกยืนหลบอยู่ที่มุมข้างๆ  ตามใบหน้าและลำคอมีรอยข่วนจิกที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาจากตัวอะไร  เรือบินครึ่งหนึ่งบินออกจากชั้นนี้พร้อมกันนั้นเรือบินอีกหกลำบินเข้ามาแทน  เจ้าหน้าที่ชั้นนี้ก็ไม่ต่างจากชั้นที่แล้วที่ทุกคนจ้องมองดัมเบิลดอร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

มีพ่อมดสองคนและแม่มดอีกหนึ่งก้าวออกไปจากลิฟต์  แต่ไม่มีใครเข้ามาในลิฟต์    เฟริน่าถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อพ่อมดคนที่จับสายจูงนกยูงลากเจ้าสัตว์มีปีกพ่นลูกไฟเข้ามาในลิฟต์ไม่สำเร็จ   แล้วประตูลิฟต์ก็ปิดลงอีกครั้ง 

“ชั้นห้า  กองความร่วมมือด้านเวทมนตร์ระหว่างประเทศ  ที่รวมอยู่ด้วยมีสภามาตรฐานการค้าเวทมนตร์ระหว่างประเทศ  สำนักงานกฎหมายเวทมนตร์ระหว่างประเทศ  และที่ทำการของผู้แทนสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติแห่งประเทศอังกฤษ” 

ชั้นนี้สะอาดและดูโอ่อ่าเป็นระเบียบตรงกันข้ามกับชั้นเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง  เฟริน่าเห็นนายบาร์ทิเมียส  เคร้าช์เดินแทรกออกไปพร้อมกับมีพ่อมดหนึ่งคนและแม่มดอีกสามคนก้าวออกไปจากลิฟต์โดยมีเรือบินสักโหลหนึ่งบินตามหลังไป  และมีเรือบินอีกห้าลำพุ่งเข้ามา  เจ้าหน้าที่ชั้นนี้ต่างรีบเดินติดตามเคร้าช์ไปติดๆปากก็เริ่มพร่ำถามที่เฟริน่าได้ยินชัดเจนว่ามีชื่อของดัมเบิลดอร์ถูกเอ่ยออกมาด้วย  โชคร้ายที่ประตูลิฟต์ลั่นเสียงดังปิดลง  ทำให้เด็กหญิงไม่ทันได้เห็นหรือได้ยินว่าเคร้าช์ตอบว่าอย่างไร  ลิฟต์สั่นอีกครั้ง

“ชั้นหก  กองการขนส่งวิเศษ  ที่รวมอยู่ด้วยมีการเครือข่ายผงฟลู  หน่วยออกระเบียบและควบคุมไม้กวาด  สำนักงานกุญแจเดินทาง  และศูนย์ทดสอบการหายตัว”

ประตูลูกกรงลิฟต์เปิดออกและเฟริน่าเห็นพ่อมดแม่มดสี่คนยืนรอลิฟต์อยู่  และทันทีที่พวกเขาเห็นดัมเบิลดอร์  สีหน้าของพวกเขาก็ฉายประกายสงสัยอย่างปิดไว้ไม่มิด  พวกเขาก้าวเข้ามาในลิฟต์  หนึ่งในพ่อมดคนหนึ่งอุ้มกล่องที่มีรอยตราประทับสีดำที่อ่านได้ว่า  ฟลู-พาว  โดยบริษัท  อิกเนเชีย  ไวลด์สมิธ  บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตผงฟลูแต่เพียงผู้เดียวในเกาะอังกฤษ  และใกล้ๆกันนั้นมีรอยตราประทับรูปวงกลมสีแดงเข้มอ่านได้ว่า  ฟลูปลอม  โปรดระวัง!  และมีตัวหนังสือลายมือขยุกขยิกที่เฟริน่าต้องใช้ความพยายามแกะลายมือหวัดๆนั่น  ซึ่งมันอ่านได้ว่า  อาจเป็นผงเขี้ยวรูนสพัวร์หรือมีส่วนผสมจากสกรู๊ตปะทุไฟ  ส่งให้โรงพยาบาลเซนต์มังโกตรวจสอบ  ด่วนที่สุด!

“ฟลูปลอมอีกแล้วหรือ  แบเซิล”  พ่อมดสักคนหนึ่งร้องถามขึ้น

“ใช่  ตอนนี้กำลังระบาดหนักแถวๆเวลส์เลย  มีแม่มดคนหนึ่งประดิษฐ์ฟลูปลอมขึ้นมาเร่ขายให้กับผู้วิเศษในแถบนั้น  ทำเอาผมหัวหมุนเลย  มีพ่อมดไม่ต่ำกว่าหกคนโดนเผาที่บั้นท้าย  แม่มดสามคนโดยเป่าออกจากปล่องไฟแทนที่จะไปโผล่ที่อื่น  นี่ผมเพิ่งได้รับจดหมายกัมปนาทจากทรัทเทอร์ฟอร์ด  โป้ก  เมื่อเช้านี้เอง  ให้ตายเถอะ!  เขาโมโหเป็นบ้าเป็นหลังไปเลยหลังจากจำนวนผู้วิเศษที่บาดเจ็บจากฟลูปลอมโผล่ขึ้นเรื่อยๆ  นี่ผมเพิ่งสืบจนรู้ว่ามาจากแม่มดแถบเวลส์  และเพิ่งไปยึดมา  ว่าจะส่งให้โรงพยาบาลเซนต์มังโกตรวจสอบดูอีกที  เพราะมีกลิ่นแปลกๆคล้ายกลิ่นไหม้ของสกรู๊ตปะทุไฟรวมอยู่ด้วยจากอาการบาดเจ็บ”

แล้วจากนั้นพ่อมดอีกคนก็หันไปกระซิบถามแม่มดอีกคนเรื่องเกี่ยวกับข่าวลือฎีกาของดัมเบิลดอร์   เด็กหญิงพยายามเงี่ยหูฟัง  แต่เสียงจืดชืดของผู้หญิงก็ดังขึ้น

“ชั้นเจ็ด  กองควบคุมดูแลเกมและกีฬาเวทมนตร์  ที่รวมอยู่ด้วยมีสำนักงานใหญ่สโมสรควิดดิชเกาะอังกฤษและไอร์แลนด์  สโมสรก๊อบสโตนอย่างเป็นทางการ  และสำนักงานจดทะเบียนสิทธิบัตรห้าแต้ม”

ชั้นนี้เป็นชั้นที่เด็กหญิงรอคอยที่จะได้เห็นมากที่สุด  และเธอก็ไม่ผิดหวังเลยเมื่อประตูลูกกรงสีทองเลื่อนเปิดออกเสียงดัง  เด็กหญิงเห็นระเบียงทางเดินที่ดูสับสนเมื่อมันเต็มไปด้วยรูปโปสเตอร์ทีมควิดดิชต่างๆบนผนัง  ทุกรูปมีพ่อมดแม่มดในชุดควิดดิชโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริงมาจากบนไม้กวาด  ชั้นนี้มีไม้กวาดร่อนไปร่อนมา  และมีพ่อมดสองคนในชุดควิดดิชสีส้มสดยืนอยู่ไกลๆ  มีตรารูปลูกปืนใหญ่กำลังพุ่งเร็วจี๋  ด้านหลังมีตัวอักษร    สีดำตัวใหญ่  เด็กหญิงคิดว่านั่นต้องเป็นผู้เล่นทีมชัดลีย์  แคนนอนส์แน่นอน  เสียดายที่พวกเขายืนอยู่ห่างจากลิฟต์เกินไปและไม่สนใจที่จะขึ้นลิฟต์มา  ไม่อย่างนั้นเธออาจขอให้พวกเขาเซ็นชื่อให้สักหน่อยเพื่อนำไปฝากรอนแทนคำขอโทษที่ขโมยสแคบเบอร์ไป 

แต่แล้วสิ่งที่ดึงความสนใจไปจากเธอเมื่อมีพ่อมดคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือนับสิบฉบับพร้อมกันนั้นเขาหอบไม้กวาดที่สวยที่สุดเท่าที่เฟริน่าเคยเห็นเข้ามาด้ามหนึ่ง

มันเป็นไม้กวาดสีเข้ม  และเมื่อดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเธอเลื่อนไปเห็นป้ายขนาดไม่ใหญ่และเล็กจนเกินไปที่ห้อยอยู่  เธอก็เริ่มเอียงคออ่านมัน

 


ไฟร์โบลต์

                ขอเชิญสัมผัสประดิษฐกรรมจากสุดยอดเทคโนโลยีล้ำยุคไม้กวาดแข่งรุ่นไฟโบลต์  ด้ามไม้กวาดทรงเพรียวทำจากไม้แอชเนื้อเนียนละเอียด  ขัดเงาเหลี่ยมเพชร  พร้อมหมายเลขประจำด้ามแกะสลักด้วยมือ  ทุกก้านไม้กวาดทำจากกิ่งเบิร์ชที่บรรจงคัดมาเพื่อดัดให้เหมาะกับหลักอากาศพลศาสตร์  จึงทำให้ไฟร์โบลต์ทรงตัวเป็นเลิศ  และปรับทิศทางได้แม่นยำเที่ยงตรงชนิดที่ไม่มีไม้กวาดรุ่นใดเทียบได้  ไฟร์โบลต์เร่งความเร็วสูงสุดจาก  0-240  กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน  10  วินาที  พร้อมลงคาถาใส่เบรกที่ไม่อาจลบล้างได้  สนใจโปรดสอบถามราคา

 


เฟริน่าเบิกตาโตเมื่ออ่านข้อความบนป้ายจบ  เด็กหญิงจ้องมองไม้กวาดด้ามเพรียวเงางามด้วยความอยากได้  แล้วเธอก็ได้ยินพ่อมดคนที่ถือไฟร์โบลต์ตอบเอลฟายอัสว่า

“ใช่ครับ  นี่เป็นไม้กวาดแข่งรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน  ผมมาทำเรื่องขอใบอนุญาตจัดจำหน่ายที่ชั้นหก  แต่มาชั้นเจ็ด  เพราะมีนัดคุยกับทีมชาติไอริชครับ   แต่ผมยังขายให้ไม่ได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากหน่วยออกระเบียบและควบคุมไม้กวาด  --  ผมมีร้านขายอยู่ชื่อร้านอุปกรณ์ควิดดิชชั้นเยี่ยม  ในตรอกไดแอกอน  ถ้าได้รับอนุมัติใบอนุญาตแล้วผมจะวางขายที่หน้าร้านเร็วๆนี้แหละครับ” 

เฟริน่ายังคงจ้องไฟร์โบลต์อยู่  เธอลอบมองพ่อมดเจ้าของร้านอย่างหวาดๆ

“เอ่อ  --  หนูขอลองจับมันได้ไหมคะ”  เธอถาม 

“เอ้า!  ทำไมจะไม่ได้ล่ะ  แม่หนู”  เขาตอบกับเธออย่างใจดี  

เฟริน่ารับไม้กวาดด้ามเงาวับมาถือไว้ในมือ  เธอรู้สึกว่ามันสั่นเล็กน้อย  และเมื่อเธอปล่อยมือออกมา มันก็ลอยอยู่ในอากาศเองในระดับความสูงพอที่เธอจะขึ้นขี่  มีเลขสีทองตรงด้านบนสุดของด้ามจับ  เนื้อไม้เรียบลื่นสวยงามอย่างไร้ที่ติ  เธอลูบด้ามไม้กวาดอย่างหลงใหล 

“มันสวยงามมากเลยค่ะ”  เธอพูดกับพ่อมดคนนั้น

“ถ้าเธอสนใจก็มาที่ร้านฉันได้นะ  ฉันจะตั้งโชว์ที่กระจกหน้าร้าน”  เขาหลิ่วตาให้เธอ  เฟริน่าหันกลับไปจ้องไฟร์โบลต์อีกครั้ง  เธอต้องยอมรับอย่างหดหู่ว่าแม่มดอย่างเธอที่ทุกวันนี้ต้องใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือของฮอกวอตส์  ชาตินี้คงไม่มีทางได้เป็นเจ้าของไม้กวาดดีเยี่ยมแบบนี้แน่ๆ  ราคามันคงแพงหลายเท่าตัวของนิมบัสสองพันเลยทีเดียว  เด็กหญิงรีบคืนไม้กวาดด้ามนั้นอย่างเสียดายเมื่อมีเสียงประกาศว่าลิฟต์มาถึงชั้นแปดแล้ว 

เฟริน่าก้าวออกจากลิฟต์พร้อมกับพ่อมดแม่มดคนอื่นๆ   

“ไว้ฉันจะหาเวลาไปดื่มชาที่ฮอกวอตส์”  เอลฟายอัสบอกกับดัมเบิลดอร์ก่อนจะหันมายังเด็กหญิงอีกคน   “และถ้าเธอไม่รังเกียจที่จะนั่งสนทนาเรื่องน่าเบื่อกับชายแก่ๆอย่างฉัน  ฉันก็หวังว่าจะได้พบเธอมาร่วมดื่มชาที่ห้องทำงานของอัสบัสนะ  เฟริน่า”  

“ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ  คุณเอลฟายอัส”   เธอยิ้มกว้างให้เขา  ชายแก่เอื้อมมือเหี่ยวย่นมาลูบหัวเธอเบาๆ  เขาบอกลาและเดินไปข้ามห้องโถงไปอีกฝั่ง

                “งั้น  เราน่าจะ  --    ดัมเบิลดอร์ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงแหลมๆของแม่มดคนหนึ่งดังขึ้น 

                “สวัสดี  ดัมเบิลดอร์” 

                เฟริน่าเห็นแม่มดคนหนึ่งในชุดสีแดงสด  ผมของหล่อนเป็นลอนแข็งอย่างผิดธรรมชาติที่ดูประณีตแปลกๆ  ขากรรไกรของหล่อนเป็นเหลี่ยมทำให้ใบหน้าดูแปลกพิกล  บนดั้งมีแว่นตาประดับพลอย  นิ้วอ้วนใหญ่ถือกระเป๋าหนังจระเข้  เล็บยาวสักห้าเซนติเมตรได้ทาสีแดงสดเข้ากันกับชุด  นอกจากนี้ริมฝีปากของหล่อนยังทาลิปสติกสีแดงเฉดเดียวกันไว้ด้วย   คิ้วเป็นเส้นหนาที่ดูคล้ายเอาปากกาเมจิกมาเขียน   ข้างๆหล่อนมีพ่อมดตัวเตี้ยม่อต้อถือกล้องถ่ายรูปไว้  และเมื่อพ่อมดคนนั้นกำลังจะยกกล้องขึ้นเก็บภาพ  ดัมเบิลดอร์ก็ขัดขึ้นว่า

                “ผมไม่อนุญาตให้มีการเก็บภาพใดๆทั้งนั้น  หวังว่าคุณคงเข้าใจ” 

                พ่อมดช่างกล้องคนนั้นรีบลดกล้องลงอย่างตกใจ  เฟริน่าได้ยินเสียงดูดปากมาจากแม่มดชุดสีแดงสด  ชั่ววินาทีต่อมาหล่อนก็ใช้มือที่มีเล็บสีแดงคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเด็กหญิง

                “ดิฉันอยากเขียนข่าวเรื่องฎีการื้อฟื้นคดี  ซิเรียส  แบล็ก   ขอยืมตัวเด็กคนนี้สักประเดี๋ยวนะคะ  ดัมเบิลดอร์”  เมื่อหล่อนยิ้มกว้าง  เฟริน่าเห็นฟันสีทองสามซี่ส่องประกายล้อกับแสงในโถงทางเดินของกระทรวงเวทมนตร์

                “คุณไม่เคยพลาดเลยจริงๆ    แต่...   เห็นทีจะไม่ได้นะ  ริต้า   ผมเกรงว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนยื่นฎีกา  ยังไม่สามารถเปิดเผยเรื่องราวอะไรได้จนกว่าศาลสูงวิเซ็นกาม็อตจะตัดสินใจ”  ดัมเบิลดอร์ค้อมศีรษะอย่างสุภาพนอบน้อมพลางส่งยิ้มให้   ชายชราคว้าไหล่เฟริน่าอีกข้างไว้และดันเด็กหญิงเดินขึ้นหน้าไปให้ห่างจากนักข่าวสาวร้ายกาจ  หล่อนมีสีหน้าผิดหวังแต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วและแทนที่ด้วยรอยยิ้มอย่างเข้าใจ

                “อ้อ  งั้น  ไม่เป็นไรเลยค่ะ”   ริต้าบอกด้วยท่าทางร่าเริงที่มองดูเสแสร้งสุดๆ  หล่อนเลื่อนสายตามายังเสื้อคลุมของเฟริน่าเพื่อมองหาอะไรบางอย่าง  แต่เมื่อริต้า  สกีตเตอร์ไม่เห็นสิ่งที่กำลังมองหา   เธอจึงรีบพูดขึ้นต่อไปว่า  “ไม่มีป้ายชื่อผู้มาติดต่อ  แปลกดีจริง!   งั้นดิฉันขอทราบชื่อเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ไหมคะ” 

                “ผมเกรงว่าจะไม่ได้  สวัสดี”   อาจารย์ใหญ่ค้อมศีรษะให้อีกครั้งพลางดันหลังเฟริน่าเบาๆข้ามโถงทางเดินไป 

                เฟริน่าแอบเอี้ยวคอไปมอง  เธอเห็นนักข่าวสาวมีท่าทีฮึดฮัดที่ถูกปฏิเสธ  แล้ววินาทีต่อมาหล่อนก็หันไปตวาดเสียงแหลมใส่พ่อมดที่เป็นช่างกล้องข้างๆ   เด็กหญิงรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุดที่หลุดรอดพ้นเงื้อมมือของริต้า  สกีตเตอร์มาได้

                “เฟริน่า   เธอต้องพยายามหลีกเลี่ยงการให้ข่าว  รวมทั้งคำพูดที่อาจกระทบต่อผลการประชุมของศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  รู้ไหม”  ดัมเบิลดอร์เอ่ย  “คำพูดเพียงคำเดียวอาจทำให้ริต้า  สกีตเตอร์ต่อยอดเรื่องโป้ปดมดเท็จไปได้ไกลเชียวล่ะ   ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเสียชื่อเสียง  เพราะปลายปากกาของแม่มดคนนั้น”

                “ค่ะ  ศาสตราจารย์  หนูจะระวังตัวเอาไว้”   เฟริน่ารับคำพลางนึกสงสัยว่าปีสามนี้เธอจะมีชีวิตอย่างสงบหรือไม่  เพราะดูจากท่าทางของฟัดจ์และอัมบริดจ์คงไม่เลิกราง่ายๆแน่  รวมทั้งริต้า  สกีตเตอร์  นักข่าวผู้ชื่นชอบสร้างเรื่องอื้อฉาวให้คนอื่นคงต้องหาทางเข้าถึงตัวเธออีกแน่   เด็กหญิงถอนหายใจเบาๆอย่างหดหู่ที่ภายในเช้าวันเดียวเธอมีศัตรูเพิ่มขึ้นมาถึงสามคน

                “ก่อนกลับเข้าปราสาท  เราน่าจะแวะตรอกไดแอกอน  ฉันอยากไปกินไอศกรีมที่  ร้านไอศกรีมของฟลอเรียนฟอร์เตสคิวสักหน่อย  เอลฟายอัสเพิ่งบอกกับฉันว่ามีไอศกรีมรสวนิลาที่เพิ่งออกใหม่  บางทีเธอน่าจะสนใจ”  ดัมเบิลดอร์บอกกับเธออย่างนุ่มนวล



********************************************************

               มาเสิร์ฟตอนต่อไปแล้ว  ขอโทษที่เว้นช่วงไปนะคะ  ไรท์ทำงานค่ะ  แถมค้นข้อมูลของศาลสูงวิเซ็นกาม็อตด้วย   จากที่ไรท์ได้ค้นและมีแต่ในเว็บ  HarryPotterWiKi   (http://harrypotter.wikia.com/wiki/Wizengamot  )    ไรท์เลยต้องลงมือแปลอังกฤษเป็นภาษาไทยค่ะ  และด้วยความที่ทำงานส่วนตัวด้วย  แถมบทความที่แปลเนี่ยมีศัพท์ทางเทคนิคค่อนข้างเยอะ  หมายถึงศัพท์ทางนิติศาสตร์ค่ะ  บางคำแปลออกมาเหมือนกัน  แต่ไรท์ต้องพยายามทำความเข้าใจ  เพราะประโยคหนึ่งในบทความ  อย่างคำว่า  Trial  กับ  Hearing  แปลออกมาว่าการพิจารณาคดี  แต่จริงๆแล้วสองคำนี้ต่างกันมากค่ะ  อย่าง  Trial  นั้น  ใช้ในการพิจารณาคดีทั่วๆไป  แต่  Hearing  เนี่ย  แม้จะแปลว่าการพิจารณาคดีเหมือนกัน  แต่มันใช้ในสถานการณ์  การไต่สวน  การสืบพยานหลักฐานค่ะ  จะเห็นได้ว่าเป็นการพิจารณาคดีเหมือนกัน  แต่ความหมายในการใช้ต่างกันมาก  ไรท์เลยต้องใช้เวลานิดหนึ่งค่ะกว่าจะแปลเสร็จและทำความเข้าใจกับบทความศาลสูงวิเซ็นกาม็อตว่าเขามีบทบาทหน้าที่  ขั้นตอนการพิจารณาคดีอย่างไร   

              ตอนนี้ริต้า  สกีตเตอร์โผล่มาด้วย  โธ่  หนูเฟ  ศัตรูเพิ่ม   แต่ไม่เป็นไร  เพราะหนูเฟมีดัมเบิลดอร์ผู้น่ารัก  555555  

ปล.  ไรท์ขอตัวไปทำงานต่อนะคะ  วุ่นวายพอดี  ฮือออออออ

ปล. 2  ขอบคุณที่ยังไม่ลืมฟิคนี้กันนะคะ  ถึงช่วงหลังๆมานี้ไรท์จะไม่ค่อยได้อัพบ่อยๆเหมือนตอนแรก  

ปล. 3  ไรท์แปลบทความวิเซ็นกาม็อตจาก  HPWiki  มาให้อ่านด้วยค่ะ  แต่ถ้าใครขี้เกียจอ่านก็เลื่อนลงไปตรงที่ไรท์เม้นตอบรีดได้นะคะ   แต่ถ้าอ่านไว้ก็ไม่เสียหายนะ

     

*********************************************

ศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  (Wizengamot)

ข้อมูลองค์กร

หัวหน้า

หัวหน้าผู้วิเศษ :

·        ประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตในปี  1544

·        อูลิค แกมป์  (? - 1707)

·        อัสบัส  ดัมเบิลดอร์  (? – กรกฎาคม 1995, มิถุนายน  1996 -  1997)

กองบัญชาการ

                ชั้น  2,  กระทรวงเวทมนตร์

เจตจำนง

สาขาเกี่ยวกับการบัญญัติกฎหมายและการพิจารณาคดีแห่งผู้วิเศษบริเตน

พันธะผูกพัน

·        กระทรวงเวทมนตร์

·        กองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์

ศัตรู

·        ลอร์ดโวลเดอมอร์

·        ผู้เสพความตาย

·        ภาคีนกฟีนิกซ์  (เมื่อฟัดจ์รณรงค์ต่อต้านดัมเบิลดอร์  และเมื่อโวลเดอมอร์ล้มล้างกระทรวง)

·        พ่อมดแม่ฝ่ายมืด



“ศาลสูงของผู้วิเศษในการพิจารณาคดีกระทำในคุกใต้ดิน  ;  จำเลยจะถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์กลางห้อง  คณะลูกขุนจะนั่งด้านขวาของโจทก์  (พนักงานอัยการ)  ซึ่งเป็นผู้แถลงคดีกล่าวหาจำเลยและร้องขอคำตัดสินอันเป็นที่สุด 

ห้องพิจารณาคดีตั้งอยู่ที่ชั้น 10  ของกระทรวงเวทมนตร์  ;  ในปีที่โวลเดอมอร์เถลิงอำนาจ  นักโทษจำนวนมากถูกคุ้มกันและปกป้องโดยกลุ่มผู้คุมวิญญาณ

สมาชิกของศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  ซึ่งมีอยู่ราวๆประมาณ  50  คน  สวมเสื้อคลุมสีแดงอมม่วง  (สีลูกพลัม)  บนเสื้อคลุมมีตัวอักษรปักอย่างสวยงามสีเงินว่า    (‘W’) “   

คำบรรยายของศาลสูงวิเซ็นกาม็อต

 


ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตเป็นศาลสูงของผู้วิเศษในการพิจารณาคดีของอังกฤษและเป็นรัฐสภา   มีขึ้นก่อนกระทรวงเวทมนตร์   โดยย้อนกลับไปในสภาผู้วิเศษสมัยยุคกลาง 

กองบัญชาการที่บริหารถูกตั้งอยู่ในกองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์ของกระทรวงเวทมนตร์  ในขณะที่การพิจารณากระทำในคุกใต้ดินชั้นล่าง

ระหว่างที่ศาลอยู่ในสมัยประชุม  สมาชิกจะสวมเสื้อคลุมสีแดงอมม่วง  (สีลูกพลัม)  บนเสื้อคลุมมีตัวอักษรสีเงินปักอย่างประณีตว่า   

 

ประวัติศาสตร์

ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตมีขึ้นก่อนกระทรวงเวทมนตร์  โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ราวๆปี  1544

ในปี  1707  เมื่อมีการสถาปนากระทรวงเวทมนตร์ขึ้น  ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตถูกรวมเข้ากับกองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์  ซึ่งเป็นกองที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่ๆ 

ยุคสมัยแรกๆของกระทรวงเวทมนตร์  อูลิค  แกมป์ขึ้นเป็นประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตคนก่อน

อัสบัส  ดัมเบิลดอร์  ได้รับตำแหน่งประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตในศตวรรษที่  20  ยกเว้นแต่ในช่วงเวลาของเดือนกรกฎาคม  1996  ซึ่งเขาถูกขอให้ออกจากตำแหน่งไป  เพราะเขายืนยันว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว 

อัสบัส  ดัมเบิลดอร์ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง  เมื่อกระทรวงฯถูกบังคับให้ยอมรับว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว  เมื่อครั้งที่เจ้าแห่งศาสตร์มืดได้มาปรากฏตัวที่กระทรวงเวทมนตร์ในปี  1996 

ในช่วงเวลาเดียวกัน  สมาชิกที่เก่าแก่ที่สุดของศาลสูงวิเซ็นกาม็อตสองคน  ได้แก่  กริเซลด้า  มาร์ชแบงส์  และทิเบเรียส  อ็อกเดนลาออกจากศาลเพื่อประท้วง  หลังจากที่ฟัดจ์แต่งตั้งเจ้าพนักงานสอบสวนใหญ่ของฮอกวอตส์เพื่อแย่งชิงอำนาจการควบคุมฮอกวอตส์ไปจากดัมเบิลดอร์  และถูกทำให้เสียชื่อเสียงในเวลาต่อมา

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทั้งสองกลับมาดำรงตำแหน่งหลังจากนั้นหรือไม่

 

โครงสร้างและบทบาทหน้าที่

ปัจจุบันนี้  ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตมีบทบาทรวมกันระหว่างศาลและรัฐสภา  ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกประมาณ  50  คน  การคัดเลือกสมาชิกไม่ปรากฏแน่ชัด  แต่รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์นั้นดูเหมือนว่าจะมีอำนาจเหนือในการคัดเลือกในท้ายที่สุด

นอกเหนือจากตุลาการและหัวหน้าผู้วิเศษแล้ว  ยังมีเสมียนศาล  ซึ่งทำหน้าที่จดบันทึกกระบวนพิจารณา  ระหว่างที่ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตอยู่ในสมัยประชุม  (*จากผู้แปล  เสมียนศาล  คือ  เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์  ซึ่งเป็นคำทางการในทางนิติศาสตร์)  

รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์,  ปลัดกระทรวงอาวุโสขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี  และหัวหน้ากองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์จะต้องเข้าร่วมการพิจารณาดคีและการไต่สวนที่สำคัญ  แต่ไม่ทราบได้ว่านี่เป็นหน้าที่ประจำหรือไม่

ตัวแทนเยาวชนอังกฤษในศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  (ซึ่งต้องมีอายุไม่เกิน  17  ปี)  ยังคงมีอยู่ด้วย

คำตอบที่ไม่ถูกต้องในการสอบ  ว.ถ.พ.ผ. ***  ซึ่งกล่าวว่าค่าเฉลี่ยอายุของสมาชิกแห่งศาลสูงวิเซ็นกาม็อตอยู่ที่  87  ปี  มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

***ผู้แปล  The  W.O.M.B.A.T.  ย่อมาจาก  The Wizards’ Ordinary Magic and Basic Artitude Test  เป็นการสอบวัดความรู้ด้านเวทมนตร์และความถนัดขั้นพื้นฐานของผู้วิเศษ  ควบคุมโดยสำนักงานการสอบผู้วิเศษ ( Wizarding Exminations Authority)  เพื่อทดสอบความรู้ในโลกเวทมนตร์และยืนยันว่า  ผู้สอบสามารถอาศัยอยู่ในโลกผู้วิเศษได้อย่างปลอดภัยและประสิทธิผล  ถูกตั้งโดยมักเกิ้ลที่มีความรู้เรื่องพ่อมดและแม่มดเป็นอย่างดี  http://harrypotter.wikia.com/wiki/Wizards%27_Ordinary_Magic_and_Basic_Aptitude_Test



มีการกำหนดให้ประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตคือรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในปี  1995  ที่มีการพิจารณาคดีของแฮร์รี่ พอตเตอร์  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่  อัสบัส  ดัมเบิลดอร์  สูญเสียตำแหน่งประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า  รัฐมนตรีเป็นหัวหน้าศาลสูงวิเซ็นกาม็อตตลอดไป   หรือ  เขาเข้ามามีบทบาทเป็นประธานศาลสูงฯด้วยตัวของเขาเอง 

มีความเป็นไปได้ว่า  ประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความยุติธรรมที่มีความสำคัญเหมือนกับ  องค์ราชินีที่สามารถพลิกโฉมบริเตนและรัฐสภาแห่งเครือจักรภพ

 

การพิจารณาคดี

                การพิจารณาคดีนั้นดูเหมือนว่าจะรวบรัดและสั้น  จำเลยสามารถที่จะนำเสนอพยาน  ซึ่งถูกซักถามโดยศาลสูงวิเซ็นกาม็อตได้  

                บุคคลที่สาม  ซึ่งมีความรู้ในกฎหมายอาจแถลงแทนจำเลยได้  ซึ่งสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ทำนองเดียวกับหน้าที่ของทนายความสมัยใหม่   อย่างไรก็ตาม  ดูเหมือนว่าไม่มีนักกฎหมายที่เป็นผู้วิเศษอยู่เลย  และการมีโฆษกที่แถลงแทนจำเลยนั้นก็หาได้ยาก

            คดีอาเบอร์ฟอร์ธ  ดัมเบิลดอร์  และแพะ

                อาเบอร์ฟอร์ธ  ดัมเบิลดอร์เคยถูกดำเนินคดีครั้งหนึ่งสำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า  “การใช้เวทมนตร์ที่ไม่เหมาะสมกับแพะ”

                คดีผู้คุมวิญญาณโจมตีใน  ลิตเติล  วิงจิง

                ดูได้จาก  :  การพิจารณาคดีเรื่องการรักษาวินัยของแฮร์รี่  พอตเตอร์

            “แฮร์รี่รู้สึกออกจะคลื่นไส้  เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ผู้คนซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งเหนือขึ้นไป  พวกนั้นมีประมาณห้าสิบคน...   ทุกคนจ้องมองลงมาที่แฮร์รี่  บางคนทำสีหน้าขึงขังเคร่งเครียด  แต่บางคนดูสงสัยใคร่รู้อย่างเปิดเผย”

·         แฮร์รี่  พอตเตอร์  ระหว่างการพิจารณาคดีของเขาต่อหน้าศาลสูงวิเซ็นกาม็อต  (แฮร์รี่  พอตเตอร์  กับภาคีนกฟีนิกซ์  หน้า  178)

ในวันที่  12  สิงหาคม  1995  ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตสอบสวนแฮร์รี่ในข้อกล่าวหาต่อการละเมิดกฤษฎีกาควบคุมการใช้เวทมนตร์เมื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ   แฮร์รี่ถูกบังคับให้เสกผู้พิทักษ์เพื่อป้องกันตนเองและดัดลีย์  เดอร์สลีย์  ลูกพี่ลูกน้องของเขาจากผู้คุมวิญญาณสองตน  

เวลาของการไต่สวนถูกเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อคืนก่อนมีการพิจาณา  และถึงแม้ว่าศาลสูงวิเซ็นกาม็อตจะส่งจดหมายแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเวลานี้ไปยังแฮร์รี่  แต่มันก็ถูกส่งไปในเวลากระชั้นชิดที่จะมีการพิจารณา  ซึ่งมีเจตนาที่จะให้เขาไม่ได้รับจดหมายนั้นทันเวลา

อย่างไรก็ตาม  อัสบัส  ดัมเบิลดอร์ได้หยิบยกการป้องกันตัวของแฮร์รี่ขึ้นมา  และคอร์ลีเนียส  ฟัดจ์ก็ต้องจำใจยกฟ้องข้อกล่าวหา  หลังจากที่เสียงส่วนใหญ่ให้แฮร์รี่พ้นผิดทุกข้อกล่าวหา 

ซึ่งต่อมาภายหลังได้ถูกเปิดเผยว่า  โดโลเรส  อัมบริดจ์เป็นผู้ส่งผู้คุมวิญญาณไปโจมตีแฮร์รี่  เพื่อที่จะทำให้เขาเงียบ  (*ผู้แปล  เรื่องที่เขาบอกกับใครๆว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว)

หลังจากนั้น  เพอร์ซี่  วีสลีย์ได้ส่งจดหมายมาหารอน  น้องชายของเขา  ในจดหมายกล่าวถึง  “ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตทั้งหมด”  เป็นนัยว่า  ลักษณะการพิจารณาคดีนี้ผิดปกติ  การพิจารณาความผิดทางวินัยเล็กๆนี้ไม่ได้รับความสนใจของศาลทั้งหมด  และมีการดำเนินการโดยผู้สอบสวนเพียงคนเดียว  ทั้งๆที่  การพิจารณาแบบเดิมสมควรที่จะต้องทำในห้องทำงานของ  อะมีเลีย  โบนส์   และดัมเบิลดอร์เองก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่มีการเปลี่ยนไปผลักดันให้มีการไต่สวนคดีอาญาเต็มขั้นเพื่อจัดการกับเรื่องธรรมดาอย่างการใช้เวทมนตร์เมื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ  เนื่องจากความรีบร้อนของฟัดจ์ในการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

คดีสเตอร์จิส  พอดมอร์

ประมาณวันที่  7  กันยายน  1995  สเตอร์จิส  พอดมอร์ได้ถูกพิจารณาคดีสำหรับการบุกรุกและพยายามจะโจรกรรมที่กระทรวงเวทมนตร์ของอังกฤษ

 

สมาชิกของศาลสูงวิเซ็นกาม็อต

·        ประธานศาลสูงวิเซ็นกาม็อตในปี  1544

·        อูลิค  แกมป์  (หัวหน้าคนก่อน)  เสียชีวิตแล้ว

·        อะมีเลีย  โบนส์   เสียชีวิตแล้ว

·        บาร์ทีเมียส  เคร้าช์  (หัวหน้าคนก่อน)  เสียชีวิตแล้ว

·        เอลฟายอัส  โดจ

·        อัสบัส  ดัมเบิลดอร์  เสียชีวิตแล้ว

·        คอร์ลีเนียส  ฟัดจ์  (หัวหน้าคนก่อน,  ถูกไล่ออก)

·        โดโลเรส  อัมบริดจ์  (ถูกถอดออก)

·        บรันฮิลเด้  สโต๊ค

·        เออเนสย์  ฮอว์คเวิร์ธ

·        รัลสตัน  พอตเตอร์  (1612 - 1652)  เสียชีวิตแล้ว

·        เฮนรี่  พอตเตอร์  (1913 - 1921)  เสียชีวิตแล้ว

·        กริเซลด้า  มาร์ชแบงส์  (ลาออก)

·        ทีเบเรียส  อ็อกเดน  (ลาออก)

·        แม่มดสูงอายุสองคน

·        พ่อมดเตี้ยม่อต้อ  ซึ่งมีหนวดหนาทึบ

·        แม่มดที่มีผมหยิกเป็นฝอย

 

ประวัติคำ

                “วิเซ็นกาม็อต”  (Wizengamot)  เป็นรูปภาษาที่ผสมระหว่างคำว่า  “ผู้วิเศษ”  (wizard)   และ  “วิทเนจม็อต”  (witenagemot)  ซึ่ง  วิทเนจม็อต  คือ  สภาวิททัน  (ภาษาอังกฤษ : Witan  หรือ  Witenagemot)  เป็นสถาบันทางการเมืองของเองโกล-แซ็กซอนอังกฤษซึ่งมีบทบาทระหว่างคริสต์ศตวรรษที่  7  ถึง  ศริสต์ศตวรรษที่  11

                คำว่า  “witenagemot”  มาจากภาษาอังกฤษเก่าจากคำว่า  “การพบปะของผู้อาวุโส”  (“wita  คือ  ผู้มีปัญญา  หรือ  ที่ปรึกษา  (พหูพจน์   “witan”)gemot  คือการประชุม)  ที่มาของสภาวิททันมาจากการประชุมของประเพณีของการปกครองของชนเผ่าในสมัยโบราณ  ซึ่งต่อมามามีอำนาจและที่ดินมากขึ้น  สมาชิกสภานอกจากจะเป็นผู้มีอำนาจและก็ยังรวมนักบวชอาวุโสและข้าราชสำนักของพระมหากษัตริย์ด้วย

                ดังนั้น  จึงสามารถกล่าวได้ว่า  วิเซ็นกาม็อต  (Wizengamot)  มีความหมายว่า  “การประชุมของผู้วิเศษ”

 

อ้างอิงข้อมูล  Wizengamot  :  http://harrypotter.wikia.com/wiki/Wizengamot


หมายเหตุ   บทความในส่วน  Behind  the scenes   ไรท์ไม่ได้แปลนะคะ  เพราะไรท์แปลเฉพาะส่วนที่นำมาใช้แต่งฟิคเท่านั้นค่ะ


*************************************************

岭飞                                    ไรท์ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ  ณ  จุดๆนี้  555555


hikakichi                            ไฟว์ไหวไม่ไหวหนูเฟก็ต้องทำค่ะ  ต้องสู้เพื่อซิเรียส!!!!   ปู่ดัมเบิลดอร์น่ารักเสมอต้นเสมอปลายจริงๆนั่นแหละค่ะ  กรี๊ดมากกกกก    555555    เอ๊   ซิเรียสจะทำอะไรอันนั้นต้องรออ่านไปเรื่อยๆค่ะ


จิ้งจอกกอดลูกโลก                งอแงจะเอาป๋าเนปเป็นพระเอกให้ได้เลยเหรอ  เรือป๋านี่เหนียวแน่นจริงๆ


มัมบินเกิร์ล                            ตอบจากตอบ  PART 2 of HP ---  The Chamber of Secrets [end]   หนูเดรเขาสายซึนค่ะ  แต่ซึนน้อยกว่าป๋าเนป


Yoon                                    ตอนนี้ไม่มีป๋าซิเรียสกับป๋าเนป  มีแต่ดัมเบิลดอร์เต็มไปหมดเลย  แต่ตอนนี้ดัมเบิลดอร์ยังละมุนหรือเปล่า  มีแต่ไฟว์กับฟัดจ์และอัมบริดจ์   ดีใจที่รีดเห็นถึงความใส่ใจของไรท์นะคะ  ที่หายไปไม่ได้ลง  เพราะมัวแต่ทำงานของตัวเองให้เสร็จและมานั่งแปลเรื่องศาลสูงวิเซ็นกาม็อตนี่แหละค่ะ  ต้องทำการบ้านนิดหนึ่งเพื่อความสมจริงของฟิค   แต่จริงๆไรท์เพิ่งพบว่าการแปลบทความจาก  HPWiki  นี่ก็สนุกดีนะคะ  55555  รู้สึกติดใจ   ถึงศัพท์เทคนิคจะเยอะไปหน่อย  แต่รวมๆแล้วก็โอเคอยู่นะ  กดให้กำลังใจไม่ได้  แค่เม้น  ไรท์ก็ชื่นใจแล้วล่ะค่ะ  จะส่งกำลังใจในรูปแบบไหนก็ได้  ไรท์ได้รับหมดค่ะ    


koly                                     ขอบคุณที่ยังติดตามฟิคนี้นะคะ   พยายามจะแต่งให้สนุกที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยล่ะค่ะ


น้ำส้มจันทรา                        นั่นสิ  หนุเฟทำบุญด้วยอะไรหนาาาา  ไรทืจะได้ไปทำบ้าง  ฮาาาาาา  ป๋าเนปคนซึนกับป๋าซีรักและเอ็นดูหนูเฟเพราะอะไร  รีดคงรู้กันแล้ว  แต่#พี่ทอมคนโฉด  เนี่ยสิ !! ไปตกหลุมรักหนูเฟได้อย่างไร   55555  มันมีที่มาที่ไปค่ะ  ไม่ใช่อยู่ๆตกหลุมรักแน่นอน   และมันช่วยไม่ได้เลยที่#พี่ทอมคนโฉดเนี่ยต้องยอมทุ่มเทให้หนูเฟล่ะ


sunnyz.                              อย่าว่าแต่รีดหลงเลย  ไรท์ยังหลงดัมเบิลดอร์  #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์  อยากเกิดเป็นหนูเฟเช่นกัน  มีแต่คนรัก  คนเอ็นดู  แต่ตอนนี้ไรท์อิจฉาที่หนูเฟมีดัมเบิลดอร์เป็นผู้ปกครองมากกกกก


rearea                                ป๋าเนปน่ารักจริงๆนั่นแหละค่ะ  พักหลังป๋ามีความน่าเอ็นดูเพิ่มขึ้น


rekioz                                 ป๋าเนปจะตายไม่ตาย  ขึ้นอยู่กับหนูเฟและ#พี่ทอมคนโฉดด้วยล่ะ   ถ้า #พี่ทอมคนโฉดเห็นแก่ตัวมากหน่อย  อยากเก็บหนูเฟไว้คนเดียว  ป๋าเนปอาจไม่รอด  แต่ถ้าพี่เขาไม่เห็นแก่ตัวป๋าเนปก็อาจจะรอด   

Royal-girl                          วินาทีนี้เรือป๋าเนปผู้โดยสารแน่นหนามากค่ะ  แถมสมาชิกแต่ละคนเหนียวแน่นอีก  เชียวปาเนปเป็นพระเอกกันถ้วนหน้าเลย


หมิงหมิง                              เรื่องพ่อแม่หนูเฟ  ทุกคนจะได้รู้แน่นอนว่าเป็นใคร  มีตัวตนด้วยนาาาาา   ไรท์บอกแค่นี้ล่ะ  หุหุ  สำหรับที่รีดเพ้อๆมานั้น   ต้องรออ่านค่ะว่าจะเป็นไปตามที่รีดเพ้อหรือเปล่า  หรือเรื่องจะดำเนินไปคนละแบบที่เพ้อ


STORM_PRINCE               อย่างที่บอกป๋าเนปจะรอดหรือเปล่า  ต้องภาวนาให้#พี่ทอมคนโฉดไม่เห็นแก่ตัวค่ะ  ฮาาาา


 ' Lolita ❤                          ไม่รู้สิคะว่าจะใช่แบบที่รีดคิดหรือเปล่า  เอาเป็นว่า  เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆก็จะพอเห็นเองว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปแบบไหน


Achyls                                ไรท์ล่ะกรี๊ดความโรแมนติกในแบบโฉดๆของพี่ทอมมาก  555555  โฉดจนบางทีหนูเฟเขินเลยอ่ะ  แล้วก็พยายามขอให้พี่ทอมเพลาๆลงบ้าง  


_WUYUQING                    ป๋าเนปงอลแรงมากจริงๆ   ก็นะ  ป๋าเนปมาก่อนใคร  แถมเคยช่วยชีวิตหนูเฟไว้ด้วย  ความป๋านี่มันความป๋าจริงๆ  ฮาาาา


CS_Rabbit                        ตอนนี้ไม่ค่อยฟินนะคะ  ออกแนวไฟว์ๆกับฟัดจ์และอัมบริดจ์มากกว่า  อแถมมีริต้า  สกีตเตอร์โผล่มาเล้กๆน้อยๆด้วย  สำหรับ  #พี่ทอมคนโฉดจะเป็นพระเอกหรือเปล่า  พยายามต่อไปค่ะรีด  เผื่อไรท์ให้เขาเป็นพระเอกขึ้นมาจริงๆก็ได้  ฮาาา  ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2106 ppatteera (@ppatteera) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:53

    เกียจรองจากโดโรเลส อำบริดส์ ก็ ริต้านี่แหละ

    #2106
    1
  2. #1947 love-trafalgar (@love-trafalgar) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 12:44
    ไรท์สุดยอดค่ะ ทุ่มเทหาข้อมูลมาก เขียนต่อไปน้า เราชอบเรื่องนี้มาก เป็นกำลังใจให้ค่ะ เรื่องงานก็อย่าหักโหมมากนะคะ
    #1947
    1
    • #1947-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 47)
      30 กันยายน 2561 / 16:38
      ขอบคุณที่เห็นถึงความทุ่มเทของไรท์ค่ะ ดีใจมากที่รีดชอบเรื่องนี้ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ
      #1947-1
  3. #1402 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 15:17
    ชอบตอนขึ้นลง แจกแจงเป็นชั้นๆ โอ้โห สุดยอดมากอา //เซ็งกะป้าอัมบริจมากอะ หึยยยยย โดนตอกกลับซะบ้าง
    #1402
    1
    • #1402-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 47)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:31
      ไรท์ว่าตอนในลิฟท์ตลกดีค่ะ 5555 //มนุดป้ากับมนุดลุงน่าลำไยมากค่ะ
      #1402-1
  4. #1271 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 16:47
    อื้อหือข้อมูลแน่นเวอร์ ชอบตอนเข้าศาลมาก่ะ เห็นภาพหมดเลย <3
    #1271
    1
    • #1271-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 47)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:27
      ขอบคุณที่ชอบค่าาาาาา ไม่มีอะไรดีเท่ากับนักเขียนสามารถบรรยายแล้วคนอ่านเห็นภาพได้ //ซาบซึ้ง <3
      #1271-1
  5. #1026 fairytaillov (@fairytaillov) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 19:56
    #พี่ทอมคนโฉดค่ะ!!
    #1026
    0
  6. #917 Royal-girl (@Royal-girl) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    พอเจอไรท์แปลข้อมูลรู้สึกเลยอ่ะ ว่าไรท์ข้อมูลแน่นมาก แบบไม่อยากให้ผิดพลาดเลย เรารู้สึกดีใจมากๆเลยที่เจอไรท์แบบไรท์ #เอ๊ะ รอได้เสมอค่า ร้าก
    #917
    0
  7. #887 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:40
    #วีรบุรุษดัมเบิลดอร์ เย้ๆ
    #887
    0
  8. #869 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:36
    ข้อมูลแน่นมาก ยอมใจไรต์ เห็นถึงความทุ่มเทเลยค่ะ 55555 สู้ๆนะไรต์รออยู่น้าาา ไม่มีไรมากแค่อยากจะขอ #พี่ทอมคนโฉด เป็นพระเอก //จะขอจนกว่าไรต์ใจอ่อน ถึงป๋าเนปกะป๋าซีจะน่ารักแค่ไหนเราจะไม่หลง~~
    #869
    0
  9. #868 หญิงปริศนา (@-rity-) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:38
    ไรท์สุดยอดมากค่ะ ข้อมูลเเน่นเวอร์ //เลิฟฟฟ
    #868
    0
  10. #867 หญิงปริศนา (@-rity-) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:38
    ตอกกลับหน้าหงายกันเลยทีเดียว5555
    #867
    0
  11. #864 hikakichi (@hikakichi) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:16
    แมทช์แรก หนูเฟชนะลุงฟัจกับป้ามหาภัยไป สกอร์ตอนนี้ 1-0
    ท่าทางหนูเฟจะได้ไฟท์อีกหลายรอบ
    #864
    0
  12. #863 koly (@-emptines-) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:34
    น่าทำเป็นหนังสือขายนะคะ รอจบเรื่องถ้าทำจริงๆเราจะซื้อแน่นอนเลย
    #863
    0
  13. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:12
    ขอบคุณไรท์เตอร์มากๆเลยค่ะ ไม่เคยเห็นฟิคไหนข้อมูลแน่นขนาดนี้ ไรท์ขยันหามากกก ขอชื่นชมจากใจค่ะ เรื่องนี้เป็นฟิคที่ดีจริงๆ

    ดีใจที่ไรท์กลับมาตอบคอมเมนต์นะคะ (มีของเราด้วย อิอิ)
    #862
    1
  14. #861 wehammer (@wehammer) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    เอาซี่ อัมบริจ ตอกมาตอกกลับ
    นางช่างมีความสามารถที่เสาะหาคำพูดได้ดีจริมๆ//แบะปาก
    ถถถถถถว์ หวังว่าหนูเฟจะไม่โดนทำโทษหนักๆนะคะ
    เอาใจช่วยคะ
    #861
    0
  15. #860 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:14
    อ่านไปก็เบะปากมองบนไปโอ้ยยิ่งไม่ชอบฟัดจ์ ยัยป้าคางคกและยัยริต้าอยู่แล้วอ่านตอนนี้ยิ่งเกลียดเข้าไปอีก แต่ดีใจที่เรือ#พี่ทอมคนโฉดยังพายต่อไป555+(มันดีต่อใจจริงๆ)
    #860
    0
  16. #859 Fantastic-29645 (@Fantastic-29645) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:30
    พอขึ้นแจ้งเตือปุ๊บก็รีบเปิดอ่านทันทีเลยไรท์ แล้วแบบนี้เฟริน่าจะไม่โดนอัมบริจกลั่นแกล้งตอนภาค5หรอคะ
    ไปทำให้อัมบริจไม่ชอบซะแล้วเพราะภาค5ที่อัมบริจมาสอนการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่ฮอกวอร์ตหรือเนื้อเรื่องจะบิดเบือนทำให้อัมบริจไม่ต้องมาเป็นครูที่ฮอกวอร์ตตอนภาค5แล้ว
    หรือภาคนี้ไรท์จะเขียนให้อัมบริจหมดอำนาจในกระทรวงเวทมนตร์ไปเลยคะ??
    แล้วซีเรียสจะได้ออกจากคุกไหมคะ?
    จะพิจารณาคดีชนะไหมคะ?
    หลักฐานชิ้นสำคัญอย่างปีเตอร์เพ็ตติกรูจะถูกชิงตัวไปรึป่าวคะ?
    แล้วภาคนี้เดรโกจะมีบทบาทเยอะไหมคะ?
    แล้วเซดดริกละ?
    พี่ทอมคนโฉดจะถูกจับได้เมื่อไหร่?
    แล้วถ้าทอมดูดพลังจากคนอื่นจนสร้างร่างได้แล้วละ?
    #859
    0
  17. #858 sunnyz. (@ElsaandAnna) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:26
    รู้สึกตอนนี้ป้าคางคกกับลุงฟัดจ์จะเริ่มจงเกลียดจงชังหนูเฟสินะคะ55555555 สู้ๆนะหนูเฟ มีดัมเบิลดอร์อยู่หนูเฟไม่จำเป็นต้องกลัวว ดัมเบิลดอร์จะปกป้องหนูเฟเอง--

    ปล.รู้สึกสะใจตอนหนูเฟตอกหน้าลุงฟัดจ์กะป้าคางคกมากค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:24
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:25
    #858
    1
  18. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:14
    เรือพี่ทอมคนโฉดคนเดิม เรือไม่มี พายไม่ต้อง...กูวิ่งบนน้ำได้!!!555
    #857
    0